รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

เจริญ ภักดีวานิช เสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อมูลนี้ พร้อมหารือเกี่ยวกับการวิจัยและขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการเพิ่มงบประมาณสำหรับการวิจัยและให้เครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช ส.ว. จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมเห็นด้วยกับท่านผู้นําฝ่ายค้านนะครับ ขณะนี้เรื่องนี้มันจบไปแล้ว แต่ทางรัฐบาล ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเผื่อจะได้ดําเนินการต่อ

เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานก็คือกระผม ก็ขอเรียกร้องรัฐบาลได้ดําเนินการต่อ คือคราวที่แล้วก็เสียดาย จู่ ๆ รัฐบาลก็ต่อให้เสียเอง ทั้ง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ท่านประธานครับ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่เราค่อนข้างเสียหายพอสมควร เพราะว่าในต่างประเทศนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยต่างประเทศ ให้ความสนใจทั่วโลก ถ้าท่านประธานติดตามข่าวจะเห็นว่าโครงการนี้นักวิทยาศาสตร์ประมาณ ๒๕๐ คนที่จะได้ร่วมกันวิจัย แล้วมีเรื่องสําคัญที่จะเกิดประโยชน์ แต่ก่อนจะเข้าสู่ตรงนี้ กระผมกราบเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลว่าเรื่องนี้ทําไมมันเกิดขึ้นที่สนามบินอู่ตะเภา ท่านประธานครับ มีนักวิจัยของมหาวิทยาลัยที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แล้วก็มหาวิทยาลัยโอไฮโอ ที่ได้เสนอเมื่อปี ๐๘ ว่าเมฆสีแดงในเอเชียใต้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อปี ๐๘ จนถึงปัจจุบัน ถ้าท่านประธานติดตามข่าวต่อไปจะเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาได้นั้นเพราะว่าอะไร เพราะว่า ทั้งประเทศจีน ทั้งประเทศอินเดีย มีโรงงานอุตสาหกรรมเร่งผลิตการส่งออก มีการเผาป่า ที่ประเทศอินโดนีเซียหรือของเมืองไทยที่ไหนก็ตามมาก การที่เกิดเมฆแบบนี้ขึ้นมาก็นําไปสู่ อากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง นําไปสู่การที่ฝุ่นเป็นละอองขึ้นไปในอากาศค่อนข้างมาก ทีนี้ต่างประเทศเขาก็สนใจ เขาก็สํารวจดูว่าเฉพาะที่สนามบินอู่ตะเภาเป็นที่เหมาะสมมาก เพราะเมฆค่อนข้างชุ่มชื้น แล้วก็ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเมฆที่สนามบินอู่ตะเภานั้นค่อนข้าง ชุ่มชื้นแล้วก็น่าสนใจ ประการสําคัญก็คือว่านักวิทยาศาสตร์ของเราได้มีการติดต่อกับ องค์การนาซ่ามานานพอสมควร มีการวิจัยร่วมกันมานาน เมื่อกี้ผมกราบเรียนว่าเมฆสีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเอเชียใต้นี้ซึ่งเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าทั้งประเทศจีน ทั้งประเทศอินเดียก็ดี หรือทางในเอเชียใต้ เฉพาะเอเชียใต้เกิดจากการเผาป่าทําไร่ก็ดี หรือจากยานพาหนะ ที่มันเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นโครงการนี้ก็นําไปสู่การที่เราได้รู้สภาพองค์ประกอบของเมฆ

ประการสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธาน ภาพถ่าย ดาวเทียมของเราจะมีปัญหาเพราะฝุ่นมันไปบังสีต่าง ๆ ไม่ค่อยชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๗๓/๒ โครงการนี้ได้มีการสํารวจและมีการวิจัยก็จะทําให้ภาพถ่ายดาวเทียมของประเทศไทย ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งกระผมกราบเรียนเป็นประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ก็คือสภาพอุตุนิยมวิทยาเขาบอกว่าทั่วโลกในบริเวณพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจและซับซ้อนมากเกือบที่สุด เพราะฉะนั้นผลการสํารวจก็นําไปสู่การที่จะ ช่วยวางรากฐานในการแก้ปัญหาให้กับทั้งภูมิภาคและทั้งโลก ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรีขอให้ท่านรีบดําเนินการต่อ คิดว่าเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และนักวิทยาศาสตร์ของเราก็จะได้มีโอกาสร่วมวิจัย กระผมกราบเรียนว่า เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้เรียนต่อสภาว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง ไม่กระทบต่อ เศรษฐกิจ กระผมลองตามไปดูก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้ทําหนังสือถึง ครม. ระบุว่าพื้นที่ที่จะทําการบินนั้นมีเกี่ยวข้องอยู่ ๓ ประเทศเท่านั้น ก็คือ ประเทศเวียดนาม ประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณานําเรียนต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้แล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ผมอยากให้ทางรัฐบาลสรุปประเด็นเป็นเรื่อง ๆ เพราะว่าสิ่งที่มันขัดแย้งกัน ก็คือระหว่างในช่วงที่จะทําการวิจัยหรือทําการดําเนินการที่สนามบินอู่ตะเภานั้นสื่อต่าง ๆ จะมีปัญหาเรื่องของความมั่นคง เนื่องจากอะไรครับ ประเทศยักษ์ใหญ่ของเราที่อยู่ใกล้ ๆ คือประเทศจีนจะมีปัญหากับประเทศใกล้เคียงในเรื่องหมู่เกาะ

อันที่ ๒ สื่อต่าง ๆ สังคมต่าง ๆ ค่อนข้างกังวลว่าการสํารวจนี้นอกจาก ภูมิอากาศแล้วอาจจะมีเรื่องของพลังงาน จะมีการสํารวจเรื่องพลังงานซึ่งคนทั่วทั้งประเทศ อาจจะไม่ทราบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองต้องตั้งโจทย์เป็นเรื่อง ๆ ที่จะชี้แจงต่อประชาชน อันแรกท่านก็ชี้แจงว่าเป็นเรื่องความมั่นคงเพราะบินอยู่แค่ ๒-๓ ประเทศ ถ้าตามข่าว ช่วงแรก ๆ ท่านรัฐมนตรีคงจะทราบ มีการลงข่าวว่า ๑๒ ประเทศจะบิน ทั้งๆ ที่ ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ บอกว่ามีอยู่แค่ ๓ ประเทศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๗๔/๑

ประการที่ ๒ ก็คือสิ่งที่เขากังวลกลัวกระทบเศรษฐกิจก็คือกลัวว่าประเทศ ที่เราค้าขายค่อนข้างจํานวนมากก็คือประเทศจีนซึ่งมีกรณีพิพาทอยู่กับประเทศใกล้เคียง โดยต้องการเรื่องของเกาะในทะเลจีนใต้ แล้วก็ประเทศสหรัฐอเมริกาก็แสดงบทบาท ในเวทีโลกหลายครั้งเพื่อต้องการที่จะให้อาเซียนเองได้ช่วยกันปกป้อง เพราะฉะนั้นความเชื่อ และความขัดแย้งตรงนี้ถ้าเผื่อโครงการนี้เกิดขึ้นก็เป็นข้อกังวลส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้น ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จําเป็นจะต้องชี้แจง ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ ประธานบริหารสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศได้ลงนามไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ โน่นว่าจะทําโครงการนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโดยทั่วไปผมลองดูนักวิชาการ ทั้งประเทศ ค่อนข้างเสียดาย เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้กราบเรียนต่อสภาว่า เป็นโครงการที่เสียดาย ๙๐๐ ล้านบาท งบประมาณโดยที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และนอกจากท่านมีนักเรียนโครงการฝนหลวงก็ตามจะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ กระผมขอสรุปในเวลาที่จํากัดต่อท่านประธานครับ

ประการแรก ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเข้ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐

ประการที่ ๒ จากการรับฟังวันนี้ ทั้งสมาชิกรัฐสภา รัฐบาลได้นําประเด็น ที่เป็นข้อกังวลของสมาชิกรัฐสภาได้ชี้แจงผ่านสื่อแล้วก็ชี้แจงต่อประชาชน สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา กังวล กระผมคิดว่าทางรัฐบาลก็คงจะชี้แจงได้

ประการที่ ๓ ผมคิดว่าเรื่องนี้เนื่องจากจะเกิดประโยชน์มหาศาลในเรื่องของ การวิจัย นักวิทยาศาสตร์ของเราไม่ว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรก็ดี สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังก็ดี คิดว่าถ้าเผื่อกระจายไปสู่มหาวิทยาลัยอื่นด้วย ก็จะทําให้นักวิทยาศาสตร์ของเราซึ่งกระจายหลายภูมิภาค ไม่ว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเรามีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนํามากมาย ถ้าเผื่อทางรัฐบาลได้เพิ่มจํานวนขึ้นไปหรือจะเป็นเครือข่ายก็ได้ ก็จะได้นําไปสู่โครงการที่ มีคุณภาพมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประการสุดท้าย ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาล กระผม คิดว่าขณะนี้หลายเรื่อง รัฐบาลต้องถอยกลับ เมื่อกี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็บอก ท่านบอกว่า เนื่องจากกลัว ถ้าเผื่อความกลัวของรัฐบาลนําไปสู่ให้ประชาชนเกิดความรู้สึกกลัวในเรื่องที่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๗๔/๒ ไม่ควรกลัว รัฐบาลเองยังกลัวผมคิดว่าความมั่นใจของนักลงทุนก็ดีหรือของประชาชนก็ดี เรื่องดี ๆ แบบนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต่อไปนี้ต้องเริ่มมีความกล้าหาญซึ่งหลายเรื่องกล้าหาญอยู่แล้ว ผมกราบเรียนว่าซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติแล้วก็ไม่ใช่เฉพาะประเทศเรานะครับ จะเป็นประโยชน์กับสังคมโลกด้วย อย่างไรก็ตามกระผมคิดว่าด้วยความพยายามของรัฐบาล ก็อยากเจรจา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ดีพยายามที่จะทําความเข้าใจ หรือเจรจา กระผมคิดว่ารัฐบาลควรดําเนินการต่อ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ