มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ขอขอบคุณที่ได้มาตั้งคำถามสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเรียกร้องข้อมูลเกี่ยวกับพลังงาน 3 เรื่อง และหารือเรื่องปาล์มน้ำมัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันให้ยั่งยืนเพื่อช่วยเกษตรกร
ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้มาตั้งกระทู้ถามสดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนะครับ แล้วก็ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่เสียสละเวลามาชี้แจงในที่ประชุมสภาแห่งนี้ กระผมมีกระทู้ถามเกี่ยวกับพลังงาน ๓ เรื่อง เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรกที่ผมจะพูดถึง จะเป็นเรื่องของปาล์มน้ำมันนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ อย่างที่ทุกคนทราบว่า ตัวปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ถ้าเราดูจากกราฟที่ผ่านมาที่โชว์อยู่ อันนี้เป็นราคาผลผลิตปาล์มในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ท่านจะเห็นว่าราคามันขึ้นลงผันผวนมาก ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันไม่เป็นผลดีกับเกษตรกร เพราะว่าถ้าท่านดูราคาต่ำสุดก็มีต่ำกว่า ๒ บาท ในขณะที่ราคาสูงสุดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๕.๕ บาทต่อกิโลกรัม อันนี้พืชเศรษฐกิจปกติ ทุกประเทศก็จะมีปัญหาในเรื่องของราคา เพราะว่าพืชทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับผลผลิต ทีนี้ข้อดีของปาล์มน้ำมันในการเป็นพืชเศรษฐกิจก็คือเรามีทางเลือกหลายทางในการนำปาล์มน้ำมัน มาใช้ประโยชน์ ที่ผ่านมาก็มีการใช้ปาล์มน้ำมันในการอุปโภคบริโภค ส่วนที่จะเป็น อุตสาหกรรมหลักที่จะช่วยเกษตรกรก็จะเป็นเรื่องของการนำผลผลิตปาล์มน้ำมันมาผสม กับตัวน้ำมันดีเซล ซึ่งตรงนี้มันก็มีข้อดี มันก็เหมือนกับที่เราเอาเอทานอลมาผสมกับเบนซิน เป็นอี ๑๐ (E10) อี ๒๐ (E20) อย่างที่ทุกท่านทราบนะครับ ในส่วนของตัวปาล์มน้ำมันก็จะมี การนำน้ำมันตรงนี้มาผสมเป็นบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) ก็แล้วแต่ หรือว่าจนถึง เป็นบี ๑๐๐ (B100) ทีนี้ปัญหาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผลผลิตปาล์มน้ำมันมันเกิน มันล้นตลาด ผมก็ไม่ค่อยสบายใจที่เห็นมีการนำตัวปาล์มน้ำมันเอามาผสมเพื่อผลิตไฟฟ้า เพราะว่าปาล์มน้ำมันเองมันมีราคาแพง เอามาผลิตไฟฟ้าผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่อาจจะ ไม่ถูกต้องนัก แต่ผมก็เข้าใจนะครับเนื่องจากผลผลิตมันมีส่วนเกิน มันก็จะต้องมีการดึง ผลผลิตส่วนนี้ออกไปเพื่อพยุงราคา แล้วปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญของตัวปาล์มน้ำมัน ก็จะเป็นเรื่องของการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้ามาตลอด เป็นปัญหามาตลอด จากที่ดูข้อมูลกราฟเมื่อสักครู่นี้จะเห็นว่าปัจจุบันราคาสูงขึ้นมาถึง ๕.๕๕ บาทต่อกิโลกรัม ทีนี้ผมก็มองว่าในแง่ของการที่จะทำให้ราคาพืชเศรษฐกิจตัวนี้ หรือปาล์มน้ำมันราคามีความยั่งยืนเพื่อช่วยเกษตรกรก็จะต้องสร้างดีมานด์ (Demand) ขึ้นมา สร้างความต้องการขึ้นมา วิธีหนึ่งที่จะสร้างความต้องการก็คือเอาตัวนี้มาใช้เป็น พลังงานในการขับเคลื่อนยานพาหนะ หรือว่าเอามาผสมเป็นบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) ซึ่งตรงนี้ ผมก็เข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีมีนโยบายในการที่จะปรับจากบี ๗ (B7) มาเป็นบี ๑๐ (B10) แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงอย่างหนึ่งก็คือที่ผ่านมานี่นะครับ นโยบายที่ผ่านมาการกำหนดมาตรฐาน บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) มันมีการตั้งเสร็จปุ๊บเปลี่ยนกลับไปกลับมา ก็คือแทนที่จะให้ ผู้ประกอบการเข้าใจว่าบี ๑๐ (B10) นี่คืออนาคตก็มีการสลับไปสลับมา พอน้ำมันปาล์มไม่พอ ก็ถอยกลับมาอะไรอย่างนี้ ซึ่งตรงนี้พอนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงมันก็มีปัญหากับ ผู้ประกอบการ และราคาก็จะวิ่งตามแนวนโยบาย สิ่งที่ผมอยากทราบก็คือว่าบี ๑๐ (B10) ตัวนี้จะเป็นนโยบายที่ยั่งยืนแล้วก็จะช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริงหรือไม่ มันจะมีความยั่งยืน หรือไม่ เพราะว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมามันสร้างปัญหากับผู้ประกอบการ แล้วก็ในส่วนของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อย่างประเทศมาเลเซียหรือ ประเทศอินโดนีเซียเขาก็มีปัญหาเหมือนเมืองไทย เนื่องจากผลผลิตเขาเยอะมาก เขาก็จะมี ปัญหาในเรื่องของราคา เขาก็จะเริ่มมีการใช้บี ๓๐ (B30) บี ๕๐ (B50) ในอนาคตอันใกล้ ฉะนั้นคำถามแรกที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็คือในเรื่องของ นโยบายที่จะช่วยเกษตรกรในการพยุงราคาน้ำมันปาล์ม ท่านมีนโยบายอย่างไร แล้วก็ การปรับเปลี่ยนจากบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) มันจะโลเลไปมาหรือไม่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งจะมีผลกับผู้ประกอบการ แล้วก็นโยบายของท่านที่จะเปลี่ยนจากบี ๗ (B7) มาเป็นบี ๑๐ (B10) จะช่วยเกษตรกรได้อย่างแท้จริงหรือมีความยั่งยืนหรือไม่ และในอนาคตหากราคา ปาล์มน้ำมันดีขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือเกษตรกรก็จะโค่นต้นยางแล้วก็หันมาปลูก ต้นปาล์มแทน ฉะนั้นซัปพลาย (Supply) มันก็จะเพิ่มขึ้น ก็เลยอยากถามว่าในอนาคต ท่านจะทำอย่างไร สุดท้ายมีเกษตรกรโค่นต้นยางมาปลูกปาล์มและท่านจะดำเนินการอย่างไร จะมีการปรับเป็นบี ๒๐ (B20) บี ๓๐ (B30) บี ๕๐ (B50) อย่างประเทศอินโดนีเซีย อะไรอย่างนี้หรือไม่ครับ อันนี้เป็นคำถามแรก ขอบคุณครับ