สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ พูดถึงการปลูกกัญชง โดยอ้างว่าพี่น้องชาติพันธุ์ม้งได้ปลูกกัญชงมานาน และมีการใช้ประโยชน์จากกัญชงในหลายด้าน เช่น ใช้ทำเสื้อผ้า ยารักษาโรค และใช้เป็นสายสิญจน์ แต่ถูกมลทินว่าเป็นพืชเสพติด และถูกบังคับให้ใช้กัญชงที่มีคุณภาพต่ำกว่า ทำให้พี่น้องชาติพันธุ์ม้งถูกลิดรอนสิทธิ และขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากัญชงเพื่อลบมลทินให้กับมั่งหรือม่าในภาษาของพี่น้องชาติพันธุ์ม้ง

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เสื้อที่ผมใส่อยู่นี้เป็นเสื้อที่ผมใส่วันแรกที่ผมเข้าสภาที่ ทีโอที (TOT) วันนี้ผมใส่อีกรอบมาในวันนี้ ผมใส่วันนั้นทำให้หลายคนเข้าใจไปต่าง ๆ นานา มีความรู้สึกและมีความคิดไปทั้งบวกลบ วันนี้ผมใส่อีกรอบผมจะมาทำความเข้าใจให้กับ ทุกท่านทราบว่าเสื้อที่หลากสีตรงนี้ผมมาบอกบุญครับ ผมมาทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า และมีรายได้หลายหมื่นล้านเข้าประเทศครับ ท่านประธานกัญชงไม่ใช่กัญชา กัญชงคือพืช ที่พี่น้องชาติพันธุ์ม้งเราปลูกมายาวนาน เรารู้จักกัญชงดี เสื้อที่ผมใส่นี้มีส่วนผสมของกัญชง กัญชงหรือพี่น้องม้งเราเรียกว่าหมั้งหรือม่าง ตั้งแต่เด็กผมจำได้แม่ผมปลูก เราไม่เคยเอามาใช้ เป็นสารเสพติดไม่เคยเอามาสูบเป็นเรื่องที่เศร้าใจและปวดร้าวใจ กัญชงของเราหรือหมั้ง หรือม่างที่เราเรียก คนม้งของเรามองพืชชนิดนี้เปรียบเสมือนเจ้าหญิงใสบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนปัจจัย ๔ ที่เราใช้ สามารถมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค แต่มาวันหนึ่งเจ้าหญิงของเราถูกแปดเปื้อน มลทินด้วยคำว่า เป็นพืชเสพติดประเภทที่ ๕ เป็นเรื่องที่ปวดร้าวใจเรามานาน วันนี้จึงได้มา พูดแทนพี่น้องชาติพันธุ์เป็นปากเป็นเสียงแทนในวันนี้เป็นครั้งแรกว่ากัญชงไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ แต่ไหนแต่ไรเราเป็นผู้ที่ปลูกรู้ดีที่สุดมาเป็นเวลายาวนาน การศึกษากัญชงเพิ่งจะศึกษา เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว แต่เราปลูก เราศึกษามานานแล้ว กัญชงเป็นพืชวัฒนธรรม เป็นพืชจิตวิญญาณ ของเราตั้งแต่เกิด เราใช้เป็นสายสิญจน์ เป็นด้ายมาผูกข้อไม้ข้อมือให้ขวัญอยู่กับเนื้อกับตัว จนวาระสุดท้ายที่จากโลกนี้ไปเสื้อผ้าที่ต้องใส่จะต้องทำเป็นเสื้อผ้าที่มาจากกัญชง รองเท้า ที่จะต้องใส่ในความเชื่อไปพบบรรพบุรุษจะต้องเป็นรองเท้าที่ทำจากเส้นเชือกด้ายของกัญชง อันนี้เป็นความจริงที่พี่น้องเราปฏิบัติกันมาหลายพันหลายหมื่นปีครับ ผมอยากพูดและอยาก ทำความเข้าใจให้กับพวกเราและสังคมไทยได้ทราบว่าการใช้กฎหมายมาลิขิตกำหนดให้พืช ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อเนกอนันต์เป็นพืชเศรษฐกิจ มันเป็นพืชที่รัฐไปสร้างไปเพิ่ม ความไม่เท่าเทียมให้กับพี่น้องของเราหรือไม่ เพราะจากที่เราเคยใช้เคยปลูกกันมาถูกลิขิต ขึ้นมาว่าเป็นพืชผิดกฎหมายทำให้เราปลูกไม่ได้ ทุกวันนี้ถ้าจะปลูกต้องขออนุญาต เมล็ดพันธุ์ ที่มี ๒๘ กว่าสายพันธุ์ถูกบังคับให้ใช้แค่ ๔ สายพันธุ์ เป็นข้อมูลที่ชัดเจนว่าสายพันธุ์ที่เราปลูก แต่ดั้งเดิมเป็นเส้นใย เส้นด้ายที่มีคุณภาพดีที่สุดก็อยากจะฝาก เราถูกลิดรอนสิทธินั้น โดยข้อกฎหมาย โดยมลทินที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ส่วนกลางที่ไม่มีความเข้าใจในวัฒนธรรม ในพืชจิตวิญญาณของเรา แล้วเอาตราบาปมลทินมาแปดเปื้อนใส่เจ้าหญิงที่แสนดีของเรา ถือเป็นโอกาสดีวันนี้เราได้ถือฤกษ์ยามมาพูดเรื่องกัญชา กัญชง และใบกระท่อม ผมและพี่น้องชาติพันธุ์ขอสนับสนุนว่ากัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่รัฐไม่ควรมองข้าม ทุกวันนี้ รัฐมองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เป็นผู้ที่ทำไร่แบบเชิงเดี่ยว กัญชงตัวนี้ล่ะครับศึกษามาแล้ว จากต่างชาติสามารถมาสร้างเครื่องบินแข็งแกร่งกว่าเหล็ก ๕-๖ เท่า เสื้อที่จะใส่สามารถผลิต เอาไปศึกษาเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนป้องกันพี่น้องทหารหาญ ตำรวจ ปกป้องชีวิตของเขา เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย มาบวกกับถ้าเราตอบโจทย์ให้ดีพี่น้องชาติพันธุ์หรือพี่น้องที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดสามารถ มาปลูกกัญชงเพื่อสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย ผมอยากฝากหน่วยงานที่ศึกษา แล้วก็ ทุกท่านที่มีเกียรติที่อยู่ที่นี้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะมาปลดล็อกวิถีชีวิตของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่ออกกฎหมายมาเป็นตัวปัญหาสร้างความเหลื่อมล้ำของ ประเทศไทย หลายปัญหาที่ยังมีอยู่พี่น้องชาติพันธุ์ ไม่ว่าเรื่องที่ดิน ไม่ว่าป่าไม้ วิถีชีวิตที่อยู่ บนดอยถูกล็อกด้วยข้อกฎหมาย จะเป็นประตูแรกถ้าเราปลดล็อกแล้วเรามาศึกษากัญชงให้ดี จะเป็นประตูแรกสร้างความเข้าใจและเป็นผู้ที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยก้าวหน้า เท่าทันโลก ท้ายนี้ผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากัญชงเพื่อเป็นการ ลบมลทินให้กับมั่งหรือม่าในภาษาของพี่น้องชาติพันธุ์ม้งหรือกัญชงให้ขาวสะอาดและเป็น เจ้าหญิงที่ทรงคุณค่าของประเทศไทยและพี่น้องชาติพันธุ์ต่อไป ขอบคุณครับ