รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

สุรสาล ผาสุข หารือเรื่องกรอบการเจรจาเรื่องการจัดการสารปรอทระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความรับผิดชอบและความชัดเจนในกรอบการเจรจา และเรียกร้องการสนับสนุนจากประเทศพัฒนาแล้วในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์

นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิงห์บุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อความคิดเห็นที่มีต่อกรอบการเจรจา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๖๐/๒ ของประเทศไทยสําหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนา มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท กระผมเห็นด้วยต่อ กรอบการเจรจานี้ เนื่องจากได้มีการดําเนินการกันมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เริ่มกันตั้งแต่ การที่ยูเอ็นอีพีได้มีการดําเนินการประเมินผลกระทบของสารปรอทในระดับโลก ผลของการประเมินนั้น ยูเอ็นอีพีพบว่าสารปรอทส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อนามัยของประชากรของโลก ด้วยเหตุดังกล่าวนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทําให้ได้มีการดําเนินการ จัดทํามาตรการด้านการจัดการสารปรอททั้งในระยะสั้นและในระยะยาวขึ้นมาโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะปกป้องสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากการปลดปล่อยสารปรอท ซึ่งจากการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศทําให้ได้ ข้อสรุปว่าการลดความเสี่ยงนั้นจะเป็นแนวทางหลักในการดําเนินงานเพื่อการจัดการ สารปรอทระหว่างประเทศในระยะยาวได้ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๖๑/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากประเทศไทยนั้นยังมีการนําสารปรอทมาใช้ประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ จึงอาจได้รับผลกระทบจากข้อกําหนดของร่างมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจ ต่อสังคม ต่อสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลกระทบดังกล่าวนั้นอาจเป็นไปได้ทั้งผลกระทบในทางบวก และผลกระทบในทางลบ ดังนั้นกรอบการเจรจาของประเทศไทยสําหรับการประชุม คณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอทนั้น กระผมเห็นว่าจะต้องมีความชัดเจนครอบคลุมในทุกมิติ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ผลประโยชน์ของประชาชนที่เกี่ยวกับ สุขภาพอนามัย และขณะเดียวกันก็ต้องสนับสนุนให้กระบวนการเจรจานั้นบรรลุวัตถุประสงค์ ของร่างมาตรการทางกฎหมายที่กําหนดขึ้นไปพร้อม ๆ กันด้วย ท่านประธานครับ กระผม ขอขอบคุณทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษ ที่ได้มีการประสานเตรียมการเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนได้กรอบของการเจรจาที่ครอบคลุม ประเด็นหลัก ๆ อยู่ ๕ ประเด็นด้วยกัน ทั้ง ๕ ประเด็นนั้นกระผมจะไม่กล่าวทุกประเด็นนะครับ แต่ขออนุญาตที่จะกล่าวถึงประเด็นที่ ๓ และประเด็นที่ ๕

ในประเด็นที่ ๓ นั้นกล่าวว่าในการเจรจานั้นให้คํานึงถึงหลักความรับผิดชอบ ร่วมกันในระดับที่แตกต่างกันของศักยภาพของแต่ละประเทศ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่กระผมอยากจะขอให้คณะกรรมการที่จะไปดําเนินการเจรจานั้นดําเนินการด้วย ความละเอียดรอบคอบ เพราะในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้มีการนําสารปรอท มาใช้ในด้านต่าง ๆ ก็ควรที่จะมีความรับผิดชอบร่วมกันกับประเทศอื่น ๆ แต่น้ําหนักของ ความรับผิดชอบนั้นไม่จําเป็นว่าจะต้องเท่ากัน สิ่งนี้มิได้หมายความว่าประเทศไทย จะเอารัดเอาเปรียบประเทศอื่น เพียงแต่กระผมเห็นว่าน้ําหนักของความรับผิดชอบ ของประเทศไทยนั้นควรจะได้แปรผันตรงตามศักยภาพของประเทศไทย

ในส่วนของกรอบการเจรจาในประเด็นที่ ๕ ซึ่งกล่าวไว้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ควรจะสนับสนุนประเทศกําลังพัฒนาและประเทศที่มีการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่จะต้องมีความชัดเจนอีกเช่นเดียวกัน ถ้าเราสามารถดําเนินการ ในส่วนตรงนี้ได้อย่างชัดเจนนั้นก็จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของการใช้สารปรอทและ การปลดปล่อยสารปรอทในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็จะช่วยลดผลกระทบ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๖๑/๒ ในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศของเราด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ จากร่างมาตรการ ทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอทซึ่งจะพัฒนาไปสู่การเป็นอนุสัญญา ระหว่างประเทศต่อไปนั้น ได้กําหนดวัตถุประสงค์ที่เป็นทางเลือกไว้ ๒ ทางเลือกด้วยกันครับ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนอย่างนี้ครับ

ทางเลือกที่ ๑ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์จาก การปลดปล่อยสารปรอท และสารประกอบปรอทสู่สิ่งแวดล้อมโดยการกระทําของมนุษย์

ทางเลือกที่ ๒ เพื่อลดและป้องกันผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพของมนุษย์จากการปลดปล่อยสารปรอทและสารประกอบปรอท โดยสนับสนุน การเผยแพร่และการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการใช้กลยุทธ์เพื่อการลดความเสี่ยง

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพิจารณาแล้วเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า วัตถุประสงค์ทางเลือกทั้ง ๒ ทางเลือกนั้นเป็นผลดีอย่างแน่นอนต่อโลกและต่อมวลมนุษยชาติ ในประเทศไทยเรานั้นเข้าใจว่าก็มีกฎหมายควบคุมการใช้สารปรอทอยู่แล้ว แต่เรามักจะพบ อยู่เนือง ๆ ว่ามีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการนําสารปรอทมาใช้ในกิจการต่าง ๆ ทางสื่อสารมวลชน ยกตัวอย่างเช่น ในเครื่องสําอางซึ่งมีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ในเรื่องของอาหาร แม้แต่ในทางการแพทย์ก็ตาม ทั้ง ๆ ที่เราน่าจะทราบดีว่าสารปรอทนั้น มีอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม ซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางด้วยกัน กระผม จึงขออนุญาตที่จะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีไปสู่ผู้ปฏิบัติว่าขอให้ได้ มีการควบคุมดูแลการใช้สารปรอท ทั้งกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ และผลิตภัณฑ์ ที่มาจากต่างประเทศเพื่อให้การใช้สารปรอทนั้นมีปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและ สิ่งแวดล้อม และกระผมขอสนับสนุนกรอบการเจรจานี้ครับ ขอบพระคุณครับ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๖๒/๑