สุริยา ปันจอร์ หารือเรื่องการเข้าข่ายขององค์การนาซ่าที่จะเข้ามาทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเมฆหมอก และผลกระทบของความมั่นคง จากการที่ประเทศไทยจับมือประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมเรียกร้องการความร่วมมือและความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบและความมั่นคงของประเทศ
ท่านประธานรัฐสภาและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขอร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่ององค์การนาซ่าที่จะเข้ามาทําวิจัยเกี่ยวกับ เรื่องเมฆหมอกซึ่งหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายกันอย่างยาวเหยียดและยืดนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๑๑/๑ กระผมเห็นว่าเวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควร แล้วเรื่องหรือประเด็นที่รัฐบาลมีความตั้งใจนั้น เป็นคําถามสั้น ๆ ว่าสรุปแล้วการไปทําข้อผูกพันกับต่างประเทศที่เรากําลังพูดถึงนี่เข้าข่าย ตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ถ้าเข้าข่ายรัฐบาลก็จะได้ดําเนินการตามกระบวนการต่อไป แต่ถ้าไม่เข้าข่าย มีสมาชิกบางท่านได้สอบถามเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาว่าถ้าไม่เข้าข่าย รัฐบาล จะดําเนินการต่อไปอย่างไร แล้วก็มีคําถามที่ผมจําได้ก็คือว่าอันนี้โครงการใหม่หรือเก่า ท่านรัฐมนตรีก็ให้เกียรติได้ตอบว่าเป็นโครงการเก่าแต่จะมาปัดฝุ่นเพื่อจะมาดําเนินการต่อไป หลังจากที่ได้ไปสอบถามสืบเสาะแล้วปรากฏว่าทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยินดี อันนั้นก็เป็น อีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ ๆ วันนี้รัฐบาลน่าจะได้คําตอบ ผมใคร่ขอเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่า วันนี้ถ้าสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมใจ ได้ร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการที่จะสร้างสรรค์ข้อมูลเพื่อป้อนให้กับรัฐบาลเพื่อรัฐบาลจะได้ทํางานให้ถูกต้องถูกทาง ผมว่าน่าจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง วันนี้เราไม่มีอะไรที่จะมาซักถามเพื่อนั่นเพื่อนี่กัน แต่ถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะหาคําตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ในสิ่งที่รัฐบาลต้องการ ถ้าเราทําได้อย่างนี้ รัฐบาลจะได้คําตอบอย่างแน่นอน ถึงกระนั้นในระยะเวลาอันสั้น ๆ จริง ๆ แล้วผมตั้งใจที่จะ เรียนถามดังต่อไปนี้ แต่บัดนี้คําถามเหล่านี้ท่านรัฐมนตรีก็ให้เกียรติตอบไปแล้ว สิ่งที่ผมคาใจ มีอยู่ ๖-๗ ประการด้วยกัน
ประการแรก รัฐบาลมีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วโลกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาคือใคร เรามีความมั่นใจในความจริงใจของ ประเทศสหรัฐอเมริกามากน้อยแค่ไหน นี่ประเด็นที่ ๑ บังเอิญท่านรัฐมนตรีตอบแล้วก็ผ่าน
ต่อไปผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง อันนี้ก็ยังคาใจอยู่เพราะถ้าพูดถึง เรื่องของประเทศสหรัฐอเมริกา ไปที่ไหนไม่ว่าจะบ้านไหนเมืองไหนก็มักจะพูดในสิ่งเหล่านี้อยู่ เพราะเราเห็นอยู่ว่าทั้งโลกเต็มไปด้วยสหรัฐอเมริกา มันเป็นเรื่องที่เราต้องคิด และถามว่า ผลกระทบจากการที่เราไปจับไม้จับมือ ไปลงลายมือชื่อเพื่อที่จะทํางานร่วมกันนี่ผลกระทบ คืออะไร ท่านก็ตอบแล้ว ท่านรัฐมนตรีตอบแล้ว แต่ผมฟังท่านสมาชิก โดยเฉพาะขอโทษ ที่ต้องเอ่ยชื่อท่านคือท่านศิริโชค โสภา ท่านก็ได้อ้างย้ําอีกครั้งหนึ่งก็เลยทําให้ผม เกิดความลังเลเฉพาะข้อนี้นะครับ
ต่อไปเรื่องของการจารกรรมข้อมูล ซึ่งมีการวิตกกันมากเลยว่าเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานํามาใช้นั้น เครื่องบิน ๓ ลํามีสารพัดอยู่ในนั้น เรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๑๑/๒ ที่ไม่มีใครเสมอเหมือนนี่ เรามั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเก็บความลับ ของประเทศชาติของเรา ท่านตอบแล้วว่าไม่มีแน่ สําหรับข้อนี้ก็ยังลังเลอยู่เช่นเดียวกันครับ
ประการต่อมา ก็คือความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ท่านตอบแล้วว่า ท่านไปประเทศจีน แต่ท่านประธานครับ ประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกานี่ แม้แต่นิดหนึ่งก็ต้องคิดก็ต้องคํานึง เพราะเราท่านทั้งหลายรู้ว่านี่คือคู่กรณีทั้งในอดีตและ อนาคตต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศเพื่อนบ้านหมายถึงประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศ สปป. ลาว และในภูมิภาคในส่วนนี้ประเทศเหล่านี้มีความคิดเห็น อย่างไร ท่านก็ตอบแล้วพอสบายใจบ้างสําหรับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๑๒/๑
แล้วก็อีกคําถามหนึ่งที่ผมคาใจอยู่แต่ท่านตอบชัดเจนมากเลย ถามว่าโครงการนี้ได้ไปจัดทํากันที่ไหนบ้าง ท่านตอบว่าทํามาแล้วและทํามาหลายที่ ผมก็ได้อ่านเอกสารจากเว็บไซต์ทํามาหลายที่ทํามาหลายแห่ง โดยเฉพาะในประเทศจีน ก็ทํามาแล้ว ถามว่าทําไมต้องมาทําในประเทศไทย ท่านก็ตอบบอกว่าประเทศไทย เป็นภูมิประเทศที่มีความเหมาะสมในหลายมิติ ท่านก็ตอบก็พอใจนะครับ ท่านประธานครับ ทั้งหลายทั้งปวงที่เรากําลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้สําหรับผมนะครับ ผมมองเห็นว่ายังไม่เข้าข่าย ที่จะต้องใช้มาตรา ๑๙๐ ผมขอให้คําตอบอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะโหวต แต่นี่คง ไม่โหวต แต่ผมมองว่ายังไม่เข้าข่ายที่จะเข้ามาตรา ๑๙๐ แต่ที่ข้องใจและกังวลใจในขณะนี้ ก็คือเมื่อท่านได้คําตอบ ณ สถานที่ ณ ห้องประชุมแห่งนี้แล้วท่านจะดําเนินการอย่างไร นี่แหละคือคําถามที่ยังไม่จบครับ ขอบคุณมากครับ