สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ชวน หลีกภัย ขอบคุณรายงานประจำปี 2561 ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้น เขาหารือเรื่องคดีของศาลรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอธิบายคําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการตรวจสอบบัญชีของศาลรัฐธรรมนูญและเสนอผลการสอบต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เรารับทราบ รายงานกิจการประจําป้ งบดุล บัญชีกําไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านครับ ต่อไปครับ

๒.๔ รับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๖๑ ศาลรัฐธรรมนูญ

(เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข ๒.๑-๒.๔ ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจําป้ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) พิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญว่า คําสั่งหรือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้คําว่า วินิจฉัย ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม ศาลทหาร ใช้คําว่า คําพิพากษา โจทก์ จําเลย ในศาลยุติธรรม ศาลทหาร ของศาลรัฐธรรมนูญใช้คําว่า ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ศาลปกครองใช้คําว่า ผู้ฟัองคดีกับผู้ถูกฟัองคดี อันนี้ไม่เปึนอะไร อันนี้ถือโอกาสเรียนให้ผู้ฟังทราบ สํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ทําความเข้าใจต่อสาธารณะเลยว่า คําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จริงอยู่รายงานนี้เปึนของป้ที่แล้ว แต่อันนี้ผมจะยกตัวอย่าง ให้เห็นชัด ๆ ว่าในการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคําร้องว่านายกรัฐมนตรีถวายสัตย์เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๑ หรือไม่นั้น มิใช่คําวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ วรรคท้าย เพราะว่าคําวินิจฉัยนั้นจะต้องมีการรับรอง ต้องมีการรับคําร้องไว้พิจารณาก่อน และตุลาการ ทุกคนจะต้องทําคําวินิจฉัยส่วนตนก่อน จึงจะถือเปึนคําวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร โดยหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน หรือแม้แต่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเองก็ตามหรือ แม้แต่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ตามยังเข้าใจว่าคําสั่งที่ไม่รับคําร้องไว้พิจารณานั้นเปึน คําวินิจฉัยว่าจะต้องผูกพันกับทุกองค์กร ซึ่งไม่จริงนะครับ แม้แต่สํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีก็ใช้เหตุผลในการปฏิเสธการมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในกรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณา โดยอ้างว่าเปึนแอกต์ ออฟ กัฟเวิร์นเมนต์ (Act of government) หรือเปึนการกระทําของรัฐบาล ซึ่งผมเห็นด้วยทางวิชาการและทฤษฎี นักกฎหมายมหาชนต้องเห็นด้วยอยู่แล้ว ซึ่งหลาย ๆ ครั้งศาลก็รับไปพิจารณาหน้าตาเฉย เช่นกรณีเขาพระวิหารของศาลปกครอง จริง ๆ แล้วมันก็เปึนการแอกต์ ออฟ กัฟเวิร์นเมนต์ (Act of government) แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าการถวายสัตย์ไม่อยู่ในอํานาจ ของการตรวจสอบขององค์กรรัฐธรรมนูญใดนั้น ผมไม่เห็นด้วย เพราะเปึนการวินิจฉัยเกินคําขอ ซึ่งโดยปกติทั่วไปศาลจะไม่พิพากษาในกรณีนี้คือการมีคําวินิจฉัยหรือมีคําสั่งเกินคําขอ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าไม่รับก็ไม่รับ จบ แต่นี่ยังแถมอีก แถมยังก้าวล่วงไปยังองค์กรอื่นที่มีอํานาจ หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน อย่าลืมนะครับว่าเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา พาร์เลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) หรือพาร์เลียเมนทารี ซูพรีมาซี (Parliamentary supremacy) เราไม่ได้ปกครองด้วยระบอบตุลาการธิปไตย ที่ตุลาการมีอํานาจเหนือองค์กรอื่นทั้งหมด และการที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในอํานาจของ การตรวจสอบขององค์กรใดนั้น ไม่จริง เพราะไม่เช่นนั้นสภาผู้แทนราษฎรของเราคงไม่มีโอกาสได้ เป่ดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๖๒ ในกรณีนี้มาแล้ว อันนี้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญต้องอธิบาย ต้องทําความเข้าใจกับประชาชนครับว่า คําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ไม่ใช่คําวินิจฉัย ที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ สํานักงานต้องมีหน้าที่ที่จะต้องอธิบาย มากกว่า เพรส รีลีส (Press release) หรือข่าวที่เผยแพร่ออกมา อย่างวันนี้ไหน ๆ ก็พูดแล้วคดีตัดสิทธิพิจารณามา คนรอทั้งประเทศทั่วโลกก็ว่าได้ แถลงออกมาผลการพิจารณาออกมา ๑๐ บรรทัด แค่นั้นจบ มีรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมาหน่อยก็คือ ๗ : ๒ เท่านั้นเอง เปึนหน้าที่ที่สํานักงานจะต้องอธิบาย

ท่านชํานาญครับ เดี๋ยวจะ ข้ามประเด็นไป ประเด็นที่สําคัญคือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทําการตรวจสอบบัญชี รับรองบัญชีและเงินทุกประเภทของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว และเสนอผลการสอบต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาโดยไม่ชักช้า อันนี้คือประเด็นที่ส่งเข้ามา แต่ที่ผมเห็นรวมเพราะว่าในแง่นโยบายนั้นเราก็มีสิทธิที่จะแตะต้องได้บ้าง แต่ว่าประเด็นนี้ อย่าลืมเรื่องการสอบบัญชี เชิญครับ