รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

กุสุมาลวตี ศิริโกมุท พูดถึงการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามาศึกษา การก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรียกร้องให้ประเทศไทยได้รับข้อมูลด้านเมฆและอนุภาคขนาดเล็ก ในชั้นบรรยากาศเพื่อพยากรณ์อากาศให้แม่นยำ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออภิปรายเพื่อแสดงความคิดเห็น ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามาศึกษา การก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะที่ ดิฉันเป็นผู้แทนของพี่น้องคนไทย แล้วก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันย่อมเห็นแก่ ผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าอย่างอื่น ดิฉันมีความสนใจในประเด็นดังกล่าว ในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพราะว่าดิฉันก็เคยอภิปรายสนับสนุน งบประมาณต่อหน่วยงานดังกล่าวหลายครั้ง และในปี ๒๕๔๔ ในขณะที่ดิฉันดํารงตําแหน่ง เป็นโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดิฉันให้ความสําคัญกับเรื่องเทคโนโลยี อวกาศ เรื่องดาวเทียมธีออส เรื่องรีโมท เซนซิง (Remote sensing) ว่าจะสามารถพัฒนา ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกรชาวมหาสารคามของดิฉันได้อย่างไร หรือทําอย่างไรที่จะนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ให้เป็นรูปธรรมได้ ท่านประธานคะ ประเด็นนาซ่ากลายเป็นประเด็นที่เบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นประเด็นทางการเมือง ก่อให้เกิด ความเข้าใจผิดหรือเข้าใจไม่ถูกต้อง จนมีคําว่าขายชาติ หรือแลกผลประโยชน์ หรือจนกระทั่ง มีบางคนใจร้ายหาว่ามีการแลกวีซ่าอเมริกาต่ออดีตผู้นําประเทศไทย ซึ่งมันไม่ใช่ แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกันเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทําให้คนไทยที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้นั้น เข้าใจผิดได้ สิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้นทําให้ประเทศไทยได้สูญเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ของวิทยาศาสตร์ โครงการนี้มีประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ในระดับโลก เพราะว่า เราจะได้เข้าถึงข้อมูลในชั้นบรรยากาศในแต่ละระดับชั้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งนั้น ก็ราคาสูงมาก ขีดความสามารถ เครื่องมือของประเทศไทยนั้นไม่มีศักยภาพเพียงพอ ดิฉันคิดว่ามีความจําเป็นที่เมืองไทยของเราจะต้องได้รับข้อมูลด้านเมฆและอนุภาคขนาดเล็ก ในชั้นบรรยากาศเพื่อพยากรณ์อากาศให้แม่นยํา ช่วยบริหารจัดการอุทกภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์ความรู้เรื่องภาวะโลกร้อน การทราบปริมาณและชนิดของ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๐๔/๒ มลพิษทางอากาศแล้วก็โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรม ประเทศไทยของเราก็จะได้รับ ผลประโยชน์ในการป้องกันแล้วก็เตือนภัยล่วงหน้า แต่มีหลายฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์ ว่ามีผลกระทบต่อการรักษาผลประโยชน์ของประเทศด้านความมั่นคงกับประเทศภูมิภาค ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้นถ้าหากได้ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วมันไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่กลับเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับประเด็น ด้านสภาพภูมิอากาศและเป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ดิฉันก็พยายามที่จะศึกษาแล้วก็มีคําถามเป็นเควสชัน มาร์ค (Question mark) ในฐานะที่ เป็นคนไทยว่าทําไมจะต้องมาศึกษาที่ประเทศไทย แล้วท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้กรุณาชี้แจง ก่อนที่จะมีคําถาม แต่สิ่งที่ดิฉันได้ค้นคว้าศึกษาก่อนหรือว่านอกเหนือจากประเด็น ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้ว่า ประเทศไทยเรานั้น นอกจากที่จะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคแล้ว ก็ยังเป็นประเทศเดียว ที่มีพื้นที่ทางทะเลขนาดใหญ่ ทั้งทางฝั่งอ่าวไทย หรือทะเลจีนใต้ และทะเลอันดามัน คืออ่าวเบงกอล นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเครือข่ายสถานีตรวจวัด และมีนักวิทยาศาสตร์ ที่เคยทํางานวิจัยกับนาซ่าและองค์การอวกาศของประเทศอื่น ๆ ในเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน แล้วสิ่งที่อยากจะถามเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไปว่าทําไมต้องใช้สนามบินอู่ตะเภา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๑๐๕/๑ เพราะว่าจริง ๆ แล้วสนามบินใช้สนามบินใดก็ได้ที่อยู่ใกล้ทะเล ที่มีความยาวพอที่จะนํา เครื่องบินที่ใช้ในการสํารวจลงจอดได้ สนามบินอู่ตะเภานั้นมีความพร้อมในเรื่อง โรงเก็บเครื่องบินที่สามารถเก็บเครื่องบินสํารวจและทําการบํารุงรักษาได้ แล้วก็รวมถึงอยู่ใกล้ กรุงเทพมหานคร และมีศูนย์ควบคุมดาวเทียมที่อําเภอศรีราชาซึ่งทําให้สะดวกต่อ การประสานงาน นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ แล้วก็เจ้าหน้าที่ของประเทศไทยและ ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องจํานวนกว่า ๒๐๐ คนนั้นสามารถเข้าพักและเดินทางไปกลับ ที่พัทยาได้อย่างสะดวกค่ะ สิ่งที่สงสัยว่าจะมีการจารกรรมหรือแอบแฝงถ่ายภาพพื้นที่สําคัญ ของประเทศไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศจีนหรือไม่ จากการศึกษาว่า พื้นที่ทั้งหมดในทะเลด้านอ่าวไทยและทะเลด้านอันดามันในเขตเศรษฐกิจจําเพาะของ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะบินที่ความสูงถึง ๒๐ กิโลเมตรหรือ ๗๐,๐๐๐ ฟิตนั้น ความโค้งของโลกก็จะจํากัดขอบเขตการมองเห็นพื้นดินเพียงประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น เพราะฉะนั้นมันจะไม่เพียงพอที่จะมองลึกเข้าไปในเขตแดนทางบกของประเทศใด นอกจากนี้ เครื่องมือติดตั้งบนเครื่องบินก็ไม่สามารถที่จะเก็บตัวอย่างบนชั้นบรรยากาศ แล้วก็มีหลักการ ที่แตกต่างกันจากเครื่องมือถ่ายภาพรายละเอียดสูงเพื่อทําการจารกรรมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ประเด็นเหล่านี้ดิฉันก็ศึกษามาเช่นเดียวกันว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อ ประเทศชาติและประชาชนว่าในภาพรวมข้อมูลที่จะได้เพิ่มความรู้เกี่ยวกับลักษณะทางฟิสิกส์ และเคมีของชั้นบรรยากาศจากการวัด การเก็บตัวอย่างที่อยู่บนความสูงต่าง ๆ ซึ่งจะมิใช่ เพียงการคาดเดาโดยการใช้แบบจําลองแต่เพียงอย่างเดียวเช่นในอดีตนะคะ ซึ่งเราสามารถ ที่จะนําไปพัฒนาปรับปรุงค่าสัมประสิทธิ์ต่าง ๆ ของแบบจําลองเพื่อพยากรณ์อากาศ แบบจําลองคุณภาพอากาศให้มีความถูกต้องและแม่นยํายิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันก็มี ความเห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะเห็นชอบให้มีการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศ แห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาดําเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อ สภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอบคุณค่ะ