วรชัย เหมะ อภิปรายว่าร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

วรชัย เหมะ อภิปรายว่าร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการต้องทำประชามติก่อน และชี้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ไม่ถามประชาชนก่อนจึงไม่ชอบธรรม

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านรัฐสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันเป็นประเด็นทางการเมือง มานานพอสมควรครับ ประเด็นรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประเด็นที่รัฐสภาของเราได้สร้างกันมา ทํากันมา เขียนกันมา จนถึงวาระที่สาม แล้วก็มีการอภิปรายทั้งสมาชิกฝ่ายค้าน แล้วก็รัฐบาล แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สําคัญมากที่สุดประเด็นหนึ่ง แล้วก็เป็นเรื่องประเด็นสําคัญของบ้านเมืองครับ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ เป็นแม่บทของกฎหมายเพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริงครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๙/๑ การร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้นผลที่สุดมีผู้ยื่นคัดค้าน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาแล้ว แล้วก็เป็นประเด็นต่อไปครับ ท่านประธานครับ ศาลบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นมีการทําประชามติจากประชาชน แล้วก็องค์กรที่เป็น องค์กรสูงสุดนั้นจะต้องถามประชาชนก่อน ประเด็นนี้นั้นเราจะเห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นท่านไม่ได้ถามประชาชนก่อนว่าจะเอาหรือไม่ และในวันนั้นเราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญได้ร่างเสร็จแล้วจึงมีการทําประชามติ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชน เวลาฉีกรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกประชาชนเลยว่าจะฉีกรัฐธรรมนูญแล้ว ฉีกเสร็จตั้ง สนช. ขึ้นมา แล้วก็ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ถามประชาชนก่อนว่าจะเอาอย่างไร จะเอาแบบไหน แต่ทําเสร็จให้มีการทําประชามติ ๑๔ ล้านเสียง ผมได้เคยอภิปรายเรื่องนี้มาหลายรอบ หลายครั้ง ๑๔ ล้านเสียงในการทํา ประชามตินั้น ผมเคยยืนยันครับว่าการทําประชามติท่ามกลางกฎอัยการศึกซึ่งมันไม่ใช่ เหตุการณ์ปกติครับ ในวันนั้นเราจะเห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทําประชามติในการรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนไม่มีทางเลือกครับ เป็นการบังคับทางอ้อมและทางตรง บังคับทางตรงก็คือ การบอกให้พี่น้องประชาชนรับไปก่อนแล้วก็แก้ได้ทีหลัง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ทําประชามติก่อนว่าจะให้ มีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญพูดบ่งชี้ชัดว่าถ้าจะตั้งองค์กร รัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อที่จะร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องถามประชาชนก่อนครับ นี่คือความ แตกต่างครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันมาเป็นประเด็นว่าให้มีการทําประชามติ การทําประชามตินั้นต้องใช้เสียงเกินครึ่งของผู้มีสิทธิใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง เราจะเห็นว่าทุกครั้งคะแนนที่กระจายทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ความรู้สึกของประชาชนนั้น มันต่างกัน มันหลากหลาย แต่เสียงส่วนมากในผู้มีสิทธิใช้เสียงนั้นอย่างมาก ๑๙ ล้านเสียง เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งสําคัญว่าถ้าการทําประชามตินั้นจะผ่านหรือไม่มันยากลําบากครับ ครึ่งหนึ่งครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือข้อจํากัดในการที่จะทําประชามติก่อนว่าเราจะเอา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมานั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าให้ทําประชามติแล้วก็เอาเสียงข้างมากว่าจะเอากันอย่างไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๙/๒ ประเทศไทยในวันนี้อย่างนี้โอเค (OK) ผมรับได้ครับ แต่บทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เอง ซึ่งมีลักษณะที่หลายมาตราบ่งบอกถึงการกีดกัน กีดกั้นอํานาจของประชาชนให้มีการทํา รัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา นี่คืออุปสรรคที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้มันยากแสนยากจริง ๆ ว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนที่แท้จริงนั้น โดยประชาชนนั้น โดยติดกับดักของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น ส.ว. แล้วก็ ส.ส. ที่รักประชาธิปไตย มีความคิด ที่ต้องการรัฐธรรมนูญของประชาชน แล้วก็ต้องการทํารัฐธรรมนูญนั้นมันติดกับดักอันนี้อยู่ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๒๐/๑ เพราะฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ผมว่าไม่ยุติธรรมสําหรับคนไทย ทั้งประเทศ แล้วก็ผมว่าลําเอียงครับ เพราะว่าตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านดูครับ ไม่ได้ถามประชาชนก่อน แต่ว่าพอรัฐสภาซึ่งพวกเราหาเสียงบอกว่าเราเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนแล้วจะมาทํารัฐธรรมนูญใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ออกมาอย่างนี้ เป็นการขัดขวางการทํางานของสมาชิกรัฐสภาหรือเปล่า ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญนั้น มาตามองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหา นี่คืออุปสรรค เราจะต้อง เอาความเป็นจริงมาพูดกันครับ ทั้งฝ่ายค้าน ทั้งท่าน ส.ว. ทั้งสมาชิกของรัฐบาล วันนี้เราต้อง คิดว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้ง กับดักของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยเฉพาะ องค์กรอิสระนั้นมีอํานาจล้นฟ้าครับ ชี้เป็นชี้ตายของประเทศได้หมด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น องค์กรอิสระนั้นผมว่าจําเป็นแต่ต้องมาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วันนี้เราเห็นว่าองค์กรอิสระ ลุกขึ้นมาค้านทุกเรื่อง ในเรื่องที่พี่น้องประชาชนต้องการ ในเรื่องที่รัฐบาลทํา ในเรื่องที่สมาชิก ของฝ่ายซีกรัฐบาลเสนอขึ้นไปมีการค้านทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญก็ดี เรื่องของเขาพระวิหารก็ดี เรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศก็ดี หลายเรื่องที่องค์กรเหล่านี้ ขึ้นมาคัดค้าน เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องมาคุยกันว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจในการที่จะมา ก้าวก่ายรัฐสภาหรือเปล่า ๓ อํานาจต้องแยกให้ชัด อํานาจตุลาการ อํานาจบริหาร อํานาจ นิติบัญญัติ ต้องแยกเดิน ให้เกียรติแล้วก็มีศักดิ์ศรีเพราะว่าเรานั้นเป็นตัวแทนของประชาชน สมาชิกรัฐสภาเป็นตัวแทนของประชาชน เราทําตามความต้องการของประชาชนครับ เราไปหาเสียงพี่น้องประชาชนบอกว่าให้เรามาแก้รัฐธรรมนูญจึงเลือกพรรคเพื่อไทย ได้เสียงข้างมากในสภา นี่คือความต้องการของประชาชน แล้วคนอื่นเขาบอกว่าเราจะไม่แก้ แล้วก็แพ้การเลือกตั้ง นี่คือความรู้สึกของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ท่านยื่น แล้วก็ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างนี้ ผมว่าเราควรจะมาพิจารณากันใหม่ แล้วเราต้อง เริ่มต้นในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ เราไม่มีการแก้ไข เราไม่มีการทํา อะไรเลยนั้น พี่น้องประชาชนเขาถามผมแล้วครับว่ารัฐธรรมนูญมาถึงวาระที่สาม ทําไมไม่ลงมติเสียที ทําไมไม่โหวตเสียที หรือว่าเราจะทําอะไรต้องรีบทําครับ เพราะอํานาจสูงสุด พี่น้องประชาชนมอบให้เรามาแล้ว แต่ติดกับดักอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็องค์กรอิสระ ทั้งหลาย ผมก็ขอร้องเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านครับ เห็นแก่ประเทศชาติ เห็นแก่ประชาชน ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อทําให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ วันนี้ความขัดแย้งของประเทศ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๒๐/๒ มันมีมายาวนานแล้วก็ฝังรากลึกมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละครับ ท่านเห็นครับ รอบประเทศบ้านเราวันนี้เขาสงบ เขาพัฒนาประเทศไปได้อย่างสวยงาม เราจะเห็น หลายประเทศ เพราะฉะนั้นกับดักของประเทศไทยในวันนี้ต้องปลดล็อกอย่าให้มีอยู่อีก ดํารงอยู่อีกเลยในประเทศไทยครับ วันนี้ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว ประเทศพม่า เขามีการพัฒนาประชาธิปไตย เขามีรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมั่นคง เขาก็ทํางานกันได้ แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ท่านเห็นครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นเป็น รัฐธรรมนูญของประชาชน แก้ปัญหาให้ประเทศชาติได้ ประเทศมีความสุข ประชาชน มีความสุข ทั่วโลกเขาสรรเสริญประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยมีกับดักของ ประเทศอยู่ที่รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เราต้องแก้ครับ แล้วก็องค์กรอิสระวันนี้ เราเห็นชัดว่าองค์กรอิสระที่มาถึงจะมาจากรัฐธรรมนูญนี้ มาจากพื้นฐานของการยึดอํานาจนี้ ถ้าท่านเป็นคนที่มีใจเป็นธรรม ท่านเป็นคนที่รักความถูกต้อง ท่านทําตัวให้มันถูกต้องแล้วก็ ให้ความยุติธรรม ผมว่าไม่มีปัญหา แต่นี่ไม่ใช่ครับ เอนเอียงไปข้างหนึ่งหมด เอนเอียงไป ข้างที่ตั้งท่านมา สร้างองค์กรท่านมา เพราะฉะนั้นวันนี้มีอย่างเดียวต้องเดินหน้าต่อไป แล้วก็ต้องทําตามเสียงของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นเรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญ เราเป็นองค์กรของรัฐสภาครับ เป็นองค์กรของประชาชนครับ เราต้อง เดินหน้าต่อครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๑/๑