อรรถกร ศิริลัทธยากร เสนอให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ โดยเน้นประโยชน์ในการบรรเทาอาการข้างเคียงของผู้ป่วยมะเร็งโดยเฉพาะด้านจิตใจ ความเจ็บปวด และการนอนหลับ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องและเร่งการวิจัยเพื่อสนับสนุนการใช้กัญชาอย่างมีระบบในทางการแพทย์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตท่านประธาน ขออภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทาง การใช้กัญชาในการแพทย์ ผมต้องย้ำครับว่าใช้ในการแพทย์เท่านั้นนะครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วในปัจจุบันองค์ความรู้ต่าง ๆ ในเรื่องของการใช้กัญชาในเชิงการแพทย์มันจะต้อง มีบุคลากรหรือจะต้องมีหน่วยงานที่ทำงานเรื่องนี้มาลองทดลอง แต่ผมต้องบอกว่าผมต้อง ยอมรับนะครับว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกัญชาในเชิงการแพทย์ พี่น้องประชาชนชาวไทย เข้าถึงได้น้อย เข้าถึงได้ยาก หรือแม้แต่กระทั่งเข้าถึงข้อมูลได้ ข้อมูลมากมายที่อยู่ในโลกของ อินเทอร์เน็ตก็เป็นภาษาอังกฤษ พี่น้องประชาชนหลายคนอาจจะทำความเข้าใจ ได้ยากลำบากสักนิดหนึ่ง ต้องกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วในวันนี้กัญชาเรามีหลายสายพันธุ์ครับ ท่านประธานอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปนะครับ ผมจะขออนุญาตไปในส่วนนี้ เร็ว ๆ นะครับ สำหรับผู้ที่เคยศึกษาอยู่บ้างก็อาจจะรู้ว่าจริง ๆ สายพันธุ์หลัก ๆ มีอยู่ ๒ สายพันธุ์ มีสายพันธุ์ซาติวา (Sativa) กับอินดิกา (Indica) แล้วก็ยังมีสายพันธุ์อื่นอีกมากมายแต่ว่าตัวที่สำคัญ ก็คือสารที่อยู่ในสายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสารที่อาจจะรักษาโรคมะเร็งได้ ในแต่ละสายพันธุ์ สารที่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ก็มีมากน้อยแตกต่างกันไป ท่านประธานครับคนไทย ส่วนใหญ่เรามองว่ากัญชาเป็นสารเสพติดให้โทษประเภท ๕ ตามที่เราเรียนกันมาตามตำรา ของพวกเรานะครับ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ณ วันนี้นานาอารยประเทศหลายประเทศเขาได้ปลดล็อก กัญชาออกจากบัญชีสารเสพติดในประเทศเขาเรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ดี ประเทศออสเตรเลียก็ดี ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสเปน ประเทศแคนาดา ประเทศเดนมาร์ก และอีกหลาย ๆ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้ทำการปลดล็อก นี่คือการเปิดใจยอมรับการ รักษาการใช้กัญชาเพื่อรักษาแล้วก็เปิดโอกาสให้คนประเทศเขาได้ทำการวิจัยในเรื่องนี้ มี ข้อมูลอ้างอิงจากต่างประเทศหลายอย่าง โดยเฉพาะถ้าผมจะพูดถึงเรื่องของการรักษามะเร็ง ผมขออนุญาตแบ่งผลกระทบของการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็งเป็น ๒ ส่วนด้วยกันนะครับ
ส่วนแรกต้องบอกว่ากัญชาสามารถช่วยลดผลกระทบจากความบาดเจ็บของ ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งครับท่านประธาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ สามารถลดผลกระทบ ผลข้างเคียง ของการรักษาหลัก นั่นก็คือการใช้เคมีบำบัดหรือว่าที่พวกเรารู้จักกันในนามว่าการใช้ คีโมเทอราพี (Chemotherapy) หรือว่าลดผลกระทบจากการใช้รังสี ลดความเจ็บปวดต่าง ๆ ที่เกิดจากเนื้อร้ายโรคมะเร็ง หรือลดอาการเบื่ออาหารทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถ ทานอาหารได้มากขึ้นทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดความเครียดทำให้นอนหลับได้ ที่กล่าวมานี้คือผลลัพธ์ที่กัญชาส่งผลแต่ไม่ได้กำจัดมะเร็งในร่างกายของเรานะครับ แต่ทำไม ผมต้องพูดเรื่องนี้ เรื่องนี้สำคัญครับ เพราะสภาพจิตใจของผู้ป่วยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย
ในส่วนที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ การใช้กัญชาที่มุ่งเน้นในส่วนที่จะกำจัด เซลล์มะเร็งอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไป กัญชามีสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) และ ในแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็จะมีสาร ๒ สารที่เป็นสารหลัก ๆ ในการรักษาแก้ไข นั่นก็คือสารทีเอชซี (THC) แล้วก็ซีบีดี (CBD) ทีเอชซี (THC) ก็ไม่ค่อยจะส่งผลกระทบ ต่อเซลล์ปกติในร่างกายเราเท่าไร แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้เกิดการมึนเมา ส่งผลกระทบต่อระบบ จิตประสาท ส่วนซีบีดี (CBD) ก็มีผลในการรักษาเซลล์มะเร็งเหมือนกัน แต่ว่าอาจจะเมาน้อย หรือว่าไม่เมา ทั้งนี้ผมจะสรุปง่าย ๆ อย่างนี้ว่าทั้งทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) จะส่งผล ต่อเซลล์มะเร็งด้วยกลไกหลัก ๆ ๓ กลไกด้วยกัน กลไกแรกจะกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งนั้นตายไป กลไกที่ ๒ จะยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งนั้นเจริญเติบโต กลไกสุดท้ายมันจะยับยั้งการสร้าง หลอดเลือดใหม่ของก้อนเนื้อมะเร็ง ในปัจจุบันท่านประธานที่เคารพครับ ทุก ๆ ปีในประเทศไทย ของเรานั้นจะมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งไม่ต่ำกว่า ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนต่อปี กระผม มองว่า ณ วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีองค์ความรู้ที่กว้างขวาง จะต้องมี องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ชัดเจน จะต้องมีการรับรู้รับทราบของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ กระผมยืนยันในความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ เพราะว่ามี ญาติผู้ใหญ่ที่ประสบปัญหาเป็นโรคมะเร็งหลายครอบครัวมีการสูญเสีย ดังนั้นผมยังยืนยันว่าการรักษา โรคมะเร็งยังต้องพึ่งพาการรักษาที่เป็นการรักษาหลักในแผนปัจจุบัน ทางหลัก ๆ ๓ ทาง การผ่าตัดเอา เนื้อมะเร็งออกไป ทางที่ ๒ การใช้เคมีบำบัดหรือว่าคีโมเทอราพี (Chemotherapy) ทางที่ ๓ การฉายแสง การใช้รังสีเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาที่ผมบอกว่า ๓ ทางหลัก ๆ ที่เกิดขึ้น สำหรับเมืองไทย สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งก็คือว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง ตัวยาบางตัวต้องใช้เงินในการรักษาอย่างน้อย ๆ เดือนหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐ ๔๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้บุคลากรในการรักษาก็มีค่อนข้างจำกัด หมอที่เก่งก็มีเคส (Case) ผู้ป่วยเยอะ เครื่องมือที่ใช้ก็มีไม่ครบทุกภูมิภาค และที่สำคัญสวัสดิการของรัฐที่ไปดูแลพี่น้อง ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย บางครั้งผู้ป่วยโรคมะเร็งจะต้องรอคิวอาจจะเป็นเดือนสองเดือน และ มะเร็งเป็นโรคที่ต้องสู้กับเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ป่วยที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือผู้ป่วย ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แพทย์หมอหลายคนบอกว่ารักษาต่อไม่ได้ให้กลับบ้านไปใช้เวลารักษา สุดท้ายของชีวิตที่บ้าน ไปใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งผู้ป่วยหลายคนก็ไม่ยอมแพ้ครับ ในเมื่อใช้ การรักษาแผนปัจจุบันที่เรามีอยู่ในสังคมนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาของเขาได้เขาก็ต้องหาวิธีอื่น ท่านประธานที่เคารพ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาวิธีต่าง ๆ การใช้ไสยศาสตร์มาช่วยเหลือทางด้านจิตใจ ก็ดี ใช้ยาผีบอก ยาแขนงต่าง ๆ ที่มีคนอ้างสรรพคุณว่าช่วยให้หายได้และกัญชาเป็นหนึ่งในวิธี เหล่านั้น จะถูกมาใช้เพื่อให้ผู้ป่วยนั้นได้รู้สึกได้หวังถึงปาฏิหาริย์ให้เขามีชีวิตรอดต่อไปอย่างน้อย ๆ อีกสัก ๑ วินาทีก็ยังดี โดย ณ จุดนี้ผมยืนยันว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายเขาไม่ได้กลัว กับการที่จะต้องทำผิดกฎหมาย เขากลัวว่าเขาจะต้องเสียชีวิตมากกว่า ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงขอเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องของการใช้กัญชาในการแพทย์เป็นเรื่องที่ มีความสำคัญของประเทศไทย ของโลกใบนี้ ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมหาศาล โดยกระผมคิดว่า องค์ความรู้ที่พวกเรามีนั้นยังไม่เพียงพอ ยังไม่ละเอียด ยังไม่ชัดเจนพอที่จะให้พี่น้องประชาชน ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำมาประกอบใช้ในเวลาที่เขาประสบปัญหา วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่บุคลากรในเมืองไทยที่มีความรู้ ที่มีความสามารถหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐก็ดี เอกชนก็ดี หรือใครก็ตามต้องเข้ามาช่วยเหลือกัน มาช่วยทำการวิจัย ช่วยทำการศึกษา ช่วยทำ การเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประโยชน์มวลรวมของประเทศ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยด้วย เพราะว่าญาติของผู้ป่วยก็ทรมานไม่แพ้กัน ดังนั้นถ้าผลการศึกษาเห็นควรว่า กัญชาสามารถใช้ในการแพทย์ ใช้ในการช่วยเหลือชีวิตของคนไทยของคนในโลกนี้ได้ ถ้าผลมันออกมาอย่างนั้นเราก็ต้องปลดล็อกให้โลกนี้ให้ประเทศไทยเรานั้นใช้กัญชา เพื่อการแพทย์ได้ แล้ววันนี้ผมขอสนับสนุนให้สภาแห่งนี้รีบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา เรื่องนี้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางด้วยครับ กราบขอบคุณครับ