ธนา ชีรวินิจ โต้แย้งว่า ประธานรัฐสภาไม่ควรเหมารวมว่าเสียงข้างมากหมายความว่าประชาชนเห็นด้วยทุกประการ และไม่ควรละเลยเสียงข้างน้อย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ที่ประชุมรัฐสภาได้มี ระเบียบวาระการประชุมเรื่องที่เป็นการรับทราบรายงานของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ คําวินิจฉัยกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ได้มีเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปราย ๒-๓ ท่าน ซึ่งผมได้รับฟังแล้วไม่สบายใจเลยครับท่านประธาน ที่การอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกนั้นมีลักษณะของคําอภิปรายที่ผมเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกับ พี่น้องประชาชน แล้วจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ผมกราบเรียนในช่วงต้นก็คือลักษณะของคําอภิปราย ที่ท่านได้พยายามเน้นอยู่หลายครั้งว่าท่านเป็นเสียงข้างมาก ท่านมีสิทธิที่จะทําในทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะท่านได้รับฉันทามติมาจากพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะพูด ในประเด็นนี้ก่อน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยแน่นอนครับเราไม่สามารถ ให้พี่น้องประชาชนคน ๗๐ ล้านคนทั้งประเทศมาบริหารประเทศได้ เราจึงต้องมีระบบตัวแทน คือการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้เข้ามาทําหน้าที่นั้น ไม่ได้หมายความว่าท่านเอาอํานาจของปวงชนชาวไทยทั้งหมดมาอยู่ที่ท่าน ท่านมีลักษณะ เป็นตัวแทนเท่านั้น การที่ท่านจะเหมารวมว่าเมื่อท่านมีเสียงข้างมากแล้วท่านคือเสียงของ คนไทยทั้งประเทศ ผมว่าท่านใช้ดุลยพินิจในเรื่องนี้ผิดพลาดอย่างร้ายแรง และการที่ท่าน พยายามพูดว่าเสียงข้างมากนั้นทําอะไรก็เป็นเรื่องถูกต้อง ยิ่งน่าอันตรายอย่างยิ่ง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยเราเคารพเสียงข้างมากก็จริง แต่เราก็พูดเสมอว่าเราต้อง ไม่ละเลยเสียงข้างน้อย เพราะเมื่อไรก็ตามที่เสียงข้างมากลุกขึ้นมาบริหารประเทศ แล้วไม่คํานึงถึงความถูกต้องไม่ว่าจะเป็นหลักนิติรัฐ นิติธรรม หรือไม่ฟังเสียงข้างน้อย นั่นกําลังจะเข้าสู่ระบบวงจรอุบาทว์ที่เลวร้ายกว่าการปกครองในระบบคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ําไป เพราะท่านกําลังอ้างอํานาจของพี่น้องปวงชนชาวไทยมาเป็นเครื่องขับเคลื่อนในการเดินหน้า ผมยกตัวอย่างในประเด็นแรกเพื่อที่จะสะท้อนว่าการที่ท่านมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เป็นเครื่องการันตี (Guarantee) ว่าท่านสามารถทําทุกสิ่งทุกอย่างและสิ่งที่ท่านทํานั้น จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๑/๒ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้ง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าท่านจะปฏิบัติหน้าที่ของท่านอย่างไรก็ตาม ท่านต้องปฏิบัติ ให้เป็นไปตามกฎหมาย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าท่านกําลังพูดว่าเมื่อประชาชน เลือกท่านมาเป็นเสียงข้างมาก ท่านบอกว่าวันที่เลือกท่านมานั้นท่านชูประเด็นเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนจึงเลือกท่านเข้ามาเป็นเสียงข้างมาก ผมคิดว่า ท่านเหมารวมมากเกินไป ถ้าการเลือกตั้งที่ผ่านมาท่านชูนโยบายเดียวเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญแล้วท่านได้เสียงข้างมาก ผมยังที่จะมีความคิดคล้อยตามกับท่าน แต่การเลือกตั้งนั้น ท่านมีนโยบายหลายเรื่องที่ไปบอกพี่น้องประชาชนว่าท่านจะทําให้กับเขา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๒๒/๑ และท้ายที่สุดไม่ว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกท่านมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม ด้วยนโยบาย ที่ท่านเสนอก็ตาม ท่านไม่มีสิทธิเหมารวมว่าทุกคนที่เลือกท่านเลือกเพราะต้องการให้ท่านมา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าท่านมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนเลือกท่านมา เพื่อให้ท่านมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกท่านมาตามนโยบายที่ท่านได้แจ้งกับพี่น้องประชาชน ตอนเลือกตั้งผมจําได้ว่าท่านบอกพี่น้องประชาชนว่าเลือกพรรคท่านมาท่านจะทําประชามติ ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วท่านก็จะทําประชามติ อีกครั้งหนึ่ง ทําไมท่านไม่ทําอย่างที่ท่านบอกพี่น้องประชาชนล่ะครับ ทําไมท่านถึงมาพูดว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากความเห็นชอบของประชามติของพี่น้องประชาชน การจะแก้ไขก็ต้องกลับไปสู่ การขอความเห็นชอบประชามติเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นหลักทั่วไปของกฎหมายครับ ท่านประธาน ลักษณะของอํานาจมาอย่างไร จะแก้ไขก็ต้องมาด้วยลักษณะเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านก็ไม่ทําอย่างที่ท่านรับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ว่าถ้าท่านจะแก้ รัฐธรรมนูญท่านจะขอประชามติก่อน แต่วันนี้ท่านเลือกใช้ถ้อยคํา ท่านเลือกใช้วลีแล้วสร้าง ความไม่สบายใจให้เกิดขึ้นในสังคม ท่านบอกองค์กรอิสระวันนี้ทําหน้าที่แล้วก็ขัดขวาง การดําเนินการของท่านในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านพูดเอาแต่ได้ ท่านบอกขัดท่านทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพิจารณาการดําเนินการของรัฐบาลในยุคที่แล้วเรื่องเขาพระวิหาร ท่านพูดถึงเรื่องการดําเนินการเรื่องของการตีความกฎหมายหลายอย่างว่าเป็นการขัดขวาง รัฐบาลของท่าน แต่สิ่งไหนที่ท่านได้ประโยชน์ทําไมท่านไม่หยิบยกขึ้นมาพูดบ้างล่ะครับว่า องค์กรอิสระหรือศาลที่ท่านพยายามให้คนอื่นมองเห็นว่าพยายามที่จะขัดขวางการทํางาน ของท่านนั้นในหลายประเด็นส่งเสริมและให้อํานาจรัฐบาลทํางานอย่างเต็มที่ ทําไมไม่พูดล่ะครับ พ.ร.ก. เงินกู้ที่มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปกู้เงินได้ ตีความว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญตีความเห็นด้วยกับฝ่ายบริหาร และยังพาดพิงไปด้วยว่า เป็นความจําเป็นที่ฝ่ายบริหารจะสามารถใช้งบประมาณเพื่อมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งขัดกับความรู้สึกของนักกฎหมายทั่ว ๆ ไปว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคําวินิจฉัยอย่างนี้มันสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะไม่สามารถรักษาวินัยทางการเงิน การคลังของ ประเทศได้อีกต่อไป วันข้างหน้าถ้าเรามีรัฐบาลที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่อยากให้มี การตรวจสอบในรัฐสภาก็อาศัยออก พ.ร.ก. เงินกู้แล้วก็นําเงินงบประมาณมาใช้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๒๒/๒ จะเรียกตรวจสอบอย่างไร ท่านก็ไม่เอารายละเอียดมาให้สมาชิกรัฐสภาตรวจสอบ ทําไม ท่านไม่พูดล่ะครับ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยเป็นคุณกับท่านท่านไม่พูด แต่ว่าคนที่เขาฟัง พี่น้องประชาชนที่เขารับฟังคําอภิปรายของท่านเขาก็จะมีความรู้สึกเกลียดชัง หรือมี ความรู้สึกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลที่เป็นคนของท่าน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านครับว่าในการทําหน้าที่รัฐสภาแห่งนี้ท่านต้องเอาความจริงมาพูด ความจริงบางครั้งอาจจะถูกใจท่าน ไม่ถูกใจท่าน แต่เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้อง และรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าเลวน้อยที่สุด ระบบนี้มีการตรวจสอบ เพื่อให้คนที่ทําหน้าที่ได้มีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่วันนี้ท่านพยายาม ที่จะชี้ให้เห็นว่าเมื่อท่านมีเสียงข้างมากแล้วท่านทําอะไรก็ได้ ผมได้ลุกขึ้นอภิปรายกับ ท่านประธานสภาหลายครั้งครับว่าเสียงข้างมากไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องเสมอไป เมื่อไรก็ตาม ที่เสียงข้างมากไม่คํานึงถึงความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักนิติรัฐ นิติธรรม วันนั้นมันเลวร้าย ยิ่งกว่าการปกครองในระบอบอื่นใดครับ เพราะวันนั้นท่านอ้างประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาอภิปรายใช้คําว่า ติดกับดัก รัฐบาลของท่าน ติดกับดัก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระต่าง ๆ ติดกับดักตรงไหนล่ะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๓/๑ วันนี้ท่านบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มที่ ท่านมีเสียงข้างมาก คนเป็นผู้บริหารไม่ต้องมา ทําหน้าที่ชี้แจงสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาด้วยซ้ําไป ก็ไม่มีใครทําอะไรท่านได้ พวกเรา เสียงข้างน้อย เสียงฝ่ายค้านพยายามที่จะหยิบยกชี้แจงความถูกต้อง หลักการในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ท่านไม่ฟัง แล้ววันนี้อะไรก็ตามที่ท่านรู้สึกว่าท่านถูกขัดแย้ง ท่านถูกวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของท่าน ท่านก็เรียกร้องว่านี่คือความไม่ยุติธรรม กับท่าน ถ้าท่านเอาตัวของท่านเป็นที่ตั้ง บ้านเมืองจะเดินอย่างไร วันที่รัฐธรรมนูญเข้าสู่ การแก้ไขของรัฐสภา ผมได้เรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจเลือกข้างประชาชน ท่านเลือกคนที่เห็นด้วยกับท่าน ผมจะไม่พูดว่ามีจํานวนเท่าไร แต่ในขณะเดียวกัน ท่านยอมรับไหมว่ามีประชาชนจํานวนมากที่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของท่าน แต่ท่านเลือกที่จะผลักประชาชนส่วนนี้ออกจากความร่วมมือที่รัฐบาลพึงจะได้รับ ท่านไม่สนว่าประชาชนส่วนนี้จะคิดอย่างไร จะมีความรู้สึกอย่างไร ท่านเดินหน้า ผมถึงบอกว่า รัฐบาลไม่ควรที่จะมีสิทธิเลือกข้างประชาชน แต่ต้องทําอย่างไรที่จะดึงความร่วมมือจาก ภาคประชาชนทั้งหมดมาสู่กระบวนการของการทํางานเพื่อประชาชนร่วมกันเพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านตัดสินใจที่จะเลือกข้าง ผลักประชาชนออกไป อีกด้านหนึ่งของสังคม แน่นอนประชาชนซึ่งเขาเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยของประเทศ ที่ท่านพยายามจะเหมารวมว่าท่านได้รับอํานาจนั้นมาแล้ว เขาถึงต้องแสดงออกให้ท่านได้รับรู้ ว่าท่านไม่ใช่อํานาจอธิปไตยที่แท้จริงของปวงชนชาวไทย ท่านเป็นเพียงแค่ตัวแทน ที่เข้ามาทําหน้าที่เท่านั้น และท่านทําหน้าที่ต้องนึกถึงว่าคนที่เป็นเจ้าของอํานาจที่แท้จริง รู้สึกอย่างไร คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือคําพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ปรากฏ ต่อมือสมาชิกในขณะนี้ ผมเชื่อว่าถ้าท่านอ่านคําวินิจฉัยด้วยใจเป็นธรรม ท่านรู้ดีว่าคําวินิจฉัย ของศาลนั้นได้มีเจตนารมณ์ที่ดีที่จะเปิดทางให้ท่านสามารถที่จะดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือสามารถที่จะดําเนินการบริหารประเทศด้วยความราบรื่น แต่ท่านต้องดําเนินการ อยู่บนหลักนิติรัฐและนิติธรรม ถ้าวันนี้สมาชิกรัฐสภาไม่เคารพกฎหมายเสียแล้ว ท่านจะไป เรียกร้องใครให้เคารพกฎหมายล่ะครับ กฎหมายที่มีอยู่คนไทยทุกคนอยู่ภายใต้บทบัญญัติ ของกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าคนนั้นจะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ หรือแม้กระทั่งคนยากคนจน พี่น้องเกษตรกร ที่อยู่ต่างจังหวัด ทําไมท่านเน้นล่ะครับว่าเมื่อท่านมาเป็น ส.ส. แล้วท่านทําอะไรไม่ผิด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๓/๒ แต่พี่น้องประชาชนทําอะไรต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นบ้านเมืองจะเดินอย่างไร เราเป็นคนออกกฎหมาย แต่เราไม่เคารพกฎหมายเสียเอง แล้วเราจะหวังพึ่งหรืออยากที่จะเห็น คนในสังคมเคารพกฎหมายได้อย่างไร เรายอมรับตรงกันว่าเรามาจากรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับ ท่านจะแก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร เป็นสิทธิของท่าน แต่ท่านต้องใช้กระบวนการที่ถูกต้องได้รับการยอมรับ และเป็นหลักกฎหมายที่ทุกคนในสังคมนี้ยึดถือปฏิบัติ การที่ท่านมาวันนี้แล้วท่านเห็นว่า ต้องรีบทํา ท่านจะรีบไปไหนครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรายอมรับแล้วว่ากฎหมายทั่วไปปกติมันก็แก้ไขกันไม่ได้ง่าย กฎหมาย ที่ออกมาบางฉบับกว่าจะแก้ไขได้ใช้เวลา ๔๐-๕๐ ปี ต้องพูดคุยพูดจาว่ามีผลกระทบ มีความเสียหายอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญซึ่งท่านใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ ท่านจะแก้ไขเพียง ๒๐๐ กว่าวัน ใครมาขัดขวางท่านก็ไม่ได้ ใครมาโต้แย้งท่านก็บอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ใครลุกขึ้นมาพูดจาอภิปรายทําหน้าที่ ท่านก็บอกมาทําให้เกิด ความล่าช้า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๒๔/๑ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเราถึงต้องกลับมามองตัวเองกันก่อนว่าเราได้ ทําหน้าที่ของเราถูกต้องหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความไม่สบายใจจริง ๆ ความจริงศาลรัฐธรรมนูญเราก็ต้องยอมรับ บทบัญญัติเขียนไว้ชัด ไม่ได้เขียนเฉพาะปี ๒๕๕๐ ที่ท่านพยายามที่จะโยงว่ามันเป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการรัฐประหาร แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ไปเอารัฐธรรมนูญฉบับอื่นเขียนลอกตามกันมาทั้งหมด แต่เวลาท่านพูด ท่านได้ประโยชน์ท่านก็มักจะอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ มีตรงไหนครับที่ให้อํานาจ ท่านทําอะไรก็ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนบ้างท่านบอกผมมาสิครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ท่านบอกว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดเขาก็เขียนครับ คําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นศาล รัฐสภา หรือองค์กรอื่นใด มีไหมครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขาก็เขียนไว้ แต่พอวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในสิ่งที่ท่าน ไม่ต้องการ ไม่ตรงใจท่าน ท่านก็หยิบยกขึ้นมาว่าคําวินิจฉัยนั้นจะเป็นการก้าวล่วงอํานาจรัฐสภา ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมีสิครับ ไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีฝ่ายบริหาร มีรัฐสภาอย่างเดียว เพราะว่าต่อไปนี้ใครก็ไม่สามารถก้าวล่วงอํานาจรัฐสภาได้ มีกี่ครั้งครับในสังคมไทยที่รัฐสภา ทําในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ถูกต้อง มีบ่อยครั้งเลยครับ เพราะฉะนั้นถึงต้องมีอํานาจถ่วงดุลครับ เขาเรียกว่าอํานาจถ่วงดุล แต่เขาไม่ได้เรียกว่าก้าวล่วง ท่านมีอํานาจในการออกกฎหมาย กฎหมายที่ท่านเห็นว่าไม่ถูกต้องท่านก็ออกไป แต่ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการ และวิธีการก่อน เมื่อไรที่ท่านทําผิดคนที่มีหน้าที่ในการวินิจฉัยพิพากษาเขาก็มีสิทธิตัดสิน เพราะฉะนั้นท่านจะบอกว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นการวินิจฉัยที่ก้าวล่วงอํานาจรัฐสภา ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้อํานาจรัฐสภาก็ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ ท่านสามารถกําหนด สามารถ ที่จะไปพิจารณาเป็นตุลาการเสียเอง อย่างนั้นที่ท่านต้องการใช่หรือไม่ ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวันนั้นผมเข้าใจดีครับว่าท่านก็ไชโยโห่ร้อง เมื่อท่านฟังคําวินิจฉัยของศาลเสร็จสิ้น คนไทยทั้งประเทศมีความรู้สึกตรงกันว่าศาลได้ชี้อะไร ให้กับสังคมไทย ได้ตัดสินอะไรท่านทราบดี แต่พอเมื่อท่านกลับมาพิจารณาภายหลังท่านเห็นว่า ท่านจะเสียสิทธิในบางเรื่อง ท่านถึงต้องตั้งแง่ตั้งมุม ตั้งคณะกรรมการ ตั้งคนขึ้นมาวินิจฉัย เพื่อจะเอาคําวินิจฉัยของศาลนั้นมาเป็นลักษณะความเห็นที่ท่านต้องการถึงขนาดจะเอาเข้าสภา ไม่ฟังคําวินิจฉัยของศาล โหวตวาระที่สามกันไปเลย ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าการที่ท่านไปหยิบยกคําวินิจฉัยของศาลในเรื่องที่เขาวินิจฉัยว่ายังไม่เป็น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๒๔/๒ การล้มล้างรัฐธรรมนูญ แล้วท่านมาเหมารวมว่าศาลให้ท่านได้ดําเนินการต่อไปนั้น ท่านต้องดู คําวินิจฉัย เวลาศาลเขาวินิจฉัยประเด็นหรือชี้ขาดในเรื่องอะไรเขาจะเขียนเรื่องนั้นไว้ เป็นเรื่อง เป็นเรื่อง เรื่องนี้ผู้ร้องขอให้ศาลดําเนินการกับท่านในฐานะล้มล้างรัฐธรรมนูญ ศาลบอกว่ายังไม่เห็นเหตุการณ์ไปถึงชั้นนั้น จึงพิพากษาให้ยกคําร้องในส่วนนี้ แต่ท่านไม่ดูนี่ครับ ในประเด็นที่ ๒ ที่เขาเขียนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ ว่าสามารถ แก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ ท่านต้องไปอ่าน ท่านต้องไปอ่าน และท่านจะมีความเข้าใจ เวลาท่านอ่านท่านปล่อยวางความคิดของท่าน ท่านมองสิครับว่า ประเทศนี้กําลังจะได้อะไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๒๕/๑ ท่านอย่ามองว่าประเทศนี้ท่านต้องการอะไร แล้วท่านอ่านด้วยใจเป็นธรรมท่านจะรู้ว่าศาล เขียนคําวินิจฉัยที่มีมารยาทที่สุด ไม่อยากให้รัฐสภามีความรู้สึก แต่เขียนแนวทางและเขียน วิธีการให้ท่านชัดเจน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรามีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอาญา ที่จะวินิจฉัยพิพากษาลงโทษคนที่กระทําความผิด วันที่ท่านจะยกเลิกกฎหมายอาญาท่านก็ต้อง ออกเป็น พ.ร.บ. หรือสิ่งที่กฎหมายเรียกว่ามีลักษณะของศักดิ์และศรีเท่าเทียมกัน ท่านมีพระราชบัญญัติ กรุงเทพมหานครมีข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานครจะออกข้อบัญญัติ มาลบล้างพระราชบัญญัติไม่ได้ เพราะศักดิ์ของกฎหมายมันต่างกัน อันนี้เหมือนกันครับ เขาบอกท่านว่ารัฐธรรมนูญมีที่มาอย่างไร เมื่อจะแก้ก็ต้องมีที่มาเดียวกัน นี่คือหลักทั่วไปของ กฎหมายครับท่านประธาน เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มาจากการทําประชามติ ท่านจะพูดอย่างไรก็ได้ครับว่าวันนั้นมีปากกระบอกปืน มีอะไร ท่านพูดได้ เพราะท่านพูด ในสิ่งที่ท่านเชื่อและท่านต้องการ แต่ถ้าท่านเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศต้องการ รัฐธรรมนูญจริง ๆ ทําประชามติอย่างที่ท่านบอกตอนหาเสียงสิครับ ทําไมวันนี้มาพูดล่ะครับว่า ทําไปก็จะไม่สําเร็จ ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศต้องการ ท่านกลัวอะไรครับ ถ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เห็นพ้องต้องกันของคนทั้งประเทศว่าต้องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าอย่างไรคนก็จะออกมาแสดงประชามติว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหมือนท่าน แต่วันนี้ท่านกลับมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันจะไม่สามารถแก้ไขโดยการทํา ประชามติได้ แสดงว่าท่านก็มีความคิดหรือท่านก็เชื่อเหมือนกันว่ามีคนจํานวนมากและ อาจจะมากกว่าและเป็นเสียงข้างมากที่เขาไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ ท่านถึงลืมสิ่งที่ท่านเคยเสนอและหยิบยกขึ้นมา ถ้าท่านมีเจตนาสุจริตจริง ๆ และถ้าทํา เพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และท่านต้องการให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทั้งประเทศทําประชามติ ท่านจะได้รู้ว่าเขาคิดอะไร เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าคําอภิปรายของพี่น้องสมาชิกรัฐสภาทุกคน เราก็มีศักดิ์ศรี ในการทําหน้าที่ของเรา แต่สิ่งหนึ่งก็คือเราต้องเคารพและให้เกียรติสถาบันและองค์กรอื่น ที่เขาเกิดขึ้นจากกฎหมายรัฐธรรมนูญเหมือนกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เกิดขึ้นจากบทบัญญัติสูงสุดของกฎหมายคือรัฐธรรมนูญ องค์กรยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เกิดจากกฎหมายที่มีศักดิ์มีสถานะเท่ากับเรา และเขาก็ยังได้เขียนถึงอํานาจหน้าที่และ ความผูกพันต่อที่ประชุมรัฐสภานี้เหมือนกับเรา ทําไมล่ะครับท่าน เมื่อเขาทําหน้าที่ของเขา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๒๕/๒ วันนี้ตั้งแต่ท่านเข้ามาแนวความคิดในการที่จะล้มล้างองค์กรอิสระถึงเกิดขึ้นจาก ปากคําอภิปรายของท่านหรือของพรรครัฐบาลตลอดมาเพราะอะไรครับ เพราะวันนี้ ท่านอยากทํางานโดยที่ท่านไม่ฟังเสียงทักท้วง ท้วงติง แล้วท่านจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่า สิ่งที่ท่านทําและท่านคิดเป็นสิ่งเดียวกับที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศคิด ผมจะไม่ อภิปรายในส่วนนี้มากครับท่านประธาน เพราะผมเชื่อว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้เขียนชัดแจ้ง ได้เขียนประเด็นอย่างถูกต้องครบถ้วน สภาแห่งนี้เราก็รับทราบว่าศาลได้มี คําวินิจฉัยอย่างไร การที่ท่านจะมีความเห็นต่างหรือไม่ อย่างไร ผมเคารพ แต่ต้องขอให้ท่าน ระมัดระวังในการที่จะแสดงความคิดเห็นที่จะทําให้เกิดความไม่เข้าใจ ความสับสนในหมู่ พี่น้องประชาชน ก่อให้เกิดความแตกแยกในความคิดต่อองค์กรอิสระอื่น ๆ ซึ่งมันไม่เกิดผลดี กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมันไม่เกิดผลดีกับการบริหารประเทศ กับการบริหารชาติบ้านเมือง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒๖/๑ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เมื่อรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องของคําวินิจฉัยได้ออกมา ผมก็ขอใช้เวทีนี้ที่จะพูดสะกิดให้ท่านได้มีความรู้สึก ที่จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่จะต้องทําให้เกิดความปรองดอง ความเข้าใจ แล้วก็การร่วมมือกันในการที่จะเดินหน้า และอย่าเหมาครับว่าเมื่อท่านเป็น ส.ส. แล้วท่านคือพี่น้องประชาชนทั้ง ๗๐ ล้านคน ไม่ใช่ครับ ท่านก็คือคนที่จะมาทําหน้าที่แทนเขา ท่านอย่าเหมาว่าสิ่งที่ท่านคิดคือพี่น้องประชาชนคิดทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้เลือก ส.ส. มา เสร็จแล้วท่านก็มีอํานาจเบ็ดเสร็จของท่านเองทุกอย่าง เป็นผู้ที่จะ วินิจฉัยชี้ขาดพิพากษาใครก็ได้ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่า การอภิปรายต่อไปผมก็อยากให้ท่านประธานได้พิจารณาในกรณีที่มีคําอภิปรายที่ไปพาดพิง องค์กรอื่น ๆ ก็ขอให้ท่านประธานในฐานะประธานได้มีโอกาสตักเตือนเพื่อที่จะให้ การประชุมได้เดินหน้าต่อไป กราบขอบพระคุณครับ