วรศิษฎ์ ชี้ปัญหากฎหมายประมงถ่วงชาวบ้าน ขอรัฐเร่งแก้ไข 11 ข้อ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หารือปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายและระเบียบที่ซับซ้อน รวมถึงข้อบังคับด้านแรงงานและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยนำเสนอคำขอร้อง 11 ข้อจากกลุ่มประมงเพื่อให้รัฐบาลเร่งแก้ไข ทั้งการทบทวนบทลงโทษในกฎหมายประมง พ.ศ. 2558 การผ่อนปรนข้อห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานบนเรือ การจ่ายค่าแรงผ่านบัญชีที่ไม่สะดวกในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการบังคับติดตั้งวีเอ็มเอสกับเรือเล็ก การนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และมาตรการน้ำมันเขียวที่กระทบต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐซื้อเรือคืน สนับสนุนสินเชื่อ และใช้มาตรา 83 แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงขอให้ชี้แจงกรอบเวลาการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและอาชีพประมงอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ต้องกราบขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมในการตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ และต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ให้เกียรติมาตอบกระทู้ในวันนี้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สืบเนื่องจากในวันที่ ๑๗ ธันวาคมได้มีพี่น้องชาวประมงจากทั่วทั้งประเทศ ๒๒ จังหวัดชายทะเลได้เดินทางมารวมตัวกันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อที่จะนำ ปัญหาของพี่น้องชาวประมงที่พวกเขาประสบพบเจอมาตลอดระยะเวลา ๕ ปีอย่างแสนสาหัส มาบอกต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อที่จะขอความอนุเคราะห์ ในการแก้ปัญหานะครับ ซึ่งวาระหลัก ๆ ที่พี่น้องชาวประมงได้เดินทางขึ้นมาก็คือการนำ คำขอร้อง คำวิงวอนจากพี่น้องชาวประมงทั่วทั้งประเทศ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ ข้อด้วยกันเพื่อมา ขอความกรุณาต่อผู้ที่มีอำนาจให้ช่วยเร่งแก้ปัญหา ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขออนุญาต อ่านคำขอร้องทั้ง ๑๑ ข้อของพี่น้องชาวประมงให้ท่านรัฐมนตรีได้ฟังเพื่อที่ประกอบการ ตอบคำถามนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ข้อที่ ๑ ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดหยุดออก กฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ ของพี่น้องชาวประมง ยกเว้นการออกกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่เป็นการผ่อนคลาย การทำงานให้กับพี่น้องชาวประมง

ข้อที่ ๒ ขอให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะในเรื่องของโทษที่มีความรุนแรง เกินไป รวมไปถึงเรื่องหลักเกณฑ์ยิบย่อยที่นำมาใช้ในการประกอบอาชีพได้ยากลำบาก

ข้อที่ ๓ ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว ในข้อนี้ผมต้องเรียนกับท่านประธานสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าพี่น้องชาวประมงนึกบ้าจี้จะให้รัฐบาล ซื้อเรือคืนแล้วก็จะออกมาเรียกร้องแบบนี้ ไม่ใช่นะครับ แต่พี่น้องชาวประมงทุกคนกำลัง โดนเล่นงานจากสภาวะของกฎหมายที่บีบบังคับให้พวกเขาไม่สามารถที่จะแบกรับภาระ การประกอบอาชีพได้ ก็เลยอยากจะให้รัฐบาลได้ออกมาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าราคาที่รัฐบาล จะซื้อเรือคืนไปจะมีราคาต่ำกว่ามาตรฐานเยอะก็ตาม แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีเงิน ก้อนสุดท้ายเหลือเพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพอื่น หรือไปตั้งต้นชีวิตใหม่

ข้อที่ ๔ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการช่วยเหลือชาวประมงในโครงการสินเชื่อ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับพี่น้องชาวประมงโดยด่วน

ข้อที่ ๕ ขอให้กรมประมง กรมจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด อนุญาตให้ใช้กฎหมาย มาตรา ๘๓ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง

ข้อที่ ๖ ขอให้ยกเลิกแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ส่งผลกระทบให้กับพี่น้องชาวประมงอยู่โดยเร็วที่สุด เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นปัญหาสำคัญข้อหนึ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นทั้งพี่น้องประมงพาณิชย์ รวมไปถึงประมงพื้นบ้าน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในการที่นายจ้างจะจ่ายค่าแรงให้กับ ลูกจ้าง กฎหมายบังคับไว้ว่าจะต้องจ่ายค่าจ้างผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น ถึงแม้ว่าลูกจ้างเองจะมี ความประสงค์ที่จะรับเป็นเงินสดก็ตาม เราลองนึกภาพถ้าเกิดว่าลูกจ้างทำงานอยู่ที่ท่าเรือ ที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนที่ไม่มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้ยินท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้หารือเกี่ยวกับการขาดแคลนของตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไป บางที่อย่างเช่นในจังหวัดสตูลเอง ต้องขับรถกันเป็น ๑๐ กิโลเมตรเพื่อที่จะไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม (ATM) ๑ ครั้ง สร้างความ ยากลำบากให้กับพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นในส่วนของพี่น้องประมง พื้นบ้านที่มีลูกหลานและอยากจะให้ลูกหลานได้ไปเรียนรู้วิถีชีวิต ได้ไปเรียนรู้วิธีการประกอบ อาชีพประมงก็ทำไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ห้ามทำงานบนเรือประมง ถ้าเราไปขัดเผลอ ๆ ก็จะโดนข้อหาใช้แรงงานเด็กยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเลยเถิดไปถึงเรื่องของการค้ามนุษย์ซึ่งมีโทษรุนแรงมากนะครับ

ข้อที่ ๗ เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติด วีเอ็มเอส (VMS) วีเอ็มเอส (VMS) ก็คือเครื่องติดตามเรือนะครับ ที่มาของเรื่องนี้มันเกิดมาจาก ตรงนี้ เขาบอกว่าเรือที่มีขนาดไม่เกิน ๓๐ ตันกรอสถือเป็นเรือเล็ก มีความเสี่ยงที่จะเข้ามา ทำการประมงในเขตชายฝั่งซึ่งเป็นเขตต้องห้าม เขาก็เลยจะควบคุมจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการ ติดวีเอ็มเอส (VMS) ให้กับเรือที่ต่ำกว่า ๓๐ ตันกรอส ที่สำคัญที่สุดครับพี่น้องชาวประมง จะต้องเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายเอง เฉพาะตัวเครื่องตอนนี้ก็ปาเข้าไป ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท แล้วไหนจะมีค่าสัญญาณรายเดือน เดือนละพันกว่าบาทแพงกว่าค่ารายเดือนโทรศัพท์ที่ผมใช้เสียอีก ท่านประธานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งถ้าจะเกิดขึ้นจริง ผมไม่ปฏิเสธครับว่า เรือที่มีขนาดต่ำกว่า ๓๐ ตันกรอสมีเรือที่กระทำผิดกฎหมายอยู่ ทุกประเภทมีหมด แต่เรือ ที่ทำผิดกฎหมายนั้นเป็นแค่เศษเสี้ยวจากเรือทั้งหมด แล้วทำไมเราจะต้องไปเพิ่มภาระให้กับ เรือที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แทนที่จะไปกวดขันจับกุมคนที่ทำผิดกฎหมาย

ข้อที่ ๘ ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ ด้วยเหตุผล ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๙๒ ซึ่งการนำเข้าสัตว์น้ำนั้นจะต้องมีการตรวจสอบว่าสัตว์น้ำเหล่านั้นได้มาด้วยการชอบ ด้วยกฎหมายหรือไม่ การนำสัตว์น้ำจำนวนมหาศาลเข้ามาโดยที่ขาดการตรวจสอบ เป็นการ เข้ามาทำลายเสถียรภาพในเรื่องของการแข่งขัน รวมไปถึงในเรื่องของราคาของสินค้าประมง ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบให้กับพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างมาก

ข้อที่ ๙ ขอให้พิจารณาเพิ่มวันทำการประมงให้กับพี่น้องชาวประมง โดยเร่งด่วน เพราะว่าที่ผ่านมาทำให้การประกอบอาชีพมีปัญหาและทำให้เกิดภาวะขาดทุน สะสมตลอดระยะ ๔-๕ ปีที่ผ่านมา

ข้อที่ ๑๐ ขอให้คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการน้ำมันดีเซลสำหรับพี่น้อง ชาวประมงหรือว่าที่พวกเรารู้จักกันในนามของน้ำมันเขียว ทบทวนแนวทางที่จะบังคับให้ ชาวประมงจ่ายเงินผ่านบัตรฟลีตการ์ด (Fleet Card) ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ชาวประมงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากนะครับ

ข้อสุดท้ายขอให้มีการทบทวนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวประมงกรณี ที่ถูกบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม โดยการตั้งคณะกรรมการพิจารณาผู้ได้รับผลกระทบ

นี่คือทั้ง ๑๑ ข้อที่เป็นคำขอร้อง คำวิงวอนจากพี่น้องชาวประมง สิ่งที่ผม อยากจะถามท่านรัฐมนตรี ข้อที่ ๑ ก็คือท่านมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาตามคำขอร้องที่พี่น้อง ชาวประมงได้ขอมาอย่างไรบ้าง เดี๋ยวผมขออนุญาตลากยาวทีเดียวเลยหรือว่าท่านรัฐมนตรี จะตอบเป็นข้อ ๆ หรือไม่ครับ ให้ลากยาวนะครับ ขออนุญาตต่อเนื่องซึ่งในบรรดา คำเรียกร้องทั้ง ๑๑ ข้อนั้น เรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของการ แก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมไปถึงการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานที่ในขณะนั้นมีการออกมาในระยะเวลาอันสั้น รวม ๆ แล้วก็หลายร้อยฉบับ เพื่อที่จะสนองการแก้ปัญหาไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ให้กับ ต่างชาติได้เห็นว่าเรามีแอกชัน (Action) เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนทำให้ในบางส่วนบางข้อยังขาด การพิจารณาที่ถี่ถ้วน เกิดความไม่เหมาะสมในการที่จะนำมาใช้ในการประกอบอาชีพ ยกตัวอย่างเช่น บทลงโทษที่สูงเกินไป ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าบทลงโทษกฎหมาย ประมงไทยต้องบอกว่าแพงแล้วก็แรงที่สุดในโลก เรื่องอื่นเราไม่รู้แต่เรื่องนี้เราเป็นแชมป์ (Champ) โลก ยกตัวอย่าง ความผิดกรณีการทำประมงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต โทษก็คือ ปรับสูงสุดคนละ ๓๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท แล้วสมมุติว่าถ้าในเรือลำนั้นมีคนอยู่ ๔๐ คน มีลูกน้องทำงานอยู่ ๔๐ คน เรือลำนั้นจะต้องถูกปรับถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ท่านได้ยินไม่ผิดครับ ๑,๒๐๐ ล้านบาท นี่เรากำลังพูดถึงการทำประมง จริง ๆ ใช่หรือไม่ ขนาดขายยาบ้าผมมองว่ายังไม่โดนปรับแพงขนาดนี้ เปรียบเทียบกับ ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศไต้หวัน ความผิดรูปแบบเดียวกันของประเทศไต้หวัน มีโทษปรับเพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีข้อที่ ๒ ก็คือ ท่านมีแผนในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมไปถึง กฎหมายเกี่ยวกับสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานอย่างไร และวางกรอบเวลาไว้ว่า จะแล้วเสร็จเมื่อไรครับ

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาพูด เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้เป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประมงพื้นบ้าน ซึ่งเกิดปัญหากันอยู่ในขณะนี้ ต้องย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้ทางกรมประมงและกรมเจ้าท่า