พิสิฐ ชี้กองทุนหมุนเวียนต้องโปร่งใส ยันเปิดงบคอนโซลิเดต-ทบทวนประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือประเด็นกองทุนหมุนเวียน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากการจัดสรรงบประมาณที่อาจทำให้เงินจมและลดบทบาทของรัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสนอให้กระทรวงการคลังเปิดเผยงบคอนโซลิเดตเพื่อความโปร่งใส และทบทวนกองทุนที่ยังไม่พร้อมประเมินผลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังชื่นชมความสำเร็จของกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 354,800 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 และช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษาได้อย่างกว้างขวาง

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ให้ความเห็นต่อการรายงานเรื่องของกองทุนหมุนเวียนฉบับนี้ จริง ๆ แล้วกองทุนหมุนเวียน มีความจําเปึนนะครับ เปึนสิ่งที่จะทําให้หน่วยงานของรัฐมีความสะดวก มีประสิทธิภาพ ในการที่จะบริหารจัดการเพราะไม่ต้องไปรอเงินงบประมาณ แต่ขณะเดียวกันถ้าเรามีการจัด กองทุนหมุนเวียนมากเกินไปเงินงบประมาณที่เราอนุมัติไป อย่างเช่น งบประมาณที่เข้าสภา ในเดือนที่ผ่านมาจํานวน ๓.๒ ล้านล้านบาท ถ้าหากไปใส่ในกองทุนหมุนเวียนมากไปก็เท่ากับ ประสิทธิภาพของงบประมาณแผ่นดินในการไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็จะด้อยลงไป เพราะว่า เงินเหล่านี้ก็จะไปจมอยู่ในกองทุนหมุนเวียน ก็แล้วแต่ว่าผู้บริหารกองทุนหมุนเวียนจะ ดําเนินการเมื่อไร รัฐสภาก็จะไม่สามารถที่จะบอกกล่าวได้ชัดเจนว่าการที่เราอนุมัติงบ ของรายจ่ายประจําป้ ๒๕๖๓ จํานวน ๓.๒ ล้านล้านบาท สุดท้ายแล้วมันจะไปสู่ในมือเศรษฐกิจ เมื่อไร อย่างไร หรือเท่าไรก็ตามนะครับ เพราะมันจะไปจมอยู่ในกองทุนเหล่านี้ก่อน ก่อนที่ จะมีการจ่ายออกไปนะครับ แต่นั่นคงไม่ใช่อุปสรรคหรือปัญหาที่เราจะบอกว่าถ้าอย่างนั้น ก็ต้องยกเลิกหรือไม่มีกองทุนหมุนเวียนนะครับ กองทุนหมุนเวียนผมคิดว่าเปึนประโยชน์ เปึนเรื่องที่ดีที่ทางกรมบัญชีกลางมีการจัดระบบการประเมินเปึนระยะ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการออกกฎหมาย พ.ร.บ. กองทุนหมุนเวียนขึ้นมาเมื่อป้ ๒๕๕๘ เปึนต้นมา ก็ทราบว่า ทางกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางก็มีความพยายามที่จะนําเอาหลักทางด้านการ บริหารจัดการเพื่อจะดูแลกองทุนเหล่านี้ ให้กองทุนเหล่านี้ได้มีการทําหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ ที่ได้ก่อตั้งขึ้น เงินกองทุนหมุนเวียนในป้ที่ผ่านมามีรายงานว่ามีรายได้ถึง ๖๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบกับงบประมาณประจําป้ของเรา งบประมาณรายได้ของรัฐที่เราเพิ่งได้ผ่านสภาไป เมื่อเดือนที่แล้วงบป้ ๒๕๖๓ ที่เราได้อภิปรายกันก็มีสัดส่วนถึงประมาณ ๑ ใน ๖ หรือ ๑ ใน ๕ ก็ตามของงบประมาณก็ถือว่าเปึนเงินที่ไม่ใช่น้อยทีเดียว ในด้านของรายจ่ายนี้ก็พอ ๆ กัน คือประมาณ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๖ ของงบประมาณประจําป้ของรัฐบาลนะครับ แต่สิ่งที่ต่างกับ งบประมาณประจําป้ของรัฐบาลก็คือว่า ในงบประมาณของรัฐบาลมีการกู้เงิน อย่างเช่น ในป้ ๒๕๖๓ เราก็ตั้งเปัาว่าจะมีการกู้ถึง ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในส่วนของเงินทุนหมุนเวียน เหล่านี้ปรากฏว่ามีการเกินดุลก็คือมีรายได้มากกว่ารายจ่ายถึงประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับว่าจริง ๆ แล้วภาครัฐไม่ได้มีการอัดฉีดเงินเข้าไป ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามที่ กระทรวงการคลังได้ประกาศไป จริง ๆ แล้วเงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตกค้างอยู่ ในระบบของรัฐนะครับ อันนี้คือเหตุผลว่าทําไมเราจึงต้องดูภาพรวม หรืองบคอนโซลิเดต (Consolidate) ที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อตอนที่กรมบัญชีกลางมาชี้แจงในเรื่องของเงินแผ่นดิน การจัดทํารายงานต่าง ๆ ของกระทรวงการคลัง ถ้าเราดูแต่รายงานของงบประมาณแผ่นดิน เท่านั้นก็จะได้ภาพนโยบายการคลังที่อาจจะผิดเพี้ยนได้นะครับ ซึ่งก็เปึนเรื่องดีที่ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ก็ได้กําหนดให้กระทรวงการคลังต้องจัดทํางบ ที่เรียกว่า งบคอนโซลิเดต (Consolidate) ที่จะต้องดูภาพรวมทั้งเงินงบประมาณและ เงินทุนหมุนเวียนเหล่านี้ และเงินงบประมาณอื่น ๆ ด้วย แต่ครั้งที่แล้วที่กระทรวงการคลัง มาชี้แจงในที่นี้ก็ได้บอกว่าได้มีการทําแล้วแต่เสนอให้รัฐบาลดูเท่านั้น เสนอแต่ ครม. เท่านั้น ไม่ได้ส่งมาที่รัฐสภาด้วย ผมจึงขออนุญาตท่านประธานกล่าวไปยังกระทรวงการคลังว่าเวลาที่ ท่านนําเสนองบของรัฐบาล น่าจะต้องมีการทํางบคอนโซลิเดต (Consolidate) หรืองบรวม ให้รัฐสภาได้ดูด้วย ข้อมูลนี้จะได้เปึนข้อมูลเป่ดเผยโดยทั่วไปให้ได้เห็นว่านโยบายการคลัง ที่แท้จริงมันมีตัวเลขอย่างไร มิฉะนั้นแล้วก็จะได้ภาพที่อาจจะไม่ถูกต้องครับ ทีนี้ในรายละเอียด ที่ท่านนําเสนอผมจะไม่ลงมากเกินไปเพราะว่าเวลามีจํากัดนะครับ ผมก็คิดว่าท่านก็พยายาม ที่จะนําเอากองทุนทั้ง ๑๑๕ กองทุนที่อยู่ในสารบบมาประมวลเปึนกลุ่ม ๆ แล้วมีการประเมินว่า กลุ่มไหนทําดี ทําไม่ดี เปึนต้น แต่ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่ากลุ่มที่ทําไม่ดีที่ท่านเขียนว่ามีสถานะ ไม่พร้อมประเมินผลการดําเนินงานจํานวน ๙ ทุน ก็คือพูดง่าย ๆ กองทุนเหล่านี้ตั้งมาแล้ว แต่ว่าไม่มีความพร้อมให้ท่านประเมินนะครับ ซึ่งเปึนกองทุนที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศสําหรับอุตสาหกรรมเปัาหมาย หรือกองทุนการพัฒนาพรรคการเมือง ผมถามว่าทําไมท่านจึงไม่จัดการดูแลให้กองทุนที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจและการเมือง ของประเทศได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ลําพังแค่เขียนรายงานเฉย ๆ ผมคิดว่าคงไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์เท่าที่ควร ผมก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องนี้คงจะได้นําเสนอ โฟกัส (Focus) กับกองทุนเหล่านี้ที่ไม่มีความพร้อมในการให้ประเมิน แต่ที่น่าเปึนห่วงไปกว่านั้น ท่านประธานครับ ก็คือมีกองทุนหลายกองทุนที่ตั้งมาแล้ว แล้วก็น่าจะเปึนประโยชน์ตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้พยายามที่จะจัดงบประมาณให้นะครับ แต่ปรากฏว่าท่านเขียนอย่างนี้ครับ ในหน้า ๖ ของรายงานท่านนะครับ หนังสือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้นําเสนอ ต่อสภานะครับ ในหน้า ๖ ข้อ ๔.๔.๒ เขียนว่า สภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับขาดการทบทวนบทบาทและภารกิจของทุนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับสภาพสังคม ในปัจจุบัน ทําให้เงินทุนหมุนเวียนประสบปัญหาไม่สามารถดําเนินการตามแผนที่กําหนดได้ เขียนอย่างนี้ผมจะไปนึกถึงกองทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวกับเรื่องเก่า ๆ ที่ล้าสมัย แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ครับ ชื่อเหล่านี้เปึนชื่อที่ผมคิดว่าท่านควรต้องเอาใจใส่ดูแลเฉกเช่นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนา สถาบันอุดมศึกษาเอกชนครับ กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย งานเหล่านี้เปึนงานสําคัญ เปึนงานที่เราคิดว่าเปึนประโยชน์ ในอดีตจึงได้มีการจัดงบประมาณให้ แต่ท่านมาเขียนว่า สภาพสังคมเปลี่ยน จริงครับเปลี่ยนเยอะ แต่เรื่องท่องเที่ยวผมคิดว่ายังเปึนประโยชน์ ยังเปึน เรื่องสําคัญ เปึนงานที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชากรไทยมากมายด้วยกัน ทําไม ท่านจึงไม่สามารถที่จะจัดการดูแลให้กองทุนเหล่านี้ได้มีการปรับตัวแล้วก็ใช้เงินให้เปึนประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจตามเปัาหมายที่เราได้ตั้งไว้นะครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเปึนประเด็นที่ผมขออนุญาต นํามาเรียนเสนอ

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมจะให้ข้อมูลกับท่านประธานว่ากองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาที่ท่านประธานได้จัดตั้งขึ้นมีดําริเมื่อตอนสมัยเปึนนายกรัฐมนตรีครั้งแรกนะครับ ขณะนี้ปรากฏว่าเมื่อตามรายงานของกรมบัญชีกลางสําหรับป้งบประมาณ ๒๕๖๒ นี้ มีเงินมากถึง ๓๕๔,๘๐๐ ล้านบาท เปึนสินทรัพย์ ก็ถือได้ว่างานที่ท่านประธานได้ดําริไว้ ก็ได้เปึนประโยชน์ในการที่จะช่วยให้เด็กนักเรียนหรือนักศึกษาได้มีโอกาสกู้เงินไปเรียน ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นในสังคมไทยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ