รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บอกว่า รัฐบาลไม่สับสน แต่ฝ่ายค้านมีสับสน ในการเจรจาสัญญากับสหรัฐอเมริกา และย้ำว่า รัฐบาลไม่หวาดกลัวฝ่ายค้าน แต่กลัวศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ผมเรียนท่านผู้นําฝ่ายค้านผมพูดชัดครับ ไม่สับสนหรอกครับ เว้นแต่ท่านจะสับสนไปเอง ผมไม่สับสน คือที่ท่านบอกว่าเรื่องมันจบไปแล้วนี่ แต่รัฐบาลไทย ก็ได้ประสานกับทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเขาเอาทรงเดิม ทรงที่พวกท่านวิพากษ์วิจารณ์กัน ผมใช้คําว่าพวกท่านได้ไหมครับ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการเอเอสทีวี (ASTV) ผู้จัดการไทยโพสต์ บางกอกโพสต์ นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ถอนเรื่องการใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อประโยชน์ด้านการสํารวจของ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าเอาผิด เพราะเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และสุ่มเสี่ยงต่อการเอาชาติไปแลกประโยชน์แอบแฝงของใครบางคน โครงการจัดทํา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติไม่เป็นปัญหา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๗๐/๑ แต่โครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศนั้น รัฐบาลกําลัง ดําเนินการอย่างเสี่ยง ๆ ซึ่งในกรณีนี้ฝ่ายความมั่นคงมีความกังวลมาก โดยเฉพาะ กองทัพอากาศ ท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล เป็นรองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวทุกเสาร์ อาทิตย์ บางครั้งจันทร์ อังคาร พุธ เราก็สะท้อนกลับว่า พรรคประชาธิปัตย์มองอย่างนี้ ผมไม่อยากมาหาเรื่องกับท่านหรอกครับ เพราะผมรู้ว่ารัฐบาล ของผมนี่มันทํางานไม่สบายเหมือนสมัยท่านเป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องระมัดระวัง ก็ไปออกอากาศรายการอย่างนี้เราก็ต้องถอยมาตั้งหลัก และที่นํามาเสนอวันนี้มาหารือ เพื่อบ้านเมือง รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วเอาผล ของงานเป็นตัวตั้งไม่ได้หวังชนะคะคานกันในสภา ผมเองก็อยู่ในสภามาตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ชี้แจงอะไรไม่ได้หวังเอาชนะท่านเลย และจริง ๆ เราก็คนไทยด้วยกัน แต่เมื่ออะไร เป็นประโยชน์ก็มาหารือแล้วมันไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรอกครับ พวกท่านถนัดศาลรัฐธรรมนูญ กันเหลือเกิน เอะอะก็ขัดรัฐธรรมนูญ เอะอะก็ขัดรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งครูบาอาจารย์ติดเชื้อ นโยบายจํานําราคาข้าวก็ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ผมไม่เคยเห็น ศาลรัฐธรรมนูญเขาต้องตีความเรื่องกฎหมาย ถ้าเรื่องนโยบายศาลรัฐธรรมนูญ ตีความได้ต่อไปท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ต้องขออนุมัติ ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อกําหนดนโยบายครับ ก็ยังทํานะครับ เราก็ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้นอีก คือมาหารือวันนี้ก็เชื่อว่าพวกท่านมีสติปัญญาเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต แล้วก็บอกล่วงหน้า ถ้าหารือเป็นมรรคเป็นผลเราก็ไปบอกกับเขาว่าคุยพรรคพวกคนไทยโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาดําเนินการต่อเถอะครับ และที่มาหารือวันนี้ยังไม่มีใครอื่นหรอกครับเอาแค่โครงการเดิมนี่ท่านก็บอกต่อว่าใครเป็นคน ตัดสินใจไม่อนุญาต ไม่อนุมัติ กลัวครับ ก็มันฮือมาหมด หนังสือพิมพ์ทุกฉบับเจ้าเก่าครับ พรรคเพื่อไทยขายชาติ ยกสนามบินอู่ตะเภาให้กับประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยน หาผลประโยชน์รอยตะเข็บชายแดน ตกใจครับ เอ๊ะ ถ้าอนุมัติไปเดี๋ยวก็มีปัญหาอีกก็เลยไม่กล้า พวกผมนี่อยู่บนความหวาดกลัว ไม่ได้หวาดกลัวฝ่ายค้าน ไม่ได้หวาดกลัววุฒิสภา แต่หวาดกลัวองค์กรอิสระโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ กลัวจริง ๆ นี่ก็กลัวจะยุบพรรคอีกแล้ว ไม่เป็นอะไร ยุบใหม่ได้ ตั้งใหม่ได้ไม่มีปัญหา ผมเรียนท่านประธานครับ ข้อสุดท้ายที่มาหารือนี่ ไม่ได้หมายความว่าจะบังคับท่าน เพียงแต่นําเสนอว่าถ้าลักษณะอย่างนี้เพื่อประโยชน์ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๗๐/๒ ของบ้านเมืองต้องทํางาน ๒ รอบครับ ท่านเสนอมาเราก็ฟังครับ โดยเฉพาะท่านมีความรู้ดีกว่าผม ผมมันจบเอ็มไอที เมด อิน ไทยแลนด์ (MIT Made in Thailand) ท่านยังไปเมืองนอกเมืองนา ผมไม่เคยเรียนเมืองนอกก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ว่า ครม. เขามีมติผมก็ต้องมาทําหน้าที่ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าท่านอภิสิทธิ์มีอะไรที่เป็นประโยชน์เราก็รับฟัง แต่ถ้าหาก เห็นตรงกันถ้าท่านปรารภติดท้ายเสียนิดหนึ่งภาคผนวกดูแล้ว ศึกษาแล้วมันไม่เข้าเกณฑ์ มาตรา ๑๙๐ แล้วเป็นประโยชน์หากรัฐบาลจะทําอะไรต่อไปเมื่อเจรจากันได้เพื่อประโยชน์ ต่อประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รัฐบาลทําไปเถอะ พรรคประชาธิปัตย์ จะเชียร์ ไอ้อย่างนี้ก็คลื่นใหญ่ ย้ําอีกครั้งผมชี้แจงไม่สับสนครับ แต่ว่าธรรมดาครับ ฝ่ายรัฐบาลชี้แจง ฝ่ายค้านก็สับสน เหมือนผมเป็นฝ่ายค้านเวลาท่านชี้แจงอะไรมา ผมก็หูเอียง หูตึง ถ้าอะไรอยากฟังผมใช้หูขวา ถ้าอะไรไม่อยากฟังผมใช้หูซ้าย เพราะผมหูซ้ายดับ เป็นธรรมดาการเมืองก็อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน