ปลอดประสพ สุรัสวดี พูดถึงการขออนุญาตติดตั้งเครื่องมือซัน โฟโตมิเตอร์ บนแพลทฟอร์มของบริษัท เชฟรอน และอธิบายว่าไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานใดๆ แต่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโครงการสํารวจชั้นโทรโพสเฟียร์กับฝนหลวง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี ผมขอตอบ ๓ ข้อก็พอนะครับ
ข้อแรก ท่านถาวรพูดถึงบริษัท เชฟรอนซึ่งเป็นบริษัทน้ํามัน คือถ้าไม่ตอบ ก็จะไปเข้าใจไปกันใหญ่นะครับ ที่ไปเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้เพราะว่าบริษัทนี้มีแพลทฟอร์ม (Platform) คือมีฐานขุดเจาะน้ํามันที่กลางอ่าวไทย ได้มีการขออนุญาตติดตั้งเครื่องมือ ที่เรียกว่าซัน โฟโตมิเตอร์ (Sun photometer) บนแพลทฟอร์มนั้น ก็เลยเอ่ยชื่อถึงบริษัทนี้ว่า ต้องขออนุญาตเขาและเขาก็อนุญาต ก็แปลว่าเอาเครื่องมือ ๑ ใน ๕๕ ชิ้นที่ผมบอกเมื่อกี้ ไปติดตรงนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสัมปทานอะไรใครทั้งสิ้น นี่ข้อ ๑ นะครับ
ข้อ ๒ ผู้แทนฝนหลวง เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์สํารวจประเภทของข้อมูลที่เกินความสนใจของไทย คําว่า ไทย หมายถึง ฝนหลวงนะครับ และไม่น่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อไทยนัก โดยเฉพาะเป็นข้อมูล จากการสํารวจในชั้นโทรโพสเฟียร์เท่านั้น อย่างไรก็ดีมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ได้ร่วมโครงการด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะมหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่พร้อมและจํานวน มากพอเมื่อเทียบกับฝ่ายราชการ ทีนี้ถามว่าทําไมฝนหลวงถึงไม่สนใจบรรยากาศชั้นสูง คือเมฆนี่มันมี ๓ ชั้น เมฆชั้นต่ํานี่แบ่งเป็น ๕ ชั้นเล็กนะครับ ใน ๕ ชั้นเล็กนี่มันมี ๒ กลุ่ม เขาเรียกว่านิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) กับคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) เป็นเมฆที่ให้ฝน เพราะฉะนั้นฝนหลวงนี่สนใจเมฆชั้นต่ําในกลุ่มนิมโบสเตรตัสกับคิวมูโลนิมบัส ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๙๙/๒ เพราะฉะนั้นเขาก็พูดตรงไปตรงมาอย่างนักวิทยาศาสตร์ว่าชั้นสูงเกินไปเขาไม่สนใจ ผมก็ไม่เห็นจะประหลาดเลยครับเขาไม่สนใจ เขาก็บอกเขาไม่สนใจเท่านั้นเอง เพราะเขาไม่ได้ใช้ ทีนี้ถามว่าเขาไม่สนใจนี่แล้วมันอย่างไรครับ ก็เครื่องบินเขาก็มาจอยน์ ใช่ไหมครับ มันก็แปลว่าสนใจและส่งมาจอยน์ เพราะฉะนั้นแอท ดิ เอนด์ (At the end) ตอนจบนี่เขาก็ให้ความสนใจแล้วก็มาร่วม ทีนี้มาถึงหน่วยงานของผม กําลังนึกอยู่เดี๋ยวจะไป สอบสวนเอาเรื่องแล้วพูดแบบนี้นะครับ นี่ไม่ใช่ว่าโกรธว่าลูกน้องไม่เห็นด้วยนะครับ เมื่อกี้ลงไปถามว่าใครเป็นคนพูด แล้วพูดทําไมนะครับ เขาก็บอกว่านี่เป็นการประชุมครั้งแรก วันนั้นประธานในที่ประชุมบอกว่าใครสงสัยอะไรให้ถาม ถาม ถาม ฝ่ายสหรัฐอเมริกาตอบ ตอบไม่ได้ก็ให้ส่งเอกสารมา เจ้าหน้าที่ของผมได้นั่งอยู่ข้างหลังเรียกมายังได้เลยนะครับ เขาพูดอย่างนี้ครับ เขาบอกว่า ทาง สทอภ. ติดต่อกับนาซ่าค่อนข้างบ่อย อย่างไรก็ดีโครงการนี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่องาน สทอภ. นัก แต่อาจจะได้ประโยชน์ทางอ้อมในแง่ของ การสํารวจมลพิษทางอากาศ ผมก็ถามว่ามันแปลว่าอะไร ทางตรง ทางอ้อม เขาก็บอกว่า แต่เดิมมาหน่วยงานนี้มีดาวเทียมธีออสของตัวเอง แต่คราวนี้มีเครื่องบินมาประกอบ เพราะฉะนั้นเขาก็อธิบายไปโดยตรงว่าในแง่ของเครื่องบินนี่เขายังไม่ได้มีแผนเรื่องเครื่องบิน ถ้าเรื่องดาวเทียมนี่ก็พอมีประโยชน์บ้างเพราะจะมีดาวเทียมอีก ๔ ลูกมาจอยน์ เขาก็พูด เท่านั้นเองนะครับ แต่หน่วยงานนี้เป็นเจ้าของเรื่องนะครับ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไปหลังจากที่ ได้คําตอบซึ่งมีการประชุม ๕-๖ ครั้ง เขาก็ประชุมไปเรื่อย ๆ และเดี๋ยวนี้เขาเป็นเจ้าของเรื่อง ณ วันนี้ ในหน่วยนี้ไม่มีใครที่ไม่สนใจและไม่เห็นประโยชน์ครับ เพราะใครที่ไม่สนใจ และไม่เห็นประโยชน์ก็ไม่ควรจะอยู่หรอกครับ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพียงแต่ว่า เขาพูดในความรู้เขาขณะนั้นเท่านั้นเองนะครับ ถ้าอยากจะเจอเจ้าตัวและท่านประธาน อนุญาตจะเชิญขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะครับ เพราะเมื่อกี้ผมลงไปหน้าบึ้งพวกนี้ก็บอกเปล่า ๆ นะครับ ต้องเรียนฟ้องคุณหญิงครับ รัฐมนตรีก่อนผมนะครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๐๐/๑ เพราะฉะนั้นอยากเรียนท่านถาวรที่ท่านห่วงใยอะไรต่ออะไรนี่ก็ดี ที่ท่านพูดมาฟังหมด ก็จะเอาไปปรับปรุงแก้ไขขยายความทําให้เกิดความเข้าใจกัน ทีนี้เมื่อกี้นายทหารอยู่ตรงนี้อีก ก็พูดเหมือนเมื่อกี้อีกบอกว่าแรก ๆ พวกผมก็ถามแต่ตอนหลังพวกผมก็เห็นด้วย แล้วก็เอา หนังสือที่ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าทางทหารเห็นด้วย เพราะฉะนั้น ในการประชุมครั้งแรกใครจะถามอะไร ถามมาก ถามน้อย ถามตรง ถามอ้อมอะไรก็ไม่เป็นไร แต่มันเป็นการประชุม ๑ ในกี่ครั้งก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นจะเอาการประชุมครั้งแรกมาเป็น การประชุมครั้งสุดท้ายซึ่งเป็นผลสรุปมันไม่ได้หรอกครับ ก็ขออนุญาตเรียนอธิบายไว้แต่เพียง เท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ