จาตุรงค์ เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาการใช้กัญชา-กัญชงอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เสนอญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมประโยชน์ทางการแพทย์ เกษตรกรรม และเศรษฐกิจ พร้อมเน้นความจำเป็นในการควบคุมคุณภาพ การวิจัยสารออกฤทธิ์อย่างแม่นยำ และการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง รวมถึงการเร่งรัดกฎกระทรวงเพื่อรองรับการใช้ประโยชน์อย่างปลอดภัยและป้องกันการเข้าใจผิดเรื่องการปลูกอย่างเสรี

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมจะปฏิบัติตามที่ท่านประธานได้ให้คำแนะนำ ผมและคณะท่านนายแพทย์ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา เป็นผู้ร่วมกันเสนอญัตติ และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมากได้ร่วมรับรองญัตติ ขอให้เสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา การใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบครบวงจร กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ จากความตื่นตัวเรื่องกัญชาในประเทศไทยนั้นได้รับความสนใจ จากประชาชนเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่มีการประกาศในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ กัญชา แคนนาบิส ซาติวา (Cannabis sativa L.) เป็นพืชสมุนไพรมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย มีสารออกฤทธิ์มากกว่า ๔๐๐ ชนิด มีสาระสำคัญคือสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) โดยมีสารเดลต้า ๙ เตตราไฮโดรแคน นาบินอล (Tetrahydrocannabinoids) หรือเรียกว่า ทีเอชซี (THC) และแคนนาบิไดออล (Cannabidiol) ซีบีดี (CBD) เป็นสาระสำคัญ กัญชาเป็นพืชที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ใช้รักษาการเจ็บป่วยเรื้อรังในผู้ใหญ่ คลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด อาการ กล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคลมชักที่รักษายากในเด็กและลมชัก ที่ดื้อยา ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล ส่วนกัญชง เฮมป์ (Hemp) มีลักษณะภายนอกแตกต่างจากกัญชา มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinoids) ที่น้อยกว่า เมล็ดกัญชงมีโปรตีนสูงและน้ำมันในเมล็ดกัญชง มีกรดไขมันโอเมก้า ๓ ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดเดียวกันกับที่พบในน้ำมันปลา กระท่อม มิตราไจ นา สเปซิโอซา คอร์ท ฮาวิล (Mitragyna Speciose Korth. Havil.) มีสรรพคุณแก้ท้องเสีย ปวดเบ่ง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ท้องเสีย ท้องเฟ้อ ท้องร่วง นอนไม่หลับ ทำให้นอนหลับระงับ ประสาท พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดให้กัญชา กัญชง และกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก เว้นแต่กรณี เพื่อประโยชน์ทางราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการวิจัย การพัฒนา ทั้งนี้ ให้รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ได้มีกระแสการนำกัญชา กัญชง กระท่อมไปใช้เพื่อการอื่นในทางการแพทย์ เช่น กัญชาเพื่อ ความบันเทิง กัญชาเพื่อเศรษฐกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาการ ใช้กัญชา กัญชง กระท่อมอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ควบคุม อันจะเป็นประโยชน์ทางด้านสุขภาพของประชาชน อย่างยั่งยืน ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์ ประชาชน สำคัญของแผ่นดิน และ มีความมั่นคงของประเทศในทางเศรษฐกิจดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการใช้กัญชา กัญชง กระท่อม อย่างเป็นระบบตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลรายละเอียดขออภิปรายในสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปราย เสริมตามคำแนะนำของท่านประธาน ผมคงจะพูดอภิปรายใน ๓ หัวข้อ คือ

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของความเป็นมา วิถีชีวิต บริบทของกัญชา กัญชง รวมทั้ง ฤทธิ์และการออกฤทธิ์ โทษ ประโยชน์ของทั้งหมด

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องกฎหมายที่บังคับ และมีร่างกฎกระทรวงอีก ๓ ฉบับ ซึ่งฉบับที่ ๑ ที่ ๒ นั้นได้รับหลักการไปแล้ว ฉบับที่ ๓ กำลังฟังความคิดเห็น แล้วก็มีอนุสัญญา อีก ๓ ฉบับที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ขออนุญาตเข้าสู่การอภิปรายครับ

ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าในปัจจุบันนี้กระแสของการใช้กัญชานั้น เป็นกระแสที่ค่อนข้างแรง แล้วก็ในอดีตนั้นเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙ ก็คือคริสต์ศักราช ๑๘๐๑-๑๙๐๐ การใช้กัญชานั้นต้องเรียนว่ามีสาร ๒ ตัวที่สำคัญที่ผมได้กล่าวไปแล้วก็คือ เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinoids) หรือทีเอชซี (THC) ซึ่งต่อไปผมจะ อภิปรายว่าเป็นทีเอชซี (THC) มีฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง และทำให้เสพติดได้ มีกระตุ้น มีอาการประสาทหลอน มีอาการผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม และเพลิดเพลิน อยากอาหาร ลดอาการ คลื่นไส้อาเจียน นอนหลับสนิท ส่วนสารที่ ๒ ก็คือสารซีบีดี (CBD) ก็คือแคนาบิไดออล (Cannabidiol) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการรักษาในเรื่องของการเจ็บปวดทำให้อาการสงบ รักษาโรคมะเร็ง ชักเกร็งคลื่นไส้ โรคจิตและในส่วนอื่น ๆ สิ่งสำคัญก็คือเราไม่ทราบว่าสารที่ใช้ปริมาณของ ทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) นั้นมีอัตราส่วนมากน้อยอย่างไร เพราะฉะนั้นในการรักษา จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยและกำหนดอัตราส่วนที่แน่นอน ทางการแพทย์ที่รักษาโรคได้หลาย โรคเช่น ที่เรียนกล่าวนำไปแล้ว เช่น โรคลมชัก โรคภาวะเกร็ง โรคพาร์กินสันที่มีอาการสั่น โรคที่กระตุ้นให้ทานอาหารได้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยเอชไอวี (HIV) ระยะอาเจียน ผู้ป่วยมะเร็ง รักษาอาการปวดจากมะเร็ง มะเร็งท่านประธานครับ ขณะนี้มีมากถึง ๓๙๐ กว่าคนต่อวัน เสียชีวิตวันหนึ่ง ๒๑๕ คน ปัญหาที่สำคัญคือผู้ป่วยไม่กล้าพบแพทย์ ถึงพบแพทย์แล้วก็บอกว่ากลับบ้านใช้คอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) ผู้ป่วยก็หาที่พึ่งไม่ได้ ถ้าไม่เกิดกับตัวเองหรือครอบครัวก็ไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นสับสนและต้องหาที่พึ่งก็ต้องไปใช้ น้ำมันกัญชา ซึ่งหยด ๒ หยดแล้วทำให้อาการดีขึ้นก็จะทำให้เขารู้สึกว่ามีความสุขยืดอายุ ถึงแม้ว่าจะรักษาหายหรือไม่หายก็ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำและสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ โรคเกี่ยวกับปวดทางปลายประสาท อาการอื่น ๆ รวมทั้งเครียด

ข้อเสียของกัญชานั้นคือเป็นโรคจิตเพิ่มขึ้นอีก ๓.๙ เท่า ทำให้เกิดฆ่าตัวตาย ๒.๕ เท่า โดยเฉพาะจะเป็นโรคซึมเศร้าทำให้เกิดติดกัญชา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้สมองฝ่อ มีผลต่อปัญญา ผิดปกติ โดยเฉพาะสมองของเด็ก ปัญหาการเรียนรู้ สมาธิ ความจำสั้น เส้นเลือดในสมองตีบ ความสัมพันธ์กับหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ มะเร็งอัณฑะ และที่สำคัญ คือเพิ่มความเสี่ยงต่อการลดสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญภูมิคุ้มกัน ก็บกพร่องแล้วก็ติดเชื้อได้ง่าย ท่านประธานครับ กัญชานั้นต้องเรียนว่าคนตั้งครรภ์ก็มีส่วน โดยเฉพาะที่ตั้งครรภ์ทำให้สมองพัฒนาในช่วงต้น ๆ ลำบาก ผลกัญชานี้มีปัญหานะครับ ผมจะพูดถึงเรื่องกัญชงและกระท่อม ซึ่งเมื่อสักครู่มีผู้อภิปรายไปพอสมควรแล้ว ขออนุญาต สรุปว่ากัญชงก็คล้ายกัญชาแต่สารทีเอชซี (THC) นั้นน้อยกว่าและฤทธิ์น้อยกว่าและไปทำ อย่างอื่นได้เช่นที่ผมนำเรียนนะครับ เอาไปสกัดเป็นน้ำมันเป็นสารอื่นมากมาย ส่วนกระท่อมนั้น ต้องบอกว่าเป็นลักษณะที่ทำให้แก้อาการปวดท้อง แก้ตำรับยาได้ถึง ๗ ชนิด และเป็นวิถีชีวิต อย่างที่ท่านเทพไท เสนพงศ์ ได้กล่าวในภาคใต้ เพราะฉะนั้นจึงเรียนว่าได้มีการพิจารณา ในการดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะทางกระทรวงยุติธรรมก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่า สมควรที่จะให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหมาะสมสมควรในการกำหนดให้กระท่อม เป็นยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งอยู่ในช่วงของการดำเนินการ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่า กฎหมายที่ใช้อยู่ตรงนี้ เริ่มแรกเดิมทีมีกฎหมายที่ดูแลทั้งหมด ๖ ฉบับ ๗ ฉบับ เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๔๖๕ ปี ๒๔๗๙ ปี ๒๕๐๒ ปี ๒๕๐๔ ปี ๒๕๑๘ ๕ ฉบับ และกฎหมายเกี่ยวกับกัญชานั้น ปี ๒๔๗๗ กฎหมายกระท่อมนั่นก็คือตั้งแต่ปี ๒๔๘๖ หลังจากนั้นพอปี ๒๕๒๒ ก็มีการยกเลิก เป็นการรีไวส์ (Revise) ใหม่ แล้วก็มีกฎหมายฉบับที่ ๑-๗ คือปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๖๐ จนถึงปี ๒๕๖๒ ฉบับที่สำคัญคือฉบับที่ ๗ นี้ล่ะครับที่เราใช้พิจารณาคือ ฉบับปี ๒๕๖๒ ในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะว่ากฎหมายทั้งหมดนี้เนื่องจากมีการผ่อนปรน ในหลายเรื่อง ดังนั้นคิดว่าเป็นมิติใหม่ในเรื่องของการที่จะใช้กัญชากับสารเสพติดทั้งหมดนี้ มาใช้ในทางการแพทย์ และขณะนี้ก็มีการร่างกฎกระทรวง ขึ้นมาอีก ๓ ฉบับ ซึ่งฉบับแรกก็คือฉบับเรื่องการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับการโฆษณา ยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕ เฉพาะกัญชา ซึ่งขณะนี้ร่างอยู่ในชั้นกฤษฎีกา และรอ ประกาศราชกิจจานุเบกษา แต่ฉบับที่ ๒ เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็คือร่างกฎกระทรวงอนุญาตผลิต นำเข้าส่ง ออก จำหน่าย มีไว้ครอบครอง ซึ่งยาเสพติดในโทษกัญชา ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของ รัฐมนตรีลงนามแล้ว แล้วก็ส่งไปยังกฤษฎีกา ซึ่งมีการพิจารณาในหลายเรื่องโดยเฉพาะผม อยากจะพูดถึงว่าคุณสมบัติแล้วก็สารกัญชานั้น ผมเป็นห่วงคนที่ใช้ ถ้ากัญชาไม่บริสุทธิ์ มีสารปนเปื้อนนั่นหมายถึงว่าเอาโทษเอาพิษเข้าไปเสริมให้กับคนที่ได้ใช้ แล้วก็เป็นห่วง ที่นี่ก็มี ข้อกำหนดผู้รับอนุญาตต้องจัดให้มีการสุ่มวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบหาปริมาณสาระสำคัญ ในกัญชา เช่น ซีบีดี (CBD) และทีเอชซี (THC) สารปนเปื้อนโลหะหนักหรือสารอื่น ๆ ในการ ปลูกทุกครั้งตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะว่าถ้าไม่มีการกำหนดตรงนี้ ไม่ว่าปลูกที่ไหนแล้ว เอามาใช้ แล้วปรากฏว่าผลร้ายนั้นมากกว่า สุดท้ายก็มีกฎของสหประชาชาติ ยูเอ็น (UN) ทั้งหมดมี ๓ ฉบับที่ควบคุมดูแลตรงนี้อยู่ เพราะฉะนั้นในการที่เราเป็นสนธิสัญญากับ ต่างประเทศนั้นเราก็ต้องเชื่อแล้วก็ปฏิบัติตามไม่อย่างนั้นเราก็จะถูกเขากำหนดแล้วโอกาส ที่เขาจะสั่งเรื่องของการใช้ยาต่าง ๆ ก็จะมีผลร้ายกลับมานะครับ ซึ่งมีใน ๓ ฉบับนั้น ตั้งแต่ ปี ๑๙๖๑ ปี ๑๙๗๑ ปี ๑๙๗๗ ซึ่งก็คงจะได้นำมาพิจารณาต่อไป วันนี้คงจะสรุปว่ามิติ ของการดูเรื่องกัญชา กัญชง กระท่อมนั้นมีหลายมิติ มิติที่สำคัญที่ ๑ ก็คืออยากให้คนที่ใช้นั้น ได้สารที่บริสุทธิ์แล้วก็เป็นประโยชน์ไม่มีปนเปื้อน อันที่ ๒ ก็คือผมอยากให้ในเรื่องของการใช้นั้น อย่าให้ถูกนำไปใช้ในส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์แล้วก็จะเกินเลยในเรื่องของปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น ปรากฏว่ามีงานวิจัยคนที่ใช้กัญชานั้นไปใช้ในงานบันเทิง ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ใช้ในการรักษาแค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นอยากเน้นในเรื่องของการรักษา การดูแล นอกจากนั้นก็อยากจะ ให้ดูในเรื่องของการที่คนเข้าใจผิดโดยเฉพาะคิดว่ามีข่าวออกมาว่าสามารถปลูกได้ แล้วก็ หลายรายที่ไปปลูกแล้วก็ถูกจับดำเนินคดี ตรงนี้สภาผู้แทนราษฎรก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะบอกว่าขณะนี้ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ ที่ยังอยู่ในการดูแล ผู้ที่จะปลูกได้นั้นต้องมี คุณสมบัติ ๑ ใน ๗ ข้อ ข้อหนึ่งก็คือส่วนของราชการนั้นเราเข้าใจ อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนที่ ทำงานเกี่ยวกับภาคราชการหรือสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนที่มีการจดทะเบียนแล้วมีการ ควบคุมดูแลกันชัดเจน นี่คือส่วนที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่ายังปลูกไม่ได้นะครับ นอกจากนั้น นอกจากนั้นในเรื่องของการที่จะบอกว่ากัญชานั้นอยากให้ป้องกันการรั่วไหลไปใช้ทางอื่น สุดท้ายก็ต้องเรียนว่ามันเป็นบริบทของประเทศที่มีการเปลี่ยนไป เป็นการแพทย์ที่มีการ เปลี่ยนไป เหรียญมีหลายด้านเราคงจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะเกี่ยวพันกับ กระทรวงหลายกระทรวง กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก กระทรวงยุติธรรมเมื่อสักครู่ ท่านปลัดกระทรวง ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงกระทรวงยุติธรรมดูเรื่องกระท่อม เพราะว่ามีผล ในหลายเรื่องคดีมีเป็นหมื่นคดี ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติทุกอย่างเป็นองคาพยพรวมทั้งหมด ดังนั้นจึงขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ช่วยกันสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาตรงนี้แล้วก็จะ เกิดประโยชน์เป็นคุณูปการกับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ต้องขออนุญาตกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ