รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันอังคารที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ ผมจะ หารือไปเรื่อย ๆ โดยสลับกันนะครับ ผมขอไปที่ด้านซ้ายผมก่อนนะครับ ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ ๒ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอหารือต่อท่านประธานรัฐสภา ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร เพราะว่า ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยได้มีการเรียกว่าฝากข้าวไว้กับโรงสีครับ แต่ว่าตอนนี้โครงการ เข้าสู่จํานําในเรื่องของการฝากข้าวไว้กับโรงสีนั้น โรงสียังไม่ยอมที่จะดําเนินการ ให้ใบประทวนที่ครบถ้วนกับพี่น้องเกษตรกร พยายามที่จะบีบชาวนาในเรื่องของการที่จะให้ ชาวนานั้นได้ขายตรง ก็ฝากไปถึงทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าอยากจะได้ ช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริงให้ได้โครงการรับจํานําอย่างแท้จริง ในเรื่องการที่ชาวนา ไปฝากข้าวไว้กับโรงสีครับ
เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของพี่น้องในอําเภอคีรีมาศ โดยเฉพาะพี่น้อง ในอําเภอคีรีมาศได้ร้องเรียนมาว่าได้มีถนนอยู่สายหนึ่งเขาเรียกว่าสายบ้านหนองระหาร หมู่ที่ ๕ ตําบลโตนด อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒/๑ ซึ่งเป็นถนนดินลูกรังชาวบ้านเดือดร้อนมากและช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนทําให้ถนนนั้นพัง เกษตรกรนั้นไม่สามารถที่จะขนพืชไร่ได้หรือเข้าสู่ในไร่นาได้อย่างสะดวก และอันที่ ๒ ก็มีแหล่งน้ําซึ่งเป็นหนองขนาดใหญ่ในพื้นที่หลายสิบไร่ ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือกรมทรัพยากรน้ําเข้าไปขุดลอก หนองกระแสน หมู่ที่ ๕ ตําบลโตนด อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เพราะว่าพี่น้องจะได้ กักเก็บน้ําไว้ใช้ในการเกษตรในช่วงของฤดูแล้ง ก็ฝากถึงกรมทรัพยากรน้ําให้เข้าไปดําเนินการ ให้ด้วยขอบคุณครับ
พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ประเทศไทยได้รับความเสียหายจากการชุมนุมสาธารณะ มานับครั้งไม่ถ้วน ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ ม็อบ (Mob) เหลืองแดง ได้มีการปะทะกันบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่แล้วได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่เกิดการยุบสภา เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ทางรัฐบาลชุดนี้ได้ให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ก็ได้เสนอต่อประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ว่าเหตุผลที่ไม่รับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกมีดังนี้ ก็คือ
ข้อ ๑ เป็นกฎหมายที่ให้อํานาจศาลยุติธรรมพิจารณาว่าการชุมนุมนั้น จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เป็นการขัดหลักการ แบ่งแยกอํานาจตามรัฐธรรมนูญ
ข้อ ๒ เป็นการจํากัดสิทธิของผู้ชุมนุม แล้วก็เนื่องจากว่ามีกฎหมายอยู่หลายฉบับ ทั้งกฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษ
ข้อ ๓ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายให้เหตุผลว่ากรรมาธิการที่แต่งตั้ง อาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมีจํานวนเพียง ๒๔ ท่าน ไม่ใช่ ๓๖ ท่าน ไม่ครบตามมาตรฐาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒/๒
ข้อสุดท้าย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็ให้เหตุผลว่าจะได้ไปรับฟัง ความคิดเห็นของภาคประชาชน ภาคประชาสังคมบางส่วนแล้ว เขาไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ผมขอกราบเรียนถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การชุมนุมสาธารณะ การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ทําให้ประเทศไทยได้รับความเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่
ข้อ ๒ หลายประเทศที่มีกฎหมายลักษณะนี้ทําไมถึงไม่มีประเด็นปัญหา ในเรื่องการจํากัดสิทธิ การแบ่งแยกอํานาจระหว่างอํานาจตุลาการกับอํานาจบริหาร
ข้อ ๓ ถามว่ารัฐบาลจะปล่อยให้มีการชุมนุมสาธารณะมาสร้างปัญหา ให้แก่ประเทศชาติ ก่อความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ ทําให้กฎหมู่อยู่เหนือ กฎหมายต่อไปอีกนานเท่าไร
ข้อสุดท้าย ขอเสนอแนะให้รัฐบาลชุดนี้นําร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม สาธารณะ พ.ศ. .... กลับขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านอยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ผมจะขอข้ามไปก่อนนะครับ ท่านอํานวย คลังผา ครับ ไม่อยู่นะครับ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณ ท่านประธานที่เปิดโอกาสให้หารือในวันนี้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓/๑
เรื่องแรก ที่อยากจะหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องตําบลลุ่มลําชี อําเภอบ้านเขว้า ว่าเหตุการณ์น้ําท่วมเมื่อ ๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ทําให้ถนนหนทางที่ใช้สัญจรในตําบลระหว่างบ้านปากคันฉูถึงบ้านท่าแก ตําบลลุ่มลําชี อําเภอบ้านเขว้า ถนนเสียหายประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ เมตร อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลและแก้ไขปัญหาเรื่องถนนที่ทําให้การสัญจรไม่สะดวกด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องชาวตําบลตะโกทอง โดยเฉพาะหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๘ เขาร้องเรียนดิฉันมาว่า ที่ตําบลของเขาเกิดฝนตกจะมีน้ําท่วมขังแล้วก็ไม่สามารถที่จะระบายออกไปที่ไหนได้ ทําให้เกิดน้ําเน่าเสียเนื่องจากไม่มีทางระบายน้ํา อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากว่า อบต. เองเข้าไปดูแล้วก็ไม่สามารถจะมีเงินมาแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องในการทําทางระบายน้ําได้ ก็เกิดปัญหาน้ําเน่าเสียแล้วก็เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ เชื้อโรคให้กับพี่น้องได้รับอันตราย อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลแก้ไขค่ะ
เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือพี่น้องชาวตําบลหนองบัวโคก อําเภอจัตุรัส เขาทวงถามดิฉันผ่านไปยังหน่วยงานก็คือกรมทางหลวง เนื่องจากว่าดิฉันเอง เคยหารือแล้วก็ถามกระทู้ถามที่สภาแห่งนี้มาแล้วเมื่อสมัยที่ผ่านมาเรื่องเกี่ยวกับที่กลับรถ ระหว่างถนนจากอําเภอจัตุรัสถึงตําบลหนองบัวโคก ช่วงกิโลเมตรที่ ๗๐ เนื่องจากบ้านเรือน ประชาชนอยู่ห่างไกลกับจุดกลับรถมาก ทําให้เขาต้องเปลืองทั้งค่ารถ ค่าน้ํามัน ในการที่จะต้อง สัญจรไปมา กรมทางหลวงได้ตอบมาว่าได้กําลังดําเนินการที่จะแก้ไขจุดกลับรถให้ ผ่านมาเกือบ ๒ ปีแล้วค่ะ เขาก็เลยทวงถามว่าเมื่อไรจะได้จุดกลับรถใหม่สักที ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงว่าเมื่อไรจะเร่งรัดแล้วก็ดําเนินการแก้ไขให้กับพี่น้อง ชาวตําบลหนองบัวโคก กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ เชิญครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓/๒
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอหารือ ท่านประธานรัฐสภาเรื่องเร่งด่วนนะครับ จังหวัดอุดรธานีบ้านผม ขณะที่ภาคเหนือ กรุงเทพมหานครฝนตกน้ําท่วม แต่จังหวัดอุดรธานีฝนไม่มีครับท่านประธาน เกิดแห้งแล้ง เพราะฉะนั้นอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลให้ช่วยไปทําฝนหลวงให้หน่อย โดยเฉพาะอําเภอวังสามหมอขณะนี้พืชผลทางการเกษตรได้แห้งจะตายหมดแล้วครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องถนนไร้ฝุ่น ที่ผมได้เคยหารือกับท่านประธานไปแล้วหลายครั้ง ระหว่างเส้นทางจากอําเภอกู่แก้ว ตําบลบ้านจีต ผ่านไปยังบ้านป่าก้าว ตําบลคําโคกสูง อําเภอไชยวาน ผ่านไปยังบ้านนาค้อ ตําบลหัวนาคํา อําเภอศรีธาตุ แล้วก็ทะลุไปยัง บ้านบะยาว ตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ ก็ฝากท่านประธานได้ช่วยแจ้งไปยังรัฐบาล ช่วยไปทําถนนตรงนี้ให้ปลอดฝุ่น เพราะว่าพี่น้องประชาชน ฤดูแล้ง ฤดูฝน ไม่ว่าฤดูไหน รถสัญจรไปมาลําบากมาก หน้านี้พี่น้องกําลังจะขนมันสําปะหลังไปขาย เพราะว่ามีโรงแป้งมัน มีอยู่โรงงานเดียวที่รับจํานํามันสําปะหลังที่อําเภอวังสามหมอ สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ขอบคุณครับ
ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือในปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่นะครับ
เรื่องที่ ๑ จากการลงพื้นที่ไปเยี่ยมชาวบ้านในบ้านท่ายาง หมู่ที่ ๕ ตําบลปากน้ํา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ชาวบ้านในหมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๗ ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ใกล้เคียงมีความเดือดร้อนในเรื่องของการใช้น้ํา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔/๑ เพราะว่าประปาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถที่จะใช้งานได้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องสูบน้ําจากคลองซึ่งใกล้ ๆ กับหมู่บ้านก็มีนากุ้งเป็นพัน ๆ ไร่ กากชา แล้วก็ของเสียจาก นากุ้งก็ลงไปในคลองซึ่งชาวบ้านก็สูบน้ํามาเพื่อที่จะอุปโภค นอกเหนือจากนั้นก็ยังอยู่ติดกับ ทะเลด้วย น้ําเค็มด้วย ผมเข้าไปดูแล้วอยู่ในสภาพที่น่าเห็นใจมาก ก็ขอเรียนผ่าน ทางท่านประธานไปยังทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลการประปาส่วนภูมิภาค ก็ขอให้ได้ขยายแนวเขตของการประปาเข้าไปยัง ๒ หมู่บ้านตรงนี้ด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เพราะว่าชาวบ้านที่ทนทุกข์อยู่กับเรื่องนี้เป็นเวลาหลายปีก็สะท้อนมายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ขอให้ดําเนินการเรื่องนี้โดยด่วน
เรื่องที่ ๒ ก็คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ปลูกปาล์ม ตอนนี้ ราคาปาล์มนั้นก็เริ่มลดลงทีละนิด ๆ ตอนนี้ก็เหลือ ๓ บาทกว่าต่อกิโลกรัม จากเดิมซึ่งอยู่ที่ ราคา ๕ บาทกว่า ก็ทําให้รายได้ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มลดลงไปเป็นจํานวนมาก ก็ขอให้ทางรัฐบาลซึ่งกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องนี้ก็ขอให้ได้มอนิเตอร์ (Monitor) ติดตาม แล้วก็จับตาดูแล้วก็หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องของปาล์มให้พี่น้องชาวบ้านโดยด่วน ขอบคุณครับ
ท่านประสงค์ นุรักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนปวงชนชาวไทย และขณะนี้ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาถึงความรู้สึกที่ผม ได้มีโอกาสพบปะพี่น้องประชาชน ทั้งที่เป็นประชาชนธรรมดาและเป็นฝ่ายข้าราชการ ทั้ง ๒ ฝ่ายมีความรู้สึกที่สะท้อนถึงภาพหลายอย่างรวมกันในหลายชนิด หลายประเภท หลายปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ในวันนี้เพียงเวลาที่มีอยู่ผมขอยกประเด็นที่ผมมีความสนใจ เป็นพิเศษในขณะนี้คือเรื่องของเหตุการณ์ที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ไม่ได้หมายความว่าผม จะดําเนินการอย่างไรให้มันเป็นผลโดยทันที มิได้เป็นเช่นนั้น แต่ผมมีความประสงค์อยากจะขอบารมี ผ่านทางท่านประธานสื่อไปยังพี่น้องที่อยู่ในบริเวณ ๓ จังหวัดภาคใต้ที่เกี่ยวข้องว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็ได้มีการฆ่ากันอีกแล้ว แล้วก่อนหน้านี้ถ้านับเป็นตัวเลขที่แน่นอน ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๔๗ ถึงขณะนี้มีคนตายมากกว่า ๕,๒๐๐ ชีวิต และมีการบาดเจ็บ มากกว่า ๙,๐๐๐ ราย ผมถือว่าเป็นความกระทบกระเทือนที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบต่อพี่น้อง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔/๒ และความรู้สึกของคนไทยทุกคน ผมเองที่ได้ประกาศตัวมาตั้งแต่แรกว่าผมเป็นผู้แทนของ ปวงชนชาวไทยจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนให้มีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน มากที่สุด ผมเป็นตัวแทนของประชาชนอยากจะเห็นประชาชนได้มีโอกาสมีชีวิตและ ความเป็นอยู่ที่มีความสุขสบาย ใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่จะให้ประโยชน์แก่คนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแต่ ผมขอกราบเรียนผ่านท่านประธานครับ ขอย้ําอีกครั้งสื่อไปยังพี่น้อง ชาวจังหวัดภาคใต้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าหากว่ามีสิ่งไหนที่จะให้ผมรับรู้ได้ สามารถจะทํา ประโยชน์ได้ ขอให้ผมได้มีโอกาสรับรู้ด้วยเพื่อผมจะได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศไทยแห่งนี้ เบอร์โทรศัพท์ผมครับ ๐๘ ๓๑๓๑ ๑๐๒๔ โทรศัพท์ มาบอกผมครับ ผมจะได้ถือโอกาสใช้ประโยชน์ได้ แล้วก็ผมจะขอปกปิดเป็นความลับสุดชีวิต ถ้าหากเป็นความลับ ถ้าหากเอาปฏิบัติได้ผมก็จะปฏิบัติสุดชีวิตเช่นกัน เพื่อหวังผลให้เกิดขึ้น เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ
ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านตําบลเฝ้าไร่ได้ร้องเรียนมาเกี่ยวกับ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตามสวนยาง อยากจะให้ทางรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปช่วยดูแลจัดหา ไฟฟ้าส่องสว่างตามสวนยางให้ประชาชนด้วยครับ นอกจากนั้นก็ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องบ้านกุดลึก บ้านหนองวัวชุม ถนนลําบากมากอยากได้ถนน คสล. ประมาณ ๒ กิโลเมตร เชื่อมระหว่าง ๒ หมู่บ้านนี้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๕/๑
ประเด็นสุดท้าย ก็คือขอหารือกับท่านประธานในเรื่องของบประมาณ ในการซ่อมแซมถนนลาดยางระหว่างบ้านท่าลี่ไปบ้านนาหนัง ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ตรงนี้ ก็ทําให้ทางลาดยางเสียหายมาก หลังจากน้ําลดก็อยากให้รัฐบาลได้ดูแลเส้นทางเส้นนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ การรับจํานําข้าว ในขณะนี้มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี กําลังเดินทางเข้าไปที่ศาลากลาง เพื่อที่จะประท้วงเกี่ยวกับการจะจ่ายเงินการรับจํานําข้าว เนื่องจากในขณะนี้มีบุคคลหลายกลุ่ม หลายฝ่าย ได้ปล่อยข่าวว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่าย ตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคมจะไม่จ่ายเงินค่าจํานําข้าว จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยดําเนินการชี้แจงให้ประชาชน ชาวนาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีให้รับรู้ รับทราบด้วยว่ารัฐบาลมีเงินที่จะจ่ายทุกบาททุกสตางค์เกี่ยวกับนโยบายการรับจํานําข้าว
เรื่องที่ ๒ เรื่องเก่าที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี ชาวบ้านบริเวณวัดมหาธาตุ อําเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าตั้งแต่พลุระเบิดจนมาถึงปัจจุบัน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายประชาชน และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่มีใครไปเหลียวแล ชาวบ้านยังไม่มี บ้านอยู่ หลังคาก็ยังไม่ได้ซ่อม จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดําเนินการติดต่อประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นให้ช่วยแก้ไขความเดือดร้อน ให้กับประชาชนชาวบ้านบริเวณวัดมหาธาตุ อําเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เกี่ยวกับพลุระเบิดด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องเกี่ยวกับถนนทางหลวงสายสามชุก-ด่านช้างมีผิวจราจร ชํารุดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้เป็นหลุมเป็นบ่อหลายจุด หลายแห่ง จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดําเนินการแก้ไขปรับปรุงถนน ให้สู่สภาพเดิม โดยให้อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา ขอบคุณมากครับ
ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๕/๒
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพอย่างสูง กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ ขออนุญาตท่านประธานที่เคารพอย่างสูง หารือ ๒ เรื่อง
เรื่องความเดือดร้อนจากอัตราจ้างของลูกจ้างชั่วคราว สังกัดกรมอาชีวศึกษา ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนถึงบ้านเลยนะครับ มีลูกจ้างชั่วคราวซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ได้เดินทาง มาที่บ้านแล้วหารือว่าทําไมอัตราเงินเดือนนั้นยังไม่ได้ปรับเหมือนกับกรมอื่นในเรื่อง ของการศึกษา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้ลูกจ้างชั่วคราวของกรมอาชีวศึกษานั้น มีเงินเดือนแค่ ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ในขณะที่รัฐบาลมีนโยบายว่าค่าแรงขั้นต่ํานั้น ๓๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้ทําให้ขวัญกําลังใจเยาวชนเหล่านี้ซึ่งจบมาเป็นครูบาอาจารย์ หนุ่มสาว ที่จะสร้างชาติให้เจริญในเรื่องการศึกษานั้นเริ่มจะหมดกําลังใจ จึงกราบเรียนท่านประธาน เพื่อหารือไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและท่านอธิบดีกรมอาชีวศึกษา ช่วยกรุณาดูแลเรื่องนี้เกี่ยวกับเงินเดือนด้วย อย่างน้อยก็ปรับไปให้ตามนโยบายรัฐ ๑๕,๐๐๐ บาท
อีกเรื่องหนึ่งครับ ในขณะที่ด้านการศึกษาสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานก็คือ สพม. กับ สพป. นั้น ทั้งมัธยมศึกษาและประถมศึกษาได้ปรับจาก ลูกจ้างชั่วคราวมาเป็นพนักงานราชการซึ่งมีสิทธิพิเศษคล้าย ๆ กับข้าราชการ สิ่งเหล่านี้ เป็นความมั่นคงของการทํางานในราชการ แต่ลูกจ้างชั่วคราวของกรมอาชีวศึกษานั้น ไม่ได้ถูกนํามาพิจารณาแล้วก็ปรับให้เข้าไปสู่พนักงานราชการ แต่ได้ข่าวว่า ครม. นั้น ได้กลับไปพิจารณาแล้ว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๖/๑ แต่ไม่ทราบว่าถึงไหนแล้ว กราบเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจนถึง สังกัดกรมอาชีวศึกษาว่าช่วยกรุณาเห็นใจลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งจบปริญญาตรีเหมือนกันได้มี การปรับเงินเดือนระดับแรกก่อนแล้วก็ปรับวิทยฐานะก็คือจากลูกจ้างชั่วคราวมาเป็น พนักงานราชการ กราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ
ท่านประสาร มฤคพิทักษ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล สิ่งที่ผมถืออยู่ในมือนี้คือรายงาน ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ซึ่งเรารู้จักกัน ในชื่อว่า คอป. ขณะนี้รายงานชุดนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์และยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เรื่องการเยียวยา เรื่องการที่จะประกันตัวอะไรต่อมิอะไรซึ่งรัฐบาลก็ได้ดําเนินการ ไปในทิศทางนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องหาก็ตาม หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่ผมจะเรียนถามก็คือว่ารัฐบาลมีท่าทีอย่างไรต่อรายงานฉบับนี้ ซึ่งเป็นรายงานที่รัฐบาลเองก็ได้แถลงนโยบาย ข้อ ๑.๑.๓ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ที่แถลงนโยบาย ตามข้อ ๑.๑.๓ บอกว่าสนับสนุนให้คณะกรรมการ คอป. ดําเนินการ อย่างเป็นอิสระและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบและค้นหา ความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมือง จุด จุด จุด มีข้อความเพิ่มเติมอีก นี่คือการสนับสนุน ของรัฐบาลอย่างเปิดเผยและแถลงเป็นนโยบาย ข้อ ๑.๑.๓ แต่เราทราบกันดีว่าหลังจาก การแถลงของกรรมการนําโดย ดอกเตอร์คณิต ณ นคร แล้วก็มี ส.ส. อย่างน้อย ๓ คนด้วยกัน ตั้งโต๊ะแล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ในทางเสีย ๆ หาย ๆ ต่อรายงานชุดนี้ ไม่ยอมรับความเป็นจริง ของชายชุดดํา แล้วก็ไม่ยอมรับที่จะให้มีการแปลออกไปสู่ภาษาต่างประเทศ รวมทั้ง ฉีกรายงานฉบับนี้ต่อหน้าสื่อมวลชน สิ่งที่ผมเรียนถามก็คือว่าผู้ที่ออกมาทําหน้าที่แถลง เล่นงานรายงานฉบับนี้เขาเป็นตัวแทนรัฐบาลหรือไม่ เขาเป็นคนของพรรคที่ร่วมรัฐบาล แต่เมื่อออกมาอย่างนี้จะอธิบายว่าอย่างไร เป็นไปได้ไหมครับที่รัฐบาลควรจะใช้โอกาสนี้ ใช้ประโยชน์ขยายผลในทางบวกต่อรายงานฉบับนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังด้วยการแถลงท่าทีชัดเจน หรือนําเรื่องนี้เข้ามาสู่ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อที่จะเปิดอภิปรายรับฟังความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา อย่างกว้างขวางนําไปสู่ผลที่ปรารถนาก็คือการปรองดองแห่งชาติ ขอบพระคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๖/๒
ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
(นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
คุณหมอประท้วงอะไรครับ คุณหมอเรื่องหารือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เท้าความถึงสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ฉีกรายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป. ซึ่งก็หมายถึงผมครับ ดังนั้นหากผมไม่ได้มีโอกาสกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ ก็อาจจะทําให้พี่น้องประชาชน ไม่เข้าใจว่าทําไมผมถึงฉีก ดังนั้นขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๗/๑
ประการที่ ๑ ผมเองรอคอยรายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป. ด้วยใจจดใจจ่อ เป็นอย่างยิ่ง เพราะหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อก่อให้เกิดการปรองดองแห่งชาติ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมอ่านโดยละเอียด แล้วผมก็อ่าน ๒ รอบ ทีนี้ประเด็นอื่นไม่ค่อยจะเป็นปัญหาเพราะมันเป็นหลักการทั่วไป คอป. เอาหลักการทั่วไปที่เป็นนามธรรมมาสรุปในรายงานฉบับสมบูรณ์ของท่าน จึงไม่เป็นปัญหา แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาก็คือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งมีตั้งแต่หน้า ๙๐ ถ้าท่านประธานมีรายงานของ คอป. อยู่ในมือนะครับ จนถึงหน้า ๑๖๗ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ หน้า ๙๐ ถึงหน้า ๑๖๗ มีจํานวนทั้งสิ้น ๗๗ หน้า แต่ท่านประธานทราบไหมว่ากล่าวถึงชายชุดดําถึง ๓๗ หน้า ๓๗ หน้าก็คือเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และผมก็ไม่มีปัญหา ผมก็ใจจดใจจ่อในการอ่าน ผมอยากจะเห็นหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่รายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป. ฉบับนี้ กล่าวอ้างถึงชายชุดดํา แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ยกเว้นภาพที่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นําเสนอต่อสาธารณะแล้วเท่านั้นนะครับ นอกนั้นไม่มีภาพเลยทั้งสิ้น ทีนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานในชั้นต้นก่อนว่าภาพที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นําเสนอต่อ สาธารณะมีปัญหามากมายครับ อาทิเช่น ใครเป็นคนถ่ายภาพ ภาพนั้นถ่ายวันที่เท่าไร เวลาอะไร สถานที่อะไร
อาจารย์เหวงครับ มันเป็น รายงานซึ่ง
ใช่ครับ แต่ว่าผมเสียหาย แล้วก็ประชาชนทั่วทั้งประเทศเขาใส่ใจอยู่ในเรื่องรายงาน คอป. แล้วผมก็เป็นคนแรกที่แสดง
ท่านชี้แจงว่าเสียหาย ตรงไหน
ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตที่จะเพิ่มเติมอีกสัก ๒-๓ จุดเท่านั้นเอง สั้น ๆ ครับ
เชิญครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๗/๒
ข้อที่ ๑ ไม่มีภาพหลักฐานเลยว่าชายชุดดําอยู่ตรงไหน ข้อที่ ๒ ที่บอกว่ามีการยิงจากชายชุดดําไปหา เจ้าหน้าที่ทหารไม่มีภาพแม้แต่ภาพเดียว พูดถึงวิถีกระสุน ข้อที่ ๓ ที่บอกว่ารางรถไฟฟ้า บีทีเอส (BTS) มีรอยแตก ๒ รอย เพื่อยืนยันว่ามีการยิงด้วยปืนเอ็ม ๑๖ จากวัดปทุมวนาราม ก็ไม่มีครับ แต่ทําให้คนเข้าใจว่าในนั้นมี ดังนั้นจึงเป็นความชอบธรรมที่ทหารจะยิงเข้าไปใน วัดปทุมวนารามได้ ทั้ง ๆ ที่ ๖ ศพนั้น ๑ ศพมีน้องเกด มีกากบาทของกาชาดสากลนะครับ นอกจากนี้ยังบอกว่ามีภาพของชายชุดดําวิ่งที่วัดปทุมวนารามเลียบกําแพงก็ไม่มีนะครับ และที่สําคัญที่สุดในรายงานฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงกระสุน ๑๒๐,๐๐๐ นัด ขออนุญาต ท่านประธานเอ่ยชื่อท่านผู้หนึ่งซึ่งไม่ได้เสียหายอะไร วาสนา นาน่วม ซึ่งเป็นนักข่าว ทางการทหารเขายืนยันว่ากระสุนทั้งหมด ๑๙๐,๐๐๐ นัด ไม่ได้พูดถึงแม้แต่นัดเดียวครับ และนอกจากนี้ประชาชนก็ทราบว่ามีสไนเปอร์ แต่ คอป. ไม่ได้พูดถึงสไนเปอร์แม้แต่จุดเดียว ๖๕ ล้านบาทท่านเอาไปใช้ทําอะไรไม่ทราบ
อาจารย์ครับ
นี่กราบเรียนสรุปจบครับท่านประธาน ด้วยเหตุฉะนี้รายงานของ คอป. จึงไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และลําเอียง แล้วก็อธิบายเพื่อปกป้องรัฐบาลชุดที่ผ่านมาถึงความชอบธรรมในการฆ่า ประชาชน ผมจึงฉีกรายงานฉบับสมบูรณ์ฉบับนี้ของ คอป. ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เรื่องยังอยู่ ในขั้นตอนของการสอบสวนอยู่นะครับ อย่าเพิ่งไปวิพากษ์วิจารณ์มากนะครับ อยู่ในช่วงหารือ เพราะฉะนั้นผมก็จะอนุญาตเฉพาะหารือ เชิญท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านมีเวลา ๒ นาทีครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมมีข้อหารือ สืบเนื่องจากผู้เช่า อยู่อาศัยในแฟลตการเคหะบางชัน ได้เช่าอยู่อาศัยโดยผ่านบริษัทซึ่งเป็นบริษัทซึ่งเช่าช่วง ต่อจากของการเคหะแห่งชาติ แล้วบริษัทนี้เขาบอกว่าเป็นสวัสดิการที่จะให้ใครอยู่หรือออกก็ได้ ขออนุญาตเอ่ยนามเลยก็ได้ครับ บริษัท สหยูเนี่ยน จํากัด (มหาชน) ทีนี้พนักงานพออยู่ไปถึงจุดหนึ่ง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๗/๓ เขาไม่ได้ทํางานก็เอาเขาออก แต่การเอาเขาออกนี่คนที่อยู่ในนั้นเขามีความประสงค์อยู่ต่อ ผมจึงขออนุญาตว่าคนที่จะอยู่ต่อนี่สามารถที่จะเช่าโดยตรงกับการเคหะแห่งชาติได้หรือเปล่า ท่านต้องให้เขาชี้แจงนะครับ เนื่องจากว่าการเคหะแห่งชาติมีหน้าที่หาที่อยู่อาศัยให้กับ ประชาชน ไม่ใช่หาที่ให้กับเอกชนเช่า ถ้าจะเป็นสวัสดิการของบริษัทก็คงจะต้องไปหาที่ทําเอง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๘/๑ ประเด็นก็คือว่าขณะนี้โดนขับไล่ โดนฟ้องไล่ออก ผมเป็นห่วงพวกพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีขึ้นไปน่าจะได้ใช้สิทธิตรงนั้น อันแรกนะครับ แล้วตอนนี้การเคหะแห่งชาติ ก็ขาดสัญญาเช่าที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินของการนิคมอุตสาหกรรม อันนี้ช่วยเคลียร์ (Clear) ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือจะต้องมีการทบทวนการสํารวจออกแบบรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสีส้ม สายสีชมพูจากในส่วนของส่วนราชการวิ่งผ่านรามอินทรา-แจ้งวัฒนะ ออกมาที่มีนบุรี แต่ปรากฏว่าไปดรอป (Drop) อยู่ในตลาดมีนบุรี แล้ววิ่งข้ามคลองแสนแสบไปชนกับสายสีส้ม ซึ่งอยู่ถนนสุขาภิบาล ๓ เพื่อที่จะไปทําสถานีจอดรถ แต่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ ด้านนอก อยู่แถวถนนสุวินทวงศ์ไปทางจังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านประธานก็ทราบนะครับ แถวด้านนั้นมีชาวบ้านอยู่เยอะ ควรที่จะขยายเส้นทางออกมาทางถนนสุวินทวงศ์มากกว่า อันนี้ฝากนะครับ ส่วนสถานีจอดรถสายสีส้มมีอยู่แล้วที่มักกะสัน เพราะฉะนั้นการยืดเส้นทาง สายสีส้มออกไปชนถนนสุวินทวงศ์จะดีกว่า แล้วไปบรรจบกับสายสีชมพูจะทําให้เกิด ประโยชน์มาก ขอบคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. บัญชีรายชื่อ จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรทั้งหมดพอสรุปได้เป็น ๘ เรื่อง
เรื่องแรก เรื่องถนนรอบเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งกรมทางหลวงชนบทรับมาแล้ว ก็ยังไม่ได้ทําการบูรณะปรับปรุง ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งกรม แล้วก็ทั้งกระทรวง ช่วยเร่งรัดด้วยครับ
๒. สะพานข้ามแม่ป่าสักซึ่งมีทั้งหมด ๗ แห่ง สะพานนี้เกิดจากประชาชน สร้างไว้เดิมมันเป็นสะพานไม้ พอปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขึ้นมาน้ําท่วมสะพานนั้นก็ชํารุดหมด ใช้การไม่ได้ เพราะน้ํามีระดับสูงขึ้นกว่าสะพาน แล้วก็มีสะพานคอนกรีตแห่งหนึ่ง ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองสร้างไว้ก็เหมือนกันข้ามไม่ได้เพราะว่าน้ําท่วมหมด
๓. เกิดภัยพิบัติน้ําท่วมถนนชํารุดของจังหวัดลพบุรีเหลืออีก ๓๒ สาย จังหวัดเพชรบูรณ์อีก ๑๒ สาย ยังไม่ได้บูรณะปรับปรุงหรือซ่อมให้ใช้การได้ดี ขอให้หน่วยงาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๘/๒ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดช่วยร่วมกัน มีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคมและ กระทรวงมหาดไทย
๔. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้เปิดโรงงานน้ําตาล โรงงานน้ําตาลนี้ขอให้เปิดภายใน เดือนพฤศจิกายน เพราะว่าถ้าปล่อยช้าไปหีบไม่ทันอ้อยต้องเผาทิ้งทุกปี
๕. การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวนําประโยชน์มาสู่ท้องถิ่น ท้องที่ ทําให้ชุมชน ในท้องที่มีรายได้ คนยากจนมีงานทํา อันนี้ก็ขอให้ส่งเสริมไว้จํานวนทั้งหมด ๑๐ กว่าแห่ง ของจังหวัดลพบุรี
๖. ราคาผลิตผลการเกษตรก็คือมันสําปะหลัง อ้อย ยังไม่ได้กําหนดราคาหีบ ก็ขอให้กําหนดราคาหีบด้วย
๗. ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เปิดให้มีการจัดตลาดขายสินค้าการเกษตรและสินค้าโอทอป (OTOP)
๘. ขอให้ติดตามเรื่องเกี่ยวกับงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยป้องกันแล้วก็ติดตามบูรณะปรับปรุงที่ชํารุดจาก ภัยพิบัติน้ําท่วมให้ประชาชนได้มีโอกาสอยู่ดีกินดีเหมือนคนอื่นเขา ผมเสนอเป็นหนังสือไว้ ที่ท่านประธานแล้ว ขอบคุณครับ ขอให้ช่วยส่งต่อไปด้วยครับ
ขอบคุณท่านนิยมครับ อาจารย์สุริยา ปันจอร์ ครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๙/๑
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือ ท่านประธานเผื่อท่านประธานจะได้นําเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สืบเนื่องจากเมื่อ ๓ วันที่ผ่านมา กระผมได้รับหนังสือขอความอนุเคราะห์ จากชมรมบัณฑิตอาสาพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดสตูล จํานวน ๒๗๐ กว่าคน โดยข้อความสรุป ในหนังสือนั้นว่าเนื่องจากว่ากลุ่มอาสาบัณฑิตซึ่งได้รับการว่าจ้างจากศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม ๕ จังหวัดด้วยกัน โดยเฉพาะจังหวัดสตูลนั้นได้ว่าจ้างให้เป็น ลูกจ้างค่าตอบแทนเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทเป็นเวลา ๔ ปี แต่พอมาถึงปีนี้ทางศูนย์อํานวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้บอกเลิกจ้าง จึงทําให้บรรดาบัณฑิตอาสาเหล่านั้นได้รับ ความเดือดร้อน จึงขอความอนุเคราะห์ผ่านทางกระผมเพื่อที่ได้แจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป กระผมก็ด้วยความยินดีแล้วก็ด้วยความหวังดี ก็เลยมาเรียนเพื่อท่านประธานจะได้ นําเสนอต่อไป
ท่านประธานครับ เยาวชนคนหนุ่มคนรุ่นใหม่เป็นพลังของชาติในอนาคต ถ้ามีโอกาส ถ้ามีแนวทางพอที่จะหาโอกาสหาทางช่วยเหลือได้ ก็ถือว่าเป็นภารกิจของรัฐบาล ที่ควรจะให้โอกาสกับคนเหล่านี้ ขอบคุณมากครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหารือ กับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในชุมชนเขตเทศบาล ตําบลเมืองเก่า และแม่ค้าในตลาดเทศบาลตําบลเมืองเก่า ได้รับการร้องเรียนในเรื่อง ของท่อระบายน้ําในถนนทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งตําบลเมืองเก่า ในเขตเทศบาลนั้นเป็นเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นมรดกโลก ซึ่งผมได้หารือต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลหลายครั้งแล้วยังไม่ได้งบประมาณ เนื่องจากว่าถนนทางเข้าตั้งแต่ประตูศาลภูผาดําไปจนถึงหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคําแหง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๙/๒ เป็นถนนซึ่ง ๒ ฝั่งการระบายน้ําเมื่อฝนตกชุกจะระบายน้ําได้น้อยมาก ก็อยากฝากไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวงซึ่งอ้างว่าถนนเส้นนี้ไม่ใช่เป็นของ กรมทางหลวง ก็เข้าใจว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือทางอุทยานหรือทางกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้รับผิดชอบ ก็ขอให้ตั้งงบประมาณไปสร้างระบบระบายน้ําให้กับพี่น้อง ประชาชนในชุมชนด้วย
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายบุญเพ็ง ขวัญวงศ์ นายสํารวม ณ ประเสริฐ และนางภัสรา ขวัญวงศ์ เป็นอดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล หมู่ที่ ๒ ตําบลปากแคว อําเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ร้องเรียนมาว่าคลองปากแควซึ่งเป็น คลองสาขาจากแม่น้ํายมเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาน้ําท่วมของตําบลปากแคว เนื่องจากน้ํามาทุกครั้ง ประตูระบายน้ําตรงนี้ได้สร้างอยู่ที่ปลายคลองหรือกลางคลอง อยากได้ประตูระบายน้ํา ลักษณะประตูระบายน้ําปากคลองต้นข้อในหมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๘ ตําบลปากแคว จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณไปสร้าง ประตูระบายน้ําให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๒ ตําบลปากแควด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๑๐/๑ เรื่องขอให้เชื่อมถนนชนบทเพื่อการสัญจรไปมา ขนถ่ายสินค้าเพื่อการเกษตร และเชื่อมความสัมพันธ์ทางใจระหว่างหมู่บ้าน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ดาบตํารวจ สงคราม อ่อนตา และราษฎรอีก ๗ คน ซึ่งหนังสือร้องเรียนอยู่ที่ดิฉันค่ะ ดิฉันจะส่งถึงท่านประธานต่อไป ทั้งหมดมีความต้องการถนนเชื่อมต่อจากบ้านโคกโอฬาร ถึงบ้านหนองทุ่ม ตําบลสว่างแดนดิน อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เริ่มจาก บ้านโคกสว่าง หมู่ที่ ๑๒ ทางด้านทิศใต้ของวัดสว่างภูมิดลตรงไปยังบ้านหนองทุ่ม เป็นถนนเส้นเดิมซึ่งมีแนวถนนตามเส้นทางระวางแผนที่ ซึ่งชาวบ้านที่อยู่เก่าแก่ก็เขียน ระวางนี้ ดิฉันจะยื่นต่อท่านประธานต่อไปค่ะ ซึ่งมีระวางแผนที่อยู่แล้วแต่ถนนเส้นนี้ยังไม่ตัด เชื่อมต่อกันเลย ระยะทางแค่ ๓ กิโลเมตร และบริเวณโดยรอบถนนเส้นนี้นั้นต้องบอกว่า เป็นเรือกสวนไร่นาและสวนยางพาราเต็มไปหมดเลยค่ะ ซึ่งต้องการขนถ่ายสินค้าและ การสัญจรไปมาเป็นทางเลี่ยงเมืองก็ว่าได้ เพราะว่าถนนเส้นหลักนั้นต้องบอกว่าแออัดคับคั่ง ไปด้วยการจราจรที่ใช้ความเร็วสูง และทีนี้พี่น้องประชาชนนั้นใช้รถจักรยานยนต์ รถอีแต๊ก รถอีแต๋นเป็นส่วนใหญ่ ถ้าถนนเส้นนี้ได้เชื่อมต่อกันแล้วก็จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้น ลดการเกิดอุบัติเหตุได้มากที่สุดค่ะ
เรื่องเร่งด่วนเรื่องที่ ๒ ไฟฟ้ายังขาดอยู่มากเลยค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะ ไฟฟ้าที่บ้านโมน บ้านเมืองทองซึ่งเลียบลําน้ํายาม ตําบลพันนา อําเภอสว่างแดนดินนั้น ยังไม่มีไฟฟ้าจากบ้านโมน บ้านเมืองทองออกไปถึงฝายน้ําล้น บ้านโมน บ้านเมืองทอง ตําบลพันนา อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ระยะทางแค่ ๒ กิโลเมตร มี ๑๕-๒๐ ครอบครัวอาศัยอย่างมืดมิดและทําการเกษตร น่าเห็นใจมากค่ะ ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ
ผมมีรายชื่ออยู่ในมืออีก ๗ ท่าน เพราะฉะนั้นผมปิดรับแล้วนะครับ ไม่รับหารือแล้ว ผมจะให้ทั้งหมด ๗ ท่าน ต่อไปอาจารย์สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากน้อง ๆ เพื่อนครู ๒-๓ เรื่อง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๑๐/๒
เรื่องที่ ๑ ก็คือท่านบอกว่า ณ วันนี้ครูไม่ได้ทําหน้าที่เป็นครูเสียแล้ว เพราะหน้าที่หลักหมดไปกับการทําเอกสารในการประเมิน ในการประกวดของโรงเรียน อะไรทํานองอย่างนั้น เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่เราจะเห็นคุณครูทําการเออร์ลี รีไทร์ (Early retire) เยอะที่สุด มากกว่าวิชาชีพใด ๆ ในประเทศไทยนี้ และนอกจากนั้นเวลาใช้ ในการสอนก็หมดไปกับการไปอบรม โดยเฉพาะปลายเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ซึ่งเป็น ช่วงปลายปีงบประมาณ ไม่ว่าหน่วยงานต่าง ๆ ก็ระดมกันที่จะให้คุณครูทั้งหลายไปทําการอบรม ท่านบอกว่าบางทีท่านก็ช้า ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ด้วยซ้ํา อบรมมากมาย โรงเรียนเล็กนี่ ยิ่งไม่มีครูพอก็จะส่งแต่คนนั้นแหละไปอบรม เพราะฉะนั้นไม่มีเวลาในการที่จะสอน เบื่อหน่ายอยากจะลาออกทํานองอย่างนั้น
เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องงบประมาณ ไม่ทราบว่าหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการเก็บงบประมาณไว้ทําอะไร พอปลายปีงบประมาณจึงจะส่ง เงินไปให้ทําการจัดซื้อจัดจ้างแม้กระทั่งก่อสร้าง เพราะฉะนั้นผู้เป็นครูซึ่งทําหน้าที่พัสดุ ของโรงเรียนก็ต้องทําหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้าง เขาลําบากมาก ไหนจะเสี่ยงอันตราย ถึงการผิดระเบียบแล้วก็จะต้องสอนด้วย ก็จะมาง่วนอยู่กับการจัดซื้อจัดจ้างหรือก่อสร้าง ไม่รู้ว่ากระทรวงเก็บไว้ทําไมกับเงินงบประมาณตอนต้น ๆ ปี ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๑๑/๑
สุดท้าย คือเงินวิทยฐานะ ร้องมาว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ยังไม่ได้รับ เพราะอ้างว่า ไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นดิฉันว่า ณ วันนี้ขวัญกําลังใจของคุณครูเสียหาย ฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกําลังใจ ครูทําไมจึงลาออก กันมากมาย หรือเออร์ลี รีไทร์ ซึ่งทําให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนอย่างมากเลย โรงเรียนหนึ่งทั้งปลดเกษียณ ทั้งเออร์ลี รีไทร์ เกือบ ๒๐ คน เพราะฉะนั้นมันกระเทือนมาก แล้วอัตราที่ได้มาใหม่นี่มันไม่ใช่ทันทีที่เข้าไปทดแทนได้ เพราะฉะนั้นดิฉันฝากให้ กระทรวงศึกษาธิการตระหนักในเรื่องนี้ด้วย อย่ามัวแต่คิดโยกย้ายหาตําแหน่งให้แก่ ท่านปลัดกระทรวงอยู่ ขอบคุณค่ะ
ท่านชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันได้นําความเดือดร้อนของ พี่น้องในพื้นที่นํามาเรียนทางท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือดิฉัน ได้รับการรายงานจากพี่น้องชาวองค์การบริหารส่วนตําบลปะโค และพี่น้องชาวองค์การ บริหารส่วนตําบลเวียงคุก ที่ได้มีทางสมาพันธ์สหกรณ์เพื่อการพัฒนาสังคมร่วมกันกับ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันสํารวจทั้ง ๒ อบต. เพื่อจะเป็น การทําแก้มลิงขนาดใหญ่ในการที่จะแก้ปัญหาภัยแล้งแล้วก็น้ําท่วมที่หนองบ่อ ในเขตพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตําบลปะโค แล้วก็หนองสางนกแซว องค์การบริหารส่วนตําบลเวียงคุก ทั้ง ๒ พื้นที่นี้ได้สํารวจผ่านประชาคม พี่น้องประชาชนไม่ขัดข้อง เป็นการดีที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องความเดือดร้อนน้ําท่วมในพื้นที่ซึ่งเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ ตอนนี้ได้ผ่านการสํารวจ เรียบร้อยแล้ว ดิฉันจึงอยากฝากนําความเดือดร้อนนี้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทรัพยากรน้ําที่รับผิดชอบเรื่องโครงการนี้ได้ผลักดัน งบประมาณเพื่อจะมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ไม่ว่าแก้ไขปัญหาเรื่องแห้งแล้ง เพราะพี่น้องเกษตรกรแถบนี้ติดริมแม่น้ําโขงจริงอยู่แต่ว่ามีปัญหาเรื่องแหล่งน้ํา แล้วก็จะเป็น แก้มลิงขนาดใหญ่ในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วมด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ
ครับ ต่อด้วยท่านละออง ติยะไพรัช เชิญครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๑๑/๒
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ในวันนี้ ก็คือตอนนี้ฝนตกมากแล้วก็ทางจังหวัดเชียงรายมีการขุดท่อระบายน้ําหลายจุด แล้วมีจุดหนึ่งที่ถนนพหลโยธิน หน้าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งทําเป็นบล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) หรือท่อเหลี่ยม ดิฉันแล้วก็ประชาชนในพื้นที่ก็พยายามร้องเรียนไป แต่ก็ยังสร้างอยู่ เงียบอยู่ เพราะว่าที่ตรงที่สร้างนั้นต้องสร้างที่ผิดจุดแน่นอนเลยท่านประธาน เพราะอีกฟากหนึ่งก็คือโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ อีกฟากหนึ่งก็คือเป็นนาของชาวบ้าน แล้วก็เป็นฟุตปาธ (Footpath) การสร้างบล็อก คอนเวิร์ทนี่น้ําไม่สามารถระบายไปได้ แน่นอน ตอนนี้ก็ยังสร้างอยู่ สร้างแล้วดิฉันก็อยากจะให้ทางกระทรวงคมนาคมช่วยไป ตรวจสอบว่างบประมาณที่เสียไปในวันนี้ว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ จุดที่ตรงนั้นมันได้ประโยชน์ไหม ซึ่งบล็อก คอนเวิร์ทเป็นราคาที่ไม่น้อย
เรื่องที่ ๒ ช่วงนี้ฝนตกแล้วก็จุดที่ทําท่อระบายน้ําตอนนี้ระหว่างทาง อําเภอแม่จันถึงจังหวัดเชียงรายประมาณ ๒๐-๓๐ กิโลเมตร จะมีการทําบล็อก คอนเวิร์ท หลายจุด แล้วก็ทําให้การจราจรนี่ติดขัดมาก และสําคัญที่สุดวันนี้ไฟฟ้าตามเกาะกลางถนน ไม่มีเลย มืดหมด วันนี้ดิฉันก็ขอให้ทางกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงช่วยไปดูแล ในพื้นที่ด้วย เพราะอุบัติเหตุเกิดบ่อยมาก ขอบคุณค่ะท่านประธาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๑๒/๑
ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอหารือเรื่องปัญหาอุทกภัย ก็เป็นที่ทราบกัน อยู่แล้วว่าฝนตกเป็นจํานวนมากและเกิดน้ําท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ปีนี้ท่วมหนักมาก ถ้าเทียบกับปีอื่น ๆ ภาคตะวันออกน้อย โดยเฉพาะจังหวัดสระแก้วและ จังหวัดปราจีนบุรี วันก่อนจังหวัดสระแก้วน้ําท่วมที่อําเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว และ ท่วมจังหวัดปราจีนบุรี และผมเองก็ได้รับความเมตตาจากท่านประธานนิคม ไวยรัชพานิช ท่านประธานวุฒิสภา ท่านได้มอบสิ่งของแจกตอนน้ําท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี ๕๐๐ ชุด แล้วก็ไปแจกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เดือดร้อนมากครับ ดังนั้นเองก็ขอวิงวอนว่าในเมื่อ น้ําท่วมในปัญหาระยะสั้นคงต้องหาทางเยียวยาหรือเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ส่วนปัญหาระยะกลางก็ขอฝากทางคณะกรรมการบริหาร จัดการน้ําและอุทกภัยว่าควรจะจัดการอย่างไร เพราะว่าทางรัฐบาลเองเดิมทีให้ความสําคัญ ในเรื่องปัญหาน้ําท่วมตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง แต่ปีนี้ภาคตะวันออกได้รับผลกระทบมาก ดังนั้นก็ฝากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอุทกภัยว่าช่วยพิจารณาดูในส่วน ของภาคตะวันออกด้วย เพราะว่าไม่เพียงจังหวัดปราจีนบุรีเท่านั้น น้ําจากจังหวัดสระแก้ว มาจังหวัดปราจีนบุรี แล้วก็มาจังหวัดฉะเชิงเทราของท่านประธานเอง และมีผลกระทบต่อ ปริมณฑลฝั่งตะวันออกเช่นเดียวกัน ขอฝากในเรื่องนี้ แต่จังหวัดปราจีนบุรีไม่เพียงแค่น้ําท่วม แต่ก็ขอฝากปัญหาในระยาวอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการจัดผังเมือง เพราะว่าตราบใดที่เรา จัดผังเมืองไม่ถูกระเบียบจะเป็นปัญหาในการกีดขวางทางน้ํา ดังนั้นเองก็ฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าช่วยจัดผังเมืองให้ถูกต้องว่าสิ่งไหนควรจะอยู่ ทางน้ํา สิ่งไหนเป็นที่อยู่อาศัย สิ่งไหนเป็นที่เพาะปลูก ส่วนไหนเป็นที่อุตสาหกรรม ส่วนจังหวัดปราจีนบุรีที่ตามข่าวว่าน้ําท่วม แต่น้ําท่วมเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มที่ริมแม่น้ําเท่านั้น แต่จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ราบสูงเช่นเดียวกัน พื้นที่ที่เป็นอุตสาหกรรมน้ําก็ไม่ได้ท่วม ดังนั้นเองก็สามารถทําอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวได้ครับ ขอบคุณครับ
ไปภาคตะวันออกอีกครับ ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เชิญครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๑๒/๒
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี เร่งด่วนดังนี้
๑. โครงการซ่อมถนนที่เกิดน้ําท่วม น้ํากัดเซาะพัง หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๐ ตําบลคลองพลู อําเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
๒. โครงการซ่อมถนนทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวที่ดังที่สุดของจังหวัดจันทบุรีคือ ถนนทางเข้าวัดเขาสุกิม ตําบลเขาบายศรี อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยกรมทางหลวงชนบท รับผิดชอบ
๓. ติดตามโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ําทุ่งเบญจา ตําบลทุ่งเบญจา อําเภอท่าใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ําท่วมและน้ําแล้งซึ่งกรมชลประทานที่รับผิดชอบอยู่
๔. ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องกลุ่มเกษตรกรเรื่องรถยนต์กระบะ ติดแซงรับส่งสินค้าเกษตร ขอร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเว้น หรือจับกุม หรือผ่อนผัน
ผมได้รับหนังสือทั้ง ๔ เรื่องนี้ขอให้ท่านประธานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบดําเนินการ และวันนี้ผมขอส่งเอกสารทั้งหมดทั้ง ๔ เรื่องนี้ไปยังท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวันชัย บุษบา เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน อยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพาราว่า ยางพาราราคาตกต่ํามาเป็นเวลานาน อยากให้รัฐบาลได้หามาตรการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้ให้การเยียวยากับพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกยางพาราทั้งหมดด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๑๓/๑
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ขยายลานรับจํานํามันสําปะหลังให้ทั่วถึง ที่ผ่านมาพี่น้องชาวจังหวัดเลยมีลานรับจํานํามันสําปะหลังน้อยมาก จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ขยายลานรับจํานํามันสําปะหลังให้ทั่วถึงด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอเชียงคานถึงอําเภอท่าลี่ ว่าถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ บางแห่งไม่มีสภาพเป็นถนนลาดยางหลงเหลืออยู่เลย ซึ่งถนน ดังกล่าวนั้นเป็นถนนสายยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนเชื่อมไปถึงแขวงหลวงพระบาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยซ่อมแซมถนนสายดังกล่าว พร้อมทั้งขยายถนนให้เป็นถนน ๔ เลน (Lane) ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านมณเฑียร บุญตัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลต่อกรณีที่มีข่าวหนาหูว่าจะมีการนํา เครื่องจําหน่ายสลากอัตโนมัติมาจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งกระผมเห็นว่าเรื่องดังกล่าวนั้น ยังมีปัญหาที่รัฐบาลทุกชุดไม่สามารถที่จะตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเพิ่มพื้นที่ การพนันให้แก่เด็กและเยาวชน โดยที่มาตรการรองรับก็ยังไม่มี มาตรการในการที่จะ ช่วยเหลือผู้แทนจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นสลากใบเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้จําหน่ายรายย่อยที่เป็นคนยากจน คนด้อยโอกาส หรือคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้า ไม่ถึงเทคโนโลยี ซึ่งรัฐบาลทุกสมัยก็บอกว่าจะพยายามแก้ไขปรับปรุง แต่ก็ไม่ได้มีการแก้ไข เรื่องเงินทุนหรือเรื่องอื่น ๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ผมคิดว่ามันเป็นทางเสียที่ฝ่ายผู้ที่ต้องการให้ มีการจําหน่ายสลากโดยผ่านเครื่องจําหน่ายอัตโนมัติไม่ได้นํามาบอกกับสาธารณชน ฉะนั้นจึงขอเรียนให้รัฐบาลได้ทบทวนและได้ดําเนินการอย่างรอบคอบก่อนที่จะเกิด ความเสียหาย เพราะสังคมไทยนั้นเป็นสังคมที่มีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อเรื่องของข่าวลือ หรือเรื่องของการเสี่ยงโชค หรือเรื่องของแนวโน้มที่จะอาศัยการพนันเป็นทางออก เพราะหมดหวังในเรื่องของระบบเศรษฐกิจปกติ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๑๓/๒
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือท่านประธานก็คือเรื่องของการก่อสร้าง หรือการจัดทําระบบใด ๆ ขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากว่าระยะนี้มีปัญหาเรื่องภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทกภัยเกิดขึ้นบ่อย รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะซ่อมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือแม้กระทั่งการจัดทําระบบสื่อสารขึ้นใหม่ อยากจะเรียนว่าเรามีกฎหมายที่กําหนดว่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นระบบสื่อสารใด ๆ ควรจะต้องคํานึงถึงความต้องการ จําเป็นพิเศษและการเข้าถึงของประชาชนทุกกลุ่ม ดังนั้นจึงอยากจะขอวิงวอนผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าได้โปรดคํานึงถึงเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่การออกแบบ ตั้งแต่การจัดทําทีโออาร์ (TOR) เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้วเมื่อมีสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้กระทั่ง ขนส่งสาธารณะ หรือแม้กระทั่งระบบสื่อสาร แม้กระทั่งเว็บไซต์ (Web site) ก็ตาม ก็มักจะ ไปโทษผู้รับเหมาว่าผู้รับเหมาไม่ดําเนินการให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น แต่แท้ที่จริงแล้ว ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่การจัดทําทีโออาร์ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความรู้ ความเข้าใจและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสุดท้ายครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขอใช้โอกาสนี้หารือ ๒ เรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภาของเรา เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๔/๑
สําหรับเรื่องรัฐสภาของเรานั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านถึง ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่ารัฐสภาของเราได้ตั้งกลุ่มมิตรภาพรัฐสภา ไทย-เมียนมาร์ เป็นที่เรียบร้อย ผมได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธาน แล้วก็ร่วมกับ คณะกรรมการดําเนินการทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ดังนั้นจึงใคร่ขอความกรุณาสมาชิกรัฐสภา ได้เสนอประเด็นที่เห็นว่าต้องการที่จะใช้วาระปีหน้า ซึ่งจะเป็นวาระครบรอบ ๖๕ ปี ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมาร์นั้น ในการเสนอกิจกรรมที่จะเสริมสร้างสัมพันธไมตรี เสริมสร้างความใกล้ชิด มิตรประเทศระหว่างไทยกับเมียนมาร์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของการจัด สัมมนา การจัดการดูงาน หรือว่ากิจกรรมอื่น ๆ ประการสําคัญก็คือขณะนี้ท่านประธาน คงทราบว่าเมียนมาร์หรือว่าประเทศพม่านั้นได้ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามโรดแมพ (Roadmap) ที่เขาได้กําหนด แล้วก็ได้รับการยกเว้น ยกเลิกในเรื่องของแซงก์ชัน (Sanction) จากทางตะวันตก ทําให้เป็นประเทศที่น่าสนใจมากในเรื่องการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอื่น ๆ ประเทศไทยเหมือนเกทเวย์ (Gateway) เหมือนฐาน เป็นฮับ (Hub) ที่จะช่วยสนับสนุนเมียนมาร์นั้นได้พัฒนาเศรษฐกิจ แล้วเราก็มี โครงการที่สําคัญหลายโครงการ ไม่ว่าโครงการเรื่องของทวายซึ่งเป็นโครงการที่ถือว่า มีการลงทุนใหญ่ที่สุดในเอเชียในทศวรรษนี้
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของการจํานําข้าว สั้น ๆ ก็คือว่าวันที่ ๑ ตุลาคม เมื่อวานนี้เป็นต้นมา ได้รับโทรศัพท์แล้วก็การร้องเรียนจากชาวนาว่าไม่สามารถเข้าไปจํานําได้ ทั้งที่เป็นวันเริ่มต้นโครงการ ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้เร่งรัดในเรื่องนี้เพราะว่าขณะนี้หลายแห่ง ก็น้ําท่วม มีการเก็บเกี่ยวแล้วก็จะเข้าร่วมโครงการ แต่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรับจํานําได้ เพราะโรงสีไม่พร้อม ที่จะทําสัญญากับทางรัฐบาลก็ยังไม่ได้ทํา ตรงนี้ก็ฝากเร่งรัดไปด้วย เพราะเป็นความเดือดร้อนของชาวนาครับ
จบการหารือนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๔/๒
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๕๙๕ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภามาลงชื่อทั้งหมด ๓๗๔ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) ขอดําเนินการตามระเบียบวาระครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘
ด้วยเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือแจ้งว่าตามที่ได้มีผู้ยื่น คําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ เกี่ยวกับการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยคําร้องดังกล่าวแล้ว ซึ่งรายละเอียดของคําวินิจฉัยสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิก ทุกท่านรับทราบนะครับ จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ต่อวาระเรื่องการรับทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อการรับทราบด้วยความเคารพครับท่านประธาน เนื่องจากคําวินิจฉัย ในคราวนี้เป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่มีความสําคัญต่อแนวทางการพัฒนา ประชาธิปไตยของบ้านเมือง ท่ามกลางการทําหน้าที่ของท่านสมาชิกรัฐสภาในการที่จะใช้ ช่องทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ถูกกําหนดไว้ เมื่อเราได้เห็นว่าสมควรแก่การที่จะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือหลักในการทํางานเพื่อบ้านเมือง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๕/๑ ท่านประธานครับ ขณะที่เราได้ยื่นร่างแก้ไขด้วยความสุจริต แล้วก็มีคณะกรรมาธิการ พิจารณาวาระตามข้อบังคับการประชุม แล้วก็กําหนดที่จะลงมติในวาระที่สามซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก็มีผู้ร้องครับ ผู้ร้อง ๕ คณะ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นสมาชิกรัฐสภาด้วยกันนี่ร้องครับ แล้วผู้ถูกร้อง เป็นประธานรัฐสภา ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นผู้ถูกร้องคณะที่ ๑ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกร้องคณะที่ ๒ แล้วก็นักการเมือง ฝ่ายที่เป็นรัฐบาลเป็นผู้ถูกร้องคณะที่ ๓ มีพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นผู้ถูกร้องคณะที่ ๔ แล้วมีคุณสุนัย จุลพงศธร และคณะ เป็นคณะที่ ๕ ซึ่ง ๑ ในจํานวนนี้คือผมด้วย มีคุณภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นคณะที่ ๖ ท่านประธานครับ แปลว่ากระบวนการที่สุดแล้วนี่ การร้องด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นคณะที่ทําลาย ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ได้มาซึ่งอํานาจรัฐที่ไม่ถูกต้อง แล้วร้องไปถึงให้ มีการยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิ เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ที่ผมต้องขออธิบายประกอบ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพ ด้วยความเชื่อมั่นว่ากระบวนการอันนี้ เป็นกระบวนการทําหน้าที่โดยสุจริตของ ๓ ฝ่ายของกระบวนการประชาธิปไตย ก็คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายยุติธรรม ผมเคารพในคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในที่สุดผลการพิจารณาก็มีท่านประธานรัฐสภาไปเบิกความในฐานะที่เป็นผู้ถูกร้อง มีหลายส่วนที่เข้าไปด้วยความเชื่อมั่นในกระบวนการว่าจะได้รับความยุติธรรม ที่สุดแล้ว วินิจฉัยของการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าการกระทําของผู้ถูกร้องทั้งหก เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติ ไว้ในรัฐธรรมนูญนี้แต่อย่างใด ข้อกล่าวอ้างทั้งหมดยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ นี่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าข้อกล่าวอ้าง คําร้องทั้งหมดเป็นเพียงการคาดการณ์ หรือเป็น ความห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งยังห่างไกลต่อการที่จะเกิดเหตุตามที่กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจึงยังไม่พอฟังได้ว่าการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้แต่อย่างใด ดังนั้นการกระทําของ ผู้ถูกร้องทั้งหก จึงฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๕/๒ ในการปกครองประเทศโดยวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง จึงให้ยกคําร้องในประเด็นนี้ และเมื่อได้วินิจฉัยดังนี้แล้วจึงไม่จําเป็นต้องวินิจฉัย ประเด็นที่ ๔ ต่อไป แปลว่าพวกถูกร้องทั้งหมดในจํานวนนี้คือกระผมด้วย มีความสุจริต มิได้ประสงค์ที่จะทําลายล้มล้างตามเจตจํานงของผู้ร้อง ผมทราบว่าจากนี้ไปการดําเนินการ ตามขั้นตอนกระบวนการนิติบัญญัติในการพิจารณาวาระที่สามก็อยู่ในดุลยพินิจชอบที่จะต้อง ดําเนินการตามภาระหน้าที่ต่อไปใช่หรือไม่ครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๖/๑ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมยังมีความมุ่งมั่นต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ต้องการรัฐธรรมนูญที่อํานวยความผาสุกให้เกิดกับประชาชน เพราะฉะนั้นด้วยความจริงใจ กระผมเชื่อว่าน่าจะเป็นภาระหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่จะต้องพิจารณาต่อไปตามควร แม้ว่าในคําวินิจฉัยจะมีบางตอนของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่าต้องทําประชามติก่อน ถ้าจะแก้ทั้งฉบับต้องทําประชามติก่อน โดยนัยเหล่านี้คือสาระสําคัญที่สมาชิกรัฐสภา ต้องใคร่ครวญด้วยความรอบคอบ แล้วนํามาซึ่งความสันติสุขและประโยชน์สูงสุดของ บ้านเมือง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา เรื่องที่ท่านประธานแจ้งให้ทราบคือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่อง ที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาโดยความเป็นจริง แต่เนื่องจากประธานรัฐสภา ได้หยิบยกเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระแล้วก็ยังไม่มีกําหนดการกลับมา ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าเป็นครั้งแรกที่เราจะเห็นปรากฏการณ์ของคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและมีส่วน พัวพันมาถึงรัฐสภาโดยตรง เมื่อพิจารณาตามแนวคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี่ มีการร้องจากผู้ร้อง ๕ ท่านว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนั้นมีปัญหาตามหัวข้อที่เขา นําเสนอหรือไม่ ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ตั้งประเด็นวินิจฉัยไว้ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ศาลรัฐธรรมนูญตั้งประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจรับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ หรือไม่ ประเด็นนี้ ศาลก็มีคําวินิจฉัยครับว่าศาลรับไว้ได้
ประเด็นที่ ๒ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ สามารถแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ ประเด็นนี้ศาลก็มีคําวินิจฉัย แล้วก็มีความเห็นว่ายังไม่น่าจะกระทําได้
ประเด็นที่ ๓ ข้อวินิจฉัยที่ว่าการกระทําของผู้ถูกร้องเป็นการล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือไม่ ประเด็นนี้ศาลก็มีคําวินิจฉัยครับ
ส่วนประเด็นที่ ๔ ศาลไม่มีคําวินิจฉัย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๖/๒
ปัญหาที่ผมอยากจะหารือท่านประธานครับ บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐสภา เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่ปรากฏว่าตั้งแต่มีคําวินิจฉัยมาจนถึงบัดนี้สมาชิกรัฐสภาของเรา ยังไม่มีส่วนร่วมในการที่จะออกความคิดเห็นกันเลย รัฐสภาของเรายังไม่เคยมีการหารือ เรื่องนี้กันอย่างจริงจังเลยว่าวันข้างหน้า หรือถ้ามีการพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมาตามการบรรจุ ระเบียบวาระของประธานรัฐสภาเราจะเดินหน้ากันอย่างไร หลังจากคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเราได้ยินข่าวแต่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง พิจารณาเรื่องนี้ ส่วนรัฐสภาเราเงียบกริบครับ ทั้ง ๆ ที่เรื่องทั้งหมดเราร่วมกันพิจารณา ทั้งวาระที่หนึ่ง วาระที่สองผ่านไปเรียบร้อยแล้ว รอลงมติในวาระที่สาม แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้ รับผิดชอบอะไรกันเลยครับ พอประธานไม่บรรจุระเบียบวาระก็เงียบกันหมด ผมก็ไม่เข้าใจว่า รัฐสภาเรามีหน้าที่ในการออกกฎหมาย ร่างกฎหมาย แต่ถึงเวลาที่กฎหมายเราร่วมกันออก เราร่วมกันร่าง มีปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทําไมเราไม่คิดจะถกเถียงครับ ท่านประธานครับ ท่านเคยคิดจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาไปพิจารณา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อมาทําความเข้าใจกับสมาชิก แต่ถ้าเราอยู่เฉย ๆ อย่างนี้อีกสักเดือนสองเดือน หรือสถานการณ์การเมืองอยากจะให้ร้อนขึ้นมา วันไหน พรรคร่วมรัฐบาลมีมติว่าให้ประธานรัฐสภาหยิบยกเรื่องนี้บรรจุระเบียบวาระการประชุม รัฐสภาขึ้นมาบ้านเมืองก็ลุกเป็นไฟอีกรอบหนึ่ง แล้วสภาเรามานั่งใบ้กินกัน มานั่งถกเถียงกัน แทนที่จะมีแนวของเราเอง นี่ปรากฏว่าให้รัฐบาลเขาไปนั่งตกลงกันว่าเขาจะเดินหน้าต่อไป อย่างไร ทําไมรัฐสภาเราไม่คิดจะทําบ้างว่าเราจะเดินหน้าอย่างไรเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเสนอแล้วก็หารือกับท่านประธานครับ วันนี้รายงานท่านเข้ามาสู่มือของสมาชิกในสภาแล้ว เราจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของรัฐสภาศึกษาข้อวินิจฉัยอันนี้ได้ไหมครับ ทําควบคู่ ขนานไปกับทางรัฐบาลวันข้างหน้าถ้ามันหยิบยกขึ้นมาสภาเราจะได้มีแนวของเราเอง ไม่ใช่ว่า สภาไม่มีแนวอะไรเลย รอแต่รัฐบาลส่งเข้ามาเมื่อไรก็มาว่ากันอีกที ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๑๗/๑ แล้วมันก็จะลามปามกลายเป็นเหตุการณ์ลุกลามของบ้านเมือง แม้ประเด็นที่เขายื่นข้อ ๓ บอกว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ แต่ถ้าพิจารณา ในความเห็นและเหตุผลของผู้เสนอร่างแต่ละฉบับ เรารู้ครับว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างบางประการในกระบวนการประชาธิปไตย เช่น อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ จะยึดโยงกันอย่างไร เขาก็เขียนเป็นเหตุผลในการยกร่างครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าวันนี้ถ้าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐสภาควรที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการมาพิจารณา เรื่องนี้เป็นการเฉพาะเพื่อเป็นแนวทางของรัฐสภา ดีกว่ารับทราบแล้วปล่อยเฉย ๆ รอให้รัฐบาลเขาชี้นํารัฐสภาครับ
เดี๋ยวลองฟังเสียงของ เลขานุการของคณะกรรมาธิการหน่อยครับ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านอยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อประเด็นเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม รับทราบคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘
ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อประเด็นนี้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเรื่องนี้ เป็นที่สนใจของไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เพื่อนสมาชิก ๒ ท่าน ที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ได้บอกถึงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย ผมอยากจะ แสดงความคิดเห็นเพื่อบันทึกไว้ในทางวิชาการตามความเห็นของผม เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาในโอกาสต่อไป ในประเด็นที่ผมให้ความสนใจคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นที่ ๒ ก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ สามารถแก้ไขเพิ่มเติม โดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าอํานาจ ในการก่อตั้งองค์กรสูงสุดทางการเมืองหรืออํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นอํานาจของ ประชาชนอันเป็นที่มาโดยตรงในการให้กําเนิดรัฐธรรมนูญ โดยถือว่ามีอํานาจเหนือ รัฐธรรมนูญ การตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นกระบวนการที่ได้ผ่านการลงประชามติโดยตรงของประชาชน ประชาชนจึงเป็น ผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะต้องลงประชามติเสียก่อน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๑๗/๒ หรือการแก้ไขเป็นรายมาตราจะเหมาะสมกว่า นั่นเป็นคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมมีความเห็นต่อประเด็นนี้ว่าในระบอบประชาธิปไตยโดยระบบรัฐสภา หลักของการแบ่งแยกอํานาจนั้นชัดเจน คือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอํานาจ ตุลาการ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๑ เป็นอํานาจของรัฐสภา ผมมีความเห็นในทางวิชาการโดยส่วนตัวว่าศาลไม่น่าจะมายับยั้งกระบวนการนี้ได้ แม้ศาลอาจจะไม่เห็นพ้องกับรัฐสภา แต่ศาลก็ต้องพึงระลึกว่าศาลไม่มีอํานาจตรวจสอบ รัฐสภาซึ่งทําหน้าที่ในฐานะองค์กรทางด้านนิติบัญญัติ โดยมีกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติ รองรับอํานาจหน้าที่ไว้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะมี ความเห็นเพิ่มเติม คือโดยส่วนตัวผมยอมรับอํานาจขององค์กรอิสระ แต่ในอนาคตเราน่าจะ แก้ที่มาขององค์กรอิสระให้เอื้อและสอดคล้องต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยอาจแก้รัฐธรรมนูญในส่วนที่มาของตุลาการ เช่นเหมือนกับการที่เคยบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๘/๑ โดยอาจจะเพิ่มในส่วนของนักวิชาการ ครูบาอาจารย์เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้เกิด ความหลากหลายในการให้ความเห็นในการวินิจฉัยเรื่องที่มาสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเพิ่งเดินทางไปกับคณะกรรมาธิการการปกครองของสภาผู้แทนราษฎร ไปดูงานปกครองท้องถิ่นที่ประเทศญี่ปุ่น เราเห็นความเจริญงอกงามของประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองใกล้เคียงกับประเทศไทย แล้วก็นึกสะท้อนกับการพัฒนา ทางด้านการเมืองของประเทศของเราเป็นอย่างยิ่ง ก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิก รวมทั้ง พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายในสภาว่าบ้านเมืองของเราถ้าได้มีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เขาเจริญเขาพัฒนาแล้ว เขาไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเลย เมื่อการเมืองเข้มแข็งประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเองว่า เขาจะเลือกใครเป็นผู้บริหาร นั่นแหละบ้านเมืองของเราจะเป็นประชาธิปไตยและ นําความเจริญมาสู่บ้านเมืองของเราในอนาคต ผมมีความเห็นที่จะแสดงไว้สั้น ๆ เพียงเท่านี้ เพื่อประโยชน์ในการที่จะนําข้อคิดเห็นมากลั่นกรองร่วมไม้ร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมืองของเรา ให้เจริญวัฒนาสถาพรสืบไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ผมมีชื่อเยอะนะครับ ผมขอไปที่ท่านวรชัย เหมะ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ
เดี๋ยวครับ ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียนสอบถาม ท่านประธานถึงแนวทางในการชี้ผู้อภิปรายครับ ปกติเราจะอภิปรายสลับกันนะครับ ตอนนี้ท่านประธานเรียกสมาชิกจากพรรครัฐบาลติดกัน ๒ คน ซึ่งผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๘/๒ ตามข้อบังคับ อยากให้สลับมาทางพรรคฝ่ายค้านจะได้มีความเห็นที่สมาชิกรัฐสภาจะได้รับฟัง พี่น้องประชาชนก็จะได้รับฟัง จะได้มีข้อมูลหักล้างหรือมีข้อมูลที่จะให้ใช้ในการพิจารณา ต่อไปครับ
ขอบพระคุณท่านธนาครับ ความจริงแล้วผมจะให้ท่านวรชัยแล้วผมจะกลับมาทางนี้ เพราะว่าที่ผมให้ท่านชวลิต ได้อภิปรายหลังจากที่ท่านวิทยา เพราะผมรู้ว่าท่านชวลิตนั้นอภิปรายโดยหลักจะไม่มีการที่จะเอียง ไปทางไหนครับ เมื่อท่านวรชัยอภิปรายเสร็จผมก็มาทางนี้ เดี๋ยวก็กลับครับ ท่านไม่ต้องห่วงครับ ผมเป๊ะเลยครับ ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวดูประเด็นเขา ฟังเขาหน่อยครับ เชิญครับท่านวรชัย
กราบเรียน ท่านรัฐสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันเป็นประเด็นทางการเมือง มานานพอสมควรครับ ประเด็นรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประเด็นที่รัฐสภาของเราได้สร้างกันมา ทํากันมา เขียนกันมา จนถึงวาระที่สาม แล้วก็มีการอภิปรายทั้งสมาชิกฝ่ายค้าน แล้วก็รัฐบาล แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สําคัญมากที่สุดประเด็นหนึ่ง แล้วก็เป็นเรื่องประเด็นสําคัญของบ้านเมืองครับ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ เป็นแม่บทของกฎหมายเพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริงครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๙/๑ การร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้นผลที่สุดมีผู้ยื่นคัดค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาแล้ว แล้วก็เป็นประเด็นต่อไปครับ ท่านประธานครับ ศาลบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นมีการทําประชามติจากประชาชน แล้วก็องค์กรที่เป็น องค์กรสูงสุดนั้นจะต้องถามประชาชนก่อน ประเด็นนี้นั้นเราจะเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นท่านไม่ได้ถามประชาชนก่อนว่าจะเอาหรือไม่ และในวันนั้นเราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญได้ร่างเสร็จแล้วจึงมีการทําประชามติ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชน เวลาฉีกรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกประชาชนเลยว่าจะฉีกรัฐธรรมนูญแล้ว ฉีกเสร็จตั้ง สนช. ขึ้นมา แล้วก็ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ถามประชาชนก่อนว่าจะเอาอย่างไร จะเอาแบบไหน แต่ทําเสร็จให้มีการทําประชามติ ๑๔ ล้านเสียง ผมได้เคยอภิปรายเรื่องนี้มาหลายรอบ หลายครั้ง ๑๔ ล้านเสียงในการทํา ประชามตินั้น ผมเคยยืนยันครับว่าการทําประชามติท่ามกลางกฎอัยการศึกซึ่งมันไม่ใช่ เหตุการณ์ปกติครับ ในวันนั้นเราจะเห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทําประชามติในการรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนไม่มีทางเลือกครับ เป็นการบังคับทางอ้อมและทางตรง บังคับทางตรงก็คือ การบอกให้พี่น้องประชาชนรับไปก่อนแล้วก็แก้ได้ทีหลัง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ทําประชามติก่อนว่าจะให้ มีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญพูดบ่งชี้ชัดว่าถ้าจะตั้งองค์กร รัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อที่จะร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องถามประชาชนก่อนครับ นี่คือความ แตกต่างครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันมาเป็นประเด็นว่าให้มีการทําประชามติ การทําประชามตินั้นต้องใช้เสียงเกินครึ่งของผู้มีสิทธิใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง เราจะเห็นว่าทุกครั้งคะแนนที่กระจายทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ความรู้สึกของประชาชนนั้น มันต่างกัน มันหลากหลาย แต่เสียงส่วนมากในผู้มีสิทธิใช้เสียงนั้นอย่างมาก ๑๙ ล้านเสียง เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งสําคัญว่าถ้าการทําประชามตินั้นจะผ่านหรือไม่มันยากลําบากครับ ครึ่งหนึ่งครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือข้อจํากัดในการที่จะทําประชามติก่อนว่าเราจะเอา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมานั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าให้ทําประชามติแล้วก็เอาเสียงข้างมากว่าจะเอากันอย่างไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๙/๒ ประเทศไทยในวันนี้อย่างนี้โอเค (OK) ผมรับได้ครับ แต่บทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เอง ซึ่งมีลักษณะที่หลายมาตราบ่งบอกถึงการกีดกัน กีดกั้นอํานาจของประชาชนให้มีการทํา รัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา นี่คืออุปสรรคที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้มันยากแสนยากจริง ๆ ว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนที่แท้จริงนั้น โดยประชาชนนั้น โดยติดกับดักของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น ส.ว. แล้วก็ ส.ส. ที่รักประชาธิปไตย มีความคิด ที่ต้องการรัฐธรรมนูญของประชาชน แล้วก็ต้องการทํารัฐธรรมนูญนั้นมันติดกับดักอันนี้อยู่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๒๐/๑ เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ผมว่าไม่ยุติธรรมสําหรับคนไทย ทั้งประเทศ แล้วก็ผมว่าลําเอียงครับ เพราะว่าตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านดูครับ ไม่ได้ถามประชาชนก่อน แต่ว่าพอรัฐสภาซึ่งพวกเราหาเสียงบอกว่าเราเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนแล้วจะมาทํารัฐธรรมนูญใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ออกมาอย่างนี้ เป็นการขัดขวางการทํางานของสมาชิกรัฐสภาหรือเปล่า ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญนั้น มาตามองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหา นี่คืออุปสรรค เราจะต้อง เอาความเป็นจริงมาพูดกันครับ ทั้งฝ่ายค้าน ทั้งท่าน ส.ว. ทั้งสมาชิกของรัฐบาล วันนี้เราต้อง คิดว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้ง กับดักของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยเฉพาะ องค์กรอิสระนั้นมีอํานาจล้นฟ้าครับ ชี้เป็นชี้ตายของประเทศได้หมด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น องค์กรอิสระนั้นผมว่าจําเป็นแต่ต้องมาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วันนี้เราเห็นว่าองค์กรอิสระ ลุกขึ้นมาค้านทุกเรื่อง ในเรื่องที่พี่น้องประชาชนต้องการ ในเรื่องที่รัฐบาลทํา ในเรื่องที่สมาชิก ของฝ่ายซีกรัฐบาลเสนอขึ้นไปมีการค้านทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญก็ดี เรื่องของเขาพระวิหารก็ดี เรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศก็ดี หลายเรื่องที่องค์กรเหล่านี้ ขึ้นมาคัดค้าน เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องมาคุยกันว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจในการที่จะมา ก้าวก่ายรัฐสภาหรือเปล่า ๓ อํานาจต้องแยกให้ชัด อํานาจตุลาการ อํานาจบริหาร อํานาจ นิติบัญญัติ ต้องแยกเดิน ให้เกียรติแล้วก็มีศักดิ์ศรีเพราะว่าเรานั้นเป็นตัวแทนของประชาชน สมาชิกรัฐสภาเป็นตัวแทนของประชาชน เราทําตามความต้องการของประชาชนครับ เราไปหาเสียงพี่น้องประชาชนบอกว่าให้เรามาแก้รัฐธรรมนูญจึงเลือกพรรคเพื่อไทย ได้เสียงข้างมากในสภา นี่คือความต้องการของประชาชน แล้วคนอื่นเขาบอกว่าเราจะไม่แก้ แล้วก็แพ้การเลือกตั้ง นี่คือความรู้สึกของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ท่านยื่น แล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างนี้ ผมว่าเราควรจะมาพิจารณากันใหม่ แล้วเราต้อง เริ่มต้นในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ เราไม่มีการแก้ไข เราไม่มีการทํา อะไรเลยนั้น พี่น้องประชาชนเขาถามผมแล้วครับว่ารัฐธรรมนูญมาถึงวาระที่สาม ทําไมไม่ลงมติเสียที ทําไมไม่โหวตเสียที หรือว่าเราจะทําอะไรต้องรีบทําครับ เพราะอํานาจสูงสุด พี่น้องประชาชนมอบให้เรามาแล้ว แต่ติดกับดักอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็องค์กรอิสระ ทั้งหลาย ผมก็ขอร้องเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านครับ เห็นแก่ประเทศชาติ เห็นแก่ประชาชน ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อทําให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ วันนี้ความขัดแย้งของประเทศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๒๐/๒ มันมีมายาวนานแล้วก็ฝังรากลึกมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละครับ ท่านเห็นครับ รอบประเทศบ้านเราวันนี้เขาสงบ เขาพัฒนาประเทศไปได้อย่างสวยงาม เราจะเห็น หลายประเทศ เพราะฉะนั้นกับดักของประเทศไทยในวันนี้ต้องปลดล็อกอย่าให้มีอยู่อีก ดํารงอยู่อีกเลยในประเทศไทยครับ วันนี้ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว ประเทศพม่า เขามีการพัฒนาประชาธิปไตย เขามีรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมั่นคง เขาก็ทํางานกันได้ แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ท่านเห็นครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นเป็น รัฐธรรมนูญของประชาชน แก้ปัญหาให้ประเทศชาติได้ ประเทศมีความสุข ประชาชน มีความสุข ทั่วโลกเขาสรรเสริญประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยมีกับดักของ ประเทศอยู่ที่รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เราต้องแก้ครับ แล้วก็องค์กรอิสระวันนี้ เราเห็นชัดว่าองค์กรอิสระที่มาถึงจะมาจากรัฐธรรมนูญนี้ มาจากพื้นฐานของการยึดอํานาจนี้ ถ้าท่านเป็นคนที่มีใจเป็นธรรม ท่านเป็นคนที่รักความถูกต้อง ท่านทําตัวให้มันถูกต้องแล้วก็ ให้ความยุติธรรม ผมว่าไม่มีปัญหา แต่นี่ไม่ใช่ครับ เอนเอียงไปข้างหนึ่งหมด เอนเอียงไป ข้างที่ตั้งท่านมา สร้างองค์กรท่านมา เพราะฉะนั้นวันนี้มีอย่างเดียวต้องเดินหน้าต่อไป แล้วก็ต้องทําตามเสียงของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นเรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญ เราเป็นองค์กรของรัฐสภาครับ เป็นองค์กรของประชาชนครับ เราต้อง เดินหน้าต่อครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๑/๑
ท่านธนา ชีรวินิจ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ที่ประชุมรัฐสภาได้มี ระเบียบวาระการประชุมเรื่องที่เป็นการรับทราบรายงานของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ คําวินิจฉัยกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ได้มีเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปราย ๒-๓ ท่าน ซึ่งผมได้รับฟังแล้วไม่สบายใจเลยครับท่านประธาน ที่การอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกนั้นมีลักษณะของคําอภิปรายที่ผมเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกับ พี่น้องประชาชน แล้วจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ผมกราบเรียนในช่วงต้นก็คือลักษณะของคําอภิปราย ที่ท่านได้พยายามเน้นอยู่หลายครั้งว่าท่านเป็นเสียงข้างมาก ท่านมีสิทธิที่จะทําในทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะท่านได้รับฉันทามติมาจากพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะพูด ในประเด็นนี้ก่อน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแน่นอนครับเราไม่สามารถ ให้พี่น้องประชาชนคน ๗๐ ล้านคนทั้งประเทศมาบริหารประเทศได้ เราจึงต้องมีระบบตัวแทน คือการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้เข้ามาทําหน้าที่นั้น ไม่ได้หมายความว่าท่านเอาอํานาจของปวงชนชาวไทยทั้งหมดมาอยู่ที่ท่าน ท่านมีลักษณะ เป็นตัวแทนเท่านั้น การที่ท่านจะเหมารวมว่าเมื่อท่านมีเสียงข้างมากแล้วท่านคือเสียงของ คนไทยทั้งประเทศ ผมว่าท่านใช้ดุลยพินิจในเรื่องนี้ผิดพลาดอย่างร้ายแรง และการที่ท่าน พยายามพูดว่าเสียงข้างมากนั้นทําอะไรก็เป็นเรื่องถูกต้อง ยิ่งน่าอันตรายอย่างยิ่ง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยเราเคารพเสียงข้างมากก็จริง แต่เราก็พูดเสมอว่าเราต้อง ไม่ละเลยเสียงข้างน้อย เพราะเมื่อไรก็ตามที่เสียงข้างมากลุกขึ้นมาบริหารประเทศ แล้วไม่คํานึงถึงความถูกต้องไม่ว่าจะเป็นหลักนิติรัฐ นิติธรรม หรือไม่ฟังเสียงข้างน้อย นั่นกําลังจะเข้าสู่ระบบวงจรอุบาทว์ที่เลวร้ายกว่าการปกครองในระบบคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ําไป เพราะท่านกําลังอ้างอํานาจของพี่น้องปวงชนชาวไทยมาเป็นเครื่องขับเคลื่อนในการเดินหน้า ผมยกตัวอย่างในประเด็นแรกเพื่อที่จะสะท้อนว่าการที่ท่านมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เป็นเครื่องการันตี (Guarantee) ว่าท่านสามารถทําทุกสิ่งทุกอย่างและสิ่งที่ท่านทํานั้น จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๑/๒ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้ง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าท่านจะปฏิบัติหน้าที่ของท่านอย่างไรก็ตาม ท่านต้องปฏิบัติ ให้เป็นไปตามกฎหมาย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าท่านกําลังพูดว่าเมื่อประชาชน เลือกท่านมาเป็นเสียงข้างมาก ท่านบอกว่าวันที่เลือกท่านมานั้นท่านชูประเด็นเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนจึงเลือกท่านเข้ามาเป็นเสียงข้างมาก ผมคิดว่า ท่านเหมารวมมากเกินไป ถ้าการเลือกตั้งที่ผ่านมาท่านชูนโยบายเดียวเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญแล้วท่านได้เสียงข้างมาก ผมยังที่จะมีความคิดคล้อยตามกับท่าน แต่การเลือกตั้งนั้น ท่านมีนโยบายหลายเรื่องที่ไปบอกพี่น้องประชาชนว่าท่านจะทําให้กับเขา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๒๒/๑ และท้ายที่สุดไม่ว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกท่านมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม ด้วยนโยบาย ที่ท่านเสนอก็ตาม ท่านไม่มีสิทธิเหมารวมว่าทุกคนที่เลือกท่านเลือกเพราะต้องการให้ท่านมา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนเลือกท่านมา เพื่อให้ท่านมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกท่านมาตามนโยบายที่ท่านได้แจ้งกับพี่น้องประชาชน ตอนเลือกตั้งผมจําได้ว่าท่านบอกพี่น้องประชาชนว่าเลือกพรรคท่านมาท่านจะทําประชามติ ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วท่านก็จะทําประชามติ อีกครั้งหนึ่ง ทําไมท่านไม่ทําอย่างที่ท่านบอกพี่น้องประชาชนล่ะครับ ทําไมท่านถึงมาพูดว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากความเห็นชอบของประชามติของพี่น้องประชาชน การจะแก้ไขก็ต้องกลับไปสู่ การขอความเห็นชอบประชามติเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นหลักทั่วไปของกฎหมายครับ ท่านประธาน ลักษณะของอํานาจมาอย่างไร จะแก้ไขก็ต้องมาด้วยลักษณะเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านก็ไม่ทําอย่างที่ท่านรับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ว่าถ้าท่านจะแก้ รัฐธรรมนูญท่านจะขอประชามติก่อน แต่วันนี้ท่านเลือกใช้ถ้อยคํา ท่านเลือกใช้วลีแล้วสร้าง ความไม่สบายใจให้เกิดขึ้นในสังคม ท่านบอกองค์กรอิสระวันนี้ทําหน้าที่แล้วก็ขัดขวาง การดําเนินการของท่านในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านพูดเอาแต่ได้ ท่านบอกขัดท่านทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพิจารณาการดําเนินการของรัฐบาลในยุคที่แล้วเรื่องเขาพระวิหาร ท่านพูดถึงเรื่องการดําเนินการเรื่องของการตีความกฎหมายหลายอย่างว่าเป็นการขัดขวาง รัฐบาลของท่าน แต่สิ่งไหนที่ท่านได้ประโยชน์ทําไมท่านไม่หยิบยกขึ้นมาพูดบ้างล่ะครับว่า องค์กรอิสระหรือศาลที่ท่านพยายามให้คนอื่นมองเห็นว่าพยายามที่จะขัดขวางการทํางาน ของท่านนั้นในหลายประเด็นส่งเสริมและให้อํานาจรัฐบาลทํางานอย่างเต็มที่ ทําไมไม่พูดล่ะครับ พ.ร.ก. เงินกู้ที่มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปกู้เงินได้ ตีความว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญตีความเห็นด้วยกับฝ่ายบริหาร และยังพาดพิงไปด้วยว่า เป็นความจําเป็นที่ฝ่ายบริหารจะสามารถใช้งบประมาณเพื่อมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งขัดกับความรู้สึกของนักกฎหมายทั่ว ๆ ไปว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคําวินิจฉัยอย่างนี้มันสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะไม่สามารถรักษาวินัยทางการเงิน การคลังของ ประเทศได้อีกต่อไป วันข้างหน้าถ้าเรามีรัฐบาลที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่อยากให้มี การตรวจสอบในรัฐสภาก็อาศัยออก พ.ร.ก. เงินกู้แล้วก็นําเงินงบประมาณมาใช้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๒๒/๒ จะเรียกตรวจสอบอย่างไร ท่านก็ไม่เอารายละเอียดมาให้สมาชิกรัฐสภาตรวจสอบ ทําไม ท่านไม่พูดล่ะครับ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยเป็นคุณกับท่านท่านไม่พูด แต่ว่าคนที่เขาฟัง พี่น้องประชาชนที่เขารับฟังคําอภิปรายของท่านเขาก็จะมีความรู้สึกเกลียดชัง หรือมี ความรู้สึกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลที่เป็นคนของท่าน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านครับว่าในการทําหน้าที่รัฐสภาแห่งนี้ท่านต้องเอาความจริงมาพูด ความจริงบางครั้งอาจจะถูกใจท่าน ไม่ถูกใจท่าน แต่เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้อง และรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าเลวน้อยที่สุด ระบบนี้มีการตรวจสอบ เพื่อให้คนที่ทําหน้าที่ได้มีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่วันนี้ท่านพยายาม ที่จะชี้ให้เห็นว่าเมื่อท่านมีเสียงข้างมากแล้วท่านทําอะไรก็ได้ ผมได้ลุกขึ้นอภิปรายกับ ท่านประธานสภาหลายครั้งครับว่าเสียงข้างมากไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องเสมอไป เมื่อไรก็ตาม ที่เสียงข้างมากไม่คํานึงถึงความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักนิติรัฐ นิติธรรม วันนั้นมันเลวร้าย ยิ่งกว่าการปกครองในระบอบอื่นใดครับ เพราะวันนั้นท่านอ้างประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาอภิปรายใช้คําว่า ติดกับดัก รัฐบาลของท่าน ติดกับดัก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระต่าง ๆ ติดกับดักตรงไหนล่ะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๓/๑ วันนี้ท่านบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มที่ ท่านมีเสียงข้างมาก คนเป็นผู้บริหารไม่ต้องมา ทําหน้าที่ชี้แจงสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาด้วยซ้ําไป ก็ไม่มีใครทําอะไรท่านได้ พวกเรา เสียงข้างน้อย เสียงฝ่ายค้านพยายามที่จะหยิบยกชี้แจงความถูกต้อง หลักการในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ท่านไม่ฟัง แล้ววันนี้อะไรก็ตามที่ท่านรู้สึกว่าท่านถูกขัดแย้ง ท่านถูกวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของท่าน ท่านก็เรียกร้องว่านี่คือความไม่ยุติธรรม กับท่าน ถ้าท่านเอาตัวของท่านเป็นที่ตั้ง บ้านเมืองจะเดินอย่างไร วันที่รัฐธรรมนูญเข้าสู่ การแก้ไขของรัฐสภา ผมได้เรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจเลือกข้างประชาชน ท่านเลือกคนที่เห็นด้วยกับท่าน ผมจะไม่พูดว่ามีจํานวนเท่าไร แต่ในขณะเดียวกัน ท่านยอมรับไหมว่ามีประชาชนจํานวนมากที่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของท่าน แต่ท่านเลือกที่จะผลักประชาชนส่วนนี้ออกจากความร่วมมือที่รัฐบาลพึงจะได้รับ ท่านไม่สนว่าประชาชนส่วนนี้จะคิดอย่างไร จะมีความรู้สึกอย่างไร ท่านเดินหน้า ผมถึงบอกว่า รัฐบาลไม่ควรที่จะมีสิทธิเลือกข้างประชาชน แต่ต้องทําอย่างไรที่จะดึงความร่วมมือจาก ภาคประชาชนทั้งหมดมาสู่กระบวนการของการทํางานเพื่อประชาชนร่วมกันเพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านตัดสินใจที่จะเลือกข้าง ผลักประชาชนออกไป อีกด้านหนึ่งของสังคม แน่นอนประชาชนซึ่งเขาเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยของประเทศ ที่ท่านพยายามจะเหมารวมว่าท่านได้รับอํานาจนั้นมาแล้ว เขาถึงต้องแสดงออกให้ท่านได้รับรู้ ว่าท่านไม่ใช่อํานาจอธิปไตยที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย ท่านเป็นเพียงแค่ตัวแทน ที่เข้ามาทําหน้าที่เท่านั้น และท่านทําหน้าที่ต้องนึกถึงว่าคนที่เป็นเจ้าของอํานาจที่แท้จริง รู้สึกอย่างไร คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ปรากฏ ต่อมือสมาชิกในขณะนี้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านอ่านคําวินิจฉัยด้วยใจเป็นธรรม ท่านรู้ดีว่าคําวินิจฉัย ของศาลนั้นได้มีเจตนารมณ์ที่ดีที่จะเปิดทางให้ท่านสามารถที่จะดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือสามารถที่จะดําเนินการบริหารประเทศด้วยความราบรื่น แต่ท่านต้องดําเนินการ อยู่บนหลักนิติรัฐและนิติธรรม ถ้าวันนี้สมาชิกรัฐสภาไม่เคารพกฎหมายเสียแล้ว ท่านจะไป เรียกร้องใครให้เคารพกฎหมายล่ะครับ กฎหมายที่มีอยู่คนไทยทุกคนอยู่ภายใต้บทบัญญัติ ของกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าคนนั้นจะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ หรือแม้กระทั่งคนยากคนจน พี่น้องเกษตรกร ที่อยู่ต่างจังหวัด ทําไมท่านเน้นล่ะครับว่าเมื่อท่านมาเป็น ส.ส. แล้วท่านทําอะไรไม่ผิด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๓/๒ แต่พี่น้องประชาชนทําอะไรต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นบ้านเมืองจะเดินอย่างไร เราเป็นคนออกกฎหมาย แต่เราไม่เคารพกฎหมายเสียเอง แล้วเราจะหวังพึ่งหรืออยากที่จะเห็น คนในสังคมเคารพกฎหมายได้อย่างไร เรายอมรับตรงกันว่าเรามาจากรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับ ท่านจะแก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร เป็นสิทธิของท่าน แต่ท่านต้องใช้กระบวนการที่ถูกต้องได้รับการยอมรับ และเป็นหลักกฎหมายที่ทุกคนในสังคมนี้ยึดถือปฏิบัติ การที่ท่านมาวันนี้แล้วท่านเห็นว่า ต้องรีบทํา ท่านจะรีบไปไหนครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรายอมรับแล้วว่ากฎหมายทั่วไปปกติมันก็แก้ไขกันไม่ได้ง่าย กฎหมาย ที่ออกมาบางฉบับกว่าจะแก้ไขได้ใช้เวลา ๔๐-๕๐ ปี ต้องพูดคุยพูดจาว่ามีผลกระทบ มีความเสียหายอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญซึ่งท่านใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ ท่านจะแก้ไขเพียง ๒๐๐ กว่าวัน ใครมาขัดขวางท่านก็ไม่ได้ ใครมาโต้แย้งท่านก็บอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ใครลุกขึ้นมาพูดจาอภิปรายทําหน้าที่ ท่านก็บอกมาทําให้เกิด ความล่าช้า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๒๔/๑ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเราถึงต้องกลับมามองตัวเองกันก่อนว่าเราได้ ทําหน้าที่ของเราถูกต้องหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความไม่สบายใจจริง ๆ ความจริงศาลรัฐธรรมนูญเราก็ต้องยอมรับ บทบัญญัติเขียนไว้ชัด ไม่ได้เขียนเฉพาะปี ๒๕๕๐ ที่ท่านพยายามที่จะโยงว่ามันเป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการรัฐประหาร แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ไปเอารัฐธรรมนูญฉบับอื่นเขียนลอกตามกันมาทั้งหมด แต่เวลาท่านพูด ท่านได้ประโยชน์ท่านก็มักจะอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ มีตรงไหนครับที่ให้อํานาจ ท่านทําอะไรก็ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนบ้างท่านบอกผมมาสิครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ท่านบอกว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดเขาก็เขียนครับ คําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นศาล รัฐสภา หรือองค์กรอื่นใด มีไหมครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขาก็เขียนไว้ แต่พอวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในสิ่งที่ท่าน ไม่ต้องการ ไม่ตรงใจท่าน ท่านก็หยิบยกขึ้นมาว่าคําวินิจฉัยนั้นจะเป็นการก้าวล่วงอํานาจรัฐสภา ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมีสิครับ ไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีฝ่ายบริหาร มีรัฐสภาอย่างเดียว เพราะว่าต่อไปนี้ใครก็ไม่สามารถก้าวล่วงอํานาจรัฐสภาได้ มีกี่ครั้งครับในสังคมไทยที่รัฐสภา ทําในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ถูกต้อง มีบ่อยครั้งเลยครับ เพราะฉะนั้นถึงต้องมีอํานาจถ่วงดุลครับ เขาเรียกว่าอํานาจถ่วงดุล แต่เขาไม่ได้เรียกว่าก้าวล่วง ท่านมีอํานาจในการออกกฎหมาย กฎหมายที่ท่านเห็นว่าไม่ถูกต้องท่านก็ออกไป แต่ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการ และวิธีการก่อน เมื่อไรที่ท่านทําผิดคนที่มีหน้าที่ในการวินิจฉัยพิพากษาเขาก็มีสิทธิตัดสิน เพราะฉะนั้นท่านจะบอกว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยที่ก้าวล่วงอํานาจรัฐสภา ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้อํานาจรัฐสภาก็ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ ท่านสามารถกําหนด สามารถ ที่จะไปพิจารณาเป็นตุลาการเสียเอง อย่างนั้นที่ท่านต้องการใช่หรือไม่ ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวันนั้นผมเข้าใจดีครับว่าท่านก็ไชโยโห่ร้อง เมื่อท่านฟังคําวินิจฉัยของศาลเสร็จสิ้น คนไทยทั้งประเทศมีความรู้สึกตรงกันว่าศาลได้ชี้อะไร ให้กับสังคมไทย ได้ตัดสินอะไรท่านทราบดี แต่พอเมื่อท่านกลับมาพิจารณาภายหลังท่านเห็นว่า ท่านจะเสียสิทธิในบางเรื่อง ท่านถึงต้องตั้งแง่ตั้งมุม ตั้งคณะกรรมการ ตั้งคนขึ้นมาวินิจฉัย เพื่อจะเอาคําวินิจฉัยของศาลนั้นมาเป็นลักษณะความเห็นที่ท่านต้องการถึงขนาดจะเอาเข้าสภา ไม่ฟังคําวินิจฉัยของศาล โหวตวาระที่สามกันไปเลย ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าการที่ท่านไปหยิบยกคําวินิจฉัยของศาลในเรื่องที่เขาวินิจฉัยว่ายังไม่เป็น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๒๔/๒ การล้มล้างรัฐธรรมนูญ แล้วท่านมาเหมารวมว่าศาลให้ท่านได้ดําเนินการต่อไปนั้น ท่านต้องดู คําวินิจฉัย เวลาศาลเขาวินิจฉัยประเด็นหรือชี้ขาดในเรื่องอะไรเขาจะเขียนเรื่องนั้นไว้ เป็นเรื่อง เป็นเรื่อง เรื่องนี้ผู้ร้องขอให้ศาลดําเนินการกับท่านในฐานะล้มล้างรัฐธรรมนูญ ศาลบอกว่ายังไม่เห็นเหตุการณ์ไปถึงชั้นนั้น จึงพิพากษาให้ยกคําร้องในส่วนนี้ แต่ท่านไม่ดูนี่ครับ ในประเด็นที่ ๒ ที่เขาเขียนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ ว่าสามารถ แก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ ท่านต้องไปอ่าน ท่านต้องไปอ่าน และท่านจะมีความเข้าใจ เวลาท่านอ่านท่านปล่อยวางความคิดของท่าน ท่านมองสิครับว่า ประเทศนี้กําลังจะได้อะไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๒๕/๑ ท่านอย่ามองว่าประเทศนี้ท่านต้องการอะไร แล้วท่านอ่านด้วยใจเป็นธรรมท่านจะรู้ว่าศาล เขียนคําวินิจฉัยที่มีมารยาทที่สุด ไม่อยากให้รัฐสภามีความรู้สึก แต่เขียนแนวทางและเขียน วิธีการให้ท่านชัดเจน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรามีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอาญา ที่จะวินิจฉัยพิพากษาลงโทษคนที่กระทําความผิด วันที่ท่านจะยกเลิกกฎหมายอาญาท่านก็ต้อง ออกเป็น พ.ร.บ. หรือสิ่งที่กฎหมายเรียกว่ามีลักษณะของศักดิ์และศรีเท่าเทียมกัน ท่านมีพระราชบัญญัติ กรุงเทพมหานครมีข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานครจะออกข้อบัญญัติ มาลบล้างพระราชบัญญัติไม่ได้ เพราะศักดิ์ของกฎหมายมันต่างกัน อันนี้เหมือนกันครับ เขาบอกท่านว่ารัฐธรรมนูญมีที่มาอย่างไร เมื่อจะแก้ก็ต้องมีที่มาเดียวกัน นี่คือหลักทั่วไปของ กฎหมายครับท่านประธาน เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มาจากการทําประชามติ ท่านจะพูดอย่างไรก็ได้ครับว่าวันนั้นมีปากกระบอกปืน มีอะไร ท่านพูดได้ เพราะท่านพูด ในสิ่งที่ท่านเชื่อและท่านต้องการ แต่ถ้าท่านเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศต้องการ รัฐธรรมนูญจริง ๆ ทําประชามติอย่างที่ท่านบอกตอนหาเสียงสิครับ ทําไมวันนี้มาพูดล่ะครับว่า ทําไปก็จะไม่สําเร็จ ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศต้องการ ท่านกลัวอะไรครับ ถ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เห็นพ้องต้องกันของคนทั้งประเทศว่าต้องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าอย่างไรคนก็จะออกมาแสดงประชามติว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหมือนท่าน แต่วันนี้ท่านกลับมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันจะไม่สามารถแก้ไขโดยการทํา ประชามติได้ แสดงว่าท่านก็มีความคิดหรือท่านก็เชื่อเหมือนกันว่ามีคนจํานวนมากและ อาจจะมากกว่าและเป็นเสียงข้างมากที่เขาไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ ท่านถึงลืมสิ่งที่ท่านเคยเสนอและหยิบยกขึ้นมา ถ้าท่านมีเจตนาสุจริตจริง ๆ และถ้าทํา เพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และท่านต้องการให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทั้งประเทศทําประชามติ ท่านจะได้รู้ว่าเขาคิดอะไร เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าคําอภิปรายของพี่น้องสมาชิกรัฐสภาทุกคน เราก็มีศักดิ์ศรี ในการทําหน้าที่ของเรา แต่สิ่งหนึ่งก็คือเราต้องเคารพและให้เกียรติสถาบันและองค์กรอื่น ที่เขาเกิดขึ้นจากกฎหมายรัฐธรรมนูญเหมือนกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เกิดขึ้นจากบทบัญญัติสูงสุดของกฎหมายคือรัฐธรรมนูญ องค์กรยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เกิดจากกฎหมายที่มีศักดิ์มีสถานะเท่ากับเรา และเขาก็ยังได้เขียนถึงอํานาจหน้าที่และ ความผูกพันต่อที่ประชุมรัฐสภานี้เหมือนกับเรา ทําไมล่ะครับท่าน เมื่อเขาทําหน้าที่ของเขา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๒๕/๒ วันนี้ตั้งแต่ท่านเข้ามาแนวความคิดในการที่จะล้มล้างองค์กรอิสระถึงเกิดขึ้นจาก ปากคําอภิปรายของท่านหรือของพรรครัฐบาลตลอดมาเพราะอะไรครับ เพราะวันนี้ ท่านอยากทํางานโดยที่ท่านไม่ฟังเสียงทักท้วง ท้วงติง แล้วท่านจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่า สิ่งที่ท่านทําและท่านคิดเป็นสิ่งเดียวกับที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศคิด ผมจะไม่ อภิปรายในส่วนนี้มากครับท่านประธาน เพราะผมเชื่อว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้เขียนชัดแจ้ง ได้เขียนประเด็นอย่างถูกต้องครบถ้วน สภาแห่งนี้เราก็รับทราบว่าศาลได้มี คําวินิจฉัยอย่างไร การที่ท่านจะมีความเห็นต่างหรือไม่ อย่างไร ผมเคารพ แต่ต้องขอให้ท่าน ระมัดระวังในการที่จะแสดงความคิดเห็นที่จะทําให้เกิดความไม่เข้าใจ ความสับสนในหมู่ พี่น้องประชาชน ก่อให้เกิดความแตกแยกในความคิดต่อองค์กรอิสระอื่น ๆ ซึ่งมันไม่เกิดผลดี กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมันไม่เกิดผลดีกับการบริหารประเทศ กับการบริหารชาติบ้านเมือง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒๖/๑ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เมื่อรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องของคําวินิจฉัยได้ออกมา ผมก็ขอใช้เวทีนี้ที่จะพูดสะกิดให้ท่านได้มีความรู้สึก ที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่จะต้องทําให้เกิดความปรองดอง ความเข้าใจ แล้วก็การร่วมมือกันในการที่จะเดินหน้า และอย่าเหมาครับว่าเมื่อท่านเป็น ส.ส. แล้วท่านคือพี่น้องประชาชนทั้ง ๗๐ ล้านคน ไม่ใช่ครับ ท่านก็คือคนที่จะมาทําหน้าที่แทนเขา ท่านอย่าเหมาว่าสิ่งที่ท่านคิดคือพี่น้องประชาชนคิดทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้เลือก ส.ส. มา เสร็จแล้วท่านก็มีอํานาจเบ็ดเสร็จของท่านเองทุกอย่าง เป็นผู้ที่จะ วินิจฉัยชี้ขาดพิพากษาใครก็ได้ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่า การอภิปรายต่อไปผมก็อยากให้ท่านประธานได้พิจารณาในกรณีที่มีคําอภิปรายที่ไปพาดพิง องค์กรอื่น ๆ ก็ขอให้ท่านประธานในฐานะประธานได้มีโอกาสตักเตือนเพื่อที่จะให้ การประชุมได้เดินหน้าต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ครับ คือเพียงแค่รับทราบ รับทราบคําวินิจฉัยตามมาตรา ๖๘ ท่านก็อภิปรายขยายวงไปกว้างขึ้น เดี๋ยวประชาชนฟังว่า นี่เป็นวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือทุกท่านนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ทางฝ่ายนี้บ้าง หมอเหวงได้อภิปรายก่อนครับ ขอความกรุณาพยายามกระชับ พยายามอย่าพาดพิง แล้วก็พยายามอยู่ในกรอบของการวินิจฉัยนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมเคารพกติกา เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านประธานพิจารณาในวาระนี้ก็คือ รับทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าให้ท่านประธาน สบายใจได้ว่าผมจะอยู่ในประเด็นนี้ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนว่าผมเคารพ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้ว่าผมจะไม่รับรอง ความเคารพกับการรับรองเป็นคนละเรื่อง ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานเสียก่อน ผมเคารพนะครับ เพราะบ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป ดังนั้น ต้องมีรัฐธรรมนูญเอาไว้ใช้บังคับ ผมเคารพครับ แล้วผมปฏิบัติตามแต่ผมไม่เห็นด้วยกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานเป็นลําดับต่อไป เมื่อผมเคารพ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานให้สบายใจได้ว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒๖/๒ ได้ตราไว้ว่าคําวินิจฉัยในมาตรา ๒๑๖ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ อันนี้ผมก็ยืนยันนะครับว่า ผมเคารพและปฏิบัติตาม แต่ก่อนอื่นอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า ความเคารพกับความเห็นนี่เป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นผมเคารพคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หลายประการ และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทําของศาลรัฐธรรมนูญจํานวนไม่น้อย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการกระทําที่สําคัญ คือในหลักของระบอบประชาธิปไตยเราต้อง ตกลงกันก่อนว่ารัฐสภาแห่งนี้จะเคารพหลักการของระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมเคารพและผมเชื่อมั่นว่าสมาชิกทุกคนคงเคารพ หากว่า ใครไม่เคารพท่านควรจะออกไปจากระบอบรัฐสภา ผมต้องกราบเรียนให้ชัดเจนก่อนครับ ถ้าท่านไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ท่านควรจะออกไปจากสภาแห่งนี้ ทีนี้หลักการประชาธิปไตยนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ท่านมีสิทธิโต้แย้งกับผมได้ แต่ผมเห็นอย่างนี้ครับ คือหลักการ ประชาธิปไตยได้ตราไว้มาเป็นระยะเวลากว่า ๒๐๐ ปีแล้วครับ ก็คืออํานาจอธิปไตยแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหารและอํานาจตุลาการ ซึ่งทั้ง ๓ อํานาจนี้มีอํานาจ เท่าเทียมกัน เป็นอิสระจากกัน แต่เคารพตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันได้ ดังนั้นอํานาจ ตุลาการต้องเคารพอํานาจนิติบัญญัติครับ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของการวางอํานาจบาตรใหญ่ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของการอ้างมติของประชาชนหรือว่าคะแนนเสียงข้างมาก ไม่ใช่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๒๗/๑ สมาชิกหลายท่านอาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงว่าระบอบ ประชาธิปไตยทั้ง ๓ อํานาจต้องเท่าเทียมกัน แล้วก็ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน เพราะว่าอํานาจ อธิปไตยแบ่งเป็น ๓ อํานาจ หรือถ้าท่านจะโต้แย้งเรื่องนี้ก็ได้แต่คงไม่ใช่วันนี้ ต้องกราบเรียน ท่านประธานก่อนนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือว่าศาลรัฐธรรมนูญ เขาเป็นองคาพยพหนึ่งของอํานาจตุลาการ หรือว่าไปแล้วก็คือเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของอํานาจ ตุลาการ แต่ผมประหลาดใจมากเลยว่าอยู่ ๆ องคาพยพเล็ก ๆ ของอํานาจตุลาการสามารถ มาล้มล้างอํานาจนิติบัญญัติได้ ท่านประธานฟังชัดนะครับ ผมไม่ได้อ้างเสียงข้างมากแล้ว ผมอ้างหลักประชาธิปไตย คุณเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพของอํานาจตุลาการ ไฉนเลย คุณมีอํานาจมาล้มล้าง หรือว่าหักห้าม หรือยุติการทําหน้าที่ของอํานาจนิติบัญญัติ ในมือผม เป็นการแสดงถึงการใช้อํานาจของศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่บังควร เป็นการลุแก่อํานาจของตัวเอง ขยายอํานาจของตัวเองโดยไม่บังควร ท่านประธานครับ ใครให้อํานาจศาลรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานโปรดตอบผมด้วย หรือว่าถ้าท่านประธานจะกรุณาผมนี่ช่วยส่งหนังสือไปถาม ศาลรัฐธรรมนูญหน่อยว่าใครให้อํานาจศาลรัฐธรรมนูญสามารถมาสั่งให้อํานาจนิติบัญญัติ หยุดการทํางานได้ นี่เป็นการใช้อํานาจนะครับ ในนี้เขียนชัด ถ้าท่านประธานต้องการ อันนี้ลงนามโดย นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ที่ ศร ๐๐๖/๔๔๐ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ออกที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. ๑๐๒๑๐ ใครให้อํานาจ ผมอยากจะถาม ศาลรัฐธรรมนูญใครให้อํานาจท่านครับ ที่ท่านมีคําสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้แจ้ง ประธานรัฐสภาให้รอการดําเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน ใครให้อํานาจท่าน นี่เป็นคําสั่งนะครับ สั่งก็คือต้องทําตาม ไม่ใช่คําแนะนํานะครับ เพราะฉะนั้นอันแรกนี่ก็ผิดแล้ว เมื่อผิดตั้งแต่ต้นทุกอย่างที่ตามมาก็ระเนระนาดไปหมดครับท่านประธาน อย่างที่มีคนเขา บอกว่ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดกระดุมเม็ดต่อ ๆ ไปก็ผิดแล้วครับ ผมยังตอกย้ําและขอให้ สมาชิกรัฐสภาทุกท่านช่วยกรุณาอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่าใครให้อํานาจศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจสั่งให้รัฐสภาหยุดการทําหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมไม่ได้อ้างเสียงข้างมากแล้ว นี่ประการที่ ๑
ประการต่อมา ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ในการที่ จะเข้าใจเรื่องนี้ ในการที่จะให้ผมรับทราบ ผมมีความจําเป็นในการที่จะอธิบายให้ ท่านประธานเข้าใจปูมประวัติศาสตร์ทางการเมืองระยะใกล้สักเล็กน้อย คงไม่ได้เสียเวลา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๒๗/๒ อะไรมาก ท่านประธานครับ เราจําเป็นต้องเข้าใจนะครับว่าเราจะเอาระบอบประชาธิปไตย หรือเราจะเอาระบอบรัฐประหาร ท่านประธานต้องพูดชัดนะครับ และอยากให้สมาชิกทุกคน พูดให้ชัด และอยากให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศพูดให้ชัดด้วยเช่นกันว่าเราต้องการ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเราต้องการระบอบ รัฐประหารครับ ต้องให้ชัดนะครับ เพราะว่าสิ่งที่เรากําลังพูดถึงในวันนี้ สิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ ผมเคารพสมาชิกทุกท่าน ผมเชื่อว่าทุกท่านเห็นด้วยกับผมครับ คือทุกท่านไม่เห็นด้วยกับ ระบอบรัฐประหาร ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามทําในวันนี้ก็คือว่าเราจะกวาดล้างผลพวงอันเป็น พิษร้ายของระบอบรัฐประหารให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทยครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ผมจะไม่พูดกว้าง หรอกครับ แต่ผมจะพูดจํากัดวงเฉพาะรัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็คําสั่ง หรือว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาที่ไปก็คือว่าหลังจากที่รัฐประหารยึดอํานาจได้ เสร็จปุ๊บหลักการอันหนึ่งผมกราบเรียนท่านประธานทิ้งเอาไว้เฉย ๆ ก็คือในสังคมไทย ต้องลบล้างหลักรัฐศาสตร์ที่บอกว่ารัฐประหารที่ชนะนั้นเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ต้องลบล้างให้ได้นะครับ ถ้าหากไม่ลบล้างหลักรัฐศาสตร์อันนี้เมืองไทยก็จะมีการรัฐประหารซ้ํา ๆ ซาก ๆ ต่อไป ในอนาคตไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือระบอบรัฐประหารอย่างไรละครับ นี่เป็นหลักรัฐศาสตร์ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเอาไว้ ทีนี้ประเด็นก็คือพอเขารัฐประหารตูมปุ๊บ สิ่งที่เขาทําก็คือว่า ประกาศรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ ขึ้นมา แล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ เป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในนั้นบอกชัดคือพยายามล้อเลียนว่ามีท่วงทํานองประชาธิปไตยก็คือมี สสร. ขึ้นมา คนที่เป็นแคนดิเดท (Candidate) สสร. ขึ้นมา ๒,๐๐๐ คน แต่ท่านประธานครับ คณะรัฐประหารเป็นคนตั้ง ๒,๐๐๐ คน และคล้าย ๆ มีท่วงทํานองประชาธิปไตยก็คือให้ ๒,๐๐๐ คนนี้เลือกกันเหลือ ๒๐๐ คน คล้าย ๆ นะครับ แต่ปรากฏว่าที่ไปเลือกกันนี่ก็เลือกกัน หน้าห้องน้ําบ้าง เลือกกันในสโมสรรัฐสภาบ้าง ก็คือแปลว่ามีคําชี้แนะ หรือคําสั่งมา หรือมีโพยมา จากนั้น ๒๐๐ คนนี่รัฐประหารเป็นคนกําหนดว่า ๒๐๐ คนจะเอาใคร เหลือ ๑๐๐ คน เห็นไหมคณะรัฐบาลแทรกแซง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๒๘/๑ ต่อมา ๑๐๐ คนดังกล่าวนี้ คณะรัฐประหารอาจจะมีท่วงทํานองประชาธิปไตยโดยเปิดให้ ๑๐๐ คนดังกล่าว เลือก ๒๕ คนเป็นคณะกรรมการยกร่าง กลายเป็นว่าเขาก็ยังไม่พอใจ เขาต้องเติมเข้ามาอีก ๑๐ คน เพราะเขาไม่แน่ใจว่า ๒๕ คนที่ ๑๐๐ คนเลือกกันขึ้นมานี่ สามารถที่จะร่างรัฐธรรมนูญตามที่เขาต้องการหรือเปล่า เมื่อได้ขึ้นมา ๓๕ คนเขาควรจะต้อง ให้ ๓๕ คนเลือกประธาน เมื่อ ๓๕ คนเลือกประธานปรากฏว่าเขาไม่พอใจ จึงตั้งคนคนหนึ่ง ซึ่งสื่อเขาเรียกกัน ไม่ใช่ผมเรียกนะครับว่าบุรุษคาบไปป์ (Pipe) นี่เป็นสื่อผมใช้ฉายาที่สื่อเรียกกัน เพราะผมไม่ต้องการที่จะไปก้าวล่วงใคร เพื่อไม่ให้เกิดการประท้วงให้เสียเวลา จากนั้นจึงเป็น ที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทีนี้ผมไม่ก้าวล่วงในรายละเอียดเพราะท่านสมาชิกหลายท่าน อาจจะไม่พอใจ ถ้าหากผมไปวิพากษ์วิจารณ์องค์กรอะไรต่าง ๆ ท่านประธานก็ได้ติงผมไว้ แล้วตั้งเป็นกฎกติกา แต่สิ่งหนึ่งซึ่งมันทําให้จําเป็นต้องยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลยครับ เพราะมาตรา ๓๐๙ ผมขออนุญาตที่จะอ่านมาตรา ๓๐๙ ให้ท่านประธานฟังซึ่งมี ๕ บรรทัด เท่านั้นเอง มาตรา ๓๐๙ ตราไว้อย่างนี้แล้วพวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกวุฒิสภาเราจะทนต่อมาตรา ๓๐๙ นี้ได้อย่างไร เพราะมาตรา ๓๐๙ ตราไว้ชัดเจนว่า การรัฐประหารชอบธรรมด้วยรัฐธรรมนูญ เราจะเอาอย่างนั้นหรือครับ เราจะสนับสนุน ระบอบรัฐประหารหรือครับ เพราะมาตรา ๓๐๙ ชัดเจนว่าเป็นระบอบรัฐประหารเป็นแก่น ของมันเลย ก็เลยทําให้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับกลายเป็นรัฐธรรมนูญของระบอบรัฐประหาร ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังอย่างนี้ว่า บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ นั่นคือรัฐธรรมนูญ ฉบับรัฐประหาร ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับ กรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ นั่นแปลว่าลําพังเฉพาะมาตรา ๓๐๙ มาตราเดียวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เท่ากับสิ้นความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยแล้วครับ จึงเป็นที่มาของความพยายาม ของประชาชนไทยทั้งประเทศ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งวุฒิสมาชิกที่รักระบอบ ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่รักระบอบรัฐประหารจึงพยายามช่วยกันแก้ครับ มีความพยายามมา ๒-๓ หน แต่ปรากฏว่าความพยายามนั้นล้มเหลว หนแรกคือรัฐบาล ท่านสมัครครับ ท่านก็มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนไทยทั่วทั้งประเทศ ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เพราะว่าตรงนี้เนื่องจากว่าผมไม่มีโอกาส ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๒๘/๒ ที่จะไปพูดที่ไหนเลย แล้วผมก็ไม่ต้องการที่ไปพูดในที่อื่นที่ทําให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ในบ้านเมือง จึงต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในวันนี้ทั่วโลกเขายังคลางแคลงใจในการที่จะตัดสิน ให้ท่านสมัคร สุนทรเวช ขออนุญาตเอ่ยนาม พ้นจากตําแหน่งเพียงไปทํากับข้าวหน้าจอทีวี (TV) อันนี้เป็นรอยด่างของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นรอยด่างของศาลรัฐธรรมนูญ และรอยด่างอีกอันหนึ่งก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาในกรณี ของพรรคพลังประชาชน เมื่อท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกยุบพรรค คือโดยทั่วไปหลักใน การพิจารณาคดี นิติรัฐ นิติธรรม นี่แหละท่านสมาชิกครับที่ท่านเรียกร้องหานิติรัฐ นิติธรรม นิติรัฐ นิติธรรม ที่สําคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือว่าต้องให้โอกาสฝ่ายที่ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้ ทางคดีอย่างเต็มที่ แต่ในกรณียุบ ๓ พรรค ผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่ได้รับโอกาสในการต่อสู้คดี อย่างเต็มที่ ก็คือใช้วิธีการเร่งร้อน เร่งรีบ แล้วก็พิจารณาพิพากษาคดีในวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ โดยที่พรรคที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาให้ยุบพรรคไม่มีโอกาสเตรียมตัวในการที่จะแถลง ปิดคดีเลย ปกติในการแถลงปิดคดีต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๑๕ วัน ปกติให้เวลา ๑ เดือน แต่พวกเขาทั้งหลายไม่มีโอกาสได้เตรียมตัวในการที่จะแถลงปิดคดี ให้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมง หรือ ๒ ชั่วโมงแล้วแถลงด้วยวาจา นี่ก็เป็นการสะท้อนออกอีกอย่างหนึ่งว่าผลพวงของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ และผลพวงของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นการทําลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมลงโดยสิ้นเชิง ผมยังไม่ได้พูดถึงองค์กรอิสระใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการทําลาย หลักนิติรัฐ นิติธรรม นี่จึงเป็นที่มาของการพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญท่านได้กล่าวถึง ประชามติ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานนะครับ เนื่องจากผมไม่ได้มีโอกาสที่จะไป กราบเรียนศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ขออนุญาตที่จะใช้เวลาในการที่จะกราบเรียน ท่านประธานไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าศาลรัฐธรรมนูญครับ การลงประชามติ แล้วก็ทุกเรื่อง ในโลกนี้ต้องถามให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทําในระบอบประชาธิปไตยหรือในระบอบเผด็จการ รัฐประหาร คือถ้าหากว่าเป็นการกระทําในระบอบประชาธิปไตยเราเคารพครับ แต่หากว่า เป็นการกระทําในระบอบเผด็จการ ทรราช รัฐประหาร เราต้องปฏิเสธครับ เพราะฉะนั้น ในวันที่มีการทําประชามติมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๒๙/๑ ซึ่งหมายความว่าในจังหวัดนั้นปกครองด้วยทหารกว่า ๓๐ จังหวัด นอกจากนั้นก็มีคําสั่งจาก คณะรัฐประหารให้ใช้บันได ๔ ขั้น ๑ ในนั้นก็คือว่าพยายามทําให้ประชาชนยอมรับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้ความพยายามจนถึงขั้นเอาทหารจํานวนอย่างน้อย ๓-๕ คน พร้อมด้วยอาวุธสงครามเข้าไปในทุกหมู่บ้าน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมรับผิดชอบในคําพูดของผมนะครับ ผมมีคลินิกอยู่สี่แยกเกษตร ตรงข้ามสี่แยกเกษตรมีชุมชน สลัมขนาดใหญ่ มีประชากรประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ชาวบ้านมาร้องเรียนผมด้วยน้ําตา แห่งความเคียดแค้นว่าคุณทําอย่างนี้กับผมได้อย่างไร ก็คือเอาทหารพร้อมอาวุธสงคราม ไปจี้ศีรษะชาวบ้าน บอกคุณ เขาใช้ภาษาหยาบกว่านี้ มึง ขอประทานโทษนะครับ ต้องรับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ถ้าไม่รับมีเรื่อง อย่างนี้ครับ แล้วอย่างนี้ท่านจะไปอ้างอิงว่า ประชามติดังกล่าวรับได้อย่างไร นอกจากนี้ก็มีการพยายามที่จะโน้มน้าวจูงใจให้ประชาชน ไปรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยบอกว่ารับ ๆ ไปก่อนเถิดแล้วก็แก้ไขกันทีหลัง ผมเชื่อว่า มีนักการเมืองหลายคนพูดอย่างนี้ ท่านกล้าที่จะรับไหมว่าท่านได้พูดเอาไว้ ผมไม่อยากจะเอ่ยนาม เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการประท้วงกันนะครับ มีนักการเมืองหลายคนบอกว่ารับ ๆ ไปก่อนเถอะ และได้มีโอกาสที่จะแก้ไขกันทีหลัง ขออนุญาตไม่เอ่ยนามแล้วกัน เพราะว่าจะได้ไม่เกิดเหตุ ในการที่จะประท้วงกัน นี่คุณโน้มน้าวจูงใจประชาชน ไม่ใช่ให้เขาตัดสินใจโดยเสรี ทางความคิดของเขา นอกจากนี้คณะรัฐประหารยังข่มขู่ไว้ว่าถ้าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็จะไปเอารัฐธรรมนูญฉบับที่รัฐประหารต้องการมาบังคับใช้ เมื่อเป็นอย่างนี้รวมแล้วอันนี้ เป็นประชามติที่เป็นประชาธิปไตยไหมล่ะครับ เป็นประชามติภายใต้เผด็จการทรราชครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนใช้ภาษาสั้น ๆ ว่าเป็นประชามติภายใต้ปากกระบอกปืนครับ ใครจะเถียงกับผม ผมพร้อมที่จะเถียงไปชั่วกาลปาวสานเลยว่าประชามติภายใต้ ปากกระบอกปืนรับไม่ได้ครับ นอกจากนี้แม้แต่มีปากกระบอกปืนมาจิ้มศีรษะประชาชนแล้ว มีคนไปทําเอ็กซิท โพลล์ (Exit Poll) เอ็กซิท โพลล์ ที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดก็คือว่าผู้ทําสํารวจ จะห่างคูหาเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย แล้วก็ถามทุกคนที่ไปหยอดบัตรหรือว่าหยอดบัตร แสดงประชามติว่าคุณแสดงประชามติอย่างไร เพราะอะไร ท่านประธานครับ มี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของเอ็กซิท โพลล์บอกไว้นะครับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าสักแต่ว่าโหวตรับไป ทั้งนี้ เนื่องจากว่าต้องการให้คณะรัฐประหารพ้นไป ต้องให้รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ พ้นไป ต้องให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว แล้วเขาบอกว่าสามารถที่จะแก้ได้หลังจากรับไปแล้ว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๒๙/๒ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๔ ล้านคนนี่เอา .๓ ไปคูณ ก็ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดังนั้น ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนดังกล่าวควรจะมาสมทบกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้นสําหรับผมนะครับ ท่านประธานอาจจะไม่เห็นด้วยกับผม ไม่มีปัญหาครับ สําหรับผมนี่ ผมถือว่าประชามติที่ออกมาบ่งบอกชัดเจนว่าประชาชนไม่ต้อนรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๑๔ ล้านเสียง กลับตาลปัตรกับคนที่เขาชอบอ้างกัน ผมถึงกราบเรียนท่านประธาน ไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าถ้าท่านพูดถึงประชามติ กรุณาพูดให้ชัดหน่อยว่าเป็นประชามติ ประชาธิปไตยหรือเป็นประชามติภายใต้ปากกระบอกปืน
และข้อต่อมาก็คือว่าในระบอบประชาธิปไตยนี้ประชาชนตัดสินการบริหาร ราชการแผ่นดิน ทั้งอํานาจนิติบัญญัติและทั้งอํานาจบริหาร แม้ว่าในประเทศไทยขณะนี้ อํานาจตุลาการพ้นไปจากการตรวจสอบของประชาชนก็ตาม ก็ไม่เป็นไร แต่อํานาจ นิติบัญญัติ อํานาจบริหาร ทุก ๔ ปีถ้าไม่มีการรัฐประหารประชาชนตัดสินครับ และประชาชนก็ตัดสินโดยพิจารณาจาก
คุณหมอครับ หยุดนิดหนึ่ง พลเอก สมเจตน์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะประท้วงผู้อภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ใช้วาจาใส่ร้ายป้ายสี ตามที่ผู้อภิปรายได้อภิปรายถึงเรื่องการลงประชามติแล้วได้กล่าวอ้างว่าทหาร ๓ คน ๕ คน ใช้อาวุธที่ไปจี้บังคับประชาชนให้ลงประชามติ ขอเรียนท่านว่าท่านไม่มีหลักฐานใด ๆ เป็นการใช้เวทีนี้กล่าวร้ายเสียดสีแล้วก็ทําร้ายทหาร ผมอยู่ในเหตุการณ์นั้นและขอเรียนท่าน กับท่านประธานว่าเหตุการณ์นั้นไม่มี ถ้ามีแล้วจะต้องปรากฏเป็นข่าว เพราะฉะนั้น ขอเถอะครับอย่าใช้วาจาเช่นนี้ไปทําร้ายผู้อื่น ผมคิดว่าไม่มีความสุภาพ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตให้ถอนครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๓๐/๑
อย่างนี้ครับท่านสมเจตน์ ผมได้เตือนคุณหมอเหวงแต่แรกแล้ว บอกว่าเวลาอภิปรายพยายามอยู่ในกรอบ แล้วก็อย่าไป พาดพิง หรือว่าไปเสียดสีท่านอื่น คุณหมอเหวงพยายามอย่าได้พาดพิงนะครับ
ครับท่านประธานครับ ผมยินดี
ท่านสมเจตน์ครับ เวลาท่านประท้วงท่านยกมือขวาขึ้นแล้วท่านยืนขึ้นนะครับ
ครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ครับ
เชิญครับ
ขออนุญาตอยากให้ ผู้อภิปรายถอนคําพูดครับ
ถอนคําพูดตรงไหนครับ
๓ คน ๕ คน เอาปืนไปจี้หัวชาวบ้านบังคับให้ลงประชามติครับ เพราะไม่เป็นความจริงครับ
เชิญนั่งได้ วินิจฉัยแล้วครับ คุณหมอเหวงเมื่อกี้พูดอย่างนี้หรือเปล่าครับ
ท่านประธานครับ ผมจะมีรูปธรรมของผมเองนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมเจตน์ บุญถนอม ต้องการพิสูจน์ความจริงผมเชิญนะครับ หาเวลาว่างไปพร้อมกับผม
ไม่เป็นไรครับ ตรงนี้ก็คือ
ดังนั้น ผมถอนคําจริงไม่ได้นะครับ
ครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๓๐/๒
ผมบอกว่า ทหารเผด็จการครับ ดังนั้นทหารประชาธิปไตยกรุณารับฟังด้วยว่าผมเคารพ ทหารประชาธิปไตย แต่ผมไม่เห็นด้วยกับทหารเผด็จการ แล้วผมยืนยันที่จะไม่เห็นด้วยกับ ทหารเผด็จการไปชั่วชีวิตครับ ผมมีรูปธรรมเพราะฉะนั้นผมท้าทายว่าไปกับผม แล้วผมจะพาท่าน ไปเจอกับชาวบ้านที่โดนอย่างนี้
เอาอย่างนี้หยุดก่อน
ผมรับผิดชอบทุกคําพูดของผม ถ้าไม่มีความจริงผมไม่พูด
คุณหมอเหวงครับ ปกติแล้ว ผมเป็นคนที่รักษามารยาท ไม่ค่อยจะตัดไมค์ใครนะครับ ผมไม่อยากตัดไมค์นะครับ แต่ว่าผมขอนะครับ เวลาท่านอภิปรายท่านพยายามที่จะอยู่ในกติกานะครับ แล้วก็อะไรที่มัน เป็นเรื่องของความรู้สึกท่านอย่าได้เอาออกมาอภิปรายในที่ประชุมอย่างนี้นะครับ คือความจริงก็คือความจริงที่ท่านพูดถูกต้องครับ แต่เมื่อกี้ผมดูแล้วท่านพูดนี่ก็ยังไม่ได้รุนแรงอะไร ผมถึงได้อนุญาตให้ท่านพูดต่อนะครับ แต่ถ้าท่านพูดคําว่ามีทหารเอาปืนไปจี้ประชาชน ให้มาลงมติ ท่านกรุณาถอนนะครับ ถ้าไม่ถอนเจ้าหน้าที่ก็บันทึกผมสั่งเองนะครับ ในรายงาน การประชุมอย่าปรากฏเรื่องนี้ออกมานะครับ ท่านสมเจตน์พอใจนะครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านหมอเหวงอภิปรายต่อ แล้วพยายามนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ
เดี๋ยวครับ ท่านบุญยอด มีอะไรครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๓๐/๓
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าคําวินิจฉัยของท่านในฐานะ ประธานรัฐสภานั้นต้องเป็นไปตามข้อบังคับนะครับ ในประเด็นที่ว่าจะต้องถอนคําพูดหรือไม่ เมื่อสักครู่ผมฟังว่าท่านประธานก็วินิจฉัยแล้วว่าต้องถอนคําพูด ดังนั้นท่านต้องถามต่อสมาชิก ก่อนว่าเขาจะถอนคําพูดหรือไม่ ถ้าเขาไม่ถอนคําพูดเขาต้องเดินออกจากห้องประชุมครับ อันนี้เป็นกติกาที่พวกเราทราบกันโดยดี ท่านจึงจะบันทึกไว้ในการประชุมว่าเมื่อสมาชิก ไม่ถอนคําพูดแล้วเดินออกจากห้องประชุม จึงบันทึกการกระทํานั้นไว้ครับ
ขอวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ท่านบุญยอดครับ ผมพยายามรักษาข้อบังคับนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ขอให้ท่าน ผู้อภิปรายนั้นถ้าท่านพูดคํานี้ออกมาซึ่งผมฟังแล้วผมก็ยังไม่ได้ปรากฏตรงนั้นนะครับ ถ้าท่านพูดคํานี้ออกมานะครับ ท่านถอนเมื่อท่านบอกว่าความจริง ผมบอกถ้าปรากฏอย่างนี้ ผมบอกต้องลบออกจากรายงานการประชุมครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอดอีกครั้งนะครับ ผมยืนยันอีกคนหนึ่งว่าผมนั่งอยู่ ที่ประชุมนี้ตลอดนะครับ นายแพทย์เหวงพูดคําว่า ทหารใช้ปลายกระบอกปืนจี้หัวประชาชน ให้ไปลงประชามติ พูดอย่างนี้ ๒ ครั้งครับ ผมยืนยันครับ
ถ้าปรากฏอย่างนี้จริง คุณหมอก็ถอนเถอะครับ อย่าให้ปรากฏอย่างนี้เลยครับ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี เพราะผมก็เป็นคนที่ไปลงประชามติเหมือนกัน ยังไม่มีใครจี้ผมนะครับ คุณหมอครับ
ผมก็เคารพ ท่านประธาน ผมถอนครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญต่อครับ
ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ระบอบประชาธิปไตย ก็คือว่าแก้ปัญหาโดยให้ประชาชนเขาตัดสิน ทุก ๔ ปีครั้งโดยไม่มีการรัฐประหารแทรก เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครท่านก็ลงไปเลือกตั้ง แล้วก็ได้แถลงนโยบายกับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๓๐/๔ ประชาชนทั่วทั้งประเทศว่าจะยกเลิกปี ๒๕๕๐ แล้วเอาปี ๒๕๔๐ คืนมา ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ท่านวางจังหวะทางการเมืองไม่ถูกต้อง ท่านบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ คือหมายความว่า จะยกปี ๒๕๕๐ ทิ้ง แล้วเอาปี ๒๕๔๐ คืนมาใน ๓ เดือนสุดท้าย แต่ว่าก็ปรากฏว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไม่อนุญาตให้ท่านมี ๓ เดือนสุดท้าย ท่านก็มีอันเป็นไป โดยการทํากับข้าวต่อหน้าทีวี ซึ่งเป็นเรื่องที่ประหลาดพิกลที่สุดในโลก แล้วท่านสมชาย ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้เนื่องจากมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่เหมาะสม กับระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๓๑/๑ ต่อมาก็มีสถานการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นอีกจนนําไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าในระบอบประชาธิปไตยทุกพรรคการเมืองมีสิทธิในการเสนอนโยบายและ ประชาชนตัดสินตามนโยบายครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานเห็นด้วย กับวิธีการเช่นนี้ไหม ถ้าหากเห็นด้วยผมก็จะกราบเรียนท่านต่อ แต่หากไม่เห็นด้วย ผมอยากจะให้เชิญไปอยู่ที่อื่น เพราะว่าในระบอบประชาธิปไตยเขาตัดสินด้วยเสียงข้างมาก ของประชาชนในการเลือกตั้งครับ ก็คือเสียงข้างมากเลือกเข้ามาและเสียงข้างมากก็จัดตั้ง รัฐบาลในรัฐสภา แล้วก็ผู้ที่เป็นรัฐบาลก็แถลงนโยบาย เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทย ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งได้แถลงชัดครับ ก็คือว่าคืนความสุขให้คนไทย คืนประชาธิปไตย ให้ประชาชน คืนประชาธิปไตยนี่พรรคเพื่อไทยพูดชัดครับว่าให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่โดยให้มีการเลือกตั้ง สสร. และอย่าลืมการเลือกตั้งนี่หมายถึงอํานาจนิติบัญญัติและ อํานาจบริหารด้วย ๒ อํานาจ เพียงแต่ว่าในเมืองไทยขณะนี้มีลักษณะพิเศษต่างจากที่อื่นเขา ก็คือว่าอํานาจตุลาการยังหลุดพ้นออกไป ซึ่งอันนี้ผมเคารพนะครับ ผมพูดไม่ต้องการที่จะ เสียดสีอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าลักษณะพิเศษของสังคมไทยเป็นอย่างนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้เราจะทํา อย่างไรครับ ในเมื่อพรรคเพื่อไทยไปหาเสียงมาแล้วเราก็แถลงนโยบายอย่างนี้ เราก็ทําอย่างนี้สิ แล้วต้องกราบเรียนท่านประธานเราได้คะแนนเสียงข้างมาก จริง ๆ ถ้าเราจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า ถ้าเราจะหักหาญน้ําใจกันเราก็ทําได้ครับ เพราะมาตรา ๒๙๑ บอกชัดว่าการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญให้กระทําได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม ต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราจะหักหาญคณะรัฐมนตรีร่างเลยก็ได้ และใส่เข้ามาเลย และยกมือกันก็ได้ ๓ วาระรวดก็ได้ หรือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ฝ่ายพรรคเพื่อไทย ๑ ใน ๕ หักหาญเขาไปเลย แล้วร่างกันขึ้นมาเป็นฉบับเต็มเลย แล้วเรา ยกมือผ่านไปเลยก็ได้ แต่เราไม่ทําอย่างนั้นครับ เพราะเราเคารพประชาชนครับ เพราะเรา อยากให้ประชาชนเป็นคนเลือก สสร. โดยตรง นี่คือการเคารพเจตจํานงประชาธิปไตยครับ เราจึงไม่ได้อ้างเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พยายามใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดว่าพวกคุณอ้างแต่เสียงข้างมาก อ้างแต่เสียงข้างมาก ผมอ้างแต่เสียงข้างมากตรงไหนล่ะครับ ผมบอกว่าให้ สสร. มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ตรงนี้เสียงข้างมากตรงไหนครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๓๑/๒ ไม่ใช่ครับ เราคืนอํานาจไปให้ประชาชนครับ นอกจากนี้ร่างเสร็จยังต้องให้ประชาชนไปทํา ประชามติอีกที เราอ้างเสียงข้างมากตรงไหนครับ และระหว่างร่างนี่เราบังคับให้ สสร. ต้องรับฟังเสียงประชาชน เราเคารพประชาชนทุกขั้นทุกตอนเลยนะครับ
ดังนั้นเข้ามาสู่ประเด็นอันที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องเช่นนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่บังควรที่จะรับเรื่องร้องเรียนจากที่มีคนไปร้อง ๕ สํานวน เพราะเราทําตามกฎเกณฑ์กติกาของรัฐธรรมนูญทุกประการ ท่านเอาอํานาจตรงไหนครับ ที่จะไปรับเรื่องราวร้องจาก ๕ สํานวนดังกล่าว เพราะในมาตรา ๖๘ เขาเขียนชัดนะครับ มาตรา ๒๙๑ เป็นอํานาจหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ใช้สิทธิและ เสรีภาพนะครับ ถ้าคุณจะดําเนินการตามมาตรา ๖๘ มันต้องเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ท่านประธานขออนุญาตที่จะอ่านมาตรา ๖๘ ให้ท่านประธานสั้น ๆ บุคคลจะใช้สิทธิและ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ก็คือต้องเป็นการใช้สิทธิและ เสรีภาพครับ พวกผมไม่ได้ใช้สิทธิและเสรีภาพเลย แต่พวกผมใช้อํานาจหน้าที่ ผมจึงสงสัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยอย่างไรครับ ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ท่านประธานอย่าหงุดหงิดใจครับ แล้วถ้าผมจะใช้เวลาสักนิดหน่อยท่านประธานต้องอนุญาต เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ แล้วทําให้สติปัญญาของทั่วทั้งประเทศเจริญเติบโต เพราะจะได้มีการถกเถียงกันว่าสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ได้ใช้สิทธิและ เสรีภาพ แต่ทําไมศาลรัฐธรรมนูญจึงไปอ้างเอามาตรา ๖๘ ซึ่งเขียนชัดว่าบุคคลจะใช้สิทธิและ เสรีภาพ คนละเรื่อง เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่าขั้นแรกสุดเลยหนังสือฉบับนี้ก็บอกแล้ว ว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อํานาจบาตรใหญ่ ขยายอํานาจให้ตัวเองโดยที่ไม่มีอํานาจ เรื่องที่ ๒ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจในการรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นการขยายอํานาจครับ องค์กรเล็ก ๆ ในฝ่ายตุลาการขยายอํานาจตัวเองอย่างเหิมเกริม เหิมเกริมครับ และนอกจากนี้ในนี้ก็เขียนชัด ถ้าสมมุติเป็นสิทธิและเสรีภาพจริงต้องเป็น การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญนี้ ผมเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะติดตามฟังการอภิปรายวาระที่หนึ่ง วาระที่สองของพวกเราอย่างใกล้ชิด หรือถ้าหากท่านไม่ติดตามสมควรปลดออก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๓๑/๓ เพราะท่านเป็นศาลรัฐธรรมนูญท่านต้องติดตามเรื่องที่เกี่ยวข้องสําคัญกับรัฐธรรมนูญ เราอภิปรายกัน ๑๕ วัน ๑๕ คืน มันเต็มสมองผมไปหมดเลย มันเต็มรูหู ขอประทานโทษ ของผมไปหมดเลย มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่ได้ แล้วก็จะไป เปลี่ยนแปลงหมวด ๒ ไม่ได้นะครับท่านประธาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๓๒/๑
คุณหมอมีผู้ประท้วงท่านแล้ว พลเอก สมเจตน์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ผมขออนุญาตให้ท่านประธาน ได้ควบคุมการประชุม ควบคุมผู้อภิปรายนะครับ ครั้งที่แล้วผมได้ประท้วงผู้อภิปรายไปตาม ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๓ เรื่องผู้อภิปรายแสดงวาจาใส่ร้าย ผมเรียนว่าผู้อภิปรายนั้น ได้แสดงวาจาใส่ร้ายศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งแล้วครับ โดยใช้คําว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นองค์กรยุติธรรมเล็ก ขยายอํานาจตัวเองอย่างเหิมเกริม ผมคิดว่าคําพูดเช่นนี้เป็นคําพูด ที่ตัวเองเข้าใจเอง แล้วก็ใส่ร้ายศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งที่คอยคานอํานาจของสภาไว้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้ผู้อภิปรายถอนคําพูดครับ
คือผมวินิจฉัยนะครับ ผมบอกแล้วการอภิปรายที่พาดพิงบุคคลที่ ๓ ที่อยู่ข้างนอกก็เป็นความรับผิดชอบของ ผู้อภิปราย เพราะฉะนั้นท่านกรุณาระวังหน่อย คือทําให้ผู้อื่นเสียหายท่านก็รับผิดชอบเองนะครับ คุณหมอเหวงครับ พยายามอภิปรายที่ถ้าไม่มีคนประท้วงได้ก็จะขอบพระคุณอย่างมากนะครับ เชิญท่านต่อครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อันนี้เป็นหลักการนะครับ การถกเถียงในหลักการเป็นเรื่องที่ชาวโลกเขาสรรเสริญครับ แล้วการปิดปากไม่ให้ถกเถียง ในเรื่องหลักการนี่มันยุติไปตั้งแต่ยุคกลางของโลกแล้วครับ
คุณหมอครับ คือผมได้ วินิจฉัยไปแล้วว่าการที่ท่านอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลที่อยู่นอกห้องประชุม บุคคลที่ ๓ ท่านต้องรับผิดชอบนะครับ
ท่านประธานครับ ในวันนี้เราพิจารณาถึงคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผมจึงไม่ถือว่าเป็น บุคคลที่ ๓ ผมกําลังพูดกับท่านประธานเพื่อไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญว่าการที่ท่านรับเรื่อง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๓๒/๒ ในความเห็นส่วนตัวของผมโดยหลักการท่านทําไม่บังควร ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในความเห็นส่วนตัวของผมผมเห็นว่าเป็นการเหิมเกริม เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อํานาจ ท่านไว้ รัฐธรรมนูญบอกไว้ชัดว่าบุคคลใช้สิทธิและเสรีภาพ แต่เราใช้อํานาจหน้าที่ครับ แล้วข้อต่อมาสิทธิและเสรีภาพดังกล่าวยังมีคําอธิบายประกอบว่าต้องเป็นไปเพื่อล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สิ่งที่เราทํา มาตรา ๒๙๑/๑๑ (๕) บอกชัดว่าล้มไม่ได้ ผมจึงสงสัยครับ เมื่อสงสัยผมก็มีสิทธิในการแสดง ความคิดเห็นว่าความสงสัยของผมว่าท่านเหิมเกริมครับ ดังนั้นท่านประธานกรุณาอย่าทักท้วงผม ในเรื่องหลักการเลยครับ เพราะนี่เรื่องหลักการ ผมไม่ได้ก้าวล่วงในเรื่องตัวบุคคลนะครับ เพราะฉะนั้นเราถกเถียงในเรื่องหลักการได้ หลักการใครถูกใครผิดประชาชนเป็นคนชี้ขาด ไม่ใช่ผมครับ
คุณหมอครับ คุณหมออภิปรายมีหมอประท้วงครับ คุณหมอวรงค์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายในข้อ ๔๓ ของการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพราะท่านกําลังใส่ร้ายป้ายสีศาลรัฐธรรมนูญ คือท่านประธานต้องเข้าใจนะครับว่าอํานาจ ในการวินิจฉัยข้อขัดแย้งตามรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยมาตรา ๖๘ ไว้ชัดเจนแล้วว่าประชาชนมีสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ สามารถยื่นตรงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้หรือจะยื่นผ่านสํานักงานอัยการสูงสุดก็ได้ อันนี้คือคําวินิจฉัยชัดเจนครับ แล้วอยู่ ๆ เพื่อนสมาชิกจะมากล่าวให้ร้ายป้ายสีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเขาไม่สามารถมาชี้แจง ในที่นี้ได้ ที่มาบอกว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องเป็นการเหิมเกริมซึ่งไม่ถูกต้องครับ ในระบอบประชาธิปไตยต้องเคารพกติกา ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรสูงสุดในการวินิจฉัย เรื่องรัฐธรรมนูญ ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญเขาวินิจฉัยเรียบร้อยแล้วเราต้องเคารพกติกา ดังนั้นผมบอกเพื่อนสมาชิกว่าถ้าท่านไม่ต้องการคําวินิจฉัยพวกนี้ ท่านมีสิทธิในการแก้ รัฐธรรมนูญครับ ท่านมีสิทธิเต็มที่เพราะท่านเป็นเสียงข้างมาก แต่ทุกคนก็ต้องการ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๓๒/๓ ความชัดเจนว่าท่านต้องการจะแก้ประเด็นไหนบ้าง ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เป็นเช็คใบเปล่า เพราะขณะนี้ทุนสามานย์มันแรงมาก มันอันตรายยิ่งกว่าทหาร
รับทราบแล้วครับ คุณหมอเหวง คือท่านพยายามอย่าไปพาดพิง อย่าไปกล่าวหรือใช้วาจาที่จะทําให้เกิด ความเสียหายนะครับ ผมอยากเห็นคุณหมอเหวงที่พูดจาสุภาพ ที่คนไม่ประท้วงผมเลย เชิญต่อครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมก็รับฟังแล้วก็ยินดีปฏิบัติตามนะครับ เพียงแต่ว่า ต้องกราบเรียนท่านประธาน ข้อที่ ๑ ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่ผมเอ่ยชื่อในลักษณะหลักการ ผมเห็นว่าหลักการมาตรา ๒๙๑ ให้อํานาจหน้าที่ แต่หลักการของมาตรา ๖๘ เขาบอกว่า บุคคลใช้สิทธิและเสรีภาพ ดังนั้นมันต่างกันโดยสิ้นเชิง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๓๓/๑ ผมก็เห็นว่ามันไม่ตรง ฉะนั้นผู้ที่ไปตีความว่าใช้สิทธิและเสรีภาพแล้วสามารถรับเรื่องไว้ได้ ผมว่ามันเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญได้ระบุเอาไว้ แล้วข้อต่อมาต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมเคารพรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วต้องถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดบังคับทุกองค์กร ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผมอ่านว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจหน้าที่อะไรบ้าง ผมรู้นะครับ ไม่ใช่ไม่รู้ ดังนั้นขออนุญาตกราบเรียน ต่อไปดีกว่าเพราะว่าผมเคารพท่านประธานก็ต่อไปเลย คือโดยคําวินิจฉัยผมได้กราบเรียน ท่านแล้วว่าท่านพูดถึงเรื่องประชามติ แล้วนอกจากนี้ท่านก็พูดถึงเรื่องการแก้รายมาตรา แล้วก็ท่านบอกว่าท่านมีอํานาจในการที่จะรับเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ผมขอกราบเรียนเป็นความเห็น ส่วนตัวของผม ผมเห็นว่าเวลาอ่านมาตรา ๖๘ โดยจริงแล้วต้องผ่านอัยการสูงสุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน หากว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านสามารถรับได้โดยเอกเทศของท่าน รัฐธรรมนูญไม่ควรจะตราอย่างนี้ นี่ในฐานะที่เป็นคนอ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญคนหนึ่งของ ประเทศไทย คือถ้าหากว่าในรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง โดยไม่ผ่านอัยการสูงสุดเสียก่อน เขาไม่ควรจะเขียนอย่างนี้ครับ แล้วหากว่าวินิจฉัยในเชิงที่ว่า ท่านสามารถที่จะรับเรื่องจากประชาชนโดยตรง ถ้าเช่นนั้นก็แปลว่ารัฐธรรมนูญ มองข้ามอัยการสูงสุดไปแล้ว เขียนไว้ทําไมครับ ดังนั้นผมก็ตั้งข้อสังเกตไว้แล้วกันว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าท่านสามารถที่จะรับเรื่องไว้โดยตรงนี่ไม่น่าจะถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญครับ
หยุดก่อนครับ คุณหมอวรงค์ เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงข้อ ๔๓ เหมือนเดิมแต่คนละประเด็น ขณะนี้ท่านผู้อภิปรายกําลังวนเวียนซ้ําซาก ซ้ําไปซ้ํามาในประเด็นเดิม ท่านต้องเข้าใจว่า เราคือองค์กรในระบอบประชาธิปไตย เรามีศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่วินิจฉัย ศาลมีคําวินิจฉัยออกมาเรียบร้อยแล้วท่านก็ต้องเคารพศาล แต่ขณะนี้เพื่อนสมาชิกที่อภิปราย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๓๓/๒ กําลังสร้างความสับสนให้กับประชาชนคล้ายกับว่าศาลไม่มีอํานาจในการวินิจฉัย ก็ในเมื่อศาล บอกชัดเจน มาตรา ๖๘ ว่าสิทธิในการปกป้องหรือพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นสิทธิของประชาชน จะยื่นตรงก็ได้หรือจะยื่นผ่านอัยการสูงสุดก็ได้ และมีการเท้าความถึงอดีตที่ผ่านมาตอน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการพาดพิงถึงการแปรญัตติ มีการแปรญัตติอ้างถึงที่มาที่ไป จนกระทั่งมีบทสรุปว่ารับตรงจากประชาชนที่เป็นห่วงในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญได้ ผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกท่านผู้นี้กําลังวนเวียนซ้ําซาก โดยมีเจตนาให้ประชาชนที่ไม่เข้าใจสับสน ไปกันใหญ่ ผมคิดว่าประเด็นนี้ท่านประธานต้องควบคุมนะครับ ไม่อย่างนั้นมันเสียหาย ต่อสภาของเราครับ
ขอบคุณคุณหมอวรงค์ ที่ได้ประท้วงนะครับ คุณหมอเหวงก็พยายามนะครับ ไม่อยากจะบอกว่าให้ใบเหลืองนะครับ พยายามอย่าได้พูด แล้วก็ท่านสามารถเดินหน้าต่อไปได้ วินิจฉัยความเห็นในมาตรา ๖๘ ซึ่งแม้จะมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาก็ยังเป็นประเด็นที่ผมเชื่อว่าทุกคนก็ยังมองต่าง เพราะฉะนั้นคุณหมอก็พยายามอย่าได้ไปพูดอะไรที่ทําให้เกิดความเสียหาย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผมเคารพท่านประธาน นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ มีคุณครูคนหนึ่งเข้ามาในห้องเรียนแล้วสอนผมบอกว่า ๒ บวก ๒ เท่ากับ ๕ อย่างนี้ครับ แล้วท่านประธานจะให้ผมเชื่อเลยหรือครับ ผมก็มีสิทธิ ในการที่จะอธิบายความเห็นของผม เมื่อผมอธิบายสิ้นความผมแล้วการตัดสินใจอย่างไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นผมขออนุญาตท่านประธานอย่ากรุณาประท้วงผมเลยครับ เพราะว่าผมโต้แย้งในหลักการ ยกเว้นคนที่ไม่กล้าต่อสู้ในเรื่องหลักการเท่านั้นเองถึงจะมา ประท้วงผมครับ
คุณหมอวรงค์พอแล้ว กระมังครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๓๓/๒ การยกเปรียบเทียบหรือคิดไปเองอย่างนี้มันอันตรายมากครับท่านประธาน ๒ บวก ๒ เท่ากับ ๕ ผมสนับสนุนท่าน ผมจะไปยืนกับท่านเลย ไปช่วยกันประท้วงเลย แต่คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญคือสิ่งที่ทุกคน องค์กรต้องเคารพกติกานี้ ตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คดีต่าง ๆ ที่พรรคเพื่อไทยถูกร้องเรียนท่านแฮปปี้ (Happy) ท่านมีความสุข แต่อะไรที่ไมได้ ดั่งใจแล้วท่านโวยวายเสียหายอย่างนี้มันไม่ได้ครับ อย่าเอาแต่ได้ครับท่านประธาน ท่านต้อง เคารพกติกาตรงนี้ แล้วคํายกตัวอย่างอย่าให้ยกตัวอย่างในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ครับ ๒ บวก ๒ เท่ากับ ๕ เป็นไปไม่ได้ โกหกประชาชน ขอบคุณครับ
คือคุณหมอเหวงท่านเป็น คนเรียนหนังสือเก่ง จําได้ไหมครับเด็ก ๆ เราเรียนคณิตศาสตร์ เราบอก ๑ บวก ๑ เป็น ๓ เราพิสูจน์ได้ เพราะฉะนั้นอย่างนี้ไปบอกคนอื่นเขาไม่เชื่อ เรารู้กันว่าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า ๑ บวก ๑ เป็น ๓ แต่อันนี้มันไม่เป็นความจริง เพราะฉะนั้นท่านกรุณาพยายามให้อยู่ในกรอบ คือท่านไม่ต้องยกอุปมาอุปไมยหรอกครับ ท่านเดินหน้าอภิปรายต่อ ท่านอย่าวนกลับมาที่เดิม เดินหน้าครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๓๔/๑
ผมเคารพนะครับ แต่ว่าความคิดเห็นบางอย่างผมไม่อาจจะเห็นพ้องด้วยได้ การกระทํา บางอย่างผมไม่อาจจะเห็นพ้องด้วยได้ ท่านประธานต้องอนุญาตให้ผมอธิบายสิครับว่า ความคิดเห็นอะไรที่ผมไม่เห็นพ้อง การกระทําอะไรที่ผมไม่เห็นพ้อง ท่านประธานต้อง ไม่ปิดปากผม สภาเป็นสถานที่ในการที่จะแสดงความคิดเห็นนะครับ เพราะถึงแม้สมาชิก จะให้ข้อติติงนี่ผมรับฟังครับ
คุณหมอเหวงครับ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ปิดปากหรือว่าไม่ได้บอกว่าคุณหมออย่าพูดอย่างนี้นะครับ
ขอกราบประทานอภัยครับ
เพียงแต่ผมบอกว่าอภิปรายต่อ แต่ว่าอย่าไปวน แล้วอย่าไปกระแนะกระแหน หรือไปพาดพิงถึงคนอื่น ท่านก็ว่าความเห็น ของท่านไปครับ เพราะคนที่ฟังฟังแล้วเขาจะรู้เองว่าสิ่งที่ท่านอธิบายนั้นเขารับรู้ แล้วก็มีเหตุมีผลไหมนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเดินหน้าต่อนะครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้คําชี้แนะ ทีนี้ผมต้องกราบเรียนนะครับ ผมก็เงี่ยหูฟัง ศาลรัฐธรรมนูญว่าท่านวินิจฉัยว่าท่านมีอํานาจซึ่งผมก็กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า ในความเห็นส่วนตัวผมผมไม่อาจจะเห็นพ้องในเรื่องนี้ได้ ข้อต่อมาท่านบอกว่าเราไม่มี การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันนี้ ก็ตราอยู่ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้าแล้ว ทีนี้ท้ายที่สุดในคําวินิจฉัยรวมซึ่งต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ผมงงจริง ๆ แล้ววันนี้ก็ยังงงอยู่ครับ มิได้หมายความว่าผมอ่าน ภาษาไทยไม่ออก ผมอ่านออกแล้วเข้าใจ ก็คือในคําวินิจฉัยรวมศาลรัฐธรรมนูญท่านบอกว่า ให้คําแนะนํา ให้คําแนะนําว่าถ้าจะยกร่างทั้งฉบับต้องให้ทําประชามติเสียก่อน มิเช่นนั้น ก็ให้แก้รายมาตราก็น่าจะเหมาะ เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยรวมผมไม่ทราบว่าท่านเอามา จากไหน ปกติเท่าที่ผมอ่านรัฐธรรมนูญก็คือว่าแต่ละคนต้องทําคําวินิจฉัยส่วนตัวเขียนเป็น ตัวอักษรมา แล้วอ่านกันแล้วมาทําคําวินิจฉัยรวม ผมก็เข้าใจด้วยพาซื่อว่าวันนั้นทุกท่าน คงจะได้เขียนคําวินิจฉัยส่วนตัวเป็นตัวอักษร แล้วมาอ่านรวมกันแล้วเขียนมาเป็นคําวินิจฉัยรวม ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๓๔/๒ ผมก็เลยงงมากว่าคําวินิจฉัยรวมทําไมจึงมีคําแนะนํา ๒ ประการ ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านต้องการให้พวกเรายกร่างทั้งฉบับ หรือท่านต้องการให้เราแก้เป็นรายมาตรา โปรดชี้แนะ ให้ชัดเจนครับ อย่าเขียนก้ํา ๆ กึ่ง ๆ เพราะผมกังวลครับท่านประธาน คือถ้าท่านบอกว่า ถ้าจะยกทั้งฉบับให้ทําประชามติ หรืออาจจะแก้รายมาตราก็น่าจะเหมาะสม ถ้าเกิดผม ไปเลือกแก้รายมาตรา ท่านบอกพวกข้าพเจ้าแนะนําให้คุณไปทําทั้งฉบับแล้วทําประชามติ หรือตรงกันข้ามถ้าพวกผมไปทําทั้งฉบับแล้วไปทําประชามติ ท่านบอกไม่ใช่ ผมแนะนําให้คุณ ไปแก้รายมาตรา ลําพังเฉพาะคําแนะนํานี่ก็ไม่ถูกแล้ว ทําให้เกิดความกํากวม สับสน วุ่นวาย อลหม่าน ท่านประธานจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหลังจากคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาแล้วมีความอลหม่านมาก แล้วข้อต่อมาเวลาผมไปอ่าน ขออนุญาตท่านประธาน อันนี้เป็นคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญส่วนตนนะครับ ดังนั้นผมจึงสามารถที่จะนํามา กราบเรียนท่านประธานได้ แล้วถ้าท่านประธานอยากได้ผมก็จะนําเรียนท่านประธาน มี ๔ ท่านเห็นว่าสามารถยกร่างทั้งฉบับได้ โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอํานาจเข้ามาก้าวก่ายครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนชื่อครับ
หยุดสักนิดเถอะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตอนแรกผมอยากจะได้ฟังคําอภิปรายของสมาชิก ท่านอื่น ๆ แต่ว่าสมาชิกท่านนี้ก็มีคําอภิปรายที่ยาวพอสมควร ผมจึงต้องลุกขึ้นหารือ ต่อประธานนะครับ ผมประท้วงด้วยว่าการพิจารณาของเราในขณะนี้น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ คือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นส่งเข้ามาที่รัฐสภาอย่างถูกต้องอยู่แล้ว แล้วก็บรรจุสู่การพิจารณาครั้งนี้ ในคําวินิจฉัยไปผูกพันกับมาตรา ๖๘ ถูกไหมครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานคงต้องดูมาตรา ๒๑๖ ประกอบไปด้วย ในวรรคห้า คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๓๔/๓ แล้วก็ประโยคอื่นก็ว่าถึงเรื่องวิธีพิจารณาต่อไป ในวรรคห้าซึ่งเป็นคําที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าต้องถือเป็นความศักดิ์สิทธิ์แล้วเราต้องเคารพครับ ผมจึงลุกขึ้นประท้วงต่อประธาน ในครั้งนี้ว่าในการพิจารณาของเราในตอนนี้มันกําลังก้าวล่วงแล้วว่าในขณะนี้สมาชิกรัฐสภา กําลังกล่าวโจมตีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องถือให้เป็นที่เด็ดขาดผูกพันต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นผมขอทักท้วงต่อท่านประธานว่าอย่าปล่อยให้การประชุมในขณะนี้ ผิดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๑๖ วรรคห้าต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๓๕/๑
ผมวินิจฉัยนะครับ ที่ท่านพูดถึงก็ถูกครับ ก็คือผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีผลผูกพันต่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือต่อรัฐสภา ต่อองค์กรอื่น คําวินิจฉัยคุณหมอเหวง คําวินิจฉัยคุณหมอก็รู้ว่า ถึงแม้ว่าถ้าคุณหมอไปตีความว่าจะให้แก้โดยถามประชาชน หรือว่าไปแก้โดยรายมาตรา อันนี้เป็นคําวินิจฉัย ซึ่งเราก็มาดูว่าเราจะดําเนินการอย่างไรต่อไป คุณหมอพยายามอย่าได้ไป วิพากษ์วิจารณ์ในคําวินิจฉัยในสิ่งที่เป็นความรู้สึกของคุณหมอนะครับ ฉะนั้นพยายามนะครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
เชิญครับ อยู่ในประเด็น แล้วคุณหมอก็ใช้เวลายาวนานมากแล้วนะครับ พยายามที่จะจบให้เร็วนะครับ
คืออย่างนี้ ผมต้องการปฏิบัติตามคําวินิจฉัยให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์โดยแท้จริง ในเมื่อคําวินิจฉัยรวม ออกมาให้เลือก ๒ ทาง ผมก็งงครับ จะให้ผมตัดสินใจเลือกอะไร ผมก็เลยไปดูคําวินิจฉัย ส่วนตัว ผมก็นึกว่าในคําวินิจฉัยส่วนตัวนี่น่าจะมีคําชี้แนะให้ผมตัดสินใจได้ ก็ปรากฏว่า ผมก็เลยยิ่งงงใหญ่ เพราะในคําวินิจฉัยส่วนตัว ๔:๔ ครับ ๔ ท่านบอกว่าเราทําได้เลย ๔ ท่านบอกว่าทําไม่ได้ ผมไม่อยากจะเสียเวลาท่านประธานนะครับ เพราะว่าอ่านในนี้ ขออนุญาตนะครับ อย่างเช่นวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ท่านประธานครับ ในข้อ ๒ ว่าจะร่างอย่างไร ท่านบอกว่าปัญหาตามประเด็นข้อนี้ไม่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดให้อํานาจ ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบและวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ได้ จึงเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออํานาจ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย คงยกขึ้นกล่าวเป็นข้อสังเกตเท่านั้น ผมจึงต้องกราบเรียนจริง ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องการที่จะไปเสียดสี ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดนี่มาจากความจริงใจ ของผมที่ผมมีความเห็นทางด้านนิติศาสตร์ นิติวิทยาศาสตร์ นิติรัฐ นิติธรรม ที่ไม่ตรงกับ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมมีสิทธิในการที่จะกราบเรียนท่านประธานให้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญ และให้ท่านตอบมาต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมจะถามศาลรัฐธรรมนูญจริง ๆ ว่า ตกลงท่านว่าอย่างไร เพราะ ๔ คนบอกว่าเราทําได้ แต่อีก ๔ คนบอกว่าทําไม่ได้ ผมงงมาก เพราะไม่มีการชี้ขาดและทิ้งเอาไว้เป็นประเด็นของสังคม อันนี้ไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๓๕/๒ สร้างความยุ่งเหยิงให้ประชาชนหรือเปล่า ที่จริงผมอยากให้ท่านกล้า ๆ แบบ กกต. ขออนุญาตนิดเดียว คือในกรณีวินิจฉัยของคุณการุณ มี ๔ คน กกต. ก็คือว่า ๒ คนบอกว่า คุณการุณไม่ผิด ๑ คนบอกว่าผิด แต่ว่าในฉับพลันทันใด ๑ คนก็ไปลงคะแนนเสียงว่า คุณการุณผิด แต่ในทันใดนั้นเองประธานก็ใช้อํานาจอีกเสียงหนึ่งก็ว่าคุณการุณผิด ผมก็เลยสงสัยว่าเที่ยวนี้ทําไมท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญท่านไม่กรุณาลงอีก ๑ คะแนนเสียง ใน ๒ ข้างนี้ให้มันชัดออกไป ในวันนี้มันก็เลยคาราคาซังว่าตกลงเอาอย่างไร กันแน่ ผมเคารพท่านประธาน ที่จริงมีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน อีกเยอะแยะ แต่มีผู้ทักท้วงอยู่เยอะแยะเหลือเกิน ผมใช้เวลามามากพอสมควร ผมก็ขออนุญาตที่จะยุติเพียงเท่านี้ครับ ก็ฝากเป็นประเด็นทุกประเด็นที่จะให้ท่านประธาน ลองไปถามศาลรัฐธรรมนูญนะครับ
พอแล้วครับ จบแล้วนะครับ
ผมจบครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ จบแล้วนะครับ
(นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ไม่ต้องประท้วงแล้วกระมัง จบแล้วครับ ผมก็พยายามที่จะควบคุมให้อยู่นะครับ เชิญท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกรัฐสภา กระผมได้ลุกขึ้นยืนประท้วง ในขณะที่ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึงบุคคลภายนอกซึ่งท่านไม่มีโอกาสจะมาชี้แจงในที่นี้ได้ ขอประทานโทษ คือท่านวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประการแรก น่าจะไม่ถูกต้อง
ประการที่ ๒ กระผมคิดว่าคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ คือผูกพันองค์กรทุกองค์กร
ประการที่ ๓ ไม่ใช่อํานาจหรือไม่ใช่หน้าที่ของผู้พิพากษาศาลใด ๆ ที่จะมา อธิบายคําพิพากษา ส่วนท่านใดเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องของท่านเอง ผมไม่เคยเห็น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๓๕/๓ ท่านใดจะต้องมาอธิบายคําพิพากษาว่าผู้ที่จะต้องปฏิบัติตามต้องทําอย่างไรบ้าง ท่านมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตาม ปฏิบัติผิดหรือปฏิบัติถูกเป็นเรื่องของท่านครับ
ขอบพระคุณครับ ผมก็ได้ วินิจฉัยไปแล้วว่าพยายามอย่าพาดพิงบุคคลที่ ๓ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านกล่าวพาดพิง บุคคลที่ ๓ ท่านก็ต้องรับผิดชอบเอง และประการที่ ๒ ก็คือคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๑๖ นั้นผูกพันทุกองค์กรอยู่แล้ว แล้วก็ความเห็นส่วนตัวนั้นก็พยายามอย่าไป ก้าวล่วงที่ทําให้คําวินิจฉัยหรือว่าประชาชนผู้ฟังนั้นได้เข้าใจผิด ขอบคุณครับคุณหมอ ก็จบแล้วนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๓๖/๑ ต่อไปอย่างนี้คือผมแบ่ง ๓ กลุ่ม ผมไม่คิดว่าเป็นกลุ่ม พรรค หรือว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล อีกด้านหนึ่งเห็นค้าน อีกคนเห็นสนับสนุน ผมก็จะมีกลุ่มกลาง ๆ ของผมนะครับ ที่ผมดูแล้ว ความที่คุ้นเคยอยู่กันมานานก็จะรู้ว่าความคิดเห็นบางคนที่เป็นกลางนั้นก็จะเป็นทางออก ให้กับสังคม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ได้อธิบายเพราะท่านอยู่ในเหตุการณ์ต่าง ๆ เชิญท่านสามารถ แก้วมีชัย ครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปรายในวาระรับทราบคําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมีผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ที่ผมจะอภิปรายนี่ผมก็เคารพคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และปรารถนา ที่อยากจะให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้หาทางออกร่วมกันในภาระหน้าที่ของเราที่ยังคงคั่งค้างอยู่ ท่านทั้งหลายก็คงตระหนักกันดีว่าเราได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นหมวด ๑๕ ในการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ได้ดําเนินการยื่นตามกระบวนการ มีผู้ยื่น มีทั้งคณะรัฐมนตรี มีทั้งเพื่อน ส.ส. อีก ๒ คณะ หลังจากยื่นเข้ามาแล้วรัฐสภาด้วยเสียงกึ่งหนึ่ง ได้ให้ความเห็นชอบก็ดําเนินการตั้งกรรมาธิการขึ้นพิจารณา ผมเองได้มีโอกาสไปเป็นประธาน คณะกรรมาธิการชุดนี้ เราก็ได้มีการดําเนินการในขั้นแปรญัตตินําเข้ามาสู่วาระที่สอง ใช้เวลานั่งอยู่บนนั่น ๑๕ วัน จนกระทั่งผ่านวาระที่สองก็พักไว้ให้ล่วงพ้น ๑๕ วัน จะได้ดําเนินการลงมติในวาระที่สามต่อไป ทีนี้ในช่วงดังกล่าวก็มีท่านผู้ร้องก็ได้ใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญของท่านเช่นกัน ผมก็ไม่ได้โทษ ก็ต้องถือว่าท่านมีสิทธิที่จะไปร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญว่ามีการกระทําผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญท่านก็ได้มีคําสั่ง ท่านก็ไม่ได้สั่งโดยตรงไปยังประธานรัฐสภา แต่ท่านถืออํานาจสั่งไปยังองค์กร ก็คือไปยัง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้กราบเรียนไปยังประธานรัฐสภาให้ชะลอการลงมติวาระที่สามไว้ก่อน และในที่สุดก็มีกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จนถึงวันศุกร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ก็ได้มีคําวินิจฉัย ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึงคําวินิจฉัยไปแล้ว ผมก็สรุปสั้น ๆ ว่า ประเด็นคําวินิจฉัยทั้ง ๔ ประเด็นนั้น
ประเด็นแรก ศาลได้วินิจฉัยว่าศาลมีอํานาจที่จะรับคําร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ได้ ซึ่งตรงนี้เราจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ผมก็ต้องถือว่าศาลได้วินิจฉัย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๓๖/๒ แล้วก็ได้มีผลผูกพันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ และถือว่าเป็นบรรทัดฐานที่จะต้อง ปฏิบัติต่อไป หลายท่านก็เพียงแต่เป็นห่วงเป็นใยว่าถ้าต่อไปนี้ทุกเรื่องศาลรับได้ มีอํานาจ รับตามคําวินิจฉัยที่ศาลได้วินิจฉัยไว้มันก็จะเป็นภาระของศาล ซึ่งแต่เดิมเราเข้าใจว่า ต้องไปยื่นผ่านอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เห็นว่ามีข้อเท็จจริง ก็ถึงส่งต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยหรือเพื่อห้ามการกระทําดังกล่าว แต่เมื่อศาล ท่านวินิจฉัยมาอย่างนี้ ด้วยความเคารพและขณะเดียวกันก็ด้วยความเป็นห่วง ผมก็อยากให้ บันทึกไว้ว่ามาตรฐานนี้ก็คงจะยึดถือต่อไป พี่น้องประชาชนก็จะได้ใช้สิทธิในการร้อง คู่มือของศาลรัฐธรรมนูญที่ทําเผยแพร่แจกพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็คงต้องไปแก้ไขด้วย เพราะว่าในคู่มือที่ท่านแจกไปท่านบอกว่าต้องไปยื่นต่ออัยการสูงสุดก่อน
ส่วนประเด็นที่ ๒ ประเด็นนี้เป็นประเด็นสําคัญ คือมีผู้ร้องและศาลได้วินิจฉัยว่า สมาชิกรัฐสภาเราสามารถที่จะใช้อํานาจ ใช้สิทธิตามมาตรา ๒๙๑ ไปจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับได้หรือไม่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓๗/๑ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วเราเคยมีแบบอย่างที่เคยทําเมื่อครั้งที่เรา มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ก็นําไปสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไปจัดทํา รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเราก็ได้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่ทุกท่านก็ชื่นชม ชื่นชอบ ภาคภูมิใจว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทํา ผมเองก็มีโอกาสได้เป็น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในช่วงนั้นด้วย เราก็คิดว่ากระบวนการตรงนั้นมันน่าที่จะนํามา ใช้ได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้มาตรา ๒๙๑ ไปแก้มาตรา ๒๙๑ ก็คือวิธีแก้รัฐธรรมนูญ ให้มี สสร. ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในที่สุดแล้วศาล ผมจะถือว่าเป็นคําวินิจฉัยก็ไม่ใช่ เป็นเหมือนคําแนะนํา เพราะผมไปดูรายละเอียดทั้งคําวินิจฉัยกลาง คําวินิจฉัยส่วนตน เสียงก็แตกต่างกันนะครับ ตุลาการทั้งหมดท่านวินิจฉัยเรื่องนี้มีอยู่ทั้งหมด ๘ ท่าน ๓ ท่านแรก ท่านบอกว่าศาลไม่น่าจะมีอํานาจวินิจฉัย เป็นอํานาจของรัฐสภาที่จะดําเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้อํานาจตามมาตรา ๒๙๑ ได้ ตุลาการ ๑ ท่านวินิจฉัยว่ารัฐสภา มีอํานาจแก้ได้ จะทั้งรายมาตราหรือทั้งฉบับก็ได้ อีก ๒ ท่านบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ และมีตุลาการอีก ๒ ท่านสุดท้ายวินิจฉัยว่า ก็สามารถทําได้ถ้าจะแก้ทั้งฉบับ แต่ต้องถามประชามติจากประชาชนก่อน ทีนี้พอมาเป็น คําวินิจฉัยกลาง จากคําวินิจฉัยส่วนตนมาเป็นคําวินิจฉัยกลางท่านกลับใช้ว่าเนื่องจาก รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หมายถึงปี ๒๕๕๐ สถาปนาโดยประชาชน เมื่อจะจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีผลทําให้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสิ้นผลลงควรต้องถามประชาชนก่อน ควรถามประชาชนก่อน ก็แปลว่าท่านจะให้ทําประชามติ แต่ท่านก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องทํา ประชามติก่อนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือทําประชามติดูเหมือนฟังได้ เหมือนกันว่าก่อนที่จะนํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับมาใช้ต้องถามประชาชนก่อนว่า จะเอาฉบับใหม่หรือจะคงใช้ฉบับเก่า ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องสําคัญที่เราคงจะต้องมาศึกษา หารายละเอียดว่าข้อสรุปจริง ๆ ท่านต้องการอะไร
ส่วนประเด็นที่ ๓ ผมก็คงไม่ต้องมาซ้ําอีกละครับ ที่ไปบอกว่าสมาชิกรัฐสภา ทั้งหลายที่ดําเนินการขอแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเป็นการได้มาซึ่งอํานาจโดยไม่ชอบ ด้วยวิถีทางรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลเห็นว่าไม่ใช่เป็นการกระทําดังกล่าวตามที่ผู้ร้องได้ร้อง ฉะนั้น เมื่อไม่มีประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ ๔ ศาลก็ไม่วินิจฉัย เรื่องต้องยุบพรรคหรือเพิกถอนสิทธิ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓๗/๒ ของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ทีนี้ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้เรารับทราบ คําวินิจฉัย ซึ่งผมอยากต่อว่าคําวินิจฉัยและคําแนะนําของศาลรัฐธรรมนูญแล้วเราจะเดินหน้า กันอย่างไรต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ได้วางกระบวนการหลังผ่านวาระที่สอง ล่วงพ้น ๑๕ วันแล้วเราก็ต้องลงมติวาระที่สาม หลายท่านก็บอกว่าเดินหน้าลงมติวาระที่สาม ไปเลย ศาลก็ได้เพิกถอนคําสั่งห้ามหรือชะลอการลงมติไปแล้ว คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้บอกว่าให้ประชามติก่อน อาจจะโหวตวาระที่สามไปทํารัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ซึ่งในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเราก็บัญญัติชัดเจนว่าก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยก็ให้นําไปทําประชามติว่าประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตรงนั้น ก็น่าจะนํามาใช้ได้เพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องการทําประชามติที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านได้ให้ คําแนะนําไว้ ทีนี้ทางฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเราก็ไม่ได้คิดที่จะเอามติอะไรมาครอบงํารัฐสภานี้ หรอกครับ เราก็คิดว่าเมื่อคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมันมีรายละเอียดมากและบางประเด็น ไม่ชัดเจนอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปแล้วนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๓๘/๑ เราก็เลยตั้งคณะทํางานร่วมของพรรคร่วมรัฐบาลขึ้นมา ๑๑ ท่าน ก็มาจากทุกพรรค ก็มาศึกษารายละเอียดทั้งคําวินิจฉัยส่วนตน ทั้งคําวินิจฉัยกลาง เชิญบรรดานักกฎหมาย ทั้งหลายมา เชิญนักวิชาการมาให้ความคิดความเห็นว่าจะหาทางออกกันอย่างไร เราก็ไม่ผลีผลาม เราไม่มีความปรารถนาที่จะสร้างปัญหาความวุ่นวาย ไม่อยากให้การเมือง บ้านเรามันตึงเครียด วันนี้เราเจตนาจะสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ทีนี้จะหาทางลง อย่างไร ครั้นจะไปถอนวาระที่สามมันก็ไม่มีที่ไหนทําได้หรอกครับ มีอย่างเดียวก็ต้องลง จะลงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ในซีกของรัฐบาลเราคิดว่า เมื่อยังร้อนก็ต้องช่วยกันทําให้เย็น ด้วยความสุขุม ด้วยสติ เราก็พยายามที่จะออกไปรณรงค์ ทําความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามเรื่องนี้ เราไม่อยากให้ประชาชนไปฟังความ ข้างใดข้างหนึ่ง เราจะนําความจริงไปตีแผ่ให้ประชาชนได้ทราบ เราควรจะนําประเด็นที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกไปบอกประชาชนให้ทุกวงการ ทั้งวงการท้องถิ่น ทั้งวงราชการ ทั้งสถาบันการศึกษา ได้พูดคุยจนกระทั่งทุกฝ่ายได้เห็นพ้องต้องกันว่าเราจะเดินหน้าต่อไป อย่างไร เราถึงจะมาดําเนินการต่อเพื่อให้พ้นภาระหน้าที่ของเรา ไม่อย่างนั้นเราก็จะถูก กล่าวหาอีกเหมือนกันว่าอยู่ดี ๆ รัฐสภานี้ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เขาให้ลงมติ วาระที่สามท่านก็ไม่ลง ครั้นจะลงวันนี้ก็มีฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย กระผมก็อยากจะ ขอความกรุณาท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน วันนี้เราคงปล่อยให้บ้านเมืองเรา มีความขัดแย้ง แตกแยกกันต่อไปอีกไม่ได้นะครับ เราต้องหาทาง หาเวทีเพื่อพบปะพูดจา เปิดพื้นที่ที่จะนั่งคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน และผมในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง กราบเรียนว่าเจตนาจริง ๆ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในการแก้ก็เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มามีส่วนร่วมในการจัดทํากติกาของเขา เมื่อเขารัก เขาหวงแหน เขามีส่วนร่วม เขาก็จะรักษาเคารพกติกาซึ่งก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ และผมเชื่อว่าความบาดหมาง ความตะขิดตะขวงใจที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีที่มา จากเผด็จการบ้าง ต้นไม้เป็นพิษผลมันก็เป็นพิษ อะไรทั้งหลายจะได้เลิกพูดกัน แล้วจะได้มา ตั้งหน้าตั้งตาทําหน้าที่เพื่อบ้านเมืองร่วมกัน ฉะนั้นผมก็กราบเรียนข้อเท็จจริงต่าง ๆ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกรัฐสภาจากทุกฝ่าย ทุกพรรคจะได้มาร่วมไม้ร่วมมือกัน หาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อบ้านเมืองของเราครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๓๘/๒
ขอบคุณท่านสามารถครับ หลายข้อเสนอแนะนะครับ พอดีผมยังติดค้างอยู่อันหนึ่งคือที่ท่านวิทยา แก้วภราดัย เสนอขอหารือผมไว้ในเรื่องของการให้สภาควรที่จะมีคณะกรรมการหรือกรรมาธิการ ในการที่จะพิจารณาหาทางออกตรงนี้ซึ่งก็ตรงกับที่ท่านสามารถ และผมเชื่อว่าพรรครัฐบาล กับพรรคร่วมนั้นก็มีตั้งคณะกรรมการ ถ้าเราจะเอาผู้ที่มีส่วนได้เสียทั้งหมดก็คือ ส.ว. ด้วย แล้วก็ทางพรรคฝ่ายค้านไปร่วมด้วยมันก็จะเป็นทางออกว่าเราจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป จะดีไหมครับ เพราะถ้าผมปล่อยให้อภิปรายต่อไปก็โต้เถียงกันแล้วก็หาข้อสรุปไม่ได้สักที ท่านนิพนธ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วาระนี้เป็นวาระ ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือถึงรัฐสภา เป็นเรื่องแจ้งคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาให้สภา รับทราบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าเพียงแต่ในรัฐสภาเรามีหน้าที่รับทราบคําวินิจฉัย ตามรายงานที่ส่งมาตามคําพิพากษาเท่านั้น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓๙/๑ ไม่เหมือนกับเรารับทราบในองค์กรอิสระทั้งหลายที่มีหน้าที่ต้องมารายงาน รายงานรัฐสภา หรือแต่ละสภาเพื่อรับทราบผลดําเนินการ แต่นี่เป็นคําวินิจฉัยแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่อง เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเราต้องดูหนังสือของศาลรัฐธรรมนูญว่าแจ้งคําวินิจฉัย ประเด็นนี้ ผมว่าเราต้องทําความเข้าใจให้ชัดเจน การจะไปตั้งกรรมการนี่คงทําไม่ได้นะครับ
อีกประการหนึ่ง การอภิปรายในคําวินิจฉัยนี่ผมคิดว่าเรามีหน้าที่ดูตาม คําวินิจฉัยเท่านั้นเอง ผมอยากจะเรียนประเด็นให้ท่านประธานได้รับทราบว่ามันไม่เหมือนกับ รายงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะต้องมารายงานผลการดําเนินงาน แต่นี่เป็นคําวินิจฉัย แต่ละเรื่องแต่ละราว ถ้าเขาไม่มีหน้าที่ โดยหลักแล้วเขาไม่มีหน้าที่ต้องมารายงานรัฐสภา ขอบคุณครับ
ผมเข้าใจครับท่านนิพนธ์ ก็คือเมื่อคําวินิจฉัยของศาลซึ่งมีผลผูกพันต่อรัฐสภา เมื่อเขาแจ้งมาให้เราเราก็จะทําอย่างไร จะเดินหน้าต่อหรือว่าจะปฏิบัติตามอย่างไรตามคําพิพากษา ซึ่งก็มีผู้เสนอแนะหลาย ๆ อย่าง ผมก็จะฟัง เดี๋ยวฟังทางฝั่ง ส.ว. บ้าง ท่านสิงห์ชัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว. จังหวัด อุทัยธานี ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ววันนี้นั้นผมคิดว่าเรื่องสําคัญคือในกรณีที่นาซ่า (NASA) แต่พอดีมาดูวาระที่หนึ่งแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ส่งมาทางเราให้รับทราบกัน ขณะที่ผมขับรถมาก็มีท่านผู้มีเกียรติหลายท่านได้อภิปรายเรื่องนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเวลาสักนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วประเด็นนี้เดิมทีนั้นผมไม่เคยคิด จะอภิปรายเลย เคยคิดจะอภิปรายครั้งหนึ่งเมื่อครั้งที่มีการแก้ ขณะนั้นท่านประธานก็ได้ ขอความกรุณาว่าเลื่อนออกไปก่อน ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาในเรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญนี้ก็เงียบหายไป วันนี้ผมขอพูดจากใจจริงและตรงไปตรงมา ผมเฝ้ารอครับ ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากเลือกตั้งเหลือระยะเวลาอีก ๑ ปีกว่า นี่พูดกันตรง ๆ ครับ ใครอาจจะไม่กล้าพูดเหมือนผมแต่ผมจะพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาในกรณี มาตรา ๑๑๖ วรรคสอง คืออํานาจหน้าที่ของ ส.ว. ที่อยู่วาระ ประเด็นนี้ผมเฝ้าติดตามครับ พูดกันตามตรงครับ ผลประโยชน์โดยตรงต่อ ส.ว. ที่มาจากเลือกตั้งพวกผม ขอพูดสักนิดหนึ่งว่า ในกรณีนี้นั้นผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญนัยว่ามีเป้าหมายเพื่อไม่ให้มีการสร้างอิทธิพลหรือ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓๙/๒ นักการเมืองเพื่อไม่ให้ครอบงํา มีการตัดกันเพื่อที่จะไม่ให้ญาติพี่น้องได้เข้ามา เป็นไปไม่ได้ครับ โลกแห่งความเป็นจริง ผมเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี่บุคคลที่จะคิดแก้อย่าคิด ๑ บวก ๑ เป็น ๒ คิดโลกแห่งความเป็นจริง อันนี้ขอนิดเดียว และวันนี้ผมก็ยังนั่งเฝ้าจับตามองรัฐบาลว่า ท่านคิดว่าท่านจะทําอย่างไรเรื่องนี้ ถามว่าเป็นประโยชน์กับพวกผมไหม ส.ว. ที่มาจาก เลือกตั้งนั้น มีประโยชน์ครับ ทําไมล่ะครับ ส.ว. จากสรรหามา ๓ ปีต่อ ๖ ปีอยู่ ๙ ปีได้ แต่เราอยู่ ๖ ปีต้องเว้นวรรค ๒ ปี ทําไมครับ คุณค่าของความเป็นมนุษย์ไม่เหมือนกันหรือครับ มีใครดีกว่ากันครับในประเทศนี้ ไม่มีครับ อย่ามาบอกผมว่าใครดีกว่าใคร ผมไม่เชื่อ เพราะวันนี้ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภามา ๕ ปีแล้ว ผมรู้แล้วครับ ไม่ต้องอะไรมากครับ แค่คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมา ๓ ข้อ ท่านลองเปิดทีวีหลายเดือนที่ผ่านมาสิครับ นักกฎหมายจบที่เดียวกัน จบหลายที่ ผมไม่เคยเห็นตีความกฎหมายเหมือนกันเลย ผมไม่ใช่ นักกฎหมาย แต่อันหนึ่งผมคิดว่ามนุษย์อย่างพวกเราโดยเฉพาะพวกเราที่ทําหน้าที่ เพื่อประเทศชาตินี่นะครับ จิตสํานึก วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณศาลรัฐธรรมนูญ วันแรกที่มี คนยื่นไปถึงท่านนั้นก็มีคนกล่าวหามากมายว่าท่านจะเป็นเครื่องมือของใคร จะตัดสินอย่างไร จะทําลายล้างใคร แต่โดยส่วนตัวลึก ๆ นั้นผมไม่เชื่อ ผมว่าทุกท่านที่มาระดับนี้แล้วท่านต้อง คิดถึงบ้านเมือง แต่แน่นอนครับอาจจะมีบางประเด็น บางความคิด คนเรารักชาติเหมือนกัน แต่มุมมองหรือการกระทําที่ต่างกัน ถ้าหากว่าเรามีความขัดแย้งเพียงเท่านี้ ทําไมเราต้อง เข่นฆ่ากัน ทําไมจะต้องทําลายล้างกัน วันนี้ท่านสามารถ แก้วมีชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่าน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณานี้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๐/๑ ผมขอบพระคุณท่านมากที่เมื่อสักครู่ท่านได้สรุป นอกจากผมขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ในเบื้องต้นผมอาจจะตําหนินิดหนึ่ง เฝ้ารอว่าขณะนี้รัฐบาลจะเอาอย่างไรต่อ ผมในฐานะ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเหลือเวลาอีก ๑ ปีกว่า จะแก้ทันไหมประเด็นนี้ ผมจะเสนอให้แก้ประเด็นนี้ ส่วนได้ไม่ได้ผมไม่สามารถบังคับใคร แต่ผมอยากให้รัฐบาล รีบดําเนินการโดยด่วนครับ ท่านอย่าปล่อยเวลายืดยาวไปหวังเพียงเพื่อให้รัฐบาลอยู่ในอํานาจ ต่อไป ท่านจําไว้อย่างหนึ่งว่าเรามาจากการเลือกตั้ง ถ้าหากว่าเราคิดว่าทําสิ่งใดแล้ว มันมีประโยชน์ต่อส่วนรวม มีประโยชน์ต่อองค์กร ไม่เป็นไรครับ ย้อนกลับไปหาประชาชนใหม่ วันนี้พวกเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนคือเสียงส่วนใหญ่ มีหลายท่านครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องนัก ไม่ใช่เสียงที่ว่าจะมาตอบผิดตอบถูกในประเทศนี้ พูดแบบนั้นก็ถูกเหมือนกันครับ แต่มันถูกไม่หมด อย่างน้อยที่สุดนั่นคือเกณฑ์อันหนึ่ง ถ้าหากเราไม่ยึดเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งแล้ว ผมถามว่าเราจะขับเคลื่อนอย่างไร หรือเราจะเอา แบบลักษณะคือมีการปฏิวัติรัฐประหาร มีคนหนึ่งอัศวินขี่ม้าขาว เราก็พิสูจน์มาแล้ว บ้านเมืองเรานี่กว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมาปฏิวัติมากี่ครั้ง แล้วเป็นอย่างไรประเทศชาติ ผมคิดแบบคนปกติครับ ผมอยากจะสนับสนุนการปฏิวัติ อยากสนับสนุนแต่ผมมานั่งคิดดู ๖๐ ปี ผมอายุ ๕๐ กว่าปีแล้ว แต่ผมมานั่งดูแต่ละช่วง ๆ ดูสิว่าเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ความเป็นอยู่ของประเทศ ประชาชนโดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง สรุปในความคิดเห็นส่วนตัว รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นที่ทําให้ประเทศชาติและประชาชนดีมากขึ้น แต่ไม่ได้ดี ที่สุดนะครับ ผมย้ําตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ว่านานาอารยประเทศทั่วโลกนี้ แม้แต่ของเรา เป็นที่ยอมรับกันว่าน่าจะเป็นการปกครองเดียวที่จะนําพามนุษยชาตินี้ในความเท่าเทียม มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน แต่วันนี้ถ้าหากว่าใครมีสิ่งที่บอกว่าการปกครอง ที่ดีกว่า เรามาเถียงกันครับ มีหลายครั้งครับมีการรณรงค์หาเสียงโนโหวต (No vote) อะไร ทํานองนี้ ผมก็สงสัยครับว่าแล้วโนโหวตแล้วอย่างไร บ้านเราถ้าจะตําหนิเรื่องราวอะไร ก็ตําหนิกันมากมายครับ แต่ผมถามต่อว่าแล้วอย่างไรครับ ตอบผมหน่อยเถอะ ถ้าหากว่า มีคําตอบ เราเห็นด้วย พิจารณาเราเดินตาม วันนี้เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ผมย้ํานะครับ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญก็ขอร้องเถอะครับว่าวันนี้ผมไม่เชื่อหรอกครับว่า องค์กรระดับนี้แล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่นั่นผมว่าท่านต้องมองครับ เราค่อย ๆ พิจารณา หาเหตุและผล ผมก็อยากจะกราบขอร้องท่านศาลรัฐธรรมนูญผ่านไปด้วยว่าการตั้งศาล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๐/๒ มีกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ มานั้น เป้าหมายเพื่อความสงบสุขร่มเย็นการขับเคลื่อนสังคม ไปข้างหน้าได้ ท่านลองคิดสิครับว่าพวกเรา ๕๐๐ คนนั่งอยู่ที่นี่ไม่มีปัญหาครับ ไม่เดือดร้อน ท่านเชื่อไหมครับว่าประเทศไทยเราขณะนี้มัววกวนอยู่กับการแก้ปัญหาบ้านเมือง การแก้ปัญหาทางการเมือง แต่ขณะนี้คน ๖๐ ล้านคนเป็นอย่างไรบ้าง บ้านเมืองถามว่า เหมือนเด็กครับ เลี้ยงครับ วันหนึ่งก็เอาข้าวให้กินแต่ข้าวนั้นไม่มีวิตามินอะไรหรอกครับ มีแป้งอย่างเดียวก็โตเหมือนกันครับ โตแบบเอ๋อ โตแบบปัญญาอ่อน ผิวขาวตัวใหญ่ แต่ไร้สติปัญญา เหมือนกันครับวันนี้ประเทศเราต้องยอมรับครับมันโตเพราะต้องโต แต่กฎกติกาต่าง ๆ แต่ปัญหาต่าง ๆ มากมายก่ายกองเหลือเกิน ถ้าหากวันนี้เราต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ ท่านลองมานั่งคิดสิครับว่า เราจะนั่งคุยกันอย่างไรว่าให้เดินไปด้วยกันได้ แล้วไม่ขัดแย้งอะไรมากมาย อย่างน้อยที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็ต้องพิจารณาเหมือนกัน ท่านอาจจะตีความกฎหมายได้ถูกเป๊ะ ๆ แต่ถามว่าประเทศนี้ไปได้ไหม ถึงวันนี้เรามักจะพูดถึงพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย เอาง่าย ๆ ครับรัฐบาล เราพูดถึงคนแดนไกลกันเสมอว่าเขาผู้นี้มีอิทธิพลอะไรมากมาย ท่านครับ ถ้าหากวันนี้เราต้องยอมรับ
ท่านสิงห์ชัยพอแล้ว กระมังครับ
เพราะฉะนั้นผมขอร้อง กราบเรียนครับ วันนี้ผมอยากให้ทุก ๆ ท่านที่นี่เราช่วยกัน นั่งคุยกันครับ แล้ววันนี้ผมจะเฝ้า จับตามองว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเราจะดําเนินการต่อไปอย่างไร แล้วรัฐธรรมนูญนั้น มีผลแน่นอนกับการปรองดอง กับการขับเคลื่อนของประเทศนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ความจริง วันนี้เป็นแค่วาระรับทราบ รับทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๘ ซึ่งคําวินิจฉัยนั้นมีผลผูกพันตามมาตรา ๒๑๖ วันนี้รับทราบนะครับ แล้วก็อย่างนี้ได้ไหม ผมขอหารือว่าวันนี้เรารับทราบไปก่อน แล้วอย่างที่ท่านสามารถได้มีคณะกรรมการในการที่จะ ศึกษาในคําวินิจฉัยแล้วก็ได้ผลอย่างไรท่านก็ตั้งเป็นญัตติขึ้นมา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๔๑/๑ ผมว่าอย่างนี้ก็จะได้หาทางออกด้วยกัน เพราะมีข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้าน คือท่านวิทยา บอกว่าอยากจะให้มีคณะทํางานหรือคณะกรรมการอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่งในการที่จะมา พิจารณาร่วมกันจะได้ไหมครับ เอารับทราบนะครับ คุณหมอชลน่านในฐานะที่ท่านเป็นวิป (Whip) เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เดี๋ยวครับ ท่านวัชระ ประท้วงอะไรครับ เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานให้ฝ่ายรัฐบาลพูดต่อเนื่องกันหลายท่านเหลือเกิน ให้ทางฝ่ายค้านพูดบ้างสิครับ เพราะฝ่ายค้านยังไม่ได้อภิปรายเลย ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย มีชื่ออยู่ก่อนหน้าผมและ มีชื่อผม รัฐบาลโดยเฉพาะหมอเหวงพูดไปแล้ว ๑ ชั่วโมง ตามมาด้วยคนที่ท่านเรียกว่า เป็นกลางอย่างท่านสามารถ แก้วมีชัย ที่จริงผมจะลุกขึ้นประท้วงตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะครับ เพราะท่านสามารถสังกัดพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นกลางหรอกครับ และนี่ท่านให้พี่หมอชลน่าน ที่เคารพรักของผมอีก คือพี่หมอชลน่านนี่รอได้แต่ฟังฝ่ายค้านบ้างเถอะครับท่านประธาน
ท่านวัชระเดี๋ยวนะครับ ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ความจริงผมพยายามจะหาทางออก ถ้าเกิดผมให้พูดค้าน เห็นด้วย กับค้าน อย่างนี้บัญชีรายชื่อผมเต็มไปหมดวันนี้ทั้งวันก็ไม่จบ ผมพยายามหาทางออกให้ เพราะฉะนั้นที่ผมเรียกไม่ได้หวังว่าจะไปหนักทางพรรคเพื่อไทย แต่ผมบอกว่าท่านสามารถ ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการในการพิจารณาและผมเชื่อว่าท่านมีทางออก เพราะผม ทราบว่าท่านมีทางออกอยู่แล้ว ผมก็อยากหาทางออกให้กับสภา วันนี้ท่านชลน่านผมคิดว่า ท่านจะเสนอ ท่านไม่ขึ้นมาอภิปรายนะครับ มาเสนอทางออก นี่คือเจตนาของการประชุม เพื่อรับทราบแล้วก็หาทางออก เพราะมันเป็นภาระร่วมกันในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๔๑/๒ ท่านวัชระท่านก็ทราบนะครับ เรื่องนี้ค้างอยู่ในวาระที่สาม เมื่อคําวินิจฉัยของศาลออกมาอย่างนี้ มีทางที่บอกว่าอาจจะไม่มั่นใจว่าจะออกทางไหน จะไปแก้ไขทั้งฉบับต้องไปถามประชามติก่อน หรือแก้รายมาตรา ผมก็บอกว่าผมกําลังจะหาทางออกให้กับปัญหานี้ ก็เลยชี้ว่านี่เขาเป็นวิป ผมคิดว่าเขาเสนอทางออกอยู่ครับ ไม่ได้ให้อภิปรายเพื่อที่จะมาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านวัชระได้กรุณาเถอะครับ ขอให้ผมได้ลองฟังสักทีหนึ่ง ถ้าไม่ถูกต้องท่านค่อยว่ากันนะครับ เชิญท่านนั่งครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เดาเจตนารมณ์ผม ต้องขออนุญาตถอนคําพูดว่าเดาครับ ได้บอกเจตนารมณ์ผมชัดเจนว่าผมใคร่ที่จะประสงค์ อภิปรายในประเด็นที่ท่านประธานหารือว่าเราควรจะดําเนินการอย่างไรต่อกรณีข้อหารือของ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นนี้ เป็นแนวทางที่รัฐสภาแห่งนี้น่าจะพูดกันมากที่สุด น่าจะพูดกันมากที่สุดในความเห็นของ กระผม จริงอยู่ครับสมาชิกรัฐสภามีอํานาจหน้าที่ที่จะแสดงความเห็นต่อกรณีรับทราบเรื่องนี้ อย่างไรก็ได้ตามความเห็นของท่าน แต่ว่าสิ่งสําคัญที่สุดคือวรรคห้าของมาตรา ๒๑๖ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนไว้ชัดเจน คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพัน ต่อรัฐสภา ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ยกเอาคําอภิปรายของท่านสามารถ แก้วมีชัย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ว่าท่านอภิปรายในประเด็นที่น่าจะเป็นสาระที่น่านําสู่ การปฏิบัติได้ในฐานะที่รัฐสภาควรจะทําอย่างไร ประเด็นที่ผมยกตรงนี้ก็คือเป็นคําวินิจฉัย และข้อแนะนํา มันมีข้อแนะนําอยู่ในคําวินิจฉัยด้วย ประเด็นตรงนี้ละครับที่รัฐสภาควรจะพูดว่า ข้อแนะนํานั้นควรจะต้องดําเนินการอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของการทําประชามติ ในการจะทําประชามติรัฐสภาควรจะต้องทําอย่างไร ก็โยงมาที่ข้อเสนอของท่านวิทยา
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นว่าวันนี้ท่านประธานสรุปได้ถูกต้องครับ เป็นวาระรับทราบ ก็จบไปรับทราบ แต่ในความเห็นของสมาชิกรัฐสภาถ้ารับทราบเสร็จแล้ว เสนอแนะทางออก นั่นก็คือกระบวนการของรัฐสภาที่เราต้องดําเนินการต่อ สมัยสามัญทั่วไป แน่นอนครับสมาชิกรัฐสภาเสนอเป็นญัตติได้ ถ้ามีความเห็นว่าจําเป็นจะต้องตั้งกรรมาธิการ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๔๑/๓ ของรัฐสภาร่วมกันพิจารณาก็ทําเป็นญัตติเข้ามาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเราก็พิจารณา ในคราวต่อไปกันได้ว่าเห็นควรหรือไม่เห็นควรอย่างไร ท่านประธานได้สรุปไปเมื่อสักครู่ครับว่า ข้อเสนอของท่านสามารถว่าขณะนี้สมาชิกรัฐสภากลุ่มหนึ่งที่ถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้มีคณะทํางานครับ คณะทํางาน ๑๑ ท่านได้พิจารณาเรื่องนี้อยู่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๔๒/๑ ท่านประธานสรุปว่าถ้ามีความเห็นตรงนั้นก็นํามาเสนอต่อสภาโดยทําเป็นญัตติ อันนั้นก็เป็น ทางเลือกทางหนึ่งที่สามารถกระทําได้ หรือรัฐสภาเองจะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น กรรมาธิการของรัฐสภาที่เน้นเฉพาะสมาชิกนะครับ หรือกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภา พิจารณาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะก็ย่อมได้ที่จะศึกษาควบคู่กันไปเพื่อหาทางออกว่าเราต้อง ดําเนินการอย่างไร ถ้าทําคู่ขนานกันไปในบริบทที่สอดคล้องกันผมก็ว่าเป็นคําตอบหนึ่ง ในรัฐสภาที่ดูน่าจะสวยงามที่จะตอบคําถามต่อพี่น้องที่เขารอฟังอยู่ โดยเฉพาะภาคนอกสภา ที่เขาให้ความสนใจประเด็นนี้ค่อนข้างมากเขาพร้อมที่จะขับเคลื่อนพร้อมที่จะเคลื่อนไหว กรณีถ้าความเห็นของด้านใดด้านหนึ่งออกมาที่เขาไม่เห็นพ้องด้วย ถ้าเป็นความเห็นของ รัฐสภานี่ในการที่จะดําเนินการต่อผมก็เชื่อมันต้องอยู่บนพื้นฐานของความรอบคอบ ตรงนั้นอาจจะเป็นทางออกหนึ่งก็ฝากท่านประธาน ถ้าจะดําเนินการครับ วันนี้เรารับทราบไป
ผมเข้าสู่ประเด็นที่ ๒ นิดเดียวครับ ถ้าจะมีการอภิปรายต่อ จริง ๆ ผมอยาก เสนอปิดการอภิปรายแล้วครับ ถ้าจะมีการอภิปรายต่อก็ควรจะพูดในประเด็นว่าเราควรจะ ทําอย่างไรต่อไปเท่านั้นเอง ไม่ควรกลับย้อนไปว่าเหมาะสม ไม่เหมาะสมอย่างไร จริงอยู่ก็เป็น ความเห็นพูดได้ครับ แต่ว่าคําวินิจฉัยนั้นผูกพันมาแล้วครับ มันผูกพันมาเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะดําเนินการต่อไปอย่างไรเท่านั้นเอง หลังจากนี้ก็เสนอเป็นญัตติบรรจุเข้าสู่ สภาว่าเราควรจะดําเนินการต่ออย่างไร ต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและข้อแนะนํา ของศาลรัฐธรรมนูญ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ครับ ผมขอหารือที่ประชุม ต่อนะครับว่าฟังมา ๒ ความเห็นนะครับ แล้วก็ถ้าขืนผมอนุญาตให้อภิปรายต่อไปก็จะมี ความเห็นที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เราก็หาข้อยุติไม่ได้ ผมก็เลยหารือว่าถ้าเราจะรับทราบ แล้วก็เอาความเห็นของหลายท่านที่มีประโยชน์นะครับ ท่านวิทยา ท่านสามารถเอาไป พิจารณาแล้วก็ตั้งเป็นญัตติขึ้นมา ผมไม่อยากจะบอกว่าญัตติเดี๋ยวท่านนิพนธ์จะประท้วงผม อีกนะครับ เอาความเห็นนี้แล้วท่านสรุป ผมเชื่อว่าที่ท่านสามารถได้พิจารณาได้ประชุมกันนี่ คงมีข้อยุติแล้วนะครับ ก็อาจจะเป็นประเด็นที่หาทางออกได้นะครับ ท่านบุญยอดท่านว่า อย่างไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๔๒/๒ ผมกําลังจะลุกขึ้นเพื่ออภิปรายนะครับ แต่อภิปรายแค่เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การดําเนินงานของรัฐสภาต่อไปเท่านั้น
เอาอย่างนี้นะครับอภิปราย แต่เสนอแนะเป็นทางออกให้นิดหนึ่งนะครับ
และข้อเสนอแนะของผมไม่ตรงกับสมาชิกท่านอื่นครับ รวมทั้งท่านวิทยา แก้วภราดัย ด้วยครับ ไม่ตรงครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมหยิบยกมาตรา ๒๑๖
เอาอย่างนี้ท่านอย่าได้เปิด ประเด็นอีกนะครับ ประเด็นเดี๋ยวผมก็คงต้องกลับไปอีกข้างหนึ่ง
ท่านประธานไม่ต้องห่วงครับ ผมหารือท่านประธานไปแล้วว่าเราไม่สามารถที่จะ วิพากษ์วิจารณ์ต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้
ถูกต้องครับ เพราะเมื่อกี้ ตามมาตรา ๒๑๖ ครับ
เพราะฉะนั้นผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ครับ ท่านไม่ต้องห่วงเลยครับ
ท่านจะกรุณาช่วย เรากําลัง จะหาทางออกว่าเราจะทําอย่างไรต่อไปตามข้อเสนอ ข้อแนะนําของท่านวิทยา ของท่านสามารถ ของคุณหมอชลน่านนะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้เป็นประเด็นนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะขอหารือที่ประชุม ที่ประชุมอาจจะปิดอภิปรายก็ได้ ขอความร่วมมือด้วยครับ นี่ ๒-๓ ชั่วโมงแล้วที่พูดเรื่องนี้มา
กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมยังไม่ได้นําเสนอความคิดเห็นของผมเลยนะครับ ท่านประธานก็ติดเบรกผมเสียแล้วนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๔๒/๓
ผมบอกกรอบท่านก่อน
ผมขออภิปรายนะครับ ผมไม่ได้ลุกขึ้นประท้วงท่านนะครับ นี่ก็คือคิวอภิปรายของผมนะครับ ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่าสิ่งที่หยิบยกกันก็คือมาตรา ๒๑๖ วรรคห้า คําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คําวินิจฉัยมี ๔ ข้อ ๔ ประเด็น อย่างที่เราเรียนรู้กันแล้วนะครับ ประเด็นที่ ๑ ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจวินิจฉัยเรื่องนี้ ประเด็นที่ ๒ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทําทั้งฉบับไม่ได้ ประเด็นที่ ๓ คือไม่มีการล้มล้าง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประเด็นที่ ๔ จึงยก ผมกลับมาประเด็นที่ ๒ ครับ ที่มีผลผูกพันรัฐสภาครับ ผมคิดว่ารัฐสภาต้องพิจารณา ๒ เรื่องครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๔๓/๑
เรื่องที่ ๑ คือจะบรรจุวาระในการพิจารณาวาระที่สามหรือไม่ ผมแสดง ความเห็นไว้เลยครับว่าไม่สามารถบรรจุวาระที่สามเข้ามาอีกได้ เพราะในคําวินิจฉัย ของประเด็นที่ ๒ นั้นพูดชัดเจนนะครับว่าเห็นว่าอํานาจในการก่อตั้งองค์กรสูงสุด ทางการเมืองหรืออํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นอํานาจของประชาชนอันเป็นที่มาโดยตรง ในการให้กําเนิดรัฐธรรมนูญ โดยถือว่ามีอํานาจเหนือรัฐธรรมนูญที่ก่อตั้งระบบกฎหมายและ องค์กรทั้งหลายในการใช้อํานาจทางการเมืองการปกครอง เมื่อองค์กรที่ถูกจัดตั้ง มีเพียงอํานาจตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงเป็นไปไม่ได้ ชัดนะครับ ที่จะให้องค์กรนั้นใช้อํานาจที่ได้รับมอบมาจากรัฐธรรมนูญนั้นเองกลับไปแก้รัฐธรรมนูญนั้น เหมือนการใช้อํานาจแก้ไขกฎหมายธรรมดา สําหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครอง ด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประเทศที่ใช้ระบบ ประมวลกฎหมายที่ยึดหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ที่รัฐธรรมนูญจะต้อง กําหนดวิธีการหรือกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญไว้เป็นพิเศษแตกต่างจาก กฎหมายโดยทั่วไป วรรคต่อไปบอกว่า การตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นกระบวนการที่ได้ผ่านการลงประชามติโดยตรงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้นการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ แม้จะเป็นอํานาจของรัฐสภาก็ตาม แต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ คือสิ่งที่เราทํากันไปแล้วครับ ๑๕ วัน ๑๕ คืนนะครับ พวกผมลุกขึ้นมาบอกท่านว่าอย่าทําแบบนี้เพราะเป็นการยกร่างทั้งฉบับ ไม่ได้แก้ไขเป็นบางมาตรา แต่ท่านทําแบบนี้ครับ การยกร่างทั้งฉบับยังไม่สอดคล้องกับ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาโดย การลงประชามติของประชาชนจึงควรจะได้ให้ประชาชนผู้มีอํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือรัฐสภาจะใช้อํานาจ ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราก็เป็นความเหมาะสมและเป็นอํานาจของ รัฐสภาที่จะดําเนินการดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ประเด็นนี้สําคัญครับท่านประธาน ถามว่าเราทําอะไรต่อได้ รัฐสภาทําอะไรต่อได้ ถ้าจะยกร่างใหม่ทั้งฉบับอย่างที่ทํามาแล้วโดยการตั้ง สสร. นั้นต้องไปถามประชามติของ ประชาชนก่อน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๔๓/๒
หรือเรื่องที่ ๒ เข้ามาเสนอญัตติแก้เป็นรายมาตราครับ ดังนั้นผมจึงสรุป เพื่อให้สั้นต่อท่านประธานก็คือว่าเราไม่สามารถลงมติวาระที่สามได้ครับ ประเด็นต่อมา ที่เกี่ยวพันกันกับบรรดาสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมเสนอต่อท่านประธานว่าประธานต้องส่ง คําวินิจฉัยนี้ให้กับทุกพรรคการเมือง ทุกคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาโดยสมาชิกรัฐสภา ซึ่งผมหมายถึงคณะกรรมการที่ฝ่ายรัฐบาลได้ตั้งขึ้นมา ผมคิดว่าเราต้องส่งฉบับนี้ไปให้ครับ และขอให้ท่านรับว่านี่คือคําวินิจฉัยที่เป็นเด็ดขาดแล้ว ขอให้ท่านระงับการทํางานต่อไป เพราะจะไม่สร้างความชัดเจนหรือเป็นไปด้วยความสอดคล้องต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการชุดนั้นควรหยุดครับ ดังนั้นต่อเนื่องมาที่ท่านวิทยา แก้วภราดัย ที่เสนอ เมื่อสักครู่ ผมจึงขอแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยครับ เพราะรัฐสภาไม่มีอํานาจใด ๆ จะไปตั้งคณะกรรมการมาศึกษาสอบสวนทวนความใด ๆ อีกแล้วครับ นี่คือสิ่งที่เป็น ความตัดสินเด็ดขาดและผูกพันกับทุกองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านก็บอก ที่ประชุมบอกว่าต้องปฏิบัติมีผลผูกพันตามมาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ผมกําลังหาว่าผูกพัน ก็จะหาทางออก ท่านผู้อาวุโสทางการเมือง ท่านนิพนธ์หาทางออกหน่อยครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๔๔/๑
ขอบคุณครับท่านนิพนธ์ ท่านสมาชิกครับ ผมว่าเราใช้เวลามา ๓ ชั่วโมงในการรับทราบ เราก็รับทราบไปนะครับ แล้วท่านจะไปพิจารณาที่จะตั้งกรรมาธิการหรือตั้งอะไรท่านก็เสนอเป็นหนังสือมา เอาอย่างนี้นะครับ ผมขอไปวาระอื่นแล้วครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญทั่วไป)
ครั้งที่ ๕ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ครั้งที่ ๖ วันจันทร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
ครั้งที่ ๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ และวันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๒ วันอังคารที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๓ วันอังคารที่ ๑๐ และวันพุธที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๔ วันพุธที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๕ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ วันศุกร์ที่ ๒๐ และวันเสาร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๖ วันอังคารที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๗ วันพุธที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๘ วันอังคารที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๑๑ วันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๑๒ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ และวันศุกร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕
ซึ่งเอกสารรายงานการประชุมได้วางไว้ให้ท่านได้ตรวจดูแล้วนะครับ มีท่านใดจะขอแก้ไขไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมทั้ง ๑๔ ครั้งนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๔๔/๒
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เกี่ยวกับการดําเนินการ เพื่อปฏิบัติตามคําสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรณีปราสาทพระวิหาร ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๔๔/๓
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วแถลงผลการพิจารณาต่อที่ประชุมครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อคราวประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๕ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้เสนอ เปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เกี่ยวกับการดําเนินการเพื่อปฏิบัติตามคําสั่ง มาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในกรณีปราสาทพระวิหาร ในสมัยสามัญทั่วไป เป็นการประชุมลับ ครั้งที่ ๕ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คณะกรรมาธิการได้พิจารณารายงานการประชุมดังกล่าวเสร็จแล้ว กราบเรียนท่านสมาชิก ที่เคารพว่าการดําเนินการปฏิบัติตามคําสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่าง ประเทศกรณีปราสาทพระวิหารเป็นการประชุมลับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๔๕/๑ คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าไม่ควรเปิดเผยรายงานการประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากสมาชิก รัฐสภาในการอภิปรายทั้งหมด จํานวน ๔๑ ท่าน มีถ้อยคําข้อความที่อาจจะกระทบต่อ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหากได้มีการเปิดเผยและควรที่จะให้เป็นการประชุมลับต่อไป ไม่ควรเปิดเผยครับ ตามข้อบังคับการประชุม ขอความเห็นชอบจากรัฐสภาครับ กราบเรียน ด้วยความเคารพ
ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการขอประชุมลับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ท่านเสนอญัตติ มีผู้รับรองถูกต้อง ๑ ใน ๔ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ข้อบังคับจะขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมให้เป็นรายงานการประชุมลับ ไม่เปิดเผยต่อไปครับ
ได้ครับ เดี๋ยวค่อยว่าทีหลัง ตอนนี้จะให้ท่านแถลงก่อนนะครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา ในระเบียบวาระนี้ต้องขออนุญาตท่านประธาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรได้รับมอบหมายจากสภาให้ตรวจรายงานการประชุมซึ่งเป็นอํานาจหน้าที่ โดยตรงของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร รายงานที่ผ่านสภา โดยเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรก็เข้าคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจรายงาน แต่เหตุ ที่ต้องนําเรื่องนี้เข้าสู่เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในครั้งนี้ เนื่องจากมีการประชุมลับ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้เสนอ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ เกี่ยวกับ การดําเนินการเพื่อปฏิบัติตามคําสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในกรณีปราสาทพระวิหารซึ่งตอนนี้นั้นขอเป็นการประชุมลับ ทีนี้รายงานการประชุมลับ ต้องได้รับการตรวจสอบ แล้วก็ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ส่งให้คณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ตรวจสอบรายงาน บัดนี้ได้ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย เมื่อตรวจสอบ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๔๕/๒ เสร็จเรียบร้อยก็ต้องมาขอมติกับสภาว่าสภาจะให้ความเห็นอย่างไร จะให้เปิดเผยรายงานนั้น หรือไม่ให้เปิดเผย มติอยู่แค่นี้ท่านประธานไม่ได้มีการพิจารณาใด ๆ เพียงแต่ว่า ทางกรรมาธิการเมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ควรเปิดเผยเท่านั้นเองก็จะมาขอความเห็นจาก รัฐสภา ถ้ารัฐสภาเห็นชอบกับกรรมาธิการก็ถือว่าเป็นมติเห็นชอบตามนั้น รายงานนั้นก็ถือเป็น รายงานลับต่อไป แต่ถ้ามติสภาไม่เห็นด้วยก็ต้องมีข้อเสนอในที่นี้ว่าไม่เห็นด้วยก็ต้องเป็น การลงคะแนนว่าไม่เห็นด้วยควรต้องเปิดเผยรายงาน ซึ่งประเด็นนี้ผมเองในฐานะที่เป็น สมาชิกรัฐสภาต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการว่าไม่ควรที่จะเปิดเผย รายงานนี้เป็นที่เปิดเผย ให้เป็นรายงานลับต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ
มีท่านอื่นที่จะเสนอ ความเห็นไหมครับ
กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้ฟังรายงานของท่านประธาน ประทานอภัยต้องเอ่ยนาม ท่านไพจิต ศรีวรขาน ก็มีความเข้าใจแล้วก็กราบเรียนผ่านท่านประธานว่ากระผมเห็นด้วยที่จะไม่ควรให้เปิดเผย และให้เป็นรายงานลับต่อไปครับ
ท่านประสงค์ครับ ไม่อยู่นะครับ ไม่มีท่านอื่นอภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขอมติที่ประชุม มีใครจะค้านไหมครับ มีใครจะค้านกับที่ทางกรรมาธิการได้เสนอความเห็นไหมว่ารายงานนี้ควรเป็นรายงานลับ เป็นเอกสารลับ ไม่ควรเปิดเผย มีท่านใดเห็นว่าควรจะเปิดเผยไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมไม่ต้องโหวต ขอให้ที่ประชุมมีมติว่าเห็นด้วยกับการที่กรรมาธิการขอให้เอกสารรายงานนั้น เป็นเอกสารรายงานลับ ขอบคุณครับ ขอบคุณกรรมาธิการครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๔๖/๑
ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาในเรื่องด่วน ก็คือเป็นการพิจารณา กรอบการเจรจาของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล ในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๔๖/๒
เชิญท่านรัฐมนตรีปรีชาได้แถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในนาม คณะรัฐมนตรีขอเสนอกรอบการเจรจาของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการ เจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการ สารปรอท
เนื่องจากมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท เป็นความตกลงระหว่างประเทศที่มีจุดมุ่งหมายในการจัดการสารปรอท อาทิ ควบคุม ขจัด ปรับลดการใช้สารปรอทเพื่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ซึ่งเป็นความตกลงที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสําคัญ จึงอาจเข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่คณะรัฐมนตรีจะต้องเสนอกรอบการเจรจาให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็น จึงเรียนมาเพื่อให้สมาชิกโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบครับ
เชิญท่านสมาชิกที่จะ แสดงความเห็นครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องบอกว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีกรอบการเจรจาของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่าง รัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ท่านประธานที่เคารพ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ จะเป็นการประชุมไอเอ็นซี (INC) ครั้งที่ ๕ แล้วก็คณะผู้แทนไทยจะได้ไปทําความตกลงกันว่าในเรื่องของการจัดการสารปรอท ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๔๖/๓ ในประเทศไทย และตกลงกันในภาคีเครือข่าย ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการควบคุม การค้าสารปรอทระหว่างประเทศและการควบคุมผลิตภัณฑ์การใช้สารปรอท ท่านประธานคะ ต้องบอกว่าสารปรอทนั้นเยอะแยะมากมายนะคะ ทั้งการปลดปล่อยสารปรอทสู่แหล่งน้ําและดิน การปลดปล่อยสารปรอทสู่ชั้นบรรยากาศ แหล่งน้ําและดินโดยไม่จงใจ มีโดยจงใจและ โดยไม่จงใจนะคะท่านประธาน การเก็บกักสารปรอทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการ กากของเสียของสารปรอท ซึ่งในที่นี้นั้นในการเจรจาย่อมมีการเจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศ ของตนเอง ดิฉันฝากเรื่องการควบคุมสารปรอทในเครื่องสําอางทุกชนิด ท่านประธานทราบไหมว่านักวิจัยของอีแม็กซ์เฮลธ์ (Emaxhealth) ประเทศแคนาดา ในเว็บไซต์ อีแม็กซ์ (Web site emax) ระบุว่าพบสารพิษทุกชนิดเจือปนอยู่ตามเครื่องสําอาง ประเภทต่าง ๆ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๔๗/๑ แต่สารปรอทพบในเครื่องสําอางทุกชนิด ต้องบอกว่าพบในเครื่องสําอางทุกชนิด ดังนั้นแล้ว จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นมาก ๆ ในการครั้งนี้ที่ผู้นําการเจรจาของประเทศไทย กรอบการเจรจาของ ประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการ ทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ท่านประธานคะ ในประเทศญี่ปุ่น ที่เราจะไปในเดือนมกราคมนี้นั้น ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่จําเป็นมาก ๆ ที่จะควบคุม ละ เลิก การใช้สารปรอท แล้วก็สารอื่นทดแทนสารปรอทเพื่อที่จะขจัดไปจากโลกใบกลม ๆ ใบนี้ ยิ่งประเทศไทย ผิวขาวกระจ่างใสยิ่งโฆษณาอยู่ในสื่อทุกชนิดมากเท่าใด สารปรอทยิ่งต้องเป็น ตัวชูโรงของความขาวมากเป็นเงาตามตัวเลยทีเดียว ดิฉันจะไม่พูดในเรื่องของโรงงาน อุตสาหกรรม ท่านประธาน มันเป็นเรื่องที่อยู่บนผิวหน้าและร่างกายของทั้งชายและหญิง ของมวลมนุษยชาติ นักวิจัยประจํามูลนิธิบูรณะนิเวศ ซึ่งร่วมมือกับนิตยสารฉลาดซื้อ ซึ่งนิตยสารฉลาดซื้อยืนยันการสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ครีมหน้าขาวที่มีการวางจําหน่าย ในท้องตลาดจํานวน ๔๗ ชนิด พบว่ามี ๑๐ ชนิดที่มีสารปรอทปนเปื้อนในปริมาณที่สูงมาก ไม่ใช่สูงธรรมดา สูงมาก โดยค่าที่ตรวจพบสูงสุดอยู่ที่เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ พีพีเอ็ม (PPM) ตรวจพบที่สูงสุดอยู่ในขณะนี้ ในปี ๒๕๕๔ ๙๙,๐๗๐ พีพีเอ็ม เท่ากับ ๙๙,๐๗๐ ส่วน ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ส่วน ขณะที่เป็นครีมหรือว่าจะเป็นเซรั่ม (Serum) หรือว่าจะเป็นโลชั่น (Lotion) ในขณะที่ตามกฎหมายมาตรฐานความปลอดภัยของสํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยา อย. และมาตรฐานการผลิตเครื่องสําอางของกลุ่มประเทศอาเซียน ระบุ สารปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสําอาง หรือต้องมีปริมาณเท่ากับ ๐ พีพีเอ็ม เป็น ๐ พีพีเอ็ม แต่ว่าของประเทศไทยนั้นเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ พีพีเอ็มที่พบ แล้วก็ในปี ๒๕๕๔ ครีมหน้าขาว ทุกชนิดที่ อย. ตรวจพบสารปรอท สารปรอทเมื่ออยู่ในแหล่งน้ําเป็นอันตราย เมื่ออยู่ในดิน เป็นอันตราย เมื่ออยู่บนผิวหน้ายิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น มวลมนุษยชาติทั้งชายและหญิง ต้องบอกว่าใช้สิ่งเหล่านี้ แม้กระทั่งโฟมล้างหน้า ครีมหน้าเด้ง ครีมหน้าขาว โลชั่นบํารุงผิว แม้กระทั่งลิปสติกที่แต่งแต้มให้สวยงาม ผู้หญิงจะสวยงามด้วยการแต่งแต้มบ้างแต่ไม่ใช่ ทั้งหมด ท่านประธานคะ อยู่กับสารปรอทเป็นส่วนมาก ผลิตภัณฑ์ที่ อย. เคยตรวจพบ สารปรอทมาแล้วต้องบอกว่าเคยประกาศให้เครื่องสําอางเหล่านี้เป็นเครื่องสําอาง ที่ผิดกฎหมาย แต่ยังวางจําหน่ายในท้องตลาดต่อไป ตรวจมาแล้ว ประกาศมาแล้ว สื่อนําไป เขียนข่าว นําไปออกทางวิทยุ โทรทัศน์ เรียบร้อยมาหมดตามสื่อ มียี่ห้อเอฟซีน้ํานมข้าว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๔๗/๒ พบสารสูงถึงเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ พีพีเอ็ม ๙,๙๗๐ พีพีเอ็ม ไวท์โรส ครีมรกแกะ ๕๑,๖๐๐ พีพีเอ็ม เหมยหลง ครีมสมุนไพรสาหร่าย ๔๑,๗๗๐ พีพีเอ็ม แล้วก็อีกมากมาย และที่น่ากลัวมากที่สุด สารปรอทแม้ว่าจะมีอยู่ ๖๓.๘๑ พีพีเอ็ม แต่ว่าขายอยู่ในเว็บไซต์ วัยรุ่นซื้อใช้มากมายเลย ทีเดียว แทบจะผลิตไม่ทันก็คือโลชั่นมะหาด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๔๘/๑ ท่านประธานคะ โลชั่นมะหาด มีเพียงน้อยนิดแต่ว่าเป็นอันตราย อันตรายจากสารปรอท เกิดอาการแพ้ผื่นแดงทําลายสีผิว หากใช้เป็นเวลานานจะเกิดพิษสะสมและดูดซึมเข้าสู่ กระแสเลือดทําให้ตับและไตอักเสบ เกิดโรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และหาก สะสมอยู่ในร่างกายของสตรีมีครรภ์จะสามารถถ่ายทอดไปยังบุตรซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของ ความพิการที่เกิดขึ้นกับบุตรได้ตลอดเวลา นั่นก็คือเรื่องของสิ่งที่ร้ายกาจของสารปรอท เมื่อมีมาตรการนี้เข้ามาที่จะไปเจรจาเรื่องการลด เลิก ละ ขจัด กําจัดสารปรอทออกจากโลกใบนี้นั้น เป็นสิ่งที่จะต้องมอบให้ผู้แทนเจรจาการค้าของประเทศไทย หัวหน้าที่จะไปเจรจานี้ ก็ต้องฝากว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารปรอทถ้าเลิกได้ให้เลิกไปเลย ถ้าเลิกไม่ได้ก็มีการเจรจาว่า จะลดแล้วจะใส่ลงในปริมาณที่เท่าไร ต้องบอกว่ายิ่งประเทศไทยโดยเฉพาะวัยรุ่นไทย เห่อเกาหลีอยู่ในขณะนี้มาก ๆ ครีมเกาหลีที่เข้ามาขายในประเทศไทย หน้าขาวขายดี ไม่ว่าจะเป็นครีม ไม่ว่าจะเป็นแป้ง ไม่ว่าจะเป็นลิปสติก หรือว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง ทุกชนิดต้องระบุให้ชัดเจนว่าในประเทศภาคีเครือข่ายนี้ที่จะนํามาขายสู่ประเทศไทย และประเทศไทยขายในประเทศและออกสู่ต่างประเทศนั้นจะต้องใช้ในปริมาณเท่าใด ถ้าปริมาณเท่านี้ยังเป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติอยู่ สมควรที่จะกําหนดให้สารอื่นทดแทน ห่วงใยสุขภาพของมวลมนุษยชาติ และสามารถหลุดพ้นจากสารปรอทได้ด้วยกรอบการเจรจา ของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนา มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอทยิ่งเป็นความสําคัญอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นสิ่งที่ดี เป็นคุณค่าสําหรับประเทศไทย และภาคีเครือข่าย และมวลมนุษยชาติ สารปรอทจะปลอดภัยหรือไม่นั้น ความสัมพันธ์ของภาคีจะดีไหมหนา ขึ้นอยู่กับปรับ สารปรอทพรอดเจรจา ต่อรองว่าเพื่อโลกผู้บริโภคปลอดภัย ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณหญิงกัลยาครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็ดิฉันในฐานะที่เป็นแม่ ดิฉันมีความยินดีอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้นําเรื่องกรอบการเจรจา ของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการ กฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท จริง ๆ แล้วที่ดิฉันดีใจมากก็คือว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๔๘/๒ นาน ๆ สักครั้งที่รัฐบาลจะนําเรื่องดี ๆ เข้าสู่สภา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขอนามัยของ ประชาชน แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ดิฉันให้ความสําคัญกับเรื่องสุขอนามัย ของประชาชน แล้วก็เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสําคัญ เมื่อท่านนําเข้ามาวันนี้ดิฉันก็คิดว่าชอบแล้ว ทีนี้ดิฉันจะให้ความคิดเห็นแล้วก็ให้คําชื่นชมว่าชอบแล้วที่ต้องรีบเอาเข้ามา อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงแล้วว่าจําเป็นจะต้องรีบเอาเข้ามา เพราะว่าใกล้ที่จะหมดเขต ที่จะประชุมไอเอ็นซีหรือว่าหน่วยงานของทางยูเอ็น (UN) แล้วเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ด้วยซ้ําไป ๑๐ ปีกว่าจะมาถึงวันนี้ แล้วก็ชอบแล้วที่ต้อง นําเข้ามาสู่รัฐสภาเพื่อขออนุมัติกรอบการเจรจาตามมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วรรคสอง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๙/๑ ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และภาษีของประชาชนอย่างมีนัยสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขอนามัย อันตรายของสารหรือเรียกว่าโลหะหนักอย่างเช่นปรอทนี้ ท่านประธานคงทราบว่าปรอทนี้อยู่ในหลายลักษณะ ทั้งเป็นอยู่ในลักษณะของแข็ง ของเหลว และการระเหยของสารปรอท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารปรอทนี้มีเกือบจะอยู่ใกล้กับชีวิตคนเรา ในทุก ๆ ด้าน เช่น ทางด้านการแพทย์ เราปวดฟัน เราไปอุดฟันก็จะมีสารผสมของปรอทอยู่ ในวัตถุอุดฟันของเราทุกคน แล้วก็ปรอทวัดไข้ของเด็กก็เช่นเดียวกัน สําหรับเครื่องสําอาง ก็ได้มีสมาชิกได้พูดไปแล้วอย่างละเอียดว่ายี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้มีสารปรอทผสมปนเปื้อน อยู่มากมายแต่ก็ยังขายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ท่านประธานคะ ผู้หญิงเป็นประเภทที่ถูกหลอกง่าย อะไรที่สวยงาม ที่ขาวผ่องใช้หมด ไม่สนใจว่ามีสารอะไรปนเปื้อนบ้าง เพราะฉะนั้นการที่ รัฐบาลให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากการแพทย์ ที่เราจะต้องเจ็บป่วยไปหาหมอแล้ว อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ยาฆ่าเชื้อ สบู่ เครื่องสําอาง หรือทางด้านการแพทย์ เทอร์โมมิเตอร์ เครื่องมือวัดความดันต่าง ๆ ก็มีส่วนผสมของสารปรอทอยู่ด้วยทั้งนั้น อุตสาหกรรม เช่น แบตเตอรี่ สวิตซ์ไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า นีออน ทุก ๆ อย่าง แม้กระทั่งชีวิตคนที่ร่อนทอง ที่เรามักจะเห็นว่าชาวบ้าน เวลาเขาทําเหมืองเสร็จแล้วก็ไปร่อนทอง ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีสารปรอทเข้าไปผสมด้วย เช่นเดียวกัน อุปกรณ์อํานวยความสะดวกของชีวิตประจําวันของคนเราก็มีปรอทผสมอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เรามาพูดจาอธิบายถึงกรอบวันนี้ในการเจรจา กฎ มาตรการ การพัฒนา กฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการใช้ การลด การปรับ การดูแลกากของปรอทที่ใช้แล้ว ย่อมจะเป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งยวด เพราะว่าพิษของมันมันเป็นเรื่องที่เรามองไม่เห็น หน่วยงานของรัฐและเอกชนเท่าที่ทราบก็มีส่วนร่วมในการพิจารณามาแล้วระยะหนึ่ง เห็นบอกว่ามีถึง ๑๐ กว่าหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็อยากจะให้ได้ดําเนินการเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมของคนไทย
ท่านประธานคะ ดิฉันมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นอกจากสารปรอทที่เรากําลังคุยกันในวันนี้แล้วเป็นโลหะหนักเช่นเดียวกัน แล้วก็เป็น โลหะหนักที่มีพิษภัยต่อเยาวชนของชาติ แล้วก็เป็นภัยมืดที่สังคมอาจจะไม่ได้ตระหนัก นั่นคือโลหะหนัก ตะกั่ว เป็นโลหะหนักเช่นเดียวกัน เข้าได้ทางปาก ทางผิวหนังและลมหายใจ เฉกเช่นปรอท แต่ที่ดิฉันหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมากราบเรียนท่านประธานในวันนี้ก็เพราะว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๙/๒ มีงานวิจัยสํารวจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้ค้นพบว่า สารตะกั่วเป็นภัยมืดของเยาวชน เป็นของนักเรียน เพราะอะไรคะท่านประธาน หลายคน คิดว่าหมู่บ้านที่อยู่ที่มาบตาพุด อยู่ที่จังหวัดระยอง อย่างที่มันระเบิดหรืออะไรต่าง ๆ คงจะได้รับสารตะกั่วจากโรงงานมาก อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่มาบตาพุดก็ตาม หรือที่โรงงาน ที่จังหวัดสมุทรปราการก็เช่นเดียวกัน พบว่าเด็กจํานวน ๘๒ คนจาก ๑๐๐ กว่าคน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๕๐/๑ มีปริมาณของตะกั่วในเลือดสูงกว่ามาตรฐานที่กําหนดอย่างน่าตกใจ อันนั้นก็โรงงาน แต่ที่น่าทึ่งและน่าตกใจสะพรึงกลัวมากกว่านั้นก็คือว่าโรงเรียน นักเรียนที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับ โรงงานเหล่านั้นก็ตรวจวัดพบปริมาณตะกั่วในเลือดเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อุปกรณ์ เครื่องเล่นของเด็กในสนามเด็กเล่นที่ทาสี มีส่วนประกอบของสารโลหะหนักเช่นตะกั่วอยู่ด้วย พบว่ามีปริมาณมากกว่ามาตรฐานที่กําหนดถึง ๓-๔ เท่า จานอาหารที่เด็กทาน ม้านั่ง เก้าอี้ ทุก ๆ อย่างที่อยู่ใกล้ตัวเยาวชน เด็กของเรามีส่วนผสมของโลหะหนักผสมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็อยากจะฝาก เรื่องโลหะหนักที่เป็นอันตรายเป็นภัยมืดนี้ไปด้วยอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจากที่ดิฉันศึกษาดู ความเป็นมาของเรื่องที่นํากรอบการเจรจาเข้าสู่รัฐสภาในวันนี้ก็พบว่าทางยูเน็บ (UNEP) หรือทางโครงการสิ่งแวดล้อมของยูเอ็นเขาก็บอกว่าการดูแลเรื่องโลหะหนักในบรรยากาศ ในสิ่งแวดล้อมของคนเรา เราสามารถทําได้ด้วย ๒ วิธี คือ ๑. ด้วยวิธีอาสาสมัคร หรือ ๒. ด้วยข้อบังคับของกฎหมาย มาตรการระหว่างประเทศ ดิฉันอยากเสนอให้รัฐบาล ทําทั้ง ๒ อย่าง เราไม่ใช่พอเขาตื่นเต้นกันทีเราก็มาดูแลเรื่องพิษ อันตรายจากโลหะหนัก สักครั้งหนึ่ง สักตัวหนึ่งแต่พอเลิกไปไม่ได้พูดเรื่องนี้เราก็ลืมไปแล้ว ท่านประธานคงจําได้นะคะว่า การที่เราลดใช้น้ํามันที่มีออกเทนสูงนั้น เพราะเราเกรงว่าจะมีตะกั่วปนเปื้อนมาอย่างมาก แล้วพิษของตะกั่วมากมายจนกระทั่งจะทําให้เด็กสมองทึบได้ ก็ฝากว่าควรจะทําด้วยความสมัครใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะนําเรื่องนี้ไปศึกษาแล้วก็ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้ดูแลคนไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านร่างกายและทางสมองด้วยค่ะ อันนี้อันตรายมากที่มีคําพูดว่า ตายผ่อนส่งก็เพราะเรื่องเหล่านี้แหละค่ะ มาตรการทางกฎหมายก็ว่าไปตามกฎหมาย ที่เราจําเป็นจะต้องเข้าสู่เป็นอนุภาคีของยูเอ็น ส่วนสําคัญที่อยากจะฝากไว้ให้กับรัฐบาล เมื่อนําเรื่องนี้เข้ามาแล้วก็คือการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะแพทย์ แต่ประชาชนตาดํา ๆ นี้แหละค่ะ และโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน จะง่ายต่อการดูดซับไอพิษของพิษเหล่านี้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เด็กในท้องในครรภ์มารดาก็สามารถที่จะซึมซับ ดูดซับพิษอันตรายเหล่านี้ เข้าสู่เด็กตั้งแต่ยังไม่เกิดค่ะ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุก ๆ ภาคส่วน ของราชการของทุกกระทรวงที่ดูแลคนไทย ดูแลเยาวชนไทยก็อยากจะฝากไว้ด้วยว่า ให้ช่วยดูแลด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๕๐/๒
อันที่ ๓ ในการเจรจามีทั้งหมด ๕ ประเด็น ดิฉันคงไม่ต้องอ่านในที่นี้นะคะ มีเรื่องหนึ่งที่ดิฉันให้ความสําคัญมากอีกเรื่องหนึ่งก็คือการประชาสัมพันธ์ค่ะ คนทั่วไป หาเช้ากินค่ําคงจะไม่ทราบว่าปรอทมีอยู่กับสี มีอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือรอบตัวเขาอะไรบ้าง ตะกั่วมีอยู่กับม้านั่ง จาน ชาม อาหารที่เขารับประทานมันมีอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน เขาไม่ทราบแน่นอนค่ะ ถ้ารัฐไม่ประชาสัมพันธ์ ไม่บอกให้เขาทราบ ระมัดระวังอุตสาหกรรม เราอาจจะใช้กฎหมายควบคุมเขาได้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๕๑/๑ แต่ประชาชนที่ดิฉันเป็นห่วงอย่างยิ่ง เยาวชนไทยของเราจะโตขึ้นมาอย่างไม่สมบูรณ์ แล้วก็จะมีสมองที่ไม่มีความสามารถในการเรียนรู้หรือแข่งขันต่อไปในอนาคต การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชน ดิฉันฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าขอให้ท่าน นําเรื่องนี้ซึ่งดิฉันดีใจเป็นพิเศษว่าได้นําเรื่องเกี่ยวกับสุขอนามัยของประชาชนเข้ามาพูด เพราะฉะนั้นแม้เราจะเซ็นกรอบเจรจาก่อนหรือหลังก็ตามก็ควรจะหาวิธีป้องกันตั้งแต่บัดนี้ ไม่ใช่รอให้กฎหมายผ่าน เจรจากับต่างประเทศแล้วเราถึงจะเริ่มลงมือทํา แล้วก็ควรจะ ซักซ้อมความเข้าใจให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ว่ามีคนบริจาคของเล่น สนามเด็กเล่น สีที่ทา เป็นอย่างไรบ้าง ชีวิตรอบตัวเขากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องนี่มีอะไรที่เขาควรจะดูแล คุณพ่อคุณแม่ควรจะเข้าใจด้วยว่าลูกเขาได้สัมผัสกับโลหะหนักที่เป็นพิษอันตรายเหล่านี้ อะไรบ้าง ดิฉันก็หวังว่าจากวันนี้ที่ได้นําเรื่องนี้เข้ามาสู่รัฐสภาแล้วก็ให้รัฐบาลช่วยกรุณา ให้ความรู้เพื่อที่จะให้เด็กไทย คนไทยปลอดจากพิษอันตรายเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เด็กไทยจะได้เจริญก้าวหน้าทันเด็กของประเทศอื่น สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ในอนาคต ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน ส.ว. สุมลครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอร่วมอภิปรายในกรอบการเจรจาของประเทศไทย สําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้เกิดโรคประหลาดขึ้นใน ประเทศญี่ปุ่นในหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ซึ่งเป็นโรคที่ได้ทําลายระบบสมอง ระบบประสาท ยังผลให้ทารกซึ่งอยู่ในครรภ์มารดาคือแม่ได้รับสารซึ่งครั้งแรกไม่รู้ว่าคืออะไร จนในที่สุด พิสูจน์ได้ว่าทารกที่พิการปัญญาอ่อนทางสมองนั้นแม่ได้รับประทานอาหารทะเลที่ปนเปื้อน สัตว์ทะเลที่ปนเปื้อนสารปรอทเข้าไปแล้ว สารปรอทนั้นทําลายสมองเด็กอย่างน่าสงสาร หมู่บ้านนั้นเรียกว่ามินามาตะ จึงทําให้เกิดโรคที่เรียกว่าโรคมินามาตะเกิดขึ้น นี่เองจึงทําให้ ประเทศญี่ปุ่นเริ่มคิดได้ว่านี่คือโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ประเทศสนใจแต่การพัฒนา ที่มุ่งเน้นในด้านเศรษฐกิจอย่างเดียวโดยไม่ได้ดูว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเช่นไร ทําให้ไม่เพียงแต่ สูญเสียชีวิตมนุษย์แต่มันยังได้ทําลายสิ่งแวดล้อมด้วย นี่เองคือที่มาของโครงการที่เราเรียกว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๕๑/๒ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ มีชื่อย่อว่ายูเอ็นอีพีเกิดขึ้น เป็นการร่วมมือระหว่าง รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ องค์กรระหว่างประเทศ แล้วก็องค์กรเอกชนทั้งหลายร่วมกันจัดตั้ง ที่เรียกว่าคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ที่เรียกว่าไอเอ็นซีเกิดขึ้นในโลกใบนี้ จากการพิจารณาและบรรจุ ไอเอ็นซีต้องการพิจารณาและบรรจุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ มาตรการในการที่จะลด ในการที่จะเลิกใช้สารปรอทในระดับโลก โดยมีแนวทาง ๓ ประการ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๕๒/๑
ประการที่ ๑ ก็คือเป้าหมายในการจัดทํามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอทให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ ที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้ว
ประการที่ ๒ มีจุดหมายเพื่อลดความเสี่ยงอันตรายจากสารปรอทที่มีต่อ สุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ประการที่ ๓ มุ่งเน้นการจัดการในแหล่งกําเนิดที่เป็นประเด็นปัญหาสําคัญ ระดับโลก
เนื่องด้วยประเทศไทยมีการใช้สารปรอทในกระบวนการทางอุตสาหกรรม เป็นองค์ประกอบที่สําคัญในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หลายประการล้วนแต่ใช้สารปรอท เพราะฉะนั้นในแหล่งกําเนิดที่เป็นประเด็นปัญหาสําคัญนั้นเป็นเรื่องที่ประเทศชาติเรายังไม่ได้ มีการดําเนินการหรือยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการที่จะจัดการกับระบบของสารปรอท อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีมาตรการ ทีนี้มาตรการที่ดิฉันกําลังจะกล่าวถึง เพื่อการลด การเลิก เพื่อให้การเสี่ยงอันตรายน้อยลงในเรื่องของการใช้สารปรอท ดิฉันขอสรุปประเด็นปัญหาที่เป็นแหล่งกําเนิดสําคัญ ๗ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือแหล่งกําเนิดสําหรับสารปรอทที่เกิดจากการขุดเจาะน้ํามัน หรือก๊าซธรรมชาติ อาทิเช่น การทําเหมือง หรือสารปรอทจากการเผา หรือการรีไซเคิล (Recycle) ของขยะ พวกนี้ล้วนแต่มีสารปรอททั้งสิ้น
ประการที่ ๒ แหล่งกําเนิดที่ทําให้เกิดปัญหาสําคัญของสารปรอทนั้นก็คือ การค้าสารปรอทและองค์ประกอบของสารปรอทระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ว่าจะมีการนําสารปรอทเข้าสู่ประเทศชาติบ้านเราขนาดไหน อย่างไร ควบคุมอย่างไร
ประการที่ ๓ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้วว่าไม่ว่าจะแบตเตอรี่ หลอดไฟ สี สารเคมีทั้งหลายทั้งปวง ยาฆ่าเชื้อโรคอะไร มากมาย อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราต้องให้ประชาชนรู้ว่ามันมีสารปรอทเป็นองค์ประกอบ
ประการที่ ๔ ที่เป็นแหล่งกําเนิดกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีการใช้ สารปรอทเช่นอุตสาหกรรมเอาสารปรอทเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาอย่างนี้เป็นต้น
ประการที่ ๕ คือการใช้สารปรอทเพื่อสกัดทองคําก็คือในกิจการเหมืองแร่ทองคํา ขนาดเล็กเราจะใช้สารปรอท ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๕๒/๒
ประการที่ ๖ แหล่งที่มีการปลดปล่อยสารปรอทสู่อากาศ ซึ่งก็คือ การอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง หรือการผลิตโลหะ การเผาขยะมูลฝอย การผลิตซีเมนต์ หลายเรื่องมากมายซึ่งบ้านเรามีทั้งสิ้น ขุดเจาะก๊าซและน้ํามัน ทั้งหลายทั้งปวง
ประการที่ ๗ แหล่งที่มีการปลดปล่อยสารปรอทสู่สิ่งแวดล้อมที่เป็นดินและน้ํา คือโรงงานผลิต เช่น โรงงานผลิตที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ การผลิตอุตสาหกรรม การใช้สารปรอท การรีไซเคิลของวัสดุทั้งหลายที่ใช้สารปรอทเป็นองค์ประกอบ หรือการนํา สารปรอทกลับมาใช้ใหม่ ทุกเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพึงระวัง
นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังมุ่งในประเด็นที่ว่าเราจะต้องเสริมสร้าง ความตระหนักให้ประชาชนในชาติเข้าใจว่าภัยร้ายอันตรายจากสารปรอทเป็นอย่างไร เราจะต้องศึกษาวิจัย การติดตาม ตรวจสอบการใช้สารปรอทของโรงงานต่าง ๆ เราจะต้อง แลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ความช่วยเหลือในด้านการเงิน เทคนิคและเทคโนโลยี ในการที่ท่านจะไปลงนาม อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวก็อยู่ในการพัฒนาที่จะจัดทํา รายละเอียดขึ้นมาโดยยูเอ็นอีพีได้จัดการประชุมของคณะกรรมการไอเอ็นซี ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๕๓/๑ เพื่อให้สอดคล้องความเหมาะสมกับสถานภาพของประเทศต่าง ๆ ทั้งโลกนี้ บางประเทศ ก็เป็นประเทศที่เจริญแล้ว บางประเทศก็กําลังพัฒนา เหล่านี้ก็ต้องดูความเหมาะสมในการที่จะ ไปเซ็นสัญญาทํากรอบการเจรจา เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงต้องคํานึงถึงสาระสําคัญของ กรอบการเจรจาสําหรับการประชุมของคณะกรรมการไอเอ็นซีที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เพราะฉะนั้นในเชิงนโยบายที่ชัดเจนโดยครอบคลุมประเด็นหลัก ๕ ประการ ๕ กรอบ ที่รัฐบาลกําลังมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่ต้องพูดถึงมีเอกสาร อยู่ในหนังสือที่เราได้รับแล้วตรงนี้ ดิฉันสนับสนุนเห็นด้วยกับกรอบการเจรจาที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นําเสนอในวันนี้ แล้วก็หวังว่าหลังจากที่เราได้ไป ลงนามในต้นปี ๒๕๕๖ แล้วนั้น ดิฉันหวังว่ากิจการอุตสาหกรรมที่มากมายในบ้านเรา ซึ่งเกิดปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่จนเป็นเรื่องราวถึงศาลทั้งหลายทั้งปวง กระทบกับ เศรษฐกิจของประเทศ กระทบกับสิ่งแวดล้อมนั้นคงจะไม่มีเรื่องการฟ้องร้องเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลได้ไปเซ็นสัญญากรอบความร่วมมือตรงนี้แล้ว ท่านต้องตระหนักว่าสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นสารปรอทอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นอย่างอื่นอีกมากมายหลายตัวที่มีมากมาย ในนิคมอุตสาหกรรมของบ้านเรานั้นคงจะลดน้อยลงไปที่จะทําให้ชุมชนในพื้นที่ไม่เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝากท่านประธานกราบเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบคุณกรมควบคุมมลพิษที่ได้พยายามที่จะจัดให้ มีกรอบการเจรจาในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นก็หวังว่าสิ่งที่ดิฉันปรารถนาแล้วก็หวังที่จะให้รัฐบาลทํา ก็คือว่าอย่าให้เกิดมลพิษที่มันมากมาย มีการควบคุมให้ได้ดังที่ท่านได้ไปเซ็นสัญญาตกลงกับ ระดับนานาชาติ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ เขตคลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมฟังท่านสมาชิกหลายท่านอภิปราย เมื่อสักครู่นี้แล้วก็เห็นคล้อยตามว่าปรอทมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ตะกั่วเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว คนไทยเมื่อได้ยินสารตะกั่วก็จะกลัว วันนี้ได้ยินสารปรอทก็จะกลัวเช่นเดียวกัน เห็นด้วยครับ ผมไม่พูดแล้วครับในเรื่องของกิจการภายในของประเทศไทย เพราะว่าถ้าเป็น อย่างนี้ปล่อยให้ชาวบ้านดื่มน้ําที่มีสารปรอทในแม่น้ําลําคลองนี่ต้องโทษหน่วยงานของรัฐ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๕๓/๒ และที่สําคัญถ้ายังปล่อยให้เครื่องสําอางที่เพื่อนสมาชิกเอาไปทาหน้าแล้วหน้าเด้ง ก็ต้องโทษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เป็นเรื่องกิจการภายในซึ่งเราสามารถควบคุมได้ แล้วก็บริหาร จัดการสารพิษต่าง ๆ ที่มีมากมายในประเทศไทย ไม่ใช่แต่เฉพาะปรอทครับ แต่ที่ผมอยากจะพูด ก็คือวันนี้เรามีสารทดแทนปรอทแล้วหรือยัง ประเทศไทยไม่ว่าสนธิสัญญาอะไรก็แล้วแต่ ที่ทั่วโลกเขาทํากัน ประเทศที่เจริญแล้วทํากัน พี่ไทยก็มักจะชอบทําตามด้วย แต่ปรากฏว่าความพร้อมยังไม่พอครับ ที่ผมให้ข้อสังเกตอย่างนี้ก็เพราะว่าปรอท อยู่คู่โลกมนุษย์ใบนี้เท่าที่สัมผัสกันได้มากว่า ๑๐๐ ปีครับ แล้วเพิ่งมาหลัง ๆ เมื่อไม่กี่สิบปีนี้เอง ที่บอกว่าสารปรอทนั้นเป็นตัวอันตรายเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งการสัมผัส แล้วก็การดื่ม การหายใจ แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือแล้วสารอะไรล่ะครับที่จะมาแทนสารปรอท อันนี้ก็เป็นเรื่องของ นักวิทยาศาสตร์ว่ากันไปครับ เพราะว่าปรอทก็มีประโยชน์มากมายหลากหลาย แต่อยู่ที่เรา จะจัดการมันอย่างไรให้อยู่ในระเบียบที่เราควบคุมได้โดยน้ํามือมนุษย์มากกว่าครับ
ประเด็นต่อมาน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการกดดันจากต่างชาติ สัญญาต่าง ๆ ท่านประธานจะสังเกตว่าทํามาจากประเทศที่เจริญแล้วทั้งสิ้น ถามว่าประเทศไทยวันนี้ เราเข้าสู่ประเทศกําลังพัฒนามาตั้งแต่ผมเกิดครับ เกิดมาก็ได้ยินครับว่าประเทศไทย เป็นประเทศกําลังพัฒนา ผ่านมา ๔๐ กว่าปีวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม แล้วเราก็ตามประเทศ ที่เจริญแล้วอยู่ตลอดเวลา เขาเขียนกติกาให้เราเราก็เดินตามเขาครับ ผมถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่ากระบวนการที่จะไปทําสัญญาหรือจะไปเป็นข้อตกลง อะไรต่าง ๆ ของเขาเรามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๕๔/๑ เราเตรียมความพร้อมจะหาสารทดแทนได้หรือไม่ อย่างไร เรื่องสุขภาพผมเข้าใจนะครับ เมื่อกี้เราพูดกันไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือการกดดันจากต่างชาติที่บังคับให้ประเทศไทย ต้องไปทําสัญญาต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านได้ถามไหมว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไนและประเทศ สปป. ลาว เขมร ประเทศเวียดนาม สมาชิกอาเซียนมีประเทศใดทําแล้วบ้าง ผมศึกษาข้อมูลมา ท่านประธานครับ แม้ประเทศญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้ลงนามในสัญญานี้ เราเคยถามประเทศเจริญอื่น ๆ บ้างไหมครับว่าอนุสัญญาที่ว่าด้วยการใช้สารปรอทร่วมกันทั่วโลกนี่เรามีความพร้อมมากน้อย ขนาดไหน ถ้าไม่พร้อมรอก่อนได้ไหมให้ต่างชาติที่เขาบอกว่าเขาเจริญนักเจริญหนานี่ ยิ่งประเทศในทวีปยุโรปผลิตรถยนต์ใช้สารปรอทเยอะแยะมากมายนี่ให้เขาพิจารณาก่อนได้ไหม แล้วเราชะลอไว้ก่อนอันไหนรีบค่อยทํา อันไหนไม่รีบไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะอะไรครับ ถ้าเราควบคุมมันได้แล้วจากกิจการภายในของเรานี่นะครับ กรม กระทรวงทั้งหลายแหล่ ควบคุมสารปรอทได้อย่างเป็นระเบียบแล้ว ครีมหน้าเด้งไม่ถึงตัวสาว ๆ แล้วอย่างนี้ ไม่มีปัญหาครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ลงทุนด้วยสารปรอทเยอะแยะมากมายครับ ไม่ใช่ผมพูดอย่างนี้เดี๋ยวจะบอก เอ๊ะ ไม่สนใจ พี่น้องประชาชนว่าจะโดนสารปรอทหรือไม่ แต่ว่ากรมควบคุมมลพิษก็ดี กรมโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่านมีหน้าที่ในการควบคุมโรงงานผลิตแบตเตอรี่ครับ ท่านมีหน้าที่ ในการควบคุมโรงงานผลิตหลอดไฟที่อยู่ในสภานี้ก็ผลิตจากสารปรอทครับ ถ้าท่านควบคุม สารปรอทให้อยู่กับที่อยู่กับทาง เราอยู่ข้างนอกเราไม่โดนอยู่แล้ว แต่พนักงานที่ทําอยู่นี่ เขาควบคุมได้อย่างดีนี่ผมว่าไม่น่ากลัวครับ มีสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในอากาศอีกมากมาย ที่น่ากลัวกว่านี้ เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีท่านดูให้ดีนะครับ บางทีการที่เราไปเซ็นสัญญาอะไรอย่างรวดเร็วทันใจ เห็นเขาทําปุ๊บเราทําตาม อย่างนี้จะเกิด ปัญหาในอนาคตหรือไม่
ประเด็นต่อมาก็คือว่าเมื่อเราลงนามในอนุสัญญาอะไรต่าง ๆ ที่ยังไม่จําเป็น ต้องรีบนะครับ ผมไปเปิดข้อมูลดูประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ หลายประเทศ ปฏิเสธนะครับ เนื่องจากเขายังไม่มีความพร้อม แต่เขาขอเวลาครับ เช่น ขอเวลา ๕ ปีได้ไหม ๑๐ ปีได้ไหม เมื่อทุกอย่างในโลกใบนี้สมดุลกันหมดแล้ว ๑๐๐ กว่าประเทศ ครึ่งหนึ่งยกเลิก แล้วเขาจึงค่อยเข้า แต่เขารับประกันได้ครับว่าในประเทศกิจการภายในของเขา เขาสามารถ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๕๔/๒ ควบคุมการใช้สารปรอทได้อย่างถูกที่ถูกทาง อย่างนี้รัฐบาลไทยลองคิดพิจารณาหรือไม่ ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กรอบเจรจาบางอย่างหายใจลึก ๆ ก่อนก็ได้ นับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ ก็ได้ บางเรื่องไม่ต้องรีบก็ไว้ก่อนครับ เพราะถ้าเกิดเรารีบเมื่อไรเราจะตก เป็นเบี้ยล่าง เมื่อเราบอกว่าเราทําสัญญาแล้วเขาจะถามทันทีครับ อ้าว ไทยแลนด์ว่าอย่างไร ไหนคุณบอกคุณจะเริ่มทําโชว์ในฐานะพี่เบิ้มในอาเซียน แล้วทําสิ ปรากฏว่าอะไรครับ ท่านประธาน โรงงานอุตสาหกรรมเราก็สู้เขาไม่ได้ โรงงานส่งออกนําเข้าเราก็มีปัญหา จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าอะไรถ้าไม่รีบท่านก็ใจเย็น ๆ ครับ ด้วยความขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านรัชดา ธนาดิเรก
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันสนับสนุนกรอบการเจรจา ของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศในด้านมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอท ดิฉันเห็นด้วยที่เราจะต้องไปเจรจาในเรื่องนี้ว่าการดําเนินการของ ผู้ประกอบการในประเทศไทยนั้นจะทําอย่างไรได้บ้างที่จะลดการใช้สารปรอท แล้วก็ระมัดระวังในเรื่องของการปล่อยสารปรอทออกมาสู่สิ่งแวดล้อม เพราะก็เป็นสิ่งที่เรา ตระหนักดีว่าสารปรอทนี้มีอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้ มีอันตรายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการการผลิต แล้วก็เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ในช่วงระยะเวลา ที่รัฐบาลจะดําเนินการไปเจรจาในเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าก็คงจะมีเวลาอยู่พอสมควรที่จะทําให้ ผู้ประกอบการได้มีการเตรียมตัวที่จะปรับปรุงศักยภาพในการผลิต แล้วก็หาสารอย่างอื่น ที่จะมาทดแทนในการใช้สารปรอท แต่ดิฉันก็คิดว่าก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้อง เร่งประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนนั้นได้ตระหนักว่าเร็วหรือช้า ในอนาคตการใช้สารปรอทนี้จะต้องลดลง แล้วสุดท้ายจะต้องเลิกการใช้สารปรอท ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๕๕/๑ จึงอยากจะฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะ ไม่ใช่เฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ผ่านไปยังทุก ๆ กระทรวงที่มีการเกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพแวดล้อม การควบคุมมลพิษ เพราะว่า เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสารพิษนั้นมันไม่ใช่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง วันนี้ ในกรอบการเจรจาอาจจะเป็นบทบาทหลักของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อนําไปสู่การปฏิบัติแล้วก็คงจะต้องมีกระทรวงอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทด้วย การทํางานร่วมกัน การวางแนวทางตั้งแต่วันนี้ว่าผู้ผลิต อุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ สวิตช์ไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า เครื่องสําอาง ยาฆ่าเชื้อและพวกเภสัชภัณฑ์ต่าง ๆ จะทําอย่างไรให้เขาวันนี้ ตระหนักถึงว่าในอนาคตอันใกล้จะต้องมีการจํากัดการใช้สารปรอทและสุดท้ายก็ต้องเลิกใช้ อยากให้รัฐบาลเตรียมแผนแล้วก็เร่งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตื่นตัวเสียตั้งแต่วันนี้ค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ดิฉันคิดว่าอยากจะเสนอท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง ท่านคณะรัฐมนตรีทุก ๆ กระทรวงเลยว่าในเรื่องของการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน การสร้างมาตรฐานสินค้าให้หลีกเลี่ยงจากการใช้สารอันตรายนั้น อยากให้มองในเชิงรุก แล้วก็มองในมุมกว้าง ในเรื่องของการใช้สารอันตราย ณ วันนี้มันไม่ใช่เพียงแค่สารปรอท เท่านั้น มันมีสารเคมีอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสารตะกั่ว และยังหมายถึงสารเคมีที่ใช้ในภาคการเกษตร ที่วันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้ชูบทบาทเลยว่า จะมีจุดยืนในเรื่องของการสร้างมาตรฐานทางสารเคมีอย่างไร ในประเด็นอาเซียนที่ดิฉัน ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ดิฉันคิดว่าวันนี้เมื่อเรากําลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก ๒ ปี ข้างหน้า เราได้มีการกําหนดมาตรฐานสินค้าใน ๘ อุตสาหกรรม ดิฉันอยากให้เรายกในเรื่อง ของการสร้างมาตรฐานสินค้าในเรื่องของการใช้สารเคมี มีประเด็นคําถามมากมายว่า เมื่อเปิดเสรีทางการค้าแล้วจะมีสินค้าเข้าออกประเทศอย่างมากมาย สินค้าบางชนิด ไม่ได้มาตรฐาน สินค้าบางชนิดอาจจะมีสารเคมีที่ประเทศไทยเราห้ามไว้เจือปนอยู่ และในขณะเดียวกันก็อาจจะมีสินค้าหลายชนิดที่ผู้ประกอบการไทยเป็นผู้ผลิต แต่ว่า มีสารเคมีที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นเขาห้ามใช้ เราจะสร้างมาตรฐานกลางในเรื่องของ การห้ามใช้สารเคมีนี้อย่างไร ดิฉันจึงอยากจะฝากรัฐบาลให้พิจารณาว่ามันคงไม่ใช่แค่เรื่อง สารปรอทเท่านั้นหรอกค่ะที่เราจะต้องทําตามแรงกดดันจากนานาชาติ เราควรจะหยิบยก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๕๕/๒ ประเด็นในเรื่องของสารเคมีอันตรายให้เป็นบทบาทหลักที่ประเทศไทยจะผลักดันให้เกิดขึ้น ในเวทีอาเซียนนะคะ
ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องสารเคมีอันตราย วันนี้เครือข่าย คุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็ทางสมาคมเกษตรกรเขาตั้งคําถามว่าเมื่อรัฐบาลห่วงใยในเรื่องของ การใช้สารปรอท แล้วเรื่องสารเคมีอื่น ๆ อย่างเช่น สารเมโทมิล (Methomyl) ที่บางประเทศ ในภูมิภาคอาเซียนของเราเขาประกาศห้ามใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา สารอีพีเอ็น (EPN) ในประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่าเขาก็ห้ามใช้แล้ว สารไดโครโตฟอส (Dicrotophos) ในประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียเขาก็ห้ามใช้แล้ว ประเทศไทยจะดําเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ก็อยากจะ ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรีทุกท่านอีกครั้งว่าประเด็นสารอันตราย ในเรื่องของปรอทนี้ดิฉันสนับสนุนค่ะ แต่อยากให้มองภาพกว้างว่ามันไม่ใช่มีสารอันตราย ตัวเดียวที่เราควรจะระมัดระวังแล้วก็ดําเนินการจัดการยังมีสารอันตรายตัวอื่นด้วย และอยาก ให้มองว่าเราควรจะสร้างจุดเด่นของประเทศไทยให้เป็นผู้นําในเรื่องของการสร้างมาตรฐาน สินค้าที่ต่อต้านสารเคมีอันตราย แล้วก็ถือว่าเป็นจุดยืนของประเทศไทยที่จะเข้ามามีบทบาท ในเรื่องนี้ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านนฤมล ศิริวัฒน์
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอบพระคุณนะคะที่รัฐบาลได้นํา เรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของสารปรอทที่จะต้องไปทําการออกกฎหมายร่วมกันกับประเทศอื่น ๆ อันนี้เป็นความเข้าใจของดิฉันว่าขั้นตอนในขั้นตอนนี้เป็นการทําความชัดเจนว่าสภาของเรา จะกําหนดทิศทางในการที่จะให้มีผู้แทนของเราที่ไปเจรจาในการที่จะไปร่างกฎหมายร่วมกัน กับต่างประเทศ ในการที่จะพัฒนาอนุสัญญาขึ้นมาเพื่อควบคุมจัดการการใช้สารปรอท อันนี้เป็นความเข้าใจของดิฉัน ไม่ใช่การให้ความเห็นชอบในการไปลงนามนะคะ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๕๖/๑ เพียงแค่การไปร่วมกันสร้างกฎหมาย สร้างเครื่องมือในการที่จะจัดการการใช้ปรอท ปรอทนี่ ดิฉันเชื่อว่าพวกเราเข้าใจและรู้ว่าเป็นโลหะสีขาว ๆ ถ้าพูดกันง่าย ๆ ในเทอร์โมมิเตอร์หรือว่า ที่วัดอุณหภูมิของเราท่านจะเห็นขาว ๆ เป็นลักษณะเหมือนเหลวในอุณหภูมิปกติ แต่ก็แข็งตัวได้ ในอดีตที่ผ่านมานับร้อยปีปรอทมีคุณในระดับหนึ่ง และขณะเดียวกันปรอท ก็มีโทษด้วย เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วว่าปรอทนั้นมีคุณในแง่ของการที่จะทํา เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ แล้วก็ทําให้เราสามารถที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ในขณะที่เรา ยังไม่มีสารอื่นทดแทน วันนี้โลกพัฒนาไปไกลเรามีโอกาสที่จะมีสารทดแทนมากกว่า การที่จะต้องมาเสี่ยงใช้ปรอท เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีการพยายามที่จะสร้างความร่วมมือ สร้างกฎหมายหรืออนุสัญญา หรือที่เราเรียกกันว่าเป็นคอนเวนชัน (Convention) ถามว่า มีความจําเป็นไหม ดิฉันคิดว่ามีความจําเป็นเพราะว่าเราอยู่ในสังคมโลก เราอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ ถ้าสังคมโลกนั้นเขาเดินหน้าไปแล้วว่าถ้าจะต้องให้มีการแก้ไข ปรับปรุง จัดการในสิ่งหนึ่งสิ่งใด เราก็จะต้องดําเนินการศึกษาแล้วก็เรียกว่าเป็นไป แต่เป็นไปอย่างมีเหตุผล ดิฉันศึกษา จากเอกสารท่านบอกว่าเราจะไปแสดงความคิดไปแสดงความเห็น ไปแสดงจุดยืน ไปกําหนด ท่าทีของเราต่อเพื่อน ๆ ในต่างประเทศที่ร่วมใจกันทําในยูเอ็น แน่นอนค่ะ ความยืดหยุ่น กลับมาดูที่ตัวของเรา ประเทศของเรา ประมาณการของเราว่าขณะนี้ความพร้อมของเรานั้น มีมากน้อยเพียงใด อุตสาหกรรมที่จะต้องกระทบในเชิงเศรษฐกิจนั้นมีมากพอสมควร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีมากจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แล้วจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ต่อไป ในเชิงของสุขภาพอนามัย แน่นอนค่ะเพื่อนสมาชิกได้บรรยายอย่างละเอียดเลย ก็ต้องชื่นชม ทุกวันนี้เราไม่รู้ตัวว่าเราอยู่กับสิ่งที่มันเป็นอันตรายแล้วใช้ ถ้าภาษาฝรั่ง ต้องบอกว่าคอนซูม (Consume) คอนซูมนี่อาจจะด้วยการใช้กับภายนอก หรือการคอนซูม เข้าไปด้วยการรับประทานเข้าไป ท่านทราบไหมคะ เพื่อนสมาชิกที่เคารพรักคะ ปรอทในกระบวนการธรรมชาติที่มีกระบวนการพัฒนาของมันเองในทะเล ในกระบวนการ ธรรมชาติ สิ่งที่เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมหรือว่าสิ่งที่เป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง หอย ต่าง ๆ ในโลกนี้มีผลกระทบมากมาย แล้วนั่นเป็นตัวหนึ่งที่บอกว่าเมื่อมันเป็นอินทรีย์ของ ปรอทจะมีพิษร้ายแรงมากที่เรียกว่า เมทิล เมอร์คิวรี (Methyl Mercury) เราจึงบอกว่า เราจําเป็นที่จะต้องเข้าใจแล้วก็หาทางที่จะแก้ไขจัดการกับปรอทค่ะ ในส่วนที่เป็นของใช้ ที่สัมผัสโดยตรงเลยค่ะท่านประธาน สีแดง สีแดงที่เราใช้กับเครื่องเคลือบดินเผาจะเป็นจาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๕๖/๒ จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่เราใช้ต้องอาศัยปรอททํา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องลงมาให้ประชาชน ของเราได้รู้แล้วก็ขยับให้ทันโลก สังคมไทยวันนี้เน้นที่บอกว่าไวท์เทนนิง (Whitening) อะไรก็แล้วแต่ทําให้ขาวแปลว่าดี สิ่งอย่างนี้ต้องให้ประชาชนได้มีความรู้ว่าในความขาวที่บอก เป็นที่นิยมนี่นะคะ ไวท์เทนนิงทั้งหลายที่ท่านไปซื้อขวดละ ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท หรือว่าตั้งแต่ ๒๐ บาท ๓๐ บาท อย่างครีมที่เรียกว่า ขออนุญาตเอ่ยนาม กวนอิม พี่น้องประชาชนของเรานับล้านคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างนี้โดยไม่รู้ว่ามันทําลายแล้วมันทําลาย ลึกด้วย ๐.๐๒ กรัมที่เข้าไปสู่ร่างกายของเราเป็นอันตรายได้ เกินมาตรฐานค่ะ ดิฉันก็คิดว่า ผลกระทบต่ออนามัยเป็นความสําคัญที่รัฐบาลในขณะนี้เลย ไม่ต้องรอไปทําอนุสัญญา ไม่ต้องรอว่าไปร่างอนุสัญญาแล้วจะต้องมาให้ความรู้ ต้องให้ความรู้ตอนนี้เลยว่ามีผลิตภัณฑ์ ตัวใดบ้างในทางที่จะสัมผัสโดยผิว ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสโดยการเข้าไปในปากของเรามีอะไรบ้าง เดินหน้าเลยค่ะ ไม่ต้องรออนุสัญญาบังคับใช้ ในส่วนความพร้อมของภาคอุตสาหกรรม โรงงานปูน โรงงานผลิตเหล็ก โรงงานมากมาย โรงงานผลิตสีต้องใช้ปรอท รัฐบาลต้องหา มาตรการที่จะช่วยเหลือในการที่จะก้าวข้ามจากการใช้สังคมปรอทเป็นสังคมที่ปลอดปรอท หรือลดปรอทนะคะ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๕๗/๑ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญที่รัฐบาลจะต้องเตรียมตัวทีเดียว มิฉะนั้นแล้วอุตสาหกรรมตรงนี้ จะได้รับผลกระทบ ในส่วนของสิ่งแวดล้อมเรียนท่านประธานว่าทั้งโลกขณะนี้เขาอยากให้ สิ่งแวดล้อมที่มันยั่งยืน การยั่งยืนก็คือไม่ทําลาย วันนี้เราได้ทําลายสิ่งแวดล้อมของเราไป มากมายพอสมควรทีเดียว เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่จะมีโอกาสลดผ่านการควบคุมการใช้ สารปรอทเราต้องทําค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ อีกนิดเดียวท่านมองดิฉันทราบค่ะ สิ่งที่จะฝากคณะเจรจาไทยในการที่จะไปคุยกับคณะอื่น ๆ ในยูเอ็นคือเรื่องของการที่จะใช้ สารปรอทในการผสมกับแร่ทองคํา ขณะนี้มีคนราว ๆ ไม่น้อยกว่า ๑๓ ล้านคนทั่วโลกที่สัมผัส สารปรอทโดยตรงจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องฝากคณะเจรจาไป ก็คือขอให้ใช้มาตรการเด็ดขาดก็คือการแบน (Ban) มิให้เด็กและผู้หญิงท้องเข้าไปอยู่ ในอุตสาหกรรมการทําทอง อันนี้ต้องฝากเลยค่ะ เพราะว่ามันเป็นอันตรายทั้งต่อเรื่องของ ระบบของพันธุกรรมของเรา แล้วก็มันเป็นอันตรายต่อเด็กอย่างยิ่ง ๑๓ ล้านคนทั่วโลก กําลังรอเรา ฮิวแมน ไรท์ส วอท์ช (Human Rights Watch) เขาศึกษาออกมา เราก็เป็น ประเทศที่บอกว่าอยากจะทํากฎหมายที่เป็นเชิงรุกช่วยกันนะคะ ฝากตรงนั้นไปด้วย ก็ขอขอบพระคุณเป็นกฎหมายที่ดี แล้วก็เป็นกฎหมายที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและ เป็นไปตามกระแสของโลก แล้วก็ควรอย่างยิ่งที่จะทําเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการที่จะมี ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่ดี อนามัยของประชาชนที่ปลอดหรือว่าลดการถูกกระทบ โดยสารปรอท ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอแสดงความคิดเห็นร่วมในกรอบเจรจาเกี่ยวกับ เรื่องสารปรอทนี้ จังหวัดหนองคายผมอยู่ใกล้กับประเทศ สปป. ลาว ประเทศ สปป. ลาว เดี๋ยวนี้กําลังทําเหมืองอยู่ที่เซโน โดยเฉพาะเหมืองทองคําซึ่งรัฐบาลประเทศออสเตรเลีย มาให้การสนับสนุน นอกจากนั้นก็เหมืองทองแดงที่ภูเบี้ย แขวงเชียงของ เพราะฉะนั้น มีการขนแร่พวกนี้อยู่ตลอดเวลาข้ามมายังประเทศไทย ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าสารพวกนี้ เป็นส่วนประกอบในการผลิตทองคําหรือทองแดงจะหลุดร่วงลงไปในประเทศไทยหรือไม่ อันนี้ก็อยากฝากไปยังท่านรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องได้นําเรื่องนี้ไปร่วมเจรจาด้วย นอกจากนั้น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๕๗/๒ ที่ฝั่งโขงตรงกับอําเภอสังคม ประเทศ สปป. ลาวเขาก็ทําเหมืองทองคํา เพราะฉะนั้นก็มี การใช้น้ําจากแม่น้ําโขงไปฉีด แล้วก็มีการผลิตทองคําอยู่ตรงกับอําเภอสังคมนี้ ผมก็ไม่ทราบว่า มันจะร่วงไหลลงมาในแม่น้ําโขงหรือไม่ อันนี้ผมคิดว่ามาตรการเขาจะทําดีไหมจะเกิดสารพิษ ที่ลงมาในแม่น้ําโขงแล้วมาถูกกับตัวปลาที่อยู่ในแม่น้ําโขง แล้วจะเป็นอาหารที่เป็นพิษไหม ในอนาคตอันนี้ก็แจ้งให้ทางรัฐบาลได้ทราบ
อีกเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องการจัดเก็บหรือการทําลายพวกอุปกรณ์หรือว่า ภาชนะที่ใช้เกี่ยวกับสารปรอท อย่างเช่น ตลับเครื่องสําอางพวกนี้ที่ใช้แล้วก็ทิ้งไป ๆ ไม่มีคนจัดเก็บเป็นกิจจะลักษณะ หรือนอกจากนั้นก็พวกแบตเตอรี่พวกนี้ เราหลับตา ดูน้ําท่วมประเทศไทย ท่วมกรุงเทพฯ แล้วมันไหลลงไปในแม่น้ํา แม่น้ําลําคลอง แม่น้ําเจ้าพระยา ในคลองต่าง ๆ อย่างนี้เราน่าจะนําประเด็นอย่างนี้ไปเจรจาไปพูดคุยกัน หามาตรการที่จะช่วยกันป้องกันเรื่องสารปรอท นอกจากนั้นก็สารตะกั่วอย่างที่หลายท่าน ได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งเราได้รับข่าวอย่างที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่อําเภอสังขละบุรีเมื่อหลายปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้เห็นเงียบ ๆ ไปเกี่ยวกับเรื่องสารพวกนี้ที่ไหลลงตามแม่น้ํา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๘/๑ แล้วก็ประชาชนผู้บริโภคน้ําในแม่น้ําต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ทําให้เกิดเป็นพิษ อันนี้เราก็ทราบ กันอยู่ทั่วไป ก็เป็นปัญหาหนึ่งในเรื่องการจัดเก็บ ในการทําลายอุปกรณ์หรือภาชนะที่ใช้ เกี่ยวกับสารปรอทที่ว่านี้ โดยเฉพาะเครื่องสําอางนี้โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงได้สัมผัสตั้งแต่เด็กเลย เมื่อมีกิจกรรมทางโรงเรียนก็ต้องมีการทาแป้ง ทาหน้า ทาเครื่องสําอางกันตั้งแต่เด็กอนุบาล จนเป็นผู้ใหญ่ อันนี้ก็เป็นผู้สัมผัสโดยตรงเลย อันนี้ก็อันตราย เราจะทําอย่างไรถึงจะมี การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงพิษภัยพวกนี้นะครับ นอกจากนั้นเราจะทําอย่างไร เราจะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมพวกนี้เข้ามาในประเทศเราน้อยที่สุด หรือสนับสนุน ให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ ลดสารพวกนี้ลงหาสารอื่นทดแทน เช่น เราไปต่างประเทศ ผมไปเดินดูในร้านขายเครื่องสําอาง เขามีพืชพันธุ์สมุนไพรเกือบทุกชนิดที่เขานํามา แต่ว่ามันจะ ประกอบด้วยสารปรอทหรือไม่ แต่ประเทศไทยเราก็ยังใช้ไม่มาก ก็อยากสนับสนุน ให้ทางรัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องได้นําพวกนี้ไปเจรจาทําข้อตกลงกันเวลาผลิตเครื่องสําอาง หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของกรอบการเจรจาระหว่างรัฐบาล ในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ก็ได้ฟัง เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมเห็นว่าทุกท่านที่อภิปรายก็ได้ให้ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราต้องรีบไปเลยนะครับ อย่างที่ท่าน ส.ว. เข้าใจนี่ถูกแล้ว ยังไม่ได้ออกมาเป็นกฎหมาย เราต้องรีบไปเจรจาเอาข้อมูลของเราไปพูดกับเขา ก่อนที่มัน จะออกมาเป็นกฎหมายแล้วก็มาบังคับใช้กับเราโดยที่ไม่เป็นธรรม แล้ววันนั้นเราจะเสียหาย มากทีเดียว ก็ยังคิดว่าสารตัวอื่น โลหะหนักตัวอื่นนะครับ เหมือนอย่างที่คุณหญิงกัลยาได้พูดไป สารตะกั่วพวกนี้ก็น่าที่จะมีการเจรจาด้วย น่าจะมีร่างกฎหมายที่ควบคุมด้านนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เราจะไปเจรจาก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงก็คือว่าเมื่อไปเจรจา กับเขาแล้วกลับมานี่เราปฏิบัติของเราได้ แล้วก็ไม่ทําให้เราต้องเกิดความเสียหายนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ฟังท่านรัฐมนตรีความจริงฟังอย่างตั้งใจเลยนะครับ ตอนที่ท่านมาพูดตั้งแต่ ตอนแรกอยากจะฟังว่าท่านจะมีข้อมูลหรือกรอบความคิดอะไรในการไปเจรจากับเขา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๘/๒ แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียด ท่านก็คงคิดว่ามีอยู่ในหนังสือนี้แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากที่จบแล้ว ผมอยากจะให้ท่านได้บอกรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง อย่างเป็นต้นว่าจะส่งใครไปเจรจา อันนี้ก็สําคัญนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกระทรวงของท่านอย่างเดียว กระทรวงการต่างประเทศก็ดี หรือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ดี กระทรวง สาธารณสุขก็ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งอาจจะเป็น กระทรวงใหญ่ด้วยซ้ําในการที่มีผลเกี่ยวข้องกับเรื่องของสารปรอท อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เราต้องเตรียมข้อมูลของเราไปให้พร้อม อย่างน้อยที่สุดก็คือตอนนี้เราปล่อยสารปรอท อยู่เท่าไร เราทําลายบรรยากาศทุกวันนี้อยู่เท่าไร ผมก็ยังไม่ทราบเลยครับ อุตสาหกรรมหนัก ๆ ของเราหลายอย่างที่เราใช้สารปรอทอยู่ทุกวันนี้เราก็ไม่ทราบว่าเราได้ปล่อยออกไป ได้ไปทําความเดือดร้อนให้กับโลกนี้เท่าไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๙/๑ จนทําให้คนอื่นเขามากังวลกับเรา เราต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไปให้พร้อมด้วย หรืออย่างน้อยที่สุด เพื่อสุขภาพของคนไทยเรา เพราะหลายท่านก็พูดมาแล้วว่าสารปรอทมีพิษอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ควรจะบอกให้ทราบด้วยว่าอย่างในกรุงเทพฯ ที่มีรถวิ่งกันทุกวัน วันหนึ่งไม่รู้กี่แสนคัน กี่ล้านคัน แล้วก็ปล่อยก๊าซจากท่อไอเสียไปนี่มีสารปรอทเจือปนอยู่เท่าไร บรรยากาศ ในกรุงเทพฯ ของเราทุกวันนี้มันเป็นอันตรายจากสารปรอท มีความเข้มข้นสูงอยู่สักเท่าไร ผมเองก็อยากทราบข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน ผมว่าก่อนที่จะไปเจรจากับเขานี่เราก็ต้องมีข้อมูล อย่างนี้อยู่ในมือ รวมทั้งข้อมูลที่ว่าตอนนี้อุตสาหกรรมหนักที่เราส่งออกไปขายต่างประเทศ แล้วทํารายได้ให้กับประเทศชาติปีหนึ่งเยอะ ๆ มีสารปรอทอะไรเกี่ยวข้องอยู่สักประมาณ เท่าไร ถ้าเกิดมันต้องหยุดต้องสูญเสียไป เกิดว่ามีกฎหมายนี้ สมมุติมันออกมาว่าถึงเวลา วันนั้น เดือนนั้น ปีนั้นจะต้องไม่มีสารปรอทมาใช้ในอุตสาหกรรมเลยเราจะเดือดร้อนสักเท่าไร เราจะสูญเสียสักเท่าไร อันนี้ผมคิดว่าเป็นข้อมูลที่สําคัญ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิก หลายท่านว่าถ้าเรายังไม่พร้อมเราก็ไปเจรจาเถอะครับ ผมเห็นด้วย อาจจะแย้งกับท่าน ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งไปเจรจา ผมว่าควรจะไปเจรจาแต่เจรจาในกรอบที่เรายอมรับได้ หรืออาจจะต่อรองเขา ค่อยเป็นค่อยไปอย่างนี้ ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีให้ท่านตอบ ให้ชัดเจนในประเด็นนี้ว่าเราจะส่งใครไปเจรจา แล้วก็จะเจรจาในแนวอย่างไร สารปรอท มันไม่ได้น่ากลัวไปทุกอย่าง อย่างเช่นถ้าพูดถึงเรื่องการแพทย์แล้วทุกท่านก็บอกว่ามันน่ากลัว บางอย่างมันก็น่ากลัวละครับ ถ้าเอามาใส่ฟัน อุดฟัน อย่างนี้ก็มีโอกาสที่จะกลืนลงไป กินลงไปในท้อง แล้วก็ดูดซึมเข้าไปในร่างกาย อย่างนี้ผมเห็นด้วยว่ามันอันตรายครับ แต่สารปรอทที่มันอยู่ในปรอทวัดไข้ หรือว่าสารปรอทที่อยู่ในเครื่องมือวัดความดันมันก็ไม่รู้ จะอันตรายตรงไหน ถ้ามันอันตรายจริงผมก็คงตายไปนานแล้วเพราะผมใช้อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นมันก็ต้องแยกแยะด้วยว่าอะไรที่มันจะควรใช้ต่อได้ อะไรที่ควรจะเลิก แถมในนี้ มาบอกด้วยว่าสารปรอทที่ใช้วัดความดันนี่มันไม่แน่นอน อาจารย์ผมสอนมาว่าความดันที่วัด โดยใช้สารปรอทโดยใช้เครื่องวัดแบบปรอทมีความแน่นอนที่สุด ตรงที่สุด วัดความดัน แล้วก็ถูกต้องทุกครั้ง ในขณะที่เครื่องที่เป็นดิจิตอล (Digital) ทุกวันนี้เสียอีกที่บางครั้งมันก็ เกเรรวนไป แต่สําคัญก็คือขั้นตอนของการทําลายในตอนที่เราใช้เสร็จแล้ว อันนี้ผมเชื่อว่า ประเทศไทยเรา นี่ท่านก็ยอมรับในรายงานว่ายังทําได้ไม่ดีพอ อันนี้เราก็คงจะต้อง ปรับปรุงด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๙/๒
อีกประเด็นหนึ่งที่เห็นด้วยกับสมาชิกบางท่าน ก็คือถ้าเราหยุดใช้สารปรอท ในวันนี้อาจจะเข้าทางประเทศที่เขามีเทคโนโลยีสูงกว่าเรา เพราะฉะนั้นระวังถ้าไปเจรจา กับเขาแล้วกฎหมายออกมาบอกว่าห้ามใช้สารปรอท ในบางเรื่องเขาอาจจะหลอกเราก็ได้ เขาอาจจะกําลังหลอกขายของที่มีเทคโนโลยีสูง ๆ ให้เรา ซึ่งเราตามเขาไม่ทัน แล้วของแบบนั้นราคามันจะต้องสูงมันออกมาใหม่ ฉะนั้นการไปเจรจาก็ต้องดูด้วยอย่าให้เขา หลอกเราได้ บางทีเทคโนโลยีของเราไม่สูงพอ ถ้าไปเจอของเขาเข้าเขาบอกว่าปรอทใช้แล้ว อันตราย ต้องใช้ของเขา ต้องใช้อย่างนี้อย่างนั้นซึ่งเป็นของใหม่ ราคาแพง แล้วทุกประเทศ ไปเห็นด้วยกับเขาผมว่าเราก็แย่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเตรียมข้อมูล เตรียมคนที่จะไปเจรจา เรื่องนี้ด้วย ผมก็คงไม่มีอะไรมากก็เป็นห่วงประเด็นนี้ว่าการไปเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นจริงที่เราปฏิบัติได้ ไม่ใช่ออกมาแล้วเราเสียเปรียบ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๖๐/๑ แล้วข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานเผาขยะอะไรที่เราใช้อยู่ แม้แต่โรงงานผลิต ปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตเหล็กและเหล็กกล้าอะไรทั้งหลาย เหมืองแร่ที่เราทําอยู่ถ้ามันยังปล่อย สารปรอทออกมามาก ๆ มันก็เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ตอนนี้โลกเขารังเกียจที่สุดก็คือคนที่ ทําลายสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นก่อนจะไปเจรจากับเขาเราก็ต้องดูแลภายในของเราด้วยครับ กฎหมายดูแลเรื่องนี้โดยตรงในประเทศของเราเรามีหรือยัง ถ้าไม่มีก็ต้องทําครับ ผมก็ไปกับ ท่านสมคิด บาลไธสง เมื่อวานนี้กลับจากประเทศเกาหลีมาเครื่องสําอางของประเทศเกาหลี เป็นที่นิยมมาก จะนิยมโดยที่ว่านิยมด้วยตัวเองหรือว่านิยมด้วยหัวหน้าทัวร์ (Tour) พาไปนี่ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเข้าไปร้านไหนคนไทยเต็มไปหมด คนขายก็เป็นคนไทย เขาก็โฆษณาบรรยายต่าง ๆ ผมเป็นหมอบางทีผมก็รู้แต่ก็ไม่กล้าที่จะไปเถียงเขา ผมกลัวเขา ตกงาน แต่เห็นแล้วว่าเครื่องสําอางจากประเทศเกาหลีหรืออาจจะประเทศอื่น ๆ ด้วย ประเทศเพื่อนบ้านของเราหลายประเทศที่เป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมี สารปรอทหรือสารอะไรที่มันเป็นโทษอยู่บ้างหรือเปล่า ไม่ทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุข เอาเลยครับถึงรัฐบาลเลย ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า เพราะผมเชื่อว่าแต่ละปี เราสูญเสียรายได้ไปกับเรื่องนี้มากมายทีเดียว ถ้าสูญเสียเงินไปแล้วและมันทําให้คนของเรา สวยดูดีขึ้นโดยไม่มีโทษก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ แต่ถ้าเกิดว่าสูญเสียเงินไปแล้ว มาทาแล้ว ดูดสารพิษเข้าไปในตัวแล้วต่อไปพิกลพิการกันหมดทั้งประเทศ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวด้วย เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามรัฐบาลว่าเคยตรวจสอบหรือยังเรื่องแบบนี้ เครื่องสําอางต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมแล้วก็คนไปซื้อกันมามาก ๆ มาใช้นี่ของเราได้เคยตรวจสอบหรือยังว่ามีสารมีพิษ หรือเปล่า โดยภาพรวมแล้วผมก็เห็นด้วยที่จะไปเจรจาพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอท แล้วก็สารทุกชนิดที่เป็นอันตราย แต่ว่าขอให้อยู่บนพื้นฐาน ของความเป็นจริงที่เราปฏิบัติได้ แล้วเราไม่ถูกหลอกให้ต้องไปซื้อเทคโนโลยีราคาแพงของเขา ขอบคุณครับ
น่าจะเป็นท่านสุดท้าย กระมังครับ ท่านสุรสาล ผาสุข เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อความคิดเห็นที่มีต่อกรอบการเจรจา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๖๐/๒ ของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนา มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท กระผมเห็นด้วยต่อ กรอบการเจรจานี้ เนื่องจากได้มีการดําเนินการกันมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เริ่มกันตั้งแต่ การที่ยูเอ็นอีพีได้มีการดําเนินการประเมินผลกระทบของสารปรอทในระดับโลก ผลของการประเมินนั้น ยูเอ็นอีพีพบว่าสารปรอทส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อนามัยของประชากรของโลก ด้วยเหตุดังกล่าวนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทําให้ได้มีการดําเนินการ จัดทํามาตรการด้านการจัดการสารปรอททั้งในระยะสั้นและในระยะยาวขึ้นมาโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะปกป้องสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากการปลดปล่อยสารปรอท ซึ่งจากการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศทําให้ได้ ข้อสรุปว่าการลดความเสี่ยงนั้นจะเป็นแนวทางหลักในการดําเนินงานเพื่อการจัดการ สารปรอทระหว่างประเทศในระยะยาวได้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๖๑/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากประเทศไทยนั้นยังมีการนําสารปรอทมาใช้ประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ จึงอาจได้รับผลกระทบจากข้อกําหนดของร่างมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจ ต่อสังคม ต่อสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลกระทบดังกล่าวนั้นอาจเป็นไปได้ทั้งผลกระทบในทางบวก และผลกระทบในทางลบ ดังนั้นกรอบการเจรจาของประเทศไทยสําหรับการประชุม คณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอทนั้น กระผมเห็นว่าจะต้องมีความชัดเจนครอบคลุมในทุกมิติ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ผลประโยชน์ของประชาชนที่เกี่ยวกับ สุขภาพอนามัย และขณะเดียวกันก็ต้องสนับสนุนให้กระบวนการเจรจานั้นบรรลุวัตถุประสงค์ ของร่างมาตรการทางกฎหมายที่กําหนดขึ้นไปพร้อม ๆ กันด้วย ท่านประธานครับ กระผม ขอขอบคุณทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษ ที่ได้มีการประสานเตรียมการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนได้กรอบของการเจรจาที่ครอบคลุม ประเด็นหลัก ๆ อยู่ ๕ ประเด็นด้วยกัน ทั้ง ๕ ประเด็นนั้นกระผมจะไม่กล่าวทุกประเด็นนะครับ แต่ขออนุญาตที่จะกล่าวถึงประเด็นที่ ๓ และประเด็นที่ ๕
ในประเด็นที่ ๓ นั้นกล่าวว่าในการเจรจานั้นให้คํานึงถึงหลักความรับผิดชอบ ร่วมกันในระดับที่แตกต่างกันของศักยภาพของแต่ละประเทศ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่กระผมอยากจะขอให้คณะกรรมการที่จะไปดําเนินการเจรจานั้นดําเนินการด้วย ความละเอียดรอบคอบ เพราะในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้มีการนําสารปรอท มาใช้ในด้านต่าง ๆ ก็ควรที่จะมีความรับผิดชอบร่วมกันกับประเทศอื่น ๆ แต่น้ําหนักของ ความรับผิดชอบนั้นไม่จําเป็นว่าจะต้องเท่ากัน สิ่งนี้มิได้หมายความว่าประเทศไทย จะเอารัดเอาเปรียบประเทศอื่น เพียงแต่กระผมเห็นว่าน้ําหนักของความรับผิดชอบ ของประเทศไทยนั้นควรจะได้แปรผันตรงตามศักยภาพของประเทศไทย
ในส่วนของกรอบการเจรจาในประเด็นที่ ๕ ซึ่งกล่าวไว้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ควรจะสนับสนุนประเทศกําลังพัฒนาและประเทศที่มีการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่จะต้องมีความชัดเจนอีกเช่นเดียวกัน ถ้าเราสามารถดําเนินการ ในส่วนตรงนี้ได้อย่างชัดเจนนั้นก็จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของการใช้สารปรอทและ การปลดปล่อยสารปรอทในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็จะช่วยลดผลกระทบ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๖๑/๒ ในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศของเราด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ จากร่างมาตรการ ทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอทซึ่งจะพัฒนาไปสู่การเป็นอนุสัญญา ระหว่างประเทศต่อไปนั้น ได้กําหนดวัตถุประสงค์ที่เป็นทางเลือกไว้ ๒ ทางเลือกด้วยกันครับ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนอย่างนี้ครับ
ทางเลือกที่ ๑ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์จาก การปลดปล่อยสารปรอท และสารประกอบปรอทสู่สิ่งแวดล้อมโดยการกระทําของมนุษย์
ทางเลือกที่ ๒ เพื่อลดและป้องกันผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพของมนุษย์จากการปลดปล่อยสารปรอทและสารประกอบปรอท โดยสนับสนุน การเผยแพร่และการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการใช้กลยุทธ์เพื่อการลดความเสี่ยง
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพิจารณาแล้วเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า วัตถุประสงค์ทางเลือกทั้ง ๒ ทางเลือกนั้นเป็นผลดีอย่างแน่นอนต่อโลกและต่อมวลมนุษยชาติ ในประเทศไทยเรานั้นเข้าใจว่าก็มีกฎหมายควบคุมการใช้สารปรอทอยู่แล้ว แต่เรามักจะพบ อยู่เนือง ๆ ว่ามีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการนําสารปรอทมาใช้ในกิจการต่าง ๆ ทางสื่อสารมวลชน ยกตัวอย่างเช่น ในเครื่องสําอางซึ่งมีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ในเรื่องของอาหาร แม้แต่ในทางการแพทย์ก็ตาม ทั้ง ๆ ที่เราน่าจะทราบดีว่าสารปรอทนั้น มีอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม ซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางด้วยกัน กระผม จึงขออนุญาตที่จะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีไปสู่ผู้ปฏิบัติว่าขอให้ได้ มีการควบคุมดูแลการใช้สารปรอท ทั้งกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ และผลิตภัณฑ์ ที่มาจากต่างประเทศเพื่อให้การใช้สารปรอทนั้นมีปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและ สิ่งแวดล้อม และกระผมขอสนับสนุนกรอบการเจรจานี้ครับ ขอบพระคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๖๒/๑
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกรอบการเจรจาของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่าง รัฐบาลในการพัฒนาทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วในส่วนของท่าน ส.ส. หรือท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านนายแพทย์สุกิจที่ท่านได้เรียนถามว่าคณะกรรมการที่จะไปร่วมประชุมกับเขานั้น มีคณะกรรมการหรือองค์ประกอบอย่างไรบ้าง ผมเองก็อยากจะกราบเรียนว่าคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะอยู่ภายใต้ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยจะมีตัวแทนของแต่ละกระทรวง ที่จะไปร่วมประชุมนะครับ คือจะมีตัวแทนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คืออธิบดีกรมควบคุมมลพิษหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย และส่วนกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะมีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้ง กระทรวงการต่างประเทศ ที่จะไปร่วมประชุมในกรอบการเจรจา จึงเรียนมาเพื่อให้ สมาชิกรัฐสภาได้โปรดพิจารณาครับ ขอบพระคุณมากครับ
ไม่มีท่านใดอภิปราย ผมขอมติเลยนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๖๓/๑
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิกนอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ถ้าพร้อมก็ใช้สิทธิแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๐๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๖๓/๒
ผมขอมติเลยนะครับ มติถามว่าจะเห็นด้วยกับกรอบการเจรจาดังกล่าว หรือไม่ครับ ใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ เชิญครับเห็นด้วยหรือไม่ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วย ๔๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามเจตนาของกรอบการเจรจาดังกล่าวนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๖๓/๓
ต่อไปเป็นเรื่องด่วนลําดับที่ ๒ ขอเปิดการอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่อง การอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกาเข้ามาดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพ ภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Composition, Cloud, Climate Coupling Regional Study-SEAC4 RS) ในประเทศไทยตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๖๔/๑
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี วันนี้ที่กระผมต้องเป็นผู้นําเสนอเพราะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีบัญชาพร้อมด้วยมติคณะรัฐมนตรีให้กระผมมานําเสนอ กรณีการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาเข้ามา ดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นเรื่องสําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาซึ่งเป็นไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เบื้องต้นคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนคนในประเทศไทย และประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่เสียโอกาสจะมีสิ่งดี ๆ มาดําเนินการในครั้งนี้ ใครจะบิดเบือนหรือไม่ ผมไม่ทราบ ใครจะรู้เท่าทันหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ทันทีที่ข่าวออกมา งานดี ๆ ชุดนี้รัฐบาลได้รับเกียรติจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็มีการนําเสนอว่าประเทศไทย เสียอธิปไตย ประเทศไทยยกสนามบินสุวรรณภูมิให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมาทําการจารกรรม จะมาล่วงรู้ความลับและหรืออื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่อง เท็จทั้งสิ้น เป็นเรื่องน่าเสียดาย เป็นเรื่องเสียโอกาส รัฐบาลตระหนักและรับฟังความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ สื่อบางฉบับก็บอกว่ารัฐบาลยกสนามบินสุวรรณภูมิให้กับ ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลยอมให้ประเทศสหรัฐอเมริกามาล่วงรู้ความลับทางด้าน ความมั่นคง รัฐบาลกําลังจะทํามาหากินให้ประเทศสหรัฐอเมริกามาสํารวจความมีมากน้อย
ท่านเฉลิมครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๖๔/๒ ทั่วเอเชียอาคเนย์จะเข้าใจผิด เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดคําว่าสนามบินสุวรรณภูมิ ถึง ๒ ครั้ง ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินอู่ตะเภาครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบครับ
ถอนคําพูดครับ อู่ตะเภา แหมนาน ๆ จะเห็นคุณวัชระได้ตําหนิติติงแบบมีเหตุมีผล ถ้าประพฤติตัวอย่างนี้ ต่อไปรอบหน้าเป็นรัฐมนตรี กระผมขอเรียนชี้แจงสักนิดเถอะครับ
ข้อ ๑ ความเป็นมาและขั้นตอนการดําเนินการโครงการศึกษาการก่อตัว ของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นโครงการ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์ด้วยการสํารวจทาง วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของมรสุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งผลกระทบ ต่อชั้นบรรยากาศและผลกระทบของมลพิษต่อคุณภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการดําเนินการศึกษาคือช่วงมรสุมในระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕
นี่ชัดไหมครับความเป็นมาและขั้นตอนการดําเนินการชัด มีเหตุมีผล อยู่ในเนื้อหาสาระ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๖๕/๑
ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมเรียนถามต่อท่านประธานรัฐสภาก่อนว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาเสนออยู่ในขณะนี้ คือเอกสารประกอบที่แจกอยู่หน้าห้องอันนี้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่เราจะเห็นว่าสิ่งที่มีมามันคือหัวข้อ เพียงหน้าเดียว หน้าแรกนะครับ แต่หน้าข้างในเป็นแค่บทคัดย่อ (๑) จันทร์เกษม รุณภัย ผ่าที่มาโครงการนาซ่าใช้อู่ตะเภาสํารวจอากาศ เป็นข้อมูลออนไลน์ (Online) ครับ และเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีก็อ่านคล้าย ๆ ตามตัวเอกสารนี้ ผมจึงต้องเรียนถามต่อ ท่านประธานรัฐสภาว่าสิ่งที่เราจะพิจารณาคณะรัฐมนตรีเสนอเอกสารอะไรจากคณะรัฐมนตรี มาสู่สมาชิกรัฐสภาครับ ถ้ามีก็กรุณาส่งด้วยครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ เอกสารมันมีเยอะผมก็สรุปย่อ เมื่อมอบหมายผมก็เป็นสิทธิของผมที่จะนําเสนอต่อ รัฐสภา และเมื่อนําเสนอแล้วเอกสารที่ผมนําเสนอก็แจกได้ครับ ขออนุญาตท่านประธาน รัฐสภาครับ เผื่อจะมีคนประท้วงต่อ ผมขออนุญาตอ่านเอกสารครับ
เชิญครับ
ผมต่อนะครับ ย้อนหลังไปนิดหนึ่ง วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้จัดทําแถลงการณ์แสดงเจตจํานงร่วมเพื่อให้มีการสื่อสาร อย่างใกล้ชิดระหว่างทั้ง ๒ ฝ่ายในการกําหนดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างกันเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์พื้นพิภพและการนํามาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทางสังคมหรือประโยชน์ด้านอื่น ร่วมกัน โดยได้จัดให้มีการประชุมหารือกันเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับโครงการศึกษาวิจัยทาง วิทยาศาสตร์ที่นาซ่าเสนอเพื่อร่วมมือกับประเทศไทยในปี ๒๕๕๕ ซึ่งต่อมาคือโครงการศึกษา การก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๖๕/๒ และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยได้ส่งหนังสือแลกเปลี่ยน ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มายังกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย เสนอให้ ประเทศไทยทําเป็นหนังสือแลกเปลี่ยนให้ความตกลงในการเข้ามาดําเนินโครงการดังกล่าว ในประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้เสนอร่างหนังสือแลกเปลี่ยนของฝ่ายไทยต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา อย่างไรก็ตามนาซ่าได้ประกาศยกเลิกโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ เนื่องจากไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่มีอํานาจให้เข้ามา ดําเนินการตามโครงการต่าง ๆ ภายในกรอบระยะเวลาที่กําหนดไว้ จึงจําเป็นต่อการปฏิบัติ ภารกิจตามแผนงาน เพราะแผนงานเขาใกล้เวลาเขาเลยต้องยกเลิกไป ซึ่งเสียดายโอกาส อย่างนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น จากความที่เข้าใจผิดหรือแกล้งเข้าใจผิด
ข้อ ๒ สาระสําคัญของหนังสือแลกเปลี่ยน ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เสนอ หนังสือแลกเปลี่ยน ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ มายังกระทรวงการต่างประเทศ เสนอให้ ประเทศไทยทําหนังสือให้ความตกลงในการเข้ามาดําเนินโครงการโดยใช้ฐานทัพอากาศ อู่ตะเภาของกองทัพเรือเป็นฐานปฏิบัติการการบินเพื่อศึกษาและทําความเข้าใจเกี่ยวกับ สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งการเกิดฝนและคุณภาพอากาศ โดยการสํารวจทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งข้อมูลการสังเกตพื้นผิวโลกทั้งหมดที่รวบรวมได้ ช่วงดําเนินโครงการจะนําไปเปิดเผยและไม่คิดค่าใช้จ่ายต่อสาธารณชน
การปฏิบัติการบินสํารวจจะกระทําในเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ถ้าหากไม่มีการโจมตีในทางที่เป็นเท็จเรื่องนี้ก็คงสําเร็จไปแล้ว มีพื้นที่ในการบินครอบคลุม ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศกัมพูชา และน่านน้ําสากลโดยรอบที่อยู่ภายใต้ การควบคุมทางอากาศของประเทศดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลประเทศสิงคโปร์และประเทศกัมพูชา ได้ให้ความยินยอมต่อการดําเนินโครงการนี้ และเจ้าหน้าที่จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้บรรยายสรุปให้ประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ในภูมิภาครับทราบถึงโครงการและไม่มีประเทศใด คัดค้าน โดยนาซ่าจะเสนอแผนการบินต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบินของประเทศไทย และจะปฏิบัติตามข้อจํากัดต่าง ๆ ที่กําหนดสําหรับการบินอย่างเคร่งครัด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๖๖/๑
นอกจากนั้นในระหว่างปฏิบัติการในประเทศไทยนาซ่าและหุ้นส่วน จะปฏิบัติตามกฎหมายไทยและประสานกิจกรรมต่าง ๆ ในการกระทําของประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับไทย ทั้งนี้นาซ่าได้จัดสรรงบประมาณประมาณ ๓๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐสําหรับดําเนินโครงการนี้ โดยไม่จําเป็นต้องได้รับงบประมาณเพิ่มเติม จากรัฐบาลไทย ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไทยได้ประโยชน์ ในภูมิภาคนี้ได้ประโยชน์ แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นคนออกงบประมาณทั้งหมด หน่วยงานรับผิดชอบหลักของประเทศสหรัฐอเมริกาคือนาซ่า ส่วนหน่วยงานรับผิดชอบหลักของไทยคือสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนของฝ่ายไทยที่เสนอโดย กระทรวงการต่างประเทศมีสาระสําคัญเช่นเดียวกับหนังสือแลกเปลี่ยนของ ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวคือให้ใช้ฐานทัพอากาศอู่ตะเภาของกองทัพเรือ เป็นฐานปฏิบัติการการบินและมีรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ระยะเวลาดําเนินการ ค่าใช้จ่าย การปฏิบัติตามกฎหมายไทยและหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการวิเคราะห์ มีการคิดว่า เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวทางในการพิจารณา ความเป็นหนังสือตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยว่าหนังสือ ตามสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ได้แก่ความตกลงระหว่างประเทศทุกประเภทที่จัดทําขึ้นระหว่าง ประเทศไทยกับต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศในรูปแบบที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะบันทึกไว้ในเอกสารฉบับเดียวหรือหลายฉบับที่เกี่ยวพันกัน และไม่ว่าจะเรียกชื่อ ว่าอย่างไรโดยอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อพิจารณานําหลักฐาน หลักเกณฑ์ดังกล่าวมาพิจารณา หนังสือแลกเปลี่ยนของประเทศสหรัฐอเมริกาและ ร่างหนังสือแลกเปลี่ยนของประเทศไทยมีสาระสําคัญสมควรที่จะประทานกราบเรียน ประธานรัฐสภาและให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้รับทราบ
๑. หนังสือแลกเปลี่ยนที่จัดทําขึ้นโดยประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ลงนามโดย เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย นางคริสตี้ เคนนีย์ ในนามรัฐบาล สหรัฐอเมริกาและร่างหนังสือแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทยจะได้จัดทําและจะมีการลงนาม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นั่งอยู่ทางขวามือผม ลงนามในนามรัฐบาลไทย จะประกอบเป็นความตกลงระหว่างรัฐบาล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๖๖/๒ ทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งเป็นไปตามความที่ระบุไว้ชัดเจนในตอนท้ายของหนังสือ ๒ ฉบับดังกล่าว จึงเป็นความตกลงระหว่างประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา
๒. จัดทําขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรโดยบันทึกไว้ในหนังสือแลกเปลี่ยน ๒ ฉบับ ที่มีข้อความตรงกัน
๓. มีการกําหนดสิทธิหน้าที่ระหว่างกัน ได้แก่ การกําหนดให้หน่วยงาน ทั้ง ๒ ฝ่ายจะต้องปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาโครงการ การกําหนดหุ้นส่วน เพิ่มเติมจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกัน หน่วยงานทั้ง ๒ ฝ่ายจะต้องยึดถือความตกลงตามหนังสือแลกเปลี่ยน การกําหนดให้ต้องมี การหารือและแก้ไขเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ ๓ กําหนดให้ นาซ่าต้องเสนอแผนการบินต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบินของประเทศไทยและจะต้อง ปฏิบัติตามข้อกําหนดสําหรับการบินอย่างเคร่งครัด การกําหนดให้นาซ่าและหุ้นส่วน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย
จากนี้เนื้อหาข้างต้นแสดงให้เห็นเจตนาของรัฐบาลไทยและประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประสงค์จะให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างกัน และโดยที่ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างก็ไม่รับ จึงทําให้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้นหากมีการแลกเปลี่ยนหนังสือ ๒ ฉบับระหว่างกันจะทําให้เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามเมื่อได้พิจารณาเนื้อหาสาระของหนังสือแลกเปลี่ยนของประเทศสหรัฐอเมริกา และร่างหนังสือแลกเปลี่ยนของประเทศไทยจะเห็นว่าเป็นความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ ผมย้ําอีกครั้งนะครับ เป็นความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาและทําความเข้าใจเกี่ยวกับ สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการขอใช้พื้นที่บริเวณฐานทัพอากาศ อู่ตะเภาของกองทัพเรือ มิได้มีผลในการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทยหรือเขตพื้นที่ นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากนาซ่าจะเสนอแผนการบินต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้านการบินของประเทศไทย และจะปฏิบัติตามข้อจํากัดใด ๆ ที่ประเทศไทยกําหนด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๖๗/๑ ที่กําหนดสําหรับการบินอย่างเคร่งครัด อีกทั้งการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นไปภายในระยะเวลา จํากัด คือช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ และไม่มีความจําเป็น ที่จะต้องออกกฎหมายเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา เพราะนาซ่าได้ตกลงที่จะปฏิบัติตาม กฎหมายไทยในระหว่างปฏิบัติการในประเทศไทย ทั้งในเรื่องการบิน พิธีการทางศุลกากร และเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งได้เสนอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการทั้งหมด โดยไม่จําเป็นต้องได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทย จึงไม่เป็นหนังสือสัญญา ที่กระทบต่องบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ
นอกจากนั้นเมื่อวัตถุประสงค์ของโครงการเป็นการสํารวจทางวิทยาศาสตร์ เพื่อศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และข้อมูลที่ได้รวบรวมจากการดําเนินโครงการนี้จะนําไปเปิดเผยแก่สาธารณชนโดยไม่คิด ค่าใช้จ่าย จึงไม่เป็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อการค้า การลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ
สําหรับประเด็นเรื่องผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของ ประเทศไทยอย่างกว้างขวางนั้น ดังที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความหมาย อย่างกว้างขวางจึงนําข้อเท็จจริงมาประกอบการพิจารณา เมื่อยังไม่มีข้อมูลสนับสนุน เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าการดําเนินการตามโครงการจะก่อให้เกิดผลกระทบดังกล่าว กรณีนี้จึงทําให้ไม่อาจพิจารณาได้ว่าหนังสือสัญญานี้เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญา ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุนี้หนังสือแลกเปลี่ยนของประเทศสหรัฐอเมริกาและร่างหนังสือแลกเปลี่ยน ของประเทศไทยจึงไม่เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องขอเสนอความเห็นชอบต่อรัฐสภา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ มีข้อกังวลของหลายหน่วยงานซึ่งเป็นเหตุเป็นผลที่น่ารับฟังแต่ว่ารัฐบาลได้พิจารณาแล้ว เรื่องนี้เป็นโครงการที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ มวลมนุษยชาติที่ได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลไทย ไม่ต้องใช้เงิน ประเทศสิงคโปร์เห็นด้วย ประเทศกัมพูชาเห็นด้วย หลาย ๆ ประเทศก็อาจจะมี ความห่วงใย ถ้าหากเรื่องนี้ได้เปิดโอกาสให้รัฐบาลทําเราก็ดําเนินการชี้แจงทําความเข้าใจได้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๖๗/๒ กระผมยืนยันอีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็ไม่ได้ดื้อดึง เมื่อมีข้อท้วงติง มีข้อห่วงใยก็ต้องอาศัยรัฐสภา นี่แหละครับ บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตอยู่ในนี้เต็มไปหมดว่าท่านทั้งหลายคิดอย่างไร แต่ในความเห็นของผม ในความเห็นของรัฐบาล แล้วก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่เข้าเกณฑ์ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้มีปัญหาวันหน้ารัฐบาล จึงนําเรื่องนี้โดยอาศัยช่องทางบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ มารับฟังความคิดเห็น ผมอยากจะกราบขอความกรุณาด้วยความเคารพจริง ๆ ถ้าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้ศึกษา สาระสําคัญว่าพันธกิจและภารกิจเรื่องนี้ไม่เข้าเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ท่านกรุณายืนยันเถอะครับว่าไม่เข้า และจะเสนอแนะเพิ่มเติมอย่างไรก็ช่าง แต่ถ้าท่านมั่นใจว่าเข้า ก็ยืนยันมาโดยเสียงข้างมากว่าเข้าตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รัฐบาล จะดําเนินการต่อไปก็จะได้เอามาเข้าสู่รัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะใช้สิทธิในการอภิปรายครับ แต่เกรงว่าเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชน ที่ฟังคําชี้แจงของท่านรองนายกรัฐมนตรีจะเกิดความสับสนขึ้น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๖๘/๑ ผมจึงจําเป็นต้องทําความกระจ่างกับวัตถุประสงค์ของการนําเสนอเรื่องนี้เข้ามาของรัฐบาล ผมเข้าใจมาโดยตลอดว่ามาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญนั้นเป็นช่องทางที่รัฐบาลจะมา ปรึกษาหารือกับทางรัฐสภาเกี่ยวกับการดําเนินการที่เห็นว่ามีผลกระทบอย่างกว้างขวาง ต่อประเทศ แต่กระผมก็แปลกใจในสุ้มเสียงท่วงทํานองของท่านรองนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ ที่เริ่มต้นขึ้นมาก็มีเรื่องของการกล่าวหา ตําหนิติติงว่าเรื่องนี้เป็นความน่าเสียดาย น่าเสียใจ ว่ามีการบิดเบือนในเรื่องของข้อเท็จจริง แล้วก็ได้พูดถึงโครงการซึ่งปัจจุบันก็ต้องถือว่า ไม่มีอยู่แล้วเพราะจบลงไปแล้ว ก็เลยไม่ทราบว่าที่ประสงค์จะมารับฟังความคิดเห็น ของพวกเรามันคือเรื่องอะไร แล้วก็ที่สําคัญครับ ตอนท้ายที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงนั้น ก็น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมขอลําดับให้ท่านประธานได้รับฟังอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าโครงการ ที่ปรากฏออกไปต่อสาธารณชนในเรื่องของการที่จะมีการศึกษาวิจัย เรื่องของเมฆ การก่อตัว ของเมฆ เพื่อเป็นการศึกษาสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคนี้ ในเชิงการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ ผมไม่คิดว่ามีใครปฏิเสธหรอกครับว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์แน่นอน แต่โครงการที่จะต้องมีการดําเนินการมีผลข้างเคียงหรือมีข้อเท็จจริงบางประการซึ่งจะมี ผลกระทบในทางมิติอื่นหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบ ผมคิดว่า การที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาแล้วก็กล่าวหาว่าใครก็ตามที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ โครงการนี้แล้วเป็นคนบิดเบือน เป็นคนที่ไม่อยู่กับข้อเท็จจริง อยากให้ท่านไปค้นบันทึก การประชุมของหน่วยงานของรัฐด้วยกันเองครับ ไม่ใช่คนนอก ไม่ใช่พวกผม ไม่ใช่นักวิชาการ ข้างนอก หรือนักวิพากษ์วิจารณ์ทั่วไป แต่ผู้แทนของหลายหน่วยงานเวลาเขาประชุมภายใน เขาตั้งข้อสังเกตเองว่าโครงการนี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะมีผลกระทบ ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งประเดี๋ยวก็จะมี เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายต่อไป แต่ที่ผมต้องย้ํากับท่านประธานก็คือว่ากระผมก็แปลกใจว่า ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเสียดาย เป็นเรื่องน่าเสียใจ เป็นเรื่อง ที่เกิดการเสียประโยชน์ คําถามก็คือว่าใครเป็นคนตัดสินใจครับ ใครเป็นคนตัดสินใจไม่อนุมัติ ไม่อนุญาตให้เขาเข้ามาดําเนินการ ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่นักวิชาการ ไม่ใช่สื่อมวลชน คณะรัฐมนตรีเองเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ ถ้าท่านจะตําหนิใครท่านก็ต้องตําหนิคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านแสดงความคิดเห็นอย่างมั่นอกมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับ มาตรา ๑๙๐ ก็แสดงว่าเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีสามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๖๘/๒ แต่เมื่อท่านตัดสินใจที่จะไม่อนุญาต ท่านก็ต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจนั้นครับ ท่านจะไป ลากเอาคนอื่นที่ไม่ได้ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีไปรับผิดชอบไม่ได้หรอกครับ เป็นเรื่องของท่าน ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีการเสนอมาแล้วมีเงื่อนเวลาเฉพาะ เพราะเขาต้องศึกษาในช่วงเดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายน แล้วความจริงรัฐบาล ก็ทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่เตรียมการให้เรียบร้อยเพื่อที่จะชี้แจงต่อสาธารณะ จนกระทั่งเกิดปัญหาว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ มีการลําเลียงออกมาแล้วและเขาต้องการการยืนยัน ในระยะเวลาที่เขากําหนดเอาไว้ มิฉะนั้นแล้วเขาก็จะมีปัญหาว่าจะต้องลําเลียงอุปกรณ์ เหล่านั้นมายังประเทศไทยแล้วไม่ได้ใช้ แต่ปรากฏว่าเมื่อท่านไม่สามารถบริหารจัดการตรงนี้ แล้วก็ตัดสินใจที่จะไม่อนุญาต เขาก็ยกเลิกโครงการนี้ไป เท่านั้นไม่พอครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๖๙/๑ หลังจากนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่านก็ได้เสนอ อีกโครงการหนึ่งเข้าสู่ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรีที่เป็นเรื่องของการวิจัยคล้ายคลึงกัน แต่บอกว่าเป็นโครงการที่จะดําเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์ของเราเอง ซึ่งผมไม่ทราบว่า จากตรงนั้นและมีการขอกรอบวงเงินงบประมาณเอาไว้ซึ่ง ครม. ก็อนุมัติในหลักการเท่านั้น ว่ามีความคืบหน้าไปที่ไหน อย่างไร หรือมีกระแสข่าวบอกว่าโครงการนั้นก็จะนําไปเจรจา กับนาซ่าอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับการที่จะลองสํารวจอาจจะเป็นปีหน้า เราไม่ทราบเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ผมต้องการความชัดเจนก่อนก็คือท่านมาขอรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ โครงการอะไร ถ้าท่านหมายถึงเอกสารทั้งหลายที่ท่านอ้างอิงได้กล่าวมาหมดมันหมดไปแล้วครับ มันหมดอายุไปแล้ว มันยกเลิกไปแล้ว แต่ถ้าท่านบอกว่าไม่ใช่กําลังจะมาขอรับฟังความเห็นว่า ปีหน้าจะไปทําความร่วมมือกับทางนาซ่าหรือใครก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการนั้น อยู่ที่ไหนครับ เพราะในระเบียบวาระการประชุมท่านให้กระดาษมาแผ่นเดียว แล้วก็อ้างถึง โครงการเก่าซึ่งหมดอายุไปแล้ว โครงการใหม่จะเหมือนเดิมหรือไม่ก็ไม่มีใครทราบ เพราะฉะนั้นเอาให้ชัดว่าวันนี้ท่านจะมาฟังพวกเรา ขอความเห็นพวกเราในโครงการอะไร จะครอบคลุมไปถึงกรณีการขออนุญาตใช้สนามบินอู่ตะเภาในกรณีอื่นด้วยหรือไม่ เพราะปัจจุบันรัฐบาลก็มีแนวทางการเจรจาอยู่กับทางประเทศสหรัฐอเมริกาในเรื่องของ การที่จะใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อเป็นศูนย์ในการบริหารจัดการและช่วยเหลือในกรณีที่เกิด ภัยพิบัติในภูมิภาค ต้องเอาให้ชัดครับ
ประการแรก ผมย้ําอีกครั้งถ้าที่ผ่านมาเป็นเรื่องการเสียประโยชน์ คนตัดสินใจ คือคณะรัฐมนตรี ถ้าวันนี้ท่านจะมาฟังความคิดเห็นจากพวกเรากรุณาบอกพวกเราว่า จะฟังในโครงการอะไรในอนาคตคงไม่มีประโยชน์ที่จะมาฟังในเรื่องของโครงการในอดีต ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว
ที่สําคัญที่สุดที่ต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าช่วงท้ายที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี บอกว่าวันนี้มาฟังพวกเราเพื่อที่จะมาถามความเห็นพวกเราว่ากรณีนี้เข้ามาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ของรัฐสภาครับ กรณีข้อตกลงหรือโครงการใดจะเข้าตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่อยู่ที่เนื้อหาสาระของโครงการนั้น ถ้าโดยเนื้อหาสาระเข้าเงื่อนไขตามมาตรา ๑๙๐ ต่อให้สมาชิกรัฐสภาทั้งสภาบอกว่าไม่เข้ามันก็ยังเข้ามาตรา ๑๙๐ สภาไม่มีอํานาจ ในการวินิจฉัยเรื่องนี้เลยครับ เป็นอํานาจขององค์กรอื่นที่จะต้องมีการพิจารณาต่อไป ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๖๙/๒ ที่สําคัญก็คือว่าการเปิดอภิปรายตามมาตรา ๑๗๙ รัฐธรรมนูญระบุชัดว่าไม่มีการลงมติ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาขอความกระจ่างจากท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะว่า เรื่องวิทยาศาสตร์นั้นผมไม่ทราบท่านทราบแค่ไหน แล้วก็โครงการตกลงมีโครงการใหม่ หรือจะให้พูดโครงการเก่า แต่ว่าเป็นนักกฎหมาย มาตรา ๑๗๙ ไม่มีการลงมติน่าจะทราบอยู่แล้ว ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ผมเรียนท่านผู้นําฝ่ายค้านผมพูดชัดครับ ไม่สับสนหรอกครับ เว้นแต่ท่านจะสับสนไปเอง ผมไม่สับสน คือที่ท่านบอกว่าเรื่องมันจบไปแล้วนี่ แต่รัฐบาลไทย ก็ได้ประสานกับทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเขาเอาทรงเดิม ทรงที่พวกท่านวิพากษ์วิจารณ์กัน ผมใช้คําว่าพวกท่านได้ไหมครับ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการเอเอสทีวี (ASTV) ผู้จัดการไทยโพสต์ บางกอกโพสต์ นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ถอนเรื่องการใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อประโยชน์ด้านการสํารวจของ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าเอาผิด เพราะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และสุ่มเสี่ยงต่อการเอาชาติไปแลกประโยชน์แอบแฝงของใครบางคน โครงการจัดทํา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติไม่เป็นปัญหา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๗๐/๑ แต่โครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศนั้น รัฐบาลกําลัง ดําเนินการอย่างเสี่ยง ๆ ซึ่งในกรณีนี้ฝ่ายความมั่นคงมีความกังวลมาก โดยเฉพาะ กองทัพอากาศ ท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล เป็นรองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวทุกเสาร์ อาทิตย์ บางครั้งจันทร์ อังคาร พุธ เราก็สะท้อนกลับว่า พรรคประชาธิปัตย์มองอย่างนี้ ผมไม่อยากมาหาเรื่องกับท่านหรอกครับ เพราะผมรู้ว่ารัฐบาล ของผมนี่มันทํางานไม่สบายเหมือนสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องระมัดระวัง ก็ไปออกอากาศรายการอย่างนี้เราก็ต้องถอยมาตั้งหลัก และที่นํามาเสนอวันนี้มาหารือ เพื่อบ้านเมือง รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วเอาผล ของงานเป็นตัวตั้งไม่ได้หวังชนะคะคานกันในสภา ผมเองก็อยู่ในสภามาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ชี้แจงอะไรไม่ได้หวังเอาชนะท่านเลย และจริง ๆ เราก็คนไทยด้วยกัน แต่เมื่ออะไร เป็นประโยชน์ก็มาหารือแล้วมันไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรอกครับ พวกท่านถนัดศาลรัฐธรรมนูญ กันเหลือเกิน เอะอะก็ขัดรัฐธรรมนูญ เอะอะก็ขัดรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งครูบาอาจารย์ติดเชื้อ นโยบายจํานําราคาข้าวก็ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ผมไม่เคยเห็น ศาลรัฐธรรมนูญเขาต้องตีความเรื่องกฎหมาย ถ้าเรื่องนโยบายศาลรัฐธรรมนูญ ตีความได้ต่อไปท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ต้องขออนุมัติ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อกําหนดนโยบายครับ ก็ยังทํานะครับ เราก็ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นอีก คือมาหารือวันนี้ก็เชื่อว่าพวกท่านมีสติปัญญาเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต แล้วก็บอกล่วงหน้า ถ้าหารือเป็นมรรคเป็นผลเราก็ไปบอกกับเขาว่าคุยพรรคพวกคนไทยโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาดําเนินการต่อเถอะครับ และที่มาหารือวันนี้ยังไม่มีใครอื่นหรอกครับเอาแค่โครงการเดิมนี่ท่านก็บอกต่อว่าใครเป็นคน ตัดสินใจไม่อนุญาต ไม่อนุมัติ กลัวครับ ก็มันฮือมาหมด หนังสือพิมพ์ทุกฉบับเจ้าเก่าครับ พรรคเพื่อไทยขายชาติ ยกสนามบินอู่ตะเภาให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยน หาผลประโยชน์รอยตะเข็บชายแดน ตกใจครับ เอ๊ะ ถ้าอนุมัติไปเดี๋ยวก็มีปัญหาอีกก็เลยไม่กล้า พวกผมนี่อยู่บนความหวาดกลัว ไม่ได้หวาดกลัวฝ่ายค้าน ไม่ได้หวาดกลัววุฒิสภา แต่หวาดกลัวองค์กรอิสระโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ กลัวจริง ๆ นี่ก็กลัวจะยุบพรรคอีกแล้ว ไม่เป็นอะไร ยุบใหม่ได้ ตั้งใหม่ได้ไม่มีปัญหา ผมเรียนท่านประธานครับ ข้อสุดท้ายที่มาหารือนี่ ไม่ได้หมายความว่าจะบังคับท่าน เพียงแต่นําเสนอว่าถ้าลักษณะอย่างนี้เพื่อประโยชน์ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๗๐/๒ ของบ้านเมืองต้องทํางาน ๒ รอบครับ ท่านเสนอมาเราก็ฟังครับ โดยเฉพาะท่านมีความรู้ดีกว่าผม ผมมันจบเอ็มไอที เมด อิน ไทยแลนด์ (MIT Made in Thailand) ท่านยังไปเมืองนอกเมืองนา ผมไม่เคยเรียนเมืองนอกก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ว่า ครม. เขามีมติผมก็ต้องมาทําหน้าที่ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าท่านอภิสิทธิ์มีอะไรที่เป็นประโยชน์เราก็รับฟัง แต่ถ้าหาก เห็นตรงกันถ้าท่านปรารภติดท้ายเสียนิดหนึ่งภาคผนวกดูแล้ว ศึกษาแล้วมันไม่เข้าเกณฑ์ มาตรา ๑๙๐ แล้วเป็นประโยชน์หากรัฐบาลจะทําอะไรต่อไปเมื่อเจรจากันได้เพื่อประโยชน์ ต่อประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รัฐบาลทําไปเถอะ พรรคประชาธิปัตย์ จะเชียร์ ไอ้อย่างนี้ก็คลื่นใหญ่ ย้ําอีกครั้งผมชี้แจงไม่สับสนครับ แต่ว่าธรรมดาครับ ฝ่ายรัฐบาลชี้แจง ฝ่ายค้านก็สับสน เหมือนผมเป็นฝ่ายค้านเวลาท่านชี้แจงอะไรมา ผมก็หูเอียง หูตึง ถ้าอะไรอยากฟังผมใช้หูขวา ถ้าอะไรไม่อยากฟังผมใช้หูซ้าย เพราะผมหูซ้ายดับ เป็นธรรมดาการเมืองก็อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญครับท่านอภิสิทธิ์ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๗๑/๑
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นแรกนะครับ ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าท่านคิดว่าขณะนี้รัฐบาลกําลังจะขอทํา โครงการเหมือนโครงการที่เขาเสนอมาอย่างนั้นใช่ไหมครับ ท่านก็น่าจะมีเอกสารอะไร บางอย่างมาให้กับสภาพิจารณาบ้าง แล้วมันจะเกี่ยวข้องกับโครงการที่ท่านรัฐมนตรี ปลอดประสพขอผ่าน ครม. ไปแล้วด้วยหรือเปล่า มีความแตกต่างในเรื่องการมีส่วนร่วม ของประเทศอื่นหรือเปล่า อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ไม่มีรายละเอียดอะไรเลยเมื่อกี้ท่านพูดมา แล้วในบันทึกของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ที่ส่งมาถึงสภานี่อ้างอิงถึงแต่หนังสือของ โครงการเก่าทั้งสิ้นครับไม่มีโครงการใหม่เลย ผมก็เลยสงสัยว่าทําไมจะมาให้พิจารณาในสิ่ง ซึ่งจบไปแล้ว แต่ถ้าท่านยืนยันว่ามีเจตนาท่านก็ควรจะต้องเอาข้อมูลมาเสนอว่าที่หยิบยื่น ข้อเสนอไปให้เขาใหม่นี่มันคืออะไร แล้วผมก็ยืนยันนะครับการใช้สนามบินอู่ตะเภาในขณะนี้ ไม่ได้มีเฉพาะในกรณีโครงการนี้ แต่กําลังมีโครงการอื่นด้วย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นพวกกระผม ก็อาจจะต้องมีการอภิปรายไปถึงโครงการเหล่านั้นด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมก็เพิ่งทราบนะครับว่าท่านเป็นคนขวัญอ่อน บริหารงาน ด้วยความหวาดกลัว ประเด็นอย่างที่ผมยืนยันนะครับ ไม่มีอะไรจะต้องหวาดกลัวเลยครับ ถ้าหากว่าทุกอย่างมันเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ เงื่อนไขของกฎหมาย ท่านออก พ.ร.ก. ไป ๔ ฉบับ ก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไรนี่ครับ ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็บอกว่า ออกได้ ท่านก็ทําหน้าที่ต่อ ทําไมกรณีนี้ถึงจะต้องเกรงกลัวขึ้นมาเป็นพิเศษ แล้วกระผม ก็เพิ่งทราบครับว่าท่านรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์มีอิทธิพลต่อรัฐบาลสูงมาก คือถ้าเป็น เช่นนั้นจริงก็จะให้เขาแถลงข่าวทุกวันเลยครับ หรือถ้าสนใจจริง ๆ ให้ยืมตัวไปเป็นรัฐมนตรี ก็ได้ครับ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ท่านจะมาบอกว่าคณะรัฐมนตรีตัดสินใจ บนพื้นฐานเพราะว่ารองโฆษกของพรรคฝ่ายค้าน สะท้อนมุมมอง ไม่ใช่ความคิดของเขาเอง แต่สะท้อนมุมมอง แม้กระทั่งอย่างที่ผมกราบเรียนครับ คนที่เขานั่งประชุมอยู่ในรัฐบาล ด้วยกันเอง หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงที่เขาตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ แล้วถ้าใครติดตามข่าว เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะในประเทศเราหรอกครับ แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง คนในระดับอดีตผู้บริหารของรัฐบาลสหรัฐอเมริกายังยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ความมั่นคงเลย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าจะขอรับฟังความคิดเห็น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๗๑/๒ แล้วยืนยันว่าเป็นโครงการที่เกี่ยวกับอนาคต เราก็ต้องคาดเดากันเอาเองว่าโครงการนั้น จะเป็นลักษณะไหน อย่างไร แต่การที่จะขอใช้สนามบินอู่ตะเภาโดยทางประเทศสหรัฐอเมริกา ก็คงจะเป็นประเด็นที่พวกกระผมจะต้องอภิปรายในรายละเอียดต่อไป แล้วก็สับสน หรือไม่สับสนไม่ทราบนะครับ แต่ว่าผมไม่รู้ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับว่าเรื่องนี้ ลงมติไม่ได้นะครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ชัดเจนครับ
สรุปประเด็นนะครับ เป็นการยื่นเข้ามาเพื่อหารือสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ เพราะฉะนั้นกรณี ประเด็นที่จะขอให้มีการลงมติว่าเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๙๐ หรือไม่นั้นคงจะลงมติตรงนั้นไม่ได้ เพราะมันอยู่นอกเหนืออํานาจของรัฐสภา ตรงนั้นก็คงไม่ได้ แต่ประเด็นคือเสนอมาเพื่อหารือ ขอความเห็นของสมาชิกเท่านั้นเอง คงไม่มีการลงมติ ก็เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ จะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผมยังมั่นใจผมไม่ได้บอกว่าให้ลงมติ ให้แสดงความเห็นแนบท้ายว่า เข้ามาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ถ้าไม่พูดเดี๋ยวเสียเหลี่ยมหลานกํานัน ผมนี่ปริญญาโทพับลิก ลอว์ (Public law) นะครับ ปริญญาเอกก็กฎหมายมหาชน ผมไม่พลาดหรอกครับมาตรา ๑๗๙ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายไม่ได้ ไอ้พลาดอย่างอื่นยังพลาดได้ อย่างนี้พลาดไม่ได้ หรอกครับ เพราะเรียนมาทั้งปริญญาโท ปริญญาเอก ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะให้ผม ไปแถลงหรือ ไม่มีหรอกครับ ทีนี้ปัญหามีต่อไปครับ ท่านถามว่ารัฐบาลกลัวรองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์หรือ ไม่กลัว ท่านให้สัมภาษณ์ทุกวันหรือ รอบหน้าพวกผมจะได้เกิน ๓๐๐ เสียงไม่กลัวครับ แต่บางครั้งนี่มันมีความเชื่อมโยง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๗๒/๑ ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเพราะผมไม่ค่อยเก่ง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่อ่าน เจ้าหน้าที่แปล แต่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทย ๑๐ ฉบับ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ หลายฉบับนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์ มาถึงท่านผู้นําฝ่ายค้าน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแนวคิด ในการใช้สนามบินอู่ตะเภาเริ่มในรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยเน้นใน ๒ ด้านคือการช่วยเหลือ เรื่องภัยพิบัติกับการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ซึ่งเป็นการพูดในลักษณะความร่วมมือ แบบพหุภาคี แต่ตอนนี้เป็นเรื่องระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นต้องมี ความโปร่งใส ไม่ใช่บอกว่าเป็นเรื่องที่มาจากรัฐบาลที่แล้ว อย่างไรก็ตามควรให้รัฐสภา มีโอกาสพิจารณาเรื่องนี้ร่วมกัน และท่านก็ยังแสดงความเห็นครับ แล้วผมไม่ได้ว่าท่านผิด พอท่านแสดงความเห็นเสียงมันดัง คนต้องรับฟัง ท่านเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลก็ตระหนัก รัฐบาลก็คุยกับเขาแล้ว เขาก็บอกว่า ถ้าเอาของเก่าเพียว ๆ แบบเดิม และรัฐสภาเห็นชอบทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็จะดําเนินการให้ และเมื่อกี้ผมย้ําอีกครั้งผมไม่ได้บอกให้ลงมติ บอกว่าถ้าอภิปรายตอนท้ายเป็นภาคผนวกนิดหนึ่ง ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วไม่น่าจะเข้าเกณฑ์มาตรา ๑๙๐ เรากลับไปเจรจากันพัวะ เรียบร้อย แต่ถ้ารัฐสภายังคิดว่าเข้าเกณฑ์มาตรา ๑๙๐ ก็เจรจาแล้วเอากลับเข้ามาใหม่ ยืนยันกับท่านด้วยความตั้งใจจริงครับ ท่านกับผมไม่มีอะไรทะเลาะกันครับ แต่ไม่มีท่าน กับผมวันนี้สภาไม่สนุก ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เรื่องหารือเกี่ยวข้องกับ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ผมย้ําไปแล้วว่าความเห็นหรือมติในเรื่องนี้ถึงมีมติมันก็ไม่สามารถ ไปผูกพันองค์กรอื่น ก็เห็นว่าไม่ควรที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๙๐ เป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องพิจารณาว่ามันเข้าข่าย ถ้าเข้าข่ายก็เสนอเข้ามา ไม่เข้าข่ายก็ไม่ต้องเสนอ เพราะฉะนั้น วันนี้คงเป็นเรื่องของการขอฟังความคิดเห็นของสมาชิกเท่านั้นเองว่าเห็นด้วย ที่จะดําเนินการเรื่องนี้ต่อหรือไม่ ผมขอเริ่มจากฝ่ายวุฒิสมาชิกก่อน แล้วจะไล่ลงมารัฐบาล แล้วก็มาที่ฝ่ายค้าน เมื่อกี้ก็ถือว่าท่านผู้นําฝ่ายค้านได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ไปที่ท่าน ส.ว. เจริญ ภักดีวานิช เชิญครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๗๒/๒
(นายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านกษิตประท้วงหรือครับ
ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิในเรื่องของการพาดพิง นิดหน่อยนะครับ
ขอทราบประเด็นครับ ประเด็นต้องเสียหายด้วยนะครับ ถ้าไม่เสียหายก็ใช้สิทธิอภิปรายทีหลัง
ก็ได้ครับ แต่ผมคิดว่ามันมีการพูดถึงโครงการอื่น ๆ ถ้าอย่างนั้นผมขอเก็บไว้ก่อนก็ได้นะครับ
ขอบคุณครับ
แต่ทีนี้ครับ ท่านประธานผมอยากจะปรึกษาหารือนิดหนึ่งได้ไหมครับ เพราะว่าท่านผู้นําฝ่ายค้านได้พูดว่า สืบเนื่องจากหนังสือที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีมาถึงท่านประธานรัฐสภานั้นมันเป็นเรื่องเดิม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทําไมเราถึงจะมาพูดกันในเรื่องที่มันจบไปแล้ว ในเมื่อ ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาได้ถอนเรื่องไปแล้ว แล้วประเด็นนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตอบให้แน่ชัดว่านี่จะเป็นโครงการใหม่หรือไม่ ถ้าเผื่อเป็นโครงการใหม่มันก็ต้องมี เอกสารให้พร้อมมูล แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีคงจะต้องเขียนจดหมายถึงท่านประธานใหม่ว่า อันนี้เป็นโครงการใหม่ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรี ยืนยันอีกสักครั้งหนึ่ง
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ ยืนยันต่อรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เป็นเรื่องเดิมแต่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขามีท่าทีถ้อยอาศัยว่าโครงการเดิมจะทําใหม่ไหม ถ้าทําใหม่ก็เอาแบบเดิม แต่เราต้องมาคุยกันในรัฐสภาให้เรียบร้อยเขาก็พร้อมจะทําให้ ขอบคุณครับ
ชัดเจนนะครับ เชิญท่านเจริญครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๗๓/๑
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช ส.ว. จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมเห็นด้วยกับท่านผู้นําฝ่ายค้านนะครับ ขณะนี้เรื่องนี้มันจบไปแล้ว แต่ทางรัฐบาล ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเผื่อจะได้ดําเนินการต่อ
เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานก็คือกระผม ก็ขอเรียกร้องรัฐบาลได้ดําเนินการต่อ คือคราวที่แล้วก็เสียดาย จู่ ๆ รัฐบาลก็ต่อให้เสียเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ท่านประธานครับ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่เราค่อนข้างเสียหายพอสมควร เพราะว่าในต่างประเทศนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยต่างประเทศ ให้ความสนใจทั่วโลก ถ้าท่านประธานติดตามข่าวจะเห็นว่าโครงการนี้นักวิทยาศาสตร์ประมาณ ๒๕๐ คนที่จะได้ร่วมกันวิจัย แล้วมีเรื่องสําคัญที่จะเกิดประโยชน์ แต่ก่อนจะเข้าสู่ตรงนี้ กระผมกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลว่าเรื่องนี้ทําไมมันเกิดขึ้นที่สนามบินอู่ตะเภา ท่านประธานครับ มีนักวิจัยของมหาวิทยาลัยที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แล้วก็มหาวิทยาลัยโอไฮโอ ที่ได้เสนอเมื่อปี ๐๘ ว่าเมฆสีแดงในเอเชียใต้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อปี ๐๘ จนถึงปัจจุบัน ถ้าท่านประธานติดตามข่าวต่อไปจะเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาได้นั้นเพราะว่าอะไร เพราะว่า ทั้งประเทศจีน ทั้งประเทศอินเดีย มีโรงงานอุตสาหกรรมเร่งผลิตการส่งออก มีการเผาป่า ที่ประเทศอินโดนีเซียหรือของเมืองไทยที่ไหนก็ตามมาก การที่เกิดเมฆแบบนี้ขึ้นมาก็นําไปสู่ อากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง นําไปสู่การที่ฝุ่นเป็นละอองขึ้นไปในอากาศค่อนข้างมาก ทีนี้ต่างประเทศเขาก็สนใจ เขาก็สํารวจดูว่าเฉพาะที่สนามบินอู่ตะเภาเป็นที่เหมาะสมมาก เพราะเมฆค่อนข้างชุ่มชื้น แล้วก็ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเมฆที่สนามบินอู่ตะเภานั้นค่อนข้าง ชุ่มชื้นแล้วก็น่าสนใจ ประการสําคัญก็คือว่านักวิทยาศาสตร์ของเราได้มีการติดต่อกับ องค์การนาซ่ามานานพอสมควร มีการวิจัยร่วมกันมานาน เมื่อกี้ผมกราบเรียนว่าเมฆสีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเอเชียใต้นี้ซึ่งเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าทั้งประเทศจีน ทั้งประเทศอินเดียก็ดี หรือทางในเอเชียใต้ เฉพาะเอเชียใต้เกิดจากการเผาป่าทําไร่ก็ดี หรือจากยานพาหนะ ที่มันเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็นําไปสู่การที่เราได้รู้สภาพองค์ประกอบของเมฆ
ประการสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธาน ภาพถ่าย ดาวเทียมของเราจะมีปัญหาเพราะฝุ่นมันไปบังสีต่าง ๆ ไม่ค่อยชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๗๓/๒ โครงการนี้ได้มีการสํารวจและมีการวิจัยก็จะทําให้ภาพถ่ายดาวเทียมของประเทศไทย ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งกระผมกราบเรียนเป็นประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ก็คือสภาพอุตุนิยมวิทยาเขาบอกว่าทั่วโลกในบริเวณพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจและซับซ้อนมากเกือบที่สุด เพราะฉะนั้นผลการสํารวจก็นําไปสู่การที่จะ ช่วยวางรากฐานในการแก้ปัญหาให้กับทั้งภูมิภาคและทั้งโลก ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรีขอให้ท่านรีบดําเนินการต่อ คิดว่าเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และนักวิทยาศาสตร์ของเราก็จะได้มีโอกาสร่วมวิจัย กระผมกราบเรียนว่า เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้เรียนต่อสภาว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง ไม่กระทบต่อ เศรษฐกิจ กระผมลองตามไปดูก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้ทําหนังสือถึง ครม. ระบุว่าพื้นที่ที่จะทําการบินนั้นมีเกี่ยวข้องอยู่ ๓ ประเทศเท่านั้น ก็คือ ประเทศเวียดนาม ประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณานําเรียนต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้แล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ผมอยากให้ทางรัฐบาลสรุปประเด็นเป็นเรื่อง ๆ เพราะว่าสิ่งที่มันขัดแย้งกัน ก็คือระหว่างในช่วงที่จะทําการวิจัยหรือทําการดําเนินการที่สนามบินอู่ตะเภานั้นสื่อต่าง ๆ จะมีปัญหาเรื่องของความมั่นคง เนื่องจากอะไรครับ ประเทศยักษ์ใหญ่ของเราที่อยู่ใกล้ ๆ คือประเทศจีนจะมีปัญหากับประเทศใกล้เคียงในเรื่องหมู่เกาะ
อันที่ ๒ สื่อต่าง ๆ สังคมต่าง ๆ ค่อนข้างกังวลว่าการสํารวจนี้นอกจาก ภูมิอากาศแล้วอาจจะมีเรื่องของพลังงาน จะมีการสํารวจเรื่องพลังงานซึ่งคนทั่วทั้งประเทศ อาจจะไม่ทราบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองต้องตั้งโจทย์เป็นเรื่อง ๆ ที่จะชี้แจงต่อประชาชน อันแรกท่านก็ชี้แจงว่าเป็นเรื่องความมั่นคงเพราะบินอยู่แค่ ๒-๓ ประเทศ ถ้าตามข่าว ช่วงแรก ๆ ท่านรัฐมนตรีคงจะทราบ มีการลงข่าวว่า ๑๒ ประเทศจะบิน ทั้งๆ ที่ ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ บอกว่ามีอยู่แค่ ๓ ประเทศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๗๔/๑
ประการที่ ๒ ก็คือสิ่งที่เขากังวลกลัวกระทบเศรษฐกิจก็คือกลัวว่าประเทศ ที่เราค้าขายค่อนข้างจํานวนมากก็คือประเทศจีนซึ่งมีกรณีพิพาทอยู่กับประเทศใกล้เคียง โดยต้องการเรื่องของเกาะในทะเลจีนใต้ แล้วก็ประเทศสหรัฐอเมริกาก็แสดงบทบาท ในเวทีโลกหลายครั้งเพื่อต้องการที่จะให้อาเซียนเองได้ช่วยกันปกป้อง เพราะฉะนั้นความเชื่อ และความขัดแย้งตรงนี้ถ้าเผื่อโครงการนี้เกิดขึ้นก็เป็นข้อกังวลส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จําเป็นจะต้องชี้แจง ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ ประธานบริหารสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศได้ลงนามไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ โน่นว่าจะทําโครงการนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโดยทั่วไปผมลองดูนักวิชาการ ทั้งประเทศ ค่อนข้างเสียดาย เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้กราบเรียนต่อสภาว่า เป็นโครงการที่เสียดาย ๙๐๐ ล้านบาท งบประมาณโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และนอกจากท่านมีนักเรียนโครงการฝนหลวงก็ตามจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ กระผมขอสรุปในเวลาที่จํากัดต่อท่านประธานครับ
ประการแรก ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเข้ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
ประการที่ ๒ จากการรับฟังวันนี้ ทั้งสมาชิกรัฐสภา รัฐบาลได้นําประเด็น ที่เป็นข้อกังวลของสมาชิกรัฐสภาได้ชี้แจงผ่านสื่อแล้วก็ชี้แจงต่อประชาชน สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา กังวล กระผมคิดว่าทางรัฐบาลก็คงจะชี้แจงได้
ประการที่ ๓ ผมคิดว่าเรื่องนี้เนื่องจากจะเกิดประโยชน์มหาศาลในเรื่องของ การวิจัย นักวิทยาศาสตร์ของเราไม่ว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรก็ดี สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังก็ดี คิดว่าถ้าเผื่อกระจายไปสู่มหาวิทยาลัยอื่นด้วย ก็จะทําให้นักวิทยาศาสตร์ของเราซึ่งกระจายหลายภูมิภาค ไม่ว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเรามีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนํามากมาย ถ้าเผื่อทางรัฐบาลได้เพิ่มจํานวนขึ้นไปหรือจะเป็นเครือข่ายก็ได้ ก็จะได้นําไปสู่โครงการที่ มีคุณภาพมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ประการสุดท้าย ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาล กระผม คิดว่าขณะนี้หลายเรื่อง รัฐบาลต้องถอยกลับ เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็บอก ท่านบอกว่า เนื่องจากกลัว ถ้าเผื่อความกลัวของรัฐบาลนําไปสู่ให้ประชาชนเกิดความรู้สึกกลัวในเรื่องที่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๗๔/๒ ไม่ควรกลัว รัฐบาลเองยังกลัวผมคิดว่าความมั่นใจของนักลงทุนก็ดีหรือของประชาชนก็ดี เรื่องดี ๆ แบบนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต่อไปนี้ต้องเริ่มมีความกล้าหาญซึ่งหลายเรื่องกล้าหาญอยู่แล้ว ผมกราบเรียนว่าซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติแล้วก็ไม่ใช่เฉพาะประเทศเรานะครับ จะเป็นประโยชน์กับสังคมโลกด้วย อย่างไรก็ตามกระผมคิดว่าด้วยความพยายามของรัฐบาล ก็อยากเจรจา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ดีพยายามที่จะทําความเข้าใจ หรือเจรจา กระผมคิดว่ารัฐบาลควรดําเนินการต่อ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับ ต่อเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายและผู้นําฝ่ายค้าน ที่จริงแล้วในวันนี้รัฐบาล ตั้งใจที่จะเอาเรื่องโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งองค์การนาซ่าต้องการที่จะเข้ามาดําเนินงานในประเทศไทย เพื่อมาขอคําหารือจากสภาแห่งนี้โดยไม่ได้มีการลงมติ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับว่ารัฐบาล ต้องการฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง เนื่องจากว่าโครงการนี้ถึงแม้ว่าปีนี้ทางองค์การนาซ่า ไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยได้ แต่จากการที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้พบหารือกับท่านฮิลลารี คลินตัน ตลอดจนตัวผมเองได้พูดคุยกับท่านทูตอเมริกัน ประจําประเทศไทยแล้วก็ได้พบกับท่านคลินตันในต่างประเทศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๗๕/๑ เราก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่าเรายังอยากที่จะได้มีโอกาสทําเรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์กับภูมิภาค ของเรา ซึ่งทางประเทศสหรัฐอเมริกาเขาก็บอกว่าถ้าเขามีความพร้อมด้านงบประมาณ ในปีหน้าก็จะพิจารณาความเป็นไปได้ ซึ่งเท่าที่ฟังจากการพูดของเขานี่เชื่อมั่นได้ว่าปีหน้า เรายังมีโอกาสที่จะนําโครงการที่มีประโยชน์อย่างนี้มา แต่ก่อนที่จะลงไปในเนื้อหาต่าง ๆ ที่ผมอยากจะเล่าให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ฟังถึงความเป็นมาของโครงการนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน เพราะตลอดระยะเวลาที่เราหยิบยกเรื่องโครงการนี้ขึ้นมา พูดจากันนั้นมีความกังวลจากหลาย ๆ ฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งที่จะนําประเด็นนี้ มาเป็นประเด็นการเมือง ก็ต้องทําความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยครับ เพราะมิฉะนั้นแล้ว ประเทศไทยเสียประโยชน์ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิชาการ เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกวุฒิสภาที่เมื่อกี้ได้อภิปรายว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเข้ากับมาตรา ๑๙๐ ก็ต้องขอบคุณท่านครับที่ท่านได้เห็นถึงสิ่งนี้ เราก็จะบันทึกความคิดเห็นของท่านไว้ หากวันนี้ ถ้าเราฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกแล้วว่าโครงการนี้จําเป็นจะต้องเข้าสภาตามมาตรา ๑๙๐ เราก็จะเอาเข้ามาครับ แต่ถามว่าโครงการนี้เป็นโครงการใหม่ไหม ไม่ครับ เราจะดําเนินการ ต่อเนื่องโดยใช้วิธีการอย่างที่ดําเนินมา ผมจะเล่าอย่างนี้ครับ โครงการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ โดยองค์การจิสด้า (GISTDA) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีได้ไปลงนามกับองค์การนาซ่า อันนี้คือจุดเริ่มต้นในรัฐบาลที่ผ่านมาครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคงจะมาเล่าให้พวกเราฟังว่า เรื่องมันเป็นอย่างไร โครงการนาซ่าลักษณะนี้เคยมีการดําเนินการในหลายประเทศครับ และในส่วนของประเทศไทย ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขอดําเนินโครงการอย่างเป็น ทางการหลังจากลงนามกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว คือเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย ได้นําดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง นักวิทยาศาสตร์องค์การนาซ่าเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ของกระทรวง การต่างประเทศเพื่อบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อ สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง ได้แจ้งว่า ได้ไปบรรยายสรุปให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของไทยที่สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศหรือจิสด้า และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๗๕/๒ กระผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสํารวจสภาพภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งผลต่อการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของภูมิภาคนี้ เช่น ไต้ฝุ่น ลมมรสุม เพื่อให้ได้ข้อมูลละเอียดชัดเจนขึ้น เพื่อเทียบเคียงกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม สําหรับใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ การพยากรณ์อากาศ การบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ ซึ่งเดี๋ยวดอกเตอร์ปลอดประสพก็จะเล่ารายละเอียดให้พวกเราฟังครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๗๖/๑ องค์การนาซ่ามีแผนที่จะขนย้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ มายังประเทศไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ และบินสํารวจช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน ๒๕๕๕ เท่านั้น เพราะเป็นช่วง ที่เกิดมรสุมเพื่อที่จะได้เก็บตัวอย่างอากาศในชั้นบรรยากาศระดับต่าง ๆ และปฏิบัติการ ในห้องทดลองบนเครื่องบินนาซ่าจํานวน ๓ ลํา โดยฝ่ายประเทศไทยก็จะมีเครื่องของ สํานักฝนหลวงของกองบินเกษตร ๑ ลําเข้าร่วมด้วย โดยจะบินสํารวจเหนือน่านน้ําสากล ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอยู่ภายใต้การควบคุมทางอากาศของประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์และประเทศกัมพูชา สําหรับการดําเนินงานในประเทศไทยนาซ่าขอใช้พื้นที่ สนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือเป็นฐานปฏิบัติการบินสํารวจ ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องพิจารณา ให้ความเห็นชอบและหากประเทศไทยให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะต้องตกลงกัน ในรายละเอียดเรื่องการใช้พื้นที่และบุคคลที่จะเข้าพื้นที่ต่อไป เหตุผลที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เลือกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อดําเนินโครงการนี้ เนื่องจากนาซ่าเห็นว่าภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสําคัญมาก เนื่องจากมีองค์ประกอบด้านวิทยาศาสตร์ หลายอย่างที่ส่งผลต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลกและการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศ อย่างเช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมาจากแหล่งต่าง ๆ ที่หลากหลาย ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทั้งจากการปล่อยก๊าซและควันต่าง ๆ ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์และ ที่เกิดตามธรรมชาติ ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งจากองค์การนาซ่าและสถานเอกอัครราชทูต สหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยได้อธิบายว่าสาเหตุที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเลือก ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการบินสํารวจด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ
๑. ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทําให้สามารถ สํารวจทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างสะดวก
๒. ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ยาวนานและเข้มแข็งกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา
๓. ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และมีบุคลากรที่พร้อมกว่า ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
๔. สนามบินอู่ตะเภาเหมาะสมที่สุดในการใช้เป็นฐานปฏิบัติการ ทั้งในแง่ของ ขนาดและที่ตั้ง นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ดําเนินกิจกรรมร่วมระหว่างกองทัพไทยและ กองทัพสหรัฐอเมริกาบ่อยครั้ง ทั้งนี้กระผมขอเรียนว่าสนามบินที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๗๖/๒ ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีศักยภาพ แต่ทางองค์การนาซ่าบอกว่ามีขนาดเล็กเกินไปทําให้ ไม่เหมาะสมเท่าสนามบินอู่ตะเภา กระทรวงการต่างประเทศตระหนักดีครับว่าโครงการนี้ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะเป็นคนกลางที่ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ จึงได้ดําเนินการจัดประชุมหน่วยงานไทย ทั้งหมด ๔ ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๓ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ และวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านความมั่นคง ด้านเทคนิคเข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น ๒๐ หน่วยงาน ผมคงไม่อ่านชื่อนะครับ เริ่มตั้งแต่สํานักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม กรมข่าวทหารบก กองนโยบายและแผน กรมยุทธศาสตร์ทหารอากาศ กรมยุทธการทหารเรือ กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม สํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๗๗/๑ ไล่ลงมาครับจนถึงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบัน สารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร (องค์การมหาชน) ๒๐ หน่วยงานด้วยกันร่วมประชุม มาโดยตลอด นอกจากนี้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติก็จัดประชุมอีก ๑ ครั้ง เพื่อพิจารณาประเด็นความมั่นคงเป็นการเฉพาะ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔ กระทรวง การต่างประเทศได้เชิญดอกเตอร์มาริ่งจากองค์การนาซ่าและผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต สหรัฐอเมริกามาให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเพิ่มเติมของหน่วยงานไทย รวมทั้งได้เชิญ นักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบังให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่อาจารย์เหล่านี้เคยร่วมโครงการในลักษณะ เดียวกันกับองค์การนาซ่าในต่างประเทศ เพื่อรวบรวมความเห็นก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณา ของคณะรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ กระทรวงการต่างประเทศก็ได้แจ้งให้ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ดําเนินการและให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่ฝ่ายไทยจะดําเนินการต่อไป ซึ่งประกอบด้วย ๕ ข้อ ใหญ่ ๆ ครับ
ข้อ ๑ เราได้ให้ทางประเทศสหรัฐอเมริกาจัดทําหนังสือแจ้งรัฐบาลไทย เพื่อขออนุญาตดําเนินโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ข้อ ๒ ให้ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาหารือประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคซึ่งมีน่านฟ้าเกี่ยวข้องกับเส้นทางการบิน และขอความเห็น จากประเทศเหล่านั้นต่อการดําเนินการของโครงการนี้
ข้อ ๓ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องบินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะใช้ ในโครงการของประเทศสหรัฐอเมริกาคือขององค์การนาซ่านี้
ข้อ ๔ ให้ยืนยันว่าผลของการดําเนินโครงการจะใช้ไปในทางวิทยาศาสตร์ เท่านั้น ไม่ใช้ไปในด้านการทหาร ความมั่นคง และการค้า
ข้อ ๕ ประเทศสหรัฐอเมริกาต้องให้ข้อมูลเพื่อแสดงถึงความโปร่งใสและ ความปลอดภัยของโครงการดังกล่าว รวมทั้งเพื่อตอบข้อห่วงกังวลหรือคําถามของฝ่ายไทย ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับผลดําเนินการโครงการในลักษณะเดียวกันในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งรวมถึงความร่วมมือและปฏิกิริยาที่ได้รับจากประเทศในภูมิภาคดังกล่าวด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๗๗/๒
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ก็มีหนังสือเพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเพื่อให้องค์การนาซ่าดําเนินการ โครงการดังกล่าว พร้อมทั้งให้ข้อมูลโครงการเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีประเด็นสําคัญ ดังนี้ครับ
ประการแรก แจ้งวัตถุประสงค์และกิจกรรมเพื่อทําการวิจัยสภาพภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด ขององค์การนาซ่าในภูมิภาคนี้ และจะมีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมประมาณ ๒๘๐ คน จากประเทศต่าง ๆ และมีความตั้งใจที่จะใช้ข้อมูลที่ได้จากโครงการนี้เพื่อวัตถุประสงค์ ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ประการที่ ๒ ทางประเทศสหรัฐอเมริกาแจ้งว่าได้แจ้งกรอบเวลาของ การดําเนินโครงการไว้ว่าในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน ๒๕๕๕ เท่านั้น เพราะเป็น ช่วงของมรสุม องค์การนาซ่าก็ขอใช้พื้นที่ในการปฏิบัติการทดลองบริเวณสนามบินอู่ตะเภา เป็นฐานในการทําวิจัย รวมทั้งได้ให้รายละเอียดการนําเข้าอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ และการดําเนินการตามกฎหมายไทยทุกประการ
ประการสุดท้าย หากรัฐบาลไทยเห็นชอบเขาก็ขอให้เราส่งหนังสือแลกเปลี่ยน หรือเอกซ์เชนจ์ ออฟ โน้ตส (Exchange of Notes) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกาในการดําเนินการโครงการดังกล่าว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๗๘/๑
ในส่วนของการดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศ ใกล้เคียง ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้แจ้งกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยเราว่า ในการบินสํารวจเหนือน่านน้ําสากลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมการบิน ของประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศกัมพูชา และประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับความยินยอมจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศกัมพูชาและ ประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งได้แจ้งประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแล้ว ซึ่งไม่มีประเทศใดคัดค้าน นอกจากนี้ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้รายละเอียดการดําเนินโครงการในลักษณะ เดียวกันที่ประเทศคอสตาริกา ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา เพื่อเป็นข้อมูล เปรียบเทียบกับโครงการที่จะดําเนินการในประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าเสียใจครับ ระหว่างนั้น ในช่วงตั้งแต่วันที่ ๓ มิถุนายนร่วมเดือนหนึ่งครับก็มีข่าวออกมามากมายเป็นข่าวที่ออกมา จากหนังสือพิมพ์ มีการกล่าวหาโจมตีว่ารัฐบาลนั้นอาจจะไปสร้างข้อขัดแย้งกับประเทศจีน แล้วก็มีผลประโยชน์แอบแฝงกับทางประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดี๋ยวผมจะขออนุญาต ท่านประธานเล่าอีกเล็กน้อยว่าผมนี่เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ก็ทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนําเรื่องทั้งหมดของโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และวันที่ ๑๓ มิถุนายน ผมก็เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาดามคลินตันก็ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ก็ได้เล่าให้ท่านฟังถึงปัญหา ประเทศไทย เพราะว่าปัญหาของประเทศไทยนั้นคือความเข้าใจไม่ตรงกัน มีการหยิบยก ประเด็นต่าง ๆ ขึ้นมาพูดกันมากมาย สร้างความสับสนขึ้นในสังคม กล่าวหาว่าการใช้อู่ตะเภานั้น ก็เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วทางการจีนก็จะกล่าวหา กล่าวโทษและ การบินของเครื่องบินองค์การนาซ่าเมื่อบินผ่านไปในประเทศต่าง ๆ อาจจะไปล้วงความลับ หรือมีความต้องการที่จะก่อให้เกิดสงครามขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นข้อห่วงใย พอได้หยิบยกคุยกับท่านคลินตันท่านเข้าใจครับ ท่านก็บอกว่าองค์การนาซ่านั้นเป็นองค์การ วิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเขาเลย เดี๋ยวผมจะเล่าต่ออีกครับว่าผมไป ประเทศจีน ผมก็ไปถามข้อกังวลข้อห่วงใยของพี่น้องคนไทยที่ไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักว่า ประเทศจีนเขามีความคิดอย่างไรกับโครงการนี้ ต่อมาครับท่านประธานหลังจากวันที่ ๔ ผมทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๘ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เป็น ประธานการประชุมระดมสมองเรื่องความร่วมมือไทย-สหรัฐอเมริกา ด้านนี้แหละครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๗๘/๒ นอกจากด้านอวกาศนาซ่านี้แล้ว ก็ได้มีการประชุมเรื่องความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและ การบรรเทาภัยพิบัติซึ่งเป็นโครงการซึ่งรัฐบาลผู้นําฝ่ายค้านเป็นคนริเริ่มก่อนหน้านี้ เป็น ๒ โครงการ ซึ่งจะใช้สนามบินอู่ตะเภาเหมือนกัน นี่แหละครับเป็นที่มาที่ทําให้ประชาชน คนไทยสับสนเพราะเอา ๒ เรื่องมารวมเป็นเรื่องเดียว ซึ่งที่ประชุมในวันนั้นที่ประชุมที่พัทยา โรงแรมรอยัลคลิฟ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ โดยเห็นควรตั้งคณะทํางานเพื่อให้ มีความเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับแนวการปฏิบัติทั้ง ๒ โครงการ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ก็มีจดหมายจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย สําเนาหนังสือจาก องค์การนาซ่าถึงเอกอัครราชทูตมายังกระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่าจําเป็นต้องยกเลิก การดําเนินการโครงการนี้ หากทางการไทยไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ภายใน วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๗๙/๑ เนื่องจากจะมีเวลาไม่พอในการเตรียมการต่าง ๆ ต่อมาวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์แจ้ง กระทรวงการต่างประเทศเพิ่มเติมว่าหน่วยงานด้านอวกาศของประเทศอินโดนีเซียได้ลงนาม ในความตกลงเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย ต่อมาวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ วันเดียวกันนี่แหละ พลเอก จิ้ง จื้อหยวน สมาชิกกรรมาธิการการทหารกลาง สาธารณรัฐประชาชนจีนและ ผู้บัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ ๒ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองทัพบก ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๕ ซึ่งก็ปรากฏว่า สื่อหลายฉบับได้พยายามโยงเรื่องครั้งนี้กับการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ ๒๕ มิถุนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คือตัวผมนี่แหละครับ ได้เชิญเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยมาพบหารือเกี่ยวกับการดําเนินการต่อไป สําหรับโครงการนี้ซึ่งที่จริงแล้วตอนนั้นก็ปรากฏว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ถึงขั้นเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภาออกมาว่าเรื่องนี้จะต้องเข้ามาตรา ๑๙๐ ประกอบกับทางรองโฆษกของ พรรคประชาธิปัตย์ก็บอกว่าจะไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีในระหว่างการประชุม ครม. จึงได้มีมติให้นําเรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ เพื่อให้มีการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ เนื่องจากประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียง ทางการเมืองและอยู่ในความสนใจของสาธารณชน นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระผม แจ้งฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาทราบเกี่ยวกับผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในตอนเช้า ซึ่งในบ่ายวันเดียวกันกระผมจึงได้โทรศัพท์แจ้งผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้แก่ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยซึ่งได้แสดงความเข้าใจต่อการตัดสินใจของ คนไทย ต่อมาเว็บไซต์ขององค์การนาซ่าได้เผยแพร่ข้อมูลความว่าในวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ องค์การนาซ่าได้ยกเลิกภารกิจโครงการดังกล่าวซึ่งมีกําหนดที่จะเริ่มขึ้น ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เนื่องจากไม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานของภูมิภาค ในกรอบเวลาที่จําเป็นต่อการติดตั้งอุปกรณ์และการสํารวจทางวิทยาศาสตร์ วันที่ ๖ กรกฎาคมครับท่านประธาน ผมเองได้มีโอกาสไปเยือนประเทศจีนพบกับรัฐมนตรี ต่างประเทศจีน ผมอยากทราบว่านายหยาง เจี๋ยฉือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศจีนเห็นกรณีเช่นนี้เป็นอย่างไรเพราะว่ามีหลายฝ่ายบอกว่าประเทศจีนจะโกรธ เขาตอบผมอย่างนี้ว่าประเทศจีนไม่มีความเห็นสําหรับความสัมพันธ์ฉันปกติระหว่าง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๗๙/๒ ประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนขอชื่นชมประเทศไทยที่ดําเนิน ความสัมพันธ์โดยคํานึงถึงความรู้สึกและความสบายใจของประเทศจีน โดยประเทศจีน ไม่มีความกังวลหากประเทศไทยให้องค์การนาซ่าใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานเพื่อศึกษา สภาพอากาศ
สุดท้ายแล้วครับ ต่อมาครับท่านประธาน วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ในระหว่าง การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา นางคลินตันได้แสดงความผิดหวัง ที่นักวิทยาศาสตร์ไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาเสียโอกาสที่จะร่วมงานกันในโครงการ สํารวจสภาพบรรยากาศของนาซ่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๘๐/๑ แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าใจดีถึงกระบวนการทางการเมืองที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในเรื่องนี้ ของประเทศไทย หากประเทศไทยสามารถมีข้อสรุปทางการเมืองสําหรับโครงการนี้ และหากประเทศสหรัฐอเมริกามีความพร้อมด้านงบประมาณในปีหน้าก็จะพิจารณา ความเป็นไปได้ในการดําเนินการโครงการนี้ในอนาคต ซึ่งนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ได้ขอบคุณสําหรับความเข้าใจของประเทศสหรัฐอเมริกาต่อการตัดสินใจของประเทศไทย แล้วท่านก็ได้กล่าวตอนท้ายว่าการเมืองไทยประกอบด้วยบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน จึงต้องใช้เวลาในการหาข้อสรุปที่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และหวังว่าจะได้ร่วมมือกัน ในอนาคต ท่านประธานครับ อันนี้แหละครับคือที่มาของรัฐบาลที่ต้องการให้รัฐสภาแห่งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาตามมาตรา ๑๗๙ เรารับฟังความคิดเห็น ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ไม่ได้เป็นอะไรครับ แต่ว่าผลประโยชน์ของประเทศไทยนั้นน่าจะเป็นหลักที่พวกเราควรจะยึด และโครงการนี้เป็นประโยชน์ ถ้าเสียงส่วนใหญ่ถ้าผมฟังแล้วรัฐบาลบันทึกไปมีคนเห็นว่า ต้องเข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ที่จะต้องเข้าสภาเราก็พร้อมครับ แต่โครงการนี้ไม่ได้ยกเลิก ก็ยังจะดําเนินการต่อไป เดี๋ยวท่านปลอดประสพก็คงจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสิ่งที่ได้ไปเห็นมา เป็นอย่างไร อันนี้ผมก็ฝากเพื่อนสมาชิกของทั้ง ๒ สภาช่วยกันพิจารณา ช่วยกัน วิพากษ์วิจารณ์ เสนอข้อคิดเห็นก็จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต อย่างน้อยปีหน้า เราก็จะได้รู้ว่าฝนตกลงมานั้นจะมากน้อยเหมือนปีนี้หรือไม่ เพราะว่ามันก่อให้เกิด ความเสียหาย ยิ่งน้ําท่วมทําลายความรู้สึกจิตใจของพี่น้องประชาชนคนไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพรัก ทุกท่าน ผม ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผมต้องขออภัยเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ชิงมาพูดเสียก่อน แทนที่จะฟังท่าน แต่ผมเชื่อว่าผมพูดเสียจะได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าเรากําลังจะทําอะไร แล้วทําไมถึงต้องทํา แล้วมันได้ประโยชน์อะไร ก็เห็นใจอยู่เหมือนกันเมื่อสักครู่ทางท่านอดีต ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๘๐/๒ นายกรัฐมนตรีก็บ่นว่าเอกสารให้มาน้อย ก็ขอความกรุณาถือว่าที่ผมจะพูดต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดก็แล้วกัน ขอให้พยายามฟังผมแบบเป็นนักวิชาการ ผมจะมี ๕-๖ เรื่องพูด แล้วก็จะพยายามไม่ใช้เวลายาวนักครับ
ข้อแรก อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เรากําลังทําอยู่ในขณะนี้เป็นงานวิจัย ศึกษา เรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติของบรรยากาศที่อยู่เหนือศีรษะเรานี่แหละครับ ในคุณสมบัติ ทางด้านเคมีและฟิสิกส์ ประมาณสัก ๔๐ เรื่อง หรือ ๔๐ ตัวด้วยกัน
ข้อที่ ๒ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติและพฤติกรรมของเมฆ เมฆมี ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ ใน ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ แบ่งเป็น ๑๐ กลุ่มเล็ก ๆ เพราะฉะนั้นเราก็จะศึกษา เมฆทั้ง ๑๐ กลุ่มนี้โดยไม่มีการยกเมฆครับ
ข้อที่ ๓ ก็คือว่าเรากําลังเกี่ยวพันกับเครื่องบิน ๔ ลํา เป็นของ ประเทศสหรัฐอเมริกาเสีย ๓ ลํา ของนาซ่า ของเราเสีย ๑ ลํา แล้วก็เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ๕๕ ชิ้น ไม่เกินนี้เด็ดขาด นักวิทยาศาสตร์อีกประมาณ ๓๐๐ คน แล้วก็งบประมาณประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นคนออก เราก็อาจจะออกบ้าง ไม่ใช่ว่า เราไม่ออกเสียเลย
สุดท้ายฤดูกาลที่เหมาะสมคือฤดูมรสุมในขณะนี้ซึ่งยังไม่หมดไป แต่ก็แปลว่า ถ้าทําปีนี้ก็อาจจะต้องยืดไปถึงปีหน้าด้วยครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๘๑/๑
ทีนี้ข้อที่ ๒ ผมอยากจะเรียนท่านว่าการศึกษาอย่างนี้โดยปกติก็ควรทํา อยู่แล้ว เพราะมันเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทําให้เราได้รับรู้รับทราบสิ่งรอบตัวเรา นําความรู้นั้นมาช่วยตัวเราเองให้อยู่รอดปลอดภัยจากฝนฟ้าให้สามารถใช้ฝนฟ้าได้เกิด ประโยชน์สูงสุด แต่ยิ่งกว่านั้นผมอยากจะเรียนท่านว่าในสภาวะปัจจุบันยิ่งมีความสําคัญ อย่างยิ่งที่ต้องศึกษา ผมจะขออนุญาตเล่าให้ท่านฟัง ก็ไม่ได้พูดที่ไหนมาก่อนขอพูด เป็นวันแรกแล้วก็จะพูดไปเรื่อย ๆ ข้อที่ ๑ ในช่วงชีวิตของตัวผมตั้งแต่รับราชการมาถึงวันนี้ เกือบ ๔๐ ปี ในรุ่นผมทั้งรุ่นเคยชินกับสภาวะดินฟ้าอากาศที่เรียกว่าเอลนินโญ (El Nino) ก็คือฝนน้อย เพราะฉะนั้นวิธีคิดของพวกเราก็คือว่าทําอย่างไรจะให้ประเทศไทยมีน้ํามากที่สุด ทําอย่างไรจะทําให้ประเทศไทยเอาน้ําที่มีอยู่ซึ่งไม่มากนักกระจายออกไปให้เกิดการใช้น้ํา อย่างเสมอภาค พูดง่าย ๆ ในช่วง ๓๐-๕๐ ปีความคิดของพวกเราทั้งหมดเป็นความคิด ในเรื่องของการกระจายน้ํา การส่งน้ํา หรืออีกนัยหนึ่งคือการชลประทาน แต่วันนี้มันไม่ใช่ ๔-๕ ปีที่ผ่านมาและจะอีกหลายสิบปีข้างหน้ามันเป็นยุคที่เขาเรียกว่าลานินญา (La Nina) คือยุคน้ํามาก ท่านก็ได้เห็นปี ๒๕๓๘ ก็ฝนตกใหญ่น้ําท่วม ปีที่แล้วยิ่งท่วมกันใหญ่เลย ปีนี้ท่วมเป็นจุด ๆ เพราะฉะนั้นความรู้และความเข้าใจของสภาวะอากาศในยุคลานินญา จึงเป็นของใหม่สําหรับประเทศไทยจําเป็นต้องรู้อย่างลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เท่านั้นยังไม่พอ คือ ลานินญาก็ดี เอลนินโญก็ดีมันเป็นพฤติกรรมของโลกซึ่งไม่รู้จะไปทําอะไรกับมัน นอกจากรู้เท่าทัน แต่เนื่องจากน้ํามือมนุษย์ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศที่เรียกว่า ไคลแมท เชนจ์ (Climate change) ที่อุณหภูมิสูงขึ้น เพราะฉะนั้นเราเองก็เจอปัญหาเข้าไป ๒ ด้าน ถามว่าแล้วมันเป็นอย่างไร ข้อแรก ฝนมันก็มากขึ้นอย่างที่ท่านเห็น ข้อที่ ๒ ท่านเคย รู้ไหมตั้งแต่วันนี้ท่านไปลองเลย เม็ดฝนที่ตกในประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคนี้ เม็ดใหญ่กว่าเดิม ต่อไปท่านขับรถท่านลองฟังเสียงเม็ดฝนที่กระแทกใส่กระจกหน้ารถท่าน มันดังมากกว่าเดิมหรือเปล่า ท่านอยู่ในบ้านท่านลองฟังเวลาฝนตก โดยเฉพาะบ้านท่าน ที่ไม่ใช่หลังคาคอนกรีตท่านจะรู้สึกว่ามันดังผิดปกติ ไม่ใช่ลูกเห็บนะครับ เม็ดฝนมันใหญ่ขึ้น ถามว่าทําไม ก็มีความเชื่อว่าลมมันแรงขึ้น พัดไอน้ําสูงขึ้น เมื่อสูงขึ้นก็มีโอกาสที่จะปั้นเป็นน้ํา ได้มากขึ้น จนหนักเต็มที่ก็หล่นลงมา ความแน่นของน้ําถูกควบโดยสิ่งที่เรียกว่าแอโรโซล (Aerosol) ซึ่งเราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ คล้าย ๆ กับสิ่งแขวนลอย ในอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากน้ําเกลือ ส่วนหนึ่งเกิดจากไอเสียรถ ส่วนหนึ่งเกิดจาก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๘๑/๒ การเผาไหม้ขยะ ดินฟ้าอากาศก็ทําให้เม็ดมันแน่นขึ้นแล้วขึ้นไปได้สูง เมื่อขึ้นสูงแล้วเม็ดใหญ่ มันตกมันก็ตกแรง สิ่งเหล่านี้เราไม่รู้เลย แต่ที่แน่ ๆ คือว่าฝนตกในเวลาเท่าเดิมในกรุงเทพฯ น้ําฝนมันมากกว่า เพราะฉะนั้นที่ท่านบ่น ๆ กันมา ไม่ต้องพูดเรื่องท่ออะไรให้ปวดหัวกัน ในห้องประชุมนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งแต่เราก็ยังไม่รู้แน่ ถ้ารู้แน่ดีไม่ดีเราไม่ต้องทะเลาะกันว่า ใครลอกไม่ลอก แต่จะรู้ว่าเม็ดฝนมันใหญ่ขึ้นนี่ประเด็นหนึ่งนะครับ ยิ่งกว่านั้นท่านจะ สังเกตเห็นไหมว่าลมตะวันตกเฉียงใต้มันแรงผิดกว่าปกติ ยาวผิดปกติ เอาความชื้นมาจาก ทะเลอันดามันตก ตก ตก จังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่แย่เลยข้ามเทือกเขา ตะนาวศรีมาตอนนี้จังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรีก็เดือดร้อนด้วย ข้ามอ่าวไทยเอาความชื้น ของอ่าวไทยขึ้นมาอีก โน่นไปตกฝั่งตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้วตกกันใหญ่ ที่ผมเล่ามานี่ไม่ใช่มาเลคเชอร์ (Lecture) อะไรผมกําลังจะเรียนบอกว่าสภาวะอากาศ เปลี่ยนแปลงมาก แล้วเปลี่ยนแปลงแบบเป็นอันตราย แล้วเราก็ไม่รู้ว่ามันอะไรกันแน่ ความรู้และเข้าใจในเรื่องของบรรยากาศก็ดี ความรู้และความเข้าใจในเรื่องเมฆก็ดี ซึ่งมีตั้ง ๑๐ กลุ่มจะทําให้ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัยและใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติคือตัวน้ําได้มากที่สุด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๘๒/๑ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่ามันเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งยวดที่เราจะต้องทําการศึกษาเรื่องนี้ โดยเร็วที่สุด ทีนี้แล้วอย่างไรครับ เราก็หยุดไปแล้ว ด้วยความคิดอย่างนี้นะครับ อยากเรียนว่า เมื่อเช้าผมอ่านหนังสือพิมพ์ก็มีบางท่านบอกว่านี่เข้าประชุมวันนี้เพราะประเทศสหรัฐอเมริกาบีบ ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาขอให้ประชุม ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาขอให้ทําโครงการอีกแล้ว ก็เรียนท่านนะครับ ไม่ใช่ประเทศสหรัฐอเมริกาหรอกครับ ปลอดประสพนี่แหละครับ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกท่านรัฐมนตรีผมจะไป ประเทศสหรัฐอเมริกานะ ท่านช่วยให้ทางเอกอัครราชทูตจัดให้ผมเจอกับเจ้าหน้าที่ กระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกาที่โตที่สุด เจ้าหน้าที่นาซ่าที่โตที่สุดผมก็ไป ทางท่านเอกอัครราชทูตก็จัดให้ผมได้เจอกับบุคคลเหล่านี้ เขาก็พูดกับผม ที่ผมเล่านี่ ไม่ใช่นิทานนะครับ ผมต้องการจะบอกท่านให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร แล้วเรามีโอกาสอย่างไร สิ่งที่ผมพูดนี่มันจะเป็นคุณ ไม่อย่างนั้นท่านจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วมันจะจบอย่างไร ทางกระทรวงการต่างประเทศเขาก็ถามว่า เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น ทําไมรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ถูกโจมตี เขาก็บอกว่าขอให้รับทราบนะรัฐบาลสหรัฐอเมริกานี่ไม่ได้บังคับบัญชานาซ่านะ นาซ่าเป็นองค์การรวิทยาศาสตร์อิสระนะ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาไปสั่งอะไรนาซ่าไม่ได้เลยนะ เจ้าหน้าที่นาซ่ามา ๓ คน หมายเลข ๓ ของเขา แล้วก็หัวหน้าโครงการของเขาอีก ๒ คน ทุกคนก็จบพีเอชดี (PHD) หมด เขาก็บอกว่า แหมน่าเสียดายเราอุตส่าห์ร่วมกันมาตั้งเกือบ ๑๐ ปี แล้วเขาก็บอกว่าปีที่แล้วตอนผมยังไม่มาก็ได้พูดคุยกันมากจนกระทั่งถึงเซ็นชื่อ เรียกว่าเอาละทํากันนี่ เอ๊ะ แล้วทําไมตอนนี้ทําไมถึงจะมาหาว่าไปจารกรรมล่ะ นาซ่าไม่มีหน้าที่ทางด้านจารกรรมนะ แล้วเราก็มีความเห็นร่วมกันผมก็จะพูดอย่างไรล่ะครับ ผมก็บอกเขาว่าเอาอย่างนี้ที่ประเทศผมมันก็มีความรู้สึกอย่างนี้จริง ๆ นะครับ ปรากฏในสื่อ แต่คนไทยส่วนใหญ่เขาไม่ได้คิดอย่างนี้หรอก ผมก็บอกว่าคุณไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ เพราะเขา ทําหน้าฉงนผมก็บอกว่ามีการทําโพลล์ (Poll) ครับ โพลล์เขาบอกว่าคนไทยนี่ไม่คิดว่าเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องความมั่นคงหรอก โพลล์เขาบอกว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย แล้วโพลล์เขาก็บอกว่าขอให้เดินหน้าต่อไป ก็เพราะโพลล์ทําให้ผมมาวันนี้ ผมก็บอกเขาว่า ก็เห็นยู (You) ประกาศยกเลิกไปแล้วก็เสียดายจริง ๆ แต่อย่าเรียกว่ายกเลิกได้ไหม ขอให้เรียกว่าเป็นการเลื่อนได้ไหม นี่ข้อหนึ่งผมบอกเขา ๒. ผมก็บอกเขาว่านี่นะที่พูดนี่พูดจริง ผมก็เอากระดาษไปด้วยที่ ครม. ได้อนุมัติให้มหาวิทยาลัยในประเทศไทยภายใต้การนําของ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๘๒/๒ จิสด้าทําการวิจัยด้วยตัวเองในงบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ผมก็แปลเป็นภาษาอังกฤษไปเสร็จ ผมบอกนี่เราเห็นความสําคัญของการศึกษาแบบนี้ แต่ด้วยขีดความสามารถของเรา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือบุคลากรเราทําได้แค่นี้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ไม่เห็น ความสําคัญในซับเจคท์ (Subject) อันนี้นะครับ เห็นความสําคัญ เขาก็เอาไปอ่าน อ่านเสร็จ เขาก็บอกว่าเขาไม่รู้เลยเขาก็เพิ่งเห็น เราก็คุยกันไปอีกสักพักใหญ่แบบนักวิทยาศาสตร์คุยกัน สุดท้ายเขาสรุปเลยท่าน เขาบอกเอาอย่างนี้มันผ่านไปแล้วก็ผ่านไป เอาละเข้าใจ ยูกลับไปบ้านยูนะ ยูไปเคลียร์กับสิ่งที่ยูเรียกว่ารัฐสภา แล้วก็อะไรก็ไม่รู้บ้านของยูแล้วยูบอกมาว่า ยูพร้อมเรามาเริ่มกัน เขาบอกอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าเครื่องบินทุกลําของเขายังอยู่เหมือนเดิม คนของเขายังอยู่เหมือนเดิม ความตั้งใจของเขายังอยู่เหมือนเดิม ทันทีที่เราพร้อม เขาจะกลับมาทันที นั่นคือสิ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๑ เดือนเศษ ๆ ที่แล้ว กลับมาปั๊บผมก็รายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีว่าเอาละเราไปคุยกับเขาแล้วละ เพราะฉะนั้นถ้าบรรยากาศความเห็นของ ผู้บริหารประเทศไม่ว่าจะในสภา ในรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันในประโยชน์นี้เรามีโอกาสนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทั้งหลายว่าเราเสียดาย ผมนี่เสียดาย ความเสียดายนี้มันควรจะทีเดียวนะท่านไม่ใช่อีกทีนะ ถามว่าทําไม ในทัศนะผมนะครับ สมมุติว่าเราตีความให้เป็นมาตรา ๑๙๐ เอาเข้ารัฐสภา รัฐสภาเห็นด้วย ผมอยากถามท่าน ท่านเป็นองค์การนาซ่าจะมาไหมนี่ เพราะองค์การนาซ่าเป็นองค์การวิทยาศาสตร์ ทําทางด้าน วิทยาศาสตร์ไม่ได้เกี่ยวกับความมั่นคง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๘๓/๑ แล้วประเทศไทยบอกว่าเป็นความมั่นคง ได้พิจารณาแล้วในบริบทของความมั่นคง องค์การนาซ่ามาได้ ผมว่าเขาไม่บ้ามาหรอกครับ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการยอมรับในทีว่า เรื่องอันนี้มันเป็นเรื่องความมั่นคงเพราะว่ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่อง ที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาเข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ถ้าโดยเหตุผลมันก็ไม่ใช่ เพราะนี่มันเป็นเรื่อง การศึกษาวิจัยแท้ ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงตรงไหน ผมยืนยันที่ท่านรัฐมนตรีพูดได้ ผมก็ถามท่านทูตจีนว่าท่านทูตอย่างนี้ยูคิดอย่างไร ท่านทูตจีนบอกว่าไม่ได้คิดอย่างไร เป็นเรื่องของประเทศไทย แล้วท่านก็บอกว่าท่านไปดูเอกสารแล้วประเทศจีนร่วมกับองค์การนาซ่า ทําเหมือนประเทศไทยมาแล้ว ๒ ครั้งเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว นี่เขาเล่าให้ฟังนะครับ เขาบอก เขาไม่ติดใจหรอกเรื่องนี้ แต่เขาก็ถามนิดเดียวบอกว่ามันมีอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับต้องมี การเอาเครื่องไม้เครื่องมือ มีทหารอะไร ผมบอกว่าคนละเรื่อง แล้วก็ไม่เกี่ยวกับกระทรวงผม แล้วก็คนละเวลา คนละเรื่องโดยสิ้นเชิง เขาก็คิดว่ามันคนละเรื่อง ส่วนฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา คุยกับเขาแล้วเขาก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ในเรื่องความมั่นคงเขาไม่สนใจ ไม่เกี่ยวข้อง คนที่มา ก็ไม่ใช่ทหาร เครื่องบินที่มาก็ไม่ใช่เครื่องบินทหาร ทีนี้ผมจะตั้งคําถามแทนท่าน แล้วก็ จะตอบด้วย ๗ ข้อ ให้เป็นหลักฐานเอาไว้
ข้อแรก อาจจะมีคําถามว่าแล้วทําไมต้องมาประเทศไทย ประเทศไทย ดีตรงไหนเขาถึงจะต้องมา หรือเพราะว่าเราไปขอเขา ประเทศไทยดีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๖ ข้อ ข้อแรก ประเทศไทยมีทั้งแผ่นดิน มีทั้งทะเล ข้อ ๒ ประเทศไทยอยู่ภายใต้ลมมรสุม ๒ อย่าง ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อ ๓ ประเทศไทยอยู่ ๒ ทะเล อยู่ ๒ มหาสมุทร ประเทศอื่นไม่มีนะ ข้อ ๔ ประเทศไทยมีความไม่ดี ก็คือ มีการเผาป่า มีการเผาไร่ ซึ่งผมก็ยังหวาดเสียวอยู่ว่าพอเขามาเขาสํารวจ เขารู้ปริมาณฝุ่นละอองอันเกิดจาก การเผาทั้ง ๒ อันนี้ มันจะไปเปาะแปะเปาะปะไปเข้าเรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon credit) อย่างไรหรือเปล่า แต่ผมก็คิดว่าเอาไว้เอาเรื่องอื่น อันนี้มันสําคัญกว่า อีกอันหนึ่งเขาก็บอกว่า ในภูมิภาคนี้ประเทศไทยเก่งกว่าใครเพื่อน อันนี้ผมก็ภูมิใจ สุดท้าย โครงการเขาทํามา ๑๒ ปีแล้ว จะเลิกอยู่แล้วมันไม่จบ เพราะมันขาดจิกซอว์ (Jigsaw) อยู่ตัวหนึ่งตรงประเทศไทยของเรา นี่แหละครับ เพราะฉะนั้นถ้าทําที่ประเทศไทยคราวนี้ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศสิงคโปร์ด้วย ประเทศเขมรด้วย จบครับ ความรู้เกี่ยวกับเมฆ เกี่ยวกับเรียกว่าแอโรโซลในบรรยากาศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๘๓/๒ ซึ่งไปเกี่ยวพันกับเรื่องดินฟ้าอากาศและฝนนี่สมบูรณ์ ทุกประเทศก็ได้ใช้ประโยชน์ นั่นคือ เหตุผลที่เขาเลือกประเทศไทย
ข้อ ๒ ถ้าถามว่าประเทศไทยทําเองได้ไหมล่ะ ก็ตอบได้ ๔ ข้อ ข้อแรก ก็คือไม่มีเครื่องมือเพราะเครื่องมือที่เขาเอามานี่ ๕๕ ชิ้น ประเทศไทยไม่มีหรอกครับ มีอย่างมากก็เครื่องวัดอุณหภูมิ นี่ผมพูดเล่น ๆ ข้อ ๒ ประเทศไทยไม่มีเครื่องบินแบบนี้ ใน ๔ ลํา เรามีเครื่องบินคิงแอร์บินได้ความสูงประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ฟุตเท่านั้นเอง อันนี้เราขึ้นไปตั้ง ๒๐ กิโลเมตร เราไม่มี แล้วก็ไม่มีประเทศไหนมีด้วยนอกจากองค์การนาซ่า ข้อต่อไปมันเกี่ยวข้องกับโมเดล (Model) ซึ่งที่ยุ่งยากมากต้องใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยทุกบริษัทเอามารวมกันแล้วยังทําเรื่องนี้ไม่ได้เลย ซึ่งเราไม่มี อีกอันหนึ่งก็คือว่าเราทําไม่ได้เพราะนักวิชาการเรายังไปไม่ถึง เราต้องไม่อวดดีนะ อะไรไม่รู้ ก็ไม่รู้ มันยังไปไม่ได้
สุดท้ายก็คือว่าเราเองก็อยากจะเรียนรู้ การทําอย่างนี้จะทําให้เพิ่มทักษะ ของนักวิชาการของประเทศไทย และทําให้เกิดนักเรียนซึ่งรอทําธีซิส พีเอชดี (Thesis PHD) ๕-๖ คน ปริญญาโทอีก ๒๐ กว่าคนที่รอทําอยู่จากเรื่องนี้เรื่องเดียว
ทีนี้เอาคําถามต่อไปว่าทําไมใช้สนามบินอู่ตะเภา มันเรื่องอะไรมันจะมา อู่ตะเภา ก็จะเรียนได้ ๔ ข้อ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๘๔/๑
ข้อแรกก็คือว่ามีโรงเก็บเครื่องบินที่ดีพอ ใหญ่พอ ที่อื่นอาจจะมี อาจจะไม่มี หรือมีใช้ไปเรียบร้อยแล้ว เครื่องบินของเขาไม่ใช่แท็กซี่มาจอดตากแดดตากฝนครับ เพราะมันมีเครื่องมือที่โซฟิสทิเคท (Sophisticated) มาก ใช้เสร็จปั๊บต้องเก็บ ใช้ปั๊บต้องเก็บ ภาษาอังกฤษเรียกว่าแฮงการ์ (Hangar) มีนะครับ
ข้อต่อไป ช่างของประเทศไทยมีความสามารถในการบํารุงรักษาเครื่องบิน เหล่านี้เพียงพอ ถ้าไปที่อื่นต้องเอาช่างจากเจ้าของเครื่องบินมาด้วย
ข้อต่อไป มีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผลไม่รู้ ผมอยู่ใกล้กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ใครก็อยากมา เขาก็จะได้สบายบ้าง อีกอันหนึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ควบคุมดาวเทียมของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งตั้งอยู่ที่อําเภอศรีราชา อําเภอศรีราชากับพัทยา มันใกล้กันนิดเดียวละครับ นี่เป็นเหตุผลใหญ่มาก
สุดท้ายเขาก็บอกว่าคนของเขาต่างบ้านต่างเมืองมาอยู่ ๒-๓ เดือน ถ้าอยู่ใกล้ พัทยาเขาก็แฮปปี้ นี่คือเหตุผลว่าทําไมถึงเป็นอู่ตะเภา ทําไมไม่เป็นที่โน่น ที่นี่ ที่นั่น
ต่อไปถามว่าเครื่องมือที่ใช้ก็ดี การตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้จะทําอย่างไร ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่าเราใช้เครื่องมือ ๓ ประเภท ๑. คือดาวเทียม ๒. คืออากาศยาน ๓. คือเครื่องมือที่อยู่กับภาคพื้นดิน ทีนี้เอาดาวเทียม ดาวเทียมเขานะไม่ใช่ดาวเทียมเรา การทําครั้งนี้ต้องใช้ดาวเทียม ๔ ชุด ซึ่งในโลกนี้มีประเทศเดียวเท่านั้นที่มีเขาเรียกว่าเอเทรน (A-Trian) ตัวที่ ๑ เขาเรียกคาลิปโซ่ (CALIPSO) อันนี้วัดเรื่องฝุ่นอย่างเดียว ตัวที่ ๒ เรียกว่า คลาวด์แซท (CloudSat) นี่วัดเมฆอย่างเดียว ตัวที่ ๓ ชื่อว่าโมดิส (Modis) วัดไอน้ํา อย่างเดียว ตัวที่ ๔ ชื่อว่าออรา (Aura) วัดโอโซนเท่านั้น ประเทศไทยไม่มีครับ ประเทศไหนก็ ไม่มี ประเทศสหรัฐอเมริกานี่แหละครับมี จะทําโครงการนี้ต้องมีดาวเทียม ๔ ตัวนี้ประกอบ ถึงจะทําได้ ต่อไปเครื่องบินสํารวจ ๓ ลํา ทั้งหมดใช้ ๔ ลํา ที่จริงเขาเอา ๓ ลําพอ เราขอแจม (Jam) ด้วยเพื่อที่จะได้พัฒนาตัวเอง เครื่องบิน ๓ ลํานี้มีเจ้าปัญหาอยู่ตัวเดียวคือเครื่องบิน ที่เคยเป็นเครื่องบินจารกรรมมาก่อน ซึ่งเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ใช้ครับ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องจารกรรม ด้วยเครื่องบินแล้ว ท่านก็รู้ดาวเทียม จารชนเยอะแยะ เพราะฉะนั้นเครื่องบิน ๓ ลํานี้ ประเทศไทยไม่มี เมื่อไม่มีก็คือไม่มีนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๘๔/๒
ข้อสุดท้าย เครือข่ายภาคพื้นดินก็ต้องมีด้วย อันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เกี่ยวใช้ของประเทศไทย ท่านอาจจะถามว่าแล้วจะตรวจสอบอย่างไรว่านาซ่านี่ ตรงไปตรงมา ก็ตอบได้ ๖ ข้อ ข้อแรก ทุกไฟลท์ (Flight) ต้องมีไฟลท์ แพลน (Flight plan) ข้อ ๒ เครื่องมือทั้งหมดต้องถูกตรวจก่อน ๕๕ ชิ้นอย่างที่ผมว่า ข้อต่อไป ประวัติเจ้าหน้าที่ ประวัตินักบิน ประวัตินักวิทยาศาสตร์ต้องส่งให้เรา จะถือวีซ่า (Visa) และเข้ามาแจม ไม่ได้เด็ดขาด ข้อต่อไป ฝ่ายประเทศไทยจะควบคุม ทุกไฟลท์บินจะต้องมีการบรรยาย สรุปว่าจะทําอะไร ลงมาถอดเรคคอร์ด (Record) เราจะมีตั้งแต่เบื้องต้น แต่ยังไม่ได้วิเคราะห์ รอว์ ดาต้า (Raw Data) เราจะได้ทันที เขาก็ได้รอว์ ดาต้าไปและไปวิเคราะห์ วิเคราะห์เสร็จ ก็เอามาจอยน์ (Join) กัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะมางุบงิบทําไม่มีทางครับ
ต่อไปอีกถามว่ามันจารกรรมได้ไหม เท่าที่ผมรู้ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับ การทําครั้งนี้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ทําในทะเลเพราะเน้นแอโรโซลอันเกิดจากไอเกลือ แล้วก็เชื่อว่า แอโรโซลที่เกิดจากสิ่งอื่นมันจะพัดจากบกไปสู่ทะเล เพราะฉะนั้นจารกรรมในทะเลผมก็ไม่รู้ เขาจะจารกรรมไปทําไม ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็ไม่มีเครื่องมือ จารกรรมเลย ๕๕ ชิ้นนี่ไม่มีเด็ดขาด
ต่อไปถามประเทศไทย ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ๑. ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ เรื่องเคมี เรื่องฟิสิกส์ เรื่องชั้นบรรยากาศก็ว่าไป ปรับปรุงสมรรถภาพ แบบจําลองก็ว่าไป ประเทศไทยเป็นผู้นําในภูมิภาคนี้ นี่คือประโยชน์ในประเทศไทยที่จะได้
ต่อไปนิดเดียวจะจบแล้ว เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นผมจะทําอย่างไรต่อไป ผมนี่คือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหมายถึงทีมทั้งหมดก็ตั้งใจจะทํา ๕ เรื่อง ถ้าท่านอนุญาต ถ้าท่านบอกว่ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก็เห็นทีจะไม่เอาด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๘๕/๑ ข้อแรก เราจะจัดประชุมชี้แจง ท่านเอกอัครราชทูตในประเทศไทยทั้งหมดและอธิบายว่า เราจะทําอะไร ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงจะกรุณาได้ ข้อ ๒ จะเปิดอบรมระยะสั้น แล้วเชิญในอาเซียน ในอินโด-ไชน่า รวมทั้งประเทศจีนเข้ารับฟังเลยว่ากําลังจะทําอะไร คราวนี้เทคนิคอล (Technical) เมื่อกี้เชิญทูต อันนี้เชิญเจ้าหน้าที่เทคนิคเลย ข้อ ๓ เชิญเจ้าหน้าที่เทคนิคของประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งประเทศจีนมารับข้อมูลเลย แบ่งปันข้อมูลเลยไม่ต้องหวงกันละ ข้อ ๔ ก็จะพยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ประเทศไทย นี่ละครับ ผู้สื่อข่าวได้เข้าใจ สุดท้ายเปิดเว็บไซต์เลยท่าน เราให้ข้อมูลเรียล ไทม์ (Real time) ให้มันรู้แล้วรู้รอดเหมือนข้อมูลน้ํา ท่านว่าเอาขนาดนี้พอไหม พอใจหรือยัง ผมว่ามันก็เปิดเผยที่สุด เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด
สุดท้ายนี้ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีก็ดี ในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งก็ดี ผมคิดว่าเรื่องนี้มีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษอะไรเลย โอกาสอย่างนี้มีน้อยเท่าน้อย คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ โดยประมาณไปแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้สักบาท ๒๐๐ ล้านบาทให้มหาวิทยาลัย ๖-๗ แห่ง รวมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เข้าไปด้วยทํา เราจะดํารงโครงการนั้นอยู่แต่จะมาเอามา แอดจัสท์ (Adjust) ใหม่เสริมกับโครงการนี้ เพราะอันที่เราทําใหม่โดยคนไทยจะใช้เรือ ประกอบด้วย เพราะฉะนั้นคราวนี้ก็จะกลายเป็นทั้งเครื่องบินและเรือ ผมก็คิดเอาเองว่า ขณะนี้ฝนมันยังไม่ยุตินะ ฝนมันก็จะลงใต้ไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าถ้าทุกอย่างพร้อมปีนี้ก็จะ สามารถทําได้หลายเดือนอยู่ แล้วก็ทําปีหน้าอีก มันก็จะเป็นปีชนปี หรือจะเอาอย่างนี้ก็ได้ คือเรื่องทํางานทางวิทยาศาสตร์เรื่องของผม ท่านไม่ต้องห่วง หน้าที่ของพวกผมคือเอาข้อมูล มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยให้มากที่สุด เรื่องของท่านทั้งหลายก็คือว่า ให้การสนับสนุน ให้ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ ในมหาวิทยาลัย ในการกระทําของรัฐบาล เท่านี้เราก็เดินหน้าได้ ผมขอเป็นตัวแทนของทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้องว่าขอความกรุณาสนับสนุน พวกเราให้ทํางาน แล้วผลของงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและจะเป็น ความปลอดภัยของท่านด้วย โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับน้ําท่วม ขอบพระคุณมากครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๘๕/๒
ท่านสมาชิกครับ ผมขอจัดลําดับการอภิปรายอย่างนี้นะครับ เอาทีละ ๕ ท่านนะครับ ท่านแรกก็คือ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านที่ ๒ ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ท่านที่ ๓ ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ท่านที่ ๔ คุณหมอเหวง โตจิราการ ท่านที่ ๕ ท่านถาวร เสนเนียม ผมเอาชุดแค่นี้ก่อนนะครับ เวลานั้นท่านกํากับตัวท่านเองแล้วกันว่าจะเป็นเท่าไร ขออย่างเดียวขอให้กระชับแล้วก็อยู่ใน กรอบของการอภิปรายนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เมื่อสักครู่นี้ผมใช้เวลา เกือบ ๒๐ นาทีฟังท่านรัฐมนตรี จริง ๆ ก็เป็นข้อมูลเก่าทั้งนั้นละครับที่ท่านพูดมานี่ ฟังมาเมื่อ ๓-๔ เดือนที่แล้วก็ข้อมูลแบบนี้ละท่านประธานครับ และที่สําคัญนั่งฟังก็จะหลับ เพราะว่าเป็นข้อมูลที่พูดกันทั้งนักวิชาการก็พูด สื่อมวลชนก็เอาไปลง มีบางส่วนเท่านั้นละครับ ที่หูอื้อตาลายไม่ค่อยจะพยายามเข้าใจ เพราะฉะนั้นผมก็เลยฟังไปฟังมาเหมือนฉายหนังซ้ํา หลายรอบครับท่านรัฐมนตรีครับ ประเด็นนี่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นครับ แต่ว่าคําถามที่เกิดขึ้น ในยุคการเมืองรุนแรงมักจะโยงเกี่ยวกับคุณทักษิณ จําได้ครับ มีพาดหัวข่าวเมื่อสัก หลายเดือนที่ผ่านมาครับว่ารัฐบาลแลกกับวีซ่าให้คุณทักษิณเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะให้นาซ่ามาตั้งฐานทัพที่สนามบินอู่ตะเภา คือมันโยงการเมืองไปหมดมันเลย กลายเป็นประเด็น แล้วก็เป็นเหตุผลล้อกลับมาครับว่าที่ทําไมรัฐบาลจึงไม่กล้า แล้วก็ไม่นํา เข้าสู่รัฐสภา จริง ๆ แล้วการกล้าหรือไม่กล้าไม่ใช่โจทย์สําคัญครับ แต่ประเด็นที่ถามต่อมา ก็คือว่าประเทศไทยนั้นเสียประโยชน์อะไรบ้าง อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาเล่านี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินที่เรียกกันว่าอีอาร์ทู (ER2) แน่นอนครับ คนที่ชอบเครื่องบินจะซื้อ หนังสือเครื่องบินบ่อย ๆ จะเห็นว่าเครื่องบินจารกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา มีหลากหลายโมเดล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๘๖/๑ วิธีการมีทั้งคนขับบ้างไม่มีคนขับบ้าง ใช้บังคับโดยรีโมท (Remote) บ้าง ก็สุดแท้แล้วแต่ครับ แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกับรถตํารวจของตํารวจ ๑๙๑ ท่านประธานรู้จัก ซี ๓ ไอ (C3I) ใช่ไหมครับ รถสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ๑๙๑ ในกรุงเทพมหานครซี ๓ ไอ เทคโนโลยีอัดแน่นเข้าไป ในรถครับ รถยนต์จะเป็นยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ โตโยต้าก็ได้ ฮอนด้าก็ดี แต่ว่าข้างในคุณภาพ มันอยู่ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ แล้วที่ผมจะบอกอย่างนี้ก็เพราะว่าเวลาที่บางคน ไปโจมตีรัฐบาลก็บอกว่านี่เห็นไหมอนุมัติแล้วเครื่องบินมาจอดที่อู่ตะเภาแล้วเป็นเครื่องบิน แบบจารกรรม เขาเรียกว่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดด้วยท่านประธานครับ เพราะบางเรื่องนี่ รู้อยู่แล้วว่าเป็นเครื่องบินที่เขาปลดระวาง ก็เหมือนกับรถตํารวจเอาหวอออก เอาสีดํา ๆ ข้างประตูออก เอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ในรถออก มันก็แท็กซี่ป้ายดําสมัยก่อนดี ๆ นี้เองแหละ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้งใจฟังอย่างมีสติแล้วข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณา พูดมาสัก ๒๐ นาที ที่ผมนั่งฟังก็มีอยู่ในมือผมปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ แล้วที่สําคัญ ๒-๓ วันก่อน กระทรวงกลาโหมก็ชี้แจงเรื่องนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ชี้แจงเรื่องนี้ มากมายหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเคยมีการศึกษาในทํานองนี้มาไหม มี ทั่วโลกทํากันเยอะ เพราะอะไรครับ ก็เพราะประเทศไทยสตางค์มันไม่ค่อยมี ท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดอย่างเดียว คือโครงการนี้มีมูลค่าเท่าไร ผมไปค้นในเว็บไซต์ นาซ่าบอกว่าโครงการนี้มีมูลค่าประมาณ เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เทคโนโลยีต่าง ๆ เครื่องบินด้วยนะครับ ๒-๓ ลํา อุปกรณ์เทคโนโลยี ที่ใส่ไป ค่าน้ํามันเชื้อเพลิง ประเทศไทยไม่ได้เสียสตางค์ค่าน้ํามันนะครับ เขาก็ซื้อครับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของเอาเงินเข้าประเทศครับ เพราะหลายท่านอาจจะบอกว่าความมั่นคง สําคัญกว่า แน่นอนครับเราก็ต้องห่วงประเทศเราครับ เดี๋ยวจะโดนหาว่าขายชาติ แบบปราสาทเขาพระวิหารอีกครับ แต่การเมืองต้องแยกออก อันไหนคือเทคโนโลยี อันไหน คือวิทยาศาสตร์ อันไหนคือความมั่นคง ผมหยิบเอกสารหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก กองทัพอากาศของประเทศไทยรวมทั้งกองบัญชาการทหารสูงสุดซึ่งก็เขียนชัดเจน หลายท่าน ก็ให้สัมภาษณ์บอกว่ามีข้อสังเกตบอกว่าโครงการนี้ดี แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยว่าจะมี ผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ก็ไปทําจดหมายถามกันไปครับ ประเทศจีนอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าก็มีการร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้น เวลาเดี๋ยวนี้เราจะทําอะไรเรามักจะกังวลใจ ต่อประเทศจีนครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้พี่เบิ้มของเอเชียคือประเทศจีน เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า รัฐบาลจะทําอะไรแต่ละก้าวย่างย่อมมั่นคง ต้องถามทางการประเทศจีนก่อนครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๘๖/๒ ทางการประเทศจีนเคยทําไหม ตอบกลับมา ทําครับ แล้วในประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไน ทําไหม มันทําไม่ครบทุกประเทศหรอกครับ เครื่องบินจะไปตั้งที่ประเทศ สปป. ลาวก็ไม่ไหวครับ อุปกรณ์เทคโนโลยีเขา ความพร้อมเขาก็ไม่มี แน่นอนครับในอาเซียนเราทั้งประเทศสิงคโปร์ ประเทศกัมพูชา และอีกหลากหลาย กําลังเริ่มทําครับ ปัญหาที่เริ่มนั้นไม่ได้หมายความว่าให้ทําแล้วจะมีผลต่อความมั่นคงครับ เพียงแต่ว่าเครื่องบินมันต้องบินเข้าไปตรวจอากาศ แน่นอนครับมันย่อมจะล้ําน่านฟ้ากัน เพราะฉะนั้นเมื่อบินจากอู่ตะเภา ถ้าผ่านอ่าวไทย ถ้าไม่ถามประเทศกัมพูชาเขาโดนยิงตกเลยครับ ปืนต่อสู้อากาศยานเขาก็มีไปยิงเครื่องบินแบบนี้ซึ่งไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ตกครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราฟังจากต่างชาติแล้วเขามองอย่างไร เขามองเรื่องชั้นบรรยากาศซึ่งโลกร้อนกัน ทุก ๆ ปี ผมอ่านเอกสารจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่พูดถึงเรื่องโลกร้อนในเอเชียใต้ครับ เขาบอกว่าน้ําแข็งละลายมากขึ้นเรารู้กันอยู่บ่อย ๆ ครับ สมัยเด็ก ๆ ท่านประธานก็ทราบ ท่านอยู่กรุงเทพมหานครหน้าหนาวได้ใส่เสื้อกันหนาวทุกวันแต่เดี๋ยวนี้ฝันไปเถอะครับ ๑๐ ปี จะมีสักครั้งหนึ่งก็เพราะโลกมันร้อนขึ้นทุกวันครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรามองการเมืองอย่างเดียว เราไม่ได้มองเรื่องของที่โลกเขาที่เขาจะทํากัน เราก็ลําบากครับ ประเทศไทยยังเป็นประเทศ กําลังพัฒนาเงินงบประมาณก็ยังไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่ผมฝากไปยังรัฐบาลก็คือว่า ท่านทําอย่างไร ท่านช่วยตอกย้ําอีกสักนิดหนึ่งเถอะกับสิ่งที่ท่านได้กรุณาอธิบายเมื่อสักครู่นี้ครับ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แล้วก็เป็นเรื่องที่ตั้งแต่ฝ่ายค้านได้กรุณาหยิบยกมาตั้งแต่นาซ่าจะมาตั้งฐานทัพ ใช้เครื่องบินสอดแนมอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ประเด็นที่น่าสนก็คือว่าวันนี้ประเทศไทย ได้ประโยชน์อะไร ผมเชื่อว่าเรื่องชั้นบรรยากาศ ถ้าบรรยากาศดีแน่นอนครับมนุษย์จะมีชีวิต ดํารงอยู่ได้ และที่ต่อเนื่องต่อมาถ้าอากาศโลกใบนี้มีปัญหา เราไม่รู้หรอกครับว่าโลกนี้จะเกิด อะไรขึ้น วันดีคืนดี ๑๐๐ ปีมานี้เราเพิ่งจําความกันได้ ๒๐๐ ปีเรามีบันทึกเล็กน้อยนะครับ ๕๐ ปีมานี้เราเพิ่งมีโทรทัศน์ ไม่กี่ปีมานี้เราเพิ่งมีไอแพด (iPad) ไอโฟน (iPhone) กันนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๘๗/๑ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดชั้นบรรยากาศไม่มีใครศึกษาเลย ชั้นไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) สูงสุด ขึ้นไปจนกระทั่งห่อหุ้มโลก ทะลุขึ้นมาลงกลางกรุงเทพฯ เกิดอะไรขึ้นครับ อย่างน้อยเรื่องทาง เทคโนโลยีผมเห็นด้วยกับทางรัฐบาลที่ทํา แต่ท่านก็พยายามแล้วที่จะประกาศแล้วประกาศเล่า เฝ้าแต่ประกาศ แต่มันก็ถูกโยงการเมืองทุกครั้งไป เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยครับ ท่านประธาน ถ้าปีหน้าท่านจะทําอีกนะครับ เดือนมีนาคมนี่ท่านเริ่มโครงการ เพราะช่วงนั้น เป็นช่วงหน้าร้อนต่อเนื่องหน้าฝนกันจนถึงปลายฝนต้นหนาวใช้เวลา ๖-๗ เดือนนี่ถ้าทําได้ทําครับ ส่วนการจะเข้ามาตรา ๑๙๐ นี่ผมอภิปรายมาตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วละครับ ประเทศเราอะไร ๆ ก็เข้าสภา อะไร ๆ ก็เข้าสภา หลัง ๆ นี้มันถึงเดินหน้าช้ากว่าชาติอื่น ๆ เขา เพราะฉะนั้นผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยทุกอย่างนะครับ ท่านรัฐมนตรีพูด ดูแล้วท่านอธิบายให้เหตุผลเหมาะสมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าทําความเข้าใจกันลงในรายละเอียดหน่อย ยกการเมืองออกไว้ข้างนอกก่อน แล้วก็เอาการทํางานในประเทศเป็นที่ตั้งครับ ส่วนเรื่องของ มาตรา ๑๙๐ ถ้าความรู้สึกผมนะครับ ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องระดับเล็ก ๆ แล้วถ้าอธิบาย ได้อย่างชัดเจนนี่นะครับ องค์การนาซ่าไม่ใช่กองทัพอากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านสามารถที่จะดําเนินการได้เลย เป็นความเห็นของผมครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีไม่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่อธิบายสักครู่นะครับ ถ้าจริง ๆ ทําเอกสารแจก ก็คงส่งให้ที่ประชุมในรัฐสภาทราบ ไม่ต้องอธิบายมากคงจะดีนะครับ เพราะว่าท่านอภิปราย ข้างบนก็ฟังไม่ทัน ในฐานะที่ผมคนพื้นที่นะครับ แล้วก็ทุกรัฐมนตรีที่อภิปรายส่วนมากบอกว่า เสียใจที่งวดที่แล้วองค์การนาซ่าไม่ได้ตั้ง งวดนี้น้ําจะท่วมไหม ปีหน้าน้ําจะเป็นอย่างไร เพราะว่าไม่ได้ตั้ง ก็จริง ๆ พวกท่านไม่ใช่หรือครับ ครม. ไม่ใช่หรือครับ ที่บอกว่าให้ยกเลิก ออกไปก่อน แล้วก็เอาเรื่องนี้มาหารือก่อน เพราะฉะนั้นท่านต้องโทษตัวเองนะครับ พวกผมยังไม่ทราบเลยครับ เพราะว่ายังไม่เข้าสภามีแต่หนังสือพิมพ์ลง แล้วก็ผมในฐานะ ส.ส. พื้นที่ หลาย ๆ คนก็บอกว่าสนามบินอู่ตะเภานี่มันอยู่จังหวัดชลบุรีใช่ไหม ไม่ใช่นะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๘๗/๒ สนามบินอู่ตะเภาอยู่จังหวัดระยองแล้วก็ในพื้นที่ก็ถือว่าสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินที่ใหญ่ สมัยก่อนเป็นสนามบินที่ใหญ่กว่าสนามบินสุวรรณภูมิด้วยซ้ําไป รับปี ๒๕๕๒ นี่สบาย ๆ นะครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่ยากมากสําหรับที่นั่นเพราะที่นั่นเป็นกองทัพเรือ แล้วกองทัพเรือก็ไม่ค่อย ให้ใครใช้ได้ง่ายนัก แม้แต่สนามบินนานาชาติ แล้วก็สนามบินแห่งนี้ครับในฐานะคนพื้นที่ เปลี่ยนชื่อ ๓ รอบแล้วครับ สมัยก่อนชื่อสนามบินอู่ตะเภา แล้วตอนหลังเพื่อการพาณิชย์มากขึ้น ก็เลยเปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา และคนจังหวัดระยองนี่ก็โวยวายครับ บอกว่าตกลงสนามบินไม่ได้อยู่พัทยา อยู่จังหวัดระยอง ไม่ได้อยู่จังหวัดชลบุรี ทําไมไม่มีคําว่า ระยอง ก็เลยทําเรื่องให้เปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา จนถึงปัจจุบัน แล้วก็ที่นั่นเป็นที่สร้างสมัยก่อนก็สนามบินนี้ครับประเทศสหรัฐอเมริกาก็มาสร้างไว้เป็น ฐานทัพเรือของประเทศสหรัฐอเมริกาในการดูแลภูมิภาคนี้ อันนี้คือเป็นเรื่องราวของ สนามบินนะครับ เขาก็วิตกกังวลว่าตกลงถ้าสนามบินนี้เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกานี่ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะรู้หมดครับว่าสนามบินกว้างเท่าไร ยาวเท่าไร รันเวย์ (Runway) อย่างไร มีการขึ้นลงอย่างไร เพราะว่าเคยใช้มาก่อน หลาย ๆ คนในภูมิภาคนี้ก็กลัวครับว่า ที่ใช้จะเหมือนกับ ๒๐ ปี หรือ ๓๐ ปีที่แล้วหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่วิตกกังวลนะครับ แล้วก็ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่กลัวไม่ต้องมีปัญหาครับ ก็ทําเอกสารเหมือนที่ท่านพูดครับ ทําเอกสารแจกให้สมาชิกรัฐสภาไปอ่านก่อนก็ได้ครับ ไปดูก่อนก็ได้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๘๘/๑ แต่ว่ามติ ครม. ก็เลื่อนออกไป ผมก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่าทําไม แต่ว่าสิ่งสําคัญที่สุด พี่น้องชาวจังหวัดระยองที่อยู่รอบ ๆ ไม่ว่าอําเภอสัตหีบ จังหวัดระยอง ก็ลงพื้นที่ทีไรก็ถาม เรื่องนี้ครับ ตกลงองค์การนาซ่ามาที่นี่มาทําอะไร รัฐไปให้ข้อมูลชี้แจงหรือไม่ นี่คือประเด็น สําคัญ ไม่ใช่พวกเราเถียงกันในสภา ให้พวกผมบอกพวกท่านแล้วท่านก็ไม่รู้จะเอาตามผม หรือไม่ เพราะว่าในพื้นที่ก็มีปัญหาพอสมควร ก็อาจจะเหมือนกับนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดก็ได้ สมัยก่อนประชาชนไม่รู้เรื่องก็รับไป เราไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้ามันเป็นอย่างไร นี่คือข้อวิตกกังวลและห่วงใย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องโครงการการก่อตัวของเมฆ ที่อาจจะมีผลกระทบต่อสภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขององค์การบริหาร การบินอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือองค์การนาซ่า เรื่องนี้ในความคิดเห็นผมก็ต้อง พิจารณาว่าประเทศไทยได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไร ท่านก็ต้องอธิบายว่าประเทศไทย จริง ๆ แล้วมันได้ประโยชน์ไหม ได้ประโยชน์อย่างไร จริง ๆ ต้องทําเปเปอร์ (Paper) เรื่องนี้ ว่ามันเป็นอย่างไร เพราะว่าเห็นมีกระดาษแผ่นเดียวกับหนังสือนิดหน่อย ยังไม่มีรายละเอียด ให้ดูเลยว่าดาวเทียมที่เขาทําดาวเทียมมันเป็นอย่างไร เหมือนที่ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพ พูดว่ามีโครงการอย่างนี้ มีเครื่องบินอย่างนี้ ผมยังไม่เห็นเลยครับ ผมได้ฟังก็ยังตามไม่ทัน ลมมรสุมที่จะสํารวจมันเป็นอย่างไร ห้องปฏิบัติการวิจัยมันมีปัญหาไหม แล้วดาวเทียม ที่มันเคลื่อนตัวมันเคลื่อนอย่างไร มันเคลื่อนเหมือนดาวเทียมธีออส (THEOS) ไหมหรือมันทํา อย่างไร อันนี้มันต้องชี้แจงให้ได้ แล้วก็สํารวจแล้วมันจะเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจ ชั้นวัดอากาศมันตรวจอย่างไร สมมุติว่าองค์การนาซ่ามาตั้งปีหน้า ปีโน้นน้ําจะท่วม ประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร เราจะป้องกันอย่างไร อันนี้ท่านต้องชี้แจงให้ทราบว่าปัญหานี้ ต้องตอบให้ชัดเจนว่าจริง ๆ ที่องค์การนาซ่ามาทํานี่มาทําเพื่อผลประโยชน์อย่างนี้โดยตรง ถ้าที่ท่านพูดทั้ง ๓ ท่านแล้วเอาคําพูดของท่านมาเป็นเปเปอร์ให้พวกผมอ่านมันคง จะได้ประโยชน์มากกว่านี้ โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดระยองของผมที่อยู่จังหวัดระยอง อยู่ทั้งอําเภอบ้านฉาง ทั้งอําเภอมาบตาพุดนี่ก็ถามว่าที่องค์การนาซ่าจะมาตั้งจริงไหม แล้วก็ มีผลกระทบต่อคนในพื้นที่อย่างไร นั่นคือสิ่งที่สําคัญ แล้วก็มีปัญหาว่ามันจะเป็น การชักศึกเข้าบ้านหรือเปล่า เพราะว่าประเทศสหรัฐอเมริกาไปตั้งที่ไหนมันก็มีปัญหาอยู่เรื่อย เดี๋ยวมันมีปัญหาเหมือนอินโนเซนส์ ออฟ มุสลิม (Innocence of Muslims) อันนี้ใครจะเป็น คนรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่วิตกกังวลว่ามาสํารวจสภาพภูมิอากาศแล้วทําอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๘๘/๒ แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านได้ข่าวว่าเฉพาะประเทศกัมพูชาเท่านั้นที่ไปสํารวจ ประเทศ สปป. ลาว ประเทศพม่า ประเทศจีน แถวนี้ครับ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านเขามีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร ใครยินยอมบ้าง ใครไม่ยินยอมบ้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเราเอง จริง ๆ ก็เอาเอกสารตรงนี้มานั่งวิเคราะห์ พิจารณาว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่เขาให้รายละเอียดอย่างนี้อย่างไร เขามีการพิจารณา อย่างไรว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอย่างไร จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้ว่าถ้าเขามาสํารวจเรื่องของ อากาศให้ประเทศไทยก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าข้อวิตกกังวลก็คือความเสี่ยง คนจังหวัดระยองเสี่ยง มารอบหนึ่งแล้วเรื่องของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถ้าเรื่ององค์การนาซ่ามาอีกรอบหนึ่ง ความเสี่ยงนี้ใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลรับผิดชอบไหม โดยเฉพาะอําเภอมาบตาพุดตอนนี้ ก็ไม่ค่อยได้ลงไป ฝากท่านด้วยว่าไปดูพื้นที่หน่อยให้มันต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมีม็อบ (Mob) ขึ้นมาอีกก็มีปัญหาอีก นี่คือสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ไม่อยากให้มีปัญหาเหมือน ที่แล้ว ๆ ที่ผ่านมา เพราะว่าปัญหาถ้าไม่แก้ไขโดยเป็นระบบแล้วก็อย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้ มันก็จะยกเลิกยากมาก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๘๙/๑ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ผมประสบและทุกครั้งก็คือปัญหาเรื่องของภาครัฐของพวกเรา เรื่องของ ความพร้อมของภาครัฐบาลที่ยังไม่มีความพร้อมในเรื่องการดําเนินการ อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญ เพราะฉะนั้นเราก็เตรียมการดําเนินการให้พร้อม ถ้าให้สอบถามความเห็นผมก็วิตกกังวล เพราะว่าพี่น้องชาวจังหวัดระยองก็เจอมาหลายเรื่องแล้ว ก็ไม่อยากเจอเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องเป็นความรอบคอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากให้พิจารณา เรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ ก็ไม่เกี่ยวกับจังหวัดระยองเท่าไร เพราะมันเกี่ยวกับประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นปัญหาแล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านซึ่งจะติดตามต่อมาว่า มันเป็นอะไร แล้วก็เรื่องนี้ถ้าดี ๆ แล้วจริง ๆ ใช้มาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ก็เป็นการหารือทั่วไป โดยไม่ลงมติ หารือพวกผมก็บอกพวกท่านว่าอย่างไรก็พิจารณาให้รอบคอบ แต่ว่าพวกท่าน จะเอาไปฟังหรือไม่ จริง ๆ แล้วก็น่าจะเอามาใช้ในมาตรา ๑๙๐ มันก็น่าจะง่ายกว่า อันนี้ เป็นการหารือโดยไม่ลงมติ ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะมีประโยชน์กับพวกเราหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็ฝากทุกคน ฝากคณะรัฐมนตรี ฝากสมาชิกรัฐสภาทุกคนว่าเรื่องนี้ เป็นความเสี่ยงของคนในพื้นที่คือคนในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี แล้วก็เป็นความที่ ถ้าเราไม่รอบคอบ เป็นความประมาทของประเทศไทย แล้วก็เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลาย ๆ เรื่องนี้ต้องวิเคราะห์พิจารณาให้ดี ก็ฝากพวกเราทุกคนว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นความคิดเห็น ผมว่าผมให้ชะลอเรื่องนี้ไปก่อน ขอบคุณมากครับ
ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) และวันนี้เองมีเรื่องที่พิจารณาถึง ๑๓ เรื่อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ๒ แต่ ๑๒ เรื่องเป็นเรื่องตามมาตรา ๑๙๐ ที่จะขอกรอบการพิจารณา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่อง ตามมาตรา ๑๗๙ ซึ่งอภิปรายขอความคิดเห็นของรัฐสภาแห่งนี้
ท่านประธานครับ ในหัวข้อเรื่องขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่อง การอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกาเข้ามาดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๘๙/๒ สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย ตามมาตรา ๑๗๙ แห่งรัฐธรรมนูญนั้น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ให้รายละเอียดอย่างชัดเจน ผมคิดว่าการที่รัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ดี ให้ข้อมูล ที่ละเอียดอย่างนี้ ผมว่าปัญหาคงไม่ถึงวันนี้นะครับ วันนี้เองเดิมทีเมื่อครั้งก่อนก็บนพื้นฐาน แห่งความไม่เข้าใจกัน บนพื้นฐานแห่งความหวาดระแวง จึงทําให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้า ต่อไปได้ว่าจะเป็นอํานาจของคณะรัฐมนตรีที่สามารถทําความตกลงได้เลยหรือไม่ หรือต้องเข้าตามมาตรา ๑๙๐ หรือเพียงขอความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗๙ ในวันนี้
ท่านประธานครับ ในส่วนรายละเอียดนั้นคงไม่ขอกล่าว เนื่องจากว่ารัฐมนตรี ได้พูดละเอียดครบถ้วนแล้วนะครับ ผมเองก็คงมีข้อสังเกตในบางประการเกี่ยวกับประเด็น ในเรื่องนี้นะครับ เนื่องจากว่าตามที่ทางประเทศสหรัฐอเมริกาหรือองค์การนาซ่าจะมาใช้ พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเป็นพื้นที่ทดสอบทางด้านการก่อตัวของเมฆและเป็นการใช้ชั่วคราว ระยะเวลาเพียง ๒ เดือน มีภารกิจที่ชัดเจน และมีเงื่อนไขในการตรวจสอบในการขึ้นบิน แต่ละครั้ง ข้อมูลแต่ละอย่าง แล้วก็มีนักวิชาการแต่ละอย่างบอกว่า ถ้ามาตรการตามที่ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงกับสภาแห่งนี้ผมว่าเพียงพอในความเข้าใจได้ ซึ่งจะทําให้ความรู้ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเราถึงแม้ว่าประเทศเรามีคนเก่งเยอะแต่ก็ไม่มีโอกาส ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๙๐/๑ ดังนั้นเองการที่โครงการต่าง ๆ ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้หรือมาใช้ฐานของเรานั้น ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ นอกเหนือจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกันเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเสียเงิน ๓๐ ล้านเหรียญมาทําอะไรให้เมืองไทย เขาก็คงต้องการ หาทดสอบความรู้ในพื้นที่ว่าพื้นที่ในเอเชียอาคเนย์ซึ่งเป็นพื้นที่มีหัวใจสําคัญ ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ให้ความสําคัญในพื้นที่ในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกันก็เสียเงิน ๓๐ ล้านเหรียญ ก็คงต้องการแหล่งความรู้ องค์ความรู้ในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน แต่คนไทยเอง เราก็คงหาโอกาสนี้ในด้านวิทยาศาสตร์ คงต้องหาโอกาสนี้ในการเรียนรู้ ซึ่งทางรัฐมนตรีเอง ก็ว่ามีงบประมาณถึง ๒๐๐ ล้านบาทให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ทําวิจัยและแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แล้วก็โดยเฉพาะเราต้องเรียนรู้กับเขาทางด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนเรื่องความมั่นคง ความมั่นคงเองทางรัฐมนตรีเองก็รายงานว่าได้ศึกษาหรือสอบถามกับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว แล้วก็เป็นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ซึ่งการต่าง ๆ นั้นตรวจสอบได้ เพราะว่าขั้นตอนนี้ ไม่เพียงทํานอกเหนือจากที่ตกลงนะครับ เพราะว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีการตรวจสอบ โครงการนี้เป็นโครงการที่ทุกภาคส่วนให้ความสนใจ ดังนั้นเองผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้ ก็สามารถที่จะไม่ใช่ปัญหาความมั่นคงหรือแม้กระทั่งเรื่องความเชื่อมั่นเอง ถ้าวันนี้เอง ถ้าสภาแห่งนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่ทางรัฐบาลนําเรื่องประเด็นนี้มาขอความคิดเห็นกับสภา และรัฐสภาแห่งนี้ตามมาตรา ๑๗๙ เพื่อพิจารณาความเห็นมุมมองต่าง ๆ ของฝ่ายรัฐบาลก็ดี ฝ่ายค้านก็ดี หรือว่าฝ่ายวุฒิสมาชิกก็ดี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาว่ามีความคิดเห็นอย่างไร มีข้อกังวลอย่างไร ข้อเสนอแนะอย่างไร เพื่อที่รัฐบาลจะได้นําไปปฏิบัติต่อเป็นความคิด ที่รอบคอบยิ่งขึ้น เพราะว่าเรื่องนี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน ละเอียดอ่อนในประเด็นไหน ประเด็นที่ว่าเมืองไทยเองเรื่องอย่างนี้ไม่เคยมีมานานแล้ว ถ้าเมื่อปี ๒๕๑๐ กว่า ทางประเทศสหรัฐอเมริกาเคยใช้ฐานทัพที่อู่ตะเภาคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัจจุบันนี้ มันยุค ๒๕๕๐ กว่าแล้ว ยุค ค.ศ. ๒๐๐๐ แล้ว การตรวจสอบก็ดี ความมั่นคงก็ดี ดังนั้นเอง ประเด็นนี้คงไม่น่ามีปัญหานะครับจากที่ถ้าทางรัฐบาลรับฟังในประเด็นที่ตามมาตรา ๑๗๙ หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทําอะไรต่าง ๆ นั้นนะครับ ประเทศเราไม่ใช่อาณาจักรแค่ประเทศเราต้องฟัง ความคิดเห็นของประเทศเพื่อนบ้านและเพื่อนสมาชิกอาเซียนมีความเห็นอย่างไร แต่ที่จะ สดับตรับฟังนะครับ แต่ว่ามีประเทศไทย มีประเทศกัมพูชาและประเทศสิงคโปร์ให้ความเห็น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๙๐/๒ แล้วก็ที่เพิ่มมาคือประเทศอินโดนีเซีย แต่ก็ไม่ทราบว่าประเทศมาเลเซียและ ประเทศเวียดนามมีความคิดเห็นอย่างไร อย่างเช่นเราจะก่อสร้างเขื่อนน้ําโขงก็ต้องฟัง ความคิดเห็นข้างเคียง ดังนั้นประเด็นต่าง ๆ นั้นก็อยากฝากรัฐบาลว่ารับฟังความเห็น ประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยเฉพาะประเทศอาเซียน รวมกระทั่งถึงประเทศที่มีอิทธิพล ในเอเชียคือประเทศจีนคงปฏิเสธไม่ได้นะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ก็ละเอียดอ่อน แต่ตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พูดคุยกับทางประเทศจีนแล้วว่า ไม่ขัดข้องเพราะโครงการนี้มีมานานแล้วและประเทศจีนใช้อยู่ เพราะฉะนั้นเองประเด็นนี้ คงไม่ใช่ประเด็นอะไร แล้วก็ส่วนเรื่องประเด็นทางการเมือง ประเด็นการเมืองนั้นคงต้อง แยกแยะว่าเรื่องนี้ประเด็นอะไร ถ้าเราพูดคือว่าอันนี้คือเรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของ วิทยาศาสตร์เรียนรู้ต้องตอบคําถามได้ว่าอันนี้ถ้าบนพื้นฐานแห่งความหวาดระแวง จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ดังนั้นเองคงต้องแยกแยะว่าถ้าไม่ใช่การเมืองก็คงจะร่วมมือร่วมใจกัน อย่างเช่นเรื่องด่วนเรื่องที่ ๑ ที่ผ่านมา เรื่องความตกลงกฎหมายระหว่างประเทศเรื่องกําจัด สารปรอท ผมเห็นมติเป็นเอกฉันท์ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภาเห็นด้วยทุกท่าน โดยที่ไม่มีใครเห็นด้วย ดังนั้นเองก็อยากวิงวอนในรัฐสภาแห่งนี้ว่าอะไรที่เป็นประเด็น การเมืองคุณก็ว่าไป อะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์หรือเป็นองค์ความรู้ในข้อเท็จจริงก็ขอให้มี ความร่วมมือร่วมใจกันในการทํางานต่อไปนะครับ และที่สําคัญเรื่องการประชาสัมพันธ์ ความรู้ นอกเหนือจากที่ทางรัฐบาลเองจะชี้แจงกับสอบถามกับข้าราชการก็ดี จะชี้แจง ต่อสมาชิกรัฐสภาก็ดี จะฟังความคิดเห็นของประเทศเพื่อนบ้านก็ดี สิ่งที่สําคัญคือ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนนั้นบางทีองค์ความรู้หรือข้อมูลข่าวสารว่ารัฐบาลควรจะให้ ข้อมูลที่ชัดเจนและถ่องแท้ อย่างเช่นในวันนี้ผมคิดว่าถ้าประชาชนได้ฟัง ผมคิดว่า ความขัดข้องหรือความข้องใจคงจะหายไปเยอะ ดังนั้นเองก็ขอฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีว่าข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่สําคัญ เพราะปัจจุบันนี้ข้อมูลข่าวสารไม่ใช่ว่าเดี๋ยวนี้ มีทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออะไรต่าง ๆ มากมาย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๙๑/๑ เพราะว่าช่องทางต่าง ๆ ผมว่าจะทําให้พี่น้องประชาชนนั้นเข้าใจ แล้วก็เกิดการยอมรับ จะทําให้รัฐบาลโครงการต่าง ๆ สามารถทําได้ ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริงผมคิดว่าพวกเราทุกคน ประเทศไทยทุกคนเห็นด้วย เพราะว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีมากมาย ดังนั้นตัวกระผมเองนั้น ก็คงขอสรุปเพียงเล็กน้อยว่าในส่วนตัวเห็นด้วยในการที่จะให้รัฐบาลไปทําความตกลงเรื่องนี้ เพราะว่าเป็นเรื่องของการร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อที่จะนํามาซึ่งการเรียนรู้เทคโนโลยี เป็นการเรียนรู้ที่สําคัญเป็นการบาลานซ์ (Balance) อํานาจ เราเองคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เราไม่สามารถไปอิงอํานาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้คงต้องมีความร่วมมือกันทั้งประเทศพันธมิตร ของเรา คือ ในประเทศอาเซียนก็ดี ในประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี อียู หรือประเทศสหรัฐเมริกา คงต้องถ่วงดุลอํานาจซึ่งกันและกัน คงไม่สามารถที่จะพึ่ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ก็ขอฝากเรื่องดุลแห่งอํานาจนะครับ และที่ผมขอเป็นข้อสังเกตว่า ต้องมีการยอมรับ อะไรก็ตามถ้าเราพูดถึงแฟคท์ (Fact) หรือข้อเท็จจริง คงปฏิเสธไม่ได้ ถ้าพูดถึงความเชื่อนั้นอาจจะเชื่อไม่เหมือนกัน ความคิดไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นข้อเท็จจริงนั้น ผมคิดว่าต้องเหมือนกัน ถ้าเราเปิดเผยต่อสาธารณชนได้เอาความจริงมาพูดกันผมคิดว่า เป็นการยอมรับ
สุดท้ายที่ผมจะเป็นข้อเสนอแนะความสําคัญว่าเราพูดมาวันนี้ปากเปียกปากแฉะ กันวันนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องด่วน ๑๓ เรื่อง ตอนนี้มาพูดเรื่องที่ ๒ เราพูดถึงมาตรา ๑๙๐ ว่าจะเข้าหรือเปล่า ดังนั้นผมก็ฝากว่ามาตรา ๑๙๐ ก็มีอยู่ในวรรคห้า บอกว่าควรจะให้รัฐบาลนั้น มีกฎหมายว่าด้วยการเขียนกรอบการเจรจาประเภทที่ชัดเจน ดังนั้นจะทําอย่างไรไม่ให้รัฐบาล ไม่สามารถบริหารได้ รัฐบาลเองมีอํานาจในการบริหาร รัฐบาลมีคะแนนเสียงที่ท่วมท้น ดังนั้นเองถึงแม้ว่าสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญในด้าน สสร. ได้ แต่กฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ซึ่งเป็น พ.ร.บ. เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าเราจะมีกฎหมายประกอบ อย่างไร ถ้าไม่มีอย่างนี้ก็คงมีปัญหาอย่างนี้เรื่อย ๆ มานั่งตีความกันว่าประเด็นนี้จะเข้าใน มาตรา ๑๙๐ หรือเปล่า จะทําให้เข้าทุกเรื่อง รัฐบาลเองหรือการบริหารก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ แต่ไม่เข้าก็เสี่ยง ดังนั้นขอฝากข้อสังเกตว่านอกเหนือจากการพิจารณาในวาระนี้แล้ว กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเนื่องด้วยตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ว่าด้วยกฎหมาย กําหนดประเภทหรือกรอบการเจรจาขอให้รัฐบาลเร่งรัดจัดการเสียเพื่อจะตีความว่าอะไร ควรจะเข้า ไม่เข้า เพื่อที่จะทําให้เราเดินหน้าต่อไป ขอขอบคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๙๑/๒
ขอบพระคุณครับ ถ้าระยะเวลาการอภิปรายอย่างท่านสุรเดชนะครับ ผมคํานวณแล้วผมยังมีอีก ๒๐ ท่าน ถ้า ๑๐ นาทีอย่างนี้ผมใช้เวลาอีก ๓ ชั่วโมงกว่านะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา ท่านกระชับหน่อยนะครับ คุณหมอเหวงเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาสําคัญมากครับ ท่านประธานโปรดติดตาม ผมสักนิดเถอะนะครับ โลกเราเหมือนผลส้มแล้วก็มีบรรยากาศห่อหุ้มอยู่ ทีนี้ถ้าหากว่า บรรยากาศจุดใดจุดหนึ่งเกิดปัญหานี่มันส่งผลกระทบต่อทั้งโลก ทีนี้ท่านปลอดประสพ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้อธิบายให้เราฟังแล้วว่าขณะนี้ได้มีความพยายามของชาวโลก ในการที่จะศึกษาชั้นบรรยากาศทั่วทั้งโลก และท่านก็อธิบายให้ฟังเมื่อสักครู่นี้ว่าเรามีจิกซอว์ อยู่ตัวหนึ่ง จิกซอว์นั้นมาอยู่ในประเทศไทยนี้ครับ ถ้าหากขาดจิกซอว์นี้มันก็ทําให้ความเข้าใจ ของบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกมันไม่สมบูรณ์ ดังนั้นผมเห็นแต่ประโยชน์ของโครงการนี้ ท่านก็แถลงอธิบายชัดเจนแล้วนะครับว่าองค์การนาซ่าเป็นองค์กรที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เกี่ยวข้องกับการจารกรรมหรือการทําสงคราม และท่านอธิบายอย่างละเอียดเลยนะครับว่า มีตารางการบิน มีรายละเอียดของการบินอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นโดยตัวของโครงการเอง มันไม่มีปัญหาทางด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันต้องกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ โลกทั้งโลกสําหรับคนที่มีความคิดที่ทันสมัย ยกเว้นคนที่ยังจมปลักอยู่กับอดีต ซึ่งอันนี้ ก็ไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไร ยกเว้นตัวเขาจะแก้ไขตัวเขาเอง แต่หากว่าคนที่ทันสมัยหรือก้าวไป กับโลกก็จะเห็นว่าขณะนี้สิ่งที่คุกคามโลกอยู่มันไม่ใช่เป็นเรื่องสงครามแล้วครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๙๒/๑ อาจจะมีสงครามระดับภูมิภาค ระดับพื้นที่ แต่สิ่งที่คุกคามโลกอยู่ก็คือสิ่งแวดล้อม คือภูมิอากาศ ดังนั้นโครงการนี้ผมสนับสนุนเต็มที่เลยครับ ต้องการให้รัฐบาลเร่งรีบในการที่จะ ไปดําเนินการต่อ ในวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมอยากจะให้ คนที่ต่อต้านโครงการนี้ช่วยอธิบายเหตุผลชัด ๆ หน่อยว่าท่านต่อต้านด้วยเหตุอะไร คือถ้าท่านต่อต้านด้วยเหตุเรื่องของการจารกรรม ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า โดยหลักรัฐศาสตร์ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็แถลงให้เรียบร้อยแล้ว ว่าทางผู้บัญชาการกองทัพปลดแอกแห่งประชาชนจีนเขาบอกว่าไม่มีปัญหาเรื่องความมั่นคง รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนก็บอกไม่มีปัญหาความมั่นคง ท่านปลอดประสพท่านก็บอกแล้วว่า นาซ่าก็บอกชัด แล้วท่านยังบอกเลยว่าอย่าไปพิจารณามาตรา ๑๙๐ นี่เป็นความเห็นของท่าน ถ้าไปอย่างนั้นปุ๊บจะกลายเป็นว่านาซ่าถูกลากเข้าไปในตมของความมั่นคงซึ่งทําให้ศักดิ์ศรี ของนาซ่าเขาเสียไป ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน คนที่ต้องการต่อต้านช่วยกรุณา มาชี้แจงหน่อย ขอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หน่อยว่าที่คุณต่อต้านว่าเป็นเรื่องภัยต่อความมั่นคง ช่วยกรุณาให้หลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์หน่อย อย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้า อย่าพูดชุ่ย ๆ เพราะโครงการนี้บอกชัดว่าจะบินที่ระดับความสูงแค่ ๒๐ กิโลเมตร ท่านประธานคงจะเห็น ใช่ไหมครับ เราเรียนสมัยเด็กโลกกลม ไม่ต้องเรียนสมัยเด็กปัจจุบันก็พิสูจน์แล้วว่าโลกกลม ยานบินเวลาบินออกไป ยานอวกาศก็จะเห็นว่าโลกกลม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเครื่องบิน บินที่ความสูง ๒๐ กิโลเมตรเท่านั้น เคิร์ป (Curve) ของโลกจะบังเอาไว้ทําให้ไม่สามารถที่จะไป จารกรรมอะไรที่เกินไปกว่า ๒๐๐ กิโลเมตรในระดับภาคพื้นดิน ดังนั้นคนที่อธิบายว่า โครงการนี้จะทําจารกรรมช่วยบอกผมหน่อย ให้เหตุผลหน่อยว่าเครื่องบินที่ระดับความสูง ๒๐ กิโลเมตร สามารถทําจารกรรมได้ขนาดไหน แล้วไม่ทราบว่าคนที่ต่อต้านเขาได้เข้าใจ โครงการนี้โดยละเอียดหรือไม่ว่าเรามียานอวกาศของนาซ่าอยู่ ๓ ประเภท ท่านปลอดประสพ บอกไปแล้ว อันที่ ๑ คือเอเอสเอ อีอาร์ ๒ (ASA ER2) ปฏิบัติการที่ความสูง ๑๘-๒๑ กิโลเมตร เขาบอกละเอียดเลยว่าศึกษาพื้นที่ที่อัพเพอร์ โทรโพสเฟียร์ (Upper Troposphere) ลําที่ ๒ ก็คือนาซ่า เอ็นคาร์ จีวี (NASA NCAR GV) ปฏิบัติการที่ความสูง ๑๔ กิโลเมตร คือศึกษามิททู อัปเปอร์ โทรโพสเฟียร์ (Mito Upper Troposphere) แล้วลําที่ ๓ ก็คือ นาซ่าดีซี ๘ (NASA DC8) ปฏิบัติการที่ ๑๒ กิโลเมตรโลก เพราะฉะนั้นอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับว่า จารกรรมอย่างไร จารกรรมประเทศจีนอย่างไร และจารกรรม ประเทศรัสเซียอย่างไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๙๒/๒ และนอกจากนี้ผมทราบมาจากรายละเอียดที่ทางรัฐบาลแจ้งให้ผมทราบว่ารัฐบาลอเมริกัน ก็บอกว่าเขาได้แจ้งไปยังทุกประเทศที่เครื่องบินนาซ่าจะต้องผ่านแล้ว แปลว่าเขาได้รับอนุญาต จากทุกประเทศที่เกี่ยวข้องแล้ว กระทั่งประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว หรือประเทศสิงคโปร์ ไม่มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นผมจําได้ว่าในช่วงที่มีกระแสออกมา ต่อต้านจากสื่อบางฉบับ นักการเมืองบางคน และประชาชนบางคนโจมตีและใส่ร้ายป้ายสี รัฐบาลชุดนี้อย่างรุนแรง อย่างเช่น กล่าวอ้างว่าการที่รัฐบาลชุดนี้จะอนุญาตให้ใช้สนามบิน อู่ตะเภาเพื่อแลกกับการอนุญาตให้วีซ่ากับนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โอ้โฮ คิดได้อย่างไร ความอํามหิตทางความคิดของผู้คนเป็นขนาดนี้เชื่อมโยงเรื่องการอนุญาต ให้ใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ถ้าหากใครไม่อนุญาตอยู่ในประเทศไทย ผมถามว่าคุณเห็นแก่ตัวขนาดนี้เชียวหรือ เพราะสิ่งที่ได้มนุษย์ทั้งโลกได้ ไม่เฉพาะประเทศไทยได้ นี่ท่านปลอดประสพไม่ได้ให้รายละเอียดนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านปลอดประสพ รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งที่ท่านได้แถลงในสภาแห่งนี้ เป็นประโยชน์มหาศาล ท่านกรุณานําเอาสิ่งที่ท่านแถลงไปแพร่ภาพซ้ําในทีวี ฟรีทีวี ซ้ําแล้วซ้ําอีกสักสัปดาห์หนึ่งได้ไหมครับ เพื่อให้ประชาชนไทยทั่วประเทศ ๖๕ ล้านคน เขาได้เข้าใจว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างไร นอกจากนี้ควรจะต้องทําซีดี (CD) แจก อย่าขายนะครับ ทําซีดีแจกสัก ๖๗ ล้านแผ่น แล้วก็แจกให้คนไทย ๖๗ ล้านคนได้มีโอกาสดู ที่ท่านได้แถลงในสภาแห่งนี้ ผมถึงจะเป็น ส.ส. สามารถที่จะคุยกับประชาชนได้แต่มีข้อจํากัด เพราะผมเห็นแต่ประโยชน์อย่างเดียว แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมจากที่ ท่านปลอดประสพพูด ในนี้บอกชัดครับ นาซ่าเขาบอกชัดเขาศึกษากัมมันตภาพรังสีครับ กัมมันตภาพรังสีสําคัญมาก เพราะในวันนี้ความที่ในระยะหนึ่งของมนุษย์เขาใช้พลังงาน อย่างมหาศาลและเขาทําการผลิตอะไรต่าง ๆ มากมาย แล้วเขาผลาญธรรมชาติครับ ก็เลยทําให้มีรูโอโซนแล้วทําให้มีรังสีแกมมาจากดวงอาทิตย์ทะลุเข้ามาในชั้นบรรยากาศ ของโลกมหาศาล แล้วในวันนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็ถามเมื่อกี้เรื่องปรอท ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๙๓/๑ แต่ผมว่าปรอทถึงจะสําคัญแต่ว่ากัมมันตภาพรังสีนี่สําคัญมากกว่าปรอทเยอะ ในวันนี้ ทั่วทั้งโลกเขาพยายามศึกษาว่ากัมมันตภาพรังสีของดวงอาทิตย์ที่แทงทะลุบรรยากาศของโลก เข้ามาเพื่อทําร้ายมนุษยชาติมีมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าเพียงแค่นี้เรื่องเดียวเราก็ควรจะต้อง อนุญาตให้สนามบินอู่ตะเภาใช้เพื่อศึกษาเรื่องนี้ได้แล้วครับ แล้วต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมไม่อยากจะเสียเวลาสภาแห่งนี้ให้มากเกินไปคนที่ต่อต้านควรจะไปศึกษาจีน ด้วยความเคารพ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วควรจะต้องไปศึกษาสหภาพโซเวียต หรือประเทศรัสเซียในปัจจุบันว่าเขามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการทหารมากมาย ถ้าคุณคิดว่าอเมริกันเพียงประเทศเดียวที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางทหาร คุณเข้าใจผิดแล้ว ความเข้าใจและความรับรู้ของคุณนี่หยุดนิ่งอยู่กับเมื่อกับ ๒๐ ปีที่แล้ว ในวันนี้ความสามารถ ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเขาสามารถสร้างเครื่องบินสเตลธ์ (Stealth) รุ่นใหม่ ที่ล้ําสมัยกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยซ้ําไป แล้วก็สามารถที่จะยิงจรวดขึ้นไปในชั้นอวกาศ แล้วมีดาวเทียมอยู่จํานวนมากมายแล้วเขากําลังเตรียมการพิจารณาส่งมนุษย์ไปเดิน ในดวงจันทร์ เพราะฉะนั้นความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศจีนเขาล้ําอาจจะเคียงบ่า เคียงไหล่ไปกับประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นความกังวลใจที่คิดว่าเวลาอู่ตะเภา นาซ่ามาใช้แล้วจะเกิดการจารกรรมไปยังประเทศจีนหรือประเทศรัสเซียนี่ ผมขอหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์หน่อยอย่าสักแต่ว่าพูดทางการเมือง ที่ผ่านมาความที่โจมตีและใส่ร้ายป้ายสี ทางการเมืองนี่เองทําให้ประเทศไทยขาดโอกาสสําคัญ คือบางท่านผมกราบเรียน ท่านปลอดประสพด้วยความเคารพ แล้วก็ทุกท่านว่าจริง ๆ แล้วนี่ใช่ครับ เวลาท่านอธิบายกับ คนไทยคนไทยได้ประโยชน์ แล้วก็ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ได้ประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกัน อยากจะกราบเรียนด้วยว่าโครงการนี้ให้ประโยชน์กับชาวโลกด้วย ดังนั้นผมจึงไม่ทราบว่า จะมาต่อต้านกันอีกทําไม ถ้าคุณจะต่อต้านผมก็จะรับฟังคุณ เพราะผมไม่ใช่เป็นคนดื้อรั้นดันทุรัง แต่กรุณาต่อต้านด้วยเหตุด้วยผลได้ไหมครับ อย่าต่อต้านในลักษณะที่ว่าอนุญาตให้ องค์การนาซ่ามาใช้ฐานทัพอู่ตะเภาเพื่อแลกกับนายกรัฐมนตรีทักษิณได้วีซ่า ผมว่าไอ้นี่ มันหาเรื่อง ผมไม่ต้องการที่จะไปหาเรื่องด้วยครับ แต่อยากจะฟ้องประชาชนทั้งประเทศว่า คุณสามารถที่จะต่อต้านได้ แสดงความคิดเห็นคัดค้านทางการเมืองได้ผมรับฟังครับ แต่กรุณามีเหตุมีผลหน่อย เอาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันกันสักนิดหนึ่งได้ไหมครับ ผมอยากจะเรียนคือท่านปลอดประสพพูดหลายประการ ผมอยากจะเพิ่มเติมบางประการ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๙๓/๒ คือโครงการนี้เขาเรียกว่าซีแอคโฟร์อาร์เอส (SEAC4RS) ภาษาอังกฤษ เพราะว่าถ้าพูด ภาษาไทยมันจะยาวยืดมากเลย ผมเรียกว่าซีแอคโฟร์อาร์เอสก็แล้วกัน ประโยชน์ที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานคร่าว ๆ อย่างน้อยก็ประมาณ ๕ ประการ เสริมจาก ที่ท่านปลอดประสพได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว
ข้อที่ ๑ ก็คือว่าเข้าถึงข้อมูลในชั้นบรรยากาศในแต่ละระดับชั้นคือ ชั้นบรรยากาศของโลกนี่มาก ผมเรียนรู้มาแต่ว่าตอนหลังผมมาศึกษาแพทย์จึงไม่ได้ตามมา โดยละเอียด แต่ผมทราบก็คือว่าอย่างน้อยที่สุดในความรู้ของผมมีโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) และสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) โทรโพสเฟียร์ สตราโตสเฟียร์ ไอโอโนสเฟียร์ นี่เขาจะศึกษาทุกชั้นเข้าถึงข้อมูลในบรรยากาศ ในแต่ละระดับชั้นซึ่งขีดความสามารถของเครื่องมือวัดในเมืองไทยไม่มีศักยภาพพอ
ข้อที่ ๒ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาบรรยากาศ สํารวจบรรยากาศแต่ละชั้นสูงมาก ประเทศไทยทําไม่ได้ครับ ทีนี้อเมริกันทําให้ฟรี ๆ อย่างนี้ ที่จริงมันไม่ฟรีหรอก เราต้องขอบคุณเขา คือทํามาแล้วมันเป็นข้อมูลของชาวโลกเป็นประโยชน์กับชาวโลกเขาก็ได้ ประโยชน์ด้วยเหมือนกัน แล้วทําไมเราจะไม่เอาล่ะครับ แล้วการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ การใช้ประโยชน์จากดาวเทียมในการตรวจวัดอากาศให้กับนักวิจัยไทย อันนี้คนไทยได้โดยตรง ๒ ประการแรกชาวโลกได้ อันนี้คนไทยได้โดยตรง แล้วขณะเดียวกันเขาก็บอกเลยว่าเขาเปิดให้ สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ระดับสูง นักเรียน นักศึกษา เข้าไปศึกษาได้เขาไม่หวงครับ เพราะฉะนั้น การที่เขาไม่หวงนี่เป็นการบอกอยู่ในตัวแล้วว่าไม่มีชั้นความลับทางการทหาร คือถ้าไม่มี ชั้นความลับทางการทหารพวกนี้เข้าไปไม่ได้ครับ สื่อมวลชนเข้าไปไม่ได้ครับ นักเรียน นักศึกษาเข้าไปไม่ได้ครับ ท่านปลอดประสพก็บอกแล้วว่ามีนักเรียนปริญญาเอก ๕ คน แล้วปริญญาโท ๒๐ คนกําลังรอศึกษาเรื่องนี้อยู่ อันนี้เป็นประโยชน์สําหรับประเทศไทย แล้วผลสํารวจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวัดบรรยากาศด้วยดาวเทียม สํารวจเทียบเคียงกับข้อมูลที่วัดได้จากเครื่องบิน ซึ่งข้อมูลวิจัยทั้งหมดจะได้รับการเปิดเผย ต่อสาธารณชนทางอินเทอร์เน็ต อันนี้ผมเสริมคร่าว ๆ เท่านั้นเองแล้วผมเกรงใจท่านประธาน และเกรงใจสภา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๙๔/๑ เพราะว่าเราใช้เวลากันมากมาย ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานเป็นประโยคหรือเป็นข้อความ สุดท้ายว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ครับ แต่การติติงให้ระมัดระวัง ผมเคารพครับ อย่างเช่น ท่านติติงว่าต้องระวังว่าไปใช้จารกรรม อันนี้ผมเคารพ แต่การติติงนี้ต้องตั้งอยู่บนฐาน ความเป็นจริง มีข้อความอันหนึ่งซึ่งชาวโลกเขายอมรับกันก็คือว่าถ้าคุณไม่สํารวจนะคุณไม่มี สิทธิพูดครับ ถ้าคุณไม่สํารวจคุณไม่มีสิทธิพูด คุณไม่สํารวจคุณพูดชุ่ย ๆ คุณพูดยกเมฆ คุณพูดใส่ร้ายป้ายสีนี่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อติติงนี้ผมเห็นด้วยนะครับแล้วผมอยากจะฟัง ผมจะนั่งฟังจนคนสุดท้าย อยากจะรู้ว่าคนต่อต้านมีเหตุผลอะไรบ้างและมีหลักฐานอะไรบ้าง ที่เป็นวิทยาศาสตร์มาต่อต้าน ขอบคุณครับท่านประธาน
ครับ เดี๋ยวเป็นคิวท่านถาวร ผมจัดคิวต่อเลยนะครับ จากท่านถาวรแล้วก็เป็นท่านอาจารย์ตวง อันทะไชย ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท แล้วก็ท่านศิริโชค โสภา อาจารย์สุริยา ปันจอร์ ท่านสมคิด บาลไธสง แล้วก็ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ใน ๖ ท่านต่อไปจากท่านถาวร เชิญท่านถาวรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงที่ผมอภิปรายอาจจะอ้างอิงเอกสารทางราชการ หรือหยิบเอกสารขึ้นมา เพื่อที่จะประกอบการอภิปรายต้องขออนุญาตท่านประธานด้วยนะครับ สิ่งแรกที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์คนแรกคือท่านหัวหน้าพรรค ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร และทุกคนที่ได้อภิปราย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นนอกสภา ที่ออกไปสู่สาธารณะ ยังไม่เคยมีใครคัดค้านโครงการนี้เลยแม้แต่คนเดียว เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตหรือเป็นการตั้งคําถามเพื่อให้รัฐบาลตอบ และการตั้งข้อสังเกต หรือการตั้งคําถามนั้นก็เอาเอกสารราชการที่เขาตั้งข้อสังเกตหรือถามรัฐมนตรีหรือถาม รัฐบาลมาประกอบการวินิจฉัยก่อนตั้งคําถาม หรือแม้แต่วันที่ผมได้ไปพูดจากับ ท่านปลอดประสพที่สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ ผมก็เอาเอกสารทางราชการมาตั้งคําถาม ให้ท่านปลอดประสพได้ตอบ เพราะฉะนั้นท่านใดที่เข้าใจผิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านโครงการวิจัยนี้ โปรดเข้าใจเสียให้ถูกด้วย ท่านประธานครับ การประชุมในวันนี้ เราเรียกร้องเอกสาร เรียกร้องโครงการ เพื่อที่จะประกอบการพิจารณาในขณะที่ท่านมาขอ คําปรึกษาตามมาตรา ๑๗๙ จากพวกเราสมาชิกรัฐสภา เรามีเอกสารแต่เพียงแผ่นเดียว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๙๔/๒ ก็ยังให้ความร่วมมือ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าประเด็นแรกเราให้ความร่วมมือแน่นอน ประเด็นที่ ๒ ผมก็พยายามไปหาเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาที่จะให้ความร่วมมือจากการที่ ท่านทั้งหลายได้มาขอคําหารือ เอกสารจอยน์ สเตทเมนท์ ออฟ อินเทนท์ (Join statement of intent) ฉบับที่อยู่ในมือผมที่ลงนามโดยฝ่ายท่านดอกเตอร์สมเจตน์ ทินพล ซึ่งเป็น ฝ่ายไทยในนามจิสด้า และลงนามโดยนายชาร์ลส์ เอฟ โบลเดน ซึ่งเป็นผู้นําฝ่ายนาซ่า ฉบับนี้ครับผมก็ต้องไปหามาเอง หรือแม้แต่ภาพถ่ายการจับมือระหว่างคน ๒ องค์กรดังภาพนี้ ผมก็ต้องไปหามาเอง รัฐบาลน่าจะเห็นความสําคัญของรัฐสภาบ้างถ้าจะมาขอความร่วมมือ ควรจะแจกจ่ายเอกสารให้เราพิจารณาศึกษาประกอบ สิ่งสําคัญที่สุดที่พบในเอกสาร จอยน์ สเตทเมนท์ ออฟ อินเทนท์ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ เป็นเพียงข้อตกลงกว้าง ๆ ว่า จะทําโครงการวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเก็บข้อมูลชั้นบรรยากาศและอื่น ๆ ดังนั้นคําถามแรกที่จะถามไปยังรัฐบาลหรือผู้ที่มาชี้แจงที่เกี่ยวข้องถามว่าเมื่อท่านจะทํา โครงการนี้ใช้เงินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ๙๐๐ กว่าล้านบาท โครงการอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธานครับ ช่วยเรียกโครงการจากรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่นั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ คอยชี้แจงให้พวกผมได้ประกอบเพื่อให้คําปรึกษาหารือตามที่ท่านร้องขอมาหน่อยได้ไหม อยู่ที่ไหน นั่นคือคําถามที่ ๑ ช่วยตอบผมด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๙๕/๑
คําถามที่ ๒ นาซ่ากับจิสด้าได้ทําความตกลงกันเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ตามเอกสารฉบับนี้และลงนามกันเรียบร้อย ต่อมาวันที่ ๘ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ หลังจากนั้นมา ประมาณ ๖-๗ เดือน สถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ทําหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศของ ประเทศไทยเพื่อที่จะดําเนินการโครงการนี้ ถามกลับไปว่าจิสด้าเป็นองค์การมหาชนที่สังกัด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่ดี ๆ ทางฝ่ายสถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ทําหนังสือ ถึงกระทรวงการต่างประเทศถามว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปอยู่เสียที่ไหน ซึ่งเป็นเจ้าภาพของเรื่องนี้ ทําไมอยู่ ๆ ความรับผิดชอบไปอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่อยากทําแล้ว ให้กระทรวงการต่างประเทศ ไปรับผิดชอบแทน ช่วยตอบคําถามนี้
ประเด็นถัดมา อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อ ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าในการประชุมปรึกษาหารือระหว่าง องค์การนาซ่ากับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยนั้นประชุมกันมาหลายครั้ง ผมได้พยายามติดตามหาเอกสารฉบับนี้ว่าการประชุมดังกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีส่วน ในการซักถาม ได้มีส่วนการแสดงความห่วงใย ได้มีส่วนในการแสดงการสนับสนุน ในฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ผมได้เอกสารประชุม เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ ระหว่าง ๑๐.๐๐-๑๒.๓๐ นาฬิกา ณ วิเทศสโมสร ส่วน ๓ กระทรวงการต่างประเทศ ตัวแทนขององค์การนาซ่าที่เข้ามาชี้แจงคือ ดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง ส่วนตัวแทนของประเทศไทยผู้ทําหน้าที่เป็นประธานก็คือ นายจิระชัย ปั้นกระษิณ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เป็นประธานในที่ประชุม น่าสนใจมากครับ ท่านประธานว่าข้อห่วงใย ข้อสงสัยหรือการคัดค้านไม่ได้เกิดจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เลย แต่เป็นข้อห่วงใยเริ่มต้นจากหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของฝ่ายกองอเมริกาเหนือ ตั้งคําถามว่า องค์การนาซ่าช่วยสนับสนุนเอกสารหลักฐานความเห็นชอบตามที่ได้หารือกับประเทศ เพื่อนบ้านเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย ดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง ชี้แจงว่า การขอหลักฐานที่แสดงว่ารัฐบาลประเทศอื่นยินยอมให้บินผ่านได้คงจะไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อคํานึงว่าประเทศไทยจะให้ความเห็นชอบต่อเมื่อประเทศเพื่อนบ้านและ ที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบ แต่ขณะเดียวกันประเทศเหล่านั้นอาจจะให้ความเห็นชอบ แก่องค์การนาซ่าก็ต่อเมื่อประเทศไทยเห็นชอบแล้ว ช่วยตอบคําถามนี้หน่อยว่าหัวหน้า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๙๕/๒ กองอเมริกาเหนือท่านห่วงใยท่านไปทําความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านหรือยัง ที่ส่งไปประชุมแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานครับ มีข้อห่วงใยและการตั้งคําถามอีกต่อมาคือสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ตั้งคําถามว่า ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาควรทําความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศที่เกี่ยวข้อง ภายในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศจีนกับประเทศอินเดียซึ่งเป็นมหาอํานาจในภูมิภาคนี้ ที่คงจะไม่ละเลยที่จะมีท่าทีในเรื่องนี้ เนื่องจากขอบเขตการบินไปถึงประเทศบังกลาเทศ ประเทศเนปาล และไปถึงทะเลจีนใต้ด้วย ข้อ ๒ ฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาควรมีเอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับความเห็นชอบตามข้อ ๑ นี่ก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศที่เขาสงสัย ถัดไป สมช. เช่นกัน มีข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่อง แหล่งพลังงานในภูมิภาคนี้ การสํารวจอากาศต้องใช้สหวิทยาการ โดยจากรายชื่อหน่วยงาน นาซ่าได้ติดต่อกับการดําเนินโครงการนี้ ก็มีชื่อของบริษัท เชฟรอนรวมอยู่ด้วย บริษัท เชฟรอน คือบริษัทสัญชาติอเมริกันที่มามีสัมปทานขุดเจาะพลังงานในประเทศไทย ช่วยตอบคําถามด้วย ปรากฏว่าดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง ไม่ได้ตอบเลย
ถัดไปครับ ทางฝ่ายสํานักนโยบายและแผนของกระทรวงกลาโหมให้ข้อสังเกต และตั้งคําถามไปด้วยว่าเห็นด้วยกับความเห็นของ สมช. คือสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่องความเข้าใจของประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศจีนและประเทศอินเดีย นอกจากนี้ องค์การนาซ่าก็ยังไม่ได้ให้ความมั่นใจว่าการสํารวจดังกล่าวจะไม่เกี่ยวกับภารกิจทางทหาร เกี่ยวข้องกับความมั่นคงไหมครับ อาจส่งผลทางทหารและต่อภูมิภาคได้ จึงต้องให้ ประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความมั่นใจว่าจะไม่สร้างความหวาดระแวง และเห็นว่าประโยชน์กับ นักวิทยาศาสตร์นานาชาติอย่างเดียวคงไม่พอ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือเอกสารชิ้นที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๙๖/๑
ต่อไปครับ เอกสารลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ ลงนามโดย พลเอก บัณฑูร ติปยานนท์ ผู้อํานวยการสํานักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม มีไปถึง ปลัดกระทรวงกลาโหม สิ่งแรกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่ง สนผ. กระทรวงกลาโหมได้ทําหนังสือไปถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ข้อคิดเห็น ด้านความมั่นคงเกี่ยวกับโครงการนี้
ข้อ ๒.๔.๑ บอกความขัดแย้งในทะเลจีนใต้และทรัพยากรธรรมชาติ ในอ่าวไทยซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับ กพช. ผมไม่บอกประเทศอะไร อีกทั้งบริษัทน้ํามันใหญ่เข้ามามีผลประโยชน์ทั้งสิ้น แม้ว่านาซ่าได้ทํางานในส่วนของ วิทยาศาสตร์ แต่ในบางกรณีก็ทํางานในด้านรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมไม่อยากอ่านต่อทั้งหมด
ข้อ ๒.๔.๒ ผู้แทนกระทรวงกลาโหมเสนอข้อห่วงใยว่าข้อมูลที่สํารวจได้ อาจถูกนําไปใช้ในทางที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ เนื่องจากเป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์ ที่ข้อมูลส่วนใหญ่จะได้รับการเปิดเผย ซึ่งนาซ่าเองก็ไม่สามารถรับรองความปลอดภัย ของข้อมูลได้ว่าจะไม่มีการนําไปใช้ในทางที่ผิดจากผู้ไม่หวังดี นี่ระดับพลเอกเขาตั้งข้อสังเกต ไปยังผู้บังคับบัญชา
ข้อ ๒.๔.๓ ผู้แทน ทบ. คือกองทัพบกเห็นว่านาซ่าควรจะมีบทเรียนจาก ประเทศอื่นที่เคยเป็นฐานการวิจัย ปัญหาและข้อขัดข้อง รวมถึงวิธีการแก้ปัญหานาซ่าเพื่อให้ หน่วยงานด้านความมั่นคงใช้ประกอบการพิจารณา
ข้อ ๒.๔.๔ ผู้แทนของกองทัพเรือ ท่านใช้คําว่า ก็ควรจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากประเทศในภูมิภาคด้วย ความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ไหมครับ ไม่ใช่ครับ
ข้อ ๒.๔.๕ กองทัพอากาศ ผู้แทน ทอ. ให้ข้อกังวลในเรื่องการใช้พื้นที่การบิน เส้นทางการบิน และการควบคุมการบินซึ่งจะต้องอยู่ในความควบคุมของทหารอากาศ เห็นไหมครับ ข้อคิดเห็นด้านวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์
ข้อ ๒.๕.๑ มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าข้อมูลที่นาซ่าจะได้ศึกษานั้น หากเป็นข้อมูลในลักษณะรายงานจะไม่ค่อยมีประโยชน์ในงานด้านวิทยาศาสตร์มากเท่าที่ควร เพราะไม่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้ แต่จะเป็นโอกาสที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ไทย หากได้เข้าร่วมเป็นคณะทํางานในโครงการนี้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๙๖/๒
คําถามที่จะถามไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็คือถ้าเขาให้ข้อมูลเรามาทั้งหมด เรามีความสามารถ เรามีความพร้อมที่จะแปลข้อมูลมาก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วม เรื่องพายุ เรื่องอุบัติภัย เรื่องภัยพิบัติต่าง ๆ ได้หรือไม่ อย่างไร เมื่อไร ถ้าจะย้อนกลับไปว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเองเกิดพายุเฮอริเคน พายุหมุน นาซ่าช่วยอะไรได้ น้ําท่วมคนตายนับเป็นร้อยคนในบางรัฐ ถามว่านาซ่าป้องกัน ประเทศสหรัฐอเมริกาเสียให้ดีแล้วก็มาช่วยประเทศไทย หรือช่วยไปพร้อม ๆ กัน ประโยชน์ ก็จะเกิดในมนุษยชาติในภูมิภาคนี้ การตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ไม่ใช่คัดค้าน ไม่ใช่ขัดขวาง แต่พวกท่านกังวลใจเองจึงไม่กล้าเดินต่อ นี่คือคําถาม
ข้อ ๒.๕.๒ สํานักงานฝนหลวงและการบินเกษตรได้ให้ข้อมูลว่าโครงการ ดังกล่าวเป็นการสํารวจในชั้นบรรยากาศระดับสูง ซึ่งสํานักงานฝนหลวงและการบินเกษตร สนใจเฉพาะชั้นที่เกิดเมฆ ข้อมูลจากนาซ่าจึงไม่อยู่ในความสนใจของสํานักงานฝนหลวงและ การบินเกษตร ผมไม่ได้ปลอมแปลงเอกสารฉบับนี้นะครับ
ข้อ ๒.๕.๓ ในส่วนของจิสด้าซึ่งเป็นหน่วยงานที่พัฒนาและใช้เทคโนโลยี ดาวเทียมสํารวจทรัพยากรและภูมิสารสนเทศนั้นเห็นว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจะน้อยมาก โดยดาวเทียมของประเทศไทยที่มีอยู่จะใช้สํารวจไฟป่า ภาวะมลพิษ จึงคิดว่าโครงการ ไม่น่าจะมีประโยชน์ ไม่อยากอ่านทั้งหมดอายเขาครับ ไม่ใช่ข้อทักท้วง ข้อขัดขวางจาก พรรคประชาธิปัตย์เลย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๙๗/๑
สุดท้ายครับท่านประธาน ในข้อ ๓ สนผ. กห. คือสํานักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหมพิจารณาแล้วมีความเห็นว่าโครงการซีแอคโฟร์อาร์เอส องค์การนาซ่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาชั้นบรรยากาศซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีการเก็บข้อมูล โดยอุปกรณ์ที่ทันสมัยทั้งการสํารวจด้วยดาวเทียมและหน่วยภาคพื้น ข้อมูลที่ได้มาจะมี ผลกระทบต่อความมั่นคงในด้านต่าง ๆ ทั้งต่อประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งการบินสํารวจเหนือคาบสมุทรอินโดจีนเป็นเรื่องที่อาจส่งผล กระทบต่อความมั่นคง ท่านประธานครับ นี่คือข้อเสนอของ พลเอก บัณฑูร ติปยานนท์ ผอ. สนผ. กห. หรือผู้อํานวยการสํานักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม ผู้ที่ลงนามบอก อนุมัติในข้อ ๔ หมายถึงว่าเสนอในข้อ ๓ ให้พึงระมัดระวังในเรื่องความมั่นคง เอกสารชิ้นนี้ ไม่ได้ปลอมแปลงเลย หลายคนสอบถามว่าผมได้มาอย่างไร แม้แต่รองนายกรัฐมนตรียุทธศักดิ์ กําลังจะไปเอาเรื่องเอาราวกับคนที่ดําเนินการส่งมาให้ผม ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเรื่องนี้ เขาตั้งใจที่จะเอาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๒ มิถุนายนที่ผ่านมา ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ที่นี่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีคือเอกสารฉบับนี้ ไม่ต้องงงนะครับ อยู่ในมือผม เรื่องการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามา ดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมเอาสั้น ๆ ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ลงนามมาเองในข้อ ๕.๓ ซึ่งเป็นข้อท้วงติงของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ข้อท้วงติง ข้อกังวลในข้อ ๕.๓
๑. การนําข้อมูลที่ได้จากการสํารวจไปใช้ประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ทางทหาร หรือเศรษฐกิจ นี่ข้อห่วงใย ไม่ใช่เพื่องานวิจัยอย่างเดียวนะครับ
๒. การสร้างความหวาดระแวงแก่ประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทย รวมทั้งประเทศจีน
๓. การบินผ่านพื้นที่ชายแดนประเทศไทยและการลงจอดฉุกเฉินใน ประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
๔. การบินผ่านเขตหวงห้ามของประเทศไทย
๕. การซ่อนเร้นอุปกรณ์ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์บนเครื่องบิน สํารวจ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๙๗/๒
๖. การกระตุ้นให้ฝ่ายต่อต้านประเทศสหรัฐอเมริกาก่อเหตุร้ายในประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ นี่ผมอ่านข้อกังวลแต่เพียงเรื่องเดียว ซึ่งท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ทําหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนําเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม คณะรัฐมนตรีที่คาดว่าจะประชุมในวันที่ ๑๒ ลายเซ็นนี้คงไม่ปลอมนะครับ ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ไม่เอาเอกสารชิ้นนี้มาแจกในสภาเพราะเหตุผลอะไร จริงใจกันหรือเปล่าล่ะ ที่จะขอคําปรึกษา ที่จะขอความร่วมมือ หลังจากนั้นวันที่ ๑๑ ก่อนประชุม ครม. ๑ วัน ผมก็ทําหนังสือฉบับนี้ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กราบเรียน นายกรัฐมนตรี ผมก็เอาข้อห่วงใยจากส่วนราชการต่าง ๆ มาเพื่อที่จะสอบถาม แล้วก็ให้ รัฐบาลทบทวน เนื้อความมีว่า
ข้อ ๑ มีผลกระทบด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม หรือมีผลผูกพัน ด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบ ของรัฐสภาก่อน นี่คือเนื้อหา ที่สําคัญที่สุดก็คือแผนที่การบิน ในพื้นที่สีเขียวคือแผนที่การบิน ประเทศไทยทุกตารางนิ้ว รวมทั้งน่านน้ําฝั่งตะวันตกทะเลอันดามัน ฝั่งเขมร ไม่บิน ในเขมรนะครับ ประเทศมาเลเซียก็ไม่ได้บิน แต่บินในน่านน้ํา ประเทศสิงคโปร์ก็ไม่ได้บิน ดังนั้นข้อห่วงใยดังกล่าวนี้จากเอกสารที่ผมได้มาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือจากใครก็ตาม ช่วยตอบคําถาม ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๙๘/๑ หลังจากนั้นวันที่ ๑๒ มิถุนายน วาระการประชุมเรื่องนี้ก็ไม่เข้าสู่ที่ประชุม จึงเลื่อนไปสัปดาห์หน้า สัปดาห์ถัดไปคือ ๑๙ มิถุนายนไปประชุมที่ภาคตะวันออก สิ่งที่น่าตกใจอย่างยิ่งก็คือ หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ทําหนังสือเสนอถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่คือของจริงครับท่านประธาน กองบัญชาการกองทัพไทย ด่วนที่สุดที่ กห ๐๓๐๐/๑๓๙๖ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ลงนามโดย พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด อ่านย่อ ๆ กองบัญชาการกองทัพไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าในหลักการเป็นโครงการ ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่การดําเนินการควรศึกษารายละเอียดของโครงการซีแอคโฟร์อาร์เอส และกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกําหนดขอบเขตและมาตรการควบคุม ที่เหมาะสม โดยคํานึงถึงผลกระทบด้านเทคโนโลยี สังคมวิทยา ความมั่นคงและมิตรประเทศ จึงเรียนมาเพื่อโปรดกรุณาพิจารณา ฉบับที่ ๑ นะครับ ฉบับที่ ๒ กองทัพบกครับ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ กห ๐๗/๘๘๑๘ ย่อ ๆ ครับ กองทัพบกพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า เป็นประโยชน์ด้านความก้าวหน้า แต่ในข้อ ๒.๒ กังวลในเรื่องอุปกรณ์นํามาใช้ที่อาจ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและอาจก่อให้เกิดความหวาดระแวงต่อประเทศ ภูมิภาค ดังนั้นจึงเห็นสมควรชี้แจงทําความเข้าใจกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นมาตรการ ควบคุมอากาศยานขณะปฏิบัติการ และอุปกรณ์นํามาใช้ตลอดจนมาตรการการรักษา ความปลอดภัยที่ตั้งของโครงการ ก็ว่าเป็นไปนะครับ ลงนามโดย พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ทําการแทนผู้บัญชาการทหารบก กองทัพเรือก็เช่นกัน กองทัพอากาศ ก็เช่นกัน กองทัพเรือลงนามโดย พลเรือเอก วีรพล กิจสมบัติ รองผู้บัญชาการทหารเรือ รักษาการแทนผู้บัญชาการกองทัพเรือ กองทัพอากาศก็ลงนามโดย พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ตามหนังสือที่อ้างถึงให้กองทัพอากาศพิจารณาเสนอความเห็น ประเด็นความมั่นคง และข้อกฎหมาย ประเด็นความมั่นคงบอกว่าอากาศยานที่ใช้ในโครงการเป็นอากาศยานรัฐ จุด จุด จุด มีขีดความสามารถสูงและติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัย รวมทั้งรูปแบบของการปฏิบัติ ภารกิจอาจสร้างความหวาดระแวงให้กับประเทศเพื่อนบ้านและอาจมีผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในการบิน ดังนั้นควรเน้นย้ําการปฏิบัติตามกฎหมายการบินที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมนําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ด้วยความห่วงใยที่หน่วยงานที่เป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลเองที่ตั้งข้อสังเกต ตั้งคําถาม หลายเดือนนับเป็นปี รัฐบาล ไม่ตอบให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ไม่ตอบให้ฝ่ายค้าน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๙๘/๒ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งคําถามมาโดยตลอด แม้แต่วันประชุมนี้ท่านประธานครับ เอกสารหลักฐานที่พวกเราควรจะได้ศึกษาเพื่อร่วมมือร่วมใจกัน ให้คําปรึกษา ให้ความเห็น นําไปสู่การจับมือที่เหมือนกับผมเคยจับมือกับท่านรัฐมนตรีปลอดประสพ ในช่อง ๓ ต่อหน้า พี่น้องผู้ชมเยอะ ทําไมไม่เอามา ท่านประธานครับ ความหวังดี ความปรารถนาดี อย่าแปลเป็นอื่น อย่าเอางานวิจัยที่เอาการเมืองเข้ามาแทรก อย่าเอาความปรารถนาดีของพวกผมไปเบี่ยงเบน ให้ประชาชนเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ ความหวังดีและความปรารถนาดีของ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่เราบอกว่าเมื่อไม่กลัวเรา ไม่เกรงใจเรา ทําไมคณะรัฐมนตรี จึงไม่ขับเคลื่อนต่อ และมาใส่ร้ายป้ายสีให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหาย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๙๙/๑ เมื่อตั้งใจจะจับมือกันพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาประเทศ โปรดพกเอาความจริงใจและ เจตนาอันแท้จริงมาหารือกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โปรดเปิดใจโปร่งใสเพื่อให้ พวกเราให้คําปรึกษาด้วยความจริงใจ ผมขอฝากไปยังผู้ที่มาชี้แจงด้วย ช่วยตอบเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้รับทราบรับรู้ไปพร้อม ๆ กับเรา ถ้าคําตอบไม่เป็นที่แน่ชัด สร้างความกังวล ให้กับพี่น้องประชาชน พวกผมถือว่าจะต้องนําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๙๐ ถ้าคําตอบนั้นเป็นที่พึงพอใจว่าไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ หรือเรื่องอื่น ๆ ตามมาตรา ๑๙๐ พวกผมพร้อมให้ความร่วมมือครับท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี ผมขอตอบ ๓ ข้อก็พอนะครับ
ข้อแรก ท่านถาวรพูดถึงบริษัท เชฟรอนซึ่งเป็นบริษัทน้ํามัน คือถ้าไม่ตอบ ก็จะไปเข้าใจไปกันใหญ่นะครับ ที่ไปเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้เพราะว่าบริษัทนี้มีแพลทฟอร์ม (Platform) คือมีฐานขุดเจาะน้ํามันที่กลางอ่าวไทย ได้มีการขออนุญาตติดตั้งเครื่องมือ ที่เรียกว่าซัน โฟโตมิเตอร์ (Sun photometer) บนแพลทฟอร์มนั้น ก็เลยเอ่ยชื่อถึงบริษัทนี้ว่า ต้องขออนุญาตเขาและเขาก็อนุญาต ก็แปลว่าเอาเครื่องมือ ๑ ใน ๕๕ ชิ้นที่ผมบอกเมื่อกี้ ไปติดตรงนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสัมปทานอะไรใครทั้งสิ้น นี่ข้อ ๑ นะครับ
ข้อ ๒ ผู้แทนฝนหลวง เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์สํารวจประเภทของข้อมูลที่เกินความสนใจของไทย คําว่า ไทย หมายถึง ฝนหลวงนะครับ และไม่น่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อไทยนัก โดยเฉพาะเป็นข้อมูล จากการสํารวจในชั้นโทรโพสเฟียร์เท่านั้น อย่างไรก็ดีมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ได้ร่วมโครงการด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะมหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่พร้อมและจํานวน มากพอเมื่อเทียบกับฝ่ายราชการ ทีนี้ถามว่าทําไมฝนหลวงถึงไม่สนใจบรรยากาศชั้นสูง คือเมฆนี่มันมี ๓ ชั้น เมฆชั้นต่ํานี่แบ่งเป็น ๕ ชั้นเล็กนะครับ ใน ๕ ชั้นเล็กนี่มันมี ๒ กลุ่ม เขาเรียกว่านิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) กับคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) เป็นเมฆที่ให้ฝน เพราะฉะนั้นฝนหลวงนี่สนใจเมฆชั้นต่ําในกลุ่มนิมโบสเตรตัสกับคิวมูโลนิมบัส ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๙๙/๒ เพราะฉะนั้นเขาก็พูดตรงไปตรงมาอย่างนักวิทยาศาสตร์ว่าชั้นสูงเกินไปเขาไม่สนใจ ผมก็ไม่เห็นจะประหลาดเลยครับเขาไม่สนใจ เขาก็บอกเขาไม่สนใจเท่านั้นเอง เพราะเขาไม่ได้ใช้ ทีนี้ถามว่าเขาไม่สนใจนี่แล้วมันอย่างไรครับ ก็เครื่องบินเขาก็มาจอยน์ ใช่ไหมครับ มันก็แปลว่าสนใจและส่งมาจอยน์ เพราะฉะนั้นแอท ดิ เอนด์ (At the end) ตอนจบนี่เขาก็ให้ความสนใจแล้วก็มาร่วม ทีนี้มาถึงหน่วยงานของผม กําลังนึกอยู่เดี๋ยวจะไป สอบสวนเอาเรื่องแล้วพูดแบบนี้นะครับ นี่ไม่ใช่ว่าโกรธว่าลูกน้องไม่เห็นด้วยนะครับ เมื่อกี้ลงไปถามว่าใครเป็นคนพูด แล้วพูดทําไมนะครับ เขาก็บอกว่านี่เป็นการประชุมครั้งแรก วันนั้นประธานในที่ประชุมบอกว่าใครสงสัยอะไรให้ถาม ถาม ถาม ฝ่ายสหรัฐอเมริกาตอบ ตอบไม่ได้ก็ให้ส่งเอกสารมา เจ้าหน้าที่ของผมได้นั่งอยู่ข้างหลังเรียกมายังได้เลยนะครับ เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาบอกว่า ทาง สทอภ. ติดต่อกับนาซ่าค่อนข้างบ่อย อย่างไรก็ดีโครงการนี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่องาน สทอภ. นัก แต่อาจจะได้ประโยชน์ทางอ้อมในแง่ของ การสํารวจมลพิษทางอากาศ ผมก็ถามว่ามันแปลว่าอะไร ทางตรง ทางอ้อม เขาก็บอกว่า แต่เดิมมาหน่วยงานนี้มีดาวเทียมธีออสของตัวเอง แต่คราวนี้มีเครื่องบินมาประกอบ เพราะฉะนั้นเขาก็อธิบายไปโดยตรงว่าในแง่ของเครื่องบินนี่เขายังไม่ได้มีแผนเรื่องเครื่องบิน ถ้าเรื่องดาวเทียมนี่ก็พอมีประโยชน์บ้างเพราะจะมีดาวเทียมอีก ๔ ลูกมาจอยน์ เขาก็พูด เท่านั้นเองนะครับ แต่หน่วยงานนี้เป็นเจ้าของเรื่องนะครับ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไปหลังจากที่ ได้คําตอบซึ่งมีการประชุม ๕-๖ ครั้ง เขาก็ประชุมไปเรื่อย ๆ และเดี๋ยวนี้เขาเป็นเจ้าของเรื่อง ณ วันนี้ ในหน่วยนี้ไม่มีใครที่ไม่สนใจและไม่เห็นประโยชน์ครับ เพราะใครที่ไม่สนใจ และไม่เห็นประโยชน์ก็ไม่ควรจะอยู่หรอกครับ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพียงแต่ว่า เขาพูดในความรู้เขาขณะนั้นเท่านั้นเองนะครับ ถ้าอยากจะเจอเจ้าตัวและท่านประธาน อนุญาตจะเชิญขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะครับ เพราะเมื่อกี้ผมลงไปหน้าบึ้งพวกนี้ก็บอกเปล่า ๆ นะครับ ต้องเรียนฟ้องคุณหญิงครับ รัฐมนตรีก่อนผมนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๐๐/๑ เพราะฉะนั้นอยากเรียนท่านถาวรที่ท่านห่วงใยอะไรต่ออะไรนี่ก็ดี ที่ท่านพูดมาฟังหมด ก็จะเอาไปปรับปรุงแก้ไขขยายความทําให้เกิดความเข้าใจกัน ทีนี้เมื่อกี้นายทหารอยู่ตรงนี้อีก ก็พูดเหมือนเมื่อกี้อีกบอกว่าแรก ๆ พวกผมก็ถามแต่ตอนหลังพวกผมก็เห็นด้วย แล้วก็เอา หนังสือที่ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าทางทหารเห็นด้วย เพราะฉะนั้น ในการประชุมครั้งแรกใครจะถามอะไร ถามมาก ถามน้อย ถามตรง ถามอ้อมอะไรก็ไม่เป็นไร แต่มันเป็นการประชุม ๑ ในกี่ครั้งก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นจะเอาการประชุมครั้งแรกมาเป็น การประชุมครั้งสุดท้ายซึ่งเป็นผลสรุปมันไม่ได้หรอกครับ ก็ขออนุญาตเรียนอธิบายไว้แต่เพียง เท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องตอบท่านถาวร เสนเนียม ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้ถามว่ากระทรวงการต่างประเทศเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่จิสด้าซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย ได้ลงนามไว้กับองค์การนาซ่าตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ คือสมัยที่ท่านเป็นรัฐบาล แล้ววันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ท่านก็ยังเป็นรัฐบาลอยู่ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจําประเทศไทยมีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้มีการจัดการประชุมระหว่าง ผู้แทนองค์การนาซ่ากับหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการศึกษาผลกระทบ ของเมฆในภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังจากนั้นก็รัฐบาลท่านอีกครับ วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยก็ได้นํา ดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง ที่ท่านพูดถึงจากองค์การนาซ่ากับดอกเตอร์เจฟฟรี เอสเรย์ จาก นาวาล รีเสิร์ช ลาบอราทอรี (Naval Research Laboratory) เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการดําเนิน โครงการวิจัยด้านภูมิอากาศขององค์การนาซ่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ห้องประชุมจิสด้า แล้วก็ในวันที่ ๒๕ มีนาคมก็รัฐบาลท่านอีกครับ สถานเอกอัครราชทูต สหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยก็ได้นําดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง คนนี้ เข้าพบผู้อํานวยการ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๐๐/๒ กองอเมริกาเหนือและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งผู้แทนกลุ่มงานความมั่นคงระหว่างประเทศ เพื่อบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการนี้ และขอให้กระทรวงการต่างประเทศให้การสนับสนุน โครงการ รวมถึงการดําเนินการเพื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทย วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ก็รัฐบาลท่านอีกนะครับ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ อ้างถึงการพบกันของนักวิยาศาสตร์กับกระทรวง การต่างประเทศเมื่อวันที่ ๒๕ และนําส่งข้อเสนอโครงการอย่างเป็นทางการเพื่อกระทรวง การต่างประเทศพิจารณา และวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ ก็สมัยรัฐบาลท่านอีกนะครับ กระทรวงการต่างประเทศจัดประชุมหน่วยงานไทยทั้งด้านความมั่นคงและด้านเทคนิค โดยก่อนการประชุมได้จัดให้ดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง คนนี้จากองค์การนาซ่าและผู้แทน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามาชี้แจงให้ข้อมูลรวมทั้งตอบข้อซักถามของหน่วยงานไทย หลังจากนั้นจึงได้มีการประชุมหารือภายในระหว่างหน่วยงานไทยเพื่อพิจารณาข้อเสนอ โครงการและรับฟังข้อคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ก็รัฐบาล ท่านอีกนะครับ กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจําประเทศไทยขอข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้ครับ เพื่อผลการดําเนินโครงการในลักษณะ เดียวกันในลาตินอเมริกา รายการอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการในลาตินอเมริกา รายละเอียด อุปกรณ์ที่ใช้ในลาตินอเมริกา และรายละเอียดด้านเทคนิคและความคืบหน้าของการหารือ ระหว่างฝ่ายสหรัฐอเมริกากับประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยกับโครงการนี้ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ก็รัฐบาลท่านอีกนะครับ ดอกเตอร์ฮัล มาริ่ง คนนี้นําส่งข้อมูล ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับรายละเอียดการดําเนินโครงการในลักษณะเดียวกัน ที่สาธารณรัฐคอสตาริกา ที่กระทรวงการต่างประเทศเคยสอบถามรายละเอียดเพื่อเป็นข้อมูล เปรียบเทียบกับโครงการเซียส (SEAS) ต่อจากนั้นก็เป็นรัฐบาลผมแล้วครับ รัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ก็มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทีนี้หนังสือที่ท่านพูดถึงเมื่อ วันที่ ๔ มิถุนายน ที่นายสุรพงษ์ลงนามคงไม่ใช่ของปลอม ท่านได้มาจากไหนก็ไม่รู้ ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่านต้องอ่านให้ครบครับ เพราะว่าในข้อมูลที่อ้างถึงหรือ สิ่งที่ส่งมาด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๑๐๑/๑ ที่ท่านพยายามจะชี้แจงข้อมูลภูมิหลังและสรุปผลการจัดการประชุมกับหน่วยงานไทย ที่เกี่ยวข้องและสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย ซึ่งทําโดยกรมอเมริกา และแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ท่านต้องอ่าน ให้ชัดเจนให้ละเอียดครับประชาชนจะได้เข้าใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดําเนินการเล่าความว่า มันเป็นมาอย่างไรและมีความต่อเนื่องอย่างไร ถ้าท่านมาอ่านกระท่อนกระแท่นทีละนิดทีละหน่อย อ่านประเด็นที่เป็นประโยชน์ของท่าน อย่างนี้ไม่ยุติธรรมครับ ผมคิดว่าเอกสารฉบับนี้ ถ้าเป็นไปได้ถ้าผมจะนั่งอ่านทั้งหมดจะเสียเวลา ถ้าเป็นไปได้ผมจะถ่ายเอกสารให้ ท่านประธานไว้เพื่อคนจะได้มาศึกษาครับ เพราะว่าข้อเท็จจริงมันมีอยู่ในนี้หมดเลย ผมอยากจะยกตัวอย่างครับ อย่างการดําเนินการ ข้อ ๔ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับประเทศ เพื่อนบ้านใกล้เคียง บินสํารวจเหนือน่านน้ําสากลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ภายใต้ การควบคุมการบินของประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศกัมพูชา ซึ่งฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้มีหนังสือทางการทูต ดิโพลแมติก โน้ตส์ (Diplomatic Notes) ถึงกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าได้รับความยินยอมจากประเทศสิงคโปร์และ ประเทศกัมพูชา และได้แจ้งประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคแล้ว ไม่มีประเทศใดคัดค้าน คําว่า ดิโพลแมติก โน้ตส์ เป็นหนังสือทางการทูต มีความหมายครับ เขาไม่โกหกหรอกครับ เพราะฉะนั้นอ่านต้องเข้าใจ ถึงแม้ผมจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ ๑ ปีกว่า ผมก็เข้าใจวิธีการทูตเขาไม่มาโกหกกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ยังมีประเด็นอื่น ๆ อีก ถ้าผมอ่านไปเดี๋ยวจะเสียเวลาของสภา ถ้าอยากได้ข้อมูลทั้งหมดผมพร้อมที่จะเสนอ และวันนี้ ที่ผมชี้ประเด็นไปทั้งหมดผมมีเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่จะยืนยันสิ่งที่ผมพูดได้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ท่านถาวรมีอะไรที่พาดพิง
สั้น ๆ ครับ
สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลาครับ ก็เนื่องจากมีเอกสาร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๑๐๑/๒ ฉบับนี้อยู่ ๕ หน้า ผมจึงไม่อยากรบกวนเวลาของทางราชการ ท่านเป็นคนพูดเอง ผมตั้งคําถามให้ท่านได้มีโอกาสตอบเพราะท่านหมกเอาไว้ น่าจะขอบคุณผมด้วยซ้ําไปว่า ได้มีโอกาสชี้แจง เมื่อมาขอความร่วมมือ ขอฟังความคิดเห็น เมื่อผมตั้งคําถามไปอย่าโกรธกัน ก็ได้มีโอกาสชี้แจง ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อย่าใจน้อยกันครับ เมื่อตั้งคําถามแล้วตอบมาผมก็จบแค่นั้นละครับ ไม่อยากรบกวนเวลามากครับเพราะเห็น ๕ หน้าจริง ๆ ขอบคุณครับ
ท่านปลอดประสพเชิญครับ
ขอประทานกราบเรียนท่านประธานครับ ผมตอบลืมไปข้อหนึ่งครับ เมื่อกี้พูดถึงประเทศอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการบินครั้งนี้แล้วไปมีชื่อได้อย่างไร เมื่อกี้ก็ถาม คือเพื่อความปลอดภัยในทางการบิน สมมุติว่าเครื่องบินเกิดเสียมันจะต้องไปลงประเทศนั้น เขาก็เลยบอกว่าเขาต้องบอกเผื่อประเทศข้างเคียงให้รับทราบว่าถ้ามันมีเครื่องบินหน้าตา แบบนี้ ไม่ใช่หน้าตาแบบเครื่องบินพลเรือนไปขอลงแล้วขอให้รับรู้ว่าเป็นเครื่องบินของนาซ่า มาทํางานอย่างนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอยู่ในพื้นที่การบิน ไม่ใช่นะครับ โดยรอบของการบิน เป็นเรื่องของความปลอดภัยทางการบินครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ผมมีคิวในมืออีกตั้ง ๒๐ คิว นี่ไป ๕ คน ๒ ชั่วโมง ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขอกําหนดเวลาสัก ๗ นาทีได้ไหมครับ และท่านจะน้อยกว่าหรือมากกว่าผมก็ไม่ว่ากัน แต่ผมกําหนดไว้เพื่อที่จะเป็นกรอบในการให้ท่านอภิปรายนะครับ เริ่มที่อาจารย์ตวง ผมขอตั้ง ๗ นาทีก่อนนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริง เรื่องของโครงการนาซ่ากับการศึกษาการก่อตัวของเมฆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกชื่อว่าซีแอคโฟร์อาร์เอส มันเป็นเรื่องที่จะบอกว่าเป็นเรื่องเก่าที่มาเล่าใหม่ก็ได้ ซึ่งเบื้องต้นเรียนท่านประธานเพื่อให้ท่านผู้ฟังทางบ้านจะได้เข้าใจว่าเป็นการใช้บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๐๒/๑ กรณีที่รัฐบาลต้องการที่จะฟังความเห็นในการบริหารราชการแผ่นดินจากสภาและอภิปราย ทั่วไปไม่ลงมติ ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่าผมยืนยันว่ารัฐบาลทําถูกต้องแล้ว ท่านอย่าได้รีรอ ท่านจะต้องใช้กลไกของสภานี่แหละเป็นเครื่องมือในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องนี้เรื่องเดียว เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม และเรื่องการเมืองต้องใช้สภานี่แหละครับ เป็นเครื่องมือ ความจริงถ้าใช้สภาตั้งแต่ตอนที่เกิดปัญหา ตอนนี้อาจจะได้ใช้แล้วก็ได้ ทีนี้ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าถ้าใช้กลไกของมาตรา ๑๗๙ รัฐบาล จะต้องใจกว้างต้องกล้าที่จะรับฟังความแตกต่างทางความคิดและมุมมอง เพราะท่านอุตส่าห์ตั้งใจ มาฟังคนพูด ท่านจะต้องฟัง ฟังอย่างตั้งใจและฟังอย่างเข้าใจ อย่ามองว่าคนที่คิดแตกต่างนั้น คือศัตรู คือคนที่โง่ คนที่ไม่เข้าใจ ต้องฟัง เพราะปรัชญามันคือตรงนั้น
ประการที่ ๒ ที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็คือผมว่ารัฐบาล ท่านทํามักง่ายเกินไป ท่านรัฐมนตรี ท่านอยากจะทําโครงการใหม่แต่ท่านไม่เคารพต่อสภา ท่านไม่ยอมเอาโครงการใหม่เข้ามา แต่เอาของเก่ามาเสนอ เอกสารก็แผ่นเดียว มีแผ่นใหม่แผ่นเดียว ของท่านนายกรัฐมนตรี คือหนังสือของท่านนายกรัฐมนตรีที่มาถึงท่านประธานรัฐสภา โดยอ้างว่าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าสาระสําคัญของหนังสือเอกอัครราชทูตอเมริกาและ ร่างหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศกรณีโครงการก่อตัวเมฆ คําถามผมก็คือว่า ร่างหนังสือฉบับนี้มันอยู่ที่ไหน ข้อตกลงมันอยู่ที่ไหน ทําไมไม่ให้สภาดู ถ้าบอกว่ามันบริสุทธิ์ ถ้าบอกว่าสามารถตรวจสอบได้ ถ้าบอกว่าเป็นงานวิจัย ถ้าบอกว่าเป็นงานวิชาการ ต้องกล้า ที่จะให้สภาได้ดู ใช้โอกาสนั้นละครับ โอกาสที่เขาวิพากษ์วิจารณ์เขียนเป็นเรื่องเป็นราว ท่านรัฐมนตรีเป็นระดับดอกเตอร์ท่านทําได้อยู่แล้ว ผมกลับไปดูท่านไม่มีเอกสารให้สภา ได้พิจารณาเลยที่ผมบอกว่ามักง่าย ท่านประธานตามผมไปดูครับ ชิ้นนี้ครับ นอกจาก แผ่นเดียวของท่านนายกรัฐมนตรีใหม่ล่าสุด ในนี้เป็นของเก่าท่านประธานครับ มีบทสรุป สําหรับสมาชิกรัฐสภา มีสรุปการดําเนินโครงการก่อตัวเมฆ ซึ่งเป็นของเก่าครับ เป็นงานวิจัย ที่รัฐบาลอธิบายต่อท่านประธานผ่านสภาแห่งนี้ว่า เป็นงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุด เป็นงานวิชาการ ครั้งใหญ่ระดับโลกใหญ่ที่สุด แต่มีเอกสารน้อยที่สุดให้สภาได้พิจารณา ผมว่าท่านทําเรื่องใหญ่ ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ท่านกําลังอธิบายต่อสังคมว่ามันสุดยอด มันอภิมหัศจรรย์ มันเป็นคุณูปการ ต่อแผ่นดินนี้ แต่ไม่มีอะไรให้พิจารณาเลย เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ควรที่จะต้องทําให้เป็นเอกสาร ควรที่จะต้องมีโครงการ ควรที่จะต้องมีบทข้อคิดข้อเห็นที่เขาพูด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๐๒/๒ เอาไว้ในหลายเรื่อง รวมทั้งข้อกังวลที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานต่อไปนี้ว่ามันมีคําถามว่า ถ้าตอบคําถามที่ผมพูดต่อไปนี้ไม่ได้ นั่นแปลว่าจะต้องกลับไปสู่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก็คือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง
ประการแรก ท่านชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของวิชาการ ท่านชี้แจงว่าเรื่องนี้ เป็นประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ผมก็ไม่ปฏิเสธ ไม่ปฏิเสธก็คือประโยชน์ประการแรก ก็คือข้อมูลทางด้านวิชาการ เราจะมีโอกาสเป็นครั้งแรกที่จะเก็บตัวอย่างอากาศในระดับสูง ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธ เราจะสร้างบุคลากรของเราจากข้อมูล จากเหตุการณ์จริง จากพื้นที่จริง เราจะสร้างภาพลักษณ์นานาชาติที่ได้เห็นเจตนาดีของไทยที่จะช่วยมวลมนุษยชาติ ยิ่งใหญ่ ท่านประธานครับ แต่ว่าเวลาท่านอธิบายต่อสังคมนั้น ท่านจะต้องอธิบายว่าจะร่วมมือกันทํา อย่างไรบ้าง ข้อตกลงที่มีมันคืออะไร คนดูได้ไหม สภาแห่งนี้อ่านได้ไหม เราได้ประโยชน์อะไร ท่านชั่งน้ําหนักระหว่างการได้กับการเสียมันมีอะไรบ้าง
ประการที่ ๒ ผมว่ารัฐบาลเองจะต้องตอบคําถามต่อสภาแห่งนี้แล้วก็ ตอบคําถามต่อสังคมว่า ท่านตอบคําถามต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับข้อกังวลของสังคม อย่างไร ท่านอย่าลืมนะครับ เวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ เรื่องใหญ่ ๆ ของท่าน ที่พูดถึงเมื่อกี้ มันย่อมมีผลกระทบโดยอัตโนมัติ ไม่มีทางจะไม่มีผลกระทบครับท่านประธาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๐๓/๑ เช่นท่านจะทําอย่างไรเรื่องความมั่นคงภายในประเทศและความมั่นคงระหว่างประเทศ ท่านตอบสังคมได้ไหม ความกังวลของฝ่ายความมั่นคงที่มีจากเอกสารเมื่อกี้ส่วนหนึ่งก็แล้วแต่ ท่านจะเถียงกัน แต่ผมคิดว่ามันมี หรือความมั่นคงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน ท่านประธานครับ เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าการจัดทดลองในครั้งนี้เป็นการทดลอง ครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุดขององค์การนาซ่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักวิชาการ มามากมาย ประเทศไทยก็มา ในภูมิภาคมา คําถามผมก็คือว่าท่านคิดว่าประเทศจีนเขามี ความสุขหรือครับ ท่านคิดว่าประเทศจีนเขามีความสุขกับสิ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทํากับ ประเทศไทยหรือครับ ท่านตอบหน่อย นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านจะทําอย่างไร สภาพของประเทศไทยที่อยู่ท่ามกลางของมหาอํานาจ ๒ ประเทศ ที่พยายามจะช่วงชิง การนําในภูมิภาคเอเชียตะวันออก คือประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนครับ ท่านได้คํานึงถึงเรื่องพวกนี้อย่างไร ท่านได้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร ท่านตอบสภาหน่อย เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ประการที่ ๒ นอกจากประโยชน์ที่ท่านได้อธิบายเอาไว้ซึ่งผมได้กราบเรียน ไปแล้วว่าเป็นเรื่องของวิชาการ ท่านประธานครับขอต่ออีกนิดหน่อยนะครับ ผมเป็นคนแรก ที่ทดลอง ๗ นาทีครับท่านประธาน
ได้ นิดหน่อยได้ครับท่านตวง
ครับ ผมขอประทาน อนุญาต เสียดายครับเพราะผมเตรียมการบ้านมาพอสมควรนะครับ นอกจาก ๑ ๒ ๓ ที่พูดถึงนั้นมันมีอะไรมากกว่านี้ มันมีอะไรที่พอมาตรวจเสร็จสรรพเรียบร้อยน้ํามันจะไม่ท่วม กรุงเทพมหานคร วันนี้คนกรุงเทพมหานครนอนตาไม่หลับ ท่านประธานก็ไม่หลับหรอกครับ ท่านรัฐมนตรีก็ไม่หลับหรอกครับ พอตกขึ้นมาต่อเนื่อง ตกเป็นท่วม ตกเป็นท่วม ตกเป็นท่วม ท่วมแล้วท่วมอีกท่วมจนเซ็ง ท่านประธานครับ มันเพราะอะไร ถ้าท่านอธิบายได้อย่างนี้ ผมคิดว่าสังคมเองยินดี
ประการสุดท้าย ขออนุญาตท่านประธานแถมไป ๑ นาที ผมเป็นคนทดลองใช้ ๗ นาที ถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตามมาตรา ๑๗๙ ของท่านนั้น ประชาชนทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับท่าน ทั้งเห็นตรงกันข้ามกับท่าน เขาจะมี ส่วนร่วมอย่างไรในการตัดสินใจกับรัฐบาลที่จะดําเนินการโครงการนี้ไม่ได้แปลว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๐๓/๒ พอผ่านความเห็นวันนี้จะเห็นอย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็จะโมเมว่าสภาเห็นชอบไม่ได้นะครับ ผมยังยืนยันกับท่านประธานว่าท่านจะตอบความหมายของมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เรื่องมีผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างมีนัยสําคัญไม่ได้ ท่านก็ไม่อาจทําได้ ท่านจะให้ ประชาชนเขามีส่วนร่วมโดยตรงอย่างไร เพราะโดยอ้อมแบบนี้ไม่อาจจะลงมติได้ ตามมาตรา ๑๗๙ ท่านจะมีกลไกหรือไม่ในฐานะเป็นฝ่ายบริหารราชการแผ่นดินที่จะเปิด พื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในระดับไซเบอร์ (Cyber) ทั้งในระดับพื้นที่ ทั้งในระดับ ที่เป็นกลไกของท่านเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจในการที่จะดําเนินการโครงการนี้
ประการสุดท้าย เป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าท่านจะกรุณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้ก่อนที่จะทําโครงการใหม่เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นของผู้คนรอบด้าน ทั้งคนที่เห็นด้วยกับท่าน ทั้งคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่าน ทั้งผู้คนที่เชี่ยวชาญ องค์การ ระหว่างประเทศ ทั้งภายในประเทศ ตลอดจนผู้คนในภูมิภาคอาเซียนที่ท่านอ้างถึงจะได้เป็น ประโยชน์ในการทําโครงการ ผมคิดว่าถ้าท่านทําได้อย่างนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศครับ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้โปรดตอบคําถามต่อสภา ผมว่า ยังไม่สายเกินไปครับท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านจะกรุณานําเอกสารสิ่งที่ท่านอ้างเมื่อกี้ ผมสนใจมากก็คือหนังสือท่านนายกรัฐมนตรีที่พูด ร่างหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ กรณีโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่ ผมขออนุญาตท่านประธานเป็นเอกสิทธิ์ของ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาคือรัฐสภา ขอดูร่างหนังสือฉบับนี้มันคืออย่างไร ขอดูสาระสําคัญของหนังสือสถานเอกอัครราชทูตอเมริกามันคืออะไร มันทําให้ใจของรัฐบาล ต้องตัดสินใจเอาเหล้าเก่าในขวดเก่ามาให้สภาได้ดูโดยไม่ได้แต่งแต้มเลย เราก็อยากจะดู เหมือนกัน จึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อโปรดพิจารณา ขอบพระคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๐๔/๑
คุณกุสุมาลวตี ศิริโกมุท เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออภิปรายเพื่อแสดงความคิดเห็น ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามาศึกษา การก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะที่ ดิฉันเป็นผู้แทนของพี่น้องคนไทย แล้วก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันย่อมเห็นแก่ ผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าอย่างอื่น ดิฉันมีความสนใจในประเด็นดังกล่าว ในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพราะว่าดิฉันก็เคยอภิปรายสนับสนุน งบประมาณต่อหน่วยงานดังกล่าวหลายครั้ง และในปี ๒๕๔๔ ในขณะที่ดิฉันดํารงตําแหน่ง เป็นโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดิฉันให้ความสําคัญกับเรื่องเทคโนโลยี อวกาศ เรื่องดาวเทียมธีออส เรื่องรีโมท เซนซิง (Remote sensing) ว่าจะสามารถพัฒนา ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกรชาวมหาสารคามของดิฉันได้อย่างไร หรือทําอย่างไรที่จะนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เป็นรูปธรรมได้ ท่านประธานคะ ประเด็นนาซ่ากลายเป็นประเด็นที่เบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นประเด็นทางการเมือง ก่อให้เกิด ความเข้าใจผิดหรือเข้าใจไม่ถูกต้อง จนมีคําว่าขายชาติ หรือแลกผลประโยชน์ หรือจนกระทั่ง มีบางคนใจร้ายหาว่ามีการแลกวีซ่าอเมริกาต่ออดีตผู้นําประเทศไทย ซึ่งมันไม่ใช่ แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกันเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทําให้คนไทยที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้นั้น เข้าใจผิดได้ สิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้นทําให้ประเทศไทยได้สูญเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ของวิทยาศาสตร์ โครงการนี้มีประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ในระดับโลก เพราะว่า เราจะได้เข้าถึงข้อมูลในชั้นบรรยากาศในแต่ละระดับชั้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งนั้น ก็ราคาสูงมาก ขีดความสามารถ เครื่องมือของประเทศไทยนั้นไม่มีศักยภาพเพียงพอ ดิฉันคิดว่ามีความจําเป็นที่เมืองไทยของเราจะต้องได้รับข้อมูลด้านเมฆและอนุภาคขนาดเล็ก ในชั้นบรรยากาศเพื่อพยากรณ์อากาศให้แม่นยํา ช่วยบริหารจัดการอุทกภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์ความรู้เรื่องภาวะโลกร้อน การทราบปริมาณและชนิดของ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๐๔/๒ มลพิษทางอากาศแล้วก็โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรม ประเทศไทยของเราก็จะได้รับ ผลประโยชน์ในการป้องกันแล้วก็เตือนภัยล่วงหน้า แต่มีหลายฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์ ว่ามีผลกระทบต่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศด้านความมั่นคงกับประเทศภูมิภาค ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้นถ้าหากได้ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วมันไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่กลับเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับประเด็น ด้านสภาพภูมิอากาศและเป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ดิฉันก็พยายามที่จะศึกษาแล้วก็มีคําถามเป็นเควสชัน มาร์ค (Question mark) ในฐานะที่ เป็นคนไทยว่าทําไมจะต้องมาศึกษาที่ประเทศไทย แล้วท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้กรุณาชี้แจง ก่อนที่จะมีคําถาม แต่สิ่งที่ดิฉันได้ค้นคว้าศึกษาก่อนหรือว่านอกเหนือจากประเด็น ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้ว่า ประเทศไทยเรานั้น นอกจากที่จะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคแล้ว ก็ยังเป็นประเทศเดียว ที่มีพื้นที่ทางทะเลขนาดใหญ่ ทั้งทางฝั่งอ่าวไทย หรือทะเลจีนใต้ และทะเลอันดามัน คืออ่าวเบงกอล นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเครือข่ายสถานีตรวจวัด และมีนักวิทยาศาสตร์ ที่เคยทํางานวิจัยกับนาซ่าและองค์การอวกาศของประเทศอื่น ๆ ในเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน แล้วสิ่งที่อยากจะถามเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไปว่าทําไมต้องใช้สนามบินอู่ตะเภา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๑๐๕/๑ เพราะว่าจริง ๆ แล้วสนามบินใช้สนามบินใดก็ได้ที่อยู่ใกล้ทะเล ที่มีความยาวพอที่จะนํา เครื่องบินที่ใช้ในการสํารวจลงจอดได้ สนามบินอู่ตะเภานั้นมีความพร้อมในเรื่อง โรงเก็บเครื่องบินที่สามารถเก็บเครื่องบินสํารวจและทําการบํารุงรักษาได้ แล้วก็รวมถึงอยู่ใกล้ กรุงเทพมหานคร และมีศูนย์ควบคุมดาวเทียมที่อําเภอศรีราชาซึ่งทําให้สะดวกต่อ การประสานงาน นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ แล้วก็เจ้าหน้าที่ของประเทศไทยและ ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องจํานวนกว่า ๒๐๐ คนนั้นสามารถเข้าพักและเดินทางไปกลับ ที่พัทยาได้อย่างสะดวกค่ะ สิ่งที่สงสัยว่าจะมีการจารกรรมหรือแอบแฝงถ่ายภาพพื้นที่สําคัญ ของประเทศไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศจีนหรือไม่ จากการศึกษาว่า พื้นที่ทั้งหมดในทะเลด้านอ่าวไทยและทะเลด้านอันดามันในเขตเศรษฐกิจจําเพาะของ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะบินที่ความสูงถึง ๒๐ กิโลเมตรหรือ ๗๐,๐๐๐ ฟิตนั้น ความโค้งของโลกก็จะจํากัดขอบเขตการมองเห็นพื้นดินเพียงประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้นมันจะไม่เพียงพอที่จะมองลึกเข้าไปในเขตแดนทางบกของประเทศใด นอกจากนี้ เครื่องมือติดตั้งบนเครื่องบินก็ไม่สามารถที่จะเก็บตัวอย่างบนชั้นบรรยากาศ แล้วก็มีหลักการ ที่แตกต่างกันจากเครื่องมือถ่ายภาพรายละเอียดสูงเพื่อทําการจารกรรมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ประเด็นเหล่านี้ดิฉันก็ศึกษามาเช่นเดียวกันว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและประชาชนว่าในภาพรวมข้อมูลที่จะได้เพิ่มความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางฟิสิกส์ และเคมีของชั้นบรรยากาศจากการวัด การเก็บตัวอย่างที่อยู่บนความสูงต่าง ๆ ซึ่งจะมิใช่ เพียงการคาดเดาโดยการใช้แบบจําลองแต่เพียงอย่างเดียวเช่นในอดีตนะคะ ซึ่งเราสามารถ ที่จะนําไปพัฒนาปรับปรุงค่าสัมประสิทธิ์ต่าง ๆ ของแบบจําลองเพื่อพยากรณ์อากาศ แบบจําลองคุณภาพอากาศให้มีความถูกต้องและแม่นยํายิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันก็มี ความเห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะเห็นชอบให้มีการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศ แห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อ สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านกุสุมาลวตี รักษาเวลาดีมากนะครับ ท่านศิริโชคได้ขออนุญาตที่จะฉายเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ๑๓ ภาพ ประธานรัฐสภาได้อนุญาต เชิญท่านศิริโชคครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๑๐๕/๒
ท่านประธานรัฐสภา ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่าคงจะใช้เวลาเกินไปกว่า ๗ นาที เพราะว่าได้ตกลงกันแต่ต้น ผมอุตส่าห์ยกเลิกการไปจัดรายการสายล่อฟ้า เพื่อที่จะมาอภิปรายในประเด็นที่สําคัญ แล้วก็มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เรียนท่านประธานรัฐสภาครับ ผมคิดว่าไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับโครงการที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศ โดยเฉพาะเป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์ที่อนุญาตให้องค์การบริหารการบินและ อวกาศแห่งชาติหรือเรารู้จักกันในนามนาซ่านี่เข้ามาดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆ ที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าไม่มีมิติ ของความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมรู้สึกไม่สบายใจเลยครับ ที่ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพลุกขึ้นมาพูดแล้วก็บอกความจริงแค่ครึ่งเดียวไม่ได้บอก ความจริงทั้งหมด ท่านอ้างว่าคนไทยต้องแยกแยะว่านาซ่าเป็นองค์กรเอกชนซึ่งต้องแยกแยะ จากกระทรวงกลาโหมหรือรัฐบาลสหรัฐซึ่งในข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ครับท่านประธาน เพราะที่ผ่านมาถ้าท่านประธานจําได้ตั้งแต่ปี ๑๙๘๔ สมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ก็มีโครงการที่เรารู้จักกันนามว่าสตาร์ วอร์ส (Star wars) หรือ สแตรทอิจิค ดีเฟนส์ อินิชิเอทีฟ (Strategic Defend Inifiative) ซึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม เกี่ยวข้องกับการป้องกันขีปนาวุธซึ่งนาซ่าก็เข้ามามีส่วนมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่อมาแม้ว่าจะ มีการเปลี่ยนชื่อนี่ในปี ๑๙๙๓ ไปเป็นบีเอ็มดีโอ (BMDO) บีลลิสติก มิสไซล์ ดีเฟนส์ ออร์กะไนเซชัน (Ballistic Missile Defense Organization) ซึ่งนั่นก็อีกละครับก็เกี่ยวข้องกับ การป้องกันขีปนาวุธ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๑๐๖/๑ โดยในปี ๑๙๙๔ ก็มีโครงการที่เรารู้จักกันในนามสเปซ โพป ชื่อว่าเคลมมินไทน์ ซึ่งมีการส่งสเปซ โพปเข้าไปแล้วก็มีการใช้เซนเซอร์ (Censor) ที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธ ในการทดสอบ ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่างนาซ่ากับบีเอ็มดีโอ เพราะฉะนั้น ผมเรียนท่านประธานตรงไปตรงมาครับว่านาซ่ากับกระทรวงกลาโหมนี่ทํางานแยกกันไม่ได้ หรอกครับ แม้กระทั่งกระสวยอวกาศหรือสเปซ ชัทเทิล (Space Shuttle) หลาย ๆ ครั้ง ก็ยังเป็นคนส่งดาวเทียมทางทหารของสหรัฐอเมริกาเข้าสู่วงโคจร เพราะฉะนั้นผมจึงเรียน ท่านประธานครับว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่านาซ่า กับกระทรวงกลาโหมนี่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน ทีนี้เราก็ต้องมาตั้งคําถามว่า เพราะอะไรถึงต้องเลือกประเทศไทย ประเทศไทยนี่มีความสําคัญอย่างไร ทําไมประเทศไทย จึงมีความสําคัญในเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน ผมเรียนท่านประธานไปถึง เพื่อนสมาชิกว่าในด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอาเซียนทั้งหมด มีประเทศใดบ้างในอาเซียนที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ใกล้กับประเทศจีนและมีชายฝั่งทะเล คาบคาอยู่กับมหาสมุทรทั้ง ๒ มหาสมุทร ก็คือ มหาสมุทรอินเดียก็คือทะเลอันดามัน และมหาสมุทรแปซิฟิกก็คืออ่าวไทย ก็คือมีประเทศไทยนี่แหละครับที่เป็นแบบนี้ ทีนี้ผมอยาก ให้ดูมิติของความมั่นคงสักนิดนะครับว่าทําไมภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะทะเลจีนใต้ จึงมีความสําคัญกับประเทศจีนเป็นอย่างมากนะครับ ขออนุญาตโชว์ เพาเวอร์พอยท์ อันแรกนะครับ แผนที่นี้อาจจะดูแล้วเล็กหน่อย แต่ผมกําลังพยายามชี้ให้ท่านประธาน ได้เห็นว่าเส้นทางการเดินเรือนะครับ โดยเฉพาะการขนส่งน้ํามันจากอ่าวเปอร์เซียมาประเทศจีน มันจะต้องผ่านช่องแคบมะละกา วกไปทางทะเลจีนใต้ผ่านประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็ไปสู่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นเส้นทางเดินเรือนี่ครับ ๕๘ เปอร์เซ็นต์น้ํามันของประเทศจีนถูกขนส่งตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นประเทศจีนจะต้อง ระมัดระวังในเรื่องยุทธศาสตร์การป้องกันไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทรอินเดียหรือมหาสมุทร แปซิฟิกก็ตาม เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาจะเห็นว่ามิติการเมืองระหว่างประเทศของไทยนั้น เราพยายามเล่มเกมถ่วงดุลครับ ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มกร่างนี่เราก็จะมีประเทศจีนเป็นที่พึ่ง และยามที่ประเทศจีนกร่างเราก็จะมีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่พึ่งเหมือนกัน ผมอยากให้ท่านประธานดูภาพต่อไปในเพาเวอร์พอยท์ จะเห็นว่าล่าสุดนี่ประเทศจีนก็เริ่ม ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๑๐๖/๒ ที่จะขีดเส้นอ้างว่าเป็นเขตน้ําของประเทศจีน ท่านประธานจะเห็นว่าเป็นการขีดเส้นแบบ ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อนนะครับ ผ่านตั้งแต่ประเทศฟิลิปปินส์ลงมาประเทศบรูไน ตรงมาบริเวณประเทศเวียดนาม เพราะประเทศจีนให้ความสําคัญกับบริเวณทะเลจีนใต้ เป็นอย่างมาก ถ้าท่านประธานจําได้ก็เกิดเรื่องขึ้นที่ ท่านประธานดูนะครับตรงที่เขียนว่า สการ์โบโรห์โชว์ ตรงนั้นก็เกิดเหตุการณ์เนื่องจากว่ามีเรือประมงจีนที่ไปลักลอบจับสัตว์น้ํา ที่บริเวณสการ์โบโรห์โชว์ ปรากฏว่าทางประเทศฟิลิปปินส์ส่งเรือ ๒ ลําไปจับประมงจีน ที่ลักลอบจับสัตว์น้ํา ประเทศจีนก็ตอบโต้ครับ โดยส่งเรือไป ๓ ลําเพื่อไม่ให้ประเทศฟิลิปปินส์จับ แล้วก็แถมกีดกันอ้างว่ากล้วยของฟิลิปปินส์มีเพลี้ยไม่สามารถที่จะเข้าประเทศจีนได้ ก็ระงับการนําเข้า ผลกระทบที่ตามมาคืออะไรครับ คนในประเทศฟิลิปปินส์เดือดร้อน เพราะส่วนใหญ่มีอาชีพในการส่งกล้วยออกนอก แล้วก็ถูกกดดันบีบจนกระทั่ง ประเทศฟิลิปปินส์ต้องถอยออก เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าเวลาเราจะคิดอะไรนะครับ เราต้องดูมิติของความมั่นคงด้วย เพราะถ้าเราไม่ดูมิติของความมั่นคงแล้วจะทําให้มันมี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านประธานดูภาพต่อไปครับ จะเห็นว่าภาพนี่ เป็นภาพเส้นทางการควบคุมทางเรือของประเทศจีนที่ประเทศจีนตั้งแผนไว้กับกองทัพเรือจีน จะเห็นว่าประเทศจีนนี่จะมีเส้นทางซ้ายมือเป็นเส้นที่เขาเรียกว่าเฟิร์ส ไอส์แลนด์ เชน (First Island chain) กับอันที่ ๒ คือ เซคคันด์ ไอส์แลนด์ เชน (Second Island chain) จะเป็นจุดที่เรือของประเทศจีนนี่จะเดินแล้วก็จะเฝ้าระวังการป้องกันคุ้มครองตามที่ ประเทศจีนตั้งใจเอาไว้ในทะเลจีนใต้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๑๐๗/๑
ท่านประธานดูภาพต่อไป ผมจะรีบ ๆ ไปเร็ว ๆ ภาพต่อไปจะแสดงให้เห็นถึง มหาสมุทรอินเดีย ที่ตั้งของทะเลอันดามัน จะเห็นว่าสามเหลี่ยมสีแดง ๆ เป็นสถานที่ต่าง ๆ ที่ประเทศจีนได้พยายามไปให้ความช่วยเหลือในแง่ของการเงินและในแง่ของเทคนิค ทางการทหาร ซึ่งจะครอบคลุมไปตั้งแต่ประเทศอินเดีย ประเทศปากีสถาน ประเทศบังกลาเทศ เพราะประเทศจีนก็มีความกังวลที่คาบมหาสมุทรอินเดียเหมือนกันว่า เส้นทางยุทธศาสตร์นี้ถ้าถูกปิดกั้นนี่ประเทศจีนก็ไม่สามารถที่จะลําเลียงทั้งยุทโธปกรณ์ ทั้งน้ํามันอะไรต่าง ๆ มาที่ประเทศจีนได้
ภาพต่อไป ท่านประธานจะเห็นว่าเลยจากประเทศอินเดียนี่ก็มาถึง อ่าวเปอร์เซีย จะเห็นการตั้งค่ายทหาร สนามบิน กองทัพของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เต็มไปหมด ซึ่งตรงนี้ก็ทําให้เกิดความหวาดระแวงของประเทศจีนขึ้นมาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดนี่ผมพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงมิติของ ความหวาดระแวงของ ๒ ประเทศนี้
ดูไปเร็ว ๆ นะครับ ภาพต่อไปจะเป็นภาพที่แสดงให้เห็นว่า จะเห็นว่ากองเรือ ของประเทศจีนตอนนี้ก็เริ่มที่จะสะสมเพิ่มมากขึ้น อันนี้เป็นปี ค.ศ. 2011 เห็นทางซ้ายสุดนี่ เห็นว่ากองทัพของเรือจีนนี่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ภาพต่อไป อันนี้เป็นภาพของเรือดําน้ําของประเทศจีนซึ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในทวีปเอเชีย
ทีนี้เรามาดูกําลังของเรือรบของในทวีปเอเชีย ผมจะไปเร็ว ๆ คือจะฉายภาพ มิติให้เห็นว่ามันมีความขัดแย้ง มีความหวาดระแวงเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้เป็นอย่างมาก อันนี้ก็เป็นจํานวนเรือต่าง ๆ ของประเทศออสเตรเลีย ประเทศกัมพูชา ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม
ภาพต่อไปจะเป็นภาพของกองกําลังของแต่ละภาคที่มีการศึกษากันว่า เขาจะมีการถ่วงดุลกันอย่างไร
ภาพต่อไปเป็นภาพของเรือดําน้ําซึ่งสร้างปัญหาให้กับประเทศสหรัฐอเมริกามาก เพราะเรือดําน้ํานี้เป็นเรือดําน้ําล่องหน สามารถล่องหนมาจากมหาสมุทรอินเดีย มาโผล่ที่ประเทศจีน แล้วก็มาโผล่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ แล้วก็สร้างความกังวลให้กับ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๑๐๗/๒
แล้วก็อันสุดท้ายที่จะเป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ก็เป็นภาพเรือ ท่านประธาน สังเกตภาพเรือนี้ เป็นภาพเรือล่าสุดของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อว่ายูเอสเอส จอห์น ซี สเตนนิส ซีวีเอ็น ๗๔ กับเรือลาดตระเวน ยูเอสเอส โมไบล เบย์ ซีจี ๕๓ เรือเหล่านี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาให้ถอนกําลังกลับมาประจําบริเวณทะเลจีนใต้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงมันมีผลที่ทําให้ มีความหวาดระแวงระหว่างประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกามีการตั้งสถานีตรวจจับเรือดําน้ําที่เกาะกวม ตั้งสถานีตรวจจับ เรือดําน้ําที่ประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งสถานีตรวจจับเรือดําน้ําที่ช่องแคบลอมบอก ก็ทําให้ ความขัดแย้งมันเพิ่มมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเรียนว่าความขัดแย้งนี่ไม่ได้มี เฉพาะที่เราวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศไทยเท่านั้น แม้กระทั่งสื่อในต่างประเทศ ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆขององค์การนาซ่าในประเทศไทย ผมยกตัวอย่าง สื่อซีซีทีวี (CCTV) ประเทศจีน ได้มีการลงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่องค์การนาซ่า จะเช่าสนามบินอู่ตะเภา โดยบอกว่าผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายถึงความจําเป็นที่จะให้องค์การนาซ่า สํารวจชั้นบรรยากาศต่าง ๆ นานา แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนเรื่องข้อสงสัยของบุคคลภายนอก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอาจจะใช้เรื่องนี้บังหน้าสําหรับการปฏิบัติการทหาร ไม่ใช่ด้านทาง วิทยาศาสตร์ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ของบางอย่างที่เราอาจจะไปใช้ทําอะไรมันได้ ทั้งทางบวกทางลบ ทางทหาร ทางพลเรือน ไม่ใช่เครื่องบินไม่มีชีวิตจิตใจมันอยู่ที่คนว่า จะนําไปใช้ทําอะไร จากคําให้สัมภาษณ์ของ ผอ. สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศนั้นดูเหมือนว่าประเทศไทยจะไม่ให้ความสําคัญกรณีที่อาจมีเครื่องบินสอดแนม บินอยู่เหนือน่านฟ้าไทย ท่านประธานที่เคารพ นอกจากหนังสือพิมพ์จีนแล้วก็ยังมีสื่อ รัสเซียที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก สื่อรัสเซียตีข่าวว่าประเทศสหรัฐอเมริกา เล็งประเทศไทยเป็นฐานทัพถาวร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๑๐๘/๑ ใช้การสํารวจชั้นบรรยากาศบังหน้าหวังคานอํานาจประเทศจีนกลับสู่ยุคสงครามเย็น แฉมาตรการใช้อู่ตะเภาเป็นแหล่งเติมน้ํามัน ลําเลียงเสบียงบุคลากรไปยัง ประเทศอัฟกานิสถาน ประเทศอิรัก และส่งผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายไปยังฐานทัพกวนตานาโม ที่ประเทศคิวบา โดยเครื่องบินล่องหนเซลฟ์ (Self) ระบุประเทศจีนกังวลหนักกดดันประเทศ ในภูมิภาคเอเชียไม่ให้ร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกา นี่คือสื่อของประเทศรัสเซียที่มี การวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมาใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อตรวจสอบ บรรยากาศ เพราะเขามีความกังวลว่าน่าจะมีวาระอื่นซ่อนเร้น ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากสื่อรัสเซียแล้ว แม้กระทั่งวอชิงตัน โพสต์เองก็ยังลงเป็นอาร์ติเคิล (Article) ใหญ่เลย ของวอชิงตัน โพสต์ระบุชัดเจนว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีความจําเป็นที่จะกลับไปสู่ ภูมิภาคเอเชียอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้ออกมานานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงเป็นสิ่งที่ทุกคนสงสัย แล้วก็ตั้งข้อสังเกต และผมอยากเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่คนไทยเท่านั้นที่วิตกกังวล ล่าสุดครับท่านประธานในมือผมนี่เป็นเอกสารที่ตีพิมพ์ไปทั่วโลก เป็นภาษาอังกฤษครับ เขียนว่าคองเกรส (Congress) หมายถึงสภาสหรัฐอเมริกาครับ แบนก็หมายถึงแบน พูดเป็นภาษาไทยเลยก็คือว่าแบนนาซ่า นาซ่าก็คือองค์การนาซ่า ฟรอม คอแลบบอเรติง วิท ไชน่า (From collaborating with china) หมายถึงว่าสภาคองเกรสไม่ยอมให้นาซ่าทํางาน ร่วมมือกับประเทศจีน โดยอ้างเหตุผล เอสพิอะนาจ คอนเซิร์น (Espionage concern) ก็หมายถึงเหตุผลของการจารกรรม ท่านประธานเห็นไหมครับ ขนาดสภาคองเกรสยังไม่ยอม ให้นาซ่าร่วมทํางานกับประเทศจีน ด้วยความเป็นห่วงว่าอาจจะมีการจารกรรม เพราะฉะนั้น ผมเรียนท่านประธานว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราจะมาพูดกันเล่น ๆ นะครับ ที่เราคิดว่า มันมีแค่ผลประโยชน์ในเรื่องของการสํารวจเมฆ ถ้าลําพังการสํารวจเมฆอย่างเดียวไม่มีใคร ต่อต้านหรอกครับ เพราะมันเป็นผลประโยชน์ต่อมนุษยชาติ แต่วันนี้ที่ผมพูดถึงมันไม่ใช่ แค่เป็นเรื่องของการสํารวจเมฆครับ มันอาจจะมีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องครับ ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าในมือผมเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรณีประเทศสหรัฐอเมริกาขอใช้สนามบิน อู่ตะเภาเพื่อดําเนินโครงการศึกษาชั้นบรรยากาศของนาซ่าครับ ในวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๓๐ นาฬิกา ณ วิเทศสโมสร ส่วน ๓ กระทรวงการต่างประเทศ มีการประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็มีการตั้งคําถามกับเจ้าหน้าที่ของนาซ่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๑๐๘/๒ ถามว่าจะมีการนําข้อมูลนี้ที่ได้จากโครงการนี้ไปใช้ในทางทหารหรือไม่ ดอกเตอร์มาริ่ง แจ้งดังนี้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ นาซ่าเป็นองค์กรพลเรือน ดังนั้นข้อมูล ที่ได้จึงไม่มีความตั้งใจ เขาใช้ภาษาอังกฤษว่าอินเทนด์ (Intend) ให้มีการนําไปใช้ในทางทหาร แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามนาซ่าไม่สามารถรับประกัน ใช้ภาษาอังกฤษว่าการันตี (Guarantee) ในเรื่องนี้ได้ เพราะนาซ่าเปิดเผยข้อมูลที่ได้ต่อสาธารณะใคร ๆ ก็สามารถ เข้าถึงข้อมูลได้ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้แต่เจ้าหน้าที่ของนาซ่าเองเขาก็ยังไม่กล้า ยืนยันว่าข้อมูลเหล่านี้จะใช้ในทางการทหารหรือไม่ และผมก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานของประเทศไทยของกระทรวงการต่างประเทศ อย่างเดียวที่เป็นห่วงในเรื่องนี้ แม้แต่หน่วยงานความมั่นคงก็เป็นห่วง และจริง ๆ แล้ว ที่ท่านปลอดประสพ รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพยายามบอกว่า การหารือตอนแรก ๆ ก็มีการตั้งข้อสังเกต ตั้งคําถาม ซึ่งสุดท้ายทุกคนก็เข้าใจ อันนี้ก็ไม่จริง เพราะว่าผมไปเอาเอกสารการประชุมครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๐๐-๑๓.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม ๓ กระทรวงการต่างประเทศเช่นเดิมครับ ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผู้แทนสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ยังมีข้อวิตกกังวล เสนอแนะแบบนี้ครับ เสนอแนะเกี่ยวกับการยื่นเรื่องเพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติ โครงการว่าจะต้องมีความชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมใน ๓ ประเด็น คือ ๑. การตกลงเรื่อง เขตห้ามบินภายในประเทศ ๒. การตกลงเรื่องขอบเขตการบินในพื้นที่ทับซ้อนกับ ประเทศเพื่อนบ้านที่อาจจะมีการฟลาย โอเวอร์ (Fly over) ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๑๐๙/๑ ๓. ควรสํารวจท่าทีของเพื่อนบ้านให้แน่ใจว่าประเทศต่าง ๆ มีความคิดเห็นอย่างไรกับ โครงการนี้ ไม่ใช่เฉพาะกับประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศไทยหรืออยู่ในเขตการบิน เท่านั้น แต่รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้งหมด เพราะอาเซียนในขณะนี้มีประเด็น ที่เป็นทรัสท์ พอยท์ (Trust point) อยู่ค่อนข้างมาก เช่นประเด็นเรื่องทะเลจีนใต้เป็นต้น เห็นไหมครับท่านประธาน สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ล้วนอยู่ในความสงสัย ความกังวล ของผู้แทนจากสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากนี้ผู้แทนของสํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติก็ยังเสนอให้มีการวิเคราะห์และทําทุกอย่างอย่างรอบคอบที่สุด เพราะถ้าหากเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศขึ้น หน่วยงานของเพื่อนบ้านที่จะมา เผชิญหน้าหรือแก้ปัญหาไม่ใช่หน่วยงานทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่จะเป็นหน่วยงาน ด้านความมั่นคงซึ่งการเจรจาจะทําได้ยากกว่า นี่ครับท่านประธานมิติของความมั่นคงที่เรา ต้องคิดครับ ไม่ใช่ว่าเขาเสนอมาเรารับทันที เพราะมันจะมีผลกระทบในแง่ของความมั่นคงต่อ นานาประเทศ
สุดท้ายครับท่านประธาน ก่อนที่การประชุมจะปิดในวันนั้น ผู้แทนจาก สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติพูดเป็นครั้งสุดท้ายครับ บอกว่าเรื่องนี้ต้องมีข้อมูล รอบด้านและใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ หน่วยงานด้านความมั่นคงเห็นประโยชน์ของ โครงการ การเสนอให้ ครม. พิจารณานั้นต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่ออะไรครับ เพื่อป้องกัน ความขัดแย้งและเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของไทย เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานรัฐสภา ถึงเพื่อนสมาชิกว่าโครงการนี้พรรคฝ่ายค้านเห็นว่ามีประโยชน์ เพียงแต่ว่าเราจะต้องดูในมิติ ของความมั่นคง เพราะมีผลกระทบในแง่ความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นเราจะต้องดําเนิน นโยบายที่ถ่วงดุลทั้ง ๒ ประเทศไว้ครับ เพราะถ้าเราไปข้างใดข้างหนึ่งมันจะเป็นผลกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศอย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านประธานว่า ประเด็นเรื่องของการอนุญาตให้นาซ่าเข้ามาดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆนั้น เราจําเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ผมเชื่อครับว่าถ้าท่านประธานกรุณาเปิดไป มาตรา ๑๙๐ (๒) จะเห็นได้ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาใดที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ประเทศไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจ ตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๑๐๙/๒ เพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือครับ มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ท่านประธานสามารถตอบให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจไหมครับว่า การอนุญาตจะไม่ทําให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างกว้างขวาง เพราะเมื่อดู การอภิปรายผมไปแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกา กระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้นี่แน่นอนครับมันเป็นมิติความมั่นคง อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนไปถึงท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โปรดให้ท่านศึกษาอย่างรอบคอบแล้วก็นําเอกสารทั้งหมดแล้วก็ทําเป็นกรอบแล้วก็เสนอ เข้าสภาจะดีกว่าครับ ขอบคุณครับ
ท่านใช้เวลา ๒๐ นาทีครึ่ง พอดีครับ เชิญท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงครับ
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ บัญชีรายชื่อ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เมื่อกี้พอฟังท่านศิริโชคซึ่งอภิปรายไป ข้อห่วงใยของท่านเกี่ยวกับ ด้านความมั่นคงนั้น เมื่อกี้ก็มีอีกท่านหนึ่งได้อภิปรายไปเช่นกัน มันเป็นข้อมูลเดิมตั้งแต่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ซึ่งขณะนั้นท่าน พลเอก บัณฑูร ติปยานนท์ ผอ. สนผ. กระทรวงกลาโหม ได้มีความคิดเห็นในลักษณะนั้น แต่เมื่อการประชุมที่ ก.ต. ได้ส่งเรื่องให้สํานักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบในการอนุญาตให้องค์การ บริหารการบินนาซ่าเข้ามาดําเนินการโครงการศึกษาการก่อตัวเมฆที่มีผลกระทบนี้นะครับ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้มีหนังสือตอบ สํานักงานเลขาธิการ ครม. เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๑๐/๑ เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ แล้วก็จากที่ปลัดกระทรวงกลาโหมและ ผบ. เหล่าทัพได้เข้าหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ก็เห็นชอบเช่นกัน เพราะฉะนั้นด้านความมั่นคงนั้นคงไม่เป็นปัญหา แล้วก็สิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับ ปัญหากับประเทศจีน ถ้าประเทศสหรัฐอเมริกามาทําอะไรในพื้นที่นี้ ซึ่งผมก็เป็นข้อกังวลอันนี้ ตอนที่ผมไปพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ผมออกปากถามต่อหน้าเป็นการหารือทวิภาคีอย่างเป็นทางการ ผมได้ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศจีน นายหยาง เจี่ย ชื่อ ว่าประเทศจีนเห็นกับกรณีนี้เป็นอย่างไร เพราะว่าประเทศไทยนั้นมีข้อกังวลว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจะมาล้วงข้อมูลของประเทศจีน จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันในน่านน้ําอย่างที่ท่านเล่าเป็นตุเป็นตะขึ้นในแผนที่ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนพูดชัดเจน ผมมีบันทึกการประชุมด้วย ประเทศจีนไม่มีความเห็นสําหรับความสัมพันธ์ฉันท์ปกติระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนขอชื่นชมประเทศไทยที่ดําเนินความสัมพันธ์ โดยคํานึงถึงความรู้สึกและความสบายใจของประเทศจีน โดยประเทศจีนไม่มีความกังวล หากประเทศไทยให้นาซ่าใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานเพื่อศึกษาสภาพภูมิอากาศ ผมคิดว่า ชัดเจนแล้วอันนี้เป็นรอบที่ ๒ ที่ผมพูด ทีนี้เมื่อกี้นี้เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่าน ส.ว. ตวง บอกว่าดูเอกสารที่ท่านนายกรัฐมนตรีเสนอเข้าต่อสภา และเอกสารประกอบฉบับนี้ ไม่มีหนังสือที่เป็นร่างหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะตอบรับกรณีที่ ทางประเทศสหรัฐอเมริกามีหนังสือมาถึงประเทศไทย ซึ่งผมก็ไปค้นมาเจอแล้วครับ ร่างภาษาอังกฤษ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตท่านประธานครับ แจกจ่ายเอกสารฉบับนี้ที่หากว่า ถ้าเราตกลงกับทางประเทศสหรัฐอเมริกา อันนี้ก็จะเป็นหนังสือที่ผมต้องลงนาม ท่านจะได้ ไปอ่านแล้วได้เข้าใจครับว่าเราจะเสียสิทธิ เสียดินแดน เสียอะไรไปเข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคสองหรือไม่ จะเป็นเพียง ๒ หน้ากระดาษ แต่ขออภัยต้องเป็นภาษาอังกฤษเพราะว่าฝรั่ง เขาไม่อ่านภาษาไทยครับ ผมก็จะให้ท่านประธานช่วยแจก เพราะเอกสารนี้ผมยังไม่ได้ลงนาม เพราะยังไม่ได้ผ่าน ครม. ให้ผมลงนามได้ เพราะฉะนั้นท่านแจก ท่านไปอ่านดูนะครับ ท่านจะได้ศึกษาดูว่าเราได้พูดอะไรไว้บ้าง จะเข้ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง วรรคอะไร ก็สุดแล้วแต่ ท่านไปพิจารณากันครับเพื่อความสบายใจของทุกท่าน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๑๐/๒
ท่านศิริโชคว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ ขอนิดหนึ่งครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ในนามสมาชิก รัฐสภา ผมเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอาจจะมีความเข้าใจผิดเล็กน้อยว่า สมช. นี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหม เพราะฉะนั้นการที่ท่านได้รับหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร ผมเกรงว่าท่านอาจจะเข้าใจผิดเพราะว่า สมช. ไม่ได้ขึ้นกับกระทรวงกลาโหม สมช. เป็นหน่วยงานที่แยกออกมา แล้วก็ดูเรื่องความมั่นคง ของประเทศเป็นหลัก เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า สมช. เขามีความวิตกกังวลในเรื่องนี้ เป็นอย่างมากครับ
อาจารย์สุริยาอยู่หรือเปล่า เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขอร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่ององค์การนาซ่าที่จะเข้ามาทําวิจัยเกี่ยวกับ เรื่องเมฆหมอกซึ่งหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายกันอย่างยาวเหยียดและยืดนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๑๑/๑ กระผมเห็นว่าเวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควร แล้วเรื่องหรือประเด็นที่รัฐบาลมีความตั้งใจนั้น เป็นคําถามสั้น ๆ ว่าสรุปแล้วการไปทําข้อผูกพันกับต่างประเทศที่เรากําลังพูดถึงนี่เข้าข่าย ตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายรัฐบาลก็จะได้ดําเนินการตามกระบวนการต่อไป แต่ถ้าไม่เข้าข่าย มีสมาชิกบางท่านได้สอบถามเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาว่าถ้าไม่เข้าข่าย รัฐบาล จะดําเนินการต่อไปอย่างไร แล้วก็มีคําถามที่ผมจําได้ก็คือว่าอันนี้โครงการใหม่หรือเก่า ท่านรัฐมนตรีก็ให้เกียรติได้ตอบว่าเป็นโครงการเก่าแต่จะมาปัดฝุ่นเพื่อจะมาดําเนินการต่อไป หลังจากที่ได้ไปสอบถามสืบเสาะแล้วปรากฏว่าทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยินดี อันนั้นก็เป็น อีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ ๆ วันนี้รัฐบาลน่าจะได้คําตอบ ผมใคร่ขอเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่า วันนี้ถ้าสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมใจ ได้ร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการที่จะสร้างสรรค์ข้อมูลเพื่อป้อนให้กับรัฐบาลเพื่อรัฐบาลจะได้ทํางานให้ถูกต้องถูกทาง ผมว่าน่าจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง วันนี้เราไม่มีอะไรที่จะมาซักถามเพื่อนั่นเพื่อนี่กัน แต่ถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะหาคําตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ในสิ่งที่รัฐบาลต้องการ ถ้าเราทําได้อย่างนี้ รัฐบาลจะได้คําตอบอย่างแน่นอน ถึงกระนั้นในระยะเวลาอันสั้น ๆ จริง ๆ แล้วผมตั้งใจที่จะ เรียนถามดังต่อไปนี้ แต่บัดนี้คําถามเหล่านี้ท่านรัฐมนตรีก็ให้เกียรติตอบไปแล้ว สิ่งที่ผมคาใจ มีอยู่ ๖-๗ ประการด้วยกัน
ประการแรก รัฐบาลมีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วโลกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาคือใคร เรามีความมั่นใจในความจริงใจของ ประเทศสหรัฐอเมริกามากน้อยแค่ไหน นี่ประเด็นที่ ๑ บังเอิญท่านรัฐมนตรีตอบแล้วก็ผ่าน
ต่อไปผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง อันนี้ก็ยังคาใจอยู่เพราะถ้าพูดถึง เรื่องของประเทศสหรัฐอเมริกา ไปที่ไหนไม่ว่าจะบ้านไหนเมืองไหนก็มักจะพูดในสิ่งเหล่านี้อยู่ เพราะเราเห็นอยู่ว่าทั้งโลกเต็มไปด้วยสหรัฐอเมริกา มันเป็นเรื่องที่เราต้องคิด และถามว่า ผลกระทบจากการที่เราไปจับไม้จับมือ ไปลงลายมือชื่อเพื่อที่จะทํางานร่วมกันนี่ผลกระทบ คืออะไร ท่านก็ตอบแล้ว ท่านรัฐมนตรีตอบแล้ว แต่ผมฟังท่านสมาชิก โดยเฉพาะขอโทษ ที่ต้องเอ่ยชื่อท่านคือท่านศิริโชค โสภา ท่านก็ได้อ้างย้ําอีกครั้งหนึ่งก็เลยทําให้ผม เกิดความลังเลเฉพาะข้อนี้นะครับ
ต่อไปเรื่องของการจารกรรมข้อมูล ซึ่งมีการวิตกกันมากเลยว่าเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานํามาใช้นั้น เครื่องบิน ๓ ลํามีสารพัดอยู่ในนั้น เรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๑๑/๒ ที่ไม่มีใครเสมอเหมือนนี่ เรามั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเก็บความลับ ของประเทศชาติของเรา ท่านตอบแล้วว่าไม่มีแน่ สําหรับข้อนี้ก็ยังลังเลอยู่เช่นเดียวกันครับ
ประการต่อมา ก็คือความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ท่านตอบแล้วว่า ท่านไปประเทศจีน แต่ท่านประธานครับ ประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกานี่ แม้แต่นิดหนึ่งก็ต้องคิดก็ต้องคํานึง เพราะเราท่านทั้งหลายรู้ว่านี่คือคู่กรณีทั้งในอดีตและ อนาคตต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศเพื่อนบ้านหมายถึงประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศ สปป. ลาว และในภูมิภาคในส่วนนี้ประเทศเหล่านี้มีความคิดเห็น อย่างไร ท่านก็ตอบแล้วพอสบายใจบ้างสําหรับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๑๒/๑
แล้วก็อีกคําถามหนึ่งที่ผมคาใจอยู่แต่ท่านตอบชัดเจนมากเลย ถามว่าโครงการนี้ได้ไปจัดทํากันที่ไหนบ้าง ท่านตอบว่าทํามาแล้วและทํามาหลายที่ ผมก็ได้อ่านเอกสารจากเว็บไซต์ทํามาหลายที่ทํามาหลายแห่ง โดยเฉพาะในประเทศจีน ก็ทํามาแล้ว ถามว่าทําไมต้องมาทําในประเทศไทย ท่านก็ตอบบอกว่าประเทศไทย เป็นภูมิประเทศที่มีความเหมาะสมในหลายมิติ ท่านก็ตอบก็พอใจนะครับ ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงที่เรากําลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้สําหรับผมนะครับ ผมมองเห็นว่ายังไม่เข้าข่าย ที่จะต้องใช้มาตรา ๑๙๐ ผมขอให้คําตอบอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะโหวต แต่นี่คง ไม่โหวต แต่ผมมองว่ายังไม่เข้าข่ายที่จะเข้ามาตรา ๑๙๐ แต่ที่ข้องใจและกังวลใจในขณะนี้ ก็คือเมื่อท่านได้คําตอบ ณ สถานที่ ณ ห้องประชุมแห่งนี้แล้วท่านจะดําเนินการอย่างไร นี่แหละคือคําถามที่ยังไม่จบครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านบุญยอดมีอะไรประท้วง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเพิ่งจะได้รับเอกสาร ๒ แผ่น ซึ่งเมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็บอกว่าเป็นเอกสารสําคัญที่จะต้องนําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ เอกสาร ๒ แผ่นนี้ เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ผมก็พออ่านออกครับ ผมก็เรียนหนังสือมาพอสมควร แต่ผมคิดว่า ถ้าจะเป็นแบบมาตรฐานเป็นทางการเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ ผมคิดว่าเอกสาร ๒ แผ่น ที่เป็นภาษาอังกฤษนี้ไม่น่าจะเพียงพอนะครับ แล้วผมก็ถามตั้งแต่ตอนต้นประชุมแล้วว่า ทําไมท่านไม่มอบเอกสารเท่าที่จําเป็นมามากกว่าเอกสารประกอบการพิจารณา ซึ่งมีแต่ เอกสารอ้างอิงซึ่งไม่ใช่ส่วนของราชการ เป็นเอกสารที่ไปดึงมาจากในคอมพิวเตอร์บ้าง ระบบ อะไรต่าง ๆ บ้าง แล้วก็เป็นเอกสารของหน่วยงานบางหน่วยงาน หรือว่าเป็นคําให้สัมภาษณ์ หรือบทความต่าง ๆ แต่มันไม่ใช่เอกสารสําคัญ ผมจึงเรียนถามท่านต่อก่อนว่า เราจะพิจารณาเรื่องนี้กันต่อหรือครับ นี่คือเอกสารสําคัญซึ่งเพิ่งส่งเมื่อสักครู่นี้เอง แล้วเราจะ มาพิจารณากันได้อย่างไรในที่ประชุมรัฐสภาว่าเราจะให้ความเห็นได้อย่างถูกต้องหรือไม่ กับสิ่งที่ท่านเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ จึงขอกราบเรียนต่อ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๑๒/๒ ท่านประธานรัฐสภาว่าน่าจะพักการประชุมไปก่อนและทําเอกสารให้เรียบร้อยเหมาะสม กับการพิจารณาเพื่อนําเข้าสู่การพิจารณาครั้งใหม่ครับ
ท่านบุญยอด เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีท่านบอกว่าเป็นเอกสารที่ท่านจะขอไม่เป็นทางการ เป็นเอกสาร ที่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเอกสารที่ท่านบอกว่าท่านจะเตรียมลงนามแต่ว่าจะมอบให้ ที่ประชุม ผมก็รับมาแล้วก็แจกให้ท่านนะครับ
คงไม่ได้เป็นเอกสารที่ท่านเตรียมจะลงนามหรอกเพราะมันเลยเวลามาแล้วครับ ผมอ่าน ภาษาอังกฤษเร็ว ๆ เมื่อสักครู่ จูน (June) ถึงเซพเทมเบอร์ (September) ปี ๒๐๑๒ วันนี้ มันออคโทเบอร์ (October) ปี ๒๐๑๒ แล้วครับ ไม่ใช่เอกสารที่ท่านเตรียมจะลงนามครับ ดูได้เลยอยู่หน้าแรกครับ
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจง
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
ครับ
กราบเรียน ท่านประธาน ผม คํานูณ สิทธิสมาน ถ้าไม่ขอหารือสักนิดจะค้างคาใจเพราะว่าคิวอภิปรายผม ก็ยาวพอสมควร
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรี ตอบก่อน ท่านบุญยอดยืนอยู่นะครับ
ผมประเด็นเดียวกัน ครับท่านประธาน ก็ไม่ยาวนักแล้วไม่ใช่การอภิปราย แต่ผมเห็นว่ามันก็ผิดปกติ ไม่ใช่ผิดปกติ คืออาจจะไม่ถูกธรรมเนียมมาตั้งแต่ต้นครับ ท่านขอเปิดอภิปรายทั่วไป ท่านนายกรัฐมนตรี ลงนามตั้งแต่ ๑๕ กรกฎาคม แต่ว่าไม่มีเอกสารประกอบแม้สักชิ้นเดียว ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๑๑๓/๑ ท่านประธานเป็นประธานวิปวุฒิสภา เราทราบวาระนี้เมื่อวันพุธที่แล้ว เจ้าหน้าที่ของ วิปวุฒิสภานี่ตามเอกสารก็ได้ครบทุกวาระแต่วาระนี้ไม่มี จนกระทั่งสาย ๆ นี้ก็มีเอกสารเล่มนี้ แต่เป็นของสํานักวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ไม่ใช่เอกสารที่รัฐบาลส่งให้ ตลอดระยะเวลาการอภิปรายที่เดินมาค่อนทางแล้วหรือครึ่งทางแล้ว ก็มีการโต้แย้งเรื่อง เอกสารจากรัฐบาล จากฝ่ายค้าน ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง เก่าบ้าง มีการประชุมครั้งใหม่บ้าง ถ้าเผื่อสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะได้รับเอกสารครบถ้วน การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นนี่กระผมเชื่อว่าจะมีความสมบูรณ์มากกว่านี้ ไม่น่าจะช้าเกินไปนะครับถ้าเผื่อว่า รัฐบาลจะจัดทําเอกสารให้เรียบร้อย เป็นขั้นตอนหรือเป็นเล่ม จะมีเอกสารอย่างอื่นเป็นภาพ ประกอบด้วยก็จะยิ่งให้เกิดความเห็นชัด ก็จะผ่านการอภิปรายทั่วไปไปได้อย่างสง่างาม เพราะว่าผมดูแล้วก็ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลเมื่อฟังสภาแล้วก็คงจะดําเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่งไป แต่ทีนี้เราจะตอบคําถามผู้คนภายนอกอย่างไรกันครับ พอสมาชิก อภิปรายไปทางรัฐบาลก็กรุณาส่งมาให้ ๑ ชิ้น กระผมอาจจะอ่านแปลความไม่ออกทั้งหมด และผมก็เชื่อว่าคงไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาทุกคนที่จะแปลความได้ถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ ทั้งหมดนะครับ ทําไมเราไม่ทําให้การรับฟังความคิดเห็นหรือการอภิปรายทั่วไปในรัฐสภา มีความสง่างามกว่านี้ครับ รัฐบาลจะนําผลการอภิปรายไปอ้างอิงอย่างไรมันก็จะได้ อยู่บนพื้นฐานว่าทุกคนได้รับข้อมูลทั้งด้านบวก ด้านลบ ที่ครบถ้วนพร้อมกันแล้ว อันนี้ ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าถ้าท่านจะกรุณาจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่จะขอเลื่อนการประชุมวาระนี้ออกไปแล้วท่านก็ทําเอกสารกลับมาให้สมบูรณ์ และจะอภิปรายอีกสักครึ่งวันโดยเริ่มตั้งแต่เช้าโดยไม่เสียเวลาเรื่องอื่นเลยนี่ครับ ผมก็เชื่อว่า น่าจะเป็นประโยชน์ และถ้ารัฐบาลจะไปดําเนินการปลายฤดูมรสุมนี้อย่างน้อยการอ้างอิง สมาชิกรัฐสภาของท่านก็จะมีน้ําหนักที่ครบถ้วนบริบูรณ์ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมอภิปราย ขึ้นมาอีกก็จะมีเอกสารออกมาอีกชิ้นสองชิ้นหรืออะไรอย่างนี้ครับ ซึ่งผมว่าดูแล้วมันอาจจะ ไม่สู้สง่างามเท่าที่ควรนัก ก็ได้แต่กราบเรียนผ่านท่านประธานขอความกรุณาไปทางรัฐบาล ได้โปรดพิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๑๑๓/๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ที่จริงแล้วเอกสารที่ผมแจกนี้คือตัวอย่างซึ่งเอาให้ดูเพราะว่าเป็นข้อตกลงเดิม แต่เมื่อเราไม่มีการลงนามกันในโครงการนาซ่านี้มันก็ไม่มีผลอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่หารือ ต่อที่ประชุมแห่งนี้ก็ต้องการสร้างความเข้าใจ แล้วก็เอกสารที่ทางสภาได้เตรียมมันก็มีข้อมูล อยู่แค่นี้ ประเด็นคือว่าเราถ้าจะรับโครงการนี้ก็จะมีหนังสือลักษณะนี้ ๒ ฉบับซึ่งเป็น เอกซ์เชนจ์ ออฟ โน้ตส เป็นการแลกเปลี่ยนเอกสารระหว่างกันแค่นั้นเอง เมื่อกี้พอดีเพื่อน ส.ว. เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้ถาม ผมก็เลยคิดว่าน่าจะเอาตัวอย่างให้ได้ดูแค่นั้นเอง แต่ข้อความ อาจจะต้องแตกต่างกันเพราะว่าเวลามันเปลี่ยนไปแล้ว โครงการนี้อาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ เพราะตอนนี้รัฐบาลพยายามที่จะคุยกับเขา ท่านนายกรัฐมนตรีไปประเทศจีนพบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านฮิลลารี คลินตัน ก็ได้พูดเรื่องนี้ไป ถามว่าเราอยากได้ไหม เราอยาก เราก็ถามเขาว่าเขายังจะสนับสนุน โครงการนี้ได้หรือไม่ เขาก็บอกว่าถ้าเขายังมีงบประมาณเหลือเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ต้องดูก่อน แต่เขาก็อยากให้เราแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นคือสถานการณ์ทางการเมือง ที่คนพยายามจะกล่าวหาว่าโครงการนี้จะไปสร้างความแตกแยกในภูมิภาค จะทําให้ไป ทะเลาะกับประเทศจีน กับประเทศรัสเซีย กับประเทศอินเดีย นานาสาระออกไปตลอดเวลา แม้กระทั่งการไปแลกวีซ่าให้กับท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ได้ สร้างสรรค์ ผมต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก ส.ว. ที่อภิปรายก่อนหน้านี้ ท่านอภิปราย ได้น่าฟัง ผมเห็นว่าท่านเป็นคนรักประเทศชาติ รักแผ่นดิน ผมอยากเห็นลักษณะอย่างนี้ครับ เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น วันนี้เรามาขอความเห็น ตามมาตรา ๑๗๙ ท่านจะเห็นอย่างไร ท่านจะตําหนิเราอย่างไรก็ว่ากัน เราจะสดับตรับฟังครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๑๔/๑ แล้วถ้ารัฐบาลจะทําอะไรก็จะมารายงานให้ท่านได้ทราบ หรือแม้แต่เข้า ครม. ท่านก็จะรู้ว่า รัฐบาลทําอะไร แนวทางในการทําก็คือโครงการลักษณะนี้แหละครับ เขาอาจจะเอาเครื่องบิน ลําใหม่มา เพราะเครื่องบินลํานี้อาจจะไปตกที่ไหนก็แล้วแต่ เพราะปีหนึ่งมันอาจจะล้าสมัยไป เขาอาจจะลําใหม่ขึ้นมา มีคนขับที่มีชีวิตใหม่ขึ้นมาหรือใครก็แล้วแต่ มันก็เป็นประโยชน์กับ ประเทศไทยทั้งนั้น อยากจะฝากไว้ครับ ผมก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้ ทีนี้เพื่อนสมาชิกถามเรื่องความมั่นคง ท่านประธานขออนุญาตตอบนิดเดียวครับ ข้อห่วงกังวลของ สมช. ประเทศสหรัฐอเมริกาตอบว่าได้หารือกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ไม่มีใครคัดค้านและนาซ่าจะใช้สําหรับวิทยาศาสตร์เท่านั้น เพราะฉะนั้นทางด้านความมั่นคงแล้ว ถือว่าทางสภาความมั่นคงสามารถรับเรื่องนี้ได้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจะเดินหน้าต่อก็คือจะประชุมต่อนะครับ เพราะเอกสารที่ให้คือเป็นเอกสารที่เลิกใช้แล้ว เป็นตัวอย่างว่าครั้งที่แล้ว อันนี้ไม่ใช่ข้อตกลงที่จะไปทํา วันนี้รัฐบาลมาขอคําแนะนํา จากรัฐสภา ท่านบุญยอดยังติดใจเอกสารฉบับนี้นะครับ จะได้เรียกคืน ผมยังไม่ได้แจกท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภา ผมติดใจถึง ความไม่เรียบร้อยของเอกสารทั้งหมด เพราะผมเชื่อว่ายังมีเอกสารอีกหลายฉบับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็ยังเตรียมอยู่ว่าจะทวงเอกสารอีกสัก ๓ ชุด เอกสาร ที่ประกอบการพิจารณาวันนี้ไม่เรียบร้อยเลย เอกสารเก่าเอามาบอกว่าจะเป็นแบบนี้ ในการเซ็นใหม่ในคราวหน้า เซ็นใหม่คราวหน้ามันจะมีข้อความต่าง ๆ มากกว่านี้หรือ น้อยกว่านี้อย่างไรไหมล่ะครับ ผมจะมั่นใจได้อย่างไรครับ และมันแปลว่าอะไรกันบ้างครับ มันแปลว่าความรับผิดชอบเป็นของใคร ในประโยคท้าย ๆ อย่างนี้เป็นต้น ผมอ่านเร็ว ๆ ผมก็ยังรู้ครับว่าสุดท้ายความรับผิดชอบเป็นของนาซ่าและประเทศไทยครับ ถ้าเกิดเหตุการณ์ ที่เป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้น และมันไม่เป็นงบประมาณหรือครับ อะไรอย่างนี้ครับ ผมยังมีข้อสงสัย ต่าง ๆ มากมายครับ ท่านประธานจะกรุณาผมขอเสนอว่าให้พักการประชุมสําหรับเรื่องนี้ และกลับมาประชุมกันใหม่ ทําข้อมูลต่าง ๆ ให้เรียบร้อย อธิบายได้ชัดเจนเพื่อการพิจารณาต่อไป ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๑๔/๒ แต่ถ้าท่านประธานจะเดินหน้าในการประชุมผมจะใช้เอกสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกครับ ขอให้ท่านพิจารณาครับ
คืออย่างนี้ครับ คือผมได้ พิจารณารับฟังมาตลอดตั้งแต่ต้นเลยนะครับ ผมเห็นว่าเจตนาของทางรัฐบาลที่มาหารือ ที่ประชุมโดยใช้มาตรา ๑๗๙ นี่นะครับ ก็ต้องการคําแนะนํา เพราะเอกสารหรือว่าหลักฐาน ที่ท่านอ้างหรือว่าที่มอบให้ท่านมันก็เป็นเรื่องเก่าหมดแล้ว ก็ยกเลิกกับนาซ่าไปแล้ว และยังไม่รู้ว่านาซ่าเขาจะมาช่วยเราหรือเปล่า เพียงแต่ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจว่าคําแนะนําอย่างนี้ ถ้าเป็นประโยชน์ก็จะอาจจะเดินหน้าเจรจากับนาซ่า ต้องมีงบประมาณเพียงพอ ก็อาจจะเป็น ประโยชน์กับประเทศอย่างนี้นะครับ ถ้าท่านเห็นว่ามันไม่ควรจะทําก็ไม่ทํา ผมคิดว่า ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกก็จะเป็นประโยชน์ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภา พวกผมไม่ได้มีความขัดข้องนะครับ เวลาที่มีเรื่องอะไรเข้ามา และท่านก็คงจะเห็นว่าการอภิปรายของทางฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนนั้นก็ไม่ได้มีใครขัดข้องต่อโครงการนี้ แต่เราต้องการรายละเอียดที่รอบคอบและบอก ได้อย่างชัดเจน เช่นตอบปัญหาเรื่องความมั่นคงหรืออะไรต่าง ๆ ท่านประธานจะเดินหน้า ต่อไป ผมใช้เอกสิทธิ์ในการนับองค์ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประสารมีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหานะครับ ผมเห็นด้วย กับทั้งคุณคํานูณ สิทธิสมาน และคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย โครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆ ผมก็เลยสงสัยว่าเมฆมันลอยไปลอยมา และตั้งแต่บ่ายจนกระทั่งถึงบัดนี้ ๕-๖ ชั่วโมง เราพูดในสิ่งที่เลื่อนลอยทั้งนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าอาจจะ คําว่าอาจจะก็คือมันเลื่อนลอยครับ เลื่อนลอยเหมือนเมฆที่ลอยไปลอยมานั่นเอง เรามาพูดในสิ่งที่เลื่อนลอย เรามาพูดในสิ่งที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นหรือเปล่า เรามาพูดในสิ่งที่ไม่มี ข้อมูลเพียงพอที่เป็นเอกสาร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๑๕/๑ เรามาพูดบนพื้นฐานตัวหนังสือของนายกรัฐมนตรีเพียงไม่กี่บรรทัด แล้วก็ไม่มีอะไร ที่จะรองรับเลยนะครับ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นการพูดที่สูญเปล่า เป็นการพูดที่ไม่ได้ ประเทืองปัญญา เป็นการพูดที่ไม่มีพื้นฐานใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะมารองรับ ผมเห็นว่าควรจะมี การเตรียมพร้อมมากกว่านี้ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรง มิฉะนั้นแล้วก็จะกลายเป็นการประชุมที่ไร้ความหมายครับ ขอบพระคุณครับ
เอาอย่างนี้แล้วกันผมว่า วิปของรัฐบาลลองไปคุยกัน คุยกับทางวิปฝ่ายค้าน
ท่านประธานครับ
ท่านคํานูณมีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธาน ผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ที่จะอภิปรายต่อไปนี้หรือที่จะหารือ เสนอแนะต่อไปนี้อย่ามองภาพผม อย่ามองชื่อผมนะครับ ไม่ได้มีประเด็นทางการเมือง แต่อยากให้การแก้ปัญหาของรัฐสภามันเป็นไปด้วยความสง่างามจริง ๆ ผมเสนอไปตั้งแต่แรกว่า การประชุมใด ๆ ก็ตามแต่รัฐบาลขอเปิดอภิปรายขึ้นมานี่เป็นไปไม่ได้ครับมีกระดาษ แผ่นเดียว สื่อมวลชนโทรมาถามผมตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ผมก็บอกผมตอบไม่ได้ไม่รู้ว่า เรื่องเก่าหรือเรื่องใหม่เพราะมีกระดาษแผ่นเดียวจริง ๆ อย่างน้อยถ้าเป็นเรื่องเก่า ถ้าท่านแจกเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วก็แจกเอกสารที่ท่านระบุไว้ ๓ รายการ ๑. สาระสําคัญ ของหนังสือของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ๒. ร่างหนังสือของกระทรวง การต่างประเทศ แล้วก็ ๓. คําชี้แจงของนักวิชาการฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้อง ที่พูดกันในวันนี้ก็มีการพูดถึงหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแต่ก็มีการโต้แย้งกันไปมา ฝ่ายราชการคือฝ่ายรัฐบาลบอกว่าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องที่ฝ่ายค้านเอามาพูดนั้น เป็นการประชุมครั้งแรก แต่การประชุมครั้งสุดท้ายไม่ได้พูดอย่างนี้ และที่นั่งอยู่หลังห้อง ไม่ได้พูดอย่างนี้ ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาผมก็อยากฟังให้รอบด้านครับ เพราะฉะนั้น ผมยังเห็นว่าข้อเสนอที่จะเลื่อนการประชุมออกไปแล้วจัดทําเอกสาร ลําดับเอกสาร ให้ครบถ้วนบริบูรณ์ แล้วรัฐบาลเปิดรับฟังอีกจะครึ่งวัน ค่อนวันหรือเต็มวัน สุดท้ายรัฐบาล จะไปดําเนินการอย่างไรพวกกระผมก็ทําอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีการลงมติ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๑๕/๒ ก็จะเป็นความสง่างามแก่ระบบรัฐสภาเองด้วย ประการที่ ๑ ท่านประธานและทางรัฐบาล จะกรุณาได้ไหมครับเรื่องนี้ หรือผมมีทางเลือกให้อีกทางหนึ่งซึ่งกระผมเตรียมไว้ ในชั้นการอภิปรายของกระผม แต่ถ้าหารือครั้งนี้แล้วก็จะขอสละสิทธิในการอภิปราย เพื่อความเป็นธรรมแก่เพื่อนสมาชิก ถ้าหากประธานจะเดินหน้าต่อนะครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลจะสัญญาได้ไหมครับว่าในเมื่อมันมีประเด็นข้อถกเถียงกันอยู่มากมาย รวมถึงเอกสาร ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รัฐสภาเคยหาทางออกมากรณีหนึ่งตอนมาตรา ๑๙๐ เกี่ยวกับบันทึก การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา เจบีซี (JBC) ด้วยการตั้งกรรมาธิการสามัญ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๖๑ แต่มาครั้งนี้เป็นการเปิดอภิปรายตามมาตรา ๑๗๙ ไม่สามารถจะเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการตามข้อ ๖๑ ซ้อนขึ้นมาได้ ถ้ารัฐบาลจะสัญญา กับสภาว่าหลังจากมีการอภิปรายตามมาตรา ๑๗๙ แล้ว เพื่อความสง่างามของระบบรัฐสภา เพื่อการศึกษาในวงเล็บแล้วมารายงานต่อสภาอาจจะภายใน ๓ เดือน ๔ เดือน ให้รอบคอบรัดกุม รัฐบาลท่านใดที่เป็นสมาชิกรัฐสภาอยู่ด้วยจะเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการสามัญ ขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๖๑ ถ้าทําได้อย่างนั้นก็จะทําให้ สมาชิกรัฐสภาทุกคนทุกฝ่าย รวมทั้งฝ่ายรัฐบาลเองด้วยสามารถที่จะอ้างอิงความชอบธรรม ว่าได้รับฟังความคิดเห็นจากรัฐสภาทุกวิถีทางอย่างรอบคอบและรัดกุมเพียงพอแล้ว แต่ถ้าเผื่อว่าจะเดินหน้าไปอย่างนี้จนจบการประชุม รัฐบาลก็อ้างได้ครับแต่ว่าก็จะมีข้อโต้แย้ง อีกนั่นแหละครับว่ามันเป็นการรับฟังบนพื้นฐานข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน กระผมก็กราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลถึงข้อเสนอ ๒ ประการของกระผมด้วยความเคารพครับ
ท่านสมาชิกครับ ในเมื่อรัฐบาลขอใช้มาตรา ๑๗๙ ในการขอหารือต่อที่ประชุม ที่ประชุมก็ได้ให้คําแนะนํา ไปมากมายรวมทั้งข้อท้วงติงต่าง ๆ ข้อเสนอแนะนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๑๖/๑ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลวันนี้คงได้สาระอะไรเยอะนะครับ คงได้ไปมากในการที่จะ ดําเนินการต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอปิดประชุมครับ