สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงความคืบหน้าการปลดใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด โดยย้ำถึงประโยชน์ทางการแพทย์และศักยภาพทางเศรษฐกิจจากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเสนอข้อมูลเปรียบเทียบผลกระทบต่อร่างกายและสังคมกับประโยชน์ในการรักษาผู้ติดฝิ่น รวมถึงประวัติศาสตร์การห้ามใช้ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษี และเรียกร้องให้ทบทวนการจัดการคดีกระท่อมที่สร้างภาระต่อระบบยุติธรรม โดยย้ำว่าตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก กระท่อมไม่จัดเป็นยาเสพติด
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านที่ให้ความสนใจและตั้งญัตติด่วน เกี่ยวกับเรื่องกระท่อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งท่านเทพไท เสนพงศ์ ได้กรุณากล่าวไว้ เมื่อสักครู่นี้ว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดจากเดิม ๗ ฉบับ ประมวลเหลือเป็นฉบับเดียว ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้เสนอเข้า ครม. ได้ปลดพืชกระท่อมออกจากตัวกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องก็มีส่วนของกระทรวงสาธารณสุข พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ และ ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ซึ่งในเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีแนวโน้มที่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ว่าพอดีท่านเดินทาง ไปต่างประเทศซึ่งจะกลับมาในวันที่ ๒๗ จะมีการพูดปะพูดคุยกัน และจะนำเรื่องเหล่านี้มา ทำเป็นเอ็มโอยู (MOU) เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจเกี่ยวกับเรื่องกระท่อม เป็นเรื่องหลัก เรื่องหนึ่ง จะเห็นได้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายยุคหลายสมัยมีการศึกษาเรื่องพืชใบกระท่อม มาเป็นลำดับ ๆ ผมจำได้ว่าเมื่อปี ๒๕๔๒ ตอนนั้นคุณภิญญา ช่วยปลอด เป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดภาคใต้เหมือนกันก็ได้ศึกษาเรื่องของพืชกระท่อมตรงนี้ ผมได้ฟังจาก เพื่อนสมาชิกด้วยและจากเพื่อน ๆ ที่อยู่ในจังหวัดภาคใต้ และจังหวัดอื่น ๆ บอกว่าปัญหาของ กระท่อมซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ยาเสพติด ผมก็ยังไม่เชื่อว่าที่เขาบอกว่าไม่ใช่เป็นยาเสพติด เราดูจากอะไร ก็ไปดูจากเรื่องประกาศบัญชีของยูเอ็น (UN) เขาไม่ได้ประกาศเลยว่ากระท่อม เป็นยาเสพติด พืชชนิดอื่นเป็นยาเสพติดก็มีอยู่บ้าง แต่ในส่วนที่เราจะดูว่าเป็นยาเสพติดไม่เป็น ยาเสพติดอย่างไร ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) พูดไว้ว่ายาเสพติดต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือมีผลกระทบกับร่างกาย อย่างเช่นเสพไปแล้วมีผลกระทบ เช่น ลงแดง อาการกระวนกระวาย อย่างนี้ถือว่าเป็นยาเสพติด ๒. คือไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์เลย แต่กระท่อมมีประโยชน์ ทางการแพทย์มาก กระท่อมมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งมีคุณสมบัติระงับการปวด ระงับการปวดได้มากน้อยขนาดไหน ไมทราไจนีน (Mitragynine) มีผลระงับการปวดมากกว่า มอร์ฟีน ๑๓-๑๗ เท่า และมอร์ฟีนเป็นสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจผลิตขาย มีผลประกอบการ ปีหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส และ ประเทศออสเตรเลีย ผลิตมอร์ฟีนขาย ตัวของไมทราไจนีน (Mitragynine) อันนี้ถ้าหากว่า เราสามารถมาจดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ของประเทศไทยหรืออะไรต่าง ๆ ก็สามารถทดแทน เป็นเงินตราถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ในอดีตที่ผ่านมาระยะใกล้ ๆ นี้ ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นได้มีการศึกษาและได้จดลิขสิทธิ์ ปี ๒๕๕๕ จดที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑ ฉบับ แล้วปี ๒๕๕๖ ที่ประเทศญี่ปุ่น ๑ ฉบับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี ๒๕๕๗ อีก ๑ ฉบับ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับเรื่องของใบกระท่อม
ในประเด็นที่ ๓ ที่มีผลต่อสภาพร่างกายคือเสพไปแล้วอาจจะมี อย่างยาบ้า ผอมแห้งแรงน้อย กระดูกถูกกัดกร่อน เพราะว่าเป็นส่วนผสมของกรดต่าง ๆ ในยาบ้า มีกรดเกลือ กรดน้ำส้ม หรือในส่วนอื่น ๆ ที่นำมาผสมเป็นพวกคาเฟอีนบ้าง อะไรบ้าง เป็นพวกยาบ้า
ประเด็นที่ ๔ มีผลกระทบต่อสังคม ยาเสพติดถ้าเสพไปแล้วสังคมอาจจะ ทะเลาะวิวาท ขโมยปล้นชิงวิ่งราวอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น แต่กระท่อมไม่เป็นดังนั้นเลย กระท่อมกลับเป็นยาที่บางประเทศใช้ในการรักษาคนติดฝิ่น ประเทศนิวซีแลนด์มีคนติดฝิ่นมาเป็น ๑๐ ปี แต่ว่าการรักษาคนติดฝิ่นคือเอากระท่อมมาเคี้ยวประมาณ ๒ สัปดาห์ เลิกฝิ่นได้ทันที เป็นสิ่งที่มีการศึกษาอยู่ในรายงาน ประวัติความเป็นมาที่ดูจากผลการศึกษาของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในอดีต เมื่อปี ๒๔๘๕ รัฐบาลในขณะนั้นออกกฎหมายเก็บภาษีขึ้นทะเบียน คนเสพฝิ่นเก็บภาษีเขา แล้วต่อมาอีกปีหนึ่งคือ ปี ๒๔๘๖ ก็ออกกฎหมายห้ามปลูกกระท่อม ห้ามเสพกระท่อม เพราะว่าคนเสพกระท่อมแล้วไม่เสพฝิ่น รัฐบาลในสมัยนั้นไม่สามารถ เก็บภาษีได้ นี่คือข้อมูลที่มีการศึกษา ต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานสภา ที่เคารพว่า ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีต่าง ๆ สถิติในปีนี้ ๑๐ เดือน ตั้งแต่ เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม ๑๐ เดือน คดีที่เกี่ยวกับใบกระท่อม ๔๗,๘๐๙ คดี เป็นคดีที่ทำให้ ต้องบอกว่าเสียเวลาเจ้าหน้าที่รกโรงรกศาล เพราะว่ากระท่อมไม่ใช่ยาเสพติดตามแนวทาง ของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ที่ผมได้กราบเรียนตรงนี้แล้ว ผมขออนุญาตให้ข้อมูลท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผ่านท่านประธานสภาในกรณีดังกล่าวนี้ กระทรวงยุติธรรมตั้งใจและ พยายามเต็มที่ว่าจะเร่งรัดให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด หากว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคิดว่า ถ้าเป็นไปได้ท่านจะถอนก็สุดแท้แต่ หรือไม่ถอนก็ตามใจ เพราะว่าในแนวทางต่าง ๆ ก็จะ พยายามเร่งรัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเร็วที่สุด ขอบคุณท่านประธานครับ