จุติ ชี้กฎหมายคุ้มครองครอบครัวใหม่ไม่พร้อม ขอทบทวนการบังคับใช้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

จุติ ไกรฤกษ์ ชี้ปัญหาความไม่พร้อมในการบังคับใช้กฎหมายใหม่ โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านบุคลากร นิติกร และศักยภาพในการคุ้มครองประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้ทบทวนและพิจารณาเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติการคุ้มครองครอบครัวและเด็ก เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อผู้ด้อยโอกาสและเร่งเสริมความพร้อมด้านงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบพระคุณทุกท่านด้วยความเคารพ ในความเห็นของท่าน ผมอาจจะมีเห็นคล้องกับท่านบ้าง แล้วก็เห็นต่างในหลายประเด็น ขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสุทิน คลังแสง คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ท่านเรวัต วิศรุตเวช ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม แล้วก็ท่านวิรัช อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าประเด็นที่ท่านไม่สบายใจ แล้วก็ไม่อยากจะให้ผ่านพระราชกําหนดฉบับนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่า มันมีความจําเปึนจริง ๆ เพื่อความผาสุกของประชาชนที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย กฎหมายนั้นท่านอาจจะ มองว่าอันนี้แย่ อันนี้แย่กว่า แต่ผมคิดว่าสิ่งที่จําเปึนก็คือว่าต้องมีกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้ โดยมีประสิทธิภาพที่จะคุ้มครองประชาชน กระผมได้ทํางานหลังจากที่แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม แล้วก็ทราบว่าพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๖๒ นั้น จะต้องบังคับใช้วันที่ ๒๐ สิงหาคม ก็ได้ประเมินแล้วว่าเรามีความพร้อมหรือไม่ เพราะว่าสถาบันครอบครัวที่เราพูดถึงมีทั้งหมด ๒๑,๕๐๐,๐๐๐ ครอบครัวทั่วประเทศ ทีนี้ในฐานะที่เปึนผู้บริหารก็มาดูว่าองค์ประกอบ องคาพยพที่จะบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้แล้วก็คุ้มครองปกปัองประชาชนตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายนั้นทําได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ กับสภาพที่กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มีอยู่ กระทรวงนี้ต้องยอมรับว่าเปึนกระทรวงที่ฝ๊กแล้วก็พัฒนา นักสังคมสงเคราะห์ และนักพัฒนาสังคมได้อย่างเยี่ยมยอด แต่ไม่ได้ฝ๊กเขาให้มาเปึนนักกฎหมาย หรือนิติกร ในส่วนของกระทรวงนี้จะมีข้าราชการเปึนพันคน แต่มีนิติกรเพียง ๓๐ กว่าอัตรา เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วมีหน้าที่ไปออกประเมินและสงเคราะห์ให้ความช่วยเหลือเยียวยา พี่น้องประชาชน ตามสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดก็มีนิติกรบ้าง ไม่ครบทุกจังหวัด แต่ส่วนใหญ่เปึนพนักงานข้าราชการ บางแห่งก็มีเปึนลูกจ้างประจํา สิ่งที่สําคัญที่ได้พิจารณาก็คือว่าถ้าทําตามกฎหมายใหม่ป้ ๒๕๖๒ ผู้บริหารคือพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นจะต้องทํางานแทนอัยการ ใช้ดุลพินิจระดับอัยการที่จะ ปกปัองคุ้มครองพี่น้องประชาชนให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ถามว่าถ้าจะให้เขาไป เข้าอบรมเพียง ๓ เดือน ๖ เดือน หรือ ๑ ป้ แต่ไม่มีประสบการณ์เท่ากับคนที่จะทํางานเปึน ผู้ช่วยอัยการ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๗ ป้ หรืออัยการจังหวัดซึ่งต้องใช้เวลานับเปึน ๑๐ ป้ ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมกับประชาชนที่จะได้รับการดูแล โดยคนที่จะทําหน้าที่นั้นไม่มีทักษะ ทางกฎหมายแบบมืออาชีพ ฉะนั้นความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนนั้น ผมได้นําเสนอ รัฐบาลว่าถ้าไปดูสถิติหลายท่านมองว่าเปึนเรื่องยอมความกันได้ ผมก็เชื่อว่าทุกอย่างผัวเมีย สามีภรรยาน่าจะยอมความกันได้ แต่สถิตินั้นได้บอกว่าจํานวนสตรีและเด็กที่ถูกกระทํา ความรุนแรง แล้วต้องการรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ศูนย์พึ่งได้ของกระทรวงสาธารณสุข สถิติในป้ ๒๕๕๘ มีสตรี เด็กที่ถูกกระทําความรุนแรงนั้นที่ลงทะเบียน ๑๓,๒๖๕ ราย ในป้ ๒๕๖๑ สถิตินี้สูงขึ้นมาถึง ๒๒,๐๑๘ ราย เพิ่มขึ้นเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นสิ่งที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีอัตรากําลังอยู่นั้นได้พิจารณาแล้วว่า คงจะไม่พอเพียงที่จะคุ้มครองสตรี เด็กในครอบครัวนั้นได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับถ้าเรามาดูว่า สิ่งที่เราจะต้องให้การบริการอย่างที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ได้กรุณา ให้คําแนะนํามาว่าผู้หญิงคนหนึ่งต้องประสบปัญหา เพราะกฎหมายนั้นโดนเลื่อนการบังคับใช้ไป อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นต้องคํานึงถึง ก็คือถ้าเราไม่ขอเลื่อนการบังคับใช้ไปนี่และผลของมันจะเปึนอย่างไร ผมเคารพความขยัน ของอาจารย์ป่ยบุตรที่ไปดูมาว่าได้มีข่าวของผู้บริหารกระทรวงในขณะที่ร่างกฎหมายฉบับนั้น ก็บอกว่ากระทรวงมีความพร้อม ผมก็ไม่ได้ศึกษาดู ไปสอบถามดู ความพร้อมที่เขาให้ ความเห็นนั้นก็มีครับ เปึนความพร้อมในโครงสร้างที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์มี ก็ต้องบอกกันว่ามีถึง ๗,๓๑๓ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน แต่ปัญหาคือ มันมีแต่โครงสร้างครับ มันมีบุคลากรไม่ครบทุกศูนย์ และสิ่งที่สําคัญที่เปึนห่วงก็คือว่า ส่วนใหญ่เปึนงานอาสาสมัครไม่มีคนประจําที่ทําหน้าที่แทน เมื่อเปึนอาสาสมัครแล้ว อาสาสมัครนั้นก็จะไม่มีความช่ําชองทางกฎหมาย นั่นเปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้น ก็มีความวิตกกังวลว่า ถ้าจะต้องใช้ดุลพินิจทางกฎหมายโดยขอคําปรึกษาจากท่านใดท่านหนึ่ง แล้วก็ไปใช้คําสั่งทางปกครองอะไรก็ตาม เขาเกรงว่าเขาก็จะมีผลถูกดําเนินคดีเช่นกัน ฉะนั้นทั้งหมดทุกอย่างนั้นมีความไม่พร้อม ผมคิดว่าผลเสียนั้นจะตกอยู่กับพี่น้องประชาชน เปึนอย่างมาก ได้ประเมินก่อนที่จะขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีว่า ๗,๓๑๓ ศูนย์ ได้พิจารณากับท่านอธิบดี ท่านผู้บริหาร จริง ๆ แล้วต้องเรียนความจริงว่า ศูนย์ทั้งหมด มีความพร้อมจริง ๆ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลือนั้นยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ อย่างที่เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นต้องการให้เปึนได้ และได้สอบถามว่าถ้าระหว่างใช้ กฎหมายเก่าป้ ๒๕๕๐ กับใช้กฎหมายใหม่ป้ ๒๕๖๒ บางท่านก็บอกว่าป้ ๒๕๕๐ ดีกว่า บางท่านก็บอกว่าป้ ๒๕๖๒ ดีกว่า แต่อยากจะกราบเรียนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้ว่า เอาสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๐ นี่ พ.ร.บ. เก่าที่เราขอเลื่อนการบังคับใช้เพื่อให้ใช้ พ.ร.บ. เก่าอยู่นี่ คนทํางานทํางานประมาณ ๕ ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ ๑๗-๑๘ วัน ในการทําเรื่อง ๑ เรื่อง แต่ พ.ร.บ. ใหม่นี้ถ้าบอกว่าคุ้มครองได้ดีมาก ผมก็เห็นด้วยเพราะว่า ขั้นตอนที่กฎหมายบังคับนั้น จาก ๕ ขั้นตอนที่คุ้มครองครอบครัว คุ้มครองเด็ก สตรี คนในครอบครัวนั้นมีถึง ๑๐ ขั้นตอน และต้องใช้เวลาเปึนเดือนครับ เราได้พิจารณาว่า ถ้า พมจ. ผู้บริหารจังหวัด คือพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนั้นนําเวลา ที่มีทั้งหมดมาดูแลสถาบันครอบครัว เขายังมีภารกิจต้องดูเด็ก ดูเยาวชน ดูสตรี ดูผู้พิการ ดูแลผู้สูงอายุ คนไร้ที่พึ่ง ผู้ด้อยโอกาสอีกมากมาย เขาต้องออกไปประเมินความยากจน ออกไปประเมินผู้ที่รอความช่วยเหลือ ถามว่าแล้วเขาจะแบ่งเวลาอย่างไรที่เขาทํา กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ต้องดูแลกฎหมายถึง ๒๔ ฉบับ มี ๔๔ กิจกรรมที่จะต้องทํา ฉะนั้นผมจึงได้ตัดสินใจว่าจะผิดถูก ตามดุลพินิจท่าน ผมในฐานะเปึนผู้บริหารก็จําเปึนที่จะต้องขอความกรุณาท่านช่วยพิจารณา ว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปโดยขอเลื่อนการบังคับใช้นั้นเปึนไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับที่ท่านคาดหวัง จะผิดจะถูกก็ตําหนิผมได้ แต่ทําไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ว่า ถ้าจะทํางานให้ได้มีประสิทธิภาพแล้วต้องทําให้ได้เต็มที่ ไม่ใช่บอกประชาชนว่ามี ๗,๓๑๓ ศูนย์ ที่จะคุ้มครองคุณแล้ว แต่จริง ๆ แล้วรู้อยู่เต็มอกว่าไม่สามารถทําได้ หลายท่านถามว่าหน้าที่ ของผมไม่ใช่หมดแค่นี้ ผมยอมรับครับว่าไม่ได้หมดแค่นี้ วันนี้ถ้าท่านอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีผลการเลื่อนบังคับใช้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นจะต้องทํางานอีกมากมาย ไม่ใช่เรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ ประเด็นแรกคือการเตรียมความพร้อมเรื่องของอัตรากําลัง ถ้าท่านบอกว่า มี ๗,๓๑๓ ศูนย์ จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทุกศูนย์คงเปึนไปไม่ได้ เพราะว่าราชการ คงไม่จ้างนิติกรให้ ๗,๓๑๓ อัตราเปึนแน่นอน ถ้าบอกว่าใน ๑ อําเภอนั้นจะต้องมีนิติกร ๑ คน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ผมถามว่าสภานี้จะอนุมัติงบให้ผมจ้างไหม ๘๐๐ อําเภอ ๘๐๐ ตําแหน่งของนิติกรที่จะต้องใช้ ถ้าท่านสนับสนุนผม ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนนั้น คงจะต้องมีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากมีนักกฎหมายแล้ว จะต้องมีนักจิตวิทยาที่จะต้อง บําบัด ที่จะต้องปรึกษาหารือประสานงานกับโรงพยาบาล กรมสุขภาพจิต เพื่อเยียวยาพี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว นอกจากที่เตรียมอัตรากําลังของบุคลากรแล้ว ขอกําลัง ก.พ. แล้ว ของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ยังต้องกระบวนการปรับปรุง กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพก็ทํามานะครับ ไม่ได้หยุด แล้วก็จะต้องปรับปรุงกฎหมาย ส่งเสริมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สําคัญที่หลายท่านบอก ๆ ว่าทําไมไม่เสนอเปึนพระราชบัญญัติ เพื่อขอแก้ไข ผมก็อยากเสนอครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ แต่มันก็มีกฎหมายออกมาใหม่ ฉบับหนึ่งบังคับไว้เรื่องการแก้กฎหมายหรือเสนอกฎหมายใหม่ ต้องผ่านฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนอีก จะใช้เวลาอีกกี่เดือนจะเสร็จผมก็ไม่ทราบ ดังนั้นกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าเมื่อมันไม่มีทางเลือกแล้วมันก็จําเปึนที่จะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งที่ดีที่สุดก็คือว่าเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายนั้นออกไป แล้วก็กฎหมายเดิมป้ ๒๕๕๐ ยังบังคับใช้อยู่ แล้วสิ่งที่อยากจะกราบเรียนอาจารย์ป่ยบุตร ซึ่งถ้าผมไม่บอกวันนี้ท่านก็ต้อง ไปหาเจอก็คือว่า มีไหมระหว่างวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ป้นี้ว่ามีคดีขึ้น มีครับท่าน มี ๑ คดี แล้วก็เปึนคดีที่อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้บอกว่ามี ๑ คดี แล้วก็ศาลนั้น ได้ใช้หลักเกณฑ์ของว่ากฎหมายที่เปึนคุณต่อคู่กรณีก็ได้ทําไป กราบเรียนที่ประชุมให้ทราบว่า สิ่งที่กระผมได้ตัดสินใจไปนั้นก็เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน ของเหยื่อที่เราคิดว่า เปึนเหยื่อจะต้องแก้ไข ของคนอีก ๑๙,๐๐๐ กว่าราย ๒๒,๐๐๐ รายที่เกิดขึ้น เราก็ไม่อยากให้ สิ่งนั้นเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทํา ก็คือในเชิงปัองกัน ในเชิงเตรียมการในเรื่องของอัตรากําลังทําในเรื่องของการเตรียมตัวแก้ไข กฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย และผมหวังว่าเมื่อกระทรวงมีความพร้อมนําเสนอการแก้ไข กฎหมายกลับมาจะได้รับการสนับสนุนจากท่านด้วยความเมตตาว่าทั้งหมดนั้นเปึนไป เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ