พิสิฐ ลี้อาธรรม แสดงความกังวลต่อแผนการควบรวมองค์กรพิเศษเข้ากับ ธอส. โดยชี้ว่ามีลักษณะงานต่างกัน อาจสูญเสียกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบการเงินและสนับสนุนประชาชนในการลงทุน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางระยะยาวแทนการยุบเลิกองค์กร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับการทํางานขององค์กรนี้นะครับ ผมขอเรียกสั้น ๆ ว่า บรรษัท ซึ่ง ๒ ท่านแรกก็ได้กล่าวไปหมดแล้ว แล้วก็ขอชื่นชมที่องค์กรนี้สามารถดูแล การทํางานให้เกิดผลกําไรแล้วก็มีเงินนําส่งรัฐ ได้รับการประเมินทางด้านของคุณธรรม และความโปร่งใสจนติดอันดับ ๗ ในบรรดา ๕๔ องค์กรที่เปึนรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประเมิน คือได้คะแนนถึง ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเปึนนักเรียนนักศึกษาต้องถือว่าได้คะแนนดีเยี่ยม แต่ที่ผมเปึนห่วงแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเรื่องของการที่จะไปเมิร์จ (Merge) รวม หรือไปควบรวมกับ ธอส. เหตุที่เปึนอย่างนี้ก็เพราะว่าองค์กรนี้เปึนองค์กรพิเศษนะครับ ลักษณะงานเปึนคนละลักษณะกับ ธอส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีหน้าที่ในการปล่อยกู้ให้กับรายย่อยแล้วก็เก็บไว้ในงบดุล แต่องค์กรนี้มีหน้าที่ในการที่จะเอา สินทรัพย์หรือเงินกู้ที่อยู่ในงบดุลออกมาให้มีสภาพคล่อง ก็คือนํามาเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ขายให้กับประชาชนที่ต้องการออมเงิน ฉะนั้นองค์กรนี้มีหน้าที่ในการไปติดต่อแบงก์ต่าง ๆ ไปติดต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ด้วย ซึ่ง ณ เวลานี้เงินที่สถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเปึนธนาคารของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์ก็มีการ ปล่อยกู้ไปเปึนจํานวนถึงกว่า ๓.๗ ล้านล้านบาท เปึนเงินมากกว่างบประมาณแผ่นดิน ประจําป้เสียอีก แต่เงินที่ปล่อยกู้เหล่านี้จมอยู่ในงบดุลของแบงก์เหล่านี้ไม่ได้เกิดประโยชน์ มากไปกว่าที่เปึนอยู่ เพราะฉะนั้นบรรษัทมีหน้าที่ในการที่จะไปซื้อหรือไปขอให้องค์กรเหล่านี้ แปลงสินทรัพย์เหล่านี้ให้มาเปึนหลักทรัพย์ที่ประชาชนจะไปลงทุนได้ เพราะ ณ เวลานี้ อย่างที่เราทราบบ้านเรากําลังมีปัญหาอย่างมากในเรื่องของที่ประชาชนเอาเงินไปฝากแบงก์ แล้วได้ดอกเบี้ยต่ํา ดอกเบี้ยไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ถ้าเกิดฝากออมทรัพย์ หรือถ้าเปึนฝากประจํา ก็แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เพราะฉะนั้นประชาชนจึงมีความต้องการที่จะซื้อพันธบัตรหรือซื้อ หลักทรัพย์ ที่รัฐบาลท่านออกพันธบัตรมาก็ออกมาน้อยมาก เพราะฉะนั้นองค์กรนี้จะมีหน้าที่ ในการที่จะแปลงสินทรัพย์จํานวนมากที่จมอยู่ในระบบการเงินจํานวนกว่า ๓.๗ ล้านล้านบาท ให้เปึนหลักทรัพย์ที่ประชาชนจะถือได้ คําถามคือว่าทําไมกลไกนี้จึงเกิดไม่ได้ ผมคิดว่า เปึนภารกิจ เปึนหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่ต้องเข้าไปจัดการดูแลว่าจะสร้างสิ่งจูงใจ ประการใดที่จะให้สถาบันการเงินได้มีการคายสินทรัพย์เหล่านี้ออกมาเพื่อจะให้ประชาชน ได้มีโอกาสลงทุนในการซื้อตราสารเหล่านี้ ทั้งนี้จะเปึนประโยชน์แก่สถาบันการเงินเหล่านี้เอง ที่จะได้ลดภาระของเงินทุนที่ต้องกันสํารองไว้ตามกฎเกณฑ์ของแบงก์ชาติ ขณะเดียวกัน ธนาคารเหล่านี้ก็จะสามารถนําเงินที่ได้มานี้ไปปล่อยกู้ต่อให้กับประชาชนอื่น ๆ อีก ณ เวลานี้เราต้องถือว่าบ้านเรายังมีปัญหาเรื่องของที่อยู่อาศัยอย่างมาก ยังมีบ้านที่สร้างเสร็จ แต่ขายไม่ได้ก็เยอะ ประชาชนที่มีบ้านที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ก็อีกมาก ไม่เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีปัญหาเรื่องความอิ่มตัวของตลาดบ้าน ประเทศไทยเรายังมีความต้องการบ้านที่มีคุณภาพอีกมาก ประชาชนที่มีบ้านเปึนของตัวเอง ก็ยังมีน้อย เพราะฉะนั้นกลไกตรงนี้ผมคิดว่าเปึนกลไกที่รัฐบาลท่านไม่ควรจะมองข้าม แล้วก็มองแต่เฉพาะหน้าว่าขณะนี้ซื้อหนี้ไม่ได้ก็เลยจะจัดการในการยุบเลิกองค์กรนี้เสีย ซึ่งผมคิดว่าเปึนวิธีการที่น่าจะเร็วเกินไป แล้วก็เปึนการมองเฉพาะหน้าเกินไป เราต้องมอง ในระยะยาวว่าเศรษฐกิจจะมีขึ้น มีลง ในยามนี้เปึนยามที่เศรษฐกิจอาจจะมีสภาพคล่องล้น เพราะฉะนั้นในการซื้อหนี้จากแบงก์ แบงก์จะไม่ค่อยยอมปล่อย แต่ในโอกาสข้างหน้าครับ อีกไม่กี่ป้ข้างหน้าอาจจะมีสภาพตรงกันข้ามก็คือเศรษฐกิจอาจจะมีการเงินตึงตัว เพราะฉะนั้น องค์กรนี้ก็จะเปึนประโยชน์ในการที่จะเข้ามาช่วยเปึนเครื่องมือของรัฐในการที่จะช่วย ผ่อนคลายปัญหาสภาพคล่องตึงตัวในอนาคตได้ แต่ถ้าเกิดรัฐบาลท่านมาทําลายเสียก่อน โดยการเอาไปใส่ใน ธอส. ก็จะทําให้เราสูญเสียองค์กรนี้ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะการจะสร้าง องค์กรใหม่ ๆ นั้นเปึนเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขณะเดียวกันท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ ผมก็ได้มีโอกาสหารือกับทางหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมจะไม่เอ่ยนามนะครับ องค์กรที่เกี่ยวข้องที่ทําเรื่องพวกนี้มีความรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน มองว่ารัฐบาลโยนเผือกร้อน ให้กับ ธอส. คือพูดง่าย ๆ ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นประโยชน์ของการนําเอาองค์กรนี้เข้ามา อยู่ใน ธอส. กลายเปึนภาระที่เกิดขึ้นกับ ธอส. เอง ทั้งที่ธุรกิจมีลักษณะคนละลักษณะกัน ปัญหาของคน ๖๐ ๗๐ คนที่เปึนพนักงานของบรรษัทและต้องไปอยู่ในวัฒนธรรมใหม่ ของ ธอส. ก็จะเปึนเรื่องหนึ่งที่จะทําให้การทํางานของ ธอส. อาจจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต ทั้งที่เราต้องการให้องค์กรเหล่านี้มีการทํางานอย่างคล่องตัว อย่างมีความราบรื่น แต่เรากลับ โยนปัญหาไปใส่องค์กรนั้น ทําให้องค์กรนั้นอาจจะไม่ได้มีความสามารถในการทําหน้าที่ได้อีก ผมจึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานได้โปรดพิจารณาว่าถ้าเกิดกฎหมายนี้ เข้ามาในสภาอย่างที่ได้มีข่าวมาจริง ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ในการกลั่นกรองเสียก่อนเข้าสภาแห่งนี้ เพราะว่าในหลักการแล้วนี่ ผมคิดว่าอยู่ ๆ ไปทําร้าย องค์กรนี้โดยไปเมิร์จ (Merge) รวม มันเปึนการสูญเสียอย่างที่ไม่สมควรครับ ขอบพระคุณครับ