สุทิน คลังแสง วิพากษ์วิจารณ์การออกกฎหมายโดยไม่พิจารณาความพร้อมของรัฐและสังคม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบด้วยกระบวนการของกฎหมายบางฉบับที่ผ่านโดยเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง รวมถึงผลกระทบต่อภาคประชาชนและธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบแทนการใช้พระราชกฤษฎีกาเป็นมาตรการชั่วคราว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ต่อพระราชกําหนดฉบับนี้เมื่อได้ฟังเหตุผล จากท่านรัฐมนตรี ซึ่งเปึนผู้เสนอในนามคณะรัฐมนตรีแล้วก็ฟังได้ความว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่ความไม่พร้อมของกระทรวงของราชการ ซึ่งไม่สามารถตั้งหน่วยงาน รองรับทั้งในแง่ขององค์กรที่รองรับและบุคคลที่จะปฏิบัติงานให้เปึนไปตามพระราชบัญญัติ เปึนเหตุผลสําคัญที่มาขอออก พ.ร.ก. ฉบับนี้เพื่อยับยั้งระงับการใช้พระราชบัญญัติฉบับนั้น แปลความง่าย ๆ ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยไม่ได้ดูและประเมินว่ารัฐจะมีความพร้อม ในการจะปฏิบัติได้หรือไม่ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มันสะท้อนอะไร สะท้อนว่าฝ์ายออกกฎหมาย เข้าใจว่าเปึนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปึนการออกกฎหมายที่อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ดูความเปึนจริง ของสังคม ไม่ได้ดูความพร้อมของรัฐของราชการจึงทําให้เกิดความเสียหายขึ้น ในขณะเดียวกัน วันนี้ต้องตําหนิเช่นเดียวกันว่ารัฐบาลเองเมื่อทราบว่ามีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้ว ซึ่งผมตําหนิ ทั้งรัฐบาลที่ผ่านมารัฐบาลนี้ว่าเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาแล้วต้องปฏิบัติ ท่านไปทําอะไรอยู่ ท่านทําไมไม่เร่งรีบที่จะตั้งหน่วยงานและเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติไปตามนั้นให้ได้ นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศ ใครควรถูกตําหนิ เราต้องตําหนิกันเมื่อควรตําหนิ ก็ต้องตําหนิคนที่ถูกตําหนิที่สุดคนแรกที่อยากฝากเปึนบทเรียนก็คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งออกกฎหมายโดยไม่ได้ดูความพร้อม นอกจากความพร้อมของหน่วยงานรัฐแล้วผมยังทราบว่า องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนอื่น ๆ ไม่ได้เห็นด้วยมากมายหลายประเด็น แต่เพราะเปึนสภาที่ไม่ได้มาจากประชาชน เปึนสภาที่ละเลยไม่ฟังเสียงประชาชนจึงเพิกเฉย ไม่แยแสต่อเสียงเหล่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือดันทุรังที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ออกมา ด้วยเสียงมีปัญหาด้วยท่านประธานครับ ไปตรวจสอบดูแล้วเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ไม่ครบ ตามองค์ประกอบของที่ประชุมด้วยถ้าจะสอบสาวราวเรื่องขึ้นไปแล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ชอบด้วยกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ไม่ชอบด้วยความต้องการของสังคม และที่สําคัญที่สุดไม่ชอบด้วยระบบราชการที่จะรองรับจึงเกิดผลเสียเมื่อออกมาใช้แล้ววันนี้ จึงตามมาแก้ แก้คือให้ระงับการใช้ไว้ก่อน และที่สําคัญที่สุดไม่ใช่มีกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียว ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ สนช. ออกไว้แล้วใช้ไม่ได้ครับ เมื่อเช้าก็มีชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจเรื่องรักษาความปลอดภัยมาพบผมก็บอกว่ากฎหมายที่ สนช. ออกว่า ด้วยธุรกิจความปลอดภัยมีปัญหาเยอะ บังคับใช้ไม่ได้และส่วนที่บังคับใช้ได้ก็ไม่เกิดความเปึนธรรม ไปทําลายธุรกิจของเขาย่อยยับ เขาก็ขอให้ผมบอกว่าถ้า พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกเพื่อยับยั้ง พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวได้ ขอออกให้พวกผมได้ไหม ออก พ.ร.ก. ยับยั้ง พ.ร.บ. คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยให้เขาหน่อยได้ไหม แล้วก็ยังมีอีกหลายฉบับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าเราไม่สบายใจเราจะต้องตามแก้อีกเยอะ ท่านประธาน ไม่ใช่มีฉบับเดียว สภาชุดนี้จะต้องตามแก้กฎหมายที่ สนช. ออกนี่เยอะเลย ซึ่งเดี๋ยวจะมีเข้ามา แต่ผมต้องตําหนิรัฐบาลอยู่นิดหนึ่งว่า ออก พ.ร.ก. เท่านี้มันไม่จบ ท่านรัฐมนตรีครับ ข้อบกพร่องทั้งหลายใน พ.ร.บ. ฉบับนี้รวมทั้งความไม่พร้อมนี่ เมื่อออก พ.ร.ก. เสร็จแล้วถามว่ายุติไว้แล้วจะทําอะไรต่อ ท่านต้องไปรีบปรับปรุงหน่วยงาน ปรับปรุงความพร้อมเยอะ แล้วมาตราใดข้อใดที่มันไม่พร้อม มันไม่สื่อกับความต้องการของประชาชนและความต้องการของสังคมต้องตามแก้ครับ เพราะฉะนั้นวิธีการออกพระราชกําหนดนี้พวกผมไม่เห็นด้วยครับ เรื่องชอบไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญนี้พวกผมยังติดใจ เอาล่ะ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเขาชี้มาแบบนี้ก็เคารพกัน แต่โดยภูมิปัญญา โดยวิธีคิดแล้วเรามองว่ายังมีปัญหา ทางที่ดีที่สุดถ้าท่านรัฐมนตรี และรัฐบาลจะรอบคอบแล้วทําไปตามระบบนี้ ควรจะไปออกเปึนพระราชบัญญัติแก้ไข รีบออกเปึนพระราชบัญญัติแก้ไข แล้ววันนี้ถ้าหากพระราชกําหนดฉบับนี้ผ่านสภาก็ยังไม่จบ ท่านต้องไปออก พ.ร.บ. แก้ไขอีก ต้องทําอีกแล้วต้องมาที่นี่อีก เปึนการแก้ปัญหาที่ไม่จบ เปึน พ.ร.ก. นี่คือแก้ปัญหาที่ไม่จบ แต่เอาล่ะ เมื่อเราได้พิจารณาถึงข้อประจักษ์ว่า ไม่พร้อมจริง ๆ ถ้าใช้ไปก็จะเสียหาย ถ้าเราจะใช้ความว่าเปึนฝ์ายค้านค้านท่านให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ตกไป เราอาจจะมองเห็นลาภที่ควรได้ด้วย รัฐบาลต้องมีปัญหาด้วย ไม่ลาออกก็ต้อง ยุบสภาด้วย แต่สิ่งซึ่งเราคิดมากกว่านั้นก็คือว่าเมื่อความไม่พร้อมมันประจักษ์ ท่านรัฐมนตรี ก็ยอมรับ ถ้าเราจะไม่ให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่าน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือให้ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัวเดินหน้าต่อ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับประเทศ เราจึงยอม แลกว่า วันนี้ขอหยุดยั้งความเสียหายให้กับประเทศดีกว่า เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้ แม้เราไม่เห็นด้วย แม้เราไม่ชอบด้วยวิธีการทํางานที่ผ่านมาของ สนช. แล้วความไม่พร้อม ของรัฐบาล เราก็ทนเห็นความเสียหายไม่ได้จึงจําเปึนที่จะต้องยอมให้ผ่าน แต่ฝากรัฐบาล แล้วก็ สนช. ถ้าฟังอยู่อย่าได้ทําแบบนี้อีก อย่าได้มีแบบนี้เข้ามาอีก ให้มันเปึนบทเรียน ครั้งสุดท้ายนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าเอาครั้งนี้เปึนบทเรียน ใครที่คิดว่าเปึนตัวแทน ประชาชนโดยอ้างง่าย ๆ แล้วมาทํางานนิติบัญญัติ มันฟัองท่านแล้ว ฟัองว่าที่อ้างว่าเปึน สภาประชาชน ชื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือชื่ออื่นก็แล้วแต่ วันนี้มันฟัองท่านแล้วว่า กฎหมายที่ท่านออกใช้ไม่ได้เราต้องตามแก้ สภาประชาชนตัวจริงวันนี้ต้องตามแก้ให้ท่าน แล้วต้องขมขื่น หลักการเสียด้วย พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมาหลักการเราไม่เห็นด้วย แต่จําใจครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ