เทพไท เสนพงศ์ เสนอญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ พร้อมเรียกร้องให้ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดเพื่อเคารพวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชนในภาคใต้ ส่งเสริมประโยชน์ทางสุขภาพ และลดจำนวนผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับคดีกระท่อม โดยอ้างอิงผลสำรวจความเห็นประชาชนและข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญในการปรับปรุงกฎหมายยาเสพติดอย่างเหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ เนื่องด้วยปัจจุบันพืชกระท่อม เป็นพืชพื้นถิ่นที่สามารถพบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศไทย สามารถใช้เป็น ยาแผนโบราณแล้วก็ใช้เป็นพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้นั้น พบว่าคนใต้มีวิถีชีวิต ที่เกี่ยวกับพืชกระท่อมมานานทั้งใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค เคี้ยวใบกระท่อมเพื่อให้ตื่นตัว ในการทำการเกษตร ปัจจุบันพืชกระท่อมเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปจากสื่อต่าง ๆ เมื่อเริ่ม กลายเป็นประเด็นปัญหาเชิงสังคมในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลประมาณการว่า มีผู้ใช้ใบกระท่อมในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากกฎหมายที่ยังมี ข้อจำกัดในการใช้ใบกระท่อมของประชาชนเป็นจำนวนมาก ควรที่จะมีการศึกษาเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การแก้ไขปัญหาพืชใบกระท่อมอย่างเป็นระบบตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ต้องเรียนกับท่านประธานครับว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่ผมเสนอมาตั้งแต่วันที่เข้ามาทำหน้าที่ เป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวเขต ๓ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมภูมิใจที่ได้พูดเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นการ รอคอยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนคนใต้ที่อยากจะเห็นปัญหา ของเขาได้นำสู่สภาผู้แทนราษฎร ระหว่างที่ผมลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนทุกครั้งและ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีฤดูกาลหาเสียงก็ได้พบกับพี่น้องประชาชนในวงสภากาแฟครับ ท่านประธาน ส่วนใหญ่สภากาแฟภาคใต้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือที่บ้านท่านประธาน ก็เช่นเดียวกันครับ มีวิถีชีวิตที่ไม่แตกต่างกัน นั่นคือเช้าขึ้นมาก็เคี้ยวใบกระท่อมกินกับกาแฟ เพราะมันเป็นวิถีชีวิตที่ปฏิบัติกันมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษนะครับท่านประธาน แต่ปัญหา ที่เขาพบก็คือว่าเมื่อพืชใบกระท่อมอยู่ในบัญชีของยาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตาม กฎหมาย อันนี้ก็ไม่ว่ากันนะครับท่านประธาน แต่ว่าในขณะเดียวกันประชาชนที่เดือดร้อน ก็คือว่าเขาก็ถูกจับกุมแล้วก็นำไปที่โรงพักแล้วก็ไปเสียค่าปรับ ๕ ใบ ๑๐ ใบ ก็ต้องเสียค่าปรับ เป็นหมื่นบาทครับ พี่น้องประชาชนคนที่บริโภค เป็นยาสมุนไพรเขาก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ แล้วก็เสียค่าปรับครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาจะต้องทำงานวันละ ๓๐๐ บาท อีกกี่วันถึงจะคุ้มกับที่ต้องเสียค่าปรับ ผมก็เลยนำเรื่องนี้ ขึ้นมาซึ่งสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ของสภา เพื่อที่จะให้สภาได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะปลดล็อกพืชใบกระท่อม ให้ออกจากบัญชียาเสพติด วันนี้เป็นวันคริสต์มาสของพี่น้องชาวคริสต์ถือว่าเป็นวันดี ของพี่น้องชาวคริสต์ และอีกไม่กี่วันก็ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ ผมขอพูดเรื่องนี้ในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยและเป็นของขวัญให้กับพี่น้องชาวคริสต์ เรียนกับท่านประธานเลยนะครับว่าวิถีชีวิตคนใต้เรื่องบริโภคพืชใบกระท่อมเป็นสมุนไพร มีมานานมาก ผมเกิดมาก็เห็นแล้วล่ะครับ ผมเกิดที่ลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่ที่เหมือนกับ ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของพืชใบกระท่อมแล้วก็แพร่หลายมีอยู่ทุกบ้าน เพราะมีความเชื่อว่า พืชใบกระท่อมคือยาชูกำลัง คือยาขยัน คนที่กินใบกระท่อมสามารถดูได้เลยว่าเป็นคนขยัน ทำงานสู้แดด เพราะฉะนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะใช้พืชใบกระท่อม เมื่อก่อนเราไม่มี ยาชูกำลังประเภทกระทิงแดง ลิโพวิตันดี คาราบาวแดงหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีครับ ท่านประธาน ภูมิปัญญาชาวบ้านเขาใช้พืชใบกระท่อมนี่ล่ะไปทำงานก็พกไปคนละห่อ ๒ ห่อ พอคนลุ่มน้ำปากพนังลี้ภัยเศรษฐกิจ หนีภัยเศรษฐกิจจากพื้นที่ยากจนในลุ่มน้ำปากพนังไปอยู่ ในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่าชนะ บ้านของท่าน ส.ส. ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หรือจะไปแถวลำทับ แถวกระบี่ คลองท่อม เขตพื้นที่ของ ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หรือจะไปที่ไหนก็แล้วแต่ถ้าเป็นคนลุ่มน้ำปากพนัง สิ่งที่เขาพกไปด้วยคือต้นกระท่อมครับ เอาไปปลูกและเลยแพร่หลายในภาคใต้จำนวนมาก แต่ว่าถ้ามากที่สุดก็จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านผมละครับท่านประธาน เยอะมากครับ นี่เป็นวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำปากพนัง หลายคน บริโภคแล้วเห็นว่ามันมีประโยชน์จริง ๆ ก็เลยเป็นที่มาของความนิยมในเรื่องการบริโภค พืชกระท่อม ต้องเรียนกับท่านประธานว่าพืชกระท่อมเป็นพืชที่มีมาในภาคใต้เป็นเวลานาน เพียงแต่ว่ามันเป็นพืชภูมิปัญญาชาวบ้าน เราไม่ได้คิดค้นหรือว่าศึกษาว่าในทางวิทยาศาสตร์ พืชกระท่อมมันมาอย่างไร จริง ๆ แล้วพืชกระท่อมเป็นพืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า มิตราไจนา สเปซิโอซา คอร์ท (Mitragyna Speciosa korth) จัดอยู่ในตระกูลรูเบียซีอี (Rubiaceae) ซึ่งเขาบอกว่าเป็นพืชที่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็มีอยู่ ๓ สายพันธุ์ ประเทศไทยเรา ๓ สายพันธุ์ ก็คือแตงกวาแล้วก็พันธุ์ยักษาใหญ่ หรือก้านแดง แต่ว่าสำหรับ พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังหรือภาคใต้เราที่เห็นกันอยู่ก็คือมีอยู่ ๒ ประเภท คือพืชใบกระท่อมที่เรา เรียกว่าก้านแดงกับก้านเขียว ปักษ์ใต้เขาบอกว่ากินก้านแดงแหลงคนเดียว กินก้านเขียว คนเดียวก็แหลงได้ นั่นก็คือหมายความว่าก้านเขียวคือกินแล้วก็เหมือนกัน ก็หมายความว่า ชูกำลังเหมือนกัน เขาเลยพูดเป็นภาษาชาวบ้านว่า กินก้านเขียวคนเดียวก็แหลงได้ กินก้านแดง แหลงคนเดียว นี่คือพืชใบกระท่อมที่เพื่อนสมาชิกที่มาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคกลาง อาจจะไม่คุ้นเคย หลายคนเขาถามผมว่า ส.ส. เทพไทจะปลดล็อกพืชกระท่อม จะปลดล็อกอย่างไร กระท่อมเป็นอย่างไร เขาเข้าใจว่ากระท่อมปลายนาครับท่านประธาน เขาก็เข้าใจว่าขนำหรือกระต๊อบ แต่ว่าจริง ๆ พืชกระท่อมเป็นพืชสมุนไพรแล้วก็มี คุณประโยชน์ ต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าพืชกระท่อมเป็นพืช ภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วก็มีประโยชน์จริง ๆ เห็นชัดว่าคนกินกระท่อมแก้โรคความดัน แก้โรคเบาหวาน แก้โรคกระเพาะ โรคปวดเมื่อย แก้ไอ ผมเคยลองมาแล้ว แก้ไอก็คือ เอาใบกระท่อมใส่น้ำตาลเข้าไปแล้วก็เคี้ยว ไอหายครับท่านประธาน ทดสอบแล้วว่าหายจริง แล้วก็แก้บนได้อีก บ้านท่านประธานจังหวัดตรังผมไม่แน่ใจว่าเวลาเขาบนของหาย หรือว่าเส้นเจ้าที่เจ้าทางจะใช้ใบกระท่อมด้วยหรือเปล่า แต่ว่าสำหรับบ้านผมเอาใบกระท่อม มาแก้บนของหาย ของสูญหายใช้ใบกระท่อม เข้าโรงครูหมอโนรา ไหว้ครูเขาใช้ใบกระท่อม กับเหล้าขาว นี่ก็เห็นว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนบริโภคจริง ๆ เป็นยาขยัน ท่านประธานสังเกตได้เลยครับ อย่างอื่นกินไปแล้วขยันไม่ขยันผมไม่ทราบ แต่ว่าใบกระท่อม กินปั๊บจะเห็นได้ชัดว่าหลังจากกินแล้วเข้าไปในสวนยางถางร่องยาง ตัดทางปาล์ม ตัดหญ้าให้วัว กลับถึงบ้านก็ยังขยันครับ แม่บ้านชอบขยันทำการบ้าน เพราะฉะนั้นพืชใบกระท่อมต้องเรียน กับท่านประธานเลยว่ามีสรรพคุณเยอะจริง ๆ แต่ว่าเราติดล็อกเรื่องกฎหมาย ในขณะที่ ต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาก้าวหน้า เขาพัฒนาผลิตเป็นแคปซูล ผลิตเป็นยา ที่จะขาย ที่จะจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ผมคิดว่าสำหรับเมืองไทยถ้าหากว่าเราปลดล็อกพืช กระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็ออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ เราสามารถทำได้เลยครับ ผลิตเป็นกระท่อมแคปซูลหรือกระท่อมหลอด หรือ กระท่อมกาแฟ หรืออะไรก็แล้วแต่บรรจุเป็นแพ็กเกจจิง (Packaging) ส่งไปขาย ผมเห็นจาก ตัวอย่างของประเทศต่าง ๆ ที่ไปเจอมา เห็นได้ชัดว่าเขามีการแปรรูปเพิ่มมูลค่าของ พืชกระท่อมแล้วก็ขาย แล้วก็เป็นที่นิยมของผู้บริโภคจำนวนมาก เพราะฉะนั้นประเทศไทยเรา แหล่งผลิตพืชกระท่อมมีปลูกอยู่แพร่หลาย ถ้าเราใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือ องค์การเภสัชกรรมอะไรเหล่านี้ขึ้นมา แล้วก็มาผลิตให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ผมคิดว่า น่าจะเป็นรายได้ให้กับประเทศจำนวนไม่น้อยเลยครับท่านประธาน แต่สิ่งที่สังคมหวาดกลัว ก็คือว่า ปัญหาของใบกระท่อมในขณะนี้ที่เป็นปัญหาที่หลายคนกังวลว่าไม่ควรที่จะเอา ออกจากบัญชียาเสพติด นั่นก็คือกรณีของวัยรุ่นที่ทำต้ม ๔ คูณ ๑๐๐ ที่เขาเรียกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วถ้าพืชกระท่อมใบเพรียว ๆ ใบเขียว ๆ เป็นสมุนไพรจะไม่มีปัญหาเลย แต่พอมาประดิษฐ์เป็นวิจิตรพิสดารขึ้นมา ใช้สูตรต่าง ๆ นานาตามที่วัยรุ่นเขาคิดมา ๔ คูณ ๑๐๐ นั่นก็คือสูตรที่เขาพูดกันก็คือว่าต้องมีโค้ก ต้องมีใบกระท่อม ต้องมียาแก้ไอ ต้องมีหลอดไฟที่ใช้ผงหลอดไฟผสมกัน ๔ อย่าง เขาเลยเรียกว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ถ้าหากว่า เราจะเอาความผิดใบกระท่อม เพราะใบกระท่อมเป็นสารตั้งต้นของ ๔ คูณ ๑๐๐ ผมว่า ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่บริโภคกระท่อม เพราะสารตั้งต้นของ ๔ คูณ ๑๐๐ ไม่ได้มีกระท่อม อย่างเดียว ต้องมีโค้ก มีเป๊บซี่ด้วย มันมียาแก้ไอด้วย มันมีหลอดไฟด้วย ถ้าจะเอาความผิดจากสารตั้งต้นใบกระท่อมถ้าอย่างนั้น ฝ่ายราชการต้องไปปิดโรงงานผลิตโค้กด้วย โรงงานผลิตเป๊ปซี่ด้วย โรงงานผลิตยาไอด้วย เพราะเหล่านี้คือสารตั้งต้น จริง ๆ มันไม่ได้ผิดที่สารเหล่านี้มันผิดที่มนุษย์เราคนเราที่นำ สิ่งเหล่านี้มาผสมกันมาทำสูตรให้มันพิสดารให้มันเป็นโทษกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น บางกลุ่มคิดไกลไปขนาดนั้นอีก นอกจาก ๔ คูณ ๑๐๐ ที่ผมบอกว่าส่วนผสมมี ๔ อย่างแล้ว บางคนไปเอาขี้เถ้าผีตายโหงผสมเข้าไปอีก ดูแล้วเป็นความเชื่อว่ากินแล้วมันมีกำลังวังชา กินแล้วมันมีอภินิหารอะไรขึ้นมาในทำนองอย่างนั้น ผมเลยต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมสนับสนุนการที่จะให้มีการปลดล็อกกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภท ๕ แล้วก็พัฒนา ให้เป็นสินค้าส่งออก ปัญหาในขณะนี้ต้องเรียนกับท่านประธานว่าที่พี่น้องประชาชนพบอยู่ ก็คือว่าพี่น้องประชาชนถูกจับกุมจากการบริโภคพืชใบกระท่อมและจากการพกพาจำนวนมาก ถ้าท่านประธานดูรายงานของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดที่เสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเมื่อสมัยประชุมที่แล้วเห็นได้ชัดเลยว่าคดียาเสพติดภาค ๘ ภาค ๙ สูงลิ่วเลย แล้วไปดูในรายละเอียดที่สูงส่วนใหญ่ก็เป็นยาเสพติดประเภทกระท่อมทั้งนั้น เพราะฉะนั้นประเภทกระท่อมพอจับแล้วมันจับง่าย เช้าขึ้นมาถ้าจะจับเอาสถิติเพื่อเสนอ ผู้บังคับบัญชาไม่ต้องไปไหนหรอกครับ ไปรอดักที่ไซต์ (Site) งานต่าง ๆ ที่โครงการก่อสร้าง แล้วก็ไปโบกรถปิกอัพ แล้วก็เรียกคนงานลงมาแล้วก็ค้นดู แน่นอนเจอแน่แต่ละคน ๙ ใบ ๑๐ ใบ ๒๐ ใบ เจอแน่นอน เลยเป็นที่มาที่ว่าพืชใบกระท่อมจับง่าย พอเป็นยาเสพติด ก็จะเป็นประเภทที่จะทำให้เพิ่มสถิติหรือรางวัลค่าปรับให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น ผมนี่เห็นใจจริง ๆ พี่น้องประชาชนบอกกับผมเลยถ้าหากว่าวันไหนถูกตำรวจจับ ถ้าตำรวจใจดี ให้ใบกระท่อมไปเขาก็ปล่อยเขาถือว่าอะลุ่มอล่วยกัน นี่ไม่ได้นินทาเลยแล้วก็ไม่ได้กล่าวหาเลย ไปดูบนโรงพักท่านประธานผมว่าไม่น้อยตำรวจที่กินใบกระท่อมด้วย พกใบกระท่อมด้วย กินใบกระท่อมด้วย ผมลงพื้นที่บางคนบอกว่า ส.ส. ช่วยหน่อยรีบปลดล็อกให้ไว ๆ หน่อย ตอนนี้เดือดร้อน พอตำรวจจะทำผลงานปั๊บจับใบกระท่อมกำลังเคี้ยวอยู่ครับ บีบคอให้คาย ออกมาเพื่อจะเอาของกลาง พอจะเอากากออกมาเป็นของกลาง นี่ชาวบ้านมาบ่นกับผมเลย เพราะวันนี้ผมถือโอกาสนี้พูดปัญหาชาวบ้านให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ได้ยินว่าผมได้ นำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาพูดในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพราะฉะนั้นแนวทางแก้ไข ของเรื่องนี้ครับ ผมต้องเรียนว่าอันดับแรกต้องแก้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ซึ่งอันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ให้กลับไปทบทวนไปดูหน่อย ๒. ปลดออกจากประกาศบัญชียาเสพติดประเภท ๕ อันนี้ ก็อยู่ในบัญชีของกระทรวงสาธารณสุขเช่นเดียวกันครับ
ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติด ๗ ฉบับในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม เมื่อสักครู่นี้ผมได้พบกับท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านก็เรียนกับผมว่าเรื่องนี้ท่านก็ สนใจแล้วก็รู้ว่าประชาชนให้ความสนใจที่ติดตามและประชาชนก็เดือดร้อน ท่านก็บอกว่า กระทรวงยุติธรรมได้ถอดออกมาแล้วและได้ปรับปรุงแล้วกำลังจะนำเข้า ครม. เพื่อจะ ขออนุมัติซึ่งผมก็อยากจะให้ไว ๆ ครับ ซึ่งผมเข้าใจความรู้สึกของคนบริโภคกระท่อมจริง ๆ ถ้าท่านประธานดูผลโพลล์ (Poll) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์ ถามพี่น้องประชาชนว่าเห็นด้วยกับการปลดล็อกพืชใบกระท่อมหรือไม่ ไม่น่าเชื่อเลยครับ ท่านประธานเห็นด้วยกับการปลดล็อกพืชกระท่อม ๗๖ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่เห็นด้วยมีแค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ วันนี้ถ้าเราปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ให้โทษประเภท ๕ ออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษปี ๒๕๒๒ ก็จะได้อานิสงส์ต่อพี่น้อง ประชาชนคนภาคใต้หรือคนภาคอื่นที่รับประทานกระท่อม ที่กินกระท่อมเป็นยาสมุนไพร และที่ลึกไปกว่านั้นก็คือว่า ผมก็ได้สอบถามว่ามีนักโทษที่ติดคดียาเสพติดใบกระท่อมก็อยู่ใน เรือนจำนับหมื่นคน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าเราแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็จะเป็นเรื่อง ที่ดีมาก เมื่อสักครู่ก่อนที่ผมจะขึ้นอภิปรายเรื่องนี้ต่อท่านประธานก็ได้มีท่านอาจารย์คนหนึ่ง ได้ส่งไลน์มาให้ผมเพื่อที่จะอ่านให้กับท่านประธานได้ฟังเรื่องประโยชน์ของพืชใบกระท่อม ซึ่งอาจารย์อยู่ที่ตลาดชะเมา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านบอกว่าใบกระท่อมเป็นยาสมุนไพร วิถีไทยชาวใต้ใช้ได้ผล แก้เบาหวานลดความดันเลือดไหลวน เมื่อไอกรนช่วยได้ให้บรรเทา แก้โรคงูสวัดชะงักนัก ถ้ารู้จักนำมาใช้ไม่โง่เขลา เราอย่ากินจนลืมตัวจนมัวเมา ให้พวกเรากิน กันวันละ ๒ ใบ คือถ้ากินวันละ ๒ ใบก็คงจะอายุยืนและคงจะมีประโยชน์ครับท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานมากครับ ขอบคุณครับ