สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

นายชวน หลีกภัย เยี่ยมชมการประชุมที่สมาชิกสภาได้รักษาที่นั่นและตอบคำถามอย่างตรงประเด็น ชื่นชมสมาชิกที่ปรึกษารัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ และแจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมาได้หารือเรื่องวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข และวินิจฉัยว่าพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นอันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอแสดงความชื่นชม ทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ รักษาเวลาแล้วก็ทําให้กระทู้ถามตรงประเด็นมีผลต่อความข้องใจสงสัย ของสมาชิกโดยตรงนะครับ อันนี้ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ เพราะว่าเราก็เปึนห่วงสมาชิก ก็ปรารภบ่นกับผมเรื่องกระทู้ถามว่ามันยืดยาดยืดยาว ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าเขาไม่เข้าใจคําว่า ต้องไม่มีลักษณะการอภิปราย ก็เลยส่วนใหญ่จะเปึนการอภิปรายมากกว่าตั้งกระทู้ถาม ก็เลยทําให้ใช้เวลาแล้วก็บ่นกันอยู่ ก็ต้องขอบคุณทุกฝ์ายครับ ทั้งท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่นะครับ ขอขอบพระคุณครับ ขอป่ดการประชุมครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

เรียนท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะรับทราบเรื่องตามระเบียบวาระ ผมมีเรื่องที่จะต้องแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในระเบียบวาระ คือรับทราบ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีด้วยกัน ๒ เรื่องนะครับ

ด้วยประธานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย จํานวน ๒ เรื่องนี้ ดังนี้

เรื่องแรกวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) หรือไม่ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคําร้องเรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) นับแต่ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้นายนวัธ เตาะเจริญสุข หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง คือตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ และให้ถือว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคําวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังเปึนวันที่ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ วรรคหนึ่ง (๑) และ มาตรา ๑๐๒ ประกอบพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจาณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ คําวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ก็มีเท่ากับ ๔๙๘ คน ดังนั้นถ้าองค์ประชุมของ ๔๙๘ คน ก็ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ ๒๔๙ คน

คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องที่ ๒ วินิจฉัยว่าพระราชกําหนดแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่งหรือไม่

ในเรื่องนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ พิจารณาวินิจฉัยว่า พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและ คุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่าการตราพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง วินิจฉัยมาแล้วว่าเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ก็คือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

เรียนท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนที่จะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมใคร่ขอปรึกษาที่ประชุมครับว่าจะขอนําระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑๔ คือพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ ขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าการตราพระราชกําหนดดังกล่าวนั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง แล้วก็ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคสาม ได้บัญญัติว่า ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกําหนดนั้นต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ประกอบกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคท้าย ได้บัญญัติว่าการพิจารณาพระราชกําหนดของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องกระทําในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภา ดังนั้นผมขอปรึกษา ท่านสมาชิกเพื่อจะนําเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญนะครับ จะมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญหมอชลน่าน