สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว. จังหวัด อุทัยธานี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงความไม่เท่าเทียมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งและที่มาจากการสรรหา และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว. จังหวัด อุทัยธานี ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ววันนี้นั้นผมคิดว่าเรื่องสําคัญคือในกรณีที่นาซ่า (NASA) แต่พอดีมาดูวาระที่หนึ่งแล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ส่งมาทางเราให้รับทราบกัน ขณะที่ผมขับรถมาก็มีท่านผู้มีเกียรติหลายท่านได้อภิปรายเรื่องนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเวลาสักนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วประเด็นนี้เดิมทีนั้นผมไม่เคยคิด จะอภิปรายเลย เคยคิดจะอภิปรายครั้งหนึ่งเมื่อครั้งที่มีการแก้ ขณะนั้นท่านประธานก็ได้ ขอความกรุณาว่าเลื่อนออกไปก่อน ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาในเรื่องของ ศาลรัฐธรรมนูญนี้ก็เงียบหายไป วันนี้ผมขอพูดจากใจจริงและตรงไปตรงมา ผมเฝ้ารอครับ ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากเลือกตั้งเหลือระยะเวลาอีก ๑ ปีกว่า นี่พูดกันตรง ๆ ครับ ใครอาจจะไม่กล้าพูดเหมือนผมแต่ผมจะพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาในกรณี มาตรา ๑๑๖ วรรคสอง คืออํานาจหน้าที่ของ ส.ว. ที่อยู่วาระ ประเด็นนี้ผมเฝ้าติดตามครับ พูดกันตามตรงครับ ผลประโยชน์โดยตรงต่อ ส.ว. ที่มาจากเลือกตั้งพวกผม ขอพูดสักนิดหนึ่งว่า ในกรณีนี้นั้นผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญนัยว่ามีเป้าหมายเพื่อไม่ให้มีการสร้างอิทธิพลหรือ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓๙/๒ นักการเมืองเพื่อไม่ให้ครอบงํา มีการตัดกันเพื่อที่จะไม่ให้ญาติพี่น้องได้เข้ามา เป็นไปไม่ได้ครับ โลกแห่งความเป็นจริง ผมเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี่บุคคลที่จะคิดแก้อย่าคิด ๑ บวก ๑ เป็น ๒ คิดโลกแห่งความเป็นจริง อันนี้ขอนิดเดียว และวันนี้ผมก็ยังนั่งเฝ้าจับตามองรัฐบาลว่า ท่านคิดว่าท่านจะทําอย่างไรเรื่องนี้ ถามว่าเป็นประโยชน์กับพวกผมไหม ส.ว. ที่มาจาก เลือกตั้งนั้น มีประโยชน์ครับ ทําไมล่ะครับ ส.ว. จากสรรหามา ๓ ปีต่อ ๖ ปีอยู่ ๙ ปีได้ แต่เราอยู่ ๖ ปีต้องเว้นวรรค ๒ ปี ทําไมครับ คุณค่าของความเป็นมนุษย์ไม่เหมือนกันหรือครับ มีใครดีกว่ากันครับในประเทศนี้ ไม่มีครับ อย่ามาบอกผมว่าใครดีกว่าใคร ผมไม่เชื่อ เพราะวันนี้ผมเป็นสมาชิกวุฒิสภามา ๕ ปีแล้ว ผมรู้แล้วครับ ไม่ต้องอะไรมากครับ แค่คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมา ๓ ข้อ ท่านลองเปิดทีวีหลายเดือนที่ผ่านมาสิครับ นักกฎหมายจบที่เดียวกัน จบหลายที่ ผมไม่เคยเห็นตีความกฎหมายเหมือนกันเลย ผมไม่ใช่ นักกฎหมาย แต่อันหนึ่งผมคิดว่ามนุษย์อย่างพวกเราโดยเฉพาะพวกเราที่ทําหน้าที่ เพื่อประเทศชาตินี่นะครับ จิตสํานึก วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณศาลรัฐธรรมนูญ วันแรกที่มี คนยื่นไปถึงท่านนั้นก็มีคนกล่าวหามากมายว่าท่านจะเป็นเครื่องมือของใคร จะตัดสินอย่างไร จะทําลายล้างใคร แต่โดยส่วนตัวลึก ๆ นั้นผมไม่เชื่อ ผมว่าทุกท่านที่มาระดับนี้แล้วท่านต้อง คิดถึงบ้านเมือง แต่แน่นอนครับอาจจะมีบางประเด็น บางความคิด คนเรารักชาติเหมือนกัน แต่มุมมองหรือการกระทําที่ต่างกัน ถ้าหากว่าเรามีความขัดแย้งเพียงเท่านี้ ทําไมเราต้อง เข่นฆ่ากัน ทําไมจะต้องทําลายล้างกัน วันนี้ท่านสามารถ แก้วมีชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่าน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณานี้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๐/๑ ผมขอบพระคุณท่านมากที่เมื่อสักครู่ท่านได้สรุป นอกจากผมขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ในเบื้องต้นผมอาจจะตําหนินิดหนึ่ง เฝ้ารอว่าขณะนี้รัฐบาลจะเอาอย่างไรต่อ ผมในฐานะ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเหลือเวลาอีก ๑ ปีกว่า จะแก้ทันไหมประเด็นนี้ ผมจะเสนอให้แก้ประเด็นนี้ ส่วนได้ไม่ได้ผมไม่สามารถบังคับใคร แต่ผมอยากให้รัฐบาล รีบดําเนินการโดยด่วนครับ ท่านอย่าปล่อยเวลายืดยาวไปหวังเพียงเพื่อให้รัฐบาลอยู่ในอํานาจ ต่อไป ท่านจําไว้อย่างหนึ่งว่าเรามาจากการเลือกตั้ง ถ้าหากว่าเราคิดว่าทําสิ่งใดแล้ว มันมีประโยชน์ต่อส่วนรวม มีประโยชน์ต่อองค์กร ไม่เป็นไรครับ ย้อนกลับไปหาประชาชนใหม่ วันนี้พวกเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนคือเสียงส่วนใหญ่ มีหลายท่านครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องนัก ไม่ใช่เสียงที่ว่าจะมาตอบผิดตอบถูกในประเทศนี้ พูดแบบนั้นก็ถูกเหมือนกันครับ แต่มันถูกไม่หมด อย่างน้อยที่สุดนั่นคือเกณฑ์อันหนึ่ง ถ้าหากเราไม่ยึดเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งแล้ว ผมถามว่าเราจะขับเคลื่อนอย่างไร หรือเราจะเอา แบบลักษณะคือมีการปฏิวัติรัฐประหาร มีคนหนึ่งอัศวินขี่ม้าขาว เราก็พิสูจน์มาแล้ว บ้านเมืองเรานี่กว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมาปฏิวัติมากี่ครั้ง แล้วเป็นอย่างไรประเทศชาติ ผมคิดแบบคนปกติครับ ผมอยากจะสนับสนุนการปฏิวัติ อยากสนับสนุนแต่ผมมานั่งคิดดู ๖๐ ปี ผมอายุ ๕๐ กว่าปีแล้ว แต่ผมมานั่งดูแต่ละช่วง ๆ ดูสิว่าเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ความเป็นอยู่ของประเทศ ประชาชนโดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง สรุปในความคิดเห็นส่วนตัว รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นที่ทําให้ประเทศชาติและประชาชนดีมากขึ้น แต่ไม่ได้ดี ที่สุดนะครับ ผมย้ําตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ว่านานาอารยประเทศทั่วโลกนี้ แม้แต่ของเรา เป็นที่ยอมรับกันว่าน่าจะเป็นการปกครองเดียวที่จะนําพามนุษยชาตินี้ในความเท่าเทียม มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน แต่วันนี้ถ้าหากว่าใครมีสิ่งที่บอกว่าการปกครอง ที่ดีกว่า เรามาเถียงกันครับ มีหลายครั้งครับมีการรณรงค์หาเสียงโนโหวต (No vote) อะไร ทํานองนี้ ผมก็สงสัยครับว่าแล้วโนโหวตแล้วอย่างไร บ้านเราถ้าจะตําหนิเรื่องราวอะไร ก็ตําหนิกันมากมายครับ แต่ผมถามต่อว่าแล้วอย่างไรครับ ตอบผมหน่อยเถอะ ถ้าหากว่า มีคําตอบ เราเห็นด้วย พิจารณาเราเดินตาม วันนี้เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ผมย้ํานะครับ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญก็ขอร้องเถอะครับว่าวันนี้ผมไม่เชื่อหรอกครับว่า องค์กรระดับนี้แล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่นั่นผมว่าท่านต้องมองครับ เราค่อย ๆ พิจารณา หาเหตุและผล ผมก็อยากจะกราบขอร้องท่านศาลรัฐธรรมนูญผ่านไปด้วยว่าการตั้งศาล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๐/๒ มีกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ มานั้น เป้าหมายเพื่อความสงบสุขร่มเย็นการขับเคลื่อนสังคม ไปข้างหน้าได้ ท่านลองคิดสิครับว่าพวกเรา ๕๐๐ คนนั่งอยู่ที่นี่ไม่มีปัญหาครับ ไม่เดือดร้อน ท่านเชื่อไหมครับว่าประเทศไทยเราขณะนี้มัววกวนอยู่กับการแก้ปัญหาบ้านเมือง การแก้ปัญหาทางการเมือง แต่ขณะนี้คน ๖๐ ล้านคนเป็นอย่างไรบ้าง บ้านเมืองถามว่า เหมือนเด็กครับ เลี้ยงครับ วันหนึ่งก็เอาข้าวให้กินแต่ข้าวนั้นไม่มีวิตามินอะไรหรอกครับ มีแป้งอย่างเดียวก็โตเหมือนกันครับ โตแบบเอ๋อ โตแบบปัญญาอ่อน ผิวขาวตัวใหญ่ แต่ไร้สติปัญญา เหมือนกันครับวันนี้ประเทศเราต้องยอมรับครับมันโตเพราะต้องโต แต่กฎกติกาต่าง ๆ แต่ปัญหาต่าง ๆ มากมายก่ายกองเหลือเกิน ถ้าหากวันนี้เราต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ ท่านลองมานั่งคิดสิครับว่า เราจะนั่งคุยกันอย่างไรว่าให้เดินไปด้วยกันได้ แล้วไม่ขัดแย้งอะไรมากมาย อย่างน้อยที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็ต้องพิจารณาเหมือนกัน ท่านอาจจะตีความกฎหมายได้ถูกเป๊ะ ๆ แต่ถามว่าประเทศนี้ไปได้ไหม ถึงวันนี้เรามักจะพูดถึงพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย เอาง่าย ๆ ครับรัฐบาล เราพูดถึงคนแดนไกลกันเสมอว่าเขาผู้นี้มีอิทธิพลอะไรมากมาย ท่านครับ ถ้าหากวันนี้เราต้องยอมรับ