สมชาย ยื่นญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ปัญหาการใช้กัญชา-กัญชง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒

สมชาย ฝั่งชลจิตร อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ปัญหาการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อม โดยชี้ให้เห็นว่าใบกระท่อมเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะชาวใต้ ที่ถูกควบคุมโดยกฎหมายอย่างผิดธรรมชาติดูเหมือนยาเสพติด แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มพละกำลังในการทำงาน และเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกกระท่อมนอกจากจะออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว ยังต้องนิรโทษกรรมคดีค้างคาเพื่อให้ประชาชนมีอิสรภาพในการบริโภค</summary

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นแล้วก็อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการใช้กัญชา กัญชงและกระท่อม ซึ่งผมมีเหตุผลที่จะร่วมอภิปรายในวันนี้ว่าผมอยากจะย้อนกลับไป ในชีวิตซึ่งสมัยก่อนปี ๒๕๒๒ ก่อนที่กระท่อมมันจะเป็นยาเสพติดหรืออาจจะเป็นวันที่ กระท่อมขาดอิสรภาพถูกควบคุมด้วย พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ ตอนผมเป็น เด็กวัยรุ่นอายุไม่เกิน ๒๐ ปี มีนา ญาติพี่น้องก็ทำนา เช้าขึ้นมาตอนนั้นมันมีเครื่องจักรกลน้อย ชาวนาต้องใช้วัวใช้ควายในการคราดไถ พี่น้องชาวนาของผมก่อนที่จะออกไปทุ่งนาก็ต้องแวะ ไปเก็บใบกระท่อมใส่พาย ใส่ห่อ ใส่พกไป พร้อมด้วยน้ำเป็นขวดออกไปอยู่กลางทุ่งนา เพื่อคราดไถทนแดดทนฝนไม่ต้องกินข้าว จนกระทั่งใกล้จะเที่ยงจึงจะกลับเข้าบ้าน สิ่งที่เขาใช้ เป็นประจำเป็นวิถีชีวิตและเป็นวัฒนธรรมของการดำรงชีวิตของคนใช้แรงงานในภาคเกษตร ถ้าพูดเป็นภาษาบ้านเราก็คือคนชั้นล่างนี่ล่ะ ใบกระท่อมเป็นยาชูกำลัง ใบกระท่อมคือ เครื่องมือสำหรับการให้มีพละกำลังในการทำงานได้หนักกว่าเดิม ทนแดดได้กว่าเดิม นี่คือ วิถีชีวิตในอดีตที่ผ่านมาและวัฒนธรรมนี้ของพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านผมก็ยังเป็นอยู่ แต่ว่าอิสรภาพที่จะกินใบกระท่อมเป็นสมุนไพรเป็นยาชูกำลังมันถูก อำนาจรัฐบงการว่าพวกคุณทำไม่ได้ นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐส่วนกลางกับท้องถิ่นกับ ประชาชน เพราะว่าอำนาจรัฐที่กำหนดจากส่วนกลางในปี ๒๕๒๒ มันเคยเกิดขึ้น เมื่อปี ๒๔๘๖ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวไว้ รัฐส่วนกลางต้องการภาษี ที่มาจากฝิ่น ตอนนั้นฝิ่นเป็นยาเสพติดที่ถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลมีรายได้จากเก็บภาษีฝิ่น และคนก็ติดฝิ่นกันงอมแงมทั้งประเทศ จนกระทั่งว่าอิทธิพล อันนี้เรื่องราวของการต่อสู้ระหว่างมหาอำนาจด้วยกันทั้งหลาย ที่จะเอาฝิ่นมาเผยแพร่ในประเทศเอเชีย จนกระทั่งบางประเทศมั่งคั่งไปด้วยยาเสพติด ที่เป็นผู้ค้าฝิ่นในสงครามฝิ่นที่ชนะประเทศจีน ฝิ่นมันถูกต้องตามกฎหมายภายใต้กลไก ของระบบการค้าโลกในเวลานั้น แต่ประชาชนคนไทยสามารถที่จะต้านกับพิษภัยของยาเสพติดฝิ่นได้ ด้วยการเคี้ยวใบกระท่อมมันเหมือนกับการบำบัดรักษาโดยธรรมชาติ ปี ๒๕๒๒ ในสังคม การค้าของประเทศไทยมีสินค้าอย่างหนึ่งเข้ามาเมื่อปี ๒๕๒๐ มันมียี่ห้อที่ชู ๒ นิ้วอย่างนี้ เข้า มาประเทศไทย ปี ๒๕๒๐ กระท่อม เพราะนี่คือยาชูกำลัง เครื่องดื่มชูกำลังที่เข้ามา ในประเทศไทยกระท่อมมันจึงเป็นอันตรายหรือเป็นศัตรูกับสินค้าแบบนี้อีก ปี ๒๕๒๒ กระท่อมจึงเข้ามาเหมือนกับ ปี ๒๔๘๖ เอากระท่อมเข้าไปอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ ๕ เช่นเดียวกับกัญชา ท่านประธานที่เคารพครับ ในชีวิตของชาวชนบทกัญชาก็โดนแบบตอนที่ สังคมการค้ามันมีซิกาแรต (Cigarette) หรือยาสูบเข้ามาในประเทศไทย และรัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.บ. ยาสูบ ปี ๒๔๘๖ เหมือนกัน ยาสูบถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ประชาชนชาวบ้าน ใช้เป็นเครื่องดื่มเป็นยาสูบ เป็นยาชูกำลัง แม้กระทั่งกัญชาก็ผิดกฎหมาย แต่กัญชา เป็นการประกาศผิดกฎหมายโดยองค์การสหประชาชาติด้วย แต่กระท่อมไม่ใช่ แต่ผมดีใจ อย่างหนึ่งว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมบอกว่าจะปลดล็อก ซึ่งการปลดล็อก กระท่อมไม่ยากเลยครับท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นแค่ประกาศกระทรวงออกมาว่า เอากระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ ๕ จากประกาศกฎกระทรวงมันก็พ้นมาแล้ว ถ้าหากว่าเป็นความตั้งใจของรัฐบาลจริงก็บอกว่าพี่น้องประชาชนชาวใต้ โดยเฉพาะ คนทั่วประเทศที่ใช้ใบกระท่อมเป็นวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตอยู่วันนี้ก็ต้องขอบคุณไว้ล่วงหน้า เพราะนั่นคือการปลดปล่อย ถ้าเมื่อใดรัฐบาลปลดปล่อยใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด นั่นก็คืออิสรภาพของผู้บริโภคมันเกิดขึ้นไม่ถูกบงการ ไม่ถูกควบคุม และไม่ถูกจัดการ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐวันนี้ที่เมื่อสักครู่นี้ทางรายงานของกระทรวงยุติธรรมบอกว่าจับผู้เสพ ใบกระท่อมไว้ ๔๐,๐๐๐ กว่าราย ถ้าปลดเร็วก็ต้องเหมือนที่คุณทิม พิธา ได้บอกไว้ว่าจะต้อง นิรโทษกรรมด้วยคดีที่เกี่ยวกับกระท่อมที่ยังค้างคาอยู่ ก็ช่วยปลดให้อย่างรวดเร็วด้วย เพราะว่ามันมีค่าปรับ มีค่าขึ้นศาลอยู่ด้วย ถ้าหากวันนี้สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันผลักดัน และปลดปล่อยใบกระท่อมให้เป็นอิสรภาพก็เหมือนกับการปลดปล่อยวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเสรีภาพของคนที่บริโภคใบกระท่อมออกมาด้วย ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการ ที่จะได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาการแก้ปัญหากัญชา กัญชง และใบกระท่อม หรือกระท่อม จะได้เอาเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาอย่างรวดเร็ว เพราะว่านอกจากเราใช้ใบกระท่อมสำหรับการบริโภคแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามาตลอด ก็คือการเอาออกจากตำรับยาของแพทย์แผนไทย แต่วันนี้เมื่อวิทยาการทางตะวันตกเข้ามา กัญชาและกระท่อมก็ได้รับการพิจารณาอีกแล้วว่ามันจะอยู่ในฐานะอะไร ผมจึงฝากว่า ก็อยากจะกลับบ้านและเห็นพี่น้องมีเสรีภาพในการจะบริโภคกระท่อม และที่สำคัญที่สุดคือ อยากจะกินแกงคั่วปลาไหลที่มีใบกัญชาอยู่ข้างในด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน