รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ หารือเรื่องการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท และเรียกร้องการสนับสนุนให้ดำเนินการลดการใช้สารปรอทในระดับโลก โดยเน้นย้ำถึงแหล่งกำเนิดปัญหาสำคัญ 7 ประการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ และการปลดปล่อยสารปรอทสู่อากาศจากอุตสาหกรรมต่างๆ และเรียกร้องมาตรการลดและเลิกการใช้สารปรอทเพื่อลดอันตราย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปลดปล่อยสารปรอทสู่สิ่งแวดล้อมที่เป็นดินและน้ำ และเรียกร้องการระวังการปลดปล่อยสารปรอท และหารือเรื่องมาตรการป้องกันการใช้สารปรอทในโรงงานอุตสาหกรรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดทํากรอบการเจรจาเพื่อลดการปล่อยสารพิษที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอร่วมอภิปรายในกรอบการเจรจาของประเทศไทย สําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ใน พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้เกิดโรคประหลาดขึ้นใน ประเทศญี่ปุ่นในหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ซึ่งเป็นโรคที่ได้ทําลายระบบสมอง ระบบประสาท ยังผลให้ทารกซึ่งอยู่ในครรภ์มารดาคือแม่ได้รับสารซึ่งครั้งแรกไม่รู้ว่าคืออะไร จนในที่สุด พิสูจน์ได้ว่าทารกที่พิการปัญญาอ่อนทางสมองนั้นแม่ได้รับประทานอาหารทะเลที่ปนเปื้อน สัตว์ทะเลที่ปนเปื้อนสารปรอทเข้าไปแล้ว สารปรอทนั้นทําลายสมองเด็กอย่างน่าสงสาร หมู่บ้านนั้นเรียกว่ามินามาตะ จึงทําให้เกิดโรคที่เรียกว่าโรคมินามาตะเกิดขึ้น นี่เองจึงทําให้ ประเทศญี่ปุ่นเริ่มคิดได้ว่านี่คือโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ประเทศสนใจแต่การพัฒนา ที่มุ่งเน้นในด้านเศรษฐกิจอย่างเดียวโดยไม่ได้ดูว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเช่นไร ทําให้ไม่เพียงแต่ สูญเสียชีวิตมนุษย์แต่มันยังได้ทําลายสิ่งแวดล้อมด้วย นี่เองคือที่มาของโครงการที่เราเรียกว่า ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๕๑/๒ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ มีชื่อย่อว่ายูเอ็นอีพีเกิดขึ้น เป็นการร่วมมือระหว่าง รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ องค์กรระหว่างประเทศ แล้วก็องค์กรเอกชนทั้งหลายร่วมกันจัดตั้ง ที่เรียกว่าคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมาย ระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ที่เรียกว่าไอเอ็นซีเกิดขึ้นในโลกใบนี้ จากการพิจารณาและบรรจุ ไอเอ็นซีต้องการพิจารณาและบรรจุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ มาตรการในการที่จะลด ในการที่จะเลิกใช้สารปรอทในระดับโลก โดยมีแนวทาง ๓ ประการ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๕๒/๑

ประการที่ ๑ ก็คือเป้าหมายในการจัดทํามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอทให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ ที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้ว

ประการที่ ๒ มีจุดหมายเพื่อลดความเสี่ยงอันตรายจากสารปรอทที่มีต่อ สุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

ประการที่ ๓ มุ่งเน้นการจัดการในแหล่งกําเนิดที่เป็นประเด็นปัญหาสําคัญ ระดับโลก

เนื่องด้วยประเทศไทยมีการใช้สารปรอทในกระบวนการทางอุตสาหกรรม เป็นองค์ประกอบที่สําคัญในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หลายประการล้วนแต่ใช้สารปรอท เพราะฉะนั้นในแหล่งกําเนิดที่เป็นประเด็นปัญหาสําคัญนั้นเป็นเรื่องที่ประเทศชาติเรายังไม่ได้ มีการดําเนินการหรือยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการที่จะจัดการกับระบบของสารปรอท อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีมาตรการ ทีนี้มาตรการที่ดิฉันกําลังจะกล่าวถึง เพื่อการลด การเลิก เพื่อให้การเสี่ยงอันตรายน้อยลงในเรื่องของการใช้สารปรอท ดิฉันขอสรุปประเด็นปัญหาที่เป็นแหล่งกําเนิดสําคัญ ๗ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือแหล่งกําเนิดสําหรับสารปรอทที่เกิดจากการขุดเจาะน้ํามัน หรือก๊าซธรรมชาติ อาทิเช่น การทําเหมือง หรือสารปรอทจากการเผา หรือการรีไซเคิล (Recycle) ของขยะ พวกนี้ล้วนแต่มีสารปรอททั้งสิ้น

ประการที่ ๒ แหล่งกําเนิดที่ทําให้เกิดปัญหาสําคัญของสารปรอทนั้นก็คือ การค้าสารปรอทและองค์ประกอบของสารปรอทระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ว่าจะมีการนําสารปรอทเข้าสู่ประเทศชาติบ้านเราขนาดไหน อย่างไร ควบคุมอย่างไร

ประการที่ ๓ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้วว่าไม่ว่าจะแบตเตอรี่ หลอดไฟ สี สารเคมีทั้งหลายทั้งปวง ยาฆ่าเชื้อโรคอะไร มากมาย อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราต้องให้ประชาชนรู้ว่ามันมีสารปรอทเป็นองค์ประกอบ

ประการที่ ๔ ที่เป็นแหล่งกําเนิดกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีการใช้ สารปรอทเช่นอุตสาหกรรมเอาสารปรอทเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาอย่างนี้เป็นต้น

ประการที่ ๕ คือการใช้สารปรอทเพื่อสกัดทองคําก็คือในกิจการเหมืองแร่ทองคํา ขนาดเล็กเราจะใช้สารปรอท ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๕๒/๒

ประการที่ ๖ แหล่งที่มีการปลดปล่อยสารปรอทสู่อากาศ ซึ่งก็คือ การอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง หรือการผลิตโลหะ การเผาขยะมูลฝอย การผลิตซีเมนต์ หลายเรื่องมากมายซึ่งบ้านเรามีทั้งสิ้น ขุดเจาะก๊าซและน้ํามัน ทั้งหลายทั้งปวง

ประการที่ ๗ แหล่งที่มีการปลดปล่อยสารปรอทสู่สิ่งแวดล้อมที่เป็นดินและน้ํา คือโรงงานผลิต เช่น โรงงานผลิตที่มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ การผลิตอุตสาหกรรม การใช้สารปรอท การรีไซเคิลของวัสดุทั้งหลายที่ใช้สารปรอทเป็นองค์ประกอบ หรือการนํา สารปรอทกลับมาใช้ใหม่ ทุกเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพึงระวัง

นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังมุ่งในประเด็นที่ว่าเราจะต้องเสริมสร้าง ความตระหนักให้ประชาชนในชาติเข้าใจว่าภัยร้ายอันตรายจากสารปรอทเป็นอย่างไร เราจะต้องศึกษาวิจัย การติดตาม ตรวจสอบการใช้สารปรอทของโรงงานต่าง ๆ เราจะต้อง แลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ความช่วยเหลือในด้านการเงิน เทคนิคและเทคโนโลยี ในการที่ท่านจะไปลงนาม อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวก็อยู่ในการพัฒนาที่จะจัดทํา รายละเอียดขึ้นมาโดยยูเอ็นอีพีได้จัดการประชุมของคณะกรรมการไอเอ็นซี ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๕๓/๑ เพื่อให้สอดคล้องความเหมาะสมกับสถานภาพของประเทศต่าง ๆ ทั้งโลกนี้ บางประเทศ ก็เป็นประเทศที่เจริญแล้ว บางประเทศก็กําลังพัฒนา เหล่านี้ก็ต้องดูความเหมาะสมในการที่จะ ไปเซ็นสัญญาทํากรอบการเจรจา เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงต้องคํานึงถึงสาระสําคัญของ กรอบการเจรจาสําหรับการประชุมของคณะกรรมการไอเอ็นซีที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เพราะฉะนั้นในเชิงนโยบายที่ชัดเจนโดยครอบคลุมประเด็นหลัก ๕ ประการ ๕ กรอบ ที่รัฐบาลกําลังมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่ต้องพูดถึงมีเอกสาร อยู่ในหนังสือที่เราได้รับแล้วตรงนี้ ดิฉันสนับสนุนเห็นด้วยกับกรอบการเจรจาที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นําเสนอในวันนี้ แล้วก็หวังว่าหลังจากที่เราได้ไป ลงนามในต้นปี ๒๕๕๖ แล้วนั้น ดิฉันหวังว่ากิจการอุตสาหกรรมที่มากมายในบ้านเรา ซึ่งเกิดปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่จนเป็นเรื่องราวถึงศาลทั้งหลายทั้งปวง กระทบกับ เศรษฐกิจของประเทศ กระทบกับสิ่งแวดล้อมนั้นคงจะไม่มีเรื่องการฟ้องร้องเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลได้ไปเซ็นสัญญากรอบความร่วมมือตรงนี้แล้ว ท่านต้องตระหนักว่าสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นสารปรอทอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นอย่างอื่นอีกมากมายหลายตัวที่มีมากมาย ในนิคมอุตสาหกรรมของบ้านเรานั้นคงจะลดน้อยลงไปที่จะทําให้ชุมชนในพื้นที่ไม่เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นดิฉันก็ฝากท่านประธานกราบเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอบคุณกรมควบคุมมลพิษที่ได้พยายามที่จะจัดให้ มีกรอบการเจรจาในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นก็หวังว่าสิ่งที่ดิฉันปรารถนาแล้วก็หวังที่จะให้รัฐบาลทํา ก็คือว่าอย่าให้เกิดมลพิษที่มันมากมาย มีการควบคุมให้ได้ดังที่ท่านได้ไปเซ็นสัญญาตกลงกับ ระดับนานาชาติ ขอบคุณค่ะ