กรณ์ ชี้ บตท. ไม่บรรลุเป้า ชงรีไฟแนนซ์บ้านดอกต่ำ-ควบรวม ธอส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

กรณ์ จาติกวณิช หารือถึงบทบาทที่จำกัดของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเดิมในการเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่สนใจโอนสินเชื่อและวงเงินดำเนินงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงเสนอให้ปรับบทบาท บตท. ใหม่โดยใช้ศักยภาพช่วยประชาชนลดภาระหนี้ผ่านการรีไฟแนนซ์อัตราดอกเบี้ยต่ำ และพิจารณาควบรวมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์อย่างมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง

นายกรณ์ จาติกวณิช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ผมขอเรียกสั้น ๆ บตท. เปึนสถาบัน การเงินในสังกัดของกระทรวงการคลังมีการจัดตั้งในช่วงปัญหาเศรษฐกิจยุคต้มยํากุ้ง ป้ ๒๕๔๐ วัตถุประสงค์หลักของ บตท. ก็คือเปึนหน่วยงานที่มีการออกแบบมาเพื่อที่จะช่วยเพิ่ม สภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเพื่อให้สถาบันการเงินมีกําลัง มีทุนเพิ่มขึ้นในการที่จะ ปล่อยสินเชื่อเพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยมีโอกาสเข้าเปึนเจ้าของบ้านที่อยู่อาศัยเพิ่มยิ่งขึ้น พูดโดยสรุปก็คือ บตท. มีหน้าที่ในการที่จะรับโอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน เพื่อเป่ดโอกาสให้สถาบันการเงินสามารถที่จะปล่อยสินเชื่อได้ใหม่ให้กับผู้กู้รายใหม่ แล้วก็เปึนการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ทีนี้ตลอดช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมาสิ่งที่ปรากฏก็คือประเด็นปัญหาสภาพคล่อง ที่ผู้ร่างกฎหมายแต่เดิมคาดว่าอาจจะเปึนอุปสรรคต่อการปล่อยสินเชื่อบ้านโดยสถาบันการเงิน พาณิชย์ภาคเอกชน กลับไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่องดังที่คาดว่าอาจจะปรากฏก็เลยทําให้ เราต้องยอมรับนะครับว่าบทบาทของ บตท. นั้นมีน้อยกว่าที่คาดหวัง แล้วทางสถาบันการเงินเอง ก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะโอนสินเชื่อที่อยู่อาศัยออกมาจากบัญชีของตนเองเข้ามาสู่ บตท. ก็เปึนสาเหตุที่ทําให้วงเงินสินเชื่อโดยรวมของ บตท. อยู่ในวงที่ค่อนข้างจํากัด และโดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการขยายฐานสินเชื่อบ้านที่อยู่อาศัยในตลาดธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไป ถ้าดูตามรายงานป้ ๒๕๖๑ ที่ทางคณะกรรมการได้กรุณามารายงานกับทางสภา ณ วันนี้ ก็จะเห็นว่าสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้นั้นมีปริมาณที่ลดลงพอสมควรด้วยซ้ําไป ระหว่างป้ ๒๕๖๐ ลงมาจากระดับ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทในป้ที่มีการรายงาน คือป้ ๒๕๖๑ เพราะฉะนั้นก็พอที่จะสรุปได้นะครับว่าจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งเดิม บตท. อาจจะเปึนเพราะไม่มีความจําเปึนหรือด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับ ที่คาดว่าจริง ๆ อาจจะควรที่จะทํา

ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากที่จะกราบเรียนและปรึกษากับทางคณะกรรมการ ที่มารายงานก็คือ เมื่อบทบาทเดิมตามกฎหมายของ บตท. นั้นไม่บรรลุตามความคาดหวัง หรือความคาดหมาย จริง ๆ บตท. ยังมีบทบาทอื่นที่จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ที่สามารถทําได้หรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่ามีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายป้ที่ผ่านมา ๔-๕ ป้ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่สภาวะอัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินโดยรวมมีการปรับลดลง อย่างต่อเนื่อง ก็คือโอกาสในการเข้าถึงการรีไฟแนนซ์ (Refinance) สินเชื่อโดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน ของประชาชนในฐานะลูกหนี้พบได้ว่าในช่วง ๕ ป้ที่ผ่านมาใครที่เข้าถึงโอกาสในการที่จะ ปรับโครงสร้างหนี้หรือรีไฟแนนซ์ (Refinance) หนี้บ้านของตัวเองสามารถที่จะปรับลด ภาระหนี้ได้อย่างมีนัย ใครที่เคยมีภาระหนี้ สมมุติประมาณ ๗ ล้านบาท เข้าสู่การปรับ โครงสร้างหนี้หลังจากที่กู้ยืมมาได้ตามกําหนดสัญญา ๓ ป้ อาจจะสามารถที่จะปรับลดภาระหนี้ ของตนเองได้ลงมาเหลือเพียงแค่ ๔ ล้านบาท หรือ ๕ ล้านบาท ประหยัดวงเงิน หรือต้นทุน ในการเปึนเจ้าของบ้านของตัวเองได้เปึนหลักล้านบาทก็มีมาแล้วหลายกรณี แต่ประเด็น ปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือเข้าไม่ถึงข้อมูล ประเด็นปัญหาของพี่น้องประชาชนก็คือ ถึงเข้าถึงข้อมูลได้ อํานาจในการเจรจาต่อรองหรือความสามารถในการที่จะเปรียบเทียบ โอกาสที่มีระหว่างสถาบันการเงินเดิมที่ตนเองกู้ยืมเทียบกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่อาจจะมี ข้อเสนอที่ดีกว่าก็เปึนปัญหาและเปึนอุปสรรคต่อประชาชน ตรงนี้ถามว่า บตท. มีบทบาท หรือมีอํานาจที่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไรครับ บตท. มีสิทธิพิเศษที่สําคัญอยู่ประการหนึ่งในฐานะที่เปึนสถาบันการเงินในสังกัดของ กระทรวงการคลัง บตท. สามารถที่จะระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพื่อที่จะระดมทุนมา รับซื้อหนี้จากสถาบันการเงินภาคเอกชนได้ และอัตราดอกเบี้ยในส่วนของพันธบัตร การกู้ยืม ของ บตท. ก็เปึนอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนสถานะการเปึนสถาบันการเงินของรัฐก็คือต่ํามาก ตรงนี้เปึนข้อได้เปรียบที่ บตท. จริง ๆ สามารถที่จะนํามาช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะ รีไฟแนนซ์ (Refinance) จากธนาคารพาณิชย์ที่กู้ยืมเงินแต่เดิมได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ํากว่ามาก เพียง บตท. เป่ดให้ประชาชนสามารถจะโดยตรงหรือทางอ้อมในการที่จะปรับโครงสร้างหนี้ ของตนเอง โดยอาศัยต้นทุนที่ต่ํากว่าของ บตท. พี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะลดภาระหนี้ ได้อย่างมหาศาล บตท. ไม่จําเปึนต้องทําเองก็ได้ มีคนกลางที่สามารถที่จะรวบรวมสินเชื่อบ้าน ของประชาชนและโอนขายต่อให้กับ บตท. สามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า เนื่องจากต้นทุน ของ บตท.ที่ต่ํากว่าด้วยสิทธิการออกพันธบัตรตามที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า บตท. ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้มีความจําเปึนในการที่จะต้องทําหน้าที่ตามพันธกิจเดิม ในการเพิ่มสภาพคล่องในกับสถาบันการเงิน กับสามารถที่จะใช้อํานาจตามกฎหมายของตน ในการที่จะลดภาระดอกเบี้ย ภาระการกู้ยืมเงินของพี่น้องประชาชนได้ นี่คือช่องทางและวิธีการ ที่องค์กรลักษณะคล้าย บตท. ในต่างประเทศเขาก็ทํา ถ้าเราหันไปดูที่สหรัฐอเมริกานะครับ แฟนนี เม (Fannie Mae) เปึนสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง มีโครงสร้างและความจริง ก็เปึนแม่แบบของการก่อตั้ง บตท. ตั้งแต่แรก ถามว่าสภาพคล่องที่ล้นเหลือในตลาดการเงิน ของสหรัฐอเมริกาทําให้แฟนนี เม (Fannie Mae) มีบทบาทที่ลดลงเหมือนเช่น บตท. มีบทบาทที่ลดลงในตลาดการเงินไทยหรือไม่ ไม่ครับ ตรงกันข้าม ท่านกลับไปดูนะครับ สถานะทางการเงินของแฟนนี เม (Fannie Mae) หรือบทบาทในแง่ของสินทรัพย์ของ แฟนนี เม (Fannie Mae) ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ป้ในช่วง ๔-๕ ป้ที่ผ่านมามันสวนทางกับบทบาท ของ บตท. ที่มีในตลาดกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้านในประเทศไทยเรา เพราะอะไร ก็เพราะแฟนนี เม (Fannie Mae) เช่นเดียวกันเขาก็ปรับบทบาทหน้าที่ของเขา ใช้อํานาจทางกฎหมายของเขา ในการที่จะช่วยลดภาระการกู้ยืมของประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกัน บตท. สามารถที่จะทําได้ด้วยการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ซึ่งจะต้องอาศัยนโยบายหรือไม่ก็เปึน เรื่องของทางผู้บริหารที่จะต้องไปพิจารณาดําเนินการ ทีนี้นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยน ยุทธศาสตร์แล้ว ผมก็เข้าใจนะครับว่าทางรัฐบาลชุดปัจจุบันมีแผนที่จะควบรวม บตท. เข้ากับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เรื่องนี้ก็เข้าใจนะครับว่ามีการดําเนินการไปถึงขั้นคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้พิจารณาความเหมาะสมแล้ว ทีนี้ในประเด็นนี้ก็จึงเปึนคําถามว่าการควบรวม หรือยุบรวม บตท. เข้าไปเปึนส่วนหนึ่งของธนาคารอาคารสงเคราะห์จะดําเนินการเพื่ออะไร ผมก็สมมุตินะครับว่าสาเหตุส่วนหนึ่งก็น่าจะเปึนเพราะทางรัฐบาลเองก็เห็นว่าบทบาทของ บตท. นั้นค่อนข้างน้อย ผมพูดตามตรงว่าน้อยมากในช่วงที่ผ่านมา แล้วก็น้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย แถมประเด็นปัญหาเรื่องของหนี้เสียในตัว บตท. ที่เกิดจากสินเชื่อที่ซื้อมาหรือรับโอน มาจากธนาคารพณิชย์แล้วก็มาปรากฏเปึนปัญหาหนี้เสียที่ บตท. เองในอดีตก็มีจํานวนมาก แล้วในประเด็นนี้ผมขอชมเชยคณะทํางานชุดปัจจุบัน ผู้บริหารชุดปัจจุบันที่ได้ดําเนินการ แก้ไขทําให้ บตท. กลับมาอยู่ในสถานะที่มีกําไรได้ กําไรก็มาจากการแก้ปัญหาหนี้เสียนั่นเอง ประเด็นปัญหาในอดีตรวมถึงบทบาทที่แคบลงของ บตท. นั้นอาจจะเปึนที่มาของเหตุผล ของรัฐบาลที่จะยุบและควบรวม บตท. เข้าไปอยู่ในธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผมขอบอกว่า ธอส. เปึนหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีในการตอบโจทย์ปัญหาการเข้าถึงการกู้ยืมโดยพี่น้อง ประชาชนที่มีรายได้น้อย เพื่อที่เขาจะมีโอกาสได้มีบ้านที่อยู่เปึนของตนเอง เพราะฉะนั้น การไปอยู่กับ ธอส. ในตัวของมันเองไม่มีอะไรที่จะสร้างความเสียหาย ผมเชื่อว่าอย่างนั้น แต่ผมก็อดเสียดายบทบาทและสถานะพิเศษของ บตท. ไม่ได้ เพียงแค่ถ้า บตท. สามารถที่จะ ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตามที่ผมได้เรียนเสนอไปเมื่อสักครู่ ผมคิดว่า บตท. ยังมีภาระหน้าที่ ที่เปึนประโยชน์ด้วยตัว บตท. เอง นอกเหนือจาก ธอส. ต่อการเข้าถึงการเปึนเจ้าของบ้าน ที่อยู่อาศัยด้วยอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่น้อยลงของพี่น้องประชาชน จึงฝาก ในประเด็นนี้ให้กับผู้บริหารได้กลับไปพิจารณาผ่านท่านประธาน ขอบพระคุณครับ