รัชดา ธนาดิเรก

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

รัชดา ธนาดิเรก เสนอให้รัฐบาลผลักดันมาตรฐานสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีอันตรายในเวทีอาเซียน และสร้างมาตรฐานกลางในการห้ามใช้สารเคมีร่วมกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันสนับสนุนกรอบการเจรจา ของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศในด้านมาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอท ดิฉันเห็นด้วยที่เราจะต้องไปเจรจาในเรื่องนี้ว่าการดําเนินการของ ผู้ประกอบการในประเทศไทยนั้นจะทําอย่างไรได้บ้างที่จะลดการใช้สารปรอท แล้วก็ระมัดระวังในเรื่องของการปล่อยสารปรอทออกมาสู่สิ่งแวดล้อม เพราะก็เป็นสิ่งที่เรา ตระหนักดีว่าสารปรอทนี้มีอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้ มีอันตรายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการการผลิต แล้วก็เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ในช่วงระยะเวลา ที่รัฐบาลจะดําเนินการไปเจรจาในเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าก็คงจะมีเวลาอยู่พอสมควรที่จะทําให้ ผู้ประกอบการได้มีการเตรียมตัวที่จะปรับปรุงศักยภาพในการผลิต แล้วก็หาสารอย่างอื่น ที่จะมาทดแทนในการใช้สารปรอท แต่ดิฉันก็คิดว่าก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้อง เร่งประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนนั้นได้ตระหนักว่าเร็วหรือช้า ในอนาคตการใช้สารปรอทนี้จะต้องลดลง แล้วสุดท้ายจะต้องเลิกการใช้สารปรอท ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๕๕/๑ จึงอยากจะฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะ ไม่ใช่เฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ผ่านไปยังทุก ๆ กระทรวงที่มีการเกี่ยวข้องกับการรักษาสภาพแวดล้อม การควบคุมมลพิษ เพราะว่า เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสารพิษนั้นมันไม่ใช่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง วันนี้ ในกรอบการเจรจาอาจจะเป็นบทบาทหลักของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อนําไปสู่การปฏิบัติแล้วก็คงจะต้องมีกระทรวงอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทด้วย การทํางานร่วมกัน การวางแนวทางตั้งแต่วันนี้ว่าผู้ผลิต อุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ สวิตช์ไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า เครื่องสําอาง ยาฆ่าเชื้อและพวกเภสัชภัณฑ์ต่าง ๆ จะทําอย่างไรให้เขาวันนี้ ตระหนักถึงว่าในอนาคตอันใกล้จะต้องมีการจํากัดการใช้สารปรอทและสุดท้ายก็ต้องเลิกใช้ อยากให้รัฐบาลเตรียมแผนแล้วก็เร่งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตื่นตัวเสียตั้งแต่วันนี้ค่ะ

อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ดิฉันคิดว่าอยากจะเสนอท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง ท่านคณะรัฐมนตรีทุก ๆ กระทรวงเลยว่าในเรื่องของการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน การสร้างมาตรฐานสินค้าให้หลีกเลี่ยงจากการใช้สารอันตรายนั้น อยากให้มองในเชิงรุก แล้วก็มองในมุมกว้าง ในเรื่องของการใช้สารอันตราย ณ วันนี้มันไม่ใช่เพียงแค่สารปรอท เท่านั้น มันมีสารเคมีอื่น ๆ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสารตะกั่ว และยังหมายถึงสารเคมีที่ใช้ในภาคการเกษตร ที่วันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้ชูบทบาทเลยว่า จะมีจุดยืนในเรื่องของการสร้างมาตรฐานทางสารเคมีอย่างไร ในประเด็นอาเซียนที่ดิฉัน ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ดิฉันคิดว่าวันนี้เมื่อเรากําลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก ๒ ปี ข้างหน้า เราได้มีการกําหนดมาตรฐานสินค้าใน ๘ อุตสาหกรรม ดิฉันอยากให้เรายกในเรื่อง ของการสร้างมาตรฐานสินค้าในเรื่องของการใช้สารเคมี มีประเด็นคําถามมากมายว่า เมื่อเปิดเสรีทางการค้าแล้วจะมีสินค้าเข้าออกประเทศอย่างมากมาย สินค้าบางชนิด ไม่ได้มาตรฐาน สินค้าบางชนิดอาจจะมีสารเคมีที่ประเทศไทยเราห้ามไว้เจือปนอยู่ และในขณะเดียวกันก็อาจจะมีสินค้าหลายชนิดที่ผู้ประกอบการไทยเป็นผู้ผลิต แต่ว่า มีสารเคมีที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นเขาห้ามใช้ เราจะสร้างมาตรฐานกลางในเรื่องของ การห้ามใช้สารเคมีนี้อย่างไร ดิฉันจึงอยากจะฝากรัฐบาลให้พิจารณาว่ามันคงไม่ใช่แค่เรื่อง สารปรอทเท่านั้นหรอกค่ะที่เราจะต้องทําตามแรงกดดันจากนานาชาติ เราควรจะหยิบยก ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๕๕/๒ ประเด็นในเรื่องของสารเคมีอันตรายให้เป็นบทบาทหลักที่ประเทศไทยจะผลักดันให้เกิดขึ้น ในเวทีอาเซียนนะคะ

ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องสารเคมีอันตราย วันนี้เครือข่าย คุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็ทางสมาคมเกษตรกรเขาตั้งคําถามว่าเมื่อรัฐบาลห่วงใยในเรื่องของ การใช้สารปรอท แล้วเรื่องสารเคมีอื่น ๆ อย่างเช่น สารเมโทมิล (Methomyl) ที่บางประเทศ ในภูมิภาคอาเซียนของเราเขาประกาศห้ามใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา สารอีพีเอ็น (EPN) ในประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่าเขาก็ห้ามใช้แล้ว สารไดโครโตฟอส (Dicrotophos) ในประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซียเขาก็ห้ามใช้แล้ว ประเทศไทยจะดําเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ก็อยากจะ ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรีทุกท่านอีกครั้งว่าประเด็นสารอันตราย ในเรื่องของปรอทนี้ดิฉันสนับสนุนค่ะ แต่อยากให้มองภาพกว้างว่ามันไม่ใช่มีสารอันตราย ตัวเดียวที่เราควรจะระมัดระวังแล้วก็ดําเนินการจัดการยังมีสารอันตรายตัวอื่นด้วย และอยาก ให้มองว่าเราควรจะสร้างจุดเด่นของประเทศไทยให้เป็นผู้นําในเรื่องของการสร้างมาตรฐาน สินค้าที่ต่อต้านสารเคมีอันตราย แล้วก็ถือว่าเป็นจุดยืนของประเทศไทยที่จะเข้ามามีบทบาท ในเรื่องนี้ ขอบคุณค่ะ