ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือปัญหาหนี้กองทุนหมู่บ้าน ชี้ให้เห็นข้อจำกัดของการพักชำระหนี้ และเสนอให้รัฐพิจารณายกหนี้บางส่วนหรือตัดหนี้เอ็นพีแอลเพื่อปลดภาระผู้ยากจนอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องมาตรการที่เป็นธรรมและลดความขัดแย้งในชุมชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟัง ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ดีใจในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของการให้โอกาส แต่สิ่งที่ให้โอกาส ในเรื่องของการพักชำระหนี้ ๑ ปี แล้วชำระดอกเบี้ยนั้นก็ยังดีกว่าไม่ได้พัก แต่สิ่งที่ตามมา ก็คือการพักชำระหนี้ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าคนที่มีประวัติดี และคนที่มีประวัติ ไม่เคยผิดนัดการชำระหนี้ก็แสดงว่าฐานะเขาดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ยกเว้นผมเข้าใจว่า เขาไปเจอวิกฤตหรือเขาไปเจอปัญหาอย่างอื่นเหมือนกับนักลงทุน นักธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ไปเจอสภาพวิกฤตของเศรษฐกิจหรือไปเจออะไรแล้วเกิดหนี้เอ็นพีแอล (NPL) ขึ้นมาทางรัฐ ก็ยังไปปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ได้ แต่ทีนี้ปัญหาของการกู้เงินของกองทุนหมู่บ้านกู้กันโดย คณะกรรมการกองทุน ทีนี้ถ้าคณะกรรมการกองทุนนี้ไม่ยอมในเรื่องของการพักชำระหนี้ก็ดี ในเรื่องอะไรก็ดี ผมถามเป็นคำถามที่ ๑ ว่าจะไปอุทธรณ์ที่ไหน เพราะว่าถ้าท่านประธาน ได้ติดตามเรื่องนี้ แม้กระทั่งว่าการกู้ยืมมาก็มีปัญหากัน บางครอบครัวก็ได้เยอะ บางครอบครัวก็ได้น้อย เราเป็นผู้แทนเราจะได้ยินบ่อยที่ชาวบ้านมาร้องว่า ส.ส. ตัวดิฉัน ญาติน้อยไม่เป็นญาติกับกรรมการกองทุน ไม่ใช่พวกเขา เวลาพิจารณาเงินให้กู้กองทุน เขาก็ให้น้อย เวลาเป็นพวกเขาเขาก็ให้เยอะ บางครั้งผมก็ตอบปัญหาไม่ได้ผมก็เลยบอก คนที่มาหาผมบอกว่าคุณก็ไปเป็นพวกเขาสิครับ มันก็จะได้เยอะเหมือนเขา เอาล่ะประเด็น ตรงนี้เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟัง แต่ประเด็นว่าจะไปร้องอุทธรณ์กับใคร สมมุติว่าไม่ได้รับ การพักชำระหนี้ ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนเสนออย่างนี้นะครับ ผมพยายามประหยัดเวลา ของสภา ผมกราบเรียนว่าเป็นไปได้หรือไม่เมื่อเงินกองทุนหมู่บ้านเป็นเงินนอกงบประมาณ ถ้ารัฐบาลจะให้เป็นของขวัญปีใหม่ ให้ของขวัญกับคนยากจน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน ให้น้อยลง นั่นก็คือถ้าประกาศยกเลิกหนี้ไปสำหรับคนที่เลิกหนี้เลยนี้มันรุนแรงไป ผมก็มองว่า คนไหนมันไม่ไหวจริง ๆ แล้ววันนี้มันเป็นเอ็นพีแอล (NPL) แล้วดูเสมือนว่าเป็นที่รังเกียจ ของคนในสังคมหมู่บ้าน แล้วเขาก็จะฟ้องกันอยู่เรื่อยตัวนี้ เริ่มแล้วครับ เริ่มวิ่งหาทนายความ และกรรมการหมู่บ้านเพื่อให้ฟ้องคนในหมู่บ้านเดียวกันก็ให้เขากัดฟันดิ้นเฮือกสุดท้าย เอาเงินมาชำระหนี้ครึ่งหนึ่งแล้วก็ตัดเป็นหนี้เอ็นพีแอล (NPL) ไปเลยเสมือนว่าคุณไม่มีหนี้ แล้วก็ขึ้นแบล็กลิสต์ (Blacklist) ไว้ว่าไม่ให้กู้เงินกองทุนหมู่บ้านแล้ว เขาจะได้หมดโอกาส จากการเป็นหนี้กองทุน เขาจะไม่ต้องวิ่งกู้แต่ละปีแล้วก็หาดอกเบี้ย เพราะคุณค่าของเงิน ต่างจังหวัดของพี่น้องประชาชนพวกเรา ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท มันแสนที่จะยิ่งใหญ่มาก ผมก็เลยฝากให้คณะกรรมการกองทุนผ่านท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรีไปว่าไปหาแนวคิด ที่นอกเหนือจากนี้หน่อย แนวคิดนี้ผมยังดูว่าดีหรือไม่ ดีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยที่จะหวือหวา พื้น ๆ พักชำระหนี้ ๑ ปี ให้เสียเฉพาะดอกเบี้ย ไม่ต้องเสียเงินต้น เอาประวัติคนที่ชำระหนี้ที่ดีมาโดยตลอดไม่เคยค้าง และเป็นบุคคล ที่ได้รับการยอมรับ อันนี้เป็นมาตรฐานเลยครับ แต่ผมอยากเห็นว่าให้แก้ปัญหาโดยยั่งยืน ให้กับคนที่หมดโอกาสจริง ๆ มันไม่ได้จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่ารัฐบาลทำได้ครับ เพราะเงินนี้ เป็นเงินนอกงบประมาณ แล้วอีกอย่างหนึ่งมันก็มาลดจำนวนหนี้ครัวเรือนลง วันนี้พอประเมินหนี้ครัวเรือนจากการกู้ทุกอย่างยกเว้นกู้ระเบิด มันก็มีหนี้ครัวเรือน อย่างมหาศาล ฉะนั้นถ้าตัดตรงนี้เลยหนี้ครัวเรือนก็ลดน้อยลงปัญหาในหมู่บ้านก็ลดน้อยลง ผมเชื่อแน่ว่าเจ้าตัวที่เขาค้างชำระหนี้เขายอมรับครับ แล้วเขาก็ได้ปลดเปลื้องแต่มันอาจจะ มองเป็นไปได้ยากถ้าท่านรัฐมนตรีฝากไปเป็นการบ้านก็ไม่ได้ว่า แต่ว่าความรู้สึกของผมว่า วันนี้ทำอย่างไรจะปลดเปลื้องพันธนาการให้กับคนที่ลำบากจริง ๆ ที่เขาไม่มีโอกาส วันที่เขากู้ ไม่มีใครไม่อยากได้สตางค์ แต่พอสตางค์ไปถึงเขาแล้วเขาใช้โดยภาระความจำเป็นบ้าง โดยอะไรก็แล้วแต่มันเกิดวิกฤตจริง ๆ วันนี้ผมไม่ทราบที่อื่นนะครับ ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประเมินมาว่าเป็นหนี้เกรดเอ (A) บี (B) ซี (C) ดี (D) ผมว่าน่าจะมากกว่าแต่เอาล่ะเมื่อเป็น ข้อมูลที่เป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์ผมก็รับได้ แต่ผมดูสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดในบ้านผม เขตบ้านผมแล้วมันไม่ใช่ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะตอบก็ไม่ได้ว่า ถ้าไม่ตอบก็ขอฝากเป็นการบ้านว่า หามาตรการอย่างไรที่จะช่วยเหลือให้คนบางกลุ่มมันหมดจากพันธนาการตรงนี้เสีย แต่ผมยืนยันตั้งแต่เบื้องต้นอีกครั้งหนึ่งก่อนจะลงว่าผมไม่ได้รังเกียจ แล้วผมไม่ได้บอกว่า ไม่ประสบผลสำเร็จที่จดทะเบียนนิติบุคคล เปรียบเทียบได้ว่าเป็นธนาคารตำบล ธนาคาร หมู่บ้านมีจำนวนไม่น้อยกลุ่มนี้ก็โชคดีไป แต่กลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอล (NPL) ก็ไม่อยากให้เป็นที่ รังเกียจของคนในหมู่บ้าน ไม่อยากให้ทนายยื่นโนทิส (Notice) ไม่อยากให้ฟ้องก็อยากให้ไป หามาตรการในการช่วยเหลือ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ