ณัฐวุฒิ ชี้รัฐเลื่อนคุ้มครองครอบครัว กระทบเหยื่อความรุนแรง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือถึงกรณีความรุนแรงในครอบครัวที่ส่งผลให้หญิงรายหนึ่งต้องก่อเหตุตอบโต้ พร้อมแสดงความผิดหวังต่อการเลื่อนบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองครอบครัวที่ทำให้เหยื่อสูญเสียโอกาสได้รับความเป็นธรรม และชี้ว่าการไม่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 71 ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบจากการออกพระราชกฤษฎีกาที่อาจทำให้กลไกสนับสนุนครอบครัวระดับต่างๆ ถูกยกเลิก กระทบความมั่นคงของครอบครัวกว่า 18.5 ล้านครัวเรือน พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวอย่างรอบด้านและเร่งด่วน โดยเฉพาะประเด็นนิยามคำว่า "ครอบครัว" และ "ความรุนแรงในครอบครัว" รวมถึงการผลักดันให้มีกฎหมายถาวรแทนพ.ร.ก. เพื่อสร้างความมั่นคงทางสังคมอย่างยั่งยืน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของพระราชกําหนดที่พวกผมเองได้ศึกษาและเห็นว่า ไม่ควรที่จะอนุมัตินั้น ผมอยากจะเล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งครับ ผู้หญิงคนนี้กล่าวกับผม เล่าให้ผมฟังเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๒ ไม่กี่วันก่อนที่ พ.ร.บ. จะมีผลบังคับใช้ ผู้หญิงคนนี้ ตกเปึนผู้ต้องหาในคดีที่ฆ่าสามีตาย แน่นอนครับสิ่งที่เราได้ข้อเท็จจริงตามมาหลังจากนั้น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจฆ่าสามีตาย เขาเองเปึนผู้ที่ถูกสามีใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการทุบตี ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการด่าทอ ลามไปถึงบุตร ลามไปถึงบุพการี สิ่งที่เขาต้องเผชิญก็คือว่าถ้าเปึนการใช้บังคับกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทํา ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ เขาเองจะเปลี่ยนสถานะจากผู้ถูกกระทํา ความรุนแรงในครอบครัว เปึนแค่ผู้กระทําความรุนแรงในครอบครัว แล้วก็ให้กระบวนการ ยุติธรรมเปึนคนตัดสินว่าเขาจะได้รับโทษเท่าไร เขารอคอยอย่างมีความหวังกับการบังคับใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม นี่คือสิ่งที่เขาประกาศไว้บนเวที เพราะถ้ากฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัวมีผลบังคับใช้ สถานะของเขาจะเปลี่ยนมาเปึนภาษาที่เรียกว่า แบตเทอร์ดไวฟี (Battered wife) หรือแบตเทอร์ดวูเมนซินโดรม (Battered woman syndrome) สิ่งที่เขาต้องเผชิญก็คือว่าตํารวจ อัยการ หรือศาลต้องส่งเรื่องของเขามาให้ ศูนย์คุ้มครองและส่งเสริมสถาบันครอบครัวในระดับจังหวัดพิจารณา ต้องให้ศูนย์คุ้มครอง และส่งเสริมสถาบันครอบครัวสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงนําไปสู่สาเหตุหรือมูลเหตุ ของการกระทําความรุนแรงแล้วเสนอต่อศาล แน่นอนในสถานะของคนที่เปึนเหยื่อมาก่อน เขาไม่ควรรับโทษเหมือนอาชญากรโดยทั่วไป แต่เขาผิดหวังครับ เพราะการมีพระราชกําหนด ที่ออกมาบังคับนั้นทําให้เขาสูญเสียสถานะดังกล่าวไปครับท่านประธาน การออกพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ซึ่งผมอยากจะใช้คําง่าย ๆ ที่เรียกกันก็คือการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปนั้น เอาเข้าจริง ๆ ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ถึงลักษณะของความรุนแรงในครอบครัว หรือความรุนแรงต่อผู้หญิงในระดับสากลอยู่ ๓ ระดับด้วยกันครับ เสียดายวันนี้ท่านประธาน ชวนท่านไม่ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ถ้าท่านประธานชวนขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ผมจะชื่นชมท่าน เพราะท่านเปึนคนส่งผู้แทนประเทศไทยไปร่วมประชุมที่กรุงปักกิ่งเมื่อป้ ๒๕๓๘ มีการประชุม ว่าด้วยความรุนแรงต่อผู้หญิง เขาสรุปออกมาเปึน ๓ สถานะด้วยกันครับว่า ความรุนแรง ต่อผู้หญิงในระดับที่ ๑ ก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบ้าน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว โดเมสติกไวโอเลนซ์ (Domestic violence) หรือความรุนแรงในครอบครัวเปึนหนึ่งในนั้น ความรุนแรงในประเภทที่ ๒ คือความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะและความรุนแรงในประเภทที่ ๓ ก็คือความรุนแรงของการที่รัฐละเลยหรือปล่อยปละ หรือมีส่วนในการกระทําความรุนแรงเสียเอง ผมเกรงว่าการที่พวกเราจะผ่านพระราชกําหนดฉบับนี้จะเปึนเสมือนหรืออาจจะถือได้ว่าเปึน ความรุนแรงในประเภทที่ ๓ มีความสุ่มเสี่ยงนะครับที่มองว่ารัฐปล่อยปละ ปล่อยให้มีการใช้ ความรุนแรงต่อผู้หญิง ต่อผู้ที่ด้อยโอกาสต่าง ๆ ต่อคนในครอบครัวต่อไป อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ เหตุผลที่พรรคอนาคตใหม่พวกเราศึกษากฎหมายมาหมดแล้ว ผมมีอยู่ทั้งหมด ๔-๕ ประการด้วยกันสั้น ๆ ที่อยากจะนําเรียนท่านว่า

ประการที่ ๑ แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ จะให้อํานาจท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของคณะรัฐมนตรีออกพระราชกําหนดได้ แต่ท่านอย่าลืมว่ามีรัฐธรรมนูญอีกหนึ่งมาตรา ที่เปึนมาตราที่สําคัญ คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ ออกมารองรับ การดูแลความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ไม่ว่าท่านจะให้นิยามความหมายของคําว่า สถาบันครอบครัว ว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ วรรคสาม เขาเขียนแบบนี้เลยนะครับ เขาบอกว่าให้มีการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ ผู้ยากไร้ มิให้ถูกใช้ความรุนแรงให้รวมไปตลอดถึงการบําบัดฟุ๋นฟูและเยียวยาหากเขาถูกกระทํา หรือถูกใช้ความรุนแรง สิ่งที่ท่านกําลังทําอยู่นี้เปึนการไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสามหรือไม่ครับ นั่นคือเหตุผลประการที่ ๑

เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านอาจจะทราบดีว่า ณ ขณะนี้ ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องอัตราการเกิดของประชากร ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องอัตรา การหย่าร้างที่สูงขึ้นมาก เราพยายามจะผลักดันให้มีพระราชบัญญัติอยู่ฉบับหนึ่งครับ เราเรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ หรือรีโพรดักทีฟ เฮลท์ (Reproductive health) ไม่สําเร็จครับ เขาตัดตอนออกมาแค่ พระราชบัญญัติการปัองกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ท่านรัฐมนตรีท่านทราบดี เพราะเปึนกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ สิ่งที่พวกเรากําลังพยายามผลักดันในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว ก็คือเอามาตรการเหล่านี้ครับ เพราะกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ พูดแต่เรื่องของการคุ้มครอง ไม่ได้พูดถึงการส่งเสริม ไม่ได้พูดถึงการดูแลครอบครัวเลย เอาเข้าจริง ๆ แล้วนะครับ การดูแลครอบครัวนั้นต้องเปึนไปตามหลักที่เรียกว่า แฟมิลี ไลฟี ไซเคิล (Family life cycle) หรือวงจรชีวิตครอบครัว ต้องดูแลตั้งแต่เขาเริ่มความเปึน ครอบครัวครับ ต้องดูแลเรื่องของการใช้ชีวิตว่าเขาประสงค์ที่จะมีการสมรสในรูปแบบ หรือการใช้ชีวิตคู่แบบใด ต้องดูแลเรื่องของการวางแผนที่จะมีบุตรครับ ต้องดูแลเวลาที่เขา เกิดปัญหาครอบครัว ต้องมีไครซิส อินเตอร์เวนชัน (Crisis intervention) เรื่องของการ แทรกแซงหรือให้คําปรึกษา เพื่อให้ดํารงสถานะความเปึนครอบครัว หรือแม้กระทั่งถ้าเขา ไม่อาจดํารงสถานะความเปึนครอบครัวจะทําให้การหย่าเปึนไปอย่างมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็กได้อย่างไร กลไกที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา และคุ้มครองสถาบันครอบครัว มีอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน

เหตุผลประการที่ ๑ ก็คือ การจัดให้มีศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ทุกท่านที่มาจากต่างจังหวัดเปึน ส.ส. พื้นที่ท่านทราบดีครับ เขาเรียกว่า ศพค. มีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ถ้าออกพระราชกําหนดมาหรืออนุมัติให้มีการผ่านพระราชกําหนดไป ศพค. ก็หมดสิ้นไปครับ วันนี้หายไปเลย ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ที่เราอยากจะทํางานส่งเสริมการดูแล ในระดับตําบล เขาจัดให้มีกลไกในระดับจังหวัด คุณหมอชลน่านพูดไปบ้างแล้วนะครับ เขาเรียกว่าศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัวในระดับจังหวัด ถ้าผ่านพระราชกําหนด ศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัวในระดับจังหวัดก็ไม่เกิดขึ้นครับ เขามีกลไกในระดับชาติ ที่เรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวในระดับชาติออกมา รองรับเรื่องสมัชชาครอบครัว ออกมารองรับเรื่องสมัชชาสตรี ถ้าวันนี้เราผ่าน พ.ร.ก. ไป คณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับชาติซึ่งดูแลสตรีกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไม่เกิดขึ้นนะครับ คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องครอบครัวที่ดูแลสมัชชาครอบครัว ดูแล ๑๘.๕ ล้านครัวเรือน ในประเทศไม่เกิดขึ้นนะครับ นั่นคือเหตุผลซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องของความมั่นคงทางสังคม ไม่น้อยไปกว่าเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาและตีความ นั่นคือเหตุผลประการที่ ๒ ครับ

เหตุผลประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมเองอยู่ในคณะกรรมการ ยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวร่วมกับ ผู้แทนที่มาชี้แจงวันนี้ครับ อยู่ที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กฎหมายฉบับนั้น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดครับ มีหลายเรื่องที่กฤษฎีกาเปลี่ยนไป มีหลายเรื่องที่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติท่านอาจจะตกใจนะครับ เขาผ่านพระราชบัญญัติฉบับนั้นใช้เวลาแค่ ๗ นาทีนะครับ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ ๑๐ นาทีนะครับ เขายกมือผ่านแค่ ๗ นาที ไม่ดีที่สุดหรอกครับมีหลายเรื่อง ที่ต้องมีการแก้ไขปรับปรุงครับ เช่น นิยามความหมายของคําว่า ครอบครัว นิยามความหมาย ของคําว่า ความรุนแรงในครอบครัว รวมไปถึงสต็อกกิง (Stocking) หรือการติดตาม รวมไปถึง เรื่องของการคุกคามมากน้อยขนาดไหน การให้ความหมายสถาบันครอบครัวที่ไม่ยึดติด แต่เรื่องของการสมรส การให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตต่อ แม้ความสัมพันธ์ของความเปึน ครอบครัวไม่อาจดํารงอยู่ได้ แม้กระทั่งทักษะความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการให้ คําปรึกษาหรือการดูแลครอบครัวไม่ว่ากันครับ แต่อย่างไรก็ตามถ้าสิ่งที่อยู่ในพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่นั้นไม่ดีจริงก็สมควรที่จะต้องมีการออก พ.ร.บ. เข้ามาแก้ไขปรับปรุงครับ นั่นเปึน เหตุผลประการที่ ๓

เหตุผลประการที่ ๔ เปึนเหตุผลประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บอกมาโดยตลอดตั้งแต่มีการออก พระราชกําหนดก็คือความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่ ถามท่านง่าย ๆ ครับ ความไม่พร้อมของ เจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดวันนี้ท่านจะเอาใครเปึนตัวประกัน ผู้หญิงทั้งประเทศ ผู้ถูกกระทํา ด้วยความรุนแรงในครอบครัวทั้งประเทศไทยเขาตกอยู่ในความอึมครึมมาโดยตลอดนะครับ ความอึมครึมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งกฎหมายไม่เอื้ออํานวยเขายามที่เขาตกเปึนเหยื่อ แล้ววันหนึ่งเขากลายเปึนผู้ถูกใช้ความรุนแรงจนกลายเปึนผู้ใช้ความรุนแรงต่อคนใกล้ตัวเขา ความอึมครึมที่เกิดขึ้นจากการมี พ.ร.บ. ฉบับใหม่ซึ่งก็ไม่ยอมมีผลบังคับใช้เสียที ความอึมครึม ที่เกิดขึ้นจากการออกพระราชกําหนดวันนี้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ตอบได้นะครับว่า ๓ เดือนที่ผ่านมาหลังออก พ.ร.ก. ท่าน เตรียมการความพร้อมของเจ้าหน้าที่เหล่านี้อย่างไรครับ

ในท้ายที่สุดท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียกร้องแบบนี้ครับว่าสิ่งที่ผมพูด ทั้งหมดทําแต่เปึนเพียงเสียงของผู้แทน เสียงของคนเล็กคนน้อยในสังคม เสียงของผู้หญิง แค่คนหนึ่งนะครับ แต่อาจจะไม่ใช่คนเดียวครับ สิ่งที่เขาบอกกับเราวันนี้ว่าในสิ่งที่เราละเลย เสียงเหล่านี้มานานแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราจะผลักดันให้มี พ.ร.บ. อย่างเปึนทางการ ที่มาดูแลเขา หามิใช่ พ.ร.ก. ที่ออกมาแล้วละเมิดสิทธิต่อตัวเขา ท่านอาจารย์ป่ยบุตรจะพูดถึง กระบวนการต่อ แต่ผมพูดอย่างชัดเจนว่านี่ก็เปึนความมั่นคงทางสังคมไม่แตกต่างเช่นเดียวกัน พวกผมไม่สามารถอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ