รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องสารปรอทและตะกั่วที่เป็นอันตรายต่อเยาวชนไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและดำเนินการตามมาตรการระหว่างประเทศ พร้อมกับเน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมของคนไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการลดการใช้สารปรอทและพัฒนาการดูแลกากของปรอทที่ใช้แล้ว

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็ดิฉันในฐานะที่เป็นแม่ ดิฉันมีความยินดีอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้นําเรื่องกรอบการเจรจา ของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการ กฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท จริง ๆ แล้วที่ดิฉันดีใจมากก็คือว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๔๘/๒ นาน ๆ สักครั้งที่รัฐบาลจะนําเรื่องดี ๆ เข้าสู่สภา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขอนามัยของ ประชาชน แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ดิฉันให้ความสําคัญกับเรื่องสุขอนามัย ของประชาชน แล้วก็เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสําคัญ เมื่อท่านนําเข้ามาวันนี้ดิฉันก็คิดว่าชอบแล้ว ทีนี้ดิฉันจะให้ความคิดเห็นแล้วก็ให้คําชื่นชมว่าชอบแล้วที่ต้องรีบเอาเข้ามา อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงแล้วว่าจําเป็นจะต้องรีบเอาเข้ามา เพราะว่าใกล้ที่จะหมดเขต ที่จะประชุมไอเอ็นซีหรือว่าหน่วยงานของทางยูเอ็น (UN) แล้วเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ด้วยซ้ําไป ๑๐ ปีกว่าจะมาถึงวันนี้ แล้วก็ชอบแล้วที่ต้อง นําเข้ามาสู่รัฐสภาเพื่อขออนุมัติกรอบการเจรจาตามมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วรรคสอง ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๙/๑ ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และภาษีของประชาชนอย่างมีนัยสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขอนามัย อันตรายของสารหรือเรียกว่าโลหะหนักอย่างเช่นปรอทนี้ ท่านประธานคงทราบว่าปรอทนี้อยู่ในหลายลักษณะ ทั้งเป็นอยู่ในลักษณะของแข็ง ของเหลว และการระเหยของสารปรอท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารปรอทนี้มีเกือบจะอยู่ใกล้กับชีวิตคนเรา ในทุก ๆ ด้าน เช่น ทางด้านการแพทย์ เราปวดฟัน เราไปอุดฟันก็จะมีสารผสมของปรอทอยู่ ในวัตถุอุดฟันของเราทุกคน แล้วก็ปรอทวัดไข้ของเด็กก็เช่นเดียวกัน สําหรับเครื่องสําอาง ก็ได้มีสมาชิกได้พูดไปแล้วอย่างละเอียดว่ายี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้มีสารปรอทผสมปนเปื้อน อยู่มากมายแต่ก็ยังขายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ท่านประธานคะ ผู้หญิงเป็นประเภทที่ถูกหลอกง่าย อะไรที่สวยงาม ที่ขาวผ่องใช้หมด ไม่สนใจว่ามีสารอะไรปนเปื้อนบ้าง เพราะฉะนั้นการที่ รัฐบาลให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากการแพทย์ ที่เราจะต้องเจ็บป่วยไปหาหมอแล้ว อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ยาฆ่าเชื้อ สบู่ เครื่องสําอาง หรือทางด้านการแพทย์ เทอร์โมมิเตอร์ เครื่องมือวัดความดันต่าง ๆ ก็มีส่วนผสมของสารปรอทอยู่ด้วยทั้งนั้น อุตสาหกรรม เช่น แบตเตอรี่ สวิตซ์ไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า นีออน ทุก ๆ อย่าง แม้กระทั่งชีวิตคนที่ร่อนทอง ที่เรามักจะเห็นว่าชาวบ้าน เวลาเขาทําเหมืองเสร็จแล้วก็ไปร่อนทอง ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีสารปรอทเข้าไปผสมด้วย เช่นเดียวกัน อุปกรณ์อํานวยความสะดวกของชีวิตประจําวันของคนเราก็มีปรอทผสมอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เรามาพูดจาอธิบายถึงกรอบวันนี้ในการเจรจา กฎ มาตรการ การพัฒนา กฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการใช้ การลด การปรับ การดูแลกากของปรอทที่ใช้แล้ว ย่อมจะเป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งยวด เพราะว่าพิษของมันมันเป็นเรื่องที่เรามองไม่เห็น หน่วยงานของรัฐและเอกชนเท่าที่ทราบก็มีส่วนร่วมในการพิจารณามาแล้วระยะหนึ่ง เห็นบอกว่ามีถึง ๑๐ กว่าหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็อยากจะให้ได้ดําเนินการเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมของคนไทย

ท่านประธานคะ ดิฉันมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า นอกจากสารปรอทที่เรากําลังคุยกันในวันนี้แล้วเป็นโลหะหนักเช่นเดียวกัน แล้วก็เป็น โลหะหนักที่มีพิษภัยต่อเยาวชนของชาติ แล้วก็เป็นภัยมืดที่สังคมอาจจะไม่ได้ตระหนัก นั่นคือโลหะหนัก ตะกั่ว เป็นโลหะหนักเช่นเดียวกัน เข้าได้ทางปาก ทางผิวหนังและลมหายใจ เฉกเช่นปรอท แต่ที่ดิฉันหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมากราบเรียนท่านประธานในวันนี้ก็เพราะว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๙/๒ มีงานวิจัยสํารวจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วก็ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้ค้นพบว่า สารตะกั่วเป็นภัยมืดของเยาวชน เป็นของนักเรียน เพราะอะไรคะท่านประธาน หลายคน คิดว่าหมู่บ้านที่อยู่ที่มาบตาพุด อยู่ที่จังหวัดระยอง อย่างที่มันระเบิดหรืออะไรต่าง ๆ คงจะได้รับสารตะกั่วจากโรงงานมาก อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่มาบตาพุดก็ตาม หรือที่โรงงาน ที่จังหวัดสมุทรปราการก็เช่นเดียวกัน พบว่าเด็กจํานวน ๘๒ คนจาก ๑๐๐ กว่าคน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๕๐/๑ มีปริมาณของตะกั่วในเลือดสูงกว่ามาตรฐานที่กําหนดอย่างน่าตกใจ อันนั้นก็โรงงาน แต่ที่น่าทึ่งและน่าตกใจสะพรึงกลัวมากกว่านั้นก็คือว่าโรงเรียน นักเรียนที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับ โรงงานเหล่านั้นก็ตรวจวัดพบปริมาณตะกั่วในเลือดเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ อุปกรณ์ เครื่องเล่นของเด็กในสนามเด็กเล่นที่ทาสี มีส่วนประกอบของสารโลหะหนักเช่นตะกั่วอยู่ด้วย พบว่ามีปริมาณมากกว่ามาตรฐานที่กําหนดถึง ๓-๔ เท่า จานอาหารที่เด็กทาน ม้านั่ง เก้าอี้ ทุก ๆ อย่างที่อยู่ใกล้ตัวเยาวชน เด็กของเรามีส่วนผสมของโลหะหนักผสมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็อยากจะฝาก เรื่องโลหะหนักที่เป็นอันตรายเป็นภัยมืดนี้ไปด้วยอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจากที่ดิฉันศึกษาดู ความเป็นมาของเรื่องที่นํากรอบการเจรจาเข้าสู่รัฐสภาในวันนี้ก็พบว่าทางยูเน็บ (UNEP) หรือทางโครงการสิ่งแวดล้อมของยูเอ็นเขาก็บอกว่าการดูแลเรื่องโลหะหนักในบรรยากาศ ในสิ่งแวดล้อมของคนเรา เราสามารถทําได้ด้วย ๒ วิธี คือ ๑. ด้วยวิธีอาสาสมัคร หรือ ๒. ด้วยข้อบังคับของกฎหมาย มาตรการระหว่างประเทศ ดิฉันอยากเสนอให้รัฐบาล ทําทั้ง ๒ อย่าง เราไม่ใช่พอเขาตื่นเต้นกันทีเราก็มาดูแลเรื่องพิษ อันตรายจากโลหะหนัก สักครั้งหนึ่ง สักตัวหนึ่งแต่พอเลิกไปไม่ได้พูดเรื่องนี้เราก็ลืมไปแล้ว ท่านประธานคงจําได้นะคะว่า การที่เราลดใช้น้ํามันที่มีออกเทนสูงนั้น เพราะเราเกรงว่าจะมีตะกั่วปนเปื้อนมาอย่างมาก แล้วพิษของตะกั่วมากมายจนกระทั่งจะทําให้เด็กสมองทึบได้ ก็ฝากว่าควรจะทําด้วยความสมัครใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะนําเรื่องนี้ไปศึกษาแล้วก็ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้ดูแลคนไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านร่างกายและทางสมองด้วยค่ะ อันนี้อันตรายมากที่มีคําพูดว่า ตายผ่อนส่งก็เพราะเรื่องเหล่านี้แหละค่ะ มาตรการทางกฎหมายก็ว่าไปตามกฎหมาย ที่เราจําเป็นจะต้องเข้าสู่เป็นอนุภาคีของยูเอ็น ส่วนสําคัญที่อยากจะฝากไว้ให้กับรัฐบาล เมื่อนําเรื่องนี้เข้ามาแล้วก็คือการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะแพทย์ แต่ประชาชนตาดํา ๆ นี้แหละค่ะ และโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน จะง่ายต่อการดูดซับไอพิษของพิษเหล่านี้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เด็กในท้องในครรภ์มารดาก็สามารถที่จะซึมซับ ดูดซับพิษอันตรายเหล่านี้ เข้าสู่เด็กตั้งแต่ยังไม่เกิดค่ะ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุก ๆ ภาคส่วน ของราชการของทุกกระทรวงที่ดูแลคนไทย ดูแลเยาวชนไทยก็อยากจะฝากไว้ด้วยว่า ให้ช่วยดูแลด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๕๐/๒

อันที่ ๓ ในการเจรจามีทั้งหมด ๕ ประเด็น ดิฉันคงไม่ต้องอ่านในที่นี้นะคะ มีเรื่องหนึ่งที่ดิฉันให้ความสําคัญมากอีกเรื่องหนึ่งก็คือการประชาสัมพันธ์ค่ะ คนทั่วไป หาเช้ากินค่ําคงจะไม่ทราบว่าปรอทมีอยู่กับสี มีอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือรอบตัวเขาอะไรบ้าง ตะกั่วมีอยู่กับม้านั่ง จาน ชาม อาหารที่เขารับประทานมันมีอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน เขาไม่ทราบแน่นอนค่ะ ถ้ารัฐไม่ประชาสัมพันธ์ ไม่บอกให้เขาทราบ ระมัดระวังอุตสาหกรรม เราอาจจะใช้กฎหมายควบคุมเขาได้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๕๑/๑ แต่ประชาชนที่ดิฉันเป็นห่วงอย่างยิ่ง เยาวชนไทยของเราจะโตขึ้นมาอย่างไม่สมบูรณ์ แล้วก็จะมีสมองที่ไม่มีความสามารถในการเรียนรู้หรือแข่งขันต่อไปในอนาคต การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชน ดิฉันฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าขอให้ท่าน นําเรื่องนี้ซึ่งดิฉันดีใจเป็นพิเศษว่าได้นําเรื่องเกี่ยวกับสุขอนามัยของประชาชนเข้ามาพูด เพราะฉะนั้นแม้เราจะเซ็นกรอบเจรจาก่อนหรือหลังก็ตามก็ควรจะหาวิธีป้องกันตั้งแต่บัดนี้ ไม่ใช่รอให้กฎหมายผ่าน เจรจากับต่างประเทศแล้วเราถึงจะเริ่มลงมือทํา แล้วก็ควรจะ ซักซ้อมความเข้าใจให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ว่ามีคนบริจาคของเล่น สนามเด็กเล่น สีที่ทา เป็นอย่างไรบ้าง ชีวิตรอบตัวเขากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องนี่มีอะไรที่เขาควรจะดูแล คุณพ่อคุณแม่ควรจะเข้าใจด้วยว่าลูกเขาได้สัมผัสกับโลหะหนักที่เป็นพิษอันตรายเหล่านี้ อะไรบ้าง ดิฉันก็หวังว่าจากวันนี้ที่ได้นําเรื่องนี้เข้ามาสู่รัฐสภาแล้วก็ให้รัฐบาลช่วยกรุณา ให้ความรู้เพื่อที่จะให้เด็กไทย คนไทยปลอดจากพิษอันตรายเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เด็กไทยจะได้เจริญก้าวหน้าทันเด็กของประเทศอื่น สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ในอนาคต ขอบคุณค่ะ