อิสระ ชี้เอ็กซิมแบงก์กำไรต่ำ-หนี้สูญพุ่ง แนะทบทวนบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ หารือผลการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาผลประกอบการที่สินทรัพย์ขยายตัวแต่กำไรแทบไม่เพิ่ม ขณะที่หนี้สูญเพิ่มสูงขึ้น และผู้ประกอบการโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมยังเข้าถึงทุนและตลาดได้ยาก จึงเรียกร้องให้ธนาคารทบทวนบทบาทและมาตรการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงการที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเสนอให้เน้นสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพในการส่งออกและรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมอย่างยั่งยืน

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยได้จัดทํารายงานประจําป้ ๒๕๖๑ ฉบับนี้ และได้ส่งมาที่สภาแห่งนี้อันเปึนไปตามข้อกฎหมายที่ธนาคารจะต้องรายงานผลการดําเนินการ มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้เราได้รับทราบว่าธนาคารได้ดําเนินกิจกรรมอะไรบ้าง ในส่วนของผม ก็เปึนโอกาสที่ทําให้ผมได้มีโอกาสอ่านรายงานประจําป้ฉบับนี้ ๑๘๗ หน้าอย่างละเอียด ผมขออนุญาตอภิปรายเปึน ๒ ส่วนครับ

ในส่วนแรกผมจะพูดถึงสิ่งที่ธนาคารได้ดําเนินการไปบ้างแล้ว และในส่วนที่ ๒ ผมจะขออนุญาตพูดถึงข้อเสนอแนะ คําถาม และวิธีการที่อยากจะให้ธนาคารพิจารณา ในประเด็นแรกนั้นนั่นก็คือสิ่งที่ทางธนาคารได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ

เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลบังคับใช้ ธนาคารก็ได้ขยายขอบเขตการให้บริการ ไปถึงการประกันความเสี่ยง ซึ่งก็เปึนโอกาสที่ดีที่ทําให้อุตสาหกรรมไทย ผู้ประกอบการไทย ได้ขยายศักยภาพไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น ในส่วนของการบริหารจัดการผมได้เห็น ธนาคารมีความพยายามที่จะปรับโครงสร้างนโยบายและวิธีการทํางาน เพื่อที่จะรองรับกับ เทคโนโลยีทันสมัยซึ่งถือเปึนความท้าทายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเทคโนโลยีทางด้านการเงิน เทคโนโลยีทางด้านการบริหารจัดการ หรือเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร

ประเด็นต่อไปธนาคารได้มีการขยายสาขา จากเดิมมีเพียงในประเทศไทยไปยัง ประเทศเพื่อนบ้านในเขต ซีแอลเอ็มวี (CLMV) อันได้แก่ ประเทศลาวและประเทศเมียนมาร์ และในป้นี้ก็ได้ขยายไปประเทศกัมพูชา และสุดท้ายธนาคารไม่ลืมที่จะดูแลสังคมผ่านทาง โครงการต่าง ๆ เช่นโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน นั่นคือสิ่งที่ธนาคารได้ทําไปแล้ว หากแต่เมื่อผมได้อ่านดูในข้อมูลทางการเงินและผลประกอบการของธนาคารก็มีข้อสังเกต ดังต่อไปนี้ครับ ในมิติฐานะของธนาคารและการบริหารสินทรัพย์ ผมได้เห็นครับว่าสินทรัพย์ ของธนาคารเพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๖๐ ๑๕,๖๖๕ ล้านบาท หากแต่ส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้เกือบทั้งหมด เปึนส่วนที่เรียกว่าหนี้สิน ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบของเงินรับฝากหรือตราสารหนี้ เมื่อดูการเพิ่ม ของสินทรัพย์ก็มีอัตราที่สูงกว่าการเพิ่มของกําไรค่อนข้างมากจากที่เห็นป้ ๒๕๖๐ กําไรอยู่ที่ ๑,๓๖๐ ล้านบาท เพิ่มมาเปึน ๑,๓๖๕ ล้านบาท ในป้ ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นเพียง ๕ ล้านบาท หรือเรียกว่าแทบไม่ได้เพิ่มขึ้นนะครับ เมื่อไปมองในเรื่องของการบริหารจัดการเราได้เห็นว่า อัตรากําลังต่อทุน อัตรากําไรต่อสินทรัพย์ หรือแม้แต่อัตรารายได้ต่อสินทรัพย์ล้วนแต่ลดลง และที่สวนทางกันนั่นก็คืออัตรารายจ่ายต่อรายได้กลับเพิ่มขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงทําให้ผม ต้องดูลึกลงไปอีก ก็ได้เห็นว่าหนี้สูญก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เปึน ค่าสินไหมและเงินสํารองบริการรับประกันเพิ่มขึ้นถึง ๓๖๓ เปอร์เซ็นต์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าให้ผมประเมินการทํางานของผลประกอบการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย ผมใช้คําว่า พอทน ทําไมถึงพูดว่าพอทน ก็เพราะผมเข้าใจดีว่าการมีอยู่ การจัดตั้งของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ไม่ได้มีขึ้น เพื่อที่จะประกอบกิจการให้ได้กําไรแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ หากแต่มีขึ้นเพื่อพันธกิจหลัก อย่างที่ท่านได้ระบุไว้ชัดเจนในรายงานฉบับนี้นะครับว่า เพื่อที่จะส่งเสริมและเสริมสร้าง ให้ผู้ประกอบการส่งออกและนําเข้าของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ความเข้มแข็งเกิดจาก อะไรครับ ความเข้มแข็งเกิดจากเพื่อที่จะรองรับกับความผันผวนทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในป้นี้ เราเจอความผันผวนหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเปึนค่าเงินบาทที่แข็งตัว สงครามการค้า หรือการเกิดขึ้นของนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งทําให้เกิดความปัืนป์วนในหลายมิติ และล่าสุดมีความเสี่ยงที่เกิดจากการสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านศุลกากรของประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือความผันผวนครับ แต่ถามว่าใหม่ไหม ไม่ใหม่ครับ ความผันผวนพวกนี้ ก็อยู่กับธุรกิจการนําเข้าและส่งออกมาโดยตลอด เรียกว่าตั้งแต่สมัยอยุธยาก็ยังว่าได้ ดังนั้น ผมจึงคาดหวังอย่างสูงว่าธนาคารเอ็กซิมแบงก์จะต้องเปึนหนึ่งในกลไกสําคัญที่จะช่วยรองรับ และซัปพอร์ต (Support) สนับสนุนผู้ประกอบการให้รองรับความผันผวนนี้ได้ หากแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏที่ผมได้เห็น กลับไม่เปึนเช่นนั้น ข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ระบุไว้ชัดเจน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบอกว่า ป้นี้มีมูลค่าทุนที่เลิกกิจการสูงกว่าป้ที่แล้วถึง ๑๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของแรงงานคิดเปึน แรงงานที่เลิกกิจการและเลิกจ้าง ๑,๐๑๗ แห่ง เพิ่มขึ้นกว่าป้ที่แล้ว ๔๐๐ กว่าแห่ง ตัวเลขนี้ น่าตกใจเพราะมันหมายถึงคนงานที่จะต้องถูกปลดลง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน เมื่อมองภาพรวม ของคนงานที่ตกงานทั้งประเทศ สภาอุตสาหกรรมบอกว่าเรามีอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นในป้นี้ สูงกว่าป้ที่แล้วถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ดังนั้นดูข้อมูลทั้งหมดแล้วกังวลครับ ผมจึงจําเปึน ที่จะต้องบอกให้ธนาคารเอ็กซิมแบงก์เร่งที่จะทบทวนภารกิจและบทบาทของตัวเองในการ ที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอสเอ็มอี (SMEs) ทําไมผมถึงบอกว่า เอสเอ็มอี (SMEs) สําคัญครับ นอกจากจํานวนของ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีกว่า ๓ ล้านราย เฉพาะที่ขึ้นทะเบียน เอสเอ็มอี (SMEs) ยังมีมูลค่าการผลิต การส่งออก และการบริการสูง เกือบครึ่งหนึ่งหรือ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) ของทั้งประเทศ คิดเปึนการจ้างงานกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานทั้งประเทศ เมื่อมองในส่วนของการส่งออกอย่างเดียวนะครับ เอสเอ็มอี (SMEs) สร้างมูลค่าการส่งออก ๒.๓๓ ล้านล้านบาท หรือคิดเปึน ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ของการส่งออกทั้งหมด ดังนั้นตัวเลขพวกนี้ท่านประธาน มันจะสูงขึ้นได้อีกมาก ถ้า เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ไม่ประสบปัญหา ๒-๓ ปัญหาครับ ๑. คือการเข้าถึงแหล่งทุน ๒. การเข้าถึงตลาด ๓. คือมีมาตรการที่ช่วยเยียวยาและสนับสนุนในความผันผวนต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) แทบทุกวันครับท่านประธาน ก็ต้องบอกว่าคนเหล่านี้น่าเห็นใจมากครับ สายป์านของเขามันไม่ได้ยาวเหมือนกลุ่มทุนใหญ่ ๆ ลําพังเขาจะดิ้นรนให้อยู่รอดไปวัน ๆ เปึนเรื่องที่ยากลําบากมาก ๆ เราอย่าไปหลอกตัวเอง ครับว่าภาพถ่ายที่บอกว่าร้านรวงเงียบเชียบ ไปถ่ายเขาวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธหรือเปล่า ท่านไปถ่ายวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็เงียบครับ ผมไปดูมาแล้ว ดังนั้นผมจึงจําเปึนอย่างยิ่งที่จะ ขอให้ไม่เพียงเฉพาะธนาคารเอ็กซิมแบงก์ หากแต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งที่จะมีมาตรการ ที่จะเยียวยา เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการส่งออกและนําเข้า ที่ได้รับผลกระทบอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินบาทที่แข็งตัว ในส่วนธนาคารเอ็กซิมแบงก์ ผมมีคําถามที่เฉพาะเจาะจงที่อยากจะเรียนถามท่าน

คําถามที่ ๑ ก็คืออยากถามท่านว่า ท่านได้เห็นว่าที่ท่านดําเนินการมานี้ ดําเนินการอย่างเต็มที่และถูกทางแล้วหรือยัง จริงอยู่ครับท่านไม่ได้เขียนในรายงานฉบับนี้ แต่ผมเคยเห็นว่าท่านได้มีการออกคูปองในการที่จะสนับสนุนอัตราค่าแลกเปลี่ยนที่ผันผวน จากข้อมูลที่ผมได้รับโครงการที่ประชาสัมพันธ์เพียงวงแคบและกําหนดระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น มันย่อมไม่ตอบโจทย์ สําหรับอัตราค่าเงินที่ผันผวนที่เราไม่ทราบว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร ข้อมูลที่ผมได้รับทราบเพิ่มเติมคือโครงการนี้ตั้งยอดเงินไว้ที่ ๕๐๐ ล้านบาท มีคนมาขอรับ สิทธิประโยชน์นี้เพียงแค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่แปลกใจครับว่าทําไมเปึนอย่างนั้น

คําถามที่ ๒ ที่อยากจะถามท่านก็คือ ท่านได้ตระหนักถึงปัญหาและข้อกังวล ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้วหรือยัง และถ้าได้ตระหนักแล้วได้มีมาตรการที่จะช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร

และสุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะขออนุญาตใช้โอกาสนี้เสนอแนะ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ว่าทางธนาคารควรที่จะต้องให้ความสําคัญกับธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เปึนที่ต้องการของตลาดในต่างประเทศ เพราะการช่วยพวกเขา เหล่านั้นให้เขาสามารถที่จะเติบโตได้ ไม่เพียงแต่ทําให้ผลประกอบการของธนาคารดีขึ้น ยังทําให้ผู้ประกอบการดีขึ้น และสุดท้ายสําคัญที่สุดนั่นก็คือทําให้เศรษฐกิจภาพรวมของ ประเทศดีขึ้น ขอขอบพระคุณครับ