ประภัตร แจงแก้ปัญหาชาวประมง ชูมาตรการคุมนำเข้า-เร่งจดเรือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

ประภัตร โพธสุธน ชี้แจงถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายควบคุมการประมงและการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ซึ่งทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ พร้อมย้ำถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อเรียกร้อง เช่น การระงับกฎระเบียบที่เป็นภาระ การจัดซื้อเรือประมง และการยกเว้นการติดตั้งวีเอ็มเอสสำหรับเรือขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเสนอมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน รวมถึงการเร่งรัดการแก้ไขกฎหมายประมงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาขยายเวลาการจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านเพื่อลดความเดือดร้อนให้ชาวประมงได้มีเวลาปรับตัวเพียงพอ

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่น ต้องขอชมเชยท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งเป็นคนหนุ่มจากจังหวัดสตูลนี่ล่ะครับ แววที่จะเป็นผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป ท่านมีความเอาใจใส่และสนใจความเดือดร้อน ของประชาชน ผมก็เคยเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว เป็นหนุ่ม ๆ เหมือนท่าน ต้องเอาใจใส่ ขยัน แล้วก็จริงใจต่อประชาชน ตามที่ท่านได้เรียนถามกระทู้มานั้น ขอทำความเข้าใจกับเพื่อน สมาชิกทุกท่านเสียก่อน ก่อนที่จะเกิดเหตุตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น ท่านที่เคารพครับ บ้านเรา การประมงถือว่าเป็นอาชีพหลักอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติ เรามีเรือประมงถึง ๕๐,๐๐๐ ลำ แยกออกเป็นเรือพาณิชย์ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ลำ แล้วก็เรือประมงพื้นบ้าน ๓๐,๐๐๐ ลำเศษ ก่อนปี ๒๕๕๗ แน่นอนครับเรายังไม่มีกฎระเบียบอะไรมาก มีกฎหมาย เพียงฉบับเดียว คือกฎหมายการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ ดังนั้นการหละหลวมหรือการไม่เอาจริง เอาจังในข้อระเบียบต่าง ๆ ก็ไม่มากนัก เรือประมงทุกลำก็หากินกันได้อย่างเสรีตามสะดวก แต่ก็มีข้อห้ามบางประการ เช่น ห้ามใช้อวนบางประเภท และสิ่งสำคัญที่สุดมีการไม่ให้เข้ามา ในน่านน้ำห่างจากฝั่ง ๓ กิโลเมตร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรือประมงทั้งประเทศประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าลำ เราก็ไม่เคยเกิดปัญหา พอมาปี ๒๕๕๗ ได้มีไอยูยู (IUU) คือกลุ่มประเทศยุโรปได้ทำหนังสือถึงประเทศไทย ว่าจะมีการประเมินการทำประมงถูกต้องมากน้อยแค่ไหน มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ก็เกิดมีการประกาศออกมาในยุคนั้นคือยุคของ คสช. ประกอบกับประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ประกาศอีกเหมือนกันว่าเราอยู่ในอันดับเทียร์ (Tier) ๓ เทียร์ (Tier) ๓ ก็คือกฎหมาย เกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว สิ่งต่าง ๆ ก็ไปพันกับไอยูยู (IUU) เข้า พอเป็นอย่างนี้ คสช. ก็เลยออกคำสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๗ ในเดือนเมษายน แก้กฎหมายใหม่เลยออกเป็น พ.ร.ก. แก้กฎหมาย ปี ๒๔๙๐ ดังนั้นในระเบียบต่าง ๆ ข้อที่พี่น้องชาวประมงเคยดำเนินการอยู่ ก็ถูกแก้ไขหมดเลย ปรับตัวกันไม่ทัน สร้างความเดือดร้อนมาถึงวันนี้ ทุกคนไม่สามารถออกไป ทำกินได้ ถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.ก. ที่ออกไป ดังนั้นเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พี่น้องชาวประมงทั่วประเทศก็มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วยสมาคม การประมงแห่งประเทศไทย ประมงต่างจังหวัดอีก ๒๒ ประมง สมาคม ก็ร้องขอตามที่ ท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ ได้เรียนถามมาทั้งหมด ๑๑ ข้อ ผมคงจะไม่ตอบทั้งหมด ตอบเป็นบางข้อ ระยะเวลาน้อย แต่ก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. วรศิษฎ์เช่นเดียวกันที่เป็นห่วงเป็นใยติดตามเรื่องนี้ อย่างฉับพลัน เพราะเป็นความเดือดร้อนมาอย่างที่ท่านพูด ๕ ปีแล้ว ผมก็เห็นใจพี่น้อง ที่ทำประมงอยู่ ใน ๑๑ ข้อ ข้อที่สำคัญ ๆ ก็คงจะเป็น

ข้อ ๑ ซึ่งสั่งผู้มาร้องเรียน ขอร้อง ขอร้องอย่างไรครับ ขอให้รัฐหยุด หยุดออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ดังนั้นในการรับเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้ประกอบด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน และมีที่ปรึกษา มากมายร่วมกับสมาคมสรุปกันได้อย่างนี้ว่าสิ่งใดที่เป็นผลกระทบระเบียบทุกอย่างนั้นให้หยุด และให้กรมประมงร่วมกับกรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปรวบรวมข้อที่ ออกมากันนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วันว่ากฎระเบียบต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ที่สร้างความเดือดร้อน เมื่อนำมาแล้วเราก็จะได้มาแก้ไข แต่ส่วนจะออกใหม่ไม่มีแล้ว ใน ๓๐ วันเราจะรู้แล้วว่าเหลือระเบียบอะไรอยู่บ้าง

ข้อ ๒ ท่านบอกว่าให้เร่งดำเนินการซื้อเรือประมง ทางรัฐบาลเองก็จัดลำดับไว้ อย่างนี้ ระยะที่ ๑ เป็นเรื่องเร่งด่วน ในปี ๒๕๖๒ ตั้งเป้าไว้ ๓๐๕ ลำ ใช้งบประมาณ ๗๖๔ ล้านบาท ระยะที่ ๒ กรมประมงได้จัดทำโครงการนำเรือนอกระบบระยะที่ ๒ จำนวนอีก ๒,๗๖๘ ลำ ซึ่งจะใช้งบประมาณ ๗,๑๔๓ ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการที่จะเสนอ คณะรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนข้อที่ท่านบอกว่าให้ยกเลิกกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวกับสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่มี ผลกระทบต่อการทำประมงโดยเร็ว เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับได้มอบหมายให้กรมประมงและ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปดำเนินการตามขั้นตอนและเสนอกลับขึ้นมา ดังนั้น เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านได้ร้องมาเราได้ดำเนินการทุกข้อและได้ผลสรุปเป็นที่พอใจของผู้มาร้องเรียน คือสมาคม ก็อยากจะกราบเรียนท่าน ส.ส. วรสิทธิ์และพี่น้องชาวประมงนะครับ

ส่วนอีก ๓ ข้อท่านบอกว่าเรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอสไม่ควรมี นโยบายติดวีเอ็มเอส (VMS) ข้อนี้ผมเข้าใจว่าสร้างความเดือดร้อนกับท่านเป็นอย่างยิ่ง ทางกรมประมงเพียงแต่ว่าลองดำเนินการดูใครอยากจะติดก็ให้ลองมาติดถ้ามีประโยชน์ แต่ในขณะนี้สั่งหยุดไปแล้ว เลิกไปแล้วการติดเครื่องวีเอ็มเอส (VMS) ของท่านรู้ว่า ท่านเดือดร้อน ท่านไม่ต้องติดแล้ว หรือใครอยากจะติดก็เป็นเรื่องความปรารถนาส่วนตัวก็ติดได้

ส่วนที่ท่านบอกว่าให้หยุดนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็น การตกลงการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN) ก็หมายความว่าการค้านี้ไปได้ทุกประเทศ นำเข้า ส่งออก แต่เรารู้ว่ามีผลกระทบเพราะต้นทุนในการจับปลาของเราสูงกว่า สู้ที่นำจาก ต่างประเทศมามันง่ายและต้นทุนถูกก็ทำให้พี่น้องชาวประมงเดือดร้อน อยากจะกราบเรียน ท่าน ส.ส. ว่าขณะนี้เราก็มีด่านตรวจอยู่ ๒๗ แห่ง กำลังมันคงจะไม่พอหรอกเพราะว่าเส้นทาง ติดทะเลทั้งอันดามัน ทั้งอ่าวไทยเกือบ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ๒๗ แห่งนี้คงจะไม่พอ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมอบหมายให้ไปประสานงานกับ กระทรวงพาณิชย์ว่าหามาตรการควบคุมสินค้าที่จะนำเข้า เช่น มาจากไหนต้องหาต้นตอให้ได้ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็นำกันมา ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า อย่างนี้เป็นต้น

ท่าน ส.ส. ครับ เรื่องสำคัญอีก ๒ เรื่องผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ เรื่องที่ ท่านเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่ง แน่นอนวันนี้เรามีผลกระทบจากการออก พ.ร.ก. ปี ๒๕๕๘ ดังนั้นในการร้องเรียนครั้งนี้พี่น้องประมงต้องการได้รับความผ่อนคลายมีการแก้ไข เราเห็น ด้วยเพราะเรามาจากการเลือกตั้งพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเราต้องการเห็นว่าได้รับการแก้ไข ให้เขาทำมาหากินได้ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อยกร่างก่อนที่จะนำมาถึงสภา ผู้แทนราษฎรเราต้องมีการยกร่าง และการยกร่างครั้งนี้ให้ท่านอธิบดีกรมประมงเป็นประธาน ร่วมกับคณะกรรมการของสมาคมประมงและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ตอนนี้ประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว การรวบรวมแก้ไขก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าในการแก้ไขครั้งนี้ประมงพื้นบ้านเขาขอให้แก้อยู่ ๓ มาตรา ได้ข้อกระชับเข้ามาแล้ว อีกอันหนึ่งเกี่ยวกับประมงพาณิชย์เขาก็สรุปกันแล้วคือ ๑๕ มาตรา อยากจะฝากท่าน ส.ส. ได้นำไปเรียนให้พี่น้องประมงได้ทราบว่าทั้งหมดนี้เรา กำหนดเวลาไว้แล้วจะต้องให้ได้ร่างนี้ขึ้นมาภายใน ๔๕ วันตั้งแต่วันที่ ๑๘ มานี้ก็คงจะไม่เกิน วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ท่านได้เห็นแน่ ร่างจะแก้ไขอย่างไร แล้วก็จะต้องนำเข้ามาผ่าน สภาผู้แทนราษฎรในครั้งหน้า ท่านก็จะได้รู้ว่าพอใจหรือไม่พอใจ ควรจะทำอย่างไรต่อไป ท่านวรศิษฎ์ก็จะต้องเป็นแกนในการที่ร่วมกันแก้ไขในครั้งนี้

ดังนั้นเรื่องสุดท้ายที่ท่านเป็นห่วง เป็นห่วงพี่น้องชาวประมงผู้ทำประมง ชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้าน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญจริง ๆ ครับผมเห็นด้วย เพราะว่ากฎหมาย มันแรงอย่างที่ท่านบอกมีการปรับมีการอะไรมากมาย ว่าเรือประมงพื้นบ้านนั้นมีถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าลำ ขณะนี้ได้ตรวจสอบไปแล้วและได้ขยายมารอบหนึ่งแล้ว ขยายมาถึงวันที่ ๒๗ คือวันมะรืนนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะต้องให้เรือประมงพื้นบ้านไปจดทะเบียน ดังนั้น ท่าน ส.ส. ท่านพูดถูกครับทุกคนคงจะไม่ทันนับเป็นพันลำ เห็นว่าต้องเดือดร้อนแน่ถ้าใคร ไม่ได้จดทะเบียนมีโทษปรับโทษอะไรสารพัด ผมก็รับไปเลยนะครับว่าจะไปดำเนินการ ขยายเวลาให้ท่านจากวันนี้ไปถึงวันที่ ๒๗ มกราคมก็แล้วกัน พอไหวนะครับ ๓๐ วัน ไปบอก พี่น้องชาวประมงท่านด้วยจะขยายให้อีก ๓๐ วัน โดยทางผมก็จะต้องประสานกับกรมประมง ให้ออกหนังสือรับรอง แล้วก็ประสานกับกรมเจ้าท่าให้มีการจดทะเบียนขยายออกไปอีก สิ่งสำคัญที่สุดในการนี้ก็คือต้องขออนุญาตกองทัพเรือด้วย คิดว่าทุกอย่างจะปฏิบัติ ให้ครบถ้วน ต้องลดความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวประมงให้ได้มากที่สุดตามที่ท่าน ส.ส. วรศิษฎ์ต้องการครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ