ประสงค์ ชี้ปลดล็อกกัญชาแพทย์แผนไทย ส่งเสริมอาชีพและยาทางเลือก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

ประสงค์ บูรณ์พงศ์ หารือการปลดล็อกการใช้กัญชาในตำรับยาของแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพและพัฒนายาทางเลือก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประวัติศาสตร์และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประเภทกัญชา และเสนอให้มีการวิจัยและพัฒนาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพและสังคม

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผมนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศของ กระทรวงสาธารณสุขจำนวน ๒ ฉบับ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ มีเนื้อหา ข้อที่ ๑ เพื่อปลดล็อกผู้ประกอบอาชีพวิชาการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านเพื่อปรับปรุงตำรับยาโดยใช้กัญชาแยกส่วนผสมได้นะครับ

ข้อที่ ๒ กำหนดตำรับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๕ ที่มีกัญชาผสมอยู่ ใช้รักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ หมายความว่าใช้โดยถูกกฎหมายแล้วนะครับ ในปัจจุบันนี้ ปรากฏว่ามีสถานพยาบาลมากมายที่เปิดรักษาประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยตรวจสอบและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้กัญชา เพื่อการแพทย์และการควบคุมดูแล อันจะเป็นประโยชน์ทางสุขภาพประชาชน และเป็น ประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพ คำว่า กัญชา ก็มาจากแคนนาบิส (Cannabis) ซึ่งเขาแบ่งเป็น ๒ พวกครับ มารีฮวนนา แล้วก็กัญชง กัญชาคือ มารีฮวนนา กัญชงคือเฮมป์ (Hemp) แยกกันให้ถูกต้องนะครับ แต่ใช้กันมานานแล้วครับตั้งแต่อาณาจักร เปอร์เซีย อินเดียในราชวงศ์โมกุล จีนและไทย เมื่อมาถึงรัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ กัญชา ของเราซึ่งเคยใช้กันมาได้กลายเป็นยาเสพติดไปแล้วนะครับ ซึ่งทั้งนี้ก็ปรากฏว่าจากการศึกษา ค้นคว้าก็พบว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์โดยแท้ ทั้ง ๆ ที่กัญชานี้ไม่ได้เหมือนเหล้า บุหรี่ เลยนะครับ มีผลประโยชน์อย่างไรครับ ในยุคที่ประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยมี แพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนใหม่เข้ามานะครับ แผนแพทย์เก่าก็ถูกยกเลิกไป โดยเฉพาะ ในขณะนั้นคือมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ฟาวน์เดชัน เข้ามาในโรงพยาบาลศิริราชก็มีการ เปลี่ยนแปลง แพทย์แผนไทยก็ถูกยกเลิกไป หมอไทย หมอโบราณ แพทย์ทั้งหลาย ทำอะไรไม่ได้ ผลิตกัญชาก็ถูกจับ ก็จึงไม่มีอาชีพนะครับ ยาที่เข้ากัญชาตอนนั้นก็เหลือเพียง ๔๐๐ ชนิดเท่านั้น เพราะว่าเรารวบรวมตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วก็เอาไปเผาหมด ทิ้งกันหมด เหลือแค่ ๔๐๐ ชนิด ๔๐๐ ชนิดนี้บันทึกอยู่ที่ไหน บันทึกอยู่ในอมฤตโอสถครับ อมฤตโอสถ คืออะไร คือเป็นพระสูตรและคัมภีร์อมฤตโอสถของพระองค์เจ้าอมฤตในรัชกาลที่ ๕ นะครับ ซึ่งก็มียากัญชาอยู่ ๔๐๐ ชนิด ท่านประธานครับ การที่กัญชาถูกเปลี่ยนแปลงเป็นยาเสพติด ก็เพราะไปขัดผลประโยชน์ของนายทุนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ ซึ่งนายทุนใหญ่ ขณะนั้นก็มี อันที่ ๑ อย่างที่ผมกราบเรียน มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ บริษัท ดูปองท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทวิลเลียม เฮิร์ต แล้วก็บริษัทสแตนดาร์ดออยล์จำกัด ทำไมเป็นอย่างนั้นครับ ขอพูดดูปองท์ก่อน ในการผลิตรถยนต์ฟอร์ดคันแรกนะครับ ก็มีการประดับประดา ไม่ว่าจะ เป็นกันชน ไม่ว่าเป็นภายในเครื่องเขาใช้ เฮมป์ (Hemp) หรือสารจากกัญชงไปประกอบ เข้ากันมีความสวยงามแต่ผลิตได้รุ่นแรกเท่านั้น รุ่นที่ ๒ ดูปองท์เมื่อเสียผลประโยชน์ก็ พยายามให้ เฮมป์ (Hemp) เป็นยาเสพติดครับ บริษัทที่ ๒ คือของบริษัทวิลเลียม เฮิรต์ นายวิลเลียม เฮิรต์ มีโรงพิมพ์ผลิตกระดาษได้เอง กระดาษที่ทำจากเยื่อไผ่ แต่กระดาษนั้น จะต้องใช้กรดซัลฟูริกถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มีเฮมป์ (Hemp) คือกัญชงเข้าไปเขาใช้แค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แน่นอนบริษัทที่ผลิตเหล่านี้เขาเสียผลประโยชน์จึงทำให้ เฮมป์ (Hemp) กลายเป็นยาเสพติดไป ในการผลิตรถยนต์ฟอร์ดครั้งแรกใช้น้ำมันเอทานอล (Ethanol) เอทานอล (Ethanol) จากไหน ก็จากเฮมป์ (Hemp) นี่ล่ะไปผลิตเอทานอล (Ethanol) ได้ มีคุณภาพที่สูงมาก เอทานอล (Ethanol) ที่ผลิตจากเฮมป์ (Hemp) เฮมป์ (Hemp) จึงถูกยกเลิกไป พร้อมทั้งร็อคกี้เฟลเลอร์ตามที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องของกัญชาจึงได้หมดไป ได้กลายเป็นยาเสพติดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาครับ เมื่อพูดถึง กัญชาแล้วก็อยากกราบเรียนว่าในมาลีฮวนนาหรือเฮมป์ (Hemp) จะมีสาร ๒ ชนิด คือทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) เป็นสาร ๒ ชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ออกฤทธิ์หลาย ๆ อย่างที่เรา มาทำเป็นยารักษาได้ และสาร ๒ ชนิดนี้อยู่ในที่รวมเรียกว่า สารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) แคนนาบิส (Cannabis) ผลิตเป็นสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็มีอยู่ในร่างกายมนุษย์เหมือนกัน ในร่างกายของคนเหมือนกันครับ ใครที่มีความเครียด มีความเศร้า อย่างเช่นนั่งประชุมกัน หรือว่าปกครองบริษัท หรือว่าถกเถียงกันในเรื่องทางการทูตหรืออะไรก็แล้วแต่เมื่อเกิด ความเครียดแล้วสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ในร่างกายก็จะผลิตขึ้นมา ทำให้เรา หายจากเครียด หายจากโศกเศร้าได้แต่อย่างไรก็ตามสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็ไม่ได้ ผลิตเท่า ๆ กัน หนุ่มสาวมีมาก แต่พออายุมากก็น้อยลง ๆ เพราะฉะนั้นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ที่อยู่ที่บ้านเมื่อมีความเครียดนอนไม่หลับมีอารมณ์เศร้ากัญชาถึงได้ช่วยเขาดีขึ้น เดี๋ยวนี้การหยดกัญชาเข้าไปคุณปู่ คุณย่า ก็ดีขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ในสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ก็ผลิตมีสารทั้ง ๒ ทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) ในทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) สรุปได้ว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้างครับ ๑. อาการที่เฉพาะสารทีเอชซี (THC) ช่วยได้คืออาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อ กระตุกครับ ประเภทที่ ๒ อย่างซีบีดี (CBD) ช่วยบรรเทาได้แก่ ไมเกรน ซึมเศร้า รักษา ต้อหิน ลมชัก และอาการทางจิต คือไม่มีอาการทางสมอง อันที่ ๓ อาการทั้งสองที่ช่วยได้ เหมือนกันคือผลิตจากกัญชาเลย เป็นน้ำกัญชามาเลยนะครับ ช่วยความเจ็บปวดความวิตก กังวล ท่านประธานที่เคารพในกัญชามันก็มีทีเอชซี (THC) ๑๒ เปอร์เซ็นต์ คือสูง มีซีบีดี (CBD) แค่ ๐.๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันมีในกัญชงมาก เพราะฉะนั้นการเลือกในการสกัดยาจึงอยู่ที่นักวิชาการหรือผู้มีความรู้ ทั้งหลาย จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องศึกษากันอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งใดเล่าที่เป็นประโยชน์ อย่างแท้จริง สิ่งใดเล่าที่เป็นโทษต่อพี่น้องประชาชนทั้งหลาย เพราะเราคำนึงถึงโทษ ถึงแม้ว่า จะพูดว่าดีอย่างไร แต่ว่าชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐที่สุด จะต้องคำนึงในเรื่องนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอญัตติด่วนวันนี้เพื่อการศึกษา เพื่อนำไปช่วยในการที่จะเข้าตำรับยา ทั้งหลายของประเทศไทยเรา ท่านประธานครับขณะนี้ก็มีการศึกษาอยู่ ได้มีการศึกษาจาก ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทยแล้วในเรื่องนี้ ได้มีการศึกษาเรื่องกัญชาจากทางแพทย์ ในเด็กและวัยรุ่นของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย มีการใช้กัญชาทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีการใช้การแพทย์ทางวิสัญญีแพทย์คือดมยา ก็ยังมีอีกมากมาย ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ทั้งนี้เพื่อผลดีที่สุดในการที่จะใช้เป็นยา ตัวใดตัวหนึ่งทั้งซีบีดี (CBD) และทีเอชซี (THC) เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยและทั่วโลกต่อไป ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ