เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยเฉพาะการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และการไม่ใช้อำนาจของตนเองในการรับเรื่องร้องเรียนที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ระบอบประชาธิปไตย ก็คือว่าแก้ปัญหาโดยให้ประชาชนเขาตัดสิน ทุก ๔ ปีครั้งโดยไม่มีการรัฐประหารแทรก เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครท่านก็ลงไปเลือกตั้ง แล้วก็ได้แถลงนโยบายกับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๓๐/๔ ประชาชนทั่วทั้งประเทศว่าจะยกเลิกปี ๒๕๕๐ แล้วเอาปี ๒๕๔๐ คืนมา ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ท่านวางจังหวะทางการเมืองไม่ถูกต้อง ท่านบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ คือหมายความว่า จะยกปี ๒๕๕๐ ทิ้ง แล้วเอาปี ๒๕๔๐ คืนมาใน ๓ เดือนสุดท้าย แต่ว่าก็ปรากฏว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไม่อนุญาตให้ท่านมี ๓ เดือนสุดท้าย ท่านก็มีอันเป็นไป โดยการทํากับข้าวต่อหน้าทีวี ซึ่งเป็นเรื่องที่ประหลาดพิกลที่สุดในโลก แล้วท่านสมชาย ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้เนื่องจากมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่เหมาะสม กับระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้น ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๓๑/๑ ต่อมาก็มีสถานการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นอีกจนนําไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าในระบอบประชาธิปไตยทุกพรรคการเมืองมีสิทธิในการเสนอนโยบายและ ประชาชนตัดสินตามนโยบายครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานเห็นด้วย กับวิธีการเช่นนี้ไหม ถ้าหากเห็นด้วยผมก็จะกราบเรียนท่านต่อ แต่หากไม่เห็นด้วย ผมอยากจะให้เชิญไปอยู่ที่อื่น เพราะว่าในระบอบประชาธิปไตยเขาตัดสินด้วยเสียงข้างมาก ของประชาชนในการเลือกตั้งครับ ก็คือเสียงข้างมากเลือกเข้ามาและเสียงข้างมากก็จัดตั้ง รัฐบาลในรัฐสภา แล้วก็ผู้ที่เป็นรัฐบาลก็แถลงนโยบาย เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทย ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งได้แถลงชัดครับ ก็คือว่าคืนความสุขให้คนไทย คืนประชาธิปไตย ให้ประชาชน คืนประชาธิปไตยนี่พรรคเพื่อไทยพูดชัดครับว่าให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่โดยให้มีการเลือกตั้ง สสร. และอย่าลืมการเลือกตั้งนี่หมายถึงอํานาจนิติบัญญัติและ อํานาจบริหารด้วย ๒ อํานาจ เพียงแต่ว่าในเมืองไทยขณะนี้มีลักษณะพิเศษต่างจากที่อื่นเขา ก็คือว่าอํานาจตุลาการยังหลุดพ้นออกไป ซึ่งอันนี้ผมเคารพนะครับ ผมพูดไม่ต้องการที่จะ เสียดสีอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าลักษณะพิเศษของสังคมไทยเป็นอย่างนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้เราจะทํา อย่างไรครับ ในเมื่อพรรคเพื่อไทยไปหาเสียงมาแล้วเราก็แถลงนโยบายอย่างนี้ เราก็ทําอย่างนี้สิ แล้วต้องกราบเรียนท่านประธานเราได้คะแนนเสียงข้างมาก จริง ๆ ถ้าเราจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า ถ้าเราจะหักหาญน้ําใจกันเราก็ทําได้ครับ เพราะมาตรา ๒๙๑ บอกชัดว่าการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญให้กระทําได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม ต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราจะหักหาญคณะรัฐมนตรีร่างเลยก็ได้ และใส่เข้ามาเลย และยกมือกันก็ได้ ๓ วาระรวดก็ได้ หรือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ฝ่ายพรรคเพื่อไทย ๑ ใน ๕ หักหาญเขาไปเลย แล้วร่างกันขึ้นมาเป็นฉบับเต็มเลย แล้วเรา ยกมือผ่านไปเลยก็ได้ แต่เราไม่ทําอย่างนั้นครับ เพราะเราเคารพประชาชนครับ เพราะเรา อยากให้ประชาชนเป็นคนเลือก สสร. โดยตรง นี่คือการเคารพเจตจํานงประชาธิปไตยครับ เราจึงไม่ได้อ้างเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พยายามใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดว่าพวกคุณอ้างแต่เสียงข้างมาก อ้างแต่เสียงข้างมาก ผมอ้างแต่เสียงข้างมากตรงไหนล่ะครับ ผมบอกว่าให้ สสร. มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ตรงนี้เสียงข้างมากตรงไหนครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๓๑/๒ ไม่ใช่ครับ เราคืนอํานาจไปให้ประชาชนครับ นอกจากนี้ร่างเสร็จยังต้องให้ประชาชนไปทํา ประชามติอีกที เราอ้างเสียงข้างมากตรงไหนครับ และระหว่างร่างนี่เราบังคับให้ สสร. ต้องรับฟังเสียงประชาชน เราเคารพประชาชนทุกขั้นทุกตอนเลยนะครับ
ดังนั้นเข้ามาสู่ประเด็นอันที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องเช่นนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่บังควรที่จะรับเรื่องร้องเรียนจากที่มีคนไปร้อง ๕ สํานวน เพราะเราทําตามกฎเกณฑ์กติกาของรัฐธรรมนูญทุกประการ ท่านเอาอํานาจตรงไหนครับ ที่จะไปรับเรื่องราวร้องจาก ๕ สํานวนดังกล่าว เพราะในมาตรา ๖๘ เขาเขียนชัดนะครับ มาตรา ๒๙๑ เป็นอํานาจหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ใช้สิทธิและ เสรีภาพนะครับ ถ้าคุณจะดําเนินการตามมาตรา ๖๘ มันต้องเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพ ท่านประธานขออนุญาตที่จะอ่านมาตรา ๖๘ ให้ท่านประธานสั้น ๆ บุคคลจะใช้สิทธิและ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ก็คือต้องเป็นการใช้สิทธิและ เสรีภาพครับ พวกผมไม่ได้ใช้สิทธิและเสรีภาพเลย แต่พวกผมใช้อํานาจหน้าที่ ผมจึงสงสัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยอย่างไรครับ ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ท่านประธานอย่าหงุดหงิดใจครับ แล้วถ้าผมจะใช้เวลาสักนิดหน่อยท่านประธานต้องอนุญาต เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ แล้วทําให้สติปัญญาของทั่วทั้งประเทศเจริญเติบโต เพราะจะได้มีการถกเถียงกันว่าสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ได้ใช้สิทธิและ เสรีภาพ แต่ทําไมศาลรัฐธรรมนูญจึงไปอ้างเอามาตรา ๖๘ ซึ่งเขียนชัดว่าบุคคลจะใช้สิทธิและ เสรีภาพ คนละเรื่อง เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนว่าขั้นแรกสุดเลยหนังสือฉบับนี้ก็บอกแล้ว ว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อํานาจบาตรใหญ่ ขยายอํานาจให้ตัวเองโดยที่ไม่มีอํานาจ เรื่องที่ ๒ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจในการรับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นการขยายอํานาจครับ องค์กรเล็ก ๆ ในฝ่ายตุลาการขยายอํานาจตัวเองอย่างเหิมเกริม เหิมเกริมครับ และนอกจากนี้ในนี้ก็เขียนชัด ถ้าสมมุติเป็นสิทธิและเสรีภาพจริงต้องเป็น การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญนี้ ผมเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะติดตามฟังการอภิปรายวาระที่หนึ่ง วาระที่สองของพวกเราอย่างใกล้ชิด หรือถ้าหากท่านไม่ติดตามสมควรปลดออก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๓๑/๓ เพราะท่านเป็นศาลรัฐธรรมนูญท่านต้องติดตามเรื่องที่เกี่ยวข้องสําคัญกับรัฐธรรมนูญ เราอภิปรายกัน ๑๕ วัน ๑๕ คืน มันเต็มสมองผมไปหมดเลย มันเต็มรูหู ขอประทานโทษ ของผมไปหมดเลย มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะล้มล้าง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่ได้ แล้วก็จะไป เปลี่ยนแปลงหมวด ๒ ไม่ได้นะครับท่านประธาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๓๒/๑