รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจําป้ครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตเป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้มีการปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลําดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรก เชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย อําเภอกันทรารมย์ อําเภอโนนคูณ อําเภอน้ําเกลี้ยง ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ข้าวเปลือกหอมมะลิเริ่มออกสู่ตลาดเปึนจํานวนมาก ทางพี่น้องเกษตรกรไปขายข้าว ไม่ได้ราคาตามที่รัฐบาลประกาศก็คือรัฐบาลประกาศกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่เดี๋ยวนี้พี่น้อง เกษตรกรขายข้าวได้กิโลกรัมละ ๑๑.๕๐ บาท ถ้าความชื้น ๑๕ จะได้กิโลกรัมละ ๑๓.๕๐ บาท ทีนี้อย่างนี้ครับประกาศของคณะอนุกรรมการกํากับดูแลและกําหนดหลักเกณฑ์กลางอ้างอิง โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวของรัฐบาล คือประกาศข้าวหอมมะลิตันละ ๑๖,๒๒๕ บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ๑๕,๔๒๑ บาท ข้าวเปลือกเจ้า ๗,๕๐๐ บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ๙,๗๐๐ บาท ข้าวเปลือกเหนียว ๑๗,๓๐๐ บาท แต่ทีนี้ทางคณะกรรมการบอกว่าข้าวเปลือก หอมมะลิสูงกว่าราคาที่กําหนดก็อยากจะฝากทางท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ช่วยดูแล เกี่ยวกับข้าวหอมมะลิเพราะว่าช่วงนี้ข้าวเปลือกหอมมะลิออกเปึนจํานวนมาก เดี๋ยวผมจะ นําเอกสารที่ทางคณะกรรมการประกาศมอบให้กับทางท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งครับ ค่าชดเชยน้ําท่วม น้ําท่วมนา คือคณะกรรมการเขาประชุมเสร็จ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ขณะนี้ชาวบ้านรอค่าชดเชยน้ําท่วม ฝากท่านประธานไปยังกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ แล้วก็มีเรื่องถนนหนทางเดี๋ยวผมจะยื่นฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านสุรชาตินะครับ ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตแจ้งรายชื่อท่านสมาชิกผู้ยื่นความจํานง ขอปรึกษาหารือนะครับ
ฟากฝ์ายพรรคร่วมฝ์ายค้าน ๑๕ ท่าน นอกจากท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ แล้วก็จะมีท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านเรวัต วิศรุตเวช คุณผ่องศรี แซ่จึง คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คุณสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ท่านเอกภพ เพียรพิเศษ ท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านคารม พลพรกลาง ท่านเอกการ ซื่อทรงธรรม ท่านกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ท่านวรรณวิภา ไม้สน
ส่วนพรรคร่วมฝ์ายรัฐบาลก็มี ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ท่านนาที รัชกิจประการ ท่านเชิงชาย ชาลีรินทร์ ท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ ท่านสุชาติ อุสาหะ ท่านเพชรดาว โต๊ะมีนา ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านบุญยิ่ง นิติกาญจนา ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านสุรชาติ ศรีบุศกร ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ และท่าน พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ โดยผมขออนุญาตเชิญสลับกัน ต่อไปเปึนคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก ปัญหาการให้บริการสําหรับผู้ป์วยโรคไตและกายภาพบําบัดของ โรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ ตําบลพลูตาหลวง อําเภอสัตหีบ ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ มีผู้ใช้บริการถึง ๒๓๙,๕๒๘ ครั้งต่อป้ เปึนสถิติป้ ๒๕๖๑ ในจํานวนนั้นมีผู้ป์วยโรคไต อยู่ถึง ๑,๘๐๗ ราย ซึ่งโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ ต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ระยะการเดินทางถึง ๙๐ กิโลเมตร ไปกลับ ๑๘๐ กิโลเมตรครับท่านประธาน ผู้ป์วยโรคไตนั้น ต้องเดินทางไปรักษาอย่างน้อย ๒ วันต่อสัปดาห์ บางราย ๔ วันต่อสัปดาห์ เท่ากับ ๘๐๐ กิโลเมตร เหมือนเดินทางจากอําเภอสัตหีบไปจังหวัดเชียงใหม่เลยนะครับ ดังนั้นโรงพยาบาลสัตหีบ กม.๑๐ จึงมีความจําเปึนที่จะต้องสร้างอาคารไตเทียมและกายภาพบําบัด ซึ่งอาคารดังกล่าว ได้อยู่ในแผนการพัฒนาของกระทรวงสารณสุข ป้ ๒๕๖๐ แต่โครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับ การพิจารณา จึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณา โครงการดังกล่าวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ป์วยและพี่น้องอําเภอสัตหีบด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการซ่อมแซมและบํารุงรักษาสัญญาณไฟจราจรของ ทางหลวงหมายเลข ๓ และ ๓๑๒๖ ของอําเภอสัตหีบ มีการชํารุดอยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งสัญญาณไฟจราจรและไฟส่องสว่างครับท่านประธาน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง แขวนทางหลวงชลบุรีที่ ๒ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อปัองกันอุบัติเหตุและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอําเภอสัตหีบ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เขต ๓ วันนี้มีเรื่องมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายกิตติศักดิ์ จันทร์ไพศรี ผู้นําชาวนา จังหวัดเชียงใหม่ และนายบุญมี สุรินต๊ะ ประธานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรนาแปลงใหญ่ ได้นํากลุ่มชาวนากว่า ๒๐๐ คน ๕ อําเภอ ได้มายื่นเอกสารร้องทุกข์ เรื่องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ ค่าเก็บเกี่ยวข้าว และขอให้แก้ไขราคาข้าวให้ได้ราคาที่เปึนธรรม จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ทํานา ทั้งหมด ๔๖๐,๐๔๘ ไร่ ถือเปึนอาชีพหลักอาชีพสําคัญของจังหวัดเชียงใหม่ จากการที่รัฐบาล ประกาศการประกันราคาข้าวนั้น เกษตรกรส่วนมากไม่สามารถเข้าถึงโครงการประกันรายได้ เนื่องจากปัญหาความชื้นของข้าวไม่ตรงตามข้อกําหนดที่กําหนดความชื้นอยู่ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ความเปึนจริงตอนขายอาจจะมีความชื้นขึ้นสูงถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ราคาข้าวในรอบสัปดาห์นี้ ข้าวเปลือกเหลืออยู่ที่ ๘-๙ บาท ทําให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับผลกระทบอย่างมากครับ และมีความกังวลว่าราคาข้าวจะตกต่ําไปกว่านี้ ทั้งมีภาระหนี้สินที่กู้ยืมมาลงทุนในการทําไร่ ทํานา จึงอยากขอร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขราคาข้าวให้ได้ราคาที่เปึนธรรม ช่วยเหลือพวกเขาซึ่งถือว่าเปึนกระดูกสันหลังของชาติอย่างเร่งด่วนครับ
ประเด็นที่ ๒ ขอฝากไปยังเจ้ากระทรวงทุกกระทรวงที่มีอํานาจเกี่ยวข้อง ในการพิจารณางบหรือโครงการต่าง ๆ ท่านประธานครับ ช่วงนี้เข้าถึงฤดูหนาวแล้วบางพื้นที่ ก็มีอากาศเย็นลง แต่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถือว่าเปึนเมืองหลวงของประเทศ ตอนนี้พวกเรา หนาวมา ๖ ป้กว่าแล้วครับ เพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะเราถูกแช่แข็งมา ๖ ป้กว่า ไม่มีงบ ไม่มีโครงการที่สําคัญในการช่วยเหลือขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ ดังนั้นจึงขอฝากไปยังผู้มีอํานาจ ช่วยกดปุ์มละลายน้ําแข็งให้จังหวัดเชียงใหม่ และพิจารณาโครงการหรืองบประมาณที่สําคัญ อย่างเที่ยงธรรมและเปึนกลาง อย่างเช่นเรื่องสนามบินแห่งที่ ๒ ผลักดันเรื่องท่องเที่ยว ทางหลวง ๑๑๘ เรื่องหมอกควัน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อยากวอนขอให้พวกเราทํางานร่วมกัน เพื่อประชาชนจริง ๆ ไม่มีแบ่งแยก ให้เราเปึน ๕๐๐ คนของพวกเขาที่หายใจเข้าคือประเทศชาติ หายใจออกประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านนาที รัชกิจประการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้จะขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก เปึนเรื่องของสินค้าที่ตกต่ํา ขมิ้นชันหรือขมิ้นแกงที่เราใช้แกงนะคะ ของพื้นที่ตําบลบ้านนาแล้วก็ตําบลลําสินธุ์ อําเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีพื้นที่ปลูก มากมายจากเดิมราคา ๕๐ บาท ตอนนี้ตกอยู่ที่ ๑๔ บาท รวมถึงการปลูกพลูที่ตําบลร่มเมือง บ้านนาโอ่ แล้วก็ตําบลท่าแค จังหวัดพัทลุงด้วยค่ะ ในอดีตประมาณสักเมื่อป้ที่แล้วราคา อยู่ประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ บาท แต่ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ ๔๐-๕๐ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในเรื่อง ของพลูเราสามารถที่จะแปรรูปเปึนสบู่หรือยาที่แก้คันด้วย ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปช่วยดูในสินค้าทั้ง ๒ อย่างด้วย
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่อยากจะหารือในเรื่องปัญหาทางหลวง หมายเลข ๔๐๘ ถนนสายนครศรีธรรมราช-หัวไทร เชิงสะพานการะเกด อําเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมไปถึงอําเภอระโนดด้วยนะคะ จังหวัดสงขลา ซึ่งถนนเส้นนี้มีปัญหามาประมาณ ๙ ป้แล้ว คาราคาซังอยู่ ๙ ป้ แล้วพี่น้องประชาชนก็ได้ร้องเรียนมาซึ่งส่วนใหญ่เปึนเกษตรกรแล้วก็ทํางาน ในเรื่องของค้าขายระหว่างตัวจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ก็คือเชื่อมโยงในจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา รวมถึงจังหวัดของดิฉันเองด้วย ก็เลยร้องเรียนมาอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานแล้วทําอย่างไรให้ได้รวดเร็วขึ้น อีกเส้นหนึ่งค่ะ เปึนเส้นที่ ๓ ดิฉันขอส่งให้เจ้าหน้าที่ ก็แล้วกัน ขอบพระคุณค่ะ
เส้นที่ ๓ เอาไว้หารือในโอกาสต่อไปนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เปึนเรื่องการเร่งรัดดําเนินการโครงการอ่างเก็บน้ําห้วยน้ําลาย อันเนื่องมาจากพระราชดําริ วันนี้เมื่อ ๔๒ ป้ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้มีพระราชดํารัสกับอธิบดีกรมชลประทาน เรื่องการพัฒนาลุ่มน้ําเลย อ่างเก็บน้ําห้วยน้ําลาย ยังไม่ได้ดําเนินการจนถึงทุกวันนี้ ในขณะนี้อยู่ในช่วงของการดําเนินการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอ่างเก็บน้ําตัวนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของอําเภอเมืองเลย ตําบลนาดินดํา ตําบลนาอาน แล้วก็ตําบลชัยพฤกษ์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวจังหวัดเลย จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยเร่งรัดดําเนินการต่อไปครับ
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของการติดตามการก่อสร้างโครงการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ช่วงด่านบ้านวัง เมืองหมื่น แขวงเวียงจันทน์ แล้วก็ฝัืงไทยก็คงจะเปึนที่ด่านถาวรบ้านคกไผ่ อําเภอปากชม จังหวัดเลย ซึ่งตามบันทึกการประชุมของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็เจ้าแขวง ชายแดนไทย-ลาว เมื่อเดือนมีนาคม ป้ ๒๕๕๖ ที่กรุงเทพฯ โดยกองการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อตกลงร่วมกันที่จะเสนอให้รัฐบาลสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวขึ้น ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จึงขอความกรุณา ท่านประธานประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาดําเนินโครงการต่อไปครับ
เรื่องสุดท้ายครับ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านป์าหวายพัฒนา หมู่ที่ ๖ ตําบลนาด้วง อําเภอนาด้วง จังหวัดเลย บางส่วนยังไม่มีไฟฟัาใช้เนื่องจากว่า การไฟฟัาส่วนภูมิภาคยังไม่ได้ขยายเขตไฟไปถึง ซึ่งขณะนี้ทาง อบต. แก้วเมธี ได้ดําเนินการ สนับสนุนงบประมาณแล้วจึงฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านเชิงชาย ชาลีรินทร์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม เชิงชาย ชาลีรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันจังหวัดชัยภูมินั้นประสบปัญหาน้ํา เพื่อการอุปโภคบริโภคขาดแคลนเนื่องจากแหล่งน้ําผิวดิน แหล่งน้ําตามธรรมชาติแห้งขอด ไม่เพียงพอในการผลิตน้ําประปาเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค กระผมจึงใคร่ขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยให้การสนับสนุนเครื่องจักรเจาะน้ําบาดาลให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเปึนการเร่งด่วนด้วยครับ เพราะใช้ งบประมาณไม่มากแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และขอให้มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการ ใช้น้ําบาดาล เนื่องจากว่าป้นี้ผลิตผลทางการเกษตรของพี่น้องไม่ว่าจะเปึนข้าว มันสําปะหลัง อ้อย ต่างยืนต้นตายเสียหายเกือบทั้งหมดครับ และจะเปึนการบรรเทาความเดือดร้อน เบื้องต้นให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิด้วยครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านเรวัต วิศรุตเวช เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ กรณีที่มีชาวบ้าน ซับหวาย จังหวัดชัยภูมิ ๑๔ คนถูกดําเนินคดีและถูกพิพากษาจําคุกเปึนเรื่องที่น่าเห็นใจ เปึนอย่างยิ่งเพราะชาวบ้านเหล่านี้ได้มีการตั้งรกรากมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๑-๒๕๑๙ ก่อนที่จะมี การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง ดังนั้นเมื่อมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแล้ว พื้นที่ของชาวบ้านจํานวนมากจึงกลายเปึนพื้นที่ทับซ้อน ชาวบ้านเหล่านี้ตกสํารวจเมื่อมีมติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ที่ให้มีการสํารวจพื้นที่ที่ราษฎรครอบครองและอาศัยอยู่ในพื้นที่ ป์าสงวนแห่งชาติ ท่านประธานครับ ชาวบ้านต้องติดคุก ติดตะราง ซึ่งเกิดจากความผิดพลาด ของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ว่า ได้มีผู้ที่มีฐานะดีไปครอบครองที่ดินซึ่งไม่ได้เข้าข่ายที่จะได้รับการพิจารณาให้ครอบครอง และยังไม่มีการรังวัดหรือการอนุญาตให้เข้าทําประโยชน์ ขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นว่าจะมี การรังวัดที่ดินเพื่อดูว่าเปึนที่ดินประเภทใด แต่ก็ได้มีการเลื่อนการรังวัดออกไป กระบวนการ ตรวจสอบก็ล่าช้า ถ้าผลการตรวจสอบมีความผิดจริงกรณีนี้ก็ต้องถูกดําเนินการเช่นเดียวกับ ชาวบ้านที่ถูกดําเนินคดีไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวง กรมและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการบุกรุกป์า ไม่ว่าจะเปึน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช กรมที่ดิน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและ ส.ป.ก. ได้โปรด เข้าไปตรวจสอบและดําเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยต้องไม่ล่าช้าและต้องให้เปึน มาตรฐานเดียวกันเพื่อความถูกต้องและเปึนธรรมตามหลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านเรวัตนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้ง จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานในประเด็นหลัก ๆ ก็คือ เรื่องขอความเปึนธรรมให้กับพี่น้องชาวนา เรื่องแรกก็คือการวัดผลผลิตข้าว เรื่องที่ ๒ เครื่องชั่ง หรือว่าตาชั่ง เรื่องที่ ๓ เรื่องการส่งเสริมนาแปลงใหญ่ หลังจากที่ผ่านฤดูกาลเพาะปลูกข้าวมา ขณะนี้ก็จวนจะถึงช่วงสุดท้ายพี่น้องเกษตรกรกําลังเก็บเกี่ยว แต่ปัญหาจากการลงพื้นที่ พี่น้องเกษตรกรร้องขอ เรื่องแรกก็คือเรื่องของการวัดผลผลิตข้าว ซึ่งการวัดผลผลิตข้าว ที่ทาง สศก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กําหนดออกมาก็คือ ๓๕๙ กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเปึนการวัดตั้งแต่ป้การผลิต ป้ ๒๕๖๑-๒๕๖๒ ซึ่งเปึนป้ที่แล้ว อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยากจะเสนอตามที่พี่น้องเกษตรกร ร้องขอก็คือวัดทุกป้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนวัดผลผลิตแล้วใช้ในป้การผลิตจะสร้างความเปึนธรรม ให้กับพี่น้องเกษตรกร เรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของตาชั่ง ขณะนี้ในภาคอีสานมีโรงสีจากภาคกลางไปเป่ด จุดรับซื้อ ซึ่งอยากจะฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ได้มีการ ตรวจสอบติดตามในระหว่างการรับซื้อนะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องส่งเสริมนาแปลงใหญ่ อยากจะให้มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าแปลงใหญ่ของข้าวก็ดี แปลงใหญ่ของพืชตัวอื่นก็ดี จะเปึนการสร้างโอกาสเพิ่มผลผลิต แล้วก็สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี แซ่จึง เชิญครับ ท่านผ่องศรี ทันไหมครับ ถ้าไม่ทันขออนุญาตข้ามไป ท่านสุชาติ อุสาหะ ก่อนนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรี วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง เปึนเรื่องของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
เรื่องแรก ก็คือสะพานกลับรถบริเวณโรงงานนันยาง อําเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
ซึ่งเมื่อคราว ครม. สัญจร เมื่อวันที่ ๑๑-๑๒ พฤศจิกายน ที่จังหวัดกาญจนบุรี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมได้ลงไปตรวจข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชน นําโดยท่านนายอําเภอวิพร แววศรีผ่อง แล้วก็ผู้นําท้องที่ท้องถิ่น ในเรื่องขอให้สร้างสะพานกลับรถของกรมทางหลวง บริเวณนี้ เพราะเนื่องจากว่าจุดนี้เปึนจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก แล้วตัวอําเภอเขาย้อย ซึ่งเปึนเส้นทางที่จะผ่านสู่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ไม่มีสะพานกลับรถบริเวณนี้เลย ก็เปึนปัญหา ความเดือดร้อนที่ได้นําเสนอ ฝากท่านประธานเร่งรัดไปทางกระทรวงคมนาคมด้วยในเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของสะพานกลับรถเช่นเดียวกัน แต่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งการขอก่อสร้างจากการเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ประกอบด้วย ท่านนายกอภิชาติ แก้วโกศล นายกเทศบาลตําบลบ้านลาด ท่านนายกชัฏ แสงหิรัญภาดา ท่าน สจ. สุชาติ เพชรลูกอินทร์ ได้ยื่นข้อเรียกร้องเข้ามาขอให้กรมทางหลวงชนบท สร้างสะพานยกระดับข้ามถนนเพชรเกษม เพื่อปัองกันในเรื่องของอุบัติเหตุอะไรต่าง ๆ ซึ่งจุดนี้ก็เปึนอีกจุดหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้ไปดูเรียบร้อย แล้วก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงคมนาคมให้เร่งรัดให้เปึนไปตามแผนงาน แล้วก็ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ประเด็นที่ผมจะหารือกับท่านประธานก็เปึนประเด็นที่เคยหารือแล้วเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ ตอนที่เราประชุมที่ทีโอทีเกี่ยวกับการลงทะเบียนซิม (SIM) แสดงอัตลักษณ์ใบหน้าของพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุที่ต้องหารืออีกครั้งหนึ่งเพราะว่าตอนที่ผมหารือครั้งแรก ตอนครั้งก่อนโน้น ทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ได้ส่งข้อความให้พี่น้องใน ๓ จังหวัด แล้วก็ ๔ อําเภอ ลงทะเบียนซิม (SIM) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม แต่ปรากฏว่าหนังสือที่ท่านประธาน มีมาถึงผมได้แจ้งไปยังหน่วยงานก็คือรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบด้านความมั่นคงแล้ว แต่ปรากฏว่าจนถึงบัดนี้ยังไม่มีคําตอบใด ๆ เกี่ยวกับข้อหารือที่ผมได้หารือครั้งก่อนจนกระทั่ง ล่วงเลยมาวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ก็ทราบว่ามีการขยายระยะเวลาออกไปถึงเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งประเด็นเรื่องการลงทะเบียนซิม (SIM) ประเด็นใหญ่ก็คือทําไมถึงบังคับใช้เฉพาะ กับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็มีผลกระทบมากมายเปึนข้อคําถามที่เกิดขึ้น ในพื้นที่สร้างความรู้สึกที่ไม่เปึนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกระจ่างที่อยากหารือท่านประธาน อยากให้มีหนังสือถึง นอกจากรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ให้มีหนังสือถึง กอ.รมน. ภาค ๔ และ กสทช. ซึ่งตอนนี้ กสทช. ก็โยนกันไปโยนกันมาว่าเปึนเรื่องของ กอ.รมน. กอ.รมน. ก็บอกว่าเปึนเรื่อง ของ กสทช. ดังนั้นต้องการความกระจ่างให้ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ให้ความกระจ่างว่าอาศัย อํานาจหน้าที่อะไร อาศัยอํานาจในกฎหมายฉบับใดที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อที่ผม จะได้อธิบายคําตอบที่ชัดให้กับพี่น้องในพื้นที่ แล้วถ้าเปึนไปได้ให้มีการทบทวนคําสั่งเหล่านี้ เพราะเปึนประเด็นสําคัญครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเพชรดาว โต๊ะมีนา เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประเด็นหารือในวันนี้เปึนเรื่องร้องเรียนจากพี่ ๆ น้อง ๆ พยาบาลที่ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิต จิตเวช และยาเสพติด ในโรงพยาบาลชุมชนที่มีอยู่กว่า ๗๐๐ แห่งทั่วประเทศ จากที่เราทราบ กันดีว่าสังคมเรามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว บวกกับสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของปัญหาสุขภาพจิตคนไทย เด็กมีพัฒนาการล่าช้า ปัญหาการเรียน ติดเกม ยาเสพติด ความเครียด ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนมีผลต่อการพัฒนาประชากรของ ประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพคะ เกือบ ๓๐ ป้ที่โรงพยาบาลชุมชนดําเนินงานสุขภาพจิต จิตเวช และยาเสพติด มีพยาบาลผู้ปฏิบัติงานเฉลี่ย ๒-๔ คนเท่านั้น กับภาระงานที่มากมาย และมากขึ้นทุกวัน ทุกคนมีใจทํางานเกินร้อย แต่ไม่สามารถทําได้เต็มที่เพราะไม่มีโครงสร้าง สําหรับงานสุขภาพจิต จิตเวช และยาเสพติด ที่ผ่านมาเปึนเพียงงานฝากกับกลุ่มงานต่าง ๆ เมื่อเปึนเพียงงานฝากไม่มีกําลังคนที่ชัดเจน โครงสร้างไม่มี ใครใคร่ทํา ทํา บางแห่งมีการบริการ เพียง ๑ วันต่อสัปดาห์ทําให้ไม่มีการดูแลที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง ขอเรียนฝากท่านประธาน ไปยังสํานักงาน ก.พ. เรื่องของอัตรากําลังคน ฝากไปท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้มีโครงสร้างกลุ่มงานสุขภาพจิตจิตเวช และยาเสพติดในทุกโรงพยาบาลชุมชนครบ ๗๘๐ แห่งทั่วประเทศ เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปรองรับงาน ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกัญชาทางการแพทย์ งานดูแลผู้ต้องขัง คดียาเสพติด ประกอบกับ นโยบายที่โอนภารกิจให้กับกระทรวงสาธารณสุข ขออย่าให้งานนี้เปึนเพียงงานฝากในโรงพยาบาล ขอบคุณค่ะ
ต่อไปเชิญ ท่านสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีที่ใช้ทางสัญจร ไปมาบนถนนทางหลวงหมายเลขสาย ๓๔๖ ปทุมธานี-บางเลน ณ บริเวณจุดตัดสี่แยกนพวงศ์ อําเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ท่านประธานครับ ไม่ว่าพี่น้องประชาชนชาวบางเลน จะมาจังหวัดปทุมธานีหรือพี่น้องปทุมธานีจะไปอําเภอบางเลน มาถึงจุดตัดสี่แยกนพวงศ์ แล้วจะต้องหาทางกลับรถในบริเวณคลองถนนทางหลวงหมายเลขสาย ๓๔๐ กรุงเทพฯ- สุพรรณบุรี แล้วจึงจะเลี้ยวเข้าถนนสาย ๓๔๖ ปทุมธานี-บางเลน ประกอบกับถนนทางหลวงหมายเลข สาย ๓๔๐ นั้นมีการจราจรที่ใช้ความเร็วสูง ไม่ว่ารถบรรทุกสิบล้อ สิบแปดล้อ รถบัส รถยนต์นั่ง ส่วนบุคคล จึงทําให้เกิดอันตรายต่อชีวิตพี่น้องประชาชนมาอย่างมากมาย ท่านประธานทราบไหมว่า ถนนทางหลวงหมายเลขสาย ๓๔๐ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี นั้นก่อสร้างมาเมื่อป้ ๒๕๒๑ บัดนี้ ล่วงเลยเปึนเวลา ๔๑ ป้แล้วที่กรมทางหลวงได้ปล่อยปละละเลยไม่สนใจใยดีต่อสภาพพื้นที่ ไม่สร้างสะพานต่างระดับข้ามจุดตัดสี่แยกนพวงศ์ หรือจะฆ่าชีวิตพี่น้องประชาชนที่ใช้ ทางสัญจรไปมาอีกมากน้อยขนาดไหน ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน และทีมงานนั้นได้เกิด อุบัติเหตุ ณ จุดนี้เช่นเดียวกันทําให้ทีมงานได้เสียชีวิตไป ๒-๓ คน ท่านอดีต ส.ส. ประยูร จอประยูร อดีต ส.ส. จังหวัดนนทบุรี หวิดเอาชีวิตมาทิ้ง ณ จุดตัดสี่แยกนพวงศ์เช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนได้ล้มตายไป ณ บริเวณนี้จํานวนมากมาย วันนี้ผมเองนั้นต้องขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโปรดเร่ง ดําเนินการในการก่อสร้างสะพานโอเวอร์พาส (Overpass) ณ จุดนี้ด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันนําเรียนประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องที่ต้องใช้เส้นทาง สัญจรไปมาทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๖ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๖ ตอนนี้มีการขยาย ๔ ช่องจราจรมาถึงแค่บริเวณตําบลท่างิ้ว ก็คือเลยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ไปนิดเดียวเท่านั้นค่ะ ทั้ง ๆ ที่ถนนสายดังกล่าวเปึนถนนที่เชื่อมโยงศูนย์รวมของการศึกษา มีมหาวิทยาลัย มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณ ๒ ข้างทางมากมาย เปึนศูนย์รวมเศรษฐกิจค่ะ เชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจ ที่บอกว่าเส้นทางเศรษฐกิจก็เพราะว่า เส้นทางสายดังกล่าวจากสามแยกเบญจมราชูทิศไปจนถึงสามแยกนาเหรงนี้นะคะ เปึนเส้นทาง ที่ต้องใช้การคมนาคมขนส่งทุเรียน ท่านประธานคะ เปึนเส้นทางที่ขนส่งทุเรียน เส้นทางขนส่งมังคุด และเปึนเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจของเส้นการท่องเที่ยวด้วย มีทั้งพระตําหนักวัดเขาขุนพนม มีทั้งน้ําตกพรหมโลก น้ําตกอ้ายเขียว นี่ยังไม่รวมการไปดูทะเลหมอกตอนเช้าบนบริเวณกรุงชิง มีล่องแก่งจากคลองกลายด้วย เส้นทางนี้ถ้ารวมมูลค่าด้านธุรกิจรวมแล้วกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ต่อป้ ท่านประธานคะ แต่ถ้าไปดูสถิติของการเกิดอุบัติเหตุที่ทําให้เสียชีวิตและทุพพลภาพ มีไม่น้อยกว่า ๑๐๐ รายต่อป้ เส้นทางตอนนี้นอกจากไม่ได้ขยายไหล่ทางแล้ว เปึนเส้นทางเดิมเลย ที่สร้างกันมาเรียกได้ว่าไม่ได้มีการปรับปรุง มีแค่ช่วงชุมชนเท่านั้นที่มีการขยายเปึน ๗ ออน ๑๒ จึงนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงว่าวันนี้นอกจากท่านจะดูเรื่องของจํานวนรถ ที่ขนส่งไปมาแล้วให้คํานึงถึงเศรษฐกิจและเรื่องของการท่องเที่ยวเปึนลําดับต่อมาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญ ท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่าน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ พี่น้องประชาชนใน ๗ หมู่บ้านของตําบลด่าน อําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ประสบภาวะภัยแล้งขาดแคลนน้ําที่จะมาทําน้ําประปา ๗ หมู่บ้าน มันมีจุด ๆ หนึ่งอยู่บริเวณนั้นที่เขาใช้น้ําดิบที่อยู่ตรงนั้นไปทําน้ําประปา แต่วันนี้มันแล้ง มันแห้งมันไม่สามารถที่จะนําไปใช้ได้เลย เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปพิจารณาหาทางช่วยเหลือพี่น้องใน ๗ หมู่บ้านนี้เพื่อให้ มีน้ําดิบในการใช้ทําน้ําประปาด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ วันนี้ ๔-๕ ตําบลของอําเภอราษีไศลมีตําบลไผ่ มีตําบลช่างป้ื มีตําบลเมืองแคน ตําบลหว้านคํา กําลังเกิดยุทธการในการแย่งรวงข้าวกับหนอนกระทู้รวงข้าว มันลงแค่ ๒-๓ วันค่ะท่านประธาน เรียบเลยค่ะ แล้วข้าวที่เคยได้ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ก็เหลือ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลกรัม มันจะปฏิบัติการในตอนกลางคืน กลางวันมันจะเก็บตัวเงียบ อยู่ในต้นข้าว เพราะฉะนั้นวันนี้พี่น้องได้รับผลกระทบตั้งแต่แล้งมาแล้วนะคะท่านประธาน แล้งแล้ว แล้วก็มาท่วมอย่างสาหัส แล้วก็มาเจอหนอนกระทู้ เพราะฉะนั้นตายค่ะ ตอนนี้กําลัง รอความตาย เพราะฉะนั้นใครจะเปึนคนให้น้ําเกลือ ดิฉันอยากจะนําเรียนไปยังรัฐบาล ในป้ ๒๕๖๐ ท่านเคยช่วยเหลือครอบครัวละ ๓,๐๐๐ บาท ลองดูอีกสักครั้งน่าจะเปึนการ ให้เขาได้ฟุ๋นคืนมาสักนิดหนึ่ง ราคาข้าวท่านประธานแย่มากเลย จาก ๑๔ บาทตอนนี้เหลือ ๑๑ บาทกว่าเท่านั้นเอง รุมเร้านะคะ เกษตรกรจะมีชีวิตอยู่ได้ไหม ฝากถึงรัฐบาลด้วยนะคะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเอกภพ เพียรพิเศษ ครับ
ท่านประธานสภาครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ผมขออนุญาต ใช้ภาพประกอบที่ขออนุญาตไว้แล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
การมีสุขภาพที่ดีเปึนสิทธิของประชาชน ทุกคนครับ รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี สวนสาธารณะและสถานที่ออกกําลังกาย ถือเปึนสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รัฐควรจัดให้มีอย่างทั่วถึงนะครับ จังหวัดเชียงรายมีสถานที่ ที่เรียกว่าสนามบินเก่า เป่ดภาพไปเรื่อย ๆ นะครับ สนามบินเก่าแห่งนี้เปึนสนามบินแห่งแรก ของภูมิภาค สนามบินแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของชาวจังหวัดเชียงรายที่ใช้แรงงาน ชาวจังหวัดเชียงรายมาช่วยกันสร้างร่วมกับงบประมาณของภาครัฐนะครับ ในช่วงสงคราม ทางกองทัพอากาศได้ใช้สถานที่เปึนประโยชน์ในสนามบินทหารแล้วก็มีการครอบครอง โดยกองทัพอากาศตั้งแต่นั้นเปึนต้นมา แต่ปัจจุบันสนามบินแห่งนี้ไม่สามารถทําการบินได้แล้ว เนื่องจากว่าไม่ได้มีการทํานุบํารุงลานบิน แล้วก็มีสนามบินแห่งใหม่ที่อยู่ห่างกันไปไม่ไกล ถ้าใช้เครื่องบินทหารระยะเวลาการบินแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเองนะครับ ทุกวันนี้ชาวจังหวัดเชียงรายใช้สถานที่แห่งนี้ในการออกกําลังกายบนรันเวย์ (Runway) ระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร เช้า เย็น รวมแล้ววันหนึ่งเปึนพันคน เพื่อสนับสนุน การออกกําลังกายและการมีสุขภาพที่ดีของชาวจังหวัดเชียงราย ผมก็อยากให้กองทัพอากาศ มอบคืนพื้นที่ให้ประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย สิ่งใดที่เปึนของประชาชนทหารที่ครอบครองไว้ ก็ควรคืนให้ประชาชนได้แล้ว หรือว่าในช่วงนี้อาจจะติดขัด การคืนอาจจะมีปัญหาในเรื่อง ระเบียบอะไร อย่างน้อย ๆ ช่วยติดไฟ ช่วยสร้างสิ่งอํานวยความสะดวก เช่นห้องน้ําห้องท่า ให้คนมาออกกําลังกายได้ใช้ประโยชน์ได้ ก็ต้องขอวิงวอนให้คืนสิ่งที่เปึนของประชาชน ให้ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. สืบเนื่องจากว่ากระผมเองนั้นได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน อันเปึนผู้ปกครอง ของเด็กนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลธรรมภิรักษ์ธนบุรีว่าทางผู้จัดการมรดกและทางทายาท ของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงเรียนดังกล่าวได้จดแจ้งว่าจะดําเนินการเลิกกิจการ โรงเรียนเมื่อจบภาคเรียนที่ ๒ ของป้การศึกษา ๒๕๖๒ และจะนําที่ดินอันเปึนที่ตั้งของ โรงเรียนออกขาย เพื่อนําไปชําระหนี้ให้กับผู้เปึนเจ้าหนี้ของผู้ได้รับใบอนุญาต ส่วนเงินที่เหลือ ก็จะนําไปแบ่งปันให้กับทายาททุกคน ซึ่งการกระทําดังกล่าวนั้นเปึนไปเพื่อประโยชน์ ของผู้จัดการมรดกและทายาทของผู้ได้รับใบอนุญาตแต่เพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกัน ก็เปึนการสร้างปัญหาให้กับเด็กซึ่งจะต้องหาที่เรียนใหม่ เปลี่ยนครูใหม่ ปรับตัวให้เข้ากับ สภาพการเรียนของโรงเรียนใหม่ ซึ่งถือว่าเปึนการกระทําซึ่งไม่ได้ดูว่าเด็กนั้นจะได้รับ ผลกระทบแต่ประการใด ซึ่งการเลิกกิจการโรงเรียนตาม พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๔ วรรคหนึ่ง ได้กําหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือทายาท จะต้องดําเนินการขอยกเลิก กิจการโรงเรียนพร้อมด้วยเหตุผลต่อผู้อนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วันก่อนสิ้นป้การศึกษา ซึ่งก็ไม่ทราบว่าได้มีการยื่นแล้วหรือยัง และในมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม การกําหนดให้ผู้อนุญาต จะกําหนดมาตรการหรือเงื่อนไขให้ทางโรงเรียนต้องปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ ในการจัดการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนก่อนอนุญาตให้เลิกกิจการโรงเรียนตามที่ ได้เห็นสมควรก็ได้ ซึ่งในมาตรานี้ถือว่าเปึนมาตราที่มีการคุ้มครองสิทธิและเพื่อประโยชน์ ในการจัดการศึกษาของนักเรียนก่อนที่จะอนุญาตให้มีการเลิกโรงเรียน ซึ่งกระผมเห็นว่า ผู้อนุญาตจะให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทผู้ได้รับใบอนุญาตชะลอการเลิกกิจการออกไปอีก ๒ เดือน เพื่อรอให้เด็กนักเรียนทุกคนนั้นได้จบการศึกษาในชั้นอนุบาล ๓ จึงจะออกใบอนุญาต เลิกกิจการให้ได้ ซึ่งกระผมขอกราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอํานาจในการอนุญาตก็คือ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ คุณมุกดา พงษ์สมบัติ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ท่านประธานคะ ดิฉันมี ๒ เรื่องฝากถึงท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๑ เรื่องตัดไม้ยูคาออกในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ําพอง สวนป์าสาวะถี สวนป์าโสกแต้ สวนป์าองค์การอุตสาหกรรมป์าไม้โคกป์าเจ้าปาน เพราะไม้ยูคาทําให้เกิดภัยแล้ง ท่านจะเห็นว่าไม้ยูคาเกิดที่ไหน ภัยแล้งเกิดที่นั่น เพราะพันธุ์ไม้ประเภทนี้ดูดซับน้ําในพื้นที่เรา ไปหมด เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ๙ หมู่บ้านในตําบลป์าหวายนั้นได้ทําหนังสือ และเขา ทําประชาคม ดิฉันฝากท่านประธานมีเอกสารพร้อม ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอให้เอาไม้ยูคาออกแล้วเพื่อจะปลูกป์าทดแทน คือ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ยางนา ที่เกิดซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ตลาดของชาวบ้านต่อไป
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อน ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องแหล่งน้ํา แหล่งน้ําเปึนสิ่งที่ประชาชนของเราต้องการมากที่สุด ท่านประธานรู้ไหมคะว่า เขตพื้นที่ที่ดิฉันจะกราบเรียนท่านประธาน ๑๑๔ ไร่ ปักเขตมา ๒๐ กว่าป้ไม่มีหน่วยงานไหน ที่เข้ามารับผิดชอบเลย ดิฉันได้ลงพื้นที่ไปพบกับท่านกํานันธวัชชัย ตําบลโนนท่อน หมู่ที่ ๓ กับหมู่ที่ ๑๒ ท่านบอกว่าขอเจอกับท่านหน่อย กระทรวงไหนที่รับผิดชอบ และได้เจอกับท่านทอง ผู้ใหญ่บ้านและผู้นําธรรมชาติ ชื่อ ทอง วงษ์เส ท่านบอกว่าอายุจะ ๗๐ ป้แล้วขอเห็นแหล่งน้ําหน่อย เพื่อคุณประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนน้ําคือหัวใจ น้ําคือชีวิตในพื้นที่ของเขา เพราะฉะนั้น โครงการที่รัฐบาลทําไม่ผิดหรอกค่ะที่ท่านทําไม่ว่าโครงการบัตรประชารัฐแต่ไม่ตอบโจทย์ ประชาชนเราเลยสิ่งที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นประชาชนบอกฝากถึงรัฐบาลว่าโครงการชิมช้อปใช้ของรัฐบาลตอบโจทย์เราไม่ได้ เขาบอกว่าสิท่านประธานขออนุญาตท่านเปึนคนอีสาน ส่งก็ขาด เกิบบ่มีใส่ ชิมช้อปใช้สิไปใช้ หม่องใด๋ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ นําบุญกุศลมามอบกับท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ผมเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับพี่น้อง ชาวบ้านบางจิก หมู่ที่ ๗ ตําบลวัดโบสถ์ อําเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อไปรับตราตั้ง เลื่อนสมณศักดิ์เจ้าอาวาสวัดบางจิกที่เลื่อนเปึนพระครูสิริสีลวิสุทธิ์ ซึ่งวัดนี้ไม่มีเจ้าอาวาสที่มี สมณศักดิ์เปึนพระครูมานับเปึนเวลาร้อยกว่าป้แล้วครับ ไปถึงก็ตกใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ตกใจว่าพระทําพิธีฉลองกันในพระอุโบสถ แต่พระอุโบสถนั้นมืดสลัวมีแต่ไฟปัืนสํารอง ที่กําลังฉลองกันในขณะนั้น ก็แปลกใจว่าทําไมฉลองกันในบรรยากาศที่มืดสลัวอย่างนั้น ก็ถามกับชาวบ้าน ปรากฏว่าไฟดับ ไฟของการไฟฟัาที่เปึนซิงเกิล เฟส (Single phase) ที่เปึนเฟส (Phase) เดียวนั้นดับ แล้วกําลังใช้เครื่องปัืนไฟสํารองอยู่ มีรถการไฟฟัาฉุกเฉิน กําลังแก้ไข ดังนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานช่วยประสานกับการไฟฟัาส่วนภูมิภาค เปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟัาเปึน ๓ เฟส (Phase) ให้กับพี่น้องหมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๐ บ้านบางจิก บ้านดอนทอง ตําบลวัดโบสถ์ อําเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยครับ ขอบพระคุณ เปึนอย่างสูงครับ
ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒินะครับ ต่อไปเชิญท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ มีเรื่องเรียนปรึกษาท่านประธานดังนี้ ถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่แยกเลี่ยงเมือง บางพระถึงแยก พล.ร. ๑๑ เปึนถนนสายหลักถนนชํารุดมีการจราจรที่แออัดมาก ไม่เพียงพอ ต่อการจราจรในปัจจุบัน พ่อแม่พี่น้องฝากความห่วงใยว่าอย่าให้แผนงานการขยายถนนนี้ ที่บรรจุอยู่ในแผนงานป้งบประมาณ ป้ ๒๕๖๓ ต้องตกไป เพราะจังหวัดฉะเชิงเทราจะเสียโอกาส ในการพัฒนาถนนที่สําคัญเส้นนี้ครับ
เรื่องต่อไป ทางแยกบ้านบางปรง ปากถนนซอย ฉช. ๒๐๐๔ ลักษณะทางกายภาพ ไม่เหมาะสม ปากซอยแคบ เกิดปัญหาการจราจรติดขัด แออัดอยู่เปึนประจําฝากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบดําเนินงานแก้ไขขยายเส้นทางปากซอย และฝากถึงถนน ฉช. ๒๐๐๔ ทั้งเส้นทาง ไม่มีไหล่ทาง ทางแคบ ฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบวางแผนการขยายถนนในอนาคตด้วยครับ
เรื่องถัดไป ปัญหาราคาปลา ราคากุ้งตกต่ําจากกรณีการนําเข้ากุ้งจากต่างประเทศ ซึ่งราคาถูกกว่ากุ้งในประเทศ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งได้รับความเดือดร้อนเปึนจํานวนมาก ขอฝากถึงกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินงานแก้ไขและหามาตรการ แก้ไขปัญหานี้ด้วยครับ
เรื่องสุดท้าย ข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จากกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทยจะป่ดทางข้ามทางรถไฟกิโลเมตรที่ ๖๓ หมู่ที่ ๑๕ ตําบลท่าไข่ อําเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ฝากถึงการรถไฟแห่งประเทศไทยลงพื้นที่สํารวจความต้องการของพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณแนน บุณย์ธิดา สมชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แนน สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือกราบเรียนท่านประธาน ๒ เรื่องหลัก ๆ ค่ะท่านประธาน สืบเนื่องจากสภาวะที่เกิดน้ําท่วมใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้ว ท่านประธาน แล้วดิฉันก็ได้เคยหารือไปแล้ว ๑ ครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการเข้าไป ดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือสะพานข้ามแม่น้ําลําโดมใหญ่ บริเวณจากบ้านสะพานโดม ตําบลแก่งโดม อําเภอสว่างวีระวงศ์ ข้ามมาที่บ้านผักหย่า ตําบลไร่ใต้ อําเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งบริเวณนี้ดิฉันเคยได้หารือไปแล้ว ๑ ครั้งเมื่อช่วงที่เกิดเหตุใหม่ ๆ ครั้งแรก ผ่านมาประมาณ ๒ เดือนกว่าแล้วค่ะ คอสะพานที่ใช้ข้ามบริเวณฝัืงบ้านสะพานโดมขณะนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะ ให้รถขนาดใหญ่หกล้อขึ้นไปข้ามได้นะคะ แล้วก็ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล เนื่องจากในขณะนี้ทางผู้นําของหมู่บ้านได้ใช้วิธีเอาถังน้ํามันเก่ากับกรวยที่หาได้แถวนั้นมาวางกั้น เอาไว้ให้ได้เพียงรถขนาดเล็กในการข้ามไปได้ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูโดยด่วนเลยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน เปึนการซ่อมแซมพื้นผิวจราจรของทางหลวง หมายเลข ๒๑๗ ช่วงอําเภอพิบูลมังสาหารจนถึงอําเภอสิรินธร ซึ่งบริเวณนี้ ท่านประธาน เปึน ถนน ๔ เลนแล้วเราใช้ในการเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานีไปถึงประเทศลาว แขวงจําปาสักเปึนเส้นทางสายหลัก เส้นทางสายเศรษฐกิจ แต่เฉพาะการซ่อมแซมผิวจราจร ฝัืงเดียวใช้เวลาเกือบป้แล้วค่ะ แล้วล่าสุดเพิ่งจะเริ่มงานขั้นสุดท้ายซึ่งอีกฝัืงหนึ่งทางประชาชน ก็มีข้อกังวลมาว่าในเมื่อเปึนทางเส้นหลักแล้วก็ไม่ควรจะให้ทางผู้รับเหมาผู้ดําเนินงานทํางาน ได้ล่าช้า มันเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากเพราะเนื่องจากต้องใช้ทางสลับกันไปสลับกันมาทั้งสองฝัืง ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเปึนตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายมาร้องเรียน ผ่านท่านประธานในเรื่องของข้าว วันนี้จังหวัดเชียงรายเปึนจังหวัดที่ถือว่าแล้ง ประสบภัยแล้ง ตั้งแต่การหว่าน ๓ ครั้งจนถึงการเกี่ยว ตอนนี้เกี่ยวข้าวก็เกี่ยวไม่ได้ต้องรอการสํารวจของ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าความเสียหายที่จะเกิดจากภัยแล้งนั้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็รีบ ๆ ช่วยออกสํารวจ สําคัญที่สุดก็คือการประกาศจังหวัดเปึนภัยพิบัติ วันนี้จังหวัดเชียงรายยังไม่ได้ประกาศเปึนจังหวัดที่มีภัยพิบัติ ขอให้ทางรัฐบาลช่วยประกาศด้วย เพื่อที่จะได้บริหารจัดการในเรื่องการประกันของ ธ.ก.ส. หรือค่าเก็บเกี่ยว ถ้าเกิดว่ามีภัยพิบัติ ก็จะได้ชดเชยเปึนค่าเก็บเกี่ยวด้วย แล้วเรื่องของราคาก็ปรากฏว่ารัฐบาลได้ส่งให้บริษัทยักษ์ใหญ่ เข้าไปซื้อสินค้า ซื้อข้าวจากชาวนาก็ราคาก็ดีช่วงต้น ๆ ครับ แต่ตอนนี้รัฐบาลได้ปล่อยแล้ว ปล่อยให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ซื้อตามใจชอบ ก็คือว่าข้าวเจ้าปกติตอนนี้เหลือ ๕ บาท ต่อกิโลกรัม ข้าวเหนียว ๘ บาท ข้าวหอมมะลิ ๑๑ บาท วันนี้ค่าชดเชยบอกว่าข้าวหอมมะลิ ของจังหวัดเชียงรายราคาเกิน ข้าวเหนียวราคาเกินก็ไม่ได้ชดเชย วันนี้ข้าวเหนียว ๘ บาท ๙ บาท แล้วท่านบอกว่ามันเกินได้อย่างไร ท่านประกันไว้ ๑๗ บาท อย่างไรช่วยไปดู รายละเอียดของจังหวัดเชียงรายเพราะเปึนจังหวัดที่แล้งมาตั้งแต่ต้นให้ประกาศเปึนภัยพิบัติด้วย อย่างไรก็ฝากท่านประธานช่วยดูแลจังหวัดเชียงรายด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญยิ่ง นิติกาญจนา เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคณะคุณครู เนื่องด้วยในปัจจุบันนี้โรงเรียนไม่สามารถได้รับ การสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งทางโรงเรียน ได้รับงบประมาณจากต้นสังกัด แต่ในความเปึนจริงไม่เพียงพอต่อการบริหารงานในโรงเรียน ทําให้มีผลต่อการพัฒนา ส่งเสริมเด็กนักเรียนและเยาวชนในชุมชนทุก ๆ ด้าน โรงเรียนคือ บ้านหลังที่สองกรุณาช่วยให้ความสําคัญด้วย ดิฉันทราบว่าการนํางบประมาณของท้องถิ่น มาสนับสนุนโรงเรียนผิดต่อระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมที่จะสนับสนุนแต่ไม่สามารถทําได้ จึงขอฝาก ท่านประธานสภาผ่านไปยังคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาหาทางหาข้อแก้ไข หรือยกเว้นระเบียบในเรื่องนี้ด้วย เพื่อจะได้เปึนประโยชน์ในการพัฒนาเด็กนักเรียนและ เยาวชนในชุมชนต่อไปอย่างยั่งยืน จากประสบการณ์ของดิฉันที่ได้เห็นมาในตําบลนี้จะ มีโรงเรียนหลาย ๆ โรงเรียนในชุมชน แล้วก็จะมีการจัดกีฬาภายในชุมชนตําบลของตัวเอง หลาย ๆ โรงเรียนร่วมกัน แต่ขาดงบประมาณ ซึ่งพวกดิฉันอยากจะสนับสนุนก็มีข้อจํากัดว่า ให้ได้ครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ไม่พอกับการจัดกิจกรรม ก็อยากให้เมตตาโรงเรียนให้เขา ได้มีกิจกรรมโดยสนับสนุนเรื่องงบประมาณ ขอขอบพระคุณนะคะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณคารม พลพรกลาง เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนําเรียนหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของบริษัทไฟแนนซ์ (Finance) ที่รับจํานําที่เปึนผู้ให้เช่าซื้อ แล้วก็มีคนเอารถที่เช่าซื้อไปจํานํากับบริษัทที่เป่ดรับ จํานําทางเว็บไซต์ (Web site) เปึนบริษัทเถื่อน รวมทั้งประชาชนที่ได้ร้องเรียนมาที่ผม เปึนชาวบ้านที่ต้องการใช้เงินเพื่อทํามาหากินใช้ประกอบอาชีพ รายละเอียดมีว่าเมื่อขณะนี้ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ําประชาชนที่ต้องการใช้เงินที่มีรถยนต์เปึนของตัวเอง ทั้งที่รถยนต์เขา อาจจะผ่อนชําระหมดแล้ว หรือบางกรณีก็ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชําระของบริษัทไฟแนนซ์ (Finance) ขณะนี้มีบริษัทหรือมีกลุ่มคน หรือทั้งเปึนนิติบุคคลและบุคคลธรรมดานี้ ได้ประกาศทางเว็บไซต์ (Web site) รับจํานํารถยนต์ราคาถูกแล้วก็ให้ราคาสูง ดอกเบี้ยถูก ก็มีหลายคนเอาไปจํานําปรากฏว่าพอจํานําเสร็จก็มีการปลอมเอกสารเอารถไปแยกชิ้นส่วน เรียกว่า ชําแหละ เอาไปขายตามชายแดน นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าบางครั้งก็เอารถหายไปเลย เอาไปขายทั้งคันเลย เมื่อคนที่เขาเอารถไปจํานําเขาไปติดตามก็ปรากฏว่าไม่มีรถแล้ว พอไปแจ้งความตํารวจ ก็ไม่ให้ความร่วมมือ บางครั้งบางท้องที่ตํารวจรู้เห็นเปึนใจอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่เปึนอันตรายกับคนหมู่มากทั่วประเทศก็ว่าได้ แต่ส่วนใหญ่จะเปึนกรณีที่เกิดใน กรุงเทพมหานคร เพราะเนื่องจากว่าเปึนพื้นที่กว้างแล้วก็มีระบบที่เรียกว่า ประกาศรับจํานํา ก็คือขายฝากนี่เอง แต่ชาวบ้านเขาเรียก รับจํานํา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องเดือดร้อน ที่อยากจะให้ ผบ.ตร. รวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติลงไปดูแล เพราะเหตุว่ามันเกี่ยวข้องกับหลายส่วน แล้วก็สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงนําเรียนท่านประธานมาด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําเรียนปัญหาของพี่น้องชาวอําเภอจุฬาภรณ์ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า ปัญหาของพี่น้องชาว อําเภอจุฬาภรณ์เปึนปัญหาที่ใหญ่มากสําหรับพี่น้องที่นั่นก็คือปัญหาเรื่องน้ํากินน้ําใช้ อําเภอจุฬาภรณ์ไม่มีระบบน้ํากินน้ําใช้ทั่วทั้งอําเภอ เรามีแหล่งน้ําก็คือว่าแหล่งน้ําน้ําตกโยง อยู่ในอําเภอร่อนพิบูลย์ อีกฝัืงหนึ่งห้วยน้ําใสเปึนแหล่งน้ําของกรมชลประทาน แต่ว่าไม่มี ระบบที่จัดการต่อท่อมาให้บริการกับพี่น้องชาวอําเภอจุฬาภรณ์ ซึ่งอยู่ระหว่างกลางของ แหล่งน้ําทั้ง ๒ แหล่งนี้ ผมได้ปรึกษาหารือกับท่านนายก อบต. ทุก อบต. นั่นก็คือ อบต. ทุ่งโพธิ์ ทั้ง ๓ ตําบล ทั้งนาหมอบุญ ทั้งบ้านชะอวด ควนหนองคว้า แล้วก็ควนมุด ก็เลยบอกว่า น่าที่จะให้รัฐบาลไปดําเนินการหาเจ้าภาพในการจัดการหาน้ํา มีแหล่งน้ําอยู่แล้วครับ ท่านประธาน เพียงแต่ว่าวางท่อน้ําจากแหล่งน้ําทั้งห้วยน้ําใส แล้วก็ปลายน้ําตกโยงผ่านข้างทาง ถนนสายเอเชีย สาย ๔๒ แล้วก็เปึนท่อน้ําส่งน้ํา แล้วก็ให้ อบต. แต่ละ อบต. ตั้งมิเตอร์ แล้วก็จัมพ์ (Jump) เข้าไป แล้วก็บริหารจัดการภายใน อบต. แต่ละ อบต. เอง ถ้าเปึนแบบนี้ น้ําในอําเภอจุฬาภรณ์ก็จะทั่วถึงอย่างเปึนระบบ ตอนนี้มีแค่การประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปดําเนินการอยู่ในบางส่วนซึ่งไม่มาก จึงอยากจะเรียนท่านประธานว่าน่าจะให้รัฐบาล ได้เปึนเจ้าภาพในเรื่องนี้ หาเจ้าภาพในเรื่องนี้บริการพี่น้องประชาชนชาวอําเภอจุฬาภรณ์ด้วย ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเอกการ ซื่อทรงธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีเรื่องขอหารืออยู่ ๑ ประเด็นหลัก ๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนจังหวัดแพร่ สืบเนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนของประชาชนในเขตเทศบาล เมืองแพร่ เรื่องโครงการปรับภูมิทัศน์ ๔ มุมเมืองของประตูเข้าออกเมืองเก่าโบราณสถานสําคัญ ของเมืองแพร่ที่มีอายุกว่า ๑,๐๐๐ ป้ครับ ซึ่งเปึนการปรับปรุงพื้นถนนบริเวณประตูชัย ประตูมาน ประตูใหม่ และประตูศรีชุม โดยการเปลี่ยนผิวจราจรเปึนอิฐพิมพ์ลายตามแบบกรมศิลปากร แต่ผิวถนนมีการใช้อะคริลิก (Acrylic) ผิวมันพ่นฉาบหน้าเพื่อความคงทน ซึ่งทําให้ถนนลื่น ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในจุดสี่มุมเมือง ซึ่งมีสถิติเกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน เช่น รถจักรยานยนต์ เสียหลัก รถยนต์ลื่นไถล ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ที่ได้เข้ามาตรวจสอบปัญหาดังกล่าวและได้มีการสั่งการแก้ไข แต่ในประเด็นที่ผมสนใจ คือการออกแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดแพร่ สังกัดกระทรวงมหาดไทยได้คํานึงถึง ความปลอดภัยของประชาชนหรือไม่ และได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยรอบ หรือไม่ถึงแนวทางการปรับปรุงแก้ไข โดยหลักการในการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องถนนซึ่งประชาชนใช้ในการสัญจรไปมาทุก ๆ วัน ความสําคัญเปึน สิ่งสําคัญอันดับแรก ดังนั้นหากภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมความปลอดภัย โดยการให้ประชาชน สวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัยให้ขับขี่ระมัดระวัง ภาครัฐก็ควรออกแบบถนนให้ปลอดภัย ถึงประชาชนก่อนนะครับ จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยทําการแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาในเรื่องเร่งด่วน เนื่องด้วยเกษตรกรในจังหวัดพิจิตรและอีกหลาย ๆ จังหวัดที่ประกอบอาชีพทํานา โดยเฉพาะนาป้ ข้าวหอมมะลิในป้นี้ที่เกิดภาวะฝนแล้งทิ้งช่วง เปึนเวลานานและช่วงฤดูฝนก็มาช้าปลายเดือนสิงหาคม แล้วก็เกิดน้ําท่วมเดือนกันยายน ช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวเลยเลื่อนช้าออกไป โดยส่วนใหญ่เริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน เปึนต้นไป ซึ่งประสบปัญหาราคาข้าวหอมมะลิในช่วงตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายนราคาตกต่ํามาก และยังปรับราคาลดลงต่อเนื่องทุก ๆ วัน เมื่อนําข้าวสดในความชื้นประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไปขายได้เฉลี่ยในวันนี้ตันละ ๑๐,๘๐๐-๑๑,๐๐๐ บาท ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ขายได้เฉลี่ย ตันละ ๑๓,๒๐๐ บาท ในขณะที่ราคาประกันรายได้ข้าวหอมมะลิอยู่ในราคา ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ราคาอ้างอิงในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ อยู่ที่ราคา ๑๕,๔๕๑ บาท จึงไม่สามารถ ได้ส่วนต่างประกันราคาตามนโยบายของภาครัฐได้ โดยการเพาะปลูกของข้าวหอมมะลิ ทั้งจังหวัดพิจิตรมีจํานวน ๔๗๘,๓๑๒ ไร่ โดยมีผลผลิตจํานวน ๒๐๐,๐๐๐ ตันเศษ จึงใคร่ขอ ความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่าป้นี้ข้าวหอมมะลิราคาลดลง ส่วนต่างยังไม่ชัดเจน แต่ที่สําคัญชาวนาไม่ได้ผลผลิต เต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงอยากให้ช่วยปัจจัยการผลิต เช่นช่วยค่าเก็บเกี่ยวให้ชาวนารายละ ๒๐ ไร่ ส่วนตัวเลขไร่ละเท่าไรก็อยู่ในดุลยพินิจตามความเหมาะสม แต่อย่าให้น้อยกว่าป้ที่ผ่านมา เพื่อพี่น้องชาวนาจะได้ลืมตาอ้าปากไม่เปึนหนี้เปึนสินต่อไปครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ฝายกั้นน้ําลําห้วยได้รับความเสียหายที่บ้านไชยา หมู่ที่ ๔ ตําบลสระใคร อําเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย เกษตรกรไม่สามารถนําน้ํามาทําเกษตรได้โดยเฉพาะในหน้าแล้ง ทําให้ผลผลิตได้รับความเสียหายและประชาชนขาดรายได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรีบเข้าแก้ไขครับ
เรื่องที่ ๒ ที่บ้านนาพิพาน หมู่ที่ ๔ ตําบลปะโค อําเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เปึนระยะเวลากว่า ๑๖ ป้แล้วที่ทุกครั้งฝนตกไม่ว่าจะเปึนฤดูกาลใดน้ําจะทะลักเข้าบ้านประชาชน ในพื้นที่เนื่องจากขอบถนนไม่มีท่อระบายน้ํา ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและทรัพย์สิน ได้รับความเสียหาย จึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ถนนเลี่ยงเมืองทางหลวงชนบท เลขที่ ๓๐๔๕ เริ่มต้นจากทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ไปสิ้นสุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๓ รวมระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ซึ่งเปึนเส้นทางที่สร้างได้ไม่นาน แต่ตอนนี้ชํารุดเสียหายหลายจุด ก่อให้เกิด การสัญจรที่ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง ประชาชนได้รับความเสียหาย และเดือดร้อน จึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องจะกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ กระทรวงคมนาคม เมื่อสักครู่เห็นท่านรัฐมนตรีอยู่เสียดายมากเลยครับ เพราะเรื่องนี้ถือว่า เปึนเรื่องสําคัญที่อยากจะขอร้องทางรัฐบาลและโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงคมนาคม ท่านประธานคงทราบนะครับว่าจังหวัดนครราชสีมาของกระผม เรามีสนามบินหรือท่าอากาศยาน นครราชสีมา อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมาไป ๒๖ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๔,๖๒๕ ไร่ เป่ดดําเนินการตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ ๒๒ ป้เต็ม ปัญหาต่าง ๆ ของการประสบความสําเร็จ สนามบินแห่งนี้วันนี้ต้องป่ดตัวลง แต่ท่านประธานทราบไหมว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งทางรัฐบาลที่ผ่านมา ได้มีการดําเนินการในการที่จะศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเรียกว่า คณะกรรมการขับเคลื่อน การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน และศูนย์ซ่อมอากาศยาน ณ ที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะเดียวกันในวันนี้จากการประกาศของมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ ๗ ป้ที่ผ่านมา เสียดายโอกาส คําว่า เสียดายโอกาส ก็เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน วันนี้ที่ท่าอากาศยาน นครราชสีมาถึงแม้จะป่ดตัวลงแต่จํานวนเที่ยวบินที่ขึ้นลงโดยบริษัทเช่าเหมาลําก็ดี บริษัทเอกชน บริษัทส่วนบุคคล ทหาร ข้าราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ เปรียบเทียบสถิติการบินป้ ๒๕๔๘ มีเที่ยวบินจํานวน ๗๕๕ เที่ยว แต่ในขณะเดียวกันป้ ๒๕๖๒ วันนี้มีทั้งหมด ๕๑,๐๘๔ เที่ยว นี่คือสถิติที่ท่าอากาศยานนครราชสีมาของผมได้มีการบันทึกไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็อยากจะ ขอให้รัฐบาลได้ช่วยดําเนินการเร่งรัดในเรื่องของการจัดตั้งศูนย์คณะกรรมการขับเคลื่อน นิคมอุตสาหกรรมอากาศยานของจังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ นางสาววรรณวิภา ไม้สน ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในสัดส่วน ของเครือข่ายแรงงานนะคะ ดิฉันได้รับร้องเรียนในเรื่องที่เปึนปัญหาคาราคาซังมาเนิ่นนาน จากจังหวัดชัยภูมิคือเรื่องทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ จังหวัดชัยภูมิ อําเภอสีคิ้ว จุดที่สําคัญที่สุด ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งก็คือโค้งโรงเรียนบ้านกุดละลม และจุดที่ ๒ จุดทางเข้า อบต. หนองนาแซง จุดที่ ๓ โค้งโรงปูนซีเมนต์ จนล่าสุดก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายนที่ผ่านมา เปึนปัญหามาเนิ่นนานที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ดิฉันขอให้ทางกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยขอให้ติดไฟแสงสว่างทั้ง ๓ จุดให้เพียงพอ เพราะว่ามืดมากไม่มีไฟส่องสว่างที่เพียงพอ อีกทั้งติดแยกไฟแดงในจุดที่ ๒ รวมถึงเกาะกลางถนน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และชาวบ้านที่ต้องข้ามไปข้ามมาทําธุระแถวนั้นด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๒ ประเด็นในเรื่องของการเลิกจ้างไม่เปึนธรรม หรือการละเมิดสิทธิ ต่าง ๆ ของลูกจ้างแรงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าลูกจ้างถูกโดนเลิกจ้าง ถูกลอยแพ ถูกนายจ้างป่ดโรงงานโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า แล้วไม่ได้จ่ายค่าชดเชย อย่างสไลด์ (Slide) ที่ทุกท่านได้เห็นนี้คือบริษัทที่ทางประเทศสหรัฐอเมริกาได้ยื่นหนังสือแล้วก็ขอให้ ประเทศไทยหยุดละเมิดสิทธิแรงงาน แล้วก็แจ้งว่าถูกตัด จีเอสพี (GSP) ไปเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน สิ่งเหล่านี้อยากให้ทางกระทรวงแรงงานเร่งแก้ไขปัญหา เพราะเห็นท่านรัฐมนตรีออกมาแจ้งว่า ไม่น่าห่วงในปัญหาเลิกจ้าง รวมถึงมีโรงงานเป่ดใหม่ถึง ๒,๘๘๙ โรงงาน เพราะฉะนั้นอยากทราบว่า มีปัญหาอะไรบ้าง จึงอยากให้แก้ไขเร่งด่วนดังนี้ คือ ๑. ให้เร่งตัดสิทธิเครือข่ายผู้บริโภคแล้วก็ ขึ้นบัญชีดํากับบริษัทที่ละเมิดสิทธิลูกจ้างต่าง ๆ เหล่านี้ และจะนําเอกสารทั้ง ๒ เรื่องนี้ส่ง เรียนท่านประธานต่อไป ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่าน พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ วันนี้ผมขอหารือกับท่านประธานในเรื่องที่พี่น้องประชาชนที่ขายของข้างทางทั่วทั้งประเทศ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน และอาชีพที่เกี่ยวข้องน่าจะถึงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน สินค้าที่ขาย เช่น แตงโม แตงไทย หรือว่าทุเรียน ลองกองพวกนี้ปรากฏว่าชาวบ้านหรือประชาชนที่สัญจร ไปมาเขาไม่กล้ากิน เนื่องจากเกรงว่ามีสารเคมีแล้วก็ไม่ปลอดภัย ผมเองผมหาแนวทางแก้ไข เสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะทําหนังสือรับรอง หรือว่าการันตี (Guarantee) ว่าเปึน เกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิก (Organic) ถ้าแบบนี้แล้วผมคิดว่าการขายสินค้าต่าง ๆ น่าจะ ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในการที่จะซื้อสินค้า แล้วพี่น้องประชาชนก็จะได้ประโยชน์ ผลดีที่จะเกิดตามมาคือ ๑. คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนก็จะดีขึ้น ๒. สุขภาพพี่น้องประชาชน ปราศจากการเจ็บป์วยเปึนโรคจากสารพิษ ๓. ประชาชนที่มีอาชีพจะขายพืชผลทางการเกษตรได้ ๔. หยุดการทําลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร ผมเลยขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าเปึนไปได้น่าจะการันตี (Guarantee) ในเรื่องนี้ด้วย แล้วก็พี่น้องประชาชนก็จะได้ทําเรื่อง เกษตรอินทรีย์มากขึ้น ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผม ขอเรียนท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบว่าทุกข้อหารือของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย สภาเราจะเร่งรัดในการทําหนังสือนําเอาข้อหารือของท่านส่งไปถึงกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบโดยด่วน เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนของพวกเรา เพราะทุกปัญหาที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้นํามาเสนอหารือ ในที่ประชุมสภานั้นล้วนแล้วแต่เปึนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น ส่วนท่านจะได้รับตอบช้าหรือเร็วแค่ไหนก็อยู่ที่ดุลยพินิจของทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสภาเราก็ได้เร่งรัดอยู่แล้วนะครับ ขอเรียนท่านได้ทราบว่าทางสภาเราไม่ได้ละเลย ในข้อหารือของท่าน
ท่านสมาชิกครับ ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอเรียนชี้แจงกับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ เนื่องจากว่าในระยะ ๒ วันมานี้มีท่านสมาชิกเราอาจจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่ตรงนัก ที่ไม่ถูกต้องนัก ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ได้มีการออกมาแถลงข่าวบ้าง มีการสอบถามมาถึงผมบ้างว่า ประธานใช้อํานาจอะไรในการที่จะไปแทรกแซงการทํางาน ของคณะกรรมาธิการ ผมก็อยากจะเรียนชี้แจงกับท่านทั้งหลายเพื่อจะให้เกิดความเข้าใจว่า การที่มีคําสั่งหรือมีระเบียบจากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงกรรมาธิการแต่ละคณะ เกี่ยวกับเรื่องที่คณะกรรมาธิการจะพิจารณาในการให้รายงานเรื่องที่คณะกรรมาธิการ จะพิจารณาในการประชุมสัปดาห์ถัดไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านประธานไม่ได้สั่งการโดยพลการ แต่เปึนการดําเนินงานทางธุรการของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรโดยอิงเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ วรรคสอง ที่บัญญัติเอาไว้ว่าการกระทํากิจการ การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษา ตามวรรคหนึ่ง ต้องเปึนเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของสภา หน้าที่และอํานาจตามที่ระบุ ไว้ในการตั้งคณะกรรมาธิการก็ดี ในการดําเนินการของคณะกรรมาธิการก็ดีต้องไม่เปึน เรื่องซ้ําซ้อนกัน ในกรณีที่การกระทํากิจการ การสอบหาข้อเท็จจริงหรือการศึกษาในเรื่องใด มีความเกี่ยวข้องกันให้เปึนหน้าที่ของประธานสภาที่จะต้องดําเนินการให้คณะกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องทุกชุดร่วมกันดําเนินการ นั่นก็คือหมายความว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้อย่างนี้ ข้อบังคับการประชุมสภาของพวกเรา ข้อ ๙๐ วรรคสี่ และข้อ ๙๐ วรรคหก ก็ได้เขียนบัญญัติ เอาไว้เปึนข้อบังคับ ฉะนั้นสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องดําเนินการเพื่อที่จะ ให้มีการเตรียมการเพื่อที่จะให้การดําเนินงานของทางกรรมาธิการของพวกเราเปึนไปด้วย ความเรียบร้อยไม่เกิดการซ้ําซ้อนกัน ความจริงแล้วในทางธุรการเจ้าหน้าที่เขาได้มีการรายงาน เปึนประจําทุกวันศุกร์อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในสภาชุดนี้ การรายงานประจํา ทุกวันศุกร์เพื่อที่จะให้ทางฝ์ายธุรการได้ตรวจสอบว่ามีเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการกี่เรื่องครับ และแต่ละกรรมาธิการเรื่องอะไรบ้าง มีความซ้ําซ้อนกับกรรมาธิการไหนบ้าง เพราะเคย มีปรากฏการณ์ที่ผ่านมาว่าเรื่อง ๆ เดียวบางทีกรรมาธิการเรียกถึง ๔-๕ คณะอย่างนี้ก็มีครับ เพราะฉะนั้นข้าราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่รู้จะไปชี้แจงกรรมาธิการไหนบ้าง ทางประธานสภาตั้งแต่สมัย ป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ต้องขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ถึงท่าน ป้ ๒๕๕๒ ระเบียบนี้ได้ออกมาเริ่มแรกโดยให้ทางเจ้าหน้าที่แต่ละกรรมาธิการได้แจ้ง มาที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ทราบว่ากรรมาธิการชุดไหนมีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเกิดว่าเรื่อง ๆ เดียวกันเข้าสู่กรรมาธิการหลายกรรมาธิการพร้อม ๆ กัน ประธานสภาก็มีอํานาจ ในการที่จะเชิญประธานกรรมาธิการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรึกษาหารือกันเพื่อที่จะ มาร่วมกันทํางานแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่ต้องให้เกิดความซ้ําซ้อนกัน ตกลงกันว่ากรรมาธิการไหนจะพิจารณาเรื่องอะไร กรรมาธิการไหนจะพิจารณาเรื่องอะไร ระเบียบนี้ออกมาเมื่อป้ ๒๕๕๒ เปึนครั้งแรก แล้วก็พอถึงป้ ๒๕๖๒ เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ มีสภาชุดใหม่ มีข้อบังคับออกมาใช้ใหม่ ทางสภาผู้แทนราษฎรโดยสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็จําเปึนต้องมีระเบียบ ร่างระเบียบขึ้นมารองรับเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการปฏิบัติ ข้อความก็เหมือนกันเกือบทุกคําไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย ผมจึงอยากจะยืนยันให้ท่านได้ เข้าใจทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าใจท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปก้าวก่ายการทํางานอะไรของกรรมาธิการ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เพิ่งร่างขึ้นมา ระเบียบนี้ไม่ใช่เพิ่งร่างขึ้นมาไม่กี่วัน ระเบียบที่ประกาศใช้เมื่อป้ ๒๕๖๒ เปึนระเบียบที่ท่านประธาน ชวน หลีกภัย ได้ลงนามเอาไว้ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ แล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ก็เปึนไปตามปกติ เพียงแต่ว่าต่างจากเมื่อก่อนบ้างก็ตรงที่ว่า เมื่อก่อนทางฝ์ายธุรการไม่ได้ทําแบบฟอร์ม (Form) ให้รายงาน คือทําเปึนรายงานมาธรรมดา ๆ ว่ากรรมาธิการชุดนี้มีเรื่องอะไรบ้าง แต่ชุดใหม่นี่นะครับ ฝ์ายธุรการเขาออกแบบเพื่อให้เกิด ความเปึนระเบียบเรียบร้อยและให้ง่ายต่อการตรวจสอบว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าซ้ําซ้อนกัน ประธานจะเชิญประธานกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน แล้วควรจะมอบหมายให้กรรมาธิการ ชุดไหนเปึนผู้พิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ไม่ใช่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกมา ๕ คณะเรื่องเดียวกันก็ต้องไปชี้แจง ๕ คณะอะไรทํานองนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อนในเรื่องนี้ ฉะนั้นจึงอยากจะเรียนที่ประชุม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่าท่านประธานไม่ได้มีเจตนาในการที่จะไปก้าวก่ายการทํางานของกรรมาธิการ แต่ระเบียบนี้ เกิดขึ้นมาเพื่อจะเอื้ออํานวยให้การทํางานของกรรมาธิการเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ก่อประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนเพียงเท่านี้ครับ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจด้วยกัน
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๐ คน
ท่านสมาชิก ที่ประชุมครับ ขณะนี้องค์ประชุม ท่านสมาชิกได้มาลงชื่อจํานวน ๓๖๑ ท่าน สํารวจมา เมื่อประมาณ ๑๐ กว่านาทีที่แล้วนะครับ ฉะนั้นก็ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเป่ดการประชุม และดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
เกี่ยวกับเรื่องกระทู้ถามนะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการถาม ตอบกระทู้ถามตามระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า สําหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะซึ่งวันนี้ได้มีกระทู้ถามแยกเฉพาะ จริง ๆ แล้ว มี ๒ กระทู้ถามนะครับ แต่ว่าบังเอิญด้วยความจําเปึนที่ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่อาจ ที่จะมาตอบได้จึงมีการเลื่อนไป ก็เหลือกระทู้ถามเฉพาะของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ออกจากห้องประชุมใหญ่ไปประชุมในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ได้เตรียมการไว้แล้วนะครับ วันนี้อยากจะเรียนที่ประชุมได้ทราบว่าท่านชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ให้เกียรติ ไปนั่งเปึนประธานในที่ประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ถือว่าเปึนเกียรติอย่างยิ่งเลย ผมอยากเรียนเพิ่มเติมว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะก็ต้องเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ เฉพาะบุคคล ซึ่งมีความจําเปึนต้องได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ท่านสมาชิกก็สามารถที่จะสอบถาม แล้วก็บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าขอตั้งเปึนกระทู้ถามแยกเฉพาะ หรือไม่ก็ทางผมเวลาพิจารณา กระทู้ถามทั่วไปนั้นถ้าเห็นว่ามันเปึนกระทู้ถามเฉพาะบุคคล เฉพาะพื้นที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ วงกว้างก็จะขออนุญาตบรรจุเปึนกระทู้ถามแยกเฉพาะ วันนี้ท่านชวน หลีกภัย ได้ให้เกียรติ ไปนั่งเปึนประธานในที่ประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ โดยให้ไปที่ห้อง ๒๐๓ ตั้งแต่บัดนี้ เปึนต้นไปครับ
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๑ ส. (นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เปึนผู้ถามกระทู้) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ฯพณฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปึนผู้ตอบ
เมื่อสักครู่ได้รับหนังสือแจ้งมาว่าท่านสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดภารกิจสําคัญจึงไม่อาจที่จะมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจากับท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ในคราวครั้งนี้นะครับ ฉะนั้นผมจึงต้องขอเลื่อนกระทู้ถามของคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ก็ขอให้ท่านปกรณ์วุฒิได้ไปยื่นในการประชุมในวันพุธหน้าก็แล้วกัน ขอเลื่อนไปนะครับ คงไม่ต้อง สอบถามอะไรแล้วครับ
ขออนุญาตเรียนถาม เพื่อความชัดเจนนิดหนึ่งครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จะเรียนถามท่านประธานว่าการเลื่อนกระทู้ของผมในครั้งนี้ หมายความว่าโควตานี้ของผมจะเปึนโควตาในพุธหน้าใช่ไหมครับ หมายความว่าพุธหน้าจะมี กระทู้สด ๔ กระทู้ หรือแค่ ๓ กระทู้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
แนวปฏิบัติ ที่ผ่านมาท่านก็ยังคงมีสิทธิที่จะถามกระทู้ กระทู้ที่ถามวันนี้ที่ท่านเตรียมไว้ก็ถามในวันพุธหน้าได้ ในคราวปฏิบัติที่ผ่านมาก็มีการบรรจุเปึน ๔ กระทู้ ก็คงจะเปึนแนวปฏิบัติเดียวกัน ท่านที่เคารพครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ที่ ๒
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๒ ส. (นายนิยม ช่างพินิจ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เปึนผู้ตอบ
เปึนกระทู้ของ ท่านนิยม ช่างพินิจ ถามนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้รับการประสาน ทางวาจาจากเจ้าหน้าที่ สํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์คือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ได้เดินทางมาถึงแล้ว เชิญท่านนิยม ช่างพินิจ ได้ถามกระทู้ถามสด ด้วยวาจา เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการที่ให้ความสําคัญกับปัญหาถือว่าเปึนปัญหาที่ทุกภาคได้รับ เรื่องร้องเรียน วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่งโดยเฉพาะทางพรรคเพื่อไทยที่มติพรรคให้ผม ได้มาทําหน้าที่เปึนตัวแทนสอบถามปัญหาของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะท่านประธานวิป (Whip) ท่านสุทิน คลังแสง ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ประสานให้ในฐานะของภาคเหนือ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ก็ดี ส่วนข้อมูลปัญหาไม่ว่าจะเปึนทางภาคอีสาน ท่านสมคิด เชื้อคง ที่เอาข้อมูลทางภาคอีสาน หลาย ๆ ท่านด้วยกัน ท่านนพพล เหลืองทองนารา จังหวัดพิษณุโลก ปัญหาทุกวันนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณโดยเฉพาะทางผู้ว่าราชการจังหวัดเอง ท่านนายอําเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมนายอําเภอบางกระทุ่ม พาณิชย์จังหวัดต้องออกไป เพราะสาเหตุที่ว่า ราคาทุกวันนี้ก่อนที่จะประกาศราคาอ้างอิง เอาข้าวหอมมะลิก่อนซึ่งสูงนะครับ ๑๓,๐๐๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาท แล้วข้าวหอมมะลินอกพื้นที่หรือข้าวหอมจังหวัด ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ เหลือราคาไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ กว่าบาทก็มีครับ หรือ ๙,๐๐๐ บาทถ้วนก็มี ภาคอีสานตอนนี้เหลือ ๑๑,๐๐๐ บาท หรือกิโลกรัมละ ๑๑ บาท นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน นี่เฉพาะปัญหาเรื่องข้าวนะครับ แล้วยังมีปัญหาอีกหลายพืช หลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกทางภาคอีสาน โดยเฉพาะท่านประธาน เมื่อเช้าผมได้ มีโอกาสหารือท่าน ยางพาราในเขตพื้นที่ท่านก็เช่นกันราคาตกต่ํา ถึงแม้ว่าวันนี้จะได้ราคาประกัน มันไม่คุ้มล่ะครับ เพราะมันมีเรื่องละเอียดอ่อน เรื่องของเอกสารสิทธิ เรื่องอะไรอีกเยอะแยะ ทําอย่างไรจะให้ราคามันสูงขึ้น แล้วยิ่งในพื้นที่ของผม ก็ทุกภาคทุกจังหวัด ราคาอ้อยครับ อ้อยก็ ๖๐๐ กว่าบาท ตันละนะครับ มันเปึนทุกตัวเลยครับ เพราะฉะนั้นผมจะเจาะประเด็น พืชทุกตัว ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการรู้ แล้วผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรและเพื่อนสมาชิก ส.ส. ทุกท่านที่เจอปัญหานี้ก็คงจะได้นําคําตอบนี้ไปตอบกับพี่น้องประชาชนด้วยข้อเท็จจริง ผมจะเจาะประเด็นมาที่ข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัดหรือข้าวหอมมะลิ นอกพื้นที่ในรอบที่เก็บเกี่ยวที่ท่านประกาศกําหนดวันเก็บเกี่ยวเมื่อวันที่ ๑-๑๕ พฤศจิกายน หลักเกณฑ์ในการประกาศราคาประกันหรือราคาอ้างอิง ผมถามผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรี หลักเกณฑ์ในการประกาศใช้หลักเกณฑ์อะไรครับ แล้วถ้าเกษตรกรนําข้าวไปขาย ต่ํากว่าราคาประกันหรือต่ํากว่าราคาอ้างอิงรัฐบาลจะทําอย่างไร นี่เปึนคําถามแรกนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอบครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านนิยม ช่างพินิจ ว่าวิธีคิดราคาอ้างอิงคิดอย่างไร แต่ว่าก่อนตอบ ตรงนี้ต้องอธิบายนิดหนึ่งว่านโยบายของรัฐบาลที่ท่านนิยมถามเมื่อสักครู่คือนโยบายประกัน รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยให้เกษตรกรแทนที่จะมีรายได้กระเปิาซ้าย กระเปิาเดียวจากการขายข้าวในตลาดตามคุณภาพข้าว ความชื้นของข้าว และตามราคาตลาด กลับจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทางคือเงินเข้ากระเปิาขวา ซึ่งเกิดจากนโยบายประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เรียกว่าเงินส่วนต่าง การคํานวณเงินส่วนต่างก็คือการเอารายได้ที่รัฐบาล ประกันเปึนตัวตั้ง เช่น ข้าวเปลือกเจ้าตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนตัวตั้งแล้วก็เอาราคาตลาดเปึนตัวลบ ถ้าราคาข้าวหอมมะลิ ๑๕,๐๐๐ บาท ราคาตลาด ๑๓,๐๐๐ บาท ส่วนต่างก็คือ ๒,๐๐๐ บาทต่อตัน รัฐบาลก็จะโอนเงินส่วนต่าง ๒,๐๐๐ บาท ต่อตัน เข้าบัญชีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยตรงที่ไปขึ้นทะเบียนไว้กับสํานักงานส่งเสริมการเกษตร และเป่ดบัญชีไว้กับ ธ.ก.ส. จํานวนตันที่กําหนด อย่างเช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิไม่เกิน ๑๔ ตัน ถ้าท่านมี ๑๔ ตัน ก็ ๒,๐๐๐ บาท คูณ ๑๔ ก็เปึนเงินส่วนต่าง ๒๘,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเจ้า ไม่เกิน ๓๐ ตัน ถ้าส่วนต่างตันละ ๒,๐๐๐ บาท ก็ ๒,๐๐๐ คูณ ๓๐ ตัน ก็เปึน ๖๐,๐๐๐ บาท โอนเข้าบัญชี
ทีนี้ที่ท่านถามเมื่อสักครู่นี้ก็คือท่านถามว่าแล้ววิธีคิดราคาตลาดคิดอย่างไร ตัวตั้งมีอยู่แล้วตามรายได้ที่ประกัน ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๔,๐๐๐ บาท ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๑,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาทแล้วแต่ชนิดข้าว แต่วิธีคิดตัวลบก็คือราคาตลาดคิดจากอะไร อันนี้คิดจาก ราคาตลาด ณ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนมาตรฐานกลางของประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าสมมุติว่าราคาตลาดความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ ๑๓,๐๐๐ บาท รายได้ประกัน ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิลบก็จะเหลือ ๒,๐๐๐ บาท โดยรัฐบาลจะโอนเงินส่วนต่าง ทุก ๑๕ วันขึ้นอยู่กับว่าท่านจะได้รับเงินส่วนต่างเมื่อไร ขึ้นอยู่กับว่าท่านไปแจ้งเวลาเก็บเกี่ยว เมื่อไร ถ้าวันที่ ๑ ที่รัฐบาลเริ่มจ่าย อีก ๑๕ วันอยู่ตรงนี้ ถ้าท่านไปแจ้งเวลาเก็บเกี่ยว ๑๕ วัน ข้างหน้าโน้นก็จะเอา ๑-๑๕ นี้ในราคาตลาด ณ ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ วันหารเฉลี่ยกัน แล้วก็จะกลายมาเปึนตัวลบสําหรับ ๑๕ วันข้างหน้า เพราะฉะนั้นส่วนต่างแต่ละช่วง ๑๕ วัน ก็จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับราคาตลาดเฉลี่ย ๑๕ วันก่อนหน้านั้นสําหรับข้าวชนิดนั้น ๆ อันนี้ก็คือ วิธีคิดตัวลบ หรือวิธีคิดที่ท่านบอกว่าคํานวณราคามาอย่างไร ก็ขออนุญาตที่จะเรียนตอบสั้น ๆ เพราะว่าต้องการประหยัดเวลาสําหรับท่านจะได้ถามเยอะ ๆ ด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิยมครับ
ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ท่านตอบพูดถึงราคาประกัน ผมไม่ติดใจครับ ผมมาติดใจเรื่องราคาอ้างอิง สาเหตุที่ผมต้องถามอย่างนี้เพราะว่าราคาอ้างอิง มันสูงกว่าราคาซื้อขายจริงในท้องตลาดในปัจจุบันนี้ อย่างราคาอ้างอิงข้าวหอมมะลิประกาศไว้ ที่ ๑๖,๐๐๐ กว่าบาทต่อตัน แต่วันนี้เขาไปขายเองประมาณ ๑๑,๐๐๐ บาท ผมจะถามว่า นี่ข้าวหอมมะลิครับ แล้วข้าวหอมจังหวัดก็เช่นกันครับ ๙,๐๐๐ บาท ๙,๕๐๐ บาทที่ขายไปแล้ว และที่กําลังขายอยู่นี้จะได้ส่วนต่างตรงนี้หรือไม่ครับ ก็ในเมื่อราคาที่ขายต่ํากว่าราคาประกัน แถมยังต่ํากว่าราคาอ้างอิง คือผมอยากจะเรียนถามว่าแล้วเขาจะได้หรือไม่ครับ ผมเชื่อว่า การกําหนดถ้าพูดไปอย่างเพื่อนสมาชิกที่หลาย ๆ ท่านพูดไว้ ผมว่าไม่ตอบโจทย์ ไม่ตอบโจทย์ พี่น้องประชาชน ไม่ตอบโจทย์พี่น้องเกษตรกรหรอกครับ ก่อนที่จะมีโครงการตรงนี้ราคาข้าว เมื่อป้ที่แล้วสูงกว่านี้อีกนะครับ แต่พอมีโครงการตรงนี้จนเขาถามกันว่านโยบายนี้มันเอื้อให้ ใครกันแน่ ในส่วนตัวผมก็ไม่เห็นด้วยเพราะมันไม่ตอบโจทย์ เพราะเปึนเรื่องของดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) วันนี้บางที่บางโรงสีก็ไม่ซื้อแล้วครับท่านประธาน นี่มันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นปัญหานี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ปัญหาเปึนเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเราไม่เข้าใจวิถีชีวิต ของเกษตรกรจะไม่เข้าใจ จะแก้ปัญหาไม่ถูกเลย เพราะฉะนั้นผมจะถามว่าแล้วคนที่ขายไปแล้ว แล้วที่กําลังขาย ขายได้ ๙,๐๐๐ กว่าบาท หรือ ๑๑,๐๐๐ บาท เขาจะได้ส่วนต่างตรงนี้ไหม เพราะราคาอ้างอิงประกาศไว้ ๑๖,๐๐๐ บาท อย่างข้าวหอมจังหวัดประกันไว้ ๑๔,๐๐๐ บาท ไปประกาศราคาอ้างอิงไว้ ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิภาคอีสาน ภาคเหนือ ประกันไว้ ๑๕,๐๐๐ บาท ประกาศไว้ ๑๖,๐๐๐ กว่าบาท อย่างนี้จะได้ไหมครับ เปึนคําถามที่ ๒ ครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ที่จริงท่านถามปนกันเยอะนะครับ แต่ก็ไม่เปึนอะไร ก็จะตอบเท่าที่จด ทันนะครับ
ประการที่ ๑ ท่านบอกว่านโยบายประกันรายได้ไม่ตอบโจทย์ ผมเรียนกับ ท่านเลยว่ายิ่งกว่าตอบโจทย์ ที่บอกว่ายิ่งกว่าตอบโจทย์เพราะว่าเดิมถ้าไม่มีนโยบายประกัน รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะมีรายได้ทางเดียวคือกระเปิาซ้าย คือขายข้าวตามคุณภาพ ความชื้นของข้าว ปริมาณของข้าว และราคาตลาด ณ เวลานั้นเท่านั้น แต่เที่ยวนี้พอมีนโยบาย ประกันรายได้ท่านกลับมีรายได้กระเปิาขวาเพิ่มขึ้นอีกกระเปิาหนึ่งมาบวกกัน ๒ ข้างซ้ายกับขวา แล้วก็ถ้าท่านทําข้าวความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีหลักประกันว่าท่านจะได้ซ้ายกับขวา รวมกัน ๑๕,๐๐๐ บาทสําหรับข้าวหอมมะลิ หรือว่า ๑๐,๐๐๐ บาทสําหรับข้าวเปลือกเจ้า โดยประมาณ อันนี้ก็คือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ผมจึงตอบคําถามที่ ๑ ยิ่งกว่าตอบโจทย์ เพราะช่วยให้ท่านมีรายได้ ๒ ทาง ทีนี้ท่านถามว่าถ้าราคาขายจริงต่ํากว่ารายได้ที่ประกันจะได้ เงินส่วนต่างหรือไม่ แปลว่าถ้ารายได้ที่รัฐบาลประกัน ๑๕,๐๐๐ บาท ผมพูดข้าวหอมมะลิ ก็แล้วกันเพราะหลายตัวเดี๋ยวท่านก็สับสน หลายท่านก็สับสน เอาว่า ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้าท่าน ขายจริงได้ ๑๒,๐๐๐ บาท จะได้เงินส่วนต่าง ๓,๐๐๐ บาทหรือไม่ ขายจริง ๑๒,๐๐๐ บาทนั้น ต้องถามก่อนว่าความชื้นเท่าไร ถ้าไม่ใช่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เปึนราคาในความชื้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็ต้องทอนมาเปึนตัวเลขความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เสียก่อน เมื่อทอนเปึนความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์แล้วราคาตรงนี้มาลบกันก็จะได้เงินส่วนต่าง ถ้าทอนมาที่ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์แล้วก็มาลบกับเงินรายได้ประกัน ๑๕,๐๐๐ บาทส่วนต่าง ยังมีอยู่ ตรงนั้นท่านได้รับเงินส่วนต่างแน่นอน ขออย่างเดียวท่านไปขึ้นทะเบียน ท่านไปเป่ดบัญชี กับ ธ.ก.ส. และมีการตรวจสอบแล้วว่าท่านแจ้งตรงความเปึนจริงว่าปลูกข้าวชนิดไหนจริง มีจํานวนกี่ไร่ กี่ตันจริง ท่านย่อมได้รับเงินส่วนต่าง อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมยืนยันครับ
ท่านนิยมครับ ท่านเหลือเวลา ๑๐ นาที กับ ๙ วินาที แล้วก็เหลือคําถามถามได้อีก ๑ คําถาม ท่านนิยม ใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง แล้วถามเอาให้มันชัด ๆ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ท่านบอกว่าถ้าขายต่ํากว่าราคาประกันนี่ได้จริง ๆ ผมดีใจแทน พี่น้องเกษตรกรด้วย ต้องขอบคุณจริง ๆ ส่วนเรื่องของความชื้นมันมีหลักคิดง่ายนิดเดียวครับ ข้าวหอมมะลิความชื้นอย่างไร ก็ประมาณเฉลี่ย ๒๕ ๒๖ ๒๗ ถ้าความชื้นบวก ๑ ก็หายไป ๑๕ กิโลกรัม แต่โดยเฉลี่ยถ้า ๒๕ เปอร์เซ็นต์มันก็หายไป ๑๕๐ กิโลกรัม ก็เอาราคาตั้ง แล้วเอา ๑๕๐ ไปลบ ๑,๐๐๐ ก็เหลือ ๘๕๐ เอา ๘๕๐ ไปหาร ๑๑,๐๐๐ มันก็ตกอยู่ที่ประมาณ กิโลกรัมละ ๑๒ บาท ก็เอา ๒ บาทที่เหลือ หรือ ๓ บาทที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็เอาไปคูณจํานวนตัน หรือจํานวน ๑๖ ตันที่รัฐบาลจะจ่ายให้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก มันคิดไม่ยาก แต่ผมฝากเปึนข้อคิดว่า โรงสีบางโรงเขาก็ไม่ได้ระบุความชื้นแต่เปึนที่รู้กัน เชื่อกันว่าความชื้นผมเชื่อว่าไม่เกิน ๒๕ ๒๖ เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องขอขอบคุณนะครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมจดได้ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ท่านบอกว่าโรงสีบางโรงทํานองเหมือนกับว่าซื้อขายข้าวจากชาวนา แล้วไม่ระบุความชื้น ท่านใช้คําว่า อย่างนี้ แต่ความจริงท่านอาจจะแปลว่าให้ราคาความชื้น ไม่ตรงคือไปกดราคา แล้วก็ไม่ได้แจ้งว่าชาวนามาขาย ณ ความชื้นเท่าไร อันนี้ไม่ได้นะครับ ต้องระบุว่าความชื้นเท่าไร อย่างไร แล้วมีเครื่องวัดชัดเจนที่ได้รับการรับรองจากสํานักงานกลาง ชั่งตวงวัดของกระทรวงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นถ้าท่านพบว่าโรงสีใดซื้อข้าวจากชาวนาใช้มาตรวัด ที่ไม่ตรงตามความเปึนจริงหรือไม่แจ้งความชื้น พูดง่าย ๆ โกงความชื้นชาวนาท่านแจ้งผมมาเลย ผมยินดีสั่งการให้ไปจัดการให้เพราะถือว่านี่เปึนการกระทําที่ผิดกฎหมาย แล้วก็เอาเปรียบ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย ท่านกรุณาให้ข้อมูลกับผมด้วย ข้างหลังก็ได้ผมจะจัดการให้
ประเด็นที่ ๒ ท่านถามว่าเมื่อไรจะได้เงินส่วนต่าง ก็ขออนุญาตเรียนว่า ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเข้าคณะรัฐมนตรีและผ่านที่ประชุมแล้ว เหมือนพืชเกษตร ตัวอื่นที่ผ่าน ครม. และจ่ายเงินประกันรายได้แล้ว ก็คือจ่ายเงินส่วนต่างแล้ว ซึ่งปาล์มจ่ายแล้ว ยางจ่ายแล้ว และข้าวก็จ่ายแล้ว ข้าวจ่ายงวดแรกวันที่ ๑๕ ตุลาคมที่ผ่านมา แล้วจะจ่าย ทยอยไปเรื่อย ๆ ทุก ๑๕ วัน จนกระทั่งหมดบัญชีเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนและได้รับสิทธิ ที่จะได้รับเงินส่วนต่าง เพราะฉะนั้นเมื่องวดแรกวันที่ ๑๕ ตุลาคม งวดที่ ๒ ก็วันที่ ๑ พฤศจิกายน งวดต่อไปก็วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ก็ทุก ๑๕ วัน เพราะฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวล ถ้าเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวรายไหนมาขึ้นทะเบียนถูกต้อง แจ้งตรงตามความเปึนจริง ปลูกข้าวชนิดไหน มีจํานวนกี่ไร่ กี่ตัน ท่านได้รับเงินส่วนต่างแน่นอนอันนี้ผมยืนยัน แล้วถ้าติดรายไหน อย่างไร แจ้งผมเปึนรายบุคคลก็ได้ว่าท่านนี้ขึ้นทะเบียนถูกต้องทําไมยังไม่ได้เงิน ผมจะทวงถามให้
ประเด็นสุดท้าย ท่านถามว่าแล้วเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง น้ําท่วมจะได้เงินเมื่อไร คําว่า ได้เงินเมื่อไร ความจริงก็ตอบยากเพราะมันอาจจะหมายถึงเงินอะไร มันอาจจะมี ๒ ตัว ที่ผมอธิบายเข้าใจง่าย ๆ อันที่ ๑ ก็คือเงินชดเชยภัยแล้ง อันที่ ๒ เงินชดเชย อันเดียวกันครับ น้ําท่วม อันนี้ก็เปึนหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานอื่นที่จะต้องดําเนินการที่จะจ่ายเงินชดเชยให้ ซึ่งผมคิดว่าก็คงจะต้องมีข้อมูลจากหน่วยงานนั้น ๆ ว่าจ่ายไปแล้วเท่าไร อะไร อย่างไร แต่ว่า ผมรับมาตรงนี้แล้วจะไปทวงถามให้ แต่เงินที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของผมคือเงินส่วนต่าง สําหรับผู้ปลูกข้าว ขออนุญาตเรียนว่าแม้ว่าท่านจะประสบภัยน้ําท่วม ท่านจะประสบภัยแล้ง ท่านก็ยังคงได้รับสิทธิในการได้รับเงินส่วนต่างตามที่ท่านได้แจ้งไว้ก่อนหน้านั้นว่าท่านปลูกข้าว จํานวนกี่ไร่ ผลผลิตกี่ตัน จะเก็บเกี่ยว ณ วันไหน เพื่อคํานวณเงินส่วนต่าง ณ ช่วง ๑๕ วัน ก่อนที่ท่านจะเก็บเกี่ยวเอามาเปึนตัวลบจากตัวตั้ง ๑๕,๐๐๐ หรือ ๑๒,๐๐๐ ก็สุดแล้วแต่ อย่างที่ผมเรียน เพราะฉะนั้นตอบสั้น ๆ ก็คือแม้ท่านโดนภัยแล้ง ท่านโดนภัยน้ําท่วมนอกจาก ท่านได้รับเงินชดเชยค่าภัยแล้ง น้ําท่วม เงินส่วนต่างก็ยังคงอยู่ ท่านได้รับสิทธิเช่นเดียวกัน ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก
เดี๋ยวนะครับ ท่านนิยมครับ ความจริงแล้วท่านถาม ๓ คําถามแล้ว
แต่เวลาผมยังเหลือครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ครับ
ผมจะเปึนประเด็นที่ฝากไว้แค่นั้นครับ
ผมเข้าใจ เดี๋ยวผมชี้แจงแป็บหนึ่งครับ
จะสรุปแล้วก็ฝากประเด็นไว้ครับ
คืออย่างนี้ครับ เนื่องจากว่าปัญหาของท่านนิยมเปึนปัญหาที่มีความสําคัญกับพี่น้องเกษตรกร ประกอบกับ กระทู้ต่อไปได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบ บังเอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการคือท่านนิพนธ์ บุญญามณี ติดตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ อยู่อีกห้องหนึ่งนะครับ ซึ่งตอนบรรจุเราก็ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการจะมอบให้ใครมาตอบ ก็เลยคาบเกี่ยวกันอยู่นิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเพื่อเปึนการใช้เวลาให้เปึนประโยชน์ ผมขออนุญาต เปึนกรณีพิเศษ ท่านนิยม ช่างพินิจ ถามได้อีกครับ ท่านรัฐมนตรีขอความกรุณาตอบท่านนิยม เชิญสั้น ๆ นิดหนึ่งนะครับ
ท่านประธานครับ วันนี้ผมดูแล้วเกษตรกร โอกาสที่จะฟลุก (Fluke) ไม่มีเลยครับ จะขายข้าวตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท ๑๗,๐๐๐ บาท ไม่มีครับ แต่สิ่งที่สําคัญผมเปึนห่วง วันนี้ถ้าราคามันลงต่ําลงมาเรื่อยจาก ๙,๐๐๐ บาท เหลือ ๘,๐๐๐ บาท รัฐบาลก็เอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนมาจ่าย มันจะจ่ายไหวหรือครับ แล้วเรื่องข้าวถ้าเกิดข้าวออกมามันเรื่องของดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ด้วย พืชทุกตัวมันต้องออกตามฤดูอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าที่มันไม่ตอบโจทย์ เพราะว่าโรงสี ก็รับไม่ไหว ตอนนี้โรงสีก็ป่ดไปหลายโรงแล้ว ป่ดที่จะไม่รับซื้อ แล้วทีนี้พอไม่รับซื้อเกษตรกร เอาข้าวไปก็เหมือนเอาผีเข้าป์าช้า อย่างไรก็ต้องขาย ผมเปึนห่วงว่ารัฐบาลเอาเงินซัปพอร์ต (Support) ซัปพอร์ต (Support) แล้วเท่าไรจะพอ ผมจึงถามว่านโยบายนี้มันเอื้อให้กับพ่อค้า ผู้ส่งออกหรือเปล่า วันนี้ผมถามโรงสี โรงสีบอกว่าผู้ส่งออกกําหนดราคา ผู้ส่งออกไม่ซื้ออย่างนี้ แล้วการประกาศราคาอ้างอิงอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าประกาศทุก ๑๕ วัน มันไม่ใช่ตอบโจทย์ ที่คําว่าไม่ตอบโจทย์ก็เพราะว่าข้าวเขาไปกําหนดวันเพาะปลูก กําหนดวันเก็บเกี่ยวไว้แล้ว นี่เปึนคําถามง่าย ๆ สมมุติเกี่ยววันที่ ๑-๑๕ โอเค (OK) มันอยู่ในเกณฑ์นี้อยู่แล้ว แต่ถ้าเกษตรกร เขามีพลัง มีความสามารถเขายังไม่เอาข้าวไปขาย ทําไมไม่เอาข้าวไปขาย เขาอาจจะตากเอง และเก็บเอง หรืออาจจะไปฝากไว้ที่โรงสีชะลอการขาย แล้วก็รอดูราคาอ้างอิงประกาศ พอราคาอ้างอิงประกาศต่ําปุ็บก็เอาข้าวนี้ไปขายเพื่อเอาส่วนต่างตรงนี้ รัฐบาลจะทําอย่างไร นี่เปึนประเด็น มันเปึนเรื่องละเอียดอ่อนอย่างที่ผมเรียนให้ทราบครับ ฝากเปึนคําถามครับ
ขอบคุณ ท่านนิยมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านนิยมบอกว่าถ้าเกษตรกรไม่เอาข้าวไปขาย แล้วก็ชะลอการขายไว้จะได้หรือไม่ ขออนุญาตเรียนว่าได้ครับ แล้วรัฐบาลก็อยากเห็นสิ่งนี้ ในช่วงที่ข้าวออกมากเราไม่อยากเห็นเกษตรกรระดมกันเอาไปขาย เพราะช่วงนั้นจะเปึน ช่วงที่ราคามันอ่อนตัวลงมาจะทําให้รายได้เกษตรกรกระเปิาซ้ายลดลง ตรงนี้จึงเปึนที่มา ที่นโยบายประกันรายได้ที่ผมยังยืนยันกับท่านนิยมว่ามันยังตอบโจทย์ ไม่ใช่ไม่ตอบโจทย์ เพราะการทํานโยบายประกันรายได้เกษตรกรนั้นจะต้องทํา ๒ อย่างควบคู่กันไป
ประการที่ ๑ ประกันรายได้เพื่อให้ท่านได้รับเงินทั้งซ้ายและขวา ๒ กระเปิา เปึนการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร
ประการที่ ๒ ต้องมีมาตรการควบคู่คือการยกระดับราคาข้าวและพืชเกษตร ทุกตัวที่ประกันทั้ง ๔ ตัวที่เหลือเพิ่มขึ้นมาด้วย แล้วในช่วงเวลานี้ท่านนิยมก็ทราบดี เมื่อสักครู่ เพื่อนผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งก็บอกช่วงนี้ข้าวประดังกันออกมามาก ราคาก็อ่อนตัวลง อันนี้เปึนความจริง และตรงนี้ที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการเสริมออกมาเพื่อช่วยดึงราคาไม่ให้ ตกลงไป มาตรการเสริมที่ว่านี้รัฐบาลมีความชัดเจนแล้ว เมื่อวานซืนผมอยู่ที่ประเทศเยอรมัน กับประเทศตุรกี ๔-๕ วัน ไปขายข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา หลายตัวครับ ไม่อธิบายตรงนี้เวลาสั้น แต่สุดท้ายผมต้องขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในรีบประชุมด่วนเมื่อวาน ทั้งที่ผมยังไม่กลับมา เพื่อระดมมาตรการทั้งหมดร่วมกับโรงสี สถาบันเกษตรกร และทุกฝ์าย หาข้อสรุปว่าช่วงนี้เนื่องจากข้าวออกมาก ข้าวจะออกมากช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม โดยประมาณ แล้วจะทําให้ราคาอ่อนตัวลงมา ทําอย่างไรที่จะเก็บซัปพลาย (Supply) หรือผลผลิตไว้กับเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร รวมทั้งโรงสีได้มากขึ้น สุดท้ายเมื่อวาน ท่านอธิบดีกรมการค้าภายในเปึนประธานได้ข้อสรุปแล้ว เชิญโรงสี เชิญสถาบันทั้งหมดมาแล้ว ก็ได้มาตรการที่จะไม่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินไป
อันที่ ๑ ที่ได้มีมาตรการออกมา มีความชัดเจนก็คือว่า ๑. ให้ดําเนินการจัดเงิน ๑,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อดําเนินการจ่ายขาดให้กับเกษตรกรอย่างที่ท่านนิยมเสนอ คือให้เก็บข้าวไว้อย่างน้อย ๑-๕ เดือนเท่าที่ทําได้ แล้วจะได้รับเงินชดเชยช่วยเหลือ ค่าเก็บข้าวไว้อย่าเพิ่งขาย เพราะเดี๋ยวกระเปิาซ้ายจะหด ตันละ ๑,๕๐๐ บาท อันนี้มีมติ ชัดเจนแล้ว เมื่อสักครู่ตัวเกษตรกรแต่ละราย
อันที่ ๒ สถาบันเกษตรกรก็ให้ตันละ ๑,๕๐๐ บาทเหมือนกัน ถ้าเก็บอย่าเพิ่งขาย หรือไปเก็บข้าวจากชาวนามารวบรวมเก็บไว้ที่สถาบันเกษตรกร โดยจ่ายค่าเก็บตันละ ๑,๕๐๐ บาท เหมือนกัน แต่ ๑,๕๐๐ บาทแบ่งเปึน ๒ ก้อน ไม่เหมือนเกษตรกรเมื่อสักครู่ที่ก้อนเดียว ๑,๕๐๐ บาทจ่ายขาดเลย ๑,๕๐๐ บาท ๒ ก้อนก็คือ ๑,๐๐๐ บาท จะให้สถาบันเกษตรกร ที่เก็บข้าวไว้ กับอีก ๕๐๐ บาทจ่ายให้ตัวเกษตรกรที่เอาข้าวนั้นมาเก็บไว้ที่สถาบันเกษตรกรเปึน ๑,๐๐๐ บาท กับ ๕๐๐ บาท รวมกันก็ ๑,๕๐๐ บาทเหมือนกัน
อันที่ ๓ เพื่อที่จะทําให้สถาบันเกษตรกรซื้อข้าวมาเก็บได้มากขึ้น ก็มีมติอนุมัติ ให้สินเชื่อช่วยสถาบันเกษตรกรช่วยดอก ๓ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านกู้มา ๔ ท่านจ่ายดอก แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลช่วย ๓ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ท่านเก็บข้าวไว้ตั้งเปัา ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตัน วงเงิน ๕๖๒ ล้านบาท อนุมัติไปแล้ว
อันที่ ๔ สินเชื่อสําหรับโรงสีที่ท่านบอกโรงสีไม่ซื้อเก็บนั่นล่ะครับ ตอนนี้โรงสี มีปัญหา ปัญหาข้อที่ ๑ เท่าที่ติดตามตรวจสอบก็คือว่าซื้อเก็บมาก่อนหน้านี้แล้ววงเงินไม่พอ แล้วก็อันที่ ๒ ก็คือว่าประสงค์จะซื้อเก็บเพิ่มแต่ว่าวงเงินไม่มี เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนที่มา ที่ให้สินเชื่อดอกร้อยละ ๓ ช่วย ถ้าท่านกู้มา ๔ ท่านก็เหลือภาระแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลช่วย ๓ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ให้โรงสีซื้อเก็บ ๒-๖ เดือน วงเงินที่จะช่วยดอกเบี้ย ๕๑๐ ล้านบาท
อันสุดท้ายที่จะพยายามดําเนินการช่วยดึงราคาข้าวในประเทศที่อ่อนตัวลง อาจจะได้ผลทันทีหรือไม่ทันทีก็สุดแล้วแต่ แต่ขอให้รับทราบว่าพวกผมพยายามสุดชีวิตอยู่ นั่นก็คือการเร่งรัดการส่งออก ซึ่งผมได้เดินทางไปหลายประเทศแล้วก็พยายามดําเนินการ ไม่ว่าประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศตุรกี ประเทศเยอรมัน ก็ปรากฏผลว่าสามารถที่จะ ทําสัญญาระบายข้าวออกไปได้เยอะทีเดียว ยกตัวอย่างที่ประเทศอินเดียซึ่งถือว่าเปึนตลาดใหม่ ของเราก็สามารถดําเนินการขายได้จํานวนหนึ่ง แล้วที่ประเทศตุรกีที่ผมเพิ่งกลับมาเมื่อวาน เราสามารถขายข้าวได้ ๑๑,๐๐๐ ตัน ทั้งเปึนข้าวขาวและเปึนข้าวถุง แล้วเมื่อสักครู่นี้ก่อนผม มาสภา กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้นําเข้าจาก ๑๙๐ บริษัททั่วโลกมาพบกับผู้ส่งออกของเรา ๑๗๖ บริษัท แล้วก็เจรจาซื้อขายพืชเกษตรกันทั้งข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา ผลไม้แปรรูป แล้วก็ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก (Bio-plastic) หรือพลาสติกชีวภาพ เฉพาะข้าวเมื่อสักครู่ สามารถทํา เอ็มโอยู (MOU) ได้ ๑๔๕,๐๐๐ ตัน มูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายผมเพิ่งได้พบ กับสมาคมผู้นําเข้าข้าวจากฮ่องกงคุยกันก่อนเดินทางมาสภา เขายังยืนยันว่าจะเร่งรัดนําเข้าข้าว จากประเทศไทยเพราะว่าข้าวไทยมีคุณภาพ แล้วเราก็เปึนพันธมิตรที่ดีต่อกัน แล้วป้หน้าป้นี้ ถัดจากเดือนมกราคมเขาจะช่วยซื้อข้าวไทยมากขึ้นจากคําร้องขอของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประเทศไทย ก็ขออนุญาตที่จะรายงานให้ทราบว่า ก็พยายามทําเต็มที่ ขอบคุณท่านนิยมที่ให้ความเปึนห่วงเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เราจะช่วยกัน ทํางานต่อไป ขอบคุณครับ
ก็ถือว่า จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านนิยม ช่างพินิจ ต้องขอบคุณท่านนิยม ช่างพินิจ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่กรุณาให้เกียรติสภาเรา ท่านนิยมคืออย่างนี้ครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาใช้เวลาฝ์ายละ ๑๕ นาที และท่านจะถามได้ ๓ คําถามเท่านั้น แต่ผมอนุโลมท่านเปึนพิเศษได้ ๔ คําถาม ฉะนั้นท่านหมดเวลาแล้ว ขออนุญาต
ขอฝากประเด็นนิดเดียวครับท่านประธาน
เดี๋ยวท่านนิยม พบท่านรัฐมนตรีหลังบัลลังก์ดีไหมครับ ไปฝากที่ตรงนั้นเลย เพราะท่านก็ได้อภิปรายเยอะแล้ว เดี๋ยวมันจะเปึนแบบอย่างที่ไม่ค่อยเหมาะ เดี๋ยวท่านอื่นก็จะอ้างว่าท่านนิยมทําไมได้หลายคําถาม อะไรทํานองนี้ ขอบคุณท่านนิยมครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิก ต่อไปครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๓ ส. (นายอิสสระ สมชัย เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปึนผู้ตอบ
เนื่องด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าวันนี้ท่านติดภารกิจราชการที่ได้นัดหมาย ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือท่านนิพนธ์ บุญญามณี เปึนผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แสดงความจํานงยื่นกระทู้ด้วยวาจาเพื่อจะถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับประเด็นปัญหาเรื่องภัยแล้งและอุทกภัย ท่านประธานครับ ป้นี้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ ชาวไร่ ชาวนาในภาคอีสานและภาคเหนือประสบภัยแล้งอย่างหนักตั้งแต่เดือนมิถุนายนต่อเนื่อง มาจนถึงเดือนสิงหาคมได้เกิดภัยแล้งทั้ง ๒ ภาคนี้อย่างหนัก สภาพปัญหาที่เกิดภัยแล้งนั้นกระผม มีภาพประกอบให้ดูครับ ขอเชิญฝ์ายห้องโสต
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
นี่คือสภาพภัยแล้งที่นาของพี่น้อง ประชาชน เลื่อนไปเรื่อย ๆ ครับ ที่นาของพี่น้องประชาชนต้นข้าวแห้งตายหมด ไม่มีน้ํา มีแต่ฟาง ซึ่งแห้งตายเนื่องจากขาดน้ําจนกระทั่งว่าเกรงจะเกิดไฟไหม้ในที่นาเหล่านี้ครับ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาลงไปเยี่ยมทางภาคอีสานโดยท่านได้ไปที่จังหวัดสุรินทร์ได้ไปเจอปัญหาภัยแล้ง เกิดขึ้นที่นั่นอย่างมาก ท่านได้อนุมัติเงินในการไปแก้ไขปัญหาภัยแล้งซึ่งขาดแคลนน้ําอุปโภค บริโภค แล้วก็น้ําเพื่อทําการเกษตร ได้อนุมัติเงินงบประมาณไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้งหมดจังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาท โครงการส่วนใหญ่ที่ทําเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งนั้นก็ได้แก่ การขุดลอกลําห้วย ขุดลอกสระ ทําฝายน้ําล้น ขุดเจาะบ่อบาดาล ทั้งหมดเหล่านี้ก็เพื่อที่จะ กักเก็บน้ําไว้ คงไม่ใช่ป้นี้เพราะมันแล้งจะเก็บไว้ใช้ในป้หน้า เงินงบประมาณจังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาทนั้น ได้สั่งจ่ายให้ผู้ดําเนินการใช้งบประมาณนี้ผ่านฝ์ายปกครองอําเภอ จังหวัด แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สํานักงานชลประทานประจําจังหวัด สํานักงานทรัพยากรน้ํา ตลอดจนกระทั่งสํานักงานปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น ในส่วนจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเปึนพื้นที่ซึ่งผมอยู่ก็ได้ส่งโครงการเข้ามา เพื่อขอรับการสนับสนุนตามที่รัฐบาลให้วงเงินไว้รวมทั้งหมด ๑๙๕ โครงการ เปึนเงินทั้งสิ้น ๑๙๙.๙ ล้านบาท นี่เปึนโครงการซึ่งทางจังหวัดอุบลราชธานีเสนอของบประมาณมา สํานักงบประมาณได้อนุมัติงบประมาณไปให้ตามโครงการ ๑๙๕ นี้ ผมอ่านดูแล้วทั้งหมดก็คือ โครงการขุดลอก ขุดสระ ทําชลประทาน เจาะบ่อบาดาล ทําฝายน้ําล้น ปรากฏว่าเมื่อสํานักงบประมาณแจ้งไปว่าได้โอนเงินงบประมาณมาให้แล้วที่จังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่ทันได้ใช้เงินงบประมาณ เพราะเหตุว่าได้เกิดภัยที่ ๒ ขึ้นมาในระหว่างดําเนินการเพื่อแก้ไข ปัญหา ใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้งนั้นที่จังหวัดอุบลราชธานีได้เกิดภัยที่ ๒ ขึ้นมาคือ อุทกภัย ได้มีฝนตกขนาดใหญ่ตามภาพที่เห็นนี้ ภาพที่เห็นนี้เปึนภาพฝนตกหนักที่อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี หลายคนไม่เคยเห็นเข้าใจว่าไปถ่ายมาจากเมืองนอก ไม่ใช่ครับ เกิดเหตุ ที่อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี นี่คือภาพเมฆฝนได้ตกมาขนาดหนัก เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ ฝนนี้เขาเรียกว่า พายุโพดุล มาตกใส่จังหวัดอุบลราชธานี จะสังเกตเห็น รูปภาพเมื่อสักครู่นี้เปึนรูปธงชาติไทย ไม่ใช่ต่างประเทศครับ เปึนรูปธงชาติไทย น้ําท่วม ไปทั่วจังหวัดอุบลราชธานี นี่คือเส้นทางไปอําเภอเขื่องใน ไปจังหวัดยโสธร ถนนเส้นนี้ถูกตัดขาด เลื่อนภาพไปเรื่อย ๆ เลยนะครับ นี่ถนนไปอําเภอเขื่องใน นี่คือสภาพน้ําท่วมโดยทั่วไป ในจังหวัดอุบลราชธานี เลื่อนไปเลยครับ นี่คือสภาพน้ําท่วมทั้งหมด แล้วขอให้ท่านได้ดูภาพ คลิปวิดีโอ (Clip video) ซึ่งถ่ายจากเครื่องบิน จะได้เห็นสภาพว่าน้ําท่วมนี้สร้างความเสียหาย ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานีค่อนข้างจะมาก ขอภาพวิดีโอ (Video) เลยนะครับ คลิป (Clip) ที่ผมนํามาแสดงในห้องประชุมนี้เปึนคลิป (Clip) ซึ่งถ่ายมาจากสถานที่จริง เมื่อเดือนกันยายนนี้ ๑ นาทีเศษ ๆ นี่คือสภาพน้ําท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี อําเภอเมือง อําเภอวารินชําราบ จะสังเกตเห็นว่าพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมนั้นจะอยู่ริมแม่น้ํามูลทั้งสิ้น แม่น้ํามูล แม่น้ําชี ลําเซบก ลําเซบาย สภาพน้ําท่วมจะมีวงกว้างอยู่ในอําเภอเมือง อําเภอวารินชําราบ อําเภอเขื่องใน อําเภอพิบูลมังสาหารและอําเภออื่น ๆ อีก ๒-๓ อําเภอ ท่านประธานที่เคารพ การที่เกิดอุทกภัยในภาคอีสานครั้งนี้ที่จังหวัดอุบลราชธานีตามภาพที่ผมถ่ายมาให้ดูนั้น โดยสภาพความเปึนจริงน้ําไม่ได้ท่วมทุกอําเภอ ไม่ได้ท่วมทุกตําบล แม้อําเภอที่ถูกท่วมก็ท่วม เปึนบางตําบล บางหมู่บ้านเท่านั้น ไม่ได้ท่วมทุกตําบล อําเภอวารินชําราบก็ดี อําเภอเมืองก็ดี อําเภอพิบูลมังสาหาร อําเภอเขื่องใน อําเภอเหล่านี้น้ําท่วมครับ แต่ไม่ได้ท่วมทุกตําบล ทุกหมู่บ้าน ท่วมเฉพาะส่วนที่ใกล้เท่านั้น ปรากฏว่าทางจังหวัดอุบลราชธานีได้ประกาศ เขตภัยพิบัติในจังหวัดอุบลราชธานีทั้ง ๒๕ อําเภอ การที่จังหวัดอุบลราชธานีประกาศ เปึนเขตภัยพิบัตินั้นทําให้โครงการต่าง ๆ ๑๙๕ โครงการที่ผมนํามาด้วย ทางฝ์ายปกครองก็ดี ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ก็ดีไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะอันนี้โครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง จะไปขุดสระไม่ได้ จะไปบ่อบาดาลไม่ได้ จะไปทําชลประทานไม่ได้ ฝายน้ําล้นไม่ได้เพราะว่า ตอนนี้มันเกิดอุทกภัยแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่ามันไม่ได้ท่วม ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ผมอ่านดูโครงการทั้งหมดร้อยละ ๘๐ เปึนพื้นที่ซึ่งน้ําไม่ท่วม แต่ปรากฏว่า ได้สอบถามไปในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ของท่านรัฐมนตรีนิพนธ์นี่นะครับ เสนอมา ๒ โครงการครับ ถามไปก็บอกว่ายังทําไม่ได้ เพราะอะไร เพราะจังหวัดยังไม่สั่งการ เพราะฉะนั้นที่ผมยื่นกระทู้สดในวันนี้ จึงอยากจะถามท่านเปึนคําถามแรกว่า เงินภัยแล้ง ๑๙๙ ล้านบาทที่อนุมัติงบประมาณไปนั้นทางรัฐบาลยกเลิกหรืออย่างไร จึงไม่ดําเนินการต่อ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้หลายหน่วยงานเขารอเงินครับ ดําเนินการไม่ได้ นี่เปึนคําถามแรกครับ ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านอิสสระ สมชัย ซึ่งได้สอบถามเรื่องงบประมาณในการแก้ปัญหาภัยแล้งก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าในงบประมาณดังกล่าวนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ซึ่งขณะนั้นก็เปึนไปตามที่ท่านได้กราบเรียนท่านประธานสภาไปแล้วว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือบางส่วนได้ประสบกับภาวะภัยแล้ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติในหลักการ ให้กระทรวงมหาดไทยได้แก้ไขและบรรเทาปัญหาดังกล่าว โดยอนุมัติเงินให้ในวงเงิน ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากงบประมาณงบกลาง ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาให้ พี่น้องประชาชน ขอเรียนกับท่านทั้งหลายว่าในงบประมาณนี้มีหลักเกณฑ์ที่มอบหมายให้ การพิจารณาโครงการต้องผ่านคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการที่เรียกกันว่า ก.บ.จ. เปึนผู้พิจารณาโครงการของแต่ละจังหวัดในวงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท แล้วก็ส่งโครงการไปให้ สํานักงบประมาณในพื้นที่ที่ดูแลในเขตพื้นที่อยู่ที่เรียกกันว่า ซีบีโอ (CBO) สํานักงบประมาณ ในพื้นที่ก็ตรวจสอบโครงการตามที่ท่านบอกแล้วว่าจังหวัดอุบลราชธานีนั้นได้รับพิจารณา ในวงเงินประมาณ ๑๙๙ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้วเงินถูกโอนไปให้ ที่จังหวัด ไม่ได้ผ่านมาที่กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วขณะนี้ ได้รับแจ้งทั้งหมดได้มีการทําสัญญา ทยอยทําสัญญา และทยอยการเบิกจ่ายเงินไปแล้ว ไม่มีการเรียกเงินคืนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประเด็นเรื่องว่า เรียกเงินคืนหรือไม่ ผมยืนยันว่าไม่มีการเรียกเงินคืน โครงการใดที่ได้รับอนุมัติแล้ว ก็ดําเนินการต่อไป
ในส่วนของ ปภ. ที่ท่านได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ ๒ โครงการ อยู่ที่ ปภ. ดําเนินการ ก็คือโครงการขุดลอกห้วยขี้หนู ที่อําเภอทุ่งศรีอุดม ใช้งบประมาณ ๔๓๕,๗๐๐ บาท ได้ผู้รับจ้างแล้ว ส่วนอีกโครงการคือขุดลอกหนองน้ําสาธารณะหนองจิก อําเภอเมือง ใช้งบประมาณ ๑,๑๒๔,๓๐๐ บาท อยู่ระหว่างทําอีบิดดิง (e-Bidding) ไม่มีการยกเลิก โครงการแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในข้อซักถามข้อแรกครับ
เชิญ ท่านอิสสระครับ
ท่านประธานครับ ก็ฝากเปึน ข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับ ที่ท่านว่าเริ่มทยอยทําสัญญาหาผู้รับจ้างแล้ว ผู้รับจ้างที่เปึน ผู้ประกอบการในจังหวัดอุบลราชธานีหลายคนก็มาเล่าให้ผมฟังว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ก็ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมมีแต่ผู้รับจ้างมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด ที่จังหวัดอุบลราชธานีนั้น เขาไม่มีความสามารถหรืออย่างไร ขอฝากเปึนข้อสังเกตท่านไว้นะครับ แล้วท่านถามจังหวัดดู ทําไมทําอย่างนั้น
ในคําถามที่ ๒ ท่านประธานครับ เกษตรกรซึ่งได้รับความเสียหายเนื่องจาก กรณีภัยแล้งอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าน้ําท่วมไม่ได้ท่วมทุกอําเภอ ส่วนที่เขาประสบภัยแล้ง ทางรัฐบาลมีมาตรการจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งประสบภัยแล้งได้อย่างไร อย่างภาพที่ผม ให้ท่านดูต้นข้าวนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นใหม่อีกละครับ มันตายไปหมดแล้ว กรณีเช่นนี้รัฐบาล จะช่วยเหลือเยียวยาเขาอย่างไร นี่คําถามที่ ๒ ครับท่านประธาน
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นข้อซักถาม ข้อ ๒ เรื่องการเยียวยาผู้ประสบภัยแล้ง กระทรวงการคลังก็ได้มีระเบียบชัดเจนอยู่แล้วว่าหลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าเยียวยาหรือค่าชดเชย ให้กับเกษตรกรในกรณีเปึนนาข้าวเราเยียวยาไร่ละเท่าไร ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว แล้วก็กรณีนาข้าว กรณีพืชไร่ต่าง ๆ ก็ยืนยันว่าถ้าเกษตรกรได้รับผลกระทบแล้วไปแจ้งว่าตัวเองได้รับความเสียหาย จากภัยแล้ง แล้วก็ได้ประกาศหลักเกณฑ์ภัยแล้งชัดเจนไปแล้วก็สามารถที่จะได้รับค่าชดเชย ตามระเบียบของกระทรวงการคลังได้อยู่แล้วครับ
เชิญ ท่านอิสสระครับ ยังมีข้อข้องใจอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ
มีเรื่องอุทกภัยครับท่านประธาน
ครับ
อุทกภัยครั้งนี้ในส่วนซึ่งประชาชน ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วม ผมจะขอยกตัวอย่างเอาเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีครับ ขอให้ทางฝ์ายคลิป (Clip) ลองเป่ดคลิป (Clip) ให้ที่ประชุมดูหน่อยครับ
ท่านอิสสระ อภิปรายเลยนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ช่วยเป่ด
ไม่ใช่ครับ คลิป (Clip) ที่เปึนเขื่อน ปัองกันตลิ่งพังครับ อันนี้ฉายไปแล้วครับ
เดี๋ยวก็ขึ้นมาครับ ท่านอธิบายเลย ผมกลัวจะเสียเวลา
ท่านประธานครับ นอกจาก บ้านเรือน นอกจากที่ไร่ที่นาของประชาชนได้รับความเสียหายแล้วปรากฏว่าบ้านเรือนที่พัก อาศัยของพี่น้องส่วนหนึ่งถูกน้ําท่วม แต่มีอีกส่วนหนึ่งบ้านอยู่ริมตลิ่งแม่น้ํามูล น้ําท่วมครั้งนี้ พอถึงเวลาน้ําลดทางการได้รีบปล่อยน้ําออกจากลําน้ํามูลอย่างรวดเร็วเกินไปจนกระทั่งทําให้ เขื่อนปัองกันตลิ่งก็พัง ริมตลิ่งซึ่งไม่มีเขื่อนก็พัง ไม่ได้พังธรรมดาครับท่านประธาน เอาบ้านเรือน ราษฎรลงไปในน้ําด้วย นี่คือภาพเขื่อนพังนะครับ บ้านเรือนของราษฎรนั้นไหลลงไปอยู่ใน ลําน้ํามูลเปึนจํานวนนับสิบ ๆ กิโลเมตรครับท่านประธาน เลยอยากจะถามท่านประธานว่า กรณีซึ่งราษฎรได้รับความเสียหายบ้านเรือนพัง รัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร กรณีตลิ่งพัง เดี๋ยวนี้ราษฎรมีแต่โฉนดไม่มีที่ดินรัฐบาลจะช่วยเหลือเขาอย่างไร แล้วที่ไร่ที่นา บ้านพักอาศัย จะมีเงินงบประมาณสําหรับไปซ่อมแซมหรือเปึนการเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับ ความเสียหายครั้งนี้หรือไม่ ช่วยเหลือมีหลักเกณฑ์อย่างไร มีมาตรการอย่างไร ขอเรียนถาม เปึนคําถามสุดท้ายครับท่านประธาน
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตตอบในประเด็นที่ ๓ ของท่านอิสสระ ดังต่อไปนี้นะครับ เมื่อสักครูที่ท่านถามว่ากรณีภัยแล้งแล้วที่นาเสียหาย ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า เกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งต้องเปึนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนได้แจ้งไว้แล้ว กรณีนาข้าว ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท กรณีพืชไร่ไร่ละ ๑,๑๔๘ บาท กรณีพืชสวนอื่น ๆ ไร่ละ ๑,๖๙๐ บาท ทั้งนี้ไม่เกิน ๓๐ ไร่ นี่คือเปึนไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังได้กําหนดเอาไว้
ในส่วนของบ้านเรือนเสียหายที่กรณีอุทกภัยที่ท่านอิสสระได้เรียนถามนั้น ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านอิสสระว่ากรณีบ้านเรือน ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เรามีหลักเกณฑ์ว่าได้รับการช่วยเหลือจากเงินกองทุน ทดรองราชการรายละไม่เกิน ๓๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือจากเงินกองทุน ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยจากสํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าเสียหายทั้งหลังไม่เกินรายละ ๒๓๐,๐๐๐ บาท อันนี้ได้ตามหลักเกณฑ์นี้อีกนะครับ ส่วนถ้าเสียหายมากคือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ไม่เกิน ๗๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเสียหายน้อยก็ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท คือ กรณีเสียหายน้อยคือเสียหายไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์เปึนอย่างนี้นะครับ
ส่วนที่ท่านถามว่ากรณีที่ดิน ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เรามีการระบายน้ํา จากแม่น้ํามูลออกไปลงสู่แม่น้ําโขงแล้วก่อให้เกิดการพังทลายของตลิ่ง ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านอิสสระว่าขณะนี้กรมที่ดินได้มีการจัดตั้งศูนย์อํานวยการเดินสํารวจ ออกโฉนดที่ดินเพื่อดําเนินการสอบเขตที่ดินให้พี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุนี้อยู่ ในขณะนี้ ได้ดําเนินการแล้วนะครับ บริเวณที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี กรมที่ดินโดยกระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ดําเนินการจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ทราบ แนวเขตของตนเองว่าเปึนแนวไหน ตอนนี้ได้ตั้งแล้วว่าถ้าทราบแนวเขตแล้ว ส่วนขั้นตอนว่า เมื่อทราบแนวเขตแล้วจะทําอย่างไรต่อไปนั้นก็กําลังพิจารณาว่าจะดําเนินการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างไร แต่ขณะนี้ขอให้กรมที่ดินได้ไปสํารวจแนวเขตเสียก่อนว่าเอาเข้าจริง ส่วนไหนหายไป หายไปเปึนระยะเท่าไรก่อน ตอนนี้กรมที่ดินได้ตั้งศูนย์อํานวยการมาทําเรื่องนี้ โดยเฉพาะเลยครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ
ท่านอิสสระ มีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ไม่ได้เปึนคําถามนะครับ เพียงแต่อยากจะฝากไว้ในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีเปึนผู้รับผิดชอบ เรื่องที่ดิน อย่าให้ชาวบ้านเขาถือโฉนดลมนะครับเปึนโฉนดที่ไม่มีที่ดิน ท่านก็สามารถจะเอาดิน ไปถมแทนให้เขาก็ยังได้นะครับ ความจริงผมยังมีคําถามอีกเยอะแต่จะขออนุญาตไปถามท่าน ในพรรคก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ไปถามกันต่อ ที่พรรคนะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านอิสสระ สมชัย แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่กรุณาให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ท่านสมาชิกครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านสมาชิกก็จบลงไปแล้วนะครับ ต่อไปเข้าสู่ ระเบียบวาระที่
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๘ เรื่อง การสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปึนผู้ตอบ
ได้รับแจ้ง จากทางกระทรวงศึกษาธิการว่าได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการคือ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ เปึนผู้ตอบกระทู้แทน เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าเพื่อเตรียมตอบกระทู้ครับ
เชิญคุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ
ขอบพระคุณครับ เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ท่านณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ให้โอกาสผมได้ถามกระทู้ที่สําคัญ ในวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ ที่มาตอบคําถาม ซึ่งผมเชื่อว่า เปึนสิ่งที่หลายส่วนมีความต้องการอยากจะทราบแนวทาง นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตก่อนที่จะเข้าประเด็นที่ผมจะหารือนี้ ผมสังเกตหลายครั้ง แล้วว่าเวลากระทู้นี้จะไม่มีเวลากําหนดใช่ไหมว่าผู้ถามกระทู้นี้จะถามได้กี่นาที แล้วก็จะตอบ ได้กี่นาที ต่างกับกระทู้ถามสดใช่ไหมครับท่าน
ขออนุญาต ชี้แจงท่านอาดิลันว่ากระทู้ถามทั่วไปถึงแม้จะไม่ได้กําหนดเวลาก็ตามนะครับ แต่ว่ากําหนด ให้ถามได้ ๒ คําถาม แล้วก็ขอให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจว่าการถามกระทู้นั้นไม่ใช่การอภิปราย ฉะนั้นเราจะพูดอภิปรายเกริ่นนําได้บ้างพอที่จะให้ท่านรัฐมนตรีหรือผู้มาตอบกระทู้ถาม ได้พอเข้าใจปัญหา ท่านก็ถามเลยนะครับ คือกําหนดเอาไว้คร่าว ๆ อยู่แล้วว่าควรจะใช้เวลา ต่อกระทู้ถามไม่เกิน ๓๐ นาที เพราะเรายังมีระเบียบวาระที่สําคัญ ๆ รออีกเยอะทีเดียว ฉะนั้นท่านเกริ่นนําพอเข้าใจแล้วก็ถามคําถามเลย ท่านจะมีสิทธิถามคําถามได้ ๒ คําถามครับ เชิญครับ ท่านอาดิลันครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ โรงเรียนเอกชนในอดีตถือว่าเปึนโรงเรียนที่มีบทบาทในการที่จะจัดการศึกษา ถือว่าเปึน โรงเรียนที่แบ่งเบาภาระของทางราชการในการที่จะเปึนทางเลือกให้กับผู้ปกครองที่ได้เลือก ส่งบุตรหลานเข้าไปเรียน เพราะในอดีตนั้นโรงเรียนเอกชนถือว่าเปึนโรงเรียนที่มีบุคลากร ที่มีประสิทธิภาพหรือเปึนสถานศึกษาที่ประชาชนคนที่มีฐานะให้ความสําคัญกับบุตรหลาน ส่งเข้าเรียน แต่ในปัจจุบันนี้ในส่วนของรัฐบาลเองไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลในอดีตจนถึงรัฐบาล ปัจจุบันได้ให้ความสําคัญกับระบบการศึกษา นโยบายการศึกษา มีการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทําให้ระบบการศึกษาของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการอุดหนุนการศึกษา มีการสนับสนุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียนรัฐบาลมากนะครับ แต่กลับกันโรงเรียนเอกชน กลับไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ทําให้เกิดปัญหาว่าเปึนการขาดแคลนทรัพยากร ไม่ว่าจะเปึน เงินทุนหรือบุคลากรครูที่มีประสิทธิภาพเพราะโรงเรียนไม่สามารถจะไปว่าจ้างได้นะครับ
ในส่วนของประเด็นที่ผมจะขอกระทู้ถามรัฐบาล กระทู้ถามท่านรัฐมนตรี เรื่องของการสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะว่า ในส่วนของเงินอุดหนุนจากตัวเลขที่ปรากฏพบว่าค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนรายหัวที่รัฐบาล อุดหนุนให้กับโรงเรียนเอกชนมีอัตราต่ํากว่าที่อุดหนุนให้กับทางโรงเรียนของรัฐ ไม่ว่าจะเปึน ระดับชั้นอนุบาล ป.๖ ซึ่งมีข้อมูลว่าอุดหนุนเพียง ๖๒ เปอร์เซ็นต์ จากอัตราที่เราอุดหนุน ให้กับโรงเรียนของรัฐ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือระดับมัธยมศึกษาเราอุดหนุนเพียง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะพยายามให้ข้อมูลเบื้องต้นและอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคําถามเพื่อที่จะให้เปึน ข้อมูลสําหรับแนวทางปฏิบัติของภาคปฏิบัติส่วนราชการต่อไปนะครับ
นอกจากนั้นแล้วปัญหาความซับซ้อนเรื่องของโรงเรียนเอกชนที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีอีกปัญหาหนึ่งก็คือปัญหาเงินอุดหนุนกรณีโรงเรียนศาสนา ที่สอนควบคู่กับโรงเรียนสอนสามัญ หมายความว่าเงินอุดหนุนที่รัฐจัดให้กับโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาที่มีสอนสามัญให้อัตรารายหัวกับโรงเรียนนั้น แต่โรงเรียนจะต้องกลับไปจ้างบุคลากร สอนศาสนาเข้ามาสอนเพิ่มฉะนั้นเงินที่ได้รับจากทางราชการก็ต้องมาแบ่ง จนเกิดปัญหา เมื่อหลายป้ที่ผ่านมามีการตรวจสอบพบและมีการกล่าวหาว่าโรงเรียนมีการนําเงิน รับเงิน จากราชการแต่ไม่ได้จ่ายให้เต็มตามที่ให้ครูลงลายมือชื่อรับเงินแต่กลับหักไว้ แต่เหตุจําเปึน ที่โรงเรียนจะต้องหักเพราะต้องนําเงินดังกล่าวนั้นไปจ่ายให้กับครูผู้สอนศาสนาที่ทางราชการ ไม่ได้อุดหนุนให้แต่อย่างใด นั่นคือสภาพปัญหาที่ทับซ้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยากจะให้ทางรัฐบาลและทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการทําความเข้าใจประเด็นนี้ว่ารัฐบาล มีแนวทางในการจัดการปัญหานี้อย่างไร เช่นเดียวกันนะครับ เงินอุดหนุนอาหารกลางวัน ผมขออนุญาตถามคราวเดียว เงินอุดหนุน อาหารกลางวันที่รัฐบาลจัดให้กับนักเรียนชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมที่ปัจจุบันนี้อุดหนุนให้เพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลตามตัวเลขป้ที่แล้ว ๒๘ เปอร์เซ็นต์ถือว่ายังน้อย ถ้าเราสามารถที่จะ บริหารจัดการในงบอุดหนุนดังกล่าวเรื่องอาหารกลางวันให้เด็กมีอาหารอิ่มสามารถจะมีผลกับ การศึกษาของเด็กในอนาคตได้ ผมขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่จะดําเนินการให้มีการทบทวนและพิจารณาการสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในฐานะที่ ดิฉันกํากับดูงานนี้อยู่ให้มาตอบกระทู้ถามในเรื่องของการสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นดิฉันก็ต้องขอแสดงความชื่นชมแล้วก็ยินดีกับเด็ก ๆ นักเรียน ผู้ปกครองที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ได้ให้ความสําคัญกับคุณภาพการศึกษา ตลอดจนในความห่วงใยของความเปึนทุกข์เปึนร้อน การรับประทานอาหารของเด็ก ๆ เรา แล้วก็โดยเฉพาะในเรื่องของเงินอุดหนุนค่าจัดการเรียน การสอนให้กับนักเรียนโรงเรียนเอกชน แล้วขอนําเรียนต่อข้อชี้แจงกระทู้ถามผ่านท่านประธาน ดังต่อไปนี้นะคะ
ในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะดําเนินการให้มีการทบทวน แล้วก็พิจารณาสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไรนั้น ขอกราบเรียนอย่างนี้ค่ะ กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้ตระหนักถึงความสําคัญถึงการส่งเสริม การศึกษาเอกชนไม่ว่าทั้งในอดีตและปัจจุบัน ต้องยอมรับกันว่าเอกชนนั้นได้สามารถที่จะ แบ่งเบาภาระของรัฐบาล สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ เด็ก ๆ สามารถที่จะ ไปต่อยอดศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลในระดับที่สูงขึ้น ๆ แล้วเมื่อมีการสอบมาตรฐาน การศึกษาการสอบออกมาก็สูงกว่าคะแนนระดับประเทศ อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมผู้จัดการเรียน การสอนแล้วก็ให้กําลังใจกับโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศด้วย ในภาพรวมอย่างที่ดิฉันกราบเรียน ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนเลยในการจัดการเรียนการสอนของเอกชนที่ทําให้เราได้เห็น ปรากฏการณ์นั้นอย่างชัดเจน จึงมีความสําคัญยิ่งในการเปึนกลไกในการพัฒนาประเทศ ในปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้อุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอนหรือที่เราเรียกว่าเงินอุดหนุน รายบุคคลแก่นักเรียนในโรงเรียนเอกชน โดยมีนักเรียนในโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญ ศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาป้ที่ ๖ ได้รับเงินอุดหนุนอยู่จํานวน ๒,๐๓๒,๒๕๓ คน คิดเปึนร้อยละ ๙๕ ของนักเรียนโรงเรียนเอกชน ท่านอาจจะถามคําถามว่าอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ คืออะไร อีก ๕ เปอร์เซ็นต์คือโรงเรียนไม่ประสงค์ขอรับเงินอุดหนุนเปึนโรงเรียนแบบลอยตัว อย่างเช่นโรงเรียนดัง ๆ โรงเรียนที่ดังในระดับประเทศหลายโรงเรียน และสามารถที่จะ จําแนกประเภทของการรับเงินอุดหนุนได้ ดังต่อไปนี้
๑. นักเรียนในโรงเรียนทั่วไปจํานวน ๑,๖๑๕,๖๐๔ คน เปึนจํานวนโรงเรียน ทั้งสิ้น ๓,๐๓๐ โรงเรียนด้วยกัน มีค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา คํานวณไว้ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเปึนผู้คํานวณ
๑.๑ ระดับอนุบาลถึงระดับประถมศึกษามีค่าใช้จ่ายรายบุคคลอยู่ที่ ๑๕,๕๒๔ บาท ต่อคนต่อป้ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการเองได้อุดหนุนเงินเปึนจํานวน ๑๐,๐๑๐.๕๐ บาท สําหรับอนุบาลต่อคนต่อป้ ๑๐,๑๘๐.๕๐ บาทต่อคนต่อป้ ในระดับประถมศึกษาโดยโรงเรียนนั้น จะเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มเติมได้ไม่เกิน ๕,๕๑๓.๕๐ บาท แต่บางโรงเรียนอาจจะ เรียกเก็บเงินเพิ่มจากค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อย่างเช่น ค่าสอนภาษาต่างประเทศ ค่าอาหาร หรือค่าโครงการต่าง ๆ
๑.๒ ระดับมัธยมศึกษาซึ่งจะมีทั้งตอนต้นและตอนปลาย มีค่าใช้จ่ายรายบุคคล อยู่ที่ ๑๘,๕๖๐ บาทต่อคนต่อป้ กระทรวงศึกษาธิการให้เงินอุดหนุนจํานวน ๑๓,๗๙๗.๕๐ บาท สําหรับมัธยมศึกษาตอนต้น ๑๔,๑๒๗.๕๐ บาทต่อคนต่อป้ สําหรับมัธยมศึกษาตอนปลาย และโรงเรียนนั้นสามารถที่จะเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มเติมได้ไม่เกิน ๔,๗๖๒.๕๐ บาท
๑.๓ นักเรียนในโรงเรียนการกุศลมีนักเรียนอยู่ในโรงเรียนการกุศล จํานวนทั้งสิ้น ๔๑๖,๖๔๙ คน อยู่ในโรงเรียน ๕๔๘ โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนการกุศลนั้นเปึนโรงเรียนที่จัดการศึกษา เพื่อสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาใด ๆ ได้แก่ โรงเรียน ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา โรงเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่วิชาสามัญ หรือว่า ที่มีมูลนิธิ หรือมัสยิดเปึนผู้รับใบอนุญาต โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ให้เงินอุดหนุนในอัตรา ร้อยละ ๑๐๐ ของค่าใช้จ่ายรายบุคคล
ประเภทต่อไปคือ นักเรียนพิการ จํานวน ๔,๒๑๘ คน ใน ๒๐ โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ให้เงินอุดหนุนในอัตราร้อยละ ๑๐๐ ของค่าใช้จ่ายรายบุคคล เช่นเดียวกันกับนักเรียนโรงเรียนการกุศล แต่มีการอุดหนุนสมทบเปึนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้แก่ นักเรียนทั้งประเภทนักเรียนประจําและไปกลับ
สําหรับการทบทวนและการพิจารณาการสนับสนุนเงินอุดหนุนนั้นของ โรงเรียนเอกชนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น กระทรวงศึกษาธิการเองได้มีแนวทาง ในการดําเนินงาน ดังนี้
ในระยะเร่งด่วนก็กําลังศึกษาแนวทางในการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคล ให้แก่นักเรียนโรงเรียนการกุศล นักเรียนโรงเรียนพิการในโรงเรียนการศึกษาพิเศษซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเตรียมนําเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้พิจารณาและจะได้ นําเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ในประเด็นคําถามที่ได้พูดถึงการอุดหนุนโรงเรียนศาสนาควบคู่กับสามัญ แต่โรงเรียนต้องไปจ้างบุคลากรทางศาสนามาเพิ่มและต้องนําเงินมาจ่ายให้กับคุณครูศาสนานั้น ภาคใต้เองก็ได้เจอปัญหาในเรื่องนี้แล้วก็ซับซ้อนเข้ามาในระบบ ซึ่งทาง สช. ซึ่งเปึนหน่วยงานหลัก ในกระทรวงศึกษาธิการที่ดูแลเรื่องนี้ได้อุดหนุนเพิ่มเติมให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียกว่าเปึนเบี้ยเสี่ยงภัย
๑. อุดหนุนพัฒนาคุณภาพครู คนละ ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือน
๒. อุดหนุนค่าตอบแทนครูสอนศาสนาแยกเปึนประเด็น ดังนี้
๒.๑ โรงเรียนในระบบ ๔ คน คนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน
๒.๒ สถาบันศึกษาปอเนาะ คนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน
๒.๓ ในโรงเรียนตาดีกาคนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน
ส่วนที่เราเตรียมในเรื่องของระยะยาวนั้นไว้ ตอนนี้ก็ได้มีการศึกษาแนวทางที่เรา ทําการสํารวจนักเรียนยากจน โดยที่เรามีการทํางานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา เขามีแอปพลิเคชัน (Application) ที่ดีมากสามารถที่จะสํารวจและกรอกข้อมูล เพื่อที่เราจะสํารวจเพิ่มเติมให้ความช่วยเหลือนักเรียนและยากจนพิเศษเพิ่มเติม ดูแลนักเรียน ยากจนเพิ่มเติมต่อไป ตอนนี้อยู่ในระหว่างการสร้างความรู้ความเข้าใจแล้วก็เผยแพร่ไปยัง โรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียนในประเทศไทยอยู่ แล้วเราจะรีบดําเนินการให้เร็วที่สุด
ประเด็นต่อไปครับ กระทรวงศึกษาธิการกําหนดเกณฑ์การสํารวจนักเรียน โรงเรียนเอกชนอยู่เพื่อที่จะจําแนกตามระดับความต้องการ ความจําเปึนในการรับการช่วยเหลือ ด้านเงินอุดหนุนเพิ่มเติม เช่น โรงเรียนในพื้นที่ขาดแคลน โรงเรียนพื้นที่ขนาดเล็กแต่มีคุณภาพ ซึ่งต้องมีผลการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพเพื่อขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ตามความเหมาะสมกับสภาพความจําเปึนของแต่ละโรงเรียนได้มีการกําหนดแผนการศึกษา อัตราค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่ใช้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ต่ํากว่ามาตรฐานขั้นต่ํา มินิมัม สแตนดาร์ด (Minimum standard) เพื่อกําหนดอัตราอุดหนุนรายหัวบุคคลและอัตรา ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ แล้วในอนาคตเราก็เตรียมอยู่นะคะ หากรัฐบาลปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวค่าพื้นฐานหรือปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการ กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาดําเนินการปรับเงินอุดหนุนนักเรียนโรงเรียนเอกชนให้ สอดคล้องไปด้วย อันนี้คือการเตรียมการจากการที่ดิฉันได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องแล้วก็รับฟัง ปัญหาของพี่น้องครูเอกชนทั่วทั้งประเทศ
ในเรื่องของโครงการอุดหนุนอาหารกลางวัน สําหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชนนั้น ขอนําเรียนตอบท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้อุดหนุนงบประมาณสําหรับโครงการอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน โรงเรียนเอกชนเฉพาะนักเรียนทุพโภชนาการและนักเรียนยากจนเปึนจํานวน ๔๖๘,๐๒๔ คน คิดเปึนร้อยละ ๒๘ ของนักเรียนทั้งหมด ได้รับงบประมาณใช้งบประมาณเปึนจํานวนเงิน ๑,๘๐๐,๐๔๓,๒๙๖ บาท ก็ถือว่าเปึนงบประมาณสูงอยู่พอสมควร แล้วก็ต้องนําเรียนว่า มันเปึนโครงการสําหรับอาหารกลางวันที่โรงเรียนเอกชนได้รับอยู่แล้วในขณะนี้เฉพาะนักเรียน ที่ทุพโภชนาการแล้วก็เปึนนักเรียนยากจนซึ่งเราให้ความสําคัญแล้วก็ทําการสํารวจเพิ่มเติม อย่างที่ได้กราบเรียนไปในเบื้องต้น ปัจจุบันนักเรียนระดับอนุบาลและนักเรียนถึงในระดับ ประถมศึกษาป้ที่ ๖ ของโรงเรียนเอกชนมีทั้งหมดทั้งสิ้น ๑,๐๕๕,๗๔๕ คน หากจะอุดหนุน ค่าอาหารกลางวันให้กับนักเรียนทุกคนต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นป้ละ ๔,๐๐๐,๓๘๗,๖๘๔ บาท ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็ได้เคยเสนอของบประมาณอุดหนุนในอัตรานี้ไปแล้ว ถือว่าอยากให้ นักเรียนทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือทุกคนในโรงเรียนเอกชนได้รับ ต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ๒ ครั้ง ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ ป้ ๒๕๖๒ และอีกครั้งเมื่อดิฉันมารับตําแหน่งก็ได้เชิญสํานักงบประมาณ มาพูดคุยในเบื้องต้น ต้องกราบเรียนว่าก็ต้องให้กระทรวงศึกษาธิการนั้นเราต้องกลับมา ทบทวนใหม่ เนื่องจากเปึนการใช้เงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง โดยสํานักงบประมาณนั้น ก็มีความเห็นว่าควรชะลอการพิจารณาไว้ก่อน เนื่องจากสถานศึกษาเอกชนเปึนทางเลือกที่มีศักยภาพและมีรายได้เพียงพอ รวมทั้งรัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณอุดหนุนอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนทุพโภชนาการ และนักเรียนยากจน และนักเรียนทุกคนในโรงเรียนการกุศล ซึ่งเปึนการอุดหนุนนักเรียนกลุ่มเปัาหมายครบถ้วน ตามวัตถุประสงค์ของโครงการอาหารกลางวันแล้ว นี่คือคําความเห็นของสํานักงบประมาณ อย่างไรก็ตามกระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาหาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้ช่วยเหลือนักเรียนที่มีฐานะยากจน ซึ่งขาดแคลนอาหารกลางวันในโรงเรียนเอกชน ให้ทั่วถึงต่อไปตามแนวทางที่ได้กราบเรียนไปแล้ว ด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉันจะขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้ตระหนักถึงความสําคัญของโรงเรียนเอกชนและครูเอกชน เมื่อดิฉันได้รับมอบหมายงาน จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพียงระยะเวลา ๒ เดือนกว่าที่ได้รับตําแหน่ง ก็มีสิ่งที่เปึนขวัญและกําลังใจให้กับครูแล้วก็โรงเรียนเอกชนไปพอสมควร ซึ่งก็จะขอนําเรียน โดยสังเขป
ในเรื่องปรับเพดานค่ารักษาพยาบาลครูโรงเรียนเอกชนจาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อป้ เปึน ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อป้ จะมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ป้พุทธศักราช ๒๕๖๓ ก็เปึนของขวัญป้ใหม่ในวันที่ ๑ ป้หน้าเลย ได้มีการกําหนดนโยบายให้สามารถเบิก สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลตรงได้เหมือนกับข้าราชการทั่วไปซึ่งก็เรียกง่าย ๆ ว่าเบิกจ่ายตรง กําลังดําเนินการกับกรมบัญชีกลางอยู่ ได้มีการจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายของกระทรวง ศึกษาธิการเมื่อปลายป้ ๒๕๖๒ เมื่อมารับตําแหน่งอะไรคือปัญหา ดิฉันลุยทุกข้อจํากัด เพื่อที่จะทลายทุกข้อปัญหา จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนไปแล้ว สําหรับปฐมวัย โค้ดดิง (Coding) ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ การวัดประเมินผลจํานวน ๒๓ ล้านบาท อบรมครูเอกชนทั่วประเทศได้ ๑๔,๗๐๐ คน ได้แก้ไขปัญหาการค้างจ่ายเงินอุดหนุน โรงเรียนเอกชน โดยได้เกลี่ยงบประมาณภายในกระทรวงศึกษาธิการกันเอง ๒๕๐ ล้านบาท สําหรับงบเรียนฟรีที่ไม่เพียงพอ โรงเรียนเอกชนก็มีความสุขทั่วหน้าไปเมื่อเดือนกันยายน ได้มีการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ๒๐ โรงเรียนทั่วประเทศที่เปึนโรงเรียนเอกชน โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปโรงเรียนละ ๑๐,๐๐๐ บาท มากไปกว่านั้นก็ได้มอบ นโยบายที่กําลังที่จะหามาตรการทําการพักชําระหนี้เงินต้น ๑ ป้ ให้กับโรงเรียนเอกชนที่ได้รับ ความเสียหายจากอุทกภัย ด้วยความเคารพท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อย่างที่ได้นําเรียนนั้นก็คือสิ่งที่เปึนความห่วงใยจากรัฐบาลและจากกระทรวงศึกษาธิการ
สําหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระทรวงศึกษาธิการขอน้อมรับในทุกประเด็นนําไปพิจารณา นําไปดําเนินการเพื่อที่จะหา แนวทางในการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ําในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษา จากรัฐให้มีความเท่าเทียม เพื่อครูเอกชน โรงเรียนเอกชนจะได้บริหารจัดการแล้วก็จะได้ทํา การจัดการเรียนการสอนเพื่อที่จะพัฒนาเยาวชนของประเทศชาติต่อไป
สุดท้ายนี้ดิฉันในนามของรัฐบาล ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ถามได้ตั้งคําถามอันเปึนประโยชน์อย่างยิ่งที่ได้เป่ดโอกาส ให้กระทรวงศึกษาธิการได้มาชี้แจงข้อมูลให้แก่สาธารณชนทั่วไปได้รับทราบแนวทางของ การดําเนินการของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียน เอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและในเรื่องนโยบายต่าง ๆ ที่จะทําให้กับโรงเรียนเอกชน และครูเอกชน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านอาดิลัน มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เพราะรัฐมนตรีก็ตอบยาวจบหมดแล้ว
ผมยังมีสิทธิอีก ๑ ข้อครับท่าน
เชิญครับ
ผมพยายามรวมเอาข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ไว้เปึนข้อเดียวกัน เพราะผมยังมี ๒ ข้อที่อยากจะสอบถามเปึนการฝากทางท่านรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากสภาพปัญหาพื้นที่ในส่วนของระบบโรงเรียนสามัญที่เปึนครู เปึนพนักงานวิทยากร การศึกษารายชั่วโมง วิทยากรศาสนารายชั่วโมงที่สอนอยู่ในโรงเรียนของ สพฐ. ผมไม่แน่ใจว่า ท่านรัฐมนตรี ท่านกนกวรรณจะรับผิดชอบด้วยหรือไม่ แต่ผมขออนุญาตฝากในฐานะที่อยู่ กระทรวงศึกษาธิการเช่นเดียวกัน ตอนนี้ในส่วนของบุคลากรที่เปึนวิทยากรการศึกษา รายชั่วโมง สอนศาสนาอิสลามยังเปึนวิทยากร ยังต้องมีการจ่ายค่าตอบแทน ยังไม่ได้เปึน พนักงานราชการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรณีที่มีการหยุดก็ต้องถูกหักเงิน กรณีถือว่า ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมในฐานะที่เปึนครูผู้ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน กับลูกหลานในพื้นที่ อย่างไรผมก็จะฝากทางท่านรัฐมนตรี ท่านกนกวรรณว่าประเด็นของ ครูผู้สอนศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ามีการผลักดันให้ได้เปึนพนักงานราชการ และได้รับสิทธิประโยชน์ได้รับสิทธิในการดูแลรักษา การรักษาพยาบาลหรือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ ข้าราชการพึงได้รับประเด็นนี้อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรีด้วย
อีกประเด็นหนึ่ง ต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการทุกท่านที่พยายาม ศึกษาสภาพปัญหาในการศึกษาของไทย ตลอดระยะเวลา ๕ เดือนที่ผ่านมา ผมพยายามติดตาม การทํางานของกระทรวงศึกษาธิการ เคยมีโอกาสได้ไปพบที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อที่จะ รับทราบ สภาพปัญหาและเสนอแลกเปลี่ยนสภาพปัญหาเพื่อที่จะช่วยกันระดมความคิดเห็น ของคนในพื้นที่ ในฐานะที่ผมเปึนคนจังหวัดยะลาอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาพปัญหา การศึกษาภาคใต้จะแตกต่างกับสภาพปัญหาในพื้นที่ภูมิภาคอื่น ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยน กับท่านรัฐมนตรีกับคณะทํางานของท่านรัฐมนตรี ขอเปึนกําลังใจให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยขับเคลื่อนการศึกษาของไทยให้มีประชาชนที่มีคุณภาพสําหรับพัฒนาประเทศต่อไป ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรี ก็รับข้อฝากไปแล้วกันนะครับ ขอบคุณท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราได้เข้ามาช่วยชี้แจงให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจนะครับ ลําดับต่อไป
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๙ เรื่อง การกําหนดข้อจํากัดในการผลิตสุรา ในกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. ๒๕๖๐ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปึนผู้ตอบ
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่าเนื่องจากวันนี้ท่านติดภารกิจสําคัญ จึงได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังคือท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เปึนผู้มาตอบ กระทู้ถามแทน เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แล้วก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร คลองสาน ธนบุรี บางกอกใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ที่กลับมาตอบคําถามผมอีกรอบครับ หลังจากที่ครั้งก่อนอาจจะไม่เคลียร์ (Clear) เพราะว่า ผมอาจจะถามไม่ตรงคําตอบท่านหรือท่านตอบไม่ตรงคําถามผม หรือเราได้ข้อมูลที่ผมเกริ่น ไม่พอนะครับ วันนี้ก็ขออนุญาตท่านประธานเกริ่นสักเล็กน้อยเพื่อจะได้เข้าใจแล้วไม่ต้อง กลับมาถามอีกรอบนะครับ วันนี้ผมจะมาถามเกี่ยวกับกฎกระทรวง เรื่องการทําสุรา ซึ่งผมจะพูด โดยรวมทั้ง ๒ อย่าง ก็คือของสุราชุมชนเองก็ดี แล้วก็สุราชนิดพิเศษด้วย ก่อนอื่นเลยก็จะบอกว่าวันนี้ผมไม่ได้มาส่งเสริมให้ใครดื่มสุราจนเปึนอันตราย แต่ผมแค่อยาก ส่งเสริมภูมิปัญญาของไทยที่เปึนมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของเรามาและเปึนอัญมณี ของเศรษฐกิจไทยที่รอวันเจียระไน วันอาทิตย์ที่ผ่านมาท่านประธาน ผมได้มีโอกาสโดยความกรุณา ของท่าน ส.ส. เอกภพ ท่าน ส.ส. พีรเดช และท่าน ส.ส. กัญจน์พงศ์ ส.ส. เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ได้พาผมไปลงพื้นที่ที่อําเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ไปดูโรงกลั่นสุรา และได้พบกับคุณลุงคุณปัา คุณลุงก็คือคุณลุงอํานวยและคุณปัาอ้วนซึ่งต่อสู้เพื่อรักษา ภูมิปัญญาของตัวเองเพื่อที่จะประกอบอาชีพสุจริตมาเปึนเวลา ๒๐ กว่าป้ สิ่งที่เขาได้ในวันนี้ ยังไม่เปึนที่น่าพอใจ ผมจึงขอนําเสียงของคนเหล่านั้นคนกลุ่มนี้มาสู่สภาเพื่อให้ท่านรัฐมนตรี ได้พิจารณาเผื่อจะแก้ไขกฎกระทรวงให้ได้สมประโยชน์กับประชาชนบ้าง คนเหล่านี้แต่ก่อน เราเคยคิดว่าคนเหล่านี้ทําเหล้าเถื่อน เปึนคนขายของเถื่อน ทําของเถื่อน ไม่ปลอดภัยบ้าง แต่การที่ผมได้คุยกับปัาอ้วน ปัาอ้วนเปึนช่างฝ้มือ ปัาอ้วนเปึนนักอุตสาหกรรมรายย่อย ปัาอ้วนเปึนคนที่อยากถ่ายทอดและเก็บรักษาภูมิปัญญาของประชาชนในถิ่นของเขาเอาไว้ ปัาอ้วนเปึนนักเคมีและนักจุลชีววิทยาของหมู่บ้าน ผมตั้งคําถามครับ ภูมิปัญญาเหล่านี้ เราจะเรียกเขาว่าคนทําเหล้าเถื่อนได้อย่างไร ผมว่าสิ่งที่เถื่อนไม่ใช่เหล้าแต่เปึนกฎหมาย ที่เถื่อนมากกว่า กฎหมายในปัจจุบันนี้อนุญาตให้ทําสุราชุมชนได้ โดยจํากัดแรงม้าไว้ที่ ๕ แรงม้าและคนงานไม่เกิน ๗ คน ซึ่งผมถามจริง ๆ ๕ แรงม้า ปัูมน้ํา ๑ อัน ไฟ ๒ ดวง พัดลม ๑ ตัว เอาไว้นั่งเล่น ๆ เกินแล้วครับท่านประธาน ก็อาจจะเข้าใจอยู่ว่าตั้งตามระเบียบ ของกรมโรงงานที่จะก่อว่าถ้าโรงงานใดเกิน ๕ แรงม้าต้องไปจดทะเบียนตามนั้น แต่ผมมองว่า มันกลับทําให้เขาไม่สามารถพัฒนาคุณภาพของสุราชุมชนให้ต่อสู้ในระดับโลกได้ อย่างที่เคย เรียนไปแล้วนะครับท่านประธานว่าประเทศญี่ปุ์นมีสาเก เมืองจีนมีเหมาไถ ที่โอกินาวะ มีอะวาโมริ ที่ประเทศเกาหลีมีโซจู แล้วเหล้าไทยอยู่ที่ไหนของโลกนี้ครับ โอเค (OK) เรามี เหล้าโรงใหญ่ แต่ทราบไหมว่าเหล้าโรงใหญ่ที่ประเทศไทย การที่คุณจะขยับจาก ๕ แรงม้า แรงงาน ๗ คน ระดับต่อไปของใบอนุญาตคุณต้องทําเหล้าถึงวันละ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ท่านประธานครับ ท่านประธานเป่ดก๊อกน้ําทุกก๊อกในบ้านท่านประธานน้ําไหลออกมา ยังไม่ได้ ๙๐,๐๐๐ ลิตรเลยใครจะไปทําได้ ตรงกลางอยู่ตรงนี้มันหายไปไหน ทําไมมีแต่รายจิ๋ว แล้วรายใหญ่ไปเลย ผมถามหน่อยครับว่าคนอย่างปัาอ้วน พี่อํานวยเขาอยากพัฒนาธุรกิจ โดยการมีตู้ควบคุมอุณหภูมิการหมักที่ใช้ไฟฟัาซึ่งมันเกิน ๕ แรงม้าอยู่แล้ว หรือไลน์ (Line) บรรจุ ให้มันมีคุณภาพดี ๆ ให้มันปลอดภัยขึ้นทําไมทําไม่ได้ ต้องใช้ใบไหนครับ คําถามนี้ผมก็จะถาม ท่านรัฐมนตรี ทําไมต้องกําหนดด้วยว่า ๕ แรงม้า แล้วก็ ๗ แรงงานคน เปึนการขอใบอนุญาต สุรากลั่นชุมชน แล้วสุรากลั่นประเภทโรงงานใหญ่ก็คือ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ทําไมเขาถึง กําหนดตัวเลขขั้นต่ําเช่นนั้น เข้าใจว่าครั้งก่อนท่านตอบผมเรื่องเบียร์ เรื่องคุณภาพ แต่ผมว่า ครั้งนี้คงไม่ใช่แล้วครับ เพราะอันแรกคุณภาพให้น้อยเกินไป อันบนก็ไกลเกินฝันที่จะเอื้อมถึง อย่างไรฝากท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการด้วย ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มาตอบกระทู้ถามของ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องกราบเรียนท่านสมาชิก เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้ทรงเกียรติว่าเรื่องของสุรา สุราแช่ แล้วก็สุรากลั่น ตามที่ท่านได้ถามว่าเหตุใด จึงมีการกําหนดมาตรฐานของสุราแช่แล้วก็สุรากลั่นที่ไม่เกิน ๕ แรงม้า แล้วก็ ๗ แรงคน ก็ต้องเรียนว่าการที่กําหนดมาตรฐานของโรงผลิตสุราแช่และสุรากลั่นนั้นเรียนว่าสุราแช่นั้น เปึนสุราที่ไม่ได้มีการกลั่น เปึนการแช่ เปึนการหมัก แล้วสุราแช่ถ้าหากว่านําไปผสมกับสุรากลั่น แล้วมีแรงของแอลกอฮอล์ไม่เกิน ๑๕ ดีกรี (Degree) เปอร์เซ็นต์ และสุรากลั่นหมายความว่า สุราที่ได้กลั่นแล้วโดยการกลั่นไม่ใช่โดยการแช่ เมื่อกลั่นแล้วก็นําไปผสมกับสุราแช่ แต่มีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า ๑๕ (Degree) เปอร์เซ็นต์ ก็จะให้ใช้เครื่องจักรไม่เกิน ๕ แรงม้า และไม่เกิน ๗ แรงคน ทั้งนี้ก็เนื่องจากที่จะส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถที่จะผลิตสุราแช่ และสุรากลั่นตามที่ท่านได้ถามไว้ให้เปึนการขยายแล้วก็อนุรักษ์สนับสนุนในชนบทให้สามารถ ที่จะผลิตสุราพื้นบ้านเหล่านี้ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ดีจะสนับสนุนอย่างไรก็ดีเพื่อให้ผู้บริโภค ทั้งในระดับท้องถิ่นแล้วก็ในชนบทนั้น แน่นอนที่สุดในการที่จะบริโภคสุราเหล่านี้ทางกรมสรรพสามิต ก็ต้องลงไปดูแลแล้วก็คุ้มครองผู้บริโภคในการที่จะไปบริโภคสุราเหล่านี้ ก็จึงได้กําหนดให้เปึน ผู้ที่จะได้รับอนุญาตในการผลิตสุราแช่กับสุรากลั่นในท้องถิ่นในชนบทนั้นว่าจะต้องเปึน กลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน หรือเปึนห้างหุ้นส่วนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น จะเห็นได้ว่าในพระราชบัญญัติสุราที่กรมสรรพสามิตดูแลอยู่นั้นจะไม่เห็นด้วยหรือจะไม่ให้ บุคคลธรรมดาทําหน้าที่การผลิตสุรา จะให้เปึนองค์กรย่อย ๆ ในท้องถิ่นมาทําการผลิต อย่างน้อยที่สุดเพื่อให้ได้มีคุณภาพให้ได้มาตรฐานและได้คุ้มครองผู้บริโภคสุราในท้องถิ่น โดยรวม นอกเหนือจากนั้นการที่จะนําสุราที่จะแช่หรือจะกลั่นแล้วมาจําหน่ายให้ผู้บริโภค ได้บริโภคนั้นก็ยังจะต้องมีการส่งตัว อย่างตัวอย่างละ ๑ ลิตรมาให้กับกรมวิชาการเกษตร สถาบันราชภัฏ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้สามารถตรวจสอบ คุณภาพของน้ําสุรากลั่นและน้ําสุราแช่นั้นให้ได้มาตรฐานตามที่กําหนดถึงจะนําออกจําหน่าย หรือให้ผู้บริโภค ๆ ได้ ดังนั้นจึงเปึนการคุ้มครองพี่น้องประชาชนในชนบท แล้วก็เพื่อให้เกิด ความปลอดภัย ซึ่งการดื่มสุราที่ไม่ได้มาตรฐานในชุมชนนั้นก็เปึนข่าวอยู่เนือง ๆ ที่พี่น้อง ในชนบทได้ซื้อมาดื่มแล้วก็เกิดอันตรายอยู่เปึนประจําครับ ขอบคุณครับ
คําถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอบคุณสําหรับคําถามแรกครับ วันนี้ผมรู้สึกดีที่ท่านทําการบ้านมา ก่อนอื่นเลยผมคิดว่าที่ท่านบอกว่าท้องถิ่นคือมันต้องเปึนรายย่อยรายเล็กจริง ๆ ผมไม่ใช่นะ ท้องถิ่นมันไม่เท่ากับว่าต้องเล็กครับ ท้องถิ่นในบริบทของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผมเข้าใจว่ามันคือ ของมีค่า ความหลากหลายของท้องถิ่นมันคือสิ่งที่โรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ลอกเลียนแบบไม่ได้ ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิดวันนี้เราก็อาจจะมีสิ่งที่มีค่าทําน้อยแต่ได้มากมาแทนอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้างก็ได้ ผมก็เข้าใจดีว่ากรมสรรพสามิตเขาต้องการ คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคเหมือนเรื่องเหล้าเรื่องเบียร์ที่ท่านเคยว่าไปนะครับ ซึ่งย้อนแย้งมากเลยว่าให้ท้องถิ่นหรือรายย่อยทําไม่ได้ แต่ผมก็มองว่าการที่ให้ ๕ แรงม้ากับ ๗ แรงคน มันทําให้ประสิทธิภาพในการควบคุมคุณภาพมันต่ําไปด้วยซ้ํา ณ จุดนี้ผมอยาก ขอความร่วมมือ ไม่ใช่มาเพื่อเอาชนะอะไรท่านนะครับ แต่คืออยากให้ท่านมองว่าตรงนี้ มันเปึนประโยชน์กว่าจริง ๆ
ในประเด็นที่ ๒ ผมอยากถามในเรื่องการเพิ่มมูลค่าซึ่งอันนี้เปึนผู้ประกอบการ เสียงจากผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดย่อมที่มีความเห็นช่องทางธุรกิจในการทําเหล้า คล้าย ๆ ฝรั่ง พวกเหล้ายิน (Gin) เองหรือวิสกี้อะไรอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกทุกท่านก่อน ท่านประธานครับ วิสกี้ก็คือการเอาเหล้าขาวไปใส่ในถังนั่นเอง ซึ่งเหล้าขาวเขาอาจจะใช้ ข้าวบาร์เลย์ แต่เมืองไทยเราใช้ข้าวเจ้า การเอาไปบ่มที่ท่านพิธาเคยว่าการเอาข้าวไปใส่ขวด มูลค่ามันเยอะกว่า แต่ผมกลับมองล้ําไปกว่านั้นก็คือเอาเหล้าไปใส่ถังแล้วปล่อยเวลาไป คือการบ่มจะสร้างมูลค่ามากกว่านะครับ ที่ญี่ปุ์นมีเหล้าชื่อว่า อะวาโมริ ใส่ไหไว้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ขายกันเปึน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือเอาง่าย ๆ ประเทศญี่ปุ์นเขาบอกว่าวิสกี้ไม่ใช่ของไทยครับ ที่ญี่ปุ์นมีเหล้ายี่ห้อดังฮิบิกิ อายุ ๑๘ ป้ ขายอยู่ในเว็บไซต์ (Website) ผมเห็นวันก่อนแต่ไม่มี สตางค์ซื้อหรอกครับ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาทเปึนไปได้อย่างไร ก็ทําเหล้าขาวมาเหมือนกันนะครับ แต่เอาไปใส่แล้วก็ทิ้งเวลารอ ๑๘ ป้ กลายเปึน ๗๐,๐๐๐ บาท ถ้าขายตามบ้านเรานี่ ๖๐ บาท อยากถามตรงนี้ว่าจากที่กฎกระทรวงได้กําหนดไว้ว่าการทําสุรากลั่นชนิดพิเศษ ประเภทวิสกี้ บรั่นดี แล้วก็ยิน (Gin) ต้องทําปริมาณวันละ ๓๐,๐๐๐ ลิตร ๓๐,๐๐๐ ลิตรมาจากอะไรครับ แล้วถ้าจะแก้ไขกฎหมายให้ง่ายขึ้นต่อผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายอื่นของไทยเพื่อวันหนึ่ง เราจะได้กินวิสกี้ดี ๆ ที่เปึนฝ้มือคนไทย ไม่ต้องทําจากถังไม้โอ๊ก อาจจะทําจากถังไม้ไผ่ก็ได้ โอ้โฮพูดแล้วเปรี้ยวปากนะครับก็เปึนไปได้หมด จริง ๆ แล้วพวกเรื่องอย่างนี้เราควรจะทํา เราควรจะส่งเสริมเพราะว่าเราทําอะไรได้น้อยแต่มันมีมูลค่ามาก มันก็เปึนการดีและเปึน การส่งเสริมธุรกิจรายย่อยให้ได้เจริญเติบโตเพื่อเปึนรากฐานที่แข็งแกร่งและแข็งแรง ของเศรษฐกิจไทยเพื่อจ่ายภาษีพัฒนาชาติ ในโอกาสต่อไปอยากถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีสันติครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ มาตรฐานของ พ.ร.บ. สุรา ก็ได้เป่ดโอกาสให้ชุมชนในท้องถิ่นโดยทั่วไป เพียงแต่ไม่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาผลิตสุรากลั่นและสุราแช่ซึ่งเปึนสุราท้องถิ่น ส่วนสุราผสมพิเศษ สุรากลั่นพิเศษก็มีโรงงานอยู่ ๒ ระดับ ระดับหนึ่งตามที่ท่านได้กล่าวก็คือ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ก็ยังมีระดับกลางคือ ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ก็ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่า สุราเปึนสิ่งบริโภคที่จะต้องควบคุมดูแลเรื่องของคุณภาพ เนื่องจากว่าถ้าหากปล่อยให้ การผลิตสุราขนาดกลางกับขนาดใหญ่ลงไปผลิตในชุมชนอย่างที่ว่านั้นก็อาจจะทําให้ การควบคุมดูแลไม่ทั่วถึงนะครับ ดังนั้นการผลิตสุราขนาดกลางคือ ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ขนาดใหญ่จํานวน ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวันนั้น การควบคุมคุณภาพต่าง ๆ แล้วก็การจําหน่าย ที่จะจําหน่ายโดยทั่วไปนั้นก็เปึนวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. สุรา ซึ่งถ้าหากว่าจะแก้โดยให้เกิน ๕ แรงม้า หรือเกินกว่า ๗ แรงคนขึ้นไปแล้วก็ปล่อยให้เปึนการผลิตในชนบท และปล่อยให้เปึน การผลิตของบุคคลก็เกรงว่าการสนับสนุนนั้นอาจจะเปึนโทษเสียด้วยซ้ํา ขอบคุณครับ
กระทู้ถาม เรื่องต่อไปครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๘๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ําท่วมและการขาดแคลนน้ํา เพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภคในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา (ร้อยตํารวจเอก อรุณ สวัสดี เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เปึนผู้ตอบ
เชิญ ร้อยตํารวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ อันประกอบด้วย อําเภอระโนด อําเภอกระแสสินธุ์ อําเภอสิงหนคร อําเภอสทิงพระ หรือชาวบ้านเรียกว่า คาบสมุทรสทิงพระ มีพื้นที่ประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีประชากร ๒๒๐,๐๐๐ กว่าคน ๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว พื้นที่ที่ทําการเกษตรประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ปัจจุบันประสบปัญหาทุก ๆ ป้ซ้ําซาก น้ําท่วม แล้วก็น้ําแล้ง แล้วก็ขาดน้ํา อุปโภคบริโภค ทําประปาเปึนประจําเลยครับ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยสมบูรณ์นะครับ วันนี้ก็จะมาถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประภัตร โพธสุธน ว่าจะมีทางแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
ชีวิตผมก็ชีวิตชาวนานะครับ ตามสไลด์ (Slide) ผมมีอาชีพทํานา ผมรับราชการแค่ ๖ ป้แล้วก็ลาออกมา ก็มีน้ําท่วมอย่างนี้ นี่บ้านผมเลยครับท่านประธาน นี่ท่วม ที่บ้านผมสูงกว่าเพื่อนแล้วในตําบล นี่ล่ะครับ ท่วมอย่างนี้นะครับ บ้านผมนี้ท่วมไม่เหมือนเพื่อนเขา เดือนธันวาคม เดือนมกราคม ที่ทางอีสานแล้ง บ้านผมจะท่วมนะครับ ท่วมอย่างนี้นะครับ แล้วไม่ได้ท่วมน้อย ๆ นะครับ ท่านประธาน มีผู้ป์วยติดเตียง บ้านผมจะมีผู้เฒ่าผู้แก่คนชรานี้เยอะมาก เพราะว่าลูกหลาน อพยพหนีน้ําท่วม น้ําแล้ง ไปทํานา ทําการเกษตร ไปทํางานในเมืองกันก็จะทิ้งคนเฒ่าคนแก่ ผู้ป์วย ผู้สูงอายุอยู่กับบ้านนะครับ นี่บ้านน้องสาวผมอยู่ที่ ตําบลบ่อตรุ อําเภอระโนด ท่วมอย่างนี้ครับได้รับความเสียหาย จนบ้านผมร้องเพลง อยู่ ๒ เพลงครับท่านประธาน น้ําท่วมเขาว่าดีกว่าฝนแล้ง เพลงนี้เพลงหนึ่ง เขาว่าน้ําแห้ง ปล่อยให้ฝนแล้งแห้งยังดีกว่า และอีกเพลงหนึ่ง ช่วงนี้เปึนช่วงเดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ น้ําลด เดือนมีนาคม เดือนเมษายน แล้งเลยครับท่านประธาน น้ําจะแล้ง น้ําแล้งก็จะร้องเพลงอยู่เพลงหนึ่ง ดินแยกแตกระแหง ต้นใบไม้เฉาแห้ง นี่ครับท่านประธาน ท่านไม่ต้องเบรก (Break) ผมก็ร้องแค่นี้พอแล้วครับ
เข้าประเด็นเลยครับ
ร้องเปึนอยู่ ๒ เพลง แห้งอย่างนี้เลย นี่จากเดือนกุมภาพันธ์นะครับ ภาพเมื่อสักครู่นี้แถวม่วงงามน้ําในคลองก็จะแห้ง เดือนมีนาคม เดือนพฤษภาคม เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ก็กลายจากน้ําท่วมเพราะอะไรท่านประธาน เพราะว่าเราไม่มีการกักเก็บน้ําจืดไว้เลย ทีนี้ผมจะชี้ให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีเห็น สภาพบ้านผม บ้านผมเขาเรียก คาบสมุทรสทิงพระ ขอภาพทางนี้หน่อยครับ แล้งอย่างนี้ ห่างจากน้ําท่วมไปประมาณ ๒ เดือนเองครับ ขอตัดมาภาพนี้เลย บ้านผมลักษณะภูมิประเทศ เปึนอย่างนี้นะครับ เขาเรียกว่าเปึนคาบสมุทรสทิงพระยื่นออกมา มีฝัืงทะเล ๒ ฝัืง ฝัืงขวามือ เรียกว่า ฝัืงอ่าวไทย ฝัืงซ้ายมือเขาเรียกว่า ทะเลสาบสงขลา ช่วงเดือนธันวาคมเริ่มจะมีมรสุม ตะวันออกเฉียงใต้มีพายุพัดผ่านเข้ามาทางตะวันออกเฉียงใต้ก็ทําให้เกิดพายุ เกิดฝนตกช่วง เดือนธันวาคม เดือนมกราคม น้ําก็จะไหลมาจากจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงมาบ้านผมหมดเลย เพราะที่ทางจังหวัดพัทลุง ทางจังหวัดตรัง ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช เขาจะเปึนภูเขาสูง พอเอ่อมาที่บ้านผมน้ําสูงประมาณสัก ๒-๓ เมตร บวกกับพายุตกที่บ้านผมด้วย น้ําก็จะไม่เข้าแล้ว ก็จะไหลมาทะลักไปบ้านผม น้ําท่วมเปึนเวลา ๑-๒ เดือนเกิดอะไรขึ้นนะครับ ช่วงนั้นข้าวนาป้กําลังจะตั้งท้องครับ เพราะเขาเริ่มไถตั้งแต่เดือนกันยายน ตอนนี้ข้าวบ้านผม กําลังขึ้นสวยเลย แต่เริ่มจะตั้งท้องก็เดือนมกราคม น้ําท่วมก็เกิดความเสียหายแล้วนะครับ ต้นทุนข้าว ค่าไถ เมื่อสักครู่ให้เห็นภาพแรกผมทํานา ค่าปุิย ๖๐๐ บาท ค่าข้าวปลูกอีก ๖๐๐ บาท รวม ๑,๘๐๐ บาท ค่าจ้างหว่านอีก ๒๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทต่อไร่ ๒๐ ไร่ก็ ๔๐,๐๐๐ บาท เงินกู้มานะครับ เกษตรกรบ้านผมเขาจะกู้ ธ.ก.ส. มา หลังจากนั้นถ้าเกิดน้ําท่วมเสียหาย เราได้รับการชดเชยจากรัฐบาลประมาณ ๑,๑๐๐ บาทก็ขาดทุน พอขาดทุนทําอย่างไรครับ ก็ไม่เปึนอะไร ขาดทุนก็กู้ใหม่เพราะทํานาป้ นาป้จะเริ่มเดือนอะไรท่านประธานครับ เริ่มไถ ก็ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน แล้งแล้ว แล้งอย่างไรครับ เพราะว่า เราไม่ได้กักเก็บน้ําไว้น้ําก็จะไหลออกไปสู่อ่าวไทยหมดเลยนะครับ ทีนี้พอน้ําไหลไปหมดเลย พอถึงหน้าแล้งน้ําเค็มเข้าครับ จากจังหวัดสงขลาน้ําเค็มเข้าเปึนอย่างนี้ก็ไล่มาเรื่อย ๆ จนถึง เดือนพฤษภาคมใช้ไม่ได้แล้วน้ําแห้ง แล้วในแถวอําเภอที่ผมว่า ตําบลที่ว่าก็คือตําบลม่วงงาม ตําบลวัดขนุน อําเภอสทิงพระ แถวนี้ก็ไม่มีน้ําในคลอง ข้าวกําลังตั้งท้องก็แห้งเฉาตายอีกแล้ว แห้งตายเหมือนกับทางอีสานที่บอกเมื่อสักครู่นะครับ น้ํากว่าจะหมดน้ําก็จะเค็มไปทั่วก็ใช้กับ การเกษตรไม่ได้ครับ ทีนี้ก็อยากจะถามคําถาม คําถามผมมี ๒ คําถามครับ ถามท่านรัฐมนตรี ว่าท่านจะมีนโยบายในการแก้ไขน้ําท่วม น้ําแล้ง น้ําเพื่อทําประปาอุปโภคบริโภคได้อย่างไร ปกติบ้านผมจะมีคลองอยู่คลองหนึ่ง เขาเรียกคลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอก เวลาเขาส่งน้ําจืด น้ําอะไรต่าง ๆ ก็ส่งเข้าคลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอก จะทําประปาก็สูบน้ําจากคลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอก แต่พอน้ําแล้ง น้ําแห้ง น้ําก็จะขุ่นเปึนตะกอนก็จะใช้ในการอุปโภคบริโภค ไม่ได้ ทีนี้ก็อยากถามคําถามกับท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ว่าเราจะแก้ปัญหา อย่างไร แต่ว่าคําถามที่ ๒ ของผมมันจะต่อเนื่อง ท่านรัฐมนตรียังไม่ต้องตอบคําถามแรก
คําถามที่ ๒ ผมถามต่อนะครับ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ พบปะกับชาวบ้าน ประชุมกับชาวบ้านเขาได้เสนอ ชาวบ้าน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ชุมชน ผู้นําท้องถิ่นนี่เขาให้ผมมาเสนอกับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านมา เรื่องการทํา แก้มลิงคาบสมุทรสทิงพระเพื่อกักเก็บน้ําจืดตอนเวลาน้ําท่วม ตอนหน้าฝนก็ช่วงมรสุม นี่เราจะกักเก็บน้ําจืดไว้เพื่อจะใช้ในยามหน้าแล้ง ผมก็เสนอกับท่านประธานไปแล้ว ผ่านทาง กรมชลประทานและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาแล้ว การทําแก้มลิงของผมเปึนอย่างนี้ ท่านประธานครับ คือเราจะทําคันกั้นน้ําโดยขุดดินในทะเลสาบตรงนี้ขึ้นมาถมเปึนคันกั้นน้ํา จากตําบลบ้านขาว เขาเรียกว่าหมู่บ้านหัวป์า ตําบลบ้านขาว แล้วก็ยื่นมาถึงอําเภอกระแสสินธุ์ ตรงนี้เราจะทําแก้มลิงกักเก็บน้ําจืดไว้ เพราะของเราไม่มีที่กักเก็บน้ําจืดเลย เราไหลทิ้งเข้าอ่าวไทย หมดเลย แต่ถ้าเกิดเราเก็บน้ําจืดตรงนี้ไว้ ผมคํานวณแล้วประมาณ ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านรัฐมนตรีครับ ช่วงหน้าแล้งเราก็สามารถผันน้ําตรงนี้เข้าไปสู่คลองพลเอก อาทิตย์ ส่งน้ํา เพียงพอในการทําการเกษตร อุปโภคบริโภคให้กับประชากรในพื้นที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัวได้ใช้น้ําตรงนี้เพื่อจะทําการเกษตรแบบยั่งยืน แบบบูรณาการ โดยบ้าน ผมถ้าทําแก้มลิงตรงนี้น้ําจะไม่ท่วม น้ําจะไม่แล้งอีกต่อไปแล้วครับ ก็จะสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง บ้านผมหลังจากที่มันเกิดปัญหาอย่างนี้ปัูบทําให้คนไม่อยู่ นานี่ร้างหมดเลยครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าเราเห็นนี่ครับ นี่บ้านผมอยู่แถวนี้ครับ พอน้ําท่วม น้ําแล้งก็ไม่สามารถที่จะทําการเกษตรได้
ท่านอรุณ ขออภัยนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่มีลักษณะเปึนการอภิปราย เดี๋ยวท่านสมาชิกท่านอื่นจะมาประท้วงประธานอีก ขอให้ท่านเข้าประเด็นและตรงประเด็น
ครับผม ท่านประธานครับ ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายแก้ปัญหา น้ําท่วมที่กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ การขาดแคลนน้ําอุปโภคบริโภคมีแผนในการดําเนินนโยบาย อย่างไรบ้างนะครับ
อีกข้อหนึ่งตามที่ผมกับชาวบ้านในคาบสมุทรสทิงพระได้ยื่นกระทู้ถาม ได้ปรึกษาหารือกับท่านประธานเรื่องการสร้างแก้มลิงตอนนี้เรื่องไปถึงไหนแล้ว แล้วท่าน มีแนวคิดนโยบายอย่างไรบ้างกับเรื่องแก้มลิงคาบสมุทรสทิงพระ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีประภัตรตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่น ผมต้องกล่าวแทนพี่น้องคาบสมุทรสทิงพระเลยว่าท่านอรุณเปึนคนที่มีน้ําใจและเอาใจใส่ ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องในคาบสมุทรนี้ทั้งหมด ที่ท่านถามมาคาบสมุทรสทิงพระนั้น กราบเรียนตรง ๆ ว่าผมยังไม่เคยไป แต่เท่าที่กรมชลประทานได้ชี้แจงให้เห็นสภาพ ขอยืม แผนที่ท่านหน่อยได้ไหมครับ ผมได้มองทางโน้นแล้วก็ได้อธิบายว่าขณะนี้ด้วยความห่วงใย รัฐบาลได้ดําเนินการอะไรไปบ้าง อย่างที่ท่านพูดบอกว่าคาบสมุทรสทิงพระตรงนี้มีความยาว ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร สวยงามนะครับ สวยงามจริง ๆ ฝัืงนี้เปึนทะเลสาบสงขลาซึ่งมีความจุน้ํา ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรไม่ใช่เล็กนะครับ ประมาณ ๖๕๐,๐๐๐ ไร่ แล้วติดกับอ่าวไทย เดิมธรรมชาตินี่นะครับ เท่าที่ศึกษามามีคลองเดียวตรงคลองปากระวะ เวลาท่านบอกว่าฝนตก จากภูเขาสูงน้ําทะเลสาบก็จะสูง ก็จะท่วมบ้านที่ท่านให้ดูนี้ มีทางออกทางเดียวคือปลายทาง ซึ่งมีความยาว ๕๐ กิโลเมตรตรงนี้เปึนเรื่องต้องท่วมประจํา ดังนั้นทางกรมชลประทาน ได้ดําเนินการแล้ว ตั้งแต่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ไปเยี่ยมคาบสมุทรสทิงพระได้อนุมัติ งบประมาณให้สร้างคลอง คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ได้อนุมัติเลย ๓ คลองด้วยกัน คลองแรกคือคลองโคกทองซึ่งมีความยาว ๔ กิโลเมตร ตัดคาบสมุทรเลยนะครับ คลองที่ ๒ เปึนคลองพังยางและคลองที่ ๓ เรียกว่าคลองหนัง อําเภอสทิงพระ ๓ คลองนี้ สามารถผันน้ําออกได้วันละไม่น้อยกว่า ๓๕ ล้านคิว หรือ ๓๕ ล้านคิวบิกเมตร ก็จะทําให้ การท่วมครั้งนี้ลดน้อยและสามารถแก้ปัญหาน้ําท่วมที่ท่านให้ดูภาพว่าญาติพี่น้องลําบาก ตอนเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม ๓ คลองนี้สามารถระบายช่วยท่านได้เลย แต่ขณะนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ตอนนี้ได้เตรียมเครื่องสูบน้ํา เครื่องผันน้ํา ดันน้ําไปรออยู่แล้วนะครับ ถ้ามันขัดข้องอย่างไรก็ให้ท่านผู้กองอรุณร้องขอมาแทนชาวบ้านอย่างนี้ ผมดีใจครับที่ท่าน เปึนห่วงเปึนใย ดีใจจริง ๆ
ประการที่ ๒ หลังจากน้ําท่วมแล้วผมก็ฟังเพื่อนผมคนหนึ่งที่อยู่จังหวัดสงขลา คือท่าน ส.ส. นิกร ท่านก็เล่าให้ฟังว่าน้ําไม่มี เวลาจะใช้มีคลองอยู่เส้นเดียวคือคลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอก คลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอก นี้ยาว ๕๕ กิโลเมตร ตั้งแต่หัวจรดท้าย ขุดไว้เปึน ๑๐ ป้แล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ถ้าผมจําไม่ผิด มีความกว้างก้นคลอง ๑๒ เมตร ลึก ๒ เมตร มีน้ําใช้เพียง ๓ ล้านลูกบาศก์เมตรในขณะนั้น จนถึงป้ปัจจุบันมีการขยายแล้ว ตั้งแต่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอนุมัติเงินไปนะครับ ตอนนี้กําลังดําเนินการอยู่ เปึนคลอง ๕๕ เดิม แต่ขยายโตเปึนก้นคลอง ๑๒ เมตร ปากคลอง ๒๐ เมตร ลึก ๓ เมตร มากกว่าเดิม ๒ เมตร ยาว ๕๕ กิโลเมตรเหมือนเดิม จุน้ําได้จาก ๓ ล้านลูกบาศก์เมตรมาเปึน ๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีน้ําเก็บบรรจุ ๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เวลาหมดสามารถสูบเติมจากทะเลสาบสงขลา ท่านนิกรเล่าให้ผมฟังว่าถ้าฝนตกมากน้ําจืดก็จะมาก พอเวลาน้ําลด น้ําจืดจะดีอยู่ช่วงบน ช่วงล่าง จะเปึนน้ําเค็มไหลเข้ามา ดังนั้นคลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอกก็ได้อาศัยน้ําจืดในทะเลสาบ สูบเติมได้แต่มันไม่พอต้องหมุนเวียน ไม่พออีกขณะนี้ได้สร้างแก้มลิง แก้มลิงมีด้วยกัน ๔ จุด จุดแรกก็คือแก้มลิงบางเขียด อําเภอสิงหนคร เนื้อที่ ๖๘๐ ไร่ คลองรี อําเภอสทิงพระ มีความจุ ๑๘๐ ไร่ แล้วก็อีกอันหนึ่งแก้มลิงห้วยลาด ตําบลท่าหิน อําเภอสทิงพระ อันนี้ใหญ่หน่อย คือแก้มลิงทั้ง ๔ อันนี้มีความจุเกือบ ๆ ๕ ล้านคิว หรือ ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นน้ําจืด ขณะนี้ที่ท่านเปึนห่วง ผมเชื่อว่าจะดีขึ้น จากคลอง ๒ อันนี้ คลองพลเอก อาทิตย์ กําลังเอกรวม กับแก้มลิง ๔ แห่งก็จะมีน้ําเกือบ ๆ ๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นก็เชื่อเหลือเกินว่าตรงนี้ เปึนการแก้ปัญหาให้ท่านสามารถทําเกษตรกรรมได้ด้วย ก็อยากจะกราบเรียนว่าพื้นที่ ท่านบอกมานี่ ๔๖๐,๐๐๐ ไร่ เปึนนาเท่าไร นาประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ เหมือนบ้านผมเลย จังหวัดสุพรรณบุรีเหมือนกันขาดแคลนน้ํา หน้าฝนก็ท่วมเหมือนท่าน แต่ผมร้องเพลงไม่เปึน เท่านั้น ผมเชื่อว่าถ้าท่านปฏิบัติตัวอย่างนี้คราวหน้าก็ได้เปึนผู้แทนอีก ให้ท่านเอาความรู้ตรงนี้ มาชี้แจงผม สุดท้ายผมจะรับไปที่ท่านบอกให้สร้างแก้มลิงขนาบชายหาดของท่านก็ใหญ่มากถ้า ๔๐๐ ล้านคิวบิก ๔๐๐ ล้านคิวบิกใหญ่กว่าเขื่อนกระเสียวบ้านผม เขื่อนกระเสียวบ้านผมเพียง ๒๕๐ ล้านคิวบิก จะรับอันนี้ไปดําเนินการ ที่ท่านถามมา ๒ ครั้ง ผมเห็นว่าเปึนความจําเปึน อย่างยิ่งถ้าทําตรงนี้ได้แน่นอนครับพี่น้อง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ครัวเรือนนั้นลืมตาอ้าปากได้แน่ ยินดีนะครับ หลังจากจบแล้วท่านมาคุยต่อได้เลย ท่านอยากให้ทําอะไรต่อ เจ้าหน้าที่รออยู่ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านอรุณ มีคําถามอีกไหมครับ
ไม่มีแล้วครับ
ไม่มีแล้ว นะครับ ต่อไป
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ
๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๒ เรื่อง แนวทางการยกเลิกเพิกถอนแหล่งแร่ (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ขอเลื่อน)
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๓ เรื่อง นโยบายการแก้ปัญหาประชาชนที่อยู่ ทํากินในที่สาธารณประโยชน์ (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปึนผู้ตอบ
อันนี้ก็เปึนไปตามข้อบังคับ คือเมื่อสภาใหญ่เป่ดประชุมเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ เราถึงสามารถที่จะเริ่มเรื่องนี้ได้ แต่ผมเรียนท่านสมาชิกทราบดีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเรียนเพื่อคนทั่วไปได้เข้าใจว่าตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับใหม่ ป้ ๒๕๖๒ นี้ มีการกําหนดเรื่องกระทู้ถามเพิ่มขึ้น จากสมัยก่อน คือในหมวด ๘ กระทู้ถาม มีกระทู้ถามสดด้วยวาจาแล้วก็มีกระทู้ถามทั่วไป อันนั้นเปึนเรื่องที่เราเคยปฏิบัติมาสมัยก่อนนะครับ แต่ว่าในส่วนที่ ๔ ของหมวด ๘ นี้ได้กําหนด กระทู้ถามแยกเฉพาะ โดยกําหนดว่ากระทู้ถามที่มีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุว่าให้ตอบในห้องกระทู้ถาม ให้ถือว่าเปึนกระทู้ถามแยกเฉพาะ ประธานสภา อาจจะกําหนดให้มีการถามและตอบในห้องกระทู้ถามก็ได้ อันนี้คือเหตุผลที่มาของการตั้ง กระทู้ถามแยกเฉพาะ ทีนี้ผมเรียนตามข้อบังคับว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นได้กําหนดไว้ว่า เมื่อเข้าสู่ระเบียบของกระทู้ถามให้ประธานสั่งให้ดําเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในห้องประชุมกระทู้ถามคือที่นี่ครับ โดยในการประชุมนี้จะมีจํานวนกระทู้ถามตามที่ประธานสภา จะกําหนดนะครับ
วันนี้ก็มีการทํามา ๒ กระทู้ถาม แต่ว่าในกระทู้ถามที่ ๑ ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น หัวหน้าสํานักงานรัฐมนตรี ได้แจ้งมายังเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมติดภารกิจการ ปาฐกถาพิเศษที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแฮท เอราวัณ เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมเปัาหมายลงพื้นที่ อีอีซี (EEC) จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามแรกนี้ไปนะครับ จึงเรียนเพื่อทราบ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งเปึนหนังสือมาว่าได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เปึนผู้ตอบชี้แจง กระทู้ถามแยกเฉพาะในกรณีนี้นะครับ ผมเลยถือโอกาสเรียนว่าโดยเงื่อนไขของกระทู้ถามนั้น ให้ถามได้ไม่เกิน ๒๐ นาที แล้วก็กําหนดว่าให้นําข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อบังคับ ข้อ ๑๖๗ ก็คือเรื่องที่กําหนดว่ากระทู้ถามถามได้ ๒ ครั้ง แต่ประธานสามารถอนุญาตได้ ถ้าเห็นว่าคําตอบนั้นยังไม่ครบถ้วน อันนี้เรียนเพื่อทราบ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่องของจํานวนครั้งอาจจะไม่ใช่สําคัญ แต่เห็นว่าครบแล้วครั้งเดียวก็อาจจะจบ แต่ถ้าเห็นว่า ไม่ครบอาจจะเปึน ๒ ครั้ง ๓ ครั้งก็สามารถทําได้ไม่เกิน ๒๐ นาที ในการตั้งกระทู้ถามครั้งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้ขออนุญาตให้ นายณรงค์ สืบตระกูล รองอธิบดีกรมที่ดินและ นายทวีศักดิ์ ทรงอยู่ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา สาขาแม่ใจ รักษาการตําแหน่งผู้อํานวยการ กองฝ๊กอบรม กรมที่ดิน ขออนุญาตเข้าเปึนผู้สังเกตการณ์เพื่อสนับสนุนข้อมูล ขออนุญาตครับ
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องเกี่ยวกับการประกาศที่สงวนหวงห้ามที่สาธารณะ หรือเรียกว่าที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันนะครับ เรื่องนี้มีความเปึนมายาวนานมากตั้งแต่ ประมาณป้ ๒๔๖๙ ตั้งแต่ยุคกระทรวงเกษตราธิการ มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องกฎหมายหลายครั้ง แต่ก็ไปกระทบในเรื่องของการที่ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยทํากินด้วยเช่นเดียวกันนะครับ
ประเด็นคําถามผมคําถามแรกจะถามว่าที่ที่มีการประกาศเปึนที่สงวนหวงห้าม หรือที่สาธารณะที่ประกาศใช้เปึนที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันก็ดี ที่สาธารณะก็ดี ประเทศไทย ขณะนี้มีอยู่จํานวนเท่าไร แล้วก็แยกเปึนในแต่ละจังหวัด อําเภอ ทางกระทรวงมหาดไทย เรามีข้อมูลที่ชัดเจนอยู่หรือไม่ เท่าที่ทราบขณะนี้คือมีประมาณ ๓.๕ ล้านไร่ ทั่วประเทศ ก่อนปรับปรุงพื้นที่ที่เรียกว่าวัน แมป (One map) ซึ่งอาจจะขยายไปถึง ๓.๘ ล้านไร่ก็ได้ เฉพาะอําเภอห้วยยอด จังหวัดตรังบ้านผมที่เดียวมีประกาศอยู่ถึง ๑๕ ที่ และใน ๑๕ ที่นี้ มีพื้นที่มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ อยากทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้จากทางกระทรวงมหาดไทยว่า เรามีตัวเลขตรงนี้ชัดเจนแน่นอนหรือไม่เพียงไรครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบกระทู้ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในประเด็นเรื่องที่สาธารณะที่กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลอยู่กระทรวงมหาดไทย ก็มีหน้าที่ควบคุม กํากับ ดูแลที่ดินที่สําหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือที่สาธารณประโยชน์ ตามนัยมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่พุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๑๑ ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งกําหนดให้นายอําเภอร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอํานาจดังกล่าว คือมีอํานาจในการที่จะดูแลรักษาและคุ้มครอง ปัองกันที่ดินอันเปึนสาธารณสมบัติของแผ่นดินสําหรับพลเมืองใช้ร่วมกันซึ่งในส่วนที่พลเมือง ใช้ร่วมกันปกติจะมีทั้งแม่น้ําต่าง ๆ ถือว่าเปึนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งในส่วนนี้ก็ยากที่จะ มีการขึ้นทะเบียนได้ บางครั้งก็โดยสภาพเปึนที่สาธารณะ แต่ในส่วนที่เปึนที่สาธารณประโยชน์ ที่เกิดขึ้นโดยตามสภาพธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน หรือเกิดขึ้นโดยผลของนิติกรรม หรือเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย การสํารวจพื้นที่ดังกล่าว ถ้าจะให้สํารวจทั้งหมดต้องยอมรับตรง ๆ ว่ามันยากแต่ในส่วนที่ดินประเภทที่ขึ้นทะเบียน หวงห้ามขึ้นทะเบียนได้ ที่ขึ้น น.ส.ล. ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดได้สํารวจข้อมูลในพื้นที่ที่ยังไม่ออก น.ส.ล. ในส่วนที่ออก น.ส.ล. แล้วในขณะนี้มีทั้งสิ้นจํานวน ๑๒๖,๖๙๕ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๕,๙๖๑,๙๗๕ ไร่ ๘๘.๖๑ ตารางวา และที่ยังไม่ได้รังวัดออกหนังสือสําคัญที่หลวงอีกจํานวน ๗,๙๘๓ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๓,๕๑๙,๐๒๗ ไร่ ๓ งาน ๗๑.๘๐ ตารางวา ในส่วนนี้เองกรมที่ดิน ก็พยายามที่จะเร่งรัดการออกโฉนด การออกหนังสือสําคัญที่หลวงโดยตั้งเปัาว่าให้ออกได้ ป้ละประมาณ ๑,๐๐๐ แปลง แต่ว่าป้นี้ป้ ๒๕๖๓ ก็ถูกตัดงบประมาณลงไปก็คงจะออกได้ ประมาณสัก ๗๐๐ แปลง เพราะฉะนั้นนั่นคือส่วนที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ แล้วก็ในส่วนที่ได้ออก หนังสือสําคัญที่หลวงแล้ว แล้วก็ยังมีส่วนที่ยังไม่ออกก็จะเร่งรัดออกหนังสือสําคัญที่หลวง ซึ่งกําหนดไว้ในป้งบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่งกําลังพิจารณางบประมาณอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ประมาณสัก ๗๐๐ แปลง อันนี้จึงถือโอกาสเรียนในส่วนนี้เอาไว้ ส่วนในรายละเอียดก็เข้าใจว่า จะมีการขึ้นทะเบียนเอาไว้ในพื้นที่ทั้งหมด ขออนุญาตที่จะเรียนเปึนแปลงรวมเอาไว้ว่า จํานวนขณะนี้ส่วนที่อําเภอห้วยยอด ผมขออนุญาตส่งรายละเอียดให้ท่านสาทิตย์อีกครั้งหนึ่ง สําหรับกรณีของอําเภอห้วยยอด แต่ว่าเอาในส่วนที่ได้ออก น.ส.ล. แล้ว แล้วก็ในส่วนที่ยังไม่ออก น.ส.ล. ก็จะส่งตัวเลขให้ครับ
ขอเชิญท่านสาทิตย์ต่อครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นนี้สําคัญ ตัวเลขก็ค่อนข้างตรงกันนะครับว่ายังไม่ออก น.ส.ล. ประมาณ ๓.๕ ล้านไร่ ประเด็นที่ผม จะถามต่อไปนี้ก็คือว่ากระทรวงมหาดไทยทราบรายละเอียดอยู่แล้ว ผมเข้าใจอย่างนั้นครับว่า สภาพพื้นที่เดิมทีการประกาศเปึนที่สงวนหวงห้ามทั้งหลายเปึนการประกาศที่รกร้างว่างเปล่า ว่าเปึนที่สงวนหวงห้ามเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะว่าตั้งแต่ก่อนมีกฎหมายฉบับแรก ออกมาเรื่องสงวนหวงห้ามในสมัยยุครัชกาลที่ ๘ ประมาณป้ ๒๔๗๙ ก่อนหน้านั้นกระทรวง เกษตราธิการจะมีหน้าที่ทําแผนที่ และกระทรวงมหาดไทยเองโดยประวัติศาสตร์นั้นก็จะดูแล เรื่องทางด้านการปกครองก็จะมีการไปสงวนที่หวงห้ามรกร้างว่างเปล่านี้เอาไว้ แต่บ้านเมือง เปลี่ยนแปลงยาวนานมาก ชุมชนเติบโตคนอยู่มากขึ้น คนก็เข้าไปอยู่อาศัยทํากินในที่ต่าง ๆ ประเด็นที่ผมจะถามต่อไปนี้คือ ถ้ากระทรวงมหาดไทยทราบถึงข้อเท็จจริงแบบนี้แล้ว แนวการเร่งรัดการออก น.ส.ล. ท่านจะทราบความจริงว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่กล้า เข้าไปวัดที่เพราะคนอยู่เต็มพื้นที่แล้ว ถ้าวัดก็จะเกิดสภาพความขัดแย้งกัน อย่างเช่น กรณีที่ หลาย ๆ ที่ที่ผมยกขึ้น ไม่ได้ถามแค่อําเภอห้วยยอดที่เดียว แต่ทั่วประเทศลักษณะจะเปึน เช่นนี้ เพราะฉะนั้นประเด็นคําถามผมก็คือว่า การที่มีประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยทํากินในที่ต่าง ๆ เหล่านั้นกระทรวงมหาดไทยจะดําเนินการโดยยึดเอาหลักเกณฑ์เดิมที่มีการสงวนหวงห้ามไว้ หรือคํานึงถึงข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยทํากินอยู่แล้ว เพราะถ้ายึดตามหลัก ของแผนที่แล้วการเข้าทํา น.ส.ล. คนที่เข้าอยู่อาศัยทํากินในที่ น.ส.ล. ก็จะตกอยู่ในสภาพของ คนที่บุกรุกที่ดินและผิดกฎหมายทันที ใน ๓.๕ ล้านไร่ผมเชื่อว่ามากกว่า ๒,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ แน่นอนทั่วประเทศที่เข้าไปอยู่อาศัยทํากินอยู่แล้ว ในหลายที่ผมยกตัวอย่างเช่นที่สงวนหวงห้าม ที่ชื่อทุ่งห้วยสก อยู่ที่หมู่ ๗ ตําบลปากคม อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เดิมเปึนหมู่ ๓ ประกาศไว้โดยสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตป้ ๒๔๖๙ โดยแผนที่ของกระทรวงเกษตราธิการ บัดนี้คนเข้าไปอยู่อาศัยทํากินเต็มพื้นที่แล้ว และเคยไปเดินขอออกโฉนดที่ดินปักหลักโฉนดแล้ว แต่ออกโฉนดไม่ได้โดยเจ้าพนักงานที่ดิน เพราะติดที่ประกาศห้วยสกในลักษณะเช่นนี้ คําถามผม ก็คือกระทรวงมหาดไทยรับรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้แล้ว แนวการปฏิบัติการเดินหน้าจะคํานึงถึง ข้อเท็จจริงของคนที่อยู่ในพื้นที่และมีนโยบายไปแก้ไขปัญหา หรือยังจะต้องเดินหน้าออก น.ส.ล. ซึ่งอาจจะกลายเปึนความขัดแย้งต่อไปด้วย
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในประเด็นที่เมื่อกระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลอยู่แล้วประชาชนเข้าไปทําประโยชน์หรือทํากิน อยู่แล้วในพื้นที่ดังกล่าวกระทรวงมหาดไทยมีมาตรการแก้ไขอย่างไร ในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทย พบว่ามีพื้นที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งอาจจะถือว่าเปึนการเข้าไปทําประโยชน์อยู่แม้ว่าจะไม่ถาวร เข้าไปใช้ประโยชน์แล้วก็ออกกลับมา หรือว่าเข้าไปอยู่อย่างถาวร ในจํานวนนี้เท่าที่มีข้อมูลอยู่ ก็คือ ๒,๗๗๗ แปลงทั่วประเทศ เนื้อที่ประมาณ ๓๙๗,๘๓๕ ไร่ ๒ งาน ๒๐.๒๔ ตารางวา อันนี้คือข้อมูลที่กระทรวงมหาดไทยได้มีอยู่ ซึ่งก็จะพิจารณาว่าถ้าเปึนการเข้าไปยึดถือเพื่อตน ก็อาจจะเปึนการผิด บุกรุก กระทรวงมหาดไทยเองก็ระมัดระวังในการที่จะดําเนินการเรื่องนี้ กับผู้ที่เข้าไปทําประโยชน์ เพราะถ้าหากว่าเราใช้มาตรการทางกฎหมายที่เรียกว่าเข้าไป บุกรุกที่สาธารณะก็อาจจะเปึนความผิด ก็พยายามที่จะเข้าไปดูว่าการเข้าทําประโยชน์นั้น ต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไร ในขณะนี้กระทรวงมหาดไทยเพิ่งมีหนังสือเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แจ้งไปยังนายอําเภอให้สํารวจปรับฐานข้อมูลของการเข้าไปทําประโยชน์ในที่สาธารณะ ซึ่งขณะนี้กําลังรอข้อมูลล่าสุดอยู่ ในพื้นที่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่มีข้อมูลอยู่ แต่ว่า แนวทางแก้ไขอย่างหนึ่งก็คือว่าจากเดิมที่เราเคยคิดกัน ที่จริงปัญหาที่ดินมีมายาวนาน ช่วงหนึ่งเราก็ได้ออกกฎหมาย ได้นําเอามาตรการ ส.ป.ก. มาแก้ปัญหาให้กับประชาชน ที่บุกรุกในที่ป์าหรือที่อะไรไประยะหนึ่งแล้วแต่ว่าต่อไปนี้สิ่งที่ทําก็คือว่าเรามีกฎหมายจากเดิม ที่เราเคยออกโฉนดชุมชนเมื่อป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ช่วงนั้น ต่อมาป้ ๒๕๕๗ ป้ ๒๕๕๘ ก็เลยพยายามที่จะใช้มาตรการของโฉนดชุมชนมาแก้ปัญหาโดยผ่านกระบวนการ ที่เรียกว่า เราใช้มาตรการการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่มีการ บุกรุกเพื่อขจัดความยากจน และพัฒนาชนบท ซึ่งเปึนไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ที่จะอนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในลักษณะที่เรียกว่า คทช. แล้วต่อมาก็ได้มีผล การดําเนินงานตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗-๒๕๕๗ ได้ออกหนังสืออนุญาตให้ราษฎรไปในลักษณะเปึนราย แปลงในพื้นที่ ๗๒๖ พื้นที่ จํานวน ๑๐๕,๙๒๒ แปลง จํานวนครัวเรือนคือ ๘๙,๒๗๕ ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ ๓๘๘,๖๑๔ ไร่ ๒ งาน ๑๐.๓ ตารางวา นี่คือพื้นที่ที่นํามาผ่านกระบวนการ การแก้ปัญหา การที่จะให้คนที่เข้าไปครอบครองที่ดินซึ่งถือว่าเปึนไปตามโครงการ โดยจัดที่ดิน ให้ไม่เกินคนละ ๑๕ ไร่ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวการจัดการจะไม่ให้กรรมสิทธิ์กับประชาชน แต่จะให้ถือรวมเปึนลักษณะชุมชน เพราะฉะนั้นการใช้ในพื้นที่ดังกล่าวผมคิดว่า บัดนี้ กระทรวงมหาดไทยยังใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คือ คทช. ป้ ๒๕๖๒ ซึ่งออกเปึนกฎหมายมาแล้วก็ต้องปฏิบัติตามแนวนี้คือการจัดการที่ดิน ต่อการบุกรุกหรือว่าการดําเนินการในที่สาธารณะอยู่ในขณะนี้ นํามาตรการที่เรียกว่า คทช. มาใช้แก้ปัญหาอยู่ครับ
ท่านสาทิตย์ท่านใช้เวลา ไปครึ่งเดียว แต่ของรัฐมนตรีเกือบหมดแล้ว ท่านสาทิตย์มีอะไรเชิญนะครับ เพราะว่าท่าน ตั้งกระทู้ถามเปึนแบบอย่างคือชัดเจน ไม่ฟุ์มเฟ๋อย ไม่วนเวียน ไม่ซ้ําซาก ไม่มีลักษณะ เปึนการอภิปราย อยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ ซึ่งเราเรียกร้องอยู่เสมอ เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมว่า ที่ท่านรัฐมนตรีตอบก็เปึนประเด็นหนึ่งในเชิงนโยบาย แต่ว่าประเด็นที่ผมถามก็คือที่ยังไม่ออก น.ส.ล. อยู่ ๓.๕ ล้านไร่ มันมีประเด็นที่ ๑. ถ้าเกิดเข้าไปสํารวจแล้วมันเคยมีประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๒๐ เดิมกรรมการจัดที่ดิน ก็คือเมื่อคนเข้าไปอยู่เต็มก็สามารถจะเพิกถอนสภาพ เมื่อเพิกถอนสภาพแล้วคนที่เข้าไปอยู่ทํากินมาก่อนก็สามารถที่จะได้รับการรับรองเอกสารสิทธิได้ ซึ่งในอดีตเคยจัดไปแล้วหลายที่ ปัจจุบันนี้อาจจะมาเปลี่ยนแปลงเปึนคณะกรรมการจัดที่ดิน ซึ่งนัยก็เปึนไปตามเรื่องของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ประเด็นของกระผมที่จะเรียนถาม กับท่านรัฐมนตรีก็คือว่ามีแนวทางที่จะเพิกถอนสภาพของที่ดินที่เปึนที่สาธารณประโยชน์ แต่คนเข้าไปทํากินอยู่เต็มพื้นที่ หลายที่นั้นมี ส.ค. ๑ ซึ่งอาจจะออกป้ ๒๔๘๙ ถ้าไปต่อสู้ทางศาล ก็สู้กระทรวงเกษตราธิการซึ่งประกาศป้ ๒๔๖๙ ไม่ได้อยู่แล้ว แต่โดยข้อเท็จจริงต้องยอมรับ คือคนเข้าไปอยู่แล้ว ถ้าท่านจับ ๑๕ ไร่ คนที่ครอบครองเกิน ๑๕ ไร่ จะเปึนประเด็นความขัดแย้ง ขณะเรื่องที่ดินก็เปึนความเหลื่อมล้ําประการหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะถามว่ากระทรวงมหาดไทย ผมดูงบป้ ๒๕๖๓ ท่านมีงบให้กรมการปกครองไปสํารวจเรื่องของที่สาธารณประโยชน์อยู่แล้ว ประเด็นคําถามผมก็คือจะมีการปรับนโยบายที่จะยอมรับการเข้าไปอยู่ทํากินของพี่น้องจริง ๆ ทั่วประเทศและพิสูจน์ได้ว่าอยู่ทํากินมาเปึนระยะเวลายาวนานด้วยการที่จะเพิกถอนสภาพ โดยอาจจะใช้แนวทางเดียวกับประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๒๐ เดิม หรือใช้ตัวของ คณะกรรมการจัดที่ดินในรูปแบบตามกฎหมายใหม่หรือไม่ ซึ่งถ้าทําได้จริงประเด็นนี้ผมคิดว่า จะเปึนประโยชน์แล้วก็สอดรับกับข้อเท็จจริง ส่วนที่ตรงไหนที่เปึนที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ยังไม่มีคนใช้ ก็อาจจะสงวนหวงห้ามต่อไป แต่ประเด็นนี้ถ้าจะทําได้คนอยู่ในที่แบบนี้ส่วนใหญ่คือคนยากจน คนธรรมดา คนทํามาหากินทั้งสิ้น แต่การไม่มีเอกสารสิทธิเขาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ แล้วก็จะทําให้ไม่สามารถจะพัฒนาตนเองได้ ก็สอบถามเปึนประเด็นสุดท้ายครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบได้สั้น ๆ ครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเองในขณะนี้ยังต้องยืนยัน ว่าคงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คทช. ซึ่งเพิ่งเปึน กฎหมายที่ออกมาเมื่อป้ ๒๕๖๒ นี้เอง เพราะฉะนั้นแนวทางที่จะนําเอาที่สาธารณะมาจัดให้ ประชาชนประเด็นสําคัญอย่างหนึ่งก็คือว่า ที่จะเพิกถอนได้ก็คือประชาชนต้องไม่ใช้ร่วมกัน ถ้ามีคนมาคัดค้านการเพิกถอนก็เปึนไปด้วยความยากลําบาก เพราะไม่เขียนเอาไว้ในกฎหมาย ว่าการคัดค้าน คัดค้านกี่คน สมมุติว่ากรณีเพิกถอนต้องทําประชามติก่อน ต้องฟังประชาพิจารณ์ ในชุมชนนั้นว่ามีความจําเปึนยังใช้ที่แปลงนั้นอยู่หรือไม่ อันนี้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ครับ
ผมขอแสดงความชื่นชม ทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ รักษาเวลาแล้วก็ทําให้กระทู้ถามตรงประเด็นมีผลต่อความข้องใจสงสัย ของสมาชิกโดยตรงนะครับ อันนี้ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ เพราะว่าเราก็เปึนห่วงสมาชิก ก็ปรารภบ่นกับผมเรื่องกระทู้ถามว่ามันยืดยาดยืดยาว ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าเขาไม่เข้าใจคําว่า ต้องไม่มีลักษณะการอภิปราย ก็เลยส่วนใหญ่จะเปึนการอภิปรายมากกว่าตั้งกระทู้ถาม ก็เลยทําให้ใช้เวลาแล้วก็บ่นกันอยู่ ก็ต้องขอบคุณทุกฝ์ายครับ ทั้งท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่นะครับ ขอขอบพระคุณครับ ขอป่ดการประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เรียนท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะรับทราบเรื่องตามระเบียบวาระ ผมมีเรื่องที่จะต้องแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ คือรับทราบ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีด้วยกัน ๒ เรื่องนะครับ
ด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย จํานวน ๒ เรื่องนี้ ดังนี้
เรื่องแรกวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) หรือไม่ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคําร้องเรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) นับแต่ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้นายนวัธ เตาะเจริญสุข หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง คือตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ และให้ถือว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคําวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังเปึนวันที่ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ วรรคหนึ่ง (๑) และ มาตรา ๑๐๒ ประกอบพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจาณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ คําวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ก็มีเท่ากับ ๔๙๘ คน ดังนั้นถ้าองค์ประชุมของ ๔๙๘ คน ก็ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ ๒๔๙ คน
คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องที่ ๒ วินิจฉัยว่าพระราชกําหนดแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่งหรือไม่
ในเรื่องนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ พิจารณาวินิจฉัยว่า พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและ คุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าการตราพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง วินิจฉัยมาแล้วว่าเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ก็คือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรียนท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนที่จะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมใคร่ขอปรึกษาที่ประชุมครับว่าจะขอนําระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๔ คือพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าการตราพระราชกําหนดดังกล่าวนั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง แล้วก็ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคสาม ได้บัญญัติว่า ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ประกอบกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคท้าย ได้บัญญัติว่าการพิจารณาพระราชกําหนดของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องกระทําในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภา ดังนั้นผมขอปรึกษา ท่านสมาชิกเพื่อจะนําเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญนะครับ จะมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญหมอชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานต่อกรณีที่ท่านประธานได้กรุณาหารือ ในที่ประชุมว่าจะเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๔ ที่อยู่ในระเบียบวาระว่าด้วยการพิจารณา พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้นพิจารณามาเปึนอันดับแรกในการประชุมวันนี้ ผมมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็น ครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นเราเองยอมรับนะครับว่า ให้พิจารณาเปึนลําดับแรกในการประชุม แต่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระเรื่องนี้ไปเปึน เรื่องด่วนที่ ๑๔ ซึ่งการบรรจุตอนนั้นเปึนเรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่ตั้งแต่วาระแรกที่พระราชกําหนด ฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเรา ก่อนที่จะมีการพิจารณาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ที่นําโดยท่านผู้นําฝ์ายค้านเข้าชื่อกัน ๑๔๒ คน ส่งเรื่องให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๓ ให้ศาลวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบแล้วก็เข้าสู่การพิจารณาเรื่องมาอยู่ในระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นการที่ท่านประธานจะให้สมาชิกได้พิจารณาโดยเลื่อนขึ้นมา ผมต้องกราบเรียน ถามท่านประธานว่าเรามีความจําเปึนต้องยึดข้อบังคับ ข้อ ๕๔ วรรคสอง หรือไม่ เพราะว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ วรรคสองกําหนดไว้ว่ากรณีจะมีการเลื่อน เรื่องพระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาให้มีผลในวันถัดไป ให้มีผลในวันถัดไป ท่านประธานครับ นั่นหมายความว่าถ้าเรามีมติเลื่อนวันนี้ก็จะมีผลการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ถึงจะพิจารณา พระราชกําหนดนี้ได้ อันนั้นว่าไปตามข้อบังคับนะครับ เพราะเรื่องนี้มันอยู่ในระเบียบวาระ มาก่อนหน้านั้นแล้ว คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งออกวันนี้ท่านประธานเพิ่งแจ้งให้ทราบ เพราะฉะนั้นผมหารือท่านประธาน
ข้อที่ ๑ ว่าเรื่องนี้จะต้องมีการเว้นข้อบังคับหรือไม่ในการพิจารณาในวันนี้ หรือเลื่อนเพื่อจะพิจารณาในวันพรุ่งนี้ต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมต้องขอโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานว่า มันมีเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระที่มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องพิจารณา ผมจะขออนุญาต ขออาศัยตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ เหมือนกันครับ เสนอญัตติด้วยวาจา นําเรียนท่านประธาน โดยอาศัย (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ ที่บรรจุในระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาต่อจากพระราชกําหนด ผมขออนุญาตเสนอเปึน ข้อหารือก่อนนะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานวินิจฉัยประเด็นแรกสุดผมจะขอใช้สิทธิ ในการลุกขึ้นหารือเสนอญัตติเปึนอีกญัตติหนึ่ง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพไว้ก่อน เพื่อให้ท่านประธานพิจารณาเรื่องญัตติแรกก่อน กราบขอบพระคุณครับ
ในกรณีนี้ ผมก็ถามเจ้าหน้าที่สํานักการประชุมเหมือนกันว่าตรงนี้มันจะเหมือนกับร่างพระราชบัญญัติ หรือไม่ที่พอเสนอเลื่อนขึ้นมาต้องพิจารณาในวันถัดไป ครั้งต่อไป เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันบอกว่า มันเปึนพระราชกําหนดซึ่งมันมีรัฐธรรมนูญรองรับอยู่ว่าต้องพิจารณาเปึนวาระแรกเมื่อมีโอกาส เรื่องนี้ผมก็ปรึกษาอยู่เหมือนกัน เชิญคุณหมอชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ถ้าข้อวินิจฉัยท่านประธานเปึนอย่างนั้นผมเองก็ไม่ขัดครับ ถ้าจะอ้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่ามันเปึนเรื่องที่เปึนพระราชกําหนดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่าต้องพิจารณาเปึนวาระแรกในการประชุมวันนี้ ผมไม่ขัดครับ เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตใช้สิทธิหารือท่านประธานไว้นะครับ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ขอเลื่อนระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งมีสมาชิกเปึนผู้เสนอ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากพระราชกําหนด ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้เหตุผล ในญัตติที่ผมเสนอ ขออนุญาตครับ
เดี๋ยวผม ทําความเข้าใจก่อน เดี๋ยวเราจะพิจารณาพระราชกําหนดนี้เสร็จก่อนแล้วท่านจะเลื่อนญัตติด่วน เรื่องการพิจารณาศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาต่อจากพระราชกําหนดฉบับนี้ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ แต่ขอมติสภาก่อนว่าจะให้เลื่อน ไม่เลื่อนอย่างไรนะครับ
ครับ อภิปรายประกอบ โอเค (OK) เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมขออนุญาตให้เหตุผล ประกอบการขอเลื่อนและเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานครับ ระเบียบวาระ ญัตติด่วนที่เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชน และสภาแห่งนี้ก็ให้ความสําคัญในสมัยประชุม ที่ผ่านมาในสมัยสามัญประจําป้ครั้งที่หนึ่งก่อนที่จะป่ดสมัยประชุม สภาแห่งนี้ได้อนุมัติและ ให้ความเห็นชอบได้เปลี่ยนระเบียบวาระโดยเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมารอไว้เพื่อจะพิจารณาในโอกาส แรก ๆ ของการเป่ดสมัยประชุมสมัยที่สองนะครับ เราเป่ดสมัยประชุมสมัยที่สองมาขณะนี้ เปึนเดือน แต่เรื่องนี้ยังไม่มีโอกาสได้เข้าในการพิจารณา พี่น้องประชาชน สมาชิกทุกคน ก็ถามเหตุถามผลว่าทําไม สิ่งที่เราประสบปัญหาท่านประธานครับ การบรรจุระเบียบวาระ ของสภาผู้แทนราษฎรของเราในชุดที่ ๒๕ มีปัญหาและอุปสรรคต่อการพิจารณาของเรามาก เนื่องจากว่าการบรรจุระเบียบวาระในวันพุธและวันพฤหัสบดีเปึนการบรรจุระเบียบวาระ ที่มีการประชุมต่อเนื่องกัน ไม่ได้แยกวันกันเหมือนกับในสมัยประชุมก่อน ๆ ในสภาชุดก่อน ๆ ที่เราเคยปฏิบัติกันมา เพราะฉะนั้นเรื่องที่มีการค้างพิจารณาก็จะพิจารณาต่อเนื่องกันไปตลอด และเปึนที่น่าสังเกตครับท่านประธาน เรื่องที่สภาชุดที่ ๒๕ สมัยประชุมสามัญ ประจําป้ครั้งที่หนึ่ง ใช้เวลามากที่สุดในการพิจารณา คือเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ รับทราบรายงานตามตัวบทกฎหมายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และต่อสมาชิกวุฒิสภา เราใช้เวลามากท่านประธานครับ กฎหมายผ่านสภาไปแค่ ๒ ฉบับ ๒ ฉบับผ่าน ๓ วาระรวด นั่นคือผลการทํางานของพวกเราในสมัยสามัญประจําป้ครั้งที่หนึ่ง ที่ผ่านมา ญัตติที่สําคัญ ๆ ผ่านสภาน้อยมากครับ มีญัตติที่เปึนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาก็กลับมารายงานสภาแค่ ๒ ญัตติ ๒ คณะกรรมาธิการเอง ท่านประธานครับ ถ้าเราดูผลการทํางานอย่างนี้แล้วพี่น้องประชาชนที่เฝัารอดูเราอยู่รอความหวังจากเราอยู่ เราว่างเว้นจากการไม่มีสภามา ๕ ป้ และเขารอสิ่งที่เปึนปัญหาเขาจะได้รับการแก้ไข เรากลับไม่มีโอกาสได้ทําให้เขาก็ขอบคุณท่านประธานครับที่เป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้ หารือในช่วงก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นั่นก็แก้ปัญหาได้ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่จําเปึนสําคัญ เรากลับไม่ได้รับการพิจารณา เพราะฉะนั้นเรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษา หลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องจําเปึนและสําคัญและต้องใช้เวลาพอสมควร ก็กราบเรียนท่านประธานว่ารอความหวังจากท่านประธานบอกว่าอาทิตย์นี้น่าจะได้เข้า ไม่เข้าอาทิตย์นี้ก็อาทิตย์หน้า แต่ผมดูแล้วท่านประธานครับ ในระเบียบวาระเรื่องที่เรา จะต้องพิจารณารับทราบรายงานที่สําคัญมีอยู่อีก ๔ เรื่อง วันนี้ถ้าพระราชกําหนดเข้าต่อด้วย เรื่องนี้ก็หมดเวลา เผลอ ๆ ตอบพรุ่งนี้ด้วยนะครับ ถ้าตอบวันพรุ่งนี้ครึ่งวันหรือแม้อาจจะเปึน ทั้งวันก็ได้ ซึ่งไม่มีหลักประกันในการพิจารณา เพราะสมาชิกได้ให้ความสนใจมากในการที่จะ ให้ข้อสังเกตกับรายงานต่าง ๆ ที่เข้ามาของแต่ละหน่วยงาน แต่ว่าโอกาสที่จะได้พิจารณา ในวันพรุ่งนี้แทบจะเปึนไปไม่ได้ ท่านประธานครับ หรือแม้แต่สัปดาห์หน้า เพราะอะไรครับ เพราะมีการบรรจุเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเข้ามาซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ คือรายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้วบรรจุอยู่ในระเบียบวาระเปึนที่สนใจของ พี่น้องประชาชน เปึนที่สนใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าเรื่องนี้วันหนึ่งไม่จบครับ เพราะมันอยู่ในห้วงที่มีความสําคัญมาก คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติระงับการใช้สารเคมี ๓ ตัว พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) แล้วก็คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เปึนที่สนใจมาก ส.ส. ทุกคนได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องบอกสต็อก (Stock) ที่ผมมีจะทํา อย่างไร อะไรมาทดแทนต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ใช้เวลายาวมาก ฉะนั้นโอกาสที่จะได้พิจารณา ญัตติด่วน ๒ เรื่องที่เปึนที่น่าสนใจในอาทิตย์หน้าหรือสัปดาห์หน้าก็โอกาสน้อยมาก ท่านประธานครับ และผมทราบข่าวว่าต้นเดือนธันวาคมสภาก็จะหยุดอีก เนื่องจากวันที่ ๕ เปึนวันชาติ วันที่ ๔ ท่านประธานจะของดการประชุมอีก เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะนํา เรื่องญัตติด่วนที่สําคัญขึ้นมาพิจารณาในช่วงนี้เปึนไปได้ยากก็กราบเรียนท่านประธานผ่าน ไปยังเพื่อนสมาชิก เรื่องนี้เปึนเรื่องจําเปึนที่เราต้องเอามาพิจารณา ผมร้องขอเพื่อนสมาชิกว่า ได้โปรดให้ความเห็นใจได้เลื่อนระเบียบวาระมาต่อจากการพิจารณาเรื่องพระราชกําหนด เสร็จแล้ว พวกเรายินดีให้ความร่วมมือ ขอแค่ตั้งกรรมาธิการไปศึกษาก่อน ส่วนผลการศึกษา จะออกมาอย่างไร จะมีข้อสรุปอย่างไร กรรมาธิการที่ตั้งไปจะมารายงานต่อพวกเราแล้วก็ มาพิจารณากันต่อ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าเปึนอย่างนี้ในเดือนนี้ผมคิดว่ามีโอกาส ที่จะได้พิจารณาญัตติด่วนที่ ๒ ในอาทิตย์หน้า หรือถ้าวันนี้จบเร็วเราน่าจะได้พิจารณาต่อจาก พระราชกําหนดเลย หลังจากนั้นก็เข้าสู่ระเบียบวาระปกติไป ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้ามีหลักอย่างนี้ ไม่ได้พิจารณาวันนี้ พรุ่งนี้ก็ได้พิจารณา กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบต่อการเลื่อนระเบียบวาระนี้ ด้วยความเคารพจริง ๆ เพื่อเรา จะได้ทํางานร่วมกันที่เปึนปัญหาสําคัญให้กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านวิเชียร ชวลิต ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในสมัยการประชุมแรกก่อนป่ดสมัยการประชุม ในที่ประชุมแห่งนี้ได้มีการอภิปรายแล้วก็พูดถึง ในระหว่างเวลานั้นท่านประธานชวน หลีกภัย ได้ทําหน้าที่อยู่บนบัลลังก์ พวกเราทุกคน เหมือนกับทําความตกลงกันในยุคนั้นว่าก่อนป่ดสมัยประชุม เราคุยกันว่าเนื่องจากญัตติ ต่าง ๆ ที่อยู่ในสภาแห่งนี้และบรรจุในวาระการประชุมมีจํานวนมาก แล้วก็เปึนเรื่องเร่งด่วน ที่มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นก็เลยได้มีการพูดคุยและตกลงกันไว้ว่าเมื่อเป่ดสมัยประชุม ครั้งที่สอง เรื่องที่มีความสําคัญและจัดลําดับอยู่ในเรื่องแรกของเรื่องเร่งด่วนก็คือ ญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อํานาจของหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา ๔๔ ซึ่งตอนนั้นมีการจัดกลุ่มของญัตติที่อยู่ ในประเภทเดียวกันหลายญัตติรวมเปึนกลุ่มที่เกี่ยวเนื่อง แล้วก็มีญัตติที่เราตกลงกันไว้ว่า เปึนญัตติด่วนที่ควรจะจัดเปึนกลุ่มญัตติที่ ๒ ก็คือญัตติที่กําลังมีการพิจารณาให้เสนอเลื่อน ก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมอยาก จะเรียนที่ประชุมว่าข้อตกลงและความเห็นต่าง ๆ เราเข้าใจถึงความเร่งด่วนของเรื่อง และความสําคัญ เราได้คุยกันไว้แล้ว เพราะฉะนั้นผมขอเสนอว่าขอให้ยืนยันตามที่ได้ตกลง กันไว้ตอนก่อนป่ดสมัยประชุม นั่นก็คือว่าเราจะพิจารณากลุ่มญัตติด่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทํา ประกาศ และคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อํานาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติตามมาตรา ๔๔ มาก่อน แล้วเมื่อพิจารณากลุ่มญัตติดังกล่าวเสร็จแล้วจะค่อยพิจารณา กลุ่มญัตติที่ ๒ ที่มีการเสนอในวันนี้ต่อไป ขออนุญาตเสนอ และขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ขอบพระคุณครับ
ท่านไม่ได้ เสนอญัตติก่อนนะครับ ท่านไปอภิปรายเสียก่อนแล้วเพิ่งมาเสนอทีหลัง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มีผู้ไม่เห็นด้วยก็คงจะต้องลงมติ ถามมติจากที่ประชุม มีท่านสมาชิกท่านอื่นติดใจจะอภิปราย ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ถ้าไม่มี ผมจะต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับ ตามที่ท่านหมอชลน่านเสนอญัตติว่าจะขอเลื่อน เรื่องด่วนที่ ๒ ใช่ไหมครับ ขึ้นมาพิจารณาก่อนต่อจากพระราชกําหนดคือเรื่องด่วนที่ ๑๔ แต่เราต้องพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑๔ เสร็จก่อน แล้วท่านก็จะเลื่อนศึกษาหลักเกณฑ์การแก้ไข รัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาต่อนะครับ ตรงนี้ต้องขอมติจากที่ประชุมครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านสมาชิกเข้ามาหมดหรือยังครับ ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมเข้ามาครบหรือยังครับ
ขออนุญาตครับ
เชิญครับ
ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๐๕๐ ขอแสดงตน พรรคพลังประชารัฐครับ
อย่าเพิ่งครับ ผมยังไม่ได้เชิญให้เสียบบัตรเลยครับ ถ้าสมาชิกเข้ามาครบแล้วโปรดเสียบบัตรเพื่อแสดงตน เชิญท่านแสดงตนที่ไม่ใช้บัตรครับ
ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต ๒ แสดงตน ๔๐๖ ครับ
๔๐๖ แสดงตนนะครับ
ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๐๕๐ พรรคพลังประชารัฐครับ
ท่านประธานครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ๓๙๕ พรรคพลังประชารัฐครับ ขอแสดงตนครับ
๓ แล้วครับ ป่ดการแสดงตนแล้ว เชิญครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๔๖๑ บวก ๓ เปึน ๔๖๔ ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุมจะให้ความเห็นชอบในการเลื่อนระเบียบวาระตามที่หมอชลน่าน เสนอขึ้นมาหรือไม่ครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผู้ใดเห็นควร ให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมตามที่หมอชลน่านเสนอขึ้นมาพิจารณาต่อจากพระราชกําหนด เรื่องด่วนที่ ๑๔ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบหรือไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดจะงดออกเสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนครับ
ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ไม่เห็นด้วยครับ ๔๐๖
๔๐๖ ไม่เห็นด้วยนะครับ
จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๖๕ เห็นด้วยครับ
มีอีกไหมครับ สมาชิกทุกท่านลงคะแนนครบหมดทุกท่านหรือยังครับ มีท่านใดที่ไม่มีบัตรหรือบัตรขัดข้อง จะลงคะแนนผ่านมาทางไมโครโฟนก็ได้ครับ ตอนนี้มีลงคะแนนผ่านไมโครโฟนมา ๒ ท่าน แล้วนะครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการออกเสียงลงคะแนน ผลการออกเสียงลงคะแนน มีผู้เห็นด้วย ๒๒๘ ท่าน บวก ๑ เปึน ๒๒๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๔๐ บวก ๑ เปึน ๒๔๑ ท่าน มติที่ประชุม ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๒ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องด่วนที่ ๑๔
ดังนั้น ผมขอดําเนินการต่อไป ขอเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๑๔ เรื่องการพิจารณาพระราชกําหนดขึ้นมา พิจารณาต่อครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑๔ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ท่านรัฐมนตรี จะมีผู้เข้ามาชี้แจงด้วยไหมครับ ทางรัฐบาลขอผู้เข้ามาชี้แจงร่วมด้วย ๓ ท่านตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ เชิญท่านสุพล บริสุทธิ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ท่านธนสุนทร สว่างสาลี รองอธิบดี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ท่านกันตพงศ์ รังษีสว่าง ผู้อํานวยการกองส่งเสริม สถาบันครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เชิญทั้ง ๓ ท่านครับ รัฐมนตรีพร้อม ก็แถลงเลยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาตท่านประธานได้ขอเสนอ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ มีเหตุผลในการนําเสนอ ดังนี้
โดยที่ปัจจุบันนี้สาระสําคัญของพระราชกําหนดดังกล่าวเปึนการแก้ไขเพิ่มเติม วันใช้บังคับของพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้มีผลใช้บังคับตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกาและกําหนดให้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ยังคง มีผลใช้บังคับไปพลางก่อน ในระหว่างที่ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกา อีกทั้งกําหนดให้ คณะรัฐมนตรีเร่งเตรียมการรองรับและดําเนินการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับ การส่งเสริมการพัฒนาและการคุ้มครองสถาบันครอบครัว และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีมาตรการและกลไกที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยเร็ว นอกจากนั้นแล้ว สถานการณ์ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ผ่านมามีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับ อัตรากําลังของราชการในสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดในปัจจุบัน เปึนหน่วยงานที่มีข้าราชการจํานวนจํากัด และมีภารกิจที่ต้องทําตามกฎหมายถึง ๒๔ ฉบับ รวมเปึน ๔๔ กิจกรรม และกลุ่มเปัาหมายต่าง ๆ ตามสถาบันครอบครัวนั้นประกอบไปด้วย เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ นอกจากนั้นแล้วภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์นั้นยังต้องดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้ที่พึ่ง และผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์อีกด้วย ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสในมิติต่าง ๆ และนอกจากนั้นแล้วเมื่อมีการตรา พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีเจตนา ในการกําหนดมาตรการในการลดกระทําความรุนแรงในครอบครัวที่ประสงค์ให้ผู้กระทํา ความรุนแรงในครอบครัวมีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทําความผิดซ้ํา และอํานาจหน้าที่ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความรุนแรงในครอบครัวปัจจุบัน นอกจากนี้ไม่มีบทบัญญัติบูรณาการความร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นการที่จะปฏิบัติให้ได้ตามมาตรฐานไม่บกพร่องนั้น จึงยังไม่สามารถทําได้ จึงจําเปึน ต้องเสนอพระราชกําหนดฉบับนี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพิจารณาอนุมัติด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
มีท่านสมาชิก ท่านใดจะอภิปรายไหมครับ เชิญท่านสุทินครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ต่อพระราชกําหนดฉบับนี้เมื่อได้ฟังเหตุผล จากท่านรัฐมนตรี ซึ่งเปึนผู้เสนอในนามคณะรัฐมนตรีแล้วก็ฟังได้ความว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่ความไม่พร้อมของกระทรวงของราชการ ซึ่งไม่สามารถตั้งหน่วยงาน รองรับทั้งในแง่ขององค์กรที่รองรับและบุคคลที่จะปฏิบัติงานให้เปึนไปตามพระราชบัญญัติ เปึนเหตุผลสําคัญที่มาขอออก พ.ร.ก. ฉบับนี้เพื่อยับยั้งระงับการใช้พระราชบัญญัติฉบับนั้น แปลความง่าย ๆ ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยไม่ได้ดูและประเมินว่ารัฐจะมีความพร้อม ในการจะปฏิบัติได้หรือไม่ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มันสะท้อนอะไร สะท้อนว่าฝ์ายออกกฎหมาย เข้าใจว่าเปึนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปึนการออกกฎหมายที่อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ดูความเปึนจริง ของสังคม ไม่ได้ดูความพร้อมของรัฐของราชการจึงทําให้เกิดความเสียหายขึ้น ในขณะเดียวกัน วันนี้ต้องตําหนิเช่นเดียวกันว่ารัฐบาลเองเมื่อทราบว่ามีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ซึ่งผมตําหนิ ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมารัฐบาลนี้ว่าเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้วต้องปฏิบัติ ท่านไปทําอะไรอยู่ ท่านทําไมไม่เร่งรีบที่จะตั้งหน่วยงานและเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติไปตามนั้นให้ได้ นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศ ใครควรถูกตําหนิ เราต้องตําหนิกันเมื่อควรตําหนิ ก็ต้องตําหนิคนที่ถูกตําหนิที่สุดคนแรกที่อยากฝากเปึนบทเรียนก็คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งออกกฎหมายโดยไม่ได้ดูความพร้อม นอกจากความพร้อมของหน่วยงานรัฐแล้วผมยังทราบว่า องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนอื่น ๆ ไม่ได้เห็นด้วยมากมายหลายประเด็น แต่เพราะเปึนสภาที่ไม่ได้มาจากประชาชน เปึนสภาที่ละเลยไม่ฟังเสียงประชาชนจึงเพิกเฉย ไม่แยแสต่อเสียงเหล่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือดันทุรังที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ออกมา ด้วยเสียงมีปัญหาด้วยท่านประธานครับ ไปตรวจสอบดูแล้วเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ไม่ครบ ตามองค์ประกอบของที่ประชุมด้วยถ้าจะสอบสาวราวเรื่องขึ้นไปแล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ชอบด้วยกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ไม่ชอบด้วยความต้องการของสังคม และที่สําคัญที่สุดไม่ชอบด้วยระบบราชการที่จะรองรับจึงเกิดผลเสียเมื่อออกมาใช้แล้ววันนี้ จึงตามมาแก้ แก้คือให้ระงับการใช้ไว้ก่อน และที่สําคัญที่สุดไม่ใช่มีกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียว ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ สนช. ออกไว้แล้วใช้ไม่ได้ครับ เมื่อเช้าก็มีชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจเรื่องรักษาความปลอดภัยมาพบผมก็บอกว่ากฎหมายที่ สนช. ออกว่า ด้วยธุรกิจความปลอดภัยมีปัญหาเยอะ บังคับใช้ไม่ได้และส่วนที่บังคับใช้ได้ก็ไม่เกิดความเปึนธรรม ไปทําลายธุรกิจของเขาย่อยยับ เขาก็ขอให้ผมบอกว่าถ้า พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกเพื่อยับยั้ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวได้ ขอออกให้พวกผมได้ไหม ออก พ.ร.ก. ยับยั้ง พ.ร.บ. คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยให้เขาหน่อยได้ไหม แล้วก็ยังมีอีกหลายฉบับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าเราไม่สบายใจเราจะต้องตามแก้อีกเยอะ ท่านประธาน ไม่ใช่มีฉบับเดียว สภาชุดนี้จะต้องตามแก้กฎหมายที่ สนช. ออกนี่เยอะเลย ซึ่งเดี๋ยวจะมีเข้ามา แต่ผมต้องตําหนิรัฐบาลอยู่นิดหนึ่งว่า ออก พ.ร.ก. เท่านี้มันไม่จบ ท่านรัฐมนตรีครับ ข้อบกพร่องทั้งหลายใน พ.ร.บ. ฉบับนี้รวมทั้งความไม่พร้อมนี่ เมื่อออก พ.ร.ก. เสร็จแล้วถามว่ายุติไว้แล้วจะทําอะไรต่อ ท่านต้องไปรีบปรับปรุงหน่วยงาน ปรับปรุงความพร้อมเยอะ แล้วมาตราใดข้อใดที่มันไม่พร้อม มันไม่สื่อกับความต้องการของประชาชนและความต้องการของสังคมต้องตามแก้ครับ เพราะฉะนั้นวิธีการออกพระราชกําหนดนี้พวกผมไม่เห็นด้วยครับ เรื่องชอบไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญนี้พวกผมยังติดใจ เอาล่ะ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเขาชี้มาแบบนี้ก็เคารพกัน แต่โดยภูมิปัญญา โดยวิธีคิดแล้วเรามองว่ายังมีปัญหา ทางที่ดีที่สุดถ้าท่านรัฐมนตรี และรัฐบาลจะรอบคอบแล้วทําไปตามระบบนี้ ควรจะไปออกเปึนพระราชบัญญัติแก้ไข รีบออกเปึนพระราชบัญญัติแก้ไข แล้ววันนี้ถ้าหากพระราชกําหนดฉบับนี้ผ่านสภาก็ยังไม่จบ ท่านต้องไปออก พ.ร.บ. แก้ไขอีก ต้องทําอีกแล้วต้องมาที่นี่อีก เปึนการแก้ปัญหาที่ไม่จบ เปึน พ.ร.ก. นี่คือแก้ปัญหาที่ไม่จบ แต่เอาล่ะ เมื่อเราได้พิจารณาถึงข้อประจักษ์ว่า ไม่พร้อมจริง ๆ ถ้าใช้ไปก็จะเสียหาย ถ้าเราจะใช้ความว่าเปึนฝ์ายค้านค้านท่านให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ตกไป เราอาจจะมองเห็นลาภที่ควรได้ด้วย รัฐบาลต้องมีปัญหาด้วย ไม่ลาออกก็ต้อง ยุบสภาด้วย แต่สิ่งซึ่งเราคิดมากกว่านั้นก็คือว่าเมื่อความไม่พร้อมมันประจักษ์ ท่านรัฐมนตรี ก็ยอมรับ ถ้าเราจะไม่ให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่าน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือให้ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัวเดินหน้าต่อ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับประเทศ เราจึงยอม แลกว่า วันนี้ขอหยุดยั้งความเสียหายให้กับประเทศดีกว่า เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้ แม้เราไม่เห็นด้วย แม้เราไม่ชอบด้วยวิธีการทํางานที่ผ่านมาของ สนช. แล้วความไม่พร้อม ของรัฐบาล เราก็ทนเห็นความเสียหายไม่ได้จึงจําเปึนที่จะต้องยอมให้ผ่าน แต่ฝากรัฐบาล แล้วก็ สนช. ถ้าฟังอยู่อย่าได้ทําแบบนี้อีก อย่าได้มีแบบนี้เข้ามาอีก ให้มันเปึนบทเรียน ครั้งสุดท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าเอาครั้งนี้เปึนบทเรียน ใครที่คิดว่าเปึนตัวแทน ประชาชนโดยอ้างง่าย ๆ แล้วมาทํางานนิติบัญญัติ มันฟัองท่านแล้ว ฟัองว่าที่อ้างว่าเปึน สภาประชาชน ชื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือชื่ออื่นก็แล้วแต่ วันนี้มันฟัองท่านแล้วว่า กฎหมายที่ท่านออกใช้ไม่ได้เราต้องตามแก้ สภาประชาชนตัวจริงวันนี้ต้องตามแก้ให้ท่าน แล้วต้องขมขื่น หลักการเสียด้วย พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมาหลักการเราไม่เห็นด้วย แต่จําใจครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
คุณหมอชลน่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายเพื่อให้ความเห็นกับ ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกในการที่สภาแห่งนี้จะได้พิจารณาว่าเราจะอนุมัติ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครอง สถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ การที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไป ท่านประธานวิป (Whip) ดอกเตอร์สุทิน คลังแสง ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้กล่าวกับ ท่านประธานไป อภิปรายให้ท่านประธานไปว่าเรายอมรับในคําวินิจฉัยนั้น แต่สิ่งที่เปึนหน้าที่ และอํานาจของสภาผู้แทนราษฎร การตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติพระราชกําหนดนี้ นอกจากเหตุผลความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วก็มีเหตุผลอื่น ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตให้เหตุผลอื่นที่เห็นว่าพระราชกําหนดนี้ไม่สมควรจะได้รับการอนุมัติ จากสภาผู้แทนราษฎร ผมจะไม่แตะเรื่องของความจําเปึนเร่งด่วน ความเปึนประโยชน์สําคัญ ของประเทศ ประโยชน์สําคัญของสาธารณะ ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและปัองปัด ขจัดภัยพิบัติ ซึ่งเปึนเหตุให้ต้องตราพระราชกําหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูในตัวพระราชกําหนดเหตุผลที่ตราขึ้นมาเขียนชัดเจนครับ เพื่อเปึนการเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ จากที่จะต้องบังคับใช้ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ เลื่อนออกไป และให้คณะรัฐมนตรีไปเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ การปฏิบัติของฝ์ายปฏิบัติหรือฝ์ายประจํา นั่นหมายความว่าความจําเปึนที่ต้องอนุมัติ ก็คือว่าให้เลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้เท่านั้น อ้างบอกว่าผู้ปฏิบัติงานไม่พร้อม ที่จะรองรับในการปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ อ้างถึงองค์กรที่จะมา รองรับ เช่น ศูนย์คุ้มครองที่จะมีระดับจังหวัดที่ใช้สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จังหวัดเปึนหัวหน้าหรือเปึนประธาน เกรงว่าเขาเหล่านั้นจะมีความผิดโดนกล่าวหา มีความผิดฐานปฏิบัติกระทําผิดต่อหน้าที่โดนมาตรา ๑๕๗ เข้าไปด้วย และมีความหวั่นไหวมาก ในเรื่องนี้ แล้วก็เปึนเหตุให้มาบอกว่าถ้าไม่พร้อมปุ็บความรุนแรงในครอบครัวก็จะเกิดขึ้น อย่างมากมาย และไม่มีใครไประงับยับยั้งก็จะเปึนเหตุแห่งภัยพิบัติกระทบต่อความมั่นคง ของประเทศเปึนภัยพิบัติสาธารณะ ก็ตีความกันไปในประเด็นนั้น แต่ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเองไม่เห็นด้วยที่จะอนุมัติในการเลื่อนวันบังคับใช้ สิ่งแรกผมกราบเรียน ท่านประธานครับ เมื่อเลื่อนบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ไป พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกไปนะครับ ท่านไปกําหนดว่าจะบังคับใช้ เมื่อไรให้ตราเปึนพระราชกฤษฎีกา ไม่ทราบครับเมื่อไร ถ้ามีความพร้อมท่านคงตราออกมา เพราะว่าเปึนกฎหมายของฝ์ายบริหาร แต่ที่สําคัญครับ ตั้งแต่กฎหมายบังคับใช้วันที่ ๒๐ สิงหาคมที่ผ่านมา พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมีใช้มาก่อนป้ ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมันต้องสิ้นอายุไปตามสภาพบังคับห้ามบังคับใช้ ก็คือวันที่ ๒๐ สิงหาคมเช่นกัน ท่านก็เลย ออกพระราชกําหนดมาว่าเมื่อพระราชกําหนดนี้มีผลบังคับใช้ให้กฎหมายฉบับนี้ฟุ๋นคืนชีพ ขึ้นมาใช้บังคับต่อ ท่านประธานครับ ถ้าเทียบกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เปึนเหตุผล อันแรกสุด ที่ผมบอกว่า การอ้างว่าไม่พร้อมของหน่วยปฏิบัติจะทําให้เกิดความรุนแรง ไม่มีการระงับ ยับยั้งให้กลับไปใช้กฎหมายเดิมที่ท่านเขียนบอกว่าเปึนกฎหมายที่ไม่ทันสมัย ไม่คุ้มครอง ไปส่งเสริมให้ผู้กระทําไม่มีจิตสํานึกที่จะกลับเนื้อกลับตัว เนื่องจากมีบทบัญญัติบางประการครับ เปึนเหตุยอมความได้ กฎหมายฉบับเดิมเปึนเหตุยอมความได้ ความรุนแรงทางด้านครอบครัว เพราะเราถือว่าครอบครัวคือลิ้นกับฟัน การจะฟัอง ไม่ฟัอง ถ้าภรรยาเขาไม่ฟัองสามี ถ้ามีคนอื่น ไปฟัองพรากลูก พรากผัว พรากสามี พรากภรรยาเขาใครจะเลี้ยง เขาก็เลยให้เปึนเหตุ ยอมความได้ แต่ฉบับใหม่ตัดออกครับ ไม่ให้สิทธิ หนําซ้ํายังให้ พมจ. จังหวัดเปึนผู้มีอํานาจ ตามกฎหมายนี้ สั่งระงับยับยั้งได้เลย คุ้มครองชั่วคราวได้เลย เปึนอํานาจเหมือนศาลนะครับท่านประธาน ซึ่งอํานาจนี้ พมจ. จังหวัดเขามีความกังวลมาก เพราะส่วนใหญ่เขาไม่ได้มีตัวบทกฎหมาย มารองรับ ไม่ได้เรียนกฎหมายมาโดยตรงต้องตั้งคนที่เขามีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายเข้ามาจะตัดสินใจอย่างไร จะสั่งคุ้มครองเขาถ้ามีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น คุ้มครองภายใน ๔๘ ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้เมื่อผมเปรียบเทียบ ๒ ฉบับ ถ้าท่านอ้างว่าดี ถ้าผมอนุมัติมันเปึนเหตุให้นํากฎหมายป้ ๒๕๕๐ มาใช้ แต่ถ้าผมไม่อนุมัติ แล้ว ส.ว. ก็ไม่อนุมัติด้วย หรือแม้ ส.ว. ไม่อนุมัติ ถ้าเรายืนยันด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ พระราชกําหนดนั้นตกไป กฎหมายป้ ๒๕๖๒ ยังบังคับใช้ได้อยู่ครับ เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลแรก ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าผมยังรัก ยังชอบสิ่งที่ท่านเขียน ขึ้นมาใหม่แม้กระทั่งเปึนความฝันนะครับ ความฝันเหมือนที่ท่านประธานวิป (Whip) พูดไปเมื่อสักครู่ถ้าใช้ได้อันนี้จะดีมาก ท่านมีองค์กรอยู่ในจังหวัดคอยสอดส่องดูแลว่า ใครทะเลาะกัน ทะเลาะแจ้งความได้ทันที ตํารวจทําหน้าที่ได้ทันที บางทีเขาอาจจะทะเลาะ หยอกล้อกันก็ได้นะครับท่านประธาน สามีภรรยากระทบกระทั่งเปึนเรื่องธรรมดามากครับ ท่านประธานสังเกตไหมครับ ครอบครัวไหนถ้าสามีภรรยามีปากมีเสียงทะเลาะกันเยอะ ๆ ลูกเยอะครับ ถ้าสามีภรรยาคู่ไหนไม่เคยพูดด้วยกัน จ๊ะจ๋าด้วยกันตลอดลูกน้อยครับ ลูกน้อย ท่านประธานมันแปลกมาก เพราะฉะนั้นสายสัมพันธ์ มิติสัมพันธ์ของความเปึนมนุษย์นี่ กฎหมายฉบับนี้ตัดออก เอาล่ะผมถือว่าเปึนข้อดี เมื่อท่านว่าเปึนข้อดีเลยเปึนเหตุผลบอกว่า ถ้าอนุมัติพระราชกําหนดนี้ กฎหมายฉบับนี้ตกไป พระราชกําหนดบังคับใช้เอาป้ ๒๕๕๐ มาใช้
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ เปึนสมัย สนช. ป้ ๒๕๕๐ ปฏิวัติ เปลี่ยนแปลง รัฐประหาร ป้ ๒๕๔๙ ขออภัยครับ ถอนคําพูด ป้ ๒๕๔๙ มี สนช. ขึ้นมาทําหน้าที่ในการออกกฎหมาย กฎหมายประมาณ ๒๐๐ กว่าฉบับ ท่านประธานครับ ที่เราตรวจสอบไปพบว่ามีการตรามิชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญคือองค์ประชุมไม่ครบ องค์ประชุมไม่ครบครับท่านประธาน ฉบับนี้เปึน ๑ ใน ๒๐๐ ที่มีองค์ประชุมไม่ครบ มีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแต่ยังไม่วินิจฉัยครับ ยังไม่วินิจฉัยว่าชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิสามารถยื่นได้แม้กฎหมายนั้นจะตรา ด้วยมิชอบ กระบวนการการตรานะครับ รัฐธรรมนูญฉบับอื่นอาจจะบอกว่าสาระบทบัญญัติไม่ขัด แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิกรณีถ้าพบเห็นกระบวนการตราไม่ชอบก็สามารถยื่นให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ท่านประธานครับ ถ้าเรามีหลักฐานชัดเพียงแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่วินิจฉัยเท่านั้นเองว่ากฎหมายฉบับนี้ตราไม่ชอบครับ ป้ ๒๕๕๐ ท่านจะยังบังคับใช้อยู่หรือ เพราะพระราชกําหนดฉบับนี้บอกว่าให้ไปนํากฎหมายฉบับนี้มาบังคับใช้ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นว่าพระราชกําหนดฉบับนี้ไม่ควรอนุมัติมันเปึนข้ออ้างที่สามารถ บริหารจัดการได้ แล้วความรุนแรงในครอบครัวก็ไม่ได้เหมือนกับไฟไหม้ น้ําท่วม มันไปเปึน อย่างนั้นครับ มันสามารถระงับยับยั้งได้ ไม่มีองค์กรใด ๆ เขาก็ระงับยับยั้งด้วยสิ่งที่อยู่ใน ชุมชนเขา ผู้ปกครองเขา นายอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านดีที่สุด เขาเห็นกันหมด ท่านจะอ้างว่ามันรุนแรงจนจะเปึนภัยพิบัติ ประเทศจําเปึนต้องตราอันนี้ ผมเองยอมรับไม่ได้ครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าพระราชกําหนดฉบับนี้ ไม่ควรได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านเรวัต วิศรุตเวช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ผมก็น้อมรับคําวินิจฉัยครับ ท่านประธานครับ แต่ยังมีประเด็นปัญหาที่จะต้องอภิปราย เพราะว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ขอขยายเวลาในการบังคับใช้ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครอง สถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วอ้างว่าไม่พร้อมด้านบุคลากรและขั้นตอน การปฏิบัติครับ และระหว่างที่ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.บ. นี้ก็ขอนําเอา พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้ถูกกระทําความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ มาใช้บังคับเปึนการชั่วคราว โดยสรุปก็คือ ต้องการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้เพื่องดการบังคับใช้ พ.ร.บ. ที่ สนช. ร่างและมีผลบังคับใช้ไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นจึงมี ๒ ประเด็นที่ต้องพิจารณาครับ
ประเด็นแรกเลยครับ จากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีความเห็นจาก นักวิชาการหลายท่านประกอบคําวินิจฉัยนะครับว่า การตรา พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น เพราะว่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทํา ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นมีความไม่เหมาะสมหลายประการ เช่น การกําหนดอํานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความรุนแรง ในครอบครัวในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อบังคับใช้ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครอง สถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็ต้องยกเลิก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทําความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ แต่ท่านทราบไหมครับ ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ฉบับนี้กําลัง จะขอให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ที่มีปัญหาคือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทําความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งนายแพทย์ชลน่านได้กล่าวไปบ้างแล้วนะครับ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ มีปัญหามากมาย
ผมจะขอนําเรียนเปึนประเด็นที่ ๒ นะครับว่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทํา ความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นมีปัญหาใหญ่มากครับ คือเปึน พ.ร.บ. ที่ร่างขึ้น ในช่วงเวลาที่มีการทํารัฐประหาร ป้ ๒๕๔๙ และได้ผ่านการลงมติในวาระที่ ๑ ในการประชุม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๐ ด้วยคะแนน ท่านประธานครับ ทราบไหมครับว่าเท่าไร ๑๑๒ และ ๑๑๑ ครับ ตามลําดับ เพราะว่ามีอยู่ ๒ ร่าง จากจํานวนสมาชิกทั้งหมด ๒๔๐ คน จึงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และผ่านการลงมติในวาระที่ ๓ การประชุม สนช. ครั้งที่ ๒๙/๒๕๕๐ วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ ด้วยคะแนนเสียงเพียง ๑๐๗ เสียง จากจํานวนสมาชิกที่มีอยู่ ๒๓๙ คน มติในวาระที่ ๓ ก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่งอีกเช่นกัน ดังนั้นจึงทําให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ เพียงแต่ว่าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัย เท่านั้นเองครับ
สําหรับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ ของ สนช. ผมมีตัวอย่าง มีการตราร่าง พ.ร.บ. ที่ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ อันมีผลให้ พ.ร.บ. เปึนอันตกไปนี่นะครับ ผมขอนําเอาคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเปึน บรรทัดฐานรวมทั้งหมด ๗ ครั้ง ท่านประธานครับ คือคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒/๒๕๕๑ คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓/๒๕๕๑ คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๕๑ คําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ ๘/๒๕๕๑ คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๖/๒๕๕๑ คําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๗/๒๕๕๑ และคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๕๒ ครับ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๑) ได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีหน้าที่และอํานาจพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมายได้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ ที่ได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ผมจึงไม่สามารถให้ ความเห็นชอบกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านณัฐวุฒิ จะอภิปรายไหมครับ เห็นมีรายชื่ออยู่
อภิปรายครับท่านประธาน
ท่านยกมือด้วยนะครับ จะได้ทราบครับ
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของพระราชกําหนดที่พวกผมเองได้ศึกษาและเห็นว่า ไม่ควรที่จะอนุมัตินั้น ผมอยากจะเล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งครับ ผู้หญิงคนนี้กล่าวกับผม เล่าให้ผมฟังเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ ไม่กี่วันก่อนที่ พ.ร.บ. จะมีผลบังคับใช้ ผู้หญิงคนนี้ ตกเปึนผู้ต้องหาในคดีที่ฆ่าสามีตาย แน่นอนครับสิ่งที่เราได้ข้อเท็จจริงตามมาหลังจากนั้น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจฆ่าสามีตาย เขาเองเปึนผู้ที่ถูกสามีใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการทุบตี ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการด่าทอ ลามไปถึงบุตร ลามไปถึงบุพการี สิ่งที่เขาต้องเผชิญก็คือว่าถ้าเปึนการใช้บังคับกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทํา ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ เขาเองจะเปลี่ยนสถานะจากผู้ถูกกระทํา ความรุนแรงในครอบครัว เปึนแค่ผู้กระทําความรุนแรงในครอบครัว แล้วก็ให้กระบวนการ ยุติธรรมเปึนคนตัดสินว่าเขาจะได้รับโทษเท่าไร เขารอคอยอย่างมีความหวังกับการบังคับใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม นี่คือสิ่งที่เขาประกาศไว้บนเวที เพราะถ้ากฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัวมีผลบังคับใช้ สถานะของเขาจะเปลี่ยนมาเปึนภาษาที่เรียกว่า แบตเทอร์ดไวฟี (Battered wife) หรือแบตเทอร์ดวูเมนซินโดรม (Battered woman syndrome) สิ่งที่เขาต้องเผชิญก็คือว่าตํารวจ อัยการ หรือศาลต้องส่งเรื่องของเขามาให้ ศูนย์คุ้มครองและส่งเสริมสถาบันครอบครัวในระดับจังหวัดพิจารณา ต้องให้ศูนย์คุ้มครอง และส่งเสริมสถาบันครอบครัวสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงนําไปสู่สาเหตุหรือมูลเหตุ ของการกระทําความรุนแรงแล้วเสนอต่อศาล แน่นอนในสถานะของคนที่เปึนเหยื่อมาก่อน เขาไม่ควรรับโทษเหมือนอาชญากรโดยทั่วไป แต่เขาผิดหวังครับ เพราะการมีพระราชกําหนด ที่ออกมาบังคับนั้นทําให้เขาสูญเสียสถานะดังกล่าวไปครับท่านประธาน การออกพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ซึ่งผมอยากจะใช้คําง่าย ๆ ที่เรียกกันก็คือการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปนั้น เอาเข้าจริง ๆ ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ถึงลักษณะของความรุนแรงในครอบครัว หรือความรุนแรงต่อผู้หญิงในระดับสากลอยู่ ๓ ระดับด้วยกันครับ เสียดายวันนี้ท่านประธาน ชวนท่านไม่ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ถ้าท่านประธานชวนขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ผมจะชื่นชมท่าน เพราะท่านเปึนคนส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมประชุมที่กรุงปักกิ่งเมื่อป้ ๒๕๓๘ มีการประชุม ว่าด้วยความรุนแรงต่อผู้หญิง เขาสรุปออกมาเปึน ๓ สถานะด้วยกันครับว่า ความรุนแรง ต่อผู้หญิงในระดับที่ ๑ ก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบ้าน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว โดเมสติกไวโอเลนซ์ (Domestic violence) หรือความรุนแรงในครอบครัวเปึนหนึ่งในนั้น ความรุนแรงในประเภทที่ ๒ คือความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะและความรุนแรงในประเภทที่ ๓ ก็คือความรุนแรงของการที่รัฐละเลยหรือปล่อยปละ หรือมีส่วนในการกระทําความรุนแรงเสียเอง ผมเกรงว่าการที่พวกเราจะผ่านพระราชกําหนดฉบับนี้จะเปึนเสมือนหรืออาจจะถือได้ว่าเปึน ความรุนแรงในประเภทที่ ๓ มีความสุ่มเสี่ยงนะครับที่มองว่ารัฐปล่อยปละ ปล่อยให้มีการใช้ ความรุนแรงต่อผู้หญิง ต่อผู้ที่ด้อยโอกาสต่าง ๆ ต่อคนในครอบครัวต่อไป อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เหตุผลที่พรรคอนาคตใหม่พวกเราศึกษากฎหมายมาหมดแล้ว ผมมีอยู่ทั้งหมด ๔-๕ ประการด้วยกันสั้น ๆ ที่อยากจะนําเรียนท่านว่า
ประการที่ ๑ แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ จะให้อํานาจท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของคณะรัฐมนตรีออกพระราชกําหนดได้ แต่ท่านอย่าลืมว่ามีรัฐธรรมนูญอีกหนึ่งมาตรา ที่เปึนมาตราที่สําคัญ คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ ออกมารองรับ การดูแลความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ไม่ว่าท่านจะให้นิยามความหมายของคําว่า สถาบันครอบครัว ว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ วรรคสาม เขาเขียนแบบนี้เลยนะครับ เขาบอกว่าให้มีการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้ยากไร้ มิให้ถูกใช้ความรุนแรงให้รวมไปตลอดถึงการบําบัดฟุ๋นฟูและเยียวยาหากเขาถูกกระทํา หรือถูกใช้ความรุนแรง สิ่งที่ท่านกําลังทําอยู่นี้เปึนการไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสามหรือไม่ครับ นั่นคือเหตุผลประการที่ ๑
เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านอาจจะทราบดีว่า ณ ขณะนี้ ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องอัตราการเกิดของประชากร ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องอัตรา การหย่าร้างที่สูงขึ้นมาก เราพยายามจะผลักดันให้มีพระราชบัญญัติอยู่ฉบับหนึ่งครับ เราเรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ หรือรีโพรดักทีฟ เฮลท์ (Reproductive health) ไม่สําเร็จครับ เขาตัดตอนออกมาแค่ พระราชบัญญัติการปัองกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ท่านรัฐมนตรีท่านทราบดี เพราะเปึนกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ สิ่งที่พวกเรากําลังพยายามผลักดันในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว ก็คือเอามาตรการเหล่านี้ครับ เพราะกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ พูดแต่เรื่องของการคุ้มครอง ไม่ได้พูดถึงการส่งเสริม ไม่ได้พูดถึงการดูแลครอบครัวเลย เอาเข้าจริง ๆ แล้วนะครับ การดูแลครอบครัวนั้นต้องเปึนไปตามหลักที่เรียกว่า แฟมิลี ไลฟี ไซเคิล (Family life cycle) หรือวงจรชีวิตครอบครัว ต้องดูแลตั้งแต่เขาเริ่มความเปึน ครอบครัวครับ ต้องดูแลเรื่องของการใช้ชีวิตว่าเขาประสงค์ที่จะมีการสมรสในรูปแบบ หรือการใช้ชีวิตคู่แบบใด ต้องดูแลเรื่องของการวางแผนที่จะมีบุตรครับ ต้องดูแลเวลาที่เขา เกิดปัญหาครอบครัว ต้องมีไครซิส อินเตอร์เวนชัน (Crisis intervention) เรื่องของการ แทรกแซงหรือให้คําปรึกษา เพื่อให้ดํารงสถานะความเปึนครอบครัว หรือแม้กระทั่งถ้าเขา ไม่อาจดํารงสถานะความเปึนครอบครัวจะทําให้การหย่าเปึนไปอย่างมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็กได้อย่างไร กลไกที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว มีอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน
เหตุผลประการที่ ๑ ก็คือ การจัดให้มีศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ทุกท่านที่มาจากต่างจังหวัดเปึน ส.ส. พื้นที่ท่านทราบดีครับ เขาเรียกว่า ศพค. มีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ถ้าออกพระราชกําหนดมาหรืออนุมัติให้มีการผ่านพระราชกําหนดไป ศพค. ก็หมดสิ้นไปครับ วันนี้หายไปเลย ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ที่เราอยากจะทํางานส่งเสริมการดูแล ในระดับตําบล เขาจัดให้มีกลไกในระดับจังหวัด คุณหมอชลน่านพูดไปบ้างแล้วนะครับ เขาเรียกว่าศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัวในระดับจังหวัด ถ้าผ่านพระราชกําหนด ศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัวในระดับจังหวัดก็ไม่เกิดขึ้นครับ เขามีกลไกในระดับชาติ ที่เรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวในระดับชาติออกมา รองรับเรื่องสมัชชาครอบครัว ออกมารองรับเรื่องสมัชชาสตรี ถ้าวันนี้เราผ่าน พ.ร.ก. ไป คณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับชาติซึ่งดูแลสตรีกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไม่เกิดขึ้นนะครับ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องครอบครัวที่ดูแลสมัชชาครอบครัว ดูแล ๑๘.๕ ล้านครัวเรือน ในประเทศไม่เกิดขึ้นนะครับ นั่นคือเหตุผลซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องของความมั่นคงทางสังคม ไม่น้อยไปกว่าเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาและตีความ นั่นคือเหตุผลประการที่ ๒ ครับ
เหตุผลประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมเองอยู่ในคณะกรรมการ ยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวร่วมกับ ผู้แทนที่มาชี้แจงวันนี้ครับ อยู่ที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กฎหมายฉบับนั้น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดครับ มีหลายเรื่องที่กฤษฎีกาเปลี่ยนไป มีหลายเรื่องที่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติท่านอาจจะตกใจนะครับ เขาผ่านพระราชบัญญัติฉบับนั้นใช้เวลาแค่ ๗ นาทีนะครับ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ ๑๐ นาทีนะครับ เขายกมือผ่านแค่ ๗ นาที ไม่ดีที่สุดหรอกครับมีหลายเรื่อง ที่ต้องมีการแก้ไขปรับปรุงครับ เช่น นิยามความหมายของคําว่า ครอบครัว นิยามความหมาย ของคําว่า ความรุนแรงในครอบครัว รวมไปถึงสต็อกกิง (Stocking) หรือการติดตาม รวมไปถึง เรื่องของการคุกคามมากน้อยขนาดไหน การให้ความหมายสถาบันครอบครัวที่ไม่ยึดติด แต่เรื่องของการสมรส การให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตต่อ แม้ความสัมพันธ์ของความเปึน ครอบครัวไม่อาจดํารงอยู่ได้ แม้กระทั่งทักษะความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการให้ คําปรึกษาหรือการดูแลครอบครัวไม่ว่ากันครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าสิ่งที่อยู่ในพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่นั้นไม่ดีจริงก็สมควรที่จะต้องมีการออก พ.ร.บ. เข้ามาแก้ไขปรับปรุงครับ นั่นเปึน เหตุผลประการที่ ๓
เหตุผลประการที่ ๔ เปึนเหตุผลประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บอกมาโดยตลอดตั้งแต่มีการออก พระราชกําหนดก็คือความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่ ถามท่านง่าย ๆ ครับ ความไม่พร้อมของ เจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดวันนี้ท่านจะเอาใครเปึนตัวประกัน ผู้หญิงทั้งประเทศ ผู้ถูกกระทํา ด้วยความรุนแรงในครอบครัวทั้งประเทศไทยเขาตกอยู่ในความอึมครึมมาโดยตลอดนะครับ ความอึมครึมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งกฎหมายไม่เอื้ออํานวยเขายามที่เขาตกเปึนเหยื่อ แล้ววันหนึ่งเขากลายเปึนผู้ถูกใช้ความรุนแรงจนกลายเปึนผู้ใช้ความรุนแรงต่อคนใกล้ตัวเขา ความอึมครึมที่เกิดขึ้นจากการมี พ.ร.บ. ฉบับใหม่ซึ่งก็ไม่ยอมมีผลบังคับใช้เสียที ความอึมครึม ที่เกิดขึ้นจากการออกพระราชกําหนดวันนี้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ตอบได้นะครับว่า ๓ เดือนที่ผ่านมาหลังออก พ.ร.ก. ท่าน เตรียมการความพร้อมของเจ้าหน้าที่เหล่านี้อย่างไรครับ
ในท้ายที่สุดท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียกร้องแบบนี้ครับว่าสิ่งที่ผมพูด ทั้งหมดทําแต่เปึนเพียงเสียงของผู้แทน เสียงของคนเล็กคนน้อยในสังคม เสียงของผู้หญิง แค่คนหนึ่งนะครับ แต่อาจจะไม่ใช่คนเดียวครับ สิ่งที่เขาบอกกับเราวันนี้ว่าในสิ่งที่เราละเลย เสียงเหล่านี้มานานแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราจะผลักดันให้มี พ.ร.บ. อย่างเปึนทางการ ที่มาดูแลเขา หามิใช่ พ.ร.ก. ที่ออกมาแล้วละเมิดสิทธิต่อตัวเขา ท่านอาจารย์ป่ยบุตรจะพูดถึง กระบวนการต่อ แต่ผมพูดอย่างชัดเจนว่านี่ก็เปึนความมั่นคงทางสังคมไม่แตกต่างเช่นเดียวกัน พวกผมไม่สามารถอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านป่ยบุตรครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ป่ยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมลุกขึ้น อภิปรายครั้งนี้ด้วยความเห็นอกเห็นใจท่านรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ อย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ท่านไม่ได้เปึนคนก่อนะครับ มันเริ่มต้นกันมาแล้วท่านก็เข้า มาดํารงตําแหน่งแล้วก็ต้องรับเผือกร้อนนี้ไปนะครับ ก็เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของท่านนะครับ แล้วก็หลังจากที่ได้อ่านหมายเหตุท้ายพระราชกําหนด ได้อ่านการชี้แจงของรองเลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา รองอธิบดีกรมกิจการสตรี ซึ่งทั้ง ๒ ท่านนี้ไปชี้แจงที่ศาลรัฐธรรมนูญ และคําชี้แจงต่าง ๆ ก็ไปปรากฏอยู่ในคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๒๐/๒๕๖๒ พอเราเห็น เรียบร้อยแล้วก็เข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ อยู่นะครับ แต่ความจําเปึนต่าง ๆ ที่จําเปึนจะต้องตราพระราชกําหนดออกมาเพื่อเลื่อนเวลาการใช้บังคับ พระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ ไปก่อนนั้นนะครับ ผมคิดว่าจําเปึนต้องแยกพิจารณากัน กับประเด็นในทางรัฐธรรมนูญและขอบเขตอํานาจหน้าที่ของสภาที่จะพิจารณาว่า เราจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมคงไม่ลงในรายละเอียดเรื่องเนื้อหา เพราะเพื่อนสมาชิก ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม จากพรรคอนาคตใหม่ได้พูดไปแล้วนะครับ แต่ว่าจะขออนุญาตพูดถึงว่าสภาพปัญหาในกระบวนการตราพระราชกําหนดลักษณะแบบนี้ มันมีปัญหาอย่างไร ผมเข้าใจดีนะครับ ต้องขอทําความเข้าใจในที่ประชุมแห่งนี้ และฝาก ท่านประธานไปยังท่านผู้ฟังผู้ชมที่อยู่ทางบ้านด้วยว่าอาจจะมีความซับซ้อนกันหน่อย เพราะมีกฎหมายอยู่ ๓ ตัว ตัวหนึ่งคือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรง ในครอบครัว ป้ ๒๕๕๐ การอภิปรายของผมจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๐ นะครับ มีพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ผมจะเรียก สั้น ๆ ในการอภิปรายว่าพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ และมีล่าสุดคือพระราชกําหนดที่เรากําลัง อภิปรายกันอยู่ตอนนี้คือ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ผมไม่ได้พูดย้ํา ๒ ครั้งนะครับ นี่คือชื่อกฎหมายจริง ๆ พระราชกําหนดที่ไปแก้พระราชบัญญัติในป้เดียวกันนะครับ ฉบับนี้ ผมอภิปรายผมจะขอเรียกว่า พ.ร.ก. ป้ ๒๕๖๒ นะครับ ทั้ง ๓ กรณีนี้ผมเข้าใจดีว่าตัว พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๐ มันก็มีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ตัวพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ ก็มีข้อดีข้อเสีย อยู่ในตัวมันเอง แล้วก็ทราบดีว่ามีภาคประชาชนแบ่งออกเปึนหลายฝ์าย บางฝ์ายก็เห็นว่า กฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ดี บางฝ์ายก็เห็นว่ากฎหมาย ป้ ๒๕๖๒ ดีกว่า ซึ่งจุดนี้ในท้ายที่สุดก็คง จะต้องมาพิจารณาเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ได้กฎหมายที่คุ้มครองสถาบัน ครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมให้มากที่สุดต่อไปครับ แต่ท่านประธานครับ ปัญหาของตัวพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ ก็ดี หรือพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๕๐ ก็ดี เราจะบอกว่า ป้ ๒๕๖๒ ดีกว่าป้ ๒๕๕๐ เราจะบอกว่าป้ ๒๕๕๐ ดีกว่าป้ ๒๕๖๒ มันไม่เกี่ยวอะไร กับการจะมาพิจารณาว่าเราจะอนุมัติพระราชกําหนดหรือไม่ เพราะว่าพระราชกําหนดนั้น การออกกฎหมายในรูปของพระราชกําหนดมันมีเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดเอาไว้อยู่ นั่นก็คือในมาตรา ๑๗๒ ดังนั้นผมจําเปึนต้องใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้เพื่ออภิปราย ถึง ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสภาที่เปึนคนตราพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ ออกมาใช้บังคับ ประเด็นนี้พระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ ใช้บังคับมีการประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษาในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ แล้วบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ยังไม่ใช้บังคับให้ ใช้เมื่อพ้นกําหนด ๙๐ วันนับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั่นหมายความว่า พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ นั้นจะมีผลเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ปัญหาเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน คือพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ ผมก็ตามไปค้นคว้าดูว่าที่มาที่ไปเปึนอย่างไร ก็พบเห็นข้อมูลข่าวสารจํานวนมากมีความพยายามในการยกร่างกฎหมายแบบนี้เริ่มต้น ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ ทางกระทรวงต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางภาคประชาชนก็พยายามผลักดัน กันมา เราเริ่มพูดกันตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ วัตถุประสงค์ก็คือเพื่อต้องการคุ้มครองคนในครอบครัว ที่ถูกทําร้าย ถูกทารุณ ถูกละเมิด ในท้ายที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็มาให้ความเห็นชอบ ตอนช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ สังเกตวันและเดือนให้ดีนะครับ เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ในช่วงเวลานั้นเรามีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เกิดขึ้นแล้ว สภาผู้แทนราษฎร ชุดของพวกเราอีกไม่ช้าไม่นานก็จะได้เข้าดํารงตําแหน่งและจะเปึนองค์กรที่มีอํานาจในการ ตรากฎหมายแล้ว แต่ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. นั้น ก็ยังใช้อํานาจของตัวเองในการตรากฎหมายนี้ออกมาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกของผมได้บอกไปแล้วนะครับว่าใช้เวลาในการพิจารณายกมือโหวตกัน ๗ นาที เท่านั้น ๗ นาทีเท่านั้นที่ยกมือโหวตไม่ได้มีการอภิปรายอะไรกันมากมาย เรื่องนี้เปึนปัญหา มาต่อเนื่องโดยตลอดของการที่เรามีสภานิติบัญญัติแห่งชาติในช่วงเวลาที่คณะรัฐประหาร ครองประเทศไทยอยู่ก็คือเรามีสภาที่มาจากการแต่งตั้ง เราสามารถสํารวจสถิติได้เลยว่า จํานวนกฎหมายที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติออกมาได้มากนั้น พอดีท่านนายกรัฐมนตรี มักจะพูดอยู่บ่อยครั้งว่า สนช. นั้นมีผลงานที่ดีออกกฎหมายได้เยอะ จํานวนที่มาก ไม่ได้หมายความว่าออกกฎหมายออกมาได้ดีมีคุณภาพเสมอไป แต่ที่ดันออกมาได้รวดเร็ว ได้มากนั้นก็เพราะว่ามันไม่มีฝ์ายค้านครับเปึนพวกเดียวกันหมด และถ้าท่านลองดูย้อน กลับไปกฎหมายหลายฉบับที่ สนช. ออกมามันแทบจะไม่มีคนโหวตไม่เห็นด้วยเลย ส่วนใหญ่ ก็จะเห็นด้วยกันทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรครับว่า พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ ๗ นาทียกมือโหวตผ่านกันหมด เพราะว่าไม่มีการตรวจสอบท้วงติงการอภิปรายกันอย่าง เต็มที่ ทีนี้ปัญหาก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ผมก็เข้าใจว่า สนช. ก็คงเล็งเห็นว่า ถ้าออกมาปุ็บประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๒ พฤษภาคมใช้เลย เดี๋ยวจะเตรียมพร้อม กันไม่ทัน ก็เลยให้เวลาหายใจหายคอแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๙๐ วัน เปึนเวลาประมาณ ๓ เดือนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ตระเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายใหม่นี้ ทีนี้ในช่วงเวลาก่อนที่กฎหมายนี้ใช้จริง ๆ ในเดือนสิงหาคม ผมก็ไปตามค้นคว้าดูในข่าว ก็พบเห็นกระทรวงได้แถลงข่าวหลายครั้งบอกว่าเรามีความพร้อมแล้ว เรามีความพร้อมแล้ว ที่จะปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็มีการจัดสัมมนากันหลายครั้งหลายหน แต่แล้วอยู่ดี ๆ หลังจากกฎหมายนี้ใช้ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ก็มีพระราชกําหนดออกมาบอกว่าให้เลื่อนการใช้ ไปก่อน โดยในหมายเหตุของพระราชกําหนดนั้นยืนยันชัดเจนว่ามีปัญหาเรื่องความพร้อม ในการใช้กฎหมายอันใหม่ ผมอยากเรียนถามตรงนี้ว่า และสุดท้ายใครที่ไม่พร้อมกันแน่ครับ ใครกันแน่ที่ไม่พร้อมในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอันใหม่นี้ เพราะผมเช็ก (Check) ตามข่าวก็เห็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ ยืนยันว่าพร้อม มีเวลาหายใจหายคออีก ๙๐ วัน แล้วเรื่องนี้ พูดกันมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ มีความพยายามจะทํากันตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ ออกกฎหมายมาแล้ว ก็มีเวลาผ่อนคลายให้อีก ๙๐ วัน และหน่วยงานก็พูดว่าพร้อมอยู่เสมอ แล้วสุดท้ายมาออก พ.ร.ก. และบอกว่าไม่พร้อม ก็เลยสงสัยว่าในท้ายที่สุดใครกันแน่ที่ไม่พร้อม ส่วนในตัวของ สนช. เองก็จะมีปัญหาต่อไปว่ามันจะกลายเปึนลดความน่าเชื่อถือของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือคุณออกกฎหมายมาแล้วพระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับกับบุคคลทั้งหมด ออกพระราชบัญญัติ มาแล้วมันไม่ใช่เหมือนเล่นขายของนะครับ ออกมาเสร็จแล้ว ลืม เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่พร้อม รีบไปสะกิดรัฐบาลบอกไปออกพระราชกําหนดให้หน่อย ไปบอกว่ายังไม่ใช้ พ.ร.บ. อย่างนี้ ไม่ใช่สภาที่ตรากฎหมายแล้วครับ สภาออกกฎหมายต้องมีความรอบคอบกว่านี้ ก็ต้องทราบ ล่วงหน้าว่าพร้อมหรือไม่พร้อม ต้องปรึกษาหารือกัน ทําไมออกมาแล้วถึงเพิ่งจะนึกออกครับ ว่าไม่พร้อม เพราะฉะนั้นอย่าให้สาธารณชนได้วิพากษ์วิจารณ์กันว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น สุดท้ายคุณออกกฎหมายด้วยความไม่รอบคอบ ด้วยความเลินเล่อ มันจะไม่ต่างอะไรกับโรงงาน ที่ปัูมกฎหมายออกมารายวัน ที่ผ่านมาท่านก็ปัูมกันเยอะมากสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้งชุด ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ก็ปัูมออกมาจนเปึน พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๐ ไปแล้วทีหนึ่ง งวดนี้เอาอีกแล้วครับ สนช. ชุดรัฐประหาร ป้ ๒๕๕๗ ก็ปัูมกฎหมายฉบับนี้ออกมาอีกแล้วก็มีปัญหาอีก เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ครับ ประเด็นต่อไปครับ
ประเด็นที่ ๒ กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งมีคําวินิจฉัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยท่านวินิจฉัยว่า พระราชกําหนดฉบับนี้เปึนไปตามเหตุแห่งการออกพระราชกําหนด ตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง คือพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากซีกฝ์ายค้าน เราเห็นว่า พระราชกําหนดฉบับนี้ไม่เข้าเหตุแห่งการออกพระราชกําหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ก็ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็วินิจฉัยออกมายืนยันว่าเรื่องนี้เข้า เหตุเรื่องความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของสาธารณะ แน่นอนที่สุดครับ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็มีผล แต่ว่าคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลผูกมัดพวกเรา ในที่ประชุมแห่งนี้ที่จะตัดสินใจว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนด เพราะอะไรครับ
ข้อที่ ๑ พระราชกําหนดเปึนการออกมาโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อออกมาแล้ว มันมีผลใช้ไปพลางก่อน ในท้ายที่สุดก็จะต้องกลับมาให้พวกเราผู้แทนราษฎรได้ตัดสินใจว่า จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ถ้าเกิดเราบอกว่าคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้วว่า เปึนไปตามเหตุแห่งการออกตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง แล้วมาบังคับผูกมัดให้พวกเรา ต้องโหวตตามนี้ ถ้าเปึนแบบนี้กระบวนการตราพระราชกําหนดจะผิดเพี้ยนไปหมด ผมยืนยันว่า สภาแห่งนี้พวกเรายังมีดุลพินิจที่จะพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ คําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ครับ พระราชกําหนดฉบับนี้เนื้อหาหลัก ๆ ก็มีสั้น ๆ คือยกเว้นการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ ไปก่อน ระหว่างนี้ก็ให้กลับไปใช้กฎหมายเดิม คือพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๕๐ แล้วถ้าหากพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ จะใช้จริง ๆ เมื่อไร ให้รัฐบาลตราพระราชกฤษฎีกาออกมา นี่เนื้อหาหลักใหญ่ใจความมันมีเท่านี้ ทีนี้มันมีปัญหา ลักลั่นกันในเรื่องเวลาครับ พระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๕๐ ตัวเก่านี่นะครับ มีผลใช้เรื่อยมา แล้วก็ มาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ สิ้นสุดลงเพราะอะไรครับ เพราะ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ เพิ่งออกมาใหม่เข้ามาแทนที่ แต่แล้ว พ.ร.ก. ป้ ๒๕๖๒ อีกฉบับหนึ่ง พระราชกําหนด ป้ ๒๕๖๒ กลับออกมาเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม แล้วก็ย้อนกลับไปบอกว่าให้ใช้ตั้งแต่ วันที่ ๒๐ สิงหาคม ปัญหามันมีอยู่ตรงนี้ครับ ช่วงเวลาวันที่ ๒๐ สิงหาคม ถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ตกลงแล้วจะใช้กฎหมายฉบับไหนครับ ช่วงเวลาวันที่ ๒๐ สิงหาคม ถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม แน่นอนที่สุดท่านก็บอกว่าใช้ตาม พ.ร.ก. เพราะ พ.ร.ก. แบ็กเดต (Backdate) ถอยหลังให้ พ.ร.ก. ออกวันที่ ๒๖ แล้วก็บอกว่าให้ย้อนกลับไปให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๐ ดังนั้นช่วงวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๖ ก็คงจะใช้ พ.ร.บ. อันเก่า ถูกไหมครับ ช่วงวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๖ ใช้ พ.ร.บ. อันเก่า ทีนี้ปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ครับ ผมขอสมมุติให้ท่านเห็นและเข้าใจง่าย ๆ ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม จนถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม เกิดมีการใช้ความรุนแรงกันในครอบครัว มีบุคคลที่ตกเปึนเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัวในวันนั้น แล้วเขาต้องการใช้ช่องทาง การคุ้มครองต่างๆ ช่องทางการเยียวยาต่าง ๆ ตามกฎหมาย เขาจะใช้กฎหมายฉบับไหนครับ แน่นอนที่สุดวันที่เกิดเหตุในวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๖ ไม่มีใครจินตนาการรู้มาก่อนว่าจะมี พ.ร.ก. ป้ ๒๕๖๒ ออกมา สมมุติว่ามีสุภาพสตรีคนหนึ่ง ภรรยาถูกสามีทําร้ายร่างกาย ในครอบครัว ณ วันที่ ๒๑ สิงหาคม ผมสมมุติ ณ วันนั้นยังไม่ใช่วันที่ ๒๖ นะครับ เขาไม่รู้ หรอกครับว่ามี พ.ร.ก. เขาก็ต้องกลับไปใช้ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ ถูกไหม เพราะ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ มีผลแล้ว ถูกไหมครับ ทีนี้เกิดเขาไปใช้กลไกตาม พ.ร.บ. ป้ ๒๕๖๒ ผ่านมาไม่กี่วัน วันที่ ๒๖ สิงหาคมอยู่ดี ๆ มี พ.ร.ก. ป้ ๒๕๖๒ ออกมาครับ แล้วบอกว่าไม่ใช่ อะไรที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เปึนต้นไปให้กลับไปใช้ พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๐ แบบเดิม มันมีความลักลั่นกัน ในทางเวลา ปัญหาก็คือผมไม่รู้ว่าในทางความเปึนจริงจะมีหรือไม่ ถ้าเกิดมันมีเคส (Case) แบบนี้เกิดขึ้นพวกท่านจะทําอย่างไร นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นได้ชัดถึงการออกกฎหมาย ที่สะเพร่าบกพร่องครับ คือตัดสินใจไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกออกมาแล้วให้เลื่อน เลื่อนแล้วไม่ออก ออกมาแล้วต่าง ๆ จนมันย้อนไปย้อนมา เราสร้างสิ่งสมมุติ เราใช้อํานาจในการตรากฎหมาย กําหนดให้กฎหมายมีผลขึ้นหน้า ย้อนหลัง นั่นทําได้ครับ แต่ความเปึนจริงในชีวิตประจําวัน ของผู้คนมันย้อนไม่ได้ครับ มันเกิดขึ้นมาจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นความลักลั่นนี้เกิดขึ้น แน่นอนนะครับ ผมเรียนมาถึงตรงนี้เพื่อจะกล่าวทิ้งท้ายแบบนี้ครับ รัฐบาลคณะรัฐมนตรีชุดนี้ เข้าดํารงตําแหน่งมาตีตัวเลขกลม ๆ สักประมาณ ๖ เดือน ๖ เดือนนี้ท่านออกพระราชกําหนด ไปแล้ว ๒ ฉบับ ฉบับแรกก็คือ พ.ร.ก. ป้ ๒๕๖๒ นี่ล่ะ อีกฉบับหนึ่งก็คือ พระราชกําหนด โอนอัตรากําลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเปึนของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเปึนส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๖ เดือนเพียงครึ่งป้เท่านั้นท่านออกไปแล้ว ๒ ฉบับ นั่นแสดงให้เห็นถึงอะไรครับ นั่นแสดง ให้เห็นถึงว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ในท้ายที่สุดจะมีความพยายามที่จะใช้อํานาจในการตรา พระราชกําหนดอยู่บ่อยครั้งต่อไปหรือไม่ ผมอภิปรายในที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้งหลายหนว่า ผมกังวลใจจริง ๆ ว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีและตัวคณะรัฐมนตรีจะติดเปึนนิสัย เปึนนิสัย ที่ท่านคุ้นชินมากับเมื่อตอนท่านเปึนหัวหน้า คสช. ที่ท่านมีมาตรา ๔๔ อยู่ในมือ คือเรื่องนี้ ถ้าเกิดในสมัยท่านยังเปึนหัวหน้า คสช. ท่านดีดนิ้วแกร็กเดียวออกคําสั่งตามมาตรา ๔๔ จบ พวกผมก็ไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งสิ้น ไม่มีใครไปส่งศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพราะมาตรา ๔๔ มันดีดนิ้วแกร็กเดียวมันจบ แต่รอบนี้มันไม่ใช่แล้วครับ มาตรา ๔๔ ของท่านหายไปแล้ว ท่านไม่ได้เปึนหัวหน้า คสช. แล้ว แล้วพอมันมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นท่านจะทําอย่างไร เห็นไหมครับ นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าถ้าท่านรู้จักใช้อํานาจอย่างรอบคอบถี่ถ้วน ติดให้เปึนนิสัย มันจะไม่เกิดปัญหาแบบนี้หรอกครับ เมื่อก่อนท่านใช้อํานาจไม่รอบคอบได้ เพราะท่านมีคาถาประจําใจอยู่คือมาตรา ๔๔ ท่านมีอาวุธประจํากายอยู่คือมาตรา ๔๔ เกิดปัญหาเมื่อไร มาตรา ๔๔ เดี๋ยวจัดการได้หมด แต่รอบนี้ไม่มีแล้วครับ นี่จึงเปึนบทเรียน สําคัญอย่างยิ่งว่าต่อไปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องใช้อํานาจด้วยความระมัดระวัง ใช้อํานาจให้รอบคอบ ตรวจสอบให้มันถี่ถ้วน ถามคนให้รอบด้านเสียก่อน ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ ขึ้นมาอีกเดี๋ยวท่านจะเผอเรอไปใช้ พ.ร.ก. แล้วก็คิดว่า พ.ร.ก. เปึนยาวิเศษเหมือนมาตรา ๔๔ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเปึนประเด็นสําคัญ ดังนั้นผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ในการ ถ่วงดุลตรวจสอบกับฝ์ายบริหาร จําเปึนจะต้องยืนยันว่าเราไม่สามารถอนุมัติพระราชกําหนด ฉบับนี้ได้ครับ เพราะการตราพระราชกําหนดฉบับนี้ไม่ได้เข้าเหตุแห่งการตรา ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็มีความเห็นของท่าน ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ผมมีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยครับ คําวินิจฉัยนั้น ผูกพันก็จริง แต่ผมมีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยก็ได้ ผมไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ในวรรคสองของมาตรา ๑๗๒ ที่บอกจําเปึนเร่งด่วน ผมก็ยังเห็นว่ามันไม่ถึงขั้นจําเปึน เร่งด่วน ดังนั้นผมจึงต้องยืนยันต่อที่ประชุมแห่งนี้ และอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้ลงมติ ไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ เพื่อเปึนสัญญาณ สัญลักษณ์ส่งไปว่าเราควรยุติ การตราพระราชบัญญัติเหมือนที่ สนช. ทํากันมาแบบมักง่ายเสียที การตรากฎหมาย ไม่ใช่การเล่นขายของ อยู่ดี ๆ วันนี้ตราพรุ่งนี้เลิก วันนี้ตราพรุ่งนี้เลิก วันนี้ตราพรุ่งนี้เลื่อน อย่างนี้ไม่ได้ต้องยุติเสียที และเปึนสัญลักษณ์ในการยืนยันว่า นี่คือการมิให้คณะรัฐมนตรี ใช้อํานาจออกพระราชกําหนดอย่างพร่ําเพรื่อ จนในท้ายที่สุดจะกลายเปึนมาตรา ๔๔ จําแลงไป ผมในฐานะผู้แทนราษฎรขอยืนยันว่าไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านสมาชิกครับ
สวัสดีครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ความจริงเรื่องนี้ท่านเลขาธิการพรรคผมก็ได้พูดสาธยายหมดแล้ว จริง ๆ ผมอยากจะช่วยรัฐบาล ท่านดูกฎหมายพระราชบัญญัติอันแรกออกใน พ.ศ. ๒๕๕๐ เปึนสภาที่มาจากการปฏิวัติ แล้วมา พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติฉบับนี้ พระราชบัญญัติ ที่กําลังจะขอให้ชะลอการใช้ไปก่อนก็ออกใน พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งเปึนสภาที่มาจากการปฏิวัติ นี่เปึนบทเรียน เห็นไหมว่าสภาที่มาจากการปฏิวัติ สภาที่ไม่ได้มาจากประชาชน ขอโทษนะครับ ออกกฎหมายเปึนกิโลไม่รอบคอบ เพราะฉะนั้นสภาที่มาจากการปฏิวัติก็จะแสดงผลงานว่า สภานี้ออกกฎหมายกี่ร้อยฉบับ แต่ประชาชนตามไม่ทันครับ อย่างที่ท่านเลขาธิการ พรรคผมพูดว่าใช้เวลา ๗ นาที ออก พ.ร.บ. ฉบับสุดท้ายนี้ที่จะขอเลื่อนการใช้ไปอีก ผมอยากช่วยรัฐบาลครับ ท่านอย่าเลื่อนเลยครับ ท่านเอากลับไป ถอนกลับไป ขอให้รัฐบาล ถอนกลับไปครับ แล้วออก พ.ร.บ. ยกเลิกพระราชบัญญัติตัวนี้เสียว่า ยกเลิกพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ เสีย แล้วเราก็จะ ช่วยกันอนุมัติดีกว่า ดีไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบพระคุณทุกท่านด้วยความเคารพ ในความเห็นของท่าน ผมอาจจะมีเห็นคล้องกับท่านบ้าง แล้วก็เห็นต่างในหลายประเด็น ขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุทิน คลังแสง คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ท่านเรวัต วิศรุตเวช ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม แล้วก็ท่านวิรัช อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าประเด็นที่ท่านไม่สบายใจ แล้วก็ไม่อยากจะให้ผ่านพระราชกําหนดฉบับนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่า มันมีความจําเปึนจริง ๆ เพื่อความผาสุกของประชาชนที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย กฎหมายนั้นท่านอาจจะ มองว่าอันนี้แย่ อันนี้แย่กว่า แต่ผมคิดว่าสิ่งที่จําเปึนก็คือว่าต้องมีกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้ โดยมีประสิทธิภาพที่จะคุ้มครองประชาชน กระผมได้ทํางานหลังจากที่แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม แล้วก็ทราบว่าพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ นั้น จะต้องบังคับใช้วันที่ ๒๐ สิงหาคม ก็ได้ประเมินแล้วว่าเรามีความพร้อมหรือไม่ เพราะว่าสถาบันครอบครัวที่เราพูดถึงมีทั้งหมด ๒๑,๕๐๐,๐๐๐ ครอบครัวทั่วประเทศ ทีนี้ในฐานะที่เปึนผู้บริหารก็มาดูว่าองค์ประกอบ องคาพยพที่จะบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้แล้วก็คุ้มครองปกปัองประชาชนตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายนั้นทําได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ กับสภาพที่กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มีอยู่ กระทรวงนี้ต้องยอมรับว่าเปึนกระทรวงที่ฝ๊กแล้วก็พัฒนา นักสังคมสงเคราะห์ และนักพัฒนาสังคมได้อย่างเยี่ยมยอด แต่ไม่ได้ฝ๊กเขาให้มาเปึนนักกฎหมาย หรือนิติกร ในส่วนของกระทรวงนี้จะมีข้าราชการเปึนพันคน แต่มีนิติกรเพียง ๓๐ กว่าอัตรา เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วมีหน้าที่ไปออกประเมินและสงเคราะห์ให้ความช่วยเหลือเยียวยา พี่น้องประชาชน ตามสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดก็มีนิติกรบ้าง ไม่ครบทุกจังหวัด แต่ส่วนใหญ่เปึนพนักงานข้าราชการ บางแห่งก็มีเปึนลูกจ้างประจํา สิ่งที่สําคัญที่ได้พิจารณาก็คือว่าถ้าทําตามกฎหมายใหม่ป้ ๒๕๖๒ ผู้บริหารคือพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นจะต้องทํางานแทนอัยการ ใช้ดุลพินิจระดับอัยการที่จะ ปกปัองคุ้มครองพี่น้องประชาชนให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ถามว่าถ้าจะให้เขาไป เข้าอบรมเพียง ๓ เดือน ๖ เดือน หรือ ๑ ป้ แต่ไม่มีประสบการณ์เท่ากับคนที่จะทํางานเปึน ผู้ช่วยอัยการ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๗ ป้ หรืออัยการจังหวัดซึ่งต้องใช้เวลานับเปึน ๑๐ ป้ ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมกับประชาชนที่จะได้รับการดูแล โดยคนที่จะทําหน้าที่นั้นไม่มีทักษะ ทางกฎหมายแบบมืออาชีพ ฉะนั้นความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนนั้น ผมได้นําเสนอ รัฐบาลว่าถ้าไปดูสถิติหลายท่านมองว่าเปึนเรื่องยอมความกันได้ ผมก็เชื่อว่าทุกอย่างผัวเมีย สามีภรรยาน่าจะยอมความกันได้ แต่สถิตินั้นได้บอกว่าจํานวนสตรีและเด็กที่ถูกกระทํา ความรุนแรง แล้วต้องการรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุข สถิติในป้ ๒๕๕๘ มีสตรี เด็กที่ถูกกระทําความรุนแรงนั้นที่ลงทะเบียน ๑๓,๒๖๕ ราย ในป้ ๒๕๖๑ สถิตินี้สูงขึ้นมาถึง ๒๒,๐๑๘ ราย เพิ่มขึ้นเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นสิ่งที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีอัตรากําลังอยู่นั้นได้พิจารณาแล้วว่า คงจะไม่พอเพียงที่จะคุ้มครองสตรี เด็กในครอบครัวนั้นได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับถ้าเรามาดูว่า สิ่งที่เราจะต้องให้การบริการอย่างที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ได้กรุณา ให้คําแนะนํามาว่าผู้หญิงคนหนึ่งต้องประสบปัญหา เพราะกฎหมายนั้นโดนเลื่อนการบังคับใช้ไป อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นต้องคํานึงถึง ก็คือถ้าเราไม่ขอเลื่อนการบังคับใช้ไปนี่และผลของมันจะเปึนอย่างไร ผมเคารพความขยัน ของอาจารย์ป่ยบุตรที่ไปดูมาว่าได้มีข่าวของผู้บริหารกระทรวงในขณะที่ร่างกฎหมายฉบับนั้น ก็บอกว่ากระทรวงมีความพร้อม ผมก็ไม่ได้ศึกษาดู ไปสอบถามดู ความพร้อมที่เขาให้ ความเห็นนั้นก็มีครับ เปึนความพร้อมในโครงสร้างที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์มี ก็ต้องบอกกันว่ามีถึง ๗,๓๑๓ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน แต่ปัญหาคือ มันมีแต่โครงสร้างครับ มันมีบุคลากรไม่ครบทุกศูนย์ และสิ่งที่สําคัญที่เปึนห่วงก็คือว่า ส่วนใหญ่เปึนงานอาสาสมัครไม่มีคนประจําที่ทําหน้าที่แทน เมื่อเปึนอาสาสมัครแล้ว อาสาสมัครนั้นก็จะไม่มีความช่ําชองทางกฎหมาย นั่นเปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้น ก็มีความวิตกกังวลว่า ถ้าจะต้องใช้ดุลพินิจทางกฎหมายโดยขอคําปรึกษาจากท่านใดท่านหนึ่ง แล้วก็ไปใช้คําสั่งทางปกครองอะไรก็ตาม เขาเกรงว่าเขาก็จะมีผลถูกดําเนินคดีเช่นกัน ฉะนั้นทั้งหมดทุกอย่างนั้นมีความไม่พร้อม ผมคิดว่าผลเสียนั้นจะตกอยู่กับพี่น้องประชาชน เปึนอย่างมาก ได้ประเมินก่อนที่จะขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีว่า ๗,๓๑๓ ศูนย์ ได้พิจารณากับท่านอธิบดี ท่านผู้บริหาร จริง ๆ แล้วต้องเรียนความจริงว่า ศูนย์ทั้งหมด มีความพร้อมจริง ๆ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลือนั้นยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ อย่างที่เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นต้องการให้เปึนได้ และได้สอบถามว่าถ้าระหว่างใช้ กฎหมายเก่าป้ ๒๕๕๐ กับใช้กฎหมายใหม่ป้ ๒๕๖๒ บางท่านก็บอกว่าป้ ๒๕๕๐ ดีกว่า บางท่านก็บอกว่าป้ ๒๕๖๒ ดีกว่า แต่อยากจะกราบเรียนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้ว่า เอาสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๐ นี่ พ.ร.บ. เก่าที่เราขอเลื่อนการบังคับใช้เพื่อให้ใช้ พ.ร.บ. เก่าอยู่นี่ คนทํางานทํางานประมาณ ๕ ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ ๑๗-๑๘ วัน ในการทําเรื่อง ๑ เรื่อง แต่ พ.ร.บ. ใหม่นี้ถ้าบอกว่าคุ้มครองได้ดีมาก ผมก็เห็นด้วยเพราะว่า ขั้นตอนที่กฎหมายบังคับนั้น จาก ๕ ขั้นตอนที่คุ้มครองครอบครัว คุ้มครองเด็ก สตรี คนในครอบครัวนั้นมีถึง ๑๐ ขั้นตอน และต้องใช้เวลาเปึนเดือนครับ เราได้พิจารณาว่า ถ้า พมจ. ผู้บริหารจังหวัด คือพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นนําเวลา ที่มีทั้งหมดมาดูแลสถาบันครอบครัว เขายังมีภารกิจต้องดูเด็ก ดูเยาวชน ดูสตรี ดูผู้พิการ ดูแลผู้สูงอายุ คนไร้ที่พึ่ง ผู้ด้อยโอกาสอีกมากมาย เขาต้องออกไปประเมินความยากจน ออกไปประเมินผู้ที่รอความช่วยเหลือ ถามว่าแล้วเขาจะแบ่งเวลาอย่างไรที่เขาทํา กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ต้องดูแลกฎหมายถึง ๒๔ ฉบับ มี ๔๔ กิจกรรมที่จะต้องทํา ฉะนั้นผมจึงได้ตัดสินใจว่าจะผิดถูก ตามดุลพินิจท่าน ผมในฐานะเปึนผู้บริหารก็จําเปึนที่จะต้องขอความกรุณาท่านช่วยพิจารณา ว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปโดยขอเลื่อนการบังคับใช้นั้นเปึนไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับที่ท่านคาดหวัง จะผิดจะถูกก็ตําหนิผมได้ แต่ทําไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ว่า ถ้าจะทํางานให้ได้มีประสิทธิภาพแล้วต้องทําให้ได้เต็มที่ ไม่ใช่บอกประชาชนว่ามี ๗,๓๑๓ ศูนย์ ที่จะคุ้มครองคุณแล้ว แต่จริง ๆ แล้วรู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถทําได้ หลายท่านถามว่าหน้าที่ ของผมไม่ใช่หมดแค่นี้ ผมยอมรับครับว่าไม่ได้หมดแค่นี้ วันนี้ถ้าท่านอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีผลการเลื่อนบังคับใช้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นจะต้องทํางานอีกมากมาย ไม่ใช่เรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ ประเด็นแรกคือการเตรียมความพร้อมเรื่องของอัตรากําลัง ถ้าท่านบอกว่า มี ๗,๓๑๓ ศูนย์ จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทุกศูนย์คงเปึนไปไม่ได้ เพราะว่าราชการ คงไม่จ้างนิติกรให้ ๗,๓๑๓ อัตราเปึนแน่นอน ถ้าบอกว่าใน ๑ อําเภอนั้นจะต้องมีนิติกร ๑ คน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ผมถามว่าสภานี้จะอนุมัติงบให้ผมจ้างไหม ๘๐๐ อําเภอ ๘๐๐ ตําแหน่งของนิติกรที่จะต้องใช้ ถ้าท่านสนับสนุนผม ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนนั้น คงจะต้องมีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากมีนักกฎหมายแล้ว จะต้องมีนักจิตวิทยาที่จะต้อง บําบัด ที่จะต้องปรึกษาหารือประสานงานกับโรงพยาบาล กรมสุขภาพจิต เพื่อเยียวยาพี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว นอกจากที่เตรียมอัตรากําลังของบุคลากรแล้ว ขอกําลัง ก.พ. แล้ว ของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังต้องกระบวนการปรับปรุง กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพก็ทํามานะครับ ไม่ได้หยุด แล้วก็จะต้องปรับปรุงกฎหมาย ส่งเสริมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สําคัญที่หลายท่านบอก ๆ ว่าทําไมไม่เสนอเปึนพระราชบัญญัติ เพื่อขอแก้ไข ผมก็อยากเสนอครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ แต่มันก็มีกฎหมายออกมาใหม่ ฉบับหนึ่งบังคับไว้เรื่องการแก้กฎหมายหรือเสนอกฎหมายใหม่ ต้องผ่านฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนอีก จะใช้เวลาอีกกี่เดือนจะเสร็จผมก็ไม่ทราบ ดังนั้นกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าเมื่อมันไม่มีทางเลือกแล้วมันก็จําเปึนที่จะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งที่ดีที่สุดก็คือว่าเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายนั้นออกไป แล้วก็กฎหมายเดิมป้ ๒๕๕๐ ยังบังคับใช้อยู่ แล้วสิ่งที่อยากจะกราบเรียนอาจารย์ป่ยบุตร ซึ่งถ้าผมไม่บอกวันนี้ท่านก็ต้อง ไปหาเจอก็คือว่า มีไหมระหว่างวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ป้นี้ว่ามีคดีขึ้น มีครับท่าน มี ๑ คดี แล้วก็เปึนคดีที่อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้บอกว่ามี ๑ คดี แล้วก็ศาลนั้น ได้ใช้หลักเกณฑ์ของว่ากฎหมายที่เปึนคุณต่อคู่กรณีก็ได้ทําไป กราบเรียนที่ประชุมให้ทราบว่า สิ่งที่กระผมได้ตัดสินใจไปนั้นก็เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ของเหยื่อที่เราคิดว่า เปึนเหยื่อจะต้องแก้ไข ของคนอีก ๑๙,๐๐๐ กว่าราย ๒๒,๐๐๐ รายที่เกิดขึ้น เราก็ไม่อยากให้ สิ่งนั้นเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทํา ก็คือในเชิงปัองกัน ในเชิงเตรียมการในเรื่องของอัตรากําลังทําในเรื่องของการเตรียมตัวแก้ไข กฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย และผมหวังว่าเมื่อกระทรวงมีความพร้อมนําเสนอการแก้ไข กฎหมายกลับมาจะได้รับการสนับสนุนจากท่านด้วยความเมตตาว่าทั้งหมดนั้นเปึนไป เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เปึนอันว่า ป่ดอภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปคงจะเปึนการขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าจะให้การอนุมัติ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่ ก่อนลงมติคงจะต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
สมาชิก เข้ามาครบหรือยังครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนด้วยครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมบัตรหาย ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ หมายเลข ๑๕๔ ครับ
หมายเลข ๑๕๔ แสดงตน ๑ ท่านครับ
ขอบคุณครับ
สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ หมายเลข ๔๐๖ แสดงตนด้วยครับ
หมายเลข ๔๐๖ อีก ๑ ท่านนะครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการแสดงตน ขอทราบผลด้วยครับ มีอยู่ในห้องประชุม ๔๕๖ ท่าน เปึนอันว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไป ผมจะถามมติที่ประชุมครับว่าจะให้การอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่นะครับ
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนกันนะครับ ผู้ใดเห็นว่าควรอนุมัติโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง ก็กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีสมาชิก ท่านใด
จริวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกหมายเลข ๖๕ ไม่เห็นด้วย ขอบคุณครับ
หมายเลข ๖๕ ไม่เห็นด้วย ๑ ท่านครับ
หมายเลข ๔๖๐ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วย ๑ ท่านนะครับ
ผม ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ หมายเลข ๕๔ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วย อีก ๑ ท่านครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มีแล้ว ขอป่ดการออกเสียงลงคะแนนนะครับ ขอผลการลงคะแนนด้วยครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๒๔๔ บวก ๒ ไม่เห็นด้วย ๗๓ บวก ๑ เปึน ๗๔ งดออกเสียง ๑๔๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นควรอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริม การพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไป กลับไประเบียบวาระที่ ๒.๑
๒.๑ รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑
ด้วยทาง เลขาธิการ ครม. ได้มีหนังสือแจ้งมาว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๒ ได้รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอ แล้วได้ เสนอต่อมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบนะครับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ทุกท่านแล้ว คงได้รับเรียบร้อยแล้วนะครับ
เชิญผู้ชี้แจงครับ
(ผู้ชี้แจงจากบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยเข้าประจําที่)
มีเจ้าหน้าที่ ที่มาชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ท่านวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ เปึนกรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีท่านตระกูลธิดา พงษ์สุทธิพาณิชย์ เปึนผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ สายกลยุทธ์ มีท่านสิทธานต์ วงศ์ปุณณวัฒน์ เปึนผู้อํานวยการฝ์ายบัญชีและการเงิน แล้วก็มีท่านพิรุณรัตน์ จันทร์เพ็ญ เปึนรองผู้อํานวยการฝ์ายตลาดทุน ทั้ง ๔ ท่านได้อนุญาตให้ เข้ามาชี้แจงครับ ขอเชิญผู้เข้ามาชี้แจงแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง ขอเรียนเสนอรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สําหรับป้สิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ สรุปสาระสําคัญของผลการดําเนินงาน มีดังนี้ สินทรัพย์รวม ๑๘,๙๗๑.๗ ล้านบาท หนี้สินรวม ๑๗,๙๘๗ ล้านบาท ส่วนของเงินกองทุน ๙๘๔.๗ ล้านบาท รายได้รวม ๗๙๙.๓ ล้านบาท กําไรจากการดําเนินงาน ๕๗.๕ ล้านบาท และมีกําไรสุทธิ ๑๐๒ ล้านบาท ส่วนหนึ่งของกําไรสุทธิเกิดจากแก้ปัญหาสินเชื่อ เอ็นพีแอล (NPL) ซึ่งทําให้สามารถลดสํารองหนี้สงสัยจะสูญลงได้ในป้ ๒๕๖๑ บตท. มุ่งเน้นการบริหารจัดการ กองสินเชื่อโดยให้ความสําคัญกับการดูแลคุณภาพสินเชื่อจากการรับซื้อพอร์ต (Port) สินเชื่อ ที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว ๑๐ ป้ และทําการให้โปรแกรมรีเทนชัน (Retention) โปรแกรมกับลูกค้าชั้นดีของพอร์ต (Port) ของเรา เพื่อจะลดผลกระทบจากการแข่งขัน ด้านอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในตลาดเพื่อเปึนทางเลือกให้ประชาชน มีการปรับปรุง มาตรการแก้ไขหนี้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย พัฒนาช่องการบริการและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง พัฒนาและปรับปรุง กระบวนการภายในเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการ มุ่งเน้นแทนการให้ความรู้หรือไฟแนนซ์เชียล ลิตเทอเรซี (Financial Literacy) ให้กับผู้มีส่วน ได้เสียของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอเชิญท่านกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ผมขอเรียกสั้น ๆ บตท. เปึนสถาบัน การเงินในสังกัดของกระทรวงการคลังมีการจัดตั้งในช่วงปัญหาเศรษฐกิจยุคต้มยํากุ้ง ป้ ๒๕๔๐ วัตถุประสงค์หลักของ บตท. ก็คือเปึนหน่วยงานที่มีการออกแบบมาเพื่อที่จะช่วยเพิ่ม สภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเพื่อให้สถาบันการเงินมีกําลัง มีทุนเพิ่มขึ้นในการที่จะ ปล่อยสินเชื่อเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยมีโอกาสเข้าเปึนเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยเพิ่มยิ่งขึ้น พูดโดยสรุปก็คือ บตท. มีหน้าที่ในการที่จะรับโอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน เพื่อเป่ดโอกาสให้สถาบันการเงินสามารถที่จะปล่อยสินเชื่อได้ใหม่ให้กับผู้กู้รายใหม่ แล้วก็เปึนการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ทีนี้ตลอดช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมาสิ่งที่ปรากฏก็คือประเด็นปัญหาสภาพคล่อง ที่ผู้ร่างกฎหมายแต่เดิมคาดว่าอาจจะเปึนอุปสรรคต่อการปล่อยสินเชื่อบ้านโดยสถาบันการเงิน พาณิชย์ภาคเอกชน กลับไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่องดังที่คาดว่าอาจจะปรากฏก็เลยทําให้ เราต้องยอมรับนะครับว่าบทบาทของ บตท. นั้นมีน้อยกว่าที่คาดหวัง แล้วทางสถาบันการเงินเอง ก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะโอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยออกมาจากบัญชีของตนเองเข้ามาสู่ บตท. ก็เปึนสาเหตุที่ทําให้วงเงินสินเชื่อโดยรวมของ บตท. อยู่ในวงที่ค่อนข้างจํากัด และโดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการขยายฐานสินเชื่อบ้านที่อยู่อาศัยในตลาดธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไป ถ้าดูตามรายงานป้ ๒๕๖๑ ที่ทางคณะกรรมการได้กรุณามารายงานกับทางสภา ณ วันนี้ ก็จะเห็นว่าสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้นั้นมีปริมาณที่ลดลงพอสมควรด้วยซ้ําไป ระหว่างป้ ๒๕๖๐ ลงมาจากระดับ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทในป้ที่มีการรายงาน คือป้ ๒๕๖๑ เพราะฉะนั้นก็พอที่จะสรุปได้นะครับว่าจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งเดิม บตท. อาจจะเปึนเพราะไม่มีความจําเปึนหรือด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับ ที่คาดว่าจริง ๆ อาจจะควรที่จะทํา
ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากที่จะกราบเรียนและปรึกษากับทางคณะกรรมการ ที่มารายงานก็คือ เมื่อบทบาทเดิมตามกฎหมายของ บตท. นั้นไม่บรรลุตามความคาดหวัง หรือความคาดหมาย จริง ๆ บตท. ยังมีบทบาทอื่นที่จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ที่สามารถทําได้หรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่ามีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา ๔-๕ ป้ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่สภาวะอัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินโดยรวมมีการปรับลดลง อย่างต่อเนื่อง ก็คือโอกาสในการเข้าถึงการรีไฟแนนซ์ (Refinance) สินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน ของประชาชนในฐานะลูกหนี้พบได้ว่าในช่วง ๕ ป้ที่ผ่านมาใครที่เข้าถึงโอกาสในการที่จะ ปรับโครงสร้างหนี้หรือรีไฟแนนซ์ (Refinance) หนี้บ้านของตัวเองสามารถที่จะปรับลด ภาระหนี้ได้อย่างมีนัย ใครที่เคยมีภาระหนี้ สมมุติประมาณ ๗ ล้านบาท เข้าสู่การปรับ โครงสร้างหนี้หลังจากที่กู้ยืมมาได้ตามกําหนดสัญญา ๓ ป้ อาจจะสามารถที่จะปรับลดภาระหนี้ ของตนเองได้ลงมาเหลือเพียงแค่ ๔ ล้านบาท หรือ ๕ ล้านบาท ประหยัดวงเงิน หรือต้นทุน ในการเปึนเจ้าของบ้านของตัวเองได้เปึนหลักล้านบาทก็มีมาแล้วหลายกรณี แต่ประเด็น ปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือเข้าไม่ถึงข้อมูล ประเด็นปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือ ถึงเข้าถึงข้อมูลได้ อํานาจในการเจรจาต่อรองหรือความสามารถในการที่จะเปรียบเทียบ โอกาสที่มีระหว่างสถาบันการเงินเดิมที่ตนเองกู้ยืมเทียบกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่อาจจะมี ข้อเสนอที่ดีกว่าก็เปึนปัญหาและเปึนอุปสรรคต่อประชาชน ตรงนี้ถามว่า บตท. มีบทบาท หรือมีอํานาจที่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไรครับ บตท. มีสิทธิพิเศษที่สําคัญอยู่ประการหนึ่งในฐานะที่เปึนสถาบันการเงินในสังกัดของ กระทรวงการคลัง บตท. สามารถที่จะระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อที่จะระดมทุนมา รับซื้อหนี้จากสถาบันการเงินภาคเอกชนได้ และอัตราดอกเบี้ยในส่วนของพันธบัตร การกู้ยืม ของ บตท. ก็เปึนอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนสถานะการเปึนสถาบันการเงินของรัฐก็คือต่ํามาก ตรงนี้เปึนข้อได้เปรียบที่ บตท. จริง ๆ สามารถที่จะนํามาช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะ รีไฟแนนซ์ (Refinance) จากธนาคารพาณิชย์ที่กู้ยืมเงินแต่เดิมได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ํากว่ามาก เพียง บตท. เป่ดให้ประชาชนสามารถจะโดยตรงหรือทางอ้อมในการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ ของตนเอง โดยอาศัยต้นทุนที่ต่ํากว่าของ บตท. พี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะลดภาระหนี้ ได้อย่างมหาศาล บตท. ไม่จําเปึนต้องทําเองก็ได้ มีคนกลางที่สามารถที่จะรวบรวมสินเชื่อบ้าน ของประชาชนและโอนขายต่อให้กับ บตท. สามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า เนื่องจากต้นทุน ของ บตท.ที่ต่ํากว่าด้วยสิทธิการออกพันธบัตรตามที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า บตท. ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้มีความจําเปึนในการที่จะต้องทําหน้าที่ตามพันธกิจเดิม ในการเพิ่มสภาพคล่องในกับสถาบันการเงิน กับสามารถที่จะใช้อํานาจตามกฎหมายของตน ในการที่จะลดภาระดอกเบี้ย ภาระการกู้ยืมเงินของพี่น้องประชาชนได้ นี่คือช่องทางและวิธีการ ที่องค์กรลักษณะคล้าย บตท. ในต่างประเทศเขาก็ทํา ถ้าเราหันไปดูที่สหรัฐอเมริกานะครับ แฟนนี เม (Fannie Mae) เปึนสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง มีโครงสร้างและความจริง ก็เปึนแม่แบบของการก่อตั้ง บตท. ตั้งแต่แรก ถามว่าสภาพคล่องที่ล้นเหลือในตลาดการเงิน ของสหรัฐอเมริกาทําให้แฟนนี เม (Fannie Mae) มีบทบาทที่ลดลงเหมือนเช่น บตท. มีบทบาทที่ลดลงในตลาดการเงินไทยหรือไม่ ไม่ครับ ตรงกันข้าม ท่านกลับไปดูนะครับ สถานะทางการเงินของแฟนนี เม (Fannie Mae) หรือบทบาทในแง่ของสินทรัพย์ของ แฟนนี เม (Fannie Mae) ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ป้ในช่วง ๔-๕ ป้ที่ผ่านมามันสวนทางกับบทบาท ของ บตท. ที่มีในตลาดกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้านในประเทศไทยเรา เพราะอะไร ก็เพราะแฟนนี เม (Fannie Mae) เช่นเดียวกันเขาก็ปรับบทบาทหน้าที่ของเขา ใช้อํานาจทางกฎหมายของเขา ในการที่จะช่วยลดภาระการกู้ยืมของประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกัน บตท. สามารถที่จะทําได้ด้วยการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ซึ่งจะต้องอาศัยนโยบายหรือไม่ก็เปึน เรื่องของทางผู้บริหารที่จะต้องไปพิจารณาดําเนินการ ทีนี้นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยน ยุทธศาสตร์แล้ว ผมก็เข้าใจนะครับว่าทางรัฐบาลชุดปัจจุบันมีแผนที่จะควบรวม บตท. เข้ากับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เรื่องนี้ก็เข้าใจนะครับว่ามีการดําเนินการไปถึงขั้นคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้พิจารณาความเหมาะสมแล้ว ทีนี้ในประเด็นนี้ก็จึงเปึนคําถามว่าการควบรวม หรือยุบรวม บตท. เข้าไปเปึนส่วนหนึ่งของธนาคารอาคารสงเคราะห์จะดําเนินการเพื่ออะไร ผมก็สมมุตินะครับว่าสาเหตุส่วนหนึ่งก็น่าจะเปึนเพราะทางรัฐบาลเองก็เห็นว่าบทบาทของ บตท. นั้นค่อนข้างน้อย ผมพูดตามตรงว่าน้อยมากในช่วงที่ผ่านมา แล้วก็น้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย แถมประเด็นปัญหาเรื่องของหนี้เสียในตัว บตท. ที่เกิดจากสินเชื่อที่ซื้อมาหรือรับโอน มาจากธนาคารพณิชย์แล้วก็มาปรากฏเปึนปัญหาหนี้เสียที่ บตท. เองในอดีตก็มีจํานวนมาก แล้วในประเด็นนี้ผมขอชมเชยคณะทํางานชุดปัจจุบัน ผู้บริหารชุดปัจจุบันที่ได้ดําเนินการ แก้ไขทําให้ บตท. กลับมาอยู่ในสถานะที่มีกําไรได้ กําไรก็มาจากการแก้ปัญหาหนี้เสียนั่นเอง ประเด็นปัญหาในอดีตรวมถึงบทบาทที่แคบลงของ บตท. นั้นอาจจะเปึนที่มาของเหตุผล ของรัฐบาลที่จะยุบและควบรวม บตท. เข้าไปอยู่ในธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผมขอบอกว่า ธอส. เปึนหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีในการตอบโจทย์ปัญหาการเข้าถึงการกู้ยืมโดยพี่น้อง ประชาชนที่มีรายได้น้อย เพื่อที่เขาจะมีโอกาสได้มีบ้านที่อยู่เปึนของตนเอง เพราะฉะนั้น การไปอยู่กับ ธอส. ในตัวของมันเองไม่มีอะไรที่จะสร้างความเสียหาย ผมเชื่อว่าอย่างนั้น แต่ผมก็อดเสียดายบทบาทและสถานะพิเศษของ บตท. ไม่ได้ เพียงแค่ถ้า บตท. สามารถที่จะ ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตามที่ผมได้เรียนเสนอไปเมื่อสักครู่ ผมคิดว่า บตท. ยังมีภาระหน้าที่ ที่เปึนประโยชน์ด้วยตัว บตท. เอง นอกเหนือจาก ธอส. ต่อการเข้าถึงการเปึนเจ้าของบ้าน ที่อยู่อาศัยด้วยอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่น้อยลงของพี่น้องประชาชน จึงฝาก ในประเด็นนี้ให้กับผู้บริหารได้กลับไปพิจารณาผ่านท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ครับ
เรียนท่านประธาน ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ซึ่งจะขอเรียก สั้น ๆ ว่า บตท. ดิฉันพยายามอภิปรายไม่ให้ซ้ํากับท่านสมาชิกท่านอื่นที่ได้พูดไปแล้วนะคะ แต่ต้องขอย้อนนิดหนึ่งว่า บตท. ทําหน้าที่อะไร ถ้าจะสรุปให้เปึนภาษาง่าย ๆ ก็คือว่า บตท. ทําหน้าที่ที่จะซื้อหนี้บ้านจากธนาคารพาณิชย์แล้วก็เอามามัดรวมกันเปึนสินทรัพย์ก้อนเดียว แล้วก็ขายออกเปึนพันธบัตรหรือว่าเปึนบอนด์ (Bond) ซึ่งแทนที่ลูกหนี้ที่ไปกู้บ้านจะผ่อน กับแบงก์ ก็จะมาผ่อนกับ บตท. แทน แล้ว บตท. ก็จะส่งผ่านทั้งรายได้จากทั้งเงินต้นแล้วก็ ดอกเบี้ยเข้าสู่บริษัทย่อยที่ทําหน้าที่เปึนตัวกลางที่จะจ่ายผลตอบแทนออกมาเปึนคูปอง หรือว่าดอกเบี้ยให้กับผู้ที่ซื้อพันธบัตรหรือว่าถือพันธบัตรอีกทีหนึ่ง ด้วยวิธีการนี้ก็เลยจะทําให้ สามารถที่จะปล่อยกู้บ้านได้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ เพราะว่าเมื่อเวลาที่ขายพันธบัตรออกไป ก็จะจ่ายเปึนดอกเบี้ยหรือว่าคูปองที่คงที่เช่นเดียวกัน วิธีการนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่ มันจะเปึนวิธีการที่เรียกว่าเปึนเครื่องมือทางการเงินเฉพาะกิจหรือว่าเปึน เอสพีวี (SPV) เปึนสเปเชียล เพอร์โพส เวฮิเคิล (Special Purpose Vehicle) ก็คือเปึนรูปแบบเครื่องมือ ทางการเงินที่นิยมใช้กันในหลาย ๆ ประเทศ แล้วก็นิยมกันมาก เมื่อก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโลก หรือว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) นั่นเองนะคะ ตามปกติพันธบัตรเหล่านี้ก็จะมี การจัดอันดับเรตติง (Rating) กันทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่ทริปเป่ล เอ (Triple A) ๓ เอ (3A) ไปจนถึง เปึนจังบอนด์ (Junk Bond) ส่วน บตท. ก็ได้เรตติง (Rating) อยู่ที่ ๒ เอลบ (2A-) ซึ่งก็เปึน เรตติง (Rating) ที่ค่อนข้างสูงนะคะ หุ้นกู้หรือว่าพันธบัตรที่เพิ่งออกของ บตท. อย่างเช่น บตท. (๙) จํากัด อายุ ๕ ป้ ก็จะจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ ๓.๒๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ แต่ว่าวิธีการเสนอขายก็จะเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงก็คือ เฉพาะกับธุรกิจหรือว่า บริษัทเอกชนที่ได้รับการทาบทามเท่านั้น อย่าง บตท. (๙) จํากัด ก็เปึนการมัดรวมเอาสัญญา เงินกู้ ๗,๔๐๐ สัญญาเข้าด้วยกันนะคะ อย่างที่ท่านสมาชิก ท่านกรณ์ได้กล่าวไปแล้ว ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ บตท. เกิดขึ้นหลังที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในป้ ๒๕๔๐ เมื่อสถาบันการเงิน ที่ยังมีศักยภาพแต่ว่ามีปัญหาเรื่องสภาพคล่องก็เลยจะต้องขายหนี้ที่ดีที่มีคุณภาพบางส่วน ออกมาเพื่อให้ตัวเองมีสภาพคล่องเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้สถานการณ์ก็ดูจะเปลี่ยนไปแล้ว ดิฉันสะดุดใจตอนที่อ่านรายงานประจําป้ตรงที่บอกว่า ในป้ ๒๕๖๑ นั้นไม่ได้มีการซื้อหนี้เพิ่ม ก็เลยเอะใจแล้วก็ไปย้อนดูข้อมูลย้อนหลังของการทําธุรกิจของ บตท. ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ เปึนต้นมา ก็พบว่า บตท. ได้มีการซื้อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ จนถึงป้ ๒๕๖๑ ป้ ๒๕๕๗ มีการซื้อหนี้อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากนั้นในป้ ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๙ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท พอป้ ๒๕๖๐ ยอดหนี้ตรงนี้ก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ที่น่าตกใจไปไม่แพ้กันก็คือสัดส่วนของหนี้ ที่จัดว่าเปึนหนี้ด้อยคุณภาพหรือว่าสัดส่วนของ เอ็นพีแอล (NPL) ป้ ๒๕๕๗ เอ็นพีแอล (NPL) อยู่แค่ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเปึนเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๕๘ แล้วกระโดดขึ้นเปึน ๓๖.๔ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๕๙ ก่อนที่จะมีการปรับปรุงบัญชี แล้วหนี้ เอ็นพีแอล (NPL) ก็ลดลง อยู่ที่ประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์กว่าในป้ ๒๕๖๐ และป้ ๒๕๖๑ การบริหารงานแบบนี้ก็ชวนให้คิดว่าถึงแม้ว่าในป้นี้ บตท. จะมีกําไรกลับมาเปึนบวก ถึงแม้ว่า ในป้นี้จะไม่ได้มีการขอรับเงินอุดหนุนจากงบประมาณของรัฐบาล ถึงแม้ว่าในป้นี้จะยังไม่ได้มี การต้องเพิ่มทุนหรือว่าต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมในการเพิ่มทุนเพื่อชดเชยตัวหนี้เสีย ที่เกิดขึ้น แต่มันก็ไม่มีอะไรการันตี (Guarantee) ว่าสุดท้ายจะไม่กลายมาเปึนความเสี่ยง ทางการคลังของประเทศนะคะ ยิ่งสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้วว่าตอนนี้ไม่มีแบงก์ไหน ที่จะยอมขายสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับ บตท. กันแล้วนะคะ บตท. ก็เลยต้องหันไปทําธุรกิจ ร่วมกับดีเวลอปเปอร์ (Developer) หรือว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แทนนะคะ เพราะว่า หนี้ดี ๆ ก็ไม่มีใครเขาอยากจะขายนะคะ พอไปซื้อมาก็กลายเปึนว่าไปเจอหนี้ที่คิดว่าจะดี แต่จริง ๆ แล้วก็เปึนหนี้เน่า ดิฉันก็ค้นข้อมูลต่อว่ามีแผนในการที่จะควบรวมกิจการระหว่าง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. กับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ บตท. นี่นะคะ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสรับฟังการชี้แจงในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณ โดยที่กระทรวงการคลังเข้ามาชี้แจงแล้วก็ได้สอบถามกับปลัดกระทรวงการคลัง ในเรื่องของแผนการควบรวมกิจการนี้ก็ได้รับคําตอบว่าตัวร่างกฎหมายเพื่อการควบรวมนั้น ได้เสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงานกับวิป (Whip) รัฐบาล ดิฉันก็รู้สึกเห็นด้วย กับการที่ บตท. จะกลับไปอยู่ภายใต้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กลับไปเปึนยูนิต (Unit) หนึ่ง ภายใต้ ธอส. เหมือนกับที่ท่านเคยเปึนก่อนที่จะแยกมาตั้งเปึนบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย เพื่อที่จะทําให้การบริหารความเสี่ยงนั้นเปึนไปได้โดยมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารจัดการเรื่องของหนี้ท่านยังสามารถทําฟังก์ชัน (Function) ต่าง ๆ ที่ท่านยังทําอยู่ได้ ในทุกวันนี้ แต่ว่าไม่จําเปึนจะต้องเปึนอีกองค์กรหนึ่งแยกออกมา ดิฉันก็เห็นด้วยกับแผนการ ควบรวมนี้นะคะ ก็หวังว่าแผนการควบรวมจะดําเนินไปได้อย่างราบรื่นนะคะ แล้วในป้หน้า หรือว่าป้ต่อ ๆ ไปก็อาจจะไม่ได้มารับฟังรายงานประจําป้ของ บตท. อีก ขอบพระคุณมากค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับการทํางานขององค์กรนี้นะครับ ผมขอเรียกสั้น ๆ ว่า บรรษัท ซึ่ง ๒ ท่านแรกก็ได้กล่าวไปหมดแล้ว แล้วก็ขอชื่นชมที่องค์กรนี้สามารถดูแล การทํางานให้เกิดผลกําไรแล้วก็มีเงินนําส่งรัฐ ได้รับการประเมินทางด้านของคุณธรรม และความโปร่งใสจนติดอันดับ ๗ ในบรรดา ๕๔ องค์กรที่เปึนรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประเมิน คือได้คะแนนถึง ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเปึนนักเรียนนักศึกษาต้องถือว่าได้คะแนนดีเยี่ยม แต่ที่ผมเปึนห่วงแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเรื่องของการที่จะไปเมิร์จ (Merge) รวม หรือไปควบรวมกับ ธอส. เหตุที่เปึนอย่างนี้ก็เพราะว่าองค์กรนี้เปึนองค์กรพิเศษนะครับ ลักษณะงานเปึนคนละลักษณะกับ ธอส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีหน้าที่ในการปล่อยกู้ให้กับรายย่อยแล้วก็เก็บไว้ในงบดุล แต่องค์กรนี้มีหน้าที่ในการที่จะเอา สินทรัพย์หรือเงินกู้ที่อยู่ในงบดุลออกมาให้มีสภาพคล่อง ก็คือนํามาเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ขายให้กับประชาชนที่ต้องการออมเงิน ฉะนั้นองค์กรนี้มีหน้าที่ในการไปติดต่อแบงก์ต่าง ๆ ไปติดต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ด้วย ซึ่ง ณ เวลานี้เงินที่สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเปึนธนาคารของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์ก็มีการ ปล่อยกู้ไปเปึนจํานวนถึงกว่า ๓.๗ ล้านล้านบาท เปึนเงินมากกว่างบประมาณแผ่นดิน ประจําป้เสียอีก แต่เงินที่ปล่อยกู้เหล่านี้จมอยู่ในงบดุลของแบงก์เหล่านี้ไม่ได้เกิดประโยชน์ มากไปกว่าที่เปึนอยู่ เพราะฉะนั้นบรรษัทมีหน้าที่ในการที่จะไปซื้อหรือไปขอให้องค์กรเหล่านี้ แปลงสินทรัพย์เหล่านี้ให้มาเปึนหลักทรัพย์ที่ประชาชนจะไปลงทุนได้ เพราะ ณ เวลานี้ อย่างที่เราทราบบ้านเรากําลังมีปัญหาอย่างมากในเรื่องของที่ประชาชนเอาเงินไปฝากแบงก์ แล้วได้ดอกเบี้ยต่ํา ดอกเบี้ยไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ถ้าเกิดฝากออมทรัพย์ หรือถ้าเปึนฝากประจํา ก็แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เพราะฉะนั้นประชาชนจึงมีความต้องการที่จะซื้อพันธบัตรหรือซื้อ หลักทรัพย์ ที่รัฐบาลท่านออกพันธบัตรมาก็ออกมาน้อยมาก เพราะฉะนั้นองค์กรนี้จะมีหน้าที่ ในการที่จะแปลงสินทรัพย์จํานวนมากที่จมอยู่ในระบบการเงินจํานวนกว่า ๓.๗ ล้านล้านบาท ให้เปึนหลักทรัพย์ที่ประชาชนจะถือได้ คําถามคือว่าทําไมกลไกนี้จึงเกิดไม่ได้ ผมคิดว่า เปึนภารกิจ เปึนหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่ต้องเข้าไปจัดการดูแลว่าจะสร้างสิ่งจูงใจ ประการใดที่จะให้สถาบันการเงินได้มีการคายสินทรัพย์เหล่านี้ออกมาเพื่อจะให้ประชาชน ได้มีโอกาสลงทุนในการซื้อตราสารเหล่านี้ ทั้งนี้จะเปึนประโยชน์แก่สถาบันการเงินเหล่านี้เอง ที่จะได้ลดภาระของเงินทุนที่ต้องกันสํารองไว้ตามกฎเกณฑ์ของแบงก์ชาติ ขณะเดียวกัน ธนาคารเหล่านี้ก็จะสามารถนําเงินที่ได้มานี้ไปปล่อยกู้ต่อให้กับประชาชนอื่น ๆ อีก ณ เวลานี้เราต้องถือว่าบ้านเรายังมีปัญหาเรื่องของที่อยู่อาศัยอย่างมาก ยังมีบ้านที่สร้างเสร็จ แต่ขายไม่ได้ก็เยอะ ประชาชนที่มีบ้านที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ก็อีกมาก ไม่เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีปัญหาเรื่องความอิ่มตัวของตลาดบ้าน ประเทศไทยเรายังมีความต้องการบ้านที่มีคุณภาพอีกมาก ประชาชนที่มีบ้านเปึนของตัวเอง ก็ยังมีน้อย เพราะฉะนั้นกลไกตรงนี้ผมคิดว่าเปึนกลไกที่รัฐบาลท่านไม่ควรจะมองข้าม แล้วก็มองแต่เฉพาะหน้าว่าขณะนี้ซื้อหนี้ไม่ได้ก็เลยจะจัดการในการยุบเลิกองค์กรนี้เสีย ซึ่งผมคิดว่าเปึนวิธีการที่น่าจะเร็วเกินไป แล้วก็เปึนการมองเฉพาะหน้าเกินไป เราต้องมอง ในระยะยาวว่าเศรษฐกิจจะมีขึ้น มีลง ในยามนี้เปึนยามที่เศรษฐกิจอาจจะมีสภาพคล่องล้น เพราะฉะนั้นในการซื้อหนี้จากแบงก์ แบงก์จะไม่ค่อยยอมปล่อย แต่ในโอกาสข้างหน้าครับ อีกไม่กี่ป้ข้างหน้าอาจจะมีสภาพตรงกันข้ามก็คือเศรษฐกิจอาจจะมีการเงินตึงตัว เพราะฉะนั้น องค์กรนี้ก็จะเปึนประโยชน์ในการที่จะเข้ามาช่วยเปึนเครื่องมือของรัฐในการที่จะช่วย ผ่อนคลายปัญหาสภาพคล่องตึงตัวในอนาคตได้ แต่ถ้าเกิดรัฐบาลท่านมาทําลายเสียก่อน โดยการเอาไปใส่ใน ธอส. ก็จะทําให้เราสูญเสียองค์กรนี้ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะการจะสร้าง องค์กรใหม่ ๆ นั้นเปึนเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขณะเดียวกันท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ ผมก็ได้มีโอกาสหารือกับทางหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมจะไม่เอ่ยนามนะครับ องค์กรที่เกี่ยวข้องที่ทําเรื่องพวกนี้มีความรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน มองว่ารัฐบาลโยนเผือกร้อน ให้กับ ธอส. คือพูดง่าย ๆ ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นประโยชน์ของการนําเอาองค์กรนี้เข้ามา อยู่ใน ธอส. กลายเปึนภาระที่เกิดขึ้นกับ ธอส. เอง ทั้งที่ธุรกิจมีลักษณะคนละลักษณะกัน ปัญหาของคน ๖๐ ๗๐ คนที่เปึนพนักงานของบรรษัทและต้องไปอยู่ในวัฒนธรรมใหม่ ของ ธอส. ก็จะเปึนเรื่องหนึ่งที่จะทําให้การทํางานของ ธอส. อาจจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต ทั้งที่เราต้องการให้องค์กรเหล่านี้มีการทํางานอย่างคล่องตัว อย่างมีความราบรื่น แต่เรากลับ โยนปัญหาไปใส่องค์กรนั้น ทําให้องค์กรนั้นอาจจะไม่ได้มีความสามารถในการทําหน้าที่ได้อีก ผมจึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานได้โปรดพิจารณาว่าถ้าเกิดกฎหมายนี้ เข้ามาในสภาอย่างที่ได้มีข่าวมาจริง ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ในการกลั่นกรองเสียก่อนเข้าสภาแห่งนี้ เพราะว่าในหลักการแล้วนี่ ผมคิดว่าอยู่ ๆ ไปทําร้าย องค์กรนี้โดยไปเมิร์จ (Merge) รวม มันเปึนการสูญเสียอย่างที่ไม่สมควรครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านจะชี้แจง ไหมครับ เชิญครับ
ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้ความเห็นในเรื่อง ลักษณะของ บตท. ต้องกราบเรียนว่า บตท. เองมีโมเดล (Model) ในการทําธุรกิจที่ค่อนข้าง มีข้อจํากัดด้วยพระราชบัญญัติที่กําหนดอยู่ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ เรื่องที่น่าจะเปึนแนวทาง ที่จะสามารถปรับปรุงได้ ต้องกราบเรียนว่าต้องมีการไปผ่อนคลายแก้ไขเรื่องกฎหมาย วันนี้ บตท. เองไม่สามารถทํางานโดยตรงกับลูกค้าที่เปึนประชาชนหรือรีเทล (Retail) ได้ เรียนว่าเงินทุนของเรามาจากแคปพิทอล มาร์เกต (Capital market) มาจากตลาดทุน ซึ่งมีจํานวนมหาศาล และจริง ๆ แล้วการมีตราสารที่มีหลักทรัพย์หนุนหลัง หรือมีเงินต้น กับดอกเบี้ยที่เปึนสินเชื่อบ้านมาหนุนหลัง ต้องเรียนว่าเปึนหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ ก็กราบเรียนว่าด้วยลักษณะข้อจํากัดขององค์กรเราพยายามทํางานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ องค์กรดีขึ้น และเปึนไปตามกฎเกณฑ์ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เข้ามากํากับเมื่อป้ ๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ต้องเรียนว่าในช่วง ป้ ๒๕๖๐ เปึนช่วงที่เราพบปัญหา เอ็นพีแอล (NPL) ในพอร์ต (Port) เยอะมาก ทําให้องค์กร ต้องปรับตัว แล้วก็แก้ไขปัญหาหนี้เปึนประการแรก อันนั้นเปึนเรื่องหนึ่งที่ทําให้การซื้อสินเชื่อ มีจํานวนน้อยลง หลังจากนั้นก็เปึนการเปลี่ยนโมเดล (Model) ในการทําธุรกิจเพื่อกลั่นกรอง สินเชื่อเข้ามาก็มีการพูดคุยเจรจากับผู้ค้าที่เราเคยทําธุรกรรมด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเปึนธนาคาร หรือดีเวลอปเปอร์ (Developer) จริง ๆ แล้ว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เคยทําในอดีตนี้ ก็คือเปึนภาครัฐคือการเคหะแห่งชาติ แต่ว่าไม่ได้ทําติดต่อกันมาระยะนานมาก เราก็กลับมา เริ่มทําแต่ก็เปึนเอกชน ต้องเรียนว่าช่วงหลังที่เราปรับโมเดล (Model) ก็ได้รับการตอบรับ เรื่องการเอาสินเชื่อมาขายค่อนข้างดี แต่ว่าด้วยนโยบายก็ทําให้ บตท. ต้องหยุดดําเนินการ อย่างไรก็ตามก็ขอน้อมรับคําชี้แนะ แล้วก็ข้อเสนอแนะทั้งหลายเพื่อจะไปหารือกับผู้กํากับ ของหน่วยงานต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ สมาชิกก็ถือว่า รับทราบวาระรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ
เรามีวาระเพื่อทราบอีก ๔ เรื่อง เฉพาะเรื่อง ๒.๕ นั้นเปึนเรื่องที่ไม่มีอภิปราย เปึนเรื่องรับทราบกรณีที่วุฒิสภาพิจารณา ส่วนเรื่องที่ ๒.๒ เรื่องที่ ๒.๓ เรื่อง ๒.๔ ก็มีผู้มาชี้แจง ผมเรียนว่าคืนนี้เราเอาเรื่องนี้ให้หมดนะครับ ถ้าสามารถไปได้ถึงเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วได้ก็ยิ่งดี เพราะว่าเราจะได้ใช้พรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้เราย่อความบ้างนะครับ สิ่งที่สมาชิก อยากให้ไปถึงเรื่องของรัฐธรรมนูญก็เปึนไปได้ แต่ว่าถ้าเราอภิปรายในวาระที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วยาวเกินไปก็อาจจะไปไม่ถึง แต่ผมอยากจะขอให้เราเมื่อตั้งใจจะไปให้ถึง แล้วก็ต้องพยายามไปโดยการที่เราปรับบริหารเวลาให้ดีนะครับ ผมขอเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ได้เชิญเจ้าของญัตติที่จะพิจารณาในวันศุกร์มาพบครับ เราตกลงกันแล้วว่าวันศุกร์ ญัตติแรกเรื่องน้ํา มี ๑๗ ญัตติ เจ้าของญัตติตกลงว่าเราจะ อภิปรายกันเล็กน้อยแล้วจะใช้กรรมาธิการให้เปึนประโยชน์ครับ ซึ่งจะทําให้ญัตติสามารถ ผ่านได้อย่างน้อยวันนั้นผมว่าถ้าเราทําดี ๆ ผ่านได้ถึง ๒๐ กว่าญัตติ อันนี้ก็เรียนเพื่อทราบ เพราะฉะนั้นวันพรุ่งนี้รวมทั้งวันนี้วาระเพื่อทราบความจริงได้เป่ดโอกาสให้อภิปราย แล้วก็ ต้องขอบคุณสมาชิกที่รักษาเวลา ผมขอไปเรื่อง
๒.๒ รับทราบรายงานสรุปผลการดําเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจําป้บัญชี ๒๕๖๑
ทีนี้ในผลงานวิจัยจากฝ์ายจุลภาค เรียนให้ประธานทราบว่ากองทุนหมุนเวียน ยังมีความจําเปึนเพื่อเปึนการบริหารที่คล่องตัว กิจการหลายอย่างไม่สามารถดําเนินการ ตามระเบียบการคลังราชการได้ กองทุนเกิดใหม่มากกว่ากองทุนถูกควบรวม น่าสงสัยไหมคะว่า ทําไมกองทุนเหล่านี้มารองรับอํานาจบารมีใครหรือเปล่าในรัฐบาลนั้น ๆ อันนี้น่าคิดมาก เลยทีเดียว ในจํานวน ๑๑๔ กองทุน จําแนกออกเปึนประเภทสงเคราะห์ ๑๙ กองทุน ส่งเสริม ๕๘ กองทุน รวมทั้งหมดเปึน ๗๗ กองทุน ดิฉันถามผู้บริหารกองทุนว่าที่เหลืออีก ๓๗ กองทุนเอานอนไว้เฉย ๆ เพื่อให้ผู้บริหารกองทุนนั้นได้รับผลประโยชน์ตอบแทน หรือต่างตอบแทนเฉย ๆ นี่หรือคะ เสียดายโอกาสไหมคะ สะท้อนว่ากองทุนหมุนเวียน ที่จัดตั้งทํางานหลักคือการช่วยเหลือแบบให้เปล่าหรือโดยไม่หวังผลกําไร กระจายอยู่ภายใต้ สังกัด ภายใต้กรม กระทรวงต่าง ๆ กองทุนน้อยหรือไม่คุ้มค่าอาจจะไม่ยั่งยืน แล้วดิฉันถามอีก คําถามหนึ่งว่าไม่สามารถควบรวมหรือทําให้ย่อยสลายไป เราทําไมไม่ส่งเสริมเฉพาะกองทุน ที่สามารถช่วยเหลือคนในสังคมอย่างเปึนรูปธรรมได้ หากรัฐบาลเลิกให้เงินกองทุน อุดหนุน เงินกองทุนจํานวนหลายกองทุน และต้องลดขนาดลง และสุดท้ายต้องเลิกกิจการใช่หรือไม่ และจะทําได้ไหม และจะทําได้เมื่อไร ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันให้ความสนใจกองทุนสหกรณ์ เพื่อการเกษตร เพื่อนําที่ดินของราษฎรที่เปึนหนี้ แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กองทุนนี้นั้น เมื่อที่ดินอยู่ในมือของนายทุนด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เกษตรกรได้ผืนดินทํากินของตัวเองกลับมา นี่คือความงดงามของกองทุน นี่คือการเสียสละของผู้บริหารกองทุน แต่ว่าถ้ากองทุนมีไว้แล้ว ไม่ช่วยเหลือคนยากไร้ในประเทศเลย เกิดมาจนไม่ผิดค่ะท่านประธานคะ แต่ตายจนเปึน ความผิดของรัฐบาลที่ไม่ช่วยเหลือราษฎรเลย เงื่อนไขมีพันธนาการด้วยหนี้ประเทศก็จะ ด้อยพัฒนาลงไปเรื่อย ๆ ดิฉันจึงฝากข้อสังเกตให้กับผู้จัดการบริหารกองทุนเพื่อดําเนินงาน ในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจําป้บัญชี ๒๕๖๑ ปัญหาของกองทุน มีดังต่อไปนี้ค่ะ ทุน ๕ ประเภท ๑. กองทุนกู้ยืม ๒. กองทุนหมุนเวียนจําหน่าย การผลิต ๓. ด้านการบริหาร ๔. สงเคราะห์ ๕. สนับสนุนส่งเสริม นั่นคือปัญหาที่ ๑
๒. ปัญหาทุนหมุนเวียนด้านสงเคราะห์ไม่สามารถเข้าถึงคนที่มีความต้องการ อย่างแท้จริง เพราะมีลักษณะ ๑. เปึนการชั่วคราว ๒. วงเงินจํากัดมีแนวทางการพิสูจน์ หลายเงื่อนไขที่ทําให้ผู้มีความต้องการไม่สามารถเข้าถึงได้ และสุดท้าย ๓. เม็ดเงินนี้ไม่สามารถ แจกจ่ายสู่ประชาชนได้จริง เปึนช่องทางของการคอร์รัปชัน (Corruption) ที่แฝงเร้น มีเงื่อนงํา กองทุนข้าใครอย่าแตะ ทางแก้ควรยกระดับผ่านการจัดสวัสดิการแบบแถวหน้ามากกว่า การจัดผ่านกองทุนหมุนเวียนที่ไม่มีความแน่นอนและมีเงื่อนไขมากมาย ดิฉันไม่อยากจะ เพิ่มจํานวนประชากรคนไทยไร้แผ่นดิน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ให้ความเห็นต่อการรายงานเรื่องของกองทุนหมุนเวียนฉบับนี้ จริง ๆ แล้วกองทุนหมุนเวียน มีความจําเปึนนะครับ เปึนสิ่งที่จะทําให้หน่วยงานของรัฐมีความสะดวก มีประสิทธิภาพ ในการที่จะบริหารจัดการเพราะไม่ต้องไปรอเงินงบประมาณ แต่ขณะเดียวกันถ้าเรามีการจัด กองทุนหมุนเวียนมากเกินไปเงินงบประมาณที่เราอนุมัติไป อย่างเช่น งบประมาณที่เข้าสภา ในเดือนที่ผ่านมาจํานวน ๓.๒ ล้านล้านบาท ถ้าหากไปใส่ในกองทุนหมุนเวียนมากไปก็เท่ากับ ประสิทธิภาพของงบประมาณแผ่นดินในการไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็จะด้อยลงไป เพราะว่า เงินเหล่านี้ก็จะไปจมอยู่ในกองทุนหมุนเวียน ก็แล้วแต่ว่าผู้บริหารกองทุนหมุนเวียนจะ ดําเนินการเมื่อไร รัฐสภาก็จะไม่สามารถที่จะบอกกล่าวได้ชัดเจนว่าการที่เราอนุมัติงบ ของรายจ่ายประจําป้ ๒๕๖๓ จํานวน ๓.๒ ล้านล้านบาท สุดท้ายแล้วมันจะไปสู่ในมือเศรษฐกิจ เมื่อไร อย่างไร หรือเท่าไรก็ตามนะครับ เพราะมันจะไปจมอยู่ในกองทุนเหล่านี้ก่อน ก่อนที่ จะมีการจ่ายออกไปนะครับ แต่นั่นคงไม่ใช่อุปสรรคหรือปัญหาที่เราจะบอกว่าถ้าอย่างนั้น ก็ต้องยกเลิกหรือไม่มีกองทุนหมุนเวียนนะครับ กองทุนหมุนเวียนผมคิดว่าเปึนประโยชน์ เปึนเรื่องที่ดีที่ทางกรมบัญชีกลางมีการจัดระบบการประเมินเปึนระยะ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการออกกฎหมาย พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียนขึ้นมาเมื่อป้ ๒๕๕๘ เปึนต้นมา ก็ทราบว่า ทางกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางก็มีความพยายามที่จะนําเอาหลักทางด้านการ บริหารจัดการเพื่อจะดูแลกองทุนเหล่านี้ ให้กองทุนเหล่านี้ได้มีการทําหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ ที่ได้ก่อตั้งขึ้น เงินกองทุนหมุนเวียนในป้ที่ผ่านมามีรายงานว่ามีรายได้ถึง ๖๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบกับงบประมาณประจําป้ของเรา งบประมาณรายได้ของรัฐที่เราเพิ่งได้ผ่านสภาไป เมื่อเดือนที่แล้วงบป้ ๒๕๖๓ ที่เราได้อภิปรายกันก็มีสัดส่วนถึงประมาณ ๑ ใน ๖ หรือ ๑ ใน ๕ ก็ตามของงบประมาณก็ถือว่าเปึนเงินที่ไม่ใช่น้อยทีเดียว ในด้านของรายจ่ายนี้ก็พอ ๆ กัน คือประมาณ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๖ ของงบประมาณประจําป้ของรัฐบาลนะครับ แต่สิ่งที่ต่างกับ งบประมาณประจําป้ของรัฐบาลก็คือว่า ในงบประมาณของรัฐบาลมีการกู้เงิน อย่างเช่น ในป้ ๒๕๖๓ เราก็ตั้งเปัาว่าจะมีการกู้ถึง ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในส่วนของเงินทุนหมุนเวียน เหล่านี้ปรากฏว่ามีการเกินดุลก็คือมีรายได้มากกว่ารายจ่ายถึงประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับว่าจริง ๆ แล้วภาครัฐไม่ได้มีการอัดฉีดเงินเข้าไป ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามที่ กระทรวงการคลังได้ประกาศไป จริง ๆ แล้วเงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตกค้างอยู่ ในระบบของรัฐนะครับ อันนี้คือเหตุผลว่าทําไมเราจึงต้องดูภาพรวม หรืองบคอนโซลิเดต (Consolidate) ที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อตอนที่กรมบัญชีกลางมาชี้แจงในเรื่องของเงินแผ่นดิน การจัดทํารายงานต่าง ๆ ของกระทรวงการคลัง ถ้าเราดูแต่รายงานของงบประมาณแผ่นดิน เท่านั้นก็จะได้ภาพนโยบายการคลังที่อาจจะผิดเพี้ยนได้นะครับ ซึ่งก็เปึนเรื่องดีที่ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ก็ได้กําหนดให้กระทรวงการคลังต้องจัดทํางบ ที่เรียกว่า งบคอนโซลิเดต (Consolidate) ที่จะต้องดูภาพรวมทั้งเงินงบประมาณและ เงินทุนหมุนเวียนเหล่านี้ และเงินงบประมาณอื่น ๆ ด้วย แต่ครั้งที่แล้วที่กระทรวงการคลัง มาชี้แจงในที่นี้ก็ได้บอกว่าได้มีการทําแล้วแต่เสนอให้รัฐบาลดูเท่านั้น เสนอแต่ ครม. เท่านั้น ไม่ได้ส่งมาที่รัฐสภาด้วย ผมจึงขออนุญาตท่านประธานกล่าวไปยังกระทรวงการคลังว่าเวลาที่ ท่านนําเสนองบของรัฐบาล น่าจะต้องมีการทํางบคอนโซลิเดต (Consolidate) หรืองบรวม ให้รัฐสภาได้ดูด้วย ข้อมูลนี้จะได้เปึนข้อมูลเป่ดเผยโดยทั่วไปให้ได้เห็นว่านโยบายการคลัง ที่แท้จริงมันมีตัวเลขอย่างไร มิฉะนั้นแล้วก็จะได้ภาพที่อาจจะไม่ถูกต้องครับ ทีนี้ในรายละเอียด ที่ท่านนําเสนอผมจะไม่ลงมากเกินไปเพราะว่าเวลามีจํากัดนะครับ ผมก็คิดว่าท่านก็พยายาม ที่จะนําเอากองทุนทั้ง ๑๑๕ กองทุนที่อยู่ในสารบบมาประมวลเปึนกลุ่ม ๆ แล้วมีการประเมินว่า กลุ่มไหนทําดี ทําไม่ดี เปึนต้น แต่ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่ากลุ่มที่ทําไม่ดีที่ท่านเขียนว่ามีสถานะ ไม่พร้อมประเมินผลการดําเนินงานจํานวน ๙ ทุน ก็คือพูดง่าย ๆ กองทุนเหล่านี้ตั้งมาแล้ว แต่ว่าไม่มีความพร้อมให้ท่านประเมินนะครับ ซึ่งเปึนกองทุนที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเปัาหมาย หรือกองทุนการพัฒนาพรรคการเมือง ผมถามว่าทําไมท่านจึงไม่จัดการดูแลให้กองทุนที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจและการเมือง ของประเทศได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ลําพังแค่เขียนรายงานเฉย ๆ ผมคิดว่าคงไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์เท่าที่ควร ผมก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องนี้คงจะได้นําเสนอ โฟกัส (Focus) กับกองทุนเหล่านี้ที่ไม่มีความพร้อมในการให้ประเมิน แต่ที่น่าเปึนห่วงไปกว่านั้น ท่านประธานครับ ก็คือมีกองทุนหลายกองทุนที่ตั้งมาแล้ว แล้วก็น่าจะเปึนประโยชน์ตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้พยายามที่จะจัดงบประมาณให้นะครับ แต่ปรากฏว่าท่านเขียนอย่างนี้ครับ ในหน้า ๖ ของรายงานท่านนะครับ หนังสือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้นําเสนอ ต่อสภานะครับ ในหน้า ๖ ข้อ ๔.๔.๒ เขียนว่า สภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับขาดการทบทวนบทบาทและภารกิจของทุนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับสภาพสังคม ในปัจจุบัน ทําให้เงินทุนหมุนเวียนประสบปัญหาไม่สามารถดําเนินการตามแผนที่กําหนดได้ เขียนอย่างนี้ผมจะไปนึกถึงกองทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวกับเรื่องเก่า ๆ ที่ล้าสมัย แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ครับ ชื่อเหล่านี้เปึนชื่อที่ผมคิดว่าท่านควรต้องเอาใจใส่ดูแลเฉกเช่นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนา สถาบันอุดมศึกษาเอกชนครับ กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย งานเหล่านี้เปึนงานสําคัญ เปึนงานที่เราคิดว่าเปึนประโยชน์ ในอดีตจึงได้มีการจัดงบประมาณให้ แต่ท่านมาเขียนว่า สภาพสังคมเปลี่ยน จริงครับเปลี่ยนเยอะ แต่เรื่องท่องเที่ยวผมคิดว่ายังเปึนประโยชน์ ยังเปึน เรื่องสําคัญ เปึนงานที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชากรไทยมากมายด้วยกัน ทําไม ท่านจึงไม่สามารถที่จะจัดการดูแลให้กองทุนเหล่านี้ได้มีการปรับตัวแล้วก็ใช้เงินให้เปึนประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจตามเปัาหมายที่เราได้ตั้งไว้นะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเปึนประเด็นที่ผมขออนุญาต นํามาเรียนเสนอ
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมจะให้ข้อมูลกับท่านประธานว่ากองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาที่ท่านประธานได้จัดตั้งขึ้นมีดําริเมื่อตอนสมัยเปึนนายกรัฐมนตรีครั้งแรกนะครับ ขณะนี้ปรากฏว่าเมื่อตามรายงานของกรมบัญชีกลางสําหรับป้งบประมาณ ๒๕๖๒ นี้ มีเงินมากถึง ๓๕๔,๘๐๐ ล้านบาท เปึนสินทรัพย์ ก็ถือได้ว่างานที่ท่านประธานได้ดําริไว้ ก็ได้เปึนประโยชน์ในการที่จะช่วยให้เด็กนักเรียนหรือนักศึกษาได้มีโอกาสกู้เงินไปเรียน ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นในสังคมไทยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ พรรคอนาคตใหม่ขอมา ๒ ท่าน ผมจะอนุมัติทั้ง ๒ ท่าน ท่านละสัก ๗ นาที นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันขอรายงานสรุปผลการดําเนินงานในภาพรวม ของทุนหมุนเวียนประจําป้บัญชี ๒๕๖๑ โดยดิฉันจะขอนําเสนอเปึน ๒ ส่วน คือส่วนที่ ๑ ภาพรวมกองทุน และส่วนที่ ๒ คืออภิปรายเจาะจงในกองทุนยุติธรรมและกองทุนพัฒนา เอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ ดังนี้
ส่วนที่ ๑ ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อ ดังนี้ ทุนหมุนเวียนทั้งสิ้น ๑๑๕ ทุน โดยจําแนกตามวัตถุประสงค์และกิจกรรม ๕ ด้าน ตามรายงานได้เน้นบทบาทกองทุนที่มีต่อ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในมิติต่าง ๆ ๑๕ ข้อ ตามรายงานในหน้า ๓-๖ ซึ่งจะเห็นได้ว่า การประเมินผลกองทุนทั้งสิ้น ๑๐๐ ทุน มี ๓ ทุน ไม่ผ่านการประเมินติดต่อกัน ๓ ป้ ซึ่งมีมติ ให้ยุบกองทุน คือกองทุนศิลปะร่วมสมัย กองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ดิฉันขอเรียนถามท่านประธานสภา ไปยังกองทุนว่า การยุบกองทุนตามวิธีการประเมินผลที่ปรากฏในรายงานนั้นมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเพียงพอหรือยัง และโดยเฉพาะกลุ่มเปัาหมายที่ได้รับผลกระทบ เช่น ศิลป่น สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เปึนผู้มีส่วนได้เสียยังคงได้รับการสงเคราะห์ ช่วยเหลือ และสนับสนุนต่อไปอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรืออุบัติเหตุขึ้นกับนักท่องเที่ยวจะมีเงินช่วยเหลือเยียวยาในส่วนนี้ได้อย่างไร
ส่วนที่ ๒ สืบเนื่องจากข้อที่ ๑ ในการใช้เครื่องมือในการประเมินผลที่เรียกว่า บีเอสซี (BSC) หรือบาลานซ์ สกอร์คาร์ด (Balance Scorecard) และแบบวิธีเบนช์มาร์กกิง (Benchmarking) โดยการกําหนดค่าเคพีไอ (KPI) ๔ ด้านนั้นมีประสิทธิภาพตรงตามวัตถุประสงค์ การจัดตั้งกองทุนหรือไม่ เพราะการวัดผลด้วยวิธีเครื่องมือนี้เปึนเครื่องมือที่เอกชนใช้ เอกชน ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการแสวงหาผลกําไร มีข้อจํากัดอยู่หลายประการ ทั้งในเรื่องของการ ที่ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันกับผู้บริหาร และต้องมีการนําข้อมูล ที่เปึนปัจจุบันหรือเบสไลน์ดาต้า (Baseline data) เข้ามาใช้ในการประเมิน ดิฉันจึงขอแนะนํา ว่าควรจะมีการนําใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์กรขึ้นมา อย่างเช่น การนําแมนเนจเมนต์ บาย ออฟเจกทีฟ (Management by objective) หรือ เอ็มบีโอ (MBO) มาใช้ โดยกําหนดค่า เคพีไอ (KPI) หรือตัวชี้วัดที่เน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่มีผลสืบเนื่องไปกับเรื่องของผลตอบแทน หรือเงินเดือนของบุคลากร และไม่ได้เปึนตัวกําหนดในการจะยุบหรือเลิกกองทุน อย่างเช่น ตัวชี้วัดโอเคอาร์ (OKR) เปึนต้น นอกจากนี้ทุนหมุนเวียนเปึนกองทุนนอกงบประมาณที่ไม่ได้ อยู่ในระบบตรวจสอบของประชาชนทั้งหมด จึงสําคัญมากที่ต้องมีเครื่องมือในการติดตาม ตรวจสอบให้เหมือนกับการตรวจสอบงบประมาณตามปกติว่าการดําเนินงานของกองทุน มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ในข้อบังคับกฎหมายหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบ หลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และในส่วนที่ ๒ ดิฉันจะขอพูดถึงกองทุน ๒ กอง กองที่ ๑ คือกองทุนยุติธรรม ด้วยมีข้อร้องเรียนในลักษณะความเดือดร้อนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ จากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจํานวนมาก ได้ทราบว่าทางสํานักงานยุติธรรมจังหวัดมีกองทุน ยุติธรรมที่มีส่วนในการช่วยเหลือประชาชน สามารถร้องทุกข์ได้ทางองค์การบริหารส่วนตําบล เทศบาลใกล้บ้าน ซึ่งจะช่วยเหลือในเรื่องของค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่ประชาชนต้องจ่าย ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยมีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาโดยการพิสูจน์ผิดถูก ในชั้นศาล ส่วนค่าใช้จ่ายคนที่ยากจนไม่สามารถจ่ายได้ก็มีกองทุนเข้ามาช่วยเหลือ ปัญหา คือประชาชนโดยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีการช่วยเหลือในส่วนนี้ เนื่องจากการเข้าถึง ยังมีความติดขัดอยู่หลายประการ ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาตรงนี้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันจึงขอนําเสนอ ดังนี้นะคะ
๑. สํานักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศควรที่จะมีเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น ให้เพียงพอต่อการให้ความรู้ประชาชน อาจมีการเป่ดรับอาสาสมัครเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และกองทุนยุติธรรมจําเปึนต้องทราบว่าใครคือผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ก่อนถึงจะช่วยเหลือได้ อย่างตรงเปัาหมาย ยกตัวอย่างเช่น การใช้ฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง เปึนตัวตั้ง หากเปึนผู้มีรายได้น้อยเช่นต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ บาทต่อป้ หรือรวมไปถึงบุตร หรือว่า ผู้ที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ป้ ที่มีพ่อแม่เปึนผู้มีรายได้ต่ํากว่าเส้นความยากจนก็พึงให้ความช่วยเหลือ กับกลุ่มคนเหล่านี้ก่อนเปึนลําดับแรก
แล้วประการสุดท้ายก็คือควรจะมีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนศาล อัยการ ตํารวจ ทนายความ เจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรมทุกหน่วย เพื่อลบข้อครหาของระบบยุติธรรมไทยที่กล่าวว่าคนจนติดคุกและคนรวยไม่ติดคุกออกไปเสีย
๒. สุดท้ายดิฉันจะขอพูดถึงกองทุนพัฒนาเอ็สเอ็มอี ตามแนวทางประชารัฐ ภาพรวมที่เกิดขึ้นจากการายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรของป้ ๒๕๖๑ จะเห็นว่ากองทุน ดังกล่าวได้รับการประเมินในคะแนนต่ําสุดคือ ๑.๗๑ จากคะแนนเต็ม ๕.๐ เหตุผลที่ได้รับ คะแนนต่ําก็คือการดําเนินการไม่เปึนไปตามระบบแล้วต้องปรับปรุงการบริหารความเสี่ยง และระบบการตรวจสอบภายใน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นปัญหาคือตามเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง โดยปัญหามาจากการดําเนินการภายในของกองทุน แล้วนอกจากนี้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ยังได้ตั้งข้อสังเกตของเงินกองทุนว่าไม่เปึนไปตามเกณฑ์หลายด้าน เช่นบัญชีเงินฝากคลังไม่มี การจัดทําทะเบียนคุมเงินฝากคลัง แล้วยังพบว่ากองทุนไม่ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุ ประจําป้ด้วย ดังนั้นดิฉันจึงขอเสนอไปยังกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ ให้ เอสเอ็มอี (SMEs) ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น ต้องมีการเร่งดําเนินการให้มีการกํากับ ดูแลกิจการที่ดี มีการประเมินผลที่วัดได้จริงตามวัตถุประสงค์ของกองทุน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนมีผู้อนุมัติที่ชัดเจนตามหลักการของความรับผิดชอบในหน้าที่ นอกจากนี้ต้องมีการให้คุณให้โทษทางการบริหารจึงจะถือว่าเปึนกระบวนการประเมินผล ที่มีประสิทธิภาพ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังกรรมการนโยบายการบริหารเงินทุน หมุนเวียนมาดังนี้ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ รักษาเวลา ต่อไปอนุญาตให้ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคอนาคตใหม่ให้ศึกษาข้อมูลอภิปรายและ มีข้อเสนอแนะต่อรายงานสรุปผลการดําเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจําป้บัญชี ๒๕๖๑ ซึ่งเปึนรายงานตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียนป้ ๒๕๕๘ อย่างไรก็ตาม ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นที่เปึนคําถามเบื้องต้นก่อนที่จะมีการอภิปรายว่ารายงานของท่าน เปึนรายงานที่รายงานโดยคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนที่มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเปึนประธาน ใน พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๘ ระบุว่าในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ เขาระบุให้ท่านรายงานทั้งหมด ๖ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนด้านการเงิน ด้านการบริหาร ด้านปฏิบัติการ ด้านการสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียและรวมถึงการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการและด้านอื่น ๆ ตามที่มีการประกาศกําหนด แต่อย่างไรก็ตามผมพบว่า ในรายงานฉบับนี้กล่าวเฉพาะแต่เพียง ๔ ด้านเท่านั้น ท่านอาจจะไม่ตอบก็ได้ แต่ผมแค่สงสัย ว่าเพราะเหตุใดในรายงานฉบับนี้ถึงไม่มีการพูดถึงเรื่องของการวิเคราะห์หรือการประเมินผล ในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนและด้านอื่น ๆ ที่ควรจะมี คําถามประการที่ ๑
คําถามประการที่ ๒ รายงานฉบับนี้มีการทําหนังสือนําเรียนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนําเรียนเลขาธิการ ครม. มันมีความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นทั้งหนังสือนํา และในรายงานอยู่ ๒-๓ ประการด้วยกัน ในหนังสือนําอยู่ในหน้า ๓ ในรายงานอยู่ในหน้า ๓๒ ท่านไปรายงานโครงการที่ไม่ได้มีการประเมินผลว่าเขาทําได้ดีได้อย่างไร เปึนคําถามที่น่าสนใจมาก ตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาผู้นําในการทางความคิดและการทํางานเพื่อเผยแพร่การพัฒนา ประชาธิปไตยธรรมาภิบาลและสันติวิธีของกองทุน จุด จุด จุด กองทุนนี้ไม่ติดใจเพราะยังมีอยู่ แล้วท่านก็บอกว่ามีอีกกองทุนหนึ่ง คือกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองใช้การประเมินผล ในรายงานฉบับนี้เช่นเดียวกัน แต่กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองวันนี้ไม่มีแล้ว เปึนการ ถูกยุบไปตามคําสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๑ ท่านมารายงานว่าเขาทําได้ดีได้อย่างไร ท่านไม่ได้ ประเมินเขาเลยครับ จะเอาอีกกองทุนหนึ่งไหมครับ
๗/๑ คือกองทุนที่เรียกว่าโครงการสนับสนุนและส่งเสริมพรรคการเมืองของกองทุนเพื่อพัฒนา พรรคการเมือง เขาถูกหยุดการดําเนินการไปแล้วครับ ตามคําสั่ง คสช. ที่ ๕๗/๒๕๕๗ แต่ท่านไปรายงานอย่างชื่นชมเลยนะครับว่าเปึนโครงการที่มีผลการดําเนินการที่ดีมาก ท่านไม่ได้ประเมินผลเขาเช่นเดียวกัน แล้วท่านไปรายงานได้อย่างไร อันนี้ผมเคยสงสัย ทั้งหมดนะครับว่าตกลงแล้วทั้งเล่มผมควรจะรับหรือไม่รับประการใด แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมมีเนื้อหาหลักอยู่ทั้งหมดอีก ๓ ประเด็นด้วยกัน อันนั้นแค่ออร์เดิร์ฟ (Hors d’oeuvres) หรือนําร่องนะครับ แต่ ๓ ประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึง ผมจะวิเคราะห์เฉพาะเรื่องของ ผลการดําเนินการครับ ความรู้ความสามารถผมในด้านการเงินไม่มีครับ และผมถนัดแต่เพียง เรื่องกองทุนทางสังคม ไม่ว่าจะเปึนกองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนเพื่อการปัองกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กองทุนผู้สูงอายุ เสียดายนิดเดียวนะครับ วันนี้เรามีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ มีกองทุนเพื่อความเท่าเทียมระหว่างเพศ ป้หน้าเจอกันครับ เพราะว่ากองทุนนั้นจะเข้ารับการประเมินในป้ถัดไป ป้นี้ไม่ว่ากันครับ
คําถามที่ผมอยากจะถามท่านก็คือว่าในสิ่งที่ผมพบในรายงานของกองทุน ดังกล่าวนี้ ประเด็นที่ ๑ ก็คือถ้ามีการแบ่งประเภทของทุนหมุนเวียนไว้ทั้งหมด ๕ ประเภท ด้วยกัน ผมคิดว่าการแบ่งประเภทของท่านไม่ตรงกับวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของ กองทุนครับ ท่านจัดกองทุนคุ้มครองเด็กไปเปึนกองทุนที่พูดว่าด้วยการส่งเสริมสนับสนุนนั้น ผิดอย่างยิ่งครับ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ป้ ๒๕๔๖ ผมทํางานเรื่องการคุ้มครองเด็กมา ๑๗ ป้เต็มครับ เขาเน้นไปที่การสงเคราะห์ พูดง่าย ๆ ก็คือการช่วยเหลือเด็กและครอบครัว มีแม้กระทั่งประกาศกําหนดวงเงินบอกว่าเรื่องนี้คนในประเทศแทบไม่รู้นะครับว่าถ้าเด็กคนใด มีปัญหาเรื่องการพิสูจน์สิทธิหรือสถานะของการเปึนบุคคลที่เรียกว่าการตรวจ ดีเอ็นเอ (DNA) ก็มีประกาศกําหนดวงเงินบอกว่าให้มาเบิกจ่ายเงินจากกองทุนคุ้มครองเด็กได้ เสียดายครับ ทั้งประเทศมีไม่ถึง ๑๐ ราย ถ้าผมพูดแบบนี้คนทั้งประเทศได้ยินมาใช้จ่ายเงินตัวนี้จะเปึน ประโยชน์มากเลยในการพิสูจน์สิทธิต่าง ๆ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดนนทบุรี ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ชลธี ยังตรง มีการประชุมคณะกรรมการเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๑ ก็มีการอนุมัติไป ๑ ราย ท่านไปจัดเปึนกองทุนส่งเสริมต่าง ๆ ได้อย่างไร นี่กองทุน เรื่องของการสงเคราะห์และคุ้มครอง ชัดเจนอย่างยิ่งครับ กองทุนคนพิการก็เช่นเดียวกันครับ งบประมาณเยอะแยะไปหมดเลย คนพิการมีทั้งหมดเปึนล้านคนครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่า วันนี้มีคนพิการที่เข้าถึงสิทธิในกองทุนคนพิการอยู่เท่าไร จํานวนน้อยมากครับ ไม่ตอบโจทย์ เรื่องการดําเนินการดังกล่าวดังที่ผมได้นําเรียน นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ แล้วก็เปึนประเด็นที่ ๒ ไปในตัวนะครับ ก็คือผลสัมฤทธิ์ของกองทุนต่าง ๆ
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะพูดถึงครับ เรื่องของการวิเคราะห์กองทุนตามหลัก บาลานซ์ สกอร์คาร์ด แอนด์ เบนช์มาร์กกิง (Balance scorecard and benchmarking) ซึ่งเมื่อสักครู่ผู้อภิปรายผู้หนึ่งท่านได้พูดไปแล้ว มีกองทุนหลายกองทุนที่การประเมินมีคะแนน ที่ต่ํามากและต่ําลงไปเรื่อย ๆ เช่น กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การค้ามนุษย์ ท่านวิเคราะห์อย่างไรครับว่ากองทุนคุ้มครองเด็กถ้าปล่อยให้ต่ําแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นั่นหมายถึงว่าเด็ก ๑๖-๑๘ ล้านคนในประเทศไทยกําลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอย่างยิ่ง ถ้ากองทุนเรื่องปัองกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งวันนี้มีคะแนนเหลือแค่ ๓.๑๐๑๙ อันนี้ป้หน้าประเทศไทยอาจจะตกเทียร์ (Tier) อีกนะครับ ตกไปเทียร์ ๓ (Tier 3) ต่าง ๆ ก็จะ มีผลกระทบต่อสถานะของประเทศ ฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มีประเด็นที่ท่านได้แนะนํา ไปยังผู้บริหารกองทุน มีประเด็นที่ท่านแนะนําหรือรับข้อเสนอแนะจากผู้บริหารกองทุนต่าง ๆ หรือไม่ว่าเขาจะปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดําเนินการกองทุนดังกล่าว เหล่านี้ได้เปึนแบบใด ประการใดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่เคารพครับ ความจริง ถ้ามีเวลาผมขอ ๑๕ นาที แต่เสียดายว่ามีแค่ ๑๐ นาที มีอีกหลายเรื่องที่เปึนรายละเอียด ของแต่ละกองทุนที่อยากจะพูดถึง แต่ไม่เปึนอะไรครับ ผมอยากจะจบแบบนี้แล้วกันครับ สําหรับคนที่ทํางานด้านสังคมสงเคราะห์หรือทํางานทางสังคม หลักที่สําคัญที่สุดเขาเรียกว่า เฮลปี เดม ทู เฮลปี เดมเซลซ์ (Help them to help themselves) แปลเปึนไทยก่อนนะครับ ช่วยให้เขา ถ้าเขาอยากกินปลาช่วยให้เขาตกปลาได้ถ้าแปลไปไกลกว่านั้นคือต้องประเมิน ที่แท้จริงว่าเขากินปลาได้จริงหรือไม่ เขาต้องการกินปลานั้นจริงหรือเปล่า สิ่งที่เราพยายาม จะทํามากที่สุดในกองทุนทางสังคมครับ ก็เปึนแบบที่มีคุณปัาคนหนึ่งบอกกับในเวทีวิชาการ แห่งหนึ่งว่าฉันมีความคิดแต่ฉันไม่มีความรู้ นักวิชาการหรือพวกเราก็แล้วแต่ที่อยู่บนหอคอย งาช้าง เอาความรู้เหล่านั้นมาให้เขาได้หรือไม่แล้วเขาจะเปึนคนคิดเอง เท่ากับว่าถ้าเปึน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกองทุนที่ดีที่สุดในเชิงสังคมนะครับ ที่ท่านควรจะแนะนํา ก็คือการทําให้กองทุนเหล่านี้ก่อให้เกิดผลที่ประชาชนเขามีความมั่นคงถาวรทางด้านสังคม เพราะเขาจะเปึนคนที่คิดเองครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากนะครับ ที่ท่านรักษาเวลา เชิญท่านชี้แจงได้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายวรัชญ์ เพชรร่วง ผู้อํานวยการกองกํากับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม กรณีที่ท่านอนุรักษ์ ท่านได้กรุณาให้ข้อสังเกตต่อรายงานผลการดําเนินการในการประเมินผลทุนหมุนเวียน ประจําป้ ๒๕๖๑ ในครั้งนี้ ข้อคําถามที่สําคัญเรื่องของการจัดตั้งกองทุนว่าตั้งง่าย เลิกยาก ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า โดยบริบทของกฎหมายปัจจุบันทั้งพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ก็ดี พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียนก็ดี ได้มีบทบัญญัติที่ทําให้การจัดตั้งกองทุนกระทําได้ยากมากขึ้น โดยเฉพาะในพระราชบัญญัติ การบริหารทุนหมุนเวียน กระบวนการกลไกในการพิจารณากลั่นกรองในการจัดตั้งกองทุน หมุนเวียนก็จะมีกําหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวว่ากองทุนหมุนเวียนจัดตั้งขึ้นจะต้อง ดําเนินการอย่างไร ขณะเดียวกันพอมีพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ก็บอกว่าถ้าจะตั้งกองทุนหมุนเวียนจะต้องทําเปึนกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ แล้วก็ วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งต้องชัดเจน แล้วก็จะต้องไม่ซ้ําซ้อนกับการดําเนินงานของหน่วยงาน ของรัฐแห่งอื่น แล้วก็จะต้องมีการประเมินผลโดยกลไกของพระราชบัญญัติการบริหาร ทุนหมุนเวียน ในการกํากับดูแลการบริหารจัดการทั้งหลายทั้งปวงของกองทุนหมุนเวียน เราจะมีกรมบัญชีกลางทําหน้าที่และมีบทบาทในการติดตามประเมินผลของทุนหมุนเวียน ต่าง ๆ หลักเกณฑ์วิธีการเครื่องไม้เครื่องมือในการติดตามประเมินผลก็ใช้หลักวิชาการ ซึ่งแน่นอน อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันว่าเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนตรง ๆ เพราะว่าเรื่องทุนหมุนเวียนหรือกองทุนทั้งหลายกว่าจะพัฒนากันมาจนกระทั่งเข้าสู่ระบบ ที่เปึนรูปร่างแบบนี้ได้ต้องใช้เวลา ใช้เหตุปัจจัยหลายอย่างเพื่อให้กองทุนต่าง ๆ เข้ามาสู่ระบบ ในเบื้องต้นที่มีข้อห่วงใยของหลายท่านเกี่ยวกับเรื่องการดูแลเงินกองทุนทั้งหลาย ขออนุญาต กราบเรียนว่าโดยกลไกตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียนจะมีเครื่องมือที่ออกมา ตามกฎหมายดังกล่าวก็คือ คณะรัฐมนตรีต้องตราพระราชกฤษฎีกามาเพื่อดูแลกําหนด จํานวนเงินที่แต่ละกองทุนจะพึงมีไว้สําหรับใช้จ่ายในแต่ละรอบเวลาอย่างเหมาะสมเพียงพอ ส่วนที่เกินหรือล้นไปกว่านั้นจะถูกเรียกนําส่งกระทรวงการคลังเพื่อเปึนรายได้แผ่นดิน เพื่อแปรกลับมาเปึนเงินงบประมาณรายจ่ายที่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้วก็ของสภา แล้วก็กระบวนการในการกลั่นกรองก็ดี การคํานวณความเหมาะสมของเงินที่จะพึงมีในแต่ละ รอบเวลาอย่างที่นําเรียนก็จะมีกลไกในการให้มีการโต้แย้งตรวจสอบระหว่างกองทุน ผู้บริหาร กองทุนกับกระทรวงการคลัง เรามีการตรวจสอบกันได้ด้วยจนกระทั่งเปึนที่ยืนยันยอมรับกัน ทุกฝ์ายจึงจะนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเปึนข้อยุติ อันนี้ก็จะเปึนกลไกหรือเครื่องมือในการ ดูแลระดับของเงินกองทุนที่ควรจะมีอยู่ในระดับที่เหมาะสมในแต่ละรอบเวลา
ขออนุญาตถัดไปครับ ท่านเยาวลักษณ์ เรื่องกองทุนยุติธรรม ต้องขออนุญาต กราบเรียนตรง ๆ ว่าด้วยข้อจํากัดเรื่องเงินของกองทุนที่มีอยู่ เพราะว่ากองทุนนี้ถึงแม้ว่า จะมีแหล่งที่มาของเงินกองทุนมาจากเงินที่เปึนเงินนอกงบประมาณส่วนหนึ่ง ที่เปึนรายได้ จากค่าปรับที่ศาลสั่งปรับก็ตาม แต่ว่ากระบวนการตรงนี้ยังไม่ได้รับเข้ามาสู่กองทุน เนื่องจาก ต้องมีกลไก มีวิธีการในการคิดคํานวณ เพราะฉะนั้นเงินรายได้หลักก็จะขอรับจัดสรรมาจาก เงินงบประมาณ ด้วยข้อจํากัดตรงนี้พอรับจัดสรรเงินงบประมาณมันก็จะไปติดเรื่องกรอบ ที่จะพิจารณาเรื่องอัตรากําลัง อย่างไรก็ดีในเรื่องนี้ทางกระทรวงยุติธรรมก็ได้ใช้กระบวนการ กลไกทางฝ์ายราชการเข้ามามีส่วนช่วยในการดูแล ใช้องคาพยพทั้งหลายของราชการเข้ามาเสริม แล้วก็กรอบอัตรากําลังที่เหมาะสม ทางกรมบัญชีกลางก็ได้มีการวิเคราะห์ควบคู่ร่วมกับ ผู้บริหารกองทุนว่า ในแต่ละช่วงเวลาที่จะมีกรอบอัตราสมควรเท่าไร กําลังเงินมีเพียงพอ ที่จะรองรับในการดูแลจัดการคนตามกรอบอัตรานั้นอย่างไร อันที่ ๑
อันที่ ๒ เรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อให้เข้าถึงกองทุนยุติธรรมก็ได้มีการ ประชาสัมพันธ์มีการออกข่าวหลาย ๆ สื่อ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาก็จะมีการได้รับความช่วยเหลือ จากกองทุนนี้ดีขึ้นนะครับ
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐผลประเมินเขาต่ําอย่างนั้น จริง ๆ นะครับ ด้วยกลไกในการประเมินก็ดีต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าก่อนที่จะไปประเมิน กระบวนการจะมีการตกลงกันระหว่างผู้ประเมินกับผู้ถูกประเมินนะครับว่าแต่ละเรื่องของ การประเมินเราจะประเมินกันเรื่องไหน กําหนดตัวชี้วัดร่วมกัน กําหนดเกณฑ์การให้คะแนน เปึนที่ตกลงกัน เพราะฉะนั้นเมื่อผลประเมินออกมาอย่างนี้ก็ต้องเปึนที่ยอมรับ แล้วก็ขออนุญาต กราบขอบพระคุณเรื่องคําแนะนําต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณาให้คําแนะนํามาสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่ กรมบัญชีกลางได้สื่อสารกับกองทุนว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงอย่างไร ในรอบป้ที่ผ่านมา เมื่อป้ ๒๕๖๐ เราก็ได้นําผลประเมินพร้อมกับข้อแนะนําต่าง ๆ ของคณะกรรมการประเมิน แจ้งไปยังกองทุนแล้วทางกรมบัญชีกลางก็มีระบบติดตาม กองทุนพวกนี้เราจะแจ้งเปึน ประเภท ถ้าสมมุติว่าไม่ผ่านเกณฑ์ หรือผ่านเกณฑ์บางส่วน ไม่ผ่านบางส่วน เราจะมีเครื่องมือ เข้าไปให้คําแนะนําอย่างใกล้ชิดนะครับ เปึนการปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้เขามีประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการดีขึ้น เมื่อเทียบกับป้ ๒๕๖๐ กองทุนที่เคยไม่ผ่านเกณฑ์ หรือไม่ผ่านเกณฑ์ บางเรื่องก็มีการพัฒนาที่ดีขึ้นนะครับ สําหรับป้นี้กองทุนที่ท่านอาจจะเห็นว่าผลการประเมิน ที่ไม่ผ่านเลยมันเกิดจากปัญหาในการบริหารจัดการจริง ๆ เพราะว่าหลายกองทุนที่ผลประเมิน ออกมาในลักษณะที่ต่ํามาก ๆ เนื่องจากว่าเขาไม่ดําเนินการตามวัตถุประสงค์ กรมบัญชีกลางเอง ก็พยายามไปผลักดันว่าจะต้องมีการดําเนินการ ถ้าไม่อย่างนั้นผลประเมินออกมาต่ําอย่างนี้ ทางกรมบัญชีกลางก็มีหน้าที่ต้องดําเนินการตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน ก็คือต้องเสนอคณะกรรมการนโยบายเพื่อนําเรียนไปยังคณะรัฐมนตรีว่าผลการประเมิน ถ้าต่ํากว่าเกณฑ์ติดต่อกัน ๓ ป้ก็เปึนเหตุที่จะต้องยุบเลิกกองทุนนั้นนะครับ ก็ขออนุญาต กราบเรียนเบื้องต้นครับ
ขอบคุณมากนะครับ เราก็รับทราบวาระที่ ๒.๒ รับทราบรายงานสรุปผลการดําเนินงานในภาพรวมของทุนหมุนเวียน ประจําป้บัญชี ๒๕๖๑ ก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ครับ แล้วก็ขอตั้งข้อสังเกตนิดเดียว เอกสารที่แจก ประหยัดดี ไม่ทําเปึนเล่มใหญ่โตครับ ขออนุญาตไปวาระ ๒.๓ นะครับ
๒.๓ รับทราบรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑
ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารขึ้นมาชี้แจงนะครับ เผื่อมีคําถามครับ ท่านพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร นางเศรษฐสุดา ตุลยธัญ นางสาวสดใส พงษ์พัฒนาศิลปี เชิญครับ ท่านมีอะไรจะชี้แจงก่อนสั้น ๆ ไหมครับ มีสมาชิก ขออภิปราย ๑ ท่าน ท่านเอาไว้ตอบทีหลังก็ได้ครับ เชิญดอกเตอร์อิสระครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยได้จัดทํารายงานประจําป้ ๒๕๖๑ ฉบับนี้ และได้ส่งมาที่สภาแห่งนี้อันเปึนไปตามข้อกฎหมายที่ธนาคารจะต้องรายงานผลการดําเนินการ มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เราได้รับทราบว่าธนาคารได้ดําเนินกิจกรรมอะไรบ้าง ในส่วนของผม ก็เปึนโอกาสที่ทําให้ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานประจําป้ฉบับนี้ ๑๘๗ หน้าอย่างละเอียด ผมขออนุญาตอภิปรายเปึน ๒ ส่วนครับ
ในส่วนแรกผมจะพูดถึงสิ่งที่ธนาคารได้ดําเนินการไปบ้างแล้ว และในส่วนที่ ๒ ผมจะขออนุญาตพูดถึงข้อเสนอแนะ คําถาม และวิธีการที่อยากจะให้ธนาคารพิจารณา ในประเด็นแรกนั้นนั่นก็คือสิ่งที่ทางธนาคารได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ
เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลบังคับใช้ ธนาคารก็ได้ขยายขอบเขตการให้บริการ ไปถึงการประกันความเสี่ยง ซึ่งก็เปึนโอกาสที่ดีที่ทําให้อุตสาหกรรมไทย ผู้ประกอบการไทย ได้ขยายศักยภาพไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น ในส่วนของการบริหารจัดการผมได้เห็น ธนาคารมีความพยายามที่จะปรับโครงสร้างนโยบายและวิธีการทํางาน เพื่อที่จะรองรับกับ เทคโนโลยีทันสมัยซึ่งถือเปึนความท้าทายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเทคโนโลยีทางด้านการเงิน เทคโนโลยีทางด้านการบริหารจัดการ หรือเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร
ประเด็นต่อไปธนาคารได้มีการขยายสาขา จากเดิมมีเพียงในประเทศไทยไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านในเขต ซีแอลเอ็มวี (CLMV) อันได้แก่ ประเทศลาวและประเทศเมียนมาร์ และในป้นี้ก็ได้ขยายไปประเทศกัมพูชา และสุดท้ายธนาคารไม่ลืมที่จะดูแลสังคมผ่านทาง โครงการต่าง ๆ เช่นโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน นั่นคือสิ่งที่ธนาคารได้ทําไปแล้ว หากแต่เมื่อผมได้อ่านดูในข้อมูลทางการเงินและผลประกอบการของธนาคารก็มีข้อสังเกต ดังต่อไปนี้ครับ ในมิติฐานะของธนาคารและการบริหารสินทรัพย์ ผมได้เห็นครับว่าสินทรัพย์ ของธนาคารเพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๖๐ ๑๕,๖๖๕ ล้านบาท หากแต่ส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้เกือบทั้งหมด เปึนส่วนที่เรียกว่าหนี้สิน ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบของเงินรับฝากหรือตราสารหนี้ เมื่อดูการเพิ่ม ของสินทรัพย์ก็มีอัตราที่สูงกว่าการเพิ่มของกําไรค่อนข้างมากจากที่เห็นป้ ๒๕๖๐ กําไรอยู่ที่ ๑,๓๖๐ ล้านบาท เพิ่มมาเปึน ๑,๓๖๕ ล้านบาท ในป้ ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นเพียง ๕ ล้านบาท หรือเรียกว่าแทบไม่ได้เพิ่มขึ้นนะครับ เมื่อไปมองในเรื่องของการบริหารจัดการเราได้เห็นว่า อัตรากําลังต่อทุน อัตรากําไรต่อสินทรัพย์ หรือแม้แต่อัตรารายได้ต่อสินทรัพย์ล้วนแต่ลดลง และที่สวนทางกันนั่นก็คืออัตรารายจ่ายต่อรายได้กลับเพิ่มขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงทําให้ผม ต้องดูลึกลงไปอีก ก็ได้เห็นว่าหนี้สูญก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เปึน ค่าสินไหมและเงินสํารองบริการรับประกันเพิ่มขึ้นถึง ๓๖๓ เปอร์เซ็นต์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าให้ผมประเมินการทํางานของผลประกอบการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย ผมใช้คําว่า พอทน ทําไมถึงพูดว่าพอทน ก็เพราะผมเข้าใจดีว่าการมีอยู่ การจัดตั้งของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ไม่ได้มีขึ้น เพื่อที่จะประกอบกิจการให้ได้กําไรแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ หากแต่มีขึ้นเพื่อพันธกิจหลัก อย่างที่ท่านได้ระบุไว้ชัดเจนในรายงานฉบับนี้นะครับว่า เพื่อที่จะส่งเสริมและเสริมสร้าง ให้ผู้ประกอบการส่งออกและนําเข้าของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ความเข้มแข็งเกิดจาก อะไรครับ ความเข้มแข็งเกิดจากเพื่อที่จะรองรับกับความผันผวนทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในป้นี้ เราเจอความผันผวนหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเปึนค่าเงินบาทที่แข็งตัว สงครามการค้า หรือการเกิดขึ้นของนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งทําให้เกิดความปัืนป์วนในหลายมิติ และล่าสุดมีความเสี่ยงที่เกิดจากการสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านศุลกากรของประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือความผันผวนครับ แต่ถามว่าใหม่ไหม ไม่ใหม่ครับ ความผันผวนพวกนี้ ก็อยู่กับธุรกิจการนําเข้าและส่งออกมาโดยตลอด เรียกว่าตั้งแต่สมัยอยุธยาก็ยังว่าได้ ดังนั้น ผมจึงคาดหวังอย่างสูงว่าธนาคารเอ็กซิมแบงก์จะต้องเปึนหนึ่งในกลไกสําคัญที่จะช่วยรองรับ และซัปพอร์ต (Support) สนับสนุนผู้ประกอบการให้รองรับความผันผวนนี้ได้ หากแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏที่ผมได้เห็น กลับไม่เปึนเช่นนั้น ข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ระบุไว้ชัดเจน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบอกว่า ป้นี้มีมูลค่าทุนที่เลิกกิจการสูงกว่าป้ที่แล้วถึง ๑๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของแรงงานคิดเปึน แรงงานที่เลิกกิจการและเลิกจ้าง ๑,๐๑๗ แห่ง เพิ่มขึ้นกว่าป้ที่แล้ว ๔๐๐ กว่าแห่ง ตัวเลขนี้ น่าตกใจเพราะมันหมายถึงคนงานที่จะต้องถูกปลดลง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน เมื่อมองภาพรวม ของคนงานที่ตกงานทั้งประเทศ สภาอุตสาหกรรมบอกว่าเรามีอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นในป้นี้ สูงกว่าป้ที่แล้วถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ดังนั้นดูข้อมูลทั้งหมดแล้วกังวลครับ ผมจึงจําเปึน ที่จะต้องบอกให้ธนาคารเอ็กซิมแบงก์เร่งที่จะทบทวนภารกิจและบทบาทของตัวเองในการ ที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอสเอ็มอี (SMEs) ทําไมผมถึงบอกว่า เอสเอ็มอี (SMEs) สําคัญครับ นอกจากจํานวนของ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีกว่า ๓ ล้านราย เฉพาะที่ขึ้นทะเบียน เอสเอ็มอี (SMEs) ยังมีมูลค่าการผลิต การส่งออก และการบริการสูง เกือบครึ่งหนึ่งหรือ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ของทั้งประเทศ คิดเปึนการจ้างงานกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานทั้งประเทศ เมื่อมองในส่วนของการส่งออกอย่างเดียวนะครับ เอสเอ็มอี (SMEs) สร้างมูลค่าการส่งออก ๒.๓๓ ล้านล้านบาท หรือคิดเปึน ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ของการส่งออกทั้งหมด ดังนั้นตัวเลขพวกนี้ท่านประธาน มันจะสูงขึ้นได้อีกมาก ถ้า เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ไม่ประสบปัญหา ๒-๓ ปัญหาครับ ๑. คือการเข้าถึงแหล่งทุน ๒. การเข้าถึงตลาด ๓. คือมีมาตรการที่ช่วยเยียวยาและสนับสนุนในความผันผวนต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) แทบทุกวันครับท่านประธาน ก็ต้องบอกว่าคนเหล่านี้น่าเห็นใจมากครับ สายป์านของเขามันไม่ได้ยาวเหมือนกลุ่มทุนใหญ่ ๆ ลําพังเขาจะดิ้นรนให้อยู่รอดไปวัน ๆ เปึนเรื่องที่ยากลําบากมาก ๆ เราอย่าไปหลอกตัวเอง ครับว่าภาพถ่ายที่บอกว่าร้านรวงเงียบเชียบ ไปถ่ายเขาวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธหรือเปล่า ท่านไปถ่ายวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็เงียบครับ ผมไปดูมาแล้ว ดังนั้นผมจึงจําเปึนอย่างยิ่งที่จะ ขอให้ไม่เพียงเฉพาะธนาคารเอ็กซิมแบงก์ หากแต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งที่จะมีมาตรการ ที่จะเยียวยา เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการส่งออกและนําเข้า ที่ได้รับผลกระทบอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินบาทที่แข็งตัว ในส่วนธนาคารเอ็กซิมแบงก์ ผมมีคําถามที่เฉพาะเจาะจงที่อยากจะเรียนถามท่าน
คําถามที่ ๑ ก็คืออยากถามท่านว่า ท่านได้เห็นว่าที่ท่านดําเนินการมานี้ ดําเนินการอย่างเต็มที่และถูกทางแล้วหรือยัง จริงอยู่ครับท่านไม่ได้เขียนในรายงานฉบับนี้ แต่ผมเคยเห็นว่าท่านได้มีการออกคูปองในการที่จะสนับสนุนอัตราค่าแลกเปลี่ยนที่ผันผวน จากข้อมูลที่ผมได้รับโครงการที่ประชาสัมพันธ์เพียงวงแคบและกําหนดระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น มันย่อมไม่ตอบโจทย์ สําหรับอัตราค่าเงินที่ผันผวนที่เราไม่ทราบว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร ข้อมูลที่ผมได้รับทราบเพิ่มเติมคือโครงการนี้ตั้งยอดเงินไว้ที่ ๕๐๐ ล้านบาท มีคนมาขอรับ สิทธิประโยชน์นี้เพียงแค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่แปลกใจครับว่าทําไมเปึนอย่างนั้น
คําถามที่ ๒ ที่อยากจะถามท่านก็คือ ท่านได้ตระหนักถึงปัญหาและข้อกังวล ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้วหรือยัง และถ้าได้ตระหนักแล้วได้มีมาตรการที่จะช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร
และสุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะขออนุญาตใช้โอกาสนี้เสนอแนะ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ว่าทางธนาคารควรที่จะต้องให้ความสําคัญกับธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เปึนที่ต้องการของตลาดในต่างประเทศ เพราะการช่วยพวกเขา เหล่านั้นให้เขาสามารถที่จะเติบโตได้ ไม่เพียงแต่ทําให้ผลประกอบการของธนาคารดีขึ้น ยังทําให้ผู้ประกอบการดีขึ้น และสุดท้ายสําคัญที่สุดนั่นก็คือทําให้เศรษฐกิจภาพรวมของ ประเทศดีขึ้น ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านพิศิษฐ์ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินะครับ ต้องขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องกิจการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย ผมจะขอเรียนชี้แจงเปึน ๒ ประเด็น ตามที่ท่านได้ถามมานะครับ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องปัญหาและอุปสรรคที่ท่านเจอเกี่ยวกับเรื่องผู้ประกอบการ ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) ธนาคารเห็นความสําคัญ แล้วก็เปึนนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลที่แล้วหรือรัฐบาลปัจจุบัน ตั้งแต่ผมเข้ามารับตําแหน่ง เราก็ได้ขยายจํานวนช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) เพิ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ เราเพิ่มขึ้นมาจํานวนมากกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) เพราะฉะนั้นเราเห็นแล้วว่าผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) มีความสําคัญ พร้อมกันนั้นขอเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติเกี่ยวกับเรื่องกิจการ เอสเอ็มอี (SMEs) ถ้าท่านเห็นปกติกิจการเอสเอ็มอี (SMEs) จะมี ๒ ลักษณะ
ลักษณะแรก ก็คือกิจการที่ดําเนินการธุรกิจที่ค่อนข้างดี ซึ่งอันนั้นคงทราบกัน อยู่แล้ว กลุ่มนี้จะมีทางเลือกมากแล้วก็จะไปที่ธนาคารพาณิชย์ก่อน กลุ่มที่ ๒ ก็คือผมจะเรียกว่า กลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์รังเกียจ คําว่า รังเกียจ ก็คือว่าอาจจะมีความเสี่ยงสูงหรือการดําเนิน กิจการมันต้องไม่คุ้มค่าในการที่จะปล่อยสินเชื่อ เพราะว่าอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการ ดําเนินการค่อนข้างมากหรือผลตอบแทนไม่คุ้ม เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ ๒ จะเปึนกลุ่มที่เปึนภาระ แล้วก็พันธกิจของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยตามพันธกิจที่รัฐบาล มอบหมาย แต่ข้อจํากัดของธนาคารก็คือธนาคารทั้งมีหน้าที่ต้องช่วยสนับสนุนกิจการของ ผู้ประกอบการที่มีความซื่อสัตย์สุจริตแล้วเขาก็มีความตั้งใจในการประกอบธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ธนาคารเองก็ต้องมีความระมัดระวังในการดําเนินกิจการ เพราะว่าเงินที่นําไปปล่อยเปึนเงิน ซึ่งเราได้มีการระดมมานะครับ แล้วก็เนื่องจากเปึนกิจการของภาครัฐ เพราะฉะนั้นการใช้เงิน ในการปล่อยสินเชื่อเราก็ต้องมีการระมัดระวัง ท่านจะเห็นได้ว่าใน ๓ ป้ที่ผ่านมา พอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ของธนาคารได้โตขึ้นมาป้ละ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม เอสเอ็มอี (SMEs) เราโตมาจํานวนรายเพิ่มขึ้นมา ช่วยเขามา ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ต่อป้ นั่นคือเหตุผล ที่ทําไมเราถึงได้มีการตั้งสํารองเพิ่มขึ้น แต่การตั้งสํารองนี้ถ้าท่านดูจํานวน เอ็นพีแอล (NPL) เอ็นพีแอล (NPL) ของธนาคารเพิ่มขึ้นในอัตราในสัดส่วนที่น้อยมากนะครับ แต่การกันสํารอง เรากันไว้เผื่อกรณีที่เราเห็นแล้วว่ามีโอกาสที่ภาวะเศรษฐกิจอาจจะไม่ดีอย่างที่ผ่านมา เราก็เลย มีการตั้งสํารองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเอาไว้ แต่ไม่ได้เปึนตัว เอ็นพีแอล (NPL) เปึนส่วนที่เราสํารอง เอาไว้เกินเกณฑ์กว่าธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหรือตามมาตรฐานขั้นต่ํา อันนี้เราเห็นว่า ถ้าเกิดภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ธนาคารจะได้มีความแข็งแรงพอที่จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ เพราะว่าถ้าเกิดตัวธนาคารเองไม่มีความแข็งแรงเพียงพอ การไปช่วยผู้ประกอบการต่อไป จะเริ่มลําบากมากขึ้น ก็เรียนท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ
ข้อเสนอแนะที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องแนวทาง เราเองเวลาตอนที่เข้าไปสนับสนุน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม เอสเอ็มอี (SMEs) อย่างที่ผมบอก ได้เรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกก็คือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) วัตถุประสงค์ธนาคารตั้งขึ้นมา เพื่อพยายามที่หาทางช่วยเหลือให้โอกาสเขาให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามเราทราบกันดีอยู่แล้ว ว่ากลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) นี้การดําเนินการอาจจะมีข้อจํากัดหลาย ๆ อย่าง เรื่องความสามารถเอย เรื่องหลาย ๆ อย่างที่เขาจะมีข้อจํากัด เพราะฉะนั้นธนาคารเองก็เห็น ความสําคัญก็เลยพยายามที่จะหาทางช่วยเหลือโดยการที่จะตั้งศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการ ขึ้นมา เพราะเราเห็นแล้วว่าถ้าเราส่งเข้าไปรบในสนามต่างประเทศนี้ ถ้าเขายังไม่พร้อม โอกาสบาดเจ็บเข้ามาเยอะทีเดียว แล้วก็อาจจะเกิดผลเสียหายกับธนาคาร เพราะฉะนั้นเราได้ ตั้งศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการขึ้นมา ส่วนไหนที่เขาขาดเปึนหน้าที่ของภาครัฐที่จะทุ่มเท ให้ผู้ประกอบการที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเขาได้ดําเนินการให้ได้มีโอกาสกับกิจการของเขาที่ดี ก็เรียนให้ท่านทราบว่าแนวทางเราเห็นแล้วแล้วก็ตั้งใจที่จะทําการช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือนั้นธนาคารจะต้องอยู่ในความเสี่ยง รับได้ในระดับความเสี่ยงซึ่งไม่ก่อให้เกิด ความเสียหายกับธนาคาร ก็เรียนให้ท่านประธานทราบผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เรารับทราบ รายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านครับ ต่อไปครับ
๒.๔ รับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๖๑ ศาลรัฐธรรมนูญ
(เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๒.๑-๒.๔ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจําป้ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) พิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญว่า คําสั่งหรือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้คําว่า วินิจฉัย ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม ศาลทหาร ใช้คําว่า คําพิพากษา โจทก์ จําเลย ในศาลยุติธรรม ศาลทหาร ของศาลรัฐธรรมนูญใช้คําว่า ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ศาลปกครองใช้คําว่า ผู้ฟัองคดีกับผู้ถูกฟัองคดี อันนี้ไม่เปึนอะไร อันนี้ถือโอกาสเรียนให้ผู้ฟังทราบ สํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ทําความเข้าใจต่อสาธารณะเลยว่า คําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จริงอยู่รายงานนี้เปึนของป้ที่แล้ว แต่อันนี้ผมจะยกตัวอย่าง ให้เห็นชัด ๆ ว่าในการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคําร้องว่านายกรัฐมนตรีถวายสัตย์เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ หรือไม่นั้น มิใช่คําวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ วรรคท้าย เพราะว่าคําวินิจฉัยนั้นจะต้องมีการรับรอง ต้องมีการรับคําร้องไว้พิจารณาก่อน และตุลาการ ทุกคนจะต้องทําคําวินิจฉัยส่วนตนก่อน จึงจะถือเปึนคําวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร โดยหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน หรือแม้แต่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเองก็ตามหรือ แม้แต่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ตามยังเข้าใจว่าคําสั่งที่ไม่รับคําร้องไว้พิจารณานั้นเปึน คําวินิจฉัยว่าจะต้องผูกพันกับทุกองค์กร ซึ่งไม่จริงนะครับ แม้แต่สํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีก็ใช้เหตุผลในการปฏิเสธการมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในกรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณา โดยอ้างว่าเปึนแอกต์ ออฟ กัฟเวิร์นเมนต์ (Act of government) หรือเปึนการกระทําของรัฐบาล ซึ่งผมเห็นด้วยทางวิชาการและทฤษฎี นักกฎหมายมหาชนต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว ซึ่งหลาย ๆ ครั้งศาลก็รับไปพิจารณาหน้าตาเฉย เช่นกรณีเขาพระวิหารของศาลปกครอง จริง ๆ แล้วมันก็เปึนการแอกต์ ออฟ กัฟเวิร์นเมนต์ (Act of government) แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าการถวายสัตย์ไม่อยู่ในอํานาจ ของการตรวจสอบขององค์กรรัฐธรรมนูญใดนั้น ผมไม่เห็นด้วย เพราะเปึนการวินิจฉัยเกินคําขอ ซึ่งโดยปกติทั่วไปศาลจะไม่พิพากษาในกรณีนี้คือการมีคําวินิจฉัยหรือมีคําสั่งเกินคําขอ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าไม่รับก็ไม่รับ จบ แต่นี่ยังแถมอีก แถมยังก้าวล่วงไปยังองค์กรอื่นที่มีอํานาจ หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน อย่าลืมนะครับว่าเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา พาร์เลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) หรือพาร์เลียเมนทารี ซูพรีมาซี (Parliamentary supremacy) เราไม่ได้ปกครองด้วยระบอบตุลาการธิปไตย ที่ตุลาการมีอํานาจเหนือองค์กรอื่นทั้งหมด และการที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในอํานาจของ การตรวจสอบขององค์กรใดนั้น ไม่จริง เพราะไม่เช่นนั้นสภาผู้แทนราษฎรของเราคงไม่มีโอกาสได้ เป่ดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๖๒ ในกรณีนี้มาแล้ว อันนี้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญต้องอธิบาย ต้องทําความเข้าใจกับประชาชนครับว่า คําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ไม่ใช่คําวินิจฉัย ที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ สํานักงานต้องมีหน้าที่ที่จะต้องอธิบาย มากกว่า เพรส รีลีส (Press release) หรือข่าวที่เผยแพร่ออกมา อย่างวันนี้ไหน ๆ ก็พูดแล้วคดีตัดสิทธิพิจารณามา คนรอทั้งประเทศทั่วโลกก็ว่าได้ แถลงออกมาผลการพิจารณาออกมา ๑๐ บรรทัด แค่นั้นจบ มีรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมาหน่อยก็คือ ๗ : ๒ เท่านั้นเอง เปึนหน้าที่ที่สํานักงานจะต้องอธิบาย
ท่านชํานาญครับ เดี๋ยวจะ ข้ามประเด็นไป ประเด็นที่สําคัญคือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทําการตรวจสอบบัญชี รับรองบัญชีและเงินทุกประเภทของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว และเสนอผลการสอบต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาโดยไม่ชักช้า อันนี้คือประเด็นที่ส่งเข้ามา แต่ที่ผมเห็นรวมเพราะว่าในแง่นโยบายนั้นเราก็มีสิทธิที่จะแตะต้องได้บ้าง แต่ว่าประเด็นนี้ อย่าลืมเรื่องการสอบบัญชี เชิญครับ
สุดท้ายครับ ประเด็นเดียวครับ ก็คือเรามักจะเข้าใจว่าเมื่อเรื่องอยู่ในศาลแล้วเราจะทําอะไรไม่ได้ ซึ่งไม่จริง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ วรรคสี่ นั้น มิให้คณะกรรมาธิการใช้บังคับแก่ผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติ ตามหน้าที่ หรือใช้อํานาจในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาคดีหรือการบริหารงานบุคคล เท่านั้นนะครับ เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเราสามารถทําได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรนิติบัญญัติ เช่น การยิงกันในศาลที่ผ่านมา การจัดซื้อจัดจ้างที่ส่อในทางทุจริต พอดีบ้านพักตุลาการที่ป์าแหว่ง หรือแม้แต่การตั้งเลขานุการประจําตัวศาลรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ได้ทํางานจริง ซึ่งต้องใช้งบประมาณ แผ่นดินนั้นสภาก็มีอํานาจนะครับ ในส่วนที่ท่านประธานได้ทักท้วงไว้ หรือจะมีเพื่อนสมาชิก ของพรรคผมอยู่ ๒ ท่าน จะได้อภิปรายต่อไป ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาครับ เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จริง ๆ ผมขอ ท่านประธานไป ๑๕ นาทีนะครับ แล้วพอเมื่อสักครู่นี้เวลาของท่านอาจารย์ชํานาญเหลือ ผมขอเปึนท็อปอัป (Top up) ที่ผมนิดหนึ่งได้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่าผมเตรียมมา๑๕ นาที แต่ว่าจะพยายามกระชับเนื้อหาให้รวดเร็วที่สุด
รังสิมันต์เก่งอยู่แล้วครับ ๑๐ นาทีพอครับ
ขอบคุณที่ชมนะครับท่านประธาน เรื่องราวของเอกสารที่เปึนรายงานประจําป้ ๒๕๖๑ ผมขอเริ่มต้นแบบนี้นะครับว่าในช่วงที่ มีการรณรงค์ประชามติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้มีการออกเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมา คือคําอธิบายสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ๑๐ เรื่องที่น่ารู้ เล่มที่ ๒ โดยในรายละเอียด ของเรื่องนี้ได้มีการเขียนเอาไว้ว่าศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเข้มแข็งและฉับไวขึ้น โดยกล่าวถึงอํานาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเอาไว้ประการหนึ่งว่าจะสามารถวินิจฉัยปัญหา กฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ ปรากฏว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านประชามติ และประกาศใช้ในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ โดยมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็คือ มาตรา ๒๑๓ เปึนบทบัญญัตินะครับ ที่กําหนดว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง มีสิทธิยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคําวินิจฉัยว่า การกระทํานั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขให้เปึนไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตัวบทบัญญัตินี้ ถ้าเรากลับไปดูตัวรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะมีบทบัญญัติหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกันคือ มาตรา ๒๑๒ เพียงแต่ว่ามาตรา ๒๑๒ มีติ่งห้อยไว้นิดหนึ่งครับว่าการใช้สิทธิยื่นคําร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเปึนกรณีที่ไม่อาจใช้สิทธิโดยวิธีการอื่นได้แล้ว
ประเด็นของผมก็คือตัวมาตรา ๒๑๓ ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันได้ตัดข้อความนี้ ออกไป ความหมายหมายความว่าเจตนารมณ์ของการใช้บทบัญญัติมาตรานี้คืออนุญาต ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิในการร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยไม่จําเปึนต้องไปผ่าน องค์กรอื่น ปรากฏว่ามีคําร้องต่าง ๆ มากมายครับ ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดนะครับ น่าจะอยู่ที่ ๑๖๖ คําร้อง ซึ่งถ้าหากว่าร้องในปัจจุบันเราจะพบว่าตัวพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะกําหนดเอาไว้ว่า การร้องในมาตรา ๒๑๓ จะต้องไปร้อง ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินก่อนหรือไปร้องด้วยวิธีการอื่นก่อน แต่ท่านประธานครับพระราชบัญญัติ ประกอบนี้มันออกมาหลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้เปึนเวลา ๑๑ เดือน ซึ่งในระหว่าง ที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีคําร้องมีประชาชนจํานวนมากร้องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยมาตรา ๒๑๓ ซึ่งรายงานเล่มนี้ก็ได้บันทึกถึงคําสั่งที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้นะครับ ประเด็นของเรื่องก็คือประชาชนจํานวนมากร้องออกไป โดยมีกรณีหนึ่งได้ร้องว่า คําสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องเสรีภาพของการชุมนุม ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่พิจารณา ในเนื้อหา แต่ไม่รับคําร้องของประชาชน แล้วสิ่งที่ตามมาหลังจากที่ท่านไม่รับคําร้องคืออะไร รู้ไหมครับ คือมีประชาชนอีกจํานวนมากมายมหาศาลที่ถูกดําเนินคดีจาก คําสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ในข้อ ๑๒ แม้วันนี้คําสั่งนี้ในข้อนี้จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ประชาชนจํานวนมากเขาได้รับ ความเดือดร้อนแล้วครับ และความเดือดร้อนเหล่านี้ถ้าวันนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยออกมา จะมีประชาชนจํานวนมากที่ไม่ต้องถูกดําเนินคดีแล้วต้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้เปึนภาระแก่ตัวเอง เรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าเสียดายที่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ทําตาม ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าการไม่รับคําร้องตรงนี้ส่วนหนึ่งนั้นก็เกิดมาจากการที่ว่าจะต้อง ให้ประชาชนไปใช้สิทธิทางศาลในเรื่องอื่นก่อน บางครั้งก็บอกว่าให้ไปใช้สิทธิทางศาล ตามมาตรา ๒๑๒ ก่อน ซึ่งสิทธิทางศาลตามมาตรา ๒๑๒ หมายความว่าอะไร หมายความว่า ถ้าผมถูกดําเนินคดีเปึนคดีอาญา แล้วผมพบว่ากฎหมายที่บังคับใช้กับผมมันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมก็ร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือถ้าผมไปพบเห็นว่าไม่มีกฎหมายไหนขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมก็อาจจะร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วถ้าเกิดผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รับคําร้องของผม ผมถึงจะมีสิทธิร้องตามมาตรา ๒๑๓ ได้ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ลักษณะแบบนี้ มันหมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญได้เขียนกฎหมายเพิ่มเติมเอาเองโดยที่บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญไปไม่ถึง ผมคิดว่าปัญหาลักษณะแบบนี้มันสะท้อนให้เห็นอะไร มันสะท้อนให้เห็น ถึงคุณลักษณะของศาลรัฐธรรมนูญ ๓ ประการครับ
คุณลักษณะแรกของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ในการพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญกลับปราศจากซึ่งความเคารพต่อรัฐธรรมนูญ ของตัวเอง แทนที่ท่านจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญให้บังคับใช้ได้ แทนที่ท่านจะบังคับใช้ให้รัฐธรรมนูญ เปึนประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุดในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ท่านไม่ได้ทํา
คุณลักษณะประการที่ ๒ เมื่อท่านไม่ได้ทําในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสิ่งที่เกิดขึ้น ตามมาก็คือว่าท่านทําตัวเปึนรัฐธรรมนูญเสียเองครับ ท่านทําราวกับว่าศาลรัฐธรรมนูญ คือรัฐธรรมนูญ เพราะอะไร เพราะเวลาประชาชนเขาอ่านรัฐธรรมนูญเขาอ่านเข้าใจแบบนี้ครับ แต่พอเขาร้องไปเขากลับพบว่าศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความหรือได้มีคําวินิจฉัยออกมาอีกอย่างหนึ่ง ตกลงแล้ววันนี้เราไม่มีรัฐธรรมนูญ แต่คนที่เปึนรัฐธรรมนูญคือศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่
คุณลักษณะประการที่ ๓ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้กระทําผ่านการตีความวินิจฉัย ตามมาตรา ๒๑๓ มันสะท้อนให้เห็นเลยว่าศาลรัฐธรรมนูญคือผลพวงที่ตกค้างมาจากยุค คสช. ที่พกพาเอาจริตของการไม่เคารพรัฐธรรมนูญและสิทธิเสรีภาพของประชาชนติดตัวมาด้วย นี่ยังไม่นับนะครับว่าตุลาการเกือบทุกคนก็มีที่มาจากยุค คสช. หรือได้รับการต่ออายุโดยคําสั่ง ของหัวหน้า คสช. ด้วยความเคารพครับ คุณลักษณะทั้ง ๓ เรื่องที่ผมกล่าวมาเปึนอันตราย ต่อระบอบประชาธิปไตยที่รัฐธรรมนูญเปึนหลักประกันต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะวันนี้หลักการของศาลรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงได้เสมอครับ จนประชาชนเขาไม่รู้ว่า ตกลงแล้วที่อ่านรัฐธรรมนูญมานี้ศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไร เราจึงไม่ต้องแปลกใจครับ ที่ว่าวันนี้ทําไมเหตุผลในการวินิจฉัยคดีของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงเปึนแบบนี้สุดท้ายเลย กลายเปึนเรื่องการเอาเรื่องเช็ค (Cheque) เปึนการเอาเรื่องพฤติกรรมมาฟันธงว่าคุณธนาธร มีปัญหาในเรื่องของหุ้นสื่อ
คุณรังสิมันต์ไม่เกี่ยวกับ ประเด็นที่เรากําลังพิจารณาครับ
ผมกําลังจะโยงอย่างนี้ครับท่านประธาน
อย่าโยงเลยครับ ไม่เกี่ยวกันครับ
ที่ผมกําลังอธิบายต่อท่านประธาน คืออย่างนี้ครับว่า ถึงที่สุดแล้วผมรู้ดีว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านไม่ได้มีที่มาในการยึดโยงกับ ประชาชน ท่านมีคุณลักษณะหลายอย่างครับ ที่เราก็รู้ดีว่าถ้าเราจะต้องการแก้ไขเราต้อง เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อย่างน้อย ๆ ผมอยากให้ท่าน ถึงแม้จะมีที่มาที่ไม่ได้ มาจากประชาชนใช้หัวจิตหัวใจทําคําวินิจฉัยตีความรัฐธรรมนูญโดยคํานึงผลประโยชน์ ของประชาชนเปึนที่ตั้ง ผมอยากให้ท่านทําแบบนี้ เอาล่ะที่ผ่านมามันแย่ วันนี้ท่านก็สร้าง ประวัติศาสตร์ที่ทุกคนโดยเฉพาะพรรคของผมคงจดจําไม่รู้ลืม แต่ในอนาคตหากท่านไม่ถูกยุบ ไปก่อน ได้โปรดเถอะครับใช้อํานาจหน้าที่ของท่านเพื่อคํานึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้มากกว่านี้ อย่าให้คนเขาตราหน้าได้ว่าท่านเปึนมรดกของ คสช. ที่ใช้อํานาจเพื่อแสวงหา และปกปัอง คสช. ต่อไปเลยครับ ขอบคุณครับ
หลายเรื่องอาจจะไกลไป แต่ว่าเนื่องจากมีผู้มาชี้แจง ผมเลยคิดว่าเปึนหน้าที่ผู้ชี้แจงที่จะต้องชี้แจงในบางเรื่องอาจจะ ไม่เกี่ยวกับประเด็นนะครับ ท่านป่ยบุตรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ป่ยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่นึกไม่ฝันว่า จะเจอท่านผู้บริหารจากสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญต่อเนื่องติดต่อกันในช่วงเวลาที่เราเพิ่งได้ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เพียง ๖ เดือนเท่านั้นครับ เพราะว่าเมื่อครั้งที่เราประชุมกันที่ทีโอที ก็เปึนรายงานของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจําป้ ๒๕๖๐ ตอนนี้มาเปึนป้ ๒๕๖๑ ผมเองก็ยังยืนยันแบบเดิมว่าผมชอบอ่านรายงานที่ศาลรัฐธรรมนูญทําจริง ๆ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว จนมาครั้งนี้ เพราะว่ามีข้อมูลสถิติคดีว่าท่านรับคําร้องมาเท่าไร ท่านวินิจฉัยออกไปเท่าไร มันมีเรื่องการสรุปย่อแนวคําวินิจฉัย คําสั่งของศาลต่าง ๆ ซึ่งพวกนี้เปึนประโยชน์ทั้งต่อพวกเรา ในฐานะผู้แทนราษฎรแล้วก็บุคคลทั่วไป นักวิชาการ นักศึกษาก็เอาไปใช้เปึนประโยชน์ ในทางสถิติได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการเอาไปทําวิทยานิพนธ์ต่อในข้อมูลพวกนี้ มันก็ไปศึกษาเรื่องสังคมวิทยาในทางกฎหมายได้ว่าแต่ละป้ ๆ จํานวนคดีมีเข้ามีออกเท่าไร คดีประเภทไหนมีมาก คดีประเภทไหนมีน้อย ขออนุญาตเท้าความต่อเนื่องไปกับรายงานฉบับที่แล้วจนถึงฉบับนี้นะครับ เมื่อการประชุม ครั้งที่แล้วที่ประชุมชั่วคราวที่ทีโอที ถ้าท่านจําได้ผมได้พูดถึงประเด็นจํานวนสถิติคําร้องว่า เมื่อก่อนนั้นก่อนป้ ๒๕๕๗ มีคําร้องเข้ามาก แล้วอยู่ดี ๆ คําร้องก็ลดลงในป้ ๒๕๕๘ และป้ ๒๕๕๙ เหลือเพียง ๓ คําร้องและ ๘ คําร้องตามลําดับ แล้วก็พุ่งขึ้นมาเปึน ๗๖ คําร้อง ในป้ ๒๕๖๐ และป้ ๒๕๖๑ ขึ้นมาเปึน ๙๑ คําร้อง แล้วผมก็สรุปไปในการอภิปรายครั้งที่แล้ว ว่าสาเหตุหนึ่งที่คําร้องลดลงตอนป้ ๒๕๕๘ และป้ ๒๕๕๙ นั้น ก็เพราะว่ามันเปึนผลพวงของ การยึดอํานาจ ซึ่งมีการเขียนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๗ ไปรับรองเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้วว่า ประกาศคําสั่ง คสช. ทั้งหลายทั้งปวงชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทําให้แทบจะหาคนร้องไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ค่อยได้ พอผมเห็นรายงานฉบับนี้ตัวเลขคําร้องเข้ามาในป้ ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๙๑ คําร้อง ยิ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อครั้งที่แล้วนั้นเปึนความจริงว่ามันมีผลกระทบ สาเหตุที่ท่านตุลาการทั้ง ๙ ท่านไม่ค่อยมีงานทํา ไม่ค่อยมีการตัดสินคดีในช่วงป้ ๒๕๕๘ และป้ ๒๕๕๙ ก็คือผลพวงจากรัฐประหารป้ ๒๕๕๗ นั่นเอง ทีนี้ครับ ครั้งที่แล้วผมก็ได้พูดถึง เรื่องงานวิชาการเหมือนกัน พอผมได้รับรายงานนี่ผมก็จะเป่ดหน้าสถิติคดีก่อนเป่ดหน้า งานวิจัยดูก่อนว่าแต่ละป้ทําเรื่องงานวิชาการกันเปึนอย่างไรบ้าง รายงานป้ที่แล้วบอกว่าทํางาน วิจัยชิ้นหนึ่งที่สําคัญคือเรื่องเกี่ยวกับละเมิดอํานาจศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็เข้าใจว่าจากรายงาน ชิ้นนี้เองก็มีผลผลักดันให้ทางศาลรัฐธรรมนูญได้มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญกําหนดให้มีความผิดฐานละเมิด อํานาจศาล แล้ว ณ วันนี้ท่านออกระเบียบข้อกําหนดของท่านออกมาเรียบร้อยแล้วได้อธิบาย ความชัดเจนว่าอย่างไรเรียกว่า ละเมิดอํานาจศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้ใช้มาเรียบร้อยแล้วนะครับ อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๘ วรรคท้ายแล้วในข้อกําหนดนั้น เขียนไว้ในข้อ ๑๐ ว่าห้ามมิให้ผู้ใดบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายตามคําสั่งหรือคําวินิจฉัย ของศาลหรือวิจารณ์คําสั่งหรือคําวินิจฉัยของศาลโดยไม่สุจริตหรือใช้ถ้อยคําหรือมีความหมาย หยาบคาย เสียดสี ปลุกปัืน ยุยง หรืออาฆาตมาดร้ายทั้งหมดนี้ทั้งวิจารณ์ถ้าพูดแสดงความเห็น ต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะแบบนี้ถือว่าละเมิดอํานาจศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตัวศาลรัฐธรรมนูญเองก็มีอํานาจในการกําหนดโทษตามมา ผมมีข้อสังเกตนิดหนึ่งอยากฝาก ไปยังสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเผื่อว่าป้หน้าท่านจะได้เขียนรายงานลงไป ก็คือว่ากรณีล่าสุด เมื่อประมาณ ๑ หรือ ๒ เดือนที่ผ่านมานั้นทางสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือ ในเครื่องหมายคําพูด “เชิญ” หนังสือเชิญนะครับ อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งคือ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านไม่เสียหาย คือท่านอาจารย์โกวิท วงศ์สุรวัฒน์แล้วก็มีหนังสือ ในเครื่องหมายคําพูด “เชิญ” ผู้กํากับภาพยนตร์ชื่อดังคือคุณยุทธเลิศ สิปปภาค เชิญไป ที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่แจ้งวัฒนะ ที่ศูนย์ราชการ ผมอยากเรียนถามจริง ๆ เผื่อท่านจะ เขียนในรายงานฉบับนี้หรือฉบับหน้าต่อไปคือว่า ท่านอาศัยอํานาจตามกฎหมายมาตราไหน เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญนะครับ หลักนิติรัฐเราเรียกร้องบอกว่าไม่มีกฎหมายไม่มีอํานาจ ดังนั้นถ้าหน่วยงานของรัฐต้องการใช้อํานาจใดที่เปึนการกระทบสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ต้องมีกฎหมายให้อํานาจเสียก่อน การที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญออกหนังสือเชิญประชาชน ๒ คนไปที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านอาศัยอํานาจตามกฎหมายอะไร แล้วถ้าเขาไม่ไปได้ หรือไม่ ถ้าเกิดสมมุติเขาไม่ไปแล้วเขาจะโดนดําเนินคดีฐานละเมิดอํานาจศาลหรือไม่ อย่างไร แล้วตอนเชิญไปท่านพูดคุยอะไรกัน สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญน่าจะต้องชี้แจงเรื่องพวกนี้ คือตกลงแล้วในท้ายที่สุดถ้ามีคนวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ เราจะใช้ช่องทางไหนในการ ดําเนินการ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจะใช้วิธีการเรียกไปคุย ปรับความเข้าใจกัน ถ้าเปึนแบบนี้ พวกเราก็อดคิดไม่ได้ว่าคือบรรยากาศมันเพิ่งผ่านไปไม่กี่ป้ มันเหมือนสมัยเพื่อนสมาชิกของผม หลายคนที่อยู่ในที่นี้ เหมือนกับนักการเมืองหลายท่าน นักวิชาการ นักกิจกรรมหลายท่าน ถูกทหารเรียกเข้าไปกินกาแฟเพื่อปรับทัศนคติกัน ผมไม่รู้ว่าสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ วิธีแบบนี้เหมือนกันหรือไม่ อย่างไร ก็เรียนถามท่านตรงนี้ว่าท่านอาศัยอํานาจตามกฎหมาย ข้อไหนครับ เชิญไปพูดคุยกัน
ในท้ายที่สุดผมว่าเรื่องนี้สําคัญนะครับ การอภิปรายครั้งที่แล้วผมก็ได้พูดถึง เหมือนกันคือวิจารณ์คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าผมถามท่านตรงนี้ท่านก็คงลุกขึ้นมา ตอบว่าทําได้ เพราะว่าท่านก็เขียนเอาไว้ชัดว่าทําได้ เพียงแต่ว่าวิจารณ์อย่างไรอย่าให้เข้า ขอบเขตละเมิดอํานาจ ซึ่งท่านเขียนเอาไว้แล้วในข้อกําหนดในข้อ ๑๐ ว่าจะต้องวิจารณ์ ในลักษณะอย่างไร ปัญหาก็เปึนอย่างนี้ครับ คือพอเขียนแบบนี้ถามว่าใครเปึนคนบอกว่า อย่างไรเรียกว่าบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย อย่างไรเรียกว่าไม่สุจริต อย่างไรเรียกว่า หยาบคาย เสียดสี ปลุกปัืน ยุยง อาฆาตมาดร้าย เกิดสมมุติว่าบุคคลคนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็เห็นว่ามันไม่ได้บิดเบือนอะไรเลย แล้วก็ใช้สิทธิโดยสุจริต ไม่ได้อาฆาตมาดร้าย ไม่ได้หยาบคาย แต่ในสายตาของพวกท่านเกิดมองว่าเรื่องนี้เข้าข่าย แล้วก็เปึน พวกท่านเองที่จะเปึนผู้ริเริ่มคดี เปึนพวกท่านเองที่จะเรียกเชิญไปนั่งพูดคุยกัน เปึนพวกท่านเอง ที่จะริเริ่มดําเนินคดีและสั่งลงโทษ ปัญหาคือว่าแล้วหลักประกันของบุคคลที่จะใช้เสรีภาพ ในการวิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอยู่ที่ไหน เมื่อมันไม่ชัดเจนแบบนี้มันก็จะ เข้าสู่ระบบเดิมคือแต่ละคนก็จะเซ็นเซอร์ (Sensor) เอาไว้ก่อน เซ็นเซอร์ (Sensor) ตนเอง เอาไว้ก่อนไม่ต้องอื่นไกลเลยครับ วันนี้มีคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก็มีการแชร์ (Share) กันเต็มเลยให้ระวังนะข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญ พอเห็นอย่างนี้เข้าต่อไป ๆ ก็แทบจะไม่เหลือใคร ที่กล้าวิจารณ์คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในแง่หนึ่งการวิจารณ์คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เปึนประโยชน์ต่อตัวศาลรัฐธรรมนูญและตัวสํานักงานเพื่อจะพัฒนาปรับปรุงคําวินิจฉัยต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธานพูดถึงเรื่องงานวิจัย พอดีผมมีอาชีพเปึนนักวิชาการมาก่อน มาอยู่ในทางการเมืองก็พยายามจะเอาเรื่องวิชาการมาเข้าในแวดวงการเมือง ผมก็เลยเป่ด ไปดูเรื่องงานวิจัยในแผนของท่านซึ่งท่านสรุปมาอยู่ในรายงานชิ้นนี้เรื่องงานวิจัย ถือว่าเปึน เรื่องหลักในโครงการสนับสนุนการวิจัยของท่านในหน้า ๖๖ ผลการดําเนินงานด้านการวิจัย แล้วท่านก็อธิบายว่าเปึนยุทธศาสตร์แล้วก็ไปเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ด้วย สิ่งหนึ่งก็คือท่านพยายามอธิบายว่ายุทธศาสตร์ของศาลรัฐธรรมนูญที่วางเอาไว้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้อย่างไร ด้านหนึ่งอยู่ตรงนี้ครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในกลยุทธ์ที่ ๑.๑ ข้อมูลและงานวิจัยมีคุณภาพสามารถใช้สนับสนุนงานศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผมสรุปความให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่าในยุทธศาสตร์ที่พวกท่านวางกันเอาไว้คืองานวิจัยจะเปึน ตัวสนับสนุนช่วยทั้งศาลรัฐธรรมนูญและช่วยทั้งสํานักงาน นั่นหมายความว่างานวิจัยหลายชิ้น อาจจะส่งผลต่อการพัฒนาปรับปรุงหรือการวางแนวทางให้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการ ทําคําวินิจฉัยต่าง ๆ และในป้นี้มีการวิจัยอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องหนึ่งคือในเอกสารเล่มนี้ หน้า ๖๗ โครงการศึกษาวิจัยเรื่องศาลรัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกปัองตนเองได้ วงเล็บเปึนภาษาอังกฤษว่าซัสเทเนเบิล ดีมอคเครซี (Sustainable democracy) จริง ๆ ผมคุ้นเคยกับโครงการวิจัยนี้ดีครับ ตอนที่ท่านเป่ดป่ด เป่ดให้นักวิชาการเสนอตอนนั้นผมยัง เปึนอาจารย์ประจําอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ เห็นโครงการนี้ก็เล็งเอาไว้อยู่ครับว่าอยากจะขอทํา เพราะผมสนใจเรื่องนี้มาโดยตลอด แล้วก็คุมวิทยานิพนธ์นักศึกษาหลายคนด้วยเรื่องนี้นะครับ เรียนตรงนี้ให้ทําความเข้าใจนิดหนึ่ง จริง ๆ ท่านตั้งชื่อภาษาอังกฤษผิดครับ คําว่าประชาธิปไตย ที่ปกปัองตนเอง ไม่ใช้คําว่าซัสเทเนเบิล ดีมอคเครซี (Sustainable democracy) ซัสเทเนเบิล (Sustainable) แปลว่ายั่งยืน คํานี้ในทางทฤษฎีที่เราร่ําเราเรียนกันคือมิลิแทนต์ ดีมอคเครซี (Militant Democracy) ต้นกําเนิดคือโพรเฟสเซอร์ (Professor) ศาสตราจารย์รัฐธรรมนูญ ชาวเยอรมนี ชื่อ คาร์ล ลาเวนสไตล์ เขาคิดไอเดีย (Idea) นี้ขึ้นมา ก็เสียดายท่านตั้งชื่อ โครงการนี้ผิด ไปใช้คําว่า ซัสเทเนเบิล ดีมอคเครซี (Sustainable Democracy) นะครับ มิลิแทนต์ ดีมอคเครซี (Militant Democracy) หรือที่แปลเปึนภาษาไทยกันว่าประชาธิปไตย แบบปกปัองตนเองคืออะไร นั่นก็คือระบอบประชาธิปไตยเราประกันเสรีภาพในการแสดงออก ให้กับบุคคล ทีนี้เกิดเราประกันเสรีภาพให้กับบุคคลในการแสดงออกต่าง ๆ แสดงออกไป แสดงออกมา ใช้เสรีภาพไปใช้เสรีภาพมา กลับมาทําลายรัฐธรรมนูญเสียเอง ทําลายระบอบ ประชาธิปไตยเสียเอง นั่นกลายเปึนว่าประชาธิปไตยเป่ดทางให้คนมาทําลายประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่มีโอกาสปัองกันตัวเองเลยครับ คาร์ล ลาเวนสไตล์ ก็เห็นบทเรียนจากฮิตเลอร์ ในสมัยนาซีที่เยอรมนีก็เลยคิดไอเดีย (Idea) นี้ขึ้นมาว่าเราเปึนดีมอคเครซี (Democracy) ก็จริง ประกันเสรีภาพก็จริง แต่เราต้องปัองกันตัวเองด้วยนะครับ ก็เลยคิดไอเดีย (Idea) ที่ว่า ถ้าหากมีใครใช้เสรีภาพไปในทิศทางที่ทําลายระบอบ ทําลายรัฐธรรมนูญ การใช้เสรีภาพนั้น จะใช้ไม่ได้ นี่ล่ะครับเปึนที่มาของรัฐธรรมนูญเยอรมันที่เขียนเอาไว้แล้วก็บอกว่าถ้ามีใคร พบเห็นว่ามีการใช้เสรีภาพและเปึนการล้มล้างการปกครองต้องนําเรื่องไปส่งอัยการ และอัยการก็ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เสร็จแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีคําสั่งห้ามการกระทํานั้น ประเทศไทยของเราตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เอาความคิดมิลิแทนต์ ดีมอคเครซี (Militant Democracy) ซึ่งต้นกําเนิดมาจากเยอรมนีเอามาใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ตั้งแต่ มาตรา ๖๓ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มาใช้ในมาตรา ๖๘ และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ ในมาตรา ๔๙ ในโครงการวิจัยชิ้นนี้ท่านก็เขียนเองนะครับ บอกว่าอยากจะให้มาศึกษา เรื่องความสําเร็จและความล้มเหลวทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ผมก็ตามไปค้นดูว่า งานชิ้นนี้เสร็จออกมาแล้วหรือยัง ก็สอบถามเพื่อน ๆ ที่อยู่ในคณะวิจัยชิ้นนี้ เปึนอาจารย์ เพื่อนร่วมคณะกับผมในอดีตหลายท่านอยู่ในชุดวิจัยชิ้นนี้ ก็ไปถามเขา เขาบอกว่าใกล้จะส่งแล้ว ยังไม่ได้ส่งนะครับ แต่ก็ได้พูดคุยว่าความคิดของตัวคณะผู้วิจัยมีความคิดเรื่องนี้อย่างไร ผมก็อยากรอให้ฉบับนี้เผยแพร่จริง ๆ เพราะว่าพูดหลากหลายประเทศมาก น่าสนใจมาก
ทีนี้เปึนอย่างนี้ครับ ผมหวังว่ารายงานฉบับนี้ออกมาจะช่วยให้ศาลรัฐธรรมนูญ ในการวินิจฉัยให้เปึนไปตามทฤษฎีเรื่องมิลิแทนต์ ดีมอคเครซี (Militant Democracy) อย่างแท้จริง เพราะอะไรทราบไหมครับ เพราะว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ใช้ตอนนี้ ยังไม่มีคดีอะไรที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้มาตรา ๔๙ ตัดสินเพื่อบอกว่าใครใช้เสรีภาพเปึนการล้มล้าง แต่มันมีอยู่คดีที่ไปจ่อปากประตูท่านแล้วคือคดีของพรรคผมนะครับ คือมีบุคคลไปร้องว่า พรรคของผมใช้เสรีภาพในการล้มล้างการปกครองนะครับ ก็อยากจะฝากท่านหวังว่างานวิจัย ชิ้นนี้จะช่วยสนับสนุนในการทํางานว่าควรจะตีความมาตรา ๔๙ เรื่องมิลิแทนต์ ดีมอคเครซี (Militant Democracy) อย่าเกินเลย อย่ากว้างขวางจนเกินไป เดี๋ยวมันจะไม่สมเจตนารมณ์ มันจะกลายเปึนเรื่องตลกที่สุดที่บุคคลกลุ่มหนึ่งรณรงค์ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาลงสู่ในทาง การเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข แต่กําลังจะ ถูกร้องโดยช่องทางนี้นะครับ ในขณะที่ผู้ใช้อํานาจปัจจุบันทํารัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ทั้งฉบับไม่โดนอะไรเลย มันจะกลายเปึนเรื่องย้อนแย้งที่สุด และมันจะกลายเปึนบทพิสูจน์ว่า ในท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะกลายเปึนคนพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือในท้ายที่สุดเปึน คนยอมรับรัฐประหารกันแน่นะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ หวังว่างานวิจัยชิ้นนี้ ถ้าออกมาจะช่วยศาลรัฐธรรมนูญได้
งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งครับ ซึ่งผมคิดว่าอยากจะเสนอแนะผ่านไปทางท่านเลย เพื่อจะเปึนประโยชน์ต่อการทํางานของท่านในป้นี้และป้ถัด ๆ ไป ผมไม่แน่ใจว่าท่านเป่ด โครงการวิจัยเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง แต่อยากจะเสนอท่านว่าถ้ายังมีงบประมาณพอเหลือสําหรับป้นี้หรือป้หน้า อยากจะเสนอแนะ ให้ท่านเป่ดโครงการวิจัยศึกษาเรื่องลักษณะต้องห้ามของ ส.ส. ตามมาตรา ๙๘ (๓) ตอนนี้ เปึนปัญหาใหญ่จริง ๆ เมื่อเช้าท่านตัดสินไปแล้วก็ไม่เปึนอะไร จบแล้วจบกัน แต่เปึนปัญหาใหญ่ จริง ๆ ครับว่า ในท้ายที่สุดแล้วเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๓) ซึ่งก็ไปล้อมาจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่นล่ะ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนครั้งแรกที่บอกว่า ส.ส. ห้ามถือหุ้นสื่อ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ เข้มข้นกว่าเดิมห้ามตั้งแต่เปึนผู้สมัครเลย ผู้สมัครห้ามถือหุ้นสื่อ แต่ตอนนี้ปัญหามันเกิดขึ้นว่าแนวทางจะอยู่ตรงไหน คือศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไปวินิจฉัย เอาไว้บอกว่าดูแค่บริคณห์สนธิ บริษัทนั้นจะประกอบกิจการสื่อจริง ไม่จริงไม่รู้ ดูบริคณห์สนธิ เปึนอันจบกัน แต่แนวของศาลรัฐธรรมนูญดูเหมือนว่าจะไม่ได้ดูแค่บริคณห์สนธิ แต่จะดู งบการเงิน ดูกิจกรรมอื่น ๆ ประกอบด้วยว่าทําสื่อจริงหรือไม่ อันนี้เปึนแนวที่ศาลรัฐธรรมนูญ วางไว้ ดังนั้นตอนนี้มันเลยลักลั่นกันแล้วมันทําให้พวกผมซึ่งเปึนผู้แทนราษฎรตอนนี้ ใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไม่รู้ว่าสุดท้ายแนวศาลรัฐธรรมนูญจะออกอย่างไร มีทั้งซีกรัฐบาล ทั้งซีกฝ์ายค้าน ส.ว. ก็มีนะครับ ร่วม ๑๐๐ คนไปคาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีงานวิจัยชิ้นนี้ออกมา แล้ววิเคราะห์กันให้ถูกต้องว่าเจตนารมณ์ของมาตรานี้อยู่ตรงไหนกันแน่ ตกลงเราต้องการ ปัองกันไม่ให้นักการเมืองครอบงําสื่อใช่หรือไม่ หรือเราจะเอารัฐธรรมนูญมาตรานี้มาใช้จับผิดกัน ถ้าเราต้องการปัองกันในการครอบงําสื่อจริง ๆ ทีนี้มันก็จะเกิดปัญหาตามมาว่าแล้วทําไม ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรีที่มีแค่บริคณห์สนธิถึงถูกร้อง แต่มี ส.ส. บางท่านที่ไม่มีเรื่องพวกนี้เลย แต่มีคู่สมรสที่เปึนผู้ถือหุ้นสื่อ เปึนผู้บริหารสื่อ แบบนี้อย่างไหนเรียกว่าครอบงําสื่อกว่ากัน ตกลงแล้ว มาตรา ๙๘ (๓) เจตนารมณ์อยู่ตรงไหน อยากจะเสนอให้สํานักงานช่วยเป่ด โครงวิจัยอันนี้ให้นักวิชาการมานั่งวิเคราะห์กัน ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับท่านประธาน
สุดท้ายเรื่องประชาสัมพันธ์ครับ รายงานศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้พูดถึง เรื่องประชาสัมพันธ์เหมือนกัน ประชาสัมพันธ์ก็จะมีเอกสารต่าง ๆ เต็มไปหมด เรียนจริง ๆ ว่า ตอนนี้เราจะมีข่าวสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมาทุกครั้งในวันพุธที่ท่านตุลาการประชุม พอท่านตุลาการประชุมกันก็จะมีข่าวสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญออกมา ข่าวสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญก็มีเลขลงวันที่ด้วย เลขลําดับหนังสือด้วย ทีนี้แต่ละครั้งที่ออกมาส่วนใหญ่ก็จะ มีเล่าสั้น ๆ ว่ามีมติเปึนอย่างนั้น มีมติเปึนอย่างนี้ ถ้าเปึนไปได้ควรจะต้องขยายอธิบายเหตุผล โดยย่อเสียหน่อย อย่างน้อยที่สุดประชาชนรอฟังอยู่ว่าจะตัดสินอย่างไร เพราะที่ผมไปร่ําไปเรียน มาจากหลากหลายประเทศ เวลาศาลประชุมกันลงมติกันเรียบร้อย อ่านคําวินิจฉัยแล้ว คําวินิจฉัยมันต้องออกเลย ไม่มีการทิ้งช่วงนานขนาดนี้ อันนี้ก็ฝากท่านด้วย ฝากทางสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญไปพิจารณาและนําเสนอคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย หวังว่าข้อเสนอ ของผมจะเปึนประโยชน์ แล้วเดี๋ยวรายงานฉบับป้หน้าคงได้เจอกัน แล้วผมก็ประสงค์อยากจะ พบท่านในสภาแห่งนี้ ยังไม่อยากพบท่านในศาลรัฐธรรมนูญ หวังว่าคดีคงจะไม่มีอะไรเพิ่มอีก ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ อนุญาตให้ท่านชี้แจงประเด็นที่พาดพิงได้ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาให้ข้อสังเกตและคําแนะนํา ซึ่งล้วนเปึนประโยชน์ในการดําเนินงานของศาลและ การอํานวยประโยชน์ให้กับประชาชนในหลายกรณี
อย่างกรณีแรกที่ท่านชํานาญ จันทร์เรือง ได้กรุณาให้คําแนะนําว่าศาลไม่ควร พิจารณาคดีเกินคําขอ ซึ่งก็เปึนหลักการที่ตรงกับสิ่งที่ศาลได้ปฏิบัติอยู่ ตัวอย่างที่ท่านเข้าใจ ว่าเปึนการพิจารณาเกินคําขอในเรื่องนั้นเปึนคําสั่งของศาลที่บอกว่า การกระทําทางรัฐบาลนั้น ไม่อยู่ในการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด อันนี้ก็เปึนหลักการตามกฎหมาย หลักการของนิติรัฐ นิติธรรมโดยทั่วไป แล้วอีกประการหนึ่งที่ท่านบอกว่า คําวินิจฉัยกับคําสั่งนั้น ต่างกันก็เปึนความจริงเช่นกัน อย่างกรณีที่ท่านยกตัวอย่างนั้นถือว่าเปึนคําสั่ง ไม่ใช่คําวินิจฉัย สิ่งที่ท่านได้กรุณาแยกแยะนั้นประชาชนทั่วไปก็มีความเข้าใจโดยทั่วกันดีตั้งแต่ศาลดําเนิน กิจการมาตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ ก็ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ครับว่าคําสั่งกับคําวินิจฉัยนั้นเปึนเรื่องเดียวกัน ฉะนั้นก็ถือว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็เข้าใจตรงกับท่านว่าคําสั่งกับคําวินิจฉัยนั้นเปึนเรื่องที่ต่างกัน ก็ขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างสูงที่ท่านได้กรุณาให้ข้อสังเกตที่เปึนประโยชน์แล้วก็ตรงกับ สิ่งที่ศาลได้ปฏิบัติอยู่นะครับ
ในส่วนของท่านรังสิมันต์ โรม ท่านก็เปึนห่วงประชาชนในกรณีของ คําสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ของ คสช. และเปึนกรณีที่เผอิญว่าศาลไม่รับไว้พิจารณาก็เพราะว่าคําสั่งนั้น ได้ยกเลิกไปก่อนที่ศาลจะได้มีการวินิจฉัย เมื่อไม่มีเหตุให้ต้องวินิจฉัย ไม่มีวัตถุแห่งคดี ศาลก็ต้องยกไป อันนี้ก็เปึนข้อเท็จจริงที่เปึนประโยชน์กับประชาชนเหมือนกันนะครับว่า คําสั่งนี้ไม่ได้มีการบังคับใช้ให้เปึนคุณเปึนโทษใด ๆ กับประชาชนอีกต่อไป แม้ว่าศาลจะไม่มี คําวินิจฉัยก็ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนเช่นกัน
อีกประการหนึ่งท่านเปึนห่วงว่าศาลกับ คสช. นั้นเปึนมรดกตกทอดกันมา เปึนการรับใช้ คสช. นั้นในข้อเท็จจริงจะเห็นนะครับว่าทุกภารกิจที่ศาลดําเนินการในหน้าที่ และอํานาจของศาลนั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญทุกบททุกมาตราที่ให้อํานาจกับศาลไว้ และไม่มีส่วนไหนที่ศาลหยิบยกเอาอํานาจหรือความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ คสช. มาใช้ในการ พิจารณาคดีของศาลแต่ประการใด อันนี้ความกังวลห่วงใยของท่านก็น่าจะเปึนความรู้สึก ที่คิดว่าศาลจะไปเกี่ยวข้อง แต่ว่าข้อเท็จจริงไม่ได้มีการเกี่ยวข้อง
และอีกประการหนึ่งกรณีของรัฐธรรมนูญไม่ว่ามาตรา ๒๑๓ ตามรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันหรือมาตรา ๒๑๒ ตามรัฐธรรมนูญในอดีตนั้นมีความคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ในบทบัญญัติมาตรา ๒๑๓ ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าหลักเกณฑ์ วิธีการให้เปึนไปตามกฎหมาย วิธีพิจารณาของศาล และกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลก็เปึนกฎหมายที่ผ่านกระบวนการ พิจารณาจากองค์กรนิติบัญญัติเช่นกัน เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ผ่าน การทําประชามติจากประชาชน เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็คิดว่าเมื่อรัฐธรรมนูญส่งหลักการ และวิธีการในการปฏิบัติไปสู่กฎหมายวิธีพิจารณาและกฎหมายวิธีพิจารณาก็รับเอาหลักการนั้น มาจากรัฐธรรมนูญมาดําเนินการต่ออีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้นทุกอย่างมันก็เปึนเรื่องของการสอดรับ กับหลักการของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน
อีกประการหนึ่งที่ท่านเปึนห่วงว่าในการทํางานของศาลในอนาคตจะเปึน การทํางานที่รับใช้องค์กร คสช. นั้นความจริงแล้วในปัจจุบันก็ไม่มีอยู่แล้ว คสช. เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ไม่น่าจะเปึนห่วงเกี่ยวกับอนาคตในเรื่องนี้เช่นเดียวกันครับ
ในประเด็นของท่านอาจารย์ป่ยบุตรท่านก็ได้หยิบยกในหลายประเด็นซึ่งส่วนใหญ่ เปึนเรื่องทางวิชาการ กรณีของการละเมิดอํานาจศาลก็เปึนที่ทราบดีว่าท่านมีความติดอกติดใจ ในเรื่องนี้มาทุกครั้งที่เวลาสํานักงานมารายงานเกี่ยวกับผลการดําเนินของศาลแล้วท่านก็ได้ ยกประเด็นนี้มาให้ข้อสังเกตรวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ในความห่วงใยว่ากฎหมายละเมิดอํานาจศาลนั้น จะทําให้ศาลใช้อํานาจเกินขอบเขต หรือจะทําให้ไปก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพทางวิชาการของ ประชาชนนั้น ในทางปฏิบัติท่านจะเห็นนะครับว่ากฎหมายนี้ได้วางหลักไว้เคร่งครัดว่าให้ใช้ ในกรณีที่จําเปึนตามเหตุตามควร ไม่ได้ใช้ตามที่ศาลจะไปใช้ตามอําเภอใจแต่ประการใด ซึ่งตรงนี้ศาลจะใช้หรือไม่ใช้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเหตุที่จะทําให้ศาลต้องใช้หรือไม่ใช้ แล้วการใช้นั้น ต้องใช้ตามองค์ประกอบที่กฎหมายได้กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ไม่น่าห่วงใย แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ในการที่จะให้ความกระจ่างในการที่จะพูดถึงที่มาของการมีกฎหมายคุ้มครอง การละเมิดอํานาจศาลนะครับ ก็เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าศาลนั้นเปึนองค์กรที่ทําหน้าที่ ในการระงับและเยียวยาปัญหาพิพาทตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นการคุ้มครองการละเมิด อํานาจศาลแท้ที่จริงแล้วเปึนการคุ้มครองต่อการเคารพกฎหมายนะครับ ขณะเดียวกัน ก็เปึนการคุ้มครองต่อคุณธรรมของกฎหมายที่ศาลใช้ในการประสาทความยุติธรรมให้กับ ประชาชน เพราะฉะนั้นการคุ้มครองตรงนี้ไม่ได้เปึนการคุ้มครองตุลาการหรือคุ้มครองตัวศาล แต่คุ้มครองกระบวนการในการอํานวยความยุติธรรมของศาล ซึ่งเปึนการเคารพต่อกฎหมาย คุ้มครองต่อกฎหมายอย่างที่ผมกราบเรียนครับ
ในประเด็นอีกอันหนึ่งที่ท่านได้กรุณายกมาเปึนข้อแนะนํา ซึ่งก็เปึนประโยชน์ อย่างยิ่งเรื่องงานวิจัยเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่ปกปัองตัวเองได้ครับ ซึ่งตรงนี้ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ประเด็นที่จะเปึนเงื่อนไขในการทํางานวิจัยชิ้นนี้ เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษจะไม่มีผล ต่อการบิดเบือนหรือเปลี่ยนแปลงแนวทางการวิจัยตามหลักการของประชาธิปไตยที่ปกปัอง ตัวเองได้ กราบเรียนว่าการแปลถ้อยคํานี้เปึนการแปลที่ข้ามการให้ความหมายตามถ้อยคํา แต่เปึนการแปลตามความมุ่งหมายของเนื้อเรื่องหรือคอนเซ็ปต์ (Concept) ของเรื่อง หรือแนวความคิดของเรื่อง และเปึนการแปลที่เอาคุณค่าอันพึงประสงค์ของประชาธิปไตย ที่ปกปัองตัวเองได้มาเปึนความหมายในภาษาอังกฤษเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเชิงของปรัชญา ของเรื่องนี้มากกว่าความเข้าใจในเรื่องของไวยากรณ์ทางภาษาครับ ก็ขอกราบเรียนว่าตรงนี้ ท่านสบายใจได้ว่าในการดําเนินงานเรื่องนี้จะไม่ทําให้เสียผลในการที่จะทําให้แนวคิดเรื่อง การวิจัยนั้นเปลี่ยนแปลงไป หรือเสียประโยชน์อันควรที่พึงจะได้ ก็คงจะมีหลัก ๆ เท่านี้ครับ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณเปึนอย่างสูงที่ได้กรุณาให้ข้อสังเกตและคําแนะนําที่มีคุณค่า แล้วก็จะได้เปึนประโยชน์ต่อท่านสาธารณชนที่ได้รับฟังในเรื่องนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ
ขออนุญาตนิดเดียวท่านประธาน คือแค่แก้ไขข้อความให้ถูกต้อง ผม นายรังสิมันต์ โรม คือที่ผมพยายามสื่อสารกับท่าน ท่านอาจจะเข้าใจผมผิดไปนิดหนึ่งว่าที่ผมยกมาตรา ๒๑๓ ของรัฐธรรมนูญ ผมยกมา ในความหมายว่าช่วงตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ ๖ เมษายน จนถึงก่อนที่เราจะ มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่รับ วินิจฉัยกรณีที่ประชาชนเขาไปร้องว่าตัว คําสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ มันขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านก็ไปตีความขยาย ผมไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน ซึ่งวันนี้เราไม่มี คําสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ในข้อ ๑๒ แล้วนะครับ ท่านอาจจะเข้าใจผิดไป ความหมายผมแค่ในช่วงก่อนหน้านี้ระหว่าง ที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้จนถึงก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เท่านั้นเอง ขอแก้ไขข้อความแค่นั้นเองขอบคุณครับ
ผมขอขอบคุณ ทางฝ์ายศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตว่ารับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๖๑ ศาลรัฐธรรมนูญ อาจารย์พอแล้วครับ ผมขอรับทราบครับ
ขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับ มีคําถามหนึ่งที่ทางสํานักงานยังไม่ได้ตอบผม ขออนุญาตนิดเดียวจริง ๆ ท่านประธานครับ ผม ป่ยบุตร แสงกนกกุล ผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ ขอรบกวน เวลาสภาแห่งนี้นิดเดียวเท่านั้น คือมีคําถามหนึ่งที่ผมเรียนถามสํานักงานว่าตกลงแล้ว การเรียกเชิญอาจารย์โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ และคุณยุทธเลิศ สิปปภาค ไป มันใช้กฎหมายอะไร หรือเปึนแนวทางปฏิบัติ คือเรื่องนี้จะได้รู้ต่อไปว่าถ้ามีใครวิพากษ์วิจารณ์อะไร ท่านจะใช้ระบบ การเรียกมาคุยกันก่อน แล้วทีนี้ท่านใช้อํานาจตามกฎหมายอะไรในการเรียก ขอบคุณครับ
ท่านจะตอบไหมครับ เชิญนะครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ทางสํานักงานได้มีหนังสือเรียนเชิญ แล้วก็ให้มีการรวบรวมข้อเท็จจริงจากผู้ที่มีการกระทําที่สงสัยว่าจะละเมิดอํานาจศาล หรือไม่นั้น เปึนการดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของศาลและสํานักงาน ซึ่งสํานักงาน มีหน้าที่ในการรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการละเมิดการกระทําอันเปึนการละเมิดอํานาจศาล ให้ศาลพิจารณา เพราะในชั้นของการเชิญมาสอบถามนั้นก็เพื่อประมวลข้อเท็จจริงจากผู้ที่มี การแสดงความเห็น ซึ่งเปึนการกระทําผ่านทางสื่อโซเชียล (Social) ให้เปึนที่ยืนยันว่า ใช่ข้อเท็จจริงตามที่ผู้ถูกอ้างชื่อนั้นกระทําด้วยตัวเองจริงหรือไม่ เพื่อนําข้อเท็จจริงเหล่านี้ ไปสู่การพิจารณาของศาล แล้วก็ศาลได้พิจารณาวินิจฉัยเปึนที่เรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็ไม่ได้ มีการลงโทษแต่ประการใด ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เรารับทราบ ๒.๔ ผมเรียนไว้แล้วว่า ๒.๕ นั้น เรารับทราบโดยไม่มีการอภิปรายเปึนเรื่องปกติ ที่วุฒิสภาได้รายงานว่าได้ผ่านอะไรไปบ้าง ซึ่งของเราก็ได้ผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ผมขออนุญาตไป
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
รายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เรื่องนี้ก็จําเปึนต้องบรรจุ เพราะว่าสมาชิกเอง ก็ปรารภว่าเปึนเรื่องสําคัญ เมื่อเสร็จแล้วก็ขอให้สภาบรรจุ และเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่การทําเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกระดับประเทศไทยเปึนครัวของโลก อย่างสมภาคภูมิ สําหรับกําหนดกรอบการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดําเนินการประชุมพิจารณาศึกษาทั้งหมดจํานวน ๑๓ ครั้ง เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง สามารถแยกออกได้ ๘ กลุ่ม คือ กลุ่มองค์กร นอกภาครัฐ กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านนโยบาย กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานด้านกฎหมาย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ด้านการทําเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๔ ครั้ง คือ ๑. ศึกษาดูงานเรื่องแนวทางการบริหารจัดการการนําเข้าสินค้าเกษตรเพื่อปัองกันสารพิษ ตกค้าง ณ ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย ศึกษาดูงานเรื่องแนวทางการบริหารจัดการสินค้า เกษตรที่จําหน่ายในตลาดค้าส่งให้ปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง และแนวทางการบริหารจัดการ แปลงเกษตรปลอดภัย ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี โรงเรียนทหารการสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดนครนายก ภายในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สวนสายศร อําเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษละโว้ธานี จังหวัดลพบุรี ศึกษาดูงาน เรื่องปัญหาการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรมแบบยั่งยืน บ้านหนองบัวคําแสนใต้ ตําบลด่านช้าง อําเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลําภู และศึกษาดูงาน เรื่องแนวทางการส่งเสริมและจัดจําหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะป่ กรุงเทพมหานคร จากการที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดําเนินการศึกษาข้อมูลเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีสารพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เพื่อเสนอแนะแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหา สารเคมีกําจัดศัตรูพืชอย่างเปึนระบบและเพื่อนําเสนอนโยบายมาตรการและข้อเสนอด้าน กฎหมายต่อรัฐบาลและรัฐสภา พบผลกระทบจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชภายในประเทศ และผลกระทบจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชจากภายนอกประเทศที่ประเทศไทยนําเข้า สินค้าเกษตร ดังนี้
๑. ผลกระทบจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชภายในประเทศ ปัญหาที่เกิดจาก การใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชเปึนปัญหาใหญ่ระดับประเทศและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยตรง ซึ่งประชาชนที่ประสบกับปัญหาดังกล่าวได้เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกลไกทางด้านนิติบัญญัติเร่งรัดแก้ไขปัญหาข้างต้น โดยเฉพาะในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ได้มีกระแสเรียกร้องให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ๓ ชนิดคือ พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งมีการ นําเข้าคิดเปึนมูลค่าเฉลี่ย ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ หรือคิดเปึนสัดส่วน ประมาณร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าการนําเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรทั้งหมดในป้ ๒๕๖๐ และป้ ๒๕๖๑ โดยพบว่ามีหลายหน่วยงานที่ได้มีการแสดงจุดยืนเพื่อขอให้ยกเลิกการใช้สารเคมี ทั้ง ๓ ชนิด อาทิ แถลงการณ์ร่วมของแพทยสภาและสภาเภสัชกรรม แถลงการณ์ของสมาคม วิชาชีพสาธารณสุข แถลงการณ์ของชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย แถลงการณ์ชมรมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย และหนังสือประธานสภาเกษตรกร แห่งชาติถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้จากการเดินทางไปศึกษา ดูงาน ณ จังหวัดหนองบัวลําภูยังพบข้อมูลว่าประเทศไทยมีอัตราป์วยด้วยโรคเนื้อเน่า จํานวน ๓๑.๔๖ ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากรในป้ ๒๕๖๑ มีอัตราจํานวนผู้ป์วยสูงในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจังหวัดที่มีอัตราป์วยสูงสุด ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดหนองบัวลําภู และพบจํานวน ผู้ป์วยสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเปึนช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูก นอกจากนี้ยังพบว่าในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลําภูมีผู้ป์วยด้วยโรคเนื้อเน่าในป้ ๒๕๖๒ มากถึง ๒๒๙ ราย ซึ่งคิดเปึนอัตราป์วยโรคเนื้อเน่าที่สูงกว่าอัตราป์วยโรคเนื้อเน่าของทั้งประเทศ
๒. ผลกระทบจากการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชจากภายนอกประเทศ จากการศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ณ ด่านพรมแดนเชียงของ สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาวแห่งที่ ๔ อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และที่ตลาดไทจังหวัดปทุมธานี คณะกรรมาธิการพบว่าอันตรายจากสารเคมีกําจัดศัตรูพืชไม่ได้มีอยู่เพียงภายในประเทศ เท่านั้น แต่ตกค้างอยู่ในสินค้าเกษตรที่ได้นําเข้ามาจําหน่ายให้กับประชาชนในประเทศด้วย ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงได้ตั้งสมมุติฐานว่า ผักและผลไม้ที่นําเข้ามีสารเคมีปนเปุ๋อน เกินค่ามาตรฐานหรือไม่ โดยได้ข้อค้นพบสําคัญว่าประเทศไทยได้นําเข้าผักและผลไม้ จากสาธารณรัฐประชาชนจีนป้ละกว่า ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่การสุ่มตรวจสารเคมีปนเปุ๋อน หละหลวมอย่างยิ่ง ไม่ได้มาตรฐานอย่างมาก ไม่มีห้องปฏิบัติการแม้แต่ห้องเดียว ตามด่านชายแดน ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้นําตัวอย่างผักและผลไม้บางชนิดจํานวน ๓๐ ตัวอย่างจากด่านพรมแดนเชียงของและตลาดไทไปตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์สารพิษ ตกค้างในห้องปฏิบัติการในทวีปยุโรป ซึ่งน่ากังวลเปึนอย่างมากที่คณะกรรมาธิการ ได้รับแจ้งว่า จากจํานวน ๑๕ ตัวอย่างที่ได้ทราบผลแล้ว พบว่ามีจํานวนถึง ๑๓ ตัวอย่าง ที่พบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา ในภาพรวม คณะกรรมาธิการได้กําหนดแนวทางปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่เกษตรอินทรีย์ โดยคณะกรรมาธิการได้นําเสนอแนวทางไว้ ดังนี้
๑. เพิ่มและขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยให้ได้ร้อยละ ๑๐๐ ในป้ ๒๕๗๓ ซึ่งสอดคล้องกับป้เปัาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
๒. ตั้งเปัาหมายลดการตกค้างของสารเคมีกําจัดศัตรูพืชให้เปึนศูนย์ภายใน ป้ ๒๕๗๓
๓. การสร้างเครื่องมือและปฏิบัติการทางนโยบายที่จะนําไปสู่การบรรลุเปัาหมาย คือการยกเลิกและจํากัดการใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง การจัดทําระบบ เฝัาระวังสารพิษตกค้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สอดประสานกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การใช้มาตรการทางภาษี โดยยกระดับให้มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนําเข้าสารเคมี กําจัดศัตรูพืช เช่นเดียวกับการเก็บภาษีทั่วไป หรือเพิ่มระดับภาษีของสารเคมีกําจัดศัตรูพืช ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระดับสูง การสนับสนุนงบประมาณและส่งเสริม ด้านการตลาดเพื่อเกษตรอินทรีย์และเกษตรกรรมยั่งยืน การสนับสนุนนวัตกรรมที่ไม่ใช้ สารเคมีกําจัดศัตรูพืช ประกอบด้วยการเพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีกําจัดศัตรูพืช การใช้ เครื่องจักรการเกษตรจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ระบบอะกรีคัลเชอร์ ดิจิทัล มาร์เกตติง (Agriculture digital marketing) ในระบบการเกษตรของไทย
๔. การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่จําเปึนคือ ปรับปรุงพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อแยกการควบคุมกํากับดูแลสารเคมีกําจัดศัตรูพืชในภาคการเกษตร ออกจากสารเคมีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยแยกการทํางานของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ทางด้านการเกษตรออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายของกระทรวงอุตสาหกรรม ผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน พ.ศ. .... และผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยจากการใช้สารปัองกันและกําจัดศัตรูพืช พ.ศ. ....
ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการขอเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เน้นย้ําทิศทางการทํางานที่ให้ความสําคัญ กับชีวิตคนไทยไม่ให้ตายผ่อนส่ง เล็งเห็นว่าประโยชน์ในการรักษาชีวิตคนไทยสําคัญมากกว่า ประโยชน์อื่นใด และชีวิตเด็กทารกที่จะเกิดขึ้นมาเปึนกําลังสําคัญของชาติจะต้องได้รับ การปกปัอง ดังนั้นรัฐบาลจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องดําเนินการปกปัองสุขภาพและชีวิตประชาชน โดยเร่งด่วน ด้วยการยุติการใช้สารเคมีทั้ง ๓ ชนิดดังกล่าว และไม่ให้มีการทบทวนกลับมาใช้อีก ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการจะไม่เสนอความเห็นให้มีการใช้สารเคมีชนิดอื่นมาทดแทน แต่ควรทดแทนด้วยสารชีวภัณฑ์ เครื่องจักรกลการเกษตรที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการบริหารจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสมที่สามารถกําจัดวัชพืช แมลงศัตรูพืช และโรคพืชได้ รวมทั้งการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อย่างกว้างขวาง
๒. รัฐบาลควรพิจารณาประเด็นการดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง ๓ ชนิด โดยจัดให้มีกองทุนเยียวยาและดูแลเกษตรกร ในระยะเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้สามารถเพาะปลูกพืชตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ได้ทั้งกระบวนการ
๓. รัฐบาลควรกําหนดเกษตรอินทรีย์เปึนวาระแห่งชาติ จัดตั้งกองทุนพัฒนา เกษตรอินทรีย์ จัดตั้งกองทุนพัฒนาแหล่งน้ํา และระบบการกระจายน้ําระดับครัวเรือน จัดตั้งกองทุนเครื่องจักรกลการเกษตรและนวัตกรรม จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมากํากับดูแล และต้องกําหนดเปัาหมายที่ชัดเจนที่ท้าทายในการสร้างเครือข่ายการทําเกษตรอินทรีย์ให้ได้ ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้กรรมาธิการได้เชิญผู้แทนของกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทน ก.พ.ร. และผู้ว่าราชการจังหวัด ๑๑ จังหวัดภาคกลาง มาแสดงวิสัยทัศน์การจัดทําโครงการเกษตรอินทรีย์ โดยมีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ และ ก.พ.ร. กํากับในด้านนโยบายและตัวชี้วัด ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กระผม ได้กล่าวมานั้นยินดีให้ความร่วมมือ
๔. รัฐบาลควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิดของประชาชนทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้บริโภค เกษตรกร นักวิจัย อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ให้มีความตระหนักรู้ถึงอันตรายของสารเคมี กําจัดศัตรูพืช และความสําคัญของการบริโภคสินค้าเกษตรที่มาจากแปลงเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการทําเกษตรอินทรีย์
๕. รัฐบาลควรส่งเสริมการพัฒนาเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ และราคาถูก สามารถทํางานได้หลากหลายในเครื่องจักรกลเครื่องเดียว ทั้งการเพาะเมล็ด การโยนต้นกล้า การรดน้ํา การพ่นสารชีวภัณฑ์ และการเก็บเกี่ยวผลผลิต และควรส่งเสริม ให้นักศึกษาในพื้นที่สามารถผลิต ซ่อมแซม และบํารุงรักษาเครื่องจักรกลได้ รวมทั้งการส่งเสริม และพัฒนาให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
๖. รัฐบาลควรลดขั้นตอนและกําหนดหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสารชีวภัณฑ์ ให้สะดวกขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมจากสารชีวภัณฑ์ให้มากยิ่งขึ้น และยกเลิก การกําหนดให้สารชีวภัณฑ์เปึนวัตถุอันตรายที่ต้องขึ้นทะเบียน ซึ่งสร้างความเข้าใจที่ผิดพลาด ต่อเกษตรกรและประชาชนทั่วไป
๗. รัฐบาลต้องผลักดันให้มีตลาดรองรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร โดยอาจอยู่ในรูปตลาดเกษตรกรหรือการบริหารจัดการตลาดที่เกษตรกรมีส่วนร่วม
๘. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ควรพิจารณาจัดทําแผนส่งเสริมการเพาะปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสามารถตรวจสอบ ย้อนกลับได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อจําหน่ายในตลาด ค้าส่งขนาดใหญ่และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศดังที่ได้กราบเรียน ในเบื้องต้นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด สาธารณสุขจังหวัดจะต้องจับมือร่วมมือกัน ผลักดันโครงการเกษตรอินทรีย์
๙. อันตรายจากสารเคมีกําจัดศัตรูพืชไม่ได้จํากัดอยู่เพียงภายในประเทศ เท่านั้น แต่ยังตกค้างอยู่ในสินค้าเกษตรที่ได้มีการนําเข้ามาจําหน่ายให้กับประชาชน ในประเทศไทย โดยทะลุเข้ามาถึงตลาดสี่มุมเมือง ปัอนคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทันที ด้วยการจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อใช้ในการสร้างห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบสารพิษ ตกค้างในสินค้าเกษตรให้ครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตรที่นําเข้าจากด่านตรวจรอบประเทศ และผลิตผลทางการเกษตรภายในประเทศระดับกลุ่มจังหวัด และอําเภอ รวมทั้งต้องพัฒนา ระบบเฝัาระวังซึ่งทํางานร่วมกันในการตรวจสอบสารพิษที่มีประสิทธิภาพ สามารถแจ้งเตือน ส่งกลับหรือทําลายผลผลิต ผลิตภัณฑ์ที่พบการตกค้างเกินมาตรฐาน
๑๐. รัฐบาลควรกําหนดให้มีหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบส่งเสริมการวิจัย เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสมและถูกต้องในระยะ เปลี่ยนผ่านไปสู่การทําเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต พร้อมทั้งให้ความสําคัญ กับการให้ทุนงานวิจัยทางวิชาการเกษตรอินทรีย์แก่ทุกมหาวิทยาลัยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีข่าวที่น่ายินดีว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้คิดค้นสารชีวภัณฑ์ในการกําจัดวัชพืช ซึ่งคงจะได้ มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญขอให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณามีมติ ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารับไปดําเนินการตามข้อสังเกต และข้อเสนอแนะต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อเปึนการประหยัดเวลาของสภา จึงขออนุญาต เรียนว่ารายละเอียดผลการศึกษา บทสรุปผู้บริหาร ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ กรรมาธิการ ได้จัดทํารายงานเปึนรูปเล่มจํานวน ๒ เล่ม เล่มแรกเปึนรายงานการศึกษา เล่ม ๒ เปึนภาคผนวก ประกอบการจัดทํารายงานให้ท่านสมาชิกได้พิจารณาแล้ว ซึ่งกรรมาธิการพร้อมตอบคําถาม และข้อเสนอแนะของสมาชิกทุกท่านด้วยความยินดี ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายงาน ผลการศึกษาของกรรมาธิการครั้งนี้แม้จะใช้เวลาในการรายงานอันจํากัด แต่ผมไม่อาจข้าม ที่จะมีการนําเสนอนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งผู้คิดค้นผู้ประดิษฐ์เปึนคนไทย มีความรู้มีประสบการณ์ในการนํานักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชนะเลิศการแข่งขัน หุ่นยนต์ระดับโลกถึง ๔ ป้ซ้อน ท่านเปึนอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สําคัญท่านไม่หวงวิชา จะเผยแพร่ความรู้แก่สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะอาชีวศึกษา ทั่วประเทศ เพื่อนําองค์ความรู้ไปประยุกต์ผลิตเครื่องจักรกลจําหน่ายแก่เกษตรกร รวมทั้งบํารุงรักษา ในแต่ละจังหวัด จึงขออนุญาตท่านประธานที่จะเชิญอาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการได้นําเสนอข้อมูลนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในเวลา อันสมควร ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่อนุญาตให้ใช้คลิป (Clip) และวิดีโอ (Video) ด้วยครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ โดยที่กรรมาธิการมีข้อสังเกตนะครับ ซึ่งตามข้อบังคับนั้นก็ต้องให้สภานี้เห็นด้วยกับ ข้อสังเกตนั้น แต่ว่าตอนที่เราพิจารณาญัตติตอนแรกนั้น เราได้เป่ดให้มีการอภิปรายได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นในช่วงต่อไปนี้ที่สมาชิกขออภิปรายขอให้เราอยู่ในประเด็นที่กรรมาธิการ เขาศึกษามาโดยละเอียด แล้วขอได้กันเวลาไว้ ขณะนี้มีผู้เสนอขออภิปรายมา ๕ ท่าน ผมขอรบกวนพวกเราด้วยความเคารพ ขอท่านละไม่เกิน ๗ นาที ในส่วนที่กรรมาธิการศึกษามา ขอเริ่มด้วยคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอเชิญนะครับ
ขออนุญาตท่านประธาน
กรรมาธิการขอก่อนนะครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ขอที่ปรึกษากรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง ขอบพระคุณครับ
ได้ครับ
ขอบพระคุณครับ
เชิญเลยครับ เดี๋ยวนะครับ คุณพิธา เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม อาจารย์ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พวกผมทํางานวิจัย ทางด้านหุ่นยนต์ประมาณสัก ๕ ป้ที่ผ่านมาก็ทําด้านเครื่องจักรกลการเกษตรโดยเฉพาะเลย ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสารพิษอะไรหรอกครับ พวกผมออกแบบเครื่องจักรมาโดยเฉพาะ เครื่องจักรผมจะมีอยู่หลายโมเดล (Model) มากนะครับ มีทั้งรถปลูกข้าว แล้วก็มีหุ่นยนต์ ที่สามารถฉีดพ่นอาจจะเปึนสารชีวภัณฑ์ แล้วก็ตัดหญ้าได้ด้วยแบบใช้รีโมต คอนโทรล (Remote control) และระบบอัตโนมัติ แล้วตัวที่ ๓ ก็คือเปึนหุ่นยนต์ที่ใช้กับแปลงผัก โดยเฉพาะเลย เพราะว่าผักนี้ใช้ยาฆ่าแมลงเยอะหน่อย เราก็เลยต้องออกแบบอีกประเภทหนึ่ง ที่จะให้รองรับทางด้านเกษตรอินทรีย์ให้ได้ด้วย ขอคลิป (Clip) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
อันนี้คือ รถหย่อนกล้านะครับ ใช้มาแล้ว ๓๐ จังหวัด ตอนนี้ผมมีประมาณ ๓๐ กว่าตัว ทุกจังหวัด ทางภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วก็ภาคอีสานด้วย ปลูกข้าวคล้าย ๆ นาโยนนะครับ โยนให้เปึน ระเบียบเหมือนนาดํา คือเราจะทําอย่างไรก็แล้วแต่ต้องให้ต้นข้าวนี้เอาชนะได้เปรียบที่สุดกับ วัชพืช เพราะฉะนั้นต้องเพาะกล้านําไปก่อนก็คือเทคนิคของนาดํานั่นเอง หรือนาโยนนั่นเอง อันนี้ตัวอย่าง แล้วกล้านี้ไม่จําเปึนต้องเปึนข้าวก็ได้ เราออกแบบไว้รองรับสําหรับพืชอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน อันนี้ตัวอย่างของเครื่องนี้ เนื่องจากว่ามีเวลาจํากัด รถคันนี้มีความพิเศษ ทั้งหมดนี้ใช้อะไหล่ท้องถิ่นซ่อมบํารุงได้หมด แล้วเรายินดีจะถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้สู่อาชีวศึกษา และวิทยาลัยเทคนิค แล้วก็ทางด้านวิทยาลัยการช่างอาชีพต่าง ๆ วิทยาลัยการเกษตรด้วย เช่นกันนะครับ
ตัวต่อไป ตัวนี้เปึนหุ่นยนต์ที่ตัดหญ้าได้ด้วย ๒ ข้าง แล้วก็กางป้กเพื่อฉีดพ่นได้ด้วย ไหน ๆ ไปแล้วก็ตัดหญ้าด้วยพร้อมฉีดพ่นให้เสร็จ สามารถทํามุมเพื่อฉีดพ่นไปยังพุ่มไม้ได้ด้วย อันนี้ใช้รีโมต คอนโทรล (Remote control) แล้วตัวสําคัญคือตัวหุ่นยนต์ตัวนี้แยกร่างออกมา ให้กว้างได้ ให้เหมาะสมกับร่องแปลงต่าง ๆ ได้ อันนี้ตัวใบพัด ตัวใบที่ตัดหญ้านี้เปึนทั้งแบบเปึน เคเบิลก็ได้และเปึนใบมีดหรือเปึนตัวพรวนดินก็ได้ ทําได้ ๓ แบบเลย อยู่ในเครื่องเดียวกันครับ
ตัวต่อไปตัวนี้สําคัญครับ ตัวนี้เปึนหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะเลยสําหรับงานนี้ ก็คือว่าวิ่งบนสลิง (Sling) ถูกมากครับ ตัวข้างบนนี้แค่ ๕๐,๐๐๐ บาท ต้นทุนเปึนค่าของเลยครับ ตัวสําคัญคือตัวสลิง (Sling) ตัวสลิง (Sling) นี้วิ่งบนสลิง (Sling) จบเลยครับ ไม่มีปัญหา เรื่องติดหล่มอีกแล้ว สลิง (Sling) นี้เมตรละ ๓๐ บาท ใช้ขึงบนเสานะครับ ที่ท่านเห็นข้างล่างนี้ ไม่เกี่ยวนะครับ ที่เปึนเสาเสาข้างล่างไม่เกี่ยว เสาต้นหนึ่งกับอีกต้นหนึ่งห่างประมาณ ๑๐ เมตร เสาปักในดินครับ แล้ววิ่งบนสลิง (Sling) ไต่ขึ้นที่ลาดชันได้ด้วย เปึนเครื่องจักรตัวเดียว ที่สามารถไต่ขึ้นที่ลาดชันได้สําหรับพื้นที่ภาคเหนือที่เปึนริมเขาต่าง ๆ ฉีดพ่นเฉพาะจุด พร้อมตัดหญ้าได้ด้วย ข้างในนั้นจะมีเคเบิลที่ใช้ตัดหญ้า เปึนเคเบิลพลาสติก ตัดแบบนุ่มนวล ไม่มีผลกระทบต่อพืชประธาน อันนี้ตัวอย่างนะครับ และสําคัญคือมันวิ่งได้ทั้งแปลงเลย นี่จุดยูเทิร์น (U-turn) ตัวที่เราเห็นนี้เดี๋ยวมันจะยูเทิร์น (U-turn) ไปทางข้าง ๆ ได้ เปึนหุ่นยนต์ที่ขี่อยู่บนหุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งแล้วนําไปข้าง ๆ จะได้ไม่ต้อง ตีวงเลี้ยว สามารถรองรับพื้นที่การปลูกสําหรับแปลงใหญ่ได้เลย โดยเฉพาะพวกผัก พริก ประมาณเดือนมกราคมผมจะลงแปลงจริงที่จังหวัดสุโขทัยคือแปลงพริก แล้วที่จังหวัดสระบุรี คือข้าวโพดระดับเปึน ๑๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ แล้วมีอีกตัวหนึ่งก็คือทางด้านแปลงผัก อาจจะเปึน ทางจังหวัดราชบุรีหรือทางจังหวัดนครปฐม ตรงนี้รองรับได้ทั้งโรงเรือนและไม่ต้องโรงเรือนทําได้ ทั้ง ๒ โจทย์ วิ่งบนสลิง (Sling) ท่านเห็นนะครับ ซึ่งจะแก้ปัญหาเวลาหน้าฝน แล้วมีปัญหา เรื่องการติดหล่ม จบเลยครับ แล้วล้อเล็ก ๆ นี้กินพลังงานน้อยมากใช้แบตเตอรี่ วิ่งได้นานมาก เปึนโซลาร์เซลล์ (Solar cell) ก็ได้
ตัวที่ ๒ ที่สําคัญคือเทคโนโลยีตัวนี้ตอบโจทย์เรื่องน้ําด้วยครับ ทางจังหวัดสุรินทร์ เขาสนใจอยู่ทุ่งกุลาร้องไห้ เพราะว่าการให้น้ําเจ้านี่เปึนการให้น้ําสพอต (Spot) แต่ว่ามันจะ มีถังน้ําอยู่ข้าง ๆ เปึนถังน้ํานะครับ แล้วก็ตรงเสาต่าง ๆ ก็จะมีถังน้ํา เขาจะดูดน้ําใส่ในถังสีฟัา แล้วสพอต (Spot) น้ําไปไม่ต้องเดินสายยางครับ ไม่ต้องเดินสปริงเกอร์ (Sprinkler) เลย หัว ๑๐ หัวกวาดหมดทั้งไร่ครับ รายละเอียดนี้ผมจะมีเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ (Web site) ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว อันนี้เปึนตัวอย่างหนึ่งในอีกหลายตัวอย่าง นอกจากนี้ ยังมีการเก็บเกี่ยวผลไม้ได้ด้วยนะครับ พอดีไม่มีเวลา มีเวลาน้อยมันมีเปึนโพสต์ ฮาร์เวสต์ (Post-harvest) เดี๋ยวนี้เอไอ (AI) มันสามารถล็อกเปัาได้หมดแล้ว รู้จักผลไม้ทุกอย่างเลย สามารถล็อกเปัาแล้วเก็บผลไม้หรือห่อผลไม้ได้ด้วย เทคโนโลยีนี้เราจัดการแข่งขันไป เรียบร้อยแล้วครับ ในทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสมัยที่แล้ว จัดการ แข่งขันไปก็มีเยาวชนสนใจมาก ๒๐๐ กว่าคน เด็กอาชีวศึกษาครึ่งหนึ่งคือบุตรเกษตรกร ซึ่งถ้าเราดึงเด็กพวกนี้มาสนใจทางด้านนี้ได้ก็คือเป่ด เอสเอ็มอี (SMEs) ในท้องถิ่น ธุรกิจอย่างนี้ มันก็จะเกิด โรงกลึงในท้องถิ่นก็จะเกิด แล้วการเกษตรก็จะเข้าสู่ที่จะปลอดการใช้สารเคมีมากขึ้น กระผมก็คงมีอยู่แค่นี้ครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ขอบคุณอาจารย์ครับ ผมขอเชิญท่านสมาชิก ขอท่านละ ๗ นาที ขอขอบพระคุณครับ ท่านพิธา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาลดเวลาให้ผมเหลือ ๗ นาที เพราะว่าถ้าผมจะต้องอภิปรายหลังจาก คลิป (Clip) ที่อาจารย์ปัญญาได้โชว์ให้สภาแห่งนี้ดูแล้ว คิดว่าจริง ๆ แล้วผมกลับบ้านก็ได้ ไม่จําเปึนที่จะต้องอภิปรายต่อไปแล้ว
สําหรับเรื่องของสารเคมีในภาคการเกษตรนั้น ผมคิดว่าเราสามารถที่จะ พลิกวิกฤติเปึนโอกาสได้ถ้าเราวางยุทธศาสตร์ดี ๆ เราวางแผนดี ๆ ถ้ารัฐบาลใช้ช่วงเวลา ตอนนี้ในการวางแผนยุทธศาสตร์ ในการประกาศนโยบายออกไปให้ประชาคมโลกได้ทราบ ผมขอเรียกมันว่า นโยบายกรีน ไทยแลนด์ (Green Thailand) ที่มีเปัาหมายชัดเจนที่จะลด การใช้สารเคมีในภาคเกษตรลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุก ๆ ๒ ป้ มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ ประเทศเดนมาร์ก เริ่มดูเรื่องสารพิษ สารเคมีในการเกษตรเมื่อป้ ๑๙๘๑ ลดลงจาก ๗,๐๐๐ ตัน เหลือ ๓,๐๐๐ ตัน ในป้ ๒๐๐๓ คือเมื่อเราต้องการที่จะแบน (Ban) สารเคมีแล้วเรามียุทธศาสตร์ในระยะยาว มันจะสามารถทําให้เราออกจากกับดักของอุตสาหกรรมสารเคมีได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีประเทศที่เคยแบน (Ban) ไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ ประเทศมาเลเซียเคยแบน (Ban) สารเคมี อันตราย ๑ ใน ๓ ชนิดที่เราศึกษากันเมื่อป้ ๒๐๐๒ ในเมื่อเขาไม่มียุทธศาสตร์ตอนนั้น เขาไม่มีแผนตอนนั้นเขาต้องกลับมาใช้ใหม่ป้ ๒๐๐๖ แล้วก็กําลังจะแบน (Ban) ใหม่อีกที ในป้ ๒๐๒๐ แสดงให้เห็นชัดเจนเลย ถ้าเรามีนโยบายกรีน ไทยแลนด์ (Green Thailand) ที่มีเปัาหมายที่ชัดเจน เราสามารถที่จะพลิกวิกฤตเปึนโอกาส แล้วก็จะทําให้ประเทศไทย มีความโดดเด่นในประชาคมโลกได้ สําหรับนโยบายกรีน ไทยแลนด์ (Green Thailand) นั้น ผมคิดว่ามาตรการย่อยควรจะมีอยู่ ๓ มาตรการด้วยกัน ๑. แก้เคมีด้วยเคมี ๒. แก้เคมีด้วยชีวภาพ ๓. แก้เคมีด้วยเครื่องจักรกล โดยการที่เราเอาเกษตรกร โดยการที่เราเอาผู้บริโภค โดยการ ที่เราเอาสิ่งแวดล้อมเปึนศูนย์กลางในตรงนี้
สําหรับการแก้เคมีด้วยเคมีนั้น ผมคิดว่าในการที่เราเปึนประเทศที่ ๕๕ ประเทศที่ ๕๖ ในการแบน (Ban) สารเคมีเหล่านี้ เรามีตัวอย่างให้ดูตั้ง ๕๔ ประเทศว่า เขาใช้สารเคมีอะไรกัน ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันที่แบน (Ban) ไปมีใช้เพสทิไซด์ รีแอกชัน แอกต์ (Pesticide reaction act) ที่เขาบอกว่าเขาต้องการที่จะแนะนําสารเคมีอะไร แล้วก็มีซับซิดี (Subsidy) หรือมีเงินชดเชยกับสารเคมีหรือไม่ แต่ผมถามว่าการที่จะเอา เคมีทดแทนด้วยเคมีมันตอบโจทย์จริงหรือไม่ ในระยะสั้นอาจจะใช่ ผมก็แค่ให้สํานักวิชาการ ของสภาหามาให้ผมว่า ๕๓ ประเทศนั้นเขาใช้สารเคมีอะไรทดแทนก็ได้มาหลายชื่อแล้วผม ก็ไปเช็ก (Check) ราคามาแล้ว พี่น้องเกษตรกรผมทราบดีว่าต้นทุนท่านจะเพิ่มขึ้น ๓ ๔ ๕ เท่า แต่ถ้าเกิดเราจําเปึนที่จะต้องใช้สารเคมีแก้เคมีก็ควรที่จะเปึนเรื่องระยะสั้นมันหมดยุคไปแล้ว ยุคใหม่นี่จะเปึนเรื่องของการแก้ด้วยชีวภาพ เปึนการแก้ด้วยเครื่องจักรกล ถ้าเปึนประเด็นที่ ๒ การแก้เคมีด้วยชีวภาพ ท่านประธานน่าจะพอทราบว่าในอดีตที่ผ่านมาป้ ๒๕๕๒ ขิง พริก พริกไทย ดาวเรือง พวกนี้เคยเกือบเปึนวัตถุอันตราย ห้ามที่จะไปแปรสภาพแล้วก็ใช้เปึน สินค้าชีวภาพในการทดแทนสารเคมี ก็แปลกดีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายที่บอกว่าสารเคมี ต่าง ๆ พวกนี้สามารถใช้ได้ แต่ในขณะเดียวกันทางเลือกที่เกษตรกรกําลังจะบอกว่าตอนนี้ มันใช้ไม่ได้หรอก ของพวกนี้มันไม่สามารถที่จะมาทดแทนเคมีได้ก็เพราะว่าเรายังไม่เคยได้รับ การพัฒนาอย่างไรครับ เคยเกือบจะถูกแบน (Ban) เคยเกือบจะถูกให้ไปอยู่ในวัตถุอันตราย ด้วยซ้ําไป เราเลยยังไม่มีโอกาสที่จะได้ตั้งสถาบันวิจัยชีวภาพเพื่อการเกษตรแห่งประเทศไทย เราจึงยังไม่มีโอกาสที่จะได้ตั้งธนาคารชีวภาพท้องถิ่นในหลาย ๆ ที่ที่ศึกษาแต่ละพื้นที่ที่เรา สามารถที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาลิสต์ (List) เปึนไอพี พรอปเพอร์ที (IP Property) ของประเทศเราว่า วิธีในการแก้วัชพืชหรือศัตรูฆ่าแมลงในแต่ละชนิดมีอะไรบ้าง แล้วสามารถที่จะส่งออกไม่ใช่ เปึนสินค้าการเกษตร แต่เปึนวิธีในการแก้ไขสารเคมี
สุดท้ายครับ แก้เคมีด้วยเครื่องจักรกล ในขณะที่สารเคมีเหล่านี้ไม่ต้องเสียภาษี มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ไม่ต้องเสียทั้งภาษีนําเข้า ไม่ต้องเสียทั้งภาษีแวต (VAT) เครื่องจักรถ้าจะ เอาเข้ามาเสีย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ป้ ๒๕๓๔ เสียภาษีแวต (VAT) ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ถูกยกเลิกไป เพราะฉะนั้นมันถึงได้ถูกอย่างไรครับ มันถึงได้ถูกกว่าเพราะว่าท่านไม่ได้เสียภาษี ถ้าเปึน โรงงานที่ปล่อยมลพิษสู่ชั้นอากาศเรามีคาร์บอนแทกซ์ (Carbon Tax) ถูกไหมครับ ในขณะที่ ถ้ามันมีน้ําตาลเยอะที่ทําให้สุขภาพ ทําให้ต้นทุนของสาธารณสุขของประเทศเราสูงขึ้น มันมีชูการ์แทกซ์ (Sugar Tax) ถูกไหมครับ ถ้าเปึนสารเคมีที่ทําให้สาธารณสุขต้นทุนเราสูงขึ้น สิ่งแวดล้อมต้นทุนในการแก้ของเราจะสูงขึ้น ไม่มีเพสทิไซด์แทกซ์ (Pesticide Tax) แต่กลับ มีแทกซ์ (TAX) ให้กับเครื่องจักรต่าง ๆ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาการเกษตรด้วยการมีอุตสาหกรรมเครื่องจักรการเกษตรของคนไทยเอง เอาของ ประเทศญี่ปุ์นมาชาวบ้านถามคําเดียวครับ เสียซ่อมอย่างไร อะไหล่เท่าไร แล้วเอาเข้าไป มีทั้งหิน ดินก็ไม่เท่ากัน ใช้อย่างไรล่ะ เพราะว่ามันไม่มีอุตสาหกรรมเหล่านี้ในประเทศไทย แล้วอาชีวศึกษาทางภาคการเกษตรจํานวนคนที่เรียนก็ลดลงเรื่อย ๆ เพราะว่ามันไม่มีงาน ให้เขาทํา ถ้าเราเปลี่ยนแล้วสร้างอุตสาหกรรมใหม่เปึนอุตสาหกรรมเครื่องจักรการเกษตร ในระยะยาว ลดภาษี เอางบประมาณให้ ก็จะกลายเปึนจุดแข็งในประเทศไทย ถ้าก้าวไปกว่านั้น เรื่องของเกษตรประณีต พรีซิชัน อะกรีคัลเชอร์ (Precision agriculture) หรือว่าอะกริบอร์ด (Agree board) ดังรูปที่ผมเอาขึ้นมาให้เห็น รูปซ้ายมือคือรูปของบริษัทอิโคโรบอท ริกซ์ เปึน บริษัทสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่คิดค้นพาราควอต (Paraquat) นั่นละ เขาดิสรัปต์ (Disrupt) ตัวเอง แต่ก่อนพาราควอต (Paraquat) สร้างที่ประเทศอังกฤษแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันตรงกลางบริษัทบลูริเวอร์เปึนสตาร์ตอัป (Startup) ที่ใช้เอไอ (AI) ในการแก้ ถูกบริษัทจอห์นเดียร์ซื้อไปมูลค่าไม่เท่าไร ๙,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง หรือแอกต์บอร์ด (Act board) ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่ฉีดยาฆ่าแมลง ทุกวันนี้เวลาเราฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปนั้น ขอเวลาครึ่งนาทีจะจบแล้ว ท่านประธานครับ เวลาที่เราฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปในชั้นบรรยากาศนั้น มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์บอกว่าโดนแมลงแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ตามตรรกะมันก็ใช่นะครับ สมมุติมีแมลงอยู่ในห้องนี้แล้วเวลาฉีดยาออกไป ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ มันไปถึงชั้นบรรยากาศหมด แค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะโดนแมลง ทุกวันนี้มีเอไอ (AI) ที่จะสามารถบอกว่าแมลง อยู่ที่ไหนแล้วฉีดให้ตรงเป็ะกับตัวแมลงเหล่านั้น ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจจะดู แล้วไม่ได้ฟังที่ผม พูดทั้งหมด หรือไม่ได้ฟังที่อาจารย์ปัญญาพูดทั้งหมดก็อาจจะหัวเราะเยาะ แต่ไอเดีย (Idea) ที่คนหัวเราะเยาะกันในตอนนี้จะเปึนสิ่งที่เปลี่ยนโลกในอนาคตได้ที่สุด และผมเชื่อว่าอาจารย์ปัญญาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือเคมุตต์ (KMUTT) ที่มีฟ่โบ (FIBO) มีสถาบันหุ่นยนต์ที่ชนะเลิศอันดับ ๑ ของโลกมาตลอดมีโอกาสที่จะทําให้ถ้าในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าเรามาอภิปรายกันจะเปึนการที่เอาเราออกจากกับดักของอุตสาหกรรมสารเคมี แล้วก็ทําให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นได้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ เปึนองค์ความรู้และประสบการณ์เพราะว่าผมศึกษาวิชาเกษตรตั้งแต่ ปวช. ถึงปริญญาโท แล้วก็มาเน้นในเรื่องของพืชศาสตร์ ๒๕ ป้เปึนครูเกษตรและเปึนเกษตรกรทั้งชีวิต ผมมีประสบการณ์เรื่องของการใช้สารเคมี ท่านประธานครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบขอบพระคุณนักวิชาการเกษตร ทุกท่านที่ท่านเปึนห่วงผู้บริโภค พี่น้องประชาชนคนไทยที่มีปัญหาในเรื่องของสารพิษ ตกค้างในพืชผลที่นํามารับประทาน ส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งเปึนสิ่งที่น่าสรรเสริญเยินยอมาก แต่สิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ท่านได้ศึกษา อย่างลึกซึ้งจริงจังและรอบด้านหรือไม่ ท่านมองมิติเดียวคือผู้บริโภค หรือท่านมอง ๒ มิติ ผู้ผลิตและผู้บริโภค ถ้าเกิดท่านมองมิติหนึ่งมิติใดผมว่าการเกษตรเมืองไทยที่เราต้องการ จะเปึนครัวโลก ต้องการที่จะเปึนประเทศเกษตรกรรมล้ําหน้า เลิกคิด ท่านประธานที่เคารพ เมืองไทยเปึนประเทศร้อน ประเทศร้อนกับประเทศหนาวมันมีความที่แตกต่างกันมาก ในเรื่องของศัตรูพืช ประเทศร้อนศัตรูพืช ๓ ประเภท ตั้งแต่พวกโรค แมลงศัตรูพืชและวัชพืช มันจะมีมากมายก่ายกองมากกว่าประเทศในโซนหนาว เพราะฉะนั้นประเทศเมืองร้อนต้องใช้ สารชีวภาพหรือสารเคมีที่ทรงประสิทธิภาพถึงจะได้ผล การที่เราลอกเลียนประเทศหนาว มาใช้ประเทศร้อนนั้นบางครั้งก็ผิดทาง สิ่งที่คณะกรรมาธิการพบว่าสารพิษตกค้างในพืชผัก ผลไม้หลายชนิด ผมไม่แน่ใจว่าท่านกําลังหลงทาง ผิดทางกันหรือไม่เพราะว่าสิ่งที่เราพูดวันนี้ เราแบน (Ban) สารเคมีที่มาปราบวัชพืชทั้ง ๓ ตัวพระเอกที่เราต้องการฆ่าให้ตายจากประเทศไทย เพราะมีพิษต่อผู้บริโภค แต่ว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นมันเปึนสารเคมีที่ไปทําลายปัองกันกําจัดโรคพืช และแมลงศัตรูพืช ท่านวิเคราะห์สิ่งหนึ่งแล้วไปทําลายอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ท่านคิดหรือไม่ว่า จะมีปัญหา วันนี้ทุกคนยอมรับว่าสารทั้ง ๓ ตัวที่ปราบวัชพืช ผมขอไม่เอ่ยนะครับ เพราะว่า ใคร ๆ ก็รู้ ๓ ตัวนี้หลายคนคิดว่าเปึนผู้ร้ายที่ทําลายชีวิตมนุษย์ ชีวิตของคนไทย แต่ท่านได้คิด ต่อไปหรือไม่ว่าถ้าเราทําลายศัตรู ๓ ตัวนี้ซึ่งเปึนศัตรูร้ายกาจที่ท่านมอง ท่านจะเอาอะไรมา ทดแทนให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ทําการเกษตรแบบอุตสาหกรรม ผมกราบเรียนท่านนะครับว่าการใช้เทคนิคชีวภาพนั้นมันใช้ได้จํากัด ถ้าใช้ในปริมาณมาก ๆ อินทรีย์กับเคมีมันมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เราผิดพลาดมากที่สุดวันนี้เราไม่ได้ สอนเกษตรกรหรือผู้ผลิตให้มีวินัย จริง ๆ สารทุกตัวถ้าเราใช้อย่างถูกต้อง ปัองกันเรื่องของสารพิษตกค้างได้เยอะไปหมดเลย สารเคมีที่ไปฆ่าโรคพืช สารเคมีที่ไปฆ่าแมลง สารเคมีที่ไปฆ่าวัชพืช ทุกตัวมันมีเวลา ในการสลายออกจากส่วนของพืชแต่ละชนิด แต่ด้วยเกษตรกรของเรานั้นไม่รับผิดชอบ ไม่มีวินัย สารบางตัวบอกใช้เวลา ๑๕ วันหลังจากฉีดไปแล้วมันสลาย แต่เกษตรกรไม่หรอก ๕ วันเขาเก็บเกี่ยวแล้ว สิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาหรือไม่ ท่านมองทุกมิติไหม หรือมองมิติแต่สารพิษอย่างเดียว แต่วิธีการใช้ทําอย่างไร ท่านแบน (Ban) ๓ สาร สารอะไรที่มาทดแทนและมีประสิทธิภาพหรือไม่ เกษตรกรจะทําอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอ ไม่ว่าผลการวิจัยของเกษตรแม่โจ้ ผมถามกลับไปว่าได้ทดลองใช้ หรือยัง หรือแค่คิดแค่ทําเล็ก ๆ แล้วก็มาสรุปว่านี่ล่ะมาแทนเคมีได้ ผมไม่มั่นใจครับ ผมไม่มั่นใจจริง ๆ ผมยกตัวอย่างอีกนิดเดียว เวลาเหลืออีก ๑ นาทีนะครับ เรื่องของปุิย เราเคยต่อสู้ เคยที่จะให้พี่น้องเกษตรกรใช้ชีวภาพแทนเคมี แต่ผมขอถามประธาน ด้วยความเคารพว่าวันนี้สําเร็จไหม ได้ไหม ได้ไหมครับ ทดแทนได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ในที่สุดเกษตรกรก็กลับใช้ปุิยเคมีมาแทนปุิยอินทรีย์ เหตุที่ใช้อย่างนี้มีหลายแฟกเตอร์ (Factor) ไม่ว่าเรื่องของการปลอมแปลง ความไม่ซื่อสัตย์ เรื่องของประสิทธิภาพในการใช้กับ พืชผล ซึ่งเปึนต้นทุนในการผลิตของพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด วันนี้เราต่อสู้กันในโลกไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทยต้องต่อสู้แข่งขันกันเรื่องคุณภาพ เรื่องของปริมาณ เรื่องต้นทุนการผลิต หลายมิติ ผมเลยกราบเรียนถามท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการศึกษาตรงนี้ว่าการแบน (Ban) ๓ สารนั้นท่านได้คิดรอบคอบแล้วหรือยัง ท่านได้คิดถึงโรคพืช แมลงศัตรูพืช วัชพืช ท่านได้พูดถึงพืชสวน พืชไร่ได้รอบคอบไหม ก็กราบเรียนฝากไว้เปึนข้อคิดเท่านี้ครับ เพราะว่า เปึนห่วงพี่น้องเกษตรกร ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณอาจารย์ประกอบ ต่อไปท่านคารม พลพรกลาง ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผม ในเวลาสั้น ๆ สัก ๗ นาที ผมก็จะใช้เวลานี้ให้เปึนประโยชน์มากที่สุด
ประเด็นแรกก็อยากจะขอกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการที่ได้ทํารายงาน เกี่ยวกับสารเคมีทางการเกษตร การควบคุม ผมได้ตั้งใจฟังท่านชวลิต ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อย่างตั้งใจ ผมนี่พ่อแม่ทํานา ผมก็อยากจะแยกการทํานาของประเทศไทยสั้น ๆ สัก ๓ ช่วง เพื่อจะให้ท่านกรรมาธิการ ให้ท่านประธาน และสมาชิกที่ยังอยู่ได้ทราบ เราต้องเข้าใจว่า เกษตรกรไทยขณะนี้จะมีพี่น้องส่วนหนึ่งที่ยังมีที่นาแปลงเล็กแปลงน้อย คนละ ๑๐ ไร่ ๑๐ กว่าไร่ ๒๐ ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ภาคอีสานก็จะเปึนเจ้าของ ภาคกลางก็เช่าเขา ชาวนาอีก ประเภทหนึ่งเปึนบริษัทใหญ่มีที่นาเปึนแปลงใหญ่ สิ่งที่กรรมาธิการได้นําเสนอมาเปึนประโยชน์ ไม่ว่าจะเปึนท่านอาจารย์คนสุดท้ายที่ได้แสดงถึงเรื่องที่จะเข้ามาแก้ปัญหาสารเคมีเกษตร นายกรัฐมนตรีคือท่าน พลเอก ประยุทธ์ เข้ามาก็พูดถึงเรื่องประเทศเราจะต้องเข้ายุค ๔.๐ แปลได้ว่าก็ต้องรวมทั้งการเกษตรด้วย ท่านประธานครับ แท้จริงที่มันมีปัญหาสารเคมี ทางการเกษตร ต้องคุยความจริงครับว่า ผมนี่ตอนที่หัวหน้าพรรคผมซึ่งวันนี้ไม่ได้เข้าสภา แน่นอนแล้ว ตอนที่เปึนว่าที่คนจะสมัครไปจังหวัดสุรินทร์ อําเภอชุมพลบุรีด้วยกัน ไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้พบคนที่เสียชีวิตเนื่องจากสารเคมี ผอ. โรงพยาบาลได้มานั่งเล่าให้ฟัง นั่นคือสิ่งที่เราเห็น บ้านผมอยู่อําเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คนเสียชีวิตเพราะสาร ทั้ง ๓ ชนิด แต่เขาเข้าใจง่าย ๆ คือยาฆ่าหญ้า ท่านประธานครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นขออนุญาต ที่จะต้องพาดพิงท่านประกอบที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งพูดได้ดีและตรงกับที่ผมเห็น คือระบบราชการไทยไม่เคยแนะนําการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง จะมีสักกี่ครั้งที่เกษตรอําเภอ เกษตรตําบล เกษตรจังหวัดลงไปให้คําแนะนําในการใช้สารเคมีที่ดี ผมไม่เคยเจอ ๕๕ ป้ ไม่เคยเห็นเกษตรออกไปแนะนําเรื่องพวกนี้เลยครับ คนที่แนะนําชาวนาเกษตรกรได้ดีที่สุด คือเจ้าหน้าที่สลากข้างกล่อง สลากข้างขวด ข้างแกลลอนครับ เขาเรียนรู้จากตรงนั้น ยุคนี้ดีหน่อยที่มันผ่านระบบโซเชียล (Social) ท่านประธานครับ ประเทศเราไม่มีใครใส่ใจ เรื่องที่มันเปึนประโยชน์กับชาวนา เราก็วูบวาบ มา ๔.๐ ตัวเองไม่ได้ ๔.๐ ก็ตามโลกเขาไป แท้จริงนั้นการที่เราจะปรับเปลี่ยนเลยเราก็ต้องมาคิดเหมือนกันว่าดินที่มันเสียจากการใช้ สารเคมีมาหลายป้ ต้องฝากกรรมาธิการว่าท่านไม่มีทางที่จะเปลี่ยนเปึนเกษตรอินทรีย์ แล้วให้มันดีขึ้นเลย ผมทํานาเปึน ดํานาเปึน ไถนาก็เปึนครับ แล้วก็บอกเลยว่าจะเรียน ท่านประธานด้วยซ้ําไปว่าถ้าเราจะมาปรับเปลี่ยนให้มันเปึนเกษตรที่มันเปึนเกษตรผสมผสาน ไร่นาสวนผสม ไม่ใช่เกษตรที่ทุกวันนี้ภาคไหนก็ทํานาด้วยการใช้เขาเรียกว่าหว่านไถไม่มีนาดํา อย่างเครื่องที่ผมได้ดูสักครู่นี้ซึ่งเปึนเรื่องที่ดี นาดํากับนาหว่านต่างกันครับ นาดําคือผลผลิตสูง การที่จะกําจัดวัชพืชก็ทําได้ง่าย แต่พอเปึนนาหว่านก็ต้องใช้สารเคมี ใช้ยาปราบวัชพืช ใช้ยาฆ่าหญ้า ผลผลิตก็ต่างกัน การลงทุนก็ต่างกัน ท่านประธานครับ เห็นในเจตนาที่ดี ของกรรมาธิการอย่างยิ่งแล้วก็ผมคิดว่าครอบคลุม แต่ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไว้ว่า สิ่งที่ท่านกําลังทํานี้ ท่านจะต้องนําเสนอแล้วก็อาจจะเอาข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพวกผม ซึ่งเปึนเรื่องที่สัมผัสด้วยความเปึนจริง เรากลับไปดูชาวนาในยุคก่อนที่เขาอยู่ได้เพราะเหตุว่า ต้นทุนมันต่ํา สารเคมีก็ไม่ได้ใช้เยอะ ในนาสามารถจะมีพืชน้ํา มีสัตว์น้ํา ที่เขาเอามา รับประทานตามธรรมชาติได้ มีหอย ปู มีกุ้ง พอเรามีปุิยเคมี เราไม่ใช้มูลสัตว์ต่าง ๆ เปึนปุิย ปลาก็เปึนแผลตาย ต้นทุนก็สูงจะไปเอาสัตว์จากนามาทําเปึนอาหารรับประทานไม่มีแล้ว สิ่งเหล่านี้เพราะเหตุว่าราชการไม่ได้แนะนํา ราชการไม่ได้เคยแนะนําที่ถูกว่าสารเคมีอันตราย สารเคมีควรจะใช้อย่างไร ยกตัวอย่างก่อนที่จะจบในเวลาที่ท่านประธานกําหนดไว้ให้ ขณะนี้เราพยายามที่ควบคุมสารเคมีทั้ง ๓ ชนิดที่เรารู้ดีแล้ว ล่าสุดผมไปที่บ้านของผม อําเภอสุวรรณภูมิ ขณะนี้ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ยกตัวอย่าง ข้าวเปึนโรคคอรวงไหม้หรือไหม้คอรวงก็ดี เปึนพื้นที่ที่กว้างมากหลายแสนไร่ ไล่มาจากจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ผมเคยหารือ ในสภานี้ เขาก็ถามว่าทําไมข้าวถึงเปึนอย่างนี้ เขาก็บอกว่าเพราะไม่ได้ฉีดยากันเชื้อรา ในมุมกลับกันอย่างที่เรียนให้ท่านประธานทราบ มันมี ๒ มุม เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่ว่าเราจะ รู้จักปริมาณการใช้ เลือกประเภทของสารเคมี ไม่ใช่ว่ามันจะเลวไปเสียหมด เพราะเหตุว่า มันจําเปึนต้องใช้ในบางสถานการณ์บางโอกาส กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า รายงานของกรรมาธิการมีประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ก็อยากจะเรียนว่าก็ต้องดูในระยะเวลา เราต้องเตรียมที่จะเปลี่ยนผ่านไปใช้เกษตรแบบอินทรีย์ให้ลงตัว ให้เหมาะสม ไม่อย่างนั้น ชาวบ้านก็อยู่ไม่ได้ก็เพราะมันพึ่งมาเปึนเวลานาน กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ ให้โอกาส แล้วก็ฝากข้อสังเกตจากผมไปยังกรรมาธิการทุกท่านด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านคารมนะครับ รักษาเวลา ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ผมในฐานะ ที่เปึนลูกหลานเกษตรกรก็รู้สึกยินดีแล้วก็ดีใจที่ได้ฟังในส่วนของทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่นําเสนอในวันนี้ เปึนความฝันที่ผมก็อยากฝันร่วมด้วยกับท่านครับ ฝันที่จะเห็นว่า ประเทศไทยเรานั้นเปึนประเทศที่เปึนประเทศสังคมเกษตรอินทรีย์นะครับ ที่เน้นเรื่องของ ความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ต่อผู้บริโภค ต่อสิ่งแวดล้อมครับ นี่เปึนความฝันที่เราอยากเห็น ร่วมกันจริง ๆ แล้วผมก็อยากแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าผมอยากเห็นประเทศไทยนั้น เปึนประเทศที่เปึนเกษตรอินทรีย์โดยสมบูรณ์นะครับ แต่โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงก่อนที่จะนําความฝันอย่างที่ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้รายงานเมื่อสักครู่นะครับ ที่บอกว่าในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าเราจะผลักดันให้ประเทศไทยนั้น เปึนประเทศเกษตรอินทรีย์ในป้ ๒๕๗๓ อันนี้ประเด็นคําถามที่สําคัญก็คือว่าการที่เราจะ เดินทางไปถึงในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้านั้น ณ วันนี้เกษตรกรไทยจะอยู่อย่างไร อยู่แบบไหน เขาจะดําเนินชีวิตในวิถีของเกษตรที่เขาดําเนินการมานั้นได้อย่างไร ผมไม่ได้ปฏิเสธในเรื่อง ของการที่จะแบน (Ban) สารเคมี ผมไม่ปฏิเสธ ผมเห็นด้วยว่าสารเคมีนั้นถ้าหากว่าเรา มีเทคโนโลยี มีองค์ความรู้ มีความเข้าใจที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การเปึนสังคมเกษตรอินทรีย์ ที่สมบูรณ์นั้น แต่วันนี้พี่น้องเกษตรกรมีปัญหาใหญ่โตครับ ท่านคงทราบดีว่าพี่น้อง ชาวเกษตรกรนั้นในพื้นที่เกษตร ๑๔๙ ล้านไร่ มีผลผลิตแล้วก็สร้างมูลค่าให้กับประเทศนี้ เปึนจํานวนไม่น้อย นับล้าน ๆ บาททีเดียว และเกษตรกรไทยไม่ว่าจะเปึนชาวสวนไร่อ้อย มันสําปะหลัง ยางพารา พืชเศรษฐกิจหลัก ๆ ตลอดระยะเวลา ๕๐ ป้มานี้เขาได้ใช้ สาร ๓ ตัวหลัก ที่ท่านคิดว่าน่าจะได้รับการแบน (Ban) ใน ๓ ตัวหลักนี้เขาใช้มาโดยตลอด ใช้มาเปึนในวิถีชีวิตเลยทีเดียว และที่สําคัญก็คือว่าหน่วยงานภาครัฐก็ให้การสนับสนุน มาโดยตลอด วันนี้หากเมื่อถึงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ นี้ ตามมติแล้ว ๓ สารนี้จะถูกเลิกใช้ และหากว่าใครมีไว้ในความครอบครองก็จะมีโทษค่อนข้างรุนแรง พี่น้องเกษตรกรเขารู้สึก ไม่สบายใจว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ว่าเปึนการหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่รู้สึกถนอมน้ําใจ หากเรามองให้ดีเราจะเห็นว่าพี่น้องเกษตรกรบ้านเราก็ดูแลเลี้ยงดูอุ้มชู กับประเทศนี้มายาวนานในหลาย ๆ ยุครัฐบาล ในหลาย ๆ ยุคหลายสมัยเลยทีเดียว แต่วันนี้ หากว่าเขามีสารเคมีเหล่านี้ในความครอบครองน่าจะมีความผิดแถมมีโทษจําและโทษปรับ ที่สูงมากนะครับ ผมจึงอยากเห็นว่าก่อนที่จะไปถึง ๑๐ ป้ตรงนั้นในระยะเฉพาะหน้านี้ พี่น้องเกษตรกรของบ้านเราจะทําอย่างไรที่จะต้องไม่รับภาระต้นทุนที่มันจะต้องเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเปึนค่าแรงก็ดี ค่าเครื่องจักรกลที่ว่านี้ก็ดี หรือว่าสารทดแทน หากจะพูดถึงว่าการไปสู่ การเปึนเกษตรอินทรีย์ที่มีสารชีวภัณฑ์ ถามจริง ๆ ว่าถึงตอนนี้แล้วเรามีสารชีวภัณฑ์ที่จะ ทดแทนกับพืชสวนไร่นาที่มีมากกว่าหลายสิบล้านไร่ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าอุปมาอุปไมย หากว่าเราจะอยู่บ้านหลังใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ยังไม่ได้มีการสร้าง แค่คิดว่าจะสร้าง แล้วเราก็ทุบบ้านหลังเก่านี้แล้วเขาจะไปไหนต่อครับ เขาจะอยู่อย่างไรกับบ้านหลังใหม่ ที่ยังไม่ได้สร้าง เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้ผมถึงมองว่าหากเราจะผลักดันไปสู่การเปึน เกษตรอินทรีย์ที่สมบูรณ์ วันนี้จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างไรนะครับ หากทั้งหมดนั้น แปรเปลี่ยนไปสู่การเปึนเกษตรอินทรีย์ในทันทีเดี๋ยวนี้ สารชีวภัณฑ์เรามีเพียงพอหรือไม่ การเข้าถึงเครื่องจักรกลใหม่ ๆ ที่ทางท่านอาจารย์กรรมาธิการที่นําเสนอมาจะทั่วถึง ได้อย่างไร ในขณะที่เกษตรกรพี่น้องของเรามีเปึนจํานวนมาก ผมยกตัวอย่าง ๓ จังหวัดภาคตะวันออก จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยองที่มีสวนผลไม้ เฉพาะจังหวัดตราดอย่างเดียวก็มีไม่น้อยกว่า ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ การนําทุเรียน นํามังคุด เพื่อการส่งออกซึ่งเปึนที่ต้องการของต่างประเทศ เขาดูรูปลักษณ์ ดูอัตลักษณ์ของสินค้าเรา ไม่มีแมลง ไม่มีสารตกค้าง ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะส่งไปขายในต่างประเทศได้ การที่จะบริโภคกันในประเทศอย่างเดียวนั้นสินค้าราคาตกต่ําแน่นอน ก็จะนํามาซึ่งปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรอีก ซึ่งตรงนี้เกษตรกรเองเขาอยากขอเวลา พูดผ่านผมมาเขาบอก เรื่องแบน (Ban) ไม่มีปัญหาครับ เรื่องแบน (Ban) เขาไม่ว่ากัน เพียงแต่วันนี้มีทางออกให้เขา ผมเห็นด้วยครับ ที่ผมพูดตรงนี้ผมยังยืนยันว่าผมเห็นด้วยกับการที่จะผลักดันแบน (Ban) เรื่องของสารเคมี เพียงแต่วันนี้คือข้อเท็จจริง ท่านประธานครับเราจะดูแลพี่น้องเกษตรกร ของเราอย่างไรให้เขาไม่มีภาระ พี่น้องเกษตรกรไทยเรารู้กันดีว่าเขามีปัญหาเรื่องหนี้สิน ป้หนึ่งได้เพียงครั้งเดียว เขาไม่สามารถที่จะแบกรับความเสี่ยงนี้ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า แนวทางมาตรฐานเรื่องของเกษตรปลอดภัยที่ควรที่จะเข้ามารองรับในขั้นตอนตรงนี้หรือว่า จีเอพี (GAP) ที่จะไม่ให้เกษตรกรนั้นที่ต้องดูแลในเรื่องของผู้ผลิต ผู้บริโภค และดูแลเรื่องของ สิ่งแวดล้อมในช่วงระยะของการเปลี่ยนผ่าน ผมอยากให้มีการพิจารณาทบทวน จริง ๆ แล้ว อยากจะฝากไปถึงทางรัฐบาลด้วยซ้ําว่าให้ได้ทบทวนว่าวันที่ ๑ ธันวาคม ไม่ได้หมายความว่า อยากที่จะนําสารเคมีกลับมา แต่เราโลกสวยไม่ได้ โดยข้อเท็จจริงแล้วพี่น้องเกษตรกรเขาจะ ทําอย่างไร ในเมื่อสารทดแทนนั้นยังไม่มี และเขาต้องเปึนภาระที่เพิ่มมากขึ้น หากไม่มีสาร กําจัดวัชพืชหรือศัตรูพืช สินค้าทางการเกษตรของเขาก็จะตกต่ําลง ลดน้อยลง เปึนภาระ ในเรื่องของรายได้ที่จะเข้ามาที่อาจจะไม่พอใช้ด้วยซ้ําไป ตรงนี้ก็เลยอยากฝากเปึนประเด็น เอาไว้ด้วยว่าเราไม่ได้คัดค้านหรือแบน (Ban) สารเคมี หรือว่าคัดค้านการแบน (Ban) สารเคมี อันนี้เห็นด้วยครับ เพียงแต่ขอให้มีกระบวนการผลักดันอย่างเปึนขั้นตอนเพื่อความเรียบร้อย ขอขอบคุณมากครับ
ขอบคุณคุณศักดินัยครับ ต่อไปครับ ท่านสมชาย ฝัืงชลจิตร
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝัืงชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนภูมิภาค ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งศึกษาในเรื่องนี้มา อย่างดีมาก ข้อมูลที่ได้ใน ๒ เล่มที่ผมได้อ่านถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน ในหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะถ้าพูดย้อนหลังไปหลายป้ สารเคมี ๓ ตัวเปึนพระเอก ในวงการเกษตร เปึนพระเอกในวงการของเกษตรกร แต่วันนี้ต้องยอมรับว่ากําลังเปึนผู้ร้าย และเปึนผู้ร้ายที่จะต้องยอมรับว่ามันคือความจริง รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ศึกษามาผมยกตัวเลข ในวงการเกษตรเมื่อก่อนนี้เราพูดกันว่า ผู้ค้าสารเคมีมีบารมี มีอิทธิพลต่อนโยบายทางการเมืองของรัฐบาลที่ผ่านมา สู้กันมาหลายรอบ หลายป้ ก็ไม่สามารถที่จะไปหยุด ไปล้ม เพราะมูลค่าของสาร ๓ ตัวนี้มีมากมายมหาศาล เพราะมันมียอดขาย ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในยอดขายสารเคมีทางการเกษตร ต้องขอบคุณ คณะกรรมการวัตถุอันตรายที่กล้าตัดสินใจในการที่จะประกาศแบน (Ban) แต่สิ่งหนึ่งที่ต้อง พูดคุยกับท่านผู้ฟังหรือว่าพี่น้องที่อยู่ทางบ้าน และเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ตัวเลขที่ต้องบอกจากการศึกษาว่ามียอดผู้ป์วยด้วยสารเคมี ๓ ตัวนี้ หรือสารพิษ ตัวอื่นก็ได้
-๑๐๖/๑ ใน ๓๑ คนต่อแสนคน ตัวเลขของโรคมะเร็งที่ตรวจพบในแต่ละป้ รายใหม่ ๑๒๐,๐๐๐ คน และแต่ละป้ตายไป ๘๐,๐๐๐ คน นี่คือตัวเลขที่มันเกี่ยวข้อง และรายงานทางการแพทย์ โดยเฉพาะรายงานของคณะกรรมาธิการบอกว่ามันมีผลมาจากสารเคมี มีผลมาจาก เคมีเกษตร พี่น้องซึ่งเปึนเกษตรกรอาจจะบอกว่าเห็นใช้อยู่หลายป้ฉันไม่เปึนอะไร ผมเคยเปึน แล็บบอย (Lab boy) ผมก็สามารถที่จะบอกได้ว่าสารเคมีเหล่านี้มันมีความสามารถ ในการสะสมในโมเลกุลของร่างกายของมนุษย์ แต่ที่สําคัญที่สุดคนที่ไม่ใช่ตัวแสดง ในภาคเกษตรกรรรม ในภาคผู้ค้า หรือในภาคข้าราชการ นั่นก็คือประชาชนที่ต้องพึ่งพา สิ่งแวดล้อม สารเคมีที่มันใช้ในภาคเกษตรที่มันเจอฝนแล้วมันไหลลงลําน้ําทั้งหลาย และไปสะสมในห่วงโซ่อาหาร ไม่ว่าจะเปึนในปลา ในพืชน้ํา ในน้ําที่เอามารดผัก สิ่งเหล่านี้ มันเปึนห่วงโซ่อาหารซึ่งสามารถกระทบต่อวิถีชีวิตและมันสะสมทางปริมาณไปสู่ผลที่เขาตอบ ได้ว่าใน ๑ ชั่วโมงคนไทยตายด้วยโรคมะเร็ง ๙ คน งานศึกษาของคณะกรรมาธิการได้บอกว่า งานศึกษาของสถาบันวิจัย งานศึกษาของสถาบันการศึกษาก็บอกว่าสารเคมีเหล่านี้ มีส่วนสําคัญอย่างมีนัยสําคัญต่อการเจ็บป์วยของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเขาไม่ใช่เปึนตัวแสดง ในภาคเกษตรกรรม แต่เขาคือมนุษย์ที่อยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมเดียวกันกับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นแนวทางที่คณะกรรมาธิการศึกษาและนําเสนอต่อสภานี้เพื่อให้ราชการ หรือภาครัฐบาลได้ปฏิบัติ ผมอยากจะฝากว่าอย่าให้เหมือนกับการศึกษาเรื่องราคาสินค้า ภาคเกษตรตกต่ํา เพราะข้อที่เสนอนั้นบอกว่าให้รัฐบาลไปตั้งสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนายาง ยางไทยมีมากี่ ๑๐ ป้แล้วเพิ่งมาเสนอในป้นี้หรือ เพราะฉะนั้นแนวทางของการแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลจะต้องมีแนวทางชัดเจน ที่สําคัญคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาก็คือการเปลี่ยน ทัศนคติของคนในภาคเกษตรกรรม ถามว่าจะทําอย่างไร หน่วยงานราชการหรือภาคสื่อมวลชน ทั้งหลายจะทําอย่างไรให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการใช้เคมีเกษตร แต่ที่สําคัญเหมือนกับ ที่เพื่อนสมาชิกพรรคผมเสนอก็คือในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะดูแลเขาอย่างไร นี่คือ สิ่งที่เปึนข้อคิดที่ผมอยากจะฝากไว้ให้กับรัฐบาลผ่านท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ที่คณะกรรมาธิการมีแนวคิดและทําการศึกษาอย่างจริงจังที่จะทําให้ประเทศไทยนั้น ปลอดสารเคมี โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เพราะทุกวันนี้ที่เราออกนอกบ้านเราไม่ได้ ทําอาหารกินเอง บางครั้งเราไปที่ร้านอาหารสั่งผัดคะน้าหมูกรอบหรือสั่งอะไรก็แล้วแต่ ที่มีผักด้วย เราจะคิดตลอดว่าแม่ค้า พ่อค้าเขาจะล้างผักเหล่านี้สะอาดหรือไม่ แต่เรามีความจําเปึนก็ต้อง บริโภค เนื่องจากว่าไม่มีใครที่จะห่อข้าวไปทานเอง ถึงแม้เราซื้อผัก ผลไม้ มาจากตลาดก็ตาม เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีสารเคมีปนเปุ๋อนมาหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้ อาจจะขาดประสิทธิภาพในการดูแล ธุรกิจอื่นทุกอย่างไม่ว่าจะเปึนยารักษาโรคที่เขาเขียนว่า ยาอันตราย เวลาเราไปซื้อยาก็จะมีนายแพทย์ มีเภสัชกรจ่ายยาให้ เขาจะอธิบายวิธีการ ใช้ยาเหล่านี้เพื่อให้ผู้บริโภคคนป์วยไม่ได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ทํายา แต่สารเคมีที่ใช้ กับเกษตรกรขาดการแนะนํา เกษตรกรเอาไปใช้เองโดยที่ใช้ด้วยความเคยชินจึงส่งผลมา ให้ถึงทุกวันนี้ เกษตรกรบางคนที่ทําธุรกิจ ผมไม่ได้พูดถึงเกษตรกรรายย่อยเลย เกษตรกร ระดับทําธุรกิจใหญ่ ๆ ก็หวังผลกําไรอย่างเดียว โดยขาดความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ฉีดพ่นวันนี้ พรุ่งนี้เก็บ ไม่มีการเตือนด้วยว่าต้องล้างให้สะอาดก่อนบริโภค ฉะนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้ เท่าที่ผมฟังเปึนการตัดตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหา เพราะถ้าเราไม่สามารถที่จะแนะนําผู้บริโภค ให้บริโภคสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยได้ เราต้องตัดที่ต้นตอครับ ถูกแล้วครับต้องเลือก อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ส่วนที่ผมเห็นด้วยก็คือว่ามันมีหลายประเทศแล้วที่เขาสามารถแบน (Ban) สารเคมีได้ ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรกรรม ถ้าจะทําอย่างจริงจังผมเชื่อว่า สามารถทําได้ ปัจจุบันนี้มีเอกชนหลายบริษัทที่เขามาผลิตสินค้าเกษตรโดยปลอดสารเคมี ซึ่งภาครัฐเองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่มีวิชาการที่ทันสมัยเทียบเท่ากับเอกชนบางราย ผมจึงบอกว่าลักษณะนี้สามารถทําได้ เพียงแต่เราต้องกล้าทํา เมื่อสักครู่ได้ฟังอาจารย์เกษตร ท่านพูด เปึนเรื่องที่ดีน่าส่งเสริม การที่จะกําจัดวัชพืชเราต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย เครื่องไถดิน เครื่องพรวนดิน เครื่องตีดิน ต้องขุดรากถอนโคนให้ได้ เพราะการใช้สารเคมี มันบอกแล้วว่าใช้มา ๑๐ ป้ วัชพืชมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม แล้วก็ยังดื้อยาด้วย ยาปราบศัตรูพืช เช่นกันยิ่งใช้ศัตรูพืชยิ่งเยอะขึ้น เยอะขึ้น เยอะขึ้น ฉะนั้นมันมีวิธี เราต้องทําควบคู่กับ การที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากผลผลิตมากขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายถึงว่ามันมีบริษัท หลายบริษัทที่เขาทําแล้ว เขาสกัดสารที่มีความสําคัญที่สุด สกัดมาจากฮิวมัส (Humus) สกัดมาจากมูลค้างคาวที่เขาเรียกว่ากรดฟูลวิก (Fulvic) เห็นไหมครับผสมสารและผสม จุลินทรีย์เข้าไป ๗–๘ สายพันธุ์ แล้วทําออกมาเปึนผง ผสมน้ําฉีดพ่น ปรากฏว่าจุลินทรีย์ ก็จะไปย่อยสารเคมีที่ตกค้างในดินสารเคมีเหล่านี้ตกค้างในดิน ๗๐–๘๐ เซนติเมตร บางสารมีอายุ ๒๐ ป้ ทําให้ดินมันแน่นมันแข็ง จุลินทรีย์ในดิน ไส้เดือนตายหมด นี่คือต้นเหตุ ที่ทําให้ผลผลิตทางการเกษตรมันลดลง ถ้าเราส่งเสริมตรงนี้ผลผลิตมากขึ้น เกษตรสามารถ ลดใช้สารเคมีได้ พืชเกษตรก็จะมีความแข็งแรงต้านทานต่อโรคได้ ท่านสังเกตไหมครับ เวลาชาวนาทํานา นาที่น้ํามาก ๆ ปรากฏว่านานั้นจะไม่มีหญ้า หญ้ามันตาย ข้าวมันจะพุ่งขึ้น แต่นาที่มันไม่มีน้ําหญ้ามันจะเกิดเร็วกว่าข้าว เห็นไหมครับเรารู้ทฤษฎีแล้ว เพราะฉะนั้น มันมีวิธีการทํา ปรับวิธีการ เราต้องไปศึกษาไปให้ความรู้กับเกษตรกร ต้องเปลี่ยนวิธีการทํา เกษตรใหม่ ทําแบบนี้จะได้ผลผลิตมากขึ้น ใช้จุลินทรีย์แบบนี้ ใช้ปุิยแบบนี้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนได้ครับท่านประธาน เพราะทุกคนอยากรวย ทุกคนอยากจะหายจากความจน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานภาครัฐจะส่งเสริมอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามันมีผลประโยชน์มหาศาลที่ทําให้เกษตรเรายังไม่ปลอดสารพิษ สารเคมี เพราะผลประโยชน์จากการนําเข้า บอกตรง ๆ คือว่าหน่วยงานราชการที่ไปเอาเปรียบ เกษตรกร ผมเชื่อว่าถ้าเราทํากันอย่างจริงจังมันเปึนประโยชน์ต่อผู้บริโภค ประชาชน ของประเทศไทย แล้วก็การส่งออกสินค้าเกษตรก็จะมีราคาแพงมากขึ้น ประเทศไทย ก็จะเปึนคลังครัวโลกได้สมเจตนาของพวกเราที่คุยกันไว้มาหลายป้แล้ว ผมยินดีสนับสนุน คณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะทําควบคู่กับ การส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรให้มีผลิตผลมากขึ้น นั่นคือการปรับปรุง บํารุงดิน อยากให้ไปศึกษากับบริษัทเอกชนหลายบริษัทยังสามารถทําได้อยู่ ขอให้หน่วยงาน ราชการเป่ดโอกาสให้หน่วยงานเอกชนเหล่านี้สามารถจดทะเบียนได้ง่ายขึ้น ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ได้อภิปราย ทุกท่านที่ส่งชื่อมาแล้ว จะต้องอภิปรายหรือว่าอะไรครับ ผมจะเป่ดโอกาสให้ท่านกรรมาธิการ ชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ต้องขอกราบขอบพระคุณที่ท่านกรุณาให้ผมได้หารือ เพราะว่า จริง ๆ แล้วผมอยากจะหารือท่านประธานว่าจะขอเลื่อนการพิจารณาในวาระนี้ไปต่อวันพรุ่งนี้ ได้ไหมครับ เนื่องจากว่าตอนนี้ผมกับท่านทวิรัฐได้รับการประสานจากสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ในการลงชื่อเพื่อจะอภิปรายต่อในวันพรุ่งนี้ แล้วก็ยังมีสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่านยังอยู่ใน ห้องงบประมาณข้างบนที่เปึนตัวแทนจากภาคเกษตรกร ก็อยากจะร่วมอภิปรายด้วย จึงอยากขอความกรุณาท่านประธานครับ เพราะว่าวันนี้เวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควรครับ
ผมเห็นส่งชื่อมานึกว่า จบแล้วครับ
ยังมีอีกหลายท่านครับ
ถ้าอย่างนั้นขออนุญาต อย่างนี้นะครับ เชิญท่านประธานกรรมาธิการชี้แจง เชิญเลยครับ
ขออนุญาตท่านประธาน รบกวนเวลาท่านนิดหนึ่ง ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวสั้น ๆ จากที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากพรรคพลังประชารัฐได้หารือว่าจะขอเลื่อน แล้วก็ให้สมาชิกท่านอื่นได้อภิปราย ในวันพรุ่งนี้ซึ่งก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าก็ขอให้ได้ใช้มาตรฐาน ในการอภิปราย ๑๐ นาทีเท่ากันครับ ก็นําเรียนท่านประธานครับ
ถูกต้องครับ
ขอบคุณครับ
ที่จริงผมพยายามที่จะทํา ให้งานผ่านไปโดยเรียบร้อย เพราะพวกเราบ่นกันว่าวาระด่วนมันค้างอยู่ เวลาปฏิบัติจริง ก็จะเปึนอย่างนี้ ผมก็เลยตั้งใจว่าเรื่องที่พิจารณาเสร็จแล้ว เราทําให้เสร็จลงมติวันนี้ไม่ได้ แต่ให้อภิปรายให้ทั่วถึงมากที่สุด ให้ประธานได้ชี้แจงได้เต็มที่เพราะเราได้อภิปรายกันมาก ตอนที่เราเสนอญัตติตอนแรก ตอนนี้ก็เปึนแต่เพียงมีรายงานของกรรมาธิการ แต่ผมสังเกตว่า ส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในรูปแบบเหมือนเสนอญัตติ แต่ว่าต้องขอบคุณทุกคนที่ได้ยึดเวลา ที่กําหนดไว้ แล้วผมก็เห็นด้วยกับที่ท่านเสนอว่าพรุ่งนี้จะเป่ดโอกาสให้ด้วยมาตรฐานเดิม แต่ถ้าเราคิดอยากจะให้ญัตติด่วนที่เราบ่นกันนักบ่นกันหนาได้มีโอกาสพิจารณาเราก็ต้องปฏิบัติ นั่นคือเราก็ต้องดําเนินการให้ญัตติเรื่องนี้ผ่านไปโดยลงมติ ผมไม่คิดจะลงมติวันนี้ ผมตั้งใจ ให้เราพูดให้ทั่วถึง แล้วพรุ่งนี้ก็ลงมติว่าจะได้ส่ง ครม. ต่อไปในข้อสังเกตเพราะว่ารายงาน ฉบับนี้มีข้อสังเกต เพราะฉะนั้นพวกเราต้องให้ความเห็นชอบข้อสังเกตถึงจะส่งต่อไปได้ แต่ว่า ถ้าเรามีความประสงค์จะอภิปรายต่อ ก็ยินดีเป่ดโอกาสให้พรุ่งนี้เสนอชื่อมาตอนเช้า ผมก็จะมา ตอนเช้าเพื่อพิจารณา แล้วก็เผื่อมันเสร็จได้เร็ว ญัตติของท่านที่เกี่ยวกับเรื่องญัตติด่วนที่ ๑ ครับ ก่อนหน้าจะพิจารณาได้จบในเวลาที่เร็วหน่อย แล้วก็ญัตติของรัฐธรรมนูญก็สามารถเข้าได้ครับ เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ในฐานะวิป (Whip) ฝ์ายค้าน ดิฉันเข้าใจว่าจากการ ที่ทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ์ายได้ปรึกษาหารือกันแล้วก็จะให้เรื่องของที่ทางคณะกรรมาธิการ ที่พิจารณาอยู่นี้เสร็จสิ้นในวันนี้ ดิฉันเห็นด้วยกับท่านประธานนะคะว่าให้ได้อภิปรายเฉพาะ ผู้ที่ได้ลงชื่อไว้แล้ว แล้วก็ในส่วนของการลงมติก็มาลงในวันพรุ่งนี้ต่อจากการปรึกษาหารือค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ครับ ขอบคุณมากครับ อย่างไรวินิจฉัยไปแล้ว จะให้โอกาส แต่ขอรายชื่อแล้วก็ขอให้อยู่ในเวลาเพราะข้อเรียกร้องนั้น มันต้องปฏิบัติครับถึงจะมีผล ผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าเมื่อเราตั้งใจจะทําอะไรก็ต้องทําให้ได้ โดยความร่วมมือกัน ผมคุยกับเพื่อน ๆ เราหลายคนที่เปึนเจ้าของญัตติคิดว่าพรุ่งนี้เช้าจะคุย กับท่านอาจารย์ป่ยบุตร ญัตติของท่านเปึนญัตติที่ ๑ จะขอให้ท่านไปดูว่าจะใช้เวลาเท่าไร จะใช้เวลาสัก ๒ ชั่วโมงพอไหม ๒ ชั่วโมง ถ้าพอหลังจากนั้นญัตติรัฐธรรมนูญก็เข้าได้เลยครับ อันนี้ผมคิดว่าถ้าเราตั้งใจทําจริง ๆ เราทําได้ครับ แต่ว่าถ้าเราเพียงแต่อยากให้เปึนแต่ว่า เราไม่ทํามันก็ไม่เกิดขึ้น นอกนั้นขอเรียนว่าผมจะอนุญาตให้เลื่อนไป แล้วก็พรุ่งนี้จะให้โอกาส พวกเราอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าตอนนี้มันเรื่องกรรมาธิการ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เราไม่ใช่อภิปรายเรื่องเดิมมันเปึนเรื่องใหม่แล้ว เปึนผลงานของกรรมาธิการแล้ว ผมก็ไม่อยาก ให้ผลงานกรรมาธิการนี้มีปัญหาตกไปโดยไม่ได้รับความเห็นชอบ ก็ตั้งใจไว้แต่ต้นว่าเมื่ออภิปราย จบทุกคนแล้วก็จะขออนุญาตพรุ่งนี้ไปลงมติให้ความเห็นชอบข้อสังเกต อาจารย์ป่ยบุตร เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ป่ยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคอนาคตใหม่ครับ ขอบคุณ ท่านประธานที่เมื่อสักครู่นี้ให้ความกรุณาพูดถึงญัตติผมที่รอมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแล้ว จนใกล้สิ้นป้แล้วก็ยังไม่ได้ถูกพิจารณาเสียที ผมขออนุญาตเรียนเกี่ยวกับกรณีญัตตินี้เล็กน้อย ก็เคารพคําวินิจฉัยของท่านประธาน คือเป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกที่พรุ่งนี้อยากจะมีอภิปราย เพิ่มเติมอีก แต่ในทางความเปึนจริงแล้วผมคิดว่าเรื่องนี้มันจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน เล็กน้อยตรงที่ว่าเพื่อนสมาชิกที่ตั้งใจจะอภิปรายรวมทั้งท่านกรรมาธิการที่ยอมกลับบ้านดึกดื่น เพื่อมานั่งชี้แจงและรอตอบคําถามต่าง ๆ ทุกคนก็เสียสละเวลากันหมด คนที่อยากจะอภิปราย ก็ควรจะต้อง คือถ้าท่านตั้งใจอภิปรายจริง ๆ ก็ต้องอยู่ในที่ประชุมครับ แล้วก็มาลงชื่อนะครับ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ ไม่ได้ดึกมากเลต (Late) มาแค่ ๑ ชั่วโมงเท่านั้นเอง ถ้าตั้งใจจริง ๆ ก็ต้องอยู่รออภิปรายครับ เพื่อนสมาชิกพรรคผมทุกคนรออันนี้หมดเพื่อจะได้อภิปราย แล้วกรรมาธิการก็รอกันหมด ผมคิดว่าถ้าพรุ่งนี้จะมีอีกก็ไม่ควรมากจนเกินไป อย่าให้พี่น้อง ประชาชนมองว่ามีการเข้าชื่อต่อแถวไปเรื่อย ๆ เพื่อจะยื้อออกไปเรื่อย ๆ จนญัตติที่สําคัญ ๒ เรื่อง ที่เรารอกันมาหลายสัปดาห์นั้นไม่ได้เข้าเสียที ฝากท่านประธานประเด็นนี้ด้วยครับ
ส่วนกรณีญัตติ คสช. ที่ท่านประธานจะนัดหมายผมไปพูดคุย คือผมเรียนว่า ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่า ๒ ชั่วโมงจะพอไหม เพราะว่ามันไม่ใช่ญัตติผมอันเดียว เข้าใจว่า ท่านประธานอาจจะรวบญัตติหลายอันที่เกี่ยวเนื่องกัน ก็ต้องถามผู้เสนอญัตติหลายท่านด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ฝากให้ท่านช่วยบริหาร เวลานะครับ แล้วญัตติที่ ๒ ด่วนนี่ที่เราคิดว่ามันไม่มีโอกาสเข้าได้มันจะเข้าได้ เพราะฉะนั้น พรุ่งนี้ผมเป่ดโอกาสให้ส่งรายชื่อมาโดยใช้มาตรฐานนี้ คือไม่เกินท่านละ ๗ นาที ถ้าอย่างนั้น ท่านประธานไปชี้แจงวันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ เอาไว้วันพรุ่งนี้ก็แล้วกันครับ ขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกคนที่กรุณาบริหารเวลาอย่างดีมากครับ ผมขอป่ดประชุมครับ สวัสดีครับ