นิคม จี้รัฐส่งเสริมเกษตรปลอดสารฯ เปิดโอกาสเอกชนผลิต-จำหน่ายแทนการใช้เคมี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

นิคม บุญวิเศษ หารือเรื่องความปลอดภัยของสินค้าเกษตรปลอดสารเคมี และเสนอให้รัฐส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์แทนสารเคมี พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนผลิตและจำหน่าย

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ที่คณะกรรมาธิการมีแนวคิดและทําการศึกษาอย่างจริงจังที่จะทําให้ประเทศไทยนั้น ปลอดสารเคมี โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เพราะทุกวันนี้ที่เราออกนอกบ้านเราไม่ได้ ทําอาหารกินเอง บางครั้งเราไปที่ร้านอาหารสั่งผัดคะน้าหมูกรอบหรือสั่งอะไรก็แล้วแต่ ที่มีผักด้วย เราจะคิดตลอดว่าแม่ค้า พ่อค้าเขาจะล้างผักเหล่านี้สะอาดหรือไม่ แต่เรามีความจําเปึนก็ต้อง บริโภค เนื่องจากว่าไม่มีใครที่จะห่อข้าวไปทานเอง ถึงแม้เราซื้อผัก ผลไม้ มาจากตลาดก็ตาม เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีสารเคมีปนเปุ๋อนมาหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้ อาจจะขาดประสิทธิภาพในการดูแล ธุรกิจอื่นทุกอย่างไม่ว่าจะเปึนยารักษาโรคที่เขาเขียนว่า ยาอันตราย เวลาเราไปซื้อยาก็จะมีนายแพทย์ มีเภสัชกรจ่ายยาให้ เขาจะอธิบายวิธีการ ใช้ยาเหล่านี้เพื่อให้ผู้บริโภคคนป์วยไม่ได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ทํายา แต่สารเคมีที่ใช้ กับเกษตรกรขาดการแนะนํา เกษตรกรเอาไปใช้เองโดยที่ใช้ด้วยความเคยชินจึงส่งผลมา ให้ถึงทุกวันนี้ เกษตรกรบางคนที่ทําธุรกิจ ผมไม่ได้พูดถึงเกษตรกรรายย่อยเลย เกษตรกร ระดับทําธุรกิจใหญ่ ๆ ก็หวังผลกําไรอย่างเดียว โดยขาดความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ฉีดพ่นวันนี้ พรุ่งนี้เก็บ ไม่มีการเตือนด้วยว่าต้องล้างให้สะอาดก่อนบริโภค ฉะนั้นคณะกรรมาธิการชุดนี้ เท่าที่ผมฟังเปึนการตัดตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหา เพราะถ้าเราไม่สามารถที่จะแนะนําผู้บริโภค ให้บริโภคสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยได้ เราต้องตัดที่ต้นตอครับ ถูกแล้วครับต้องเลือก อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ส่วนที่ผมเห็นด้วยก็คือว่ามันมีหลายประเทศแล้วที่เขาสามารถแบน (Ban) สารเคมีได้ ประเทศไทยเปึนประเทศเกษตรกรรม ถ้าจะทําอย่างจริงจังผมเชื่อว่า สามารถทําได้ ปัจจุบันนี้มีเอกชนหลายบริษัทที่เขามาผลิตสินค้าเกษตรโดยปลอดสารเคมี ซึ่งภาครัฐเองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่มีวิชาการที่ทันสมัยเทียบเท่ากับเอกชนบางราย ผมจึงบอกว่าลักษณะนี้สามารถทําได้ เพียงแต่เราต้องกล้าทํา เมื่อสักครู่ได้ฟังอาจารย์เกษตร ท่านพูด เปึนเรื่องที่ดีน่าส่งเสริม การที่จะกําจัดวัชพืชเราต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย เครื่องไถดิน เครื่องพรวนดิน เครื่องตีดิน ต้องขุดรากถอนโคนให้ได้ เพราะการใช้สารเคมี มันบอกแล้วว่าใช้มา ๑๐ ป้ วัชพืชมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม แล้วก็ยังดื้อยาด้วย ยาปราบศัตรูพืช เช่นกันยิ่งใช้ศัตรูพืชยิ่งเยอะขึ้น เยอะขึ้น เยอะขึ้น ฉะนั้นมันมีวิธี เราต้องทําควบคู่กับ การที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากผลผลิตมากขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายถึงว่ามันมีบริษัท หลายบริษัทที่เขาทําแล้ว เขาสกัดสารที่มีความสําคัญที่สุด สกัดมาจากฮิวมัส (Humus) สกัดมาจากมูลค้างคาวที่เขาเรียกว่ากรดฟูลวิก (Fulvic) เห็นไหมครับผสมสารและผสม จุลินทรีย์เข้าไป ๗–๘ สายพันธุ์ แล้วทําออกมาเปึนผง ผสมน้ําฉีดพ่น ปรากฏว่าจุลินทรีย์ ก็จะไปย่อยสารเคมีที่ตกค้างในดินสารเคมีเหล่านี้ตกค้างในดิน ๗๐–๘๐ เซนติเมตร บางสารมีอายุ ๒๐ ป้ ทําให้ดินมันแน่นมันแข็ง จุลินทรีย์ในดิน ไส้เดือนตายหมด นี่คือต้นเหตุ ที่ทําให้ผลผลิตทางการเกษตรมันลดลง ถ้าเราส่งเสริมตรงนี้ผลผลิตมากขึ้น เกษตรสามารถ ลดใช้สารเคมีได้ พืชเกษตรก็จะมีความแข็งแรงต้านทานต่อโรคได้ ท่านสังเกตไหมครับ เวลาชาวนาทํานา นาที่น้ํามาก ๆ ปรากฏว่านานั้นจะไม่มีหญ้า หญ้ามันตาย ข้าวมันจะพุ่งขึ้น แต่นาที่มันไม่มีน้ําหญ้ามันจะเกิดเร็วกว่าข้าว เห็นไหมครับเรารู้ทฤษฎีแล้ว เพราะฉะนั้น มันมีวิธีการทํา ปรับวิธีการ เราต้องไปศึกษาไปให้ความรู้กับเกษตรกร ต้องเปลี่ยนวิธีการทํา เกษตรใหม่ ทําแบบนี้จะได้ผลผลิตมากขึ้น ใช้จุลินทรีย์แบบนี้ ใช้ปุิยแบบนี้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนได้ครับท่านประธาน เพราะทุกคนอยากรวย ทุกคนอยากจะหายจากความจน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานภาครัฐจะส่งเสริมอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามันมีผลประโยชน์มหาศาลที่ทําให้เกษตรเรายังไม่ปลอดสารพิษ สารเคมี เพราะผลประโยชน์จากการนําเข้า บอกตรง ๆ คือว่าหน่วยงานราชการที่ไปเอาเปรียบ เกษตรกร ผมเชื่อว่าถ้าเราทํากันอย่างจริงจังมันเปึนประโยชน์ต่อผู้บริโภค ประชาชน ของประเทศไทย แล้วก็การส่งออกสินค้าเกษตรก็จะมีราคาแพงมากขึ้น ประเทศไทย ก็จะเปึนคลังครัวโลกได้สมเจตนาของพวกเราที่คุยกันไว้มาหลายป้แล้ว ผมยินดีสนับสนุน คณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะทําควบคู่กับ การส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรให้มีผลิตผลมากขึ้น นั่นคือการปรับปรุง บํารุงดิน อยากให้ไปศึกษากับบริษัทเอกชนหลายบริษัทยังสามารถทําได้อยู่ ขอให้หน่วยงาน ราชการเป่ดโอกาสให้หน่วยงานเอกชนเหล่านี้สามารถจดทะเบียนได้ง่ายขึ้น ขอบคุณครับ