สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

(เนื่องจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ติดราชการ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๒.๕๗ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ก่อนที่จะเชิญท่านแรก ผมขออนุญาตนำรายชื่อท่านที่ได้ยื่นความจำนงขอปรึกษาหารือเอาไว้แจ้งท่านได้ทราบ ล่วงหน้าก่อนนะครับ เผื่อหลาย ๆ ท่านจะได้เตรียมตัว ท่านที่ ๑. ท่านสุชาติ ภิญโญ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ท่านรังสิมันต์ โรม ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ท่านสำลี รักสุทธี นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นางสาวรังสิมา รอดรัศมี นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา นายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายคำพอง เทพาคำ นายสุรชาติ ศรีบุศกร นายศุภชัย นพขำ นางสาวศรีนวล บุญลือ นายกฤติเดช สันติวชิระกุล นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นางเทียบจุฑา ขาวขำ ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง นางผ่องศรี แซ่จึง นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นางมนพร เจริญศรี พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ เชิญท่านสุชาติ ภิญโญ ครับ

นายสุชาติ ภิญโญ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๔ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ภาคอีสานของกระผมเป็นภาคที่มีความแห้งแล้งนะครับ ที่อื่นน้ำท่วมแต่อีสานแห้งแล้ง ในจังหวัดนครราชสีมาเองเรามีเขื่อนใหญ่ ๆ หลายเขื่อน แต่ว่าปริมาณน้ำลดลงอย่างน่าใจหาย ท่านประธานครับ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ในเขตเลือกตั้งที่ ๑๔ น้ำในเขื่อน ซึ่งจุได้ประมาณสัก ๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้เหลือประมาณ ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่า น้อยมาก ทั้งท่านนายอำเภอ ท่านนายก ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ก็พยายามช่วยกัน น้ำประปา สำหรับอุปโภคบริโภคนะครับ – ไม่ได้พูดถึงน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภคตอนนี้ก็ยังไม่มีต้องไปเอาที่อำเภอขามสะแกแสงมา ซึ่งเดือดร้อนครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ช่วยเต็มที่นะครับ แต่ว่าอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ระดมช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนนะครับ และอำเภอคงก็เช่นเดียวกันครับ อ่างน้ำ ในอำเภอคงบรรจุได้ ๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้เหลือ ๓๔,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร จะหมดอยู่แล้วท่านประธานครับ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือดูแล อย่างเร่งด่วน

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการเดินทางของพี่น้องประชาชนในเขตเทศกาลนี้นะครับ ซึ่งถือว่าปีใหม่กำลังจะมาถึง กลับโคราช ไปอีสานลำบากมากนะครับ ทั้งมวกเหล็ก ทั้งลำตะคอง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดลำตะคองซึ่งทราบว่ามอเตอร์เวย์ (Motorway) ตรงนั้นเสร็จแล้วนะครับ ช่วงเทศกาลนี้ ขอได้ไหม ขอใช้เฉพาะช่วงเทศกาลซึ่งจะช่วยระบายรถได้เยอะมาก สุดท้ายนะครับ ขออนุญาตให้พี่น้องประชาชนทุกท่านในเทศกาลปีใหม่นี้เดินทางกลับภูมิลำเนา และมีความสุขกับครอบครัวนะครับ ขอให้ท่านมีแต่ความสุขนะครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสุชาตินะครับ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ เชิญครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน

เรื่องที่ ๑ ขอให้สภาได้มีหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ดำเนินการ ก่อสร้างที่จอดรถและไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ของการทางหน้าโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งจังหวัดพัทลุง ซึ่งมี ๑๑ โรงพยาบาลเพื่อทำเป็นที่จอดรถ เพราะว่าที่จอดรถนั้นแออัดทุกโรงพยาบาล

เรื่องที่ ๒ ขอให้มีหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งรัดแก้ปัญหาน้ำเสีย ส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณโรงงานที่บ้านห้วยทราย ตำบลป่าบอน แล้วก็น่าจะมีการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมขึ้นมาเพื่อที่จะจำกัดให้โรงงานอุตสาหกรรมอยู่เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคมสร้างถนนทางหลวงคู่ขนานกับรถไฟตั้งแต่ อำเภอป่าพะยอมถึงอำเภอป่าบอนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง

เรื่องที่ ๔ ขอให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงถนนและซ่อมแซมถนน ของทางหลวงพร้อมขยายและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณหน้าวัดดอนประดู่ หน้าโรงเรียน ปากพะยูนพิทยาคารในอำเภอปากพะยูน หน้าโรงพยาบาลบางแก้ว ทางเข้าบ้านตะโหมด

ผมเรียนกับท่านประธานทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกัน หากรัฐบาลได้ดำเนินการ ทั้ง ๔ เรื่องนี้ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นสำคัญสำหรับปี ๒๕๖๓ ให้กับพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดพัทลุง เพราะว่า ๔ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ประชาชนประสบปัญหา รอคอย การแก้ปัญหา และเป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่รัฐบาลชุดนี้จะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดพัทลุงได้เป็นของขวัญปี ๒๕๖๓ ให้กับคนจังหวัดพัทลุงครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านนริศครับ ต่อไปท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ขอนำเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับ การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานและพื้นที่โดยรอบนะครับ อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานถือว่า เป็นหัวใจของคนจังหวัดมหาสารคามนะครับ เพราะว่าเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใกล้ในพื้นที่เขตเมือง มีความจุ ๘.๐๒๔ ล้านคิวบิกเมตร ซึ่งเราสามารถจะพัฒนาได้ถึง ๑๒ ล้านคิวบิกเมตร ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดโดยรอบประมาณ ๔,๙๐๐ ไร่ แต่เป็นพื้นที่ในอ่างเก็บน้ำ ๑,๙๐๐ ไร่ โดยการพัฒนาแก่งเลิงจาน ขอรูปถัดไปเลยนะครับ ว่าจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องคือจังหวัด มหาสารคามนำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านกิตติศักดิ์ จันทา ได้รวมกับภาคประชาชน รวมทั้งพี่น้องได้ร่วมกันคิดว่าทำอย่างไรจะพัฒนา อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดมหาสารคามต้องยอมรับนะครับว่า เป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีภูเขา ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่เหมาะสม พวกเราต้องสร้างแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา ซึ่งอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานก็เป็นความหวังของคน จังหวัดมหาสารคามว่าถ้ามีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามก็จะทำให้เกิดการพัฒนา ทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ซึ่งได้ให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมีการออกแบบ ซึ่งที่ออกแบบมาก็จะมีเกาะกลางน้ำ ซึ่งจะทำให้ความจุน้ำลดลงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คิวบิกเมตร แต่ว่ามีประโยชน์ทางการท่องเที่ยว และประโยชน์ทางด้านความสวยงามแล้วก็เป็น แลนด์มาร์ก (Landmark) ของคนจังหวัดมหาสารคาม ก็นำเรียนว่าในนามของพี่น้อง ชาวจังหวัดมหาสารคามก็มีการรวมตัวกันเป็นพลังจิตอาสาที่ได้พัฒนาแก่งเลิงจานร่วมกัน ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านกิตติศักดิ์นะครับ ต่อไปเชิญท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ท่านสัณหพจน์ทันไหมครับ ถ้าไม่ทันขอขยับไปท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้มีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน ต่อกรณีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตด้วยกัน ๒ เรื่อง

เรื่องแรกจากการลงพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตมีโครงการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ และอบรมจริยธรรมมัสยิดนูรุดดีนียะฮ์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยเป็น โครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สัญญาจ้างเลขที่ ๐๐๔๓/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ วงเงินสัญญาจ้าง ๑๐ ล้านกว่าบาท จากการตรวจสอบอาคารดังกล่าว เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ปรากฏว่าไปลงพื้นที่เรากลับแทบไม่เห็นความคืบหน้า ของการดำเนินการ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าตามสัญญานี้มีแนวโน้มจะหมดสัญญาและสุดท้าย ก็ก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งจะส่งผลต่อเด็กนักเรียนจำนวนมาก เนื่องจากว่าอาคารนี้แต่เดิม เป็นอาคารที่ใช้สำหรับการเรียน ทำให้วันนี้นักเรียนต้องไปเรียนในห้องอาบน้ำศพ จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปนะครับ

เรื่องที่ ๒ จากกระแสข่าวที่ปรากฏในโลกออนไลน์ และจากการลงพื้นที่ ตรวจสอบของผู้ช่วยของผม เราพบว่าวันนี้ชาวบ้านได้มีการช่วยกันเพื่อเก็บกวาดขยะ ชายหาดกันอย่างขะมักเขม้น แต่ปรากฏว่าเรือสำราญได้ผ่านเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตแล้วมีการ ทิ้งขยะ ซึ่งส่งผลทำให้เป็นสิ่งปฏิกูลส่งผลเสียต่อสถานที่ท่องเที่ยว โดยเป็นการทิ้งบริเวณ หาดป่าตองซึ่งเป็นหาดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตอย่างมาก ดังนั้นจึงฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้จัดการและไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะจะส่งผลเสียต่อสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรังสิมันต์ โรม รักษาเวลาได้ดีมากเลยนะครับ ต่อไปท่านสัณหพจน์ เชิญครับ

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและสมาชิกทุกท่านครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบบัญชีรายชื่อ ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ วันนี้ขอหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของน้ำเสียที่ปล่อยลงในอ่าวปากพนังนะครับ เนื่องจากว่าปัญหาของน้ำเสียและ สารเคมีต่าง ๆ ที่ปล่อยลงในแม่น้ำตอนนี้ ในช่วงระบายน้ำช่วงหน้าน้ำหลาก ทำให้พี่น้อง ชาวประมงชายฝั่งในเขตของอ่าวปากนครที่ปากพนังทำให้สัตว์น้ำตรงนี้อยู่ไม่ได้ พื้นที่ ริมทะเลชายฝั่งของปากพนังมีพื้นที่ถึง ๒๒๕ กิโลเมตร ตรงนี้ทำให้มีผลกระทบกับพี่น้อง ชาวประมงชายฝั่ง อยากให้หาทางในการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ

ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของถนนในส่วนของชลประทานชะอวด-แพรกเมือง ที่อำเภอหัวไทรเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรไปมาในพื้นที่ที่ใช้กันเยอะมาก เสร็จตั้งนานแล้วแต่เป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็มีศาลหลวงต้นไทรที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านได้ ไปสร้างไว้ตรงนั้น ทำให้ประชาชนมีความเดือดร้อนได้รับผลกระทบ อยากให้กรมชลประทานช่วยตั้งงบประมาณด้วยนะครับในปี ๒๕๖๔ ที่จะถึง เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจรไปมากันอย่างสะดวกครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เป็นท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ เชิญครับ ท่านวัชรพลคงไม่ทันนะครับ ต่อไปเชิญท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ก่อนครับ

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานเนื่องจากผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายสว่าง บุญมาลัย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ว่าถนนหมายเลข ๑๑๖ กิโลเมตรที่ ๑๖ บ้านป่าบุกถึงกิโลเมตรที่ ๒๐ ตรงสะพานข้ามแม่น้ำปิง ช่องทางจราจรมี ๒ ช่องทางจราจร รถสวนกันแล้วก็ไม่มีเกาะกลาง เวลากลางคืนถนนช่วงนี้มืดมากทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สูญเสียชีวิตทรัพย์สินมาหลายรายแล้วนะครับ ดังนั้นทางผู้ใหญ่สว่างจึงบอกผมมาว่า ช่วยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดำเนินการ จัดหาไฟส่องสว่างช่วงระยะทางดังกล่าวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุครับ ๒. ผมได้รับข้อร้องเรียน จากนายภิญโญ มาแก้ว ว่าถนนหมายเลข ๑๐๖ ช่วงระหว่างตั้งแต่โรงเรียนเวียงเจดีย์ วิทยาคมจนถึงวัดพระธาตุห้าดวง ขณะนี้มีการก่อสร้างถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร ซึ่งการก่อสร้างดังกล่าวผ่านมาเนิ่นนานมาก ซึ่งทราบว่าอาจจะหมดระยะเวลาสัญญาว่าจ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งการก่อสร้างดังกล่าวมีวัสดุอุปกรณ์ตกอยู่บนถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุ มาหลายครั้ง ไฟส่องสว่างแจ้งเตือนบางคืนก็มีบางคืนก็ไม่มี เมื่อ ๒ วันก่อนนี้ก็มีพี่น้อง บ้านพระพุทธบาทห้วยต้มขับรถมาก็เกิดอุบัติเหตุตรงนี้เข้าห้องไอซียู (ICU) ขณะนี้ก็ยัง ไม่ปลอดภัย ดังนั้นจึงขอท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยดำเนินการเร่งรัดผู้รับจ้างให้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือให้ท่านประธานนำไปบอกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยอำเภอชัยบาดาล และช่วงนี้การประปาส่วนภูมิภาค เขต ๒ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำการผลิตน้ำ เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวอำเภอชัยบาดาลและอำเภอใกล้เคียงหลายอำเภอ ช่วงนี้น้ำในเขื่อนป่าสัก หรือแม่น้ำป่าสักแห้งแล้ง น้ำดิบที่จะผลิตไม่มีเพียงพอให้กับประชาชนที่ใช้อยู่ จึงขอกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขและดูแลให้มีน้ำเพียงพอให้กับ ชาวอำเภอชัยบาดาล ซึ่งนายอำเภอชัยบาดาล ท่านชุมพล ยินดีผล และหลาย ๆ ท่านที่มา ประชุมกันแล้วเห็นว่าคือช่วงหน้าแล้งอีก ๓-๔ เดือนต่อมาการประปาคงไม่มีน้ำผลิตแน่ เพราะตอนนี้น้ำแห้งขอดในแม่น้ำป่าสักแทบจะไม่เหลือแล้ว อยากจะฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ทางหลวงสาย ๒๐๕ ช่วงตลาดหนองรีถึงที่ว่าการอำเภอลำสนธิ ถึงเขาพังเหย เขตติดต่ออำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นทางที่เล็กมากแล้วก็มีการจราจร จากภาคอีสานตอนล่างมาสู่ภาคกลางคนใช้ช่วงนี้เยอะมาก แต่ถนนยังอยู่ในช่วงที่ว่าเป็นช่วง ๒ เลน แล้วการเดินทางการสัญจรก็ไม่สะดวก อยากฝากเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง โดยสำนักงานทางหลวงที่ ๑๑ จังหวัดลพบุรี และแขวงการทางลพบุรีที่ ๒ คือช่วงลำนารายณ์ ให้ช่วยของบประมาณด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านเกียรตินะครับ ต่อไปคุณสำลี รักสุทธี เชิญครับ

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องบ้านคางฮุง ตำบลผักแว่น อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด พี่น้องมีปัญหาเกี่ยวกับฝนแล้ง แล้วก็น้ำท่วม ก็เรียกว่าบาปซ้ำกรรมซัด บาปซ้ำก็คือพี่น้องเจอภัยแล้ง รัฐบาลบอกว่า จะเยียวยาด้วยการชดเชยเงินให้ประมาณไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท พอดีเขามีกรรมมาซัด กรรมซัด ก็คือภัยแล้งแล้วก็เกิดน้ำท่วมมาติด ๆ กัน ขณะที่ภัยแล้งยังไม่ได้รับการเยียวยา ยังไม่ได้รับ การชดเชย แต่ก็มาเจอน้ำท่วมก็คือทำให้พี่น้องต้องเจอปัญหา ๒ ประการติด ๆ กันเลยนะครับ ทั้ง ๒ ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา พี่น้องจึงได้ฝากให้ ส.ส. ซึ่ง ส.ส. ท่านอื่น ก็ได้พูดไปแล้ว ได้ปรึกษาหารือไปแล้วก็ปรากฏกว่าพี่น้องยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข จึงฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยเหลือพี่น้องในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสำลีครับ ต่อไปคุณจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเรื่องปัญหาคลองสุนัขหอนตื้นเขินมีตะกอนดิน ปริมาณมาก ซึ่งไม่ได้ขุดลอกมานานนับ ๑๐ ปี ทำให้การสัญจร การระบายน้ำไม่สะดวก ช่วงน้ำหลากทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม และทางคมนาคม ซึ่งดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจาก สจ. ทองโปรด กลิ่นนิล และประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากคลองสุนัข หอนเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมีความยาว ๓๑ กิโลเมตร ผ่านตำบลท่าจีน ตำบลบ้านบ่อ ตำบลบางกระเจ้า และตำบลบางโทรัด ตำบลกาหลง ตำบลนาโคก อำเภอเมืองสมุทรสาคร และผ่านตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว และไปบรรจบกับแม่น้ำแม่กลอง ที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เป็นคลองที่รองรับการระบายน้ำจากคลองสาขาต่าง ๆ ออกสู่ ทะเล ซึ่งล่าสุดนายสากล ชลคีรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสาคร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชลประทานสมุทรสาครได้ออกสำรวจสภาพคลองเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบว่าสภาพคลองตื้นเขิน มีตะกอนดินกลางคลอง ปริมาณมาก ช่วงบริเวณตำบล บางโทรัดถึงสุดเขตตำบลนาโคก รวมระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ดิฉันจึงขอเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทานได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ดีขึ้น เพิ่มความจุรองรับน้ำได้มากขึ้น แล้วก็เป็นการ ลดโอกาสการเกิดน้ำล้นตลิ่งเมื่อน้ำทะเลหนุนสูงด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้วันคริสต์มาสครับ ขอให้ท่านประธานและครอบครัว ตลอดถึงครอบครัวของ เพื่อนผู้แทนราษฎร แล้วก็พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านจงมีความสุขครับ ท่านประธาน เวลา ๒ นาที สำหรับการหารือของผมในวันนี้ถือว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องมาก มีอยู่เรื่องเดียว ที่เห็นปัญหา นั่นก็คือการกระจายความสะดวกไปสู่ชนบทหรือในหมู่บ้าน คือเรื่องของ ตู้เอทีเอ็ม (ATM) ท่านประธานก็จะเห็นว่าวันนี้เงินต่าง ๆ จะผ่านตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินจากรัฐบาลโครงการประชารัฐก็ดี หรือแม้กระทั่งเงินของ อสม. ผ่านสมาร์ตการ์ด (Smart card) หรือเงินของข้าราชการหรือของหน่วยงานต่าง ๆ แต่อำเภอ ในชนบทไม่เหมือนในกรุงเทพฯ ก็จะมีอยู่อำเภอหนึ่งประมาณ ๒ ตู้ เขตเลือกตั้งของผม อำเภอสำโรงทาบ อำเภอศีขรภูมิ อำเภอศรีณรงค์ มีอยู่ ๒ ตู้ บางอำเภอมีอยู่ตู้เดียว ฉะนั้นเวลาเงินลงไปก็จะมีชาวบ้านมายืนเข้าแถวยาวเหยียดกว่าจะเสร็จแต่ละคนปัญหา มันก็เกิดขึ้นมากมาย วันไหนอากาศร้อนก็ยิ่งมีปัญหาแย่งกัน ซ้ำร้ายบางคนขี่รถมาไกล ๓๐-๔๐ กิโลเมตร มาในตลาดเกิดอุบัติเหตุ ผมก็เลยอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลองประสานธนาคารกรุงไทย ซึ่งถือว่าเป็นธนาคารหลัก ของราชการหรือ ธ.ก.ส. ก็ดี ลองคิดดูเพื่อที่จะเอาตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไปไว้ที่ อบต. ผมเข้าใจปัญหาอาชญากรรมหรือปัญหา อาชญากร แต่อย่าลืมว่าที่ อบต. วันนี้เรามีเจ้าหน้าที่ของ อบต. นั่นก็คือเจ้าพนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยอยู่เวรยามอยู่แล้ว แล้วก็อาจจะไปทำที่ใหม่สัก ๒-๓ อบต. ๑ ที่ ๒-๓ อบต. ๑ ที่ มันจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้มาก ลูกหลานที่มาทำงานกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้เขาส่งเงินไปก็ฝากธนาคาร พ่อแม่ปู่ย่าตายายก็ต้องมากดบัตรให้กับลูกหลาน ซึ่งเป็นปัญหาจริง ๆ ไปที่ตลาดยืนเข้าแถวแล้วก็เบียดกัน ก็เลยฝากเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานว่าน่าจะทดลอง ถ้า อบต. ไหนมีความพร้อมก็ขอเรื่องมาก่อน ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านคุณครูมานิตย์ ต่อไปเชิญคุณรังสิมา รอดรัศมี ยังเข้ามาไม่ทันนะครับ เชิญท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ครับ

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ มีเรื่องมาปรึกษาหารือท่านประธาน ดังต่อไปนี้

เรื่องแรก เรื่องการเวนคืนที่ดินในโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน พ่อแม่พี่น้องในชุมชนริมทางรถไฟกำลังจะถูกรื้อถอน ตั้งแต่กรุงเทพฯ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง แน่นอนครับ โครงการนี้ถูกต้องตามหลักนิติศาสตร์ ถูกต้องเป็นเป็นไปตามกฎหมายแต่ผิดหลักรัฐศาสตร์ เพราะจะมีคนไร้บ้านเพิ่มขึ้นหลายหมื่นคนเพราะชุมชนถูกรื้อถอน การแก้ปัญหาของภาครัฐ ในปัจจุบันคือการแจกเงินให้ไปหาที่อยู่ใหม่ซึ่งจำนวนเงินที่ได้ไปไม่เพียงพอ ปัญหา ที่จะตามมาอีกมากมาย อาทิ อาชญากรรม รวมถึงการรุกล้ำที่สาธารณะครับท่านประธาน ฝากถึงภาครัฐช่วยดูแลพ่อแม่พี่น้องในส่วนนี้ด้วยครับ

เรื่องถัดไป ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มี รถบรรทุกผ่านจำนวนมาก แล้วก็อาจจะเป็น ๑ ใน ๓ จังหวัดของอีอีซี (EEC) ถนนเสียหาย ซึ่งรถบรรทุกน้ำหนักเกินทำให้ถนนพัง ซึ่งกว่าจะได้งบประมาณมาขยายช่องทางหรือซ่อมทาง ต้องใช้เวลายาวนานด้วยงบประมาณที่จำกัด ก็ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการรถบรรทุก ต่าง ๆ บรรทุกน้ำหนักให้เป็นไปตามกฎหมาย และฝากถึงหน่วยงานที่กำกับดูแลให้บังคับใช้ กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญท่านรังสิมา ท่านรังสิมาวันหลังถ้าไม่ทันก็ไม่ต้องวิ่ง ผมเป็นห่วงสุขภาพ เพราะตอนนี้ รถติด ก็เข้าใจท่าน ส.ส. เราอาจจะมาไม่ทันเป็นบางท่าน ก็เห็นใจถ้าเกิดล้มลงยิ่งน่าเป็นห่วง เชิญท่านรังสิมาครับ ถ้า ส.ส. ท่านใดวิ่งในสภาผมก็เป็นห่วงหมด ไม่ใช่เฉพาะท่านรังสิมา ท่านรังสิมาเป็นเพื่อนกันมายาวนานนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยกดไมโครโฟน ขยับไปตัวอื่น ได้ไหมครับท่านรังสิมา เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขณะนี้พี่น้องประชาชนแม่ค้าในตลาดแม่กลองได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากตำรวจไปจับแรงงานต่างด้าว ซึ่งตำรวจไปจับก็ได้ล่อซื้อ ซื้อกุ้งแห้ง ๑ ขีดแล้วก็จับ แรงงานต่างด้าว ดิฉันก็มองว่าขณะนี้เศรษฐกิจมันแย่แล้วพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนอยู่แล้ว ก็ไม่ควรที่จะไปจับแล้วก็อ้างว่าจะมาแย่งอาชีพของคนไทย แต่แรงงานต่างด้าวพวกนี้เขาเป็นลูกจ้าง ไม่ได้เป็นนายจ้าง เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็โดนจับไป เป็นจำนวนมาก ก็ขอความอนุเคราะห์ท่านประธานทำเรื่องส่งไปที่ท่าน ผบ.ตร. ว่าให้ช่วยพิจารณาตรงนี้ให้หน่อย เพราะว่ามันต้องดูตามความเป็นจริงว่าเขาเป็นเจ้าของร้าน หรือเขาเป็นลูกจ้าง แล้วคนที่เป็นเจ้าของร้านจริง ๆ ที่เป็นชาวต่างด้าวไม่ยอมไปจับแต่ไปจับ ที่เขาเป็นลูกจ้างแล้วก็ส่งคืนประเทศพม่า ยาม้ามีเยอะแยะเลยดิฉันให้ไปจับยาม้าอย่าไปจับ แรงงานต่างด้าว

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสินค้าประมงจากประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาในจังหวัด สมุทรสงครามเป็นจำนวนมาก ดิฉันพูดไปแล้วนึกว่าจะน้อยลงยิ่งพูดยิ่งมากขึ้น ตอนนี้มี ปริมาณมากมาขายบริเวณตลาดปลา ธรรมดาจะขายหลังตีสามแต่ตอนนี้ขายก่อน ตลาดปลาเปิดทำให้พี่น้องชาวประมงได้รับความเดือดร้อนเพราะว่าราคาสินค้าตกไป เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปจับ ไปดูว่ามันถูกกฎหมาย หรือไม่ มันถูกสุขลักษณะหรือไม่ อีกเรื่องหนึ่งเรื่องไฟฟ้าเดี๋ยวดิฉันจะทำหนังสือส่งถึงท่านนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณทัศนาพร เกษเมธีการุณ ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยครับ ไมค์ไม่ติด เวลากด แตะครั้งเดียวไม่ใช่กดหลายครั้ง ถ้ากดหลายครั้งมันจะดีดกลับ เชิญครับ

นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนาพร เกษเมธีการุณ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอำนาจ ผู้เกี่ยวข้อง ดิฉันลงพื้นที่ได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชน อำเภอห้วยแถลง อำเภอจักราช ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับ ปัญหาภัยแล้งเป็นอย่างมาก ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ น้ำในลำห้วยแห้งขอดหมด โดยเฉพาะ ตำบลสีสุก อำเภอจักราช จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้ง ๒ อำเภอนี้ด้วยค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องถนน ถนนเข้าหมู่บ้านพิมาน ตำบลท่าช้าง อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านตามโครงการพระราชดำริ สร้างให้กับคนที่ไม่มีที่อยู่ที่อาศัย ซึ่งในหมู่บ้านมีประชาชนถึง ๓๐๐ หลังคาเรือน มีวัด มีโรงเรียน แต่มีปัญหาเรื่องถนนเข้าออกหมู่บ้านยากลำบากมากซึ่งเป็นถนนที่อยู่ในกรมป่าไม้ จึงไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมให้ ทั้งที่ท้องถิ่นมีงบประมาณแต่ทำให้ไม่ได้ ดิฉันจึงอยากให้ผู้มีอำนาจ ผู้เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนบ้านพิมาน ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ได้มีถนนเข้าออกสะดวกสบายด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องหารือถึงปัญหาของ คลองบางน้อยโดยผู้ร้องคือนายสมสินธุ์ พรหมจักรและประชาชนที่อาศัยอยู่ในคลองบางน้อย คลองบางน้อยเป็นคลองที่อยู่ในเขตพื้นที่ตลิ่งชันครอบคลุมแขวงบางเชือกหนัง บางระมาด และบางพรม โดยมีความกว้างประมาณ ๘ เมตร และยาวประมาณ ๕ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำและเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของเขตตลิ่งชัน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศใช้เรือหางยาวเพื่อที่จะเข้าไปชมบรรยากาศของ บ้านริมคลองสถานที่โบราณตลอดจนไปเที่ยวตลาดน้ำถึง ๔ แห่งที่สำคัญ ปัญหามีอยู่ว่า ปัจจุบันนี้ในคลองบางน้อยนั้นมีเสาไฟฟ้าปักอยู่กลางคลองและมีเสาไฟฟ้าที่เอียงลงมา ในคลอง มีตอม่อเก่าที่ไม่ได้ใช้งานและไม่ได้ทำการรื้อถอนออก มีการทำสันเขื่อนขึ้นมาใหม่ แล้วก็ไม่ได้รื้อสันเขื่อนเก่าออกทำให้กีดขวางการจราจรทางเรือและทางระบายน้ำ ทำให้ไม่สะดวกกับผู้ที่จะเดินเรือและประชาชนที่ใช้เรือในทางน้ำนั่นเอง จากข้อร้องเรียน ที่ได้รับมาจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยโดยกรุงเทพมหานครให้ช่วย ดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงให้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภาที่เคารพครับเมื่อปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาได้เกิด ภาวะฝนทิ้งช่วงในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ ได้รับความกรุณาจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เอาใจใส่ ได้ไปดูแลแก้ไขก็บรรเทาความเดือดร้อนมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ในปี ๒๕๖๓ ที่จะถึงนี้สาหัสครับท่านประธาน จากสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันแหล่งน้ำ ต่าง ๆ แห้งแล้งหมด ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ยังไม่แน่ใจว่าจะมีน้ำประปาได้ใช้อีกกี่วัน ต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดเตรียมการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่าให้พอเหตุเกิดแล้ว ค่อยแก้ไข ขอให้แก้ไขเสียก่อนนะครับเพื่อที่จะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบรรดา พี่น้องประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับภัยแล้ง

ประการที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนมาจากท่านประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านกำนันอำนาจ เพชรเลิศ ได้บอกว่าขณะนี้ขวัญและกำลังใจของพี่น้อง กำนันผู้ใหญ่บ้านนั้นไม่มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องยอมรับว่าค่าตอบแทนของ พี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านน้อยเต็มทีครับ ได้รับการปรับปรุงค่าตอบแทนครั้งสุดท้าย เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยชื่อชวรัตน์ ชาญวีรกูล ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ ๑๐ กว่าปีแล้วครับ แล้วภาวะค่าครองชีพทุกวันนี้ก็ขึ้นทุกวัน อย่างไรเสียฝากทางกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยพิจารณาขึ้นค่าตอบแทนให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสนองครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง เทพาคำ ครับ

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นความทุกข์ร้อนอยู่ไม่เป็นสุขของพี่น้องที่อยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ ๓ อำเภอ ๗ ตำบล ๔๐ หมู่บ้าน คืออำเภอไพรบึง อำเภอขุนหาญ และอำเภอขุขันธ์ ซึ่งมีโครงการโรงน้ำตาลขนาด ๒๐,๐๐๐ ตันต่อวัน หรือ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ตันต่อฤดูกาล ที่จะเข้าไปตั้งในบริเวณนั้น ในพื้นที่รัศมี ๕ กิโลเมตร ใช้พื้นที่ ๘๓๖ ไร่ ที่ตำบลสำโรงพลัน และตำบลโพธิ์กระสังข์ ปกติแล้วราคาอ้อยปัจจุบันนี้ก็ถือว่าตกต่ำอยู่แล้วแต่ว่าโรงงานขยาย ออกมา หมายความว่าโรงงานนี้มีกำไรใช่หรือไม่ จริง ๆ แล้วบริเวณพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ ที่ปลูกข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงมาก ขณะนี้ลูกหลานพี่น้องประชาชนได้กลับเข้าไปในพื้นที่ เพื่อที่จะทำการเกษตรปลูกข้าวหอมมะลิ แต่ปรากฏว่าขณะนี้จะมีโครงการโรงน้ำตาลเข้าไป ซึ่งก็เป็นการที่จะไปขยายเรื่องของทุนผูกขาด พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษและบริเวณ ใกล้เคียงไม่ต้องการโรงงานน้ำตาล การที่จะเอาอะไรลงไปให้พี่น้องในพื้นที่อยากจะให้ดูหัวใจ ของพี่น้องฟังเสียงเขาให้มาก ๆ ด้วย เพราะที่แล้วมาโรงงานน้ำตาลแต่ละโรงถ้าประกาศว่า จะลงไปแล้วลงไปอย่างที่จังหวัดอำนาจเจริญก็มีปัญหามากมายนะครับ ดังนั้นพี่น้องชาวศรีสะเกษ พี่น้องในพื้นที่ ๗ ตำบลนั้นไม่ต้องการโรงน้ำตาลครับ ฟังเสียงเขาด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านคำพองครับ ต่อไปท่านสุรชาติ ศรีบุศกร เชิญครับ

นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ๒ โครงการครับ เนื่องจากถนน สายทางแยก พจ ๕๐๔๔-พจ ๕๐๒๒ เส้นสายหนองปทุม เริ่มต้นตั้งแต่ตำบลทะนง ตำบลท่าขมิ้น และตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กว้าง ๖ เมตร ยาว ๗,๕๐๐ เมตร ถนนเดิมมีสภาพชำรุดเสียหายและคับแคบเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงก็เป็นถนนดินมีฝุ่นละอองจำนวนมาก ถนนเส้นนี้มีสถานที่ราชการท้องถิ่นตั้งอยู่ มีวัดหนองปทุมที่ชาวบ้านใช้ไปทำบุญ เด็กนักเรียนสัญจรไปโรงเรียนและเป็นถนนเชื่อมต่อ ถนนหลักทั้ง ๒ เส้น พี่น้องชาวไร่ชาวนาขนพืชไร่การเกษตรไปอย่างยากลำบาก และได้ร้อง ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานทางหลวงชนบท จังหวัดพิจิตรมาโดยตลอด ได้รับ การประสานงานและลงพื้นที่ออกแบบสำรวจประมาณการ แต่งบประมาณก็หายไปทุก ๆ ปี และปีนี้ก็ได้ประสานไปอีกครั้งหนึ่ง ได้รับข่าวว่าได้บรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ งบประมาณ ๒๘,๑๐๐,๐๐๐ บาท จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณดังกล่าวเพื่อพี่น้อง ประชาชนจะได้สัญจรไปมาอย่างสะดวกครับ

โครงการที่ ๒ ถนนสายบ้านวังกะจะ-หนองคล้า เริ่มต้นจากหมู่ที่ ๓ ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ถึงหมู่ที่ ๗ บ้านวังกะจะ ตำบลท่าขมิ้น อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ถนนเดิมเป็นถนนหินคลุกสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อครับ และเป็นถนนเชื่อมต่อ ๒ จังหวัด พี่น้องประชาชนทั้ง ๒ จังหวัดต้องการอยากให้ทำเป็นถนน คสล. กว้าง ๖ เมตร ยาว ๒,๘๐๐ เมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร หน่วยงานรับผิดชอบ สำนักงานทางหลวงชนบทที่ ๘ จังหวัดนครสวรรค์ และท่าน ส.ส. สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ ฝากโครงการนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสรรงบประมาณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านสุรชาติ ต่อไปเชิญท่านศุภชัย นพขำ

นายศุภชัย นพขำ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่อง ที่มาปรึกษาหารือกับท่านประธานสภาถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ปทุมธานีที่ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาบนถนนหลวงหมายเลข ๓๔๖ ปทุมธานี-รังสิต ตั้งแต่ บริเวณสะพานปทุมธานี ๑ ผ่านมหาวิทยาลัยปทุมธานี สามแยกตลาดพูนทรัพย์ ผ่านหน้า เทศบาลตำบลบ้านกลาง เทศบาลตำบลบางพูน จนถึงสะพานข้ามคลองเปรมประชากร ระยะทางประมาณ ๙-๑๐ กิโลเมตร ถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนสายหลักของพี่น้องประชาชน ชาวปทุมธานีซึ่งใช้สัญจรไปมาตลอด ซึ่งถนนสัญจรเส้นนี้ ๒ ฝั่งถนนมีโครงการหมู่บ้านเกิดขึ้น พร้อมทั้งประชากรเพิ่มมากขึ้นทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมากขึ้นโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนตอนเช้า หรือตอนเย็นรถจะติดหนักมาก ปัญหาคือถนนเส้นดังกล่าวมีช่องการจราจรไม่เพียงพอ การใช้รถใช้ถนน เพราะเกิดจากเกาะกลางขนาดใหญ่กว้างถึง ๑๓ ๑๔ เมตร ทำให้ เสียช่องการจราจรโดยเปล่าประโยชน์ บางครั้งทำให้เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากต้นไม้และกิ่งไม้ ที่อยู่บนเกาะกลางถนนล้มตกใส่รถที่สัญจรไปมาตลอด กระผมจึงมาหารือกับ ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม แขวงการทางปทุมธานีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาขอขยายช่องทางผิวจราจรเพิ่มขึ้นจากข้างละ ๒ ช่องทาง เป็น ๔ ช่องทางจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและปกป้องการเกิดอุบัติเหตุของพี่น้อง ผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นปทุมธานี ๓๔๖ อีกทางหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป นางสาวศรีนวล บุญลือ เชิญครับ

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพและสมาชิก สภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงใหม่ เขต ๘ ตามที่ข้าเจ้าได้ลงพื้นที่ของตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีประชาชนมาร้องเรียนถนนสาย ๑๐๑๓ เชื่อมกับถนน ๔๐๑๖ หมู่ ๙ ถึงหมู่ ๑๐ ของตำบล แม่วิน เป็นถนนที่สัญจรไปมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นถนนที่ขนพืชผักทางด้านการเกษตร ประชาชนที่ใช้ในพื้นที่มีอำเภอแม่วางเชื่อมไปอำเภอสะเมิง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง อำเภอกัลยาณิวัฒนาสามารถเชื่อมไปอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ แล้วมีโครงการหลวง บ้านแม่สะป๊อก โครงการหลวงบ้านขุนวาง โครงการหลวงทุ่งหลวง โครงการหลวงบ้านแม่แฮ แล้วโครงการศูนย์วิจัยแม่นาจอนหลวง ประชาชนมีความเดือดร้อนถนนคับแคบ ดังนั้น มีทางแก้ไขปัญหาเพื่อจะฝากไปยังรัฐบาลและท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม แก้ปัญหาดังต่อไปนี้ หมู่ที่ ๙ บ้านสบวินไปถึงหมู่ที่ ๕ บ้านแม่สะป๊อก ขอติดตั้งไฟส่องแสงสว่างเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ถนนสายหมายเลข ๔๐๑๖ ขอขยายไหล่ทางเพื่อการสัญจรไปมาจะได้สะดวกสบาย การสัญจรไปมาใช้อย่างทั่วถึงกัน โดยเฉพาะเดือนมกราคมนี้จะมีดอกซากุระบานอยู่ที่ต้นน้ำขุนวังนะคะ ขอขอบพระคุณ ทางท่านประธาน ขอขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านศรีนวลนะครับ ต่อไปเชิญนายกฤติเดช สันติวชิระกุล เชิญครับ

นายกฤติเดช สันติวชิระกุล แพร่

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคอนาคตใหม่ ผมขอใช้พื้นที่นี้เป็นช่องทางเพื่อปรึกษาหารือเพื่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มจิตอาสาผู้ปิดทองหลังพระคือกลุ่มชุดรักษาความเรียบร้อยหมู่บ้านหรือ ชรบ. กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนหรือ อปพร. และกลุ่มตำรวจบ้าน ซึ่งหลังจากที่ผม เข้าพื้นที่ในบริเวณจังหวัดแพร่ร่วมงานประเพณีวัฒนธรรม งานบุญ งานขาวดำ ตลอดจน งานมงคลต่าง ๆ จะเห็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มนี้อาสาดูแลพี่น้องประชาชนและชุมชนโดยการ ให้บริการอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รับความสะดวก ความสบาย และความปลอดภัย อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ก็จะเห็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มนี้เข้ามา ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเข้มแข็ง ยิ่งช่วงใกล้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ กลุ่ม ชรบ. อปพร. และตำรวจบ้าน ทุกท่านจะเห็นกลุ่มคนเหล่านี้ร่วมงานกับหน่วยงานราชการปฏิบัติ หน้าที่ตามเส้นทางและจุดตรวจต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้รับ ค่าตอบแทนและสวัสดิการใด ๆ เลย ดังนั้นผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มจิตอาสากลุ่มนี้โดยการจัดสรรงบประมาณและ สวัสดิการเป็นค่าตอบแทนให้กับ ชรบ. อปพร. และตำรวจบ้าน อย่างน้อยเพื่อเป็นขวัญและ กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือหนุนเสริมหน่วยงานราชการ บริการ และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ท่านคงยังเข้ามาไม่ทันนะครับ เชิญท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนหารือท่านในขณะนี้นั้นเนื่องจาก พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี จังหวัดภาคกลางอีกหลายจังหวัด จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสิงห์บุรีและอีกหลาย ๆ จังหวัดได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เนื่องจากว่าชลประทานไม่ปล่อยน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ทำการเกษตรคือทำนา ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี ก็ได้รับความเดือดร้อน อีกเช่นเดียวกันเนื่องจากว่าน้ำทะเลหนุนขึ้นมาถึงจังหวัดนนทบุรี ถึงจังหวัดปทุมธานี ทำให้ภาคกลางจะต้องชะลอการระบายน้ำหรือเก็บน้ำไว้เพื่อที่จะมาชนกับน้ำทะเล เพื่อไม่ให้พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานีเดือดร้อน ถ้าหากว่าปล่อยไว้อย่างนี้หากว่ากรมเจ้าท่า ยังไม่สำรวจในที่สุดน้ำทะเลก็จะไปถึงคลองชลประทานที่จะนำน้ำประปามาใช้ ในกรุงเทพมหานคร ก็ทำให้พี่น้องคนกรุงเทพมหานครเดือดร้อนอีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้หารือไปยัง ชลประทานและกรมเจ้าท่าหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าสามารถ ดันน้ำทะเลได้ภาคกลางก็จะมีน้ำที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ทำให้ในขณะนี้ ข้าวแห้งตายคานา ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะเดียวกันนั้นฝากถึงทางรัฐบาลว่าปัญหา ประกันราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ำนั้นพี่น้องอำเภอโคกสำโรงได้ดำเนินการขอเงินชดเชย ยังไม่ได้รับอีกจำนวนมากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านอุบลศักดิ์ครับ ต่อไปท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วย โดยเฉพาะสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. เพื่อพิจารณาบรรจุครูแนะแนว ในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เนื่องจากว่าผมขอเป็นปากเสียงให้กับโรงเรียนมัธยม ทั่วประเทศซึ่งได้รับข้อร้องเรียนว่าขณะนี้โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศขาดครูแนะแนว เพื่อจะช่วยเหลือเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาเพื่อให้คำแนะนำแก่นักเรียนในปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ นักเรียนในวัยเรียนซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ถ้า สพฐ. ได้พิจารณาเรื่องนี้ก็จะทำให้ โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศมีครูแนะแนวได้บริการแก่นักเรียน จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อได้พิจารณาบรรจุครูแนะแนว เพื่อเป็นประโยชน์กับนักศึกษา นักเรียนต่อไปครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ ต่อไปท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับ ท่านประธานสัก ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายวีระพันธ์ นามวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน ผักบุ้ง หมู่ ๘ และนางจตุรงค์ ชาวดอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๓ และคณะกรรมการหมู่บ้านของ ตำบลกลางใหญ่ ได้รับความเดือดร้อนจากการเกิดปัญหาภัยแล้งซึ่งทำให้พืชผลทางการ เกษตรได้รับความเสียหายมากเนื่องจากขาดแหล่งน้ำในการทำการเกษตร ลำห้วย หนอง คลอง บึงแห้งขอดตื้นเขินไม่มีการขุดลอกจึงทำให้ไม่มีที่เก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ดังนั้น เพื่อการแก้ปัญหาภัยแล้งดังกล่าวจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เข้ามาขุดลอกก่อสร้างฝายน้ำล้น บริเวณลำห้วยคลองใหญ่หรือชาวบ้านเรียกว่าลำห้วยกุดเปา

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายสมัย คำมูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี บอกว่าขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดิฉัน ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นของท้องถิ่นหรือกรมชลประทานเข้ามาปรับปรุงซ่อมแซมฝายลำห้วยโสม ช่วงบ้านม่วงและบ้านโพน ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม ตอนนี้ฝายดังกล่าวชำรุด พังเสียหายมาก ไม่สามารถที่จะเก็บกักน้ำใช้เพื่อการเกษตรได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาจึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับปรุงซ่อมแซมด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านเทียบจุฑาครับ วันหลังท่านเทียบจุฑาไม่ต้องไปลากเสียงยาวมากนักจะได้ไม่เกินเวลา เพื่อนเขา ต่อไปเชิญร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องเร่งด่วนมาขอหารือท่านประธานใน ๑ ประเด็น ท่านประธานครับ ในเขตพื้นที่กระผมในเขตอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี และอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี รวมไปถึงในพื้นที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตอนนี้พ่อแม่พี่น้อง หลายท่านมาร้องเรียนกับกระผมว่ามีประชาชนนั้นเจ็บป่วยจากอาการแสบตา เจ็บคอ และมีไข้ สืบทราบได้ว่าต้นตอสาเหตุเหล่านี้มาจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกปิดร้างไปแล้ว ชื่อบริษัท ไมด้า วัน จำกัด โรงงานอุตสาหกรรมนี้ได้ปิดไปแล้วประมาณ ๕ ปี แต่ซ้ำร้าย ได้ทิ้งกากอุตสาหกรรม ซึ่งโรงงานแห่งนี้ก่อนที่จะปิดตัวลงนั้นได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกำจัด กากสารพิษอุตสาหกรรม หลังจากที่ได้ปิดตัวลงไปในช่วงระยะเวลาประมาณหลายเดือน ที่ผ่านมาได้ทิ้งสารพิษต่าง ๆ ให้รั่วไหลออกมาโดยมีการทิ้งร้างในพื้นที่ทำให้สารพิษนั้น ไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง แล้วพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ใต้ลมนั้นได้รับสารพิษทำให้มีความเดือดร้อน เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจำนวนมาก ผมจึงอยากนำเรียนท่านประธานฝากไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรม รวมไปถึกระทรวงมหาดไทย อยากให้ท่านได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพ่อแม่พี่น้อง เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องในเขต พื้นที่นั้นได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านจองชัยนะครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี แซ่จึง ครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและขออนุญาต อ่านจดหมายจากพี่น้องที่เป็นข้อปรึกษาหารือของดิฉันวันนี้นะคะ แล้วก็จะส่งจดหมายนี้ ให้ท่านในภายหลัง ท่านประธานที่เคารพ มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งถึงดิฉัน จดหมายฉบับนี้ เป็นตัวแทนของพี่น้องกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นจิตอาสา นั่นก็คือพี่น้อง อปพร. ค่ะ ท่านประธาน เขาเขียนว่าอย่างนี้ค่ะ

เรียนคุณแม่ผ่องศรี กระผม นายสมศรี สิงห์คำ อปพร. ตำบลกุง ผมอยากให้ คุณแม่ผ่องศรีเอาเรื่องเข้าสภาให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเงินค่าตอบแทนให้ อปพร. และ ชรบ. ด้วยนะแม่ผ่องศรี ผมหวังว่าจะได้รับความกรุณาอย่างสูง จากผม อปพร. กุง กราบขอบพระคุณอย่างสูง ขอบคุณ จากนายสมศรี สิงห์คำ อปพร.

ท่านประธานคะ คนกลุ่มนี้ทำหน้าที่จิตอาสามานานแล้ว จะมีประจำหมู่บ้าน ทุกหมู่บ้านอย่างน้อยหมู่บ้านละ ๔-๕ คน ด้วยความเสียสละทุกงาน ทุกกิจกรรมทั้งใน หมู่บ้าน ในชุมชน ในตำบล ไม่ว่าจะเป็นงานส่วนรวมหรืองานส่วนบุคคล งานบุญประเพณี ไฟไหม้ น้ำท่วม วาตภัย งานพวกนี้เป็นพวกอำนวยความสะดวกให้ความปลอดภัย ทั้งการจราจร ควบคุมความสงบเรียบร้อย บรรเทาทุกข์เมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ บางครั้งไปรักษา ความสงบเรียบร้อยในงานบุญ งานประเพณีอะไรต่าง ๆ ก็ถูกวัยรุ่นตีหัวร้างข้างแตกก็มีค่ะ ท่านประธาน สิ่งที่เขาได้ก็คือได้ข้าวกล่อง ได้กินข้าว ได้เบี้ยเลี้ยงสัก ๕๐ บาทโดยประมาณ เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจ่ายเงินให้เขาได้ก็ต่อเมื่อเข้ากับระเบียบ เพราะฉะนั้น เขาจึงขอร้อง จดหมายฉบับนี้เป็นตัวแทนของพี่น้อง อปพร. ทั้งประเทศเลยนะคะ เขาเขียน มาว่าเพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจ เดือนละ ๔๐๐ ๕๐๐ บาท ก็ยังดีนะคะ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประธาน ก็จะนำส่งไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีตามเจตนารมณ์ของคุณแม่ผ่องศรีนะครับ ต่อไปเชิญ ท่านอัครเดชครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง

เรื่องแรก เนื่องด้วยสามแยกหนองปลาหมอ หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง บนถนนสาย ๓๒๙๑ ที่บรรจบกับถนนสาย ๓๒๗๓ และ ๓๐๘๙ ที่จุด กม ๓๑-๗๐๐ เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ จึงขอให้กรมทางหลวงได้พิจารณาสร้างวงเวียนเพื่อ ป้องกันอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้ในเส้นทางดังกล่าวด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวนา หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่งว่าคลองดินส่งน้ำของชลประทานถูกน้ำเซาะตลิ่ง พังทลายกินพื้นที่ทำการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรชาวนาได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำดาดคอนกรีตในคลองซอยเส้นทางดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง ด้วยครับ ท่านประธาน

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องขอจากพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวในจังหวัดราชบุรีว่า ขอให้รัฐบาลเตรียมน้ำทำนาให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เนื่องจากช่วงหลายปี ที่ผ่านมามีบางปีที่มีการห้ามพี่น้องเกษตรกรทำนาปรัง ปีนี้ทราบว่าน้ำในเขื่อนต่าง ๆ บนลำน้ำแม่กลองมีเพียงพอในการทำนาปรัง ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดการน้ำ ให้ทั่วถึงและเพียงพอแก่พี่น้องเกษตรกรทำนาปรังบริเวณลุ่มน้ำแม่กลองด้วยทั้งจังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดนครปฐมเพื่อให้พี่น้องได้ทำนาปรัง ทำนาปีปีละ ๒ ครั้งครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านอัครเดชครับ ต่อไปเชิญคุณมนพร เจริญศรี

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีเรื่องที่จะหารือต่อท่านประธาน ๑ เรื่องค่ะ เป็นเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของ ผู้ประกอบการโลจิสติก (Logistic) ผู้ส่งออกผลไม้สดไปยังประเทศจีนที่ผ่านด่าน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ๓ (นครพนม-คำม่วน) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากคำสั่งของ สำนักงานควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เพิ่งลงหนังสือมาเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม แล้วขอให้ด่านตรวจพืชได้ชะลอและให้มีการพิจารณา แล้วก็ให้งดโดยมีผลบังคับใช้ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ค่ะว่าถ้าเกิดคำสั่งนี้มีผลในวันที่ ๑ มกราคมนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนทำลานจอดและทำสินค้าผ่านแดนตรงนี้ ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการเสียบปลั๊กไฟรักษาอุณหภูมิของสินค้ารอการตรวจพืช และรอเอกสารเพื่อการส่งออก

เรื่องที่ ๒ ลานจอดรถที่จังหวัดมุกดาหารนั้นจะไม่เพียงพอเพราะไม่สามารถ รองรับตู้สินค้าที่ต้องเสียบปลั๊กมารอการตรวจและต้องเสียค่าใช้จ่ายไฟฟ้าชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท ๑ วันมี ๒๔ ชั่วโมงก็เป็นวันละ ๒,๔๐๐ บาท การขนส่งสินค้าที่ขณะนี้ผ่าน นครพนม-คำม่วน เรียกว่าเส้นอาร์ ๑๒ (R12) นั้นมีระยะทาง ๘๒๓ กิโลเมตร แต่ถ้าจะต้อง ไปผ่านที่อาร์ ๙ (R9) คือจังหวัดมุกดาหารนั้นจะต้องใช้ระยะทางถึง ๑,๐๙๐ กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางอาร์ ๙ (R9) เป็นระยะทางที่ไกลกว่า แล้วก็จะส่งผลกระทบให้คุณภาพสินค้าและ ผลไม้นั้นลดลง แล้วก็ไม่สามารถไปส่งที่ตลาดจีนได้ทันเวลา ประกอบกับค่าขนส่งสูงขึ้นถึง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้ทาง สปป. ลาว เองก็ไม่พร้อมในการที่จะรองรับให้ผลไม้ไทย ไปส่งที่ด่านจังหวัดมุกดาหาร เพราะว่าไม่มีลานที่สามารถยกตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ได้ จากเหตุผลดังกล่าวก็ต้องบอกว่ารัฐบาลเองก็จะทำให้ขัดแย้งกับความเป็นจริงเพราะว่ามูลค่า การส่งออกลดลง แล้วก็จังหวัดนครพนมเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงฝากท่านประธานไปถึง กรมวิชาการเกษตรให้ระงับคำสั่งนี้ แล้วก็ให้ทำการผ่อนผันโดยมีการแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีผลต่อในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านมนพรนะครับ ต่อไปท่านพลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ เชิญครับ ท่านทรงกลดยังเข้ามา ไม่ทันนะครับ ถ้าอย่างนั้นท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ เชิญครับ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเพียง ๑ เรื่องที่อยากจะขออนุญาตได้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องบอกว่าเป็นเรื่องของปัญหาโลกแตกครับ

- ๑ ๔ / เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาของกระผม เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนหลายกลุ่ม หลายองค์กร ได้มีการออกมาเรียกร้องในลักษณะของการที่อยากจะให้ทางตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้มีการตั้งด่านที่มีขอบเขตเวลา และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีจำนวนไม่มากเพราะเนื่องจากปัญหาในหลายด้านที่ทางผู้ร้องเรียน ได้เข้ามาพบผมและได้มีการทำป้ายเชิญชวนในลักษณะเหมือนกับคำว่าคนโคราชเคารพ กฎหมายไม่เอาด่าน ชาวโคราชผู้ถูกรังแก และท้ายที่สุดครับได้มีผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่ง ได้ไปพบผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ร้องเรียนว่าขณะนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารก็ดี ต่าง ๆ ก็ดี ได้ปิดธุรกิจอันนี้ก็เป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่ได้โทษว่าทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจจะไปตั้งด่านเยอะ ตรวจวัดแอลกอฮอล์หรือไปตรวจการกระทำผิดกฎหมาย แต่อยากจะร้องขอว่าทำอย่างไรที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาจะได้มีการ เชิญชวนหน่วยงานทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา ผู้ประกอบการ หอการค้า ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้มาพูดคุยกันและหาทางออกร่วมกันเพื่ออย่างน้อยให้สังคมและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ถูกต้องได้เกิดขึ้น และท้ายที่สุดก็คือปัญหาในเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนและ ผู้ประกอบการเขาจะได้อยู่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติครับว่าทำอย่างไรที่จะให้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประสานงานและมีการประชุมกัน ตั้งคณะทำงานเพื่อที่จะหาทางออกเรื่องนี้ ในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านวัชรพล ต่อไปเป็นท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ ท่านอาดิลันมาหรือยัง พลตรี ทรงกลด มาหรือยังครับ ถ้าท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านมาไม่ทันผมขออนุญาตผ่านไปเลยนะครับ ก็ฝากท่านสมาชิกเราด้วยแล้วกันนะครับว่า ๑. ถ้าเราได้ยื่นความจำนงที่จะปรึกษาหารือ ก็ขอให้มาให้ทันเวลา ๒. ทางพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่มีโควตาในการที่จะยื่นขอหารือก็ควรจะ แนะนำท่านสมาชิกด้วยนะครับ เพราะว่ารถราในกรุงเทพมหานครก็อยู่ในสภาพติดขัด อย่างไรท่านก็คงจะทราบแล้ว เราต้องคำนวณเวลาให้ทันครับ ท่านที่เคารพครับ ก็เป็นอันว่า การปรึกษาหารือของท่านสมาชิกประจำวันนี้ก็คงจะหมดเพียงเท่านี้นะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม..๔๗๖..คน

ต่อไป ผมขอเรียนท่านสมาชิกว่าขณะนี้ได้มีสมาชิกมาประชุมแล้วจำนวน ๓๐๔ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ

เรียนท่านสมาชิกนะครับว่าก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระ กระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ขอให้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือห้องประชุมหมายเลข ๒๐๓ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะครับ วันนี้มีท่านประธานชวน หลีกภัย ให้เกียรติไปนั่งเป็นประธาน ในกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ต่อไปผมจะขอเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถาม

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๗ ส. (นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งมาว่าในวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกำหนดเดินทางไปตรวจราชการร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดชัยภูมินะครับ ทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในโอกาสนี้ขอเชิญท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ผู้ถาม แล้วก็ ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ผู้ตอบนะครับ ถามตอบกันได้เลยครับ เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ต้องกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมในการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ และต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ในวันนี้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สืบเนื่องจากในวันที่ ๑๗ ธันวาคมได้มีพี่น้องชาวประมงจากทั่วทั้งประเทศ ๒๒ จังหวัดชายทะเลได้เดินทางมารวมตัวกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อที่จะนำ ปัญหาของพี่น้องชาวประมงที่พวกเขาประสบพบเจอมาตลอดระยะเวลา ๕ ปีอย่างแสนสาหัส มาบอกต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อที่จะขอความอนุเคราะห์ ในการแก้ปัญหานะครับ ซึ่งวาระหลัก ๆ ที่พี่น้องชาวประมงได้เดินทางขึ้นมาก็คือการนำ คำขอร้อง คำวิงวอนจากพี่น้องชาวประมงทั่วทั้งประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ ข้อด้วยกันเพื่อมา ขอความกรุณาต่อผู้ที่มีอำนาจให้ช่วยเร่งแก้ปัญหา ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อ่านคำขอร้องทั้ง ๑๑ ข้อของพี่น้องชาวประมงให้ท่านรัฐมนตรีได้ฟังเพื่อที่ประกอบการ ตอบคำถามนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ข้อที่ ๑ ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดหยุดออก กฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ของพี่น้องชาวประมง ยกเว้นการออกกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่เป็นการผ่อนคลาย การทำงานให้กับพี่น้องชาวประมง

ข้อที่ ๒ ขอให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะในเรื่องของโทษที่มีความรุนแรง เกินไป รวมไปถึงเรื่องหลักเกณฑ์ยิบย่อยที่นำมาใช้ในการประกอบอาชีพได้ยากลำบาก

ข้อที่ ๓ ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว ในข้อนี้ผมต้องเรียนกับท่านประธานสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าพี่น้องชาวประมงนึกบ้าจี้จะให้รัฐบาล ซื้อเรือคืนแล้วก็จะออกมาเรียกร้องแบบนี้ ไม่ใช่นะครับ แต่พี่น้องชาวประมงทุกคนกำลัง โดนเล่นงานจากสภาวะของกฎหมายที่บีบบังคับให้พวกเขาไม่สามารถที่จะแบกรับภาระ การประกอบอาชีพได้ ก็เลยอยากจะให้รัฐบาลได้ออกมาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าราคาที่รัฐบาล จะซื้อเรือคืนไปจะมีราคาต่ำกว่ามาตรฐานเยอะก็ตาม แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีเงิน ก้อนสุดท้ายเหลือเพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพอื่น หรือไปตั้งต้นชีวิตใหม่

ข้อที่ ๔ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการช่วยเหลือชาวประมงในโครงการสินเชื่อ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับพี่น้องชาวประมงโดยด่วน

ข้อที่ ๕ ขอให้กรมประมง กรมจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด อนุญาตให้ใช้กฎหมาย มาตรา ๘๓ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง

ข้อที่ ๖ ขอให้ยกเลิกแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องชาวประมงอยู่โดยเร็วที่สุด เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นปัญหาสำคัญข้อหนึ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งพี่น้องประมงพาณิชย์ รวมไปถึงประมงพื้นบ้าน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในการที่นายจ้างจะจ่ายค่าแรงให้กับ ลูกจ้าง กฎหมายบังคับไว้ว่าจะต้องจ่ายค่าจ้างผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น ถึงแม้ว่าลูกจ้างเองจะมี ความประสงค์ที่จะรับเป็นเงินสดก็ตาม เราลองนึกภาพถ้าเกิดว่าลูกจ้างทำงานอยู่ที่ท่าเรือ ที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนที่ไม่มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้ยินท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้หารือเกี่ยวกับการขาดแคลนของตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไป บางที่อย่างเช่นในจังหวัดสตูลเอง ต้องขับรถกันเป็น ๑๐ กิโลเมตรเพื่อที่จะไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม (ATM) ๑ ครั้ง สร้างความ ยากลำบากให้กับพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นในส่วนของพี่น้องประมง พื้นบ้านที่มีลูกหลานและอยากจะให้ลูกหลานได้ไปเรียนรู้วิถีชีวิต ได้ไปเรียนรู้วิธีการประกอบ อาชีพประมงก็ทำไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ห้ามทำงานบนเรือประมง ถ้าเราไปขัดเผลอ ๆ ก็จะโดนข้อหาใช้แรงงานเด็กยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเลยเถิดไปถึงเรื่องของการค้ามนุษย์ซึ่งมีโทษรุนแรงมากนะครับ

ข้อที่ ๗ เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติด วีเอ็มเอส (VMS) วีเอ็มเอส (VMS) ก็คือเครื่องติดตามเรือนะครับ ที่มาของเรื่องนี้มันเกิดมาจาก ตรงนี้ เขาบอกว่าเรือที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอสถือเป็นเรือเล็ก มีความเสี่ยงที่จะเข้ามา ทำการประมงในเขตชายฝั่งซึ่งเป็นเขตต้องห้าม เขาก็เลยจะควบคุมจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการ ติดวีเอ็มเอส (VMS) ให้กับเรือที่ต่ำกว่า ๓๐ ตันกรอส ที่สำคัญที่สุดครับพี่น้องชาวประมง จะต้องเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายเอง เฉพาะตัวเครื่องตอนนี้ก็ปาเข้าไป ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท แล้วไหนจะมีค่าสัญญาณรายเดือน เดือนละพันกว่าบาทแพงกว่าค่ารายเดือนโทรศัพท์ที่ผมใช้เสียอีก ท่านประธานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งถ้าจะเกิดขึ้นจริง ผมไม่ปฏิเสธครับว่า เรือที่มีขนาดต่ำกว่า ๓๐ ตันกรอสมีเรือที่กระทำผิดกฎหมายอยู่ ทุกประเภทมีหมด แต่เรือ ที่ทำผิดกฎหมายนั้นเป็นแค่เศษเสี้ยวจากเรือทั้งหมด แล้วทำไมเราจะต้องไปเพิ่มภาระให้กับ เรือที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แทนที่จะไปกวดขันจับกุมคนที่ทำผิดกฎหมาย

ข้อที่ ๘ ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ ด้วยเหตุผล ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๙๒ ซึ่งการนำเข้าสัตว์น้ำนั้นจะต้องมีการตรวจสอบว่าสัตว์น้ำเหล่านั้นได้มาด้วยการชอบ ด้วยกฎหมายหรือไม่ การนำสัตว์น้ำจำนวนมหาศาลเข้ามาโดยที่ขาดการตรวจสอบ เป็นการ เข้ามาทำลายเสถียรภาพในเรื่องของการแข่งขัน รวมไปถึงในเรื่องของราคาของสินค้าประมง ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบให้กับพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก

ข้อที่ ๙ ขอให้พิจารณาเพิ่มวันทำการประมงให้กับพี่น้องชาวประมง โดยเร่งด่วน เพราะว่าที่ผ่านมาทำให้การประกอบอาชีพมีปัญหาและทำให้เกิดภาวะขาดทุน สะสมตลอดระยะ ๔-๕ ปีที่ผ่านมา

ข้อที่ ๑๐ ขอให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการน้ำมันดีเซลสำหรับพี่น้อง ชาวประมงหรือว่าที่พวกเรารู้จักกันในนามของน้ำมันเขียว ทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้ ชาวประมงจ่ายเงินผ่านบัตรฟลีตการ์ด (Fleet Card) ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ชาวประมงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากนะครับ

ข้อสุดท้ายขอให้มีการทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวประมงกรณี ที่ถูกบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม โดยการตั้งคณะกรรมการพิจารณาผู้ได้รับผลกระทบ

นี่คือทั้ง ๑๑ ข้อที่เป็นคำขอร้อง คำวิงวอนจากพี่น้องชาวประมง สิ่งที่ผม อยากจะถามท่านรัฐมนตรี ข้อที่ ๑ ก็คือท่านมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาตามคำขอร้องที่พี่น้อง ชาวประมงได้ขอมาอย่างไรบ้าง เดี๋ยวผมขออนุญาตลากยาวทีเดียวเลยหรือว่าท่านรัฐมนตรี จะตอบเป็นข้อ ๆ หรือไม่ครับ ให้ลากยาวนะครับ ขออนุญาตต่อเนื่องซึ่งในบรรดา คำเรียกร้องทั้ง ๑๑ ข้อนั้น เรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของการ แก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมไปถึงการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานที่ในขณะนั้นมีการออกมาในระยะเวลาอันสั้น รวม ๆ แล้วก็หลายร้อยฉบับ เพื่อที่จะสนองการแก้ปัญหาไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ให้กับ ต่างชาติได้เห็นว่าเรามีแอกชัน (Action) เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนทำให้ในบางส่วนบางข้อยังขาด การพิจารณาที่ถี่ถ้วน เกิดความไม่เหมาะสมในการที่จะนำมาใช้ในการประกอบอาชีพ ยกตัวอย่างเช่น บทลงโทษที่สูงเกินไป ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าบทลงโทษกฎหมาย ประมงไทยต้องบอกว่าแพงแล้วก็แรงที่สุดในโลก เรื่องอื่นเราไม่รู้แต่เรื่องนี้เราเป็นแชมป์ (Champ) โลก ยกตัวอย่าง ความผิดกรณีการทำประมงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต โทษก็คือ ปรับสูงสุดคนละ ๓๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท แล้วสมมุติว่าถ้าในเรือลำนั้นมีคนอยู่ ๔๐ คน มีลูกน้องทำงานอยู่ ๔๐ คน เรือลำนั้นจะต้องถูกปรับถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ท่านได้ยินไม่ผิดครับ ๑,๒๐๐ ล้านบาท นี่เรากำลังพูดถึงการทำประมง จริง ๆ ใช่หรือไม่ ขนาดขายยาบ้าผมมองว่ายังไม่โดนปรับแพงขนาดนี้ เปรียบเทียบกับ ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศไต้หวัน ความผิดรูปแบบเดียวกันของประเทศไต้หวัน มีโทษปรับเพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีข้อที่ ๒ ก็คือ ท่านมีแผนในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมไปถึง กฎหมายเกี่ยวกับสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานอย่างไร และวางกรอบเวลาไว้ว่า จะแล้วเสร็จเมื่อไรครับ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาพูด เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้เป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประมงพื้นบ้าน ซึ่งเกิดปัญหากันอยู่ในขณะนี้ ต้องย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้ทางกรมประมงและกรมเจ้าท่า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรศิษฎ์ เหลือเวลา ๓ นาทีกับ ๔๘ วินาทีนะครับ ท่านต้องเร่งถามเลยเผื่อท่านจะมีคำถามที่เก็บตก เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

กำลังจะจบแล้วครับ ได้ครับ ได้มีการ เปิดให้พี่น้องประมงพื้นบ้านนำเรือที่ไม่มีทะเบียนมาขึ้นทะเบียน ซึ่งตลอดระยะเวลา ๕ ปี ที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนถูกปิด ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมต้องกราบขอบคุณท่านอธิบดี ทั้ง ๒ กรมที่ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประมงพื้นบ้าน แต่มันก็ยังมีอุปสรรคอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ว่า ณ เวลานี้จากตัวเลขที่ผมได้รับรายงานมายังมีกลุ่มพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่สามารถที่จะเอาเรือมาขึ้นทะเบียนได้ ด้วยหลาย ๆ เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ประชาสัมพันธ์อาจจะยังไม่ถึง เรื่องของการยังไม่เข้าใจในกระบวนการ ก็อาจจะยังไม่ได้เอา เข้ามาจดทะเบียน ไม่กล้าที่จะเอาขึ้นทะเบียน ซึ่งตามประกาศของกรมเจ้าท่าได้มีการ ประกาศไว้ว่าการขึ้นทะเบียนจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ หรือว่า ในอีกวัน ๒ วันข้างหน้านี้ ซึ่งผมมองว่าจะมีกลุ่มหนึ่งที่ยังตกอยู่และไม่สามารถดำเนินการได้ทัน

คำถามที่ ๓ ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีก็คือ ท่านรัฐมนตรีมีแผนที่จะ รับมือกับกลุ่มที่ยังตกอยู่นี้อย่างไร และจะแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่น ต้องขอชมเชยท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งเป็นคนหนุ่มจากจังหวัดสตูลนี่ล่ะครับ แววที่จะเป็นผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป ท่านมีความเอาใจใส่และสนใจความเดือดร้อน ของประชาชน ผมก็เคยเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว เป็นหนุ่ม ๆ เหมือนท่าน ต้องเอาใจใส่ ขยัน แล้วก็จริงใจต่อประชาชน ตามที่ท่านได้เรียนถามกระทู้มานั้น ขอทำความเข้าใจกับเพื่อน สมาชิกทุกท่านเสียก่อน ก่อนที่จะเกิดเหตุตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น ท่านที่เคารพครับ บ้านเรา การประมงถือว่าเป็นอาชีพหลักอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ เรามีเรือประมงถึง ๕๐,๐๐๐ ลำ แยกออกเป็นเรือพาณิชย์ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ลำ แล้วก็เรือประมงพื้นบ้าน ๓๐,๐๐๐ ลำเศษ ก่อนปี ๒๕๕๗ แน่นอนครับเรายังไม่มีกฎระเบียบอะไรมาก มีกฎหมาย เพียงฉบับเดียว คือกฎหมายการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ดังนั้นการหละหลวมหรือการไม่เอาจริง เอาจังในข้อระเบียบต่าง ๆ ก็ไม่มากนัก เรือประมงทุกลำก็หากินกันได้อย่างเสรีตามสะดวก แต่ก็มีข้อห้ามบางประการ เช่น ห้ามใช้อวนบางประเภท และสิ่งสำคัญที่สุดมีการไม่ให้เข้ามา ในน่านน้ำห่างจากฝั่ง ๓ กิโลเมตร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรือประมงทั้งประเทศประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าลำ เราก็ไม่เคยเกิดปัญหา พอมาปี ๒๕๕๗ ได้มีไอยูยู (IUU) คือกลุ่มประเทศยุโรปได้ทำหนังสือถึงประเทศไทย ว่าจะมีการประเมินการทำประมงถูกต้องมากน้อยแค่ไหน มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ก็เกิดมีการประกาศออกมาในยุคนั้นคือยุคของ คสช. ประกอบกับประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ประกาศอีกเหมือนกันว่าเราอยู่ในอันดับเทียร์ (Tier) ๓ เทียร์ (Tier) ๓ ก็คือกฎหมาย เกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว สิ่งต่าง ๆ ก็ไปพันกับไอยูยู (IUU) เข้า พอเป็นอย่างนี้ คสช. ก็เลยออกคำสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๗ ในเดือนเมษายน แก้กฎหมายใหม่เลยออกเป็น พ.ร.ก. แก้กฎหมาย ปี ๒๔๙๐ ดังนั้นในระเบียบต่าง ๆ ข้อที่พี่น้องชาวประมงเคยดำเนินการอยู่ ก็ถูกแก้ไขหมดเลย ปรับตัวกันไม่ทัน สร้างความเดือดร้อนมาถึงวันนี้ ทุกคนไม่สามารถออกไป ทำกินได้ ถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.ก. ที่ออกไป ดังนั้นเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พี่น้องชาวประมงทั่วประเทศก็มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วยสมาคม การประมงแห่งประเทศไทย ประมงต่างจังหวัดอีก ๒๒ ประมง สมาคม ก็ร้องขอตามที่ ท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ ได้เรียนถามมาทั้งหมด ๑๑ ข้อ ผมคงจะไม่ตอบทั้งหมด ตอบเป็นบางข้อ ระยะเวลาน้อย แต่ก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. วรศิษฎ์เช่นเดียวกันที่เป็นห่วงเป็นใยติดตามเรื่องนี้ อย่างฉับพลัน เพราะเป็นความเดือดร้อนมาอย่างที่ท่านพูด ๕ ปีแล้ว ผมก็เห็นใจพี่น้อง ที่ทำประมงอยู่ ใน ๑๑ ข้อ ข้อที่สำคัญ ๆ ก็คงจะเป็น

ข้อ ๑ ซึ่งสั่งผู้มาร้องเรียน ขอร้อง ขอร้องอย่างไรครับ ขอให้รัฐหยุด หยุดออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ดังนั้นในการรับเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ประกอบด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน และมีที่ปรึกษา มากมายร่วมกับสมาคมสรุปกันได้อย่างนี้ว่าสิ่งใดที่เป็นผลกระทบระเบียบทุกอย่างนั้นให้หยุด และให้กรมประมงร่วมกับกรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปรวบรวมข้อที่ ออกมากันนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันว่ากฎระเบียบต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ที่สร้างความเดือดร้อน เมื่อนำมาแล้วเราก็จะได้มาแก้ไข แต่ส่วนจะออกใหม่ไม่มีแล้ว ใน ๓๐ วันเราจะรู้แล้วว่าเหลือระเบียบอะไรอยู่บ้าง

ข้อ ๒ ท่านบอกว่าให้เร่งดำเนินการซื้อเรือประมง ทางรัฐบาลเองก็จัดลำดับไว้ อย่างนี้ ระยะที่ ๑ เป็นเรื่องเร่งด่วน ในปี ๒๕๖๒ ตั้งเป้าไว้ ๓๐๕ ลำ ใช้งบประมาณ ๗๖๔ ล้านบาท ระยะที่ ๒ กรมประมงได้จัดทำโครงการนำเรือนอกระบบระยะที่ ๒ จำนวนอีก ๒,๗๖๘ ลำ ซึ่งจะใช้งบประมาณ ๗,๑๔๓ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการที่จะเสนอ คณะรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนข้อที่ท่านบอกว่าให้ยกเลิกกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวกับสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่มี ผลกระทบต่อการทำประมงโดยเร็ว เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับได้มอบหมายให้กรมประมงและ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปดำเนินการตามขั้นตอนและเสนอกลับขึ้นมา ดังนั้น เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านได้ร้องมาเราได้ดำเนินการทุกข้อและได้ผลสรุปเป็นที่พอใจของผู้มาร้องเรียน คือสมาคม ก็อยากจะกราบเรียนท่าน ส.ส. วรสิทธิ์และพี่น้องชาวประมงนะครับ

ส่วนอีก ๓ ข้อท่านบอกว่าเรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอสไม่ควรมี นโยบายติดวีเอ็มเอส (VMS) ข้อนี้ผมเข้าใจว่าสร้างความเดือดร้อนกับท่านเป็นอย่างยิ่ง ทางกรมประมงเพียงแต่ว่าลองดำเนินการดูใครอยากจะติดก็ให้ลองมาติดถ้ามีประโยชน์ แต่ในขณะนี้สั่งหยุดไปแล้ว เลิกไปแล้วการติดเครื่องวีเอ็มเอส (VMS) ของท่านรู้ว่า ท่านเดือดร้อน ท่านไม่ต้องติดแล้ว หรือใครอยากจะติดก็เป็นเรื่องความปรารถนาส่วนตัวก็ติดได้

ส่วนที่ท่านบอกว่าให้หยุดนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็น การตกลงการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN) ก็หมายความว่าการค้านี้ไปได้ทุกประเทศ นำเข้า ส่งออก แต่เรารู้ว่ามีผลกระทบเพราะต้นทุนในการจับปลาของเราสูงกว่า สู้ที่นำจาก ต่างประเทศมามันง่ายและต้นทุนถูกก็ทำให้พี่น้องชาวประมงเดือดร้อน อยากจะกราบเรียน ท่าน ส.ส. ว่าขณะนี้เราก็มีด่านตรวจอยู่ ๒๗ แห่ง กำลังมันคงจะไม่พอหรอกเพราะว่าเส้นทาง ติดทะเลทั้งอันดามัน ทั้งอ่าวไทยเกือบ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ๒๗ แห่งนี้คงจะไม่พอ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมอบหมายให้ไปประสานงานกับ กระทรวงพาณิชย์ว่าหามาตรการควบคุมสินค้าที่จะนำเข้า เช่น มาจากไหนต้องหาต้นตอให้ได้ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็นำกันมา ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า อย่างนี้เป็นต้น

ท่าน ส.ส. ครับ เรื่องสำคัญอีก ๒ เรื่องผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ เรื่องที่ ท่านเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่ง แน่นอนวันนี้เรามีผลกระทบจากการออก พ.ร.ก. ปี ๒๕๕๘ ดังนั้นในการร้องเรียนครั้งนี้พี่น้องประมงต้องการได้รับความผ่อนคลายมีการแก้ไข เราเห็น ด้วยเพราะเรามาจากการเลือกตั้งพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเราต้องการเห็นว่าได้รับการแก้ไข ให้เขาทำมาหากินได้ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อยกร่างก่อนที่จะนำมาถึงสภา ผู้แทนราษฎรเราต้องมีการยกร่าง และการยกร่างครั้งนี้ให้ท่านอธิบดีกรมประมงเป็นประธาน ร่วมกับคณะกรรมการของสมาคมประมงและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ตอนนี้ประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว การรวบรวมแก้ไขก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าในการแก้ไขครั้งนี้ประมงพื้นบ้านเขาขอให้แก้อยู่ ๓ มาตรา ได้ข้อกระชับเข้ามาแล้ว อีกอันหนึ่งเกี่ยวกับประมงพาณิชย์เขาก็สรุปกันแล้วคือ ๑๕ มาตรา อยากจะฝากท่าน ส.ส. ได้นำไปเรียนให้พี่น้องประมงได้ทราบว่าทั้งหมดนี้เรา กำหนดเวลาไว้แล้วจะต้องให้ได้ร่างนี้ขึ้นมาภายใน ๔๕ วันตั้งแต่วันที่ ๑๘ มานี้ก็คงจะไม่เกิน วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ท่านได้เห็นแน่ ร่างจะแก้ไขอย่างไร แล้วก็จะต้องนำเข้ามาผ่าน สภาผู้แทนราษฎรในครั้งหน้า ท่านก็จะได้รู้ว่าพอใจหรือไม่พอใจ ควรจะทำอย่างไรต่อไป ท่านวรศิษฎ์ก็จะต้องเป็นแกนในการที่ร่วมกันแก้ไขในครั้งนี้

ดังนั้นเรื่องสุดท้ายที่ท่านเป็นห่วง เป็นห่วงพี่น้องชาวประมงผู้ทำประมง ชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้าน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญจริง ๆ ครับผมเห็นด้วย เพราะว่ากฎหมาย มันแรงอย่างที่ท่านบอกมีการปรับมีการอะไรมากมาย ว่าเรือประมงพื้นบ้านนั้นมีถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าลำ ขณะนี้ได้ตรวจสอบไปแล้วและได้ขยายมารอบหนึ่งแล้ว ขยายมาถึงวันที่ ๒๗ คือวันมะรืนนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะต้องให้เรือประมงพื้นบ้านไปจดทะเบียน ดังนั้น ท่าน ส.ส. ท่านพูดถูกครับทุกคนคงจะไม่ทันนับเป็นพันลำ เห็นว่าต้องเดือดร้อนแน่ถ้าใคร ไม่ได้จดทะเบียนมีโทษปรับโทษอะไรสารพัด ผมก็รับไปเลยนะครับว่าจะไปดำเนินการ ขยายเวลาให้ท่านจากวันนี้ไปถึงวันที่ ๒๗ มกราคมก็แล้วกัน พอไหวนะครับ ๓๐ วัน ไปบอก พี่น้องชาวประมงท่านด้วยจะขยายให้อีก ๓๐ วัน โดยทางผมก็จะต้องประสานกับกรมประมง ให้ออกหนังสือรับรอง แล้วก็ประสานกับกรมเจ้าท่าให้มีการจดทะเบียนขยายออกไปอีก สิ่งสำคัญที่สุดในการนี้ก็คือต้องขออนุญาตกองทัพเรือด้วย คิดว่าทุกอย่างจะปฏิบัติ ให้ครบถ้วน ต้องลดความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวประมงให้ได้มากที่สุดตามที่ท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ต้องการครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านวรศิษฎ์คงได้รับคำตอบที่ชัดเจนแล้วนะครับ ท่านเหลือเวลาอีก ๒ นาที ๒๔ วินาที เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้ตอบทุกประเด็นที่ผมได้ถามไปครบถ้วน ล้วนแล้วแต่ เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่จะนำมาให้พี่น้องชาวประมงนะครับ ผมคิดว่าจะนำเรื่องนี้กลับไปเรียน กับพี่น้องชาวประมงทั่วทั้งประเทศ และคิดว่าพี่น้องชาวประมงจะดีใจกับสิ่งที่ผมได้ยินมา เหมือนกัน ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติสภาเรามาตอบกระทู้ถามสดของ ท่านสมาชิก จากนี้ไปเป็นกระทู้ ๑.๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจา

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๘ ส. (นายกูเฮง ยาวอหะซัน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ

ด้วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามนี้ขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม คือท่านพลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน

ในโอกาสนี้เชิญท่านกูเฮง ยาวอหะซัน เป็นผู้ถาม แล้วก็เรียนเชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ขึ้นตอบบนบัลลังก์นะครับ เชิญครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ มีกระทู้ถามสดผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านพลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล นะครับ ผมเคยมี ประสบการณ์เรื่องนี้มาเมื่อสมัยที่ ๒ ที่ได้เป็น ส.ส. เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ครับท่าน มีผู้เสียชีวิต หลายท่านคราวนั้นเยอะกว่านี้มากวันนั้นผมได้พูดถึงเรื่องนี้ในสภา และได้บอกว่าผู้เสียชีวิตจาก เหตุการณ์ครั้งนั้นส่วนหนึ่งมาจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ มีการใช้อาวุธปืนทำให้เกิดการ สูญเสีย มีผู้เสียชีวิตหลายท่านในเหตุการณ์ครั้งนั้น จนเกิดความเป็นห่วงเป็นใยจาก หัวหน้าพรรคผมในตอนนั้น ท่านก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งในสมัยนั้น ท่านก็ได้เรียนกับ ท่านนายกรัฐมนตรีตอนนั้นว่า ผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านได้เรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า เหตุการณ์นั้นมีอยู่จริง เพราะผมเชื่อว่าเหตุการณ์อย่างนี้ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คงจะคล้าย ๆ กับ เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น คือผู้หลักผู้ใหญ่ข้างบนสุดไม่ค่อยจะได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง เลยไม่ได้รับข่าวสารอย่าง ละเอียดละออ วันนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรีมากเรื่องที่ผมได้พูดในสภา จนให้มีการตรวจสอบลงไปในพื้นที่ วันนั้นผลก็ออกมาอย่างที่ผมพูดในสภาครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขอขอบคุณที่ผมได้พูดความจริงให้ท่านฟัง วันนี้มันก็เกิดเหตุการณ์ อย่างนี้อีกแล้วครับท่าน ผมขอย้อนความไปนิดหนึ่ง เมื่อประมาณวันที่ ๑๖ ธันวาคม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์บนเขาตะเว บ้านอาแน ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้เสียชีวิต ๓ ท่านจากการกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่ามีการออกมายอมรับให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการกระทำผิด ของเจ้าหน้าที่รัฐจริง ๆ แต่วันนี้กระบวนการที่มีการตรวจสอบจนถึงวันนี้ยังเป็นการกึ่งรับ แบ่งรับแบ่งสู้ยังไม่เป็นธรรมเท่าไรกับคนที่เสียชีวิต เหตุการณ์ครั้งนั้นมีการออกข่าว ในวันแรกตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือว่าในโลกโซเชียล (Social) บอกว่าปะทะกับผู้ก่อ ความไม่สงบจนเกิดมีผู้เสียชีวิต มีการยึดอาวุธปืนได้ ๒ กระบอก แต่พออีกวันหนึ่ง สถานการณ์กลับเปลี่ยนไป แต่ในข่าวหนังสือพิมพ์นี่ไม่เท่าไร แต่ในโลกโซเชียล (Social) ในพื้นที่กระจายออกไปทั่วแล้ว และที่สำคัญโซเชียล (Social) ของชาวบ้านนี้ไม่เป็นอะไร แต่โซเชียล (Social) ของเจ้าหน้าที่รัฐมันจะกลับไม่ได้ จะเปลี่ยนเป็นอื่นไม่ได้ ถ้าชาวบ้าน เขาเชื่อแล้วเขาก็เชื่ออย่างนั้น ทีนี้มันเกิดความแตกแยกในเรื่องนี้ในหมู่บ้าน หรือว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งก็เชื่ออย่างนั้นจริง ๆ อีกส่วนหนึ่งก็ไม่เชื่อ ชาวบ้าน ทะเลาะกัน แตกแยกกันไม่เท่าไร แต่เจ้าหน้าที่รัฐเองก็มีความรู้สึกแตกแยกในเรื่องนี้ บางคนก็ไม่พอใจ บางคนแสดงถึงความสะใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมไม่ขอนำภาพนั้นมาลง เพราะว่าเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นเจ้าหน้าที่ทหารนี่ล่ะครับ ลูกน้องท่านนี่ล่ะครับ โพสต์ (Post) ในเฟซบุ๊ก (Facebook) อย่างสง่าผ่าเผย มีความภาคภูมิใจได้บอกว่าวันนี้ได้ฆ่าสัตว์ ๓ ตัว ได้ไล่ล่าทั้งคืนเสียดายที่ไม่เจอที่เหลือ นี่เป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่ และถามว่าประชาชน ที่อ่านข่าวในโซเชียล (Social) เหล่านี้เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร คนที่ชอบก็ว่าไป คนที่ไม่ชอบ มันก็เกิดความแตกแยกครับ ความลำบากใจก็เกิดจากเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน เขาทำงานอยู่ดี ๆ แล้วในพื้นที่ เขาทำอะไรดี ๆ ไว้เยอะก็มีครับ ผมขอยกตัวอย่าง เหมือนท่าน ผบ.ฉก.ทพ. ๔๕ คนเก่า ท่านอิศรา จันทะกระยอม ท่านอยู่ที่นั่นใน ๒-๓ ปีประชาชนผู้นำก็ยอมรับในการ ทำงานของท่าน แต่พอเกิดเรื่องนี้ทุกอย่างเริ่มต้นศูนย์หมด ต้องกลับมาทำงานใหม่ แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นมีการออกข่าวในวันที่ ๒ อีก พอยอมรับว่าเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่เสียชีวิตก็มีการไปใส่ไคล้อีกหาว่าชาวบ้านขึ้นไปตัดไม้ ทำผิดมีโทษ และถามว่าโทษคนตัดไม้ ถึงขนาดนั้นเลยหรือครับท่าน และบอกว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ต้องห้ามไม่ให้ประชาชนขึ้นไป เมื่อเดือนที่แล้วเราก็ทะเลาะเรื่องนี้ ดินเป็นพันไร่ยังไม่มีอะไรเลย แต่ชาวบ้านไปตัดไม้ต้นเดียว ท่านต้องฆ่าหรือครับ นี่คือคำถามครับท่าน และถามว่าวันนี้ต้นไม้ท่านไปดูหรือยัง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมขอรูปที่ ๕ ขึ้นบนจอนิดหนึ่ง ขออนุญาตครับ เจ้าหน้าที่ขอรูปที่ ๕ นี่ลูกชายของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เป็นรูปตอไม้ครับ นี่ครับผมอยากให้ท่านดูรูปนี้ครับ ขอให้ดูที่ตอไม้ครับ ท่านดูตอไม้เป็นไม้เก่านะครับ เขาไม่ได้ ตัดไม้ เป็นไม้เก่าที่เขาล้มมา ๒-๓ ปีแล้ว ชาวบ้านรับจ้างไปผ่าเพื่อเอาไม้นี้ไปขายในหมู่บ้าน แค่นั้นเอง เขาไม่ได้ตัดต้นไม้ และวันนี้ก็บอกเขาไปตัดไม้สมควรถูกฆ่าอย่างนี้ และประเด็น วิถีชีวิตของชาวบ้านท่านต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะครับ ท่านไปออกกฎระเบียบ วันนี้ไปกั้นเขา ไม่ให้เขาไปหากินบนภูเขา ไปเก็บของป่า กฎหมายท่านเพิ่งมี แต่วิถีชีวิตเขาอยู่ตรงนั้น เกือบร้อยปี เขาย้ายไปอยู่ตรงนั้น หมู่บ้านเขาอยู่เชิงเขา ท่านจะให้เขาไปหากินที่ไหน จะขุดดินลงไปหาใต้ดินมันไม่ได้ท่านไม่มีเครื่องมือ เขาก็ต้องขึ้นป่าขึ้นเขา เพราะเขาปลูกต้นไม้ ปลูกผลไม้ไว้เยอะแยะข้างบน ยางไม่มีราคาไปทำงานมาเลย์ได้ ๒๐๐ บาท วันนี้ เพราะ ค่าเงินบาทไทยมันแข็งต้องกลับมาอยู่บ้านไม่มีงานทำ ขึ้นไปบนเขาไปหาน้ำผึ้งขาย ผมไปเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิตเมื่อวานนี้เขามีน้ำใจนะครับ เขาไปเก็บน้ำผึ้งป่าให้ผมมาขวดหนึ่ง ๕๐๐ บาทนี่คือรายได้ของเขา ตัดยางวันนี้อาทิตย์หนึ่งได้ ๕๐๐ บาท ต้องเลี้ยงลูก ๓-๔ คน ท่านว่าพอที่ไหนอาทิตย์หนึ่ง ๕๐๐ บาท และท่านมาบอกว่าวันนี้ชาวบ้านรุกล้ำ จริง ๆ ไม่ใช่ ชาวบ้านรุกล้ำเขาทำกินมานานแล้ว แต่เราไปวางกฎเองไปติดไวนิล (Vinyl) ไปห้ามอะไรเขา ตรงนี้ผมว่าไม่แปลกถ้าคนไม่เข้าใจวิถีชีวิตตรงนี้ และคำถามแรกวันนี้ที่ผมจะถามท่านก็คือว่า เหตุการณ์ที่เสียชีวิตวันก่อนทำไมทางเจ้าหน้าที่รัฐไม่ช่วยนำศพลงมา ช่วยชาวบ้านขนศพลงมา ชาวบ้านจะไปรับศพท่านก็ไม่ให้ ไปขัดขวาง และที่มีการแถลงข่าวเมื่อวานที่คณะกรรมการ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่จังหวัดปัตตานีเมื่อวานเขาบอกว่าไม่ได้ขวาง แต่ชาวบ้านไปไม่ถึงเอง ท่านเชื่อหรือครับว่าชาวบ้านตรงนั้นเขาไปไม่ถึง ชีวิตเขาเกิดที่นั่น อยู่ที่นั่น เขาลูกนั้น ชาวบ้านที่นั่นสามารถเดินทะลุไปถึงประเทศมาเลเซียได้ แค่นั้นไม่มีปัญหาสำหรับเขา ฝากเรียนถามท่านว่า ข้อแรกทำไมถึงมีความล่าช้าในการจะคืนศพหรือผู้เสียชีวิตกลับมา เพื่อให้เขาได้ทำพิธีศพอย่างถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เฉพาะศาสนาอิสลามในพื้นที่ ๓ จังหวัด มุสลิมทั้งโลก เรื่องนี้เป็นกฎเหล็กของมุสลิม ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรียนท่านสมาชิกที่กรุณา สอบถามครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามในเรื่องนี้ ก่อนอื่น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานจากกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมนั้น ท่านได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ได้ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม และให้ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วก็ให้เร่งรัดเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีเช่นนี้ทุกหน่วย ทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าเองก็มีความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวน เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาซักถาม ซึ่งบางส่วนนั้นก็ได้มีการดำเนินการไปแล้ว เดี๋ยวผมจะกราบเรียนเพื่อกรุณาทราบ รวมทั้งได้ให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นอีกคณะหนึ่งที่จะตรวจสอบในลักษณะที่คู่ขนานกันไป ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในพื้นที่นั้นก็จะประกอบด้วย ภาคประชาสังคม องค์กรศาสนา นักวิชาการภาคประชาชนและเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะให้การดำเนินการนั้นมีอิสระ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพอีกครั้งหนึ่งว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นปัญหาที่รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ผ่านมานั้นปัญหาต่าง ๆ นั้นมันเชื่อมโยงในหลายมิติ แล้วสำคัญที่สุดก็คือรัฐบาลได้เน้นย้ำ เจ้าหน้าที่ทุกคนให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ความรับผิดชอบนั้นด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ ที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของประชาชน ที่สำคัญก็คือว่า อย่าได้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนหรือบาดเจ็บ เสียชีวิต อย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีการจัดการอบรม ความรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการปฏิบัติงานในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ไปทำงาน ในพื้นที่ก็ต้องมีการสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักรู้ถึงเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของการปฏิบัติ หน้าที่ที่จะไปทำให้ประชาชนผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งได้รับความสูญเสีย ตรงนี้ก็ได้เน้นย้ำ อย่างเคร่งครัด ขอเรียนว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่าจากการก่อเหตุรุนแรงของผู้ก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเปิดแผนปฏิบัติการที่จะกดดันกลุ่มคนร้ายบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ ในพื้นที่ป่าเขา เพราะว่าเมื่อเวลาผู้ก่อเหตุรุนแรงปฏิบัติในพื้นที่แล้วก็จะหลบหนีไปใช้พื้นที่ป่าเขา เป็นฐานปฏิบัติการ เรื่องของการส่งกำลังบำรุง หรือเตรียมการที่จะปฏิบัติในพื้นที่อื่นต่อไป

ในส่วนของพื้นที่เทือกเขาเมาะแตหรือพื้นที่เทือกเขาตะเวนั้น ก็ถือว่าเป็น พื้นที่ที่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติด้วย แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ผู้ก่อเหตุรุนแรงก็จะใช้เป็นพื้นที่ ที่เป็นฐานปฏิบัติการ ใน ๑ ปีที่ผ่านมานั้นในพื้นที่นี้ได้มีการติดตามและมีการปะทะกับ กลุ่มก่อการร้ายมาอย่างต่อเนื่องถึง ๘ ครั้ง มีการยึดฐานที่มั่นของผู้ก่อเหตุรุนแรง ยึดอาวุธ ต่าง ๆ ได้หลายรายการด้วยกัน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ นั้นก็เป็นการขยายผล จากการที่ได้มีการติดตาม มีการปะทะกับกลุ่มคนร้าย เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และกลุ่มคนร้ายก็ได้หลบหนีแล้วก็หลบซ่อนอยู่ที่เทือกเขาตะเว เป็นฐาน ปฏิบัติการเช่นเดียวกัน หน่วยจึงได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๖ ซึ่งในวันนั้นสภาพอากาศปิดนะครับ แล้วก็มีฝนตกด้วยทัศนวิสัยจำกัด เมื่อชุดลาดตระเวนมาถึงจุดเกิดเหตุก็ได้พบกับราษฎร ตอนนั้นก็ประมาณ ๔-๕ คน แล้วก็มี ลักษณะเสียงคล้ายปืนจากที่ได้สอบสวนในขั้นต้น จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งขอเรียนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น พอสืบทราบภายหลังว่าเป็นการเสียชีวิตของราษฎร ซึ่งไม่ใช่เป็น ผู้ก่อเหตุรุนแรง ทางท่าน กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าก็ได้ให้ตรวจสอบทันที รายงานข่าวสาร ที่ท่านได้กล่าวนั้น ในขั้นต้นเป็นการรายงานข่าวสารว่ามีการปะทะ แล้วก็มีการยึดอาวุธได้ ตามที่ท่านกล่าว แล้วก็ให้มีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็คือว่าไม่ได้มีลักษณะ เช่นนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนะครับ ก็ได้มีการตรวจสอบทำความเข้าใจ แล้วในส่วนที่ ท่านได้กล่าวถึงว่ามีกำลังพลท่านหนึ่งไปโพสต์ (Post) ตามที่ท่านได้กล่าวนั้นก็ได้ตั้งกรรมการ สอบสวนและได้ลงโทษทางวินัยกำลังพลผู้นั้นไปแล้วต้องเรียนว่าเรื่องนี้ทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า หน่วยในพื้นที่นั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ กำชับแล้วก็ผู้ใดที่ทำผิดละเมิดวินัยก็ได้มี การลงโทษอย่างต่อเนื่องนะครับ

ส่วนกรณีที่ท่านได้สอบถามว่าทำไมวันนั้นถึงนำศพลงมาช้า ต้องเรียน ที่ผมกล่าวข้างต้นแล้วว่าเหตุการณ์นั้นเกิดในช่วงวันที่ ๑๖ ประมาณเวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา แล้วก็สภาพอากาศปิด มีฝนตก ในการดำเนินการนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็จะต้องมีการ พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ นิติวิทยาศาสตร์ขึ้นไปตรวจสอบ ไปตรวจพื้นที่เกิดเหตุชันสูตรพลิกศพในขั้นต้นตามขั้นตอน ซึ่งตอนนั้นมันช่วงมืดค่ำกว่าเจ้าหน้าที่จะขึ้นไปก็ในช่วงเช้าของอีกวันหนึ่ง เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สูงชัน พื้นที่ป่าเขา การนำศพลงมานั้นค่อนข้างจะยากลำบาก ลงมาถึงพื้นที่ได้ประมาณเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา แล้วก็มาถึงโรงพยาบาลประมาณเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา และนำไปประกอบพิธีฝังตามศาสนาเมื่อเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ขออนุญาต กราบเรียนว่าในช่วงที่จะนำศพลงมานั้นสภาพอากาศปิด แล้วก็ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ตามกระบวนการ ตามขั้นตอนทางกฎหมายมีทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายปกครอง นิติวิทยาศาสตร์ ขึ้นไป แล้วก็มีการที่จะลำเลียงศพลงมานั้น เนื่องจากพื้นที่นั้นสูงชัน และฝนตกก็ทำให้ต้อง ใช้เวลา อย่างไรก็ตามได้มาทำพิธี ลงมาถึงพื้นที่ได้เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๗ แล้วก็ ทำพิธีประกอบตามศาสนา พิธีฝั่งตามศาสนาในเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๑ ในขั้นต้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านกูเฮงครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะเรียนถามท่านก็คือว่าเรื่องการเยียวยา วันนี้อย่างที่ทราบนะครับ มันมี พ.ร.บ. อยู่ หรือว่ามีรายการแนบท้ายอยู่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าด้วยอัตราช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายที่ได้รับผลกระทบ จากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐก็มีอยู่ ๒-๓ กรณี

กรณีแรก ก็คือช่วยเหลือเยียวยาในกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตายหรือทุพพลภาพ จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

กรณีที่ ๒ ค่าช่วยเหลือเยียวยากรณีการบังคับบุคคลให้สูญหาย จำนวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง ของ กพต. นี้เห็นสมควรตามที่เสนอว่าการ กระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เฉพาะกรณีให้ช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมอีกไม่เกิน ๗ ล้านบาท ในกรณีที่เป็นการกระทำของ เจ้าหน้าที่รัฐ อันนี้คือผมได้อ่านเอกสารนิด ๆ หน่อย ๆ แต่หลักสำคัญวันนี้คือการเยียวยาใน พื้นที่ที่เกิดปัญหาในวันนี้ไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ แต่อยากจะบอกว่าชาวบ้าน แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเองท่านก็ต้องเยียวยานะครับ เพราะว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำการลงไปท่านก็รู้ว่า วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐที่ไปอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านต้องมีการกลั่นกรองว่าบางคน เข้าไปในพื้นที่ด้วยความเกลียดชัง ด้วยความเคียดแค้น และเอาเรื่องนี้ไปใส่อารมณ์กับชาวบ้าน ผมจะพูดเรื่องนี้ในประเด็นที่ ๓ วันนี้ผมจะถามท่านว่าเรื่องการเยียวยานี้ไปถึงไหนแล้ว และจากการที่คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้พูดเมื่อวานนี้ที่จังหวัดปัตตานี ได้แถลงข่าวเมื่อวานนี้ การแถลงข่าวเมื่อวานนี้มีแต่เรื่องคำว่า สำคัญผิด ผมก็เลยถามผู้รู้กฎหมาย บอกว่าการใช้คำ ๆ นี้มีผลอย่างไรต่อไป เขาบอกว่าถ้าใช้คำนี้ไปในการต่อสู้ในชั้นศาลน้ำหนัก มันจะเบา ผู้ต้องหามีโอกาสรอด วันนี้เราเป็นห่วงว่าการเยียวยานี้จะเป็นเรื่องอื่นก็ขอฝาก ท่านเรื่องนี้เป็นข้อที่ ๒ ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านสมาชิกกรุณาถามนะครับ ขออนุญาตเรียนเรื่องการเยียวยา สำหรับผู้ที่เสียชีวิต ต้องเรียนว่าภายหลังเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาของ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ก็เสียใจอย่างที่ผมได้กราบเรียนแล้ว แล้วก็ได้เดินทางไปพบกับญาติผู้เสียชีวิต ไปดูแลครอบครัว พร้อมกับสอบถามความต้องการ อันนี้เป็นการเยียวยาในขั้นต้นของทาง กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ได้มอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท ในการที่จะช่วยเหลือในการจัดพิธีฝังศพ

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาของทางราชการตามขั้นตอนนั้นก็มีระเบียบ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าด้วยการให้ความ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหน่วยหลักในการให้ความ ช่วยเหลือ ซึ่งในขั้นต้นเร่งด่วนได้มีการประชุมและได้มอบการช่วยเหลือเยียวยาในขั้นต้นไป ครอบครัวละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาอื่น ๆ นั้น ก็จะได้มีการรวบรวมข้อมูลสำรวจ ความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัวเพื่อที่จะดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่จะยกระดับ คุณภาพชีวิตทั้งด้านของคน ความเป็นอยู่ ด้านจิตใจ ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ ในทุกมิติ ยกตัวอย่างเช่น จะพิจารณาที่จะจัดหางานให้กับพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่ยังว่างงาน ดูแลทางบิดามารดาครอบครัวที่มีโรคประจำตัว ความเจ็บป่วย เรื่องทุนการศึกษาซึ่งทราบว่า มีท่านหนึ่งที่ยังมีลูกเล็กอยู่ประมาณ ๑ ขวบ เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือนและอื่น ๆ ตามความจำเป็น ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะมีการเร่งรัดในการที่จะประชุมคณะกรรมการและให้ความช่วยเหลือ ในทุกส่วนที่ผมได้กล่าวแล้วตามความต้องการ ในวันที่ ๒๔ ที่ผ่านมาก็ทราบว่ามีพิธีทำบุญ ครบ ๗ วัน ทางหน่วยในพื้นที่ก็ได้ไปร่วมกับครอบครัวด้วย แล้วก็ได้มีการมอบเงินช่วยเหลือ ทั้ง ๓ ครอบครัว ในจำนวนเงินประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมกับได้จัดกำลังพล เข้าช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านที่ชำรุดให้กับครอบครัวผู้สูญเสียด้วย เพื่อเป็นการสร้าง ขวัญและกำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย ต้องเรียนว่ารัฐบาลเองก็เสียใจแล้วก็ให้ความดูแล เป็นห่วงครอบครัวทั้ง ๓ ครอบครัวอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

ขอบคุณครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกูเฮง มีอะไรอีกหรือไม่ครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

คำถามที่ ๓ นะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรื่องที่ ๓ ที่ชาวบ้านอยากจะเห็น มากที่สุดและประชาชนอยากจะเห็นมากที่สุดคือการเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะว่าตามข่าวที่ออกมีแค่นายทหารสิบโท ๒ ท่านที่ไปมอบตัว ซึ่งผมเชื่อว่าวันนี้ไม่มีใคร เชื่อหรอกครับ ถ้าการเสียชีวิตของชาวบ้าน ๓ คนเป็นแค่การกระทำของนายทหารยศสิบโท ท่านก็ทราบดีระดับนายทหารจะทำการอะไรลงไปมันต้องมีการบังคับบัญชา ต้องมีการสั่งการ แต่วันนี้กลายเป็นว่ามีนายทหารยศสิบโท ๒ ท่านเท่านั้นที่มามอบตัว ผมอยากจะเล่า รายละเอียดนิดหนึ่งนะครับ เมื่อวานนี้ได้มีการแถลงข่าวที่จังหวัดปัตตานีใช้พยาบาลชำนาญการ มาพูดถึงเรื่องวิถีกระสุน ผมก็แปลกใจทำไมเรื่องอย่างนี้พยาบาลชำนาญการถึงได้เก่งขนาดนั้น มันน่าจะเป็นหน้าที่ของท่านนายแพทย์ แต่ผมเชื่อว่าไม่มีนายแพทย์คนไหนกล้ามาพูดเรื่องนี้ เพราะท่านรู้ว่าถ้าพูดแล้วต้องช่วยใคร ท่านจะพูดความจริงได้หรือไม่ เพราะว่าเป็นเรื่อง ลำบากใจของเขา เพราะเขามีจรรยาบรรณ ผมขอพูดรายละเอียดศพคนที่ ๑

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผู้เสียชีวิตคนที่ ๑ ท่านบูดีมัน ยะมะลี ที่ท่านบอกว่ามีลูกชายอายุประมาณ ๑ ปี ๒ เดือน น้องนาอิม ท่านนี้ครับที่เสียชีวิต ท่านจะดู ว่ามีเศษไม้ขี้เลื่อยเต็มตัว หมวกที่ใส่เป็นหมวกโฟมเองนะครับ ไม่ใช่หมวกกันกระสุน เป็นโฟม กันฝน กันเศษไม้ขี้เลื่อยที่ตกไปบนหัวตอนที่ตัดไม้ และท่านเชื่อหรือไม่ครับว่าคน ๆ นี้กระสุน โดนที่ไหนครับ คนอาบน้ำศพเล่าให้ผมฟังเขาบอกว่ากระสุนนัดแรกเจาะที่หน้าทะลุด้านหลัง จุดที่ ๒ โดนที่หน้าท้องเสียชีวิต ผมขอรูปที่ ๒ นะครับ ๒ ท่านนี้ท่านดูลักษณะการเสียชีวิต ถูกถอดเสื้อ ปกติ ๒ คนนี้ใส่เสื้อมาตลอดและฝนตกพรำ ๆ เกิดเหตุก่อนเที่ยงไม่ใช่บ่ายสาม ทัศนวิสัยเยี่ยมครับ ถ้าดูที่ตอไม้เมื่อสักครู่โล่งโปร่งเห็นทุกอย่าง มีการคิด มีการไตร่ตรอง ก่อนที่จะลงมือทำ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ไตร่ตรอง ศพลักษณะคุกเข่า ศพคนแรกกางเกงสีน้ำตาล ซ้ายมือ จุดที่ ๑ บนหัว เจาะที่กลางกะโหลกทะลุใต้คาง นั่นล่ะครับเขาบอกว่ายิงด้านหน้า หรือว่ากระสุนขึ้นบนฟ้าแล้วตกลงมาใส่หัวเขาหรือว่าอย่างไรครับ และนัดที่ ๒ บนไหล่ซ้าย ทะลุรักแร้ลงมา และจุดที่ ๓ ที่หน้าท้อง ๓ นัด ไส้ทะลักเสียชีวิตในลักษณะคุกเข่า แต่พยาบาลท่านบอกว่าตายลักษณะกำลังปีนเขา ท่านดูคนที่ยืนข้าง ๆ เขาปีนเขากันอย่างไร คนละท่ากันเลยท่าปีนเขา และบอกว่าคนที่ ๓ คนใส่กางเกงแดงด้านซ้าย โดนยิงที่หัว ด้านหลังทะลุที่ปาก มันเป็นการจ่อไม่ใช่ยิงขึ้น เป็นการยิงที่หัวด้านหลังและทะลุปากลงมา และที่หน้าท้องยิงทะลุหน้าท้อง ๒ นัด คนนี้ลำไส้ทะลักเหมือนกัน ผมไม่อยากเสนอภาพ อย่างนี้ แต่ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่านี่คือเหตุการณ์จริง ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ข้างบนไม่รับรู้ เรื่องนี้ ผมเชื่อว่าความจริงก็ไม่ปรากฏหรอกครับ เพราะว่าเราต้องการจะปิดข่าวเรื่องนี้ไม่ให้ ผู้ใหญ่รู้ ผมไม่อยากให้ท่านได้ดิบได้ดีบนกองคาวเลือดของชาวบ้านนะครับ งบประมาณ เป็นแสนล้านบาทแล้ววันนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังเป็นเรื่องอย่างนี้อยู่อีก ๑๐ ปีมายังเป็นเรื่องอย่างนี้อยู่อีกและเมื่อไรเราจะไปข้างหน้าได้ เราจะแก้ปัญหาได้ล่ะครับ ช่วยเถอะครับวันนี้ชาวบ้านดี ๆ เจ้าหน้าที่ดี ๆ เขาอยากได้กำลังใจ ขอฝากท่านประธาน เรื่องนี้ด้วยครับ และคำถามก็คือที่ท่านบอกว่าเกิดการยิงปะทะด้านหน้าทัศนวิสัยไม่ดี ท่านจะตอบว่าอย่างไรกับรูปที่ปรากฏนี้

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตเรียนว่าที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและได้นำเป็นเจ้าหน้าที่ ๒ นาย คือระดับสิบโทซึ่งเป็น หัวหน้าชุด แล้วก็พลอาสาสมัครทหารพราน ๑ ท่าน ซึ่งเป็นส่วนนำในการลาดตระเวน ก็เข้าไปมอบตัวกับทางพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมา ตรงนี้ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่าก็อยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ถ้าจะเกี่ยวพันถึงผู้ใด ว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการนั้นก็คงจะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าในการดำเนินการเรื่องของลักษณะการเข้าไปลาดตระเวนนั้น ก็จะมีการดำเนินการเข้าไปมีส่วนนำแล้วก็มีชุดปฏิบัติการ ซึ่งตรงนั้นก็ต้องอยู่ที่ขั้นตอน ของการสอบสวนในพื้นที่ปฏิบัติการตรงนั้น แต่ขอเรียนว่าในส่วนของนโยบายที่ได้มีการสั่งการ ลงไปนั้นก็คือว่าถ้ามีการกระทำผิดจริงนั้นก็ต้องถูกดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย มีการสอบสวนดำเนินการทางกฎหมาย ในการดำเนินการนั้นเรียนว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคนนั้น ผู้บังคับบัญชาทุกคนก็ได้เน้นย้ำสั่งการไปยังผู้ปฏิบัติ ในพื้นที่ว่าในการปฏิบัตินั้นต้องปฏิบัติการด้วยความระมัดระวัง อย่าให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชนขึ้น ซึ่งท่านประธานคงทราบดีว่าในบางครั้งนั้นเจ้าหน้าที่เองก็เป็นฝ่ายถูกกระทำ อย่างที่ผ่านมาก็ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนพอสมควร ในขณะเดียวกันกรณีที่เกิดขึ้น ในกรณีนี้ที่ท่านสมาชิกกรุณาสอบถามนั้น เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วมีการกระทำความผิด จะใครก็ตามก็จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กระทู้ถามสด ด้วยวาจาของท่านกูเฮง ยาวอหะซัน ก็ถือว่าจบสมบูรณ์นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภา ของพวกเรา ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นกระทู้ที่ ๓ นะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๙ ส. (นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เชิญ ท่านมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้มาตั้งกระทู้ถามสดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนะครับ แล้วก็ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่เสียสละเวลามาชี้แจงในที่ประชุมสภาแห่งนี้ กระผมมีกระทู้ถามเกี่ยวกับพลังงาน ๓ เรื่อง เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรกที่ผมจะพูดถึง จะเป็นเรื่องของปาล์มน้ำมันนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ อย่างที่ทุกคนทราบว่า ตัวปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ถ้าเราดูจากกราฟที่ผ่านมาที่โชว์อยู่ อันนี้เป็นราคาผลผลิตปาล์มในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ท่านจะเห็นว่าราคามันขึ้นลงผันผวนมาก ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันไม่เป็นผลดีกับเกษตรกร เพราะว่าถ้าท่านดูราคาต่ำสุดก็มีต่ำกว่า ๒ บาท ในขณะที่ราคาสูงสุดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๕.๕ บาทต่อกิโลกรัม อันนี้พืชเศรษฐกิจปกติ ทุกประเทศก็จะมีปัญหาในเรื่องของราคา เพราะว่าพืชทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับผลผลิต ทีนี้ข้อดีของปาล์มน้ำมันในการเป็นพืชเศรษฐกิจก็คือเรามีทางเลือกหลายทางในการนำปาล์มน้ำมัน มาใช้ประโยชน์ ที่ผ่านมาก็มีการใช้ปาล์มน้ำมันในการอุปโภคบริโภค ส่วนที่จะเป็น อุตสาหกรรมหลักที่จะช่วยเกษตรกรก็จะเป็นเรื่องของการนำผลผลิตปาล์มน้ำมันมาผสม กับตัวน้ำมันดีเซล ซึ่งตรงนี้มันก็มีข้อดี มันก็เหมือนกับที่เราเอาเอทานอลมาผสมกับเบนซิน เป็นอี ๑๐ (E10) อี ๒๐ (E20) อย่างที่ทุกท่านทราบนะครับ ในส่วนของตัวปาล์มน้ำมันก็จะมี การนำน้ำมันตรงนี้มาผสมเป็นบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) ก็แล้วแต่ หรือว่าจนถึง เป็นบี ๑๐๐ (B100) ทีนี้ปัญหาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผลผลิตปาล์มน้ำมันมันเกิน มันล้นตลาด ผมก็ไม่ค่อยสบายใจที่เห็นมีการนำตัวปาล์มน้ำมันเอามาผสมเพื่อผลิตไฟฟ้า เพราะว่าปาล์มน้ำมันเองมันมีราคาแพง เอามาผลิตไฟฟ้าผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่อาจจะ ไม่ถูกต้องนัก แต่ผมก็เข้าใจนะครับเนื่องจากผลผลิตมันมีส่วนเกิน มันก็จะต้องมีการดึง ผลผลิตส่วนนี้ออกไปเพื่อพยุงราคา แล้วปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญของตัวปาล์มน้ำมัน ก็จะเป็นเรื่องของการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้ามาตลอด เป็นปัญหามาตลอด จากที่ดูข้อมูลกราฟเมื่อสักครู่นี้จะเห็นว่าปัจจุบันราคาสูงขึ้นมาถึง ๕.๕๕ บาทต่อกิโลกรัม ทีนี้ผมก็มองว่าในแง่ของการที่จะทำให้ราคาพืชเศรษฐกิจตัวนี้ หรือปาล์มน้ำมันราคามีความยั่งยืนเพื่อช่วยเกษตรกรก็จะต้องสร้างดีมานด์ (Demand) ขึ้นมา สร้างความต้องการขึ้นมา วิธีหนึ่งที่จะสร้างความต้องการก็คือเอาตัวนี้มาใช้เป็น พลังงานในการขับเคลื่อนยานพาหนะ หรือว่าเอามาผสมเป็นบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) ซึ่งตรงนี้ ผมก็เข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีมีนโยบายในการที่จะปรับจากบี ๗ (B7) มาเป็นบี ๑๐ (B10) แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงอย่างหนึ่งก็คือที่ผ่านมานี่นะครับ นโยบายที่ผ่านมาการกำหนดมาตรฐาน บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) มันมีการตั้งเสร็จปุ๊บเปลี่ยนกลับไปกลับมา ก็คือแทนที่จะให้ ผู้ประกอบการเข้าใจว่าบี ๑๐ (B10) นี่คืออนาคตก็มีการสลับไปสลับมา พอน้ำมันปาล์มไม่พอ ก็ถอยกลับมาอะไรอย่างนี้ ซึ่งตรงนี้พอนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงมันก็มีปัญหากับ ผู้ประกอบการ และราคาก็จะวิ่งตามแนวนโยบาย สิ่งที่ผมอยากทราบก็คือว่าบี ๑๐ (B10) ตัวนี้จะเป็นนโยบายที่ยั่งยืนแล้วก็จะช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริงหรือไม่ มันจะมีความยั่งยืน หรือไม่ เพราะว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมามันสร้างปัญหากับผู้ประกอบการ แล้วก็ในส่วนของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อย่างประเทศมาเลเซียหรือ ประเทศอินโดนีเซียเขาก็มีปัญหาเหมือนเมืองไทย เนื่องจากผลผลิตเขาเยอะมาก เขาก็จะมี ปัญหาในเรื่องของราคา เขาก็จะเริ่มมีการใช้บี ๓๐ (B30) บี ๕๐ (B50) ในอนาคตอันใกล้ ฉะนั้นคำถามแรกที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็คือในเรื่องของ นโยบายที่จะช่วยเกษตรกรในการพยุงราคาน้ำมันปาล์ม ท่านมีนโยบายอย่างไร แล้วก็ การปรับเปลี่ยนจากบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) มันจะโลเลไปมาหรือไม่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งจะมีผลกับผู้ประกอบการ แล้วก็นโยบายของท่านที่จะเปลี่ยนจากบี ๗ (B7) มาเป็นบี ๑๐ (B10) จะช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริงหรือมีความยั่งยืนหรือไม่ และในอนาคตหากราคา ปาล์มน้ำมันดีขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือเกษตรกรก็จะโค่นต้นยางแล้วก็หันมาปลูก ต้นปาล์มแทน ฉะนั้นซัปพลาย (Supply) มันก็จะเพิ่มขึ้น ก็เลยอยากถามว่าในอนาคต ท่านจะทำอย่างไร สุดท้ายมีเกษตรกรโค่นต้นยางมาปลูกปาล์มและท่านจะดำเนินการอย่างไร จะมีการปรับเป็นบี ๒๐ (B20) บี ๓๐ (B30) บี ๕๐ (B50) อย่างประเทศอินโดนีเซีย อะไรอย่างนี้หรือไม่ครับ อันนี้เป็นคำถามแรก ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาถามถึงปัญหาของ ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวที่สำคัญของประเทศไทย แล้วก็ปัญหาปาล์มน้ำมันไม่ได้ เพิ่งเกิดขึ้น เป็นปัญหาต่อเนื่องของประเทศไทยมาหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงครับว่า เสถียรภาพราคาของปาล์มน้ำมันมันแกว่งไปแกว่งมาในแต่ละช่วงเวลามาโดยตลอดนะครับ – ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้ครับว่า เรื่องของ ปาล์มน้ำมันนั้นถ้าเราไม่สามารถแก้ทั้งระบบได้ โดยการที่จะดูในส่วนของตัวอุปสงค์ อุปทาน อย่างแท้จริงให้เกิดสมดุลนั้นก็จะเป็นปัญหาอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณากล่าวถึง ผมอยากให้ข้อมูลอย่างนี้ว่าปาล์มน้ำมันเอาไปใช้ประโยชน์ในเชิงของอุปสงค์ได้ ๒ ทาง ทางหนึ่งก็ไปเพื่อการบริโภคหรือใช้อุตสาหกรรม ตรงนี้จะใช้อยู่ประมาณ ๑ ใน ๓ ทางด้าน อุปสงค์ของปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ ส่วนอีก ๒ ใน ๓ จริง ๆ แล้วสามารถเอามาใช้ได้กับ ทางด้านของตัวที่จะเป็นพลังงาน ก็คือการมาทำไบโอดีเซลที่เป็นตัวบี (B) ต่าง ๆ ทีนี้คำถามว่า แล้วทำไมในอดีตที่ผ่านมานั้นกระบวนการเหล่านี้ถึงไม่ได้ดำเนินการ ก็ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เหตุผลก็คือว่านโยบายที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าวถึงนั้นคือเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นอยากขอเรียน ท่านประธานผ่านถึงท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า กระทรวงพลังงานในขณะนี้ได้ประกาศ นโยบายชัดเจนที่เป็นนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของบี ๑๐ (B10) จะเป็นนโยบายที่จะไม่มีการ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จากบี ๑๐ (B10) ถ้าปริมาณซีพีโอ (CPO) น้อยลดเหลือบี ๗ (B7) ถ้าน้อยมากเหลือบี ๕ (B5) อย่างนี้เป็นต้น ขณะนี้เป็นนโยบายชัดเจนว่าจะใช้บี ๑๐ (B10) เป็นน้ำมันพื้นฐานดีเซลของประเทศไทย และบี ๗ (B7) กับบี ๒๐ (B20) นั้นจะเป็นน้ำมัน ทางเลือก นั่นหมายความว่านโยบายนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง นโยบายที่ชัดเจนนั้น มีความสำคัญมาก เพราะนโยบายที่ชัดเจนจะนำไปสู่การที่เราจะสามารถวางแผนเรื่องของ ผลผลิตปาล์มน้ำมันหรือวางแผนในเรื่องของกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ บี ๑๐ (B10) ครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะเกรดน้ำมันจากบี ๗ (B7) เป็นบี ๑๐ (B10) แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีนัยที่สำคัญอยากจะเรียนท่านประธานสภาไว้อย่างนี้ครับว่า เมื่อบี ๗ (B7) เปลี่ยนเป็นบี ๑๐ (B10) ครั้งนี้จะเกิดความสมดุลของซัปพลาย (Supply) ปาล์มน้ำมันของประเทศไทยที่มีซัปพลาย (Supply) อยู่ประมาณสัก ๕ ล้านไร่กว่า ๆ แล้วก็ ผลิตซีพีโอ (CPO) ได้ประมาณสัก ๓.๒-๓.๔ ล้านตันต่อปี เกิดความสมดุลของซัปพลาย (Supply) กับดีมานด์ (Demand) ที่จะมาใช้ในเรื่องของอุปโภคบริโภคกับการใช้ของพืชพลังงาน ได้อย่างสมดุลพอดี ซึ่งประเด็นตรงนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก แล้วก็เป็นประเด็นที่อยาก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปท่านสมาชิกว่าด้วยประเด็นตรงนี้ล่ะครับ คือเหตุผลที่ท่านถามว่า เราจะพยุงราคาปาล์มน้ำมันในปีหน้าได้อย่างไร ในอดีตปัญหาปาล์มน้ำมันเกิดขึ้นส่วนหนึ่ง เกิดมาจากสต็อก (Stock) ปาล์มน้ำมันมันทะลุขึ้นไปสูงกว่าปริมาณที่ควรจะเป็น ปริมาณ สต็อก (Stock) ปาล์มน้ำมันที่ควรจะเป็นไม่ควรจะมีปาล์มน้ำมันเกินกว่า ๒๕๐,๐๐๐- ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อไรก็ตามที่ปาล์มน้ำมันมีสต็อก (Stock) เกินกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ตันขึ้นไปก็จะมี กระบวนการของการตกต่ำของราคาเกิดขึ้นจากการที่มีสต็อก (Stock) มาก แต่ด้วยนโยบาย ของบี ๑๐ (B10) ที่ได้เรียนท่านประธานไปแล้วนั้นจะเป็นการสร้างสมดุลของสต็อก (Stock) ซึ่งสมดุลของสต็อก (Stock) ตัวนี้จะมีผลอย่างมากต่อการที่ทำให้กลไกของราคานั้น มีเสถียรภาพ ในขณะนี้ทันทีที่นโยบายบี ๑๐ (B10) ประกาศใช้ชัดเจน มีแผนเริ่มเป็นทางการ ในวันที่ ๑ มกราคมที่จะถึงนี้ แล้วก็คาดว่าจะมีหัวจ่ายบี ๑๐ (B10) ให้กับปั๊มน้ำมัน ทั่วประเทศครบถ้วนหมดในประมาณต้นเดือนมีนาคม ซึ่ง ณ ถึงตรงนั้นก็จะเป็นจุดที่สร้าง สมดุลในตัวเลขปาล์มน้ำมันที่ผมได้กล่าวถึง ดังนั้นด้วยนโยบายที่ชัดเจนและกำหนดการที่ ชัดเจนนั้นก็ได้กระทบถึงราคาปาล์มในปัจจุบัน จริง ๆ ราคาปาล์มปัจจุบันในวันนี้ถ้าปาล์ม คุณภาพทะลุไปถึง ๖ บาทกว่า แล้วก็ซีพีโอ (CPO) ของปาล์มน้ำมันจากเดิมอยู่ที่ประมาณ ๒๑ บาท ๒๒ บาท ขณะนี้ทะลุไปถึง ๓๓ บาท จนทำให้เรามีส่วนต่างของซีพีโอ (CPO) ในประเทศกับซีพีโอ (CPO) ของประเทศมาเลเซียเกือบ ๑๐ บาทต่อลิตร ณ ขณะนี้ ซึ่งแสดง ให้เห็นถึงทิศทางของนโยบายที่ไปกระทบโดยตรงต่อราคาของปาล์มน้ำมันและซีพีโอ (CPO) ในประเทศ ดังนั้นถ้าเรายังยืนนโยบายซึ่งผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ยืนยันว่านโยบาย บี ๑๐ (B10) จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านสมาชิกได้ให้ความกังวลใจไว้ เพราะความมั่นคง ด้านนโยบายจะเป็นสิ่งที่สร้างสมดุลอย่างแท้จริง และจะทำให้เสถียรภาพราคาของ ปาล์มน้ำมันนั้นเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ทีนี้ถามว่าถ้าเป็นอย่างนั้นความยั่งยืนหรือความช่วยเหลือ อย่างแท้จริงนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงหรือไม่ ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ประเด็นที่จะต้องพิจารณาก็คือเมื่อมีการใช้ที่สมดุล โดยเฉพาะด้านพลังงานที่ใช้ ๒ ใน ๓ ของ ปริมาณการผลิตทั้งหมด เมื่อสัญญาณการใช้ชัดเจนมันจะไม่มีการใช้ที่แกว่งตัว เพราะปริมาณรถยนต์ที่ใช้ตัวบี ๑๐ (B10) ได้จะมีปริมาณที่มากถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปของ ปริมาณรถยนต์ดีเซลทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่น่าจะเป็นกังวลและถ้าจะถามว่าจะรักษาเสถียรภาพ ให้ยั่งยืนอย่างแท้จริงได้นั้นอยู่ที่กระบวนการในการป้องกันการลักลอบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ มักจะเกิดควบคู่กับปัญหาของซีพีโอ (CPO) ปาล์มน้ำมันในประเทศไทย ในประเด็นสต็อก (Stock) ผมได้กราบเรียนแล้วว่าไม่น่าเป็นห่วงถ้าเราเดินนโยบายบี ๑๐ (B10) แล้วก็ใช้ ตามแผน ซึ่งกระทรวงพลังงานมั่นใจว่าเราจะบริโภคซีพีโอ (CPO) ได้ถึง ๒ ใน ๓ อย่างแท้จริง ในปีหน้า

สิ่งที่น่าเป็นห่วงตัวที่ ๒ คือประเด็นการลักลอบ ซึ่งในประเด็นนี้นั้น ทางกระทรวงพลังงานได้เตรียมการที่จะป้องกันปัญหาโดยเฉพาะในส่วนของซีพีโอ (CPO) ที่เกี่ยวกับการนำไปผลิตบี ๑๐๐ (B100) โดยเราจะเอาเทคโนโลยี ซึ่งผมจะเรียนเปิดเผยต่อ สาธารณชนในลำดับต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานเสร็จแล้ว ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะใช้เทคโนโลยีมาคุมการลักลอบปาล์มน้ำมันที่จะเข้าสู่ระบบของการผลิตบี ๑๐๐ (B100) ซึ่งระบบนี้จะเป็นระบบที่ทำให้เราสามารถมีส่วนในการที่จะป้องกันการลักลอบ ไม่ให้เกิดในภาวะที่ราคามันแตกต่างอย่างนี้ หรือในภาวะที่ราคาปาล์มน้ำมันของเรา มีเสถียรภาพกว่าประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็จะป้องกันปัญหาของการลักลอบได้ ดังนั้น ถ้าบริหารสต็อก (Stock) ได้ ป้องกันปัญหาการลักลอบได้ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความมั่นใจครับว่าเราจะมีความยั่งยืนในเสถียรภาพราคาของพี่น้องเกษตรกรปาล์มน้ำมัน ส่วนปัญหาที่จะตามมาในระยะยาวผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับว่า ประเทศเรานั้น เวลาที่พืชผลเกษตรตัวไหนมีราคาดี พี่น้องเกษตรกรก็จะเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ขณะนี้ก็เริ่ม มีกระแสที่จะล้มต้นยางเอามาปลูกปาล์ม ซึ่งกรณีอย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาเกือบทุกครั้งว่า บางครั้งแก้ปัญหาได้แล้ว แต่พอซัปพลาย (Supply) มันมากกว่าดีมานด์ (Demand) อีก ก็จะทำให้เกิดผลกระทบ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้เคยหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในอดีตที่ผ่านมาตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงการที่จะขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐ หรือได้รับการช่วยเหลือ จากรัฐเมื่อมีปัญหา ซึ่งถ้าเราสามารถจับคู่ในเรื่องของซัปพลาย (Supply) ที่เกิดขึ้น และขึ้นทะเบียน และมีการส่งเสริมเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนให้สามารถยกระดับที่เรียกว่า การยกระดับปาล์มคุณภาพทั้งระบบได้ แล้วก็มีนโยบายที่ชัดเจนว่าหากเกษตรกรจะเพิ่มพื้นที่ เพาะปลูกของปาล์มน้ำมันจะต้องขึ้นทะเบียนกับรัฐ หากไม่ขึ้นทะเบียนนั้นก็จะไม่สนับสนุน หรือช่วยเหลือหากเกิดปัญหาวิกฤติราคา ตรงนั้นก็จะเป็นมาตรการอันหนึ่งที่อาจจะช่วยได้ ส่วนอนาคตที่จะไปถึงบี ๒๐ (B20) บี ๓๐ (B30) อย่างประเทศอินโดนีเซียหรือไม่ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ขณะนี้บี ๒๐ (B20) นั้นเป็นน้ำมันที่ใช้แพร่หลายในรถ ที่เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ แล้วในเครื่องจักรที่เป็นเครื่องจักรหนักที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีสูงมากนั้น ใช้บี ๒๐ (B20) แล้วก็มีโอกาสจะใช้บี (B) สูง ๆ ขึ้นไป บางที่ใช้ถึงบี ๑๐๐ (B100) ด้วยซ้ำไป แต่ว่าเวลาเรายกระดับบี (B) สูง ๆ นั้นมันจะไปมีผลกระทบต่อมาตรฐานของค่ายรถยนต์ ที่เขาจะยอมรับเป็นมาตรฐาน ณ ขณะนี้บี ๑๐ (B10) ได้ถูกการยอมรับเป็นมาตรฐานสำหรับ รถยนต์ทั่วไปได้ถึง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเพิ่มบี (B) ขึ้นไปนั้นมันมีปัญหาที่ตามมาก็คือว่า ขนาดของผู้ใช้หรือจำนวนผู้ใช้จะน้อยลง อันนี้เป็นปัญหาในอนาคตที่เราจะต้องดู แต่อย่างไรก็ตามถ้าเราสามารถดำเนินการตรงนี้ได้ตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ติดตามไม่ให้เกิดซัปพลาย (Supply) ที่เกิดจากการล้มยางมาปลูกปาล์มตามกระแส ของราคาที่ดีนั้น ผมเชื่อว่าเราจะรักษาเสถียรภาพได้อีกหลายปีทีเดียว ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านมนูญครับ

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอถามคำถามที่ ๒ ต่อ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องของ ขยะที่เป็นปัญหากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน ถ้าท่านดูจากสไลด์ (Slide) ท่านจะเห็นว่า ในปัจจุบันระบบขยะในประเทศไทยจะมีขยะอยู่ ๒ ส่วน ถ้าเป็นสีเขียวเขาจะเรียกว่า ขยะชุมชน ก็คือเป็นขยะที่เกิดจากครัวเรือน ซึ่งทั้งปีปกติจะมีปริมาณอยู่ประมาณ ๓๓ ล้านตัน กับขยะอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นขยะอุตสาหกรรม ซึ่งปริมาณก็จะมีประมาณ ๓๑ ล้านตัน ทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็จะมีขยะส่วนที่เป็นขยะอันตราย แล้วก็ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ฉะนั้นถ้าดูจากสไลด์ (Slide) ในส่วนของขยะชุมชนกับขยะอุตสาหกรรมจะมีปริมาณใกล้เคียงกัน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ถ้าท่านดูจากสไลด์ (Slide) ซ้ายมือที่เห็นเป็นสีเหลือง ๆ สไลด์ (Slide) นี้เราจะพูดถึงเฉพาะขยะอุตสาหกรรมซึ่งมีปริมาณประมาณ ๓๐-๓๑ ล้านตัน สิ่งที่น่าตกใจก็คือดูจากสไลด์ (Slide) สีเหลืองประมาณ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เข้าสู่ระบบการบำบัดนะครับ ซึ่งตรงนี้คำถามคือแล้วขยะส่วนนี้ หายไปไหนเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ผ่านการบำบัด ถ้ามาดูสไลด์ (Slide) ด้านขวาจะเป็นจอ ออกมาเฉพาะในส่วนสไลด์ (Slide) ที่ผ่านการบำบัด ตรงนี้จะมีอยู่ ๓ ส่วน ก็คือส่วนที่ฝังกลบ จะมีปริมาณน้อยมากถ้าดูจากสไลด์ (Slide) จะเป็นสีน้ำเงินมีประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ อีก ๒๗ เปอร์เซ็นต์หรือสีขาวอันนั้นจะมีการนำมารียูส (Reuse) หรือรีไซเคิล (Recycle) ส่วนที่เอามาใช้ประโยชน์ในเรื่องของพลังงานก็คือจะเป็นส่วนสีเหลืองซึ่งมีประมาณ ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ที่ผ่านมาก็คือบริษัทที่รับกำจัดขยะอุตสาหกรรมนี้ เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ จะย้ายไปอยู่แถวจังหวัดสระบุรี หลัก ๆ ก็จะใช้ไปกับพวกเตาเผาทำปูนซีเมนต์ ทำโรงไฟฟ้า ซึ่งตรงนี้มีปริมาณ ๙.๔๑ ล้านตันต่อปี ถ้าท่านดูจากสไลด์ (Slide) นี้จะเห็นว่าวิธีที่จะกำจัด ขยะอุตสาหกรรมที่ดีที่สุดก็คือนำมาใช้ประโยชน์ ก็คือจากเว็สต์ (Vest) มาสู่เอ็นเนอร์จี (Energy) ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ทีนี้ปัญหาก็คือถ้าเราดูแล้ววิธีกำจัดขยะอุตสาหกรรม ที่ดีที่สุด ก็คือนำขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้มาก่อให้เกิดประโยชน์ มาใช้ประโยชน์ในการผลิต กระแสไฟฟ้า แต่ปัจจุบันถ้าดูจากแผนพีดีพี (PDP) หรือที่เรียกว่าแผนผลิตพลังงานไฟฟ้าของ ประเทศไทย ปี ๒๐๑๘ สัดส่วนในแผนพีดีพี (PDP) ที่กำหนดให้มีการรับซื้อไฟฟ้า จากขยะอุตสาหกรรมมีเพียง ๔๔ เมกะวัตต์เท่านั้น ในขณะที่ขยะจากชุมชนที่จะมาทำ โรงไฟฟ้าอันนี้มีปริมาณประมาณ ๔๐๐-๙๐๐ เมกะวัตต์ ท่านจะเห็นว่าแนวนโยบายที่กำหนด ในแผนพีดีพี (PDP) อาจจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะว่าวิธีกำจัดขยะอุตสาหกรรม ที่ดีที่สุดก็คือนำมาใช้ประโยชน์ ก็คือการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนสร้าง โรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม เพราะว่านโยบายไม่มีการรับซื้อกระแสไฟฟ้าจากขยะ อุตสาหกรรม ฉะนั้นปัญหาก็คือคำถามที่ผมอยากถามก็คือว่าในอนาคตขยะอุตสาหกรรม ที่ผมบอกว่าไม่ผ่านการบำบัดก็คือหายไปไหนไม่ทราบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ รวมกับขยะจาก โครงการอีอีซี (EEC) ที่จะเกิดขึ้น ทางกระทรวงพลังงาน ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานจะมีแนวนโยบายในการจัดการขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างไร เพราะว่าในแผนพีดีพี (PDP) ไม่ได้มีกำหนดรับซื้อไว้ในช่วงอนาคตอันใกล้นี้แล้วก็ปริมาณมี ประมาณแค่ ๔๔ เมกะวัตต์ก็เลยอยากถามว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแผนที่จะส่งเสริมในการลดมลพิษจากขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างไร เพราะผมเชื่อว่า สิ่งที่ถูกต้องก็คือการนำขยะมาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานนะครับ เรื่องขยะอุตสาหกรรมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาของประเทศไทย ไม่เฉพาะขยะอุตสาหกรรม ขยะของชุมชนก็เป็นปัญหา ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยเวลาที่จำกัดว่าเดิมทีเดียวในแผนพีดีพี (PDP) ในเรื่องของการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะ แทบจะไม่มีเลยอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถามมานะครับ ในขณะนี้ ผมกำลังให้ปรับโดยเอาแผนพีดีพี (PDP) ที่มีอยู่นั้นมาปรับเรื่องเวลา แล้วก็มีข้อสรุปเบื้องต้น ว่าเราจะมีการขยับการปรับแผนที่จะซื้อไฟฟ้าจากขยะที่ประมาณ ๔๐๐ เมกกะวัตต์ขึ้นมาเร็วขึ้น เพื่อจะให้สอดรับกับการแก้ปัญหาทั้งขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรม ดังนั้นตัวเลข ๔๔ เมกะวัตต์นั้นเป็นตัวเลขเดิมที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาอยู่ว่า ๔๐๐ เมกะวัตต์ที่ขยับขึ้นมานั้นสามารถจะปรับให้เป็นขยะอุตสาหกรรมได้ปริมาณเท่าไร ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องขยะต้องขอทำความเข้าใจว่าไม่อยากเห็นการมอง การทำไฟฟ้าจากขยะเป็นวัตถุประสงค์หลัก จริง ๆ แล้วนโยบายกระทรวงพลังงานขณะนี้ ให้เน้นการกำจัดขยะเป็นวัตถุประสงค์หลัก ส่วนผลพลอยได้ก็คือไฟฟ้าอันเกิดจากการกำจัดขยะ ซึ่งในเรื่องผลพลอยได้เหล่านี้ทางกระทรวงพลังงานจะพยายามจัดสรรในการที่จะรับซื้อไฟฟ้า เพื่อให้เกิดแรงจูงใจเกิดรายได้เพิ่มให้กับผู้ที่ประสงค์จะเข้ามาดำเนินการในการช่วยกันกำจัดขยะ แต่เรื่องขยะเป็นเรื่องที่มีองค์ประกอบเยอะ กระทรวงพลังงานเป็นปลายทางก็จะพยายาม เร่งรัดในการที่จะให้แรงจูงใจผลพลอยได้ของผู้ที่ดำเนินการกำจัดขยะแล้วมีส่วนเพิ่มที่จะพอ ขายไฟฟ้าอันเป็นส่วนปลายของการกำจัดขยะได้ แต่ไม่เน้นราคาค่าไฟที่แพง เพราะจะเป็น ภาระกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเรื่องนี้ขอกราบเรียนในแง่ของกระทรวงพลังงานว่าเรากำลัง เร่งรัดในข้อกังวลใจของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาสอบถามมาครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ คำถามสุดท้าย จะเป็นเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมนูญ ถาม ๓ คำถามแล้วไม่ใช่หรือครับ

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้คำถามสุดท้าย คำถามที่ ๓ ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

คำถามที่ ๓ จะเกี่ยวกับ เรื่องยานยนต์ไฟฟ้า เพราะว่าประเทศไทยที่ผ่านมาประสบปัญหาในเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มาตลอดอย่างที่ทุกท่านทราบดี แล้วก็ในเรื่องของยานยนต์ปัจจุบันที่เป็นคอมบัสชัน เอนจิน (Combustion engine) หรือว่าการสันดาปภายใน ตรงนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือทั้งในเรื่องของ ฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทั้งในเรื่องของเงินตราที่ต้องเสียออกไปในการที่จะไปนำเข้า น้ำมันจากต่างประเทศ ทีนี้ผมก็มองว่าในตัวยานยนต์ไฟฟ้าตอนนี้มันจะเป็นตัวดิสรัปชัน (Disruption) ของตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะที่ผ่านมาจากนโยบายเท่าที่ทราบในเรื่อง ของยานยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยก็อาจจะค่อนข้างช้านิดหนึ่งในเรื่องของการประยุกต์เอายานยนต์ ไฟฟ้าเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะผมกลัวว่าตัวนี้มันจะเป็นดิสรัปชัน (Disruption) อันหนึ่งที่ประเทศไทยจะตามไม่ทัน ผมก็เลยอยากสอบถามทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าในแง่ของกระทรวงพลังงานมีนโยบายหรือโครงการ หรือสิ่งที่ท่านวางแผนไว้ในการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า จะมีโครงการที่ส่งเสริมให้เกิด ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของรถเมล์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบัน เมืองจีนมีใช้กันเต็มไปหมดเลยนะครับ กับอีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากสอบถามก็คือ ในเรื่องของค่าไฟสำหรับการที่จะคิดกับผู้ประกอบการที่จะเปิดสถานีบริการเติมไฟฟ้า เพราะว่าอันนี้เมืองไทยก็จะมีปัญหาในเรื่องของโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่อาจจะยังไม่เอื้อต่อสถานี ไฟฟ้า เพราะว่าตอนนี้ในแง่ของสถานีไฟฟ้าก็ไม่แน่ใจว่ามีการทำฟีส (Fiss) หรือยังว่าจุดสมดุล อยู่ที่ตรงไหน ฉะนั้นก็อยากเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีว่าในแง่ของตัวชาร์จจิง สเตชัน (Charging station) หรือสถานีเติมไฟฟ้า ในแง่ของโครงสร้างค่าไฟอันนี้ท่านมีการปรึกษาหารือ กับทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในเรื่องของการกำหนดอัตราค่าไฟที่เหมาะสม ต่อการเอื้อให้เกิดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตอบครับ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

ขอบคุณ ท่านสมาชิกผ่านไปทางท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากของประเทศไทย เรื่องการ เปลี่ยนผ่านไปสู่ตัวยานยนต์ไฟฟ้าหรือที่เราเรียกว่าอีวี (EV) นะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขณะนี้ กระทรวงพลังงานได้ทำเรื่องเพื่อจะเสนอท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะตั้งคณะกรรมการ เรื่องยานยนต์ไฟฟ้าระดับชาติ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีกระทรวง ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามา เป็นต้น เพราะมันต้องมีการบูรณาการ หลายกระทรวงเพื่อจะเปลี่ยนผ่านเรื่องของเทคโนโลยีดิสรัปชัน (Disruption) ของยานยนต์ไฟฟ้า ให้ได้ ขอกราบเรียนว่าเวลายานยนต์ไฟฟ้าในการเปลี่ยนผ่านทุกประเทศในโลกนี้รัฐบาล จะเข้ามาในการที่จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ใส่แรงจูงใจด้านราคา หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในส่วนที่ท่านสมาชิกกรุณาถามนั้นเป็นส่วนที่กระทรวงพลังงานตระหนักเรื่องนี้ดีว่า ในส่วนที่เรียกว่าโครงสร้างหลักหรืออินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ที่จะส่งเสริม ยานยนต์ไฟฟ้าฟ้านั้น กระทรวงพลังงานมีภารกิจที่จำเป็นและได้ดำเนินการไปแล้วในขณะนี้ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ

เรื่องแรก คือการวางแผนสถานีอัดประจุหรือว่าชาร์จจิง สเตชัน (Charging Station) โดยกระทรวงพลังงานกำลังออกแผนขึ้นเป็นแมปปิง (Mapping) ของสถานี ให้บริการอัดประจุทั่วประเทศ เหตุผลก็คือว่าถ้าไม่วางตัวแมปปิง (Mapping) ของสถานี อัดประจุทั่วประเทศมันจะเกิดการกระจุกตัวเฉพาะในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีปริมาณรถไฟฟ้าเยอะ แต่มันจะไม่กระจาย การไม่กระจายนั้นปัญหาที่ตามมาก็คือมันทำให้ผู้ใช้รถไฟฟ้าไม่มั่นใจ เช่น ซื้อรถไฟฟ้าวันนี้อยู่กรุงเทพฯ จะไปจังหวัดจันทบุรี ตลอดเส้นทางมันเกิน ๒๐๐ กิโลเมตร และไม่มีสถานีอัดประจุก็จะทำให้ขาดความมั่นใจ ดังนั้นกระทรวงพลังงานกำลังกระจายสถานี เหล่านี้ และกำลังกำหนดระเบียบระยะห่างเท่าไรถึงจะมีได้ ๑ สถานี เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุน ซ้ำซ้อน อีกทั้งยังจะวางแผนแมปปิง (Mapping) ทั้งประเทศนั้นให้สอดรับกับสายส่งที่มีอยู่ ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของการโหลดไฟในอนาคตซึ่งเราไม่ได้วางแผนไว้แต่ดั้งเดิม

เรื่องที่ ๒ เรื่องของนโยบายราคาที่ท่านกรุณาได้เรียนถามนั้น ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงานแล้ว เป็นนโยบายจากกระทรวงพลังงานให้ทาง กกพ. ไปพิจารณาในการใช้ เรื่องของโรล ไพร์ออริตี (Role priority) หมายความว่าให้ไปพิจารณาว่าไฟฟ้าส่วนเกินของ ประเทศไทยในขณะนี้ที่มีอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นจะทำอย่างไรถึงจะมาเป็น แรงจูงใจให้นักลงทุนที่จะลงทุนด้านสถานีอัดประจุที่จะเกิดขึ้นนั้นเกิดแรงจูงใจเพื่อให้มีต้นทุน ค่าไฟที่ถูกลงจากไฟส่วนเกินของประเทศ อันนี้ก็จะเป็นนโยบายรัฐที่จะส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการนั้นเข้ามาลงทุน หากมีการลงทุนแล้วเป็นไปตามแมปปิง (Mapping) ที่กระทรวงพลังงานวางไว้ก็จะเป็นส่วนในการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านรถไฟฟ้า เกิดความมั่นใจต่อผู้บริโภค แล้วก็ทำให้นโยบายของรัฐในการจะแข่งขันด้านการเปลี่ยนผ่าน ของรถไฟฟ้านั้นประสบความสำเร็จครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ นะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ โดยเฉพาะขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้เกียรติสภาเรา ต่อไปครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๙๖ เรื่อง กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ

(เลื่อนมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒)

ด้วยรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหารปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี คือท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ฉะนั้น จึงขอเชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม แล้วก็เชิญรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ ถามตอบกันเลยนะครับ เชิญครูมานิตย์ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในชีวิตของการเป็นผู้แทนมีอยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ของชีวิตผมเองที่เมื่อไรสภาให้เวลา เมื่อไรสภา ให้โอกาส ผมก็จะต้องขึ้นมาสอบถามและกระตุ้นตลอด

เรื่องแรก ท่านประธานก็คงจะได้ทราบคือเรื่องของการศึกษา เป้าหมายก็คือ อยากเห็นเด็กอ่านออกเขียนได้ จบไปอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและมีงานทำที่มั่นคง ผมก็ได้ ตั้งกระทู้และตั้งญัตติไว้ ถ้าท่านประธานได้กรุณาเมตตาบรรจุให้ตอนไหนก็รีบนะครับ เพราะเรื่องยุบโรงเรียนกับควบรวม เรื่องบุคลกรก็กำลังเข้ามา

เรื่องที่ ๒ ในชีวิตของการเป็นผู้แทนก็คือเรื่องยาเสพติด กระตุ้นรัฐบาลตลอด ว่าวันนี้บ้านนี้เมืองนี้ยาเสพติดมากต้องรีบปราบ รีบจัดการ ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจก็แย่ ปัญหา เยาวชน ปัญหาวัยรุ่นก็ยิ่งไปกันใหญ่

เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่า ๒ เรื่องแรก ก็คือเรื่องของความยากจน ไม่ว่าในเรื่องของการที่ชาวบ้านขาดที่ทำกินก็ดี ขาดที่ดินในการสร้างที่อยู่อาศัยก็ดี หรือสินค้า ทางด้านการเกษตรตกต่ำ หรือปัญหาหนี้สินที่ผมกำลังจะกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีเทวัญ ก็ดีใจเพราะว่าท่านเป็นคนหนุ่มแล้วก็เห็นฝีไม้ลายมือ แม้ไปเป็นรัฐมนตรีไม่กี่เดือน ก็ได้แก้ปัญหาในหลาย ๆ เรื่อง วันนี้ปัญหาเรื่องนี้ก็เป็นปัญหาความยากจนที่ผมหยิบยกขึ้นมา นั่นก็คือเรื่องของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พูดถึงเรื่องของกองทุนได้เกิดขึ้น เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ก็เป็นความเจตนาดีของรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหนทุกรัฐบาล ที่ขึ้นมาบริหารประเทศนั้นไม่มีรัฐบาลไหนที่คิดร้ายกับประชาชน รัฐบาลก่อน ๆ ก็เหมือน ๆ กัน เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วรัฐบาลในสมัยนั้นมองว่าปัญหาของความยากจนของชาวบ้าน ที่อยู่ในชนบทนั้นไม่สามารถที่จะไปหาแหล่งทุนมาเพื่อลงทุน มาเพื่อประกอบการต่อยอดให้ ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาได้ ก็เลยได้จัดให้มีเงินกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ขึ้นมา โดยให้บริหารจัดการกันเองในหมู่บ้านเป็นรูปแบบของคณะกรรมการก็ให้ไปก้อนแรก หมู่บ้านละหนึ่งล้าน ล้าน ล้าน ทุกบ้านก็รับกันไปก็ไปบริหารจัดการให้สมาชิกหรือประชาชน ในหมู่บ้านนั้นได้กู้เพื่อไปลงทุน ประชาชนในหมู่บ้านหรือชาวบ้านในหมู่บ้านก็เขียนโครงการขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าเมื่อได้รับเงินไปแล้วครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๔๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๕๐,๐๐๐ บาทบ้าง ก็ตามอัตภาพของโครงการ เมื่อได้ทุนไปแล้วไม่ใช่ว่า ชาวบ้านขาดวินัย ไม่มีวินัยในการใช้จ่ายนะครับ แต่ปัญหาความยากจนและปัญหาหนี้สิน มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วโดยเฉพาะในสังคมชนบท โดยเฉพาะบ้านผม จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านก็ต้องแก้ปัญหาก่อน อาจจะให้เงินลูกไปโรงเรียนบ้าง มีหนี้สินอื่น มาก่อน ให้ดอกเบี้ยไปบ้างอะไรต่าง ๆ ทำนองนี้ล่ะครับ หรือบางครอบครัวเอาไปลงทุน แต่ท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการลงทุนนั้นโดยปกติของคนที่เป็นพ่อค้า หรือคนที่เป็นนักลงทุนต้องมีเค้ายาว บางเรื่องไปเลี้ยงหมู หมูเป็นโรคห่าตาย หรือไก่ตาย ระบาดอย่างนี้ เพราะว่าตายหมดก็เลยไม่มีทุนก็ตั้งแต่วันนั้นมีหนี้สินมาตลอด วันนี้ก็เลย กลายเป็นว่าหนี้สินต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากกองทุนหมู่บ้านนั้นกลายเป็นหนี้สินถาวรไปแล้วครับ เพราะรัฐบาลให้เพิ่มไป จริงอยู่บางหมู่บ้านก็เพิ่มไปอีก ๑ ล้านบาท เป็น ๒ ล้านบาท หรือเพิ่มไปอีก ๑ ล้านบาท เป็น ๓ ล้านบาท ก็กู้กันมากลายเป็นหนี้สินหมุนเวียน หนี้สิน หมุนเวียนอย่างไรครับท่านประธาน ผมก็เชื่อแน่ว่าบ้านท่านประธาน บ้านท่านรัฐมนตรี ก็คงจะเกิดเหมือน ๆ กับที่จังหวัดสุรินทร์บ้านผมล่ะครับ ก็คือชาวบ้านที่ยากจนไม่มีเงินที่จะ เอาไปใช้หนี้กองทุนก็จะมีกลุ่มทุนเอาเงินไปให้ยืมในสิ้นปี เพื่อที่จะได้เอาเงินจากนายทุนไปใช้หนี้คืนกับกรรมการกองทุนหมู่บ้าน พอกรรมการกองทุนหมู่บ้าน รับเงินแล้วเอาเข้าธนาคาร แล้วอีก ๗ วันหรือ ๑๐ วันก็จะกู้กลับมาอีก ทีนี้เงินที่ได้กลับมา ชาวบ้านก็ต้องเอาไปคืนให้นายทุนพร้อมด้วยดอกเบี้ย ถามว่านายทุนผิดหรือไม่ ไม่ผิด เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อคนไปยืมเงินเขาก็ให้ยืม อันนี้ผมไม่ได้โทษนายทุน แต่ที่พูดคือสงสาร ชาวบ้าน แล้วก็จะเป็นวัฎจักรอย่างนี้จะรอให้ลูกหลานเอาเงินส่งไปให้เพื่อใช้หนี้ก็ไม่มีปัญญา ส่วนใหญ่ผมว่าวันนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทยระบบนี้วงจรนี้เกิดขึ้น ส่วนกองทุน ที่ประสบผลสำเร็จถามว่ามีหรือไม่ ผมไม่เถียงหรอกว่าไม่มี มีครับ ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถบริหารนำไปสู่ธนาคารของหมู่บ้านหรือเป็นกองทุนที่เป็นแบบอย่าง เรื่องนี้มีหรือไม่ มี แต่น้อย ผมก็เลยอยากมากราบเรียนแล้วก็วิงวอนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า วันนี้สำนักงานกองทุนผมจะถามเลยสัก ๒ ข้อก่อนเป็นเบื้องต้น วันนี้สำนักงานกองทุนแห่งชาติ ได้ลงไปสำรวจตรวจสอบปัญหาเหล่านี้มากน้อยขนาดไหน แล้วมีเปอร์เซ็นต์ออกมาอย่างไร ผมเห็นเวลารายงานออกมาเยี่ยมยอดตลอด แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้น นี่เป็นข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ผมอยากทราบว่าวันนี้ทางรัฐบาลมีมาตรการหรือคิดอย่างไรอยู่กับเรื่องปัญหาหนี้สิน ของเงินกองทุนหรือเงินกองทุนที่ลงไปแล้วให้กับชาวบ้านบ้างครับเป็น ๒ ข้อเบื้องต้น ขอกราบขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จากจังหวัดสุรินทร์ ผมดีใจแทนชาวสุรินทร์จริง ๆ วันนี้ ที่มีผู้แทนราษฎรที่เป็นห่วงใยไม่ว่าจะเรื่องของการศึกษา เรื่องยาเสพติดหรือจะเรื่องของ ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน โดยเฉพาะเรื่องกองทุนหมู่บ้านและชุมชน ผมขอเรียนในเบื้องต้น อย่างนี้ว่าจากสถานภาพของกองทุนชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองปัจจุบันมีทั้งหมด ๗๙,๕๙๘ ชุมชน เป็นกองทุนหมู่บ้านเสีย ๗๕,๐๐๐ กองทุนหมู่บ้าน เป็นอีก ๓,๘๖๖ เป็นของชุมชนเมือง และอีก ๗๓๘ เป็นชุมชนทหาร ทั้งหมดนี้รวมแล้ว ๗๙,๕๙๘ ชุมชน และกองทุนหมู่บ้าน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติได้ทำการประเมิน ศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลลัพธ์จากการที่ได้ ไปประเมินแล้วกล่าวคือจะมีกองทุนต่าง ๆ ทั้งกองทุนที่เป็นชุมชนและกองทุนที่เป็นหมู่บ้าน แล้วก็เป็นชุมชนทหารทั้งหมดที่ว่าเกือบ ๆ ๘๐,๐๐๐ กองทุน จะแบ่งเป็นทั้งหมด ๔ ระดับ ด้วยกัน ระดับแรกก็ถือว่าเป็นกองทุนระดับดีมาก คือเราให้เป็นเกรดเอ (A) จะมีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ระดับที่ ๒ เราให้เป็นระดับดี (D) ก็คือระดับบี (B) แต่ถือว่าเป็นกองทุนระดับ ดี (D) ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ระดับที่ ๓ ที่เราเรียกว่ากองทุนที่ถือว่าพอใช้อยู่ในเกณฑ์ระดับซี (C) เราให้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์มีทั้งหมด แล้วก็ที่เหลืออีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เป็นกองทุนที่ต้องปรับปรุง แก้ไข ซึ่งเราให้อยู่ในระดับดี (D) ทั้งหมดนี้สรุปว่าปัจจุบันมีกองทุนประมาณ ๘๐,๐๐๐ กองทุน เป็นกองทุนที่อยู่ในเกณฑ์ ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขประมาณ ๘,๐๐๐ กองทุนหรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบันรัฐบาล ก็เข้าใจถึงปัญหาของสมาชิกในกองทุนที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ เกี่ยวกับ เรื่องการใช้หนี้คืนให้กับกองทุน รัฐบาลก็มีนโยบายในการบริหารการจัดการเพื่อช่วยเหลือ ประชาชนที่ไม่สามารถชำระหนี้คืนทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเรามีมาตรการในเบื้องต้น อย่างนี้นะครับ

๑. เรามีโครงการพักชำระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง ตามความสมัครใจ หมายความว่าสมาชิกท่านใดที่มีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ให้กับกองทุน มีความสมัครใจ เพื่อเป็นการผ่อนคลายภาระการชำระหนี้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ท่านสามารถที่จะแจ้งความประสงค์ไปยังกองทุนได้เรื่องนี้นะครับ เราให้กองทุนหมู่บ้าน และกองทุนชุมชนเมืองดำเนินการออกระเบียบข้อบังคับ เพื่อดำเนินการการพักชำระหนี้ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับสมาชิกของกองทุนหมู่บ้าน และกองทุนชุมชนเมืองได้ โดยพิจารณาชำระหนี้ให้กับสมาชิกรายใด เป็นอำนาจของ คณะกรรมการกองทุน คือให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจเต็มที่ในการที่จะกำหนด หลักเกณฑ์ในการพักชำระหนี้ได้นะครับ

๒. คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ก็จะพิจารณาผล ประกอบการอาชีพของสมาชิกสภาพทางเศรษฐกิจรายได้อื่น ๆ ของสมาชิกและครอบครัว การค้ำประกัน รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้คืน และประกอบกับพิจารณาความ เหมาะสมของการผ่อนชำระของสมาชิกแต่ละรายด้วย

๓. การพักชำระหนี้ทางกองทุนให้พักชำระหนี้ในเบื้องต้นในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี โดยให้ส่งเฉพาะดอกเบี้ย คือหมายความว่าถ้าเข้าสู่ระยะการพักชำระหนี้แล้ว ให้พักชำระหนี้ได้ ๑ ปี หนี้เงินต้น แต่ชำระเฉพาะดอกเบี้ยนะครับ เพื่อให้กองทุนสามารถ ที่จะนำรายได้จากดอกเบี้ยให้บริหารกองทุนการจัดการสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับกองทุน ได้ดำเนินการต่อไปนะครับ

๔. สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนชุมชนเมืองที่อยู่ในข่ายได้รับการ พิจารณาพักชำระหนี้ก็ควรจะมีคุณสมบัติดังนี้ คือ ๑. เป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง ในกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ๑. ต้องสมัครใจก่อนนะครับ ๒. เป็นสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ โดยเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และกองทุนชุมชนเมืองที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี คือที่ผ่านมานี่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี และประสงค์จะเข้าร่วมโครงการเพื่อลดภาระทางการเงิน นี่คือข้อที่ ๒ ส่วนอีกข้อหนึ่ง ในกรณีที่เกิดเป็นสมาชิกที่ผิดการชำระหนี้เราก็ยังให้โอกาส ในกรณีของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนชุมชนเมืองที่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้สามารถเข้าร่วมโครงการได้หากปรากฏว่า มีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดโดยสุจริต ทั้งนี้ให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และกองทุนชุมชนเมืองพิจารณาเข้าร่วมโครงการเป็นราย ๆ ไปนะครับ อีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้วสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และกองทุนชุมชนเมืองต้องจัดทำแผน การออมเงิน และแผนในการฟื้นฟูศักยภาพการประกอบอาชีพเดิมหรืออาชีพเสริม อันนี้ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกองทุนได้ออกหลักเกณฑ์ไว้สำหรับกองทุนต่าง ๆ ที่จะไปออกหลักเกณฑ์อีกทีหนึ่งสำหรับสมาชิกที่มีปัญหาในเรื่องการชำระหนี้

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ตอนนี้ทางสำนักงานกองทุนได้จัดโครงการตาม แนวทางประชารัฐ โดยเป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มีความเข้มแข็งในระดับเอ (A) บี (B) ซี (C) หมายถึงว่าเมื่อสักครู่นี้ที่ผมเกริ่นนำไปแล้วครับ ว่าปัจจุบันเราจัดลำดับไว้เป็น ๔ ลำดับด้วยกันคือเอ (A) บี (B) ซี (C) ดี (D) เอ (A) นี่คือ ลำดับที่ดีมาก บี (B) ดี แล้วก็ซี (C) คืออยู่ในระหว่างพอใช้ ดี (D) ต้องปรับปรุง ปัจจุบันนี้ สำนักงานคณะกรรมการกองทุนได้เพิ่มเงินให้อีก กองทุนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งให้เฉพาะกับกองทุนที่อยู่ในระดับเอ (A) บี (B) และซี (C) ก็หมายถึงเป็นกองทุนที่ดีมาก ดี และพอใช้ ส่วนกองทุนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขซึ่งอยู่ในระดับดี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผมพูดถึงนะครับ ถ้าได้มีการดำเนินการแก้ไขกองทุนเรียบร้อยแล้วก็พร้อม ที่จะช่วยเหลือในส่วน ๒๐๐,๐๐๐ บาทนี้ ในเบื้องต้นขอตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคำถาม ต่อไปครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟัง ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ดีใจในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของการให้โอกาส แต่สิ่งที่ให้โอกาส ในเรื่องของการพักชำระหนี้ ๑ ปี แล้วชำระดอกเบี้ยนั้นก็ยังดีกว่าไม่ได้พัก แต่สิ่งที่ตามมา ก็คือการพักชำระหนี้ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าคนที่มีประวัติดี และคนที่มีประวัติ ไม่เคยผิดนัดการชำระหนี้ก็แสดงว่าฐานะเขาดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ยกเว้นผมเข้าใจว่า เขาไปเจอวิกฤตหรือเขาไปเจอปัญหาอย่างอื่นเหมือนกับนักลงทุน นักธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ไปเจอสภาพวิกฤตของเศรษฐกิจหรือไปเจออะไรแล้วเกิดหนี้เอ็นพีแอล (NPL) ขึ้นมาทางรัฐ ก็ยังไปปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ได้ แต่ทีนี้ปัญหาของการกู้เงินของกองทุนหมู่บ้านกู้กันโดย คณะกรรมการกองทุน ทีนี้ถ้าคณะกรรมการกองทุนนี้ไม่ยอมในเรื่องของการพักชำระหนี้ก็ดี ในเรื่องอะไรก็ดี ผมถามเป็นคำถามที่ ๑ ว่าจะไปอุทธรณ์ที่ไหน เพราะว่าถ้าท่านประธาน ได้ติดตามเรื่องนี้ แม้กระทั่งว่าการกู้ยืมมาก็มีปัญหากัน บางครอบครัวก็ได้เยอะ บางครอบครัวก็ได้น้อย เราเป็นผู้แทนเราจะได้ยินบ่อยที่ชาวบ้านมาร้องว่า ส.ส. ตัวดิฉัน ญาติน้อยไม่เป็นญาติกับกรรมการกองทุน ไม่ใช่พวกเขา เวลาพิจารณาเงินให้กู้กองทุน เขาก็ให้น้อย เวลาเป็นพวกเขาเขาก็ให้เยอะ บางครั้งผมก็ตอบปัญหาไม่ได้ผมก็เลยบอก คนที่มาหาผมบอกว่าคุณก็ไปเป็นพวกเขาสิครับ มันก็จะได้เยอะเหมือนเขา เอาล่ะประเด็น ตรงนี้เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟัง แต่ประเด็นว่าจะไปร้องอุทธรณ์กับใคร สมมุติว่าไม่ได้รับ การพักชำระหนี้ ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนเสนออย่างนี้นะครับ ผมพยายามประหยัดเวลา ของสภา ผมกราบเรียนว่าเป็นไปได้หรือไม่เมื่อเงินกองทุนหมู่บ้านเป็นเงินนอกงบประมาณ ถ้ารัฐบาลจะให้เป็นของขวัญปีใหม่ ให้ของขวัญกับคนยากจน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน ให้น้อยลง นั่นก็คือถ้าประกาศยกเลิกหนี้ไปสำหรับคนที่เลิกหนี้เลยนี้มันรุนแรงไป ผมก็มองว่า คนไหนมันไม่ไหวจริง ๆ แล้ววันนี้มันเป็นเอ็นพีแอล (NPL) แล้วดูเสมือนว่าเป็นที่รังเกียจ ของคนในสังคมหมู่บ้าน แล้วเขาก็จะฟ้องกันอยู่เรื่อยตัวนี้ เริ่มแล้วครับ เริ่มวิ่งหาทนายความ และกรรมการหมู่บ้านเพื่อให้ฟ้องคนในหมู่บ้านเดียวกันก็ให้เขากัดฟันดิ้นเฮือกสุดท้าย เอาเงินมาชำระหนี้ครึ่งหนึ่งแล้วก็ตัดเป็นหนี้เอ็นพีแอล (NPL) ไปเลยเสมือนว่าคุณไม่มีหนี้ แล้วก็ขึ้นแบล็กลิสต์ (Blacklist) ไว้ว่าไม่ให้กู้เงินกองทุนหมู่บ้านแล้ว เขาจะได้หมดโอกาส จากการเป็นหนี้กองทุน เขาจะไม่ต้องวิ่งกู้แต่ละปีแล้วก็หาดอกเบี้ย เพราะคุณค่าของเงิน ต่างจังหวัดของพี่น้องประชาชนพวกเรา ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท มันแสนที่จะยิ่งใหญ่มาก ผมก็เลยฝากให้คณะกรรมการกองทุนผ่านท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรีไปว่าไปหาแนวคิด ที่นอกเหนือจากนี้หน่อย แนวคิดนี้ผมยังดูว่าดีหรือไม่ ดีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยที่จะหวือหวา พื้น ๆ พักชำระหนี้ ๑ ปี ให้เสียเฉพาะดอกเบี้ย ไม่ต้องเสียเงินต้น เอาประวัติคนที่ชำระหนี้ที่ดีมาโดยตลอดไม่เคยค้าง และเป็นบุคคล ที่ได้รับการยอมรับ อันนี้เป็นมาตรฐานเลยครับ แต่ผมอยากเห็นว่าให้แก้ปัญหาโดยยั่งยืน ให้กับคนที่หมดโอกาสจริง ๆ มันไม่ได้จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่ารัฐบาลทำได้ครับ เพราะเงินนี้ เป็นเงินนอกงบประมาณ แล้วอีกอย่างหนึ่งมันก็มาลดจำนวนหนี้ครัวเรือนลง วันนี้พอประเมินหนี้ครัวเรือนจากการกู้ทุกอย่างยกเว้นกู้ระเบิด มันก็มีหนี้ครัวเรือน อย่างมหาศาล ฉะนั้นถ้าตัดตรงนี้เลยหนี้ครัวเรือนก็ลดน้อยลงปัญหาในหมู่บ้านก็ลดน้อยลง ผมเชื่อแน่ว่าเจ้าตัวที่เขาค้างชำระหนี้เขายอมรับครับ แล้วเขาก็ได้ปลดเปลื้องแต่มันอาจจะ มองเป็นไปได้ยากถ้าท่านรัฐมนตรีฝากไปเป็นการบ้านก็ไม่ได้ว่า แต่ว่าความรู้สึกของผมว่า วันนี้ทำอย่างไรจะปลดเปลื้องพันธนาการให้กับคนที่ลำบากจริง ๆ ที่เขาไม่มีโอกาส วันที่เขากู้ ไม่มีใครไม่อยากได้สตางค์ แต่พอสตางค์ไปถึงเขาแล้วเขาใช้โดยภาระความจำเป็นบ้าง โดยอะไรก็แล้วแต่มันเกิดวิกฤตจริง ๆ วันนี้ผมไม่ทราบที่อื่นนะครับ ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประเมินมาว่าเป็นหนี้เกรดเอ (A) บี (B) ซี (C) ดี (D) ผมว่าน่าจะมากกว่าแต่เอาล่ะเมื่อเป็น ข้อมูลที่เป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์ผมก็รับได้ แต่ผมดูสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดในบ้านผม เขตบ้านผมแล้วมันไม่ใช่ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะตอบก็ไม่ได้ว่า ถ้าไม่ตอบก็ขอฝากเป็นการบ้านว่า หามาตรการอย่างไรที่จะช่วยเหลือให้คนบางกลุ่มมันหมดจากพันธนาการตรงนี้เสีย แต่ผมยืนยันตั้งแต่เบื้องต้นอีกครั้งหนึ่งก่อนจะลงว่าผมไม่ได้รังเกียจ แล้วผมไม่ได้บอกว่า ไม่ประสบผลสำเร็จที่จดทะเบียนนิติบุคคล เปรียบเทียบได้ว่าเป็นธนาคารตำบล ธนาคาร หมู่บ้านมีจำนวนไม่น้อยกลุ่มนี้ก็โชคดีไป แต่กลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอล (NPL) ก็ไม่อยากให้เป็นที่ รังเกียจของคนในหมู่บ้าน ไม่อยากให้ทนายยื่นโนทิส (Notice) ไม่อยากให้ฟ้องก็อยากให้ไป หามาตรการในการช่วยเหลือ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบ เชิญครับ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ตอบครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอบคุณท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นอย่างมากที่ท่านห่วงใยพี่น้องประชาชนและห่วงใยถึง กองทุนและห่วงใยถึงผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้กับกองทุนก็มีแนวคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะลด เงินต้นลงสักครึ่งหนึ่งถ้าสมัยก่อนที่เป็นหนี้กันเยอะเขาเรียกว่าแฮร์คัต (Haircut) อาจจะลดลงไปสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แนวทางนี้ทางสำนักงานกองทุนก็กำลังให้ทาง สถาบันการศึกษาคือสถาบันราชภัฏทั่วประเทศกำลังสำรวจว่าแนวทางการชำระหนี้ของ กองทุนทั่วประเทศขณะนี้เป็นอย่างไร ไม่ได้ปิดแนวทางนี้ แต่กำลังทำการสำรวจอยู่ ถ้าสมมุติ ในกรณีแนวทางนี้ประสบความสำเร็จเป็นไปได้ก็ถือว่าเป็นผลงานของท่านครูมานิตย์ ที่ได้ผลักดันให้กับทางสำนักงานนะครับ ผมเรียนอย่างนี้สำหรับแนวทางในการพักชำระหนี้ เมื่อสักครู่บอกว่าบางกองทุนอาจจะไม่ให้พักชำระหนี้ ผมยืนยันว่าเป็นนโยบายของกองทุน อยู่แล้วที่จะต้องให้คณะกรรมการกองทุนทุกกองทุนมีการพักชำระหนี้ แต่หลักเกณฑ์ในการ พักชำระหนี้จะเกิดขึ้นอย่างไรเป็นเรื่องของกองทุนแต่ละพื้นที่ แต่ละชุมชน และแต่ละตำบล ที่จะไปจัดการกันเองซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการพักชำระหนี้ แต่ในเบื้องต้นแจ้งแล้วครับว่า สำหรับพี่น้องประชาชนที่ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้เบื้องต้นก็ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยก่อน ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าน่าจะมีการแก้ไขคือมีการตกลงกับกองทุนได้เพราะในคณะกรรมการกองทุน ทุกคนส่วนมากก็เป็นคนอยู่ในหมู่บ้านนั้น ๆ ก็รู้จักกันดีอยู่แล้วนะครับ

อีกอันหนึ่งที่รัฐมีมาตรการอยู่ก็คือตอนนี้นโยบายเราได้ออกกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยออกกฎหมายสำคัญเราเรียกว่า พระราชบัญญัติ สถาบันการเงินประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ก็จะให้ประชาชนจัดตั้งเป็นองค์กรการเงินชุมชน และจัดตั้งขึ้นมาเพื่อจะไปใช้เงินกู้ของธนาคารซึ่งจะมีธนาคาร ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน เป็นแม่ข่าย เป็นพี่เลี้ยงและหาเงินทุนให้สำหรับองค์กรการเงินชุมชนซึ่งมาจดแล้วก็ได้นำเงิน ไปใช้อีกทางหนึ่งอันนั้นก็จะช่วยได้ ส่วนในกรณีของเรื่องการพักชำระหนี้ผมก็บอกได้เลยว่า ทุกอย่างได้ประกาศไปแล้วว่าเรื่องการพักชำระหนี้ให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ส่วนเรื่องของโครงการปรับโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้านตามแนวทางประชารัฐของ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกกองทุนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทนี่คาดว่าจะสามารถ เปิดรับโครงการสนับสนุนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทได้ประมาณปลายเดือนมกราคม ๒๕๖๓ ส่วนพระราชบัญญัติสถาบันการเงินเมื่อสักครู่ที่ผมได้กล่าวนะครับ ก็คือมีผลใช้บังคับแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานะครับ ต้องขอขอบคุณสำหรับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ในจังหวัดสุรินทร์นะครับ ผมเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีก็พยายามที่จะไปผลักดันเรื่องนี้ ให้ท่านสำหรับการพักชำระหนี้หรือการที่จะลดหนี้ลงครึ่งหนึ่งนะครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอบคุณ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๓ เรื่อง ปัญหาการใช้พื้นที่สนามกีฬาห้วยขวาง ของการเคหะแห่งชาติ (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เชิญ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ครับ เชิญคุณประเดิมชัยถามได้เลยครับ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ ดินแดง-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามของผมต่อปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่สนามกีฬาห้วยขวางในเขตดินแดง ท่านประธานครับ ในพื้นที่สนามกีฬาห้วยขวางซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ การเคหะแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่ อยู่ประมาณ ๘ ไร่เศษนะครับ ซึ่งจัดสรรเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการที่จะใช้ประโยชน์สำหรับ ในกรณีที่จะให้ประชาชนนั้นใช้เป็นสถานที่ในการออกกำลังกายหรือว่าทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ใน ข้อเท็จจริงที่ผ่านมา เป็นเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาเราจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ ที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่การเคหะแห่งชาติได้จัดสรรพื้นที่ในส่วนตรงนี้ไว้ให้ประชาชน ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยการนำเอาพื้นที่ไปเปิดให้เอกชนมาประมูลหรือว่าสร้างกิจกรรม นำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นั่นก็คือเรื่องของการทำให้เกิดการใช้ พื้นที่ให้มีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าและรวมทั้งในเรื่องของการเปิดโอกาสให้มีการจัดแสดง มหรสพ ซึ่งในกิจกรรมการจำหน่ายสินค้า นอกจากจะเป็นสินค้าในเรื่องของอุปโภคบริโภค แล้วยังมีกิจกรรมที่เข้าข่ายที่ผมคิดว่าจะเป็นลักษณะของการเป็นการพนันประเภท ๒ หรือไม่ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น การยิงปืนอัดลม การปาเป้า ปาลูกโป่ง แล้วก็มีการได้ของขวัญ ของรางวัล ในขณะเดียวกันในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันนั้นอยู่ติดกับโรงเรียนขนาดใหญ่ระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษานะครับ มีนักเรียนประมาณ ๓,๐๐๐ คนเศษ ลักษณะของ การทำกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่ประมาณสี่โมงเย็น ถึงประมาณตีหนึ่ง ตีสอง การทำกิจกรรมแต่ละครั้ง ใช้เวลา ๑๐-๑๕ วัน ในรอบ ๑ ปีจะมีการทำกิจกรรมประมาณ ๙-๑๐ ครั้ง นั่นก็คือโดยเฉลี่ย หมายความว่าการใช้สถานที่ที่สนามกีฬาแห่งนี้ในการทำกิจกรรมที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของการออก กำลังกายหรือว่าการทำกิจกรรมในลักษณะที่ให้ประชาชนมาใช้สอยประโยชน์ร่วมกันนั้น เฉลี่ยเกือบเดือนละ ๑ ครั้งในรอบ ๑ ปี ซึ่งตรงนี้นำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ พักอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ ซึ่งถ้าท่านประธานเคยไปที่บริเวณสนามกีฬาห้วยขวางก็จะเห็นว่า โดยรอบสนามกีฬาแห่งนี้รายรอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัยที่เป็นแฟลตของการเคหะแห่งชาติ เป็นอาคารพาณิชย์ เป็นโรงเรียนนะครับ เป็นตลาดสด ซึ่งจะมีผู้คนพลุกพล่านเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นการเสริมสร้างกิจกรรมเสริม ในลักษณะนี้ขึ้นมาผมก็คิดว่ามันเป็นปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นยังมีปัญหาในเรื่องของการตีรันฟันแทง ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ตลอดเวลา สร้างปัญหาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน ฉะนั้นตรงนี้ ในความทนทุกข์ทรมานของพี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณแถวนี้อย่างที่ผมได้นำเรียน ท่านประธานไปนะครับว่าเป็นระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา ก็อยากจะมีคำถามได้เรียนถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่านโยบาย ในเรื่องของการจัดการบริหารพื้นที่ที่บริเวณสนามกีฬาห้วยขวางทางท่านรัฐมนตรีเองหรือว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบมีนโยบายอย่างไรในการที่จะบริหารพื้นที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และไม่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ ตอบครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอตอบกระทู้ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ดังนี้นะครับ

คำถามของท่านว่า นโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นั้นโดยการเคหะแห่งชาติเป็นผู้บริหารโครงการก็อยากจะกราบเรียนว่าหลักเกณฑ์ ในการที่มีสนามกีฬาหลักนั้นคือเล่นกีฬา แน่นอนครับหลักเกณฑ์หลัก นอกจากการเล่นกีฬา แล้วการเคหะแห่งชาติก็ได้รายงานว่ามีข้อตกลงในการจัดกิจกรรมจากคณะกรรมการ ของชุมชน ซึ่งคณะกรรมการชุมชนนั้นจะมาจากอาคารเช่า ๓๘ ตึก แล้วก็มีอาคารพาณิชย์ ด้วย ทั้งหมดมี ๓,๓๖๐ หน่วย แล้วก็แต่ละอาคารนั้นจะมีตั้งตัวแทนที่เป็นกรรมการชุมชน ๓๘ ท่าน และ ๓๘ ท่านนี้ก็จะเลือกตัวประธานคณะกรรมการ คณะกรรมการชุมชนนี้ มีข้อตกลงกับการเคหะแห่งชาติว่าจะขอจัดกิจกรรมหลักในพื้นที่สนามกีฬาปีละ ๕ ครั้ง ๆ ละไม่เกิน ๑๐ วัน แล้วก็ระบุไว้ด้วยว่าที่จัดนั้นคืองานสงกรานต์ วันแรงงาน วันที่ ๑๒ สิงหาคมของทุกปี วันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปี แล้วก็วันลอยกระทง สิ่งที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากนั้นก็ทราบว่ามีการขอจัดเพิ่มเติมนอกเหนือจาก ๕ วันนี้ ก็คือ เรื่องของสารท เดือนสิบมีเพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีเรื่องของสินค้าโอท็อป (OTOP) ก็น่าจะประมาณ ๗ ครั้งต่อปี นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ได้ทราบก็คือว่าการจัดงานนั้นได้มีข้อห้ามไว้ว่าการขออนุญาตใช้เสียง ต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่คือสถานีตำรวจ แล้วก็มีการห้ามใช้เสียงหลังเที่ยงคืน ผมกราบเรียนท่านตรง ๆ ว่าสำหรับตัวผมนั้นผมอยากจะเห็นสนามกีฬานั้นเป็นที่เล่นกีฬา สำหรับเด็กเยาวชน แล้วก็ทุกกลุ่มชนชั้นช่วงวัยเพื่อใช้ในการออกกำลังกาย แต่เท่าที่ทราบมา ก็คือว่าการจัดงานนั้นก็เป็นการช่วยสวัสดิการของชุมชนทั้ง ๓๘ ตึก ก็คือว่ารายได้ที่ได้มาจาก การจัดงานนั้นนำมาปรับปรุงศูนย์กีฬาส่วนหนึ่งให้มีสภาพที่ใช้การได้ เพราะว่าจะไม่มี งบประมาณประจำไปดูแลรักษาสนามกีฬา ศูนย์กีฬาให้อยู่ในสภาพที่ใช้ได้

ประการที่ ๒ ก็คือเงินอีกส่วนหนึ่งหลังจากหักค่าใช้จ่ายนั้นก็ไปมอบให้กับ มูลนิธิเคหะสงเคราะห์ คือการเคหะแห่งชาติช่วยผู้ประสบภัยในชุมชนห้วยขวางโดยไม่ใช้ งบประมาณแผ่นดิน ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่าก็ตั้งใจว่าถ้าเผื่อมีการจัดงานเพียงแค่นี้ แล้วคณะกรรมการชุมชนนั้นโดยได้รับความเห็นชอบจากชุมชนนั้น ก็ต้องเป็นข้อตกลงใหม่ว่า ถ้าชุมชนนั้นไม่ต้องการให้มีการจัดงานเลยก็ต้องให้ชุมชนนั้นไปตกลงกันด้วย แต่ว่ากระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นพร้อมรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะว่าก็ได้รับจดหมายมาหลายฉบับนะครับ ก็ได้ถามไปแล้วว่าจริง ๆ แล้วมีการจัดงาน เกินเที่ยงคืนไหม ผมเชื่อว่ามี แล้วก็ถ้าเผื่อว่าในอนาคตถ้าเผื่อจะมีก็ได้แจ้งการเคหะแห่งชาติ ไปแล้วว่าทุกครั้งที่มีการจัดงานขอให้แจ้งทางกระทรวงให้ทราบ เพราะจะส่งคนไป สังเกตการณ์ทุกครั้ง ก็กราบเรียนท่านเบื้องต้นไว้แค่นี้ก่อนครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประเดิมชัย คำถามที่ ๒ ครับ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาให้ข้อมูล ผมเข้าใจว่าเป็นไปตามรูปแบบที่ ส่วนราชการก็คงรายงานให้ท่านทราบ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี อย่างนี้ว่าในข้อเท็จจริงที่ท่านได้รับรายงานไม่ตรงตามข้อเท็จจริง การที่มีการเปิดโอกาส ให้ใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง ครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๔๕๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมอยากจะถามเป็นคำถามต่อเนื่องว่าเงิน ๔๕๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้นทางการเคหะแห่งชาติ มีระเบียบใดรองรับหรือไม่ และเงินนี้มีลักษณะของการใช้จ่ายเงินดังกล่าว มีลักษณะ ของการใช้จ่ายแบบไหน อย่างไร อย่างที่ท่านบอกว่าในข้อตกลงที่ทางการเคหะแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบได้มีข้อตกลงร่วมกับทางคณะกรรมการที่เรียกว่า สภาเคหะชุมชนห้วยขวาง ซึ่งสภาเคหะชุมชนห้วยขวางถึงแม้ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชนในแต่ละแฟลต ในแต่ละหน่วยที่อาศัยอยู่ก็ตามแต่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้รับการร้องเรียนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ มีทั้งผู้ป่วยติดเตียง มีทั้งเด็กที่จะต้องไปเรียนหนังสือในยามเช้า ในแต่ละครั้งที่เขาต้องทนอยู่กับความทุกข์ยาก ๑๐-๑๕ วัน ผมเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่าในข้อเท็จจริงอาจจะมีการขออนุญาตในการ ใช้พื้นที่ ๙-๑๐ วัน แต่งานส่วนใหญ่ก็จะเริ่มงานก่อน ๒ วัน แล้วก็ปิดท้ายงานอีก ๒ วัน รวมแล้วประมาณ ๑๔-๑๕ วันแต่ละครั้ง ฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะให้ท่านได้ลองหาข้อเท็จจริง แล้วก็อยากจะให้ลองพิจารณาว่าสิ่งที่ท่านได้แจ้งเมื่อสักครู่ก็คือว่าใน ๕ ครั้งของข้อตกลง ซึ่งในปัจจุบันนี้ขยายมาเป็นเวลา ขยายในลักษณะของการจัดงานมาเป็น ๙ ครั้งของรอบปี ที่ในการใช้พื้นที่ในการจัดทำกิจกรรมนั้นเหมาะสมหรือไม่ ผิดวัตถุประสงค์หรือว่าเป็นไปตาม วัตถุประสงค์อย่างไรหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีเป็นข้อที่ ๒ ว่าระเบียบ หรือว่าข้อบังคับใดที่ทางการเคหะได้มีการเขียนไว้แล้วเปิดโอกาสให้มีข้อตกลงร่วมกับทาง ชุมชนว่าจะให้ใช้ประโยชน์ในการหาพื้นที่ในการหาผลประโยชน์ในเรื่องของการที่จะเอาไป ช่วยเหลือจุนเจือสังคม ซึ่งอยากจะเรียนถามท่านต่อว่าที่ท่านได้แจ้งว่าได้มีการนำเอาเงินที่มี รายได้จากการจัดหาไปช่วยเหลือชุมชนหรือว่าช่วยเหลือสังคม ในแต่ละครั้งมีการใช้เงินไป ช่วยเหลือหรือว่าดูแลสังคมมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เป็นคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมก็เรียนตรง ๆ ว่าในฐานะที่ท่านเป็น ตัวแทนประชาชนผมก็ต้องเชื่อท่านให้น้ำหนักท่านมากกว่า เพราะเราเชื่อว่าเราอยากให้ ประชาชนมีความสุขเหมือนกันทั้งท่านและผม แล้วก็รัฐบาล ฉะนั้นผมจะเข้าไปตรวจสอบว่า ระเบียบหรือข้อบังคับการเคหะแห่งชาติที่มีไว้แล้วก็มีการละเมิดอย่างที่ท่านได้กล่าวก็คือ จัดงาน ๒ วันล่วงหน้าแล้วค่อยมีการจัดงานเกินนั้น ผมได้หารือกับผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ ว่าถ้าเอกชนรายใดมีการละเมิดเช่นนี้ แล้วก็มีคนรายงานมาแล้วพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำผิด เงื่อนไขจริง ก็ขอให้ขึ้นบัญชีดำกลุ่มเอกชนกลุ่มนั้นทั้งหมดนะครับ ในอนาคตในแต่ละครั้ง ผมเชื่อว่าท่านก็สามารถติดประสานงานกับสำนักงานรัฐมนตรีผมได้ยินดีรับฟัง และผมก็จะ กำชับการเคหะแห่งชาติว่าทุกครั้งที่มีการจัดงานขอให้แจ้งสำนักรัฐมนตรีทราบก็จะส่ง ตัวแทนไปประสานงานกับชุมชน แล้วก็จะไปประสานงานกับสำนักงานของท่านด้วยในเขตเลือกตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดงานนั้น ไม่ละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนทั้งหมด เพราะว่าสิ่งที่ต้องฟังเสียงอีกข้างก็คือว่าตัวแทน ของชุมชนทั้ง ๓๘ ตึก ซึ่งเป็นตัวแทนประชากรประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ประมาณ ๓,๓๖๓ ครัวเรือนก็มีความประสงค์แตกต่างกัน ผมเข้าใจว่าเด็กนักเรียนอยากจะดูหนังสือสอบ ก็ไม่อยากให้มีเสียงหลังจาก ๒ ทุ่ม ก็อาจจะต้องมีการปรึกษาว่าในช่วงที่เขาจะมีการสอบนั้น การเคหะแห่งชาติและกรรมการชุมชนไม่ควรจัดให้มีงานในช่วงนั้น เพื่อไม่ให้กระทบกับ นักเรียน นอกจากนั้นแล้วผมก็เข้าใจว่าผู้สูงอายุหรือผู้ที่พิการติดเตียงบางครั้งเขาต้องการ ความสงบและไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะว่าผมก็เคยเจอปัญหาอย่างที่ท่านเป็นเช่นนี้ เพราะว่าคุณแม่ผมอายุ ๙๑ ปี และเมื่อมันมีสถานที่ก่อสร้างมาอยู่ใกล้ ๆ ทั้งเสียง ทั้งฝุ่น ก็เข้าใจครับว่าความทุกข์ของคนที่เป็นญาตินั้นมีความรู้สึกอย่างไร แล้วก็จะรับไปดูในเรื่องนี้ ให้ละเอียด แล้วก็จะติดตามอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะประสานงานกับท่าน

ส่วนในเรื่องของบัญชีที่จะไปตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนที่จะขึ้นมาตอบกระทู้ถาม ท่านนั้นได้ขอดูบัญชีของการเคหะแห่งชาติหรือกรรมการชุมชนว่ามีการนำเงินเข้าทุกครั้งที่มี การจัดงาน แต่ส่วนตัวเลขที่เป็นตัวเลขที่ผิดไปจากที่ท่านได้ชี้แจงนั้น เดี๋ยวผมก็จะเข้าไปดู อีกครั้งหนึ่งว่าตัวเลขนั้นมีความแม่นยำขนาดไหน แต่ว่าทางการเคหะแห่งชาติก็ตอบมาแล้ว เขียนมาบอกว่าแต่ละครั้งที่จัดงานนั้นไม่เกิน ๑๐ วันแน่นอน แต่ท่านบอกว่ามีการจัดงานเพิ่ม ล่วงหน้า ๒ วันก่อนที่จะจัดขึ้น ผมก็เชื่อท่านนะครับ เพราะผมเชื่อว่าท่านนั้นเป็นตัวแทนของ ประชาชนแล้วก็ต้องการสร้างความสุขให้กับประชาชน ฉะนั้นผมในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีกำกับการ เคหะแห่งชาติก็จะไปเข้มงวดในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ทั้งหมดนั้นก็ให้มีความสมดุล มีความ เสมอภาคในชุมชนทุก ๆ ส่วน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ นะครับ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เพิ่ง ๒ คำถามเองครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับท่านสมาชิก ขออภัยด้วยครับ เชิญครับ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ครับ ผม ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ขออนุญาตถามคำถามที่ ๓ เพราะว่าเท่าที่ผมฟัง ท่านรัฐมนตรีตอบมา ท่านพูดถึงเรื่องของการใช้พื้นที่ที่หน่วยงานได้รายงานให้ท่าน ได้รับทราบถึงกิจกรรม ๕ กิจกรรมหลักในข้อตกลง และตอนหลังก็มีการเพิ่มวัน เวลาในเรื่อง การทำกิจกรรมเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าในขณะนี้ทางกระทรวงหรือว่าทางการเคหะแห่งชาติ ยังคงยืนยันในเรื่องของการที่จะให้มีกิจกรรมในลักษณะนี้ที่มีการแสดงที่เป็นมหรสพ ที่มีการจัดคอนเสิร์ต มีการจำหน่ายเบียร์ เป็นลานเบียร์ในเวทีคอนเสิร์ตอยู่อย่างนี้ใช่หรือไม่ หรือว่าท่านจะมีวิธีการในการบริหารจัดการอย่างไรในเรื่องการที่จะไม่ให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะว่าสนามกีฬาแห่งนี้อยู่ติดกับโรงเรียนสามเสนนอก ซึ่งเป็นโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถม จนถึงมัธยม เด็กเลิกเรียนสามโมงครึ่ง เริ่มเข้ามาใช้สถานที่ในสนามกีฬาแห่งนี้ในยาม ที่มีการจัดทำกิจกรรม อย่างที่ผมนำเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ก็คือว่าในกิจกรรมนั้น มีทั้งการจำหน่ายอาหาร มีทั้งในเรื่องของการจัดกิจกรรมลักษณะที่อาจจะเข้าข่ายการพนัน ในประเภทการยิงปืนอัดลมก็ดี การปาเป้าลูกโป่งก็ดี แม้แต่เรื่องของการจำหน่ายสินค้า ต้องห้ามยกตัวอย่าง อย่างบุหรี่ไฟฟ้าก็มีการลักลอบแอบนำเอามาจำหน่ายในพื้นที่แห่งนี้ ก็เป็นที่ทราบกันดี ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่นำมาซึ่งการมอมเมาให้กับเยาวชนของชาติทั้งสิ้น และท่านจะแก้ปัญหาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในความคิดของท่าน ท่านคิดว่าท่านจะแก้ไขปัญหา อย่างไรครับ ยังคงที่จะให้ยืนยันที่ว่า ๕ ครั้งหลักบวกกับกิจกรรมที่มีการเสริมเข้ามาหรือไม่ อย่างไร

คำถามต่อเนื่องก็คือว่า ถ้ามีการจัดกิจกรรมในการใช้พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ ถ้าเกิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่อนุญาต ไม่ออกหนังสือใบอนุญาตให้ได้มีการทำกิจกรรม หรือว่าให้ใช้พื้นที่ ยกตัวอย่าง อย่างสำนักงานเขตไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายอาหารหรือว่า ไม่มีใบอนุญาตให้ใช้เสียง อย่างนี้ท่านยังจะสามารถทำกิจกรรมได้หรือไม่ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ขอขอบพระคุณในข้อมูลของท่าน ก็จะถือโอกาสนี้ไปทบทวนข้อตกลงที่การเคหะแห่งชาติมีกับชุมชนก็ตาม หรือใครก็ตาม แล้วเป็นโอกาสดีที่ว่าจะครบปีใหม่ ก็จะไปดูว่าข้อตกลงนั้นปีใหม่เริ่มต้นแล้วจะทำอย่างไร

ประการต่อมา ก็ยืนยันว่าการที่ไปทบทวนข้อตกลงนั้นกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จะยึดประโยชน์ของประชาชนสูงสุด ไม่ยึดประโยชน์ของ ผู้ประกอบการ แล้วก็จะคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของพี่น้องประชาชนใน ๓๘ ตึกนั้น รวมทั้ง เด็กเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางอีกด้วย แล้วผมจะลงไปรับฟังความคิดเห็นด้วยตนเอง แล้วจะนำข้อมูลที่ท่านพูดในเทป (Tape) ไปเปิดให้กับผู้บริหารฟัง แล้วก็จะไล่เป็นข้อต่อข้อ แล้วในอนาคตนั้นก็จะส่งทีมงานจากกระทรวงไปสำรวจตรวจสอบในการจัดงานทุกครั้ง แล้วยืนยันกับท่านว่าสิ่งใดที่กระทำผิดกฎหมายกระทรวงก็ไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต แน่นอนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ ขอขอบคุณท่านผู้ถามและท่านรัฐมนตรีที่ตอบนะครับ ต่อไปครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๐๖ เรื่อง ปัญหาการใช้ความรุนแรงในสังคม ทุกรูปแบบ (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ผมขออภัยที่ขอนำ ข้อบังคับมาเตือนนะครับ รู้ดีว่าผู้ตั้งกระทู้ถามเป็นคนมีคุณภาพ แต่สมาชิกขอให้เตือนว่า ทั้งผู้ถามและผู้ตอบจะต้องไม่ฟุ่มเฟือย ต้องชัดเจน ไม่วนเวียน ซ้ำซาก ทั้งผู้ถามและผู้ตอบนะครับ และเมื่อถามเสร็จแล้วก็อนุญาตให้ซักได้อีก ๑ ครั้ง อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ คุณผ่องศรี ขอเชิญครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขออนุญาตตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๓ ข้อ ปัญหา การใช้ความรุนแรงในสังคมนี้เพิ่มมากขึ้นทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว และยังทวีความรุนแรง ซับซ้อน ทั้งจำนวนเหตุการณ์และลักษณะของความรุนแรงทั้งทางร่างกาย จิตใจ ทางเพศ การละเลยปล่อยปละ แสวงหาผลประโยชน์จากผู้ถูกกระทำ เหยื่อทั้งหลายทั้งปวงคือบุคคล ที่เป็นที่รักแก้วตาดวงใจของเรา คือ เด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้อ่อนแอ คนยากจน และผู้ถูกกระทำ ความรุนแรงที่ซับซ้อน ไม่มีโอกาสป้องกันหรือช่วยเหลือตัวเองได้ก็คือเด็กค่ะ ทั้ง ๆ ที่มี กฎหมายหลายฉบับที่บังคับใช้ไปแล้วแต่ปัญหายังไม่เบาบางลง จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีมาตรการ ส่งเสริมและวิธีการป้องกันการเกิดความรุนแรงในครอบครัวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กราบเรียนตอบกระทู้ถามท่านอาจารย์ ผ่องศรี แซ่จึง ว่าสิ่งที่กระทรวงได้พยายามทำก็คือเน้นการป้องกัน โดยใช้สถาบันครอบครัว ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นพยายามสร้างขึ้นมาให้มี ทั่วทุกตำบล ทั่วประเทศซึ่งขณะนี้ยังไม่ครบ แล้วก็การที่อบรมให้ความรู้กับอาสาสมัครที่จะ ชี้เป้าแล้วก็เฝ้าระวัง แล้วก็สร้างจิตอาสาที่เข้ามาช่วยทำความเข้าใจ สร้างความตระหนัก นอกจากนั้นแล้วก็มีหน่วยงานของกระทรวงก็คือ ๑๓๐๐ ในกรณีที่เกิดเหตุขึ้นสุดวิสัย แล้วก็ต้องการความช่วยเหลือก็สามารถโทรไปได้ที่ ๑๓๐๐ ที่จะทำได้ นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทำอยู่ขณะนี้ก็คือได้ร่วมมือ กับกรมสุขภาพจิตให้ความรู้อาสาสมัคร ให้ความรู้ศูนย์ครอบครัวในชุมชนเป็นรายภูมิภาค ซึ่งก็เรียนท่านว่าในขณะนี้ก็จะเดินไปตามสายภูมิภาคทุกภูมิภาค โดยจะนำแกนนำที่จะเป็น แม่ไก่นั้นเข้ามารับการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมาย ซึ่งได้ทำมาแล้วคือสมาคมบัณฑิตสตรี ทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ไปทำประชุมเชิงปฏิบัติการแล้วก็กรณีศึกษาเป็นหลาย ๆ กรณีให้กับสตรีที่จะเป็นผู้ที่ช่วย ชี้เป้าเฝ้าระวังแล้วก็ช่วยเป็นหลักให้ในแต่ละชุมชนในแต่ละจังหวัดก็จะเดินสายไปให้ครบ ทั้ง ๔ ภาค เมื่อครบทั้ง ๔ ภาคแล้วก็จะไปลงรายละเอียดเพราะแต่ละภูมิภาคนั้นจะมีตัวแทน ของทุกจังหวัดที่จะมาเข้าร่วมอบรม และเนื่องจากงบประมาณในการอบรมจัดเชิงปฏิบัติการ เราก็มีจำกัดแต่เราก็พยายามที่จะใช้มากที่สุด เช่น ในการของบประมาณในปีนี้เรามีเป้า ค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้วก็ปรับลดมาเหลือครึ่งหนึ่งเพื่อเพิ่มปริมาณเป้าที่จะสามารถรับการอบรม โดยรักษาคุณภาพไว้ให้นะครับ นี่คือข้อที่ ๑ ที่ทำ

ข้อที่ ๒ คือทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิตก็ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ให้ความรู้ทั้ง พมจ. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและ อพม. อาสาสมัครพัฒนาสังคมของกระทรวง แล้วในขณะนี้เรากำลังประกาศรับคือผู้อาวุโสของชุมชนที่จะอาสามาเป็นผู้ที่ประสานป้องกัน และลดความขัดแย้งในชุมชนในสถาบันครอบครัว แล้วก็จะเชิญข้าราชการที่จะเกษียณ แต่มีจิตอาสาที่จะมาช่วยพัฒนาป้องกันสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก ในขณะเดียวกัน คนที่ทำรุนแรงซ้ำซากกับครอบครัวกับสตรีกับเด็กนั้นวันนี้ก็ทราบว่าสำนักตำรวจแห่งชาติ ได้รับอัตราตำรวจหญิงเพิ่มเติมเพื่อมาช่วยปฏิบัติการในศูนย์ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแม้อาจจะยัง ไม่เพียงพอแต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้น ที่ผมทราบมาคือ ๑ ใน ๓ ของอัตราที่จะรับคือ ๙,๐๐๐ คนจะรับอัตราของตำรวจหญิง ๓,๐๐๐ คนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณผ่องศรีครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานคะ คำถามที่ ๒ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา ความรุนแรงในครอบครัวและสังคมทุกรูปแบบอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร ที่จริงแล้วท่านก็ได้ตอบไปแล้วเมื่อสักครู่นี้แต่ว่าอยากให้ลงรายละเอียดไปมากกว่านี้ ท่านประธานขออนุญาตดิฉันได้เสริมนิดหนึ่งในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการได้ตอบไปเมื่อสักครู่นี้ การให้ความรู้ในเรื่องกฎหมายดิฉันได้เคยเข้าไปรับฟังจังหวัดละ ๖ คนในเรื่องพระราชบัญญัติ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ แต่ว่ามันน้อยจังหวัดละ ๖ คนไปอบรมที่จังหวัดขอนแก่น แล้วมันก็จบไปเลย มันยังไม่ได้มีการดำเนินการต่อ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะเรียนท่านว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรจะดำเนินการต่อไป ขอให้ท่านได้ตอบคำถามที่ ๒ ด้วยค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐมนตรีเชิญเลยครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าปีนี้กระทรวงได้ตั้ง งบประมาณเข้ามา ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นดูเยอะ แต่จริง ๆ แล้วเป็นภาระผูกพันทั้งหมด มีเหลือจริง ๆ ใช้งบในยามฉุกเฉินโดยไม่มีภาระผูกพัน เพียงแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ใน ๑,๔๐๐ ล้านบาทนั้นต้องใช้ ๑๒ เดือน แล้วก็ ๗๗ จังหวัดก็เป็นงบประมาณที่จำกัด นอกจากนั้นแล้วปีนี้เราก็ถูกกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรของงบประมาณปรับลดไปอีก ๔๓๑ ล้านบาทก็ทำให้การทำงานนั้นยากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ท้อถอย ขณะนี้ถ้าหากเราไม่สามารถให้ความรู้อบรมตัวต่อตัวแบบที่เราต้องการ จะทำได้เราก็ทำเรื่องถังข้อมูลออนไลน์ที่ท่านจะสามารถนำไปหาคำปรึกษาได้ สิ่งที่ทำ ปัจจุบันนี้คือพยายามทำกับสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายซึ่งไม่มีสมาชิกทุกจังหวัด แต่มีสมาชิกทุกภูมิภาค นั่นประการแรก

ประการที่ ๒ สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายนั้นพยายามที่จะระดม หาทนายสตรีในทุก ๆ จังหวัดเพื่อขึ้นบัญชีไว้เป็นจิตอาสาที่จะให้คำแนะนำในยามฉุกเฉิน

ประการที่ ๓ เราก็พยายามปรับปรุงเรื่อง ๑๓๐๐ ให้มีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น โดยให้คนที่มีความรู้แล้วก็ต้องผ่านการอบรมจากจิตแพทย์หรือกรมสุขภาพจิต เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสม เราต้องจัดเวรยามเพราะเราจะไม่มีเงินงบประมาณไปจ้างเขา ประจำตลอด ตลอด ๒๔ ชั่วโมงทุกวัน ๓๖๕ วัน แต่จะพยายามทำบริหารงบประมาณในเวลาที่จำกัดนี้ ให้ดีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนท่านว่าความขาดแคลนก็เป็นอุปสรรคแต่เราไม่ปล่อย ให้ความขาดแคลนนั้นมาปิดกั้นการบริการประชาชนนะครับ วันนี้สิ่งที่เราพยายามจะทำ คือเราต้องการนักกฎหมายสตรีเพิ่มขึ้น เราต้องการที่คนเข้าใจจิตเวช บริการจิตแพทย์เพิ่มขึ้น เราต้องการตำรวจหญิงเพิ่มขึ้น และวันนี้กำลังฝึกอบรมนักพัฒนาสังคมให้เป็นนักสังคม สงเคราะห์ให้เข้าใจในเรื่องของจิตวิทยาของครอบครัวของชุมชนมากขึ้น แล้วก็พัฒนาความรู้ ในแต่ละช่วงวัยคือผู้ที่เชี่ยวชาญจิตวิทยาด้านเด็กเยาวชน ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านครอบครัว แล้วก็ภัยความรุนแรงในครอบครัวนะครับ ขณะนี้ก็คือไปอาศัยงบประมาณจากหน่วยงานอื่น เช่นสหประชาชาติยูเอ็น วีเมน (UN Women) ก็จะมาร่วมทำกับกระทรวงการพัฒนาสังคม ในการลดความรุนแรงในครอบครัวนะครับ โดยจะอบรมแม่ไก่ในปี ๒๕๖๓ นี้จะเริ่มต้น ประมาณไตรมาสแรก แล้วนอกจากนั้นยูเอ็นดีพี (UNDP) คือสหประชาชาติก็จะอบรมแม่ไก่ ให้เราเช่นกันในเรื่องของสิทธิสตรี ความเท่าเทียมระหว่างเพศ แล้วก็เรื่องการลดความรุนแรง ในครอบครัวครับ และในขณะที่งบประมาณมีจำกัดก็พยายามทำให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผ่องศรีอนุญาต ให้ต่อได้อีกครับ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพคะ จะเป็นคำถาม ต่อไปคือคำถามที่ ๓ นะคะ ท่านประธานคะปัญหาความรุนแรงในสังคมนั้นก็มีหลายรูปแบบ หลายระดับ แล้วสาเหตุที่มันเกิดความรุนแรงนี้มันก็จะมาจากหลายเหตุผลด้วยกัน ที่หนัก ๆ ก็คือจะเป็นเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ แล้วก็เป็นยาเสพติด การพนัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ดิฉันก็เลยอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีท่านจะบูรณาการอย่างไร กับเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าการทำความรุนแรงนั้นไม่ใช่อยู่ ๆ ว่าจะทำนะคะ เรื่องยาเสพติด ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากเลย เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่ได้รับการกระทำความรุนแรง อย่างซับซ้อน และเรื่องของยาเสพติดมันมี ๒ ประเด็นที่จะทำให้เกิดความรุนแรงก็คือ เมื่อเสพไปเยอะ ๆ แล้วประสาทเขาจะหลอนค่ะ แล้วเขาจะไม่รู้ใครเป็นใคร จะทำให้เกิดการ ทำร้ายร่างกายของคนรอบข้างและบุพการี อันที่ ๒ ก็คือต้องการเงินที่จะไปซื้อยามาเสพ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านได้บูรณาการกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้างที่จะลดปัญหาของการกระทำความรุนแรง โดยเฉพาะเช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมัยที่ดิฉันทำหน้าที่เป็นประธานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเคยมา ยื่นหนังสือกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ เรา เรียกร้องในเรื่องของพนักงานสอบสวนหญิง เพราะว่าเรื่องของการกระทำความรุนแรง มันเป็นเรื่องเฉพาะ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับเพศของผู้หญิง เด็ก สตรีและเยาวชน เราเรียกร้องพนักงานสอบสวนหญิง เราเรียกร้องให้มีห้องสอบสวนที่เป็นเฉพาะลับ เพื่อจะได้ให้ผู้ที่ถูกสอบสวนนั้นได้กล้าที่จะเปิดเผย ได้กล้าที่จะพูดจะคุย เพราะว่าส่วนหนึ่ง ที่ไม่แจ้งความร้องทุกข์ ที่เป็นภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำคือไม่กล้าที่จะแสดงออก ไม่กล้าที่จะไปแจ้งความ ไม่กล้าที่จะบอกใครเพราะกลัวแล้วก็มีความกังวล อาย เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ เหล่านี้ท่านได้มีการประสานความร่วมมือทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้างเพื่อให้ ปัญหาเหล่านี้มันลดลงไปและหมดไปค่ะท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็กราบขอบพระคุณในคำแนะนำ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนว่าขณะนี้ได้ทำงานบูรณาการแผนงาน งานนะครับไม่ใช่เงิน ไม่มีใคร ยอมให้งบประมาณ แต่ว่าสิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้คือทำกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด แล้วก็ทำกับกระทรวงศึกษาธิการคือครูคอยสอดส่องนักเรียนที่มีสภาพจิตผิดปกติคือซึมเศร้า หรือมีแผลมาเรียน เพราะครูเขาจะไปติดตามตรวจสอบที่บ้านนะครับ แล้วเราก็มี อพม. อย่างที่ผมกราบเรียนท่านหลายครั้งแล้วว่า อพม. อาสาสมัครนี้เราตั้งเป้าว่าปีนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่งบประมาณ เราจะเพิ่มให้ได้ ๕ เท่า ก็จะมาจากจิตอาสาทั้งหมดนะครับ แล้วก็จะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่จำกัดที่จะมาให้ความรู้ แต่อยากที่จะกราบเรียนก็คือว่าเมื่อวานนี้ประชุม คณะรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรีได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ผมไม่ทราบว่าจากองค์กรของท่าน หรือเปล่าไม่ทราบ คำถามคล้าย ๆ กันแต่ก็รุนแรงนะครับ มีประมาณ ๓ หน้ากระดาษ ตั้งประเด็นมาว่ารัฐบาลควรทำอะไรบ้าง ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบกระผมผ่านดอกเตอร์วิษณุ ว่าให้ตอบคำถามมาด้วยว่าในจำนวนข้อเรียกร้องนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นั้นได้ทำอะไรบ้าง ซึ่งผมได้มาตรวจสอบกับผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็มีทำไว้แล้ว ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในสิ่งที่เรียกร้องมา เหลืออีกประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ที่ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ ฉะนั้นก็กราบเรียนให้ทราบว่ามีการบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ที่เราคิดว่าจะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มเปราะบางนั้นได้รับความคุ้มครอง แล้วก็ได้รับความช่วยเหลือ และสามารถพัฒนาให้มีภูมิคุ้มกันได้มากกว่านี้ แล้วก็มีบทลงโทษ สำหรับคนที่ทำผิดซ้ำซากไม่ให้กลับมาทำผิดอีกครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

จบกระทู้ถามนะครับ ขอขอบคุณคุณผ่องศรีและท่านรัฐมนตรี แต่อยากจะเรียนให้เข้าใจด้วยว่าที่จริงกระทู้ถามสด ก็ถามได้ ๓ ครั้ง กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้ง แต่ถ้าเห็นว่าคำตอบนั้นยังมีประเด็นต่อเนื่อง ก็ขออนุญาตประธานได้ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่ากระทู้ถามสดกับกระทู้ถามทั่วไปนั้นเหมือนกัน กระทู้ถามแยกเฉพาะถามได้แบบเดียวกับกระทู้ถามทั่วไป คือถามแล้วก็ถามได้อีก ๑ ครั้ง รวม ๒ ครั้ง เรียนเพื่อให้เข้าใจเดี๋ยวสมาชิกจะเข้าใจผิด ก็ต้องขอบพระคุณผู้ตั้งกระทู้ถาม ที่วางมาตรฐานเรื่องเวลาไว้อย่างดียิ่งครับ จบวาระของกระทู้ถามนะครับ ผมขออนุญาต ไปวาระต่อไป

ประธานเปิดประชุมแล้วนะครับ แล้วก็อยู่ในวาระกระทู้ถาม ในส่วนของห้องนี้ก็จะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งผมขอเรียน เพื่อประโยชน์ในความเข้าใจว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะอยู่ในหมวด ๘ ส่วนที่ ๔ ข้อ ๑๖๘ กำหนดว่า กระทู้ถามที่มีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุว่า ให้ตอบในห้องกระทู้ถามให้ถือเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ประธานสภาอาจกำหนดให้มี การถามและการตอบในห้องกระทู้ถามก็ได้ เมื่อมีการถามกระทู้แล้วข้อบังคับก็กำหนดว่า สามารถซักถามได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็อยู่ภายใต้หลักทั่วไปของการตั้งกระทู้ถามตามข้อ ๑๕๒ คือ การตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็น การอภิปราย อันนี้คือสิ่งที่อยากจะย้ำหรือลักษณะเป็นการอภิปรายครับ ข้อที่เตือนใจของ ผู้ตั้งกระทู้และผู้ตอบก็คือกระทู้ถามแยกเฉพาะจะมีการเผยแพร่บันทึกภาพและเสียงการ ประชุมภายหลังปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำในที่ประชุม จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามมาตรา ๑๒๔ ของรัฐธรรมนูญหากการกล่าวถ้อยคำนั้น มีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือ สมาชิกแห่งสภานั้น อันนี้เรียนเพื่อเป็นหลักการให้ทุกฝ่ายได้รับทราบซึ่งเชื่อว่าสมาชิกได้ทราบ อยู่แล้ว ต่อไปนี้ก็ขอเข้าไปสู่กระทู้ถามแยกเฉพาะทีละเรื่องนะครับ

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ

๑.๓.๑. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๒๒ เรื่อง การขุดลอก “บึงคำอ้อ” บ้านพันนา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อใช้เป็นแหล่งผลิต น้ำประปาในหมู่บ้าน (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์

คุณอนุรักษ์ บุญศล ได้มีหนังสือแจ้งขอถอนกระทู้ถามนี้ ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๓ ผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิถอนกระทู้ถามเมื่อใดก็ได้ เพราะฉะนั้นก็อนุญาตให้ถอนกระทู้ถาม กระทู้นี้ไปนะครับ

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๒๓ เรื่อง ปัญหาการเข้าซื้อกิจการ มหาวิทยาลัยเอกชนของไทย (ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้มี หนังสือแจ้งว่า ในวันนี้ติดภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าจึงทำให้ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถาม ดังกล่าวได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปเป็นวันพุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อันนี้ก็เป็นสิทธิสามารถเลื่อนได้แต่ว่ากระทู้ถามที่ถามวันนี้ ๒๕ ธันวาคม เลื่อนไป วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นั้น ในความเห็นผมผมว่าไกลเกินไป อันนี้ต้องขอให้ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งท่านรัฐมนตรีให้กำหนดมาใหม่นะครับ

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๒๔ เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับ การช่วยเหลือและดูแลคุณภาพชีวิตของทารกในครรภ์มารดา (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบ

แล้วในการนี้ได้ขออนุญาต ให้เจ้าหน้าที่มาร่วมสังเกตการณ์เพื่อสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามคือ ๑. นายแพทย์ เอกชัย เพียรศรีวัชรา ๒. แพทย์หญิงนนธนวนัณน์ สุนทรา ๓. นางเทพวัลย์ ภรณวลัย รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ๔. นางภาวินี สุมลตรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน ๕. นางสาว พรปวีณ์ อุไรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนาเด็กปฐมวัย กรมกิจการเด็กและเยาวชน รวม ๕ ท่าน ก็อนุญาตให้เข้ามาร่วมด้วยครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกณัฐชาครับ เชิญครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคอนาคตใหม่ จากชาวบางขุนเทียนนะครับ วันนี้ก็ได้ตั้งกระทู้ถามจากข้อร้องเรียน จากประชาชนที่ได้ส่งเข้ามาถึงตัวกระผม ตั้งกระทู้ถามถึงท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก เล็งเห็นถึงปัญหานี้ว่าเป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่และครอบคลุมเป็นปัญหาขั้นพื้นฐาน ของความเป็นมนุษย์ ของความเป็นประชาชนชาวไทยที่เกิดขึ้นมาบนผืนแผ่นดินนี้ ว่ามีสวัสดิการใดบ้าง ปัจจุบันเด็กและเยาวชนที่คลอดออกมาได้รับตัวเลขจากกระทรวง สาธารณสุขก็คือว่าคุณแม่ไปฝากครรภ์กับทางโรงพยาบาล ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ฝากครรภ์ ก็คือถึงกำหนดคลอดก็จะไปคลอดเลย เพราะฉะนั้น ใน ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี้เรามีข้อมูลอยู่ว่าหญิงตั้งครรภ์จำนวนเท่าไรต่อปี แต่การดูแลการพัฒนา หญิงตั้งครรภ์ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในครรภ์ผมคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญ แล้วก็มีความสนใจจากทางประชาชน เรามาดูเกี่ยวกับข้อกฎหมายนะครับ ข้อกฎหมาย อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เขาก็ได้กำหนดว่าให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กนั้น ให้ครอบคลุมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย ต่อมาเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ ก็ได้มุ่งเน้นว่าการดูแลเด็กอย่างครบวงจรครอบคลุมไปถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาด้วย แล้วอย่างล่าสุดพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ กำหนดคำว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยรวมถึงการดูแลและการจัดการพัฒนาการเด็กปฐมวัยและหญิงตั้งครรภ์ นั่นหมายความว่ากรอบข้อกฎหมายได้มีรองรับแล้วว่าเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาก็ควรจะต้อง ดูแลเสริมสร้างพัฒนาการ ผมจึงมีคำถามถึงทางท่านนายกรัฐมนตรีแล้ววันนี้ได้มอบหมาย ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์นะครับ ก็อยากจะ สอบถามว่าทางรัฐบาลมีนโยบายในการช่วยเหลือหรือดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่อยู่ในขณะตั้งครรภ์จนถึงแรกคลอดอย่างไร และมีหน่วยใดเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบอยู่ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ตรงกับกระทู้ถามที่ตั้ง เอาไว้เลยครับ เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ดังนี้นะครับ

ประการแรก หลักการคือรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องการที่จะทำให้ทุนมนุษย์ คือเด็กที่แรกเกิดเป็นพลังของประเทศมากกว่าเป็นภาระของประเทศ ฉะนั้นมีการบูรณาการกัน ๔ กระทรวงหลักก็คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ โดยการบูรณาการนั้นก็บอกว่า ครอบครัวนั้นเป็นฐาน ชุมชนร่วมสร้าง ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ บริการมาตรฐาน เข้าถึงได้แล้วก็ ครอบคลุม ทีนี้ใน ๔ กระทรวงที่ดูแลตรงนี้ที่ท่านเน้นก็คือในขณะที่เด็กตั้งครรภ์ทำอย่างไร เป็นหน้าที่และภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องดูแลเด็กตั้งครรภ์นี้โดยมีมาตรการ ก็คือว่าก่อนตั้งครรภ์นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้ดูแลหญิงที่ตั้งครรภ์โดยบอกว่าถ้าเผื่อตั้งครรภ์ เตรียมพร้อมตั้งครรภ์ก็จะให้ดูแลสุขภาพ แล้วก็ทานยาเม็ดก็คือยาเสริมธาตุเหล็ก แล้วก็ยาที่มีโฟลิก เอซิด (Folic acid) ให้สัปดาห์ละ ๑ เม็ด ล่วงหน้า ๓ เดือนก่อนตั้งครรภ์ ถ้าเผื่อใครตั้งครรภ์มาแล้ว ณ ตรงนี้เป็นหลักสุขภาพ เป็นชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช. ซึ่งให้ประชาชนฟรี แล้วก็สามารถฝากตั้งครรภ์ได้ที่คลินิก เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ทั่วประเทศ เมื่อก่อนตั้งครรภ์มีการดูแลเช่นนี้แล้ว พอตั้งครรภ์ก็มีหน่วยงานที่จะต้องไปตรวจแม่นะครับ แล้วก็สามารถมีระบบตรวจคัดกรอง โรคความเสี่ยงทั้งหลาย ธาลัสซิเมีย (Thalassemia) โรคที่ติดต่อทั้งหลายรวมถึงดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ซึ่งมีปัญหามาก ทีนี้ดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ก็ต้องบอกว่า รับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลอำเภอทั่วประเทศ ระดับอำเภอนะครับ โรงพยาบาลตำบลนั้น ยังไม่สามารถมีเครื่องมือและมีบุคลากรเพียงพอได้ แล้วในอดีตนั้นบอกว่าหญิงที่ตั้งครรภ์อายุ ๓๕ ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงสูงที่จะตรวจว่าบุตรมีโอกาส มีความเสี่ยงเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) วันนี้ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ที่จะผ่านสภาปีใหม่นี้หญิงทุกกลุ่มอายุ สามารถเข้ารับการตรวจดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ได้ฟรี แล้วเมื่อเจอแล้วว่าเป็น กรณีความเสี่ยงก็อยู่ที่คุณแม่คุณพ่อครอบครัวนั้นจะตัดสินใจว่าเมื่อมีความเสี่ยงที่บุตรคลอด ออกมาเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) แล้วพร้อมที่จะเลี้ยงต่อหรือไม่ แล้วจะต้อง เจอกับปัญหาอะไรบ้าง ถ้าไม่พร้อมเลี้ยงต่อก็มีศูนย์ยุติตั้งครรภ์ที่ผมทราบมาก็คือ ๖๓ หน่วย ทั่วประเทศที่ดูแลตรงนี้อยู่ นอกจากนั้นแล้วเมื่อทารกหลังคลอดกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็ได้ทำรณรงค์ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะจะทำให้สุขภาพนั้นแข็งแรงแล้วก็ควบคุมการขาย การตลาดของนมผงไม่ให้โฆษณาเกินจริง แล้วก็มี พ.ร.บ. อนามัยเจริญพันธุ์เกิดและเติบโต อย่างมีคุณภาพ นอกจากนั้นแล้วเด็กที่พอเกิดมาแล้วจะต้องมีสมุดสีชมพูครับ เพราะว่าเด็ก ทุกคนที่เกิดมามีสมุดชมพูนี่ก็คือเมื่อคลอดปั๊บ มีโครงการใหม่คือรับ ๖๐๐ บาทต่อเดือน จนอายุ ๖ ขวบ เด็กทุกคนที่จะไปรับเงินอุดหนุนต้องมีสมุดสีชมพู เพราะเป็นการติดตาม สุขภาพของเด็กทุกคนที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหนจะต้องมีสมุดสุขภาพนี้ เพราะว่า รพ.สต. ก็ตาม โรงพยาบาลประจำอำเภอก็ตาม แล้วก็กลุ่มอาสาสมัครก็ตามจะติดตาม ความคืบหน้าคุณภาพของเด็กเหล่านี้ที่จะมีการพัฒนาครับ ก็เลยขออนุญาตตอบในขั้นนี้ก่อนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านณัฐชาครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้คำถามก็ตรงกับในกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๒๔ เมื่อสักครู่ผมอ่านตามตัวอักษร เลยนะครับ ได้แจ้งมาล่วงหน้าก็คือในคำถามเมื่อสักครู่

สำหรับคำถามที่ ๒ ก็คือว่าการกำกับดูแลและการบริหารจัดการศูนย์พัฒนา เด็กเล็กในพื้นที่นั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานหลัก เนื่องจากในปัจจุบัน ศูนย์เด็กเล็กมี ๒ หน่วยงานด้วยกันคือ อปท. ก็คือหน่วยงานส่วนท้องถิ่น แล้วก็เป็น หน่วยงานของ พม. เองนะครับ ก็เลยอยากจะสอบถามว่าหน่วยงานใดที่เป็นหน่วยงานหลัก แล้วเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่การวัดของหน่วยงานใดครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนี้ผู้ออกใบอนุญาต คือกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของไทยขณะนี้ทั้งประเทศมี ๕๐,๐๐๐ กับ ๕๖ แห่ง แล้วก็มีเด็กปฐมวัยรวม ๑,๙๗๑,๔๗๓ คน แต่ว่าแบ่งหน่วยสังกัดที่ทำคือ กระทรวงมหาดไทยจะมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๒๐,๖๔๔ แห่ง มีเด็กจำนวน ๙๗๑,๐๓๔ คน กระทรวงศึกษาธิการมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๒๗,๐๙๔ แห่ง มีเด็กจำนวน ๘๙๙,๕๒๗ คน ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ก็จะมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน ๑,๕๓๙ แห่ง มีเด็กจำนวน ๗๔,๙๓๖ คน กระทรวงสาธารณสุขมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๕๖ แห่ง มีเด็กจำนวน ๑,๕๐๐ คน กรุงเทพมหานครจะมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๖๔๔ แห่ง มีเด็กจำนวน ๒๓,๖๗๕ คน อันนี้รวมทั้งโรงเรียนอนุบาล ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน และศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่คู่นมแม่ กระทรวงกลาโหมมีศูนย์พัฒนา เด็กเล็กของสมาคมแม่บ้านทหารบกอีก ๗๙ แห่ง มีเด็กจำนวน ๑,๗๐๐ คน ก็กราบเรียน ท่านประธานให้ทราบครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จริง ๆ คุณณัฐชาได้ถาม ๒ ครั้งแล้วนะครับยังติดใจไหม

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ คือกระทู้นี้ผมร่างตั้งแต่ก่อนท่านรัฐมนตรีมีแคมเปญ (Campaign) ผมได้ติดตามเพจ (Page) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ที่ได้ไปเปิด กิจกรรมเงินสนับสนุน ๖๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งเปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กระทู้ถามนี้ผมตั้งไว้ ตั้งแต่ช่วงเปิดสมัยประชุมสภา คำถามที่ ๓ ก็คือถามว่ารัฐบาลมีโครงการอุดหนุนเงิน เด็กแรกเกิดเดือนละ ๖๐๐ บาทมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร นั่นคือคำถามที่ตั้งตอนนั้น แต่ว่าเนื่องจากตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปก็เลยอยากจะขอรบกวนท่านรัฐมนตรีสอบถาม นิดหนึ่งว่าถ้าเกิดโครงการนี้คลอดออกมาแล้ว แล้วแนวทางการพิสูจน์ความจนก็คือสิทธิ สิทธิว่าจะต้องเป็นครอบครัวยากจน แนวทางการพิสูจน์ความจนของผู้ได้รับสิทธิ เงินช่วยเหลือ ๖๐๐ บาทต่อเดือนมีหลักเกณฑ์อย่างไรที่จะให้ประชาชนเข้าถึง แล้วอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าผู้ที่ไม่มีสำมะโนครัวอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ อย่างเช่นเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ไม่มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพมหานครสามารถติดต่อขอรับกับหน่วยงานที่พักอาศัย อยู่นั้นได้หรือไม่ หรือต้องไปยังภูมิลำเนา

แล้วประเด็นที่ ๓ ก็คือประเด็นว่าความสม่ำเสมอของการจ่ายเงินอุดหนุน เดือนละ ๖๐๐ บาท คือเงิน ๖๐๐ บาทก็จะต้องเข้าไปช่วยในเรื่องของค่านมเด็กค่าอะไร ซึ่งชาวบ้านเป็นที่กังวลมาก แล้วก็ความสม่ำเสมอของการจ่ายหากสะดุดหรือว่ามีปัญหา เรื่องของกรมบัญชีกลาง หรือว่าสำนักงบประมาณสะดุดปัญหาประการใดจะมีการค้างจ่าย กับประชาชนหรือไม่ อันนี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตแล้วก็เป็นห่วงอย่างยิ่งเนื่องจากกลัวว่า ๓ เดือนจะได้ครั้งหนึ่ง ๔ เดือนจะได้ครั้งหนึ่ง ซึ่งประชาชนที่ได้ให้ข้อมูลมามีหนังสือ เมื่อเดือนสิงหาคมของปี ๒๕๖๒ ยกตัวอย่างมาว่า หนังสือจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ มีคำสั่งถึงจังหวัดทุกจังหวัดว่าไม่สามารถชำระเงินอุดหนุนได้เนื่องจากติดปัญหาของสำนัก งบประมาณ อันนี้ก็เป็นเคส (Case) ตัวอย่างว่ามันจะเกิดขึ้นกับโครงการนี้หรือไม่ ก็รบกวนถาม ท่านรัฐมนตรีอีกนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จะขออนุญาตให้ข้อมูลท่าน ส.ส. และกราบเรียนท่านประธานสภาทราบว่าโครงการนี้เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๔๙ งบประมาณ ปี ๒๕๖๐ แล้วก็เริ่มต้นที่ว่าให้ ๓๐๐ บาท แล้วรายได้ต่อครัวเรือนไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วจะทำแค่ปีเดียว แล้วต่อมาก็มาแก้เกณฑ์อีกว่าให้ต่อเนื่องคือไม่ใช่แค่ปีเดียว แล้วมา อีกครั้งหนึ่งก็บอกว่าให้ต่อเนื่องแล้วก็เปลี่ยนรายได้ขั้นต่ำที่ว่าไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้นเวลาที่เขาทำข้อมูลเหมือนกับเขาสร้างบ้านว่าจะใส่ข้อมูลจำนวน เท่าไร ข้อมูลมาตอนแรกบอกทำแค่ปีเดียวก็สร้างบ้านหลังเล็กครับ แล้วพอเอาข้อมูลเพิ่มมา ก็บอกว่าข้อมูลเพิ่มเติม คนมาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นบ้านมันสร้างไม่ทันนะครับ ก็ออกมาอย่างนี้ ๒ ปีติดกันก็ทำให้การที่จะบรรจุข้อมูลไปมีปัญหา เพราะว่ามันมีเกณฑ์หลายเกณฑ์แล้วก็ ต่างเวลากัน ทางกรมก็มีปัญหาในการที่จะพิมพ์คีย์ (Key) ข้อมูลเข้าไป ทีนี้สำนักงบประมาณ กราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าสำนักงบประมาณก็จะอนุมัติเงินให้เมื่อข้อมูลพร้อม เมื่อข้อมูลเข้าไปไม่พอ ไม่พร้อม สำนักงบประมาณก็ยังไม่ให้งบประมาณก็จึงมีการพักจ่ายเอาไว้ พอผมเข้ามานี่ก็มาทำการ เขาบอกว่ามาขุด บ้านหลังนี้มันสร้างใหม่ไม่ทันเพราะคนจะ เดือดร้อน เจาะประตู เจาะหน้าต่างให้มากที่สุดเลยเพื่อที่จะให้มีช่องทางที่จะให้เด็กทั้งหลาย ได้รับเงินโดยเร็ว จากที่ตัวเลขเดิมที่มีประมาณแค่ ๔๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ก็มี ๑,๐๑๐,๐๐๐ กว่าคนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตรงนี้แล้วก็ได้รับเงินตกเบิกย้อนหลังไปครบแล้ว แล้วขณะนี้ มีเหลืออยู่อีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารายที่ยังจ่ายไม่ครบ เพราะว่าใน ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้น มาทำแยกเป็นระบบข้อมูลว่ามีปัญหา ๒๗ ประเภทที่เครื่องคอมพิวเตอร์นี้ไม่สามารถ ประมวลผลได้ เช่นประชาชนไม่มีสิทธิเลยแต่คิดว่าได้สิทธิ อันนี้เป็นจำนวนเยอะนะครับ เป็นจำนวนแสนขึ้นไป

ประการที่ ๒ คือประชาชนมีแล้วให้เบอร์บัญชีโดยคิดว่าเบอร์บัญชีนั้นใช้ได้ แต่บัญชีนั้นไม่ได้ใช้มาเป็นปีก็ถูกธนาคารปิดไปโดยอัตโนมัติ เมื่อเขาโอนเงินเข้าไปแล้วเงินก็ เด้งออกก็ต้องพยายามไปติดต่อว่าคน ๆ นั้นอยู่ที่ไหน ย้ายถิ่นฐานหรือยัง แล้วจะมีการ จ่ายเงินไปได้

ประการต่อมาคือสะกดตัวหนังสือครับ ขาดการันต์ หรือ ศ เป็น ษ อะไร ต่าง ๆ แล้วก็เลขบัตรประชาชนสลับก็ทำให้มีปัญหาในการเบิกจ่าย แต่ว่าทั้งหมดนี้ประมาณ ๓๑ มกราคมนี้ส่วนใหญ่ผมว่า ๙๙ เปอร์เซ็นต์จะได้รับเงินครบถ้าเราตามตัวพบนะครับ เพราะหลายคนก็ไม่มีโทรศัพท์ก็ต้องให้ พมจ. คือพัฒนาสังคมจังหวัดออกไปตามหมู่บ้าน ไปตามตำบลเพื่อไปตามหาคนเหล่านั้นให้เจอแล้วจึงจะได้รับสิทธิ แต่ก็มีอยู่แสนกว่าคนที่จะ ไม่ได้รับสิทธิเพราะว่ารายได้เกิน ฉะนั้นสิ่งที่ตอบท่านก็คือวันนี้เป็นต้นไปเมื่อระบบเข้าที่แล้ว แล้วก็มีการปรับปรุงเรื่องฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องจะไม่มีการสะดุดในเรื่องของงบประมาณ เพราะว่าก็ยังพูดกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเมื่อวานนี้เขาก็บอกว่าอย่างไรก็ต้องหาเงิน มาให้เพราะอันนี้เป็นภารกิจสำคัญ เพราะเป็นการพัฒนาทุนมนุษย์ของเด็กตั้งแต่แรกเกิดครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็สมบูรณ์ด้วยกันทุกฝ่าย พอแล้วครับ เพราะอนุญาตให้เกินกว่าที่กำหนดเอาไว้แล้ว ผมว่าสมบูรณ์แล้วครับ ขอบคุณ ท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะที่มาให้ข้อมูล ขอบคุณครับ เชิญกลับได้ครับ เดี๋ยวมีกระทู้ถามต่อ ก็อนุญาตให้ถามมากกว่าตามข้อบังคับเพื่อให้ผู้ถามและผู้ตอบได้มี โอกาสทำประโยชน์ของกระทู้ถามนี้ได้รับทั่วถึงนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถาม

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๐๒๕ เรื่อง ขอให้ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชาวมอญ ในชุมชนบางกระดี่ เขตบางขุนเทียน (นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการให้ข้อมูลขออนุญาตให้ ๑. นายชัยพล สุขเอี่ยม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ๒. นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ๓. นายเกษม ปฐมฤกษ์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ๔. นายสหพร เรือนงาม นักวิชาการวัฒนธรรม ชำนาญการ ๕. นายอานนท์ คำชู นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เข้ามาให้ ข้อมูลในห้องนี้ด้วยนะครับ ขอเรียนย้ำเรื่องของการซักกระทู้ถาม ข้อ ๑๕๒ การตั้งกระทู้ถาม ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย การตอบกระทู้ถาม ของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ก็คือ เหมือนกันครับ ขอเชิญคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกผู้ถามกระทู้ถาม เชิญครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ จากชาวบางขุนเทียนนะครับ เนื่องจากผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากชุมชนชาวมอญ บางกระดี่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ชุมชนชาวมอญได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพมากว่า ๑๕๐ ปีแล้ว แล้วก็ปัจจุบันท่านได้ใช้ชีวิตตามวิถีของชุมชนชาวมอญในเมืองหลวง ซึ่งการที่ ผมมาตั้งกระทู้ถามนี้ผมขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ เนื่องจากว่าผมเคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ ประเทศมาเลเซีย ที่นั่นเขาก็ส่งเสริมวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นถิ่นก็คือชุมชนซาไกนะครับ รัฐบาลสนับสนุนให้ใช้วิถีเดิมแล้วก็จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชาวต่างชาติแล้วก็สนับสนุน ซึ่งสามารถทำรายได้ได้มหาศาล ซึ่งผมก็ได้เล็งเห็นตรงนี้ว่าในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวง ของประเทศไทยมีวัฒนธรรมและเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสืบสานต่อไปก็คือชุมชนชาวมอญ แต่ปัจจุบันชุมชนชาวมอญบางกระดี่ในเขตบางขุนเทียนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือมีหน่วยงานใดดูแลอย่างชัดเจน ช่วยเหลือในการสืบสานวัฒนธรรมก็เลยจึงขอตั้งกระทู้ถามถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบาย ส่งเสริม อนุรักษ์วิถีชาวมอญ ชุมชนชาวมอญบางกระดี่ เขตบางขุนเทียนหรือไม่อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดนะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๒ ไม่ถามเลยหรือ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ถามทีเดียวเลยนะครับ ข้อ ๒ หากกระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายส่งเสริมหรืออนุรักษ์วิถีชาวมอญดังกล่าวขอทราบ มาตรการหรือแนวทางแก้ไข ส่งเสริม อนุรักษ์วิถีชาวมอญ แล้วก็มีวิธีการอย่างไร หน่วยงานใด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ เดี๋ยวขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ ผมมีภาพประกอบจากพื้นที่จริงว่า ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร ให้เจ้าหน้าที่สไลด์ (Slide) ภาพไปเรื่อย ๆ ได้เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ตรงนี้ก็คือที่ชาวบ้าน ได้ทำขึ้นใหม่เอง เนื่องจากอาคารหลังเก่าปลวกกินหมดแล้วผุพัง ภาพถัดไปได้เลยครับ ภาพถัดไปอีกนะครับ นี่คือชุมชนชาวมอญบางกระดี่อยู่ในพื้นที่เขตบางขุนเทียนซึ่งจะเป็น พื้นที่เขตติดกับชายทะเลก็จะมีช่วงเวลาน้ำขึ้น แล้วเวลาน้ำขึ้นก็จะเอ่อนองไหลเต็มอยู่อย่างนี้ เครื่องดนตรีต่าง ๆ มีอายุ ๗๐ ปี ๖๐ ปี หรือบางชิ้นนำมาจากประเทศพม่าอายุกว่าร้อยปี ก็คือชาวมอญแต่ละท่าน แต่ละคนก็ได้นำเครื่องดนตรีที่สืบสานกันมาก็มารวมกันอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ชาวมอญบางกระดี่แห่งนี้ นี่คือภาพปัจจุบันเลยนะครับ เลื่อนไปอีกได้เลยครับ ก็เลยจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝากท่านรัฐมนตรีตรงจุดนี้น่าสืบสานแล้วก็น่าอนุรักษ์ไว้ ตามคำถามที่ผมได้ตั้งคำถามไว้ ๒ คำถามเมื่อสักครู่นะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้ได้ตั้งกระทู้ถามเฉพาะเจาะจง ในนามของรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมเรามีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องของการทำนุบำรุง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนโยบายในข้อ ๓ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรไปนะครับ ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้นำนโยบายหลัก สำคัญในข้อ ๓ ที่ว่านี้ในการทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมมาเป็นนโยบายในการบริหารราชการ ของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเราแบ่งกลุ่มนโยบายออกเป็น ๔ กลุ่มนโยบายด้วยกัน คือ ในหมวดหมู่ของนโยบายด้านการอนุรักษ์และสืบสานซึ่งเป็นเรื่องของงานในหน้าที่นโยบาย ของทางกระทรวงวัฒนธรรมที่ดูแลในเรื่องของงานที่เป็นประเพณีสำคัญรวมถึงโบราณ ราชประเพณีด้วย ในเรื่องของการมีแบบแผน เรื่องของการบันทึกเป็นจดหมายเหตุ เรื่องของ ประวัติศาสตร์ แล้วก็แบ่งออกเป็นมิติทั้งในเรื่องของด้านสถาปัตยกรรม ด้านการชำระ ประวัติศาสตร์ รวมถึงในเรื่องของการรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ ซึ่งเป็นนโยบายหลัก สำคัญของทางกระทรวงวัฒนธรรม อยากกราบเรียนท่านประธานสภาว่าในนโยบายข้อ ๒ ก็คือเรื่องของการรักษา เรามีนโยบายสำคัญในการสงวนรักษาทั้งในเรื่องของมรดกที่เป็น สมบัติของชาติ ในแง่ของถาวรวัตถุ รวมถึงมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ดังจะเห็นได้จาก การที่กระทรวงวัฒนธรรมได้นำเอากิจกรรมที่เป็นมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ของประเทศไทย นำไปขึ้นทะเบียนต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ใน ๒ กิจกรรมที่ผ่านมาก็คือโขนของไทย กับนวดแผนไทยที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ ของมวลมนุษยชาติ ในกลุ่มนโยบายที่ ๓ เป็นกลุ่มสำคัญคือการต่อยอดครับ จะเป็นการต่อยอด ในเรื่องของภูมิปัญญา เรื่องของนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดให้คนรุ่นปัจจุบันแล้วก็เตรียมสู่ อนาคตในเรื่องของการให้มีความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมที่ดีของไทย รวมถึงรักษาไว้ ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย ในกลุ่มนโยบายที่ ๓ คือเรื่องของการใช้หลักธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของประชาชนให้งานทางด้านศิลปะ ศาสนา วัฒนธรรมมีส่วนร่วมรับรู้ แล้วก็พัฒนาไปด้วยกันกับพี่น้องประชาชน

สำหรับในชุมชนมอญบางกระดี่นี้ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาตั้งกระทู้ถาม กราบเรียนท่านประธานว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมเรามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ ในงาน ด้านวัฒนธรรมมอญบางกระดี่นี้อยู่ ๓ หน่วยงานคือ ๑. กรมส่งเสริมวัฒนธรรมซึ่งเป็น หน่วยงานในระดับกรมของกระทรวงวัฒนธรรมที่เข้าไปส่งเสริมในเรื่องของเครือข่าย วัฒนธรรมทั่วประเทศ รวมถึงการเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยทั่วโลก รวมถึงเรามีสถาบัน วัฒนธรรมศึกษาเป็นงานที่ดำเนินการทางด้านวิชาการในเรื่องของการสืบค้นแล้วก็ทำงาน ด้านการวิจัยเกี่ยวกับงานด้านวัฒนธรรม ซึ่งในส่วนนี้สามารถที่จะเข้าไปสนับสนุนในส่วนของ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมอญ ทั้งพิพิธภัณฑ์ภาพมอญบ้านชวา พิพิธภัณฑ์ชุมชนมอญที่อยู่ที่วัดบางกระดี่ รวมถึงในส่วนของการเข้ามาสร้างองค์ความรู้ในส่วนของการต่อยอดในการทำให้พิพิธภัณฑ์ชุมชน สามารถเป็นที่รู้จัก รวมถึงได้มีเรื่องของการจัดวาง การจัดรูปแบบของการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ ให้มีรูปแบบที่สวยงามมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมนอกจากมีสถาบัน วัฒนธรรมศึกษาด้วยแล้วเรายังในส่วนของการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งในแต่ละปีทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มีการคัดเลือกในเรื่องของภูมิปัญญาไม่ว่าจะเป็น เรื่องของชิ้นงานทางด้านวัฒนธรรม ยกตัวอย่าง เรื่องของผ้าทอพื้นถิ่นต่าง ๆ เรื่องของ ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาประเทศไทยของเรา ฉะนั้น ในชุมชนวัฒนธรรมมอญที่ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถาม แล้วท่านประธานได้กรุณาบรรจุเป็น กระทู้ถามวันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องภารกิจโดยตรง

ในส่วนที่ ๒ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของพิพิธภัณฑ์ชุมชนมอญ บางกระดี่นี้ก็คือทางสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยเราทำงานร่วมกับสภาวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร ในที่นี้ย่อยลงไปอีกก็คือกราบเรียนท่านประธานว่าเราสามารถทำงาน ร่วมกับสภาวัฒนธรรมเขตบางขุนเทียนได้โดยตรง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาทางกรมส่งเสริม วัฒนธรรมก็ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเข้าไปสนับสนุนในกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงวัฒนธรรม จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานกับกรุงเทพมหานคร ทางสำนักงานปลัดก็มีการเข้าไป ประสาน กราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของการส่งเสริม ในเรื่องของการสนับสนุน งบประมาณร่วมจัดด้วยก็ได้เคยดำเนินการ เพราะฉะนั้นในส่วนของพิพิธภัณฑ์มอญวัดบาง กระดี่หรือว่าชุมชนบางกระดี่สามารถที่จะให้หน่วยงานเข้าไปสนับสนุนได้โดยตรง

หน่วยงานที่ ๓ ก็คือศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็น หน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานทางด้านวิชาการให้การ สนับสนุนเกี่ยวกับการจัดทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของงาน ศึกษาวิจัยด้านกลุ่มชาติพันธุ์ กราบเรียนท่านประธานว่าในภารกิจของศูนย์มานุษยวิทยา สิรินธร ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ที่ตลิ่งชันก็สามารถที่จะเข้าไปสนับสนุนในส่วนของการยกระดับ พิพิธภัณฑ์มอญบางกระดี่นี้ได้โดยตรง ซึ่งเรามีนักวิชาการที่ให้องค์ความรู้รวมถึงในเรื่องของ สนับสนุนด้านการจัดรูปแบบพิพิธภัณฑ์ กราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านสมาชิกได้กรุณา เก็บภาพกรณีที่เป็นปัญหาอุปสรรค รวมถึงภาพปัจจุบันในเรื่องของการจัดแสดง เรื่องของ พิพิธภัณฑ์ชุมชน ซึ่งส่วนตัวของกระผมเองนั้นยังไม่ได้มีโอกาสเดินทางไปชมแต่ก็ได้สืบค้น จากข้อมูลแล้วก็ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานปลัดได้ลงพื้นที่ ในส่วนของการเก็บข้อมูลนะครับ ขณะเดียวกันทั้ง ๓ หน่วยงานหลักของกระทรวงวัฒนธรรมอันได้แก่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ๓ หน่วยงานนี้ก็จะไป ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมตามที่ท่านสมาชิกท่านณัฐชาได้ตั้งกระทู้ถาม เรามีนโยบายในส่วนของการไปต่อยอดส่งเสริมในเรื่องของพิพิธภัณฑ์มอญชุมชนบางกระดี่นี้ ได้อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องเรียนว่าในเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศไทยเรามี หลากหลายชาติพันธุ์ทั้ง ๔ ภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติพันธุ์มอญนั้นมีอาศัยอยู่ทั่ว ประเทศถึง ๓๗ จังหวัด ชุมชนชาติพันธุ์มอญที่คนทั่วไปรู้จักหลัก ๆ ก็จะเป็นชาติพันธุ์มอญ พระประแดง ชาติพันธุ์มอญเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ชาติพันธุ์มอญที่สามโคก จังหวัดปทุมธานี แม้กระทั่งในกรุงเทพมหานครก็คือที่บางขุนเทียน บางกระดี่นี้ก็เป็นชุมชน ที่อยู่เป็นกลุ่มแล้วก็ยังคงหวงแหนรักษาประเพณีแล้วก็วิถีชีวิตแบบมอญอยู่ อีกเขตหนึ่ง ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ค้นพบก็คือจะมีชุมชนมอญเล็ก ๆ ซึ่งเล็กกว่าบางกระดี่อยู่ที่ เขตลาดกระบังก็อยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งก็เป็นชุมชนมอญเล็ก ๆ ที่มีวิถีชีวิตลักษณะ เดียวกันก็คือเรียบง่ายอิงหลักพระพุทธศาสนา รวมถึงประเพณีสำคัญชาวไทยเชื้อสายมอญ ก็จะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการแต่งกาย การนุ่งผ้าถุง สุภาพบุรุษก็จะมีผ้าขาวม้า สุภาพสตรีก็จะมีสไบซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายมอญ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาสอบถามนั้น กระทรวงวัฒนธรรม ขอเรียนตอบกระทู้ถามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาถามก็คือเรามีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของการ สนับสนุนชุมชนชาวมอญบางกระดี่โดยภารกิจและนโยบายโดยตรงด้วย ซึ่งในสิ่งที่ดำเนินการ ที่ผ่านมาเราได้ทำการเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลในส่วนของการเผยแพร่ผ่านศูนย์มานุษยวิทยา สิรินธร (องค์การมหาชน) ซึ่งได้มีข้อมูลสำหรับพิพิธภัณฑ์มอญบ้านบางกระดี่นี้แล้วอยู่ใน คลังข้อมูล ซึ่งเราได้เผยแพร่ออกไปในเว็บไซต์ (Web site) ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร แต่ในส่วนของท่านสมาชิกที่ได้กรุณามีภาพถ่ายประกอบในส่วนของการถามกระทู้ ทาง กระทรวงวัฒนธรรมก็จะได้มอบหมายให้ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเข้าไปประสานกับทาง ผู้อำนวยการศูนย์โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านบางกระดี่ต่อไป กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นก็อยู่ตรงนี้ละครับ เชิญท่านณัฐชาครับ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ขอเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยนะครับ ก็ขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้ง ๓ หน่วยงาน แล้วก็ขอเรียนเชิญนะครับ เมื่อสักครู่จากคำตอบที่ว่ายังไม่ได้ ไปเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ก็ขอเรียนเชิญที่บางขุนเทียนนะครับ ขอเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง ว่าโครงการที่เห็นได้ชัดเลยว่าจะสนับสนุนยกตัวอย่างที่ประเทศมาเลเซียที่ผมได้ยกตัวอย่าง เมื่อสักครู่นี้ คือประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ราว ๆ ๑๙ ชาติพันธุ์ แล้วก็มีกลุ่มถิ่นฐานเดิมที่ยัง ไม่ได้บรรจุเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เรามีวัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างที่เป็นเอกลักษณ์และสามารถ ชูขึ้นมาในการทำรายได้ให้กับประเทศได้ แล้วก็หากเรามีโครงการที่เห็นได้ชัดว่าจะส่งเสริม ชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้เป็นเอกลักษณ์เป็นอีกหนึ่งมุมมองของชาวต่างชาติได้เข้ามาเยี่ยมชม หรือชาวไทยด้วยกันเองได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ในวันว่างในวันหยุด โครงการที่เป็นแนวทาง ที่จะนำมาสู่ซึ่งถ้าเกิดชาวบ้านที่อยู่เขาหวงแหนวัฒนธรรม สืบสานวัฒนธรรมอย่างนี้ แล้วเขาได้มีรายได้ด้วยมันก็จะยิ่งยั่งยืนถาวรสืบไป ก็จึงจะขอสอบถามเพิ่มเติมในส่วนของ โครงการที่จะเห็นได้ชัดของทางกระทรวงว่ามีโครงการไหนที่จะสนับสนุนแบบนี้เลยหรือไม่ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกท่านณัฐชาผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งกระทู้ถามนะครับ สำหรับโครงการที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้มีการดำเนินการอยู่ทุก ๆ ก็คือโครงการในเรื่อง ของการส่งเสริมเครือข่ายทางวัฒนธรรมเพื่อต่อยอดในการพัฒนาเศรษฐกิจหรือว่าโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เราเรียกตัวย่อภาษาอังกฤษว่าซีพอต (CPOT) ซึ่งในส่วนนี้จากที่ได้รับทราบข้อมูลจากชุมชนมอญบางกระดี่ก็จะมีในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ชุมชนจากชุมชนบางกระดี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องดนตรี เรื่องของเครื่องจักรสาน เรื่องของแส้ แส้ที่ทำจากจาก รวมถึงอาหารที่เป็นพื้นถิ่นของชาวมอญบางกระดี่ก็สามารถ ที่จะเข้ามาสู่โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราจะมีตั้งแต่การให้ความรู้เรื่องของการทำบรรจุภัณฑ์ เรื่องของการแนะนำเรื่องการตลาดให้ แม้กระทั่งในเรื่องของโครงการมหกรรมวัฒนธรรม ที่ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้จัดตลาดวัฒนธรรมเหมือนเป็นถนนคนเดินทุก ๆ วันศุกร์ ที่บริเวณลานข้างศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ก็จะได้มีการประสานผ่านไปยังท่าน ส.ส. และท่านผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมมอญบางกระดี่ให้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาร่วมในการออก กิจกรรมได้ รวมถึงในเรื่องของการที่เราจะได้มีการเข้าไปให้คำแนะนำในเชิงวิชาการเกี่ยวกับ การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ชาวมอญบ้านบางกระดี่ รวมถึงในเรื่องการประสานกับ กรุงเทพมหานครเกี่ยวกับเรื่องของการป้องกันและบรรเทาในเรื่องของน้ำทะเลหนุน ภารกิจ ในส่วนนี้ในฐานะที่เป็นส่วนราชการด้วยกัน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเราสามารถ ที่จะเป็นหน่วยงานส่งผ่านในเรื่องของความเดือดร้อนของเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ได้รับ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือภัยคุกคามด้านอื่นได้ด้วย มิใช่แต่ในเรื่องของการส่งเสริมงาน รูปแบบทางด้านกิจกรรมหรือสิ่งที่เป็นเนื้อแท้ของวัฒนธรรมอย่างเดียว ก็สามารถที่จะเป็น ผู้ประสานงานกลาง แล้วในปัจจัยอย่างหนึ่งก็คือในส่วนของงบประมาณ กิจกรรมที่เรา สามารถพัฒนาเครือข่ายหรือว่าเราจะมีในเรื่องของการสนับสนุนกิจกรรมประเพณี ที่เป็นวัฒนธรรมของชาวมอญบ้านบางกระดี่ได้ก็คือเทศกาลช่วงสงกรานต์ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ ต้นเดือนเมษายนไปจนถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ก็จะมีโครงการในเรื่องของการส่งเสริม ในเรื่องประเพณีขึ้นปีใหม่ของชาวมอญด้วย นอกเหนือจากประเพณีหลักที่พระประแดง ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้เข้าไปสนับสนุนร่วมกับทางจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ในพื้นที่ บางขุนเทียนก็จะได้มีการสนับสนุนต่อยอดต่อไป ครั้งนี้ก็ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ที่อาศัยอยู่ แล้วก็ประเพณีดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นการกินแกงรวม อันนี้ก็เป็นประเพณีที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน ก็จะเป็นประเพณีของชาวมอญที่บางกระดี่ตรงนี้ กราบเรียนท่านประธานว่าเป็นนโยบาย สำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรมก็จะร่วมกับชุมชนในการที่จะพัฒนาต่อไป สรุปก็คือเรามีนโยบาย ในการสนับสนุนคนมอญโดยตรงครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านณัฐชานะครับ ก็จบกระทู้ถามที่ ๐๒๕ นี้ แล้วก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี และทุกฝ่ายที่กรุณามาตอบกระทู้ถามนี้ ก็จบกระทู้ถามแยกเฉพาะครับ ขอบพระคุณนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

เนื่องจากสมาชิกได้สอบถามมากเรื่องวันที่ ๒ มกราคม ก็เลยเรียนด้วยวาจา ว่าวันที่ ๒ มกราคมได้หารือกับท่านผู้นำฝ่ายค้านแล้วก็ผู้ควบคุมเสียงทุกฝ่าย ก็มีความเห็น ร่วมกันว่าให้งดประชุม จึงจะแจ้งการงดให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนวันพรุ่งนี้ประชุมตามปกติ นะครับ ขอให้สมาชิกได้กรุณามาพร้อมกันด้วย เพราะว่าจะเป็นวันสุดท้ายของการประชุม ในปี ๒๕๖๒ ผมขออนุญาตไปเรื่อง

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

เรื่องด่วน

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชาในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เนื่องจากเรื่องนี้มีผู้เสนอญัตติในทำนองเดียวกันเข้ามาอีก มีญัตติเพิ่มเข้ามา รวมทั้งหมด ๕ ญัตติ ก็จะรวมเป็น ๖ ญัตติ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและตรวจสอบ การนำกัญชา กัญชง ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ (นายเทพไท เสนพงศ์ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาการใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบครบวงจร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ (นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)

(เรื่องตามระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑-๕ ตามกลุ่มที่ ๔ (ญัตติด่วน) พิจารณา ต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒)

ญัตติด่วนของนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ซึ่งยังไม่บรรจุระเบียบวาระ และจะแจกเอกสารต่อไป

รวมทั้งหมดก็จะเป็นญัตติทำนองเดียวกัน ๖ ญัตติ ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ถ้าสมาชิกไม่คัดค้านก็จะขอมาพิจารณาร่วมกันครับ และจะได้เปิดโอกาสให้สมาชิก แต่ละญัตติได้มีการอภิปรายต่อไป โดยญัตติแรกของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชาในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร คลองสาน ธนบุรี บางกอกใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ได้บรรจุญัตติด่วนของผม เรื่อง การขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบผลกระทบของการใช้กัญชาในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย เหตุผลและหลักการในการที่ผมได้ยื่นตั้งญัตตินี้ขึ้นมานะครับ เพราะว่า ผมยื่นญัตตินี้ไปเมื่อประมาณ ๔ กรกฎาคมปีนี้ กว่าจะเข้าก็ปลายปีพอดียังทันปีนี้ ตอนนั้น รัฐบาลก็ได้มีมติเห็นชอบในร่างของกฎกระทรวงของการขออนุญาตและการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ เฉพาะกัญชา พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอมา มีการรับหลักการไว้แล้ว ซึ่งผมเห็นว่า เรื่องเหล่านี้เองเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควรสำหรับกัญชาในประเทศไทยที่เราจะเริ่มมีการใช้ อย่างถูกกฎหมาย ผมคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ที่ปลอดภัยทั้งการเกษตร ที่ประชาชนจะได้ผลประโยชน์เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ การลงทุนในประเทศจากต่างชาติที่นำ โนว์ฮาว (Know-how) มาด้วย ซึ่งคาดว่าการลงทุนนั้นจะมีมูลค่ามหาศาลทั้งจากภาครัฐ และเอกชนเอง เกิดเป็นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องมากมาย ด้วยเหตุนี้เองผมจึงใช้ อำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ในการยื่นกระทู้ถามนี้ ซึ่งเหตุผลเดี๋ยวผมจะได้อภิปรายไป มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า เรื่องนี้น่าจะไปตั้งเป็นอนุกรรมาธิการหรือไม่ ผมบอกเลยว่าถ้ามองในมุมแค่การแพทย์ สามารถทำได้ แต่ผมไม่มองอย่างนั้นครับ ผมมองในแง่ของเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม และการแพทย์ รวมถึงเรื่องอัตลักษณ์ต่าง ๆ ด้วย กัญชาเปรียบเสมือนทองคำสีเขียว สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในผืนแผ่นดินไทยของเราเองแต่เราได้ละเลยมันมานาน เราได้ใส่ร้ายมัน ในช่วงหนึ่ง ในช่วงสงครามเวียดนามตามประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตกลง วันนี้หลาย ๆ ประเทศในโลกนี้ได้ปลดล็อกมันแล้วและใช้ประโยชน์มันอย่างเต็มที่ ประเทศไทยก็จะเป็น ประเทศแรกในอาเซียน (ASEAN) ที่ปลดล็อกและใช้ประโยชน์ ออกกฎหมายเกี่ยวกับ การใช้ประโยชน์ของกัญชาซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นสิ่งที่ก้าวหน้ามากสำหรับประเทศเรา และมีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่เราจะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ เพราะประเทศไทยเอง มีทั้งมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลที่มีนักวิจัยที่มีคุณภาพ มีภาคแรงงาน ทางการเกษตร และอุตสาหกรรมที่พร้อม มีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในการให้เข้ามาลงทุน และมอบโนว์ฮาว (Know-how) ให้เราด้วยนะครับ และที่สำคัญที่สุดเลยครับท่านประธาน เรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานเกี่ยวกับการใช้พืชสมุนไพรและกัญชาทางการแพทย์ ถ้าย้อนกลับไปถึงสมัยก่อนเราย้อนไปดูที่พระนารายณ์มหาราชก็ได้เขียนตำรับตำราไว้ อันนี้เป็นลายลักษณ์อักษรไปดูกันได้นะครับ ทำไมมันเป็นเรื่องใหญ่นักหรือที่ผมต้องมาตั้งญัตติ ผมอยากให้ข้อมูลกับท่านประธานฝากไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ธุรกิจกัญชาทั่วโลกตอนนี้ สถิติ ปี ๒๐๑๗ มีมูลค่ากว่า ๖ ล้านล้านบาทต่อปี เยอะกว่างบประมาณประเทศเราที่เรา ไฟต์ (Fight) กันอยู่ห้องข้างบน ซึ่งคาดกันว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น ๒ เท่า คือ ๑๒ ล้านล้านบาทต่อปี ประเทศไทยเราจะขึ้นขบวนรถไฟนี้ไปกับเขาหรือเปล่าครับ รถไฟปู้น ๆ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเองประเทศเดียวธุรกิจรายย่อยที่เกิดขึ้นจากการให้ออก กฎหมายเกี่ยวกับการใช้กัญชาทำธุรกิจกัญชามีถึง ๙,๖๗๘ ราย อันนี้ยังไม่ทั้งประเทศ สหรัฐอเมริกานะครับ เพราะมีบางรัฐเท่านั้นเองมีผู้ใช้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาถึง ๕๕ ล้านคน จากประชากร ๓๐๐ กว่าล้านคน ประเทศอื่นเขาทำอะไรอยู่บ้างครับ อย่างประเทศอิตาลี ประเทศเยอรมันก็เริ่มเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมกัญชาแล้ว ประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ประเทศที่มี กัญชาเป็นพืชพื้นเมืองเลยด้วยซ้ำนะครับ อย่างประเทศออสเตรเลีย นโยบายของรัฐเองก็ ตั้งใจครับว่าวันหนึ่งจะเป็นผู้นำการผลิตกัญชาทางการแพทย์ของโลก ประเทศไทยจะได้รับ ประโยชน์อะไรจากตรงนี้บ้างครับ ผมก็อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน และชาวกัญชาชนทุกท่านนะครับให้ได้เข้าใจถึงจุดนี้ อย่างแรกที่เราจะได้เห็นชัด ๆ ครับ คือเรื่องของการเกษตรจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถมาทดแทนพืชเศรษฐกิจ เดิม ๆ ได้ ทั้งนี้อยู่ที่เราจะปลูกให้ได้คุณภาพเพื่อไปใช้ทางการแพทย์หรือไม่ หรือว่าเราจะ วางแผนเพื่อให้ใช้ความหลากหลายเพื่อสันทนาการ ทั้งนี้รัฐเองโดยกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ควรจะให้ความรู้กับเกษตรกรอย่างพอเพียง และตอนนี้ที่ดังมากก็คือเรื่อง การแพทย์ การแพทย์ตอนนี้ก็เข้าใจว่าใช้ได้ในตำรับโบราณ แต่ตอนนี้เรื่องน่าเป็นห่วงของผม ก็คือ ประชาชนส่วนใหญ่ในเขตผมเองด้วยที่ผมไปมาเจออาม่าคนหนึ่งอายุ ๘๕ ปีแล้วครับ ลูกสาวทำรองเท้าขายในเขตผมก็ใช้กัญชาครับ แต่ผมถามว่าใช้กี่หยด บ้านนี้บอก ๑ หยด บ้านนั้นบอก ๒ หยด เอามาจากไหน เอามาจากอาจารย์โน้นอาจารย์นี้ กูรูคนนั้นคนนี้ มาตรฐานอยู่ตรงไหนครับ ตรงนี้ถ้าเราจะใช้เป็นเกรด (Grade) การแพทย์แล้วเราควรจะมี มาตรฐานที่ดี ประโยชน์ต่อไปที่เราจะได้ก็คือในเชิงของอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นกัญชาหรือ กัญชงซึ่งเพื่อนสมาชิกผม ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์และธัญญ์วารินจะมาอภิปรายเพิ่มเติมนะครับ อุตสาหกรรมกัญชงหลัก ๆ ก็ได้จากการใช้เส้นใยในการทอเครื่องนุ่งห่ม ทอผ้าเม็ดพลาสติก (Plastic) และฉนวนกันความร้อน แต่ตรงนี้ก็ติดปัญหาครับที่ทำให้ผมสงสัยและยื่นญัตตินี้ ขึ้นมาว่าประโยชน์ในการปลูกกัญชงกัญชาเพื่อประชาชนจริงหรือ เคยออกกฎมานะครับว่า ห้ามมีสารทีเอชซี (THC) ต่ำกว่า ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้กัญชงสัญชาติไทยหรือ พันธุ์ไทยก็คือมีสารทีเอชซี (THC) อยู่ที่ ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากฝากตรงนี้นะครับ ใครที่ได้ อยู่ในกรรมาธิการนี้ก็ฝากไปดูแลกฎระเบียบเรื่องกัญชงตรงนี้ด้วย สิ่งที่ผมคิดว่าอาจจะ น่ากลัวนะครับ ประโยชน์ต่อไปอาจจะดูน่ากลัวนิดหนึ่งอาจจะขัดต่อความรู้สึก แต่อยากให้ฟัง ผมก่อน คือเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ ซึ่งอย่างที่เราคิดกันทั่ว ๆ ไปก็คือการสูบ แต่ก่อนเขาบอกมึนเมาไม่ยอมไปทำงาน แต่ต่างประเทศบางประเทศอนุญาตให้ใช้ ทางสันทนาการได้ครับ แล้วผู้ประกอบการรายย่อยเขาก็นำไปสกัดเป็นสารมานะครับ ทำขนมบ้างทำของกินบ้างเอาไปใส่เป็นเครื่องเทศบ้าง ผมเชื่อว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหลายร้าน ในประเทศไทยก็น่าจะใช้สูตรกัญชาเหมือนกันนะครับ ซึ่งการสันทนาการนำพามาสู่ การท่องเที่ยวเชิงกัญชาครับ ผมฝันนะครับว่าวันหนึ่งในฐานะมัคคุเทศก์เก่าที่แต่ก่อนพาฝรั่ง ไปเที่ยวภาคเหนือกับภาคใต้อย่างเดียวเลย วันหนึ่งเราอาจจะมีการจัดโซนนิง (Zoning) กัญชาเพื่อการสันทนาการที่จังหวัดเลยหรือจังหวัดหนองคาย หรือจังหวัดนครพนม ซึ่งแต่ก่อนแต่เดิมแล้วเป็นพื้นที่ปลูกกัญชาชื่อดังที่เรียกว่า ไทยสติก (Thai Stick) ที่ในช่วง สงครามเวียดนามทหารอเมริกัน ทหารอเมริกันก็ได้มาพักผ่อนมาสูบกัญชาจนดังไปทั่วโลกถึงขั้นส่งออกกัญชานครพนม ไปเป็นล่ำเป็นสันจนเป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องแบน (Ban) การใช้กัญชาเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และสุดท้ายประโยชน์ของกัญชาที่ประชาชนจะได้รับก็คือที่ทุกคนจะมีความเท่าเทียมกัน ในเรื่องของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งเพื่อนสมาชิกของผมคุณณัฐพลก็จะมาอภิปราย เกี่ยวกับการใช้กัญชงในวัฒนธรรมของชาวชาติพันธุ์นะครับ นอกจากนี้กัญชาจะสร้างงาน มหาศาลตั้งแต่ระดับเกษตรกร ผู้รับซื้อ ผู้ขายปุ๋ย ผู้ทำอุปกรณ์ในการแปรรูป ผู้แปรรูป ยันไปด้านบนก็คือเป็นผู้ขนส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก พนักงานประจำร้านค้าปลีกต่าง ๆ จะเพิ่มงานจำนวนมากให้กับประเทศได้ ถึงตรงนี้ทุกท่านอาจจะถามว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้ รัฐได้อะไร ท่านประธานครับ สิ่งที่รัฐจะได้อย่างชัดเจนในการที่ปลดล็อกกัญชามาให้ถูก กฎหมาย ก็คือการที่รัฐจะได้ภาษีเพิ่มเป็นฐานภาษีใหม่ เป็นการที่เอาธุรกิจเทา ๆ ขึ้นมา บนดินเสียเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเรา ทั้งภาษีโดยตรงจากใบอนุญาต และการเก็บจากกัญชา รวมถึงภาษีเงินได้ส่วนบุคคลที่เรียกเก็บจากพนักงานในอุตสาหกรรมนั้น ๆ และประโยชน์ที่คาดไม่ถึงแต่ได้แก้ปัญหาในหลายประเทศ คือการลดลงของอาชญากรรม ของแก๊งอาชญากรต่าง ๆ ที่ใช้ธุรกิจกัญชาเป็นแหล่งเงินทุนสร้างความรุนแรง และยังเป็นการ ช่วยลดผู้ต้องขังในเรือนจำในประเทศได้ที่มีมากกว่า ๕,๐๐๐ คนที่ต้องโทษด้วยกัญชา เป็นการลดภาระของรัฐในการต้องดูแลคนเหล่านั้นข้อเสียมันก็ย่อมมีครับ ผมไม่ได้มาพูดบอก ว่าโอเค (OK) วันนี้พูดเสร็จปั๊บไม่ต้องรับผิดชอบอะไรไปสูบกันให้ตามสบาย ไม่ใช่ครับ หลาย ๆ ประเทศมีการปลดล็อกกัญชาย่อมมีการควบคุมแน่นอน ผมถามวันนี้ว่าประเทศไทย เราจะเอาแบบไหน เราจะเอาแบบแคลิฟอร์เนีย โมเดล (California Model) หรือไม่ ที่อนุญาตใช้เพื่อการแพทย์ ใช้เพื่อรักษาอาการและอนุญาตให้ปลูก ๖ ต้นที่บ้านด้วย เราจะเอาแบบประเทศอุรุกวัยหรือไม่ที่มีการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ในการใช้ทั้งสถานการณ์และ การแพทย์ แต่ทั้งหมดนั้นรัฐทำเอง รัฐเป็นผู้กำหนดราคาเอง รัฐเป็นผู้ปลูกเองและขายในร้านยา ของรัฐกำหนดเอง เราจะเอาเพื่อการท่องเที่ยวแบบอัมสเตอร์ดัม โมเดล (Amsterdam Model) หรือไม่ คือเอาไปเลยกัญชาที่ไหนจะเข้ามาในอัมสเตอร์ดัมไม่รู้ที่มาหรอกครับ แต่เข้ามาในอัมสเตอร์ดัมแล้วก็ถือว่าถูกกฎหมายเจ๊ากันไป มีคอฟฟีชอป (Coffee Shop) มากมาย มีผลสำรวจว่านักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวกรุงอัมสเตอร์ดัม ๑ ใน ๔ ต้องไปทดลองกัญชา วันหนึ่งคนมากรุงเทพฯ ก็อาจจะไปสูบกัญชาริมน้ำมองวัดอรุณก็อาจจะเป็นไปได้นะครับ หรือเราจะเอาแบบประเทศแคนาดาไหมครับที่ปลดล็อกทั้ง ๒ แบบแล้ว แล้วก็มีกฎหมาย ควบคุมที่ชัดเจน โดยกฎหมายนั้นส่งเสริมนักลงทุน ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย แต่คำนึง หลักการคือการใช้ที่ปลอดภัยและควบคุมใกล้ชิดโดยเฮลท์แคนาดา (Health Canada) ประเทศไทยเราจะเอาแบบไหนครับ คำถามนี้ผมไม่ทราบ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ผมอยากตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ขึ้นมาศึกษาเพื่อจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพื่อจะไปบอกพี่น้องชาวไทยได้ เราจะเอาแบบเป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ไหมครับ คือการที่เราทดลองแต่ละที่ว่าเราทำ ที่ไหนบ้าง อย่างไรบ้าง เอาไปเลยที่จังหวัดสกลนครเอาแคลิฟอร์เนีย โมเดล (California Model) ไป ที่จังหวัดอุดรธานีเอาอุรุกวัยโมเดล (Uruguay Model) ไป จะเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่เราต้องคุยกัน เพราะผมคิดว่าการที่เรามาคุยกันโดยทุกภาคส่วนมาคุยกันให้หาข้อสรุปชัดเจน จะทำให้ ประชาชนชาวไทยได้เข้าใจมากขึ้นและไม่หวาดกลัวกับสิ่งนี้เหมือนที่ได้รับปลูกฝัง มาอย่างยาวนาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ให้ร่วมสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของกัญชานี้ ที่ผมได้ยื่น ผมอยากชวนท่านมาเป็นอิฐก้อนแรกของวงการกัญชาในประเทศไทยครับ เรามาเป็นอิฐก้อนแรกที่วางแล้วมันตรง เราไม่อยากเป็นอิฐก้อนแรกที่วางแล้วมันเอียง ตั้งแต่ต้น แล้ววันหนึ่งมันจะเป็นปัญหาของประเทศเรา ผมฝันว่าคนใช้กัญชาในอนาคต จะรู้สึกปลอดภัยเพราะเขามั่นใจว่ารัฐได้รับรองว่ากัญชาที่เขาใช้ปลอดภัย ผมฝันว่าเกษตรกร จะได้ลืมตาอ้าปากจากการได้ปลูกกัญชาที่มีคุณภาพและรัฐได้ส่งเสริมเขา ผมฝันว่า ผู้ประกอบการจะมีโอกาสได้เข้าถึงใบอนุญาตกัญชาและได้ประกอบการธุรกิจกัญชา โดยมีความฝันเล็ก ๆ ของเขา ไม่สำคัญว่าเขาจะรวยหรือจนเขาเป็นนายทุนมโหฬารหรือไม่ และได้แข่งขันกันอย่างเท่าเทียม และสุดท้ายผมฝันว่าประโยคของการปลดล็อกกัญชานี้ จะเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเรียนหลักการ อย่างนี้นะครับว่าผู้เสนอกี่ท่านก็ตามแต่ถือว่าแต่ละญัตตินั้นมีผู้เสนอมีสิทธิเสนอที่ไม่จำกัด เวลาได้ท่านเดียวนะครับ ผู้เสนอไม่จำกัดเวลาแต่ท่านประเมินเองก็แล้วกัน ส่วนการเสนอนั้น ผมเคยเรียนท่านเมื่อสัปดาห์ก่อนว่ามีสมาชิกผู้ใหญ่ในที่นี้ประท้วงว่าการเสนอญัตติต้องอ่าน ญัตติที่ท่านเสนอแล้วท่านก็มีสิทธิอภิปรายได้ไม่เหมือนกระทู้ถามที่ไม่ต้องมีการอภิปราย กรณีนี้จึงขอแนะนำไม่บังอาจไปสอนอะไรนะครับ แต่ว่าแนะนำมาเพื่อไม่ให้สมาชิกลุกขึ้นมา ประท้วงว่าผู้เสนอญัตติไม่ได้อ่านญัตติตัวเองคืออภิปรายไปยืดยาวแต่ไม่ได้ลงญัตติตัวเองก็ เรียนว่าญัตติต่อไปขอแนะนำว่าท่านย่อญัตติของท่านเองหรืออ่านญัตติที่ท่านเสนอได้ ขอให้ ทำเป็นตัวอย่างเพราะผมเห็นด้วยกับผู้ประท้วงเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนที่ประท้วงว่าการเสนอ ญัตติผู้เสนอไม่ได้มีการพูดถึงญัตติตัวเองลุกขึ้นอภิปรายเลย เพราะฉะนั้นเจ้าของญัตติผู้เสนอ กรุณาทำให้เป็นแบบอย่าง คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นแบบอย่างได้นะครับ เชิญครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและตรวจสอบ การนำเข้ากัญชา กัญชง ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญคุณสุรวิทย์ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นพิจารณาศึกษาปัญหา การนำกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งกระผมขอสรุปญัตติว่าเนื่องจากปัจจุบันมีการใช้ กัญชาไปในเรื่องของทางการแพทย์ในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยซึ่งจะมีทั้งข้อดี และข้อเสียจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นพิจารณาศึกษาข้อดี ข้อเสียเปรียบเทียบ และทำให้เป็นรูปแบบของประเทศไทยต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ กัญชาเป็นพืช ท้องถิ่นในหลายประเทศเป็นที่รู้จักและใช้กันมานาน เชื่อว่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปีเศษมาแล้ว แต่ที่เป็นหลักฐานให้เห็นนั้นประมาณ ๘,๐๐๐ ปีที่สาธารณรัฐเช็กได้ใช้กัญชาในรูปแบบของ การใช้เส้นใยในการผลิตภาชนะต่าง ๆ ประมาณ ๖,๐๐๐ ปีมาแล้วประเทศจีนเคยใช้กัญชา เป็นผู้ริเริ่มใช้กัญชาในด้านของการรักษาโรค ในประเทศอินเดียก็ได้ใช้กัญชาในเรื่องของ การรักษาโรค แต่ได้ใช้เพิ่มอีก คือเชื่อว่ากัญชาเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ ใช้ใบใช้ดอกกัญชาในการที่จะไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากกัญชามีฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดดเด่นในเรื่องของทำให้ อารมณ์ขบขัน บางทีขบขัน ยิ้ม หัวเราะโดยไม่มีเหตุผลนะครับ ตาแดง ยิ้มครับ มีอารมณ์ดี จนทำให้เกิดปัญหาตามมาเพราะบางคนเสพกัญชาแล้วไปขับขี่ยวดยานหรือไปทำงาน ก็ขาดสติทำให้เกิดปัญหา จนได้มีการออกเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ ได้กำหนดเอากัญชาไว้ในยาเสพติดประเภทที่ ๕ จากการศึกษาพบว่ามีสาระสำคัญอยู่ใน กัญชาคือสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายกับสารสื่อประสาท สารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) มีในร่างกายของมนุษย์เรียกว่าเอนโดแคนนาบินอยด์ (Endo cannabinoid) ส่วนที่มีในกัญชานั้นก็เป็นสารโครงสร้างคล้ายกัน มีเป็น ๕๐,๐๐๐ กว่าชนิด แต่ที่สำคัญที่พบก็คือเตตราไฮโดรแคนนาบินอยด์ (Tetrahydrocannabinoid) หรือทีเอชซี (THC) และแคนนาบิไดออล (Cannabidiol) คือซีบีดี (CBD) เราจะพูดถึงสาร ๒ ตัวนี้เป็นหลัก เมื่อพูดถึงกัญชา สารทีเอชซี (THC) เป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทค่อนข้างมาก มากกว่า สารซีบีดี (CBD) ซึ่งซีบีดี (CBD) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ในลักษณะเป็นยาบำรุงบ้าง เป็นคล้ายเมกะที (MEGA-T) บ้างนะครับ แล้วก็มีสารอื่น ๆ ที่เป็นส่วนประกอบ เป็นสารที่มีทั้งผลกระตุ้นต่อ ระบบประสาท มีทั้งผลยับยั้งจนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสารปรับสมดุลในระบบประสาทนะครับ ซึ่งบางคนก็มาใช้ในเรื่องของบุคคลที่รักษาด้วยสารเคมีรักษามะเร็งแล้วจะมีอาการซึมเศร้า มีอาการเหนื่อยเพลีย เบื่ออาหาร พอให้สารกัญชาควบคู่เข้าไปปรากฏว่าซึมเศร้าลดลง รับประทานอาหารได้มากขึ้น เหมือนกับมีความหวังขึ้นนะครับ จึงมีการพูดถึงว่าสารกัญชานี้ มีผลต่อมะเร็งซึ่งก็เป็นการศึกษาที่ออกมามากมายครับ อย่างไรก็ตามฤทธิ์ของสารในกัญชานั้น จะโดดเด่นในเรื่องของการแก้ปวดนะครับ ลดอาการเจ็บปวด บางครั้งใช้ในเรื่องของโรค ลมชักในเด็กที่ดื้อยา พอมาให้กัญชาเข้าไปปรากฏว่าได้ผลดีขึ้น มาใช้ในเรื่องของโรคหอบหืด ก็ได้ผลในบางคนครับ ที่เห็นชัดเจนคือช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ลดอาการเบื่ออาหารครับ สารสกัดจากกัญชาในปัจจุบันได้ใช้รักษาโรคในหลายประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ บางมล รัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลาย ๆ ประเทศ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกรับรองว่า กัญชาไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ปัจจุบันยูเอ็น (UN) หรือองค์การสหประชาชาติ ก็ยังถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติด ซึ่งในการพูดดังกล่าวนั้นมันก็เหมือนกับว่าต้องดำเนินการ อย่างระมัดระวังเพราะประเทศไทยก็เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ มีพันธกรณี ที่จะต้องปฏิบัติตามภารกิจขององค์การสหประชาชาติอยู่นะครับ สารอีกตัวหนึ่งคือกัญชง กัญชงเป็นพืชสายพันธุ์ใกล้เคียงกันหรือสายพันธุ์เดียวกันกับกัญชา แต่กัญชงอาจจะต้น สูงกว่า ใหญ่กว่า แต่มักจะใช้ไปในเรื่องของเส้นใย ในเรื่องของการที่ไปทำภาชนะต่าง ๆ สารที่มีในกัญชง ก็เช่นเดียวกับในกัญชาแต่แตกต่างกันตรงปริมาณ ในกัญชงจะมีสารซีบีดี (CBD) ค่อนข้างสูง สูงกว่าทีเอชซี (THC) แต่ในกัญชาจะมีสารทีเอชซี (THC) สูงกว่า ทีเอชซี (THC) เกี่ยวกับ พวกสมองประสาทแต่ว่าซีบีดี (CBD) จะเน้นไปในเรื่องของการเป็นสารบำรุงบ้าง ในเรื่องของ อาการอื่น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับในปัจจุบันมีการใช้เมล็ดของกัญชงไปสกัดออกมาเป็น อาหารเสริมบ้าง ไปช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันบ้าง บางวิจัยบอกว่าช่วยลดเกี่ยวกับความดันโลหิต ลดไขมันซึ่งก็ยังจะต้องศึกษากันต่อไป หลายการศึกษานำไปใช้ในเรื่องเกี่ยวข้องกับ เครื่องสำอาง ในปัจจุบันที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่ากัญชา กัญชงยังเป็นสารเสพติดประเภทที่ ๕ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ ในปีนี้เอง เป็นการเปิดโอกาสให้ใช้กัญชา กัญชง เกี่ยวกับทางการแพทย์แต่ก็มีข้อกำหนด มีกฎกระทรวง มีหลาย ๆ ระเบียบต่าง ๆ ที่จะควบคุม ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และในปัจจุบันนี้ยังมีคนมองไปว่าเมื่อ หลายประเทศได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เมื่อผ่อนปรนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ การใช้กัญชา ก็มากขึ้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อม พร้อมทั้งด้านงานวิจัย การเรียนการสอน พร้อมทั้งด้านเกษตร พร้อมทั้งด้านการแพทย์ เรามีพืชกัญชาพันธุ์ดีอยู่ในประเทศไทย และสามารถที่จะปรับปรุงพันธุ์ให้ตามที่ตลาดโลกหรือตลาดในเมืองไทยต้องการ เพราะฉะนั้นหลายคนมองว่าในอนาคตอันใกล้ถ้าประเทศไทยได้มีการศึกษา ได้มีการปรับปรุง กฎเกณฑ์ระเบียบต่าง ๆ ให้สามารถศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชา เกี่ยวกับกัญชง ซึ่งก็อาจจะเลย ไปถึงกระท่อมก็จะทำให้เราได้กัญชาคุณภาพดี ได้กัญชาที่เรียกว่าตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น ที่จะไปแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามในทางการแพทย์ปรากฏว่ามีรายงาน ออกมาว่าระยะที่เราพูดเรื่องกัญชามากขึ้นนี้มีคนไข้ที่มีอาการวูบ อาการปวดศีรษะ อาการ วิงเวียนไปรับการรักษามากขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะมองไปได้ว่า คุณภาพของกัญชานั้นอาจจะไม่ดี เพราะว่าคุณภาพกัญชาแต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกัน การปลูกกัญชาในระบบปิด การปลูกกัญชาในระบบเปิดก็อาจจะแตกต่างกัน แล้วสายพันธุ์ ของกัญชา การสกัดกัญชาต่าง ๆ ก็อาจจะแตกต่างกัน บางคนเข้าใจผิดว่าถ้าใช้กัญชาแล้ว จะไม่ต้องไปใช้ร่วมกับยาอื่น ยกตัวอย่างเช่นรักษามะเร็งอยู่ รักษามะเร็งด้วยยาเคมี แล้วมีอาการซึมเศร้า พอได้ยากัญชาเข้าไปดีขึ้นก็ไปหยุดยาเคมีต่าง ๆ ที่เคยใช้ที่จำเป็น ใช้แต่กัญชาอย่างเดียว ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอทำให้เกิดผลร้ายกับบุคคลนั้น เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าในปัจจุบันประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่เราพร้อมทุกด้าน ด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร ด้านการวิจัย แล้วก็มีพืชพันธุ์ดีอยู่ในประเทศไทย และการใช้ ต่าง ๆ นั้นถ้าได้รับการศึกษาหาแนวทางที่จะนำประโยชน์มาใช้ให้มาก ป้องกันลดโทษ ให้ได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็ยังเชื่ออีกว่ากัญชานั้นก็คือยาเสพติด เป็นยาเสพติด ที่อาจจะเป็นสะพานสืบทอดไปสู่ยาเสพติดชนิดร้ายแรงต่อไปได้ โดยเริ่มจากกัญชาแล้วก็ ต่อไปถึงยาประเภทรุนแรง ถ้าเราได้มีมาตรการได้ศึกษามาตรการต่าง ๆ ในการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงหรือผลกระทบในทางไม่ดีก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กระผมจึงขอท่านสมาชิกได้โปรดให้การสนับสนุนในการให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการใช้กัญชา กัญชง ในทางการแพทย์ ต่อไป ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณหมอครับ คุณหมอเสนอภายในเวลา ๑๒ นาที ก็ทบทวน ต่อไป

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ (นายเทพไท เสนพงศ์ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญคุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ เนื่องด้วยปัจจุบันพืชกระท่อม เป็นพืชพื้นถิ่นที่สามารถพบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศไทย สามารถใช้เป็น ยาแผนโบราณแล้วก็ใช้เป็นพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้นั้น พบว่าคนใต้มีวิถีชีวิต ที่เกี่ยวกับพืชกระท่อมมานานทั้งใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค เคี้ยวใบกระท่อมเพื่อให้ตื่นตัว ในการทำการเกษตร ปัจจุบันพืชกระท่อมเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปจากสื่อต่าง ๆ เมื่อเริ่ม กลายเป็นประเด็นปัญหาเชิงสังคมในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลประมาณการว่า มีผู้ใช้ใบกระท่อมในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากกฎหมายที่ยังมี ข้อจำกัดในการใช้ใบกระท่อมของประชาชนเป็นจำนวนมาก ควรที่จะมีการศึกษาเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การแก้ไขปัญหาพืชใบกระท่อมอย่างเป็นระบบตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ต้องเรียนกับท่านประธานครับว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่ผมเสนอมาตั้งแต่วันที่เข้ามาทำหน้าที่ เป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวเขต ๓ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมภูมิใจที่ได้พูดเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นการ รอคอยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนคนใต้ที่อยากจะเห็นปัญหา ของเขาได้นำสู่สภาผู้แทนราษฎร ระหว่างที่ผมลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนทุกครั้งและ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีฤดูกาลหาเสียงก็ได้พบกับพี่น้องประชาชนในวงสภากาแฟครับ ท่านประธาน ส่วนใหญ่สภากาแฟภาคใต้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือที่บ้านท่านประธาน ก็เช่นเดียวกันครับ มีวิถีชีวิตที่ไม่แตกต่างกัน นั่นคือเช้าขึ้นมาก็เคี้ยวใบกระท่อมกินกับกาแฟ เพราะมันเป็นวิถีชีวิตที่ปฏิบัติกันมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษนะครับท่านประธาน แต่ปัญหา ที่เขาพบก็คือว่าเมื่อพืชใบกระท่อมอยู่ในบัญชีของยาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตาม กฎหมาย อันนี้ก็ไม่ว่ากันนะครับท่านประธาน แต่ว่าในขณะเดียวกันประชาชนที่เดือดร้อน ก็คือว่าเขาก็ถูกจับกุมแล้วก็นำไปที่โรงพักแล้วก็ไปเสียค่าปรับ ๕ ใบ ๑๐ ใบ ก็ต้องเสียค่าปรับ เป็นหมื่นบาทครับ พี่น้องประชาชนคนที่บริโภค เป็นยาสมุนไพรเขาก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ แล้วก็เสียค่าปรับครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาจะต้องทำงานวันละ ๓๐๐ บาท อีกกี่วันถึงจะคุ้มกับที่ต้องเสียค่าปรับ ผมก็เลยนำเรื่องนี้ ขึ้นมาซึ่งสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ของสภา เพื่อที่จะให้สภาได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะปลดล็อกพืชใบกระท่อม ให้ออกจากบัญชียาเสพติด วันนี้เป็นวันคริสต์มาสของพี่น้องชาวคริสต์ถือว่าเป็นวันดี ของพี่น้องชาวคริสต์ และอีกไม่กี่วันก็ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ ผมขอพูดเรื่องนี้ในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยและเป็นของขวัญให้กับพี่น้องชาวคริสต์ เรียนกับท่านประธานเลยนะครับว่าวิถีชีวิตคนใต้เรื่องบริโภคพืชใบกระท่อมเป็นสมุนไพร มีมานานมาก ผมเกิดมาก็เห็นแล้วล่ะครับ ผมเกิดที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่ที่เหมือนกับ ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของพืชใบกระท่อมแล้วก็แพร่หลายมีอยู่ทุกบ้าน เพราะมีความเชื่อว่า พืชใบกระท่อมคือยาชูกำลัง คือยาขยัน คนที่กินใบกระท่อมสามารถดูได้เลยว่าเป็นคนขยัน ทำงานสู้แดด เพราะฉะนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะใช้พืชใบกระท่อม เมื่อก่อนเราไม่มี ยาชูกำลังประเภทกระทิงแดง ลิโพวิตันดี คาราบาวแดงหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีครับ ท่านประธาน ภูมิปัญญาชาวบ้านเขาใช้พืชใบกระท่อมนี่ล่ะไปทำงานก็พกไปคนละห่อ ๒ ห่อ พอคนลุ่มน้ำปากพนังลี้ภัยเศรษฐกิจ หนีภัยเศรษฐกิจจากพื้นที่ยากจนในลุ่มน้ำปากพนังไปอยู่ ในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่าชนะ บ้านของท่าน ส.ส. ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หรือจะไปแถวลำทับ แถวกระบี่ คลองท่อม เขตพื้นที่ของ ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หรือจะไปที่ไหนก็แล้วแต่ถ้าเป็นคนลุ่มน้ำปากพนัง สิ่งที่เขาพกไปด้วยคือต้นกระท่อมครับ เอาไปปลูกและเลยแพร่หลายในภาคใต้จำนวนมาก แต่ว่าถ้ามากที่สุดก็จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านผมละครับท่านประธาน เยอะมากครับ นี่เป็นวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำปากพนัง หลายคน บริโภคแล้วเห็นว่ามันมีประโยชน์จริง ๆ ก็เลยเป็นที่มาของความนิยมในเรื่องการบริโภค พืชกระท่อม ต้องเรียนกับท่านประธานว่าพืชกระท่อมเป็นพืชที่มีมาในภาคใต้เป็นเวลานาน เพียงแต่ว่ามันเป็นพืชภูมิปัญญาชาวบ้าน เราไม่ได้คิดค้นหรือว่าศึกษาว่าในทางวิทยาศาสตร์ พืชกระท่อมมันมาอย่างไร จริง ๆ แล้วพืชกระท่อมเป็นพืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า มิตราไจนา สเปซิโอซา คอร์ท (Mitragyna Speciosa korth) จัดอยู่ในตระกูลรูเบียซีอี (Rubiaceae) ซึ่งเขาบอกว่าเป็นพืชที่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็มีอยู่ ๓ สายพันธุ์ ประเทศไทยเรา ๓ สายพันธุ์ ก็คือแตงกวาแล้วก็พันธุ์ยักษาใหญ่ หรือก้านแดง แต่ว่าสำหรับ พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังหรือภาคใต้เราที่เห็นกันอยู่ก็คือมีอยู่ ๒ ประเภท คือพืชใบกระท่อมที่เรา เรียกว่าก้านแดงกับก้านเขียว ปักษ์ใต้เขาบอกว่ากินก้านแดงแหลงคนเดียว กินก้านเขียว คนเดียวก็แหลงได้ นั่นก็คือหมายความว่าก้านเขียวคือกินแล้วก็เหมือนกัน ก็หมายความว่า ชูกำลังเหมือนกัน เขาเลยพูดเป็นภาษาชาวบ้านว่า กินก้านเขียวคนเดียวก็แหลงได้ กินก้านแดง แหลงคนเดียว นี่คือพืชใบกระท่อมที่เพื่อนสมาชิกที่มาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคกลาง อาจจะไม่คุ้นเคย หลายคนเขาถามผมว่า ส.ส. เทพไทจะปลดล็อกพืชกระท่อม จะปลดล็อกอย่างไร กระท่อมเป็นอย่างไร เขาเข้าใจว่ากระท่อมปลายนาครับท่านประธาน เขาก็เข้าใจว่าขนำหรือกระต๊อบ แต่ว่าจริง ๆ พืชกระท่อมเป็นพืชสมุนไพรแล้วก็มี คุณประโยชน์ ต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าพืชกระท่อมเป็นพืช ภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วก็มีประโยชน์จริง ๆ เห็นชัดว่าคนกินกระท่อมแก้โรคความดัน แก้โรคเบาหวาน แก้โรคกระเพาะ โรคปวดเมื่อย แก้ไอ ผมเคยลองมาแล้ว แก้ไอก็คือ เอาใบกระท่อมใส่น้ำตาลเข้าไปแล้วก็เคี้ยว ไอหายครับท่านประธาน ทดสอบแล้วว่าหายจริง แล้วก็แก้บนได้อีก บ้านท่านประธานจังหวัดตรังผมไม่แน่ใจว่าเวลาเขาบนของหาย หรือว่าเส้นเจ้าที่เจ้าทางจะใช้ใบกระท่อมด้วยหรือเปล่า แต่ว่าสำหรับบ้านผมเอาใบกระท่อม มาแก้บนของหาย ของสูญหายใช้ใบกระท่อม เข้าโรงครูหมอโนรา ไหว้ครูเขาใช้ใบกระท่อม กับเหล้าขาว นี่ก็เห็นว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนบริโภคจริง ๆ เป็นยาขยัน ท่านประธานสังเกตได้เลยครับ อย่างอื่นกินไปแล้วขยันไม่ขยันผมไม่ทราบ แต่ว่าใบกระท่อม กินปั๊บจะเห็นได้ชัดว่าหลังจากกินแล้วเข้าไปในสวนยางถางร่องยาง ตัดทางปาล์ม ตัดหญ้าให้วัว กลับถึงบ้านก็ยังขยันครับ แม่บ้านชอบขยันทำการบ้าน เพราะฉะนั้นพืชใบกระท่อมต้องเรียน กับท่านประธานเลยว่ามีสรรพคุณเยอะจริง ๆ แต่ว่าเราติดล็อกเรื่องกฎหมาย ในขณะที่ ต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาก้าวหน้า เขาพัฒนาผลิตเป็นแคปซูล ผลิตเป็นยา ที่จะขาย ที่จะจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ผมคิดว่าสำหรับเมืองไทยถ้าหากว่าเราปลดล็อกพืช กระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็ออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ เราสามารถทำได้เลยครับ ผลิตเป็นกระท่อมแคปซูลหรือกระท่อมหลอด หรือ กระท่อมกาแฟ หรืออะไรก็แล้วแต่บรรจุเป็นแพ็กเกจจิง (Packaging) ส่งไปขาย ผมเห็นจาก ตัวอย่างของประเทศต่าง ๆ ที่ไปเจอมา เห็นได้ชัดว่าเขามีการแปรรูปเพิ่มมูลค่าของ พืชกระท่อมแล้วก็ขาย แล้วก็เป็นที่นิยมของผู้บริโภคจำนวนมาก เพราะฉะนั้นประเทศไทยเรา แหล่งผลิตพืชกระท่อมมีปลูกอยู่แพร่หลาย ถ้าเราใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือ องค์การเภสัชกรรมอะไรเหล่านี้ขึ้นมา แล้วก็มาผลิตให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ผมคิดว่า น่าจะเป็นรายได้ให้กับประเทศจำนวนไม่น้อยเลยครับท่านประธาน แต่สิ่งที่สังคมหวาดกลัว ก็คือว่า ปัญหาของใบกระท่อมในขณะนี้ที่เป็นปัญหาที่หลายคนกังวลว่าไม่ควรที่จะเอา ออกจากบัญชียาเสพติด นั่นก็คือกรณีของวัยรุ่นที่ทำต้ม ๔ คูณ ๑๐๐ ที่เขาเรียกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วถ้าพืชกระท่อมใบเพรียว ๆ ใบเขียว ๆ เป็นสมุนไพรจะไม่มีปัญหาเลย แต่พอมาประดิษฐ์เป็นวิจิตรพิสดารขึ้นมา ใช้สูตรต่าง ๆ นานาตามที่วัยรุ่นเขาคิดมา ๔ คูณ ๑๐๐ นั่นก็คือสูตรที่เขาพูดกันก็คือว่าต้องมีโค้ก ต้องมีใบกระท่อม ต้องมียาแก้ไอ ต้องมีหลอดไฟที่ใช้ผงหลอดไฟผสมกัน ๔ อย่าง เขาเลยเรียกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ถ้าหากว่า เราจะเอาความผิดใบกระท่อม เพราะใบกระท่อมเป็นสารตั้งต้นของ ๔ คูณ ๑๐๐ ผมว่า ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่บริโภคกระท่อม เพราะสารตั้งต้นของ ๔ คูณ ๑๐๐ ไม่ได้มีกระท่อม อย่างเดียว ต้องมีโค้ก มีเป๊บซี่ด้วย มันมียาแก้ไอด้วย มันมีหลอดไฟด้วย ถ้าจะเอาความผิดจากสารตั้งต้นใบกระท่อมถ้าอย่างนั้น ฝ่ายราชการต้องไปปิดโรงงานผลิตโค้กด้วย โรงงานผลิตเป๊ปซี่ด้วย โรงงานผลิตยาไอด้วย เพราะเหล่านี้คือสารตั้งต้น จริง ๆ มันไม่ได้ผิดที่สารเหล่านี้มันผิดที่มนุษย์เราคนเราที่นำ สิ่งเหล่านี้มาผสมกันมาทำสูตรให้มันพิสดารให้มันเป็นโทษกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น บางกลุ่มคิดไกลไปขนาดนั้นอีก นอกจาก ๔ คูณ ๑๐๐ ที่ผมบอกว่าส่วนผสมมี ๔ อย่างแล้ว บางคนไปเอาขี้เถ้าผีตายโหงผสมเข้าไปอีก ดูแล้วเป็นความเชื่อว่ากินแล้วมันมีกำลังวังชา กินแล้วมันมีอภินิหารอะไรขึ้นมาในทำนองอย่างนั้น ผมเลยต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมสนับสนุนการที่จะให้มีการปลดล็อกกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็พัฒนา ให้เป็นสินค้าส่งออก ปัญหาในขณะนี้ต้องเรียนกับท่านประธานว่าที่พี่น้องประชาชนพบอยู่ ก็คือว่าพี่น้องประชาชนถูกจับกุมจากการบริโภคพืชใบกระท่อมและจากการพกพาจำนวนมาก ถ้าท่านประธานดูรายงานของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดที่เสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเมื่อสมัยประชุมที่แล้วเห็นได้ชัดเลยว่าคดียาเสพติดภาค ๘ ภาค ๙ สูงลิ่วเลย แล้วไปดูในรายละเอียดที่สูงส่วนใหญ่ก็เป็นยาเสพติดประเภทกระท่อมทั้งนั้น เพราะฉะนั้นประเภทกระท่อมพอจับแล้วมันจับง่าย เช้าขึ้นมาถ้าจะจับเอาสถิติเพื่อเสนอ ผู้บังคับบัญชาไม่ต้องไปไหนหรอกครับ ไปรอดักที่ไซต์ (Site) งานต่าง ๆ ที่โครงการก่อสร้าง แล้วก็ไปโบกรถปิกอัพ แล้วก็เรียกคนงานลงมาแล้วก็ค้นดู แน่นอนเจอแน่แต่ละคน ๙ ใบ ๑๐ ใบ ๒๐ ใบ เจอแน่นอน เลยเป็นที่มาที่ว่าพืชใบกระท่อมจับง่าย พอเป็นยาเสพติด ก็จะเป็นประเภทที่จะทำให้เพิ่มสถิติหรือรางวัลค่าปรับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น ผมนี่เห็นใจจริง ๆ พี่น้องประชาชนบอกกับผมเลยถ้าหากว่าวันไหนถูกตำรวจจับ ถ้าตำรวจใจดี ให้ใบกระท่อมไปเขาก็ปล่อยเขาถือว่าอะลุ่มอล่วยกัน นี่ไม่ได้นินทาเลยแล้วก็ไม่ได้กล่าวหาเลย ไปดูบนโรงพักท่านประธานผมว่าไม่น้อยตำรวจที่กินใบกระท่อมด้วย พกใบกระท่อมด้วย กินใบกระท่อมด้วย ผมลงพื้นที่บางคนบอกว่า ส.ส. ช่วยหน่อยรีบปลดล็อกให้ไว ๆ หน่อย ตอนนี้เดือดร้อน พอตำรวจจะทำผลงานปั๊บจับใบกระท่อมกำลังเคี้ยวอยู่ครับ บีบคอให้คาย ออกมาเพื่อจะเอาของกลาง พอจะเอากากออกมาเป็นของกลาง นี่ชาวบ้านมาบ่นกับผมเลย เพราะวันนี้ผมถือโอกาสนี้พูดปัญหาชาวบ้านให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ได้ยินว่าผมได้ นำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาพูดในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพราะฉะนั้นแนวทางแก้ไข ของเรื่องนี้ครับ ผมต้องเรียนว่าอันดับแรกต้องแก้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ซึ่งอันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ให้กลับไปทบทวนไปดูหน่อย ๒. ปลดออกจากประกาศบัญชียาเสพติดประเภท ๕ อันนี้ ก็อยู่ในบัญชีของกระทรวงสาธารณสุขเช่นเดียวกันครับ

ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติด ๗ ฉบับในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม เมื่อสักครู่นี้ผมได้พบกับท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านก็เรียนกับผมว่าเรื่องนี้ท่านก็ สนใจแล้วก็รู้ว่าประชาชนให้ความสนใจที่ติดตามและประชาชนก็เดือดร้อน ท่านก็บอกว่า กระทรวงยุติธรรมได้ถอดออกมาแล้วและได้ปรับปรุงแล้วกำลังจะนำเข้า ครม. เพื่อจะ ขออนุมัติซึ่งผมก็อยากจะให้ไว ๆ ครับ ซึ่งผมเข้าใจความรู้สึกของคนบริโภคกระท่อมจริง ๆ ถ้าท่านประธานดูผลโพลล์ (Poll) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์ ถามพี่น้องประชาชนว่าเห็นด้วยกับการปลดล็อกพืชใบกระท่อมหรือไม่ ไม่น่าเชื่อเลยครับ ท่านประธานเห็นด้วยกับการปลดล็อกพืชกระท่อม ๗๖ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เห็นด้วยมีแค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ วันนี้ถ้าเราปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ให้โทษประเภท ๕ ออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษปี ๒๕๒๒ ก็จะได้อานิสงส์ต่อพี่น้อง ประชาชนคนภาคใต้หรือคนภาคอื่นที่รับประทานกระท่อม ที่กินกระท่อมเป็นยาสมุนไพร และที่ลึกไปกว่านั้นก็คือว่า ผมก็ได้สอบถามว่ามีนักโทษที่ติดคดียาเสพติดใบกระท่อมก็อยู่ใน เรือนจำนับหมื่นคน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าเราแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็จะเป็นเรื่อง ที่ดีมาก เมื่อสักครู่ก่อนที่ผมจะขึ้นอภิปรายเรื่องนี้ต่อท่านประธานก็ได้มีท่านอาจารย์คนหนึ่ง ได้ส่งไลน์มาให้ผมเพื่อที่จะอ่านให้กับท่านประธานได้ฟังเรื่องประโยชน์ของพืชใบกระท่อม ซึ่งอาจารย์อยู่ที่ตลาดชะเมา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านบอกว่าใบกระท่อมเป็นยาสมุนไพร วิถีไทยชาวใต้ใช้ได้ผล แก้เบาหวานลดความดันเลือดไหลวน เมื่อไอกรนช่วยได้ให้บรรเทา แก้โรคงูสวัดชะงักนัก ถ้ารู้จักนำมาใช้ไม่โง่เขลา เราอย่ากินจนลืมตัวจนมัวเมา ให้พวกเรากิน กันวันละ ๒ ใบ คือถ้ากินวันละ ๒ ใบก็คงจะอายุยืนและคงจะมีประโยชน์ครับท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านเทพไท ใช้เวลาในฐานะผู้เสนอ ๒๐ นาที แต่ว่าผมขออนุญาตให้พวกเราไปให้ครบทุกฉบับ แล้วก็ ตามเสนอที่เมื่อสักครู่นี้คืออ่านญัตตินะครับและจะเป็นประโยชน์เพราะว่าเรื่องนี้ผมยืนยันว่า คุณหมอชลน่านเป็นคนประท้วงอยู่วันก่อนแล้วผมก็เห็นด้วยว่าญัตติโดยทั่วไปต้องอ่านญัตติ อย่างที่ทำเมื่อสักครู่นี้ ๒ ท่านนี้ถูกต้องแล้วครับ ญัตติที่ ๔ นะครับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานครับ ขวามือครับ ผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขวามือท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบคุณ คุณเทพไทที่ได้กรุณาเสนอญัตติเรื่องของการปลดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เรื่องนี้ เป็นประโยชน์มาก ผมไม่ได้คัดค้านไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ แต่ว่าอยากจะ มาเพิ่มเติมในข้อมูลต่าง ๆ และถ้าหากว่าท่านเห็นว่าในส่วนที่ผมได้พยายามจะเอาข้อมูลมา แบ่งปันเพื่อทำความเข้าใจทั้งหมดแล้ว ถ้าจะไม่ตั้งคณะกรรมาการวิสามัญก็สุดแท้แต่ในเรื่องนี้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ ต้องให้ ญัตติแต่ละญัตติได้ผ่านไปก่อนครับ หลังจากนั้นยินดีที่รัฐมนตรีจะเป็นผู้หนึ่งที่ให้ความเห็น เรื่องนี้ ต้องขอบพระคุณครับ ตอนนี้ขออนุญาตญัตติก่อนนะครับ

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาการใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบครบวงจร (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

เชิญคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมจะปฏิบัติตามที่ท่านประธานได้ให้คำแนะนำ ผมและคณะท่านนายแพทย์ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา เป็นผู้ร่วมกันเสนอญัตติ และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมากได้ร่วมรับรองญัตติ ขอให้เสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา การใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบครบวงจร กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ จากความตื่นตัวเรื่องกัญชาในประเทศไทยนั้นได้รับความสนใจ จากประชาชนเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่มีการประกาศในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ กัญชา แคนนาบิส ซาติวา (Cannabis sativa L.) เป็นพืชสมุนไพรมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย มีสารออกฤทธิ์มากกว่า ๔๐๐ ชนิด มีสาระสำคัญคือสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) โดยมีสารเดลต้า ๙ เตตราไฮโดรแคน นาบินอล (Tetrahydrocannabinoids) หรือเรียกว่า ทีเอชซี (THC) และแคนนาบิไดออล (Cannabidiol) ซีบีดี (CBD) เป็นสาระสำคัญ กัญชาเป็นพืชที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ใช้รักษาการเจ็บป่วยเรื้อรังในผู้ใหญ่ คลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด อาการ กล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคลมชักที่รักษายากในเด็กและลมชัก ที่ดื้อยา ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล ส่วนกัญชง เฮมป์ (Hemp) มีลักษณะภายนอกแตกต่างจากกัญชา มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinoids) ที่น้อยกว่า เมล็ดกัญชงมีโปรตีนสูงและน้ำมันในเมล็ดกัญชง มีกรดไขมันโอเมก้า ๓ ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดเดียวกันกับที่พบในน้ำมันปลา กระท่อม มิตราไจ นา สเปซิโอซา คอร์ท ฮาวิล (Mitragyna Speciose Korth. Havil.) มีสรรพคุณแก้ท้องเสีย ปวดเบ่ง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ท้องเสีย ท้องเฟ้อ ท้องร่วง นอนไม่หลับ ทำให้นอนหลับระงับ ประสาท พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดให้กัญชา กัญชง และกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก เว้นแต่กรณี เพื่อประโยชน์ทางราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการวิจัย การพัฒนา ทั้งนี้ ให้รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ได้มีกระแสการนำกัญชา กัญชง กระท่อมไปใช้เพื่อการอื่นในทางการแพทย์ เช่น กัญชาเพื่อ ความบันเทิง กัญชาเพื่อเศรษฐกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาการ ใช้กัญชา กัญชง กระท่อมอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ควบคุม อันจะเป็นประโยชน์ทางด้านสุขภาพของประชาชน อย่างยั่งยืน ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์ ประชาชน สำคัญของแผ่นดิน และ มีความมั่นคงของประเทศในทางเศรษฐกิจดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลรายละเอียดขออภิปรายในสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปราย เสริมตามคำแนะนำของท่านประธาน ผมคงจะพูดอภิปรายใน ๓ หัวข้อ คือ

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของความเป็นมา วิถีชีวิต บริบทของกัญชา กัญชง รวมทั้ง ฤทธิ์และการออกฤทธิ์ โทษ ประโยชน์ของทั้งหมด

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องกฎหมายที่บังคับ และมีร่างกฎกระทรวงอีก ๓ ฉบับ ซึ่งฉบับที่ ๑ ที่ ๒ นั้นได้รับหลักการไปแล้ว ฉบับที่ ๓ กำลังฟังความคิดเห็น แล้วก็มีอนุสัญญา อีก ๓ ฉบับที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ขออนุญาตเข้าสู่การอภิปรายครับ

ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าในปัจจุบันนี้กระแสของการใช้กัญชานั้น เป็นกระแสที่ค่อนข้างแรง แล้วก็ในอดีตนั้นเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙ ก็คือคริสต์ศักราช ๑๘๐๑-๑๙๐๐ การใช้กัญชานั้นต้องเรียนว่ามีสาร ๒ ตัวที่สำคัญที่ผมได้กล่าวไปแล้วก็คือ เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinoids) หรือทีเอชซี (THC) ซึ่งต่อไปผมจะ อภิปรายว่าเป็นทีเอชซี (THC) มีฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง และทำให้เสพติดได้ มีกระตุ้น มีอาการประสาทหลอน มีอาการผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม และเพลิดเพลิน อยากอาหาร ลดอาการ คลื่นไส้อาเจียน นอนหลับสนิท ส่วนสารที่ ๒ ก็คือสารซีบีดี (CBD) ก็คือแคนาบิไดออล (Cannabidiol) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการรักษาในเรื่องของการเจ็บปวดทำให้อาการสงบ รักษาโรคมะเร็ง ชักเกร็งคลื่นไส้ โรคจิตและในส่วนอื่น ๆ สิ่งสำคัญก็คือเราไม่ทราบว่าสารที่ใช้ปริมาณของ ทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) นั้นมีอัตราส่วนมากน้อยอย่างไร เพราะฉะนั้นในการรักษา จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยและกำหนดอัตราส่วนที่แน่นอน ทางการแพทย์ที่รักษาโรคได้หลาย โรคเช่น ที่เรียนกล่าวนำไปแล้ว เช่น โรคลมชัก โรคภาวะเกร็ง โรคพาร์กินสันที่มีอาการสั่น โรคที่กระตุ้นให้ทานอาหารได้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยเอชไอวี (HIV) ระยะอาเจียน ผู้ป่วยมะเร็ง รักษาอาการปวดจากมะเร็ง มะเร็งท่านประธานครับ ขณะนี้มีมากถึง ๓๙๐ กว่าคนต่อวัน เสียชีวิตวันหนึ่ง ๒๑๕ คน ปัญหาที่สำคัญคือผู้ป่วยไม่กล้าพบแพทย์ ถึงพบแพทย์แล้วก็บอกว่ากลับบ้านใช้คอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) ผู้ป่วยก็หาที่พึ่งไม่ได้ ถ้าไม่เกิดกับตัวเองหรือครอบครัวก็ไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นสับสนและต้องหาที่พึ่งก็ต้องไปใช้ น้ำมันกัญชา ซึ่งหยด ๒ หยดแล้วทำให้อาการดีขึ้นก็จะทำให้เขารู้สึกว่ามีความสุขยืดอายุ ถึงแม้ว่าจะรักษาหายหรือไม่หายก็ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำและสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ โรคเกี่ยวกับปวดทางปลายประสาท อาการอื่น ๆ รวมทั้งเครียด

ข้อเสียของกัญชานั้นคือเป็นโรคจิตเพิ่มขึ้นอีก ๓.๙ เท่า ทำให้เกิดฆ่าตัวตาย ๒.๕ เท่า โดยเฉพาะจะเป็นโรคซึมเศร้าทำให้เกิดติดกัญชา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้สมองฝ่อ มีผลต่อปัญญา ผิดปกติ โดยเฉพาะสมองของเด็ก ปัญหาการเรียนรู้ สมาธิ ความจำสั้น เส้นเลือดในสมองตีบ ความสัมพันธ์กับหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ มะเร็งอัณฑะ และที่สำคัญ คือเพิ่มความเสี่ยงต่อการลดสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญภูมิคุ้มกัน ก็บกพร่องแล้วก็ติดเชื้อได้ง่าย ท่านประธานครับ กัญชานั้นต้องเรียนว่าคนตั้งครรภ์ก็มีส่วน โดยเฉพาะที่ตั้งครรภ์ทำให้สมองพัฒนาในช่วงต้น ๆ ลำบาก ผลกัญชานี้มีปัญหานะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องกัญชงและกระท่อม ซึ่งเมื่อสักครู่มีผู้อภิปรายไปพอสมควรแล้ว ขออนุญาต สรุปว่ากัญชงก็คล้ายกัญชาแต่สารทีเอชซี (THC) นั้นน้อยกว่าและฤทธิ์น้อยกว่าและไปทำ อย่างอื่นได้เช่นที่ผมนำเรียนนะครับ เอาไปสกัดเป็นน้ำมันเป็นสารอื่นมากมาย ส่วนกระท่อมนั้น ต้องบอกว่าเป็นลักษณะที่ทำให้แก้อาการปวดท้อง แก้ตำรับยาได้ถึง ๗ ชนิด และเป็นวิถีชีวิต อย่างที่ท่านเทพไท เสนพงศ์ ได้กล่าวในภาคใต้ เพราะฉะนั้นจึงเรียนว่าได้มีการพิจารณา ในการดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะทางกระทรวงยุติธรรมก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่า สมควรที่จะให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหมาะสมสมควรในการกำหนดให้กระท่อม เป็นยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งอยู่ในช่วงของการดำเนินการ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่า กฎหมายที่ใช้อยู่ตรงนี้ เริ่มแรกเดิมทีมีกฎหมายที่ดูแลทั้งหมด ๖ ฉบับ ๗ ฉบับ เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๔๖๕ ปี ๒๔๗๙ ปี ๒๕๐๒ ปี ๒๕๐๔ ปี ๒๕๑๘ ๕ ฉบับ และกฎหมายเกี่ยวกับกัญชานั้น ปี ๒๔๗๗ กฎหมายกระท่อมนั่นก็คือตั้งแต่ปี ๒๔๘๖ หลังจากนั้นพอปี ๒๕๒๒ ก็มีการยกเลิก เป็นการรีไวส์ (Revise) ใหม่ แล้วก็มีกฎหมายฉบับที่ ๑-๗ คือปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๖๐ จนถึงปี ๒๕๖๒ ฉบับที่สำคัญคือฉบับที่ ๗ นี้ล่ะครับที่เราใช้พิจารณาคือ ฉบับปี ๒๕๖๒ ในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะว่ากฎหมายทั้งหมดนี้เนื่องจากมีการผ่อนปรน ในหลายเรื่อง ดังนั้นคิดว่าเป็นมิติใหม่ในเรื่องของการที่จะใช้กัญชากับสารเสพติดทั้งหมดนี้ มาใช้ในทางการแพทย์ และขณะนี้ก็มีการร่างกฎกระทรวง ขึ้นมาอีก ๓ ฉบับ ซึ่งฉบับแรกก็คือฉบับเรื่องการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับการโฆษณา ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕ เฉพาะกัญชา ซึ่งขณะนี้ร่างอยู่ในชั้นกฤษฎีกา และรอ ประกาศราชกิจจานุเบกษา แต่ฉบับที่ ๒ เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็คือร่างกฎกระทรวงอนุญาตผลิต นำเข้าส่ง ออก จำหน่าย มีไว้ครอบครอง ซึ่งยาเสพติดในโทษกัญชา ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของ รัฐมนตรีลงนามแล้ว แล้วก็ส่งไปยังกฤษฎีกา ซึ่งมีการพิจารณาในหลายเรื่องโดยเฉพาะผม อยากจะพูดถึงว่าคุณสมบัติแล้วก็สารกัญชานั้น ผมเป็นห่วงคนที่ใช้ ถ้ากัญชาไม่บริสุทธิ์ มีสารปนเปื้อนนั่นหมายถึงว่าเอาโทษเอาพิษเข้าไปเสริมให้กับคนที่ได้ใช้ แล้วก็เป็นห่วง ที่นี่ก็มี ข้อกำหนดผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีการสุ่มวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบหาปริมาณสาระสำคัญ ในกัญชา เช่น ซีบีดี (CBD) และทีเอชซี (THC) สารปนเปื้อนโลหะหนักหรือสารอื่น ๆ ในการ ปลูกทุกครั้งตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะว่าถ้าไม่มีการกำหนดตรงนี้ ไม่ว่าปลูกที่ไหนแล้ว เอามาใช้ แล้วปรากฏว่าผลร้ายนั้นมากกว่า สุดท้ายก็มีกฎของสหประชาชาติ ยูเอ็น (UN) ทั้งหมดมี ๓ ฉบับที่ควบคุมดูแลตรงนี้อยู่ เพราะฉะนั้นในการที่เราเป็นสนธิสัญญากับ ต่างประเทศนั้นเราก็ต้องเชื่อแล้วก็ปฏิบัติตามไม่อย่างนั้นเราก็จะถูกเขากำหนดแล้วโอกาส ที่เขาจะสั่งเรื่องของการใช้ยาต่าง ๆ ก็จะมีผลร้ายกลับมานะครับ ซึ่งมีใน ๓ ฉบับนั้น ตั้งแต่ ปี ๑๙๖๑ ปี ๑๙๗๑ ปี ๑๙๗๗ ซึ่งก็คงจะได้นำมาพิจารณาต่อไป วันนี้คงจะสรุปว่ามิติ ของการดูเรื่องกัญชา กัญชง กระท่อมนั้นมีหลายมิติ มิติที่สำคัญที่ ๑ ก็คืออยากให้คนที่ใช้นั้น ได้สารที่บริสุทธิ์แล้วก็เป็นประโยชน์ไม่มีปนเปื้อน อันที่ ๒ ก็คือผมอยากให้ในเรื่องของการใช้นั้น อย่าให้ถูกนำไปใช้ในส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์แล้วก็จะเกินเลยในเรื่องของปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น ปรากฏว่ามีงานวิจัยคนที่ใช้กัญชานั้นไปใช้ในงานบันเทิง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ใช้ในการรักษาแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นอยากเน้นในเรื่องของการรักษา การดูแล นอกจากนั้นก็อยากจะ ให้ดูในเรื่องของการที่คนเข้าใจผิดโดยเฉพาะคิดว่ามีข่าวออกมาว่าสามารถปลูกได้ แล้วก็ หลายรายที่ไปปลูกแล้วก็ถูกจับดำเนินคดี ตรงนี้สภาผู้แทนราษฎรก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะบอกว่าขณะนี้ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ ที่ยังอยู่ในการดูแล ผู้ที่จะปลูกได้นั้นต้องมี คุณสมบัติ ๑ ใน ๗ ข้อ ข้อหนึ่งก็คือส่วนของราชการนั้นเราเข้าใจ อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนที่ ทำงานเกี่ยวกับภาคราชการหรือสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนที่มีการจดทะเบียนแล้วมีการ ควบคุมดูแลกันชัดเจน นี่คือส่วนที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่ายังปลูกไม่ได้นะครับ นอกจากนั้น นอกจากนั้นในเรื่องของการที่จะบอกว่ากัญชานั้นอยากให้ป้องกันการรั่วไหลไปใช้ทางอื่น สุดท้ายก็ต้องเรียนว่ามันเป็นบริบทของประเทศที่มีการเปลี่ยนไป เป็นการแพทย์ที่มีการ เปลี่ยนไป เหรียญมีหลายด้านเราคงจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะเกี่ยวพันกับ กระทรวงหลายกระทรวง กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก กระทรวงยุติธรรมเมื่อสักครู่ ท่านปลัดกระทรวง ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงกระทรวงยุติธรรมดูเรื่องกระท่อม เพราะว่ามีผล ในหลายเรื่องคดีมีเป็นหมื่นคดี ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติทุกอย่างเป็นองคาพยพรวมทั้งหมด ดังนั้นจึงขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ช่วยกันสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาตรงนี้แล้วก็จะ เกิดประโยชน์เป็นคุณูปการกับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปฉบับที่ ๕

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ (นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ถือว่าโชคดีที่ผมได้อภิปรายให้กับเพื่อนสมาชิกและประชาชนที่อยู่ทางบ้านสิ่งที่สำคัญ วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ได้นั่งฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเองก็ได้ยื่นหนังสือเพื่อเสนอญัตติด่วน พร้อมกับท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง โดยการลงนามรับรองของเพื่อนสมาชิกจาก พรรคภูมิใจไทย อีก ๒๐ ท่าน เรื่องที่ผมนำเสนอก็คือขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อม อย่างเป็นระบบ เนื่องด้วยใบกระท่อมเป็นพืชถิ่นที่มีการปลูกโดยทั่วไปซึ่งสามารถพบเห็น ได้หลายพื้นที่โดยเฉพาะคุณสมบัติทางด้านการแพทย์หลายด้าน สามารถนำมาใช้เป็น ยารักษาโรคตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อำเภอ ซึ่งในอดีตมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายแทบทุกครัวเรือน โดยการนำไปใช้ประโยชน์เป็นพืช สมุนไพรที่ช่วยให้พลังงานในการทำงาน หรือการนำมารับประทานเมื่อร่างกายมีอาการ เจ็บป่วย ช่วยให้เจริญอาหารและบำรุงร่างกาย รวมทั้งยังมีสรรพคุณอื่น ๆ ซึ่งการนำมา ใช้ประโยชน์เช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกระท่อมได้ถูกบรรจุไว้ในบัญชี ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๕ ซึ่งหมายความว่าพืชชนิดนี้กลายเป็นยาเสพติดต้องห้าม หากมีไว้ครอบครองจะเป็นการทำผิดกฎหมาย ทำให้สังคมสูญเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ มากมาย รวมทั้งยังมีการนำเข้าอย่างผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีราคาสูงและ เป็นที่ต้องการของคนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสทั้งทางด้านการพัฒนา การแพทย์แผนไทยและการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจด้วยข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย จึงเห็นควรให้มีการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ นี่ก็คือประเด็นที่ผมได้ นำเรียนไปยังท่านประธานสภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พรรคภูมิใจไทยในช่วง หาเสียงเลือกตั้งก็ได้ประกาศนโยบายกัญชาเสรี วันนี้เองผมเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่ถามว่าทำไมไม่อภิปรายเรื่องกัญชาเพราะว่าพรรคภูมิใจไทยได้เสนอญัตติในเรื่องของกัญชา เข้าสู่สภาแห่งนี้แล้ว โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกจากหลายพรรคการเมืองได้อภิปรายสนับสนุน วันนี้ ผมก็เลยต้องขออนุญาตนำพาทุกท่านไปรู้จักใบกระท่อม ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจเรื่องใบกระท่อมง่าย ๆ ผมจะอธิบายเป็น ๓ ขั้นตอน ข้อ ๑ ก็คืออดีต ของใบกระท่อมที่ท่านต้องรู้จัก ข้อ ๒ ปัจจุบันสถานการณ์ใบกระท่อมเป็นอย่างไร ข้อ ๓ ข้อสรุปท้ายก็คืออนาคตที่ผมอยากเห็นเรื่องของใบกระท่อมเป็นอย่างไร

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ ผมจะย้อนไปในอดีตว่าใบกระท่อมปลูกที่ไหนครับ ปลูกบริเวณหลังบ้านของพี่น้องภาคใต้ นี่ก็คือลักษณะต้นใบกระท่อมที่ท่านเห็นอยู่ เพื่อนสมาชิกจากหลายพื้นที่อาจจะไม่เคยเห็น นี่ก็คือลักษณะการปลูก แต่วันนี้ในพื้นที่ประเทศไทยไม่สามารถปลูกแบบนี้ได้ ภาพนี้ก็คือ ที่ประเทศมาเลเซียมีการปลูกเหมือนยางพารา ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ มีการเก็บจากในสวน กิโลกรัมละ ๘๐ บาท มาแพ็ก (Pack) ใส่ถุง ๓๐ บาท ส่งมาที่ชายแดน ๒๐๐ บาท และไป จำหน่ายในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อำเภอ ๘๐๐ บาท นี่คือลักษณะ ใบกระท่อมที่แพ็ก (Pack) เป็นถุง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ การปลูกกระท่อมหลังบ้าน มันก็คือยาสมุนไพรเหมือนกับการปลูกแถวภาคเหนือ ภาคกลาง ก็คือปลูกเมี่ยง ปลูกพลูเพื่อกิน กับหมาก แต่วันนี้สถานการณ์ใบกระท่อมจากสมุนไพรกลายเป็นยาเสพติด

ลำดับที่ ๒ ใบกระท่อมเขากินกันที่ไหน เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำเรียนแล้วว่าในพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่พี่น้องก่อนจะไปกรีดยางก็ไปกินน้ำชา ไปกินน้ำร้อน ใบกระท่อมส่วนใหญ่ก็จะมากินกับน้ำร้อน โดยที่จะเอาใบกระท่อมที่ท่านเห็นอยู่รูดเอาก้านออก แล้วเอาไปเคี้ยวและกินด้วยน้ำร้อน ส่วนใหญ่ที่ร้านน้ำชาเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมาผมเองเกิดที่ อำเภอจะนะ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับว่าแต่ละอำเภอ แต่ละตำบลมีความแตกต่างในเรื่องของ วิถีกระท่อม อำเภอจะนะเองผมพูดในจังหวัดสงขลา คาบสมุทรสทิงพระ ๔-๕ อำเภอมีกระท่อม น้อยมาก พื้นที่ชายทะเลอำเภอสิงหนคร อำเภอเมือง อำเภอจะนะ อำเภอเทพาซึ่งเป็นพื้นที่ ติดทะเลมีกระท่อมน้อยมาก ส่วนใหญ่กระท่อมอยู่ที่ลุ่มน้ำปากพนัง แล้วในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ อำเภอก็อยู่ที่บริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรีหรือว่าแนวเขา เขตอันดามันเดี๋ยวท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จะมาอภิปรายว่าใบกระท่อมสามารถขึ้นได้ใน พื้นที่ดินที่เป็นดินร่วนและเป็นดินลักษณะเป็นดินดี

ข้อที่ ๓ กระท่อมเป็นพืชสมุนไพร มีสรรพคุณมากมายในเรื่องของการยับยั้ง ในเรื่องของท้องเสียและปัจจุบันมีผลการวิจัยบอกว่าใบกระท่อมเป็นสมุนไพรตัวหนึ่ง ที่สามารถรักษาบรรเทาโรคเบาหวาน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ปัจจุบันโรคเบาหวาน แต่ละพื้นที่ แต่ละอำเภอตั้งแต่เด็กวัยรุ่น ผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน มีอาการโรคเบาหวาน มากมาย แต่ถ้าเกิดใบกระท่อมสามารถที่จะยับยั้งลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ ผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ

ข้อที่ ๔ เขาบอกว่าใบกระท่อมเป็นยาชูกำลัง ยาชูกำลังโดยเฉพาะคนที่ ภาคใต้เหมือนที่บ้านท่านประธาน จังหวัดตรัง ที่บ้านผมส่วนใหญ่มีอาชีพกรีดยาง คนทำ ประมงเขาไม่กินใบกระท่อมครับ คนที่กินใบกระท่อมก็คือคนกรีดยาง คนใช้แรงงาน วันนี้ คนที่ใช้แรงงานทั้งหมดไม่สามารถจะมายืนในสภาแห่งนี้เพื่อบอกกับท่านประธานเพื่อบอกกับ ท่านรัฐมนตรีได้ ก็เลยฝาก ส.ส. เลยฝากผมมาว่าช่วยอภิปราย ช่วยบอกหน่อยว่าพืช ใบกระท่อมมีประโยชน์กับเขาในการทำงาน เขาไม่ต้องเสียเงิน ๑๕-๒๐ บาท เพื่อไปซื้อยาชูกำลัง

ข้อที่ ๕ ใบกระท่อมใช้สำหรับกลุ่มแรงงาน ผมก็ได้อธิบายไปแล้วว่าคนใช้ ใบกระท่อมไม่ใช่คนระดับสูง คนใช้ใบกระท่อมไม่ใช่ชนชั้นกลาง คนใช้ใบกระท่อมก็คือ คนใช้แรงงาน นี่ก็คืออดีตของใบกระท่อมที่จะให้ท่านรู้จัก

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ปัจจุบันสถานการณ์ของใบกระท่อมเกิดอะไรขึ้น เมื่อมีการประกาศใบกระท่อมเป็นยาเสพติดประเภทที่ ๕ อยู่ในชั้นเดียวกับกัญชา กัญชง มีโทษ โทษจำคุก โทษปรับ ครอบครอง เสพ นำเข้า ส่งออกก็ถือว่าเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง ข้อที่ ๒ มีการลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานสภาที่เคารพ หลังจาก ๑๐ ปี ประกาศใบกระท่อมเป็นยาเสพติดปรากฏว่าฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจโค่นกระท่อมบริเวณ หลังบ้านทุกบ้านเป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทย คนที่เดือดร้อนก็คือคนแก่ที่กิน ใบกระท่อม ดังนั้นใบกระท่อมก็เลยทะลักมาจากประเทศมาเลเซีย ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ผมเข้าออกประเทศมาเลเซีย รัฐเกอดะฮ์ รัฐเกอดะฮ์เป็นรัฐที่ปลูกข้าวอันดับหนึ่งของ ประเทศมาเลเซียแทบจะไม่มีต้นกระท่อม แต่วันนี้ท่านขับรถไปที่ประเทศมาเลเซียผ่านด่าน ประกอบ ผ่านด่านสะเดา ผ่านด่านปาดังเบซาร์ จากสวนปาล์ม จากสวนยาง ท่านจะเห็น สลับสวนใบกระท่อมเหมือนที่ผมบอกครับ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ เป็นการส่งออกแบบ เป็นล่ำเป็นสัน นี่ก็คือสถานการณ์การทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทยตามแนวชายแดน ท่านประธานครับ ในการขนใบกระท่อมไม่ได้ขนจากด่านศุลกากรใช้ช่องทางธรรมชาติ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยตั้งด่านสกัดเพื่อจับกุมท่านจะเห็นว่าจับได้ ๑๐๐ กิโลกรัม ๒๐๐ กิโลกรัม ๓๐๐ กิโลกรัม ๕๐๐ กิโลกรัม นี่ก็คือสถานการณ์การนำเข้า จากต่างประเทศ

ข้อที่ ๔ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มีการจับกุมผู้เสพกระท่อม ผู้ครอบครองกระท่อมแต่ละวันนับสิบ ๆ ราย ผมนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน นะครับว่าโดยเฉพาะเรือนจำกลางอำเภอนาทวี ๑๐๐ คดีที่ส่งผู้ต้องหา เข้าไปสู่เรือนจำประมาณ ๘๐ คดีครับใบกระท่อม มีตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี ๒๕ ปี ๓๐ ปี ๖๐ ปี ที่เป็นผู้ต้องหาที่ศาลตัดสินให้ติดคุก สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดท่านประธานสภาที่เคารพครับ เป็นช่องทางที่ทำให้คนที่อยู่ในวงการ อยู่ในวงจรของกระท่อมโดนรีดไถเงิน การกระทำ ความผิดถือว่าเป็นเรื่องปกติ โทษของใบกระท่อมกำหนดไว้นะครับ ๑๐,๐๐๐ เป็นต้นไป เป็นช่องทางที่จะให้คนที่โดนจับสามารถที่จะเคลียร์ได้ มันก็เลยเป็นธุรกิจทางการค้า ใบกระท่อมในทางกฎหมายในปัจจุบัน นอกจากนักโทษแล้ววันนี้ผู้ค้ามีปริมาณเพิ่มขึ้น เพราะว่าปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจในภาคใต้ ยางพาราเหมือนที่ท่านรู้นะครับ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ขายใบกระท่อมกำไรดีกว่าครับท่านประธานครับ ๑ กิโลกรัมได้เกือบ ๕๐๐ บาท บางคนมีความเสี่ยงนะครับ ใส่รถกระบะซุก ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าได้กำไร

ข้อที่ ๕ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่ากระท่อมเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๔ คูณ ๑๐๐ ที่ท่านเทพไทกล่าวเมื่อสักครู่ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มันคืออะไร ๔ คูณ ๑๐๐ ประกอบด้วย ๑. น้ำกระท่อมต้มแล้วก็กรองเป็นสีเหมือนกับน้ำอ้อย เป็นน้ำอ้อย เป็นน้ำบริสุทธิ์ ๒. เป็นน้ำดำ ๆ นะครับ อาจจะเป็นโค้กหรือเป๊ปซี่ ๓. ก็คือยาแก้ไอ สำหรับเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ ดัดแปลงมาเป็นส่วนผสมของน้ำกระท่อม อีกอันหนึ่งก็คือตัวที่ ๔ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เขาบอกว่าใช้หลอดไฟนีออนขาว ๆ แล้วก็ยากันยุง แต่ผม จะบอกท่านประธานครับ ไม่เป็นความจริงครับ ส่วนผสมก็คือ ๓ ตัวนี้ละครับ แต่บังเอิญ เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับผู้ต้องหาที่กำลังต้มน้ำกระท่อม ไปเจออะไรครับ ไปเจอยากันยุง เขาต้มกันที่ไหนครับท่านประธาน เขาไม่ต้มที่บ้านครับ ไปต้มในป่าครับ ก็เลยเอายากันยุงไป จุดเพื่อไล่ยุง เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแต่ละจุดเจอยากันยุงทุกจุด มันก็เลยเป็นที่ไปที่มาบอกว่า กระท่อม โค้ก ยาแก้ไอและยากันยุง ผมอยากจะบอกว่ามนุษย์ปกติ มนุษย์ธรรมดาก็รักชีวิต ยากันยุงกินเข้าไปท่านประธานครับ มันไม่ได้มีประโยชน์เลย ดังนั้นผมจะบอกกับท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีนะครับว่านี่คือ ๔ คูณ ๑๐๐ มันไม่ใช่เรื่องจริง และการที่จะเอาหลอดไฟนีออน สีขาวด้านในมาใส่กระท่อมท่านลองคิดดูครับ มันเป็นไปได้ไหมวันนี้ทิศทางทั้งหมดในนโยบาย ในการกล่าวถึงผมก็เลยบอกว่าท่านต้องรู้จักกระท่อมปัจจุบัน โลกแห่งความเป็นจริง

ลำดับต่อไปนะครับ โลกแห่งอนาคต ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ สิ่งที่ผมนำเรียน สิ่งที่ผมนำเสนอกับเพื่อนสมาชิก ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และเพื่อนจาก พรรคภูมิใจไทยเพื่ออะไรครับ เพื่อให้กระท่อมเป็นพืชสมุนไพรทางการแพทย์ เหมือนที่ผม ได้นำเรียนไว้ นี่คือเป้าหมายความตั้งใจของผมจริง ๆ

ข้อที่ ๒ มีการศึกษาประโยชน์จากใบกระท่อมจากงานวิจัย วันนี้ชาวบ้าน บอกว่าแก้เบาหวาน วันนี้บอกว่าแก้โรคโน้น โรคนี้ ผมอยากให้หน่วยงานของรัฐทำการศึกษา วิจัยแล้วก็ประชาสัมพันธ์ว่าประโยชน์ของกระท่อมมันคืออะไรกันแน่

ข้อที่ ๓ เป้าหมายที่ผมยื่นญัตติวันนี้ ก็คือให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อยกเลิกพืชกระท่อมจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ ๕

ข้อที่ ๔ เพื่อปัญหาอาชญากรรมการลักขโมยลดลง ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้สถานการณ์ของน้ำท่อมในพื้นที่ภาคใต้ขโมยถึงอะไรครับ ถังแก๊สครับ ครกตำเครื่องแกง ก็ขโมยครับ ทุกอย่างที่สามารถเอาไปขายได้มีการขโมยหมดครับ วันนี้ผมก็เลยบอกว่า สถานการณ์ทั้งหมดในเรื่องของปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการลักขโมยต้องลดลง

ข้อสุดท้าย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดที่ใบกระท่อม เป็นตัวหนึ่งที่ไปโยงกับสถานการณ์เรื่องความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อำเภอ มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยครับท่านประธาน กระท่อมเป็นส่วนหนึ่งในการ แบ่งแยกดินแดงในการก่อเหตุ ทุกครั้งในการก่อเหตุน้ำกระท่อมจะเป็นส่วนหนึ่งเป็นผู้ต้องหา ในการก่อเหตุแล้วก็ถูกโยงเรื่องของความมั่นคง ดังนั้นอนาคตที่ผมอยากเห็น ๔-๕ ข้อที่ ผมนำเรียนไปยังท่านประธาน และสถานการณ์สุดท้ายประเทศไทยในปัจจุบัน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เป็นประเทศเดียวที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาเสพติดก็คือกระท่อม วันนี้กระทรวงยุติธรรมโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีก็ได้ดำริผ่านสื่อมวลชนแล้วก็ตั้ง คณะกรรมาธิการผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกได้รับฟังเรื่องของกัญชา กัญชง และกระท่อม หลังจากผมมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนจะลุกขึ้นมาอภิปราย ดังนั้นสภาของเรา วันนี้จะพิจารณาตั้งกรรมาธิการร่วมในการศึกษาทั้ง ๓ ชนิด ก็ขอขอบคุณท่านประธานสภา ที่ให้โอกาสผมอธิบายเรื่องกระท่อมให้กับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๕๐๐ คน ให้กับท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ผมยินดีนะครับถ้าท่านต้องการข้อมูลในเรื่องของกระท่อม ผมสามารถที่จะ นำท่านไปดูในพื้นที่ และสิ่งที่สำคัญผมอยากเห็นปัญหาเรื่องของยาเสพติดหมดไปจากพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ อำเภอและประเทศไทย ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสมาชิกครับ ฉบับต่อไปคงแจกเอกสารแล้วนะครับ ของนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการปรุงตำรับยาโดยมีส่วนผสมของกัญชาในสถานพยาบาลและคลินิกกัญชา ทางการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสุขภาพ (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้เสนอ)

ขอเชิญคุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผมนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศของ กระทรวงสาธารณสุขจำนวน ๒ ฉบับ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีเนื้อหา ข้อที่ ๑ เพื่อปลดล็อกผู้ประกอบอาชีพวิชาการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านเพื่อปรับปรุงตำรับยาโดยใช้กัญชาแยกส่วนผสมได้นะครับ

ข้อที่ ๒ กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๕ ที่มีกัญชาผสมอยู่ ใช้รักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ หมายความว่าใช้โดยถูกกฎหมายแล้วนะครับ ในปัจจุบันนี้ ปรากฏว่ามีสถานพยาบาลมากมายที่เปิดรักษาประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยตรวจสอบและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้กัญชา เพื่อการแพทย์และการควบคุมดูแล อันจะเป็นประโยชน์ทางสุขภาพประชาชน และเป็น ประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพ คำว่า กัญชา ก็มาจากแคนนาบิส (Cannabis) ซึ่งเขาแบ่งเป็น ๒ พวกครับ มารีฮวนนา แล้วก็กัญชง กัญชาคือ มารีฮวนนา กัญชงคือเฮมป์ (Hemp) แยกกันให้ถูกต้องนะครับ แต่ใช้กันมานานแล้วครับตั้งแต่อาณาจักร เปอร์เซีย อินเดียในราชวงศ์โมกุล จีนและไทย เมื่อมาถึงรัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ กัญชา ของเราซึ่งเคยใช้กันมาได้กลายเป็นยาเสพติดไปแล้วนะครับ ซึ่งทั้งนี้ก็ปรากฏว่าจากการศึกษา ค้นคว้าก็พบว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์โดยแท้ ทั้ง ๆ ที่กัญชานี้ไม่ได้เหมือนเหล้า บุหรี่ เลยนะครับ มีผลประโยชน์อย่างไรครับ ในยุคที่ประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยมี แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนใหม่เข้ามานะครับ แผนแพทย์เก่าก็ถูกยกเลิกไป โดยเฉพาะ ในขณะนั้นคือมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ฟาวน์เดชัน เข้ามาในโรงพยาบาลศิริราชก็มีการ เปลี่ยนแปลง แพทย์แผนไทยก็ถูกยกเลิกไป หมอไทย หมอโบราณ แพทย์ทั้งหลาย ทำอะไรไม่ได้ ผลิตกัญชาก็ถูกจับ ก็จึงไม่มีอาชีพนะครับ ยาที่เข้ากัญชาตอนนั้นก็เหลือเพียง ๔๐๐ ชนิดเท่านั้น เพราะว่าเรารวบรวมตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วก็เอาไปเผาหมด ทิ้งกันหมด เหลือแค่ ๔๐๐ ชนิด ๔๐๐ ชนิดนี้บันทึกอยู่ที่ไหน บันทึกอยู่ในอมฤตโอสถครับ อมฤตโอสถ คืออะไร คือเป็นพระสูตรและคัมภีร์อมฤตโอสถของพระองค์เจ้าอมฤตในรัชกาลที่ ๕ นะครับ ซึ่งก็มียากัญชาอยู่ ๔๐๐ ชนิด ท่านประธานครับ การที่กัญชาถูกเปลี่ยนแปลงเป็นยาเสพติด ก็เพราะไปขัดผลประโยชน์ของนายทุนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ซึ่งนายทุนใหญ่ ขณะนั้นก็มี อันที่ ๑ อย่างที่ผมกราบเรียน มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทวิลเลียม เฮิร์ต แล้วก็บริษัทสแตนดาร์ดออยล์จำกัด ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ขอพูดดูปองท์ก่อน ในการผลิตรถยนต์ฟอร์ดคันแรกนะครับ ก็มีการประดับประดา ไม่ว่าจะ เป็นกันชน ไม่ว่าเป็นภายในเครื่องเขาใช้ เฮมป์ (Hemp) หรือสารจากกัญชงไปประกอบ เข้ากันมีความสวยงามแต่ผลิตได้รุ่นแรกเท่านั้น รุ่นที่ ๒ ดูปองท์เมื่อเสียผลประโยชน์ก็ พยายามให้ เฮมป์ (Hemp) เป็นยาเสพติดครับ บริษัทที่ ๒ คือของบริษัทวิลเลียม เฮิรต์ นายวิลเลียม เฮิรต์ มีโรงพิมพ์ผลิตกระดาษได้เอง กระดาษที่ทำจากเยื่อไผ่ แต่กระดาษนั้น จะต้องใช้กรดซัลฟูริกถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มีเฮมป์ (Hemp) คือกัญชงเข้าไปเขาใช้แค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แน่นอนบริษัทที่ผลิตเหล่านี้เขาเสียผลประโยชน์จึงทำให้ เฮมป์ (Hemp) กลายเป็นยาเสพติดไป ในการผลิตรถยนต์ฟอร์ดครั้งแรกใช้น้ำมันเอทานอล (Ethanol) เอทานอล (Ethanol) จากไหน ก็จากเฮมป์ (Hemp) นี่ล่ะไปผลิตเอทานอล (Ethanol) ได้ มีคุณภาพที่สูงมาก เอทานอล (Ethanol) ที่ผลิตจากเฮมป์ (Hemp) เฮมป์ (Hemp) จึงถูกยกเลิกไป พร้อมทั้งร็อคกี้เฟลเลอร์ตามที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องของกัญชาจึงได้หมดไป ได้กลายเป็นยาเสพติดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาครับ เมื่อพูดถึง กัญชาแล้วก็อยากกราบเรียนว่าในมาลีฮวนนาหรือเฮมป์ (Hemp) จะมีสาร ๒ ชนิด คือทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) เป็นสาร ๒ ชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ออกฤทธิ์หลาย ๆ อย่างที่เรา มาทำเป็นยารักษาได้ และสาร ๒ ชนิดนี้อยู่ในที่รวมเรียกว่า สารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) แคนนาบิส (Cannabis) ผลิตเป็นสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็มีอยู่ในร่างกายมนุษย์เหมือนกัน ในร่างกายของคนเหมือนกันครับ ใครที่มีความเครียด มีความเศร้า อย่างเช่นนั่งประชุมกัน หรือว่าปกครองบริษัท หรือว่าถกเถียงกันในเรื่องทางการทูตหรืออะไรก็แล้วแต่เมื่อเกิด ความเครียดแล้วสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ในร่างกายก็จะผลิตขึ้นมา ทำให้เรา หายจากเครียด หายจากโศกเศร้าได้แต่อย่างไรก็ตามสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็ไม่ได้ ผลิตเท่า ๆ กัน หนุ่มสาวมีมาก แต่พออายุมากก็น้อยลง ๆ เพราะฉะนั้นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ที่อยู่ที่บ้านเมื่อมีความเครียดนอนไม่หลับมีอารมณ์เศร้ากัญชาถึงได้ช่วยเขาดีขึ้น เดี๋ยวนี้การหยดกัญชาเข้าไปคุณปู่ คุณย่า ก็ดีขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ในสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็ผลิตมีสารทั้ง ๒ ทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) ในทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) สรุปได้ว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้างครับ ๑. อาการที่เฉพาะสารทีเอชซี (THC) ช่วยได้คืออาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อ กระตุกครับ ประเภทที่ ๒ อย่างซีบีดี (CBD) ช่วยบรรเทาได้แก่ ไมเกรน ซึมเศร้า รักษา ต้อหิน ลมชัก และอาการทางจิต คือไม่มีอาการทางสมอง อันที่ ๓ อาการทั้งสองที่ช่วยได้ เหมือนกันคือผลิตจากกัญชาเลย เป็นน้ำกัญชามาเลยนะครับ ช่วยความเจ็บปวดความวิตก กังวล ท่านประธานที่เคารพในกัญชามันก็มีทีเอชซี (THC) ๑๒ เปอร์เซ็นต์ คือสูง มีซีบีดี (CBD) แค่ ๐.๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันมีในกัญชงมาก เพราะฉะนั้นการเลือกในการสกัดยาจึงอยู่ที่นักวิชาการหรือผู้มีความรู้ ทั้งหลาย จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องศึกษากันอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งใดเล่าที่เป็นประโยชน์ อย่างแท้จริง สิ่งใดเล่าที่เป็นโทษต่อพี่น้องประชาชนทั้งหลาย เพราะเราคำนึงถึงโทษ ถึงแม้ว่า จะพูดว่าดีอย่างไร แต่ว่าชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐที่สุด จะต้องคำนึงในเรื่องนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอญัตติด่วนวันนี้เพื่อการศึกษา เพื่อนำไปช่วยในการที่จะเข้าตำรับยา ทั้งหลายของประเทศไทยเรา ท่านประธานครับขณะนี้ก็มีการศึกษาอยู่ ได้มีการศึกษาจาก ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยแล้วในเรื่องนี้ ได้มีการศึกษาเรื่องกัญชาจากทางแพทย์ ในเด็กและวัยรุ่นของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย มีการใช้กัญชาทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีการใช้การแพทย์ทางวิสัญญีแพทย์คือดมยา ก็ยังมีอีกมากมาย ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ทั้งนี้เพื่อผลดีที่สุดในการที่จะใช้เป็นยา ตัวใดตัวหนึ่งทั้งซีบีดี (CBD) และทีเอชซี (THC) เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยและทั่วโลกต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณหมอครับ ก็จบผู้เสนอ ทุกท่านไม่จำกัดเวลา ขอเรียนเป็นหลักการไว้ว่าบัดนี้มีผู้แสดงความจำนงขออภิปราย เกือบ ๒๐ ท่าน ซึ่งได้ขอเวลามาส่วนใหญ่ก็ขอ ๑๐ นาที มีบ้างที่ขอ ๑๕ นาที ๒๐ นาที มีท่านเดียวขอ ๓๐ นาที ผมคิดว่าเราจะมีโอกาสให้ทุกคนได้พูดมีทางเดียวคือแบ่งเวลากัน เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาว่าขอพวกเราอยู่ในเวลาประมาณ ๑๐ นาที ไม่เคี่ยวเข็ญถึงขนาด หมดเวลาแล้วจะตัดทันที แต่ว่าขอให้อยู่ในเวลานี้ เพื่อน ๆ จะได้อภิปรายโดยทุกคนที่ขอมา แต่ว่าก่อนอื่นก็ขอเชิญท่านรัฐมนตรีนะครับ ไม่จำกัดเวลา

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านที่ให้ความสนใจและตั้งญัตติด่วน เกี่ยวกับเรื่องกระท่อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งท่านเทพไท เสนพงศ์ ได้กรุณากล่าวไว้ เมื่อสักครู่นี้ว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดจากเดิม ๗ ฉบับ ประมวลเหลือเป็นฉบับเดียว ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้เสนอเข้า ครม. ได้ปลดพืชกระท่อมออกจากตัวกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องก็มีส่วนของกระทรวงสาธารณสุข พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ และ ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ซึ่งในเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีแนวโน้มที่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ว่าพอดีท่านเดินทาง ไปต่างประเทศซึ่งจะกลับมาในวันที่ ๒๗ จะมีการพูดปะพูดคุยกัน และจะนำเรื่องเหล่านี้มา ทำเป็นเอ็มโอยู (MOU) เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจเกี่ยวกับเรื่องกระท่อม เป็นเรื่องหลัก เรื่องหนึ่ง จะเห็นได้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายยุคหลายสมัยมีการศึกษาเรื่องพืชใบกระท่อม มาเป็นลำดับ ๆ ผมจำได้ว่าเมื่อปี ๒๕๔๒ ตอนนั้นคุณภิญญา ช่วยปลอด เป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดภาคใต้เหมือนกันก็ได้ศึกษาเรื่องของพืชกระท่อมตรงนี้ ผมได้ฟังจาก เพื่อนสมาชิกด้วยและจากเพื่อน ๆ ที่อยู่ในจังหวัดภาคใต้ และจังหวัดอื่น ๆ บอกว่าปัญหาของ กระท่อมซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ยาเสพติด ผมก็ยังไม่เชื่อว่าที่เขาบอกว่าไม่ใช่เป็นยาเสพติด เราดูจากอะไร ก็ไปดูจากเรื่องประกาศบัญชีของยูเอ็น (UN) เขาไม่ได้ประกาศเลยว่ากระท่อม เป็นยาเสพติด พืชชนิดอื่นเป็นยาเสพติดก็มีอยู่บ้าง แต่ในส่วนที่เราจะดูว่าเป็นยาเสพติดไม่เป็น ยาเสพติดอย่างไร ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) พูดไว้ว่ายาเสพติดต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือมีผลกระทบกับร่างกาย อย่างเช่นเสพไปแล้วมีผลกระทบ เช่น ลงแดง อาการกระวนกระวาย อย่างนี้ถือว่าเป็นยาเสพติด ๒. คือไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์เลย แต่กระท่อมมีประโยชน์ ทางการแพทย์มาก กระท่อมมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งมีคุณสมบัติระงับการปวด ระงับการปวดได้มากน้อยขนาดไหน ไมทราไจนีน (Mitragynine) มีผลระงับการปวดมากกว่า มอร์ฟีน ๑๓-๑๗ เท่า และมอร์ฟีนเป็นสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจผลิตขาย มีผลประกอบการ ปีหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส และ ประเทศออสเตรเลีย ผลิตมอร์ฟีนขาย ตัวของไมทราไจนีน (Mitragynine) อันนี้ถ้าหากว่า เราสามารถมาจดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ของประเทศไทยหรืออะไรต่าง ๆ ก็สามารถทดแทน เป็นเงินตราถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ในอดีตที่ผ่านมาระยะใกล้ ๆ นี้ ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นได้มีการศึกษาและได้จดลิขสิทธิ์ ปี ๒๕๕๕ จดที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑ ฉบับ แล้วปี ๒๕๕๖ ที่ประเทศญี่ปุ่น ๑ ฉบับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี ๒๕๕๗ อีก ๑ ฉบับ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับเรื่องของใบกระท่อม

ในประเด็นที่ ๓ ที่มีผลต่อสภาพร่างกายคือเสพไปแล้วอาจจะมี อย่างยาบ้า ผอมแห้งแรงน้อย กระดูกถูกกัดกร่อน เพราะว่าเป็นส่วนผสมของกรดต่าง ๆ ในยาบ้า มีกรดเกลือ กรดน้ำส้ม หรือในส่วนอื่น ๆ ที่นำมาผสมเป็นพวกคาเฟอีนบ้าง อะไรบ้าง เป็นพวกยาบ้า

ประเด็นที่ ๔ มีผลกระทบต่อสังคม ยาเสพติดถ้าเสพไปแล้วสังคมอาจจะ ทะเลาะวิวาท ขโมยปล้นชิงวิ่งราวอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น แต่กระท่อมไม่เป็นดังนั้นเลย กระท่อมกลับเป็นยาที่บางประเทศใช้ในการรักษาคนติดฝิ่น ประเทศนิวซีแลนด์มีคนติดฝิ่นมาเป็น ๑๐ ปี แต่ว่าการรักษาคนติดฝิ่นคือเอากระท่อมมาเคี้ยวประมาณ ๒ สัปดาห์ เลิกฝิ่นได้ทันที เป็นสิ่งที่มีการศึกษาอยู่ในรายงาน ประวัติความเป็นมาที่ดูจากผลการศึกษาของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในอดีต เมื่อปี ๒๔๘๕ รัฐบาลในขณะนั้นออกกฎหมายเก็บภาษีขึ้นทะเบียน คนเสพฝิ่นเก็บภาษีเขา แล้วต่อมาอีกปีหนึ่งคือ ปี ๒๔๘๖ ก็ออกกฎหมายห้ามปลูกกระท่อม ห้ามเสพกระท่อม เพราะว่าคนเสพกระท่อมแล้วไม่เสพฝิ่น รัฐบาลในสมัยนั้นไม่สามารถ เก็บภาษีได้ นี่คือข้อมูลที่มีการศึกษา ต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานสภา ที่เคารพว่า ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีต่าง ๆ สถิติในปีนี้ ๑๐ เดือน ตั้งแต่ เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม ๑๐ เดือน คดีที่เกี่ยวกับใบกระท่อม ๔๗,๘๐๙ คดี เป็นคดีที่ทำให้ ต้องบอกว่าเสียเวลาเจ้าหน้าที่รกโรงรกศาล เพราะว่ากระท่อมไม่ใช่ยาเสพติดตามแนวทาง ของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ที่ผมได้กราบเรียนตรงนี้แล้ว ผมขออนุญาตให้ข้อมูลท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานสภาในกรณีดังกล่าวนี้ กระทรวงยุติธรรมตั้งใจและ พยายามเต็มที่ว่าจะเร่งรัดให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด หากว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคิดว่า ถ้าเป็นไปได้ท่านจะถอนก็สุดแท้แต่ หรือไม่ถอนก็ตามใจ เพราะว่าในแนวทางต่าง ๆ ก็จะ พยายามเร่งรัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเร็วที่สุด ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้เสนอมาขณะนี้ ๒๐ กว่าท่าน ผมจะค่อย ๆ ให้แต่ละพรรคได้มีโอกาสพูดโดยทั่วถึง ท่านแรก คุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันสนับสนุนญัตติด่วน กัญชง กัญชา กระท่อม ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศของคุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ และคุณหมอ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านประธานสภาที่เคารพการปลดล็อกกัญชาเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย จริงหรือไม่หรือใครได้ประโยชน์ ดิฉันจะลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้ค่ะ

ลำดับที่ ๑ ค่าที่กัญชาจัดให้เป็นยาเสพติด สิ่งมอมเมายากล่อมประสาท มาร่วม ๔๐ ปี ตั้งแต่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษประกาศใช้เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๒ แล้วมายุคสมัยนี้ค้นพบว่ากัญชามีคุณสมบัติอภิมหาประโยชน์กับผู้ป่วยที่ติดท็อปเท็น (Top ten) ในความทุกข์ทรมาน เช่น โรคมะเร็ง ลมชัก ไมเกรน อัลไซเมอร์ ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถ จะนิ่งดูดายกับกระแสนานาชาติได้ เมื่อกัญชามีคุณประโยชน์มากมายมหาศาลอย่างนี้แล้ว ก็มีผลทางยา ซึ่งดิฉันเห็นด้วยกับการเปิดทางให้กัญชาสามารถใช้ทางการแพทย์ได้โดยต้องให้แพทย์ เป็นคนสั่งควบคุมการให้โดส (Dose) ของกัญชาไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้ ทุกบ้านทุกครอบครัว เดี๋ยวนี้ มีสารสกัดจากกัญชาแล้วก็บอกว่ากัญชาที่ดีที่สุดอยู่ที่จังหวัดสกลนครอยู่บนเทือกเขาภูพาน แล้วก็มีการสกัดกัญชาโดยไม่ควบคุมโดส (Dose) เต็มไปหมดทั้งประเทศ หยดใต้ลิ้น โรงพยาบาลแต่ละโรงพยาบาลได้คนไข้รายใหม่ไปที่นอนแล้วไม่ฟื้นค่ะ

ลำดับที่ ๒ กรมราชทัณฑ์ระบุว่าประเทศไทยติดอันดับ ๖ ผู้ต้องขังที่มากที่สุด ในโลกอันดับ ๓ ของเอเชียและเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) ประเทศไทยมีผู้ต้องขัง มากถึงเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ คน แต่เรือนจำสามารถรองรับผู้ต้องขังจริง ๆ ได้ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คน ทำให้เกิดปัญหาคนล้นคุกโดยผู้ต้องขังเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นนักโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติด การที่จะปลดล็อกกัญชาโดยตามข่าวที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งบอกว่าให้ปลูกครอบครัวละ ๖ ต้นเพื่อเอาไว้รักษาโรค ดิฉันถามว่าจะควบคุมการปลูกการใช้กัญชารักษาโรคตามครอบครัว ด้วยวิธีใดไม่ใช่เพิ่มปริมาณคนในคุกและมนุษย์ผู้เสพติดกัญชาจากการปลดล็อกนั่งดูแสงแดด สายลม ใบไม้ไหวสายลมไกวกันทั้งประเทศเป็นประเทศแห่งเสียงหัวเราะอารมณ์ดีโดยไม่มี เป้าหมายหรืออย่างไร อันนี้จะต้องควบคุมกันให้ดี ดิฉันฝากกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะ พิจารณาในญัตติด่วนเพราะว่าเดี๋ยวนี้ขณะที่ไม่ปลดล็อกนี้ก็เสพกัน วัยรุ่นเสพกันเยอะมากกัญชา ท่านประธานที่เคารพคะ แล้วทำให้มีผลต่อจิตประสาทแล้วเกิดปัญหามากมายที่ตามมา

ลำดับที่ ๓ โรคมะเร็ง โรคภัยไข้เจ็บที่สังคมไทยให้ความสนใจสูงสุดคือ โรคมะเร็งแล้วก็มีผลวิจัยบอกว่าคนไทย ๘ คนจะเป็นมะเร็ง ๑ คน มีข้อมูลวิจัยที่มีหลักฐาน เพียงพอที่ยืนยันว่าสารสกัดกัญชาชนิดรับประทานสามารถลดอาการคลื่นไส้อาเจียน จากการใช้เคมีบำบัดโรคมะเร็งได้ นั่นก็คือสามารถที่จะเป็นสารสกัดในการรักษาโรคได้ ดิฉัน สนับสนุนให้มีงานวิจัยเยอะ ๆ ให้คนไข้ได้เข้าถึงกระบวนการวิจัยที่มีการคุ้มครองด้วยจริยธรรมทาง การแพทย์ อันนี้ฝากเป็นพิเศษให้กับกรรมาธิการไปช่วยพิจารณาอย่างครอบคลุมทั่วถึงและเข้าถึง ทุกงานวิจัยค่ะ

ลำดับที่ ๔ กัญชามีเจ้าของเมื่อเครือข่ายเอฟทีเอ วอตช์ (FTA Watch) ออกมา เปิดเผยและแสดงความกังวลว่าประเทศไทยกำลังถูกบริษัทต่างชาติช่วงชิงสารสกัดกัญชา ผ่านการยื่นขอจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา อันนี้ฝากด้วยจิตสำนึกของความเป็นคนไทยไม่อยากให้เหมือนเปล้าน้อยที่ประเทศญี่ปุ่นเอาใบเปล้า ของเราไปรักษาโรคกระเพาะแล้วจดสิทธิบัตรเป็นของประเทศญี่ปุ่นค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ อันนี้ฝากด้วยสามัญสำนึกของความเป็นคนไทยว่าเมื่อเราทำแล้วสิทธิบัตรก็ควรจะเป็นของ คนไทย เพื่อคนป่วยคนไทยและคนไทยทั้งประเทศ ขอให้กรรมาธิการเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ค่ะ

ลำดับที่ ๕ กัญชง กัญชามูลค่าของใคร เพื่อคนไทยคนป่วยช่วยรักษาหรือสินทรัพย์ นับอนันต์นั่นเงินตรา เสพจนบ้าแล้วปลดล็อกในคอกใคร ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านอนุรักษ์นะครับ ได้ใช้เวลาสั้น ๆ ต่อไปคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร ไม่เกิน ๑๐ นาที เชิญครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตท่านประธาน ขออภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทาง การใช้กัญชาในการแพทย์ ผมต้องย้ำครับว่าใช้ในการแพทย์เท่านั้นนะครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วในปัจจุบันองค์ความรู้ต่าง ๆ ในเรื่องของการใช้กัญชาในเชิงการแพทย์มันจะต้อง มีบุคลากรหรือจะต้องมีหน่วยงานที่ทำงานเรื่องนี้มาลองทดลอง แต่ผมต้องบอกว่าผมต้อง ยอมรับนะครับว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกัญชาในเชิงการแพทย์ พี่น้องประชาชนชาวไทย เข้าถึงได้น้อย เข้าถึงได้ยาก หรือแม้แต่กระทั่งเข้าถึงข้อมูลได้ ข้อมูลมากมายที่อยู่ในโลกของ อินเทอร์เน็ตก็เป็นภาษาอังกฤษ พี่น้องประชาชนหลายคนอาจจะทำความเข้าใจ ได้ยากลำบากสักนิดหนึ่ง ต้องกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วในวันนี้กัญชาเรามีหลายสายพันธุ์ครับ ท่านประธานอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปนะครับ ผมจะขออนุญาตไปในส่วนนี้ เร็ว ๆ นะครับ สำหรับผู้ที่เคยศึกษาอยู่บ้างก็อาจจะรู้ว่าจริง ๆ สายพันธุ์หลัก ๆ มีอยู่ ๒ สายพันธุ์ มีสายพันธุ์ซาติวา (Sativa) กับอินดิกา (Indica) แล้วก็ยังมีสายพันธุ์อื่นอีกมากมายแต่ว่าตัวที่สำคัญ ก็คือสารที่อยู่ในสายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสารที่อาจจะรักษาโรคมะเร็งได้ ในแต่ละสายพันธุ์ สารที่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ก็มีมากน้อยแตกต่างกันไป ท่านประธานครับคนไทย ส่วนใหญ่เรามองว่ากัญชาเป็นสารเสพติดให้โทษประเภท ๕ ตามที่เราเรียนกันมาตามตำรา ของพวกเรานะครับ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ณ วันนี้นานาอารยประเทศหลายประเทศเขาได้ปลดล็อก กัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดในประเทศเขาเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ดี ประเทศออสเตรเลียก็ดี ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสเปน ประเทศแคนาดา ประเทศเดนมาร์ก และอีกหลาย ๆ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้ทำการปลดล็อก นี่คือการเปิดใจยอมรับการ รักษาการใช้กัญชาเพื่อรักษาแล้วก็เปิดโอกาสให้คนประเทศเขาได้ทำการวิจัยในเรื่องนี้ มี ข้อมูลอ้างอิงจากต่างประเทศหลายอย่าง โดยเฉพาะถ้าผมจะพูดถึงเรื่องของการรักษามะเร็ง ผมขออนุญาตแบ่งผลกระทบของการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็งเป็น ๒ ส่วนด้วยกันนะครับ

ส่วนแรกต้องบอกว่ากัญชาสามารถช่วยลดผลกระทบจากความบาดเจ็บของ ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งครับท่านประธาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ สามารถลดผลกระทบ ผลข้างเคียง ของการรักษาหลัก นั่นก็คือการใช้เคมีบำบัดหรือว่าที่พวกเรารู้จักกันในนามว่าการใช้ คีโมเทอราพี (Chemotherapy) หรือว่าลดผลกระทบจากการใช้รังสี ลดความเจ็บปวดต่าง ๆ ที่เกิดจากเนื้อร้ายโรคมะเร็ง หรือลดอาการเบื่ออาหารทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถ ทานอาหารได้มากขึ้นทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดความเครียดทำให้นอนหลับได้ ที่กล่าวมานี้คือผลลัพธ์ที่กัญชาส่งผลแต่ไม่ได้กำจัดมะเร็งในร่างกายของเรานะครับ แต่ทำไม ผมต้องพูดเรื่องนี้ เรื่องนี้สำคัญครับ เพราะสภาพจิตใจของผู้ป่วยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ในส่วนที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ การใช้กัญชาที่มุ่งเน้นในส่วนที่จะกำจัด เซลล์มะเร็งอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไป กัญชามีสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) และ ในแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็จะมีสาร ๒ สารที่เป็นสารหลัก ๆ ในการรักษาแก้ไข นั่นก็คือสารทีเอชซี (THC) แล้วก็ซีบีดี (CBD) ทีเอชซี (THC) ก็ไม่ค่อยจะส่งผลกระทบ ต่อเซลล์ปกติในร่างกายเราเท่าไร แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้เกิดการมึนเมา ส่งผลกระทบต่อระบบ จิตประสาท ส่วนซีบีดี (CBD) ก็มีผลในการรักษาเซลล์มะเร็งเหมือนกัน แต่ว่าอาจจะเมาน้อย หรือว่าไม่เมา ทั้งนี้ผมจะสรุปง่าย ๆ อย่างนี้ว่าทั้งทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) จะส่งผล ต่อเซลล์มะเร็งด้วยกลไกหลัก ๆ ๓ กลไกด้วยกัน กลไกแรกจะกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งนั้นตายไป กลไกที่ ๒ จะยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งนั้นเจริญเติบโต กลไกสุดท้ายมันจะยับยั้งการสร้าง หลอดเลือดใหม่ของก้อนเนื้อมะเร็ง ในปัจจุบันท่านประธานที่เคารพครับ ทุก ๆ ปีในประเทศไทย ของเรานั้นจะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนต่อปี กระผม มองว่า ณ วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีองค์ความรู้ที่กว้างขวาง จะต้องมี องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ชัดเจน จะต้องมีการรับรู้รับทราบของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ กระผมยืนยันในความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ เพราะว่ามี ญาติผู้ใหญ่ที่ประสบปัญหาเป็นโรคมะเร็งหลายครอบครัวมีการสูญเสีย ดังนั้นผมยังยืนยันว่าการรักษา โรคมะเร็งยังต้องพึ่งพาการรักษาที่เป็นการรักษาหลักในแผนปัจจุบัน ทางหลัก ๆ ๓ ทาง การผ่าตัดเอา เนื้อมะเร็งออกไป ทางที่ ๒ การใช้เคมีบำบัดหรือว่าคีโมเทอราพี (Chemotherapy) ทางที่ ๓ การฉายแสง การใช้รังสีเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาที่ผมบอกว่า ๓ ทางหลัก ๆ ที่เกิดขึ้น สำหรับเมืองไทย สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งก็คือว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง ตัวยาบางตัวต้องใช้เงินในการรักษาอย่างน้อย ๆ เดือนหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้บุคลากรในการรักษาก็มีค่อนข้างจำกัด หมอที่เก่งก็มีเคส (Case) ผู้ป่วยเยอะ เครื่องมือที่ใช้ก็มีไม่ครบทุกภูมิภาค และที่สำคัญสวัสดิการของรัฐที่ไปดูแลพี่น้อง ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย บางครั้งผู้ป่วยโรคมะเร็งจะต้องรอคิวอาจจะเป็นเดือนสองเดือน และ มะเร็งเป็นโรคที่ต้องสู้กับเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ป่วยที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือผู้ป่วย ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แพทย์หมอหลายคนบอกว่ารักษาต่อไม่ได้ให้กลับบ้านไปใช้เวลารักษา สุดท้ายของชีวิตที่บ้าน ไปใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งผู้ป่วยหลายคนก็ไม่ยอมแพ้ครับ ในเมื่อใช้ การรักษาแผนปัจจุบันที่เรามีอยู่ในสังคมนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาของเขาได้เขาก็ต้องหาวิธีอื่น ท่านประธานที่เคารพ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาวิธีต่าง ๆ การใช้ไสยศาสตร์มาช่วยเหลือทางด้านจิตใจ ก็ดี ใช้ยาผีบอก ยาแขนงต่าง ๆ ที่มีคนอ้างสรรพคุณว่าช่วยให้หายได้และกัญชาเป็นหนึ่งในวิธี เหล่านั้น จะถูกมาใช้เพื่อให้ผู้ป่วยนั้นได้รู้สึกได้หวังถึงปาฏิหาริย์ให้เขามีชีวิตรอดต่อไปอย่างน้อย ๆ อีกสัก ๑ วินาทีก็ยังดี โดย ณ จุดนี้ผมยืนยันว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายเขาไม่ได้กลัว กับการที่จะต้องทำผิดกฎหมาย เขากลัวว่าเขาจะต้องเสียชีวิตมากกว่า ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงขอเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องของการใช้กัญชาในการแพทย์เป็นเรื่องที่ มีความสำคัญของประเทศไทย ของโลกใบนี้ ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมหาศาล โดยกระผมคิดว่า องค์ความรู้ที่พวกเรามีนั้นยังไม่เพียงพอ ยังไม่ละเอียด ยังไม่ชัดเจนพอที่จะให้พี่น้องประชาชน ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำมาประกอบใช้ในเวลาที่เขาประสบปัญหา วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่บุคลากรในเมืองไทยที่มีความรู้ ที่มีความสามารถหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐก็ดี เอกชนก็ดี หรือใครก็ตามต้องเข้ามาช่วยเหลือกัน มาช่วยทำการวิจัย ช่วยทำการศึกษา ช่วยทำ การเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประโยชน์มวลรวมของประเทศ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยด้วย เพราะว่าญาติของผู้ป่วยก็ทรมานไม่แพ้กัน ดังนั้นถ้าผลการศึกษาเห็นควรว่า กัญชาสามารถใช้ในการแพทย์ ใช้ในการช่วยเหลือชีวิตของคนไทยของคนในโลกนี้ได้ ถ้าผลมันออกมาอย่างนั้นเราก็ต้องปลดล็อกให้โลกนี้ให้ประเทศไทยเรานั้นใช้กัญชา เพื่อการแพทย์ได้ แล้ววันนี้ผมขอสนับสนุนให้สภาแห่งนี้รีบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา เรื่องนี้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอเชิญครับ หลังจากนั้นก็จะเป็นท่านศุภชัย ใจสมุทร จะได้เตรียมตัวครับ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ คงจะเป็นสุภาษิตไทยที่เหมาะสมกับสถานการณ์กัญชา กัญชง และกระท่อมในประเทศไทย ที่สุดในตอนนี้สิ่งที่ไหม้อยู่คือโอกาสของพี่น้องเกษตรกรที่จะมีพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สิ่งที่ไหม้อยู่ คือตลาดโลกมูลค่ากว่า ๓ ล้านล้านบาทที่ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำของเอเชีย ในเรื่องนี้ ที่ไหม้อยู่คือคุณค่าของกัญชาที่สามารถจะช่วยผู้ป่วยอัลไซเมอร์กว่า ๙๐๐,๐๐๐ คน พาร์กินสันกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ลมชักกว่า ๗๐๐,๐๐๐ คน รวมถึงตัวของกระผมเองด้วย สิ่งที่จะทำให้ ถั่วสุกได้เร็วขึ้นก็คือเทคโนโลยีบางอย่างที่จะมาสร้างความสบายใจความมั่นใจให้กับสังคมว่า จะไม่มีการลักลอบ จะไม่มีตลาดมืดแล้วก็ไม่มีการผูกขาด เทคโนโลยีที่โลกกำลังนำมาใช้อยู่ สำหรับกัญชา กัญชง และกระท่อมนั้นก็คือเทคโนโลยีบล็อกเชน (Block chain) เมื่อเรา สามารถที่จะมีเทคโนโลยีในการที่จะคัดประโยชน์แล้วก็ลดโทษของกัญชา กัญชง กระท่อม ได้แล้วการนิรโทษกรรมแล้วความโปร่งใสก็จะตามมา เพราะฉะนั้นการที่ผมจะกระชับหัวข้อ และการใช้เวลาในการอภิปรายของผมในวันนี้ก็คือเรื่องกัญชา บล็อกเชน (Block chain) แล้วก็นิรโทษกรรม ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ สำหรับเรื่องแรกกัญชา กัญชง และ กระท่อมนั้นผมคงจะโฟกัส (Focus) ที่เรื่องของกัญชงเป็นหลัก เนื่องจากได้มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดถึงเรื่องกัญชาแล้วก็กระท่อมไปเรียบร้อยแล้ว ทางโสตขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

สำหรับกัญชงนั้นเป็นมากกว่า ยาเสพติดถ้าจะพูดให้ชัดกว่านั้นกัญชงเป็นได้เกือบทุกอย่างยกเว้นยาเสพติด ผมได้ขึ้นไปที่ จังหวัดเชียงรายแล้วก็ได้ไปศึกษาดูว่ากัญชงที่ใช้ในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วนั้นเอาไฟเบอร์ (Fiber) มาทำเป็นสิ่งทอ มาทำเป็นเสื้อผ้า ดังรูปทางด้านซ้าย แต่ความเป็นจริงนั้นลำต้น ของกัญชงสามารถทำเป็นสิ่งทอ กระดาษ ชนวน แผ่นไฟเบอร์ (Fiber) นี่ก็คือกราฟทางขวา ส่วนเรื่องของรากกัญชงก็สามารถทำเป็นยาแล้วก็ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้ ตัวเมล็ดนั้นทำเป็น น้ำมันปรุงอาหาร เครื่องสำอาง โปรตีนเฮมป์ (Hemp) แล้วก็นม ส่วนใบและดอกก็ทำเป็นพืชคอกสัตว์ ทำคลุมดิน ทำยา แล้วก็ทำน้ำมันกัญชง กัญชากับกัญชงไม่เหมือนกัน กัญชงมีซีบีดี (CBD) เยอะ ทีเอชซี (THC) น้อย ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนกัญชาก็จะมีทีเอชซี (THC) เยอะ แล้วก็มีซีบีดี (CBD) น้อย

หน้าต่อไปครับ สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก็คือจะบอกว่านอกจากตัวที่ คนไทยใช้เอาลำต้นมาทำเป็นเสื้อผ้าเท่านั้น มีทั้งเรื่องของลำต้น ของราก ของเมล็ด ของใบ ดอกมาทำเป็นอะไรบ้าง ผมเอาตัวเลขมาให้สภาแห่งนี้ดูถ้ากัญชงเป็นอุตสาหกรรมที่มี ศักยภาพในการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ถ้าเป็นเมล็ดราคาที่ ๓๗๐ บาทต่อกิโลกรัม ถ้าเราสกัด เอาโปรตีนออกมาเป็นเฮมป์ (Hemp) โปรตีนจะอยู่ที่ ๖๙๐ บาท ถ้าในเมล็ดนั้นเราบีบหีบ เอาน้ำมันมาเป็นเฮมป์ (Hemp) คุกกิงออยล์ (Cooking oil) จะอยู่ที่ ๙๓๐ บาท เกลียวด้ายกัญชง อยู่ที่ ๘,๕๐๐ บาท ส่วนดอกกัญชงขายกันอยู่ที่ ๒๑,๐๐๐ บาทต่อกิโลกรัม ถ้าสกัดเป็นน้ำมัน ซีบีดี (CBD) อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันแล้วอยู่ที่ ๖๐,๐๐๐ บาท ถ้าสกัดเป็นซีบีดี (CBD) สด ๆ เลยที่สกัดออกมาจะอยู่ที่ ๗๕,๐๐๐ บาท นี่คือสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับกัญชง ถ้าเราเปรียบเทียบว่าปลูกกัญชงไร่หนึ่งมีมูลค่าเท่าไร สำนักวิชาการของสภาบอกว่าอยู่ที่ ประมาณไร่ละ ๒๘,๐๐๐ บาท ในขณะที่ถ้าเกิดพี่น้องที่จังหวัดเชียงรายปลูกข้าวโพดมีรายได้อยู่ เพียงแค่ ๘,๐๐๐ บาทต่างกันถึง ๓ เท่าครับ

สำหรับเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของบล็อกเชน (Block chain) ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องพูดเรื่องนี้ในสภา แล้วก็เชื่อว่าหลายท่านคงจะคิดว่าเรื่องของบล็อกเชน (Block chain) เป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่วันนี้มีภาครัฐหลายส่วนที่นำบล็อกเชน (Block chain) เข้ามาใช้ในการทำงานของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีโครงการอินทนนท์ กระทรวงพาณิชย์ที่เริ่มอยากจะใช้บล็อกเชน (Block chain) เข้ามาตรวจสอบการย้อนกลับ ของเกษตรอินทรีย์ที่สำคัญก็คือมีคู่มือฉบับนี้ของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่ได้ทำให้ ผู้กำหนดนโยบายของภาครัฐได้ตระหนักถึงนิยาม หลักการ และผลกระทบในการใช้ของ บล็อกเชน (Block chain) ซึ่งผมเชื่อว่ากัญชา กัญชง กระท่อม เหมาะมาก

หน้าต่อไปครับ บล็อกเชน (Block chain) ก็คือเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล แบบใหม่ที่กระจาย ไม่ได้กระจุก การเก็บข้อมูลจะเก็บเป็นสไตล์ (Style) ดิจิทัล แล้วก็ใส่ในบล็อก (Block) สีฟ้า แล้วต่อกันด้วยโค้ด (Code) ที่จะทำให้มันเป็นเชน (Chain) ออกมา การใช้ เทคโนโลยีแบบบล็อกเชน (Block chain) จะไม่ต้องมีคนกลางในการที่จะควบคุมข้อมูลทำให้ เกิดการผูกขาดได้ยาก แล้วก็มีความโปร่งใสในระบบ ถ้าเราสามารถที่จะเอาบล็อกเชน (Block chain) มาประยุกต์ใช้กับกัญชาด้วยการสร้างคิวอาร์โค้ด (QR code) และพิกัดจีพีเอส (GPS) ในการ ปลูกนั้นมาเก็บเป็นบล็อก (Block) แล้วก็แวลิเดต (Validate) กันเป็นเชน (Chain) ต่อเนื่อง ๆ กันไปก็จะสามารถทำให้ควบคุมการปลูก แล้วทำให้การกระจายโอกาสในการปลูก กระจายเมล็ดพันธุ์ การกระจายยาของกัญชาไม่สามารถที่จะผูกขาดแล้วมีความโปร่งใสแล้วไม่สามารถที่จะลักลอบ ได้ครับ เมื่อเรารู้ถึงคุณค่าของกัญชงแล้วเรารู้วิธีที่จะลดโทษของกัญชา กัญชง กระท่อมไปได้ เรียบร้อยแล้วสิ่งที่ต้องตามมาก็คือเรื่องของนิรโทษกรรม จริงอยู่ว่าได้มีช่วงเวลาที่นิรโทษกรรม กัญชาเมื่อปีที่แล้วเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ถึง วันที่ ๑๙ พฤษภาคมเป็นเวลา ๙๐ วัน ผมเอง ในฐานะผู้ป่วยลมชักมีใบรับรองแพทย์จากต่างประเทศก็ไม่สามารถที่จะนิรโทษกรรมได้ เพราะใบรับรองผู้ป่วยเป็นภาษาต่างประเทศมีหลายท่านที่นิรโทษกรรมไม่ได้เพราะไม่มีกัญชา กัญชงอยู่ในมือเนื่องจากตอนนั้นไม่ได้ป่วย ตอนหาเสียงผมลงไปที่พื้นที่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น จังหวัดสุโขทัยแล้วก็ได้เจอเด็กคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคลมชักเหมือนผม อายุไม่ต่างจากลูกสาวผม สักเท่าไร ๔-๕ ขวบ ยังไม่มีน้ำมันกัญชาที่จะสามารถรักษาได้ เขากินเทเกรทอล (Tegretol) เหมือน ผมนี่ล่ะ แต่ว่าร่างกายแพ้เทเกรทอล (Tegretol) แล้วต้องการใช้น้ำมันกัญชา ต้องซื้อจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องซื้อจากประเทศแคนาดา ต้องซื้อจากประเทศออสเตรเลีย แล้วก็ โดนดำเนินคดี มีหลายคนที่ปลูกกัญชา กัญชง เพื่อเอาไว้รักษาบุพการีรักษาคุณพ่อคุณแม่ก็โดน คดีเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าการที่เราต้องการหาทางเลือกให้กับผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นลูกของเรา หรือเป็นพ่อแม่ของเราไม่ใช่อาชญากรรม แล้วอยากจะเสนอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เสนอนิรโทษกรรม เพิ่มเป็นเวลา ๑ ปี ไม่ใช่แค่ ๙๐ วัน แล้วก็ขอให้ศึกษาข้อผิดพลาดในการนิรโทษกรรมเมื่อ ๙๐ วัน ที่ผ่านมา เพื่อที่จะทำให้ประชาชนคนไทยสามารถที่จะเข้าถึงการรักษาทางเลือกในกรณีที่ ยาแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถที่จะรักษาได้ ถ้าเป็นไปได้ตามนี้ก็จะสามารถทำให้พี่น้อง ประชาชนที่ป่วยพาร์กินสัน ๒๐๐,๐๐๐ คน อัลไซเมอร์ ๙๐๐,๐๐๐ คน ลมชัก ๗๐๐,๐๐๐ คน สามารถที่จะเข้าถึงยาตัวนี้ได้

สุดท้ายนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านบางท่านอาจจะบอกว่าทำไมไม่ไปตั้งคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ ทำไมไม่ไปตั้งคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำไมไม่ไปตั้งคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เพราะว่ากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ มันถึงเวลาที่เราจะต้องมองปัญหานี้ให้ครบ ๓๖๐ องศา แล้วก็ทำให้โอกาสของพี่น้องเกษตรกรกลับมาที่จะทำให้มูลค่าของกัญชง กัญชา ให้ประเทศไทย เป็นหนึ่งในเอเชียไม่แพ้ใคร แล้วทำให้คุณค่าของกัญชา กัญชง ถึงมือของผู้ป่วยทั่วประเทศไทย ให้ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านศุภชัย ใจสมุทร ครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอบคุณสภาแห่งนี้ที่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายกัน เพราะเรื่องกัญชาผมเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้เสนอเป็นนโยบายมาตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้ง และนับเป็น ความโชคดีของพรรคภูมิใจไทยที่ในที่สุดหัวหน้าพรรคคือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้ไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ที่ได้ไปเป็นประธาน คณะกรรมาธิการสามัญสาธารณสุข ซึ่งจะได้ช่วยกันผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริง ตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ต้องบอกว่านโยบายสาธารณะในการใช้สารสกัด กัญชามาใช้ในประเทศไทยในขณะนี้คือบทพิสูจน์ระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งคำว่า นโยบายสาธารณะตรงนี้มันไม่ได้หมายถึงเฉพาะทางกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหาร หรือบุคลากรทางการแพทย์ หรือนักวิชาการเท่านั้นนะครับ แต่รวมถึงประชาชนซึ่งต้องมีส่วนร่วม อย่างยิ่งในการที่จะต้องผลักดันให้ระบบนี้ดำเนินไปข้างหน้าด้วยกันได้ วันนี้หลายท่านได้ แสดงความคิดเห็นซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์ที่พวกเราจะได้พูดคุยกันต่อ แต่ก็ต้องบอกความจริง ในขณะนี้นโยบายสาธารณสุขที่มีเรื่องของกัญชาเข้ามาเป็นเรื่องใหม่และเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่า ใหม่อย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเอเชียหรืออาเซียน (ASEAN) นี้ วันนี้ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงว่า ความเป็นยาเสพติดของกัญชามันเป็นยาเสพติดนับตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ แต่ก่อนนั้นเราก็ทราบดีว่า จริง ๆ แล้วกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติด กัญชาถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวบ้านของ พี่น้องประชาชนคนไทยมาตั้งแต่โบราณกาล อย่างไรก็ตามความคลี่คลายจากการที่กฎหมาย ได้อนุญาตให้กัญชาสามารถที่จะเป็นยานำมาใช้เพื่อทางการแพทย์ได้ ผมว่าก็จะเป็นมิติ ที่พวกเราจะต้องร่วมกันเดินหน้ากันต่อไปอย่างที่พวกเราพูดคุยกันในขณะนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงให้ สังคมได้เห็นในความตั้งใจของท่านในมุมมองที่ท่านมีต่อกัญชานั้น ท่านก็ต้องการที่จะทำให้ ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้อย่างจริงจังโดยไม่จำกัดรูปแบบ และไม่ใช่เพื่อมีขั้น เฉพาะเมดิคัล เกรด (Medical grade) หรือผลิตภัณฑ์กัญชาเกรดทางการแพทย์เท่านั้น แต่ผู้ป่วย ก็จะต้องมีเสรีภาพในการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทุกรูปแบบ ทั้งรูปแบบยาแผนปัจจุบันหรือ โมเดิร์น ดรักส์ (Modern drugs) ตำรายาแพทย์แผนไทยหรือตำราสเปเชียล แอกเซส ซีม (Special Access Scheme) หรือเอสเอเอส (SAS) สำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และตำรายาจากองค์ความรู้ และภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน ถ้าท่านได้ติดตามท่านจะพบว่าวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขกำลังอยู่ในขั้นตอนในการออกกฎกระทรวงเพื่อให้หมอพื้นบ้านสามารถปลูกกัญชา ปรุงกัญชามาใช้เพื่อรักษาคนไข้ได้ภายในไม่เกินเดือนมีนาคมนี้การปลูกกัญชาทางการแพทย์ โดยเกษตรกร กฎกระทรวงนี้ก็กำลังจะประกาศออกมาซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นเรื่องความตั้งใจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะท่านได้ให้คำมั่นสัญญา กับพี่น้องประชาชนไว้แล้ว เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกหลายท่านได้แสดงความห่วงใยว่าเรื่องนี้จะ ดำเนินการอย่างไรต่อไป ท่านมีความห่วงใยหลายเรื่องหลายราว แต่ต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าประเทศไทยเรา เราต้องสร้างความสมดุลให้มันเกิดขึ้นในเรื่องของการผ่อนปรน ถ้าท่านจำกันได้ ยาซูโด (Pseudo) มีข้อบ่งใช้ว่าจะต้องเป็นยารักษาแก้คัดจมูก วันดีคืนดีกลายเป็นยาที่เป็น สารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด สั่งใช้เฉพาะทางการแพทย์ สั่งที่โรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ ความสุดโต่งเพราะกฎหมายวันนี้กัญชาก็อาจจะละม้ายคล้ายคลึงกันเพราะถูกกล่าวหาว่า เป็นยาเสพติดตลอด แต่เราจะทำอย่างไรล่ะครับว่าในที่สุดแล้วกัญชาควรจะต้องเป็นพืช ทางการแพทย์แล้วก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ควรจะเลิกมีมุมมองเรื่องความเป็นยาเสพติด เสีย แล้วจะเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่าท่านสมาชิกหลายท่านกำลังเป็นห่วงเรื่องคุณภาพของยา เรื่องของ การปลูกว่ามีวิธีการควบคุมดูแลกันอย่างไร สิ่งที่จะต้องเรียนให้ทราบก็คือว่าพรรคภูมิใจไทย มีนโยบายเรื่องของ อสม. ซึ่งปัจจุบันทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ท่านที่เราจะมีการ ให้การศึกษาท่านเพิ่มเติมให้เป็นหมอประจำบ้าน หมอประจำหมู่บ้าน ให้ความรู้ท่าน และปรับเงินเดือนให้กับท่าน ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ๘๐,๐๐๐ คนเหล่านี้จะมาช่วย เราได้ความรู้เรื่องกัญชาก็จะมาช่วยร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุขในการที่จะผลักดัน นโยบายให้ประชาชนสามารถใช้กัญชาทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง วันนี้ ต้องยอมรับว่าสภาพการณ์ของประเทศไทยเราคลี่คลายกันมากมายแล้วสำหรับเรื่องกัญชา เรื่องการปลดล็อกทางกัญชาก็สามารถที่จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้มากขึ้น ในช่วงเวลาไม่ช้าไม่นานนี้ แต่วันนี้ก็ต้องยอมรับว่าในที่สุดแล้วสภาพปัญหามันก็ยังมีอยู่ กัญชาใต้ดินที่ไม่มีคุณภาพปลูกอยู่ในพื้นที่ที่มีสารพิษจำนวนมากมายแล้วนำมาใช้ก็ยังเป็น ปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้เป็นเรื่องที่เห็นพ้องกับทุกท่านเลยในการที่จะไปศึกษา เรื่องนี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญกันเพื่อที่จะดูทิศทางระบบการกำกับดูแลการนำสารสกัดกัญชา มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ถามว่าทำไมกัญชาต้องดูแลกัน ต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่าวันนี้วิถีชาวบ้าน วิถีของประชาชนซึ่งขณะนี้สมาชิกหลายท่าน มีความจำเป็นที่จะต้องรักษาโดยใช้กัญชา ยาบางชนิดที่เอากัญชามาใช้เพื่อรักษาโรคร้าย บางโรคมีราคาประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ถ้าน้ำมันกัญชาขององค์การเภสัชกรรม ที่ผลิตโดยชอบด้วยกฎหมายตอนนี้ก็ ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือน แต่ถ้าปลูกเองละครับ ปลูกเอง คำตอบคือศูนย์บาท วันนี้เป็นเรื่องที่รัฐจะต้องให้การสนับสนุนในการที่จะควบคุมการปลดล็อก กัญชาให้เป็นกัญชาเสรี ต้องยอมรับว่าวันนี้กฎหมายก็ได้คลี่คลายไปตามลำดับทุกขั้นตอน จากการที่ปลูกไม่ได้ผิดกฎหมายวันนี้มีการกำหนดให้มีการปลูกกันได้เป็นระยะ ๆ ซึ่งตรงนี้ ในแง่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ประกาศให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบมาตั้งแต่ช่วงหาเสียง เราก็มีความดีใจว่านโยบายที่เราผลักดันเป็นจริง สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยต้องการก็คือให้ประชาชน ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงกัญชาในระบบที่เรียกว่ารักษาตัวเองแบบวิถีชาวบ้านหรือ เซลฟ์รีมิดี (Self-remedy) วันนี้ต้องพูดว่าเราทำมาถึงตรงนี้แล้วและอยากจะเรียนว่า เมื่อสักครู่เรียนถึงกัญชานี้ แต่เรื่องกัญชงก็ต้องยอมรับว่ากฎกระทรวงที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขกำลังจะออกมา การกำหนดว่ากัญชาที่มีทีเอชซี (THC) ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์คือกัญชง ประชาชนสามารถที่จะปลูกได้และจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนในเชิงเศรษฐกิจ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดถึงยางพารา ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท และท่านสนับสนุนให้ปลูกกระท่อม ภาคใต้ของท่านเทพไท เสนพงศ์ ปลูกกระท่อมก็ไม่เป็นอะไรครับ ภาคอื่นปลูกกระท่อมอาจจะไม่เหมาะ แต่ผมยืนยันว่า ภาคเหนือ ภาคอีสานในพื้นที่ที่มีพื้นที่สูงก็สามารถที่จะปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจได้ วันนี้ตลาดโลกเป็นล้านล้านคน วันนี้ประเทศไทยจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเปลี่ยนทิศทางใหม่ ถ้าวันนี้เราเปิดหัวใจในเรื่องของการที่ให้กัญชงสามารถเป็นพืชเศรษฐกิจและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะ ประกาศเป็นกฎกระทรวงว่าด้วยกัญชงและวันนั้นพี่น้องประชาชนที่หันมาปลูกกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจก็จะสามารถสร้างรายได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศของเรา เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านกำลังจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทยยินดีสนับสนุนเต็มที่ และขอขอบพระคุณที่เห็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับเรื่องกัญชา กัญชงเป็นสิ่งที่ ควรสนับสนุน ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสมาชิกครับ ต่อไปคุณชัยชนะ เดชเดโช แล้วหลังจากนั้นจะได้เตรียมตัว คุณเรวัต วิศรุตเวช นะครับ

นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ให้ ความสำคัญกับพืชใบกระท่อมและกัญชา และวันนี้ผมเองก็จะได้อภิปรายสนับสนุนญัตติ ของท่านเทพไท เสนพงศ์ ที่ขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาแก้ปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ ก่อนที่ผมจะเข้าเรื่องอภิปราย ผมต้องขอขอบคุณท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ผมนั่งฟังท่านได้ชี้แจงกับสภาแห่งนี้ว่า ท่านมีนโยบายที่จะปลดล็อกยกเลิกให้ใบกระท่อมไม่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ท่านประธานครับ ที่ผมต้องลุกขึ้นมาพูดญัตติใบกระท่อมเพราะเนื่องจากว่าใบกระท่อมเป็นพืชที่พี่น้องชาวใต้ ได้รู้จักดีและบริโภคกันเป็นประจำ ที่สำคัญท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์กับพี่น้องชาว ใต้เราเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันและอยู่ด้วยกันมาร่วมเกือบ ๘๐ ปี ถ้าวันนี้ผมไม่ได้ ลุกขึ้นมาพูดอภิปรายในเรื่องใบกระท่อมก็คงกลับบ้านไปแล้วนอนไม่หลับครับ ท่านประธานครับ วิถีชีวิตชาวใต้ตื่นเช้ามาสิ่งที่สำคัญกับคนใต้ก็คือสภากาแฟ ทุกสภากาแฟจะมีวงกาแฟ มีน้ำชา มีข้าวเหนียวไก่ และที่ขาดไม่ได้ ๑ สิ่งก็คือใบกระท่อม ใบกระท่อมในประเทศไทยนั้น ท่านประธานครับ มีอยู่ ๓ พันธุ์ เรียกว่าพันธุ์แตงกวา ก้านเขียว ยักษาใหญ่ รูปใบใหญ่ และก้านแดง ในประเทศไทยเรียกกระท่อมต่าง ๆ กันไปนะครับ อย่างภาคใต้เรียกว่า ใบกระท่อม ภาคเหนือเรียกว่าอีด่าง อีแดง เรียกกันมากมายทีเดียวครับ มีไปถึงมลายูครับ คนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมใบกระท่อมถึงเป็นสารเสพติดประเภทที่ ๕ ผมไม่เคยได้รับ ข่าวสารจากสื่อมวลชนว่าคนที่กินใบกระท่อมแล้วขึ้นปีนเสาไฟฟ้าและไปทำร้ายคน และฆ่าคนตายครับ ผมได้ฟังข่าวอยู่ตลอดเวลาว่าคนที่บริโภคใบกระท่อม ๑. จะมีกำลัง ในการทำงาน ๒. จะช่วยลดความดันในโลหิต เบาหวาน ท้องอืด โรคบิดและแก้ไอ เป็นต้น ภาคใต้บ้านผมนั้นท่านประธานครับ เขากินกระท่อมกันหลายรูปแบบครับ บ้างก็หยิบใบมา แล้วไม่เอาก้านออก เอาใบรวมก้านเหลือแต่ก้านใหญ่แล้วก็ทานเลย บ้างก็เอาเฉพาะใบออก แล้วก็ทาน บ้างก็กินผสมน้ำตาล บ้างก็กินผสมเกลือหลากหลายรูปแบบที่ชาวใต้บริโภค ใบกระท่อม มาวันนี้ผมก็ดีใจกับคนปักษ์ใต้ด้วยครับ กระท่อมเป็นสิ่งที่ผิดที่บ้านไหนปลูก บ้านไหนมีก็มีหน่วยงานของรัฐเข้าไปตัดเข้าไปโค่นและดำเนินคดี ผมคิดว่าสิ่งที่ผิดกฎหมาย ในประเทศไทยนั้นมีมากมายครับ นอกจากกระท่อมมีมากมายครับ แต่ไม่น่ามาเน้นความผิด เรื่องนี้ แต่วันนี้เอาล่ะท่านประธานครับ สภาชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ท่านประธานครับ ในสังคมเข้าใจผิดว่าใบกระท่อมมีข่าวออกมาเสียหายเนื่องจากได้มี กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้ไปทำ ๔ คูณ ๑๐๐ หลายคนก็บอกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ผสมกับยาแก้ไอบ้าง หลอดไฟบ้าง ผมจะบอกอีกอย่างหนึ่งคือผสมกับเส้นที่ตีตารางเส้นทางจราจรครับ อันนั้น เขาเรียกว่าไปใช้ในทางที่ผิด แต่ถ้าเราใช้ในทางที่ถูกเราสามารถบริโภคได้ ทำได้ ผมศึกษาข้อมูลมาหลาย ๆ ข้อมูลครับ ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และสหประชาชาติก็ไม่ได้กำหนดให้กระท่อม เป็นสิ่งเสพติดด้วยครับท่านประธาน มาวันนี้เราจะนิ่งเฉยอยู่อีกหรือครับ ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาจำหน่ายกระท่อมแคปซูลครับ กล่องละ ๖๐ เม็ด ๑,๘๐๐ บาท หรือ ๕๖ เหรียญ ตกเม็ดละ ๓๐ บาท แต่วันนี้ประเทศไทยเราปลูกได้ ดินเราพร้อม และเกษตรกรก็พร้อม และเราจะไม่สนับสนุนเรื่องแบบนี้หรือครับ ผมได้อ่านจากสื่อ ๆ หนึ่ง ขออนุญาตให้ดูนะครับ เขาบอกว่าฝรั่งตบหน้าประเทศไทย ตบหน้าเพราะเอากระท่อม ของเราไปบรรจุแคปซูลแล้วก็ขายครับ เราจะเดินไปถึงขั้นจุดที่ว่าเราต้องซื้อกระท่อม จากต่างประเทศมาบริโภคหรือครับ ทั้ง ๆ ที่เรามีอยู่ในประเทศเราสามารถทำได้ และวันนี้ถ้า แก้ปลดล็อกตัวนี้ได้เป็นสิ่งที่ดีท่านประธานครับ เพราะว่า ฯพณฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของรัฐบาลนี้และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับหน้าที่ เป็นเซลส์แมน (Salesman) ขายสินค้าทางเกษตรให้กับประเทศไทย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องรวมพลังกันในการแก้ไขปัญหายกเลิกกฎหมายให้ไม่เป็นสารเสพติด ผมอภิปราย มีเวลาไม่เยอะ เพราะสภาแห่งนี้ยังมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ให้ความสำคัญกับกัญชาและ กระท่อม ผมขอพูดเรื่องกัญชาอีกสักนิดท่านประธานครับ หลายคนก็บอกว่ากัญชามารักษาโรค เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้บอกแล้วว่ารักษาโรคอะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่กัญชามีสรรพคุณ อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยถ้าเมื่อไรที่กับข้าวชนิดไหนเอากัญชาผสมกับข้าวนั้นจะอร่อยเป็น พิเศษครับ เราจะใส่ผงชูรสหรือจะใส่สมุนไพรที่เราปลูกไว้หลังบ้านละครับ ผมคิดว่า ถ้าเมื่อไร ๒ พืชนี้เดินหน้าเข้าไปเรารวมพลังทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลแก้ไขปลดล็อก ยกเลิกกฎหมายไม่ให้เป็นสารเสพติด ผมคิดว่าประเทศไทยจะก้าวสู่เมืองที่เจริญ ผมเอง ขอสนับสนุนในการตั้งญัตติทั้ง ๕ ญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไม่ว่าจะเป็นกัญชาและกระท่อม และผมคิดว่าพืช ๒ ตัวนี้จะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเกษตรตัวใหม่ที่จะทำให้ค่าจีดีพี (GDP) ประเทศไทยสูงขึ้น ขอบคุณมากครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่าน เรวัต วิศรุตเวช ครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ผมต้อง กราบเรียนว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนให้มีการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ และวันนี้ ก็น่าสนใจจริง ๆ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ข้อมูลที่ดีมาก ๆ เลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อดีต่าง ๆ ของกัญชาซึ่งมีการใช้ศัพท์ทางการแพทย์ มีการใช้ศัพท์ทางเคมี มีการใช้ศัพท์ทาง วิทยาศาสตร์มากมายซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดีน่าสนใจนะครับ แต่ผมเกรงว่าประชาชน จะเข้าใจแค่ไหน ผมเป็นห่วงประชาชนนะครับ แล้วก็เพื่อให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ผมคิดว่าควรจะมีใครสักคนหรือไม่ครับที่จะให้ข้อมูลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์อย่างครบถ้วน แล้วก็รอบด้าน วันนี้ผมขอเป็นคนที่จะทำหน้าที่นี้เองครับ ท่านประธานครับ มีประเด็นต่าง ๆ ที่สำคัญมากมายที่เกี่ยวกับกัญชา

ประเด็นแรกเลยครับ วันนี้กัญชาเป็นส่วนผสมในตำรับยาแพทย์แผนไทย ที่ประกาศรับรองให้ใช้รักษาโรคหรือวิจัยได้ครับ แต่กัญชาก็ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ ตามกำหนดใน พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ วันนี้ผู้เสพติดกัญชายังจัดอยู่ในกลุ่ม โรคผู้เสพติดขององค์การอนามัยโลกที่เรียกว่า ขออนุญาต ขอพูดภาษาอังกฤษบ้างนะครับ ดีสออร์เดอร์ ดิว ทู ยูส ออฟ แคนนาบิส (Disorder due to use of cannabis) คือความ ผิดปกติที่เกิดจากการใช้กัญชา เท่าไรรู้ไหมครับจำนวนคนทั่วโลกครับ ๒๒.๑ ล้านคน ๒๒.๑ ล้านคน เพราะฉะนั้นโดยสรุปกัญชายังเป็นยาเสพติดแน่ ๆ ครับ

ประเด็นที่ ๒ แม้ว่าจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ แล้วก็นำมาใช้รักษาโรค ได้มากมาย ผมจะไม่ลงรายละเอียดเพราะว่าได้ฟังมา ๑๐ ท่านแล้วครับเรื่องเกี่ยวกับโรค แต่อย่างไรก็ตามจะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดก็ควรจะได้มีการให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง และครบถ้วนเพื่อป้องกันผลกระทบในทางลบครับ ไม่ควรพูดเพียงด้านเดียวครับ มิฉะนั้นแล้ว มันจะเป็นการสรุปที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ฉะนั้นข้อมูลเกี่ยวกับกัญชาควรจะมีการสรุปในทาง วิทยาศาสตร์ด้วยขอย้ำครับด้วยความระมัดระวัง มิเช่นนั้นจะถูกอ้างอิงไปใช้ปฏิบัติต่อผู้ป่วย ในวงกว้างอย่างผิด ๆ ถูก ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญมากครับท่านประธานครับ จึงต้องพิสูจน์ ว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจนก่อนครับ ว่าเมื่อใช้แล้วได้ผลตรงกันซ้ำแล้ว ก็ซ้ำอีก หากว่าได้ผลตรงกันไม่มากนัก ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ก็ต้องถือว่าเป็นหลักฐานทาง วิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ชัดเจน หรือยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอครับ ดังนั้นวิธีทางการวิทยาศาสตร์ ที่เที่ยงตรงเท่านั้นถึงจะเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยและประชาชนได้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเป็นผู้ถูกทดลอง ยาเหมือนหนูทดลองโดยไม่จำเป็น หลักฐานได้รับการรับรองอย่างชัดเจนแล้ว ได้ผลแล้วก็คือ อาการปวดเรื้อรัง แล้วก็อีกหลายโรคที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้พูดไปแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการได้รับคีโมเทอราพี (Chemotherapy) หรือลดอาการ แข็งเกร็งจากโรค หลายท่านอาจจะไม่ได้พูดนะครับ ก็คือโรคปลอกประสาทอักเสบอันนี้คือ ได้รับการยอมรับไปแล้ว แต่อีกหลาย ๆ โรคเขายังไม่ได้รับนะครับ

ประเด็นที่ ๓ มิติทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข เรื่องนี้เราบอก กระทรวงสาธารณสุข ใช่ แต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นมิติ ๒ มิติ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ทางการแพทย์ผมรักษาท่านประธาน อันนี้เป็นการแพทย์คือเป็นเรื่องเฉพาะตัว ตัวต่อตัว แต่ถ้าเราพูดเรื่องสาธารณสุข ภาษาอังกฤษใช้คำว่า พับบลิก เฮลท์ (Public Health) แปลว่า อะไรครับ แปลว่า ผลกระทบโดยรวม ภาพรวมต่อสังคมและต่อประเทศชาติ ซึ่งเรา จำเป็นต้องคำนึงถึงอย่างมาก กัญชามี ๒ ตัว มีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วหลาย ๑๐ ท่านว่ามี ซีบีดี (CBD) และทีเอชซี (THC) ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ แล้วก็ไม่ขอใช้คำเต็ม เพราะว่า ทุกคนก็คงจะได้รับทราบมากมายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามมีข้อเสียหลายอย่าง และเพื่อน สมาชิกก็ได้พูดไปแล้วมากมายว่าความสามารถในการขับขี่ลดลงก็ดี อัมพาตก็ดี วิกลจริตก็ดี เสพติด มะเร็งอัณฑะ อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้ในมิติของสาธารณสุขนี้คือผลกระทบต่อภาพรวม ของสังคม เช่น ถ้ามีการรั่วไหลของกัญชาทางการแพทย์ออกจากระบบแล้วไปเข้าถึงการเสพ แบบผิด ๆ การใช้เพื่อความบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนและเด็ก แล้วก็เวลา เมากัญชาขับรถชนใครรับผิดชอบครับ

ประเด็นที่ ๔ ควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ เราจะใช้อย่างไร ถ้าจะใช้ ต้องเข้มงวดหรือเอาเป็นแบบกลาง ๆ ก็ได้ ถ้าสมมุติว่าเข้มงวดไม่ได้ก็ต้องมีมาตรการที่ เหมาะสม ถูกต้อง รัดกุม หรือถ้าจะเอาอย่างเข้มงวดเลยก็คือให้รัฐควบคุมอย่างจริงจัง แล้วก็ เคร่งครัดตั้งแต่อะไรรู้ไหมครับ ตั้งแต่การปลูกก็ดี การจำหน่ายก็ดี และการใช้ แม้ว่าจะเป็น การใช้ทางการแพทย์ก็ตาม เรามีตัวอย่างจากประเทศอื่น ๆ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดาว่ามีผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะพบว่า ถ้าอนุญาตให้ผู้ป่วยปลูกกัญชาในบ้านตนเอง หรือให้ร้านขายยาจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ ได้ก็จะปรากฏว่ามีผู้ติดกัญชาหรือเสพติดกัญชาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ประเด็นที่ ๕ แพทย์แผนไทยได้ใช้สมุนไพรและกัญชาซึ่งแต่เดิมนั้น แพทย์แผนตะวันตกกับแพทย์แผนไทยไม่ได้มีความเชื่อมโยงกันก็มีหลายเคส (Case) ที่ผู้ป่วย รักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันแล้วก็ไม่พอใจ อาจจะเป็นโรคเรื้อรังก็หันไปพึ่งแพทย์แผนไทย ซึ่งจะมีส่วนผสมของกัญชาอยู่ อันนี้ก็เป็นข้อดีที่จะทำให้ทั้ง ๒ ระบบนั้นมาผสมผสานกัน เป็นเรื่องที่ดีในการเชื่อมโยงระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย แล้วก็อาจจะ ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาจากทั้ง ๒ ระบบ ในประเด็นนี้จึงควรจะต้องพิจารณาว่าอาจจะต้อง ออกแบบระบบว่าให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ทั้งในเรื่องของการวินิจฉัยโรค การจ่ายยา การเตรียมยา การหารือ การส่งต่อผู้ป่วย และการร่วมกันบำบัดรักษาเพื่อไม่ให้ เกิดความขัดแย้งกันขึ้น

ประเด็นที่ ๖ ควรมีการวิจัยและการเฝ้าระวัง เนื่องจากนโยบายกัญชา ทางการแพทย์เป็นเรื่องใหม่ เช่นโรคอะไรที่รักษาได้หายขาดหรือว่าโรคอะไรเป็นเพียง การบรรเทาอาการ รวมทั้งการสกัดยาทั้ง ๒ แผน การผสมยา คุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของยา ประสิทธิผลและผลข้างเคียงของยา ต้นทุนของยา ระบบปฏิบัติ ในการปลูก การผลิต การจำหน่าย รวมทั้งการเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพ การวิจัย เป็นการหาความรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้ ยาที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยได้ผลหรือไม่ อย่างไร ก็ไม่ทราบ ต้องศึกษาครับ ระบบการเฝ้าระวังประชาชนและเยาวชนไม่ควรเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ และนำไปใช้ผิด ๆ หรือเพื่อความบันเทิง หรือทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเมากัญชา

ประเด็นที่ ๗ หลายท่านได้พูดในประเด็นเศรษฐกิจ หากจะมีการเสนอโมเดล (Model) เป็นนโยบายกัญชา เพื่อเศรษฐกิจโดยให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชา เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้ของครัวเรือนจะต้องตอบคำถามว่าประเทศไทยพร้อมหรือไม่ และเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร จากประสบการณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าถ้าควบคุม การใช้กัญชาไม่เข้มงวดพอให้ประชาชนปลูกเอง ขายกัญชาทางการแพทย์ตามร้านขายยาได้เอง ก็ทำให้มีการใช้กัญชามากขึ้นในหมู่เด็ก ในเยาวชน และในสังคมทั่วไป ดังนั้นผมจะสรุปแล้วครับ หมดเวลานะครับ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายกัญชาเพื่อเศรษฐกิจ อย่างรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากจะทำก็ต้องทำบนพื้นฐานประโยชน์ของประชาชน โดยไม่ใช่ผลประโยชน์ธุรกิจของคนใดคนหนึ่ง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ในประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านประธานครับ กัญชาทางการแพทย์มีทั้งคุณและโทษ มีฤทธิ์เสพติดจริง จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและไม่โฆษณา สำคัญนะครับไม่โฆษณาถึงประโยชน์เกินจริง จึงต้องพิจารณาถึงมิติทางการแพทย์และการสาธารณสุขควบคู่กันไป โดยออกแบบระบบ ให้ผู้ป่วยได้ประโยชน์และป้องกันผลกระทบทางลบ โดยมีระบบควบคุมที่เข้มงวด เพียงพอที่จะป้องกันได้ รวมทั้งออกแบบให้ระบบแผนปัจจุบันและแผนไทยมีความร่วมมือกัน ส่วนในโมเดล (Model) ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจนั้น ถ้าจะดำเนินการต้องมีระบบควบคุมกำกับ ที่ดีมากๆ เลยท่านครับ

สุดท้ายท่านประธานครับ ต้องมีการลงทุนกับการวิจัย และการสร้าง ระบบเฝ้าระวัง ผลกระทบจากนโยบายกัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทยอย่างเข้มข้น และจริงจัง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านเอกภพ เพียรพิเศษ พรรคอนาคตใหม่ แล้วก็ท่านสาคร เกี่ยวข้อง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านศาสตรา ศรีปาน พรรคพลังประชารัฐ เชิญท่านเอกภพครับ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย 🔗

เมอร์รีคริสต์มาส (Merry Christmas) ครับท่านประธาน ผม นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นผมต้องขอบอกว่าผมเห็นด้วยกับการที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือว่า ยารักษาโรคชนิดใหม่ ๆ ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการบ่งชี้ว่ามีประโยชน์ต่อการรักษาโรคและสุขภาพ ของคนไทย ผมเน้นย้ำนะครับ ต้องมีข้อมูลทางวิชาการที่ชัดเจนว่ามีประโยชน์ในเรื่องของ กัญชาที่ผมจะพูดถึงนี้ กัญชาถือว่าเป็นยาใหม่เหมือนกันมนุษย์เรารู้จักกัญชามาหลายพันปีแล้ว แต่เราเริ่มพบว่ามีสารในกัญชาที่ออกฤทธิ์สกัดออกมาได้เริ่มตั้งแต่ปี ๑๙๖๗ หรือเมื่อ ๕๒ ปี ที่แล้วเท่านั้นเองที่เราพบว่ากัญชามีสารทีเอชซี (THC) แล้วจากนั้นเราต้องรอมาอีก ๓๐ ปี เราถึงรู้ว่าเจ้าทีเอชซี (THC) นั้นออกฤทธิ์ในร่างกายด้วยการมีตัวรับในร่างกายที่ชื่อว่าซีบี ๑ (CB1) แล้วเราเจอว่ามีอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่าซีบี ๒ (CB2) สำคัญอย่างไรครับ สำคัญตรงที่ว่า ถ้าในร่างกายมีตัวรับแบบนี้แสดงว่าร่างกายของเราสามารถผลิตสารอะไรบางอย่าง ที่ออกฤทธิ์คล้าย ๆ กัญชาที่เราใช้เหมือนกัน หลังจากนั้นมนุษย์เราก็ค้นพบว่ามีสาร ในร่างกาย ๒ ตัวที่ออกฤทธิ์แบบเดียวกับกัญชาในร่างกาย ชื่อว่าอนันดามายด์ (Anandamide) กับ ๒ เอจี (2-AG) ในปี ๑๙๙๕ หรือว่าเมื่อ ๒๔ ปีก่อนหน้านั้นเอง จะเห็นว่า ในวงการแพทย์กัญชาแล้วก็การออกฤทธิ์ของกัญชาในร่างกายของคนเรายังเป็นเรื่องใหม่ มากครับ ยังเป็นเรื่องที่เราต้องค้นหาอีกเยอะ ยังเป็นเรื่องที่เราต้องวิจัยอีกมาก เมื่อปี คริสต์ศักราช ๒๐๐๔ วารสารทางการแพทย์ชื่อว่า บริทิช เจอร์นอล ออฟ สปอร์ต เมดิซีน (British Journal of sports medicine) ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษารวบรวมผลการวิจัย ผลการวิจัยบอกว่าการออกกำลังกายในความหนักระดับปานกลางก็อาจจะเป็นระดับที่เรา เรียกว่าโซน ๒ (Zone2) หรือโซน ๓ (Zone3) ถ้าใครอยากรู้ว่าแบบไหนมาถามผมได้นะครับ สามารถกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ที่ชื่อว่าอนันดามายด์ (Anandamide) ออกมาทำให้คนที่ออกกำลังกายมีความสุขและเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลินในการออกกำลังกาย และติดการออกกำลังกาย เมื่อออกกำลังกายแล้วติดก็จะออกกำลังกายมากขึ้นส่งผลดีต่อ สุขภาพ เมื่อก่อนเราเชื่อว่าออกกำลังกายอาจจะเป็นผลจากเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) แต่ว่า ความรู้ใหม่เรารู้แล้วว่าเกิดจากสารตัวนี้ที่ชื่อว่าอนันดามายด์ (Anandamide) ซึ่งเป็นสาร กลุ่มเดียวกับกัญชานั่นเอง ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่ากีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แต่ผมจะบอกไว้ว่ากัญชา กัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ เราเข้าใจกันผิดว่าในปัจจุบันนี้หลังจากที่มีการบูม (Boom) เรื่องของ กัญชาขึ้นมา กัญชากลายเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดว่ารักษาได้ทุกโรค รักษาอะไรก็ได้ ผมว่าไม่ใช่ และอีกประโยคหนึ่งที่ท่านประธานอาจจะเคยได้ยินในการเปิดตัวสายการบินสายการบินหนึ่ง ที่เขาใช้คำว่า ใคร ๆ ก็บินได้ สำหรับกัญชาในปัจจุบันนี้กลายเป็นว่าใคร ๆ ก็จ่ายยากัญชาให้ คนไข้ได้ ผมมีข้อมูลที่น่าตกใจจากศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี เก็บข้อมูลตั้งแต่ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๑ ถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยกัญชาแล้วก็ มีผลข้างเคียงจนต้องโทรไปหาและปรึกษาหรือว่าไปรักษาที่โรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วโทรไปหา ด้วยทั้งสิ้น ๓๐๒ ราย ไม่ใช่แค่นั้นครับอันนี้เฉพาะที่โทรไปหา แต่ที่ไม่ได้โทรไปหาและปรึกษา มีอีกเท่าไร ยังไม่ทราบนะครับ ๓๐๒ รายมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกเดือนอย่างมีนัยสำคัญ และที่น่าตกใจคือรุนแรงถึงขั้นชัก ๔ ราย โคม่า (Coma) ๔ รายถึงขั้นต้องใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ในไอซียู (ICU) ใน ๓๐๒ รายที่ผมบอกมี ๒๔๐ รายที่ระบุว่าใช้ไม่ตรงกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์มีอะไร มีเพื่อนสมาชิกหลายคนพูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วการใช้ไม่ตรงข้อบ่งชี้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ มีอันตรายและในจำนวนนี้ ๑๓๘ รายเกิดผลจากการใช้ครั้งแรกแสดงว่าอะไรครับ การใช้น้ำมันกัญชานั้นไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอไป การใช้ครั้งแรกมีผลข้างเคียงเกือบครึ่ง ฉะนั้นแล้วผู้ใช้น้ำมันกัญชาต้องได้รับการแนะนำที่ถูกต้องและถ้ามีผลข้างเคียงต้องได้รับ การรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีเช่นเดียวกัน มีผลเสียถึงขั้นเสียชีวิตถึงโคม่า (Coma) เอาละ มีข้อมูลน่าตกใจอีกอย่างคือว่า ๕ รายในจำนวนนี้เกิดจากการเปลี่ยนขวดใหม่ ก็คือใช้ขวดเก่า หมดแล้วมาใช้ขวดใหม่เกิดอะไรขึ้นครับ มีข้อมูลที่คิดว่าน่าจะเป็นจากความไม่สม่ำเสมอ ของการผลิตทำให้สารองค์ประกอบในกัญชาแต่ละขวดไม่เท่ากัน แต่ละลอต (Lot) ที่ผลิต ต่างกัน เวลาที่เรากินยาแต่ละเม็ดการออกฤทธิ์น่าจะเหมือน ๆ หรือเท่า ๆ กัน แต่ถ้าน้ำมันกัญชา ที่ใช้ไปแล้วแต่ละขวดได้ผลไม่เท่ากันอันนี้จะรักษาโรคได้หรือครับ แล้วเราจะเอาอย่างไรดีกับ กัญชา ณ ตอนนี้ที่เรากำลังจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ผมเสนอว่าให้เราเน้นเรื่องของการ วิจัยและการใช้ข้อมูลทางวิชาการเป็นหลัก ช่องว่างของประเทศไทยที่จะเข้าสู่ตลาดกัญชาได้ ผมคิดว่าถ้าเราวิจัยทางแพทย์แผนปัจจุบันอาจจะไม่ทันชาวบ้านเขาแล้ว กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ มีสิ่งเดียวที่เราอาจจะทำได้คือเรื่องของสูตรยาแผนไทย แต่สูตรยาแผนไทยนั้นเราต้องวิจัย แบบที่หมอทั่วโลกเขายอมรับ วิจัยแล้วให้เขาเอาผลการวิจัยนั้นไปใช้ประโยชน์และอ้างอิง และรักษาคนไข้ของเขาได้ อันนี้คือช่องว่างทางธุรกิจที่ประเทศไทยมีโอกาสทำให้เป็นไปได้ เพราะว่าในปัจจุบันนี้การรักษาคนไข้เรารักษาโดยการอิงข้อมูลทางวิชาการ ไม่ได้รักษา ตามอำเภอใจหรือรักษาว่าเห็นคนโน้นรักษาหายคนนี้อาจจะต้องรักษาหายเหมือนกัน ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าเรื่องกัญชาเรายังมีแง่มุมอีกมากที่ต้องทำการศึกษาทำความเข้าใจ เพื่อน ๆ สมาชิกอาจจะพูดถึงซีบีดี (CBD) ทีเอชซี (THC) แต่จริง ๆ แล้วในกัญชายังมีสาร อีกมากมายอย่างที่หลาย ๆ ท่านพูดถึงซีบีซี (CBC) ซีบีเอ็น (CBN) ซีบีจี (CBG) และเทอร์พีน (Terpenes) แต่ละพันธุ์ของกัญชาก็รักษาได้ต่างกัน คนแต่ละคนเป็นโรคเดียวกันใช้กัญชา แบบเดียวกันอาจจะไม่หายเหมือนกันก็ได้นี่คือสิ่งที่เราต้องทำการศึกษาวิจัย ถ้าหากทุกท่าน คิดว่ากัญชาจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมากอบกู้เศรษฐกิจ มากอบกู้สุขภาพของคนไทย ผมคิดว่า สิ่งที่เราควรจะต้องทำก็คือว่าควรจะต้องมีการทุ่มเทครับ ทุ่มเทวิจัยที่มากกว่าการหลอกขาย น้ำมันกัญชาบนความหวังของคนไข้ที่จะหายจากโรคต่าง ๆ ผมคิดว่าจุดนี้สำคัญแล้วเป็นจุดที่ เราต้องให้ข้อมูลและความรู้ประชาชนทั่วไป และด้วยความที่ผมเป็นแพทย์ทางด้าน เวชศาสตร์การกีฬาและดูแลนักกีฬาทีมชาติด้วย ผมมีอย่างหนึ่งที่จะต้องขอเตือนไว้ก็คือ ในรายการสารกระตุ้นประกาศล่าสุดคือจะใช้ในต้นปี ๒๐๒๐ กัญชาและสารสกัดน้ำมันกัญชา ยังเป็นสารกระตุ้นที่ต้องห้ามในนักกีฬาอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นนักกีฬาที่จะต้องไปโอลิมปิกไปแข่งขันในระดับนานาชาติต้องระมัดระวัง แต่มีข้อยกเว้นครับคือซีบีดี (CBD) ใช้ได้ แต่ต้องเป็นซีบีดี (CBD) บริสุทธิ์เท่านั้นอันนี้ คือสิ่งที่เราจะทำได้ เพราะฉะนั้นแล้วที่ผมพูดมาในวันนี้สิ่งที่อยากจะนำเสนอก็คือว่ากัญชา เป็นโอกาสของประเทศไทยได้ แต่เป็นโอกาสที่เราต้องย่างก้าวไปแบบมีคุณภาพแล้วก็ อยู่บนพื้นฐานของวิชาการ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสาครครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมจะอภิปราย สนับสนุนญัตติของท่านเทพไท เสนพงศ์ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทาง การแก้ไขปัญหาเรื่องพืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ ท่านประธานครับ พืชกระท่อมเป็นพืชถิ่น ของเมืองไทยโดยเฉพาะภาคใต้และพื้นที่จังหวัดของผม จังหวัดกระบี่มีการใช้ใบกระท่อม ในชีวิตประจำวันเป็นวิถีชีวิตเกือบทุกหมู่บ้าน เกือบทุกชุมชน เป็นพืชที่มีความคุ้นเคย กับทุกครอบครัว วันนี้ผมจึงจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนเพื่อปกป้อง และเห็นด้วยกับการยกเลิกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท ๕ พืชกระท่อม ได้ใช้ในชีวิตประจำวันของพี่น้องชาวใต้มาอย่างยาวนานใช้ในเชิงบวก ใช้ในเชิงที่มีประโยชน์ ใช้เพื่อการทำงาน ใช้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ ใช้เพื่อการสังสรรค์สมาคมในสังคมของชาวบ้าน เหล่านั้น ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะพูดถึงพืชกระท่อมในมิติต่าง ๆ ที่ผมพอจะคัดแยก ออกมาได้ ในมิติของการบริโภค การกิน การเคี้ยวที่ใช้กันในวงสังคมทั่วไป ในภาคใต้ เกือบทุกจังหวัดไล่ไปตั้งแต่จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือแม้แต่จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลาตลอดถึง ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็มีการใช้กัน เดิม ๆ การใช้พืชกระท่อมเขาใช้กันเหมือนกับยาชูกำลัง เหมือนกับการกินหมากกินพลูของพี่น้องภาคอื่นหรือพี่น้องทั่วไป แต่หลัง ๆ มานี้ก็ยังมี กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มเยาวชนที่ไปคิดค้นสูตร ๔ คูณ ๑๐๐ บ้าง ๕ คูณ ๑๐๐ บ้าง หรือบางท่าน ที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าเป็น ๓ คูณ ๑๐๐ ซึ่งทำให้มีพิษ ทำให้ไปกระตุ้นต่อสิ่งที่ไม่เหมาะสม กับสังคมก็ถือว่าเป็นยาเสพติดที่ร้ายแรงขึ้นทำให้ทางราชการเพ่งเล็ง เมื่อหลายปีมานี้ กรมการปกครองก็ดี ฝ่ายความมั่นคงก็ดีก็ได้มีคำสั่งให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกปราบพืชกระท่อมอย่างเต็มพื้นที่ได้มีการโค่น การจับทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นอย่างมากและเป็นช่องทางในการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ มีการรีดไถก็ดี มีการแลกเปลี่ยนก็ดีในการจับกุมแต่ละครั้ง ท่านครับการบริโภคต่าง ๆ ก็ไม่ถึงกับลดลง แต่เป็นการบริโภคที่ไม่ค่อยจะถูกต้องสามารถที่จะนำไปสู่การผิดกฎหมาย หรือถูกดำเนินคดีได้ มิติของทางการบริโภคพืชกระท่อมในภาคใต้ก็ค่อนข้างที่จะไม่เปิดเผยเท่าที่ควรเพราะว่า อาจจะเป็นการผิดกฎหมาย ทีนี้ในเรื่องมิติต่อไปก็คือมิติที่ทุกคนมองว่าเป็นยารักษาโรค เป็นยารักษาโรคคนที่เป็นไข้ ไอ จาม ก็สามารถที่จะเอาใบกระท่อมไปใช้รักษาได้ เพราะใบกระท่อมจะมีสารอัลคาลอยด์ (Alkaloid) มีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งสามารถจะเข้าสู่เซลล์แล้วก็มีอาการที่จะ ทำให้ลดความเป็นพิษ ลดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเหล่านั้นได้ ต่อต้านการอักเสบ ต่อต้านเชื้อ แบคทีเรีย อันนี้ก็คือมิติของความเป็นพืชที่เป็นยา แล้วก็อีกมิติหนึ่งก็คือมิติด้านเศรษฐกิจ กระท่อมเดี๋ยวนี้มีการค้าขาย มีการแลกเปลี่ยน มีการซื้อขายส่งต่อกันข้ามประเทศ ส่งต่อกัน ข้ามเขต ข้ามจังหวัด มีการขายกันเป็นใบเป็นกิโลกรัม จากเดิมพืชกระท่อมเป็นเพียงแค่ หมากพลูไม่ค่อยมีการขาย มีการหยิบมาใช้ หยิบมากินแบ่งสันปันส่วนกัน ไม่ได้เป็นพืช เศรษฐกิจอะไรนักหนา แต่เดี๋ยวนี้หลังจากที่ทางราชการได้เอาจริงเอาจังจับกุมก็ทำให้พืช กระท่อมเป็นสิ่งของที่หายากลดลงจากบนดินลงไปสู่ใต้ดิน แล้วก็เชื่อว่าถ้าพืชกระท่อมเรา ได้ยกระดับขึ้นมาสู่การวิจัย การพัฒนาไปสู่ความเป็นพืชสมุนไพร เป็นยารักษาโรค เป็นยาประจำบ้าน เป็นยาแผนโบราณอะไรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะทำให้มิติด้านเศรษฐกิจ สร้างความเป็นอยู่ หรือเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกอาจจะเป็นถึงสินค้าส่งออก อาจจะผลักดัน ให้จีดีพี (GDP) ประเทศดีขึ้นก็ได้ อีกมิติหนึ่งที่ผมมองก็คือมิติด้านสังคม มิติด้านสังคมพืช กระท่อมเป็นพืชที่เหมือนกับเข้าสู่วงสังคมในภาคใต้ สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า ในวงกาแฟเช้า ๆ ของภาคใต้จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ย่านจังหวัดภาคใต้ตอนกลางนี้เหมือนกัน เช้า ๆ จะมีสภากาแฟ ทุกคนก็จะมานั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจ การเมือง สังคมต่าง ๆ ก็จะมีการดื่มกาแฟแล้วก็รูดกระท่อมกันเป็น ชีวิตประจำวัน สังคมเหล่านั้นเราก็เรียกสังคมกระท่อมก็ไม่น่าจะแปลก มิติทางด้านการเมือง ถ้าเกิดเราได้ยกเลิกหรือยกระดับของพืชกระท่อมขึ้นมาก็ทำให้มองเห็นว่าทางการเมืองได้รับรู้ และได้พยายามที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าพืชกระท่อมที่ได้ใช้อยู่มาตั้งแต่ โบราณนานกาลมาแล้ว มาตั้งแต่เป็นร้อย ๆ ปีมาแล้วภาคการเมืองได้มีส่วนในการแก้ไข เป็นมิติอีกมิติหนึ่งด้านการเมือง ด้านกฎหมาย ด้านกฎหมายก็เช่นกันสามารถที่จะลดคดีต่าง ๆ ที่จะนำคดีความไปสู่ศาลยุติธรรม ลดจำนวนนักโทษที่โดนจับกุมเข้าไปคุมขังในเรือนจำต่าง ๆ ทำให้ลดมิติทางด้านกฎหมาย มิติทางด้านควบคุม และอาจจะลดจำนวนงบประมาณ ที่เราจะต้องไปใช้ในการดูแลควบคุมนักโทษเหล่านั้นได้ อีกมิติหนึ่งก็คือมิติทางด้านวิชาการ ก็อยากจะให้มีมิติทางด้านงานวิจัยและงานพัฒนาอาร์แอนด์ดี (R&D) งานวิจัยที่สามารถ จะส่งผลยกระดับพืชกระท่อมหรือพืชกัญชง กัญชาตามญัตตินี้เพื่อที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจ เราสามารถที่จะวิจัยพัฒนาในเรื่องต่อ ๆ ไปของพืชกระท่อม พืชกัญชา พืชกัญชงที่เราได้หารือได้อภิปรายกันมาสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ท่านประธานสุดท้ายนี้ผมก็ ขอฝากประเด็นสำคัญเพื่อนำเสนอประกอบการพิจารณาก็ขอให้พิจารณายกเลิกพืชกระท่อม จากพืชยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ พืชกระท่อมเป็นสมุนไพรเพื่อการพัฒนาต่อยอดต่อไป ให้ยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติด แล้วก็ให้ปรับปรุงระบบระเบียบแนวทางการควบคุมพืชกระท่อมให้เอื้อต่อชีวิตประจำวันของ ผู้ใช้พืชกระท่อมในลักษณะของการเคี้ยวตามธรรมชาติที่ไม่มีผลต่อเนื่องไปทางการจัดสรร เรื่องสารอื่นมาปนเปื้อนในพืชกระท่อม แล้วก็อยากให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาและตั้งกรรมาธิการศึกษาให้นำพืชกระท่อมไปก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด เพราะว่าประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีการปลูกพืชกระท่อม เป็นจำนวนมาก ขอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาญัตตินี้เพื่อประโยชน์และควรยกเลิกพืชกระท่อม จาก พ.ร.บ. ยาเสพติดประเภท ๕ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน ท่านศาสตรา แล้วก็ธัญญ์วาริน แล้วก็ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ แล้วก็ท่านสมชาย พรรคอนาคตใหม่ เชิญศาสตรา ศรีปาน ครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคประชารัฐ วันนี้มีญัตติด่วนเกี่ยวกับการตั้งกรรมาธิการศึกษาการนำกัญชา กัญชง และใบกระท่อม ไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศไทย ผมขออภิปรายสนับสนุนเพิ่มเติมกับเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ โดยใช้ประสบการณ์ที่มีกับกัญชา เพราะว่าท่านสมาชิกก็ได้พูดไปหลายเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องวิชาการต่าง ๆ เรื่องสารทีเอชซี (THC) ซีบีดี (CBD) คุณแม่ผมเป็นมะเร็ง ท่านเป็นมะเร็งมา ๑๐ เป็นมะเร็งเต้านม แล้วก็ทำคีโมเทอราพี (Chemotherapy) บำบัด ท่านก็ทำมา เรื่อย ๆ จนถึงในปีสุดท้าย ในปีสุดท้ายก็เป็นปีที่คุณแม่ทรุดหนักมากครับ ผมก็เลยตัดสินใจ ให้ท่านหยดน้ำมันกัญชา แต่แน่นอนว่าสมาชิกในครอบครัวพี่ชาย น้องสาวก็ไม่เห็นด้วย เพราะเราโดนสอนมาตั้งแต่เด็กว่ากัญชาเป็นยาเสพติด ผมเป็นคนป้อนข้าวให้คุณแม่ครับ ก็ไม่ได้ใช้น้ำมันกัญชาแต่มีอยู่วันหนึ่งคุณแม่ก็มากระซิบข้างหูผมแล้วก็บอกว่าให้ไปเอาน้ำมัน กัญชาให้คุณแม่ เพราะอะไรผมได้ถามท่านไป ท่านบอกว่ากลัวผมค้างคาใจว่าอุตส่าห์ ไปเอามาแล้วก็อยากจะลองว่ามันเป็นอย่างไร แล้วก็เป็นอาการในระยะสุดท้ายแล้วด้วย หลังจากใช้สัก ๒-๓ วันคุณแม่ผมมีอาการดีขึ้นจากคนที่ทานข้าวไม่ได้เป็นอาทิตย์ก็ทานได้ นี่คือจากคำพูดของคุณแม่ นอนหลับดีขึ้น แต่สุดท้ายคุณแม่ผมก็เสียชีวิตลงเมื่อ ๒ ปีก่อน แต่มันก็ทำให้ผมยิ่งค้างคาใจท่านประธาน เพราะว่าผมมีความคิดว่าถ้าเกิดผมให้การรักษาคุณ แม่โดยกัญชาตั้งแต่เริ่มต้นอาจจะดีขึ้นก็ได้นะครับ หลังจากวันนี้ผมได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กัญชา ศึกษาเพิ่มเติมก็ได้รับทราบว่าวันนี้กัญชาหลายประเทศได้ใช้กันเพื่อบรรเทาอาการ ต่าง ๆ เช่นอาการเจ็บปวดโรคเครียด โรคมะเร็ง นอนไม่หลับ เนื้องอก โรคซึมเศร้า เบาหวาน ความดันโลหิตสูงครับ ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย แล้วก็มีอีกหลาย ๆ โรคที่บรรเทาด้วยกัญชา ทีนี้มาเข้าสู่อีกมุมหนึ่งก็คือในเรื่องของถ้าเราใช้เพื่อการสันทนาการ ผมก็ไปศึกษามาเพิ่มว่า กัญชาเพื่อการสันทนาการ ในประเทศที่เสรีกัญชาก็ใช้กัน เช่น ในประเทศยุโรปหรือในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็ ที่ผลักดันไปแล้วประเทศออสเตรเลียที่เมืองแคนเบอร์รา จริง ๆ แล้วกัญชาเพื่อสันทนาการ ในประเทศที่เสรีเขาไปไกลมาก ๆ แล้วครับท่านประธาน เขามีการจัดการแข่งขัน มีการผสมพันธุ์ เป็นกัญชาสายพันธุ์ใหม่ ๆ โดยการใช้นวัตกรรม โดยการใช้โนว์ฮาว (Knowhow) ของแต่ละคน เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กัญชาของเขานะครับทุกวันนี้เกษตรกรปลูกกัน จริง ๆ แล้วอยากจะบอก ว่าปลูกกัญชาไม่จำเป็นต้องปลูกในปริมาณที่เยอะ ๆ ถึงจะได้เงินเยอะนะครับ สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ปลูกแค่ ๖ ต้นมูลค่ามันมากกว่าการปลูกกัญชาเป็นไร่ก็มี วันนี้สายพันธุ์ ก็ได้พัฒนาไปไกลมาก ๆ แล้วก็เพื่อที่จะใช้สันทนาการตรงนี้นะครับ ทีนี้วันนี้ถ้าเกิดว่า เกษตรกรของเราเกิดในอนาคตได้ปลูกกันจริง ๆ ถ้าเราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ผมว่าก็จะ เป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวสำหรับเกษตรกรบ้านเรา แน่นอนครับข้อเสียของ กัญชามีแน่นอนครับ เราก็ต้องศึกษาข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ครบทุกมิติ แล้วก็หาวิธีการป้องกัน ออกกฎหมายป้องกัน แล้ววันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สภาแห่งนี้จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกัญชาแล้วก็ใบกระท่อมเพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วย เพื่อเป็น ประโยชน์กับเกษตรกรต่อไปในอนาคต เพราะกัญชาวันนี้เป็นเหมือนโอกาสของผู้ป่วยที่กำลัง รอความหวัง เกษตรกรต้องการที่จะมีพืชเศรษฐกิจตัวใหม่มีเงินเข้ากระเป๋าเพื่อมาใช้จ่ายวันนี้ ก็ขอขอบคุณทุกท่านแล้วก็อยากจะให้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านช่วยกัน ผลักดันให้มันเกิดขึ้นให้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านธัญญ์วารินครับ

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคต ใหม่ วันนี้ดิฉันจะมีพูดเรื่องกัญชง ซึ่งเส้นใยจากกัญชงเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรงทนทานสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการทำเสื้อผ้าได้ ซึ่งชุดที่ดิฉัน ใส่มาในวันนี้ทำมาจากผ้าใยกัญชงร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นชุดมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าเมี่ยนนะคะ ซึ่งเส้นใยกัญชงมีคุณสมบัติที่เมื่อเราใส่แล้วจะเย็นสบายในอากาศที่ร้อน แล้วอบอุ่นเมื่อเจอ อากาศเย็นแบบนี้ เพราะว่ากัญชงมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นได้ดีกว่าไนลอนแข็งแรง กว่าผ้าฝ้ายแล้วก็อบอุ่นกว่าลินิน อีกทั้งยังสามารถย่อยสลายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึง ๑ ปีหลังจากที่เราทิ้ง ซึ่งเป็นหนทางนำไปสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสามารถ แก้ปัญหาขยะในโลกได้ในอนาคตนะคะ กัญชงเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียงปีเดียว ที่สำคัญ ปลูกเพียง ๓-๔ เดือนก็สามารถใช้งานได้แล้วปลูกง่ายใช้น้ำน้อยไม่ต้องพรวนดินใส่ปุ๋ยหรือ กำจัดวัชพืช จึงกล่าวได้ว่ากัญชงคือความหวังของอุตสาหกรรมสิ่งทอค่ะ แล้วโลกของเราก็ คาดหวังว่าจะมีการผลิตผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าที่สามารถลดโลกร้อนได้ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าการผลิตเสื้อผ้าท่านทราบหรือไม่คะว่าเป็นสาเหตุหนึ่งในการใช้สารกำจัดศัตรูพืช การปลูกฝ้ายที่ไม่ใช่แบบอินทรีย์นั้นใช้สารกำจัดศัตรูพืชถึงร้อยละ ๑๐ ของปริมาณทั่วทั้งโลก และสารกำจัดแมลงนั้น ๒๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการผลิตแบบเดิมนั้นมีสัดส่วนการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก ในการผลิตและการใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้น คาดว่าระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำและการใช้ที่ดินจะเพิ่มขึ้นในอีก ไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ผลการสำรวจพบว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคออนไลน์ จากทั่วโลก ๖๐ ประเทศยินดีจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์และการบริการที่ให้บริการโดยบริษัทที่ มุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น ในปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ กลุ่มกรีนพีช (Greenpeace) วิพากษ์วิจารณ์บริษัทไนกี้ และบริษัทอื่น ๆ อีก ๒-๓ แห่งว่า ล้มเหลวในการจัดการใช้สารเคมีที่มีสารฟลูออไรด์ ซึ่งใช้ในการเคลือบรักษาผลิตภัณฑ์ แต่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จนต่อมาปีนี้ไนกี้ (Nike) อาดิดาส (adidas) พูมา (PUMA) ได้เข้าร่วมกับบริษัทเครื่องแต่งกายอื่น ๆ อีก ๓๐ บริษัทพร้อมกันลงนามใน จี เซเวน แฟชัน แพ็กต์ (G7 Fashion Pact) ซึ่งนายกรัฐมนตรีของประเทศฝรั่งเศส นายเอ็มมานูเอล มาครง เปิดเผยในการประชุมสุดยอดจี เซเวน (G7) ประจำปีว่าไนกี้ (Nike) มุ่งมั่นที่จะลดปริมาณ การปล่อยก๊าซคาร์บอมอนอกไซด์ลง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ภายในปี ๒๐๓๐ ผ่านการเป็นพันธมิตร กับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและตลาดกัญชงในประเทศ จีนท่านทราบหรือไม่ว่าประเทศจีนนั้นใช้เส้นใยกัญชงผลิตเป็นเครื่องนุ่งห่มมากกว่าเป็นเกือบ หมื่นปี ประมาณ ๒,๘๐๐ ปีก่อนคริสตกาล และสันนิษฐานว่าเส้นใยกัญชงนั้นน่าจะเป็นเชือก เส้นแรกของโลก ประเทศจีนครั้งหนึ่งก็เคยใช้ใยกัญชงในการผลิตเครื่องแบบทหารของ ประเทศจีนด้วย และในปัจจุบันนี้ประเทศจีนปลูกกัญชงถูกกฎหมายเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ยอดขายส่วนใหญ่ในปี ๒๐๑๘ ก็มาจากเส้นใยสิ่งทอจากก้านกัญชงที่มีมูลค่ารวมถึง ๑,๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐเลยค่ะ ส่วนในประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นถือว่าใยกัญชงนั้น เป็นเหมือนเส้นใยมงคลเฉกเช่นเดียวกับชาวชาติพันธุ์เผ่าม้ง ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมนำผ้าเส้นใยกัญชง มาตัดเป็นกิโมโน และท่านทราบหรือไม่ว่ากิโมโนโดยเส้นใยกัญชงนั้นไม่ใช่ราคาถูก ๆ นะคะ ชุดหนึ่งราคาเป็นแสนค่ะ ทุกวันนี้เส้นใยกัญชงเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก หลาย ๆ แบรนด์ (Brand) เช่น แอร์เมส (Hermes) พราด้า (Prada) กุชชี่ (Gucci) แซ็งต์ โลร็องต์ (Saint Laurent) บาลองเซียก้า (Balenciaga) ชาแนล (Chanel) คอนเวิร์ส (Converse) แวน (Vans) ก็เป็นแบรนด์ (Brand) ต่าง ๆ ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เส้นใยกัญชงเช่นเดียวกัน และจะมีแบรนด์ (Brand) หนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ พาทาโกเนีย (Patagonia) ซึ่งพาทาโกเนีย (Patagonia) เป็นแบรนด์ (Brand) ที่ผลิตสินค้าเอาต์ดอร์ (Outdoor) เสื้อผ้าเอาต์ดอร์ (Outdoor) ใช้ในการปีนเขา แคมป์ปิง (Camping) ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการใส่ใจและผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การสรรหาวัตถุดิบ การใช้กระบวนการผลิต เทคโนโลยีพลังงานสีเขียว และแม้กระทั่ง พาทาโกเนีย (Patagonia) เคยขอร้องผู้บริโภคว่าอย่าซื้อถ้าไม่คิดจะใช้จะได้ ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร ซึ่งการเลือกข้างแบบนี้ พาทาโกเนีย (Patagonia) ถือว่าเป็นการคิดต่าง ในโลกธุรกิจเลยค่ะ การแสดงจุดยืนทางสังคม สิ่งแวดล้อม การเมืองของบริษัทมักถูกมองว่า เป็นความเสี่ยง แม้จะอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างธุรกิจกับงานรณรงค์แบบเอ็นจีโอ (NGO) แต่ยอดขายของพาทาโกเนีย (Patagonia) นั้น ก็โตอย่างต่อเนื่องจนสามารถทำลายสถิติแตะ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐได้ภายในปี ๒๐๑๗ ดิฉันเล่ามาทำไมคะเรื่องแบบนี้ ที่จะเล่า ก็เพราะว่ากัญชงถือเป็นพืชที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อยอดทางธุรกิจได้มากมาย และกำลัง เป็นสินค้าที่นิยมของผู้บริโภคกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ ของโลกใบนี้ แต่หันกลับมาดูการปลูกกัญชงในประเทศไทยกันค่ะ การปลูกกัญชงในประเทศไทยนั้น ถูกควบคุมให้ปลูกได้ใน ๖ จังหวัด ๑๕ อำเภอของภาคเหนือเท่านั้น ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นการ ตัดโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยทันทีเลยเมื่อเราถูกควบคุมการปลูกกัญชงซึ่งเป็นพืช เศรษฐกิจขณะนี้ ซึ่งประเทศไทยสามารถขยายฐานการปลูกกัญชงได้ค่ะ และถ้ากัญชง ถูกขยายฐานการปลูกและเราเข้าสู่ตลาดธุรกิจ การแข่งขันทางธุรกิจในตลาดสินค้า สิ่งแวดล้อมของโลกได้ให้ทัดเทียมกับสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นแบรนด์ (Brand) ดังระดับโลก ประเทศไทยก็สามารถทำได้เช่นกัน และดิฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยกัญชง ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านธีรภัทร พรรคประชาธิปัตย์ครับ

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ เป็นคนหนึ่งที่ได้ลงชื่อสนับสนุนให้มีการตั้งญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบของนายเทพไท เสนพงศ์ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เราใช้คำว่า จากโซ่ตรวน สู่เสื้อกาวน์ (Gown) เพราะอะไรครับ ในปี ๒๕๒๒ นั้นหลังจากที่พืชหลายชนิดรวมทั้ง กระท่อมถูกผลักเข้าอยู่ในบัญชีของยาเสพติดประเภทที่ ๕ ในมาตรา ๗ วันนั้นมันเหมือนเรา ผลักคน ๑ ใน ๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ให้เข้าไปสู่เป็นผู้เสพ เป็นผู้ป่วย เป็นผู้ต้อง บริโภคในสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ ในอดีตเราเคยมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งหนึ่ง เราเคยโค่นต้นหมากทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ของเราคนในรุ่นนั้นต้องเสียใจและเสียดาย และสุดท้าย วันหนึ่งหมากก็ต้องกลับมาเป็นพืชที่ปลูกและบริโภคได้อย่างถูกกฎหมายในทั่วไป สิ่งที่เรา กำลังเริ่มทำในวันนี้เพื่อที่จะทำให้พืช อย่างเช่น กระท่อมกลับมาเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับการ ยอมรับอีกครั้ง ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากปี ๒๕๒๒ เป็นต้นมา แม้จะได้มีการผ่อนผันในหลาย ๆ ส่วน จนกระทั่งปัจจุบันมีการปลดล็อกข้อแรกสามารถนำมาใช้วิจัยและศึกษาในทาง การแพทย์ได้ ขอย้ำในทางการแพทย์ ตรงนี้มันเหมือนเป็นล็อกข้อแรกที่ได้รับการปลดออกมา และผมก็เชื่อว่าวันหน้าใบกระท่อมเมื่อได้รับการปลดออกมาจากบัญชีตรงนี้แล้วเชื่อว่า ผลสุดท้ายเมื่อได้มีการวิจัยและศึกษาพัฒนาอย่างจริงจัง วันหนึ่งคำว่ายาเสพติดก็จะปลอด จากใบกระท่อมโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ หลังจากที่ได้มีการกำหนดให้ใบกระท่อม เป็นพืชยาเสพติดตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ แล้วจำนวนสถิติผู้ถูกจับกุมในกรณีนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น มากมาย ถามว่าทำไมในเมื่อเป็นพืชยาเสพติดแล้วยังเป็นพืชที่คนยังบริโภคยังมีการจับกุมอยู่ ต่อเนื่อง ตัวเลขจากหลักพันจนปัจจุบันล่าสุดมีผู้ถูกจับในกรณีนี้เกือบเป็น ๒๐,๐๐๐ คน ทั้ง ๆ ที่เป็นพืชยาเสพติดมีโทษปรับจับกุมดำเนินคดีตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ จนถึงเป็นหลักหลาย ๆ แสนมีการลงโทษถึงขั้นจำคุก แต่ว่าปริมาณไม่ได้มีการลดลงเลยครับ เพราะว่าพืชเหล่านี้ เป็นพืชปกติของคนที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้เขาใช้บริโภคติดกันโดยทั่วไปเหมือนที่ เพื่อนสมาชิกได้บอกคนใต้เคี้ยวใบกระท่อมเป็นเรื่องปกติ ในความรู้สึกของคนใต้ เวลาเราใช้คำว่า หวนท่อม นี่เป็นประโยคที่เราพูดกันโดยปกติ นั่นก็คือว่านำใบมามีการดึง เอาใบรูดก้านทิ้งนำมาเคี้ยวคายกาก หลังจากนั้นอาจจะดื่มน้ำชา กาแฟ หรืออะไร แล้วก็มีการสนทนา นี่เป็นวงปกติที่เราได้พบกันในช่วงเวลาที่คนใต้พักผ่อนหรือเสวนากัน ในสถานที่ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เป็นปกติ ผมเชื่อเลยว่าในพื้นที่ในหลาย ๆ แห่ง แม้แต่เจ้าหน้าที่เอง หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายผมก็เชื่อ เหมือนกันว่าเป็นเรื่องที่เขาใช้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเมื่อมันเป็นกฎหมายเราจะดูหรือหลับตา ข้างหนึ่งหรือปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ดีที่สุดก็คือว่านำมันขึ้นมาเพื่อใช้ในการวิจัย และส่งเสริมและศึกษาทำให้มันเป็นพืชสมุนไพรที่ถูกกฎหมายให้ได้ ท่านประธานครับ ในช่วงที่ผ่านมาเราไม่รู้หรอกครับว่าตัวเลขทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นไปอีกหรือเปล่า แต่วันนี้ ในเมื่อได้มีการนำมาปลดล็อกขั้นแรกด้วยการให้ใช้ในทางการแพทย์ได้ แล้วเราก็จะได้รู้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาเราสูญเสียโอกาสเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดเอาไว้ว่ามันผ่านมาแล้ว นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ จนบัดนี้เกือบ ๔๐ ปีเข้าไปแล้วเป็นโอกาสที่เป็นเรื่องดีที่เราจะได้เริ่ม นับ ๑ จากเรื่องนี้เป็นต้นไป ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกภาคทุกท่านที่ได้มีส่วนช่วย ในการสนับสนุน ถ้าจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในอดีตยาชนิดนี้ มีชื่อด้วยซ้ำครับใช้ในการแก้โรคท้องร่วง เป็นตำรับหนึ่งของสูตรยาสมุนไพรของหมอพื้นบ้าน หรือหมอแผนโบราณ ใช้ชื่อเลยครับว่า ตำรับยาประสระกระท่อม ตรงนี้เราใช้เพื่อเป็นการ แก้โรคท้องร่วง ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่เราใช้ในยาปัจจุบัน แต่เมื่อถ้ามีการวิจัยแล้ว ทำไมครับ วันหนึ่งหมออาจจะสั่งยาเม็ดกระท่อมเพื่อแก้โรคท้องร่วงให้กับคนปกติในทั่วไปได้ใช่ไหมครับ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างเรามีความเชื่อว่าคนที่เคี้ยวกระท่อมอาจจะเป็นหรือไม่เป็นประจำ มีส่วนในการแก้โรคที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบันบ้างได้ อย่างเช่นในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่า นำใบกระท่อมมาห่อแล้วก็เคี้ยวไปกันกับน้ำตาล เหตุผลตรงนี้เพื่อทำให้มันเคี้ยวง่าย เท่านั้นเองครับ เพิ่มความหวานในการเคี้ยว เพราะโดยปกติ โดยทั่วไปรสชาติของกระท่อม มันจะออกเปรี้ยว ๆ ขม ๆ นะครับ การนำน้ำตาลมาผสมเพียงเพื่อทำให้มันเคี้ยวแล้วก็ กลืนน้ำง่ายขึ้น เหตุผลก็เพื่อว่าใช้ในการแก้ไอนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขานำมาใช้ และในหลาย ๆ ส่วน การเคี้ยวใบกระท่อมช่วยรักษาโรค อย่างเช่นคนเป็นไข้นำมาใช้ได้เหมือนกัน หรือแม้แต่ โรคที่เกี่ยวกับกระเพาะและระบบทางเดินอาหารตรงนี้กระท่อมก็มีส่วนช่วยได้มาก และท่าน ก็คงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเวลาเราพูดถึงต่างชาติต่างๆ อย่างเช่นกรณีคนประเทศญี่ปุ่นเขาพูดถึง ชาของเขาด้วยความภาคภูมิใจ ชาเขียวมันมีส่วนหรือเปล่า ในการทำให้เขามีอายุยืนยาวขึ้น คนประเทศฝรั่งเศสดื่มไวน์ซึ่งทำจากองุ่น เขาก็บอกว่าทำให้สุขภาพของเขาดีขึ้น ทำไมล่ะครับ ใบกระท่อมถ้าวันหนึ่งเราได้มีการวิจัยและศึกษาอย่างจริงจัง ทำไมล่ะครับ เราไม่สามารถ พูดด้วยความภาคภูมิใจได้หรือว่ายาเม็ดกระท่อมที่เราทานในปริมาณซึ่งได้มีการศึกษาและวิจัย แล้วสามารถแก้ท้องร่วงหรือแม้แต่เบาหวานใช่ไหมครับ เราอาจจะทานเป็นเม็ด เราอาจจะ ทานเป็นใบสดซึ่งเป็นพืชสามัญที่เราสามารถปลูกได้ในตามปกติ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเราได้มีการกระทำขึ้นมาจริง ๆ แล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นผลและทำให้คนที่วันนี้อย่างที่ผม เรียนครับ ๑ ใน ๓ ของคนเหล่านั้นที่มองว่าอาจจะเป็นคนผิดกฎหมาย กลับมาใช้ได้ใน ชีวิตปกติ ท่านประธานครับ ในการวิจัยของต่างประเทศมีการวิจัยมากมายในการใช้ล่าสุด แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเองก็มีการนำใบกระท่อมทำเป็นยาเม็ดด้วยซ้ำ ยาเม็ดที่ว่าเขาใช้ชื่อว่า ไทยกระท่อม จำหน่าย ๖๐ เม็ดในราคา ๑,๘๐๐ กว่าบาท นี่คือเห็นแล้วว่าการสร้างมูลค่า โดยสิ่งเหล่านี้ด้วยการใช้ในทางการแพทย์ที่ถูกต้องมันสามารถทำผลต่อเนื่องได้อย่างไร ท่านประธานครับ ในใบกระท่อมมันมีสารที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้วก็คือว่าไมทราจินีน (Mitragynine) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ตรงนี้ที่ทำให้คนเรามีความรู้สึกว่า เมื่อเราได้รับประทานไปแล้วมีความรู้สึกกระชุ่มกระชวย มีความรู้สึกว่าสดชื่นตรงนี้มันเลย ทำให้โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนเมื่อหลังจากที่เขาไปทำงานแล้วเหน็ดเหนื่อยเขานำส่วนนี้ มาใช้มันคือผลตรงนี้ แต่เราไม่เคยรู้เลยครับว่าไมทาจินีน (Mitragynine) หรือสารอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ที่มันมีอยู่ในใบ เราควรจะใช้ปริมาณเท่าไรที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ถ้าเราได้มีการ เพาะปลูก มีการวิจัยอย่างจริงจัง เราสามารถที่จะบอกได้เลยครับว่าคุณบริโภคแค่ไหนมีความ เหมาะสม แก้อะไรได้ ขอให้มีการทำเรื่องนี้คู่ขนานไปกับการปลดล็อกในลำดับต่อไปของ พืชกระท่อม ท่านประธานครับ ปัจจุบันผมขอยกตัวอย่าง อย่างเช่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอบ้านนาสาร ตำบลน้ำพุ ตรงนี้ครับ เป็นแหล่ง ๆ หนึ่งที่วันนี้ได้มีการเริ่มพัฒนาแล้วก็ ปลูกทดลองกระท่อม ท่านครับ คนที่นี่เขาใช้ธรรมนูญชุมชน ซึ่งตรงธรรมนูญชุมชนตรงนี้ เป็นข้อตกลงของคนในชุมชนนั้นเองว่าเราจะทำในสิ่งเหล่านี้ร่วมกันเพื่อเป็นประโยชน์ของคน ในส่วนรวม ท่านประธานครับ กฎประชาคมที่เขาตั้ง อย่างเช่นข้อแรกก็คือว่าเขาอนุญาตให้ มีการปลูกกระท่อมบ้านละ ๓ ต้น แต่เป็นการปลูกเพื่อนำมาวิจัยในการทดลองทางการแพทย์ และทุกคนก็จะต้องปฏิบัติตามนี้เหมือนกัน ไม่อนุญาตให้บ้านใดบ้านหนึ่งนำมาขายต่างหากเพื่อการบริโภค ถ้าใครทำอย่างนั้นถือว่าผิดกฎ จะต้องถูกทำลายไปทั้งหมด ส่วนถ้าใครปลูกเกิน ๓ ต้นก็จะต้องถูกทำลายเหมือนกัน และถ้าใครนำส่วนนี้ไปเกี่ยวข้องกับในส่วนของยาเสพติดทั้งหลาย เขาก็จะทำลายเหมือนกัน นี่คือธรรมนูญชุมชนที่ทำให้ชุมชนนี้ก่อขึ้น บ้านน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวอย่างเลยครับว่าถ้าเราเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสามารถ เป็นตัวอย่างไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เหมือนกัน ผมจึงขอสรุปในประมาณนี้ครับว่าขอให้มีการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการใช้พืชกระท่อมเป็นสมุนไพรและใช้ในทาง การแพทย์ร่วมกับเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร พรรคอนาคตใหม่ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๓ ท่านนะครับ เชิญท่านสมชายต่อครับ

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นแล้วก็อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการใช้กัญชา กัญชงและกระท่อม ซึ่งผมมีเหตุผลที่จะร่วมอภิปรายในวันนี้ว่าผมอยากจะย้อนกลับไป ในชีวิตซึ่งสมัยก่อนปี ๒๕๒๒ ก่อนที่กระท่อมมันจะเป็นยาเสพติดหรืออาจจะเป็นวันที่ กระท่อมขาดอิสรภาพถูกควบคุมด้วย พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ตอนผมเป็น เด็กวัยรุ่นอายุไม่เกิน ๒๐ ปี มีนา ญาติพี่น้องก็ทำนา เช้าขึ้นมาตอนนั้นมันมีเครื่องจักรกลน้อย ชาวนาต้องใช้วัวใช้ควายในการคราดไถ พี่น้องชาวนาของผมก่อนที่จะออกไปทุ่งนาก็ต้องแวะ ไปเก็บใบกระท่อมใส่พาย ใส่ห่อ ใส่พกไป พร้อมด้วยน้ำเป็นขวดออกไปอยู่กลางทุ่งนา เพื่อคราดไถทนแดดทนฝนไม่ต้องกินข้าว จนกระทั่งใกล้จะเที่ยงจึงจะกลับเข้าบ้าน สิ่งที่เขาใช้ เป็นประจำเป็นวิถีชีวิตและเป็นวัฒนธรรมของการดำรงชีวิตของคนใช้แรงงานในภาคเกษตร ถ้าพูดเป็นภาษาบ้านเราก็คือคนชั้นล่างนี่ล่ะ ใบกระท่อมเป็นยาชูกำลัง ใบกระท่อมคือ เครื่องมือสำหรับการให้มีพละกำลังในการทำงานได้หนักกว่าเดิม ทนแดดได้กว่าเดิม นี่คือ วิถีชีวิตในอดีตที่ผ่านมาและวัฒนธรรมนี้ของพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านผมก็ยังเป็นอยู่ แต่ว่าอิสรภาพที่จะกินใบกระท่อมเป็นสมุนไพรเป็นยาชูกำลังมันถูก อำนาจรัฐบงการว่าพวกคุณทำไม่ได้ นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐส่วนกลางกับท้องถิ่นกับ ประชาชน เพราะว่าอำนาจรัฐที่กำหนดจากส่วนกลางในปี ๒๕๒๒ มันเคยเกิดขึ้น เมื่อปี ๒๔๘๖ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวไว้ รัฐส่วนกลางต้องการภาษี ที่มาจากฝิ่น ตอนนั้นฝิ่นเป็นยาเสพติดที่ถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลมีรายได้จากเก็บภาษีฝิ่น และคนก็ติดฝิ่นกันงอมแงมทั้งประเทศ จนกระทั่งว่าอิทธิพล อันนี้เรื่องราวของการต่อสู้ระหว่างมหาอำนาจด้วยกันทั้งหลาย ที่จะเอาฝิ่นมาเผยแพร่ในประเทศเอเชีย จนกระทั่งบางประเทศมั่งคั่งไปด้วยยาเสพติด ที่เป็นผู้ค้าฝิ่นในสงครามฝิ่นที่ชนะประเทศจีน ฝิ่นมันถูกต้องตามกฎหมายภายใต้กลไก ของระบบการค้าโลกในเวลานั้น แต่ประชาชนคนไทยสามารถที่จะต้านกับพิษภัยของยาเสพติดฝิ่นได้ ด้วยการเคี้ยวใบกระท่อมมันเหมือนกับการบำบัดรักษาโดยธรรมชาติ ปี ๒๕๒๒ ในสังคม การค้าของประเทศไทยมีสินค้าอย่างหนึ่งเข้ามาเมื่อปี ๒๕๒๐ มันมียี่ห้อที่ชู ๒ นิ้วอย่างนี้ เข้า มาประเทศไทย ปี ๒๕๒๐ กระท่อม เพราะนี่คือยาชูกำลัง เครื่องดื่มชูกำลังที่เข้ามา ในประเทศไทยกระท่อมมันจึงเป็นอันตรายหรือเป็นศัตรูกับสินค้าแบบนี้อีก ปี ๒๕๒๒ กระท่อมจึงเข้ามาเหมือนกับ ปี ๒๔๘๖ เอากระท่อมเข้าไปอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ ๕ เช่นเดียวกับกัญชา ท่านประธานที่เคารพครับ ในชีวิตของชาวชนบทกัญชาก็โดนแบบตอนที่ สังคมการค้ามันมีซิกาแรต (Cigarette) หรือยาสูบเข้ามาในประเทศไทย และรัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.บ. ยาสูบ ปี ๒๔๘๖ เหมือนกัน ยาสูบถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ประชาชนชาวบ้าน ใช้เป็นเครื่องดื่มเป็นยาสูบ เป็นยาชูกำลัง แม้กระทั่งกัญชาก็ผิดกฎหมาย แต่กัญชา เป็นการประกาศผิดกฎหมายโดยองค์การสหประชาชาติด้วย แต่กระท่อมไม่ใช่ แต่ผมดีใจ อย่างหนึ่งว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมบอกว่าจะปลดล็อก ซึ่งการปลดล็อก กระท่อมไม่ยากเลยครับท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นแค่ประกาศกระทรวงออกมาว่า เอากระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ จากประกาศกฎกระทรวงมันก็พ้นมาแล้ว ถ้าหากว่าเป็นความตั้งใจของรัฐบาลจริงก็บอกว่าพี่น้องประชาชนชาวใต้ โดยเฉพาะ คนทั่วประเทศที่ใช้ใบกระท่อมเป็นวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตอยู่วันนี้ก็ต้องขอบคุณไว้ล่วงหน้า เพราะนั่นคือการปลดปล่อย ถ้าเมื่อใดรัฐบาลปลดปล่อยใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด นั่นก็คืออิสรภาพของผู้บริโภคมันเกิดขึ้นไม่ถูกบงการ ไม่ถูกควบคุม และไม่ถูกจัดการ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐวันนี้ที่เมื่อสักครู่นี้ทางรายงานของกระทรวงยุติธรรมบอกว่าจับผู้เสพ ใบกระท่อมไว้ ๔๐,๐๐๐ กว่าราย ถ้าปลดเร็วก็ต้องเหมือนที่คุณทิม พิธา ได้บอกไว้ว่าจะต้อง นิรโทษกรรมด้วยคดีที่เกี่ยวกับกระท่อมที่ยังค้างคาอยู่ ก็ช่วยปลดให้อย่างรวดเร็วด้วย เพราะว่ามันมีค่าปรับ มีค่าขึ้นศาลอยู่ด้วย ถ้าหากวันนี้สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันผลักดัน และปลดปล่อยใบกระท่อมให้เป็นอิสรภาพก็เหมือนกับการปลดปล่อยวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเสรีภาพของคนที่บริโภคใบกระท่อมออกมาด้วย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการ ที่จะได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาการแก้ปัญหากัญชา กัญชง และใบกระท่อม หรือกระท่อม จะได้เอาเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาอย่างรวดเร็ว เพราะว่านอกจากเราใช้ใบกระท่อมสำหรับการบริโภคแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามาตลอด ก็คือการเอาออกจากตำรับยาของแพทย์แผนไทย แต่วันนี้เมื่อวิทยาการทางตะวันตกเข้ามา กัญชาและกระท่อมก็ได้รับการพิจารณาอีกแล้วว่ามันจะอยู่ในฐานะอะไร ผมจึงฝากว่า ก็อยากจะกลับบ้านและเห็นพี่น้องมีเสรีภาพในการจะบริโภคกระท่อม และที่สำคัญที่สุดคือ อยากจะกินแกงคั่วปลาไหลที่มีใบกัญชาอยู่ข้างในด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประกอบครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติที่สภาแห่งนี้ได้นำมาพิจารณาก็คือเรื่องของกัญชา กัญชง และ พืชกระท่อมทั้ง ๓ ตัว ก็อยากกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่าผมเองเป็นคนรับรองญัตติ ของเทพไท เสนพงศ์ ในเรื่องการศึกษาใบกระท่อม พืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ก็เรียนท่านประธานว่าพืชทั้ง ๓ ตัวครับ ทั้งกัญชา กัญชง และกระท่อม ผมสนับสนุนที่จะให้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพืชทั้ง ๓ ตัวนี้เป็นระบบครบวงจร ดูข้อดี ข้อเสีย แล้วก็ แนวทางในการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนต่อประเทศชาติมากที่สุด ผมขออนุญาตพูดแต่ละตัวสั้น ๆ และไม่ให้ซ้ำประเด็นกับที่ เพื่อนได้พูดมาแล้ว ในเชิงของวิทยาศาสตร์ก็ขออนุญาตว่าไม่พูดเท่าไร เพราะว่าเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านพูดในเรื่องของข้อเท็จจริงเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ผมจะพูด ในเรื่องของเชิงสังคมซึ่งหลายคนพูดน้อย ท่านประธานครับ กัญชาเป็นพืชที่อยู่ในความสนใจ และอยู่ในความสับสนของพี่น้องประชาชนมาตลอดเวลา หลายคนบอกว่ากัญชานั้น มีประโยชน์มหาศาล หลายคนบอกว่ากัญชานั้นมีโทษมากมาย ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสรรพสิ่งในโลกนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งใดที่มีคุณอนันต์ สิ่งนั้นก็ต้องมี โทษมหันต์ เพียงแต่ว่าเราบริหารจัดการอย่างไรให้คุณมากกว่าโทษ หรือมีเฉพาะคุณแต่โทษ ไม่มี ท่านประธานที่เคารพครับ กัญชาก่อนหน้านี้เป็นพืชที่น่ากลัวมาก เพราะว่าทุกคนมอง กัญชาเป็นเรื่องของยาเสพติดให้โทษและเกิดโทษอย่างมากมาย กระทบเชิงสังคมอย่างมาก แต่ว่าในเมื่อผลการทดลองวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์พบว่ากัญชามีประโยชน์ในหลายเรื่อง มีสารที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ๔๐๐ กว่าชนิด และมีสารที่จำเป็นต่อการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างน้อย ๓-๔ ตัว นี่เป็นข้อเท็จจริงเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ว่าอย่างไรก็ตามกัญชาก็มีส่วนที่เป็น ข้อจำกัด คือเป็นโทษอย่างที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ชี้สิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อสภาแห่งนี้ และให้พี่น้องประชาชนได้มองเหรียญทั้ง ๒ ด้าน ผมคิดว่าเป็นประโยชน์มาก ผมขออนุญาตนำประสบการณ์เชิงสังคมในวันหนึ่งที่ผมเป็นครูสอนสถาบันแห่งหนึ่งเป็นครู ปกครอง เป็นครูคุมหอพัก ท่านประธานเชื่อหรือไม่สิ่งที่ผมหนักใจมากที่สุดก็คือลูกศิษย์ผมที่ ติดกัญชามีบ้องกัญชาเด็กกลุ่มนี้ค่อนข้างจะปกครองยาก ไม่ค่อยดูหนังสือ ไม่เอาใจใส่ ต่อตัวเอง จะสังเกตเห็นว่าเด็กคนไหนติดกัญชาหรือไม่ ดูจากบุคลิกที่แสดงออกเหม่อลอยไม่สนใจ อะไรเลย ไม่แต่งเนื้อแต่งตัว ไม่สนใจแต่ไม่มีพิษมีภัยกับสังคม ไม่เคยก่อการร้าย ไม่เคยทะเลาะวิวาท เสพกัญชาแล้วยิ้มแย้มแจ่มใสสนุกสนาน พูดจาปราศรัยดีสุภาพเรียบร้อย แต่ในแง่หนึ่งก็คือ ขี้เกียจไม่ใส่ใจ ธุระไม่ใช่ นั่นคือผลกระทบกัญชาในที่ผมพบมาเอง ในวันที่ผมเป็นครูปกครอง ในวันที่ผมเป็นครูหอพัก ผมกราบเรียนว่ามันเป็นปัญหาที่สำคัญในวันนั้น แต่ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ไม่ได้ว่ากัญชาเป็นสิ่งชั่วร้าย แต่กัญชาเปรียบเสมือนปืน ผมคิดว่าผมไม่ได้ เปรียบเทียบอะไรเลยเถิด ปืนมีทั้งประโยชน์และโทษ ถ้าใช้ในการรักษาทรัพย์สินป้องกัน ตัวเองถือว่ามีประโยชน์ แต่ถ้าใช้ไปฆ่ามวลมนุษย์หรือเพื่อนมนุษย์หรือคนอื่นหรือไปปล้น ถือว่ามีโทษ กัญชาเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเรื่องกัญชานั้นต้องมี ข้อสังเกต ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายว่าขอให้ใช้กัญชาเกี่ยวกับ เรื่องทางการแพทย์แล้วก็มีวงจำกัดในการศึกษาวิจัยอย่างท่องแท้ เพราะว่าที่เราพูดวันนี้ บางเรื่องท่านประธานครับ ยังไม่เป็นผลงานวิจัยที่มีข้อสรุปเพียงแต่เป็นการทดลอง ในห้องทดลอง ทดลองกับหนูบ้างกับสัตว์บ้าง แล้วก็มาทึกทักเอาว่ามีประโยชน์ที่จริงยังไม่มี ข้อสรุป เพราะฉะนั้นเห็นด้วยว่าให้ศึกษาวิจัยเรื่องกัญชานี้ให้เป็นระบบให้มากที่สุด

เรื่องที่ ๒ ต้องมีคำจำกัดในเรื่องการเปิดโอกาสให้ปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ ผมกราบเรียนว่าหลายประเทศไม่เปิดเสรีนะครับแต่รัฐเป็นคนควบคุม บางประเทศกัญชา ทุกต้นติดบาร์โค้ด (Barcode) เพื่อไม่ให้เล็ดลอดออกไปข้างนอกใช้ในการวิจัยเท่านั้น เช่นเดียวกันครับ ผมคิดว่าระยะเริ่มแรกของเรานั้น เราไม่ควรให้กัญชามันเล็ดลอดออกไป อย่างมหาศาล ไม่ให้กัญชาปลูกอย่างเสรี แต่ให้มีควบคุมโดยรัฐเป็นคนควบคุมมอบหมาย แล้วก็จำกัดในวงการปลูก ทดลองวิจัยให้เห็นผลสัมฤทธิ์ ถ้าดีแล้วอาจจะกลายเป็น พืชเศรษฐกิจก็ได้ ไม่มีใครว่าแต่ต้องควบคุมให้ดี พืชตัวที่ ๒ กัญชง กัญชงเท่าที่ฟัง ๆ เพื่อนอภิปรายและที่ผมค้นหามารู้สึกว่าในทางโทษไม่มีเท่าไรครับ แต่เรื่องประโยชน์ ค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามกัญชง กัญชาเป็นพี่กับน้องกัน กัญชาเป็นพี่คนโต กัญชง เป็นน้องเล็ก อิทธิฤทธิ์สู้พี่คนโตไม่ได้ก็เป็นพืชที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ถ้าเราพัฒนาให้เป็น พืชเศรษฐกิจ

เรื่องที่ ๓ กระท่อม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายกระท่อมในทางบวกทั้งหมดเลย แล้วก็เป็นข้อเท็จจริงว่า กระท่อมไม่มีโทษแล้วก็ไม่ควรที่จะจัดให้เป็นพืชเสพติดด้วยซ้ำไป เพราะว่ากระท่อมนี้ เป็นพืชคู่กับชาวไทยมาหลายสิบปี และคนไทยใช้ประโยชน์จากกระท่อมอย่างยาวนาน แต่วันนี้เมื่อกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจประเภทที่ ๕ ก็ทำให้บุคคลบางประเภทนี้ทำมาหากิน กับกระท่อมทำให้เกิดปัญหามากมาย อย่างไรก็ตามผมอยากให้ข้อเท็จจริงอีกมิติหนึ่ง นอกจากกระท่อมมีประโยชน์มาก แล้วก็ไม่มีใครพูดถึงโทษของกระท่อมเลย แต่ส่วนเป็น ข้อเท็จจริงผมให้เป็นข้อสังเกต ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ กระท่อมไม่ใช่เป็นพืชยาเสพติด เป็นพืชเสพติดที่น่ากลัวเกรง ไม่ใช่ เป็นพืชธรรมดาต้นหนึ่งเพียงแต่มีผลในการกระตุ้นประสาทและไม่ไปกระทบ ในเชิงสังคมและไม่กระทบกับร่างกายมากนัก

เรื่องที่ ๒ กระท่อมไม่ใช่เป็นพืชเศรษฐกิจตามที่เพื่อนหลายท่านคาดเอาไว้ว่า เราลักลอบนำกระท่อมจากประเทศมาเลเซียปีหนึ่งไม่รู้เท่าไรถ้าเป็นมูลค่า ผมกราบเรียนว่าถ้าเราเปิดเสรีปลูกกระท่อมมันไม่มีค่าหรอกครับ เพราะกระท่อมเป็นพืช ที่ปลูกง่ายถ้าปลูกทุกบ้าน ๆ ละต้น ๒ ต้นผมคิดว่ามันไม่ใครจะเอากระท่อมมาจาก ต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเราใช้กระท่อมไปเชิงอุตสาหกรรมทำยาอย่างนี้ สู่เศรษฐกิจได้

เรื่องที่ ๓ กระท่อมไม่ใช่ยาวิเศษอย่างที่ว่า ไม่ใช่ว่าเป็นยาบำรุงทำให้ร่างกาย แข็งแรง สู้ กระท่อมนี่เขาบอกว่าใครเคี้ยวกระท่อมสู้แดดแต่กลัวฝน เกษตรกรเขารู้ดีครับ เพราะฉะนั้นกระท่อมก็เป็นพืชที่น่าสนใจและสิ่งที่สำคัญที่สุดกระท่อมไม่ควรเป็นประเภท ยาเสพติด น่าปลดออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ ให้พี่น้องประชาชนได้ปลูกอย่างเสรี ไม่เหมือนกับกัญชา กัญชง ซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะมีความจำกัด ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน สุดท้ายคือท่านพิเชษฐ์ ท่านหมอบัญญัติ ท่านณัฐพลจากพรรคอนาคตใหม่ ท่านสฤษฏ์พงษ์ จากพรรคภูมิใจไทย แล้วผมคงจะปิดอภิปรายเพราะท่านสมาชิกอภิปรายไปในทางเดียวกัน คือเห็นด้วยในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ นอกจากมีท่านสมาชิกท่านใดที่เห็นคัดค้าน จะอนุญาตให้อภิปรายเพื่อจะแถลงเหตุผล เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหากัญชา กัญชง กระท่อม ท่านประธานที่เคารพครับ คนที่เขาสูบบุหรี่ก็ให้เขาสูบไป สำหรับผมเวลา ยื่นบุหรี่ให้ผมผมก็ไม่เอาครับ ให้เป็นคอตตอน (Cotton) ก็ไม่เอาเพราะผมไม่สูบ คนที่เล่น การพนันก็เล่นไป บ้านอยู่ใกล้บ่อนการพนันก็ไม่เล่นเพราะไม่ชอบเล่น คนที่ดื่มเหล้าก็ดื่มไป แต่คนที่ไม่ดื่มก็ไม่ดื่ม ถึงเอาเหล้าฝรั่งมาให้ผมผมก็ไม่ดื่ม คนสูบยาบ้าก็มีเป็นบางจำพวก คนที่ไม่สูบเขาก็ไม่สูบ คนสูบบุหรี่ วันนี้บุหรี่ขายอยู่ทั่วโลกทุกประเทศขายบุหรี่หมด แต่ประเทศไทยซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกยาสูบที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลกถูกจำกัดลดพื้นที่ปลูก ลดโควตาเพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะนำเข้ายาสูบจากต่างประเทศอาจจะมีนอกมีในใต้โต๊ะ ผมไม่ทราบแต่พี่น้องเกษตรกรคนไทยเดือดร้อนทั้งที่ยาสูบโอกาสดีกว่าข้าว โอกาสดีกว่า ข้าวโพดต้องใช้ความรู้และความสามารถเป็นอย่างสูงมากที่จะผลิตยาสูบขึ้นมาได้ แต่คนไทย ก็จำกัดสิทธิ จำกัดความสามารถของคนไทยทั้ง ๆ ที่สามารถผลิตได้ทั้งภาคอีสาน และภาคเหนือสามารถผลิตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่ก็มาจำกัดทั้ง ๆ ที่บุหรี่ก็ยังขายอยู่ทั่วโลก อันนี้เป็นข้อคิดสำหรับพี่น้องชาวไทยว่าคนไทยมักจะทำอะไรที่มันสวนทางกับตลาดโลก สวนทางกับความเจริญ ท่านประธานครับ ที่พูดมานี้ชี้ให้เห็นว่าคนนั้นมีคิดต่างกัน วันไหน ที่เราปลดล็อกกัญชา กัญชง กระท่อม ทั้ง ๓ อย่างนี้จะทำให้ยาบ้ายาไอซ์ราคาถูกลง สุดท้าย ก็เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบสันทนาการหรือชอบมีความสุขก็หันมาใช้พืชที่มันเป็น ธรรมชาติอันตรายน้อยลง คนไทยทั้งประเทศวันนี้พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดเพราะว่าประเทศไทย เป็นประเทศร้อนชื้น เขตร้อนชื้นนั้นสามารถที่จะปลูกกัญชาที่เป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ กัญชงเป็นอุตสาหกรรมซึ่งเรานำเข้าใยกัญชงจากประเทศลาวปีหนึ่งมหาศาล ข้ามมาทางบ้าน ผมทางอำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน ใยกัญชงเอามาผลิตผ้าปีหนึ่งมหาศาล แต่ที่ประเทศ เราต้องถูกควบคุม การผลิตทั้ง ๆ ที่กัญชงก็มีสารทีเอชซี (THC) ที่จะทำเป็นยาได้นี่คือประโยชน์ครับ พอมาถึง กระท่อมไม่ต้องพูดถึงครับ มี ๓ ต้นเลี้ยงชีวิตได้ทั้งครอบครัว เพราะว่าสามารถที่จะใช้ใบ นำไปขายที่ทางภาคใต้บอกกิโลกรัมละ ๘๐ บาท เป็นไม้ยืนต้นเก็บได้ตลอดปีถ้ามีน้ำ ยิ่งน้ำอุดมสมบูรณ์ในเขตชลประทาน นา ๑๐ ไร่ยังไม่เท่ากับกัญชง ๑ งานเลยครับ ยังไม่เท่ากับกระท่อม ๓ ต้นเลยครับท่านประธาน อันนี้รัฐบาลอย่างไรก็ต้องรีบ เราเสียโอกาส ทางเศรษฐกิจประเมินค่าไม่ได้หลายปีมานี้ในแง่ของยาบำบัดโรค ในแง่ของการเพาะปลูก ในแง่ของอุตสาหกรรมแปรรูปทั้ง ๓ ชนิด ดังนั้นรีบเปิดเสรีนะครับ ประชาชนเขาก็นำหน้า รัฐบาลไปแล้วนะครับ วันนี้ลองไปถามว่าหมู่บ้านไหนไม่มีกัญชาบ้างครับ ไปขอดูต้นกัญชา ในหมู่บ้านมีหมดและถามว่าขอชิมชาจากใบกัญชาสด ๆ มีไหม มีทุกหมู่บ้านครับ ไปบ้านนอก การต้อนรับเดี๋ยวนี้เป็นชากัญชาซึ่งก็เป็นที่นิยมทำให้ชื่นอกชื่นใจนะครับ ถ้าอยากจะชิม ก็ไปทางจังหวัดเชียงรายชายแดนมีเยอะแยะนะครับ ถ้าทำก๋วยเตี๋ยวก็ขายดิบขายดี ร้านไหน ที่คนเยอะ ๆ ก็นั่นล่ะ ก็มีม้วน ม้วน ม้วน เอาใส่ไว้ที่ใต้หม้อก๋วยเตี๋ยวนะครับ วันนี้เราไม่ต้อง ไปคิดมากครับ ประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านเขาไปไกลมากหลายท่านก็อภิปราย แล้วเราจะอยู่ รอทำไม ประเทศมาเลเซียเขาคิดมากกว่าเราอีก ประเทศเขาก็ข้อจำกัดเยอะแต่เขาทำได้ อันที่น่าเป็นห่วงอย่างเดียวก็คือเรื่องของการเสพ การเสพต้องผิดกฎหมายครับ อย่างไร ก็ต้องมีกฎหมายควบคุมการเสพกัญชา เพราะว่าเสพไป ๆ มันรู้สึกว่ามันธรรมดา จากนั้น ก็จะผสมผงขาวบ้าง ผสมไอซ์ (Ice) ผสมอะไรเข้าไปเพื่อให้มันแรงขึ้นจากนั้นก็จะเป็นการติด ยาเสพติดขั้นสูงต่อไป ดังนั้นการควบคุมเรื่องของการเสพกัญชาก็ต้องคงไว้ ฝากท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ คุณหมอบัญญัติครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธานและท่านสมาชิกอภิปรายสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อศึกษา สอบหาข้อเท็จจริงเรื่องกัญชา กัญชง และกระท่อมตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านเสนอให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้อภิปราย เพื่อสนับสนุนญัตติของท่านสมาชิกเหล่านั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอกล่าวข้อมูล พื้นฐานในปัจจุบันว่ากัญชา กัญชงและกระท่อมนั้นเป็นพืชยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่เฉพาะกัญชาและกัญชง ๒ พืชนี้เท่านั้น ที่ติดกฎหมายยาเสพติดของยูเอ็น (UN) หรือองค์การสหประชาชาติ ส่วนกระท่อมนั้น ติดเฉพาะกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทยและของประเทศพม่า แม้แต่ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียก็ไม่ใช่เป็นพืชยาเสพติดนะครับ เข้าใจว่ากระท่อมนั้นที่ติดอยู่ในร่างแห ของยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ เพราะเหตุว่ารัฐบาลสมัยนั้นต้องการที่จะเลิกฝิ่นก็ปรากฏว่า มีผู้เสพฝิ่นหันมาเสพกระท่อมรัฐบาลก็อยากจะตามไปเก็บภาษีกระท่อมด้วยก็เลยเป็นที่มา อันนี้มีผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยได้พูดไว้นะครับ เพราะฉะนั้นกระท่อมจึงมีโอกาสเป็นพืช ที่จะสามารถหลุดจาก บัญชียาเสพติดให้โทษได้ก่อนกัญชาและกัญชง ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งกัญชาและกัญชงนั้น เป็นพืชอยู่ในตระกูลเดียวกันที่เรียกว่าแคนนาบีส (Cannabis) และอยู่ในสปีชีส์ (Species) เดียวกันก็คือสปีชีส์ (Species) ซาติวา (Sativa) ส่วนซับ สปีชีส์ (Sub species) ก็คือว่าเป็น ตระกูลที่เล็กลงไป กัญชานั้นเป็นซับ สปีชีส์ (Sub species) อินดีกา (Indica) กัญชงนั้นเป็น ซับสปีชีส์ (Sub species) ซาติวา (Sativa) หรือมีชื่อเรียกสั้น ๆ กัญชา เขาเรียกแคนนาบีส (Cannabis) ส่วนกัญชงเขาเรียกว่า เฮมป์ (Hemp) ซึ่งทั้งกัญชาและกัญชงในปัจจุบันนี้ ดูภายนอกแล้วก็เหมือน ๆ กัน ต่างกันที่สารเคมีที่จะสกัดได้ ในพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกในที่สูง ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นความกดอากาศต่ำ กัญชาก็จะให้สารที่มีซีบีดี (CBD) สูง พอมาปลูก ในที่ที่มีระดับน้ำทะเลก็จะได้ทีเอชซี (THC) ที่สูง ยกตัวอย่างกัญชา กัญชง ซึ่งเป็นพืชคล้าย ๆ กันชาวบ้านเขาอาจจะแยกไม่ออก ถ้าปลูกที่จังหวัดสกลนครอาจจะได้ซีบีดี (CBD) เยอะ ถ้ามาปลูกที่จังหวัดระยองอาจจะได้ทีเอชซี (THC) เยอะ ซึ่งทั้งทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) นั้นก็เป็นสารเคมีที่ทางการแพทย์สามารถตรวจได้ ซึ่งเรียกรวมว่าแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ซึ่งแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) นั้นเป็นสารนับร้อย ๆ ตัวที่อยู่ใน กัญชา ดังนั้นจึงไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไรสำหรับต้นพืชที่กฎหมายนั้นได้เขียนว่า กัญชา กัญชง กระท่อม เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ความจริงผมอยากจะฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญ หากตั้งสำเร็จในที่ประชุมแห่งนี้ช่วยไปแยกต้นกัญชา กัญชง และกระท่อม ให้เป็นพืชเสพติด หรือไม่ใช่พืชเสพติดก่อน แล้วยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ เอาเฉพาะตัวทีเอชซี (THC) มาขึ้นทะเบียนแทน เพราะปัจจุบันเรารู้มากกว่าความเป็นพืช แต่เรารู้ว่าสารเมาคือทีเอชซี (THC) ส่วนสารซีบีดี (CBD) นั้นปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่สารเมา แต่เป็นสารที่สามารถนำมาทำเป็น อาหาร สามารถมาทำเป็นเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ แล้วก็มีมูลค่าสูงมาก เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำร่องไว้ว่าพืชเสพติดก็ให้เหลือแต่กัญชาอย่างเดียว ส่วนพืชไม่เสพติด ก็เอากัญชงกับกระท่อมไป จะอภิปรายเกินไปสักนิดหนึ่งพืชเสพติดเอาฝิ่นไปด้วย ประเทศไทย ก็มีการปลูกฝิ่น ต้นพืชก็ไม่ใช่จำเลย แต่ตัวสารที่อยู่ในต้นพืชต่างหากที่เป็นสารเสพติด ปัจจุบันเราปลูกฝิ่นได้ แต่เราต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ อย่างเช่นที่ท่านรัฐมนตรี ท่านได้นำเรียนเมื่อตอนช่วงแรกว่ามูลค่าจำนวนมากที่เราจะต้องสูญเสียไปจากการนำเข้าฝิ่น เพราะฉะนั้นเราแยกกฎหมายเสียให้พืชเป็นพืชเสพติดกับพืชไม่เสพติด แล้วพืชนั้นเราไปแยกสาร ให้สารที่เป็นสารเมาสารเสพติดไปขึ้นทะเบียนเป็นยาเสพติดให้โทษ ในกรณีนี้ก็เป็นยาเสพติด ให้โทษประเภท ๕ เพื่อไม่ให้ต้นไม้นั้นเป็นจำเลยของกฎหมาย แล้วการที่เอากัญชา กัญชง ไปปลูกในแต่ละภูมิประเทศ ภูมิอากาศมันก็มีการกลายสารที่เป็นองค์ประกอบของมัน กรมวิชาการเกษตรจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องวิจัยซึ่งไม่เกินความสามารถของนักวิจัยประเทศไทย อย่างแน่นอน ต้องให้เกิดความเสถียรให้ทีเอชซี (THC) มันนิ่ง ปัจจุบันกฎหมาย อย. ของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่าถ้ากัญชามีทีเอชซี (THC) ต่ำกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ใช่ สิ่งเสพติด เพราะฉะนั้นถ้าเกิน ๑ เปอร์เซ็นต์อันนี้ก็เป็นสารเสพติด แต่เมื่อเอามาสกัดเป็นทีเอชซี (THC) ซีบีดี (CBD) แล้วถ้าได้ซีบีดี (CBD) ก็สามารถหลุดออกจากความเป็นสารเสพติดไปได้เลย เอาไปทำผลิตภัณฑ์สุขภาพซึ่งมีราคาแพงมาก แต่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยสูญเสียพืชที่เป็น ภูมิปัญญาพื้นบ้านไปจำนวนมากแล้วก็ยังไม่มีการนำมาพัฒนาต่อยอด แต่ผมคิดว่าราษฎร ยังปลูกอยู่ในที่ต่าง ๆ สามารถที่จะรื้อฟื้นนำมาเป็นต้นทุนของพืชของประเทศไทยได้ เมื่อพืชแยกออกมาเป็นพืชที่ไม่เสพติดใครจะดูแลครับ ให้ไปอยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ปี ๒๕๔๒ ซึ่งพืชสมุนไพรจำนวนมากอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยท่านประธาน เพราะฉะนั้น ทำไมถึงจะต้องพูดถึงกัญชง กัญชาจำนวนมากในช่วงนี้ก็เพราะว่ามีนักวิทยาศาสตร์ มีนักการแพทย์จำนวนมากได้ศึกษาวิจัยว่ากัญชานั้นมีสารที่สามารถทดแทนเอนโดแคนนาบินอยด์ ในร่างกาย คำว่า เอนโด (Endo) แปลว่าภายในร่างกาย แต่สารที่มาจากกัญชานั้นคือพืช พืช ภาษาอังกฤษเรียกว่าไฟโท (Phyto) เขาเรียกว่า ไฟโท (Phyto) แคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) สามารถเอาไปทดแทนส่วนที่ร่างกายเสียสมดุลในการขาดแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) ในร่างกาย แล้วก็มีการวิจัยจำนวนมากกว่านับเป็นหมื่น ๆ การวิจัยว่า สามารถนำมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการส่งเสริมสุขภาพแล้วก็การรักษาพยาบาล แต่อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยแพทย์เมืองไทยมีโอกาสศึกษาเรื่องนี้ค่อนข้างยาก เนื่องจากว่าการจะวิจัยพืชที่ เป็นสารเสพติดจะต้องผ่านคณะกรรมการวิจัยที่เป็นคณะกรรมการยาเสพติดของประเทศซึ่งมี อย. เป็นเลขานุการ แต่ถ้าเป็นวิจัยพืชสมุนไพรอย่างอื่นก็ผ่านเฉพาะคณะกรรมการวิจัยในคน เท่านั้น เพราะฉะนั้นการคลายกฎหมายนี้ออกไปทำให้การศึกษาวิจัยก้าวหน้ามาก เมืองไทย อาจจะเป็นผู้นำในการวิจัย อันนี้กัญชานั้นได้พึ่งกฎหมายปี ๒๕๖๒ นี่เอง แต่ก้าวหน้า มากมายเหลือเกินในขณะนี้ เพราะฉะนั้นประโยชน์อันมหาศาลที่จะทำให้กัญชา กัญชง และ กระท่อมเป็นพืชสมุนไพรเพื่อยังประโยชน์ทางการแพทย์และการเศรษฐกิจของประเทศนั้น สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนด้วย กราบขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านณัฐพล พรรคอนาคตใหม่เชิญครับ

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เสื้อที่ผมใส่อยู่นี้เป็นเสื้อที่ผมใส่วันแรกที่ผมเข้าสภาที่ ทีโอที (TOT) วันนี้ผมใส่อีกรอบมาในวันนี้ ผมใส่วันนั้นทำให้หลายคนเข้าใจไปต่าง ๆ นานา มีความรู้สึกและมีความคิดไปทั้งบวกลบ วันนี้ผมใส่อีกรอบผมจะมาทำความเข้าใจให้กับ ทุกท่านทราบว่าเสื้อที่หลากสีตรงนี้ผมมาบอกบุญครับ ผมมาทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า และมีรายได้หลายหมื่นล้านเข้าประเทศครับ ท่านประธานกัญชงไม่ใช่กัญชา กัญชงคือพืช ที่พี่น้องชาติพันธุ์ม้งเราปลูกมายาวนาน เรารู้จักกัญชงดี เสื้อที่ผมใส่นี้มีส่วนผสมของกัญชง กัญชงหรือพี่น้องม้งเราเรียกว่าหมั้งหรือม่าง ตั้งแต่เด็กผมจำได้แม่ผมปลูก เราไม่เคยเอามาใช้ เป็นสารเสพติดไม่เคยเอามาสูบเป็นเรื่องที่เศร้าใจและปวดร้าวใจ กัญชงของเราหรือหมั้ง หรือม่างที่เราเรียก คนม้งของเรามองพืชชนิดนี้เปรียบเสมือนเจ้าหญิงใสบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนปัจจัย ๔ ที่เราใช้ สามารถมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค แต่มาวันหนึ่งเจ้าหญิงของเราถูกแปดเปื้อน มลทินด้วยคำว่า เป็นพืชเสพติดประเภทที่ ๕ เป็นเรื่องที่ปวดร้าวใจเรามานาน วันนี้จึงได้มา พูดแทนพี่น้องชาติพันธุ์เป็นปากเป็นเสียงแทนในวันนี้เป็นครั้งแรกว่ากัญชงไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ แต่ไหนแต่ไรเราเป็นผู้ที่ปลูกรู้ดีที่สุดมาเป็นเวลายาวนาน การศึกษากัญชงเพิ่งจะศึกษา เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว แต่เราปลูก เราศึกษามานานแล้ว กัญชงเป็นพืชวัฒนธรรม เป็นพืชจิตวิญญาณ ของเราตั้งแต่เกิด เราใช้เป็นสายสิญจน์ เป็นด้ายมาผูกข้อไม้ข้อมือให้ขวัญอยู่กับเนื้อกับตัว จนวาระสุดท้ายที่จากโลกนี้ไปเสื้อผ้าที่ต้องใส่จะต้องทำเป็นเสื้อผ้าที่มาจากกัญชง รองเท้า ที่จะต้องใส่ในความเชื่อไปพบบรรพบุรุษจะต้องเป็นรองเท้าที่ทำจากเส้นเชือกด้ายของกัญชง อันนี้เป็นความจริงที่พี่น้องเราปฏิบัติกันมาหลายพันหลายหมื่นปีครับ ผมอยากพูดและอยาก ทำความเข้าใจให้กับพวกเราและสังคมไทยได้ทราบว่าการใช้กฎหมายมาลิขิตกำหนดให้พืช ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อเนกอนันต์เป็นพืชเศรษฐกิจ มันเป็นพืชที่รัฐไปสร้างไปเพิ่ม ความไม่เท่าเทียมให้กับพี่น้องของเราหรือไม่ เพราะจากที่เราเคยใช้เคยปลูกกันมาถูกลิขิต ขึ้นมาว่าเป็นพืชผิดกฎหมายทำให้เราปลูกไม่ได้ ทุกวันนี้ถ้าจะปลูกต้องขออนุญาต เมล็ดพันธุ์ ที่มี ๒๘ กว่าสายพันธุ์ถูกบังคับให้ใช้แค่ ๔ สายพันธุ์ เป็นข้อมูลที่ชัดเจนว่าสายพันธุ์ที่เราปลูก แต่ดั้งเดิมเป็นเส้นใย เส้นด้ายที่มีคุณภาพดีที่สุดก็อยากจะฝาก เราถูกลิดรอนสิทธินั้น โดยข้อกฎหมาย โดยมลทินที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ส่วนกลางที่ไม่มีความเข้าใจในวัฒนธรรม ในพืชจิตวิญญาณของเรา แล้วเอาตราบาปมลทินมาแปดเปื้อนใส่เจ้าหญิงที่แสนดีของเรา ถือเป็นโอกาสดีวันนี้เราได้ถือฤกษ์ยามมาพูดเรื่องกัญชา กัญชง และใบกระท่อม ผมและพี่น้องชาติพันธุ์ขอสนับสนุนว่ากัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่รัฐไม่ควรมองข้าม ทุกวันนี้ รัฐมองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เป็นผู้ที่ทำไร่แบบเชิงเดี่ยว กัญชงตัวนี้ล่ะครับศึกษามาแล้ว จากต่างชาติสามารถมาสร้างเครื่องบินแข็งแกร่งกว่าเหล็ก ๕-๖ เท่า เสื้อที่จะใส่สามารถผลิต เอาไปศึกษาเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนป้องกันพี่น้องทหารหาญ ตำรวจ ปกป้องชีวิตของเขา เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย มาบวกกับถ้าเราตอบโจทย์ให้ดีพี่น้องชาติพันธุ์หรือพี่น้องที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดสามารถ มาปลูกกัญชงเพื่อสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย ผมอยากฝากหน่วยงานที่ศึกษา แล้วก็ ทุกท่านที่มีเกียรติที่อยู่ที่นี้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะมาปลดล็อกวิถีชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่ออกกฎหมายมาเป็นตัวปัญหาสร้างความเหลื่อมล้ำของ ประเทศไทย หลายปัญหาที่ยังมีอยู่พี่น้องชาติพันธุ์ ไม่ว่าเรื่องที่ดิน ไม่ว่าป่าไม้ วิถีชีวิตที่อยู่ บนดอยถูกล็อกด้วยข้อกฎหมาย จะเป็นประตูแรกถ้าเราปลดล็อกแล้วเรามาศึกษากัญชงให้ดี จะเป็นประตูแรกสร้างความเข้าใจและเป็นผู้ที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยก้าวหน้า เท่าทันโลก ท้ายนี้ผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากัญชงเพื่อเป็นการ ลบมลทินให้กับมั่งหรือม่าในภาษาของพี่น้องชาติพันธุ์ม้งหรือกัญชงให้ขาวสะอาดและเป็น เจ้าหญิงที่ทรงคุณค่าของประเทศไทยและพี่น้องชาติพันธุ์ต่อไป ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตท่านสฤษฏ์พงษ์เป็นท่านสุดท้ายและคงจะปิดการอภิปรายเพื่อจะให้เจ้าของญัตติ ได้มีโอกาสมาสรุปในการประชุมวันพรุ่งนี้ต่อไปครับ เชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในประเด็นวันนี้รู้สึกดีใจที่เพื่อน สมาชิกได้หยิบยกนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมาพูดโดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งใน ประเด็นเรื่องของกัญชาและกัญชงเพื่อที่จะให้เวลาอยู่ในกรอบ ๑๐ นาทีก็จะไม่ขออนุญาตพูด เนื่องจากว่าพรรคภูมิใจไทยได้เสนอพระราชบัญญัติ ๑๒ ฉบับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้รู้สึก แปลกใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายโดยเฉพาะภาคใต้ลุกขึ้นมาพูดในแนวเดียวกัน หมดในเรื่องใบกระท่อม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าใบกระท่อมในวิถีชีวิตที่พวกผมเกิดและโตใน ภาคใต้ ผมเกิดในจังหวัดกระบี่แล้วก็อยู่ในองค์กรท้องถิ่นมาตลอด อาชีพทำสวนปาล์ม สวนยาง ในช่วงหาเสียงการเมืองท้องถิ่นและการหาเสียง ส.ส. เราลงไปคลุกคลีในพื้นที่พี่น้อง ประชาชนไม่ว่าที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา ที่พี่น้องเห็นนี้ทุกคนทราบดี ก็เป็นที่มาวันนี้ผมกับท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ก็ได้เป็น ผู้เสนอญัตติด่วนในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบและกระผมก็เป็นผู้เสนอร่วม ซึ่งในส่วนนี้ ส.ส. หลายท่านด้วยกันที่พูดนำเสนอมานั้นผมเข้าใจว่าครบเกือบทุกเรื่องและวันนี้ดีใจด้วยที่ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้มาตอบได้มานำเสนอในส่วนใบกระท่อมด้วย ซึ่งใน ใบกระท่อมนี้ถ้าเราศึกษาก็ศึกษามาแนวเดียวกันกับท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์และเพื่อนสมาชิก บางท่านว่า ๗๖ ปีแล้วที่ใบกระท่อมถูกพันธนาการโดยไม่มีความผิด ใบกระท่อมเมื่อปี ๒๔๘๖ ถ้าเราไปศึกษาตามที่ว่านี้เพื่อที่จะขยายความให้มีความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ในขณะนั้นรัฐบาล ที่เขาบอกว่าส่งเสริมให้สูบฝิ่น คือสูบฝิ่นได้โดยไม่ผิดกฎหมายและมีการจัดเก็บภาษีฝิ่น ตรงนี้ครับเพื่อนยังไม่อธิบายลึกลงไปอีกว่าทำไมกระท่อมอยู่ ๆ มานี้ถูกจำกัดสิทธิ ก็เนื่องจากว่าในขณะนั้นฝิ่นมีผู้สูบน้อยลงทำให้รัฐไม่สามารถที่จะไปจัดเก็บภาษีฝิ่น ได้เหมือนเดิม พอดูสถิติแล้วทำไมฝิ่นเก็บภาษีได้น้อยลงจึงให้ส่วนที่มีความรับผิดชอบลงไป ศึกษาในพื้นที่ดูว่าทำไมขณะนี้รัฐบาลเก็บภาษีฝิ่นได้น้อยลงก็พบว่าประชาชนหันไปเคี้ยว ใบกระท่อม อันนี้แสดงให้เห็นว่าใบกระท่อมเป็นคู่แข่งหรือว่าเป็นตัวยาสมุนไพรที่ทำให้คนที่ ติดฝิ่นแล้วเวลาจะลงแดงหรือว่าเสพติดแล้วหาฝิ่นไม่ได้ เคี้ยวใบกระท่อมช่วยได้ เป็นที่มาของ รัฐบาลว่าถ้าอย่างนั้นจะต้องจำกัดใบกระท่อมโดยการออกกฎหมาย ในสมัยนั้นปี ๒๔๘๖ นี่ ๗๖ ปีแล้วครับ ต่อมามีการยกระดับพัฒนากฎหมายเป็นพระราชบัญญัติเรื่องยาเสพติด ให้โทษประจำปี ๒๕๒๒ แล้วก็ได้นำใบกระท่อมไปขึ้นในบัญชียาเสพติดประเภทที่ ๕ ซึ่งในขณะที่ผมอดีตเป็นทนายความมาร่วม ๒๐ ปี คดียาเสพติดที่เพิ่มขึ้นสังเกตเห็นเลยว่า ผู้ติดใบกระท่อมนั้นไม่มีพิษไม่มีภัยเลย เพราะฉะนั้นในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของ สภาผู้แทน ผมคิดว่าวันนี้เป็นเรื่องของการผลักดันของภาคประชนเพื่อที่จะผลักดันให้ ส.ส. ได้มาผลักดันตั้งคณะกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าสำเร็จแน่นอน ในขณะเดียวกันพี่น้องทุกภาค ผมเชื่อว่าใบกระท่อมทุกภาคในประเทศไทยปลูกได้ เพราะอะไรรู้หรือไม่ครับ วันนี้ในภาคใต้ เขาปลูกข้างบ้าน เขาปลูกหลังบ้านรอบบ้าน ในสวนปาล์มก็ปลูกได้ พี่น้องประชาชนเขาบอก ว่าบ้านไหนมีกระท่อมมันมีความอุ่นใจ มันเหมือน ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เนื่องจากว่า อย่างน้อยเวลาเจ็บคอ เวลาจะไปทำอาชีพไม่ต้องไปทานยาแก้ปวด และในอนาคตถ้ารัฐบาล ไทยพวกเราสร้างประวัติศาสตร์วันนี้ปลดล็อก ๗๖ ปีของใบกระท่อม แล้วก็นำเรื่องกัญชา เรื่องกัญชง ใบกระท่อมเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ ผมคิดว่าระดับกฎหมาย คงจะมีชั้นหรือว่ามีการควบคุมไม่เหมือนกัน ผมคิดว่าในการควบคุมที่เข้มข้นกว่าอย่างใน กรณีกัญชาอย่างนี้ก็น่าจะเข้มข้นกว่าในเรื่องกัญชง แต่สำหรับใบกระท่อมผมคิดว่าเปิด ฟรีสไตล์ (Free style) ได้เลยนะครับ เพราะวันนี้เวลาเขาไปรูดใบกระท่อมเขามีเทคนิค หลายแบบนะครับ ใบกระท่อมวันนี้ที่ไปดูในเรื่องของเชิงวิทยาศาสตร์ที่เพื่อน ๆ พูดมามันก็มี ในชื่อวิทยาศาสตร์ แต่บ้านผมพูดแบบง่าย ๆ เลยนะครับมีอยู่ ๓ ประเภทที่สามารถจะสังเกตได้ คือประเภทก้านสีแดง ก้านสีเขียว ก้านสีขาว ๓ ประเภท และมีการรูดกันในวงกาแฟตอนเช้า สภาการเมืองรูดแบบฮาร์ดคอร์ (Hardcore) หมายความว่าจับ ๑ ใบแล้วก็รูดแรง ๆ เลยนะครับ แล้วใครออกมาเป็นใบสวยกว่าอันนี้รูดแบบฮาร์ดคอร์ (Hardcore) แล้วก็เคี้ยว เพราะฉะนั้น การเคี้ยวอย่างนี้บางครั้งมันจะมีก้านติดเข้าไป แต่ถ้ารูดแบบนุ่มนวล รูดแบบคลาสสิก (Classic) เขาจะรูดแต่เฉพาะเนื้อใบระหว่างก้านใบ รูดทีละใบอันนี้จะไม่มีก้าน อันนี้รูดแบบ คลาสสิก (Classic) แล้วก็เวลาเคี้ยวมี ๒ ประเภท เคี้ยวแบบคายกากกับแบบกลืนกาก เพราะฉะนั้นประเด็นอันนี้ผมคิดว่าเป็นวิถีของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวภาคใต้ สิ่งสำคัญที่สุดถ้าเรายกระดับในเรื่องของพืชสมุนไพรอย่างนี้ให้มีกฎหมายรองรับ สิ่งสำคัญ ที่สุดที่จะเป็นคู่แข่งผมเชื่อว่ายาแก้ปวดขายน้อยลง ผมเชื่อว่าผงชูรสขายน้อยลง ผมเชื่อว่า อสม. วันนี้ทั่วประเทศมีสมาชิกอยู่ ๑,๐๕๐,๐๐๐ กว่าคน ต้องเตรียมการแล้วละครับว่า นโยบายรัฐบาลออกมาเป็นอย่างนี้ อสม. จะไปช่วยดูแล เพราะไม่มีพืชสมุนไพรใดที่เป็น ยาเทวดาที่ดีอยู่ทุกมิติไม่มีครับ เพราะฉะนั้นของดีถ้ากินมากเกินไปมันก็ไม่ไหว เพราะฉะนั้น การที่เราจะพูดการที่เราจะทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาติอย่างนี้เราก็ต้องพยายามป้องกัน ในมิติที่ไม่ดี ในขณะเดียวกันต้องส่งเสริมในมิติที่ดี อย่างกรณีกันชงอย่างนี้เพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่ใส่โชว์สวยงามมากแต่ต้องไปดีไซน์ (Design) อะไรต่าง ๆ และกัญชงไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าทำเสื้อเกราะได้ เสื้อเกราะจากกัญชงอย่างประเทศจีนหรือประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เป็นเสื้อเกราะที่ทำแล้วมันนิ่มเหมือนผ้าแพรไม่ใช่เสื้อเกราะที่ใส่แล้วน้ำหนัก ๓ กิโลกรัม ๕ กิโลกรัมมันไม่ใช่ ซึ่งอย่างนี้มันเป็นเทคโนโลยีหรือว่าการบูรณาการส่งเสริมยกระดับพืช ๓ ชนิด ทั้งกัญชา กัญชง และกระท่อมล้วนแต่เป็นพืชสมุนไพร เหมาะสมที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม วันนี้เราจะต้องส่งเสริมภาคประชาชน ให้มาสนใจในสิ่งที่เรามองข้ามไปในบรรพบุรุษ และเราก็บอกว่าเรานี่ถูกกติกาโลก ถูกกติกา ของอาเซียน (ASEAN) ถูกกติกาของยูเอ็น (UN) แล้วเรามาออกกฎหมายตามฝรั่ง จนวันนี้ อาชีพประมงแทบอยู่ไม่ได้ ประมงพาณิชย์ ประมงชายฝั่งแทบจะอยู่ไม่ได้ วันนี้ค่าใช้จ่าย การรักษาโรคโดยใช้ยาเคมีบำบัดอะไรต่าง ๆ ซึ่งเราไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของ พืชสมุนไพรที่เรามีอยู่ข้างบ้าน อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย วันนี้ดีใจมากครับ ผมในฐานะเป็นผู้เสนอด้วย แล้วก็ยังสนับสนุนในญัตติทั้ง ๓ เรื่องเพื่อที่จะให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาเรื่องนี้แล้วก็พร้อมสนับสนุนทุกอย่าง ผมคิดว่า ประชาชนคงจะชื่นชมและเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ทำสิ่งนี้เป็นชิ้นเป็นอันและก่อให้เกิดประโยชน์ ในภาพรวมในอนาคตได้ด้วย และผมเชื่อว่าในอนาคตมูลค่าความได้เปรียบเสียเปรียบ ในประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องของการที่จะเอากระท่อมเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านชายแดนทางใต้ ผมคิดว่าก็คงจะหมดไปนะครับ ด้วยเวลาอันจำกัดแล้วก็ขอขอบคุณท่านประธาน ขอขอบคุณ สภาแห่งนี้ ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตนำญัตตินี้ไปพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้นะครับ พรุ่งนี้ประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๐๓ นาฬิกา