รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

ตวง อันทะไชย หารือเรื่องโครงการนาซ่าและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีความกล้าและใจกว้างในการฟังความเห็นจากสภา และให้สภาได้ดูเอกสารสำคัญ ตวง อันทะไชย ยังเห็นว่ารัฐบาลมักง่ายเกินไป และไม่เคารพต่อสภา นอกจากนี้ยังเห็นว่าการเก็บตัวอย่างอากาศในระดับสูงเพื่อสร้างข้อมูลทางวิชาการและภาพลักษณ์นานาชาติของประเทศไทยควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริง เรื่องของโครงการนาซ่ากับการศึกษาการก่อตัวของเมฆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกชื่อว่าซีแอคโฟร์อาร์เอส มันเป็นเรื่องที่จะบอกว่าเป็นเรื่องเก่าที่มาเล่าใหม่ก็ได้ ซึ่งเบื้องต้นเรียนท่านประธานเพื่อให้ท่านผู้ฟังทางบ้านจะได้เข้าใจว่าเป็นการใช้บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๐๒/๑ กรณีที่รัฐบาลต้องการที่จะฟังความเห็นในการบริหารราชการแผ่นดินจากสภาและอภิปราย ทั่วไปไม่ลงมติ ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่าผมยืนยันว่ารัฐบาลทําถูกต้องแล้ว ท่านอย่าได้รีรอ ท่านจะต้องใช้กลไกของสภานี่แหละเป็นเครื่องมือในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องนี้เรื่องเดียว เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม และเรื่องการเมืองต้องใช้สภานี่แหละครับ เป็นเครื่องมือ ความจริงถ้าใช้สภาตั้งแต่ตอนที่เกิดปัญหา ตอนนี้อาจจะได้ใช้แล้วก็ได้ ทีนี้ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าถ้าใช้กลไกของมาตรา ๑๗๙ รัฐบาล จะต้องใจกว้างต้องกล้าที่จะรับฟังความแตกต่างทางความคิดและมุมมอง เพราะท่านอุตส่าห์ตั้งใจ มาฟังคนพูด ท่านจะต้องฟัง ฟังอย่างตั้งใจและฟังอย่างเข้าใจ อย่ามองว่าคนที่คิดแตกต่างนั้น คือศัตรู คือคนที่โง่ คนที่ไม่เข้าใจ ต้องฟัง เพราะปรัชญามันคือตรงนั้น

ประการที่ ๒ ที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็คือผมว่ารัฐบาล ท่านทํามักง่ายเกินไป ท่านรัฐมนตรี ท่านอยากจะทําโครงการใหม่แต่ท่านไม่เคารพต่อสภา ท่านไม่ยอมเอาโครงการใหม่เข้ามา แต่เอาของเก่ามาเสนอ เอกสารก็แผ่นเดียว มีแผ่นใหม่แผ่นเดียว ของท่านนายกรัฐมนตรี คือหนังสือของท่านนายกรัฐมนตรีที่มาถึงท่านประธานรัฐสภา โดยอ้างว่าคณะรัฐมนตรีเห็นว่าสาระสําคัญของหนังสือเอกอัครราชทูตอเมริกาและ ร่างหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศกรณีโครงการก่อตัวเมฆ คําถามผมก็คือว่า ร่างหนังสือฉบับนี้มันอยู่ที่ไหน ข้อตกลงมันอยู่ที่ไหน ทําไมไม่ให้สภาดู ถ้าบอกว่ามันบริสุทธิ์ ถ้าบอกว่าสามารถตรวจสอบได้ ถ้าบอกว่าเป็นงานวิจัย ถ้าบอกว่าเป็นงานวิชาการ ต้องกล้า ที่จะให้สภาได้ดู ใช้โอกาสนั้นละครับ โอกาสที่เขาวิพากษ์วิจารณ์เขียนเป็นเรื่องเป็นราว ท่านรัฐมนตรีเป็นระดับดอกเตอร์ท่านทําได้อยู่แล้ว ผมกลับไปดูท่านไม่มีเอกสารให้สภา ได้พิจารณาเลยที่ผมบอกว่ามักง่าย ท่านประธานตามผมไปดูครับ ชิ้นนี้ครับ นอกจาก แผ่นเดียวของท่านนายกรัฐมนตรีใหม่ล่าสุด ในนี้เป็นของเก่าท่านประธานครับ มีบทสรุป สําหรับสมาชิกรัฐสภา มีสรุปการดําเนินโครงการก่อตัวเมฆ ซึ่งเป็นของเก่าครับ เป็นงานวิจัย ที่รัฐบาลอธิบายต่อท่านประธานผ่านสภาแห่งนี้ว่า เป็นงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุด เป็นงานวิชาการ ครั้งใหญ่ระดับโลกใหญ่ที่สุด แต่มีเอกสารน้อยที่สุดให้สภาได้พิจารณา ผมว่าท่านทําเรื่องใหญ่ ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ท่านกําลังอธิบายต่อสังคมว่ามันสุดยอด มันอภิมหัศจรรย์ มันเป็นคุณูปการ ต่อแผ่นดินนี้ แต่ไม่มีอะไรให้พิจารณาเลย เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ควรที่จะต้องทําให้เป็นเอกสาร ควรที่จะต้องมีโครงการ ควรที่จะต้องมีบทข้อคิดข้อเห็นที่เขาพูด ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รสรินทร์ ๑๐๒/๒ เอาไว้ในหลายเรื่อง รวมทั้งข้อกังวลที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานต่อไปนี้ว่ามันมีคําถามว่า ถ้าตอบคําถามที่ผมพูดต่อไปนี้ไม่ได้ นั่นแปลว่าจะต้องกลับไปสู่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก็คือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวาง

ประการแรก ท่านชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของวิชาการ ท่านชี้แจงว่าเรื่องนี้ เป็นประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ผมก็ไม่ปฏิเสธ ไม่ปฏิเสธก็คือประโยชน์ประการแรก ก็คือข้อมูลทางด้านวิชาการ เราจะมีโอกาสเป็นครั้งแรกที่จะเก็บตัวอย่างอากาศในระดับสูง ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธ เราจะสร้างบุคลากรของเราจากข้อมูล จากเหตุการณ์จริง จากพื้นที่จริง เราจะสร้างภาพลักษณ์นานาชาติที่ได้เห็นเจตนาดีของไทยที่จะช่วยมวลมนุษยชาติ ยิ่งใหญ่ ท่านประธานครับ แต่ว่าเวลาท่านอธิบายต่อสังคมนั้น ท่านจะต้องอธิบายว่าจะร่วมมือกันทํา อย่างไรบ้าง ข้อตกลงที่มีมันคืออะไร คนดูได้ไหม สภาแห่งนี้อ่านได้ไหม เราได้ประโยชน์อะไร ท่านชั่งน้ําหนักระหว่างการได้กับการเสียมันมีอะไรบ้าง

ประการที่ ๒ ผมว่ารัฐบาลเองจะต้องตอบคําถามต่อสภาแห่งนี้แล้วก็ ตอบคําถามต่อสังคมว่า ท่านตอบคําถามต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับข้อกังวลของสังคม อย่างไร ท่านอย่าลืมนะครับ เวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ เรื่องใหญ่ ๆ ของท่าน ที่พูดถึงเมื่อกี้ มันย่อมมีผลกระทบโดยอัตโนมัติ ไม่มีทางจะไม่มีผลกระทบครับท่านประธาน ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นงลักษณ์ ๑๐๓/๑ เช่นท่านจะทําอย่างไรเรื่องความมั่นคงภายในประเทศและความมั่นคงระหว่างประเทศ ท่านตอบสังคมได้ไหม ความกังวลของฝ่ายความมั่นคงที่มีจากเอกสารเมื่อกี้ส่วนหนึ่งก็แล้วแต่ ท่านจะเถียงกัน แต่ผมคิดว่ามันมี หรือความมั่นคงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน ท่านประธานครับ เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าการจัดทดลองในครั้งนี้เป็นการทดลอง ครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุดขององค์การนาซ่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักวิชาการ มามากมาย ประเทศไทยก็มา ในภูมิภาคมา คําถามผมก็คือว่าท่านคิดว่าประเทศจีนเขามี ความสุขหรือครับ ท่านคิดว่าประเทศจีนเขามีความสุขกับสิ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทํากับ ประเทศไทยหรือครับ ท่านตอบหน่อย นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านจะทําอย่างไร สภาพของประเทศไทยที่อยู่ท่ามกลางของมหาอํานาจ ๒ ประเทศ ที่พยายามจะช่วงชิง การนําในภูมิภาคเอเชียตะวันออก คือประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนครับ ท่านได้คํานึงถึงเรื่องพวกนี้อย่างไร ท่านได้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร ท่านตอบสภาหน่อย เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ประการที่ ๒ นอกจากประโยชน์ที่ท่านได้อธิบายเอาไว้ซึ่งผมได้กราบเรียน ไปแล้วว่าเป็นเรื่องของวิชาการ ท่านประธานครับขอต่ออีกนิดหน่อยนะครับ ผมเป็นคนแรก ที่ทดลอง ๗ นาทีครับท่านประธาน