ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หารือการผลักดันให้ใบกระท่อมพ้นสถานะยาเสพติด โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการนำกลับมาใช้ประโยชน์ในเชิงการแพทย์และเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ หลังถูกจัดเป็นยาเสพติดมานานเกือบ 40 ปี โดยเน้นว่าการเคี้ยวใบกระท่อมเป็นวัฒนธรรมประจำถิ่น โดยเฉพาะในภาคใต้ และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นสมุนไพรทางการแพทย์ได้
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ เป็นคนหนึ่งที่ได้ลงชื่อสนับสนุนให้มีการตั้งญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบของนายเทพไท เสนพงศ์ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เราใช้คำว่า จากโซ่ตรวน สู่เสื้อกาวน์ (Gown) เพราะอะไรครับ ในปี ๒๕๒๒ นั้นหลังจากที่พืชหลายชนิดรวมทั้ง กระท่อมถูกผลักเข้าอยู่ในบัญชีของยาเสพติดประเภทที่ ๕ ในมาตรา ๗ วันนั้นมันเหมือนเรา ผลักคน ๑ ใน ๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ให้เข้าไปสู่เป็นผู้เสพ เป็นผู้ป่วย เป็นผู้ต้อง บริโภคในสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ ในอดีตเราเคยมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งหนึ่ง เราเคยโค่นต้นหมากทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ของเราคนในรุ่นนั้นต้องเสียใจและเสียดาย และสุดท้าย วันหนึ่งหมากก็ต้องกลับมาเป็นพืชที่ปลูกและบริโภคได้อย่างถูกกฎหมายในทั่วไป สิ่งที่เรา กำลังเริ่มทำในวันนี้เพื่อที่จะทำให้พืช อย่างเช่น กระท่อมกลับมาเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับการ ยอมรับอีกครั้ง ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากปี ๒๕๒๒ เป็นต้นมา แม้จะได้มีการผ่อนผันในหลาย ๆ ส่วน จนกระทั่งปัจจุบันมีการปลดล็อกข้อแรกสามารถนำมาใช้วิจัยและศึกษาในทาง การแพทย์ได้ ขอย้ำในทางการแพทย์ ตรงนี้มันเหมือนเป็นล็อกข้อแรกที่ได้รับการปลดออกมา และผมก็เชื่อว่าวันหน้าใบกระท่อมเมื่อได้รับการปลดออกมาจากบัญชีตรงนี้แล้วเชื่อว่า ผลสุดท้ายเมื่อได้มีการวิจัยและศึกษาพัฒนาอย่างจริงจัง วันหนึ่งคำว่ายาเสพติดก็จะปลอด จากใบกระท่อมโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ หลังจากที่ได้มีการกำหนดให้ใบกระท่อม เป็นพืชยาเสพติดตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ แล้วจำนวนสถิติผู้ถูกจับกุมในกรณีนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น มากมาย ถามว่าทำไมในเมื่อเป็นพืชยาเสพติดแล้วยังเป็นพืชที่คนยังบริโภคยังมีการจับกุมอยู่ ต่อเนื่อง ตัวเลขจากหลักพันจนปัจจุบันล่าสุดมีผู้ถูกจับในกรณีนี้เกือบเป็น ๒๐,๐๐๐ คน ทั้ง ๆ ที่เป็นพืชยาเสพติดมีโทษปรับจับกุมดำเนินคดีตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ จนถึงเป็นหลักหลาย ๆ แสนมีการลงโทษถึงขั้นจำคุก แต่ว่าปริมาณไม่ได้มีการลดลงเลยครับ เพราะว่าพืชเหล่านี้ เป็นพืชปกติของคนที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้เขาใช้บริโภคติดกันโดยทั่วไปเหมือนที่ เพื่อนสมาชิกได้บอกคนใต้เคี้ยวใบกระท่อมเป็นเรื่องปกติ ในความรู้สึกของคนใต้ เวลาเราใช้คำว่า หวนท่อม นี่เป็นประโยคที่เราพูดกันโดยปกติ นั่นก็คือว่านำใบมามีการดึง เอาใบรูดก้านทิ้งนำมาเคี้ยวคายกาก หลังจากนั้นอาจจะดื่มน้ำชา กาแฟ หรืออะไร แล้วก็มีการสนทนา นี่เป็นวงปกติที่เราได้พบกันในช่วงเวลาที่คนใต้พักผ่อนหรือเสวนากัน ในสถานที่ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เป็นปกติ ผมเชื่อเลยว่าในพื้นที่ในหลาย ๆ แห่ง แม้แต่เจ้าหน้าที่เอง หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายผมก็เชื่อ เหมือนกันว่าเป็นเรื่องที่เขาใช้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเมื่อมันเป็นกฎหมายเราจะดูหรือหลับตา ข้างหนึ่งหรือปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ดีที่สุดก็คือว่านำมันขึ้นมาเพื่อใช้ในการวิจัย และส่งเสริมและศึกษาทำให้มันเป็นพืชสมุนไพรที่ถูกกฎหมายให้ได้ ท่านประธานครับ ในช่วงที่ผ่านมาเราไม่รู้หรอกครับว่าตัวเลขทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นไปอีกหรือเปล่า แต่วันนี้ ในเมื่อได้มีการนำมาปลดล็อกขั้นแรกด้วยการให้ใช้ในทางการแพทย์ได้ แล้วเราก็จะได้รู้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาเราสูญเสียโอกาสเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดเอาไว้ว่ามันผ่านมาแล้ว นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ จนบัดนี้เกือบ ๔๐ ปีเข้าไปแล้วเป็นโอกาสที่เป็นเรื่องดีที่เราจะได้เริ่ม นับ ๑ จากเรื่องนี้เป็นต้นไป ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกภาคทุกท่านที่ได้มีส่วนช่วย ในการสนับสนุน ถ้าจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในอดีตยาชนิดนี้ มีชื่อด้วยซ้ำครับใช้ในการแก้โรคท้องร่วง เป็นตำรับหนึ่งของสูตรยาสมุนไพรของหมอพื้นบ้าน หรือหมอแผนโบราณ ใช้ชื่อเลยครับว่า ตำรับยาประสระกระท่อม ตรงนี้เราใช้เพื่อเป็นการ แก้โรคท้องร่วง ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่เราใช้ในยาปัจจุบัน แต่เมื่อถ้ามีการวิจัยแล้ว ทำไมครับ วันหนึ่งหมออาจจะสั่งยาเม็ดกระท่อมเพื่อแก้โรคท้องร่วงให้กับคนปกติในทั่วไปได้ใช่ไหมครับ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างเรามีความเชื่อว่าคนที่เคี้ยวกระท่อมอาจจะเป็นหรือไม่เป็นประจำ มีส่วนในการแก้โรคที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบันบ้างได้ อย่างเช่นในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่า นำใบกระท่อมมาห่อแล้วก็เคี้ยวไปกันกับน้ำตาล เหตุผลตรงนี้เพื่อทำให้มันเคี้ยวง่าย เท่านั้นเองครับ เพิ่มความหวานในการเคี้ยว เพราะโดยปกติ โดยทั่วไปรสชาติของกระท่อม มันจะออกเปรี้ยว ๆ ขม ๆ นะครับ การนำน้ำตาลมาผสมเพียงเพื่อทำให้มันเคี้ยวแล้วก็ กลืนน้ำง่ายขึ้น เหตุผลก็เพื่อว่าใช้ในการแก้ไอนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขานำมาใช้ และในหลาย ๆ ส่วน การเคี้ยวใบกระท่อมช่วยรักษาโรค อย่างเช่นคนเป็นไข้นำมาใช้ได้เหมือนกัน หรือแม้แต่ โรคที่เกี่ยวกับกระเพาะและระบบทางเดินอาหารตรงนี้กระท่อมก็มีส่วนช่วยได้มาก และท่าน ก็คงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเวลาเราพูดถึงต่างชาติต่างๆ อย่างเช่นกรณีคนประเทศญี่ปุ่นเขาพูดถึง ชาของเขาด้วยความภาคภูมิใจ ชาเขียวมันมีส่วนหรือเปล่า ในการทำให้เขามีอายุยืนยาวขึ้น คนประเทศฝรั่งเศสดื่มไวน์ซึ่งทำจากองุ่น เขาก็บอกว่าทำให้สุขภาพของเขาดีขึ้น ทำไมล่ะครับ ใบกระท่อมถ้าวันหนึ่งเราได้มีการวิจัยและศึกษาอย่างจริงจัง ทำไมล่ะครับ เราไม่สามารถ พูดด้วยความภาคภูมิใจได้หรือว่ายาเม็ดกระท่อมที่เราทานในปริมาณซึ่งได้มีการศึกษาและวิจัย แล้วสามารถแก้ท้องร่วงหรือแม้แต่เบาหวานใช่ไหมครับ เราอาจจะทานเป็นเม็ด เราอาจจะ ทานเป็นใบสดซึ่งเป็นพืชสามัญที่เราสามารถปลูกได้ในตามปกติ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเราได้มีการกระทำขึ้นมาจริง ๆ แล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นผลและทำให้คนที่วันนี้อย่างที่ผม เรียนครับ ๑ ใน ๓ ของคนเหล่านั้นที่มองว่าอาจจะเป็นคนผิดกฎหมาย กลับมาใช้ได้ใน ชีวิตปกติ ท่านประธานครับ ในการวิจัยของต่างประเทศมีการวิจัยมากมายในการใช้ล่าสุด แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเองก็มีการนำใบกระท่อมทำเป็นยาเม็ดด้วยซ้ำ ยาเม็ดที่ว่าเขาใช้ชื่อว่า ไทยกระท่อม จำหน่าย ๖๐ เม็ดในราคา ๑,๘๐๐ กว่าบาท นี่คือเห็นแล้วว่าการสร้างมูลค่า โดยสิ่งเหล่านี้ด้วยการใช้ในทางการแพทย์ที่ถูกต้องมันสามารถทำผลต่อเนื่องได้อย่างไร ท่านประธานครับ ในใบกระท่อมมันมีสารที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้วก็คือว่าไมทราจินีน (Mitragynine) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ตรงนี้ที่ทำให้คนเรามีความรู้สึกว่า เมื่อเราได้รับประทานไปแล้วมีความรู้สึกกระชุ่มกระชวย มีความรู้สึกว่าสดชื่นตรงนี้มันเลย ทำให้โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนเมื่อหลังจากที่เขาไปทำงานแล้วเหน็ดเหนื่อยเขานำส่วนนี้ มาใช้มันคือผลตรงนี้ แต่เราไม่เคยรู้เลยครับว่าไมทาจินีน (Mitragynine) หรือสารอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ที่มันมีอยู่ในใบ เราควรจะใช้ปริมาณเท่าไรที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ถ้าเราได้มีการ เพาะปลูก มีการวิจัยอย่างจริงจัง เราสามารถที่จะบอกได้เลยครับว่าคุณบริโภคแค่ไหนมีความ เหมาะสม แก้อะไรได้ ขอให้มีการทำเรื่องนี้คู่ขนานไปกับการปลดล็อกในลำดับต่อไปของ พืชกระท่อม ท่านประธานครับ ปัจจุบันผมขอยกตัวอย่าง อย่างเช่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอบ้านนาสาร ตำบลน้ำพุ ตรงนี้ครับ เป็นแหล่ง ๆ หนึ่งที่วันนี้ได้มีการเริ่มพัฒนาแล้วก็ ปลูกทดลองกระท่อม ท่านครับ คนที่นี่เขาใช้ธรรมนูญชุมชน ซึ่งตรงธรรมนูญชุมชนตรงนี้ เป็นข้อตกลงของคนในชุมชนนั้นเองว่าเราจะทำในสิ่งเหล่านี้ร่วมกันเพื่อเป็นประโยชน์ของคน ในส่วนรวม ท่านประธานครับ กฎประชาคมที่เขาตั้ง อย่างเช่นข้อแรกก็คือว่าเขาอนุญาตให้ มีการปลูกกระท่อมบ้านละ ๓ ต้น แต่เป็นการปลูกเพื่อนำมาวิจัยในการทดลองทางการแพทย์ และทุกคนก็จะต้องปฏิบัติตามนี้เหมือนกัน ไม่อนุญาตให้บ้านใดบ้านหนึ่งนำมาขายต่างหากเพื่อการบริโภค ถ้าใครทำอย่างนั้นถือว่าผิดกฎ จะต้องถูกทำลายไปทั้งหมด ส่วนถ้าใครปลูกเกิน ๓ ต้นก็จะต้องถูกทำลายเหมือนกัน และถ้าใครนำส่วนนี้ไปเกี่ยวข้องกับในส่วนของยาเสพติดทั้งหลาย เขาก็จะทำลายเหมือนกัน นี่คือธรรมนูญชุมชนที่ทำให้ชุมชนนี้ก่อขึ้น บ้านน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวอย่างเลยครับว่าถ้าเราเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสามารถ เป็นตัวอย่างไปในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เหมือนกัน ผมจึงขอสรุปในประมาณนี้ครับว่าขอให้มีการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการใช้พืชกระท่อมเป็นสมุนไพรและใช้ในทาง การแพทย์ร่วมกับเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ