รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕

สุกิจ อัถโถปกรณ์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบการเจรจาระหว่างรัฐบาล ในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท และเรียกร้องให้รัฐมนตรีระบุข้อมูลที่จำเป็น เช่น สารปรอทที่ใช้ในอุตสาหกรรมและผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องสารปรอทและผลกระทบต่อสุขภาพ และเรียกร้องการตรวจสอบและเตรียมการแก้ไขปัญหานี้

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของกรอบการเจรจาระหว่างรัฐบาล ในการพัฒนามาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศด้านการจัดการสารปรอท ก็ได้ฟัง เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมเห็นว่าทุกท่านที่อภิปรายก็ได้ให้ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราต้องรีบไปเลยนะครับ อย่างที่ท่าน ส.ว. เข้าใจนี่ถูกแล้ว ยังไม่ได้ออกมาเป็นกฎหมาย เราต้องรีบไปเจรจาเอาข้อมูลของเราไปพูดกับเขา ก่อนที่มัน จะออกมาเป็นกฎหมายแล้วก็มาบังคับใช้กับเราโดยที่ไม่เป็นธรรม แล้ววันนั้นเราจะเสียหาย มากทีเดียว ก็ยังคิดว่าสารตัวอื่น โลหะหนักตัวอื่นนะครับ เหมือนอย่างที่คุณหญิงกัลยาได้พูดไป สารตะกั่วพวกนี้ก็น่าที่จะมีการเจรจาด้วย น่าจะมีร่างกฎหมายที่ควบคุมด้านนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เราจะไปเจรจาก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงก็คือว่าเมื่อไปเจรจา กับเขาแล้วกลับมานี่เราปฏิบัติของเราได้ แล้วก็ไม่ทําให้เราต้องเกิดความเสียหายนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ฟังท่านรัฐมนตรีความจริงฟังอย่างตั้งใจเลยนะครับ ตอนที่ท่านมาพูดตั้งแต่ ตอนแรกอยากจะฟังว่าท่านจะมีข้อมูลหรือกรอบความคิดอะไรในการไปเจรจากับเขา ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๘/๒ แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียด ท่านก็คงคิดว่ามีอยู่ในหนังสือนี้แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากที่จบแล้ว ผมอยากจะให้ท่านได้บอกรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง อย่างเป็นต้นว่าจะส่งใครไปเจรจา อันนี้ก็สําคัญนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกระทรวงของท่านอย่างเดียว กระทรวงการต่างประเทศก็ดี หรือกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ดี กระทรวง สาธารณสุขก็ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งอาจจะเป็น กระทรวงใหญ่ด้วยซ้ําในการที่มีผลเกี่ยวข้องกับเรื่องของสารปรอท อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เราต้องเตรียมข้อมูลของเราไปให้พร้อม อย่างน้อยที่สุดก็คือตอนนี้เราปล่อยสารปรอท อยู่เท่าไร เราทําลายบรรยากาศทุกวันนี้อยู่เท่าไร ผมก็ยังไม่ทราบเลยครับ อุตสาหกรรมหนัก ๆ ของเราหลายอย่างที่เราใช้สารปรอทอยู่ทุกวันนี้เราก็ไม่ทราบว่าเราได้ปล่อยออกไป ได้ไปทําความเดือดร้อนให้กับโลกนี้เท่าไร ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๙/๑ จนทําให้คนอื่นเขามากังวลกับเรา เราต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไปให้พร้อมด้วย หรืออย่างน้อยที่สุด เพื่อสุขภาพของคนไทยเรา เพราะหลายท่านก็พูดมาแล้วว่าสารปรอทมีพิษอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ควรจะบอกให้ทราบด้วยว่าอย่างในกรุงเทพฯ ที่มีรถวิ่งกันทุกวัน วันหนึ่งไม่รู้กี่แสนคัน กี่ล้านคัน แล้วก็ปล่อยก๊าซจากท่อไอเสียไปนี่มีสารปรอทเจือปนอยู่เท่าไร บรรยากาศ ในกรุงเทพฯ ของเราทุกวันนี้มันเป็นอันตรายจากสารปรอท มีความเข้มข้นสูงอยู่สักเท่าไร ผมเองก็อยากทราบข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน ผมว่าก่อนที่จะไปเจรจากับเขานี่เราก็ต้องมีข้อมูล อย่างนี้อยู่ในมือ รวมทั้งข้อมูลที่ว่าตอนนี้อุตสาหกรรมหนักที่เราส่งออกไปขายต่างประเทศ แล้วทํารายได้ให้กับประเทศชาติปีหนึ่งเยอะ ๆ มีสารปรอทอะไรเกี่ยวข้องอยู่สักประมาณ เท่าไร ถ้าเกิดมันต้องหยุดต้องสูญเสียไป เกิดว่ามีกฎหมายนี้ สมมุติมันออกมาว่าถึงเวลา วันนั้น เดือนนั้น ปีนั้นจะต้องไม่มีสารปรอทมาใช้ในอุตสาหกรรมเลยเราจะเดือดร้อนสักเท่าไร เราจะสูญเสียสักเท่าไร อันนี้ผมคิดว่าเป็นข้อมูลที่สําคัญ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิก หลายท่านว่าถ้าเรายังไม่พร้อมเราก็ไปเจรจาเถอะครับ ผมเห็นด้วย อาจจะแย้งกับท่าน ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งไปเจรจา ผมว่าควรจะไปเจรจาแต่เจรจาในกรอบที่เรายอมรับได้ หรืออาจจะต่อรองเขา ค่อยเป็นค่อยไปอย่างนี้ ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีให้ท่านตอบ ให้ชัดเจนในประเด็นนี้ว่าเราจะส่งใครไปเจรจา แล้วก็จะเจรจาในแนวอย่างไร สารปรอท มันไม่ได้น่ากลัวไปทุกอย่าง อย่างเช่นถ้าพูดถึงเรื่องการแพทย์แล้วทุกท่านก็บอกว่ามันน่ากลัว บางอย่างมันก็น่ากลัวละครับ ถ้าเอามาใส่ฟัน อุดฟัน อย่างนี้ก็มีโอกาสที่จะกลืนลงไป กินลงไปในท้อง แล้วก็ดูดซึมเข้าไปในร่างกาย อย่างนี้ผมเห็นด้วยว่ามันอันตรายครับ แต่สารปรอทที่มันอยู่ในปรอทวัดไข้ หรือว่าสารปรอทที่อยู่ในเครื่องมือวัดความดันมันก็ไม่รู้ จะอันตรายตรงไหน ถ้ามันอันตรายจริงผมก็คงตายไปนานแล้วเพราะผมใช้อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นมันก็ต้องแยกแยะด้วยว่าอะไรที่มันจะควรใช้ต่อได้ อะไรที่ควรจะเลิก แถมในนี้ มาบอกด้วยว่าสารปรอทที่ใช้วัดความดันนี่มันไม่แน่นอน อาจารย์ผมสอนมาว่าความดันที่วัด โดยใช้สารปรอทโดยใช้เครื่องวัดแบบปรอทมีความแน่นอนที่สุด ตรงที่สุด วัดความดัน แล้วก็ถูกต้องทุกครั้ง ในขณะที่เครื่องที่เป็นดิจิตอล (Digital) ทุกวันนี้เสียอีกที่บางครั้งมันก็ เกเรรวนไป แต่สําคัญก็คือขั้นตอนของการทําลายในตอนที่เราใช้เสร็จแล้ว อันนี้ผมเชื่อว่า ประเทศไทยเรา นี่ท่านก็ยอมรับในรายงานว่ายังทําได้ไม่ดีพอ อันนี้เราก็คงจะต้อง ปรับปรุงด้วย ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๙/๒

อีกประเด็นหนึ่งที่เห็นด้วยกับสมาชิกบางท่าน ก็คือถ้าเราหยุดใช้สารปรอท ในวันนี้อาจจะเข้าทางประเทศที่เขามีเทคโนโลยีสูงกว่าเรา เพราะฉะนั้นระวังถ้าไปเจรจา กับเขาแล้วกฎหมายออกมาบอกว่าห้ามใช้สารปรอท ในบางเรื่องเขาอาจจะหลอกเราก็ได้ เขาอาจจะกําลังหลอกขายของที่มีเทคโนโลยีสูง ๆ ให้เรา ซึ่งเราตามเขาไม่ทัน แล้วของแบบนั้นราคามันจะต้องสูงมันออกมาใหม่ ฉะนั้นการไปเจรจาก็ต้องดูด้วยอย่าให้เขา หลอกเราได้ บางทีเทคโนโลยีของเราไม่สูงพอ ถ้าไปเจอของเขาเข้าเขาบอกว่าปรอทใช้แล้ว อันตราย ต้องใช้ของเขา ต้องใช้อย่างนี้อย่างนั้นซึ่งเป็นของใหม่ ราคาแพง แล้วทุกประเทศ ไปเห็นด้วยกับเขาผมว่าเราก็แย่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเตรียมข้อมูล เตรียมคนที่จะไปเจรจา เรื่องนี้ด้วย ผมก็คงไม่มีอะไรมากก็เป็นห่วงประเด็นนี้ว่าการไปเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นจริงที่เราปฏิบัติได้ ไม่ใช่ออกมาแล้วเราเสียเปรียบ ร ๑/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) นัชชา ๖๐/๑ แล้วข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานเผาขยะอะไรที่เราใช้อยู่ แม้แต่โรงงานผลิต ปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตเหล็กและเหล็กกล้าอะไรทั้งหลาย เหมืองแร่ที่เราทําอยู่ถ้ามันยังปล่อย สารปรอทออกมามาก ๆ มันก็เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ตอนนี้โลกเขารังเกียจที่สุดก็คือคนที่ ทําลายสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นก่อนจะไปเจรจากับเขาเราก็ต้องดูแลภายในของเราด้วยครับ กฎหมายดูแลเรื่องนี้โดยตรงในประเทศของเราเรามีหรือยัง ถ้าไม่มีก็ต้องทําครับ ผมก็ไปกับ ท่านสมคิด บาลไธสง เมื่อวานนี้กลับจากประเทศเกาหลีมาเครื่องสําอางของประเทศเกาหลี เป็นที่นิยมมาก จะนิยมโดยที่ว่านิยมด้วยตัวเองหรือว่านิยมด้วยหัวหน้าทัวร์ (Tour) พาไปนี่ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเข้าไปร้านไหนคนไทยเต็มไปหมด คนขายก็เป็นคนไทย เขาก็โฆษณาบรรยายต่าง ๆ ผมเป็นหมอบางทีผมก็รู้แต่ก็ไม่กล้าที่จะไปเถียงเขา ผมกลัวเขา ตกงาน แต่เห็นแล้วว่าเครื่องสําอางจากประเทศเกาหลีหรืออาจจะประเทศอื่น ๆ ด้วย ประเทศเพื่อนบ้านของเราหลายประเทศที่เป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมี สารปรอทหรือสารอะไรที่มันเป็นโทษอยู่บ้างหรือเปล่า ไม่ทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุข เอาเลยครับถึงรัฐบาลเลย ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า เพราะผมเชื่อว่าแต่ละปี เราสูญเสียรายได้ไปกับเรื่องนี้มากมายทีเดียว ถ้าสูญเสียเงินไปแล้วและมันทําให้คนของเรา สวยดูดีขึ้นโดยไม่มีโทษก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ แต่ถ้าเกิดว่าสูญเสียเงินไปแล้ว มาทาแล้ว ดูดสารพิษเข้าไปในตัวแล้วต่อไปพิกลพิการกันหมดทั้งประเทศ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวด้วย เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามรัฐบาลว่าเคยตรวจสอบหรือยังเรื่องแบบนี้ เครื่องสําอางต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมแล้วก็คนไปซื้อกันมามาก ๆ มาใช้นี่ของเราได้เคยตรวจสอบหรือยังว่ามีสารมีพิษ หรือเปล่า โดยภาพรวมแล้วผมก็เห็นด้วยที่จะไปเจรจาพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศ ด้านการจัดการสารปรอท แล้วก็สารทุกชนิดที่เป็นอันตราย แต่ว่าขอให้อยู่บนพื้นฐาน ของความเป็นจริงที่เราปฏิบัติได้ แล้วเราไม่ถูกหลอกให้ต้องไปซื้อเทคโนโลยีราคาแพงของเขา ขอบคุณครับ