ศิริกัญญา แจงบทบาท บตท. ซื้อหนี้บ้าน-แปลงเป็นพันธบัตร หวังลดดอกเบี้ย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ศิริกัญญา ตันสกุล อภิปรายเกี่ยวกับการดำเนินงานของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยตั้งข้อสังเกตถึงแนวโน้มการซื้อหนี้ที่ลดลงและสัดส่วนหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งคำถามถึงแผนการควบรวมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์และความเสี่ยงต่อการคลังของรัฐ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับรายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ซึ่งจะขอเรียก สั้น ๆ ว่า บตท. ดิฉันพยายามอภิปรายไม่ให้ซ้ํากับท่านสมาชิกท่านอื่นที่ได้พูดไปแล้วนะคะ แต่ต้องขอย้อนนิดหนึ่งว่า บตท. ทําหน้าที่อะไร ถ้าจะสรุปให้เปึนภาษาง่าย ๆ ก็คือว่า บตท. ทําหน้าที่ที่จะซื้อหนี้บ้านจากธนาคารพาณิชย์แล้วก็เอามามัดรวมกันเปึนสินทรัพย์ก้อนเดียว แล้วก็ขายออกเปึนพันธบัตรหรือว่าเปึนบอนด์ (Bond) ซึ่งแทนที่ลูกหนี้ที่ไปกู้บ้านจะผ่อน กับแบงก์ ก็จะมาผ่อนกับ บตท. แทน แล้ว บตท. ก็จะส่งผ่านทั้งรายได้จากทั้งเงินต้นแล้วก็ ดอกเบี้ยเข้าสู่บริษัทย่อยที่ทําหน้าที่เปึนตัวกลางที่จะจ่ายผลตอบแทนออกมาเปึนคูปอง หรือว่าดอกเบี้ยให้กับผู้ที่ซื้อพันธบัตรหรือว่าถือพันธบัตรอีกทีหนึ่ง ด้วยวิธีการนี้ก็เลยจะทําให้ สามารถที่จะปล่อยกู้บ้านได้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ เพราะว่าเมื่อเวลาที่ขายพันธบัตรออกไป ก็จะจ่ายเปึนดอกเบี้ยหรือว่าคูปองที่คงที่เช่นเดียวกัน วิธีการนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่ มันจะเปึนวิธีการที่เรียกว่าเปึนเครื่องมือทางการเงินเฉพาะกิจหรือว่าเปึน เอสพีวี (SPV) เปึนสเปเชียล เพอร์โพส เวฮิเคิล (Special Purpose Vehicle) ก็คือเปึนรูปแบบเครื่องมือ ทางการเงินที่นิยมใช้กันในหลาย ๆ ประเทศ แล้วก็นิยมกันมาก เมื่อก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโลก หรือว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) นั่นเองนะคะ ตามปกติพันธบัตรเหล่านี้ก็จะมี การจัดอันดับเรตติง (Rating) กันทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่ทริปเป่ล เอ (Triple A) ๓ เอ (3A) ไปจนถึง เปึนจังบอนด์ (Junk Bond) ส่วน บตท. ก็ได้เรตติง (Rating) อยู่ที่ ๒ เอลบ (2A-) ซึ่งก็เปึน เรตติง (Rating) ที่ค่อนข้างสูงนะคะ หุ้นกู้หรือว่าพันธบัตรที่เพิ่งออกของ บตท. อย่างเช่น บตท. (๙) จํากัด อายุ ๕ ป้ ก็จะจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ ๓.๒๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ แต่ว่าวิธีการเสนอขายก็จะเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงก็คือ เฉพาะกับธุรกิจหรือว่า บริษัทเอกชนที่ได้รับการทาบทามเท่านั้น อย่าง บตท. (๙) จํากัด ก็เปึนการมัดรวมเอาสัญญา เงินกู้ ๗,๔๐๐ สัญญาเข้าด้วยกันนะคะ อย่างที่ท่านสมาชิก ท่านกรณ์ได้กล่าวไปแล้ว ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ บตท. เกิดขึ้นหลังที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในป้ ๒๕๔๐ เมื่อสถาบันการเงิน ที่ยังมีศักยภาพแต่ว่ามีปัญหาเรื่องสภาพคล่องก็เลยจะต้องขายหนี้ที่ดีที่มีคุณภาพบางส่วน ออกมาเพื่อให้ตัวเองมีสภาพคล่องเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้สถานการณ์ก็ดูจะเปลี่ยนไปแล้ว ดิฉันสะดุดใจตอนที่อ่านรายงานประจําป้ตรงที่บอกว่า ในป้ ๒๕๖๑ นั้นไม่ได้มีการซื้อหนี้เพิ่ม ก็เลยเอะใจแล้วก็ไปย้อนดูข้อมูลย้อนหลังของการทําธุรกิจของ บตท. ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ เปึนต้นมา ก็พบว่า บตท. ได้มีการซื้อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ จนถึงป้ ๒๕๖๑ ป้ ๒๕๕๗ มีการซื้อหนี้อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากนั้นในป้ ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๙ เพิ่มขึ้นเปึน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท พอป้ ๒๕๖๐ ยอดหนี้ตรงนี้ก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ที่น่าตกใจไปไม่แพ้กันก็คือสัดส่วนของหนี้ ที่จัดว่าเปึนหนี้ด้อยคุณภาพหรือว่าสัดส่วนของ เอ็นพีแอล (NPL) ป้ ๒๕๕๗ เอ็นพีแอล (NPL) อยู่แค่ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเปึนเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๕๘ แล้วกระโดดขึ้นเปึน ๓๖.๔ เปอร์เซ็นต์ในป้ ๒๕๕๙ ก่อนที่จะมีการปรับปรุงบัญชี แล้วหนี้ เอ็นพีแอล (NPL) ก็ลดลง อยู่ที่ประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์กว่าในป้ ๒๕๖๐ และป้ ๒๕๖๑ การบริหารงานแบบนี้ก็ชวนให้คิดว่าถึงแม้ว่าในป้นี้ บตท. จะมีกําไรกลับมาเปึนบวก ถึงแม้ว่า ในป้นี้จะไม่ได้มีการขอรับเงินอุดหนุนจากงบประมาณของรัฐบาล ถึงแม้ว่าในป้นี้จะยังไม่ได้มี การต้องเพิ่มทุนหรือว่าต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมในการเพิ่มทุนเพื่อชดเชยตัวหนี้เสีย ที่เกิดขึ้น แต่มันก็ไม่มีอะไรการันตี (Guarantee) ว่าสุดท้ายจะไม่กลายมาเปึนความเสี่ยง ทางการคลังของประเทศนะคะ ยิ่งสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้วว่าตอนนี้ไม่มีแบงก์ไหน ที่จะยอมขายสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับ บตท. กันแล้วนะคะ บตท. ก็เลยต้องหันไปทําธุรกิจ ร่วมกับดีเวลอปเปอร์ (Developer) หรือว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แทนนะคะ เพราะว่า หนี้ดี ๆ ก็ไม่มีใครเขาอยากจะขายนะคะ พอไปซื้อมาก็กลายเปึนว่าไปเจอหนี้ที่คิดว่าจะดี แต่จริง ๆ แล้วก็เปึนหนี้เน่า ดิฉันก็ค้นข้อมูลต่อว่ามีแผนในการที่จะควบรวมกิจการระหว่าง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. กับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ บตท. นี่นะคะ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสรับฟังการชี้แจงในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณ โดยที่กระทรวงการคลังเข้ามาชี้แจงแล้วก็ได้สอบถามกับปลัดกระทรวงการคลัง ในเรื่องของแผนการควบรวมกิจการนี้ก็ได้รับคําตอบว่าตัวร่างกฎหมายเพื่อการควบรวมนั้น ได้เสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงานกับวิป (Whip) รัฐบาล ดิฉันก็รู้สึกเห็นด้วย กับการที่ บตท. จะกลับไปอยู่ภายใต้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กลับไปเปึนยูนิต (Unit) หนึ่ง ภายใต้ ธอส. เหมือนกับที่ท่านเคยเปึนก่อนที่จะแยกมาตั้งเปึนบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย เพื่อที่จะทําให้การบริหารความเสี่ยงนั้นเปึนไปได้โดยมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารจัดการเรื่องของหนี้ท่านยังสามารถทําฟังก์ชัน (Function) ต่าง ๆ ที่ท่านยังทําอยู่ได้ ในทุกวันนี้ แต่ว่าไม่จําเปึนจะต้องเปึนอีกองค์กรหนึ่งแยกออกมา ดิฉันก็เห็นด้วยกับแผนการ ควบรวมนี้นะคะ ก็หวังว่าแผนการควบรวมจะดําเนินไปได้อย่างราบรื่นนะคะ แล้วในป้หน้า หรือว่าป้ต่อ ๆ ไปก็อาจจะไม่ได้มารับฟังรายงานประจําป้ของ บตท. อีก ขอบพระคุณมากค่ะ