ประกอบ รัตนพันธ์ หารือการพิจารณาพืชกัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาทั้งข้อดี ข้อเสีย และแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสม พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางสังคมจากการใช้กัญชา สนับสนุนการใช้กัญชาในทางการแพทย์ควบคู่กับการควบคุมการปลูกอย่างเข้มงวด และผลักดันการวิจัยกัญชงเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมของการจัดให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ แม้เสนอให้ปลดสถานะจากยาเสพติด แต่ย้ำว่ากระท่อมไม่ใช่ยาเสพติดอันตราย ไม่ใช่ยาวิเศษ และไม่ควรปลูกอย่างเสรีเช่นเดียวกับกัญชาและกัญชง โดยเรียกร้องให้พิจารณาทั้งประโยชน์และโทษอย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติที่สภาแห่งนี้ได้นำมาพิจารณาก็คือเรื่องของกัญชา กัญชง และ พืชกระท่อมทั้ง ๓ ตัว ก็อยากกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่าผมเองเป็นคนรับรองญัตติ ของเทพไท เสนพงศ์ ในเรื่องการศึกษาใบกระท่อม พืชกระท่อมอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ก็เรียนท่านประธานว่าพืชทั้ง ๓ ตัวครับ ทั้งกัญชา กัญชง และกระท่อม ผมสนับสนุนที่จะให้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพืชทั้ง ๓ ตัวนี้เป็นระบบครบวงจร ดูข้อดี ข้อเสีย แล้วก็ แนวทางในการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับความเป็นจริง และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนต่อประเทศชาติมากที่สุด ผมขออนุญาตพูดแต่ละตัวสั้น ๆ และไม่ให้ซ้ำประเด็นกับที่ เพื่อนได้พูดมาแล้ว ในเชิงของวิทยาศาสตร์ก็ขออนุญาตว่าไม่พูดเท่าไร เพราะว่าเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านพูดในเรื่องของข้อเท็จจริงเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ผมจะพูด ในเรื่องของเชิงสังคมซึ่งหลายคนพูดน้อย ท่านประธานครับ กัญชาเป็นพืชที่อยู่ในความสนใจ และอยู่ในความสับสนของพี่น้องประชาชนมาตลอดเวลา หลายคนบอกว่ากัญชานั้น มีประโยชน์มหาศาล หลายคนบอกว่ากัญชานั้นมีโทษมากมาย ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสรรพสิ่งในโลกนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งใดที่มีคุณอนันต์ สิ่งนั้นก็ต้องมี โทษมหันต์ เพียงแต่ว่าเราบริหารจัดการอย่างไรให้คุณมากกว่าโทษ หรือมีเฉพาะคุณแต่โทษ ไม่มี ท่านประธานที่เคารพครับ กัญชาก่อนหน้านี้เป็นพืชที่น่ากลัวมาก เพราะว่าทุกคนมอง กัญชาเป็นเรื่องของยาเสพติดให้โทษและเกิดโทษอย่างมากมาย กระทบเชิงสังคมอย่างมาก แต่ว่าในเมื่อผลการทดลองวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์พบว่ากัญชามีประโยชน์ในหลายเรื่อง มีสารที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ๔๐๐ กว่าชนิด และมีสารที่จำเป็นต่อการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างน้อย ๓-๔ ตัว นี่เป็นข้อเท็จจริงเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ว่าอย่างไรก็ตามกัญชาก็มีส่วนที่เป็น ข้อจำกัด คือเป็นโทษอย่างที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ชี้สิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อสภาแห่งนี้ และให้พี่น้องประชาชนได้มองเหรียญทั้ง ๒ ด้าน ผมคิดว่าเป็นประโยชน์มาก ผมขออนุญาตนำประสบการณ์เชิงสังคมในวันหนึ่งที่ผมเป็นครูสอนสถาบันแห่งหนึ่งเป็นครู ปกครอง เป็นครูคุมหอพัก ท่านประธานเชื่อหรือไม่สิ่งที่ผมหนักใจมากที่สุดก็คือลูกศิษย์ผมที่ ติดกัญชามีบ้องกัญชาเด็กกลุ่มนี้ค่อนข้างจะปกครองยาก ไม่ค่อยดูหนังสือ ไม่เอาใจใส่ ต่อตัวเอง จะสังเกตเห็นว่าเด็กคนไหนติดกัญชาหรือไม่ ดูจากบุคลิกที่แสดงออกเหม่อลอยไม่สนใจ อะไรเลย ไม่แต่งเนื้อแต่งตัว ไม่สนใจแต่ไม่มีพิษมีภัยกับสังคม ไม่เคยก่อการร้าย ไม่เคยทะเลาะวิวาท เสพกัญชาแล้วยิ้มแย้มแจ่มใสสนุกสนาน พูดจาปราศรัยดีสุภาพเรียบร้อย แต่ในแง่หนึ่งก็คือ ขี้เกียจไม่ใส่ใจ ธุระไม่ใช่ นั่นคือผลกระทบกัญชาในที่ผมพบมาเอง ในวันที่ผมเป็นครูปกครอง ในวันที่ผมเป็นครูหอพัก ผมกราบเรียนว่ามันเป็นปัญหาที่สำคัญในวันนั้น แต่ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ไม่ได้ว่ากัญชาเป็นสิ่งชั่วร้าย แต่กัญชาเปรียบเสมือนปืน ผมคิดว่าผมไม่ได้ เปรียบเทียบอะไรเลยเถิด ปืนมีทั้งประโยชน์และโทษ ถ้าใช้ในการรักษาทรัพย์สินป้องกัน ตัวเองถือว่ามีประโยชน์ แต่ถ้าใช้ไปฆ่ามวลมนุษย์หรือเพื่อนมนุษย์หรือคนอื่นหรือไปปล้น ถือว่ามีโทษ กัญชาเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเรื่องกัญชานั้นต้องมี ข้อสังเกต ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายว่าขอให้ใช้กัญชาเกี่ยวกับ เรื่องทางการแพทย์แล้วก็มีวงจำกัดในการศึกษาวิจัยอย่างท่องแท้ เพราะว่าที่เราพูดวันนี้ บางเรื่องท่านประธานครับ ยังไม่เป็นผลงานวิจัยที่มีข้อสรุปเพียงแต่เป็นการทดลอง ในห้องทดลอง ทดลองกับหนูบ้างกับสัตว์บ้าง แล้วก็มาทึกทักเอาว่ามีประโยชน์ที่จริงยังไม่มี ข้อสรุป เพราะฉะนั้นเห็นด้วยว่าให้ศึกษาวิจัยเรื่องกัญชานี้ให้เป็นระบบให้มากที่สุด
เรื่องที่ ๒ ต้องมีคำจำกัดในเรื่องการเปิดโอกาสให้ปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ ผมกราบเรียนว่าหลายประเทศไม่เปิดเสรีนะครับแต่รัฐเป็นคนควบคุม บางประเทศกัญชา ทุกต้นติดบาร์โค้ด (Barcode) เพื่อไม่ให้เล็ดลอดออกไปข้างนอกใช้ในการวิจัยเท่านั้น เช่นเดียวกันครับ ผมคิดว่าระยะเริ่มแรกของเรานั้น เราไม่ควรให้กัญชามันเล็ดลอดออกไป อย่างมหาศาล ไม่ให้กัญชาปลูกอย่างเสรี แต่ให้มีควบคุมโดยรัฐเป็นคนควบคุมมอบหมาย แล้วก็จำกัดในวงการปลูก ทดลองวิจัยให้เห็นผลสัมฤทธิ์ ถ้าดีแล้วอาจจะกลายเป็น พืชเศรษฐกิจก็ได้ ไม่มีใครว่าแต่ต้องควบคุมให้ดี พืชตัวที่ ๒ กัญชง กัญชงเท่าที่ฟัง ๆ เพื่อนอภิปรายและที่ผมค้นหามารู้สึกว่าในทางโทษไม่มีเท่าไรครับ แต่เรื่องประโยชน์ ค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามกัญชง กัญชาเป็นพี่กับน้องกัน กัญชาเป็นพี่คนโต กัญชง เป็นน้องเล็ก อิทธิฤทธิ์สู้พี่คนโตไม่ได้ก็เป็นพืชที่น่าสนใจตัวหนึ่ง ถ้าเราพัฒนาให้เป็น พืชเศรษฐกิจ
เรื่องที่ ๓ กระท่อม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายกระท่อมในทางบวกทั้งหมดเลย แล้วก็เป็นข้อเท็จจริงว่า กระท่อมไม่มีโทษแล้วก็ไม่ควรที่จะจัดให้เป็นพืชเสพติดด้วยซ้ำไป เพราะว่ากระท่อมนี้ เป็นพืชคู่กับชาวไทยมาหลายสิบปี และคนไทยใช้ประโยชน์จากกระท่อมอย่างยาวนาน แต่วันนี้เมื่อกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจประเภทที่ ๕ ก็ทำให้บุคคลบางประเภทนี้ทำมาหากิน กับกระท่อมทำให้เกิดปัญหามากมาย อย่างไรก็ตามผมอยากให้ข้อเท็จจริงอีกมิติหนึ่ง นอกจากกระท่อมมีประโยชน์มาก แล้วก็ไม่มีใครพูดถึงโทษของกระท่อมเลย แต่ส่วนเป็น ข้อเท็จจริงผมให้เป็นข้อสังเกต ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ กระท่อมไม่ใช่เป็นพืชยาเสพติด เป็นพืชเสพติดที่น่ากลัวเกรง ไม่ใช่ เป็นพืชธรรมดาต้นหนึ่งเพียงแต่มีผลในการกระตุ้นประสาทและไม่ไปกระทบ ในเชิงสังคมและไม่กระทบกับร่างกายมากนัก
เรื่องที่ ๒ กระท่อมไม่ใช่เป็นพืชเศรษฐกิจตามที่เพื่อนหลายท่านคาดเอาไว้ว่า เราลักลอบนำกระท่อมจากประเทศมาเลเซียปีหนึ่งไม่รู้เท่าไรถ้าเป็นมูลค่า ผมกราบเรียนว่าถ้าเราเปิดเสรีปลูกกระท่อมมันไม่มีค่าหรอกครับ เพราะกระท่อมเป็นพืช ที่ปลูกง่ายถ้าปลูกทุกบ้าน ๆ ละต้น ๒ ต้นผมคิดว่ามันไม่ใครจะเอากระท่อมมาจาก ต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเราใช้กระท่อมไปเชิงอุตสาหกรรมทำยาอย่างนี้ สู่เศรษฐกิจได้
เรื่องที่ ๓ กระท่อมไม่ใช่ยาวิเศษอย่างที่ว่า ไม่ใช่ว่าเป็นยาบำรุงทำให้ร่างกาย แข็งแรง สู้ กระท่อมนี่เขาบอกว่าใครเคี้ยวกระท่อมสู้แดดแต่กลัวฝน เกษตรกรเขารู้ดีครับ เพราะฉะนั้นกระท่อมก็เป็นพืชที่น่าสนใจและสิ่งที่สำคัญที่สุดกระท่อมไม่ควรเป็นประเภท ยาเสพติด น่าปลดออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ ให้พี่น้องประชาชนได้ปลูกอย่างเสรี ไม่เหมือนกับกัญชา กัญชง ซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษเพราะมีความจำกัด ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ