ศักดินัย นุ่มหนู แสดงจุดยืนสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่เกษตรอินทรีย์แต่เรียกร้องให้มีมาตรการดูแลเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างการเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความพร้อมของสารชีวภัณฑ์และระบบสนับสนุน เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเผชิญภาระต้นทุนสูงและขาดที่พึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกษตรเคมีสู่เกษตรอินทรีย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ผมในฐานะ ที่เปึนลูกหลานเกษตรกรก็รู้สึกยินดีแล้วก็ดีใจที่ได้ฟังในส่วนของทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่นําเสนอในวันนี้ เปึนความฝันที่ผมก็อยากฝันร่วมด้วยกับท่านครับ ฝันที่จะเห็นว่า ประเทศไทยเรานั้นเปึนประเทศที่เปึนประเทศสังคมเกษตรอินทรีย์นะครับ ที่เน้นเรื่องของ ความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ต่อผู้บริโภค ต่อสิ่งแวดล้อมครับ นี่เปึนความฝันที่เราอยากเห็น ร่วมกันจริง ๆ แล้วผมก็อยากแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าผมอยากเห็นประเทศไทยนั้น เปึนประเทศที่เปึนเกษตรอินทรีย์โดยสมบูรณ์นะครับ แต่โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ โดยข้อเท็จจริงก่อนที่จะนําความฝันอย่างที่ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้รายงานเมื่อสักครู่นะครับ ที่บอกว่าในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าเราจะผลักดันให้ประเทศไทยนั้น เปึนประเทศเกษตรอินทรีย์ในป้ ๒๕๗๓ อันนี้ประเด็นคําถามที่สําคัญก็คือว่าการที่เราจะ เดินทางไปถึงในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้านั้น ณ วันนี้เกษตรกรไทยจะอยู่อย่างไร อยู่แบบไหน เขาจะดําเนินชีวิตในวิถีของเกษตรที่เขาดําเนินการมานั้นได้อย่างไร ผมไม่ได้ปฏิเสธในเรื่อง ของการที่จะแบน (Ban) สารเคมี ผมไม่ปฏิเสธ ผมเห็นด้วยว่าสารเคมีนั้นถ้าหากว่าเรา มีเทคโนโลยี มีองค์ความรู้ มีความเข้าใจที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่การเปึนสังคมเกษตรอินทรีย์ ที่สมบูรณ์นั้น แต่วันนี้พี่น้องเกษตรกรมีปัญหาใหญ่โตครับ ท่านคงทราบดีว่าพี่น้อง ชาวเกษตรกรนั้นในพื้นที่เกษตร ๑๔๙ ล้านไร่ มีผลผลิตแล้วก็สร้างมูลค่าให้กับประเทศนี้ เปึนจํานวนไม่น้อย นับล้าน ๆ บาททีเดียว และเกษตรกรไทยไม่ว่าจะเปึนชาวสวนไร่อ้อย มันสําปะหลัง ยางพารา พืชเศรษฐกิจหลัก ๆ ตลอดระยะเวลา ๕๐ ป้มานี้เขาได้ใช้ สาร ๓ ตัวหลัก ที่ท่านคิดว่าน่าจะได้รับการแบน (Ban) ใน ๓ ตัวหลักนี้เขาใช้มาโดยตลอด ใช้มาเปึนในวิถีชีวิตเลยทีเดียว และที่สําคัญก็คือว่าหน่วยงานภาครัฐก็ให้การสนับสนุน มาโดยตลอด วันนี้หากเมื่อถึงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ นี้ ตามมติแล้ว ๓ สารนี้จะถูกเลิกใช้ และหากว่าใครมีไว้ในความครอบครองก็จะมีโทษค่อนข้างรุนแรง พี่น้องเกษตรกรเขารู้สึก ไม่สบายใจว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ว่าเปึนการหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่รู้สึกถนอมน้ําใจ หากเรามองให้ดีเราจะเห็นว่าพี่น้องเกษตรกรบ้านเราก็ดูแลเลี้ยงดูอุ้มชู กับประเทศนี้มายาวนานในหลาย ๆ ยุครัฐบาล ในหลาย ๆ ยุคหลายสมัยเลยทีเดียว แต่วันนี้ หากว่าเขามีสารเคมีเหล่านี้ในความครอบครองน่าจะมีความผิดแถมมีโทษจําและโทษปรับ ที่สูงมากนะครับ ผมจึงอยากเห็นว่าก่อนที่จะไปถึง ๑๐ ป้ตรงนั้นในระยะเฉพาะหน้านี้ พี่น้องเกษตรกรของบ้านเราจะทําอย่างไรที่จะต้องไม่รับภาระต้นทุนที่มันจะต้องเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเปึนค่าแรงก็ดี ค่าเครื่องจักรกลที่ว่านี้ก็ดี หรือว่าสารทดแทน หากจะพูดถึงว่าการไปสู่ การเปึนเกษตรอินทรีย์ที่มีสารชีวภัณฑ์ ถามจริง ๆ ว่าถึงตอนนี้แล้วเรามีสารชีวภัณฑ์ที่จะ ทดแทนกับพืชสวนไร่นาที่มีมากกว่าหลายสิบล้านไร่ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าอุปมาอุปไมย หากว่าเราจะอยู่บ้านหลังใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ยังไม่ได้มีการสร้าง แค่คิดว่าจะสร้าง แล้วเราก็ทุบบ้านหลังเก่านี้แล้วเขาจะไปไหนต่อครับ เขาจะอยู่อย่างไรกับบ้านหลังใหม่ ที่ยังไม่ได้สร้าง เพราะฉะนั้นกระบวนการเหล่านี้ผมถึงมองว่าหากเราจะผลักดันไปสู่การเปึน เกษตรอินทรีย์ที่สมบูรณ์ วันนี้จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างไรนะครับ หากทั้งหมดนั้น แปรเปลี่ยนไปสู่การเปึนเกษตรอินทรีย์ในทันทีเดี๋ยวนี้ สารชีวภัณฑ์เรามีเพียงพอหรือไม่ การเข้าถึงเครื่องจักรกลใหม่ ๆ ที่ทางท่านอาจารย์กรรมาธิการที่นําเสนอมาจะทั่วถึง ได้อย่างไร ในขณะที่เกษตรกรพี่น้องของเรามีเปึนจํานวนมาก ผมยกตัวอย่าง ๓ จังหวัดภาคตะวันออก จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยองที่มีสวนผลไม้ เฉพาะจังหวัดตราดอย่างเดียวก็มีไม่น้อยกว่า ๑๔๐,๐๐๐ ไร่ การนําทุเรียน นํามังคุด เพื่อการส่งออกซึ่งเปึนที่ต้องการของต่างประเทศ เขาดูรูปลักษณ์ ดูอัตลักษณ์ของสินค้าเรา ไม่มีแมลง ไม่มีสารตกค้าง ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะส่งไปขายในต่างประเทศได้ การที่จะบริโภคกันในประเทศอย่างเดียวนั้นสินค้าราคาตกต่ําแน่นอน ก็จะนํามาซึ่งปัญหา ของพี่น้องเกษตรกรอีก ซึ่งตรงนี้เกษตรกรเองเขาอยากขอเวลา พูดผ่านผมมาเขาบอก เรื่องแบน (Ban) ไม่มีปัญหาครับ เรื่องแบน (Ban) เขาไม่ว่ากัน เพียงแต่วันนี้มีทางออกให้เขา ผมเห็นด้วยครับ ที่ผมพูดตรงนี้ผมยังยืนยันว่าผมเห็นด้วยกับการที่จะผลักดันแบน (Ban) เรื่องของสารเคมี เพียงแต่วันนี้คือข้อเท็จจริง ท่านประธานครับเราจะดูแลพี่น้องเกษตรกร ของเราอย่างไรให้เขาไม่มีภาระ พี่น้องเกษตรกรไทยเรารู้กันดีว่าเขามีปัญหาเรื่องหนี้สิน ป้หนึ่งได้เพียงครั้งเดียว เขาไม่สามารถที่จะแบกรับความเสี่ยงนี้ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า แนวทางมาตรฐานเรื่องของเกษตรปลอดภัยที่ควรที่จะเข้ามารองรับในขั้นตอนตรงนี้หรือว่า จีเอพี (GAP) ที่จะไม่ให้เกษตรกรนั้นที่ต้องดูแลในเรื่องของผู้ผลิต ผู้บริโภค และดูแลเรื่องของ สิ่งแวดล้อมในช่วงระยะของการเปลี่ยนผ่าน ผมอยากให้มีการพิจารณาทบทวน จริง ๆ แล้ว อยากจะฝากไปถึงทางรัฐบาลด้วยซ้ําว่าให้ได้ทบทวนว่าวันที่ ๑ ธันวาคม ไม่ได้หมายความว่า อยากที่จะนําสารเคมีกลับมา แต่เราโลกสวยไม่ได้ โดยข้อเท็จจริงแล้วพี่น้องเกษตรกรเขาจะ ทําอย่างไร ในเมื่อสารทดแทนนั้นยังไม่มี และเขาต้องเปึนภาระที่เพิ่มมากขึ้น หากไม่มีสาร กําจัดวัชพืชหรือศัตรูพืช สินค้าทางการเกษตรของเขาก็จะตกต่ําลง ลดน้อยลง เปึนภาระ ในเรื่องของรายได้ที่จะเข้ามาที่อาจจะไม่พอใช้ด้วยซ้ําไป ตรงนี้ก็เลยอยากฝากเปึนประเด็น เอาไว้ด้วยว่าเราไม่ได้คัดค้านหรือแบน (Ban) สารเคมี หรือว่าคัดค้านการแบน (Ban) สารเคมี อันนี้เห็นด้วยครับ เพียงแต่ขอให้มีกระบวนการผลักดันอย่างเปึนขั้นตอนเพื่อความเรียบร้อย ขอขอบคุณมากครับ