จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องนาซ่าใช้เครื่องบินจารกรรมที่สนามบินอู่ตะเภา และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงว่าประเทศไทยเสียประโยชน์อะไรจากการใช้เครื่องบินนี้ และมีการร่วมมือกับประเทศจีนหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เมื่อสักครู่นี้ผมใช้เวลา เกือบ ๒๐ นาทีฟังท่านรัฐมนตรี จริง ๆ ก็เป็นข้อมูลเก่าทั้งนั้นละครับที่ท่านพูดมานี่ ฟังมาเมื่อ ๓-๔ เดือนที่แล้วก็ข้อมูลแบบนี้ละท่านประธานครับ และที่สําคัญนั่งฟังก็จะหลับ เพราะว่าเป็นข้อมูลที่พูดกันทั้งนักวิชาการก็พูด สื่อมวลชนก็เอาไปลง มีบางส่วนเท่านั้นละครับ ที่หูอื้อตาลายไม่ค่อยจะพยายามเข้าใจ เพราะฉะนั้นผมก็เลยฟังไปฟังมาเหมือนฉายหนังซ้ํา หลายรอบครับท่านรัฐมนตรีครับ ประเด็นนี่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นครับ แต่ว่าคําถามที่เกิดขึ้น ในยุคการเมืองรุนแรงมักจะโยงเกี่ยวกับคุณทักษิณ จําได้ครับ มีพาดหัวข่าวเมื่อสัก หลายเดือนที่ผ่านมาครับว่ารัฐบาลแลกกับวีซ่าให้คุณทักษิณเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะให้นาซ่ามาตั้งฐานทัพที่สนามบินอู่ตะเภา คือมันโยงการเมืองไปหมดมันเลย กลายเป็นประเด็น แล้วก็เป็นเหตุผลล้อกลับมาครับว่าที่ทําไมรัฐบาลจึงไม่กล้า แล้วก็ไม่นํา เข้าสู่รัฐสภา จริง ๆ แล้วการกล้าหรือไม่กล้าไม่ใช่โจทย์สําคัญครับ แต่ประเด็นที่ถามต่อมา ก็คือว่าประเทศไทยนั้นเสียประโยชน์อะไรบ้าง อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาเล่านี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินที่เรียกกันว่าอีอาร์ทู (ER2) แน่นอนครับ คนที่ชอบเครื่องบินจะซื้อ หนังสือเครื่องบินบ่อย ๆ จะเห็นว่าเครื่องบินจารกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา มีหลากหลายโมเดล ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๘๖/๑ วิธีการมีทั้งคนขับบ้างไม่มีคนขับบ้าง ใช้บังคับโดยรีโมท (Remote) บ้าง ก็สุดแท้แล้วแต่ครับ แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกับรถตํารวจของตํารวจ ๑๙๑ ท่านประธานรู้จัก ซี ๓ ไอ (C3I) ใช่ไหมครับ รถสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ๑๙๑ ในกรุงเทพมหานครซี ๓ ไอ เทคโนโลยีอัดแน่นเข้าไป ในรถครับ รถยนต์จะเป็นยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ โตโยต้าก็ได้ ฮอนด้าก็ดี แต่ว่าข้างในคุณภาพ มันอยู่ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ แล้วที่ผมจะบอกอย่างนี้ก็เพราะว่าเวลาที่บางคน ไปโจมตีรัฐบาลก็บอกว่านี่เห็นไหมอนุมัติแล้วเครื่องบินมาจอดที่อู่ตะเภาแล้วเป็นเครื่องบิน แบบจารกรรม เขาเรียกว่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดด้วยท่านประธานครับ เพราะบางเรื่องนี่ รู้อยู่แล้วว่าเป็นเครื่องบินที่เขาปลดระวาง ก็เหมือนกับรถตํารวจเอาหวอออก เอาสีดํา ๆ ข้างประตูออก เอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ในรถออก มันก็แท็กซี่ป้ายดําสมัยก่อนดี ๆ นี้เองแหละ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้งใจฟังอย่างมีสติแล้วข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณา พูดมาสัก ๒๐ นาที ที่ผมนั่งฟังก็มีอยู่ในมือผมปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ แล้วที่สําคัญ ๒-๓ วันก่อน กระทรวงกลาโหมก็ชี้แจงเรื่องนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ชี้แจงเรื่องนี้ มากมายหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเคยมีการศึกษาในทํานองนี้มาไหม มี ทั่วโลกทํากันเยอะ เพราะอะไรครับ ก็เพราะประเทศไทยสตางค์มันไม่ค่อยมี ท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดอย่างเดียว คือโครงการนี้มีมูลค่าเท่าไร ผมไปค้นในเว็บไซต์ นาซ่าบอกว่าโครงการนี้มีมูลค่าประมาณ เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เทคโนโลยีต่าง ๆ เครื่องบินด้วยนะครับ ๒-๓ ลํา อุปกรณ์เทคโนโลยี ที่ใส่ไป ค่าน้ํามันเชื้อเพลิง ประเทศไทยไม่ได้เสียสตางค์ค่าน้ํามันนะครับ เขาก็ซื้อครับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของเอาเงินเข้าประเทศครับ เพราะหลายท่านอาจจะบอกว่าความมั่นคง สําคัญกว่า แน่นอนครับเราก็ต้องห่วงประเทศเราครับ เดี๋ยวจะโดนหาว่าขายชาติ แบบปราสาทเขาพระวิหารอีกครับ แต่การเมืองต้องแยกออก อันไหนคือเทคโนโลยี อันไหน คือวิทยาศาสตร์ อันไหนคือความมั่นคง ผมหยิบเอกสารหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก กองทัพอากาศของประเทศไทยรวมทั้งกองบัญชาการทหารสูงสุดซึ่งก็เขียนชัดเจน หลายท่าน ก็ให้สัมภาษณ์บอกว่ามีข้อสังเกตบอกว่าโครงการนี้ดี แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยว่าจะมี ผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ก็ไปทําจดหมายถามกันไปครับ ประเทศจีนอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าก็มีการร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้น เวลาเดี๋ยวนี้เราจะทําอะไรเรามักจะกังวลใจ ต่อประเทศจีนครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้พี่เบิ้มของเอเชียคือประเทศจีน เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า รัฐบาลจะทําอะไรแต่ละก้าวย่างย่อมมั่นคง ต้องถามทางการประเทศจีนก่อนครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๘๖/๒ ทางการประเทศจีนเคยทําไหม ตอบกลับมา ทําครับ แล้วในประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ ประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบรูไน ทําไหม มันทําไม่ครบทุกประเทศหรอกครับ เครื่องบินจะไปตั้งที่ประเทศ สปป. ลาวก็ไม่ไหวครับ อุปกรณ์เทคโนโลยีเขา ความพร้อมเขาก็ไม่มี แน่นอนครับในอาเซียนเราทั้งประเทศสิงคโปร์ ประเทศกัมพูชา และอีกหลากหลาย กําลังเริ่มทําครับ ปัญหาที่เริ่มนั้นไม่ได้หมายความว่าให้ทําแล้วจะมีผลต่อความมั่นคงครับ เพียงแต่ว่าเครื่องบินมันต้องบินเข้าไปตรวจอากาศ แน่นอนครับมันย่อมจะล้ําน่านฟ้ากัน เพราะฉะนั้นเมื่อบินจากอู่ตะเภา ถ้าผ่านอ่าวไทย ถ้าไม่ถามประเทศกัมพูชาเขาโดนยิงตกเลยครับ ปืนต่อสู้อากาศยานเขาก็มีไปยิงเครื่องบินแบบนี้ซึ่งไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ตกครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราฟังจากต่างชาติแล้วเขามองอย่างไร เขามองเรื่องชั้นบรรยากาศซึ่งโลกร้อนกัน ทุก ๆ ปี ผมอ่านเอกสารจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่พูดถึงเรื่องโลกร้อนในเอเชียใต้ครับ เขาบอกว่าน้ําแข็งละลายมากขึ้นเรารู้กันอยู่บ่อย ๆ ครับ สมัยเด็ก ๆ ท่านประธานก็ทราบ ท่านอยู่กรุงเทพมหานครหน้าหนาวได้ใส่เสื้อกันหนาวทุกวันแต่เดี๋ยวนี้ฝันไปเถอะครับ ๑๐ ปี จะมีสักครั้งหนึ่งก็เพราะโลกมันร้อนขึ้นทุกวันครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรามองการเมืองอย่างเดียว เราไม่ได้มองเรื่องของที่โลกเขาที่เขาจะทํากัน เราก็ลําบากครับ ประเทศไทยยังเป็นประเทศ กําลังพัฒนาเงินงบประมาณก็ยังไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่ผมฝากไปยังรัฐบาลก็คือว่า ท่านทําอย่างไร ท่านช่วยตอกย้ําอีกสักนิดหนึ่งเถอะกับสิ่งที่ท่านได้กรุณาอธิบายเมื่อสักครู่นี้ครับ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แล้วก็เป็นเรื่องที่ตั้งแต่ฝ่ายค้านได้กรุณาหยิบยกมาตั้งแต่นาซ่าจะมาตั้งฐานทัพ ใช้เครื่องบินสอดแนมอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ประเด็นที่น่าสนก็คือว่าวันนี้ประเทศไทย ได้ประโยชน์อะไร ผมเชื่อว่าเรื่องชั้นบรรยากาศ ถ้าบรรยากาศดีแน่นอนครับมนุษย์จะมีชีวิต ดํารงอยู่ได้ และที่ต่อเนื่องต่อมาถ้าอากาศโลกใบนี้มีปัญหา เราไม่รู้หรอกครับว่าโลกนี้จะเกิด อะไรขึ้น วันดีคืนดี ๑๐๐ ปีมานี้เราเพิ่งจําความกันได้ ๒๐๐ ปีเรามีบันทึกเล็กน้อยนะครับ ๕๐ ปีมานี้เราเพิ่งมีโทรทัศน์ ไม่กี่ปีมานี้เราเพิ่งมีไอแพด (iPad) ไอโฟน (iPhone) กันนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๘๗/๑ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดชั้นบรรยากาศไม่มีใครศึกษาเลย ชั้นไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) สูงสุด ขึ้นไปจนกระทั่งห่อหุ้มโลก ทะลุขึ้นมาลงกลางกรุงเทพฯ เกิดอะไรขึ้นครับ อย่างน้อยเรื่องทาง เทคโนโลยีผมเห็นด้วยกับทางรัฐบาลที่ทํา แต่ท่านก็พยายามแล้วที่จะประกาศแล้วประกาศเล่า เฝ้าแต่ประกาศ แต่มันก็ถูกโยงการเมืองทุกครั้งไป เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยครับ ท่านประธาน ถ้าปีหน้าท่านจะทําอีกนะครับ เดือนมีนาคมนี่ท่านเริ่มโครงการ เพราะช่วงนั้น เป็นช่วงหน้าร้อนต่อเนื่องหน้าฝนกันจนถึงปลายฝนต้นหนาวใช้เวลา ๖-๗ เดือนนี่ถ้าทําได้ทําครับ ส่วนการจะเข้ามาตรา ๑๙๐ นี่ผมอภิปรายมาตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วละครับ ประเทศเราอะไร ๆ ก็เข้าสภา อะไร ๆ ก็เข้าสภา หลัง ๆ นี้มันถึงเดินหน้าช้ากว่าชาติอื่น ๆ เขา เพราะฉะนั้นผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยทุกอย่างนะครับ ท่านรัฐมนตรีพูด ดูแล้วท่านอธิบายให้เหตุผลเหมาะสมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าทําความเข้าใจกันลงในรายละเอียดหน่อย ยกการเมืองออกไว้ข้างนอกก่อน แล้วก็เอาการทํางานในประเทศเป็นที่ตั้งครับ ส่วนเรื่องของ มาตรา ๑๙๐ ถ้าความรู้สึกผมนะครับ ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องระดับเล็ก ๆ แล้วถ้าอธิบาย ได้อย่างชัดเจนนี่นะครับ องค์การนาซ่าไม่ใช่กองทัพอากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านสามารถที่จะดําเนินการได้เลย เป็นความเห็นของผมครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน