พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายเสนอแนวทางเปลี่ยนวิกฤติการใช้สารเคมีในเกษตรกรรมให้เป็นโอกาสผ่านนโยบายกรีน ไทยแลนด์ โดยเน้นลดการพึ่งพิงสารเคมีอย่างเป็นระบบด้วยมาตรการด้านชีวภาพและเครื่องจักรกล พร้อมให้เกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลาง ทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากการใช้สารเคมีแทนสารเคมี และเสนอให้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาชีวภาพการเกษตรเพื่อสร้างนวัตกรรมและสิทธิบัตรแห่งชาติ รวมถึงเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างภาษีที่เอื้อต่อสารเคมีแต่หนักกับเครื่องจักร พร้อมผลักดันให้พัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรการเกษตรและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อลดต้นทุนด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาลดเวลาให้ผมเหลือ ๗ นาที เพราะว่าถ้าผมจะต้องอภิปรายหลังจาก คลิป (Clip) ที่อาจารย์ปัญญาได้โชว์ให้สภาแห่งนี้ดูแล้ว คิดว่าจริง ๆ แล้วผมกลับบ้านก็ได้ ไม่จําเปึนที่จะต้องอภิปรายต่อไปแล้ว
สําหรับเรื่องของสารเคมีในภาคการเกษตรนั้น ผมคิดว่าเราสามารถที่จะ พลิกวิกฤติเปึนโอกาสได้ถ้าเราวางยุทธศาสตร์ดี ๆ เราวางแผนดี ๆ ถ้ารัฐบาลใช้ช่วงเวลา ตอนนี้ในการวางแผนยุทธศาสตร์ ในการประกาศนโยบายออกไปให้ประชาคมโลกได้ทราบ ผมขอเรียกมันว่า นโยบายกรีน ไทยแลนด์ (Green Thailand) ที่มีเปัาหมายชัดเจนที่จะลด การใช้สารเคมีในภาคเกษตรลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุก ๆ ๒ ป้ มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ ประเทศเดนมาร์ก เริ่มดูเรื่องสารพิษ สารเคมีในการเกษตรเมื่อป้ ๑๙๘๑ ลดลงจาก ๗,๐๐๐ ตัน เหลือ ๓,๐๐๐ ตัน ในป้ ๒๐๐๓ คือเมื่อเราต้องการที่จะแบน (Ban) สารเคมีแล้วเรามียุทธศาสตร์ในระยะยาว มันจะสามารถทําให้เราออกจากกับดักของอุตสาหกรรมสารเคมีได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีประเทศที่เคยแบน (Ban) ไปแล้วกลับมาใช้ใหม่ ประเทศมาเลเซียเคยแบน (Ban) สารเคมี อันตราย ๑ ใน ๓ ชนิดที่เราศึกษากันเมื่อป้ ๒๐๐๒ ในเมื่อเขาไม่มียุทธศาสตร์ตอนนั้น เขาไม่มีแผนตอนนั้นเขาต้องกลับมาใช้ใหม่ป้ ๒๐๐๖ แล้วก็กําลังจะแบน (Ban) ใหม่อีกที ในป้ ๒๐๒๐ แสดงให้เห็นชัดเจนเลย ถ้าเรามีนโยบายกรีน ไทยแลนด์ (Green Thailand) ที่มีเปัาหมายที่ชัดเจน เราสามารถที่จะพลิกวิกฤตเปึนโอกาส แล้วก็จะทําให้ประเทศไทย มีความโดดเด่นในประชาคมโลกได้ สําหรับนโยบายกรีน ไทยแลนด์ (Green Thailand) นั้น ผมคิดว่ามาตรการย่อยควรจะมีอยู่ ๓ มาตรการด้วยกัน ๑. แก้เคมีด้วยเคมี ๒. แก้เคมีด้วยชีวภาพ ๓. แก้เคมีด้วยเครื่องจักรกล โดยการที่เราเอาเกษตรกร โดยการที่เราเอาผู้บริโภค โดยการ ที่เราเอาสิ่งแวดล้อมเปึนศูนย์กลางในตรงนี้
สําหรับการแก้เคมีด้วยเคมีนั้น ผมคิดว่าในการที่เราเปึนประเทศที่ ๕๕ ประเทศที่ ๕๖ ในการแบน (Ban) สารเคมีเหล่านี้ เรามีตัวอย่างให้ดูตั้ง ๕๔ ประเทศว่า เขาใช้สารเคมีอะไรกัน ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันที่แบน (Ban) ไปมีใช้เพสทิไซด์ รีแอกชัน แอกต์ (Pesticide reaction act) ที่เขาบอกว่าเขาต้องการที่จะแนะนําสารเคมีอะไร แล้วก็มีซับซิดี (Subsidy) หรือมีเงินชดเชยกับสารเคมีหรือไม่ แต่ผมถามว่าการที่จะเอา เคมีทดแทนด้วยเคมีมันตอบโจทย์จริงหรือไม่ ในระยะสั้นอาจจะใช่ ผมก็แค่ให้สํานักวิชาการ ของสภาหามาให้ผมว่า ๕๓ ประเทศนั้นเขาใช้สารเคมีอะไรทดแทนก็ได้มาหลายชื่อแล้วผม ก็ไปเช็ก (Check) ราคามาแล้ว พี่น้องเกษตรกรผมทราบดีว่าต้นทุนท่านจะเพิ่มขึ้น ๓ ๔ ๕ เท่า แต่ถ้าเกิดเราจําเปึนที่จะต้องใช้สารเคมีแก้เคมีก็ควรที่จะเปึนเรื่องระยะสั้นมันหมดยุคไปแล้ว ยุคใหม่นี่จะเปึนเรื่องของการแก้ด้วยชีวภาพ เปึนการแก้ด้วยเครื่องจักรกล ถ้าเปึนประเด็นที่ ๒ การแก้เคมีด้วยชีวภาพ ท่านประธานน่าจะพอทราบว่าในอดีตที่ผ่านมาป้ ๒๕๕๒ ขิง พริก พริกไทย ดาวเรือง พวกนี้เคยเกือบเปึนวัตถุอันตราย ห้ามที่จะไปแปรสภาพแล้วก็ใช้เปึน สินค้าชีวภาพในการทดแทนสารเคมี ก็แปลกดีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายที่บอกว่าสารเคมี ต่าง ๆ พวกนี้สามารถใช้ได้ แต่ในขณะเดียวกันทางเลือกที่เกษตรกรกําลังจะบอกว่าตอนนี้ มันใช้ไม่ได้หรอก ของพวกนี้มันไม่สามารถที่จะมาทดแทนเคมีได้ก็เพราะว่าเรายังไม่เคยได้รับ การพัฒนาอย่างไรครับ เคยเกือบจะถูกแบน (Ban) เคยเกือบจะถูกให้ไปอยู่ในวัตถุอันตราย ด้วยซ้ําไป เราเลยยังไม่มีโอกาสที่จะได้ตั้งสถาบันวิจัยชีวภาพเพื่อการเกษตรแห่งประเทศไทย เราจึงยังไม่มีโอกาสที่จะได้ตั้งธนาคารชีวภาพท้องถิ่นในหลาย ๆ ที่ที่ศึกษาแต่ละพื้นที่ที่เรา สามารถที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาลิสต์ (List) เปึนไอพี พรอปเพอร์ที (IP Property) ของประเทศเราว่า วิธีในการแก้วัชพืชหรือศัตรูฆ่าแมลงในแต่ละชนิดมีอะไรบ้าง แล้วสามารถที่จะส่งออกไม่ใช่ เปึนสินค้าการเกษตร แต่เปึนวิธีในการแก้ไขสารเคมี
สุดท้ายครับ แก้เคมีด้วยเครื่องจักรกล ในขณะที่สารเคมีเหล่านี้ไม่ต้องเสียภาษี มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ไม่ต้องเสียทั้งภาษีนําเข้า ไม่ต้องเสียทั้งภาษีแวต (VAT) เครื่องจักรถ้าจะ เอาเข้ามาเสีย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ป้ ๒๕๓๔ เสียภาษีแวต (VAT) ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ถูกยกเลิกไป เพราะฉะนั้นมันถึงได้ถูกอย่างไรครับ มันถึงได้ถูกกว่าเพราะว่าท่านไม่ได้เสียภาษี ถ้าเปึน โรงงานที่ปล่อยมลพิษสู่ชั้นอากาศเรามีคาร์บอนแทกซ์ (Carbon Tax) ถูกไหมครับ ในขณะที่ ถ้ามันมีน้ําตาลเยอะที่ทําให้สุขภาพ ทําให้ต้นทุนของสาธารณสุขของประเทศเราสูงขึ้น มันมีชูการ์แทกซ์ (Sugar Tax) ถูกไหมครับ ถ้าเปึนสารเคมีที่ทําให้สาธารณสุขต้นทุนเราสูงขึ้น สิ่งแวดล้อมต้นทุนในการแก้ของเราจะสูงขึ้น ไม่มีเพสทิไซด์แทกซ์ (Pesticide Tax) แต่กลับ มีแทกซ์ (TAX) ให้กับเครื่องจักรต่าง ๆ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาการเกษตรด้วยการมีอุตสาหกรรมเครื่องจักรการเกษตรของคนไทยเอง เอาของ ประเทศญี่ปุ์นมาชาวบ้านถามคําเดียวครับ เสียซ่อมอย่างไร อะไหล่เท่าไร แล้วเอาเข้าไป มีทั้งหิน ดินก็ไม่เท่ากัน ใช้อย่างไรล่ะ เพราะว่ามันไม่มีอุตสาหกรรมเหล่านี้ในประเทศไทย แล้วอาชีวศึกษาทางภาคการเกษตรจํานวนคนที่เรียนก็ลดลงเรื่อย ๆ เพราะว่ามันไม่มีงาน ให้เขาทํา ถ้าเราเปลี่ยนแล้วสร้างอุตสาหกรรมใหม่เปึนอุตสาหกรรมเครื่องจักรการเกษตร ในระยะยาว ลดภาษี เอางบประมาณให้ ก็จะกลายเปึนจุดแข็งในประเทศไทย ถ้าก้าวไปกว่านั้น เรื่องของเกษตรประณีต พรีซิชัน อะกรีคัลเชอร์ (Precision agriculture) หรือว่าอะกริบอร์ด (Agree board) ดังรูปที่ผมเอาขึ้นมาให้เห็น รูปซ้ายมือคือรูปของบริษัทอิโคโรบอท ริกซ์ เปึน บริษัทสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่คิดค้นพาราควอต (Paraquat) นั่นละ เขาดิสรัปต์ (Disrupt) ตัวเอง แต่ก่อนพาราควอต (Paraquat) สร้างที่ประเทศอังกฤษแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันตรงกลางบริษัทบลูริเวอร์เปึนสตาร์ตอัป (Startup) ที่ใช้เอไอ (AI) ในการแก้ ถูกบริษัทจอห์นเดียร์ซื้อไปมูลค่าไม่เท่าไร ๙,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง หรือแอกต์บอร์ด (Act board) ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่ฉีดยาฆ่าแมลง ทุกวันนี้เวลาเราฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปนั้น ขอเวลาครึ่งนาทีจะจบแล้ว ท่านประธานครับ เวลาที่เราฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปในชั้นบรรยากาศนั้น มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์บอกว่าโดนแมลงแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ตามตรรกะมันก็ใช่นะครับ สมมุติมีแมลงอยู่ในห้องนี้แล้วเวลาฉีดยาออกไป ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ มันไปถึงชั้นบรรยากาศหมด แค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะโดนแมลง ทุกวันนี้มีเอไอ (AI) ที่จะสามารถบอกว่าแมลง อยู่ที่ไหนแล้วฉีดให้ตรงเป็ะกับตัวแมลงเหล่านั้น ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจจะดู แล้วไม่ได้ฟังที่ผม พูดทั้งหมด หรือไม่ได้ฟังที่อาจารย์ปัญญาพูดทั้งหมดก็อาจจะหัวเราะเยาะ แต่ไอเดีย (Idea) ที่คนหัวเราะเยาะกันในตอนนี้จะเปึนสิ่งที่เปลี่ยนโลกในอนาคตได้ที่สุด และผมเชื่อว่าอาจารย์ปัญญาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือเคมุตต์ (KMUTT) ที่มีฟ่โบ (FIBO) มีสถาบันหุ่นยนต์ที่ชนะเลิศอันดับ ๑ ของโลกมาตลอดมีโอกาสที่จะทําให้ถ้าในอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าเรามาอภิปรายกันจะเปึนการที่เอาเราออกจากกับดักของอุตสาหกรรมสารเคมี แล้วก็ทําให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นได้ครับ ขอบคุณครับ