รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการกดดันจากต่างชาติเกี่ยวกับการใช้สารปรอท และเสนอให้รัฐบาลไทยพิจารณาใช้เวลาในการเจรจาและควบคุมการใช้สารปรอทอย่างเหมาะสม

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ เขตคลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมฟังท่านสมาชิกหลายท่านอภิปราย เมื่อสักครู่นี้แล้วก็เห็นคล้อยตามว่าปรอทมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ตะกั่วเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว คนไทยเมื่อได้ยินสารตะกั่วก็จะกลัว วันนี้ได้ยินสารปรอทก็จะกลัวเช่นเดียวกัน เห็นด้วยครับ ผมไม่พูดแล้วครับในเรื่องของกิจการภายในของประเทศไทย เพราะว่าถ้าเป็น อย่างนี้ปล่อยให้ชาวบ้านดื่มน้ําที่มีสารปรอทในแม่น้ําลําคลองนี่ต้องโทษหน่วยงานของรัฐ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๕๓/๒ และที่สําคัญถ้ายังปล่อยให้เครื่องสําอางที่เพื่อนสมาชิกเอาไปทาหน้าแล้วหน้าเด้ง ก็ต้องโทษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เป็นเรื่องกิจการภายในซึ่งเราสามารถควบคุมได้ แล้วก็บริหาร จัดการสารพิษต่าง ๆ ที่มีมากมายในประเทศไทย ไม่ใช่แต่เฉพาะปรอทครับ แต่ที่ผมอยากจะพูด ก็คือวันนี้เรามีสารทดแทนปรอทแล้วหรือยัง ประเทศไทยไม่ว่าสนธิสัญญาอะไรก็แล้วแต่ ที่ทั่วโลกเขาทํากัน ประเทศที่เจริญแล้วทํากัน พี่ไทยก็มักจะชอบทําตามด้วย แต่ปรากฏว่าความพร้อมยังไม่พอครับ ที่ผมให้ข้อสังเกตอย่างนี้ก็เพราะว่าปรอท อยู่คู่โลกมนุษย์ใบนี้เท่าที่สัมผัสกันได้มากว่า ๑๐๐ ปีครับ แล้วเพิ่งมาหลัง ๆ เมื่อไม่กี่สิบปีนี้เอง ที่บอกว่าสารปรอทนั้นเป็นตัวอันตรายเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งการสัมผัส แล้วก็การดื่ม การหายใจ แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือแล้วสารอะไรล่ะครับที่จะมาแทนสารปรอท อันนี้ก็เป็นเรื่องของ นักวิทยาศาสตร์ว่ากันไปครับ เพราะว่าปรอทก็มีประโยชน์มากมายหลากหลาย แต่อยู่ที่เรา จะจัดการมันอย่างไรให้อยู่ในระเบียบที่เราควบคุมได้โดยน้ํามือมนุษย์มากกว่าครับ

ประเด็นต่อมาน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการกดดันจากต่างชาติ สัญญาต่าง ๆ ท่านประธานจะสังเกตว่าทํามาจากประเทศที่เจริญแล้วทั้งสิ้น ถามว่าประเทศไทยวันนี้ เราเข้าสู่ประเทศกําลังพัฒนามาตั้งแต่ผมเกิดครับ เกิดมาก็ได้ยินครับว่าประเทศไทย เป็นประเทศกําลังพัฒนา ผ่านมา ๔๐ กว่าปีวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม แล้วเราก็ตามประเทศ ที่เจริญแล้วอยู่ตลอดเวลา เขาเขียนกติกาให้เราเราก็เดินตามเขาครับ ผมถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่ากระบวนการที่จะไปทําสัญญาหรือจะไปเป็นข้อตกลง อะไรต่าง ๆ ของเขาเรามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๕๔/๑ เราเตรียมความพร้อมจะหาสารทดแทนได้หรือไม่ อย่างไร เรื่องสุขภาพผมเข้าใจนะครับ เมื่อกี้เราพูดกันไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือการกดดันจากต่างชาติที่บังคับให้ประเทศไทย ต้องไปทําสัญญาต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านได้ถามไหมว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไนและประเทศ สปป. ลาว เขมร ประเทศเวียดนาม สมาชิกอาเซียนมีประเทศใดทําแล้วบ้าง ผมศึกษาข้อมูลมา ท่านประธานครับ แม้ประเทศญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้ลงนามในสัญญานี้ เราเคยถามประเทศเจริญอื่น ๆ บ้างไหมครับว่าอนุสัญญาที่ว่าด้วยการใช้สารปรอทร่วมกันทั่วโลกนี่เรามีความพร้อมมากน้อย ขนาดไหน ถ้าไม่พร้อมรอก่อนได้ไหมให้ต่างชาติที่เขาบอกว่าเขาเจริญนักเจริญหนานี่ ยิ่งประเทศในทวีปยุโรปผลิตรถยนต์ใช้สารปรอทเยอะแยะมากมายนี่ให้เขาพิจารณาก่อนได้ไหม แล้วเราชะลอไว้ก่อนอันไหนรีบค่อยทํา อันไหนไม่รีบไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะอะไรครับ ถ้าเราควบคุมมันได้แล้วจากกิจการภายในของเรานี่นะครับ กรม กระทรวงทั้งหลายแหล่ ควบคุมสารปรอทได้อย่างเป็นระเบียบแล้ว ครีมหน้าเด้งไม่ถึงตัวสาว ๆ แล้วอย่างนี้ ไม่มีปัญหาครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ลงทุนด้วยสารปรอทเยอะแยะมากมายครับ ไม่ใช่ผมพูดอย่างนี้เดี๋ยวจะบอก เอ๊ะ ไม่สนใจ พี่น้องประชาชนว่าจะโดนสารปรอทหรือไม่ แต่ว่ากรมควบคุมมลพิษก็ดี กรมโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่านมีหน้าที่ในการควบคุมโรงงานผลิตแบตเตอรี่ครับ ท่านมีหน้าที่ ในการควบคุมโรงงานผลิตหลอดไฟที่อยู่ในสภานี้ก็ผลิตจากสารปรอทครับ ถ้าท่านควบคุม สารปรอทให้อยู่กับที่อยู่กับทาง เราอยู่ข้างนอกเราไม่โดนอยู่แล้ว แต่พนักงานที่ทําอยู่นี่ เขาควบคุมได้อย่างดีนี่ผมว่าไม่น่ากลัวครับ มีสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในอากาศอีกมากมาย ที่น่ากลัวกว่านี้ เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีท่านดูให้ดีนะครับ บางทีการที่เราไปเซ็นสัญญาอะไรอย่างรวดเร็วทันใจ เห็นเขาทําปุ๊บเราทําตาม อย่างนี้จะเกิด ปัญหาในอนาคตหรือไม่

ประเด็นต่อมาก็คือว่าเมื่อเราลงนามในอนุสัญญาอะไรต่าง ๆ ที่ยังไม่จําเป็น ต้องรีบนะครับ ผมไปเปิดข้อมูลดูประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ หลายประเทศ ปฏิเสธนะครับ เนื่องจากเขายังไม่มีความพร้อม แต่เขาขอเวลาครับ เช่น ขอเวลา ๕ ปีได้ไหม ๑๐ ปีได้ไหม เมื่อทุกอย่างในโลกใบนี้สมดุลกันหมดแล้ว ๑๐๐ กว่าประเทศ ครึ่งหนึ่งยกเลิก แล้วเขาจึงค่อยเข้า แต่เขารับประกันได้ครับว่าในประเทศกิจการภายในของเขา เขาสามารถ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๕๔/๒ ควบคุมการใช้สารปรอทได้อย่างถูกที่ถูกทาง อย่างนี้รัฐบาลไทยลองคิดพิจารณาหรือไม่ ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กรอบเจรจาบางอย่างหายใจลึก ๆ ก่อนก็ได้ นับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ ก็ได้ บางเรื่องไม่ต้องรีบก็ไว้ก่อนครับ เพราะถ้าเกิดเรารีบเมื่อไรเราจะตก เป็นเบี้ยล่าง เมื่อเราบอกว่าเราทําสัญญาแล้วเขาจะถามทันทีครับ อ้าว ไทยแลนด์ว่าอย่างไร ไหนคุณบอกคุณจะเริ่มทําโชว์ในฐานะพี่เบิ้มในอาเซียน แล้วทําสิ ปรากฏว่าอะไรครับ ท่านประธาน โรงงานอุตสาหกรรมเราก็สู้เขาไม่ได้ โรงงานส่งออกนําเข้าเราก็มีปัญหา จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าอะไรถ้าไม่รีบท่านก็ใจเย็น ๆ ครับ ด้วยความขอบพระคุณครับท่านประธาน