ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องการใช้สารเคมีในการเกษตร และเรียกร้องการพิจารณาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการแบนสารเคมีบางชนิด และขอให้คณะกรรมาธิการศึกษาความเป็นไปได้ในการทดแทนและพัฒนาทางเลือกอื่น ๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ เปึนองค์ความรู้และประสบการณ์เพราะว่าผมศึกษาวิชาเกษตรตั้งแต่ ปวช. ถึงปริญญาโท แล้วก็มาเน้นในเรื่องของพืชศาสตร์ ๒๕ ป้เปึนครูเกษตรและเปึนเกษตรกรทั้งชีวิต ผมมีประสบการณ์เรื่องของการใช้สารเคมี ท่านประธานครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กราบขอบพระคุณนักวิชาการเกษตร ทุกท่านที่ท่านเปึนห่วงผู้บริโภค พี่น้องประชาชนคนไทยที่มีปัญหาในเรื่องของสารพิษ ตกค้างในพืชผลที่นํามารับประทาน ส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งเปึนสิ่งที่น่าสรรเสริญเยินยอมาก แต่สิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ท่านได้ศึกษา อย่างลึกซึ้งจริงจังและรอบด้านหรือไม่ ท่านมองมิติเดียวคือผู้บริโภค หรือท่านมอง ๒ มิติ ผู้ผลิตและผู้บริโภค ถ้าเกิดท่านมองมิติหนึ่งมิติใดผมว่าการเกษตรเมืองไทยที่เราต้องการ จะเปึนครัวโลก ต้องการที่จะเปึนประเทศเกษตรกรรมล้ําหน้า เลิกคิด ท่านประธานที่เคารพ เมืองไทยเปึนประเทศร้อน ประเทศร้อนกับประเทศหนาวมันมีความที่แตกต่างกันมาก ในเรื่องของศัตรูพืช ประเทศร้อนศัตรูพืช ๓ ประเภท ตั้งแต่พวกโรค แมลงศัตรูพืชและวัชพืช มันจะมีมากมายก่ายกองมากกว่าประเทศในโซนหนาว เพราะฉะนั้นประเทศเมืองร้อนต้องใช้ สารชีวภาพหรือสารเคมีที่ทรงประสิทธิภาพถึงจะได้ผล การที่เราลอกเลียนประเทศหนาว มาใช้ประเทศร้อนนั้นบางครั้งก็ผิดทาง สิ่งที่คณะกรรมาธิการพบว่าสารพิษตกค้างในพืชผัก ผลไม้หลายชนิด ผมไม่แน่ใจว่าท่านกําลังหลงทาง ผิดทางกันหรือไม่เพราะว่าสิ่งที่เราพูดวันนี้ เราแบน (Ban) สารเคมีที่มาปราบวัชพืชทั้ง ๓ ตัวพระเอกที่เราต้องการฆ่าให้ตายจากประเทศไทย เพราะมีพิษต่อผู้บริโภค แต่ว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นมันเปึนสารเคมีที่ไปทําลายปัองกันกําจัดโรคพืช และแมลงศัตรูพืช ท่านวิเคราะห์สิ่งหนึ่งแล้วไปทําลายอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ท่านคิดหรือไม่ว่า จะมีปัญหา วันนี้ทุกคนยอมรับว่าสารทั้ง ๓ ตัวที่ปราบวัชพืช ผมขอไม่เอ่ยนะครับ เพราะว่า ใคร ๆ ก็รู้ ๓ ตัวนี้หลายคนคิดว่าเปึนผู้ร้ายที่ทําลายชีวิตมนุษย์ ชีวิตของคนไทย แต่ท่านได้คิด ต่อไปหรือไม่ว่าถ้าเราทําลายศัตรู ๓ ตัวนี้ซึ่งเปึนศัตรูร้ายกาจที่ท่านมอง ท่านจะเอาอะไรมา ทดแทนให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ทําการเกษตรแบบอุตสาหกรรม ผมกราบเรียนท่านนะครับว่าการใช้เทคนิคชีวภาพนั้นมันใช้ได้จํากัด ถ้าใช้ในปริมาณมาก ๆ อินทรีย์กับเคมีมันมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เราผิดพลาดมากที่สุดวันนี้เราไม่ได้ สอนเกษตรกรหรือผู้ผลิตให้มีวินัย จริง ๆ สารทุกตัวถ้าเราใช้อย่างถูกต้อง ปัองกันเรื่องของสารพิษตกค้างได้เยอะไปหมดเลย สารเคมีที่ไปฆ่าโรคพืช สารเคมีที่ไปฆ่าแมลง สารเคมีที่ไปฆ่าวัชพืช ทุกตัวมันมีเวลา ในการสลายออกจากส่วนของพืชแต่ละชนิด แต่ด้วยเกษตรกรของเรานั้นไม่รับผิดชอบ ไม่มีวินัย สารบางตัวบอกใช้เวลา ๑๕ วันหลังจากฉีดไปแล้วมันสลาย แต่เกษตรกรไม่หรอก ๕ วันเขาเก็บเกี่ยวแล้ว สิ่งเหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาหรือไม่ ท่านมองทุกมิติไหม หรือมองมิติแต่สารพิษอย่างเดียว แต่วิธีการใช้ทําอย่างไร ท่านแบน (Ban) ๓ สาร สารอะไรที่มาทดแทนและมีประสิทธิภาพหรือไม่ เกษตรกรจะทําอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอ ไม่ว่าผลการวิจัยของเกษตรแม่โจ้ ผมถามกลับไปว่าได้ทดลองใช้ หรือยัง หรือแค่คิดแค่ทําเล็ก ๆ แล้วก็มาสรุปว่านี่ล่ะมาแทนเคมีได้ ผมไม่มั่นใจครับ ผมไม่มั่นใจจริง ๆ ผมยกตัวอย่างอีกนิดเดียว เวลาเหลืออีก ๑ นาทีนะครับ เรื่องของปุิย เราเคยต่อสู้ เคยที่จะให้พี่น้องเกษตรกรใช้ชีวภาพแทนเคมี แต่ผมขอถามประธาน ด้วยความเคารพว่าวันนี้สําเร็จไหม ได้ไหม ได้ไหมครับ ทดแทนได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ในที่สุดเกษตรกรก็กลับใช้ปุิยเคมีมาแทนปุิยอินทรีย์ เหตุที่ใช้อย่างนี้มีหลายแฟกเตอร์ (Factor) ไม่ว่าเรื่องของการปลอมแปลง ความไม่ซื่อสัตย์ เรื่องของประสิทธิภาพในการใช้กับ พืชผล ซึ่งเปึนต้นทุนในการผลิตของพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด วันนี้เราต่อสู้กันในโลกไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทยต้องต่อสู้แข่งขันกันเรื่องคุณภาพ เรื่องของปริมาณ เรื่องต้นทุนการผลิต หลายมิติ ผมเลยกราบเรียนถามท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการศึกษาตรงนี้ว่าการแบน (Ban) ๓ สารนั้นท่านได้คิดรอบคอบแล้วหรือยัง ท่านได้คิดถึงโรคพืช แมลงศัตรูพืช วัชพืช ท่านได้พูดถึงพืชสวน พืชไร่ได้รอบคอบไหม ก็กราบเรียนฝากไว้เปึนข้อคิดเท่านี้ครับ เพราะว่า เปึนห่วงพี่น้องเกษตรกร ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ขอบพระคุณมากครับ