รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๖ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภาเกียกกาย
ท่านสมาชิกมาครบแล้ว ผมขอหารือเลยนะครับ แล้วก็หลังจากนั้นเมื่อครบองค์ประชุมแล้วมีการตั้งกระทู้ถาม เสร็จกระทู้ถามก็จะได้แจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ต้องเชิญสมาชิก เตรียมตัวเพื่อรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เปิดสมัยประชุมสามัญในช่วงนี้ ก็ขออนุญาตให้สมาชิกได้มีโอกาสได้ปรึกษา ครั้งนี้และพรุ่งนี้ก็จะเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้ แต่ละฝ่ายได้ปรึกษาฝ่ายละ ๒๐ ท่าน สัปดาห์ต่อไปก็จะลดลงไปว่าเราได้เปิดโอกาสมาเป็น ระยะเวลา ๑ สมัยประชุมเต็ม ก็ถือว่าเราได้นำปัญหาของพี่น้องที่คั่งค้างกันอยู่นั้นแจ้งให้ ฝ่ายบริหารได้แก้ปัญหาไปครบถ้วนพอสมควรแม้จะยังไม่หมด แต่ว่าก็จะเปิดโอกาส เพียงแต่ว่าสัปดาห์หลังจากนั้นได้ตกลงกันแล้วว่าก็จะมีฝ่ายละ ๑๕ ท่าน วันนี้สำหรับ ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมี ๒๐ ท่าน ฝ่ายรัฐบาลมี ๒๑ ท่าน ฝ่ายค้านผมขอเริ่มผมขออ่าน รายชื่อไปเพื่อเราจะได้เตรียมตัว ท่านแรกก็คือท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านชูศักดิ์ แอกทอง ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ท่านนิยม เวชกามา ท่านชูศักดิ์ แอกทอง ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ท่านนิยม เวชกามา ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ฝ่ายรัฐบาลก็เริ่มด้วย ๑. ท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ท่านสาธิต อุ๋ยตระกูล ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี นายณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นายสมบูรณ์ ชารัมย์ นายจีรเดช ศรีวิราช นายชัยชนะ เดชเดโช ขอให้ทุกท่านได้เตรียมตัว ขอเริ่มท่านสุรวิทย์ ขอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือการขอก่อสร้างและขยายถนน กรมทางหลวงหมายเลข ๒๒๙ ให้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร เริ่มจากที่บริเวณช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ผ่านอำเภอโคกโพธิ์ไชยไปถึงอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น การขยายถนนช่วงนี้ เป็น ๔ ช่องจราจรจะทำให้มีการสัญจรจากภาคกลางเข้าสู่ภาคอีสานสะดวกขึ้นเป็น ๔ ช่องจราจรเกือบตลอดสาย และระยะทางจะสั้นลงกว่าการใช้ถนนมิตรภาพเกือบ ๕๐ กิโลเมตร
เรื่องที่ ๒ ขอขุดลอกอ่างเก็บน้ำลำปะทาว ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ ของจังหวัดชัยภูมิใช้ในการผลิตประปาของอำเภอเมืองชัยภูมิ ผลิตประปาของอำเภอแก้งคร้อ เป็นเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้น้ำเพื่อการเกษตร ขณะนี้ตื้นเขินมีเกาะแก่งมากมาย ขอให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้เข้ามาดำเนินการขุดลอกดังกล่าว
เรื่องที่ ๓ ขอก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นพนังกั้นน้ำชี ตลิ่งน้ำชีพัง ซึ่งขอให้ดำเนินการตั้งแต่ในลำน้ำชีช่วงผ่านอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิตั้งแต่ ตำบลโนนสะอาด ตำบลคอนสวรรค์ และตำบลศรีสำราญ จังหวัดชัยภูมิจะช่วยในการลด น้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และจะช่วยป้องกันไม่ให้ตลิ่งพังในอนาคต ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณหมอมากครับ ขอบพระคุณสมาชิกรักษาเวลานะครับ ผมไม่ไปรบกวนสมาธิ แต่ว่าขอให้เรารักษาเวลา โดยเคร่งครัดครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ด้วยความเป็นห่วงนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุปสรรคนานัปการ ในปัจจุบัน ในกระทรวงศึกษาธิการได้เกิดเหตุการณ์ซึ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ตามต่างจังหวัดจะมีข้าราชการครูร่วมกันแต่งชุดดำ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีข้าราชการที่ประสบปัญหาต่าง ๆ ได้มายื่นหนังสือให้กับกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ในปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะผู้ที่มา ไม่ว่าจะเป็นชมรม สมาคมของ ผอ. เขตพื้นที่การศึกษา ข้าราชการครู ม. ๓๘ ค (๒) ข้าราชการครูที่ทำผลงาน ว ๓๓ แล้วข้าราชการครูที่สอบ ผอ. โรงเรียน และมีมากมาย ซึ่งทางรัฐบาลคงจะต้อง นำเรื่องนี้ไปดำเนินการให้เป็นวาระแห่งชาติ ควรจะมีคณะกรรมการที่จะดูแลเรื่องการศึกษา อย่างใกล้ชิด โดยเสนอให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ในส่วนของเกษตรและสหกรณ์ก็คือในเรื่องของปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย ณ วันนี้ เริ่มขึ้นเป็นปัญหาวิกฤติชาติ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลได้นำการแก้ปัญหาเรื่องธนาคาร น้ำใต้ดินซึ่งเป็นปัญหาที่ยั่งยืนในโอกาสต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านปรีดาต่อไปครับ ท่านจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองแขม แขวงหนองค้างพลูครับ ประเด็นที่ผมจะหารือผ่านท่านประธานนะครับ เพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รวมถึงกรมกิจการของผู้สูงอายุ ประเด็นของผม มีอย่างนี้ครับ ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุนะครับ ถ้าเรา มาเปรียบเทียบในประเทศข้างเคียงแล้วนี่นะครับ ในโซนของเอเชียเราถือว่าเป็นลำดับ ๓ ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ ทีนี้จำนวนประชากรของเราเองก็ดี ทั้งหมด ๖๕.๙ ล้านคน เรามีผู้สูงอายุ ๙.๙ ล้านคนครับ และในปี ๒๕๗๓ คาดว่าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น ๑๗.๖ ล้านคน หรือร้อยละ ๒๖ ที่ผมเรียนสถิติกับท่านประธานนี้เพราะผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรี พวกเรา สมาชิกเห็นถึงความสำคัญครับ และถามว่าผู้สูงอายุต้องการอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สาธารณสุข อาชีพ สังคม ดังนั้นผมจึงเสนอแนวทางอย่างนี้ครับว่า มีพี่น้องประชาชน มาหารือกับผมและได้ตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุขึ้น เช่น ในตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ก็ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นมาโดยสังกัดหน่วยงานกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ดังนั้นผมจึงอยากที่จะให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้สนับสนุนในการตั้งโรงเรียน แล้วเขาตั้งอย่างไรครับ ใช้วัด ไม่ต้องใช้งบประมาณ มากครับ ใช้วัดนี่ล่ะเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ฝากท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ท่านสาคร เกี่ยวข้องครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ครับ อยากเรียนฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรมเจ้าท่าแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงการเร่งรัดพัฒนาก่อสร้างเพิ่มเติมโครงการท่าเทียบเรือโดยสารและการท่องเที่ยว อ่าวน้ำเมา ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว จำนวนมากที่จะต้องผ่านขึ้นลงแล้วก็เดินทางออกไปสู่แหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นเกาะแก่งในทะเล อันดามันของจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงยังขาดท่าเทียบเรือหลายท่าด้วยกัน โดยเฉพาะท่าเทียบเรือบ้านอ่าวน้ำเมานี้มีโครงการและมีการทำประชาพิจารณ์ มีการทำ แบบสอบถามมาค่อนข้างที่จะลงตัวแล้ว จึงอยากจะให้ทางกระทรวงคมนาคมผ่านทาง กรมเจ้าท่าได้เร่งรัดการก่อสร้างให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ของเรา
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรื่องของการปิดอ่าวมาหยาบนเกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีความ คลาดเคลื่อนและมีความไม่ชัดเจนตลอดมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวมีผลกระทบต่อ ผู้ประกอบการและจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อยากจะให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ก่อสร้างท่าเทียบเรือขึ้นลงอ่าวมาหยาให้มีความปลอดภัยและสามารถ บริการให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งกำหนดวันเปิดและวันปิด หรือกำหนดการจัดการ บริการจัดการกับนักท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อนำรายได้มาสู่ ประเทศเราจากการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านสาครครับ ต่อไปครับ ท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านประเสริฐ บุญเรือง ไม่อยู่นะครับ ต่อไปท่านสาธิต อุ๋ยตระกูล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ถึงกรมเจ้าท่า จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเลอ่าวไทยตั้งแต่ อำเภอบ้านแหลม อำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ มีระยะทางประมาณ ๘๙ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบัน มีการประกอบอาชีพประมงหรือประมงพื้นบ้าน โดยที่ผ่านมาได้มีชุมชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากมรสุมที่พัดผ่านเกิดคลื่นลมแรงกระทบฝั่งส่งผลให้พี่น้องชาวเรือประมง ของทั้ง ๒ อำเภอหลายร้อยลำ คืออำเภอชะอำ และอำเภอท่ายาง โดยเฉพาะ ๕ ชุมชนของ อำเภอชะอำคือบ้านไทรย้อย บ้านเนินสุรา บ้านบ่อพุทรา บ้านบ่อเคี๊ยะ และบ่อแขม ได้รับ ความเดือดร้อน ทำให้เรือที่จอดหลบคลื่นได้รับความเสียหาย กระผมในฐานะตัวแทนของ ชาวประมงจังหวัดเพชรบุรี จึงมีความประสงค์ของบประมาณก่อสร้างจากกรมเจ้าท่า ก่อสร้างเขื่อนป้องกันคลื่นเพื่อให้เรือประมงพื้นบ้านได้จอดหลบคลื่นในฤดูมรสุม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวประมงต่อไปครับ
เรื่องที่ ๒ ถึงประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย กระผม ได้รับหนังสือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสามพระยาว่ามีพื้นที่ของตำบลสามพระยาได้รับ ผลกระทบจากภัยแล้งซึ่งพี่น้องประชาชนไม่มีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอนะครับ โดยปัจจุบันชาวบ้านต้องซื้อน้ำจากเอกชนทำให้มีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น กระผม จึงอยากของบประมาณสนับสนุนการขยายเขตการจ่ายน้ำของประปาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่ บ้านช้างแทงกระจาด หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๖ บ้านพุหวาย ของอำเภอชะอำเพื่อแก้ไขปัญหา การขาดน้ำอุปโภคบริโภคของพี่น้องชาวอำเภอชะอำต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านสาธิตนะครับ ต่อไป ท่านณัฐวุฒิครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ริบบิ้นสีขาวที่ผมติดที่คอปกเสื้อในวันนี้ไม่ใช่สัญลักษณ์ของพรรคการเมืองหรือในทางการเมือง แต่อย่างใดครับ แต่เป็นเสียงสะท้อนในปัญหาเรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่งไม่ได้เกิด เฉพาะต่อเมื่อเกิดขึ้นในครอบครัวเท่านั้น แต่เป็นความรุนแรงที่รวมถึงความรุนแรง ในที่สาธารณะ ความรุนแรงจากการที่รัฐละเลยไม่อาจปกป้องผู้หญิงเหล่านี้ให้ปราศจาก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อตัวของเขาได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้จากการประชุมที่กรุงปักกิ่ง ในครั้งที่ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยแรก อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทย ในวันนี้ครับท่านประธาน มีงานวิจัยยืนยันได้ว่าเราเป็นหนึ่งในสิบของประเทศที่มี ความรุนแรงในครอบครัวสูงที่สุดในโลก บางงานวิจัยบอกมากกว่านั้นครับ บอกว่าผู้หญิงไทย จำยอมรับว่ายอมให้คู่ของตนเองใช้ความรุนแรงกับตนเองได้บ้าง เพราะเขาเหล่านั้นห่วง เรื่องของครอบครัว เขาเหล่านั้นห่วงเรื่องของลูก ห่วงเรื่องของบุพการี ห่วงของผลกระทบ ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานบนสังคมที่เราเรียกว่าสังคมชายเป็นใหญ่ ด้วยเหตุดังกล่าวครับ ท่านประธานจึงมีการกำหนดให้วันที่ ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์ยุติ ความรุนแรงสากล แล้วก็เป็นท่านประธานตั้งแต่สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๒ ที่ท่านได้มี มติ ครม. ให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก และสตรีเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นที่อยากจะ ปรึกษาหารือท่านครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าผมไม่พบว่าตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาสภา ของเรามีการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีไปมากน้อยแค่ไหนประการใด จึงอยากฝากท่านประธานไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภาในฐานะหน่วยงานกำกับของท่าน ได้ช่วยรณรงค์ปัญหาเรื่องของ ความรุนแรงต่อเด็กและสตรีในเดือนนี้ด้วยครับ นั่นเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เรายังพบว่ามีความรุนแรงที่เกิดขึ้นผ่านสื่อมวลชน อีกหลากหลายรูปแบบ เป็นไปได้ไหมที่ท่านประธานจะมีหนังสือไปถึงกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก และ พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวอย่างชัดแจ้งชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่ง ในการลดปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีในเดือนนี้ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านณัฐวุฒิครับ ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ ใคร่หารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการออก พระราชบัญญัติคุ้มครองสงวนและสัตว์ป่า ทับที่ทับซ้อน ชาวบ้านตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เดือดร้อนประมาณ ๑,๔๐๐ กว่าครอบครัว กินพื้นที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ครับท่านประธาน ซึ่งที่ออกเขตทับซ้อน ชาวบ้านเป็นบ้านเรือนทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน เป็นหมู่บ้าน แล้วก็พอทับซ้อนที่ชาวบ้าน ตามกฎหมายจะทำการขุด จะทำการลอก จะทำการแผ้วถางต่าง ๆ ไม่ได้เลย ออกตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกำลัง จะบังคับใช้ปี ๒๕๖๒ นี้ก็ยังกำหนดเขตห้ามล่าเหมือนเดิม ผมอยากใคร่ฝากท่านประธาน ไปถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ออกกำหนดเขตห้ามล่าใหม่ หรือเคลื่อนอย่าให้ทับซ้อนที่ชาวบ้าน เพราะตามกฎหมายก็บอกอยู่แล้วว่าการกำหนดเขต ห้ามล่าพันธุ์พืชและสัตว์ป่านั้นจะทับซ้อนกับที่ทำกินหรือที่ครอบครองของชาวบ้านไม่ได้ อยู่แล้วตามกฎหมาย อยากให้กำหนดใหม่นะครับ แล้วเวลาจะกำหนดอยากจะให้ทำ ประชาพิจารณ์กับชาวบ้านด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยให้หน่วยงานไปดูพื้นที่จริงเลยนะครับ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขอฝากเรียนท่านประธานนำผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณร้อยตำรวจเอก อรุณครับ ต่อไปท่านชูศักดิ์ แอกทอง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชูศักดิ์ แอกทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เขต ๗ วันนี้ มีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก เรื่องปัญหาโรคระบาดในนาข้าวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์นะครับ แล้วก็ในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ที่ผ่านมานั้นประสบปัญหาภัยแล้ง ปลายฤดู ได้อานิสงส์พายุเข้ามา ๒ ลูก ก็ทำให้นาฟื้นขึ้นมา แต่เมื่อได้รับผลผลิตแล้วโรคไหม้ใบรวงข้าว ทำให้พี่น้องเสียหายเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ไม่น่าจะเสียหายน้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ผมอยากกราบเรียนให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปติดตาม โดยเฉพาะเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ได้ลงไปตรวจสอบ ผมลงพื้นที่พี่น้องหลายคนไม่ได้แจ้ง ความเสียหายเพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินชดเชยในส่วนของที่รัฐบาลจะให้คนละ ๒๐ ไร่ กลัวว่าถ้าแจ้งความสูญเสียตรงนี้ไปแล้วจะไม่ได้รับเงินชดเชยในส่วนของลดต้นทุนการผลิต ก็ไม่กล้าแจ้ง ต้นเดือนนี้หลายครอบครัวมีการเก็บเกี่ยวไปแล้ว และก็ยังไม่ได้แจ้ง ความเสียหาย ก็อยากจะฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากถึงรัฐมนตรีให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ผมลงไปหลายพื้นที่ยังไม่ได้ ออกไปตรวจสอบในพื้นที่เลยว่ายังไม่เห็นเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ลงมา ก็ฝากนะครับ พี่น้องเดือดร้อนเสียหายเป็นจำนวนมาก
เรื่องที่ ๒ เรื่องของพระครับ ออกพื้นที่เป็นช่วงเทศกาลกฐิน พระก็ร้องเรียน มาบอกว่าเรื่องของการทำพาสปอร์ต (Passport) นั้นยุ่งยากลำบากหลายขั้นตอน ในการดำเนินการต้องผ่านเจ้าอาวาส ผ่านเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด ไปจนถึงมหาเถรสมาคม ฝากว่าขอให้ลดขั้นตอนได้ไหม กว่าจะได้พาสปอร์ต (Passport) นั้น ลำบากเหลือเกิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบัตรหมดอายุแล้วแทนที่จะต่อได้เลยก็ต้องไป เริ่มใหม่เหมือนเดิม ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณท่านชูศักดิ์ครับ ต่อไป ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ประเด็นที่จะนำเรียนในวันนี้ก็คือรายงานความคืบหน้าที่ผมอภิปราย เรื่องยกเลิกเขต ส.ป.ก. ประกาศคลุมทั้งอำเภอนาทวี ปัจจุบันอำเภอนาทวีได้ร่วมกับ สำนักงานที่ดินสาขาอำเภอนาทวี แล้วก็พี่น้องอำเภอนาทวีได้ประชุมในเบื้องต้นนะครับ ก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งดูแล ส.ป.ก. เข้าไปดำเนินการ เพื่อจะเสนอให้กับคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินให้กับ ครม. ยกเลิก
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการเปิดสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา มีอำเภอเดียวครับ คืออำเภอสะบ้าย้อยยังไม่มี สำนักงานที่ดินสาขา วันนี้อำเภอสะบ้าย้อยประชากรประมาณ ๘๐,๐๐๐ คน ต้องเดินทาง ไปที่อำเภอเทพา มีประชากรประมาณ ๘๐,๐๐๐ คนเช่นกัน พื้นที่รับผิดชอบของสะบ้าย้อย ประมาณ ๘๕๐ ตารางกิโลเมตร ของอำเภอเทพา ๙๗๐ ตารางกิโลเมตร ท่านประธาน จะเห็นว่าพื้นที่ใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นพี่น้องชาวอำเภอสะบ้าย้อยบอกว่าอยากให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายก อบจ. สงขลา ซึ่งคุมกรมที่ดินได้จัดสรรงบประมาณในการเปิดสาขาในปี ๒๕๖๔ ที่กำลังจะทำในขณะนี้
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ที่ดินเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่า เขาปะช้าง-แหลมขาม ซึ่งเป็นพื้นที่ของอำเภอเทพาและอำเภอจะนะ ซึ่งวันนี้พี่น้องในเขต พื้นที่ไม่สามารถจะออกโฉนดที่ดิน น.ส.๓ ได้ ใน ๔ อำเภอขณะนี้มีพื้นที่ที่ตกค้างอยู่ประมาณ เกือบ ๓๐,๐๐๐ ที่ยังออกโฉนดไม่ได้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ คือศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ประเทศไทย เรานี้ประชากร ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นับถือพุทธศาสนา แล้วเราก็ใช้หลักพุทธศาสนานี้เป็นรากฐาน ในการสร้างชาติไทยของเรามา ไม่ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่า ภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ชาวโลกให้การยอมรับว่าเมืองไทยของเรานี้น่าอยู่ ผู้คนน่ารัก มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ถึงตอนนี้ดิฉันเล็งเห็นว่าประชาชนของเรานั้นส่วนใหญ่ขาดการเรียนรู้ เรื่องพุทธศาสนา เพื่อให้มีความรู้ที่แท้จริง สามารถนำมาเป็นทักษะในการใช้กับ ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข ดังนั้นดิฉันขอให้
๑. ขอให้มีการส่งเสริมเรื่องการศึกษาให้ประชาชนได้เรียนพุทธศาสนา ทุกระดับชั้นและครูผู้สอนนั้นก็ควรจะเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านพุทธศาสนา อย่างแท้จริง
๒. ขอให้สำนักพุทธศาสนาได้ทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะยอดบวชพระ ที่ผ่านมาลดลงอย่างน่าใจหาย เมื่อปี ๒๕๔๒ เรามียอดพระภิกษุสงฆ์ ๓๖๕,๑๔๐ รูป แต่ปีนี้ มีแค่เพียง ๒๕๒,๘๕๕ รูป หายไปเป็นแสนเลยค่ะ
๓. ในเมื่อเราใช้วัดเป็นศูนย์กลางของสังคมในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ เราก็ควรที่จะจัดสรรงบประมาณ จัดสรรสิ่งที่จะทำนุบำรุงให้กับวัด อย่าให้วัดหาเงินเอง แล้วเราเป็นคนไปคอยตรวจสอบ มันไม่ยุติธรรมนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วย ที่เกี่ยวข้องให้ติดตามการก่อสร้างโรงเรียนคนพิการทางร่างกายจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีเด็กนักเรียนอยู่ ๙๐ คน และมีครู ข้าราชการจำนวนหนึ่ง ผมเรียนว่าโครงการนี้ได้ผ่านการก่อสร้างมา เกือบจะแล้วเสร็จแล้วประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ทิ้งไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเพราะว่าเด็ก ส่วนหนึ่ง ๙๐ คน ต้องไปฝากเรียนไว้ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ตำบลหนองหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านไปยังสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษเพื่อจะได้ติดตามโครงการก่อสร้างดังกล่าว เพื่อจะทำให้แล้วเสร็จ จะทำให้นักเรียนได้รับประโยชน์ เนื่องจากผมได้รับข้อร้องเรียน จากประธานกรรมการการศึกษาคนพิการ อดีต ส.ส. นิยม คำแหง ซึ่งได้ร้องเรียนทางกระผม มาว่าได้ช่วยบอกผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ให้ติดตามเร่งรัดการก่อสร้างเพื่อจะได้ให้เด็กได้เล่าเรียนต่อไป แล้วบอกท่านว่าเด็กก็พิการ แล้วอย่าให้โรงเรียนต้องพิการอีกเลยครับ ก็ฝากไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการให้แล้ว เสร็จด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณท่านอาจารย์ โกวิทย์ครับ ต่อไปท่านนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอนำความทุกข์ใจ ความวิตกกังวล คำวิจารณ์ของพี่ น้อง ชาวพุทธศาสนิกชนมาหารือกับท่านประธานว่า ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาในโซเชียล (Social) เต็มไปหมดเลยว่ากระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้เปลี่ยนเนื้อหาของวิชาพระพุทธศาสนา ออกไปในสังคมศึกษาเป็นวิชาเลือก เพราะฉะนั้นเป็นความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชน ในพุทธศาสนา ท่านประธานเคยเป็นลูกศิษย์วัด อันนี้คือเป็นประเด็นว่าพี่น้องชาวพุทธเรา คิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องถามไปที่กระทรวงศึกษาธิการว่าคิดอะไร ขอให้อยู่ในประเด็น นั้นละท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากชาวพุทธวันนี้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ก็ไม่ลดหย่อนเท่าไรที่ผู้หารือไปเมื่อสักครู่นี้ก็ยังเหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่งบประมาณ ของพระพุทธศาสนาวันนี้ลดลงทุกปี ๆ ผมดูจากปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๖ ปรากฏว่า จาก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ท่านประธานครับ ต้องคิดว่าพระคงไม่สึกไปไหนหรอก สำนักพระพุทธศาสนาคิดได้อย่างไร พระจะสึกหนีอย่างไร งบประมาณถึงหายไป ที่สำคัญท่านประธานครับ เจ้าพระครูระดับเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก วันนี้ค่านิตยภัตแค่ ๓,๐๐๐ บาท ตกวันละ ๑๐๐ บาท ค่าน้ำ ค่าไฟก็ไม่พอ เพราะฉะนั้น ท่านประธานก็ต้องฝากว่าอย่าให้ปานนั้นเลย วันละ ๑๐๐ บาท ไม่ไหวหรอกครับ เดือนหนึ่ง ๓,๐๐๐ บาท นี่ก็ฝากท่านประธานว่าต้องทบทวนบทบาทในส่วนนี้ของสำนักพระพุทธศาสนา ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
นายชวน หลีกภัย (ประธานสภาผู้แทนราษฎร) ขอบคุณท่านนิยมครับ ต่อไป ท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ
สวัสดีครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ขอปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรี สิ่งที่กระผมจะพูดต่อไปนี้เพราะความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมมีความสงสัยว่าเพลงชาติไทยในปัจจุบันตั้งแต่สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ปี ๒๔๗๕ ได้แต่งเพลงนี้ขึ้นมาโดยเนื้อหาจริง ๆ แล้วมิได้เอ่ยถึง พระมหากษัตริย์ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน ซึ่งในเนื้อหาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์เลย ซึ่งที่ผ่านมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๑ เสียกรุงไป สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็เป็นผู้ที่ทรงกอบกู้เอกราชมา ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ก็คือวันนี้เมื่อ ๒๕๒ ปีที่แล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินก็เป็นคนกู้กรุงศรีอยุธยา มาครั้งที่ ๒ และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ถ้าไม่มีรัชกาลที่ ๕ เราก็ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของ ชาติตะวันตก เพราะฉะนั้นแล้วในเนื้อหาของเพลงชาติในปัจจุบันตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์เลย ไม่เหมือนกับประเทศอังกฤษที่มีเพลง ที่เกี่ยวข้องกับควีน (Queen) ของเขาที่ว่าก็อด เซฟ เดอะ ควีน (God Save The Queen) ก็อด เซฟ เอาเออร์ การ์เซียส ควีน (God Our Gracious Queen) ลอง ไลฟ์ เอาเออร์ โนเบิล ควีน (Long Life Our Noble Queen) ก็อด เซฟ เดอะ ควีน (God Save The Queen) เพราะฉะนั้นแล้วเพลงชาติปัจจุบันใช้มาประมาณ ๘๐ กว่าปีแล้ว ซึ่งบทดังกล่าว ไม่มีเนื้อหาใจความที่เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะคนแต่งในสมัยนั้นคือพวก คณะราษฎร์เดิม ฉะนั้นกระผมจึงขอเสนอยกเลิกเพลงชาติไทยปัจจุบันที่แต่งในสมัยคณะราษฎร แล้วปรับปรุงแก้ไขใหม่ให้เป็นปัจจุบัน แล้วในช่วงที่ยังไม่มีเพลงชาติไทยปัจจุบัน ผมจึงขอ เสนอให้ใช้เพลงความฝันอันสูงสุดซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ไปพลางก่อนที่ทรงพระราชทานให้แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และผู้ที่ทำ ประโยชน์เพื่อชาติ เพื่อเตือนสติมิให้ท้อถอยในการทำความดี ขอบคุณครับ
ก็เรียนเตือนไว้นะครับ ได้เปิดโอกาสให้ แต่เรียนเตือนไว้ตามข้อบังคับต้องพยายามหลีกเลี่ยงที่เอ่ยถึง หรือกล่าวถึง สถาบันครับ ต่อไปท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขอทำหน้าที่ เป็นลูกศิษย์ของวัดพระธาตุพนม ท่านประธานครับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นภาระหลักของพี่น้องชาวพุทธพี่น้องคนไทย เพราะฉะนั้นแล้วผมยังรำลึกถึงวันที่ ท่านประธานไปกล่าวนมัสการพระธาตุพนมพร้อมกับคณะชาวประชาธิปัตย์ในภาคกลางคืน นี่คือความงดงามที่อยู่ในจิตในใจของพี่น้องทั้งชาติที่รำลึกว่าเป็นภารกิจของสาธุชนที่ต้องทำ ภาระเหล่านี้ เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่ได้เป็นสองรองใคร ในแง่ของการจะธำรง ธำรงจิตใจ แล้วก็การที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แม้ว่าจะมีความทุกข์ มีความสุข ก็อาศัย แต่พุทธศาสนาในการชโลมจิตใจทำให้เกิดความหวัง ผมกราบเรียนว่าความใฝ่ฝันของ พี่น้องคนไทยทั้งชาติมีความมุ่งมั่นประสงค์ที่จะให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ที่เป็นชีวิตจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นแล้วการจะยากดีมีจนมากน้อยขนาดไหน ถ้าหากได้มีโอกาสได้ทำบุญ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแล้วก็จึงเป็น หน้าที่ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อที่จะให้ได้ตระหนักว่าพวกเราเอง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นศิษย์วัด ผมมีโอกาสได้สอนลูกศิษย์ที่เป็นสามเณร ที่เป็นพระบวชเรียน ท้ายที่สุดก็มีความสำเร็จจนเป็นอาจารย์ เป็นดอกเตอร์ นี่คือหยาดเหงื่อ ที่เป็นชีวิตจิตใจ จึงได้ตระหนักว่าขอความกรุณาให้รัฐบาลได้ทราบถึงจิตใจอันนี้ ของพี่น้องประชาชนจากใจด้วยความเคารพ
ขอบคุณท่านไพจิตครับ ต่อไปท่านสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ การเก็บ น้ำดิบเพื่อการประปาในฤดูแล้ง ประเด็นที่ ๒ การซ่อมฝายกั้นน้ำเพื่อที่จะใช้ในการอุปโภค บริโภค ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พื้นที่ในเขตเลือกตั้งของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะ เขต ๓ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ อำเภอนาโพธิ์ อำเภอคูเมือง แล้วก็ในพื้นที่ของอำเภอ ลำปลายมาศเป็นพื้นที่สูงต่ำ ในฤดูฝนน้ำจะไหลเร็วมากทำให้น้ำท่วม ในหน้าแล้งก็จะ ประสบปัญหาภัยแล้งคือขาดน้ำ สิ่งที่ประชาชนเดือดร้อนก็คือในฤดูแล้งจะประสบปัญหา ขาดน้ำดิบเพื่อการประปา ฉะนั้นแนวทางแก้ไขฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ ทางกระทรวงมหาดไทย ทางสำนักงาน ปภ. ก็ดี องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานก็ดี ได้บูรณาการหน่วยในการที่จะสูบน้ำ จากลำน้ำมูลที่ไหลผ่านพื้นที่เลือกตั้ง ลำน้ำสาขาลำสะแทด ลำพังชู ของอำเภอนาโพธิ์ เพื่อที่จะสูบส่งไปเก็บยังอ่างเก็บน้ำ แล้วก็ในส่วนของนำไปใช้เพื่อการประปา อันนั้น คือส่วนหนึ่ง
อีกประการหนึ่งก็คือการซ่อมฝาย ในระหว่างนี้ช่วงเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมยังสามารถที่จะซ่อมยกระดับฝายกั้นน้ำให้สูงขึ้นเพื่อที่จะใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ประเด็นนี้ต้องขอบคุณทางจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านได้สูบน้ำเพื่อทำประปาในชุมชน ในระหว่างนี้ก็สามารถ ดำเนินการได้ แก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านสมบูรณ์ ด้วยครับ ต่อไปท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ผมอยากจะปรึกษาท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เกี่ยวกับเรื่องการทุจริต การทำบัตรคนพิการ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เหตุการณ์ก็คือว่ามีคนรวบรวมบัตรประชาชนของชาวบ้านไปออกใบรับรองแพทย์ เพื่อจะนำมาทำบัตรคนพิการ โดยเสียค่าดำเนินการรายละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้มันเป็นการ โกงคนพิการที่เห็นชัดที่สุดนะครับ เพราะว่าคนพิการจริง ๆ เวลาไปขอจะขอบัตรยากมาก แต่คนเหล่านี้ไม่ได้พิการเลยแต่กลับได้รับบัตรและสามารถนำไปขึ้นเป็นเบี้ยคนพิการได้ เดือนละ ๘๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผมถึงอยากให้กระทรวงสาธารณสุขแล้วก็กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง ผมคิดว่า คงไม่ใช่เป็นจุดเดียวที่จะเกิดปัญหานี้ขึ้น ผมคิดว่าคงอาจจะมีหลาย ๆ จุด เพราะฉะนั้นขอให้ ตรวจสอบจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็หามาตรการที่รัดกุมมากกว่านี้ แล้วก็ขอให้ดำเนินการให้ง่าย ๆ แก่คนพิการจริง ๆ เพื่อผลประโยชน์ของคนพิการจะได้ไม่เสียสิทธิ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านจุลพันธ์ครับ ต่อไปครับ ท่านจีรเดช ศรีวิราช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ๑ เรื่อง สืบเนื่องจาก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางหลวง หมายเลข ๑๒๕๑ ซึ่งเชื่อมจากอำเภอดอกคำใต้ไปอำเภอเชียงม่วน เส้นทางแห่งนี้ผ่านพื้นที่หลายตำบล ทั้งตำบลบ้านถ้ำ ตำบลบ้านปิน ตำบลหนองหล่ม เข้าสู่ตำบลสระ อำเภอเชียงม่วน วันนี้ถนน เส้นนี้ทรุดโทรมเป็นอย่างมากครับ เต็มไปด้วยหลุมบ่อ อยากให้ท่านประธานสภาผ่านไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้รีบเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วนครับ ในแต่ละปี แต่ละเดือน ก็จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ด้วยเส้นทางที่คับแคบสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ขอให้กรมทางหลวงรีบดำเนินการแก้ไข โดยเร่งด่วน ท่านประธานที่เคารพ หากมองให้ดีแล้วทางหลวงเส้นทาง ๑๒๕๑ นี้ ในอนาคต จะเป็นเส้นทางที่เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว เพราะสามารถเชื่อมโยงไปยังเส้นทางต่าง ๆ ได้แทบทุกจังหวัดในแดนดินถิ่นล้านนา ตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอเชียงม่วนนั้น หากดูตามแผนที่ยุทธศาสตร์แล้วเหมาะสม ที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการคมนาคมเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบนได้เป็นอย่างดี เพราะมีเส้นทางตัดผ่านไปได้ทุกทิศทาง ดังนั้นขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมทางหลวงให้รีบเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะ การขยายผิวทางจราจรให้มีทางกว้างขึ้น ยิ่งเป็น ๔ เลนด้วยก็จะยิ่งดีมากครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านจีรเดชครับ ต่อไปครับ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวเกษตรกร เป็นความทุกข์ใจของพวกเราที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากต่างจังหวัด จังหวัดสุรินทร์ปีนี้แปลกมากครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราเจอวิกฤติภัยแล้งมาอย่างรุนแรง ทางรัฐบาลก็ได้ช่วยในระดับหนึ่ง ก็ต้องขอขอบพระคุณ มาวันนี้ชาวนามาเจอโรค ๒ โรค ที่สร้างความเจ็บปวดมาก โรคแรก ก็คือโรคไหม้คอรวงข้าว บางท่านอาจจะไม่รู้จักแล้ว โรคข้าวคอหักครับ พอจะออกรวงข้าวมันคอหัก พอคอหักมันจะ ไม่มีเมล็ดข้าว ทีนี้วันนี้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ประวัติศาสตร์ไม่เคยเกิดขึ้น รัฐบาลตอนนี้ให้ความชดเชยอยู่ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท ถ้าเต็มไร่ แต่ผมอยากฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าวันนี้มันต้องเพิ่มครับ เพราะว่าการลงทุนของชาวนาถัวเฉลี่ยแล้ว ไร่หนึ่งประมาณ ๔,๒๐๐ บาท ถ้า ๑,๑๑๓ บาท หนี้สิน ธ.ก.ส. หนี้สินสหกรณ์ หนี้สินอื่น ๆ ยิ่งหนักเข้าไปอีก ก็ขอฝากปรับปรุงในส่วนนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณรัฐมนตรีครับ ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน ก็ดี รัฐมนตรีมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ก็ดี ท่านก็ไปตรวจราชการ วันนี้ท่านประภัตร โพธสุธน ก็ไปตรวจเรื่องนี้ เพราะว่านอกจากโรคไหม้คอรวงข้าวแล้ว ท่านประธานเพลี้ยกระโดดก็เข้ามาอีก ข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวที่จังหวัดสุรินทร์เรามีชื่อเสียง และปีหนึ่งชาวนาทำได้ครั้งเดียวครับท่านประธาน วันนี้เป็นโศกนาฏกรรมให้กับพี่น้อง ชาวเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา อย่างน่าเห็นใจอย่างยิ่ง ผมก็เลยฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่าต้องรีบปรับปรุงหาวิธีการ เช่น ให้เงินเพิ่ม ให้ค่าเก็บเกี่ยว ให้ค่าเสียหายชดเชย ในบางส่วนอย่างเร่งด่วนครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณคุณครูมานิตย์ ต่อไปครับ คุณชัยชนะ เดชเดโช ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายสายันต์ มั่นคง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ ตำบลร่อนพิบูลย์ นายจารึก มณีแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๖ ตำบลร่อนพิบูลย์ นายสมพร นวลขาว อบต. หมู่ที่ ๑๖ ตำบลร่อนพิบูลย์ เนื่องจากว่ามีพื้นที่ ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินของพี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๖ คือทุ่งม่วงงาม ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์นี้มีเมื่อปี ๒๔๗๖ จำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ชาวบ้านอาศัยอยู่มายาวนาน นับ ๔ ชั่วอายุคน มีชาวบ้านทั้งหมด ๖๐๐ ครัวเรือน ที่ดิน ๘๑๔ แปลง จำนวน ๖,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ในปัจจุบันนั้นพี่น้องประชาชนได้อยู่มาเป็น ๒-๓ อายุคน และทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์จริง ๆ ก็ใช้เนื้อที่ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ไร่ ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปตรวจสอบเรื่องนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้ขยายถนนทางหลวงหมายเลข ๔๒๓๘ ตอนบ้านไม้หลา อำเภอร่อนพิบูลย์กับอำเภอลานสกา เป็นถนน ๔ ช่องจราจร ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมามากทีเดียว รวมทั้งใช้กันตั้งแต่อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอลานสกา อำเภอทุ่งสง ไปจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นถนนสายหลักในการท่องเที่ยวสู่อำเภอลานสกา ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมให้ดูแลงบประมาณ ในการจัดสรรขยายถนนช่องนี้ ถนนเส้นนี้เป็นถนน ๔ ช่องจราจรครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณชัยชนะครับ ต่อไปครับท่านประเสริฐมาแล้วนะครับ ท่านประเสริฐ บุญเรือง เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ
ท่านประธานครับ เรียกผมหรือเรียก ใครครับ
ท่านประเสริฐครับ ท่านประเสริฐกลับมาแล้วนะครับ
ครับผม
เชิญท่านประเสริฐ ก่อนเลยครับ จะได้จบในกลุ่มแรก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ บุญเรือง เมื่อสักครู่นี้ที่เรียกผ่านไปผมอยู่ห้องกรรมาธิการงบประมาณ นะครับท่านประธาน พอดีมีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องราษฎร เรื่องของถนนสาย ๒๐๔๖ ซึ่งจาก ๔ แยกใหญ่ของอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ไปยังอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด และเป็นช่วงที่มีปัญหาก็คือช่วงจาก ๔ แยกใหญ่ออกไปถึงสะพานประมาณ ๑ กิโลเมตร ซึ่งตอนนั้นถนนเส้นนั้นเป็นหลุมขนาดใหญ่แล้วก็ยุบตัวลง ๔ เดือนที่ผ่านมาเกิด อุบัติเหตุจากรถอ้อย เพราะว่ามีโรงงานน้ำตาลที่นั่น รถอ้อยได้คว่ำแล้วก็ไปทับกับรถเก๋งทำให้ เกิดเสียชีวิตขึ้น และช่วงนั้นก็ยังไม่มีไฟฟ้า พอดีเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นความโชคดีพอดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็เดินผ่านมาพอดี อันนี้ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ คือถนนสายบ้านนาไคร้ อำเภอห้วยผึ้ง ออกไปบ้านหนองบัวใน ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตรอยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทยที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ดูแลอยู่ ถนนก็เป็นหลุมเป็นบ่ออย่างมากนะครับท่านประธาน ขอแก้ไขอย่างเร่งด่วน
๑๑/๑
ข้อที่ ๓ เรื่องถนนทางหลวงชนบท สาย ๔๐๓๐ จากบ้านกุดสิมคุ้มใหม่ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ไปบ้านหนองแสง ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัด กาฬสินธุ์ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ซึ่งลาดยางแอสฟัลติก (Asphaltic) ไปแล้วประมาณ ๓.๒ กิโลเมตร เหลืออีกอยู่ประมาณ ๘๐๐ เมตรเท่านั้น ๒ ปีแล้วที่พี่น้องประชาชนเขารออยู่ ก็เรียนฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณคุณประเสริฐครับ ผมขออ่านรายชื่อต่อไปนะครับ ฝ่ายค้านท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี คุณรังสรรค์ มณีรัตน์ คุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ ท่านวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ท่านคารม พลพรกลาง นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา นางสาว เบญจา แสงจันทร์ นายสำลี รักสุทธี ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ท่านสัญญา นิลสุพรรณ คุณอนุชา น้อยวงศ์ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นายบัญญัติ เจตนจันทร์ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นายศิริพงษ์ รัสมี ขอเชิญ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ บัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องแรก เรื่องการบริหารจัดการสนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่ที่ตั้งอยู่ที่ ตำบลอ่าวนาง ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องการถ่ายโอนภารกิจของที่ดิน อยากฝากไปให้ กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน กรมธนารักษ์ รีบแก้ปัญหาเพื่อให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้าไปดูแลบริหารจัดการสนามกีฬาซึ่งจังหวัดกระบี่ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับ รางวัลเป็นสปอร์ต ซิตี (Sport City) และเช่นเดียวกันที่จังหวัดพังงาก็มีปัญหาที่ตำบลนบปริง จังหวัดพังงา ซึ่งปล่อยทิ้งไว้เป็นสนามที่ร้าง ฝากทางพ่อเมืองจังหวัดพังงารีบแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ เรื่องของแขวงการทาง ซึ่งหลายพื้นที่ แขวงการทางไม่ได้มีพื้นที่ ตรงกับเขตบริหารราชการของจังหวัด ซึ่งเวลาประชาชนจะไปติดต่อราชการหรือมี ข้อเสนอแนะในเรื่องของการทำจุดยูเทิร์น (U-Turn) หรือแสงสว่าง เช่น ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ก็จะมีปัญหาเรื่องการติดต่อราชการ เพราะว่าแขวงการทาง จะไปอยู่ที่เขตจังหวัดพังงา แต่เขตบริหารราชการคือเขตจังหวัดกระบี่เวลามีหนังสือราชการ สื่อสารกันไปก็จะมีความยากลำบากนะครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องของการให้สัมปทานระเบิดหินซึ่งมีประชาชนต่อต้าน เป็นอย่างมากที่ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีหลักฐานทางธรณีวิทยา ว่าเป็นแหล่งโบราณคดี ฝากให้กระทรวงอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากร ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยกันบูรณาการดูแลเรื่องนี้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการอุ้ม คุณเอกชัยพื้นที่จังหวัดพัทลุงมาแล้วเรื่องการต่อต้านการระเบิดหิน ซึ่งอยากให้มีการเร่งรัดคดี เรื่องพวกนี้ด้วย ขอความร่วมมือว่าบริษัทที่ได้สัมปทานพวกนั้นควรจะต้องงดการร่วมมือ กับหน่วยงานภาครัฐด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านสัญญา นิลสุพรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตนำปัญหาของพี่น้องทั้ง ๓ จังหวัด ทั้งจังหวัด กำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดพิจิตรมาหารือ ก็คือโครงการคลองส่งน้ำ และบำรุงรักษาวังยาง-หนองขวัญ พี่น้อง ๓ จังหวัดนี้ใช้แหล่งน้ำจากโครงการวังยาง เพียงแหล่งเดียว ที่ผ่านมามีการพยายามที่จะขอรับงบประมาณสนับสนุนในเรื่องของ ฝายหนองขวัญ ซึ่งฝายหนองขวัญนี้ถ้าหากก่อสร้างจะช่วยแบ่งเบาภาระโครงการวังยาง และจะสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกร ทั้ง ๓ จังหวัดได้เป็นอย่างมาก ซึ่งพื้นที่นี้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่เกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่ได้รับ ประโยชน์จากโครงการตรงนี้ จึงขอฝากเรื่องนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาโครงการฝายหนองขวัญให้ได้มีการก่อสร้างเพื่อประโยชน์ กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องสะพานที่ข้ามคลองวังนาที่บ้านหนองบอน ตำบลทับกฤช อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ผมเคยหารือไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็คือ สอบถามไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลทับกฤชก็คือขาดงบประมาณ พื้นที่ที่เกษตรกรใช้ ๖,๐๐๐ กว่าไร่เหมือนกัน ใช้สะพานเส้นนี้ ก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกรุณาลงไปดู แล้วก็สนับสนุนนะครับ
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวหอมปทุม ฝากไปยังท่านผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากราคาอ้างอิงที่ท่านได้เคยอ้างอิงไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ขอให้ ทบทวนนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านสัญญาครับ ต่อไปท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา ท่านประธานครับ จะหารือเกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ถนนสายอำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอภูซาง และไปถึงอำเภอเทิง ก็มีการสร้างเป็น ๔ ช่องจราจรมาถึงแค่ อำเภอดอกคำใต้ หลายปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความคืบหน้า ก็อยากให้ท่านประธานประสาน ไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขยายตั้งแต่อำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอภูซาง ซึ่งจะเป็นถนนเชื่อมไปถึงอำเภอเชียงของ เป็นถนนเชื่อมกับอาร์ ๓ เอ (R3A) จะเสริมการค้าขายให้เกิดความสะดวกสบายกับพี่น้องประชาชนนะครับ
อีกเส้นทางหนึ่งจากเทศบาลตำบลสบบง อำเภอภูซาง จะเป็นเส้นทางที่เชื่อม ไปยังด่านถาวรที่บ้านฮวก ก็มีการสร้างมาแล้วเมื่อสมัยพวกผมเป็นรัฐบาล ๔ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ก็เป็นคอขวดอยู่นะครับ ก็อยากจะให้มีการก่อสร้างในงบประมาณปี ๒๕๖๓ นี้นะครับ
อีกเส้นทางหนึ่งเป็นความจำเป็นของพี่น้องอำเภอเชียงคำ คือถนนกรมทางหลวง หลังธนาคารกสิกรไทย อำเภอเชียงคำคับแคบมาก ก็อยากให้ทางกรมทางหลวงไปศึกษา ขยายไหล่ทางออกไปข้างละ ๑ เมตร เพื่อจะขยายไปยังตำบลเจดีย์คำ ไปตำบลร่มเย็น และทะลุไปตำบลทุ่งกล้วยของอำเภอภูซาง ก็จะทำให้เส้นทางคมนาคมเส้นทางนี้สะดวก เพื่อจะเชื่อมไปยังอีกเส้นทางหนึ่งก็คืออำเภอภูซางคือบ้านฮวกของเราพี่น้องประชาชนได้รับ ความยากลำบาก ก็อยากให้ท่านประธานทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมโดยด่วนนะครับ กราบขอบคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณท่านวิสุทธิ์ครับ ต่อไปท่านอนุชา น้อยวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สหกรณ์นิคม ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ในเขตอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง มีที่ดิน ทำกินของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิอยู่ในสหกรณ์นิคมไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วยตำบลไทรย้อย ตำบลวังโพง ตำบลวังยาง สมาชิกจำนวน ๓,๔๐๔ ราย
๒. สหกรณ์นิคมเนินมะปราง ประกอบด้วยตำบลเนินมะปราง ตำบล บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก ตำบลบ้านมุง ตำบลชมพู ตำบลไทรย้อย จำนวน ๔,๔๖๗ ราย
๓. สหกรณ์นิคมพันชาลี ประกอบด้วยตำบลพันชาลี ตำบลท่าหมื่นราม สมาชิกจำนวน ๑,๗๓๒ ราย รวมพื้นที่ทั้งหมดเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ สภาพพื้นที่โดยเฉพาะ ในตำบลพันชาลีมีเขตคันคลองเล็ก ๆ กั้นระหว่างจังหวัดพิษณุโลกกับจังหวัดพิจิตร ในเขตจังหวัดพิจิตรมีเอกสารสิทธิเกือบทั้งหมด แต่เขตจังหวัดพิษณุโลกแทบไม่มีที่ดินแปลงใด มีเอกสารสิทธิเลย นี่เป็นความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ท่าน ป ระธาน ที่ เคารพ เขตอำเภอวังทอง เนินมะปราง พื้นที่หลายพื้นที่ หลายแปลงติดกับถนนสายหลักระหว่าง จังหวัด การท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนสำคัญในรายได้หลักของทั้งสองอำเภอในปัจจุบัน จึงขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยการออกเอกสารสิทธิเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการรับรองสิทธิ เพื่อแปลงที่ดินให้เป็นทุน กราบขอความกรุณาจากท่านนายกรัฐมนตรีรับทราบปัญหา และดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านอนุชาครับ ต่อไปท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก ปัญหาการวางท่อระบายน้ำ ขออภัยครับ การวางท่อประปาซ้อน อยู่ในรูท่อระบายน้ำ เนื่องจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ร้องเรียนว่ามีน้ำท่วมขัง ในซอยพ่อผิน สุขสวัสดิ์ซอย ๒ ผมเองและทีมงานโยธากรุงเทพมหานครเขตจอมทองลงพื้นที่ ไปตรวจสอบ ผลปรากฏว่าเปิดฝาท่อระบายน้ำออกมา ท่านประธานครับ เป็นที่น่าตกใจครับ เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังนี้สาเหตุที่เกิดก็คือมีการวางท่อประปาซ้อนอยู่ในรูท่อระบายน้ำ ทำให้ ท่อระบายน้ำเหลือช่องว่างเป็นเพียงเสี้ยวพระจันทร์ครับ ท่อระบายน้ำเหลือแค่ช่อง เสี้ยวพระจันทร์ทำให้น้ำไหลผ่านได้ยาก ผมเรียนท่านประธานสภาที่เคารพว่า การประปา นครหลวงหรือ กปน. นี้ทำไมถึงวางท่อระบายน้ำซ้อนอยู่ในรู ทำไมถึงวางท่อประปาซ้อนอยู่ ในรูท่อระบายน้ำ สำนักโยธาธิการและผังเมือง สำนักระบายน้ำกรุงเทพมหานครทราบเรื่องนี้ หรือไม่ ถ้ามีการวางท่อประปาซ้อนอยู่ในรูท่อระบายน้ำ ซอยนี้ทำแล้วผมจะทราบได้อย่างไร ว่าซอยอื่นนี้จะมีลักษณะเดียวกันหรือไม่นะครับ จึงเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะท่านผู้ว่าการประปานครหลวง กปน. กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจสอบเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ทราบทั่วกันนะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาเกี่ยวกับการไฟฟ้านครหลวงกับการประปา นครหลวงเช่นกันนะครับ ทำงานล่าช้า แก้ไขปัญหาไร้ประสิทธิภาพ ไร้ประสิทธิผล จึงขอเรียนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคต่าง ๆ ล่าช้า ประสานไปไม่เคยได้งาน ทันท่วงที จึงฝากท่านผู้ว่า กฟน. และผู้ว่า กปน. กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ แก้ไขปัญหาให้ด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ครับ ต่อไปครับ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องนำเรียน หารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม ในฐานะที่ท่านกำกับ ดูแลกรมการขนส่งทางบกและ ขสมก. เกี่ยวกับนโยบายมาตรการบังคับการเปลี่ยนรถ โดยสารสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถตู้จะต้องมีอายุไม่เกิน ๑๐ ปี รถแท็กซี่จะต้องมีอายุไม่เกิน ๙ ปี โดยเมื่อครบกำหนดของอายุรถแล้ว ผู้ประกอบการทุกรายจะต้องจัดหารถใหม่เพื่อมา ประกอบการ และจะต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนรถเก่ากลับส่งคืนให้กับกรมการขนส่งทางบก และ ขสมก. แต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่นำแผ่นป้ายทะเบียนรถส่งกลับคืนให้กับ หน่วยงานของรัฐบาล แต่กลับนำไปสวมใส่รถที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือรถที่หมดอายุไปวิ่งรถรับ ผู้โดยสาร มากไปกว่านั้นยังมีรถโดยสารสาธารณะบางประเภทนำแผ่นป้ายทะเบียนรถคนละ ประเภทมาวิ่งรับผู้โดยสารเช่นกันค่ะ เรื่องนี้เกิดอยู่จริงและเกิดมานานแล้ว และเป็นเรื่องที่ ไม่ถูกต้องเพราะรถที่สวมป้ายเหล่านี้จะไม่มีทั้งประวัติรถ ไม่มีประวัติเจ้าของรถ ไม่มี ประกันภัย และไม่มี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้โดยสาร บริษัทประกันภัยจะไม่จัดทำประกันภัยให้กับ รถที่มีอายุเกินและรถที่วิ่งผิดประเภท ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเจ้าของรถเหล่านี้ก็ไม่สามารถ รับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้ค่ะ เรื่องนี้ประชาชนที่ใช้บริการ รถสาธารณะทั่วไปจะไม่ทราบเลยว่า รถที่พวกเขาใช้บริการนั้นเป็นรถที่ถูกต้องและมีประกันภัยหรือไม่ ดังนั้นดิฉันจึงได้นำเรียน หารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคมได้เข้าไปแก้ไขปัญหา ดูแลและกำชับหน่วยงานต่าง ๆ ให้ดูแลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปคุณรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในอำเภอลี้ ทุ่งหัวช้าง บ้านโฮ่ง และอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน รวมถึงอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งร้องเรียน ผ่านท่าน ส.ส. ศรีเรศ โกฎคำลือ มานะครับว่าขณะนี้ราคาข้าวโพดตกต่ำเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาได้รับผลกระทบขาดทุนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลช่วยเหลือพวกเขา ดังต่อไปนี้ครับ
๑. ขอให้รัฐหยุดนำเข้าข้าวสาลีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศก่อน หรือในช่วงผลผลิตจะออกสู่ตลาด คือตั้งแต่เดือนตุลาคมปีนี้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
๒. ขอให้รัฐรับซื้อข้าวโพดโดยไม่ให้จำกัดพื้นที่ว่าจะมีเอกสารสิทธิหรือไม่ แต่ขอให้ใช้สมุดคู่มือเกษตรกร สมุดเล่มสีเขียวเป็นเกณฑ์ในการรับซื้อ
๓. ขอให้รัฐช่วยหาตลาดรองรับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด
๔. ขอให้ภาครัฐชดเชยปัจจัยต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรไร่ละ ๕๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ต่อ ๑ ราย
๕. ขอให้เร่งรัดการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อย่างเร่งด่วน ถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างยิ่งครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรีเพลิน วรพงศ์วัฒนา นายกเทศมนตรีตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูนว่าปี ๒๕๕๔ ได้เกิด น้ำท่วมหนักทำให้ตลิ่งพังบริเวณบ้านท่าช้าง หมู่ ๖ ตำบลเวียงหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน และเทศบาลได้ดำเนินการขอสนับสนุนงบประมาณในอำนาจของ รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการกำกับ และติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค แต่บัดนี้ล่วงเลยมานานยังไม่ได้รับงบประมาณ ฝากท่านประธานด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปนางสาวรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอหารือทั้งหมด ๓ เรื่อง ส่วนรายละเอียดดิฉันจะส่งให้ ท่านประธาน เพราะเวลาน้อยไม่ทัน
เรื่องประมง คือตอนนี้พี่น้องชาวประมงได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจาก มีสินค้าประมงเข้ามาในตลาดปลาภายในประเทศเป็นจำนวนมาก ก็ขอให้รัฐบาลได้มี มาตรการในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้านี้ด้วย
เรื่องที่ ๑ คือการจำกัดวันทำการประมงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย การแก้ปัญหาไอยูยู (IUU) จาก ๒๔๐ วัน เขาขอให้เป็น ๓๐๐ วัน เพราะว่าพี่น้องชาวประมง ได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากลดเวลาในการลากปลา
เรื่องที่ ๒ การขุดลอกคลองแสงแครง หมู่ ๑ หมู่ ๒ ตำบลท้ายหาด เนื่องจากทางหลวงชนบทได้ทำการก่อสร้างถนนแล้วไปถมคลองทำให้น้ำเน่าเสีย แล้วก็ทาง อบต. ได้ตั้งงบประมาณมาหลายปีแล้วแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่สามารถจะ ขุดลอกคลองได้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการค่ะ
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากถนนเส้นบายพาส (Bypass) ชำรุดเสียหายมากเลย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกิดอุบัติเหตุบ่อย แล้วก็อยู่ตรงบริเวณสี่แยกบายพาส (Bypass) ตรงกองกำกับเป็นของ อบจ. ก็ขอให้ทางหน่วยงาน อบจ. ไปดำเนินการแก้ไข ถนนตรงนี้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณคุณรังสิมา มากครับ ต่อไปท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ผมได้รับทราบความเดือดร้อนจากหลายหมู่บ้าน ในจังหวัดมุกดาหาร โดยผ่านมายัง ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ซึ่งเป็นผู้ช่วยของผม ผู้ช่วย ส.ส. และเป็น ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่นั่นนะครับ ตั้งแต่หมู่บ้านหนองหอย หมู่ ๖ หมู่ ๑๑ ตำบลบางทรายใหญ่ หมู่ ๔ บ้านกุดโง้ง หมู่ ๕ หมู่ ๑ ตำบลมุกดาหาร บ้านคำฮี หมู่ ๗ หมู่ ๑๒ หมู่ ๖ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารมาร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อน ในการระเบิดหิน ได้มีการระเบิดหินในเขาแถบนั้นนะครับ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เกิดโรคภัยไข้เจ็บอย่างมากมาย การระเบิดหินนี่ ก็หมดสัมปทานแล้ว กำลังจะต่อสัมปทานใหม่ ก็มีการร้องเรียน แต่มีการทำประชาคม แต่ว่ารู้สึกจะไม่เป็นธรรม มีการร้องเรียน แล้วก็แจ้งความ ก็กำลังดำเนินคดีอยู่นะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องซึ่งกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบ
อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการระเบิดหินเหมือนกันครับ คือการสร้างทาง ของกรมทางหลวงสาย ๑๒ ผ่านมายังอุทยานแห่งชาติภูสีฐาน ของเขตอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหารนะครับ ก็เป็นเนื้อที่ประมาณ ๑๕ ไร่ มีการระเบิดหินและทำลายป่าไม้ มีการนำหินทั้ง ๒ แหล่งนี้ไปขายและทำตลิ่งในแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนมและ จังหวัดมุกดาหาร และทำเขื่อนในจังหวัดมุกดาหารด้วย การระเบิดหินในทีนี้ การสร้างทาง ในทีนี้ปรากฏว่าทางกรมทางหลวงได้อนุมัติให้บริษัทได้ทำ แต่ว่าทางกรมป่าไม้เท่าที่ทราบ ยังไม่ได้รับอนุญาตเลยนะครับ
ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้ก็เป็นการรวมตัวของพี่น้องประชาชนในเขต จังหวัดมุกดาหารและสื่อมวลชนทั้งหมดก็พยายามร้องเรียนมาหลายแห่ง แต่ก็ทราบว่า มีผู้ที่อยู่ในเครื่องแบบท่านหนึ่งก็ไปอ้างว่าจะทำเรื่องนี้ ก็ไปคอยดูแลเรื่องนี้ครับ จึงขอกราบเรียน ไปยังท่านประธานได้ช่วยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปครับ ท่านพันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย การหารือของผมในวันนี้คือประเด็นการประมูล คลื่นความถี่ ๕ จี (5G) โดยก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และทางสำนักงาน กสทช. ที่ได้ร่วมมือกันประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวในต้นปีหน้า ซึ่งจะสอดรับกับนโยบายด้าน เทเลเมดิซิน (Telemedicine) ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะมีส่วนที่จะต้องใช้เทคโนโลยี ๕ จี (5G) ด้วย
แต่ประเด็นสำคัญที่กระผมขอหารือก็คือเทคโนโลยี ๕ จี (5G) ทิศทาง มาตรฐานทั่วโลกที่กำลังจะใช้ย่านความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ และมีแนวโน้มที่ชัดเจนในการผลิต อุปกรณ์หลัก ๆ และจะเกิดธุรกิจมากมายในย่าน ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ ดังกล่าวมากกว่า ในย่านความถี่อื่น ๆ แต่ในแผนการประมูล ๕ จี (5G) ที่ กสทช. ตามตารางที่แสดงบนจอภาพนั้น ไม่มีคลื่นความถี่ในย่าน ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะประชาชน อาจจะต้องถูกจำกัดการใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูงและไม่หลากหลาย และไม่สร้างธุรกิจ อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันย่านความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์ ใช้ในดาวเทียมไทยคม ๕ ที่กำลังจะหมดสัญญาสัมปทานในปี ๒๕๖๔ และหลายประเทศกำลังเรียกคืนคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์จากกิจการดาวเทียมดังกล่าวมาจัดสรรเป็นคลื่นความถี่ ๕ จี (5G) ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศและประชาชน ดังนั้นผมจึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานไปถึงกระทรวงดีอีเอส (DES) สำนักงาน กสทช. และคณะกรรมการ ๕ จี (5G) แห่งชาติ พิจารณาหาแนวทางเรียกคืนคลื่นความถี่ ๓.๕ กิกะเฮิรตซ์จากดาวเทียมไทยคม ๕ โดยเร็ว เพื่อมาจัดสรรให้กับระบบ ๕ จี (5G) ได้ทันเวลา และกรุณาแจ้งแนวทางต่อรัฐสภา ทราบโดยด่วน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่าน พันเอก เศรษฐพงค์ ต่อไปครับ ท่านวันชัย เจริญนนทสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน กระผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนในพื้นที่และผู้ที่สัญจรใช้รถใช้ถนนหมายเลข ๓๒๑๕ ช่วงกิโลเมตรที่ ๓+๗๐๐ ถึง ๗๐๐+๒๐๐ ตั้งแต่บริเวณคลองอ้อมถึงการไฟฟ้าบางใหญ่ เรียนฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมและทางหลวงชนบทลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาถนน ๓๒๑๕ นี้ ทั้ง ๒ ข้างทางเป็นคูน้ำ ไหล่ทางบางช่วงมีการถม ปิดทางระบายน้ำ เวลาฝนตกน้ำท่วมขัง ผิวการจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูแลแก้ไข เพื่อให้มีท่อระบายน้ำทั้ง ๒ ข้างเพื่อที่จะได้มีฟุตพาท (Footpath) ได้ใช้ประโยชน์และยังขยาย ผิวการจราจรอีกทางหนึ่งเพื่อให้ผู้สัญจรใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย
เรื่องที่ ๒ ฝากปัญหาเรื่องยาเสพติดและแหล่งพักยาเสพติดเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบลงไปแก้ไขปัญหาเป็นวาระเร่งด่วน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านวันชัย ต่อไปขอเชิญ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน ไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ ดิฉันเองมีเรื่อง หารือกับท่านประธานสภาทั้งหมดด้วยกัน ๒ เรื่อง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนจากพ่อแม่ พี่น้องประชาชนในอำเภอพระสมุทรเจดีย์ นำโดยท่านกำนันตำบลบ้านคลองสวน ท่านมานพ เติมบุญ ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านเฉลิมพล สุคนธทรัพย์ หมู่ที่ ๑ และท่านผู้ใหญ่บ้าน ชัยพร กิ่งกล้า หมู่ที่ ๒ ในพื้นที่ตำบลบ้านคลองสวน พื้นที่ตรงนี้เราได้รับงบประมาณ จากทางหลวงชนบทลงไปทำถนนในเส้นสมุทรปราการ บางขุนเทียน ปัจจุบันนี้ถนนเส้นนี้ ได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เกิดปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับแบริเออร์ (Barrier) ไหล่ทางแบริเออร์ (Barrier) ไหล่ทางได้กั้นทาง ๒ ข้างทางปิดกั้นขวางทางการเข้าออกของประชาชน ดังนั้น ที่นำเรียนให้เห็นในรูปคือชาวบ้านลำบากมากในการเข้าออก ก็ขอให้ทางหลวงชนบท ได้เข้าไปตั้งงบในเรื่องของเอาแบริเออร์ (Barrier) ออก ดังนั้นวันนี้ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง
ในเรื่องที่ ๒ ถนนสาย สป.๔๐๑๐ เส้นนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจาก บางขุนเทียน จังหวัดสมุทรปราการ เช่นเดียวกัน แต่ในช่วงระยะทางตั้งแต่คลองสรรพสามิต มาแยกคลองสวนบ้านล่าง ถนนเส้นนี้ได้รับความเดือดร้อนก็คือว่าในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง น้ำจะเอ่อล้นการสัญจรไปมาของพื้นที่ตำบลบ้านคลองสวนและตำบลนาเกลือลำบาก เป็นอย่างยิ่ง ดิฉันเองขอเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนมาขอให้ทางกระทรวง คมนาคมได้ตั้งงบประมาณในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะตรงเส้นนี้น้ำจะท่วมเอ่อตลอดทุก ๑๕ ค่ำ ในช่วงน้ำเอ่อ ดิฉันเองขอฝากถึงประธานสภา ไปถึงกระทรวงคมนาคมด้วยค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญท่านคารม พลพรกลาง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนเกี่ยวกับข้าวหอมมะลิ กข. ๑๕ ขณะนี้ซึ่งกำลังถูกโรคไหม้คอรวงข้าวระบาดอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ตามภาพที่เห็นนี้เป็นในอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งผู้ช่วย ส.ส. คุณจตุรภัทร ดีรัตน์ ซึ่งเป็นคนในพื้นเพจังหวัดศรีสะเกษได้นำมา อยากจะเรียนท่านประธานเพื่อแจ้งไปยัง กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าวและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าขณะนี้โรคดังกล่าวนี้ เป็นผลกระทบอย่างมากในเขตจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และกำลังจะลาม ไปที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นบ้านผมอีก ทำให้ผลผลิตซึ่งข้าว กข. ๑๕ จะเริ่มเก็บเกี่ยว ในปลายเดือนพฤศจิกายน จะได้รับผลกระทบอย่างมาก แล้วก็ทำให้ผลผลิตต่ำลง จากที่ไร่หนึ่ง อาจจะได้ถึง ๑๐๐ ถัง อาจจะลดเหลือแค่ ๒๐ ถัง โรคดังกล่าวนี้เกิดจากเชื้อราที่เขามีชื่อ ไม่แน่ใจว่าผมจะอ่านถูก ถ้าผิดก็ขออภัยนะครับ จากเชื้อราไพริคูลาเรีย ออไรซี (Pyricularia oryzae) ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่เกิดเนื่องจากว่ามีภาวะฝนแล้ง แล้วก็กลับมามีน้ำท่วม มีความชื้น เป็นเรื่องที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในเขต ๓-๔ จังหวัด และคิดว่าน่าจะมีการระบาด ไปอีกหลายจังหวัด เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชนนะครับ เนื่องจากว่าผลการผลิตข้าวปีนี้ซึ่งน้อยอยู่แล้วยังมาได้รับผลกระทบจากเชื้อราระบาดนี้ ก็จะทำให้ผลผลิตต่ำลงมาอีก เป็นเรื่องที่ได้รับความเดือดร้อนนะครับ ก็หารือยังท่านประธาน ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาดูแล กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านคารมนะครับ ต่อไปท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานสภา เพื่อขอร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาลงมาเป็นประธานในการแก้ปัญหาช้างป่า ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นวาระที่สำคัญระดับชาติ เนื่องจากเป็นภัยความมั่นคงของชีวิต และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดภาคตะวันออก ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระยองก็ดี พี่น้อง ชาวภาคตะวันออกทั้ง ๕ จังหวัดก็ดีที่อยู่บริเวณโดยรอบผืนป่าภาคตะวันออก ๕ จังหวัด ประสบปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ดินทำกินของเกษตรกร และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ผ่านมากระผมได้นำเรื่องช้างป่ามาเข้าสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ เป็นต้นมา แต่ปัญหายังไม่ได้รับ การแก้ไข กลับทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาของพี่น้องประชาชนคล้ายกับว่า จะเป็นไปตามยถากรรม จึงอยากที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงมาเป็นประธาน ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ และมอบหมายให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข ปัญหา เช่น ๑. ทำอย่างไรจะผลักดันช้างป่าเข้าสู่ป่าอนุรักษ์ได้โดยเร็ว ๒. ทำอย่างไรที่จะ จัดตั้งอาสาสมัครผลักดันช้างป่าและจัดค่าสวัสดิการ ค่าป่วยการน้ำมันเชื้อเพลิงให้ ๓. เพื่อเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิตให้สมเหตุสมผล และเรื่องของพืชผลอาสิน ปัจจุบัน ต้นทุเรียน ๑ ต้น ราคา ๘๐ บาท ซึ่งไม่มีความคุ้มทุนนะครับ ขอฝากท่านประธาน เพื่อความปลอดภัยของคนและช้างด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไปคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตที่ ๒๙ ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน สี่แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ผ่านท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องของการติดตามเรื่องหารือเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา กรณีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการสัญจรไม่มีทางถนน มาตรฐาน เป็นผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินในการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงของรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงินของพี่น้องบริเวณ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ ถนนเทอดไทย แขวงบางหว้า ปัจจุบันนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลา ๓ เดือนเต็มแล้วค่ะจากวันที่ดิฉันได้หารือไปก็ยังไม่มี ความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันจึงขอมาติดตามเรื่อง เพราะว่า หน้าฝนที่ผ่านมานี้ได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก พี่น้องประชาชนต้องลุยโคลน ลุยดิน ออกมานะคะ ทำให้การสัญจรไปมานั้นไม่สะดวก จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้เร่งดำเนินการค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากแพทย์หญิงขณิดา บัวขาว ในเรื่อง การเดินทางของพี่น้องประชาชนที่จะมาใช้บริการด้านสุขภาพที่บริเวณโรงพยาบาล เพชรเกษม ๒ เนื่องจากถนนเพชรเกษมนั้นได้มีการเทผิวจราจรขึ้นใหม่ ทำให้มีการ เปลี่ยนแปลงในเรื่องของการจราจรเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พี่น้องนั้นเดินทางมารับ การรักษาไม่สะดวก เพราะว่าหน้าบริเวณโรงพยาบาลนั้นไม่มีที่กลับรถ และไม่มีทางข้าม จึงอยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักการจราจรและขนส่ง ได้โปรดดำเนินการแก้ไขในส่วนนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ ท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือท่านประธานไปยังกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ขอให้หา สิ่งทดแทนจากการที่หน่วยงานภาครัฐได้ยกเลิกการใช้สารเคมี ๓ ชนิดครับ ท่านประธานครับ ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ยกเลิกสารกำจัดวัชพืชหรือยาฆ่าหญ้า ๒ ชนิด ได้แก่ สารพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) และยาฆ่าแมลงอีก ๑ ชนิดคือ คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) กระผมขอนำเรียนว่าสำหรับคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) คงไม่กระทบต่อเกษตรกร เพราะมติให้ยกเลิกในวันที่ ๑ ธันวาคม วันที่ ๒ เกษตรกรก็ไปหา ซื้อสารเคมีชนิดอื่นที่ยังไม่ยกเลิก อย่างเช่น คาร์โบซัลแฟน (Carbosulfan) อะบาเมกติน (Abamectin) โพรฟีโนฟอส (Profenofos) หรือไซเปอร์เมทริน (Cypermethrin) ซึ่งสารเหล่านี้มีประสิทธิภาพฤทธิ์ทำลายและราคาใกล้เคียงกับคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) แต่ในส่วนของพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) เป็นยาฆ่าหญ้าครับ หลังจากยกเลิกผมก็เชื่อว่าเกษตรกรก็ไปหาซื้อยาฆ่าหญ้าชนิดอื่น ที่ยังไม่ยกเลิก อย่างเช่น กลูโฟซิเนต-แอมโมเนียม (Glufosinate-ammonium) อามีทรีน (Ametryn) ทูโฟร์ดี (2,4-D) หรือไดยูรอน (Diuron) แต่ว่าสารยาฆ่าหญ้าที่มีประสิทธิภาพ ใกล้เคียงกับพาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเซต (Glyphosate) นั้นมีราคาสูงกว่า ประมาณ ๓ เท่าตัว ผมจึงขอให้หน่วยงานดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายหลักของ รัฐบาลข้อที่ ๕.๓.๔ ที่ระบุว่าจะหา จะลดเลิกการใช้ยาปราบศัตรูพืชโดยเร็ว โดยหา สารทดแทนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร และสอดคล้องกับ นโยบายเร่งด่วนข้อที่ ๔ ที่ระบุว่าจะควบคุมมาตรฐานการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี ในภาคการเกษตรเพื่อนำไปสู่การลด ละ เลิกการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีโดยจัดหาสิ่งทดแทน ที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร ขอให้เร่งรีบ เร่งด่วนและชัดเจนครับ เพราะหากให้เกษตรกรมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเช่นนี้จะนำมาซึ่งปัญหามากมายตามมาอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ขอเชิญ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ ดิฉันมีประเด็นที่จะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ๒ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ การคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว ซึ่งใช้พื้นที่ รวมกันกว่า ๙๐๐ ไร่ บริเวณตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ กับชุมชนที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นราวเกือบ ๓,๐๐๐ คน มีชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน แต่ก็ถูกข่มขู่คุกคามทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว ท่านประธานคะ การทำเหมืองแร่ อาจจะนำมาซึ่งการทรุดพังทลายของหน้าดิน ดินถล่ม บ้านเรือนพังทลายและถนนทรุด เสียหาย และมีการแย่งน้ำจากชุมชนใช้ค่ะ จะทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อ สุขภาพของชาวบ้าน และเมื่อถึงเวลานั้นต่อให้เราจ่ายเงินไปเป็นล้านก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพ ที่ดีของชาวบ้านกลับคืนมาได้นะคะ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องขอให้ยุติการออกใบอนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้วใกล้แหล่งชุมชนนี้ด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องขอคัดค้านการออกใบอนุญาตประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ บนพื้นที่ ๑๕ ไร่ ในบริเวณพื้นที่ตำบลตาขัน หมู่ ๓ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งโรงเลี้ยงไก่นี้เป็นโรงที่มีการขออนุญาตตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่ราวเกือบ ๕,๐๐๐ คน ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาเรื่องกลิ่น ปัญหาเรื่องน้ำเสีย ปัญหาโรคระบาด อีกทั้งกิจการฟาร์มไก่นี้อาจจะมีการทำผิดข้อบัญญัติขององค์การบริหารส่วนตำบลตาขันด้วย เรื่องการตั้งสถานประกอบการเลี้ยงสัตว์ที่มีระยะห่างจากชุมชนไม่น้อยกว่า ๒ กิโลเมตร เมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ยกมือคัดค้านในเวทีประชาคมโดยไม่มีผู้ยกมือสนับสนุน แม้แต่คนเดียว จึงขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ช่วย กำกับดูแลไม่ให้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งนี้ตามเจตนารมณ์ ของชาวบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ ท่านเสมอกัน เที่ยงธรรม ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ผมขอหารือท่านประธานแค่เรื่องเดียวครับ เรื่องปัญหาราคาอ้อยครับ ถ้าเกิดว่า ท่านประธานติดตามข่าวดูมาก็จะทราบว่าปัจจุบันนี้รัฐบาลนี้ได้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือ เกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปลูกพืชหลักพืชเศรษฐกิจของประเทศไม่ว่าจะเป็นข้าวก็มีแล้ว ยางพารามีแล้ว ปาล์มมีแล้ว ข้าวโพดมีแล้ว มันสำปะหลังมีแล้ว อ้อยก็เป็นอีกหนึ่ง พืชเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเลือกตั้งของผมมีชาวไร่อ้อยหลายแสนไร่ ปี ๆ หนึ่งส่งอ้อยขายอ้อยให้โรงงานน้ำตาลหลาย ๑๐ ล้านตัน ตรงนี้ครับที่ยังไม่ได้รับ การช่วยเหลือ อยากจะขอฝากผ่านไปทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล ของกระทรวงอุตสาหกรรม
แล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอฝากไว้ด้วยครับ ล่วงเลยมา ๑๐ กว่าปีแล้ว เกษตรกรชาวไร่อ้อยเป็นเกษตรกรน่าจะเป็นชนิดเดียวที่ตัดอ้อยขายที่โรงงาน แล้วยังไม่รู้เลยครับว่าเราได้ราคาเท่าไร เป็นอย่างนี้มาร่วม ๑๐ ปีครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดี๋ยวโรงงานจะเริ่มเปิดหีบวันที่ ๑ ธันวาคมที่จะถึงนี้แล้วครับ เกษตรกรชาวไร่อ้อยก็ได้แต่ นอนเฝ้ารอครับแล้วก็ลุ้นเหมือนสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าปีนี้ฉันจะได้อ้อยเท่าไร ได้เท่าไรแล้ว ยังต้องมาลุ้นต่อว่าจะได้เงินอุดหนุนจากกองทุนเท่าไร จะได้เงินอุดหนุนจากภาครัฐเท่าไร ตรงนี้อยากจะขอฝากไปทางกระทรวงอุตสาหกรรมครับ แล้วก็ขอฝากมาทาง กระทรวงพาณิชย์ด้วยครับจะได้ช่วยในการทำการตลาดในเรื่องของน้ำตาลเพื่อจะได้ให้ ราคาอ้อยสูงขึ้น แล้วก็ขาดเสียไม่ได้เลยก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ โดยส่วนตัว ผมเห็นด้วยในเรื่องของการที่เราจะงดใช้ ๓ สารเคมีอันตราย แต่อยากจะฝากไปทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยหามาตรการหรือช่วยหาสิ่งอื่น ๆ ที่มาทดแทนให้กับ ชาวไร่ด้วย เพราะว่าเกษตรกรชาวไร่อ้อย ๒ ปีที่ผ่านมานี้ขาดทุน ๒ ปีติดแล้วครับ ผมกลัวว่า ปีหน้าเขาจะอยู่ได้ไม่ถึงครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป เชิญคุณสำลี รักสุทธี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสำลี รักสุทธี บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดมหาสารคามนะครับ ผมได้รับปัญหาแล้วก็คำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม โดยเฉพาะ พี่น้องบ้านผักแว่น หมู่ที่ ๔ บ้านส้มกบ หมู่ที่ ๒ แล้วก็บ้านนาคำน้อย หมู่ที่ ๑ ตำบลเหล่าดอกไม้ อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม บ้านโคกอินทนิล ตำบลหนองกุง อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็บ้านเหล่าดอกไม้ หมู่ที่ ๘ ตำบลเหล่าดอกไม้ อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากว่าพี่น้องในหมู่บ้านดังกล่าวนั้นได้รับปัญหา ภัยแล้งหลังจากที่ฝนมาใหญ่แล้วก็ได้ทำนาเสร็จสิ้นแล้ว ปรากฏว่าข้าวกล้าของพี่น้องนั้นกำลัง จะออกรวงก็ปรากฏว่าฝนแล้งอีกแล้วครับ พอฝนแล้งข้าวกล้าที่ปลูกไว้นั้นก็ตายครับ เหี่ยวเฉาตายหมดเลยครับ พี่น้องจึงอยากจะได้บ่อน้ำบาดาลครับ เรียกว่าเป็นบ่อน้ำบาดาล เพื่อการเกษตรซึ่งจะสามารถบรรเทาได้ครับ พี่น้องดังกล่าวจึงเรียนมาหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยบรรเทาด้วยการขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรโดยใช้ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ครับ
ปัญหาประการที่ ๒ ก็คือพี่น้องจากหมู่บ้านทรัพย์เจริญ หมู่ที่ ๓ ตำบลสงเปลือย อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็หมู่บ้านหัน ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม หมู่บ้านเหล่านี้เขาต้องการที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง ไม่ได้ถูกรังแก หรือไม่ได้ถูกคุกคามจากทางรัฐให้เขาอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างปลอดภัยครับ กราบเรียน มาด้วยความเคารพอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉันนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาปรึกษาหารือท่านประธาน สืบเนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกข้าว เป็นการเลื่อนการปลูกจากเดือนมิถุนายนแล้วก็มาเริ่มปลูก กันในเดือนสิงหาคมโดยที่เริ่มปลูกตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ มาถึงในระยะนี้ข้าวเริ่ม ออกรวงแล้วก็เป็นช่วงที่ต้องการน้ำนะคะ ทีนี้ปรากฏว่าคลองชัยนาท-ป่าสัก น้ำมีปริมาณ ที่ไม่มาก ทำให้การที่จะเปิดน้ำเข้าไปในคลองซอยน้อยมาก วันนี้มีผู้ที่เดือดร้อนไม่ว่าจะเป็น อำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และคนที่โทรมาส่งข่าวก็คือนายลำจวน เสน่ห์ราช และนายขุนพล แสวงมาเจริญ เป็นตัวแทนของเกษตรกรที่เดือดร้อน นา ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ไร่ท่านประธานค่ะ ตอนนี้ต้องการน้ำมากหลาย ๆ คลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองอาร์ ๑๔ (R14) อาร์ ๑๖ (R16) แล้วก็คลองเวสเวย์ (Wasteway) ซึ่งกินพื้นที่หลาย ๆ ตำบลมาก วันนี้สิ่งที่อยากจะขอร้อง และขอให้ท่านประธานนั้นได้นำเรียนไปถึงกรมชลประทานก็คือว่าพี่น้องเกษตรกรต้องการ เครื่องสูบน้ำพร้อมด้วยน้ำมันตั้งจุดบริเวณต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อระหว่างคลองชัยนาท ป่าสักลงไปยังคลองซอยต่าง ๆ แล้วเกษตรกรนั้นจะใช้เครื่องสูบน้ำของตัวเองในการที่จะวิดน้ำ เข้านาของตัวเอง หากแม้ว่าครั้งนี้ไม่ได้น้ำนาที่อยู่ในพื้นที่ก็จะต้องเสียหายแล้วก็คิดว่า เกษตรกรก็คงจะต้องสูญเสียรายได้แล้วก็จะทำให้รัฐบาลเรานั้นก็มีภาระเพิ่มขึ้น ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากนะครับ ท่านสุดท้ายท่านศิริพงษ์ รัสมี ครับ
ท่านประธาน ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องปรึกษาหารือผ่านไปยังท่านประธานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแรก จังหวัดกรุงเทพมหานครในขณะนี้ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือในเรื่องของ ท่อน้ำตันตามหมู่บ้านจัดสรรที่ถูกทอดทิ้งที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตามสำนักงานเขตต่าง ๆ ใน ๕๐ เขต เพราะฉะนั้นปัญหาตรงนี้เวลาฝนตกลงมาไม่เยอะน้ำก็สามารถจะท่วมท่อ แล้วพี่น้องก็ได้ร้องเรียนมาตลอดระยะเวลา เพราะฉะนั้นยกตัวอย่างเช่นหมู่บ้านอมรทรัพย์ ถนนอยู่วิทยา เขตหนองจอก เวลาฝนตกนิดเดียวน้ำก็จะท่วม เพราะว่าท่อมันตันไม่ได้มีการ ขุดลอกระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปี เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรุงเทพมหานคร หรือว่าจะผ่านไปยังกรมราชทัณฑ์ที่มาลอกท่อระบายน้ำให้กับพี่น้อง ในหมู่บ้านต่าง ๆ ในจังหวัดกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ ส่วนที่ ๑
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของไฟฟ้าแสงสว่างตามชุมชนต่าง ๆ ในขณะนี้โดยเฉพาะ ในพื้นที่เขตหนองจอกที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่มีพื้นที่ถึง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร ในขณะนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กว้างที่สุดใน ๕๐ เขต แสงสว่างไม่เพียงพอตามชุมชนต่าง ๆ ตามวัด ตามมัสยิด แล้วก็ตามชุมชน ตามโรงเรียน ซึ่งมีปัญหาอย่างมากมาย ในขณะนี้ เกิดอาชญากรรมกันอย่างมากมาย จึงฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง การไฟฟ้า กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ เนื่องจากท่านอิสระ สมชัย ได้ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เชิญนะครับ ไม่เกิน ๒ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่ท่าน ส.ส. จุลพันธ์ โนนศรีชัย ได้มีการอภิปรายว่าเกิดมีการทุจริต เรื่องการทำบัตรคนพิการในอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเรื่องนี้กระผม ขอกราบเรียนชี้แจงให้ทราบว่า เนื่องจากว่าการที่จะมีการทุจริตครั้งนี้เกิดขึ้น เนื่องจากว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาล อำเภอพิบูลมังสาหาร ร่วมกับบุคคลภายนอก ปลอมหนังสือรับรองความเป็นคนพิการจากโรงพยาบาลแล้วนำไปยื่นต่อ พมจ. จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากว่าตัวเลขคนพิการมันเพิ่มสูงขึ้นครับ ในปี ๒๕๖๐ นี้มีคนพิการ อยู่ ๒๐ กว่าราย ปี ๒๕๕๙ มี ๒๐ กว่าราย แต่เฉพาะปี ๒๕๖๑ นั้นมีเพิ่มขึ้นมาทั้งหมด ๑๒๖ ราย มันผิดสังเกตครับ จึงได้มีการตรวจสอบกันขึ้น และพบว่าเหตุที่มันมีตัวเลขเพิ่มขึ้นนี้ เนื่องจากว่าได้มีการทุจริตปลอมหนังสือรับรองแพทย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ กระผมทราบก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ผมได้ถามไปยัง พมจ. จังหวัดอุบลราชธานี ว่าได้ดำเนินการอย่างไร ให้มีการตรวจสอบ ปรากฏว่าได้มีการตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ท. พบว่าในจำนวน ๑๒๐ กว่ารายที่เพิ่มขึ้นเดี๋ยวนี้นะครับ ท่านประธานครับ ได้มีการ ไปแจ้งความแล้วเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทุกคน ผมกำชับไปเลยว่าต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ถึงเมื่อวานนี้พบว่ามีทั้งหมด ๑๒๑ ราย แจ้งยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว ยกเลิกบัตรคนพิการไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นท่านประธาน ผมบอกว่านอกจากตำบลนี้แล้วทราบว่ามีอีกบางตำบลก็มีการทุจริตเช่นเดียวกัน ทางจังหวัด อุบลราชธานีได้มีการตั้งกรรมการประกอบไปด้วย พมจ. จังหวัด สสจ. อบต. แล้วก็ ผอ. รพ.สต. ให้ทำการตรวจสอบความพิการ ผมบอกว่าให้ตรวจสอบทุกราย หากพบว่า มีการกระทำลักษณะเช่นนี้ คือปลอมแปลงเกิดขึ้นขอให้ยกเลิกทั้งหมด ขอกราบเรียนชี้แจง ให้ทราบว่าขณะนี้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายแล้วครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ ก่อนอื่น ผมขอขอบพระคุณเพื่อน ๆ ทุกคน ท่านสมาชิกที่กรุณาได้รักษาเวลาเป็นอย่างดีทำให้เราใช้ เวลาเพียง ๑ ชั่วโมง ๓๕ นาทีโดยประมาณ ซึ่งจะได้กันเวลาไว้ส่วนหนึ่งสำหรับวาระอื่น ๆ ต่อไป วาระต่อไปที่จริงแล้วสำหรับเรื่องกระทู้ถามนั้นต้องการองค์ประชุมเพียง ๑ ใน ๕ นะครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๓ คน
แต่เนื่องจากขณะนี้ มีสมาชิกมาลงชื่อเรียบร้อยแล้ว ๒๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุมใหญ่ครับ ผมจึงขออนุญาต ที่ประชุมว่าขอเปิดประชุมไปเลยครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่๐๑๖ ส. (นายสุเทพ อู่อ้น เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
กระทู้ถามตามระเบียบวาระนะครับ จะมีกระทู้ถามสดด้วยวาจา พร้อมกันนั้น ก็จะมีกระทู้ถามสำหรับพิเศษตามข้อบังคับใหม่อีกห้องหนึ่งนะครับ ซึ่งมี ๑ กระทู้ เป็นครั้งแรกในวันนี้พร้อมกันไป แต่ว่าไม่ได้มีการถ่ายทอดนะครับ คงมีเฉพาะที่นี่ ทีนี้กระทู้ถาม สำหรับกระทู้ถามด้วยวาจามี ๒ กระทู้ในวันนี้ ขอเรียนท่านผู้ตั้งกระทู้ถามว่าได้ใช้เวลาให้เป็น ประโยชน์จริง ๆ โดยการถามและพยายามหลีกเลี่ยงให้เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ คือการไม่อภิปราย คือตั้งคำถามแล้วก็อธิบายเหตุผล ตามข้อบังคับที่ ๑๕๒ การตั้งกระทู้ถาม ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ต้องไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปราย
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนแรงงาน เนื่องด้วยจากกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิพิเศษภาษีกรมศุลกากร สินค้า จีเอสพี (GSP) มีผลเริ่มวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกมาให้ สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องการที่ต้องการให้เป็นสากล แต่ท่านบอกว่าเราอยู่กันแบบไทย ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นสากล ท่านใช้อภิสิทธิ์ชนในการตอบ ซึ่งปีกแรงงานของทางพรรคอนาคตใหม่ ติดตามหนังสือร้องเรียนจากสหพันธ์แรงงาน สภาองค์การอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ระบุชัดถึง ความเพิกเฉยของรัฐบาลไทยในเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๒ ฉบับที่ ๒๖๐ ระบุไว้ บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพแรงงาน องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน เพื่อการปกป้องสิทธิ ขจัดการกีดกันและการผูกขาด ซึ่งในเนื้อหา กว้างเกินไป และเปิดโอกาสให้มีการจำกัดสิทธิภายใต้ความมั่นคงของรัฐ กลุ่มแรงงาน สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สภาแรงงาน ได้พยายามทำหนังสือถึงท่านรัฐมนตรี สอบถามเรื่องบทบาทหน้าที่ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มีการร้องเรียนให้ท่านทราบว่าท่านมีสิทธิและอำนาจในการที่จะมาดำเนินการ เพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานขนาดไหน โดยเฉพาะเรื่องระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ที่กระทรวงต้องมีความชัดเจนในการที่จะดำเนินการ การมีความจริงใจแก้ไขปัญหาแรงงาน มีอำนาจชัดเจนของรัฐมนตรีที่สามารถสั่งการได้ การที่ท่านพูดออกมาว่าอยู่แบบไทย ๆ แบบกดทับกันมาตลอดนั้นหรือ ประเทศไทยเลิกทาสมาแล้วในรัชกาลที่ ๕ รัฐมนตรี ต้องบริหารลดความเหลื่อมล้ำในการอยู่ของคนต้องเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุมอาเซียนซัมมิต (ASEAN Summit) นี่ก็คือสากล ท่านขยี้หัวใจของพวกเราพี่น้อง ผู้ใช้แรงงาน คนไทยแบบไหนที่เรียกว่าแบบไทย ๆ ตอนที่ไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชน พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ท่านได้พูดอย่างไรในเรื่องการหาเสียง การเดินคารวะแผ่นดิน คารวะ ประชาชน อยู่แบบไทย ๆ คนต้องเท่ากันหรือเปล่าครับ ผมต้องขอขอบคุณสำหรับ พรรคอนาคตใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผมในฐานะตัวแทนคนงานผู้ใช้แรงงานที่แท้จริง เป็นปากเป็นเสียงที่จะทำหน้าที่สอบถามท่านรัฐมนตรี ท่านเองต้องเหนื่อยหน่อยนะครับ ในการที่มีแรงงานเข้ามาทำหน้าที่ในการทวงถามเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ดังนั้นผมจึงขอตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านชี้แจงสัมภาษณ์ที่บอกสื่อโดยไม่ต้องมี มาตรฐานสากล อยู่แบบไทย ๆ คืออะไรครับ ท่านเข้าใจในมาตรฐานเรื่องแรงงานสากล ที่นานาชาติกำหนดไว้หรือไม่ นี่คือคำถามในประเด็นแรก ขอบคุณมากครับ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ข้าพเจ้า หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอตอบกระทู้ถามเมื่อสักครู่นี้นะครับ กระผมเข้ามารับงานรัฐบาลกระทรวงแรงงาน ก็พยายามศึกษากฎหมายกระทรวงแรงงาน ศึกษาระบบของประเทศไทย กฎหมายแรงงาน ของประเทศไทยมีอยู่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้ เวลาหาเสียง เวลาไปเดินในท้องที่ก็เป็น เรื่องหนึ่ง ประชาชนเลือกพรรคต่าง ๆ เข้ามา ส.ส. ต่าง ๆ เข้ามา ก็เป็นเรื่องของประชาชน แล้วก็เรื่องของ ส.ส. แต่รัฐมนตรีที่เข้าไปปฏิบัติงานที่กระทรวงจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และสังคม กฎหมายที่มีอยู่นั้นไม่ได้นะครับ กฎหมายไทยมีมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาจนเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีกฎหมายออกมาหลายฉบับ สถานการณ์ของประเทศไทยในด้านแรงงานเวลานี้เราให้มีสหภาพได้เสรีตามรูปแบบที่เป็น บริษัท ผมคิดว่าเป็นมาตรฐานไทยเข้ามาดูก็จะไม่ได้มีใครเถียงกันมากนัก ทำงานก็ใช้ได้ดี เศรษฐกิจเจริญเติบโต แรงงานก็ได้ความคุ้มครองมากหลายตามกฎหมาย ผมไม่ได้อยู่ใน รัฐสภา เพราะฉะนั้นหน้าที่ผมก็คือปฏิบัติตามกฎหมายที่พบแล้วก็ตอบไปตามนั้นว่าแรงงานไทย กฎหมายไทยไม่ได้ไปเอากฎไอแอลโอ (ILO) หรือกฎของประเทศสหรัฐอเมริกามาแปลแล้วใช้ ปฏิบัติ เป็นกฎหมายที่เราออกมากันเองยาวนานหลายครั้งหลายครา เวลานี้ก็มีรูปแบบหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติได้แล้วก็มีผลที่ใช้ได้ ประเทศเจริญอยู่ได้ ขอบคุณครับ
ท่านสุเทพถามได้อีก ๓ ครั้ง เชิญครั้งที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนแรงงาน ก็จะมีเรื่องสอบถามเกี่ยวกับเรื่องอนุสัญญาไอแอลโอ (ILO) ฉบับที่ ๘๗ ฉบับที่๙๘ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร รัฐบาลไทยให้สัตยาบรรณ ในเรื่องสนธิสัญญาระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยล้มเหลวในการคุ้มครองสิทธิแรงงาน กฎหมายแรงงานไทยยังล้าหลัง ยังไม่ได้มาตรฐานแรงงานสากล ที่ว่ากันในเรื่องของการ รณรงค์อนุสัญญาไอแอลโอ (ILO) ฉบับที่ ๘๗ ฉบับที่ ๙๘ เรารณรงค์กันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่เริ่มมีการดำเนินการ ปีนี้ครบร้อยปีแล้วสำหรับอนุสัญญา คำถามว่าผู้ใช้แรงงาน ที่บอกว่ามีการรวมตัวกันมากนั้น ปัจจุบันนี้มีเพียง ๑.๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งน้อยที่สุด ในอาเซียน (ASEAN) ตัวอย่างการละเมิดสิทธิแรงงานข้าราชการห้ามตั้งสหภาพแรงงาน แรงงานในภาคเกษตร แรงงานนอกระบบไม่มีสิทธิในการรวมตัวสหภาพแรงงานได้เลย กลุ่มเหล่านี้มีจำนวน ๓๘.๓ ล้านคน ขบวนการดำเนินคดีมีความล่าช้าต้องใช้เวลาในการต่อสู้ ทำให้แรงงานมีความลำบากในการที่จะดำรงชีวิต พนักงานเหมาค่าแรงเหมาช่วงไม่มีสิทธิ เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน กฎหมายของรัฐวิสาหกิจ มาตรา ๓๓ ห้ามนัดหยุดงาน มาดูในเรื่องนักสิทธิมนุษยชนมักจะถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับคดีอาญาเนื่องจากมีการเปิดเผย การละเมิดของแรงงาน ผู้นำสหภาพแรงงาน ผู้ตั้งสหภาพแรงงานมีการถูกปลดออก อย่างมากมาย ภายใต้ พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ คนที่สามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ต้องเป็น สัญชาติไทยเท่านั้นที่ตั้งสหภาพแรงงานได้ มีการละเมิดสิทธิแรงงานโดยเฉพาะแรงงาน ภาคบังคับและแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าแรงงานข้ามชาติประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นถ้าคำนวณจากแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย
ท่านสุเทพถามเลยครับ
ถามเลยนะครับ เดี๋ยวจะถาม อีกสักนิดหนึ่ง ตรงนี้เป็นประเด็นที่สำคัญเลยนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนชนชั้นแรงงาน เสนอว่าปัญหาเหล่านี้ต้องเป็นการแก้ไขโดยเชิงระบบ โดยเฉพาะนำระบบอนุสัญญาไอแอลโอ (ILO) ฉบับที่ ๘๗ ฉบับที่ ๙๘ มาใช้ คำถามคือการดำเนินการเรื่องรับรองอนุสัญญาไอแอลโอ (ILO) ฉบับที่ ๘๗ ฉบับที่ ๙๘ ของทางกระทรวงแรงงานมีการดำเนินการอย่างไรบ้างและมีขั้นตอน อย่างไรเพื่อจะลดปัญหาการที่จะถูกตัดลิดรอนสิทธิจีเอสพี (GSP) ขอบคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ตอนนี้กระทรวงแรงงานก็มีการเสนอพระราชบัญญัติแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตามแบบฉบับที่ ๘๗ ฉบับที่ ๙๘ จำนวนหนึ่ง การที่จะเปลี่ยนจากขาวเป็นดำ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เวลานี้เราก็ได้เสนอร่างผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เข้ามาที่ สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ถอนออกไป กลับไปออกมาใหม่ เราได้เสนอว่าจะให้คนต่างด้าวมีสิทธิมีเสียงในสหภาพของเราได้ ซึ่งเป็นการที่อยากจะให้ คนต่างชาติซึ่งมีอยู่ถึง ๓.๘ ล้านคนเวลานี้ที่ทำงานอยู่ในเมืองไทยได้มีสิทธิมีเสียงในการร่วม ดูแลนิติบุคคลของเขา ดูแลสภาพการทำงานของเขา ตอนนี้เรากำลังเปิดเจรจากับยูเอสทีอาร์ (USTR) ในอาทิตย์หน้านะครับในเรื่องของ GSP (จีเอสพี) ความจะเป็นอย่างไรคงจะต้องดูกัน ต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุเทพถามได้อีกครั้ง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนแรงงาน จะมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของค่าจ้างที่ไม่พอดำรงชีพ นั่นก็คือการปรับค่าจ้าง ขั้นต่ำ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นว่าปัจจุบันนี้ผู้ใช้แรงงานอย่างพวกผมนี้ได้รับค่าจ้างวันละ ๓๐๐ บาท และ ๓๒๕ บาท อยู่ได้อย่างไร พี่น้องครับ ตื่นเช้าขึ้นมาวันหนึ่งเราต้องทานข้าว ด้วยกัน ๓ มื้อ มื้อหนึ่งก๋วยเตี๋ยว ๔๐ บาท ข้าวราดแกง ๔๐ บาท น้ำอีก ๑๐ บาท รวมแล้ว ใน ๑ มื้อประมาณ ๕๐ บาท วันหนึ่งทานข้าว ๓ มื้อ ตกไปที่ ๑๕๐ บาท การเดินทางครับ ออกจากบ้านเพราะอยู่ลึกไม่อย่างนั้นค่าบ้านจะแพง ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์วินอย่างน้อย ๑๐ บาท มาขึ้นรถเมล์ มาขึ้นรถไฟฟ้าอย่างน้อย ๑๕ บาท วันหนึ่งรวมแล้ว ๕๐ บาท สำหรับการเดินทาง บ้านต้องเช่า น้ำ ไฟ ต้องจ่าย เดือนหนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐ บาท เฉลี่ยก็คือ ๑๐๐ บาทต่อวัน รวมแล้ว ๓๐๐ บาท แล้วเครื่องใช้ในการที่จะอยู่ สบู่ ยาสีฟัน แฟ้บ เหล่านี้ เครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท หรือวันละ ๓๐ บาท รวมแล้ว ๓๓๐ บาท ถามว่าจริง ๆ แล้วอยู่ได้อย่างไร จริง ๆ แล้วอยู่ไม่ได้ครับ แต่ที่อยู่ได้เพราะต้องมี การทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมงเพื่อจะมีรายได้เสริม มีเกมหนึ่งสมัยเด็ก ๆ ที่ผมเล่นโอน้อยออก แต่อันนี้ไม่ใช่ครับ คนงานโอน้อยออกทันที อยู่ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน จำนวนมหาศาลที่เรียนให้ทราบไปแล้ว แล้วประเทศไทยเราจะมีความมั่นคงได้อย่างไร เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่มีความมั่นคงในการใช้ชีวิต พี่น้องครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ กดทับพวกเราพี่น้องผู้ใช้แรงงานโดยตลอด อ้างตลอดว่าเมื่อมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำแล้ว นายจ้างจะอยู่ไม่ได้ ผมขอย้อนคำถามกลับว่าแล้วปัจจุบันลูกจ้างอยู่ได้อย่างไร เคยมีใคร คิดถึงพี่น้องประชาชนเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะเรียนถามท่านรัฐมนตรี สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของที่เราต้องการถามก็คือค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่มีการประกาศบังคับใช้ มาตั้งแต่ต้นปี เหลือเวลาอีกประมาณเดือนครึ่งก็จะครบปีแล้ว พวกเราแบกภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพที่สูงขึ้นแต่ค่าจ้างไม่ได้ สิ่งเหล่านี้มันทำถูกต้องแล้วหรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ฝ่ายรัฐบาล พรรคอยู่ทางฝั่งรัฐบาลมีการหาเสียงกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานว่าจะมีการปรับค่าจ้างขึ้น เราก็ทุ่มคะแนนกันให้ นั่นคือผู้ใช้แรงงาน แล้วไม่ปฏิบัติกับผู้ใช้แรงงาน เหล่านี้มันถูกต้อง หรือไม่ คำถามครับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ให้พี่น้องแรงงานเมื่อไร จำนวนเท่าไร และอีกคำถามต่อยอดก็คือการปรับค่าจ้าง ใช้หลักเกณฑ์อย่างไรในการปรับ และท่านทราบหรือไม่ว่าในระบบราชการที่มีการจ่ายค่าจ้าง ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นการเหมาช่วง เหมาบริการ ซึ่งไม่มีสวัสดิการเลย สิ่งเหล่านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต้องดูแลครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมมาสายวิชาการนะครับ เข้ามาในกระทรวงก็อดไม่ได้ที่จะ ทำตัวเลข จริง ๆ กรรมการค่าจ้างเป็นกรรมการไตรภาคีใช้คะแนน ๒ ใน ๓ ของคนที่มา ประชุม นายจ้าง ลูกจ้าง แล้วก็ฝ่ายของรัฐ กรรมการมีอำนาจที่จะตั้งอนุกรรมการก็ได้ตั้ง อนุกรรมการขึ้น ๗๖ จังหวัดให้พิจารณาเป็นรายจังหวัด ปรากฏว่า ๔๖ จังหวัดในทั้งหมด ๗๖ จังหวัดขอไม่ขึ้นค่าจ้างปีนี้ ผมก็ตกใจเหมือนกันนะครับ เพราะว่ามันจำนวนสูง เหตุผลที่ให้ก็คือกลัวตกงาน กลัวอะไร ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเพราะเห็นหน้านายจ้างนั่งอยู่ อีกฟากหรือเปล่า ก็ได้ทำ เซอร์เวย์ (Survey) รับตามที่ได้เรียนหนังสือมา กระดาษที่ทำ เซอร์เวย์ (Survey) ไม่มีชื่อ ไม่มีตราแสตมป์ (Stamp) ก็ใส่ไปให้ในซอง บอกกรอกแล้ว ซื้อแสตมป์ (Stamp) ติดซองส่งมา ไม่มีใครรู้ได้ว่าใครเป็นคนตอบ ผลก็ออกมาอย่างเดิม ประมาณ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ขอไม่ขึ้นค่าจ้าง ผมก็ดูว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะอยู่อย่างนั้น ก็ได้ขอให้ทางฝ่ายเลขานุการลองพิจารณาดู อนุกรรมการวิชาการได้คำนวณค่าจ้างที่ควร จะขึ้นได้แล้ว คำนวณจากยึดระดับราคาที่ขึ้น จีเอ็นพี (GNP) ที่ขึ้นในจังหวัดนั้น แล้วบัดนี้ ก็พร้อมที่จะเสนอ กรรมการจะได้เรียกประชุมกรรมการค่าจ้างเร็ว ๆ นี้เพื่อจะดูอันนี้ แต่การอนุมัตินั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการไตรภาคีไม่ใช่ของรัฐบาล ตามกฎหมาย ครม. มีหน้าที่เพียงอนุมัติให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถ้าเผื่อเมื่อไรกรรมการค่าจ้าง ตกลงสำเร็จก็พร้อมที่จะดำเนินการครับ
ขอบคุณท่านผู้ถามแล้วก็ ท่านรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาไปไม่เกินที่กำหนดเอาไว้
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๗ ส. (นางสาวจิราพร สินธุไพร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
กระทู้ถามสด ด้วยวาจา ต่อไปของนางสาวจิราพร สินธุไพร ท่านนายกรัฐมนตรี แจ้งมามอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านดอน ปรมัตถ์วินัย มาตอบกระทู้นี้ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ถือเป็นวันแรก ของการเปิดสมัยประชุมสามัญ ครั้งที่ ๒ ซึ่งดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามสดเป็นกระทู้ที่ ๒ ของวันนี้ ซึ่งเดิมทีดิฉันต้องการตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าท่านไม่ได้เดินทางมาตอบคำถามนี้ด้วยตัวเอง และได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ประเด็นที่ดิฉันจะขอตั้งกระทู้ถามในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การประชุมอาเซียน ซัมมิต (ASEAN Summit) หรือที่เรียกว่าการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ครั้งที่ ๓๕ ซึ่งไทยในฐานะประธานอาเซียน (ASEAN) ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ไปเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ถึงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการประชุมที่อยู่ใน ความสนใจของชาวไทยเป็นอย่างมาก หากเราดูการจัดการประชุมในภาพรวมในด้านของ พิธีการแล้วก็การจัดการทั่วไปก็จะเห็นว่าสามารถประสบความสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี ซึ่งต้องยกย่องข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักแล้วก็ มีความเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว แต่เมื่อเรามาดูในด้านสารัตถะและเนื้อหาการประชุมก็จะเห็นว่า ผลการประชุมได้สะท้อนวิสัยทัศน์ สะท้อนความสามารถของนายกรัฐมนตรีในการ เป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ของประเทศไทยในปีนี้ ซึ่งการแสดงบทบาทนำ ของท่านนายกรัฐมนตรีในการประชุมอาเซียน (ASEAN) ก็เริ่มส่อแววที่จะล้มเหลวตั้งแต่ เริ่มต้น ตั้งแต่การเทียบเชิญผู้นำประเทศมหาอำนาจหลายประเทศเช่น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของประเทศจีน ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของประเทศรัสเซีย และนายกรัฐมนตรี ของประเทศแคนาดา จัสติน ทรูโด ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ได้ปฏิเสธ การเข้าร่วมการประชุมแล้วก็ได้ส่งผู้แทนมาประชุมแทน สิ่งนี้อาจจะเป็นปรากฏการณ์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีศักยภาพ แล้วก็ไม่ได้รับการยอมรับในเวที ระหว่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพนอกจากนี้ผลการประชุม ดิฉันก็มีข้อสังเกต หลายประการที่เห็นว่ารัฐบาลใช้การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ในครั้งนี้ไม่คุ้มค่ากับ โอกาสที่ประเทศไทยควรจะได้รับ ซึ่งการเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) เกิดขึ้นแค่ ๑ ครั้ง ในรอบ ๑๐ ปีเท่านั้นและการที่ประเทศไทยใช้โอกาสในการเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ครั้งนี้ ไม่คุ้มค่าอาจจะกระทบต่อการค้าซึ่งประเทศไทยได้ฝากความหวังในการประชุมอาเซียน (ASEAN) ครั้งนี้ไว้มาก วันนี้ดิฉันมีประเด็นคำถามทั้งหมด ๓ ประเด็นที่จะเรียนถามผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะตอบกระทู้
ประเด็นแรก เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ จีเอสพี (GSP) แต่ดิฉันจะถามในมิติที่แตกต่างจากผู้ที่ได้ตั้งกระทู้เมื่อสักครู่นี้ ซึ่งประเทศ สหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศว่าจะระงับจีเอสพี (GSP) สินค้าไทยทั้งหมด ๕๗๓ รายการ ในอีก ๖ เดือนข้างหน้า กระทบต่อสินค้าไทยที่มีมูลค่าราว ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้ทราบว่า ประเทศไทยได้หยิบยกประเด็นนี้หารือทวิภาคีนอกรอบกับประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วง การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) โดยหลังจากนั้นรัฐบาลก็ได้มาออกข่าวว่าประเทศ สหรัฐอเมริการับปากที่จะกลับไปทบทวนการตัดสิทธิจีเอสพี (GSP) ของประเทศไทย ดังนั้นคำถามแรกของดิฉันคือการที่ประเทศสหรัฐอเมริการับปากว่าจะทบทวนการตัดสิทธิ จีเอสพี (GSP) ให้กับประเทศไทยนั้นแปลว่าอะไรคะ เป็นการทบทวนโดยปฏิบัติ ประเทศไทย ปฏิบัติเช่นเดิมไม่ต้องมีการปฏิบัติอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติม หรือเป็นการทบทวนโดยมีเงื่อนไข ให้ประเทศไทยทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น ต้องแก้ไขกฎหมายแรงงาน ต้องเปิดตลาดสินค้า เกษตรเพิ่มเติมหรือต้องซื้ออาวุธจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมหรือไม่ ประเทศไทย ได้ไปยื่นข้อเสนออะไรกับประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อแลกกับการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องคืนสิทธิจีเอสพี (GSP) ให้กับประเทศไทยตรงนี้ดิฉันขอคำตอบให้ชัดค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลาย ขอขอบคุณที่ได้ถามคำถามต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประชุมซัมมิต (Summit) ซึ่งเพิ่งจบไปหมาด ๆ ได้ใช้เวลาเตรียมการกันจริงๆ ก็นานโข ทั้งปีที่เป็นประธานของอาเซียน (ASEAN) เรามีการประชุมสุดยอด ๒ ครั้ง ครั้งแรกเดือนมิถุนายน อันนี้เป็นครั้ง ๒ เป็นครั้งที่ ๓๕ ครั้งเดือนมิถุนายนคือครั้งที่ ๓๔ สำหรับก่อนที่จะไปสู่คำถามก็ขออนุญาต เรียนว่าตัวบุคคลที่ท่านสมาชิกผู้ได้ถามคำถามมานั้นมีสิ่งที่ต้องชี้แจง ท่านพูดถึง สี จิ้นผิง ท่านสี จิ้นผิง ท่านไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมอาเซียน ซัมมิต (ASEAN Summit) สำหรับระบบของประเทศจีนมอบหมายให้เป็นนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ทุกครั้งไปตั้งแต่ การประชุมแรก ๆ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ก่อนหน้านั้นที่เป็นรัฐบาลก่อน ๆ ก็เป็น นายกรัฐมนตรีทุกราย สำหรับท่านสี จิ้นผิง จะเป็นผู้เข้าร่วมประจำการประชุมเอเปค (APEC) เท่านั้น ท่านวลาดิเมียร์ ปูตินก็เช่นกัน ท่านวลาดิเมียร์ ปูตินจะไม่เกี่ยวข้องกับการประชุม อาเซียน ซัมมิต (ASEAN Summit) และที่จะมีขึ้นในเดือน โนเวมเบอร์ (November) ยกเว้นแต่ปีที่แล้ว ปีที่แล้วมาเพราะว่าได้มีการในลักษณะเฉลิมฉลองการเป็นสแทรทีจิกพาร์ตเนอร์ (Strategic Partner) ของประเทศรัสเซียกับอาเซียน (ASEAN) ก็มาในฐานะนั้น แต่ว่าพอเข้าสู่ การประชุมที่ต้องถือว่าปกติก็เป็นท่านนายกรัฐมนตรี เมดเวเดฟ เช่นเดียวกับครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ส่วนประเทศแคนาดา นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ท่านเพิ่งผ่านการเลือกตั้ง แล้วก็อยู่ระหว่างที่จะต้องมาฟอร์ม (Form) รัฐบาล เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วก็ มีความยุ่งยากหลายเรื่อง ในใจตัวเองมีความอยากมากที่จะมา ก็ได้ขอท่านนายกรัฐมนตรีไว้ ที่คำว่าขอนี่เพราะว่าได้พูดเกริ่น ๆ ไว้ในโอกาสที่ได้พบปะกันก่อนหน้านี้ว่าอยากจะมา เพราะว่าเมื่ออายุ ๑๘-๑๙ ปี เคยแบ็กแพ็ก (Backpack) เป็นแบ็กแพ็กเกอร์ (Backpacker) มาเมืองไทย แล้วก็เลยอยากกลับมา ก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นจริง ๆ แต่ว่าเนื่องจากการเมืองภายใน ก็มาไม่ได้ แต่กระนั้นก็ดีนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ก็ขอโทรศัพท์มาหา ก็ได้ติดต่อผ่านทูตของเขา แล้วในที่สุดเรามีการพูดกันแล้วก็ขอโทษขอโพยที่มาไม่ได้ แล้วเขาหวังว่าโอกาสหน้าจะมา
ส่วนประเด็นเดียวเท่านั้นเองที่เกี่ยวข้องก็คือท่านโดนัลด์ ทรัมป์ อันที่จริง ก็มีความซับซ้อนกันอยู่หลายด้านด้วยกัน ท่านโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาไม่ได้ สาเหตุที่เคยให้มา ในครั้งหนึ่งก็คือช่วงเรื่องของการเมืองภายในค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่ มีอิมพีชเมนต์ (Impeachment) ในขณะเดียวกันในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็จะมีการเลือกตั้งในหลาย มลรัฐ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าการมลรัฐ ประธานาธิบดีก็หมายมั่นปั้นมือนะครับว่ามลรัฐ ต่าง ๆ เหล่านั้นทางพรรคริพับลิกันจะต้องชนะให้ได้เพราะว่าผู้ว่าการจะต้องเป็นคนคุม การเลือกตั้ง อันนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่จะไม่มา และรับรู้กันมาก่อนหน้านั้น อันนี้ก็เป็นเหตุหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางสิ่งที่เป็นเรื่องซับซ้อนก็มามีผลที่ทำให้เกิดเป็นข่าวอย่างที่รับทราบ กันอยู่ว่าทางอาเซียน (ASEAN) ก็จัดรูปแบบของการพบปะกับผู้แทนของประธานาธิบดี ออกมาในลักษณะที่ถือว่าพิเศษ แต่ว่าไม่ใช่พิเศษจนเกินไป เพราะว่าเคยจัดในลักษณะนี้ มาก่อนในอดีตที่เรียกว่าทรอยกา (Troika) อันนั้นเป็นคำตอบที่ให้สำหรับการชี้แจง ให้กระจ่าง
สำหรับเรื่องของการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ทุกท่านคงรับทราบ หรือทราบกันดีว่าอาเซียน (ASEAN) ก็อยู่กับเรามา ๕๒ ปี ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่เป็น เสมือนหนึ่งสมาร์ต ฮับ (Smart Hub) สถาปนิกสำคัญ เพราะฉะนั้นการจัดตั้งอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ดำเนินกันมาจนกระทั่งบัดนี้ ใน ๕๒ ปี สิ่งที่มีความชัดเจนที่สุดก็คือว่าอาเซียน (ASEAN) เป็นกระบวนการไม่ใช่การประชุมที่จะต้องมีผลลัพธ์ทันตาเห็นในทันที สำหรับคราว ใดก็ตาม ในเรื่องใดก็ตาม
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้รับเป็นคำถามมาคือเรื่องจีเอสพี (GSP) ก็อยากจะเรียนว่า มีการหารือกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับวิลเบอร์ รอสส์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ วิลเบอร์ รอสส์ ก็มาร่วมในรายการหลักนั่นก็คือ อินโด-แปซิฟิก บิสิเนส ฟอรัม (Indo-Pacific Business Forum) ที่มีขึ้นในวันที่ ๔ รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี แล้วก็คุยกับ ทางโรเบิร์ต ซี โอไบรอัน ซึ่งผู้แทนมาจากประธานาธิบดี ก็ได้กล่าว แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ มีการมาเจรจากันในช่วงเวลานั้น เพราะไม่ใช่เวทีที่จะมาเจรจากัน แต่ว่าได้มีการพูดถึง เรื่องของจีเอสพี (GSP) ได้มีการพูดถึงว่าเรื่องนี้ก็จะต้องคุยกันต่อไปในช่วงเวลาที่มีอยู่ ที่มีการกำหนดไว้ ๖ เดือน ทางวิลเบอร์ รอสส์ ก็ดี โรเบิร์ต ซี โอไบรอัน ก็ดี เขาก็รับเพราะว่า ก็เป็นตามนั้น ทางฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะนำเรื่องที่รับทราบจากการคุยกับ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน (ASEAN) ก็เอาไปคุยกันต่อกับ ที่บ้านตัวเองแล้วก็อย่างน้อยที่สุดได้นำไปคุยต่อกับยูเอสทีอาร์ (USTR) ซึ่งเป็นผู้แทนการค้าพิเศษ ของทางฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของเรื่องโดยตรง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยัง ต้องมีเวลาที่จะคุยกันในรายการต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องที่ไปพาดพิงกับแรงงานและอื่น ๆ ก็ขอเรียนเป็นคำตอบ ก็อยากจะฟังคำถามอีกชุดหนึ่งเพื่อจะได้ตอบหรือไม่ก็อาจจะใช้โอกาสนี้ เมื่อสักครู่ได้กล่าวถึงเรื่องกระบวนการ ก็ขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยว่ากระบวนการดังกล่าว โดยทั่วไปแล้วก็ครอบคลุมเกือบจะทุกเรื่องระหว่างทางอาเซียน (ASEAN) กับหุ้นส่วน เรียกว่า ไดอะล็อก พาร์ตเนอร์ (Dialogue Partner) ของเรา เกือบจะทุกเรื่องที่มีอยู่ หลายเรื่องก็เป็นเรื่องชัดเจนไปในตัวในแง่ของการเป็นอิชชู (Issue) ทางด้านการเมือง หรือเศรษฐกิจก็ดี หลายเรื่องก็คาบเกี่ยวกัน เป็นทั้งเศรษฐกิจการเมืองปะปนกัน แต่ที่อยากจะเกริ่นไว้ก็เพียงแต่เรียนว่าด้านการเมืองก็คุยกันในหลายเรื่องที่มีความสนใจ ร่วมกันนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี เรื่องยะไข่ รวมไปถึง เรื่องใกล้ ๆ ตัวของเราก็คือเรื่องของการบริหารจัดการชายแดนของเราในฐานะที่ประเทศไทย เป็นประเทศอาเซียนที่มีพรมแดนติดต่อกับเพื่อนของเราในทุกด้านยาวประมาณใกล้ ๕,๐๐๐ กิโลเมตร ๔,๘๐๐-๔,๙๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นก็มีเรื่องนี้เป็นพิเศษที่เรามัก จะยกขึ้นเวลาคุยกับอาเซียนด้วยกันหรือบอกกล่าวกับเพื่อนของเราว่าเรื่องเหล่านี้มันไปโยง กับเรื่องของการดูแลเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติและเรื่องของสิ่งที่เป็นสิ่งต้องห้าม ผิดกฎหมายต่าง ๆ ยาเสพติดและอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความชัดเจนในตัว เรื่องของการเมือง แล้วทางด้านเศรษฐกิจก็มีเรื่องของอาร์เซ็ป (RCEP) เป็นต้น มีเรื่องของ คอนเน็คทิวิตี (Connectivity) การเชื่อมโยงอะไรต่าง ๆ แล้วก็มีเรื่องของอาเซียน เอาต์ลุก (ASEAN Outlook) ในแง่ของอินเตอร์แปซิฟิก (Inter-Pacific) ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ คาบเกี่ยวกับทางการเมืองอยู่ แต่ก็มีการพูดกันค่อนข้างมากแล้วก็เป็นเรื่องที่ทางประเทศไทย มีบทบาทสูงทีเดียวที่ทำให้มันเกิดขึ้น ผมเห็นยกมือคงจะมีคำถามชัดเจนในประเด็นที่เฉพาะ เชิญเลยครับ
ท่านรัฐมนตรีเก็บเวลาไว้ ตอบคำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ เถอะครับ คุณจิราพร เชิญคำถามที่ ๒ เลยครับ
ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะคะ ที่กรุณาตอบชี้แจงเกี่ยวกับจีเอสพี (GSP) ซึ่งดิฉันก็ยังเห็นว่ามีความคลุมเครือไม่ค่อยชัดเจน อาการคล้าย ๆ กับเหมือนตอนที่คนในรัฐบาลเองออกมาให้ความเห็นในเรื่องจีเอสพี (GSP) ที่ไปคนละทิศคนละทาง มีความย้อนแย้งสับสนกันในรัฐบาลเองนะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ท่านได้ระบุถึงไดอะล็อก พาร์ตเนอร์ (Dialogue Partner) หรือว่าประเทศคู่เจรจาอาร์เซ็ป (RCEP) ดิฉันก็จะถามประเด็นที่ ๒ ต่อเลยค่ะ ซึ่งความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาคหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าอาร์เซ็ป (RCEP) นี้ ดิฉันมีความจำเป็นต้องตั้งกระทู้ถาม ในวันนี้เพราะอาร์เซ็ป (RCEP) มีการประชุมหารือในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไป ซึ่งปรากฏว่าก็ไม่สามารถที่จะบรรลุการเจรจา ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่านประธานที่เคารพคะ ก่อนที่จะเข้าคำถามขออนุญาตได้เกริ่นนำ เกี่ยวกับอาร์เซ็ป (RCEP) เล็กน้อยเพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกันถึงประเด็นที่ดิฉันกำลังจะถามค่ะ อาร์เซ็ป (RCEP) เป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยอาเซียน (ASEAN) ๑๐ ประเทศบวกกับ ประเทศคู่เจรจา ๖ ประเทศ ซึ่งได้แก่ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นความตกลงขนาดใหญ่ ประเทศ ๑๖ ประเทศนี้มีจีดีพี (GDP) รวมกันกว่า คิดเป็นหนึ่งในสามของโลก หรือมีมูลค่าราว ๒๓ ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้รัฐบาลได้เคยประกาศว่า หนึ่งในผลการ ดำเนินงานที่สำคัญในช่วงการเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ของประเทศไทย คือจะผลักดัน ให้การเจรจาอาร์เซ็ป (RCEP) สามารถจบได้ภายในปีนี้เพื่อเร่งขยายการค้าการลงทุน แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอาเซียน (ASEAN) ไม่สามารถผลักดันให้ อาร์เซ็ป (RCEP) บรรลุการเจรจาได้ครบทั้ง ๑๖ ประเทศ เพราะประเทศอินเดียซึ่งเป็นหนึ่ง ในประเทศคู่เจรจาได้ขอชะลอการตัดสินใจเข้าร่วมอาร์เซ็ป (RCEP) และยังมีแนวโน้มว่า จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของความตกลงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวในเกือบทุกเวทีการประชุม ระหว่างประเทศว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ปรากฏว่าในห้วงการเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) โดยเฉพาะการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ในครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี กลับยอมทิ้งให้ประเทศอินเดียออกจากอาร์เซ็ป (RCEP) ท่านประธานที่เคารพคะ สำหรับประเทศไทยแล้วค่ะ หัวใจสำคัญในการเข้าร่วมอาร์เซ็ป (RCEP) คือประเทอินเดียค่ะ เพราะประเทศไทยมีความตกลงเสรีทางการค้ากับประเทศคู่เจรจาอีก ๕ ประเทศที่เหลือ อยู่แล้วนั่นก็คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน และประเทศอินเดียที่ยังมีความสำคัญในลักษณะที่ว่าเป็นประเทศ ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ค่ะ มีจีดีพี (GDP) สูงเป็นอันดับ ๓ ของโลกรองจาก ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน มีประชากรมหาศาลค่ะกว่า ๑.๒ พันล้านคน พูดง่าย ๆ คือถ้ามีประเทศอินเดียอยู่ในอาร์เซ็ป (RCEP) จีดีพี (GDP) ของกลุ่มอาร์เซ็ป (RCEP) ก็จะเกินครึ่ง ผู้บริโภคก็จะมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก การค้าก็จะมีมากขึ้น แต่ถ้าขาด ประเทศอินเดียไปจีดีพี (GDP) ลดลงอย่างมาก ผู้บริโภคก็จะน้อยลง ตลาดเล็กลงมาก นั่นหมายความว่าประเทศไทยก็จะเสียประโยชน์จากการเข้าร่วมอาร์เซ็ป (RCEP) ท่านประธานที่เคารพคะ หากท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงว่าประเทศอินเดียมีโอกาสที่จะกลับมา เป็นสมาชิกอาร์เซ็ป (RCEP) ได้อีกครั้ง ดิฉันก็ต้องขอตั้งสังเกตว่าในการแถลงข่าว ของนายกรัฐมนตรีโมดีของประเทศอินเดียได้พูดอย่างชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมอาร์เซ็ป (RCEP) และยิ่งถ้าเราไปอ่านแถลงการณ์ร่วมของประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป (RCEP) ให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่า ไม่มีความชัดเจนเลยว่าสรุปแล้วอาร์เซ็ป (RCEP) จะมีการลงนามแค่เพียง ๑๕ ประเทศ หรือจะรอลงนามพร้อมประเทศอินเดีย ๑๖ ประเทศ ดังนั้นคำถามที่ ๒ ของดิฉัน ก็คือสรุปแล้วอาร์เซ็ป (RCEP) จะลงนาม ๑๕ ประเทศ หรือ ๑๖ ประเทศคะ ถ้าลงนาม ๑๕ ประเทศไปก่อนแล้วประเทศอินเดียมาเข้าร่วมทีหลังแสดงว่าอาเซียน (ASEAN) และรัฐบาลไทยต้องรื้อความตกลงใหม่ทั้งหมด หรือถ้าจะรอประเทศอินเดียเพื่อจะลงนาม พร้อมกัน ๑๖ ประเทศ ก็แสดงว่าอาร์เซ็ป (RCEP) จะยังไม่สามารถลงนามความตกลงได้ ภายในปีหน้า ซึ่งจะย้อนแย้งกับสิ่งที่ท่านได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมว่าจะให้มีการลงนาม ความตกลงอาร์เซ็ป (RCEP) ภายในปี ๒๕๖๓ คำถามนี้สำคัญนะคะ เพราะว่าจำนวนประเทศ ที่ลงนามก็จะส่งผลต่อการค้าภาพรวมของประเทศไทยเป็นอย่างมากค่ะ
รัฐมนตรีดูเวลาของท่าน ด้วยนะครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายดูเวลาด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีเหลือเวลา ๕.๒๖ นาที เชิญครับ
ขออนุญาตครับ อาร์เซ็ป (RCEP) ในวันสุดท้ายตอนที่มีซัมมิต อาร์เซ็ป (Summit RCEP) หลังจากที่มีการเจรจากันข้ามคืนโดยเฉพาะช่วงที่มีงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ (Gala Dinner) และคณะของอาร์เซ็ป (RCEP) ไม่สามารถเข้ามาร่วมด้วยนะครับ เพราะต้องเจรจากันต่อไป แต่วันรุ่งขึ้นคือวันสุดท้ายนั้นทุกประเทศเลยกล่าวขอบคุณ ๒ ประเทศที่เกี่ยวข้อง ๒ ประเทศนั้น คือ ๑. ประเทศอินโดนีเซียในฐานะเป็นโคออดิเนเตอร์ (Coordinator) ๒. ประเทศไทย ในฐานะที่พาให้อาร์เซ็ป (RCEP) ได้มาถึงจุดที่เรียกว่าได้เจรจาครบ ๒๐ บทนะครับ จากจุดก่อนที่เราจะเริ่มต้นเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มันอยู่แค่ ๗ บทเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้ ก็ตันอยู่แค่นั้น แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในฐานะแชร์ (Share) ก็ได้ผลักดันเรื่องนี้ ที่ว่าผลักดันก็คือได้คุยกับท่านโมดีหลายรอบ จนกระทั่งท่านโมดีเดินมาหา เผอิญผมยืนอยู่ ข้าง ๆ นะครับ ท่านโมดีก็ขอจับมือแล้วบอกว่าเสียใจอย่างยิ่งเลยทีเดียว อยากจะให้ตอนนี้เลย แต่ผมมีปัญหาเรื่องของการเมืองภายในนะครับ จะต้องไปเคลียร์ (Clear) เสียก่อน แล้วอย่างไรก็ตาม ๔ รอบที่ได้คุยกันนี่ขอรับทราบถึงเป้าหมายของทั้งหมด ๑๕ ประเทศ ที่รอประเทศอินเดียอยู่ก็อยากจะบอกว่าสิ่งที่พวกท่านทั้งหลายต้องการนี่เรายังไม่สามารถ จะให้ได้ในตอนนี้ ต้องเอาเรื่องนี้กลับไปเคลียร์ (Clear) กันให้เรียบร้อยเพราะว่าบรรดา คนในวงการดังกล่าวที่กำลังจับตาติดตามเรื่องนี้อยู่คงจะไม่สบายใจถ้าหากว่ามีการตอบตกลง กันไปนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ได้ยินมากับหูแล้วก็พูดกัน แล้วก็ในที่สุดแล้วนายโมดีก็เอา กลับไปพูดในการประชุมรอบสุดท้ายนั้น หลังจากที่ นานาประเทศได้พูดขอบคุณ ๒ ประเทศก็คือประเทศอินโดนีเซียกับประเทศไทย สำหรับ ประเทศไทยเองเราเกือบจะพยายามรวบรัดในทุกคำพูดแต่ว่าพอได้ยินท่านโมดีกล่าวหลังจาก ที่เดินมาหาแล้ว แล้วกลับไปนั่งแล้ว แล้วก็กล่าวอ้างท่านมหาตมา คานธี ว่าหลายเรื่องราว จำเป็นต้องคิดถึงประชาชน ถ้าประชาชนไม่ได้ในสิ่งที่ควรได้มันก็อาจจะยังทำอะไรไม่ได้ อันนี้ ก็เป็นเรื่องสรุปสั้น ๆ ว่าโค้ด (Code) ในลักษณะนั้น เพราะฉะนั้นในคำพูดของนายกรัฐมนตรี ในตอนปิดในฐานะแชร์ (Chair) ประธาน ก็ได้พูดแสดงความยินดีกับพัฒนาการทั้งหมดที่มา จนถึงวันนี้ ในนาทีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบคุณประเทศอินเดีย แล้วเราก็มีความรู้สึกยินดี ที่สามารถมาถึงข้อสรุปที่เข้าใจท่าทีของประเทศอินเดีย อันนี้ก็คือคำพูดของทางประธาน แล้วทุกคนก่อนหน้านี้ที่ได้กล่าวขอบคุณ ๒ ประเทศนี้ เขาพูดแรงกว่านั้นด้วยซ้ำไป แต่ว่า พอได้ยินประธานพูดเช่นนี้ทุกคนก็ยิ้มแล้วก็เป็นแฮปปี เอนดิง (Happy Ending) คำว่า แฮปปี เอนดิง (Happy Ending) ก็คือว่าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วก็มาจับมือกันและกัน ว่าการ เจรจาของอาร์เซ็ป (RCEP) ๗ ปีที่ผ่านมา แล้วมาตันอยู่ที่ ๗ ข้อ บัดนี้มาถึง ๒๐ ข้อ แล้วก็มา ดูกันต่อไปว่าจะทำต่อไปได้แค่ไหน คำว่าทำต่อไปได้แค่ไหน รับทราบว่ามีความเข้าใจร่วมกัน ว่าพอต้นปี ๒๐๒๐ ก็คือ ค.ศ. ๒๐๒๐ ปีหน้านี่ก็จะมีการมาคุยกันอีกเพื่อจะดูว่า มีความสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้แค่ไหนสำหรับประเทศอินเดียโดยเฉพาะ และมีการ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีการลงนามในปีหน้า ถ้าไม่ใช่ ๑๕ ก็เป็น ๑๖ แต่สำหรับ ๑๖ ก็ต้องรอ ประเทศอินเดียอยู่ดี สำหรับประเทศอินเดียเองได้ขอใส่พารากราฟ (Paragraph) สุดท้าย ที่อ้างถึงประเทศอินเดียว่าไม่พร้อมจำเป็นจะต้องเข้าไปดูอะไร มันเป็นเวิร์ดดิง (Wording) ที่แปลกเพราะว่าปกติแล้วจะเป็นเวิร์ดดิง (Wording) ที่ต้องมาเจรจากันในการที่จะมีการระบุ ชื่อประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ครั้งนี้ปรากฏว่าประเทศอินเดียขอใส่เองว่านี่คือปัญหาของเขา เขาจำเป็นต้องกลับไปดูเรื่องราวต่าง ๆ ของเขาเอง ก็เลยเป็นสเตเพิล (Staple) ที่พิเศษหน่อย มีการติ่งเป็นพารากราฟ (Paragraph) สุดท้ายว่าประเทศอินเดียมีปัญหาและขอเอาเรื่องนี้ กลับไปหารือ และหาทางที่จะดำเนินการกันต่อไป ส่วนที่ว่าจะดำเนินการอย่างไรหรืออะไร ก็คงจะต้องดูจากนี้ไปว่า ๑๕ ประเทศกับอีก ๑ ประเทศนั้นในที่สุดแล้วจะเจรจารอบที่ต่อ ออกไปจากกรุงเทพครั้งนี้อย่างไร ผมขออนุญาตเอาเรื่องภายในมาสรุปเพื่อให้รับทราบกัน
เวลาของรัฐมนตรีหมด แต่ว่าอนุโลมเพราะว่ามีกระทู้ ๒ กระทู้นะครับ ก็เผื่อเวลาเอาไว้ให้ส่วนหนึ่ง เชิญถามต่อ ครั้งสุดท้ายนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสำหรับ การชี้แจงนะคะ ซึ่งคำชี้แจงของท่านก็ยังทำให้ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนอยู่ดีว่าสรุปแล้วจะ ลงนาม ๑๕ หรือ ๑๖ ประเทศอย่างไร และคำตอบของท่านก็ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยไม่ได้มีศักยภาพในการที่จะโน้มน้าวให้ประเทศอินเดียซึ่งเป็น ประเทศคู่เจรจาสำคัญของอาเซียนและประเทศไทยให้ชะลอการตัดสินใจออกไป และที่สำคัญท่านได้ยกคำพูดของมหาตมา คานธี ที่บอกว่าให้นึกถึงประชาชนในประเทศ เป็นสำคัญจึงมีความจำเป็นที่ต้องถอนตัวออก อย่างนี้ก็แสดงว่าการที่ประเทศไทยเข้าร่วม อาร์เซ็ป (RCEP) เราไม่ได้คิดถึงประชาชนในประเทศหรอกค่ะ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันจะขอไปต่อที่ประเด็นที่ ๓ นะคะ เพื่อไม่ให้ เสียเวลา ซึ่งเกี่ยวกับการจัดทำความตกลงเสรีทางการค้ากับสหภาพยุโรปและการเข้าร่วม สมาชิกซีพีทีพีพี (CPTPP) ของประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่รองนายกรัฐมนตรีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ได้เคยประกาศไว้หลายครั้งค่ะ สำหรับการเจราจาจัดทำความตกลงกับ สหภาพยุโรปก็เป็นที่ทราบกันดีว่าถ้าไม่นับรวมประเทศอังกฤษมีสมาชิกในสหภาพยุโรปอยู่ ๑๔ ประเทศ ทำให้โดยรวมแล้วสหภาพยุโรปมีอำนาจในการต่อรองที่สูงมาก เมื่อเทียบกับ ประเทศไทยประเทศเดียว ประเทศไทยจะไปทำความตกลงเสรีทางการค้ากับสหภาพยุโรป อาจจะไม่มีพลังมากพอที่จะไปเจรจาเพื่อให้สินค้าไทยไม่เสียเปรียบได้ อย่างไรก็ดีค่ะดิฉัน ทราบว่าปัจจุบันอาเซียน (ASEAN) กำลังหารือกับสหภาพยุโรปเพื่อประเมินความเป็นไปได้ ในการเจรจาจัดทำความตกลงเสรีทางการค้าร่วมกัน ซึ่งแท้จริงแล้วไทยน่าจะใช้โอกาสนี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ครั้งนี้จับมือกันกับประเทศกลุ่มอาเซียน (ASEAN) เพื่อให้เรามีอำนาจในการต่อรองกับสหภาพยุโรปเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการลงทุน ที่น้อยลงด้วยค่ะ
สำหรับความตกลงซีพีทีพีพี (CPTPP) ทราบว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังศึกษา การเข้าร่วมซีพีทีพีพี (CPTPP) อยู่ ซึ่งซีพีทีพีพี (CPTPP) เป็นความตกลงที่มีมาตรฐานที่สูง มีสมาชิกมากกว่า ๑๑ ประเทศ แน่นอนว่าย่อมทำให้สหภาพยุโรปมีพลังต่อรองที่สูงกว่า ประเทศไทยแน่นอน แต่ถ้าเราดูในรายละเอียดจะเห็นว่าประเทศไทยมีเอฟทีเอ (FTA) หรือความตกลงการค้าเสรีกับประเทศสมาชิกซีพีทีพีพี (CPTPP) แล้วถึง ๘ ประเทศค่ะ โดย ๗ ประเทศในนั้นได้แก่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบรูไน ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศญี่ปุ่น เป็นสมาชิก อาร์เซ็ป (RCEP) อยู่แล้วค่ะ ประเทศที่ ๘ คือประเทศชิลี ประเทศไทยก็มีความตกลงเอฟทีเอ (FTA) ๒ ประเทศ กับประเทศชิลีอยู่แล้ว ส่วนประเทศที่ ๙ คือประเทศเปรู ประเทศไทย ก็มีความตกลงเอฟทีเอ (FTA) ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เออร์ลี ฮาร์เวสต์ (Early Harvest) ซึ่งเป็น ความตกลงเอฟทีเอ (FTA) ที่จะเปิดเสรีเฉพาะสินค้าที่จำเป็นเท่านั้น และปัจจุบัน ประเทศไทยก็ได้ดุลการค้ากับประเทศเปรูอยู่ ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าประเทศไทยมีเอฟทีเอ (FTA) กับประเทศสมาชิกซีพีทีพีพี (CPTPP) ทั้งหมดแล้ว ๙ ประเทศจากทั้งหมด ๑๑ ประเทศ ก็จะเหลือเพียงแค่ ๒ ประเทศ คือประเทศแคนาดา และประเทศเม็กซิโก ที่ประเทศไทยยังไม่มีความตกลงเสรีทางการค้าด้วย แต่ปรากฏว่าสำหรับประเทศแคนาดา ขณะนี้อาเซียน (ASEAN) กำลังหารือแนวทางในการทำเอฟทีเอ (FTA) กับประเทศแคนาดาอยู่ ซึ่งประเทศไทยก็น่าจะใช้ศักยภาพภายใต้เวทีอาเซียนซัมมิต (ASEAN Summit) ครั้งนี้ในการ ผลักดันให้มีมติจากผู้นำเพื่อเร่งการเจรจาความตกลงอาเซียน (ASEAN) กับประเทศแคนาดา ให้คืบหน้า แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไทยกลับไปลงทุนอย่างมหาศาลกับซีพีทีพีพี (CPTPP) ซึ่งเท่ากับว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่อจะเปิดตลาดกับประเทศเม็กซิโกเพียงแค่ ประเทศเดียว ประเทศไทยน่าจะใช้ประโยชน์จากการเป็นกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ในการเจรจาซึ่งจะเกิดอำนาจต่อรองมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ จากกรณีแผนงาน การจัดทำความตกลงกับสหภาพยุโรปและการเข้าร่วมซีพีทีพีพี (CPTPP) ของประเทศไทย เป็นที่มาของคำถามสุดท้ายค่ะ คำถามคือแทนที่ประเทศไทยจะเจรจาแบบโดดเดี่ยว ประเทศเดียว ทำไมรัฐบาลไทยไม่คิดในเชิงยุทธศาสตร์ใช้โอกาสในการประชุมสุดยอด อาเซียน (ASEAN) ในครั้งนี้อย่างคุ้มค่าในการหาแนวร่วมหรือผลักดันให้มีมติจากผู้นำ อาเซียน (ASEAN) ให้เร่งการเจรจาระหว่างอาเซียน (ASEAN) กับสหภาพยุโรป และอาเซียน (ASEAN) กับประเทศแคนาดา ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีอำนาจต่อรองที่มากกว่า และไม่ต้อง ลงทุนอย่างมหาศาล ท่านประธานที่เคารพคะ เป็นที่น่าเสียดายว่ารัฐบาลที่ขาดวิสัยทัศน์ ขาดการยอมรับจากนานาประเทศทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ครั้งที่ ๓๕ ในครั้งนี้มีผลการประชุมโดยภาพรวมที่ถือว่าไม่คุ้มค่า ไม่มียุทธศาสตร์ และล้มเหลว ในการเป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ในครั้งนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรัฐมนตรีเวลา ของท่านที่จริงหมดไปแล้วนะครับ แต่ว่าโดยที่กระทู้นี้มี ๒ กระทู้นะครับ เพราะฉะนั้น ก็อนุโลมให้ท่านใช้เวลาต่อไปนี้ก็ตามสมควรครับ เชิญเลยครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน อย่างไวนะครับ เพราะว่าเวลาได้เดินไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อียู (EU) หรือทางซีพีทีพีพี (CPTPP) ทุกอย่างเดินอยู่ โดยเฉพาะอียู (EU) หลังจากที่อียู (EU) ได้ออกประกาศมาว่าผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว อะไรแล้วทุกอย่างจะเดิน เรื่องนี้คงไม่มีปัญหา แต่ว่าท่านจะไปชวนให้อาเซียน (ASEAN) คุยกับอียู (EU) แต่ละประเทศอาเซียน (ASEAN) เขาก็มีความตกลงเช่นนี้กับอียู (EU) ไปแล้ว เรากับอียู (EU) ก็ค้างคาเรื่องนี้อยู่ มันก็เป็นเรื่อง ของการคุยกันต่อสำหรับทางด้านของซีพีทีพีพี (CPTPP) ว่าไปแล้ว ประเทศไทยอยู่ในจุดเริ่มต้นตั้งแต่แรก ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๙ ทางประเทศสหรัฐอเมริกา ชวนหลาย ๆ ประเทศก็ชวน แต่ว่าทางรัฐบาลในยุคนั้นยังไม่พร้อมก็เลยทิ้ง ๆ กันไว้ แม้ว่าจะเกริ่นกับเพราะว่าเราอยากเป็นผู้สังเกตการณ์ไปก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ ที่มีการคุยกับนายชินโซ อาเบะ ก็ดี เพราะขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ เป็นผู้เสมือนหนึ่งเป็นโต้โผของเรื่องซีพีทีพีพี (CPTPP) ก็เชิญประเทศไทย อย่างน้อยที่สุด ก็ประมาณ ๔-๕ ครั้ง ไม่นับทางระดับรัฐมนตรีก็เชิญชวนประมาณ ๓-๔ ครั้ง ก็คงจะเดิน ไปตามนั้นนะครับว่าเราก็จะเจรจาคุยกัน แต่ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของอาเซียน (ASEAN) จะเข้ามาเพราะว่าอาเซียนหลายประเทศก็อยู่ในซีพีทีพีพี (CPTPP) อยู่แล้ว ส่วนอาเซียน อีกหลายประเทศที่ไม่ได้อยู่เขาก็ไม่ได้สนใจแล้วยังไม่/พร้อม แต่การที่เราจะเข้าไป ณ วันนี้ เพราะว่าเหลือแค่ประเทศแคนาดาหรือประเทศเม็กซิโกในขณะที่ประเทศอื่น ๆ เรามี ไบแลเทอรอล (Bilateral) ของเราอยู่แล้วก็ตาม แต่เราต้องมองไปข้างหน้าว่าในที่สุดแล้ว สักวันหนึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาจะกลับมา เพราะฉะนั้นถ้าคุยกันไว้วันนี้มันก็ถือว่า เป็นการเตรียมตัวเองที่เหมาะสมเพียงพอ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าทุกประเทศ ที่มาลากลับไปเมื่อวันที่ ๔ เมื่อวันที่ ๕ เมื่อวานนี้เป็นประเทศจีนมาไบแลเทอรอล (Bilateral) ทุกประเทศที่มาลาในระดับรัฐมนตรีหรือระดับนายกรัฐมนตรีทุกคนขอบคุณประเทศไทย ในทุกแง่มุมของการจัด การบริหารจัดการ การดูแลคณะของเขาทุกด้าน หลายประเทศ พูดถึงเรื่องของสารัตถะขอบคุณเป็นพิเศษ ที่ขอบคุณอย่างมากก็คือเรื่องของอาร์เซ็ป (RCEP) ซึ่งหลาย ๆ ท่าน ณ ที่นี้อาจจะไม่ได้รับทราบเช่นนั้นนะครับ เพราะว่าข่าวคราว ก็ออกไปในกระแสต่าง ๆ ในลักษณะต่าง ๆ แต่คำพูดที่ออกมาจากปากผู้นำที่มีถึงประธาน ที่ผมยืนและได้ยินอยู่มันออกมาเป็นเช่นนั้นทุกคนนะครับ รวมไปถึงคนสุดท้ายเมื่อวันที่ ๕ ก็คือท่านหลี่ เค่อเฉียง แม้จะเป็นไบแลเทอรอล (Bilateral) แต่ก็จะย้อนกลับไปพูดถึง เรื่องของการประชุมซัมมิต (Summit) แล้วก็ขอบคุณว่าเป็นเจ้าภาพที่ดีมาก ทุกอย่างเรียบร้อย แล้วก็เขาเองมีความพอใจอย่างมาก ผมก็เลยขอเกริ่นว่าในระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทุกคนที่มาลาผมก็ขอบคุณเช่นเดียวกัน ประเทศเวียดนามซึ่งรับช่วงต่อเขาบอกว่าประเทศไทยทำให้เขาลำบากใจ เพราะเขาจะ ไม่สามารถจัดการประชุมได้แบบนี้นะครับ อันนี้ประเทศเวียดนามพูดเสร็จแล้วหันไปบอก ประเทศฟิลิปปินส์แล้วหันไปบอกประเทศมาเลเซีย แล้วหลายคนก็บอกว่าประเทศไทยทำให้ มาตรฐานของการจัดประชุมอาเซียน ซัมมิต (ASEAN Summit) มันคลอนแคลนไป เพราะว่า มันทำให้เขามีความลำบากใจที่จะจัดให้มันทัดเทียมหรือลักษณะคล้ายคลึง ก็อยากจะใช้ คำพูดของบรรดาผู้มาเยือน แล้วในระดับผู้นำเป็นคำตอบให้กับท่านขอบคุณครับ
ก็ขอบคุณท่านผู้ถาม และท่านรัฐมนตรีครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาก็จบ ก็อยู่ในเวลา ยกเว้นรัฐมนตรีที่เกินเวลาไปหน่อย
ต่อไปขออนุญาตเรียนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งว่าจะให้จบกระทู้แล้วหลังจากนั้น เมื่อประธานถึงวาระแจ้งต่อที่ประชุมนั้นก็จะได้เชิญสมาชิกเข้ามาพร้อมเพรียงเพื่อรับทราบ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าประกาศกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง ประจำปี ๒๕๖๒ ต่อไป ผมขอเชิญวาระกระทู้ถามทั่วไป
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถามทั่วไปที่ ๐๗๐ เรื่อง การจัดเก็บรายได้และการใช้ จ่ายเงินรายได้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ถามกระทู้ถามทั่วไป เรื่อง การจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายเงินรายได้ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ด้วยเหตุที่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกรมที่รวบรวมแหล่งที่มี ความสวยงามทางธรรมชาติ ตั้งแต่ยอดภูเขา แม่น้ำ ชายทะเล จนถึงเกาะแก่งกลางทะเล สิ่งเหล่านี้จึงมาเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เรามีรายได้ จากการท่องเที่ยวและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเงิน ให้กับประเทศปีละไม่น้อย ที่ผมตั้งกระทู้ถามเพราะว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับงบประมาณปีหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่ายังมีเงินนอกงบประมาณอยู่ จำนวนหนึ่ง ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ จนถึง ปี ๒๕๖๑ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานได้เป็น จำนวนเท่าไร นำไปใช้ทำอะไรบ้าง มีเกณฑ์สำหรับการนำไปใช้อย่างไร มีใครเป็นผู้รับผิดชอบ ประเมินการใช้งบประมาณที่เป็นเงินนอกงบประมาณก้อนนี้ครับ ขออนุญาตถามเป็น คำถามแรกครับ
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเกียรติจากท่านสมาชิก ท่านนริศ ขำนุรักษ์ เมื่อสักครู่ก็ได้รับเกียรติไปรอบหนึ่งแล้วจากกระทู้ถามเฉพาะนะครับ คราวนี้มากระทู้ทั่วไปกันในห้องนี้อีก ด้วยความยินดีนะครับ ในส่วนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปี ๒๕๖๑ จากข้อมูลที่ผมได้รับรายงาน ในปี ๒๕๕๗ นั้น เก็บรายได้ได้ ๖๙๖ ล้านบาทจากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑๑.๙๕ ล้านคน ในปี ๒๕๕๘ เก็บรายได้ได้ ๘๙๖ ล้านบาทจากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑๒.๙ ล้านคน ในปี ๒๕๕๙ เก็บรายได้ได้ ๑,๙๘๐ ล้านบาทจากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑๖.๙ ล้านคน เกือบ ๑๗ ล้านคน ปี ๒๕๖๐ เก็บรายได้ได้ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาทจากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑๘.๗ ล้านคน และในปี ๒๕๖๑ เก็บรายได้ได้ ๒,๗๐๘ ล้านบาทจากจำนวนนักท่องเที่ยว ๒๑.๘ ล้านคน จากจำนวนรายได้ ที่ได้ในแต่ละปีนั้น ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าเพื่อเป็นการ ดำเนินการตามปฏิรูปอุทยานแห่งชาติ ในระยะ ๒๐ ปี ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือการคุ้มครอง และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศน์ภายในอุทยาน ยุทธศาสตร์ที่ ๒ จะว่าด้วยการดูแลรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ จะเป็นการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และยุทธศาสตร์ที่ ๕ จะเป็น การส่งเสริมการบริหารจัดการตามแนวทางของประชารัฐ โดยที่ปี ๒๕๕๗ ขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่ามีรายจ่ายจำนวน ๖๗๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๘ มีรายจ่าย ๗๒๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ มีรายจ่าย ๔๙๔ ล้านบาท ปี ๒๕๖๐ มีรายจ่าย ๑,๕๕๗ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๑ มีรายจ่าย ๒,๐๖๗ ล้านบาท รายจ่ายต่าง ๆ ขออนุญาต เรียนว่าได้มีการจัดสรรให้กับ อบต. ร้อยละ ๕ ได้มีการคืนให้กับอุทยานแห่งชาติแต่ละที่ ที่ละ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อเป็นการบริหารจัดการแบบฉุกเฉินแล้วก็เป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะ ในการบริการนักท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ มีการจ้างเหมาพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการอุทยานในฤดูกาลท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งการบริหารจัดการ ทำความสะอาดบ้านพัก แล้วก็บำรุงรักษาสถานที่ให้ยังคงอยู่สภาพดี รวมไปถึงการขยาย เขตไฟฟ้า ระบบส่งน้ำและการกระจายน้ำ แล้วก็ระบบประปาภูเขา มีการประชุม ของคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ มีการก่อสร้างที่ทำการ รวมทั้งหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติ ห้องน้ำ บ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งบ้านพักของเจ้าหน้าที่ โรงซักรีด หอพักน้ำ โรงสร้างเก็บพัสดุ เป็นต้น รวมถึงซ่อมแซมที่ทำการอุทยานต่าง ๆ ที่ยังมีอยู่ใน ปัจจุบันที่เรียกว่าชำรุดทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา เป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ บ้านพักของ นักท่องเที่ยว เป็นต้น มีการจัดซื้อรถกระบะกู้ชีพฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ตรวจการ รถจักรยานยนต์ แล้วก็ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหลายในการดูแลบ้านพักของเจ้าหน้าที่อุทยาน รวมถึง การสนับสนุนการตรวจตระเวนพื้นที่อุทยานแห่งชาติตามมาตรฐานแล้วก็ระบบลาดตระเวน เชิงคุณภาพหรือสมาร์ต พาโทรล (Smart Patrol) มีการสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ภายในเขตอุทยาน มีการก่อสร้างแล้วก็ซ่อมแซม ถนนต่าง ๆ แล้วก็พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในแหล่งอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ รวมทั้ง การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ไม่ว่าจะเป็นผ้าปู หมอน ปลอกหมอนต่าง ๆ เพื่อที่จะบริการให้กับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงการจ้างนักเรียน นักศึกษาช่วยปฏิบัติการเพิ่มเติม แล้วก็จะมีการพัฒนาบุคลากร ด้านอุทยานแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้ แล้วก็จัดอบรมบำรุงรักษา อุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ในเบื้องต้นก็เรื่องรายจ่ายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และรายรับในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก เบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านนริศมีสิทธิซักถาม ได้อีก ๑ ครั้งครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุงนะครับ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบว่า เงินรายได้อุทยานประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงิน ไม่น้อยเลยนะครับถ้าเปรียบเทียบกับหลายหน่วยงานที่เข้ามารายงานต่อสภา ไม่ว่าจะเป็น สตส. ไม่ว่าจะเป็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ใช้งบประมาณประมาณนี้ แต่ว่าหน่วยงานเหล่านี้ รวมทั้งกองทุนสิ่งแวดล้อมด้วย ต้องผ่านสภา ผ่านการตรวจสอบจากพวกเรา บางหน่วยงาน เราใช้เวลาวันหรือสองวันที่จะตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณก้อน ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่สำหรับเงินค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติไม่ได้มีการตรวจสอบ จากบุคคลภายนอกเลย กรรมการก็ภายใน การประเมินก็อยู่ในวงจำกัด ผมจึงขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าปรากฏการณ์ดังต่อไปนี้ที่ผมเสนอผ่านสไลด์ (Slide) เป็นคำถามที่ ๒ ว่าท่านคิดเห็นอย่างไรและจะดำเนินการอย่างไร
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ขอสไลด์ (Slide) แรกนะครับ สไลด์ (Slide) แรก ผมยกตัวอย่างเพียงแต่อุทยานเดียวครับ อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี รายได้เมื่อปี ๒๕๕๘ คนเที่ยวอุทยาน ๕,๕๐๐,๐๐๐ คน รายได้ ๘๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๙ คนเที่ยวเข้าไปในพื้นที่อุทยาน ๕,๘๐๐,๐๐๐ คน ต่างกันนิดเดียวครับ ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นเป็น ๕๖๑ ล้านบาท คือเพิ่มขึ้น ๔๗๖ ล้านบาท คำถามของผม ก็คือในปี ๒๕๕๘ คนไปเที่ยวในจังหวัดกระบี่แตกต่างกันนิดเดียว แต่ว่าเก็บเงินค่าธรรมเนียม อุทยานต่างกันเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๙ ขออนุญาตชื่นชมหัวหน้าอุทยานในปีนั้น แต่ว่าในปี ๒๕๕๘ ผมว่าเงิน ๔๗๖ ล้านบาท หายไปครับท่านประธานครับ เพราะตัวเลข นักท่องเที่ยวเท่ากัน อัตราการจัดเก็บเท่ากัน แต่ทำไมตัวเลขจัดเก็บได้ต่างกันร่วม ๕๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีคิดเห็นอย่างไรและดำเนินการอย่างไร ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ สไลด์ (Slide) นี้เช่นกันครับ ตัวเลขของการจัดเก็บรายได้อุทยานที่อยู่ใกล้เคียงกัน บางอุทยานตัวเลขนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกันมาก แต่ว่าบางอุทยานเพิ่มขึ้นถึง ๓๘๑ ล้านบาท บางอุทยานเพิ่มขึ้น ๑๔๗ ล้านบาท แล้วก็บางอุทยานลดลง ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมี คนทำเงินส่วนนี้หล่นหาย ไม่รู้ไปหล่นหายตรงไหน ไม่รู้ไปหล่นหายอยู่ในกระเป๋าใคร แต่ว่าหล่นหายแน่นอน เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวเท่าเดิม ใกล้เคียงกับเดิม แต่รายได้ ต่างจากเดิม ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ สไลด์ (Slide) นี้เป็นรายงาน ขออนุญาตไม่ชัดนะครับ แต่ผมจะอ่าน เป็นรายงานการประชุมผู้ประกอบการ เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีผู้ประกอบการท่านหนึ่งได้กล่าวในที่ประชุมว่า ปัจจุบันการจัดเก็บบริการค่าอุทยานแห่งชาติตามประกาศกรมอุทยานเก็บค่าบริการผู้ใหญ่ ชาวต่างประเทศ ๔๐๐ บาท แต่ผู้ประกอบการจ่ายแบบเหมาจ่ายหัวละ ๑๕๐ บาท และไม่ได้รับตั๋วเข้าอุทยานแห่งชาติ อีกซีกหนึ่งมีผู้เข้าประชุมกล่าวว่าจำนวนเต็นท์ที่จอง ๔๐ หลังเต็ม แต่ไปในพื้นที่มีเต็นท์ เป็นร้อยกางอยู่ ตรงนี้น่าจะมีการทุจริต น่าจะมีการทำเงินของกรมอุทยานหล่นหาย ผมจึงถามรัฐมนตรีว่าท่านคิดเห็นประการใด และกราบเรียนท่านประธานครับ สไลด์ (Slide) สุดท้าย ป.ป.ช. ได้มีถ้อยแถลงเมื่อวันที่ ๒ เมษายนที่ผ่านมาว่าเพื่อป้องกันการทุจริต ในอุทยานแห่งชาติขอให้ อี-ทิกเก็ต (E-Ticket) ให้ซื้อขายแบบออนไลน์ (Online) ๒. ให้จัดทำระบบแบบเรียลไทม์ (Real time) คือเข้าไปแล้วก็รู้เลยว่าวันนี้ ชั่วโมงนี้เงินเข้า อุทยานเท่าไร ๓. อนุมัติใช้เงินก้อนนี้ให้มีองค์ประกอบจากบุคคลภายนอกและให้มี ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ประเมิน นี่คือข้อเสนอของ ป.ป.ช. ผมจึงขออนุญาตสอบถามปรากฏการณ์นี้ว่า ท่านได้ดำเนินการต่อข้อเสนอนี้ไปอย่างไร รวมทั้งปรากฏการณ์ที่อยู่บนสไลด์ (Slide) ผมว่า มีเงินหายไปอย่างน้อยที่สุดอุทยานเดียวเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท เพราะคนเที่ยวอุทยานเท่าเดิม และเงินขาดหายไปถึง ๕๐๐ ล้านบาท เป็นคำถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ถือว่าอุทยานแห่งชาติทั้งหลายและประเทศไทยเราโชคดีมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็เป็นหูเป็นตาให้กับพวกเรา ย้อนหลังกลับไปเมื่อช่วงปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ดูตัวเลขเมื่อสักครู่ผมเองตอนนั้นเรียนตรง ๆ ว่ายังตกงานอยู่เลย พวกเรายังตกงานกันอยู่ ดูตัวเลขแล้วก็ต้องขอชื่นชมผู้บริหารของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วก็กรมอุทยานในขณะนั้นที่สามารถทำรายได้ เพิ่มขึ้นมา ผมเห็นด้วยกับเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกพูดประเด็นที่เป็นข้อเสนอของ ป.ป.ช. ไม่ว่า จะเป็นเรื่องอี-ทิกเก็ต (E-Ticket) ผมเองได้หารือกับทางกรมและทางกระทรวง การที่จะ จัดเก็บระบบอี-ทิกเก็ต (E-Ticket) นั้นไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านแอป (App) ของทางกรม มีการชำระเงินเป็นเอกสารออกมา ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จหรือจะเป็น คิวอาร์ โค้ด (QR Code) เสร็จแล้วนำหลักฐานนั้น พอถึงเวลาเข้าที่อุทยานก็จะได้มีการแสดงหลักฐานให้เห็น กับเจ้าหน้าที่ว่าได้มีการชำระเงินเรียบร้อยแล้วจะเป็นการซื้อผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางหนึ่ง จริง ๆ แล้วใจผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า แล้วความเห็นของ ป.ป.ช. ก็คือการจัดเก็บตั๋วถ้าหากใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เทิร์นคีย์ (Turnkey) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ คือจัดเหมาให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง รับผิดชอบในการที่จะดูแลทั้งระบบจะเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพแล้วก็มีประสิทธิผลมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขและตัวบทกฎหมายของกรมอุทยานนั้นยังไม่เอื้อให้ทำระบบดังกล่าว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นวันนี้สิ่งที่ผมได้กำชับทางกรมในเบื้องต้นก่อนตั้งแต่เข้ามาทำงานช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา ได้กำชับให้ดำเนินการตามมติเบื้องต้นก่อนของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ต้นปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตที่ทาง ป.ป.ช. เสนอมา ได้มีการจัดพัฒนาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นคณะกรรมการพิจารณากฎหมายที่จะแก้ไข ข้อบังคับเพื่อที่จะเอื้อให้ทางกรมอุทยานนั้น ไม่ว่าจะสามารถเก็บรายได้ด้วยตัวเอง หรือจะเทิร์นคีย์ (Turnkey) ให้กับภาคเอกชนหรือคนอื่นนั้นเข้ามาทำงานเพื่อให้ได้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการตรวจสอบเปลี่ยนแปลงเงินรายได้ของกรมอุทยานอย่างเข้มงวด ในทุก ๆ ที่ถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลง ทุกเดือนแต่ละเดือนนั้นถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลง อย่างผิดปกติก็จะต้องให้รายงานกับผู้บังคับบัญชาโดยเร่งด่วน และที่สำคัญได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการตามที่ ป.ป.ช. ได้เสนอเมื่อสักครู่เป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทั้งในส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาคโดยมีการเชิญบุคคลจากภายนอกองค์กรเข้ามาตรวจสอบติดตามการเก็บ เงินรายได้และให้มีการรายงานทุก ๆ ๓ เดือน ๖ เดือน แล้วก็ ๑๒ เดือนในรอบปีเพื่อเป็นการรายงานรายได้ในทุก ๆ ไตรมาส ในขณะนี้กำลังจัดทำ ระบบการมอนิเตอร์ (Monitor) นักท่องเที่ยวแบบเรียล ไทม์ (Real time) แบบที่ทาง ป.ป.ช. ได้เสนอขึ้นมา รวมทั้งให้มีการจัดทำข้อมูลขีดความสามารถหรือว่าแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ซึ่งเมื่อสักครู่นั้นท่านสมาชิกได้กล่าวว่า ๔๐ คน ๔๐ เต็นท์เต็ม แต่พอเข้าไปดูแล้วมี ๑๐๐ เต็นท์ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วนะครับที่อุทยานแต่ละจุดนั้นจะต้องมี การกำหนดแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) หรือที่เรียกว่าเป็นขีดความสามารถ ในการรองรับได้ของแต่ละอุทยานแห่งชาติ เพราะว่าอย่างเช่นล่าสุดที่ถ้ำหลวงเปิดแล้ว นักท่องเที่ยวกรูเข้าไปมากมาย ผมเชื่อว่าเวลาเราไปดูถ้ำหลวงเราก็อยากจะดูถ้ำ เวลาเราไปดู ทะเลแหวกก็อยากจะดูทะเลแหวก ไม่ได้อยากจะไปดูคนแหวก ไม่ได้อยากจะไปดูคนในถ้ำ ดังนั้นจุดอิ่มตัวหรือแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งนั้น ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะมิฉะนั้นแล้วสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างที่ผ่านมา ถูกทำลายไป ไม่ว่าจะเป็นยกตัวอย่างอ่าวมาหยา เปิดไปแล้วนักท่องเที่ยวมามากมาย พอมีภาพยนตร์มาถ่ายทำ คนมาท่องเที่ยวจนสิ่งแวดล้อมนั้นทรุดโทรมไป เราต้องปิด อ่าวมาหยามาจนถึงทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ดังนั้นจำนวนคนที่เข้าใน อุทยานแห่งชาติแต่ละที่จะต้องได้รับการมอนิเตอร์ (Monitor) รายได้จะต้องผ่าน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในขณะนี้ทางกรมกำลังดำเนินการอยู่ รวมทั้งมีการประสานงาน อันนั้นในส่วนของทางบก ในทางน้ำนั้นเราจะมีการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำพัฒนาระบบติดตามเรือเป็นวีฮิเคิล โพซิชันนิง ซิสเต็ม (Vehicle Positioning System) ดำเนินการในการเข้ามาในโซน (Zone) ของอุทยานแห่งชาติ พร้อมทั้ง ให้มีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในเรือแต่ละลำ ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการจัดเก็บเงินรายได้ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับว่า ตัวผมเองโดยส่วนตัวแล้วปริมาณเงินในแต่ละปีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เก็บได้นั้นผมไม่ถือว่าเป็นตัวชี้วัด การที่ได้เงินเข้ามามาก โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อว่า เป็นการแสดงว่าเป็นสิ่งที่ดีกับอุทยานเรา เงินมากแปลว่าคนเข้ามามาก คนเข้ามามาก สิ่งที่ตามมาจะเป็นขยะ จะเป็นความเสื่อมโทรมของอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ดังนั้นในวันนี้ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่ารายได้ของอุทยานก็คือตัวชี้วัดนั้นไม่ใช่รายได้อย่างเดียว แต่เป็นความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพของอุทยานแต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติทางบก ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ทั้งหลาย ความอุดมสมบูรณ์ของแต่ละอุทยานนั้นเมื่อตอนจบของแต่ฤดูท่องเที่ยวแล้ว มีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด เพราะว่าความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้นไม่สามารถที่จะซื้อ กลับมาได้ด้วยเงินไม่ว่าจะกี่พันล้านบาทก็ตามนะครับ ดังนั้นวันนี้ต้องขอขอบคุณ ทางท่านสมาชิกผ่านท่านประธานที่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเงินแต่ละบาท ผมเองให้ความสำคัญไม่แพ้กัน แล้วก็จะคอยดูแลการบริหารจัดการเงินรายได้ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแต่ละบาท แต่ละเม็ดเงินนั้นกว่าจะได้มานั้น ยากลำบากเหลือเกิน ดังนั้นเราจะต้องใช้ให้มีค่า ต้องขอขอบคุณที่ท่านแสดงความเป็นห่วง แล้วก็ที่สำคัญเราจะต้องคอยดูแลจำนวนนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านผู้ถาม ท่านนริศมีอะไรติดใจครับ
เข้าใจว่าผมมีเวลาเหลือนิดเดียว แต่ไม่เป็น คำถามครับ
ถามได้ ๒ ครั้ง เว้นแต่ คำตอบนั้นมีปัญหาต่อเนื่องครับ
ผมขออนุญาตต่อเนื่องสักเล็กน้อยเท่านั้นเอง ครับว่ากระทู้วันนี้เจตนารมณ์ผมหวังว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป หวังว่าอุทยานจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามเป็นสมบัติของประเทศชาติต่อไป หวังว่าอุทยานจะเป็นแหล่งที่หาประโยชน์ ให้กับบ้านเมืองไม่ใช่เป็นที่แหล่งหาประโยชน์ให้กับใคร ผมหวังว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอของ ป.ป.ช. และการอภิปรายของผมวันนี้ หากมีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบอยู่บ้างก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการส่งเรื่องดังกล่าวไป ป.ป.ช. ป.ป.ท. หรือ สตง. แล้วแต่กรณี ผมคิดว่าเงินก้อนนี้ใหญ่มากพอที่จะเป็นกองทุนใหม่ สักกองทุนให้สภาได้มีโอกาสตรวจสอบ และสำคัญ ผมได้ทำหน้าที่วันนี้ตามรับสั่งของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๙ ที่รับสั่งไว้ว่าป่าจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อข้าราชการไม่เห็นแก่เงิน ไม่เห็นแก่ประโยชน์ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องตอบ ฝากไปครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๓ เรื่อง นโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ค่ะ วันนี้ดิฉัน มี ๒ คำถามจะถามท่านรัฐมนตรี และขอให้ท่านรัฐมนตรีตั้งใจตอบคำถาม ๒ คำถามของ ดิฉันให้ดีที่สุด เพราะ ๒ คำถามนี้จะส่งผลต่อนักเรียนที่อาจหลุดออกนอกระบบการศึกษา จำนวน ๒ ล้านคนในประเทศไทย และยังต้องตอบคำถามเด็กที่ได้หลุดออกนอกระบบ การศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คนในประเทศไทย ถ้าดิฉันกล่าวถึงกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาดิฉันมั่นใจว่า ๘๐–๙๐ เปอร์เซ็นต์ในห้องนี้เพิ่งเคยได้ยินชื่อ กองทุนนี้เมื่อครั้งที่กองทุนนี้ต้องเข้ามารายงานต่อสภาแห่งนี้ กองทุนนี้ทำงานกับเด็ก ที่ยากจน เด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบโรงเรียน ถ้าทุกท่านยังนึกภาพไม่ออก ดิฉันขอให้นึกถึงเด็กหญิงวัลลี ๔๐ ปีที่แล้วเรามีเด็กหญิงวัลลีที่ต้องดูแลแม่ที่ป่วย ดูแลยายตาบอด ทุกครั้ง ทุกพักกลางวันต้องกลับบ้านมาดูแลผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้าน คุณแม่ในบ้านของตัวเอง ทำให้ตัวเองไม่สามารถไปโรงเรียนได้อย่างเต็มที่ ๔๐ ปีผ่านไปเราหมุนเวลาเรามาเนิ่นนาน แต่เด็กหญิงวัลลียังมีอยู่จริงในประเทศไทย เรามีเด็กยากจนจำนวนมากที่อาจเข้าไม่ถึง การศึกษาที่อาจไปโรงเรียนไม่ได้ และเหตุที่ดิฉันจะต้องตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีในวันนี้นะคะ มีปัญหาเกี่ยวกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ดังต่อไปนี้ ดิฉันขออนุญาตไล่เลียงถึงภูมิหลังของกองทุนนี้ ตอนแรกกองทุนนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อจะ ขอเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อมาดูแลเด็กที่ยากจน เด็กที่ยังไปโรงเรียนไม่ได้ เงินจำนวนนั้นคือเงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ แต่ สนช. ก็ไม่อนุมัติ เงินจำนวนนี้ ที่กองทุนได้มาคือทุนประเดิม ๗๐๐ ล้านบาท แล้วก็ค่อย ๆ ขึ้นมาเป็น ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท และขึ้นมาเป็น ๒,๕๓๗ ล้านบาท นอกจากนั้นในส่วนของปีปัจจุบัน ดิฉันของไล่เลียงไทม์ไลน์ (Time line) ให้ทุก ๆ ท่าน ท่านผู้ทรงเกียรติแล้วก็ท่านรัฐมนตรี รวมถึงท่านประธานได้ทราบถึงการของบประมาณเพื่อดูแลเด็กกลุ่มนี้ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๑ กสศ. ได้ของบไปทั้งหมด ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๘ มกราคม ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรีอนุมัติ งบประมาณทั้งหมด ๕,๔๙๖ ล้านบาท ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่เพิ่งเข้าวาระ ๑ ในสภาของเราไป กสศ. ได้รับเงินเพื่อมาอุดหนุนการทำงานของกองทุนตัวเอง ๓,๘๕๘ ล้านบาท ท่านผู้ทรงเกียรติมองเห็นอะไรในไทม์ไลน์ (Time line) ที่ดิฉันได้เพิ่งกล่าวถึงไหมค่ะ จำนวนเงินที่ลดลงเรื่อย ๆ ตามมติของคณะรัฐมนตรีหมายความว่ากองทุนจะทำงานเพื่อดูแล เด็กยากจน เด็กกลุ่มที่จะไม่ได้ไปโรงเรียนได้อย่างยากลำบากมากขึ้น จากงบประมาณที่ขอไป ครั้งแรก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท จนกระทั่งถึงงบประมาณจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ๓,๘๕๘ ล้านบาท ส่วนนี้ทำให้กองทุนต้องทำงานอย่างจำกัดจำเขี่ย ต้องทำงาน อย่างกระเบียดกระเสียร ต้องทำงานโดยคัดกรองเด็กที่ยากจนแล้วยากจนอีก โดยแบ่งเด็ก ออกเป็น ๓ กลุ่ม เราต้องแบ่งเด็กยากจนออกเป็น ๓ กลุ่ม ไม่ใช่ว่าจนอย่างเดียวแล้วจะได้เงิน ตอนนี้มีตั้งแต่ใกล้จน ยากจนปานกลาง และยากจนพิเศษ แต่แน่นอนคำว่ายากจนเป็นคำ ที่ท่านอาจจะนึกไม่ออกว่าเวลาเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนมีสภาวะครอบครัวเป็นอย่างไร เกณฑ์ที่ กสศ. ใช้ในการจำแนกเด็กเหล่านี้มีความซ้ำซ้อนมาก เนื่องจากมีเงินจำนวนจำกัด เลยต้องให้เด็กกลุ่มที่มีความยากจนมาก ๆ ก่อน เช่น ที่บ้านไม่มีที่ดิน ที่บ้านมีผู้เฒ่าผู้แก่ มีผู้พิการที่จะต้องดูแล มีผู้สูงอายุอาจจะไม่มีส้วมที่ถูกสุขลักษณะที่บ้าน ไม่มีที่ดินทำกิน และอาจจะเข้าไม่ถึงแหล่งไฟฟ้า เหล่านี้เป็นเกณฑ์ที่ กสศ. ใช้วัดความยากจนของเด็ก ผ่านการเยี่ยมบ้านของคุณครูซึ่งจริง ๆ แล้วคุณครูก็ทำงานนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ กสศ. ใช้เทคโนโลยีที่เป็นแอปพลิเคชัน (Application) ของกองทุนให้คุณครูได้สามารถกรอก รายละเอียดและให้ข้อมูลเหล่านี้กับ กสศ. เพื่อนำไปอนุมัติเงินอุดหนุนเพิ่มเติม
คุณกุลธิดาครับ ไม่อยากจะไปติงเพื่อให้เสียสมาธินะครับ แต่ว่าโดยที่กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปราย เพราะฉะนั้นเมื่อเสนอแล้วก็ต้องถามเพื่อจะได้ตอบต่อไปครับ
ใกล้แล้วค่ะ ท่านประธาน ดิฉันมั่นใจว่าหลายคนยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องกองทุนนี้ จึงขอเพิ่มเติม ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนนี้ กระบวนการที่ดิฉันกล่าวถึงไปเด็กจะได้รับเงินเพิ่มเติมประมาณ ๒,๐๐๐–๓,๐๐๐ บาทต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่ได้มากอะไร แล้วก็ไม่ได้พอเพียง ต่อค่าใช้จ่ายรายจ่ายทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นค่าหนังสือหรือว่าค่าเดินทาง นั่นหมายความว่าเราอุดหนุนเงินไม่เพียงพอ แล้วด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณ เราก็ต้องทำแบบนี้ ผลที่ตามมาในภาพใหญ่
ต้องถามแล้วครับ
ใกล้แล้วค่ะท่านประธาน ภาพใหญ่เรามีเด็กเสี่ยงที่จะไม่ได้ไปโรงเรียน ๖.๗ แสนคน ประเมินเป็นความเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ประเทศไทย กสศ. ทำงาน ทั้งในระดับที่เป็นระดับโรงเรียน ระดับนักเรียนอุดหนุนตรง รวมถึงงานวิจัยต่าง ๆ ที่ทำกับเอ็มไอที (MIT) แล้วก็นักวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่งได้รับรางวัลโนเบล ประจำปี ๒๕๖๓ รวมถึงมีฐานข้อมูล บิ๊ก ดาต้า (Big data) ที่รวบรวมข้อมูลของเด็ก ๆ เหล่านี้ คำถามค่ะ
ต้องถามแล้วครับ
ดิฉันขอให้รัฐมนตรีแจก แจงเหตุผลโดยละเอียด รวมถึงเหตุที่มาจากผลการดำเนินงานของ กสศ. หรือตัวชี้วัดใดที่ทำ ให้ กสศ. ไม่ได้งบประมาณตามที่ได้ตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรกค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถาม เรื่องนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาผ่านกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของท่านกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ผมตอบให้ท่านกุลธิดาทราบในเรื่องของเหตุผล ที่มีการตัดงบประมาณของ กสศ. ตัวเลขที่พูดถึงเมื่อสักครู่พูดถึงตัวเลข ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปีเพื่อจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในเรื่องของโอกาสทางการศึกษา ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เราพูดถึงตัวเลข ๕ ปี ในปีแรกที่มีการจัดทำงบประมาณทางรัฐบาล จัดให้ ๗๐๐ ล้านบาทเป็นทุนประเดิม หลังจากนั้นก็ขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ ปีนี้ก็ ๓,๐๐๐ กว่าล้านสำหรับปี ๒๕๖๓ เหตุผลที่อาจจะต้องมีการพิจารณางบประมาณ นอกเหนือจากวินัยทางการเงิน การคลัง ที่ไม่สามารถเพิ่มงบประมาณขยายตัวเลข อย่างรวดเร็ว ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ยังไม่เห็นการแก้ไขปัญหาเลยก็เป็นเรื่องที่ทาง กระทรวงศึกษาธิการผ่านกองทุนได้มีการทำการประเมิน ตรวจสอบข้อมูลในเด็กและเยาวชน ต่าง ๆ ที่มีปัญหาเรื่องนี้ ผมเรียนให้ท่านสมาชิกทราบว่าในปีแรกที่มีผู้สมัคร ขอรับกองทุนนี้นะครับ ๒.๖ ล้านคนนี่ มีนักเรียนที่ไม่เข้าตามเกณฑ์ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าหากเราใส่งบประมาณเข้าไป ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง มันจะทำให้เราเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์และอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ ผมอยากให้ เรามีงบประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ ที่จะไปช่วยเด็กเหล่านี้ แต่ด้วยวินัย ทางการเงินการคลังนี่เราไม่สามารถทำได้ทันทีนะครับ ทางผู้เชี่ยวชาญก็บอกมาแล้วว่า ปัญหานี้ต่อให้ใส่เงินเข้าไปปีละ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องใช้เวลาถึง ๕ ปี ถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ ผมขออนุญาตโชว์สไลด์ (Slide) นิดหนึ่ง ท่านประธานครับได้ขออนุญาตท่านประธาน แล้วสิ่งที่ กสศ. ได้มีการสนับสนุนงบประมาณไปนี่ คือช่วยเด็กที่อยู่ในโซนสีแดงครับ เพิ่มเติม จากเงินที่ทาง สพฐ. ได้มีการจัดสรรงบประมาณให้แล้ว สพฐ. เองมีการจัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมให้เด็กกลุ่มนี้ในส่วนสีเหลืองครับ สิ่งที่ไม่สามารถทำได้ก็คือในโซนสีเขียว แต่อย่างที่ ผมเรียนให้ทราบครับ รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนของครอบครัวนี่ เริ่มขยับขึ้นเรื่อย ๆ ๑,๕๐๐ จนถึง ๒,๐๐๐ ผมไม่ได้บอกว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ทำให้ครอบครัวอยู่ได้ อย่างมีความสุขสบาย แต่ก็เป็นตัวเลขที่ดีกว่าสีแดงเยอะ ฉะนั้นเวลาเราดูแลพี่น้องประชาชน เราอยากดูทั้งกระบวนการครับ แต่ ณ ขณะนี้เราทำได้แค่สีแดงและสีเหลือง ก็ต้องมีการ จัดสรรงบประมาณของปีต่อ ๆ ไปนะครับ ผมก็ยังยืนยันว่าในปีต่อไปเราก็ไม่สามารถจัดสรร ได้ ๒๕,๐๐๐ ล้านต่อปีแน่นอน แต่ผมเชื่อว่าในการทำงาน ณ ปัจจุบันเราจะสามารถทำให้ การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ของกระทรวงศึกษาธิการผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาค มีประสิทธิภาพได้เป็นการร่วมกันทำงานระหว่างกองทุนกับ สพฐ. ฉะนั้นคำตอบชัดเจนครับ ก็คือพร้อมที่จะสนับสนุนแต่ยังไม่สามารถสนับสนุนได้อย่างที่ต้องการ เพราะเป็นจำนวนเงิน ที่มากและ ณ ขณะนี้เราคิดว่าในตัวอย่างที่เราได้ลองทำมีประสิทธิภาพพอสมควรที่จะทำให้ เราเดินก้าวไปจากโซนสีแดง สีเหลืองไปเป็นสีเขียวครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกกุลธิดา มีสิทธิถามได้อีกครั้งครับ เชิญนะครับ
เรียนท่านประธานค่ะ ท่านรัฐมนตรี ดิฉันยังยืนยันนะคะ ตัวเลข ๒๕,๐๐๐ ต่อปี เป็นตัวเลขตั้งต้นที่ กสศ.ได้ขอทาง สนช.เอาไว้นะคะ ตัวเลขที่ดิฉันถามเมื่อสักครู่ดิฉันยอมเสียคำถามของดิฉันและถาม ท่านรัฐมนตรีอีกรอบค่ะ ตัวเลขที่ดิฉันไล่ไทม์ไลน์ (Time line) มานะคะ ตั้งแต่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทจนกระทั่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ประจำปี ๒,๕๖๓ คือ ๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท คำถามคือ ทำไม กสศ. จึงไม่ได้งบตามเป้าทั้งที่ อัตราการเข้าเรียนของเด็ก ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจาก กสศ. ทั้งที่เงินนี้ยังไม่พอนะคะ เงินยังขาดอีกร้อยละ ๑๒ ถึงร้อยละ ๒๐ แต่เด็ก ๆ ก็สามารถไปโรงเรียนได้ถึงร้อยละ ๙๘ นั่นคือเกือบเต็ม นี่เป็นตัวชี้วัดที่แสดงว่าการอุดหนุนเงินตรงไปที่เด็ก ๆ ทำให้เด็ก ๆ สามารถ ไปโรงเรียนได้จริง เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญมาก ๆ นะคะ ดังนั้น คำถามที่ ๒ ของดิฉันคือ ในงบประมาณปี ๒๕๖๓ นี้ทำไมจึงมีการลดงบประมาณที่ขอไปนะคะ โดยงบประมาณ ที่ขอไปตั้งเป้าไว้จะดูแลเด็กประถมวัยซึ่งเราทุกคนรู้ดีว่าเด็กประถมวัยนะคะ เราลงทุน กับวัยนี้ไปจะได้รับผลตอบแทน ๗-๑๒ เท่าดิฉันขอถามคะว่าด้วยเหตุผลใด ด้วยการทำงาน ส่วนใด ด้วยตัวชี้วัดใดของ กสศ. ที่ทำให้ท่านไม่สามารถอนุมัติเงินตามที่ กสศ. ได้ขอเอาไว้ ในปีงบประมาณนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ
ผมตอบ ไปแล้วเมื่อสักครู่ ตอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ จากข้อมูลที่มีอยู่ในเบื้องต้นเรามีคนที่ขอรับทุน ๒.๖ ล้านคน มีนักเรียนที่ไม่สามารถเข้ารับทุนเพราะไม่ถูกต้องตามเกณฑ์ ๓๖ เปอร์เซ็นต์
-๔๐/๑ ฉะนั้นแสดงให้เห็นว่าความถูกต้องของข้อมูลก็เป็นเรื่องที่เราต้องกังวล ถ้าหากว่าเราไม่เอา ข้อมูลในอดีตมาดูว่าฐานข้อมูลที่มีอยู่มีความถูกต้องเท่าไร เราจะเป็นการใช้งบประมาณ อย่างไม่มีประสิทธิภาพและไม่ถูกต้อง
ส่วนที่ ๒ ในจำนวนเงินที่ขาดหายไป ไม่ได้หมายความว่า ทาง สพฐ. จะไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลเด็กกลุ่มนี้เลย มันมีโครงการต่าง ๆ มันมีการจัดสรร งบประมาณในส่วนอื่น ๆ ที่สามารถจะมาทดแทนเงินที่หายไปและทางกระทรวงศึกษาธิการเอง ได้ให้ความสำคัญ เรามีการจัดสรรงบประมาณ ตัดงบประมาณในส่วนของเราเองเพื่อทำให้ งบประมาณทุกภาคส่วน ทุกบาท ทุกสตางค์ของเรามีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และผมมั่นใจว่าตัวเลขที่เรามีอยู่ งบประมาณที่เรามีอยู่ในส่วนต่าง ๆ จะสามารถมาทดแทน ไม่ได้ครบทุกจำนวนของเงินที่ขาดหายไปสำหรับกองทุนเสมอภาค แต่สามารถมาทดแทนได้ ส่วนหนึ่งแน่นอนครับ คือเป็นงบประมาณจาก สพฐ. เอง เพื่อตอบโจทย์หรือปัญหาที่มีอยู่ ที่ทางกองทุนเสมอภาคไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ครับ
ขอบคุณท่านผู้ถาม และท่านรัฐมนตรีที่ได้ช่วยดูแลเรื่องเวลาด้วย ผมขออนุญาตผ่านไป
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๔ เรื่อง ให้ทบทวนแผนยุทธศาสตร์กระทรวง พลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๓ และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ ซึ่งปรับแผนใหม่เป็นแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ (นายบุญลือ ประเสริฐโสภา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้รับแจ้งภายในรัฐมนตรียังเดินทางมาไม่ถึง ผมขออนุญาตเจ้าของกระทู้ ท่านบุญลือ ครับ
เชิญผู้ถามกระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ ประกอบด้วย อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอบางแพ อำเภอโพธาราม ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลบ้านฆ้อง ตำบลดอนทราย พรรคภูมิใจไทย ต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ ของกระผม ซึ่งเป็นกระทู้ที่มีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชน ผมเองไม่แน่ใจว่าขณะนี้ ท่านรัฐมนตรี ท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางมา ถึงสภาแล้วหรือไม่
เราคงรอไม่ไหวหรอกครับ ผมขออนุญาตท่านบุญลือได้ไหมครับ ผมขอถ้าจะกรุณาเลื่อนกระทู้ไป ของท่านเลื่อนไป เพราะถ้ารอรัฐมนตรีก็จะต้องเสียเวลาครับ
เลื่อนไปเมื่อไรครับท่านประธานครับ
สัปดาห์หน้าครับ
สัปดาห์หน้า
ครับผม
ท่านประธานขอผมก็น้อมรับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน
ขอบพระคุณท่านบุญลือ
ได้ครับ
ขอบพระคุณครับ จบกระทู้นะครับ ก็ขออภัยท่านบุญลือที่ท่านรัฐมนตรีมาไม่ทันแล้วก็ทำให้ต้องเลื่อนไปครับ
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ
๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๑ เรื่อง การดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืน ป่า (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
กระทู้ถามแยกเฉพาะ
เรียนที่ประชุม ด้วยเหตุที่ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยในหมวด ๘ เกี่ยวกับกระทู้ถามข้อบังคับได้กำหนดเพิ่มเติมขึ้นใหม่ ในส่วนที่ ๔ ให้มีกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ กำหนดว่า เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ กระทู้ถามให้ประธานสั่งให้ดำเนินการถามและตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในห้องกระทู้ถาม ซึ่งประธานสภาได้กำหนดให้ใช้ห้องประชุม ๒๐๓ ปัจจุบันนี้ใช้ห้องนี้ไปก่อนเป็นห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้มีกระทู้ถาม ๓ ประเภท
ประเภทแรก ก็คือกระทู้ถามสดด้วยวาจาโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตรงนั้น จะถามในที่ประชุมใหญ่
ประเภทที่ ๒ ก็คือกระทู้ถามทั่วไป ก็คือถามในที่ประชุมใหญ่ โดยมีการแจ้ง มีการถามล่วงหน้า และแจ้งไปนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้นสังกัดได้รับทราบ แล้วก็ เตรียมการมาตอบ
ประเภทที่ ๓ ก็คือกระทู้อีกประเภทหนึ่งของสภาเรา ก็คือกระทู้แยกถามเฉพาะ ในการจัดถามเฉพาะก็แยกห้องออกมาโดยเฉพาะ ผมอยากจะเรียนให้ที่ประชุมได้ทราบว่า กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้มีศักดิ์และสิทธิเท่ากับกระทู้ที่ถามในสภาใหญ่ หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่าง องค์ประกอบทุกอย่างเสมือนการถามกระทู้ถามโดยทั่วไปในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ว่าเราแยกมาถามเฉพาะ ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการที่จะทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้นำเอาเป็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะที่จะรอถามกระทู้ถามสด ก็ได้แค่สัปดาห์ละ ๓ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไปก็จะได้แค่สัปดาห์ละ ๓ กระทู้ ฉะนั้นปัญหาของ พี่น้องประชาชนภายในประเทศมีมากมายเหลือเกิน ฉะนั้นรัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้มี การถามกระทู้ถามแยกเฉพาะไม่ต้องรอสภาใหญ่ แต่ศักดิ์และสิทธิมีเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่า การถ่ายทอดสดตามข้อบังคับหรือตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้นั้น กระทู้ถามแยกเฉพาะไม่ได้ ถ่ายทอดสดภายในทันที แต่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาเราก็จะมี การบันทึกเทปเอาไว้อย่างละเอียด แล้วหลังจากการประชุมสภาในวันนี้จบหรือในการประชุม วันนั้น ๆ จบ อย่างเช่น วันพุธประชุมสภาใหญ่เราปิดประชุมตอน ๓ ทุ่ม ก็เริ่มตั้งแต่ ๓ ทุ่ม เป็นต้นไป สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาเราก็จะนำเอาเทปบันทึก โดยละเอียดนี้ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีการเพิ่มเติม เอาไปฉายให้กับพี่น้องประชาชนได้ดูเสมือน ถ่ายทอดสดเหมือนกัน ถ้าเป็นวันพฤหัสบดีเราประชุมตั้งแต่ ๙ โมงถึงหกโมงเย็น มีการถ่ายทอดสด ถึงหกโมงเย็น แต่พอเสร็จหกโมงเย็น สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เราก็จะนำเอาเทปบันทึกการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ไปออกรายการสด เสมือนกับ การถ่ายทอดสดเช่นกัน ฉะนั้นแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ
สำหรับวันนี้มีกระทู้ถามแยกเฉพาะ ๑ กระทู้ถาม ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ ในสภาไทยเราที่มีการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งก็มีท่านนริศ ขำนุรักษ์ เป็น ส.ส. คนแรก ที่ได้มีการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นประวัติศาสตร์ต้องบันทึกเอาไว้ ส่วนท่านรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา ก็ถือว่าเป็นรัฐมนตรีท่านแรกที่มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ส่วนผมก็คงเป็น ประธานสภาคนแรก ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคนแรกที่ทำหน้าที่ในการพิจารณา กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งผมก็เชื่อว่าถ้าเรื่องนี้ถ่ายทอดออกไปสู่สาธารณะ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราได้เห็นบทบาท เห็นความสำคัญตรงนี้ ผมเชื่อว่ากระทู้ที่ค้างการพิจารณาไว้เยอะ ๆ นี้ต่อไป ก็จะถามเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชนนะครับ
สำหรับกระทู้ถามในวันนี้ผมขอเรียนที่ประชุมว่าไม่สามารถถ่ายทอดสด การประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘ วรรคสองได้ โดยประธานสภาจะได้จัดให้มีการเผยแพร่ บันทึกภาพและเสียงการประชุมผ่านทางสื่อโดยเร็ว คือภายหลังปิดการประชุม สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๘ วรรคสาม ทั้งนี้สมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำ ในที่ประชุมจะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง คือเอกสิทธิ์คุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะในห้องประชุมเท่านั้น แต่ถ้ามีการถ่ายทอดสดออกไป ถ้าไปพาดพิงใคร นี่เรียนท่านสมาชิกได้ทราบ ถ้าไปพาดพิงใครบุคคลอื่นให้ได้รับความเสียหาย เอกสิทธิ์นี้ไม่สามารถที่จะตามไปคุ้มครองท่านได้ ฉะนั้นขอให้ท่านได้เข้าใจว่าการถาม กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ก็เสมือนเป็นการถ่ายทอดสดเช่นกัน ถ้ามีเรื่องใดที่ไปกระทบถึงบุคคลที่ ๓ หรือบุคคลข้างนอกท่านก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวของท่านเอง ขอเรียนให้ที่ประชุมทราบ ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะ
ด้วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ฉะนั้นให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ
เชิญผู้ถาม กระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ยื่นกระทู้ถาม เรื่องการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ความละเอียดปรากฏ
ท่านนริศ ผมขออนุญาตแป๊บเดียว ผมลืมแจ้งว่าที่ประชุมครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ถามได้ ๒ ครั้ง ส่วนครั้งที่ ๓ หรือครั้งถัด ๆ ไปจะถามได้ก็ต่อเมื่อ มันไม่หมดประเด็น ยังมีประเด็น ที่มีความสำคัญอยู่ ประธานอนุญาตซึ่งจะถามต่อไปได้และห้วงเวลาที่จะใช้ในการถามกระทู้ ต้องถามให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที แจ้งให้ทราบ เชิญท่านนริศครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ความละเอียดของ กระทู้ถามปรากฏตามเอกสาร เข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่ได้แจกจ่าย และทางท่านรัฐมนตรี ก็คงได้รับกระทู้ถามนี้แล้ว จึงไม่ขอลงในรายละเอียดในกระทู้ถามนี้นะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเจตนารมณ์ของการตั้งกระทู้ถามของผมในวันนี้ ด้วยเหตุที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ ได้แถลงนโยบายไว้เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ว่าจะดำเนินการทวงคืนผืนป่า เช่นเดียวกับของรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วผมได้รับทราบว่าในรัฐบาลชุดที่แล้ว การทวงคืนผืนป่า การยึดคืนผืนป่านี้ใช้แต่กฎหมาย ใช้ทั้งระเบียบที่เกี่ยวข้องและใช้คำสั่งพิเศษเข้าดำเนินการ ความแตกต่างของรัฐบาลชุดนี้ก็คือมีเพียงแค่กฎหมาย มีเพียงแต่ระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าไม่มีคำสั่งพิเศษมาตรา ๔๔ นั้นแล้ว แต่ว่าเจตนารมณ์การทวงคืนผืนป่าและเป้าหมาย ก็ยังเช่นเดิม ก็คือเอาที่ที่ประชาชนบุกรุกโดยมิชอบกลับคืนมากับ ๒. สามารถเข้าไป ดำเนินการปรับปรุงฟื้นฟูได้ ถ้าบุกรุกเข้ามาแต่ว่าไม่สามารถฟื้นฟูได้ไม่เข้าเจตนารมณ์ ของนโยบายนี้ โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ มี ๓ กรมสำคัญ คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อให้การดำเนินการในเฟสที่ ๒ (Phase ๒) ของนโยบายนี้ ประสบความสำเร็จ ผมจึงขออนุญาตได้สอบถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกว่าของเดิม เป้าหมายเดิมมีทั้งหมดเท่าไร ทำไปได้เท่าไร ยึดคืนมาได้เท่าไร มีกี่คดี คดีที่มีผู้ต้องหากี่คดี คดีที่ไม่มีผู้ต้องหามีกี่คดี และคดีที่ส่งไปครั้งแรกไม่มีผู้ต้องหาและทีหลังไปให้การเพิ่มเติม แล้วกลับมามีผู้ต้องหากี่คดี ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่าข้อคำถามผมหากท่านตอบในที่ประชุมได้ ก็ตอบนะครับ หากท่านยังไม่มีข้อมูลพร้อม ผมยินดีที่จะขอให้ท่านได้กรุณาตอบเป็นเอกสาร ตามหลังครับ กราบขอบคุณเป็นคำถามแรกครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจง ตอบกระทู้ถาม เรื่องการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ขออนุญาตตอบคำถามข้อแรก ของท่านนริศ ขำนุรักษ์
ประเด็นเรื่องการใช้นโยบายทวงคืนผืนป่า ปัจจุบันนั้นต้องขออนุญาตเรียน ท่านนริศผ่านท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นให้ความสำคัญกับเรื่องว่า คำว่า นโยบายทวงคืนผืนป่าที่ผ่านมาอาจจะได้รับการตีความหมายไปหลายอย่าง มีกลุ่มคนบางกลุ่ม ทำให้เกิดปัญหากับกลุ่มคนบางกลุ่มได้ การบังคับใช้หลายสิ่งหลายอย่าง ดังนั้นในวันนี้ เราเน้นคำว่า การหยุดยั้งการทำลายและฟื้นฟูผืนป่ามากกว่า เพราะว่าที่ผ่านมานั้นคำว่า ทวงคืนผืนป่าอาจจะทำให้คนบางกลุ่มเข้าใจผิดในลักษณะของคำได้ ผมเชื่อว่าท่านประธาน คงทราบดีว่าสาเหตุของการลดลงของพื้นที่ป่านั้นเกิดจากปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุก เพื่อขยายพื้นที่ทางการเกษตรหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการที่มีนายทุนเข้ามาจับจอง โดยมีเอกสารสิทธิที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเราจึงได้มีแนวทางในการที่จะหยุดยั้งการทำลาย แล้วก็ฟื้นฟูผืนป่าให้สอดคล้องกับประเด็นแรกสอดคล้องกับแผนแม่บทการแก้ไขปัญหา การทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ปี ๒๕๕๗ เป็นแผนแม่บท ประเด็นยุทธศาสตร์ที่เราผนึกกำลังป้องกันและปราบปรามนั้น จะประกอบไปด้วย ๔ กลยุทธ์
กลยุทธ์แรก จะเป็นการหยุดยั้งการบุกรุกการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
กลยุทธ์ที่ ๒ จะเป็นการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ ทำลายป่า
กลยุทธ์ที่ ๓ จะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปราม การตัดไม้ทำลายป่า
กลยุทธ์สุดท้าย จะเป็นการยึดคืนพื้นที่แล้วก็ยับยั้งการบุกรุกป่า แก้ไขปัญหา ป่าบุกรุกคน โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็นหลักหรือใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ประเด็นต่อมานโยบายเราต้องสอดคล้องการที่จะหยุดยั้งการทำลาย แล้วก็ฟื้นฟูผืนป่านั้นจะต้องสอดคล้องกับนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านประธาน และท่านสมาชิกคงจะทราบดีว่านโยบายป่าไม้แห่งชาตินั้น ปัจจุบันนั้นเรากำหนดให้มี ทั้งป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจนั้นรวมกันต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ในประเทศไทย โดยที่มีป่าอนุรักษ์อยู่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ป่าเศรษฐกิจ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อสอดคล้องกับ นโยบายยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในข้อย่อยที่ ๕ กำหนดว่าประเทศไทยนั้นจะต้องมีพื้นที่สีเขียว ไม่น้อยกว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ในประเทศโดยแบ่งเป็นผืนป่าธรรมชาติพื้นที่ป่าธรรมชาติ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่วนป่าใช้ประโยชน์ร้อยละ ๕ แล้วก็ส่วนสาธารณะอื่น ๆ อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปัจจุบันนั้นประเทศไทยเรามีป่าอยู่เพียงแค่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาตลอด ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมาการบุกรุกป่าของเรานั้นเฉลี่ยเราหายไปเกือบปีละ ๑ ล้านไร่ เพราะว่า ๓๗ ปี ป่าเราหายไป ๓๖ ล้านไร่ ดังนั้นสาเหตุที่เราได้เกิดการหายไปปีละเกือบล้านไร่นั้นอย่างที่ผม ได้กล่าวไปเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกเพื่อการขยายพื้นที่ทางการเกษตรการบุกรุก ของนายทุนบ้าง การบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ การเข้าไปบุกรุกการตัดไม้ทำลายป่า ต่าง ๆ เป็นเหตุให้รัฐบาลภายใต้การดำเนินการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ และคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านป้องกันและปราบปราม และหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าต่อกลุ่มอิทธิพลและผู้มีอิทธิพลนั้น แล้วให้ผ่อนปรนกับ ชาวบ้านผู้ที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ปรากฏว่าในการดำเนินงาน ๕ ปี ช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา เราดำเนินการไปแล้วทั้งหมด ๒๙,๓๕๐ คดี และได้พื้นที่มาทั้งหมด ๘๕๓,๖๐๓ ไร่ แต่ทั้งนี้ ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนริศคือว่าจาก ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่นั้น เราฟื้นฟูป่า กลับมาได้แน่นอนเลย ฟื้นฟูมาแล้วได้ ๓๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนที่ยังดำเนินคดีอยู่อีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ตรงนี้เราคิดว่าเรามีโอกาสชนะมากพอสมควร ข้อมูลสถิติคดีตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปี ๒๕๖๒ ในรายละเอียดมากกว่านี้คงต้องขออนุญาตท่านประธาน เดี๋ยวจะให้ข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติม แต่ว่าเท่าที่ข้อมูลที่ได้รับมาจากหน่วยงานนั้นก็คือว่าการดำเนินคดี บุกรุกพื้นที่ป่านั้นจาก ๒๙,๓๕๐ คดี อย่างที่ผมได้เรียนไปว่าเรายึดพื้นที่มาได้ ๘๕๓,๐๐๐ กว่าไร่ การดำเนินคดีการตัดไม้ทั้งหมด ๓๓,๐๐๐ กว่าคดี ได้ไม้ทั้งหมด ๑,๔๕๐,๐๐๐ ท่อน เกือบ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ท่อน ปริมาตรรวมเกือบ ๗๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่เรายึดมาได้ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา แล้วก็มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ทั้งนี้การที่เราบอกว่าพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นมา เท่ำไรอย่างไรนั้ น เราได้ อาศั ยการแปลภาพถ่ายทางอากาศของคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่ป่านั้น อย่างที่ผมได้กล่าวเบื้องต้นว่า เพิ่มมาประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในช่วงเวลา ๔ ปีที่ดำเนินการฟื้นฟู แล้วก็หยุดยั้ง การทำลายป่า ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกในคำตอบเบื้องต้นก่อนครับ
เชิญท่านนริศ คำถามที่ ๒ เชิญครับ
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าขอสไลด์ (Slide) หน่อยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วก็มีอยู่จริง ผมขออนุญาตสอบถามท่านว่าท่านจะดำเนินการอย่างไร และผมไม่อยากให้ประกาศ ความสำเร็จของนโยบายทวงคืนผืนป่าบนรายงานที่เจ้าหน้าที่รายงานมา ผมอยากให้ได้จริง ๆ รูปนี้คือเป็นรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดที่จังหวัดพัทลุงทวงคืนผืนป่า เป็นคดี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เข้ากระบวนการทวงคืนผืนป่าเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าข้อเท็จจริงชาวบ้าน ยังกรีดยางทุกวันเลยครับ แล้วก็ไม่ใช่แค่แปลงนี้ แปลงอื่นละแวกเขาบรรทัดเป็นเช่นนี้ทั้งสิ้น ผมเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่า เจ้าหน้าที่ไปจับกุมดำเนินคดีเอาแผนที่มากาง แล้วกาว่าดำเนินคดี ๒,๐๐๐ ไร่ ๓,๐๐๐ ไร่ โดยไม่มีตัวผู้ต้องหา เขาถือว่าได้ยึดคืนแล้ว และแจ้งตำรวจโดยไม่มีผู้ต้องหา แล้วก็ไม่ได้ติดตามจนคดีเขาสั่งไม่ฟ้อง แล้วชาวบ้านก็ยังอยู่ เฉกเช่นเดิมเช่นนี้ครับ นี่คือความล้มเหลวของทวงคืนผืนป่า ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดขึ้นใหม่ กับรัฐบาลชุดใหม่ นี่ของรัฐบาลชุดเก่า นี่ถือว่าเป็นการรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ส่วนท่านจะลงโทษอย่างไรสุดแล้วแต่ท่านนะครับ แต่ผมว่าเป็นการรายงานเท็จว่าแปลงนี้ ทวงคืนผืนป่าแล้ว
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ สไลด์ (Slide) นี้ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าผลการรื้อถอนทวงคืนผืนป่า จังหวัดพัทลุงมีพื้นที่บุกรุกทั้งหมด ๑,๕๕๐ ไร่ แต่ว่ายึดคืนเข้ารื้อถอนได้เพียง ๗๖ ไร่ คือที่เหลือเข้าจับกุมโดยไม่มีตัวผู้ต้องหา นี่ในพื้นที่ถ้ารวมทั้งจังหวัดที่คืนได้แค่ ๗๖ ไร่เท่านั้นเอง นอกนั้นเขายึดคืนไม่ได้ คือจับเอาไว้ แต่ว่ายึดคืนจริง ๆ ได้ ๗๐ ไร่เท่านั้นเอง จาก ๑,๕๐๐ ไร่ ข้อมูลทางราชการของจังหวัดพัทลุง
ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ สไลด์ (Slide) นี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ถูกบุกรุกทั้งหมดรวมกันของทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๑,๙๑๗ ไร่ ๓ งาน ๙ ตารางวา แต่ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเข้ายึดคืนเพียง ๑.๙๗ ไร่ ท่านประธานครับ ท่านลองดูความตั้งใจที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่จังหวัดมุกดาหารมี ๖ หน่วย รับงบประมาณปีหนึ่งประมาณ๒๐๐ กว่าล้านบาท และป่าถูกบุกรุกของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเกือบ ๒,๐๐๐ ไร่ แต่มีเป้าหมายเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๑.๙๗ ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรับงบประมาณปี ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และเมื่อไรมันจะสำเร็จล่ะครับ ๑.๙๗ ไร่ เป้าหมายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมว่าโรงเรียนอนุบาลปลูกก็หมดล่ะครับ ไม่ถึง ๒ ไร่อีก ทั้งจังหวัดที่จะฟื้นฟู ที่จะยึดคืน ผมว่าไม่มีความตั้งใจที่จะทำตามนโยบาย ท่านรัฐมนตรีอย่าให้เกิดกับรัฐบาล ชุดใหม่นะครับ
เรื่องที่ ๓ ปรากฏการณ์วังน้ำเขียวที่พรรคการเมืองบางพรรคเข้าไปจัดเลี้ยง ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่โดนยึดคืนแล้วและก็ยังเปิดดำเนินการ และพวกเราเข้าไปจัดเลี้ยง ๓ ปรากฏการณ์นี้ ๑. ปรากฏการณ์ที่จังหวัดพัทลุงจับป่าเปล่าแล้วก็ไม่ได้ผู้ต้องหา และชาวบ้านยังกรีดยางอยู่เช่นเดิมกับปรากฏการณ์ที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งวางเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายเพียง ๒ ไร่จาก ๒,๐๐๐ ไร่ ยึดคืนแค่ ๒,๐๐๐ ไร่ ในขณะที่ทั้งจังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับงบประมาณประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท กับปรากฏการณ์เรื่องที่วังน้ำเขียว ผมสอบถามรัฐมนตรีว่าท่านจะดำเนินการต่อปรากฏการณ์ ที่ผมรายงานท่านอย่างไรครับ นี่เป็นคำถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตอบครับ เชิญครับ
ส่วนคำถามที่ ๒ ในปัจจุบันต้องขออนุญาตเรียนว่าเรามีการบูรณาการ โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการ ขับเคลื่อนการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า แล้วก็ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า โดยใช้การบูรณาการ ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกรมป่าไม้ แล้วก็ทั้งกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้นจากกลุ่มนายทุน และมีกลุ่มจัดตั้ง ชุดปฏิบัติการพิเศษ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกคงจะคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นชุดพยัคฆ์ไพร ชุดพญาเสือ และชุดต่าง ๆ ในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มขึ้น ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมาย แล้วก็วางแผนการไว้นี้ มีทั้งหมดประมาณรวมแล้ว ๑๐ เป้าหมายด้วยกัน
เป้าหมายแรกนั้นจะเป็นการตั้งเป้าในการบังคับใช้กฎหมายในการที่จะยึดคืน จากกลุ่มนายทุน ดัมพ์ (Dump) เลยนะครับ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นให้ความสำคัญ กับการที่จะดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ยังยากไร้อยู่ ดังนั้นเราก็จะยึดคืน เฉพาะจากกลุ่มนายทุน โดยถ้าหากว่าใครได้อาศัยอยู่ในเขตป่าไม้ตามมติคณะรัฐมนตรี ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ก็จะเป็นมติให้เห็นชอบนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ โดยเราจะใช้คณะกรรมการ คทช. เราจะใช้กลไกของ คทช. เข้ามาช่วยดำเนินการ
ส่วนที่ ๒ จะเป็นการดำเนินการคัดเลือก คัดกรองเป้าหมาย อย่างที่ผมได้เรียนว่า เราจะไม่ดำเนินคดีว่ากับกลุ่มประชาชนที่ประสบปัญหา แต่ว่าการจะคัดกรองนั้นเราก็จะใช้ผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการมาช่วยกันคัดกรอง แล้วก็จะดำเนินการใช้กฎหมายกับ คนกลุ่มอยู่ ๔-๕ กลุ่ม โดยมีเงื่อนไขว่าประเด็นแรก จะมีพื้นที่ป่าที่บุกรุกตั้งแต่ ๒๕ ไร่ขึ้นไป ประเด็นที่ ๒ จะเป็นพื้นที่ป่าที่บุกรุกอาจจะน้อยกว่า ๒๕ ไร่ แต่ว่ามีการดำเนินการที่ไม่ใช่ ในเชิงการเกษตร อย่างเช่น การสร้างบ้านพักต่างอากาศหรือมีวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่จะมุ่งเน้น ให้เป็นการพัฒนาเป็นรีสอร์ทหรือโรงแรม หรือต่อมาจะเป็นพื้นที่ที่มีเจ้าของ พื้นที่ป่านั้น ถูกบุกรุกหลายแปลง ประเด็นที่ ๔ จะเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกที่มีลักษณะ เอาแรงงานจากต่างถิ่นเข้ามาหรือให้คนในพื้นที่นั้นดำเนินการแทน แล้วประเด็นที่ ๕ จะเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกที่มีขนาดใหญ่ มีการสร้างที่ปลูกอาศัยต่าง ๆ อันนี้ต้องเรียนท่านสมาชิกว่า ๓ ประเด็นที่ท่านเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นการจับป่าเปล่าหรือการที่เวนคืนอย่างน้อยนิดนะครับ ก็ต้องขอเรียนว่าพื้นที่ในประเทศไทยปัจจุบันบางครั้งการใช้แผนที่ ต้องขออนุญาตเรียน ผ่านท่านประธาน แต่ละหน่วยงานมีแผนที่ที่สเกล (Scale) ต่างกันเหลือเกิน อันนี้ส่วนหนึ่ง ผมเห็นใจชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าหน่วยงานหนึ่งบอกว่าได้ อีกหน่วยงานหนึ่งบอกว่าไม่ได้ ดังนั้นการที่แผนที่ที่ได้มาตรฐานใช้กันไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือกรมแผนที่ทหารและอีกหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การใช้แผนที่ที่มีมาตรฐานเดียวกันนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในปีนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรากำลังเตรียมการ ได้มีการประสานงานกับหลาย ๆ หน่วยงานที่จะใช้แผนที่ที่ให้ได้มาตรฐาน
ส่วนเรื่องการที่ไปดำเนินการในแต่ละกรม ไม่ว่าจะเป็นในแต่ละพื้นที่ อันนี้ ถ้าเป็นการบ้านก็ต้องขออนุญาตยอมรับและกลับไป แล้วไปกวดขันการทำงาน เพราะว่า ประเด็นแรก ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านท่านสมาชิกว่าผมมีความหวงแหนป่าของประเทศไทย เรานั้นไม่แพ้ใคร และผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกนั้นท่านให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่านมีประสบการณ์มากมาย พื้นที่แต่ละพื้นที่เมื่อมีการดำเนินคดีไปแล้ว อย่างเช่นที่วังน้ำเขียว พอดำเนินคดีไปแล้ว เราก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย ต้องเคารพ ในการตัดสินของศาล แต่ว่าเมื่อศาลตัดสินแล้ว เราก็จะรีบดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการรื้อถอน หรือว่าจะอะไรนั้น ขออนุญาตเรียนเท่านี้ครับท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรี หมดเวลาพอดี ท่านนริศ มีอะไรจะฝากเพิ่มเติมไหมครับ
ที่จริงผมก็หมดคำถามนะครับ แต่ว่าผมมีเวลา อยู่นิดเดียว เพียงแต่ว่าฝากท่านรัฐมนตรี กราบเรียนท่านประธานด้วยครับ ผมขออนุญาต ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าเจตนารมณ์ของกระทู้ถามผมในวันนี้ เป็นเจตนารมณ์ว่า ถ้าพื้นที่ใดรัฐครอบครองอยู่และไม่ใช้ประโยชน์ก็ควรจะให้ประชาชนไป เพราะว่าประชาชน คนไทยอยู่ท่ามกลางความขาดแคลน ๒. พื้นที่ใดที่รัฐยังใช้ประโยชน์อยู่ ยังมีความสำคัญอยู่นี้ ก็ควรเก็บเอาไว้เป็นของรัฐ แล้วก็ประชาชนไม่ควรมีสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น นี่ควรยึดคืน ๓. ที่ดินใดที่เป็นของประชาชนโดยรัฐเข้ามาทับของประชาชนจริง ๆ ก็ผลักดันให้มี การออกเอกสารสิทธิเร็ว ๆ และข้อมูลที่ผมอภิปรายในกระทู้ถามนี้ตั้งแต่ต้นที่ท่านรัฐมนตรี ได้รับฟังตั้งแต่ต้น หากข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐมิชอบ หรือรายงานเท็จ ต่อผู้บังคับบัญชา ขอท่านกรุณาส่ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี หากกรณีใดที่ผมอภิปรายไป ไปเกี่ยวข้องกับการใช้เงินงบประมาณก็ให้ท่านส่งเรื่องถึง สตง. ให้ผมด้วย หรือไม่ก็สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการ ปปป. อย่าดำเนินการกันเอง เพราะว่ามันไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้ผมภูมิใจที่ได้ทำหน้าในทางประวัติร่วมกับท่านประธาน ร่วมกับท่านรัฐมนตรี แต่ว่าผมจะยิ่งภาคภูมิใจมากกว่านี้หากท่านรัฐมนตรีรับเรื่องผมและไปปราบปรามการทุจริต ในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในกรมป่าไม้ ในกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติอยู่ รับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวล้นเกล้า รัชกาลที่ ๙ รับสั่งไว้ว่า ป่าจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อข้าราชการไม่เห็นแก่เงิน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ก็ถือว่า การถามกระทู้ถามแยกเฉพาะของวันนี้ก็คงจะจบสมบูรณ์ด้วยดี ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กรุณาให้เกียรติทางสภาเราได้มาตอบกระทู้ถาม แล้วขอบคุณท่านนริศ ขำนุรักษ์ ที่เป็นคนใช้บริการกระทู้ถามแยกเฉพาะของสภาเราเป็นครั้งแรก ถือเป็นประวัติศาสตร์ ของสภาไทยเราที่ได้นำเอารูปแบบนี้มาใช้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะของเรา ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชนให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการประชุม ขอบคุณนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ
๒.๑ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๒
ผมขออนุญาตสมาชิกขอเชิญพวกเราเข้ามาพร้อมเพรียงกันกว่านี้ครับ
ขอรอสมาชิกสักนิด นะครับ เข้าใจว่าพวกเราประชุมกรรมาธิการอยู่หลายคณะ โดยเฉพาะกรรมาธิการ งบประมาณ
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๒
ผมขอเชิญท่านสมาชิกได้โปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ท่านเลขาธิการกรุณารอสัก ๑ นาทีนะครับ สมาชิกที่เข้ามาจะได้ยืนเรียบร้อยครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ
พระบรมราชโองการ
พระราชกฤษฎีกา
เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง
พ.ศ. ๒๕๖๒
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตามความในมาตรา ๑๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตามความมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม รัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
เชิญนั่งครับ ผมขออนุญาต วาระที่ ๒.๒ เรื่องการเลือกตั้งซ่อมนะครับ
๒.๒ รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์)
ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนตำแหน่งที่ว่างและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนตำแหน่งที่ว่างนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๒๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๑ จึงประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๑ คน ผู้ได้รับเลือกตั้งคือ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ สังกัดพรรคการเมืองชาติไทยพัฒนา ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๙๘ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ คน จึงเรียนแจ้งที่ประชุมรับทราบ
๒.๓ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ก่อนเข้ารับหน้าที่ ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พร้อมหรือยังครับ
พร้อมแล้วครับ
ผมจะกล่าวนำแล้วก็ ท่านเอ่ยชื่อของท่านนะครับ แล้วก็ว่าตามผมนะครับ
ครับผม
ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้า นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
ขอปฏิญาณว่า
ขอปฏิญาณว่า
ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ข้าพเจ้าจะขอปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์และสุจริต
เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน
เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน
ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม
ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม
ซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ
ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ
ด้วยความยินดียิ่งครับ
ขอบคุณครับ
ต่อไปจะเป็นเรื่องเพื่อทราบ ซึ่งก็จะมีเรื่องเพื่อทราบจำนวนถึง ๑๐ เรื่อง ดังนั้นเชื่อว่าเราจะใช้เวลาในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นเรื่องด่วนที่จำเป็น เช่น การเปลี่ยนกรรมาธิการเหล่านี้สมาชิกก็พิจารณาเสนอเปลี่ยน เชิญท่านสมาชิกครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเรียนเสนอต่อที่ประชุมเพื่อจะพิจารณาเลื่อนหรือเปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ เพื่อจะเลื่อนเรื่องในลำดับที่ ๖.๑ ซึ่งเป็นเรื่อง เสนอใหม่ และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในเรื่องที่เสนอใหม่ข้อ ๖.๑ คือพิจารณา ให้ความเห็นชอบ การแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะเป็น ผู้เสนอ) และเลื่อนเรื่องอื่น ๆ เรื่องที่ ๗.๑ เรื่องตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจและในคณะกรรมาธิการสามัญอื่น ๆ ก็ขออนุญาตนำเรียนเลื่อน ต่อที่ประชุม ขออนุญาตกราบเรียนครับ
ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ แต่ว่าผมเข้าใจว่าระเบียบวาระที่ ๗ จะสามารถอนุญาตไปได้โดยเร็วนะครับ ส่วนระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลนั้นคงใช้เวลาในการลงคะแนนลับ ดังนั้นผมเสนอว่า เราเลื่อนระเบียบวาระที่ ๗ ขึ้นมาก่อนคือการตั้งกรรมาธิการที่มีการเปลี่ยนแปลง ขอเชิญเสนอเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐระบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตนะครับ เสนอรายชื่อ ของผู้ที่ลาออกจากกรรมาธิการสามัญนะครับ ก็อาจจะมีหลายคนหน่อยเรียงไปเลยครับ ท่านแรกท่านมณเฑียร สงฆ์ประชา ตามระเบียบวาระ ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการ พัฒนาเศรษฐกิจ ท่านที่ ๒ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ออกจากการเป็นกรรมาธิการกิจการสภา ผู้แทนราษฎร นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ออกจากการเป็นกรรมาธิการอุตสาหกรรมครับ นายพยม พรหมเพชร ออกจากการเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ท่านถัดไปครับ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ออกจากการเป็นกรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ นายสิระ เจนจาคะ ออกจากการเป็น กรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ นายชัชวาลล์ คงอุดม ออกจากการเป็นกรรมาธิการ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยขออนุญาตท่านประธานครับ ในการเสนอตั้งกรรมาธิการ กลับเข้าไปดังนี้ครับ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ขออนุญาตตั้งเป็นกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร
ขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอทีละรายดีกว่าครับ เพราะต้องอนุมัติทีละรายไปนะครับ ขออย่างนั้นครับ เริ่มจาก ท่านมณเฑียร สงฆ์ประชา อันนี้ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจได้มีหนังสือมา โดยตรง ส่วนรายอื่น ๆ นั้นเพิ่งแจ้งมาทีหลังนะครับ สำหรับท่านมณเฑียร สงฆ์ประชา ได้ลาออกจึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ดังนั้นพรรคการเมืองของท่านมณเฑียรก็ต้องเสนอ ผู้มาแทน และสมาชิกรับรอง ถ้าไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่นกรณีท่านมณเฑียรจะได้จบครับ แล้วเสนอรายอื่นเป็นลำดับไปครับ
แต่ว่ามันจะมีการไขว้สักนิดหนึ่ง ครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตนะครับ ขอเสนอท่านมณเฑียร สงฆ์ประชา ลาออกจาก การเป็นกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจครับ แล้วก็ขออนุญาตตั้ง นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจแทนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
สมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าให้ความเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงครับ ลำดับที่ ๒ เชิญครับ
คู่ต่อไป ขออนุญาตเสนอ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการอุตสาหกรรมครับ แล้วก็ขออนุญาต เรียนเสนอให้ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ เป็นกรรมาธิการอุตสาหกรรมแทนครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
สมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็อนุมัติให้เปลี่ยนแปลง
ลำดับถัดไปนะครับ ท่านประธาน ขออนุญาตเสนอ นายพยม พรหมเพชร ออกจากการเป็นกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบครับ โดยขอเสนอ นายสิระ เจนจาคะ เป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแทน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ที่ประชุมไม่มีขัดข้องนะครับ เป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแทนครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองครับ ที่ประชุม ไม่มีขัดข้องนะครับ เชิญต่อครับ
ลำดับถัดไปนะครับ ขอเสนอนายพยม พรหมเพชร ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปราม การทุจรติประพฤติมิชอบครับ และขออนุญาตนำเสนอ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องครับ เชิญครับ
ขออนุญาตนะครับ นายชัชวาลล์ คงอุดม ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมครับ โดยขอเสนอนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ตั้งเป็นกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แทนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ
แล้วก็ขออนุญาตเสนอ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการกิจการสภา โดยขอเสนอ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ เป็นกรรมาธิการกิจการสภาแทน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ อนุมัติครับ
สุดท้ายครับ ขอเสนอ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ออกจากการเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยขออนุญาตเสนอ นายพยม พรหมเพชร ตั้งเป็นกรรมาธิการแก้ไข หนี้สินแห่งชาติแทนครับ
ขอผู้รับรอง
ขอผู้รับรองด้วยครับ
ที่ประชุมไม่เห็น เป็นอย่างอื่น อนุมัติครับ ส่วนระเบียบวาระที่ขอเลื่อนในระเบียบวาระที่ ๖ พิจารณา ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ขอถือว่าที่ประชุม อนุญาตให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๖ ระเบียบวาระที่ ๖.๑ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ การแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการัฐบาลต้องเสนอชื่อ บุคคลนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต แก้ไขนิดเดียว
เชิญเลยครับ
เพื่อให้ชัดเจนมากกว่าเดิม เมื่อสักครู่นี้มี ๒ คู่ที่ผมอาจจะนำเสนอผิดไป ขออนุญาตเสนอใหม่นะครับ เพื่อที่สภาจะได้ บันทึกในที่ประชุมได้ไหมครับ
แก้ไข เชิญเลยครับ
กราบขอบพระคุณครับ ขออนุญาตแก้ไขในส่วนของกรรมาธิการที่ลาออกคู่แรกนะครับ นายพยม พรหมเพชร ออกจากการเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยขออนุญาตเสนอนายสิระ เจนจาคะ เป็นแทนครับ แล้วก็อีกท่านหนึ่งนะครับ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ออกจากการเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการประพฤติมิชอบ โดยขออนุญาตนำเสนอ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติชอบแทนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขออนุญาตที่ประชุม มีการแก้ไขที่ลงมติไปเมื่อสักครู่นี้ใหม่ครับ ก็ขออนุญาตที่ประชุมครับ ผมถือโอกาสเรียน พวกเรานิดเดียวนะครับ ก่อนที่จะเริ่มระเบียบวาระที่ ๖ เพื่อขอเลื่อนเข้ามานั้น ก็ขอเรียนว่าสมัยประชุมของเราเริ่มวันที่ ๑ พฤศจิกายนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๑๒๐ วัน ก็รวมเวลาแล้ว ๑๘ สัปดาห์ที่เราจะประชุม ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้จะมีวันหยุดคือวันที่ ๕ ธันวาคม แล้วก็วันที่ ๑ มกราคมซึ่งเป็นวันพุธ ก็จะหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองต่อไปว่า ถ้าอย่างนั้นวันที่ ๒ มกราคมควรจะหยุดไหม เพราะวันที่ ๑ มกราคมเป็นวันหยุด เราต้องหยุด แต่วันที่ ๕ เป็นวันพฤหัสบดี ซึ่งก็จะคุยกันอีกทีหนึ่งนะครับ แต่เรียนให้ทราบว่าเวลามันมี อย่างนี้ครับ มีคนช่วยกำกับ ผมก็จะเกริ่นพวกเราไว้ล่วงหน้าว่าจะขอความร่วมมือ ในการประชุมพิเศษ อาจจะเดือนหรือ ๒ เดือนสักครั้งหนึ่ง ตั้งใจว่าเดือนสักครั้งหนึ่งในวันศุกร์ เพราะว่าในประชุมสมัยที่ผ่านมานั้นญัตติที่เราสามารถผ่านไปได้จริง ๆ คือวันประชุมพิเศษ วันศุกร์ครับ วันนั้นวันเดียวเราสามารถพิจารณาผ่านไปได้เกือบ ๒๐ ญัตติ ขณะนี้มีญัตติทั่วไป ที่ไม่เป็นญัตติด่วนค้างอยู่ ๙๒ ญัตติ และเป็นญัตติเข้ามาใหม่ประมาณ ๑๙ ญัตติ ถ้าเราไม่ทำ อะไรพิเศษนะครับ ญัตติเหล่านี้ก็จะค้างอยู่อย่างนี้ เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมาเมื่อสิ้นสภาแล้ว ก็มีญัตติค้างอย่างน่าเสียดาย เพราะทุกญัตติที่สมาชิกเสนอเป็นผลงานของท่าน และเป็นเรื่อง ที่เป็นประโยชน์โดยภาพรวม เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตเรียนพวกเราไว้ล่วงหน้าว่า ขอความร่วมมือพวกเรา นั่นประการหนึ่ง
ประการที่ ๒ เราเริ่มสมัยประชุมที่ ๒ ขอสมาชิกได้ช่วยสนับสนุนให้สภาของเรา เป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ ผมได้เรียนพวกเราไว้ตลอดมาตั้งแต่ต้นว่าเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจอธิปไตย ๓ อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เราคือฝ่ายนิติบัญญัติที่เรามีหน้าที่ ออกกฎหมาย คุมรัฐบาล ตรวจสอบรัฐบาล เราก็ต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎเกณฑ์ นั่นก็คือข้อบังคับ ก็เลยเรียนว่าแม้เราจะยังไม่มีห้องประชุมของเราก็ตาม แต่ขอให้พวกเรา ช่วยรักษาห้องประชุมของวุฒิสภาที่นี่ไว้ให้ดี ให้ความยอมรับแล้วก็ไม่ทำอะไรที่ขัดข้อบังคับ เช่น ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารใด ๆ โทรศัพท์ หรือนำเครื่องดื่ม อาหาร มาทาน มาดื่มในห้อง ขอเรียนพวกเราด้วยความเคารพทุกคนว่าเกรงใจที่จะบอก แต่ว่าจำเป็นต้องบอกเพื่อไม่ให้ ใครตำหนิเราได้ ผมเชื่อว่าด้วยความร่วมมือ สถาบันสภานิติบัญญัติของเราจะได้รับ การยอมรับมากขึ้นโดยลำดับ ทั้งหมดนี้อยู่ที่พวกเรานะครับ ผมขอเรียนไว้ล่วงหน้า ขอขอบพระคุณทุกคนไว้ครับ
วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองวิษณุมาแล้วนะครับ ท่านจะได้เสนอ วาระที่ขอเปลี่ยนวาระขึ้นมาก็คือวาระที่ ๖ เรื่องเสนอใหม่
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องที่เสนอใหม่
๖.๑ พิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีให้มาเสนอชื่อผู้ซึ่งสมควรที่จะได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่ เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากว่า นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนเดิมได้ครบกำหนดเกษียณอายุราชการไป เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายนที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคมในปีนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ เสนอแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่ แต่เรื่องนี้ไม่สามารถที่จะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งดังกรณีของข้าราชการประจำตำแหน่งอื่นทั่วไป เพราะเหตุว่าตามมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้กำหนดไว้เป็นพิเศษว่า เมื่อจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนจะนำความกราบบังคมทูลจะต้อง นำชื่อมาเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลำดับ จนเมื่อได้รับ ความเห็นชอบแล้วจึงจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งต่อไป คณะรัฐมนตรีจึงจำเป็นต้องนำชื่อนายปกรณ์ นิลประพันธ์ มาเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตามความในกฎหมายดังกล่าว สำหรับประวัติของท่านผู้ได้รับ การเสนอชื่อนั้นได้นำกราบเรียนต่อท่านประธานไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถ้าจะสรุปโดยรวบรัด เป็นเบื้องต้นก็คงจะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้นี้ปัจจุบัน มีอายุ ๕๑ ปี และดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการหรือที่เรียกกัน ย่อ ๆ ว่า ก.พ.ร. ซึ่งเป็นตำแหน่งนักบริหารระดับสูงเทียบเท่ากับซี ๑๑ ในสมัยก่อน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ นั้น เป็นข้าราชการลูกหม้อเก่าของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คือได้รับราชการอยู่ที่นั่นเมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว และเจริญก้าวหน้าในราชการ มาตามลำดับ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางกฎหมาย ปริญญาโททางกฎหมาย จากประเทศออสเตรเลีย จนได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในหน่วยงานนั้น คือเป็นรองเลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกามาก่อนเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว ต่อมารัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้ราชการในสำนักงานนั้นมีประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายกว้างขวางกว่า การยกร่างจัดทำกฎหมาย จึงมีนโยบายที่จะให้ข้าราชการระดับสูงของหน่วยนั้นผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่น เพื่อที่จะได้เวียนกลับมาดำรงตำแหน่งในสำนักงานนั้นต่อไป นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ก็อยู่ในข่ายนั้น จึงได้มีการโอนจากรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ.ร. หรือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ประมาณ ๑ ปี และบัดนี้เมื่อตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่างลงจึงเห็นสมควร ที่จะหมุนเวียนโอนกลับไปดำรงตำแหน่ง ซึ่งว่ากันไปแล้วก็เป็นข้าราชการระดับ ๑๑ หรือนักบริหารระดับสูงเท่ากันกับตำแหน่งที่ครองอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง จึงนำรายชื่อของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เสนอมายังท่านประธานเพื่อโปรดกรุณาเสนอขอความเห็นชอบ จากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามความในมาตรา ๖๓ ของกฎหมายกฤษฎีกาต่อไปครับ
ก็อนุญาตให้สมาชิก อภิปรายให้ความเห็นได้นะครับ ถ้าสมาชิกไม่มีผู้ติดใจที่จะซักถาม ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีผู้ที่จะ สอบถาม ซักถามและอภิปราย ผมต้องขออนุญาตมติที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยที่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็กำหนดเอาไว้ว่า การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดให้กระทำเป็นการลับ เว้นแต่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ในรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นครับ ต้องขอสละเวลาเพื่อลงคะแนนลับ และการลงคะแนนโดยลับนั้น ก็จะใช้วิธีการตามข้อบังคับ ข้อ ๘๔ (๒) คือใช้บัตรออกเสียง ลงคะแนนโดยการเขียนเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายตามที่จะออกเสียง ซึ่งวิธีการปฏิบัติก็จะดำเนินการ ๑. ก็คือจะต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ควบคุม การหย่อนบัตรลงคะแนนของสมาชิก แล้วก็ตรวจนับลงคะแนน ก็จะขอตั้งกรรมการ ๖ ท่าน ผมไม่ทราบเจ้าหน้าที่มีชื่อหรือยังครับ มีชื่อแล้วนะครับ ๖ ท่าน ๒. ผมจะได้ให้กรรมการ ตรวจนับตรวจฉบับซองลงคะแนนก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่แจกซองบัตรลงคะแนน และหลังจากสมาชิกลงคะแนนเสร็จแล้วจะให้กรรมการตรวจนับซองลงคะแนนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสนะครับ เจ้าหน้าที่จะมอบซองลงคะแนนให้กับท่านสมาชิก ท่านละ ๑ ซอง ซึ่งในซองจะมีบัตรออกเสียงลงคะแนนเพื่อให้ความเห็นชอบเลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกาโดยสมาชิกกาเครื่องหมายกากบาทลงในช่องเครื่องหมายประเด็นที่ออกเสียง คือเห็นชอบ เมื่อสมาชิกลงคะแนนแล้วให้นำบัตรลงคะแนนใส่ซองไว้ตามเดิม โดยจะให้ เลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกตามหมายเลขประจำตัวสมาชิก เมื่อเลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกท่านใด ให้สมาชิกท่านนั้นนำซองลงคะแนนมาใส่กล่องรับคะแนนที่จัดไว้ต่อหน้าคณะกรรมการ ตรวจนับคะแนน คราวนี้เป็นลำดับของการปฏิบัติซึ่งประธานจะได้ประกาศปิดการลงคะแนนลับ แล้วสมาชิกจะได้ใช้สิทธิลงคะแนนอีกไม่ได้ และกรรมการตรวจนับลงคะแนนจะรวบรวมผล คะแนนต่อไป เมื่อกรรมการตรวจนับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เสนอต่อประธาน เพื่อประกาศมติต่อที่ประชุมซึ่งอันนี้ก็เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วก็ตามข้อบังคับ การประชุม ขออนุญาตสมาชิกเราสละเวลาในส่วนนี้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาทีหลัง พยายามคิดกันมาเหมือนกันว่าวิธีไหนจะเร็วกว่านี้ ข้อสรุปก็คือไม่มีทางที่จะทำได้เร็วกว่านี้ เชิญประกาศชื่อกรรมการครับ กรรมการ ๖ ท่าน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ นายนพ ชีวานันท์ พรรคเพื่อไทย นายธนยศ ทิมสุวรรณ พรรคภูมิใจไทย พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคอนาคตใหม่ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ พรรคประชาธิปัตย์ นางสาวธนพร โสมทองแดง พรรคเสรีรวมไทยครับ ขอเชิญทั้ง ๖ ท่าน เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธานได้ กำหนดวิธีการลงคะแนนลับตามข้อบังคับของเรา ข้อ ๘๔ (๒) ผมเองค่อนข้างจะเห็นด้วย กรณีถ้ามีความจำเป็น แต่ผมอยากจะเรียนหารือท่านประธานว่าในข้อ ๘๔ เราเปิดช่องไว้ อย่างน้อย ๓ ช่องทางเพื่อจะให้เพื่อนสมาชิกมีความสะดวกในการลงคะแนนลับ ช่องทางที่ ๑ เป็นการใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนตามที่ท่านประธานกำหนด ผมก็อยากจะเรียนถาม ท่านประธานว่าขณะนี้เรามีบัตรลงคะแนนสามารถที่จะใช้เป็นบัตรลงคะแนนลับได้หรือไม่ หรือว่ายังไม่มีความพร้อม ถ้าท่านประธานตอบผมว่ายังไม่มีความพร้อมเรื่องนี้ก็เป็นไปตาม ที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุม ก็เป็นตาม (๒) ไป แต่ถ้ามันมีความพร้อม ถ้าเราใช้ (๑) ได้ ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณคุณหมอครับ ได้ปรึกษาเรื่องนี้กัน ๒ วัน ว่ามันมีทางไหนที่ดีกว่านี้ ข้อสรุปก็คือไม่พร้อมครับ โดยเฉพาะ ก็คือบังคับให้ลับ ถ้าใช้วิธีอื่นนั้นอาจจะเรียกมาดูได้ ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปสุดท้าย วันนี้ยังประชุมกันอยู่ครับ คุยกันเมื่อเช้าว่าเราคงต้องหาทางในวันข้างหน้าแต่วันนี้ขอให้ทำ ตามข้อบังคับข้อนี้ไปก่อนนะครับ ก็คือโดยวิธีแจกสลากให้เราลงบัตรอันนี้ ก็ยอมเสียเวลาหน่อย เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาทีหลังครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่เริ่มแจกบัตรครับ เมื่อแจกบัตรแล้ว สมาชิกรอเรียกชื่อมาหย่อนบัตร หลังจากนั้นท่านจะไปประชุมกรรมาธิการก็ไปได้ครับ จำนวนสมาชิกทั้งหมด ๔๙๘ ท่าน ผู้มาประชุมที่ลงชื่อ ๔๖๖ ท่าน ตัวเลขนี้อาจจะ เปลี่ยนแปลงพวกเราที่ออกไปแล้วเข้ามานะครับ ขอตรวจองค์ประชุมสักนิดนะครับแม้ตัวเลขลงชื่อจะปรากฏแล้วก็ตาม ขออนุญาตสมาชิกได้ กรุณากดบัตรแสดงตนเพื่อตัวเลขจะได้ปรากฏเป็นหลักฐานนะครับ ขอสมาชิกได้กดบัตร แสดงตนครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
สมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ อย่างน้อยเพื่อได้เห็นจำนวนสมาชิกเบื้องต้นนะครับ แต่เมื่อถึงเวลาลงคะแนนนั้นก็จะเรียกมา ทีละท่าน เพราะฉะนั้นท่านที่ยังไม่ได้เข้ามาเมื่อตอนลงมติก็สามารถเข้ามาได้ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม ๔๑๒ ขอแสดงตนครับ
คุณสายัณห์ เชิญครับ
สายัณห์แสดงตนครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
แสดงตนใช่ไหมครับ
ไม่ได้แสดงตนครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ จะเรียนหารือ ท่านประธานอย่างนี้ครับ เนื่องจากว่ากรรมการในโควตาสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ติดภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ทางพรรคอนาคตใหม่ ก็เลยจะเสนอชื่อ ส.ส. อีกท่านเพื่อเป็นกรรมการแทนขออนุญาตครับ
ได้ครับ
เสนอชื่อท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ได้ครับ ไม่ต้องมีผู้รับรองครับ
ขอบพระคุณครับ
ปิดการลงคะแนน ผลการลงคะแนน มีสมาชิกในที่ประชุม ๔๑๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
อันนี้ก็คือตัวเลขที่เราอยู่ ในขณะนี้นะครับ แต่เมื่อถึงเวลาลงมตินั้นสมาชิกเข้ามาแม้ท่านจะไม่ได้เข้ามาตอนนี้เมื่อได้รับบัตร เข้ามาลงคะแนนตอนเรียกชื่อทีละท่านนะครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่แจกบัตรครับ กรรมการ นับซองนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
อนุญาตครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วิรัช พันธุมะผล อดีตกรรมการกฤษฎีกาครับ ซึ่งท่านวิษณุเคยเสนอตั้งผมเอง แต่ว่าพอผมเห็นอายุท่าน ผมก็สงสัยขึ้นมาว่าในคณะกรรมการกฤษฎีกาท่านวิษณุได้ดูหรือเปล่าว่ามีข้าราชการผู้อาวุโส กว่านี้ไหม มีระดับเดียวกันกี่คน แล้วก็ไม่ได้มีประวัติว่าเคยเป็น ตอนนี้เป็นกรรมการอะไรบ้าง รัฐวิสาหกิจอะไรบ้างมันเป็นประกอบการพิจารณานะครับว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ ขอบคุณครับ
ท่านวิรัชมันเลยไปแล้ว เรียบร้อยนะครับ แจกทั่วถึงแล้วเดี๋ยวท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อพวกเราทีละท่าน เจ้าหน้าที่ แจกบัตรนะครับ แจกได้แล้ว ผมขออนุญาตให้ท่านรองประธานศุภชัยทำหน้าที่ต่อ
ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านได้รับบัตรลงคะแนนที่จะให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อท่านได้รับบัตรลงคะแนนแล้วขอให้ท่านได้เข้าใจว่า
ท่านประธานครับ ผม การุณ โหสกุล ขออนุญาตท่านประธานครับ เสียงไม่ได้ยินเลย ผมเป็นคนหูดีมาก เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานชวนพูดเราก็ไม่ได้ยิน เมื่อสักครู่นี้ท่านวิรัชพูดเราก็พยายามฟังไม่ได้ยิน ท่านประธานให้ปรับปรุงเสียงในห้องประชุมด้วยครับ ขอบคุณครับ
เจ้าหน้าที่ ช่วยปรับปรุงเสียงด้วยนะครับ ท่านสมาชิกได้ยินเสียงผมไหม ท่านจิรายุได้ยินเสียง ผมไหมครับ
ท่านตะโกนแล้วแต่ยังเบาอยู่ครับ แต่ผมได้ยิน
ตะโกนแล้ว ยังเบาอยู่แสดงว่าเจ้าหน้าที่ช่วยปรับเสียงด้วยนะครับ ท่านสมาชิกการลงคะแนน ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกานี้เป็นการลงคะแนนลับ ฉะนั้นขอให้ท่านได้กาเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียงตามช่อง โดยการกาลับอย่าไป เปิดเผย แล้วก็ขอฝากเตือนท่านสื่อมวลชนด้วยกล้องกรุณาอย่าได้ไปแพน (Pan) ไปจับในขณะที่สมาชิกกาบัตรเลือกตั้งมันจะไม่เป็นความลับ ถ่ายภาพรวม ๆ ก็ได้ครับ เชิญท่านสมาชิกกาเครื่องหมายกากบาททับในช่องสี่เหลี่ยมที่ท่านเห็นว่าเห็นชอบ ก็กาตรงสี่เหลี่ยม ไม่เห็นชอบก็กาตรงสี่เหลี่ยม งดออกเสียงก็กาตรงในช่องสี่เหลี่ยม เชิญท่านลงคะแนนได้นะครับ เชิญท่านลงคะแนนได้นะครับ เชิญท่านเลขาอ่านรายชื่อท่านสมาชิกเพื่อที่จะได้มาหย่อน เชิญท่านเลขาเลยนะครับ
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล ๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๓. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ๔. นายกรณ์ จาติกวณิช ๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา
ท่านสมาชิก ช่วยฟังการขานชื่อด้วยนะครับ ฝ่ายเลขาอ่านซ้ำอีกหน่อย เพราะเสียงในที่ประชุมมันเบานะครับ เชิญครับ
๖. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล
เดี๋ยวท่านเลขา แป๊บหนึ่ง เชิญท่านชาดาครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอุทัยธานี ผมว่าให้ ท่านเลขาธิการอ่านรูดไปเลยครับ ถ้าอ่านทีละ ๕ แล้วหยุดอย่างนี้ผมว่าเที่ยงคืนก็จะไม่เสร็จ เพราะว่าทุกคนก็จะรู้อยู่แล้วนะครับ คือก็อ่านไปเลยครับ จำนวนเท่าไรก็อ่านไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยวสมาชิกก็ไปลงเองนะครับ เรียนด้วยความเคารพ
ขอบคุณท่านชาดา ความจริงก็จะอ่านรูดนะครับ แต่ว่ามันเป็นช่วงเริ่มต้น ฉะนั้นท่านสมาชิกก็ฟังชื่อตัวเองด้วยครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรูดครับ อ่านไปเรื่อย ๆ เลยครับ
๗. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ๘. นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ๑๐. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๑๑. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร ๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๑๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ๑๘. นายการุณ โหสกุล ๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์ ๒๐. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๒๑. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ๒๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๒๔. นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๒๖. นายกูเฮง ยาวอหะซัน ๒๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๒๘. นายเกษม ศุภรานนท์ ๒๙. นายเกษม อุประ ๓๐. นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ๓๑. นายเกียรติ สิทธีอมร ๓๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๓๓. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ๓๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๓๕. นายโกศล ปัทมะ ๓๖. นายไกลก้อง ไวทยการ ๓๗. นายขจิตร ชัยนิคม ๓๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท ๓๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ๔๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๔๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ๔๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๔๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๔๔. นายคารม พลพรกลาง ๔๕. นายคำพอง เทพาคำ ๔๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๔๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ๔๙. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ๕๐. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๕๑. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๕๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๕๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ๕๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๕๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๕๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๕๗. นางสาวจุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์ ๕๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๕๙. นายจารึก ศรีอ่อน ๖๐. นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ๖๑. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ๖๒. นายจิรทัศ ไกรเดชา ๖๓. จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๖๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๖๕. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๖๖. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๖๗. นางสาวจิราพร สินธุไพร ๖๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๖๙. นายจีรเดช ศรีวิราช ๗๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๗๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๗๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๗๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๗๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ๗๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๗๖. นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ๗๗. นางเจริญ เรี่ยวแรง ๗๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ๗๙. นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ๘๐. นายฉลาด ขามช่วง ๘๑. นางสาวชนก จันทาทอง ๘๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๘๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๘๔. นายชวน หลีกภัย ๘๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ๘๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๘๗. นายชัชวาลล์ คงอุดม ๘๘. นายชัย ชิดชอบ ๘๙. นายชัยชนะ เดชเดโช ๙๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๙๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ๙๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๙๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๙๔. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ๙๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๙๖. นายชำนาญ จันทร์เรือง ๙๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๙๘. นายชุมพล จุลใส ๙๙. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๐๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง
๑๐๑. นายชูศักดิ์ แอกทอง ๑๐๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๑๐๓. นายเชิด พงศ์ ราชป้องขันธ์ ๑๐๔. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ๑๐๕. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๑๐๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๑๐๗. นายไชยา พรหมา ๑๐๘. นายซูการ์โน มะทา ๑๐๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๑๑๐. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๑๑. นายฐานิสร์ เทียนทอง ๑๑๒. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ๑๑๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๑๑๔. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ๑๑๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๑๑๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๑๑๗. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ๑๑๘. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ๑๑๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ๑๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๑๒๑. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๑๒๒. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ๑๒๓. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ๑๒๔. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๒๕. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๑๒๖. นายดล เหตระกูล ๑๒๗. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๑๒๘. นายดำรงค์ พิเดช ๑๒๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง ๑๓๐. นางสาวตรีนุช เทียนทอง ๑๓๑. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ๑๓๒. นายไตรพจน์ งามกมล ๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม ๑๓๔. นายถาวร เสนเนียม ๑๓๕. พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ๑๓๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๑๓๗. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ๑๓๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ๑๓๙. นายทศพร ทองศิริ ๑๔๐. นายทองแดง เบ็ญจะปัก ๑๔๑. นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ๑๔๒. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ๑๔๓. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๑๔๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ๑๔๕. นายเทพไท เสนพงศ์ ๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ๑๔๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๑๔๘.นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๑๔๙. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๑๕๐. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๑๕๑. นายธนกร ไชยกุล ๑๕๒. นางสาวธนพร โสมทองแดง ๑๕๓. นายธนยศ ทิมสุวรรณ ๑๕๔. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ๑๕๕. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ๑๕๗. นายธรรมนัส พรหมเผ่า ๑๕๘. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ๑๕๙. นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ๑๖๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๑๖๑. นายธารา ปิตุเตชะ ๑๖๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๖๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๖๔. นายธีระ ไตรสรณกุล ๑๖๕. นายธีระ วงศ์สมุทร ๑๖๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๖๗. นายนพ ชีวานันท์ ๑๖๘. นายนพคุณ รัฐไผท ๑๖๙. นายนภดล แก้วสุพัฒน์ ๑๗๐. นายนพดล มาตรศรี ๑๗๑. นายนพพล เหลืองทองนารา ๑๗๒. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ๑๗๓. นายนริศ ขำนุรักษ์ ๑๗๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๑๗๖. นายนัทธี ถิ่นสาคู ๑๗๗. นางนาที รัชกิจประการ ๑๗๘. นายนิกร จำนง ๑๗๙. นายนิคมบุญวิเศษ ๑๘๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๑๘๑. นายนิพันธ์ ศิริธร ๑๘๒. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๘๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๘๔. นายนิยม เวชกามา ๑๘๕. นายนิรมิต สุจารี ๑๘๖. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ๑๘๗. นายนิรามาน สุไลมาน ๑๘๘. นายนิโรธ สุนทรเลขา ๑๘๙. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๑๙๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๙๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๑๙๒. นายบัลลังก์ อรรณนพพร ๑๙๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๑๙๔. นายบุญฐิณ ประทุมลี ๑๙๕. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๑๙๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๙๗. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ๑๙๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๑๙๙. นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ๒๐๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร
๒๐๑. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ๒๐๒. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ๒๐๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒๐๔. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๐๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๒๐๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๒๐๗. นายประภัตร โพธสุธน ๒๐๘. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๒๐๙. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ๒๑๐. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๒๑๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๒๑๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๒๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๒๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง ๒๑๕. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ๒๑๖. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ๒๑๗. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๒๑๘. นายปรีดา บุญเพลิง ๒๑๙. นายปัญญา จีนาคำ ๒๒๐. นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๒๒๑. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ๒๒๒. นายปิยวัฒน์ พันธ์สายเชื้อ ๒๒๓. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ๒๒๔. นางผ่องศรี แซ่จึง ๒๒๕. นายไผ่ ลิกค์ ๒๒๖. พลโท พงศกร รอดชมภู ๒๒๗. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ๒๒๘. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๒๒๙. นายพยม พรหมเพชร ๒๓๐. นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ๒๓๑. นายพรชัย อินทร์สุข ๒๓๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๒๓๓. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๒๓๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๒๓๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๒๓๖. นางสาวพรรณิการ์ วานิช ๒๓๗. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ๒๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒๓๙. นายพัฒนา สัพโส ๒๔๐. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ๒๔๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ๒๔๒. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ๒๔๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๒๔๔. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๒๔๕. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ๒๔๖. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ๒๔๗. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๒๔๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๒๔๙. นายพิษณุ พลธี ๒๕๐. นายพีรเดช คำสมุทร ๒๕๑. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๕๒. นายพีระเพชร ศิริกุล ๒๕๓. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๒๕๔. นายเพชร เอกกำลังกุล ๒๕๕. นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ ๒๕๖. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๒๕๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ๒๕๘. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒๕๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๒๖๐. นายไพโรจน์ โล่สุนทร ๒๖๑. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ๒๖๒. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๒๖๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๒๖๔. นางสาวภริม พูลเจริญ ๒๖๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๒๖๖. นายภาควัต ศรีสุรพล ๒๖๗. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๒๖๘. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ๒๖๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล ๒๗๐. นายภิญโญ นิโรจน์ ๒๗๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์ ๒๗๒. นายภูมิศิษฏ์ คงมี ๒๗๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ๒๗๔. นายมณฑล โพธิ์คาย ๒๗๕. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา. ๒๗๖. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ๒๗๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ๒๗๘. นางมนพร เจริญศรี ๒๗๙. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ๒๘๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๑. นายมานพ ศรีผึ้ง ๒๘๒. นายมานะ โลหะวณิชย์ ๒๘๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๒๘๔. นายมานัส อ่อนอ้าย ๒๘๕. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ๒๘๖. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ๒๘๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๒๘๘. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนง ๒๘๙. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๒๙๐. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ๒๙๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๒๙๒. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๒๙๓. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ๒๙๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒๙๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๒๙๖. นายระวี มาศฉมาดล ๒๙๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๒๙๘. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ๒๙๙. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ๓๐๐. นายรังสิมันต์ โรม
๓๐๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๓๐๒. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ๓๐๓. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ๓๐๔. นายเรวัต วิศรุตเวช ๓๐๕. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๓๐๖. นางลินดา เชิดชัย ๓๐๗. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๓๐๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ๓๐๙. นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ๓๑๐. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๓๑๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ๓๑๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๓๑๓. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๓๑๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๑๕. นายวราวุธ ศิลปอาชา ๓๑๖. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๓๑๗. นายวัชระ ยาวอหะซัน ๓๑๘. นายวัชรา ณ วังขนาย ๓๑๙. นายวัฒนา ช่างเหลา ๓๒๐. นายวัน อยู่บำรุง ๓๒๑. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๓๒๒. นายวันชัย ปริญญาศิริ ๓๒๓. นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ๓๒๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๓๒๕. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ๓๒๖. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ๓๒๗. นายวิเชียร ชวลิต ๓๒๘. นายวิทยา ทรงคำ ๓๒๙. นายวินท์ สุธีรชัย ๓๓๐. นายวิรัช พันธุมะผล ๓๓๑. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๓๓๒. นายวิรัตน์ วรศสิริน ๓๓๓. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ๓๓๔. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ๓๓๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๓๓๖. พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ๓๓๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๓๓๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๓๓๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๓๔๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๓๔๑. นายมารุต มัสยวาณิช ๓๔๒. นายวีระกร คำประกอบ ๓๔๓. นายวีระชัย วีระเมธีกุล ๓๔๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ๓๔๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๓๔๖. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ๓๔๗. นายวุฒินันท์ บุญชู ๓๔๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓๔๙. พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ๓๕๐. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ๓๕๑. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ๓๕๒. นายศราวุธ เพชรพนมพร ๓๕๓. นางสาวศรีนวล บุญลือ ๓๕๔. นายศรีเรศ โกฎคำลือ ๓๕๕. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ๓๕๖. นายศักดา คงเพชร ๓๕๗. นายศักดินัย นุ่มหนู ๓๕๘. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ๓๕๙. นายศาสตรา ศรีปาน ๓๖๐. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ๓๖๑. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ๓๖๒. นายศิริพงษ์ รัสมี ๓๖๓. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ๓๖๔. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ๓๖๕ นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ๓๖๖. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๖๗. นายศุภชัย นพขำ ๓๖๘. นายศุภชัย โพธิ์สุ ๓๖๙. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ๓๗๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๓๗๑. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ๓๗๒. นายสงวน พงษ์มณี ๓๗๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๓๗๔. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ๓๗๕. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๓๗๖. นายสมเกียรติ วอนเพียร ๓๗๗. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๓๗๘. นายสมคิด เชื้อคง ๓๗๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ๓๘๐. นายสมชาติ ประดิษฐพร ๓๘๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๓๘๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๓๘๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๓๘๔. นายสมบัติ อำนาคะ ๓๘๕. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๓๘๖. นายสมพงษ์ โสภณ ๓๘๗. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ๓๘๘. นายสมมุติ เบญจลักษณ์ ๓๘๙. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๓๙๐. นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ๓๙๑. นางสมหญิง บัวบุตร ๓๙๒. นายสมัคร ป้องวงษ์ ๓๙๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๓๙๔. นายสรชัด สุจิตต์ ๓๙๕. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๓๙๖. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๓๙๗. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ๓๙๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๓๙๙. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๔๐๐. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร
๔๐๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๔๐๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ ๔๐๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๔๐๔. นายสันติ กีระนันทน์ ๔๐๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์ ๔๐๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ๔๐๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๔๐๘. นายสาคร เกี่ ยวข้ อง ๔๐๙. นายสาทิ ตย์ วงศ์ หนองเตย ๔๑๐. นายสาธิต ปิ ตุ เตชะ ๔๑๑. นายสาธิต อุ๋ยตระกูล๔ ๒๑๒. นายสายัณห์ ยุติธรรม ๔๑๓. นายสำลี รักสุทธี ๔๑๔. นายสิงหภณ ดีนาง ๔๑๕. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ๔๑๖. นายสินิตย์ เลิศไกร ๔๑๗. นายสิระ เจนจาคะ ๔๑๘. นางสิรินทร รามสูต ๔๑๙. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๔๒๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น ๔๒๑. นายสุชาติ ตันเจริญ ๔๒๒. นายสุชาติ ภิญโญ ๔๒๓. นายสุชาติ อุสาหะ ๔๒๔. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ๔๒๕. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ๔๒๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง. ๔๒๗. นายสุทิน คลังแสง ๔๒๘. นายสุเทพ อู่อ้น ๔๒๙. นายสุพล จุลใส ๔๓๐. นายสุพล ฟองงาม ๔๓๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๔๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ๔๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๔๓๔. นายสุรชัย ศรีสารคาม ๔๓๕. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๔๓๖. นายสุรชาติ ศรีบุศกร ๔๓๗. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ๔๓๘. นายสุรทิน พิจารณ์ ๔๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ๔๔๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๔๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์. ๔๔๒. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ๔๔๓. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ๔๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ๔๔๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๔๔๖. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ๔๔๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๔๔๘. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ๔๔๙. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ๔๕๐. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ๔๕๑. นายโสภณ ซารัมย์ ๔๕๒. นายองค์การ ชัยบุตร ๔๕๓. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๔๕๔. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๔๕๕. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๔๕๖. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ๔๕๗. นายอนันต์ ผลอำนวย ๔๕๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๔๕๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร ๔๖๐. นายอนุชา น้อยวงศ์ ๔๖๑. นายอนุชา นาคาศัย ๔๖๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๔๖๓. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ๔๖๔. นายอนุมัติ ซูสารอ ๔๖๕. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ๔๖๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๔๖๗. นางอนุรักษ์ บุญศล ๔๖๘. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ๔๖๙. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ๔๗๐. นายอภิชัย เตชะอุบล ๔๗๑. นายอภิชา เลิศพชรกมล ๔๗๒. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๔๗๓. นายอภิชาติ ศิริสุนทร ๔๗๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๔๗๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๔๗๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ๔๗๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๔๗๘. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๔๗๙. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๔๘๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๔๘๑. นายอันวาร์ สาและ ๔๘๒. นายอับดุลบาซิม อาบู ๔๘๓. นายอับดุลอายี สาแม็ง ๔๘๔. นายอัศวิน วิภูศิริ ๔๘๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๔๘๖. นางอาภรณ์ สาราคำ ๔๘๗. นายอารี ไกรนรา ๔๘๘. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๔๘๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๔๙๐. นายอำไพ กองมณี ๔๙๑. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๔๙๒. นายอิสสระ สมชัย ๔๙๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๔๙๔. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ๔๙๕. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๔๙๖. เอกธนัช อินทร์รอด ๔๙๗.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ๔๙๘. นายเอกราช ช่างเหลา ๔๙๙. นายเอี่ยม ทองใจสด ๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย
ท่านสมาชิกครับ ผมอยากจะสอบถามว่ามีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้รับบัตรลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามีอยาก ให้ท่านยกมือขึ้น ยกมือค้างเอาไว้ เจ้าหน้าที่เราช่วยเดินไปแจกบัตรลงคะแนนด้วย มีหลายท่านทีเดียวนะครับ ถ้าท่านได้รับบัตรลงคะแนนแล้ว ท่านก็กาลงในบัตรลงคะแนน แล้วก็ค่อยเดินมาหย่อนบัตรในหีบนะครับ ชูมือเอาไว้นะครับ เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปสายกลางด้วย ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ ก็ยังไม่ได้นะครับ ข้างหลัง สายกลางยังไม่ได้เหลืออีก ๓ ท่าน เชิญครับ ท่านกาบัตรลงคะแนนเสร็จแล้วท่านเดินมาหย่อนบัตรลงในช่อง เจ้าหน้าที่ช่วย ตรวจสอบด้วยนะครับ ยังมีอีกไหมครับ ถ้าท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้รับบัตรลงคะแนน ถ้ายกมือขึ้นแล้วประธานยังมองไม่เห็น กรุณาส่งเสียงด้วยนะครับ หรือไม่ก็เดินมาพบ เจ้าหน้าที่เพื่อขอบัตรลงคะแนน ยังมีอีกไหมครับ ท่านสมาชิกคงได้ลงคะแนนกันครบ ทุกท่านแล้วนะครับ เมื่อลงคะแนนครบทุกท่านแล้ว ผมขอเชิญคณะกรรมการนับคะแนน ขอปิดการลงคะแนนนะครับ แล้วเชิญคณะกรรมการนับคะแนนครับ เชิญครับ
(คณะกรรมการเข้าประจำที่)
กรรมการเรา มีทั้งหมด ๖ ท่าน ตามที่ได้เสนอชื่อไปแล้ว ช่วงระยะนี้ก็อยู่ในระหว่างการนับคะแนนนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดจะเอาช่วงระยะเวลานี้ไปรับประทานอาหารก็ตามสบายนะครับ แต่ว่า ยังไม่ได้ปิดประชุมนะครับ ยังไม่ปิดประชุม รับประทานอาหารเสร็จแล้วท่านก็กลับเข้าห้อง ประชุมนะครับ
ขออนุญาตครับท่านประธาน
เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ผม นายชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในระหว่างที่จะเริ่มการนับคะแนน ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่งเกี่ยวกับวิธีการ ลงคะแนนแบบนี้ ในฐานะที่ผมได้เคยไปดูการเลือกตั้งของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามา ๒-๓ ครั้ง แล้วก็ดูการเลือกตั้ง ไปสังเกตการประชุมรัฐสภาในต่างประเทศมาหลายครั้งและ ที่สำคัญก็คือผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร เรานี่นะครับ ผมมีความเห็นว่า อันนี้ก็ดำเนินการต่อไปนะครับ ไม่ได้ทักท้วงอะไร เพียงแต่ว่า ถ้าเกิด
ท่านขออนุญาต หารือในช่วงระหว่างการนับคะแนน ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งนี้แล้ว
ไม่เกี่ยวครับ
เชิญครับท่านครับ
ไม่เกี่ยวครับ เพียงแต่เสนอ เป็นข้อคิดเห็นเท่านั้นเองว่า แทนที่เราจะใช้เวลาเสียไปมากแล้วก็เยอะสิ้นเปลืองพละกำลังมาก แล้วผลการลงคะแนนมันก็คิดว่าไม่น่าจะแตกต่างจากเป็นที่คาดหวังไม่ได้มากนัก และถึงแม้มันจะลับก็ตาม แต่ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยลับเท่าไร แต่ทีนี้ประเด็นของผมก็คือว่า ตอนเรายกร่างข้อบังคับเราเรียนถาม เราสอบถามจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเราแล้วว่า ในการลงคะแนนแบบลับ เราสามารถใช้เครื่องประมวลผล ใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม ยืนยันว่าได้นะครับ มันสามารถตั้งโปรแกรมได้โดยไม่ระบุเลยว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน มันจะประมวลเฉพาะผลคะแนนออกมา มันเหมือนกับการไปเลือกตั้ง สมมุติไปเลือกตั้ง แบบอิเล็กทรอนิกส์มันจะประมวลทั้งหมดออกมาแล้วก็มีแต่ยอดเท่านั้น แล้วมันจะไม่บ่งชี้ ไปถึงใครว่าใครเป็นคนลง แล้วก็สามารถทำลายทิ้งได้ทันทีเมื่อประกาศผลคะแนนแล้ว และผมคิดว่าถ้าเรายังจะขืนใช้วิธีการลงคะแนนแบบนี้ต่อไปมันมีอีกหลายครั้งหลายคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเห็นชอบตัวบุคคล ผมคิดว่าเราหมดงบประมาณเกี่ยวกับไอที (IT) ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลายพันล้านบาท ผมคิดว่าต้องทำได้ ผมคิดว่าถ้ามีปัญหา เรื่องนี้ควรจะนำมาหารือ เพราะฉะนั้นข้อบังคับ ข้อ ๘๔ (๑) มันจะใช้ไม่ได้เลย ผมฝากเรียน ข้อนี้ไว้ครับ
ข้อเสนอของ ท่านชำนาญก็เป็นข้อเสนอที่ดีที่ผมคิดว่าทางสภาเราน่าจะรับไว้พิจารณาในโอกาสต่อไป แต่ในขณะนี้อยากจะเรียนท่านชำนาญได้รับทราบท่านก็คงจะเข้าใจว่าขณะนี้เรายังอาศัยห้อง ประชุมของ ส.ว. ซึ่งก็ยังไม่แล้วเสร็จดี ฉะนั้นระบบต่าง ๆ ยังไม่สมบูรณ์ ต้องยอมรับว่าระบบ ต่าง ๆ ยังไม่สมบูรณ์ เอาไว้ห้องประชุมสุริยันซึ่งเป็นห้องประชุมของ ส.ส. สำเร็จ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าระบบ ไอที (IT) ของสภาก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ ข้อเสนของท่าน ก็น่ารับไปพิจารณาครับ ผมก็เห็นด้วย ท่านประธานชวนก็เห็นด้วย แต่คิดกันแล้ว ปรึกษาหารือกันแล้วว่ามันไม่มีช่องทางอื่นที่จะทำได้ดีกว่าที่เราทำอยู่ในขณะนี้ เพราะถ้าจะทำ ใช้ระบบเสียบบัตรก็คงต้องวางโปรแกรม จัดโปรแกรมออกแบบอะไรให้มันเป็นที่เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นพอกดลงไปแล้วมันก็จะเรกคอร์ด (Record) เอาไว้ว่าใครกดเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อะไรต่าง ๆ ฉะนั้นเราก็คงจะไปใช้ตอนห้องประชุมเราสมบูรณ์แล้ว ขอบคุณท่านชำนาญครับ เป็นความคิดที่ดีมากเลยนะครับ เชิญท่านอรรถกรครับ
กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ระบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของสภานิดเดียวในระหว่างที่กำลังนับคะแนนอยู่ เมื่อสักครู่นี้ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งผมมาว่าการเสนอชื่อตั้งกรรมาธิการสามัญมีการตกหล่นไปบ้าง ก็เพื่อที่จะให้เสร็จสิ้นกระบวนความ ผมขออนุญาตใช้เวลานี้นิดเดียวเสนอได้ไหมครับ
ท่านอรรถกรครับ เดี๋ยวให้จบระเบียบวาระตรงนี้ก่อนแล้วค่อยเสนอ
ได้ครับ แล้วแต่ท่านประธาน จะกรุณาเลยครับ ยินดีครับ ขอบคุณครับ
แต่ว่า ท่านอรรถกรก็เอาให้แน่ ๆ เขียนใส่กระดาษอ่านเลย มันจะได้ไม่ผิดเพราะผมเห็น ท่านเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบแล้วนะครับ ขอเวลากรรมการเรานับคะแนนสักครู่นะครับ คงไม่นานนัก ขณะนี้กรรมการทั้ง ๖ ท่านก็กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้นนะครับ อีกไม่นานผลการนับคะแนน ก็จะออกมา ในระหว่างการออกผลคะแนนครับ ผมขอถือโอกาสนี้แจ้งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้รับทราบว่าวันนี้ทางสภาเราได้มีโอกาสพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของสภาไทย ซึ่งในการถามกระทู้นั้นพวกเราก็คงจะเข้าใจว่ามีกระทู้อยู่ ๓ ประเภท
ประเภทที่ ๑ คือประเภทกระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยไม่ต้องบอกกล่าว ล่วงหน้า
ประเภทที่ ๒ ก็คือประเภทกระทู้ถามทั่วไป ซึ่งกระทู้ถามทั่วไปเป็นกระทู้ที่ได้ เขียนข้อมูลคำถามอย่างละเอียดแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับทราบ แล้วก็เตรียมมา ตอบอย่างชัดเจนนะครับ
ผมชื่อ อิสสระ ท่านประธาน
ขอโทษที ท่านอิสสระ สมชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมอยากจะถามท่านกรณีกระทู้ถามแยกเฉพาะนี่ละครับ ว่าใครจะเป็นคนชี้ว่ากระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ หรือให้ผู้ยื่นกระทู้ถามระบุมาเลย เหมือนกระทู้ถามทั่วไปว่าให้ตอบในที่ประชุมสภาหรือให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา แต่กรณี กระทู้ถามทั่วไปนี้ให้ผู้ถามกระทู้ยื่นกระทู้ ระบุมาเลยหรือว่าประธานจะเป็นคนพิจารณาเองว่า อันไหนสมควรจะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ อันไหนจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป ขอคำชี้แจงหน่อยครับ
ขอชี้แจง ท่านอิสสระนะครับ ก็คือการที่จะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะหรือไม่นั้นเป็นความจำนงของ ท่านสมาชิกผู้ถามกระทู้ถาม โดยระบุเช่นเดียวกับกระทู้ถามที่เราถามเข้ามาสู่สภา แล้วก็ ให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา ก็เหมือนกันฉะนั้นถ้าอยากจะให้เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านก็เขียนเข้ามาแล้วระบุว่าเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะบอกมาเลย แล้วทางเจ้าหน้าที่ ของพวกเราก็จะแยกออกมาเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วก็จะจัดคิวให้กับท่านได้ถามเลย ตอนนี้ยังว่างอยู่ สัปดาห์หน้ายังไม่มีกระทู้ถามแยกเฉพาะเข้ามานะครับ ถ้าท่าน ส.ส. เรา มีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยากจะถามก็ได้เขียนเข้ามาเลยจะได้จัดเรียงคิว แล้วจัดคิวให้ท่านได้ถามนะครับ ยังรอการนับคะแนน ผมขออนุญาตอ่านข้อบังคับข้อที่ ๑๖๘ ให้ท่านสมาชิกได้รับทราบเพื่อเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับยื่นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ข้อบังคับข้อที่ ๑๖๘ กระทู้ถามที่มีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุว่าให้ตอบในห้องกระทู้ถาม ให้ถือเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ประธานสภา อาจกำหนดให้มีการถามและการตอบในห้องกระทู้ถามก็ได้ การตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ให้เสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้อเท็จจริงที่อ้างประกอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ตั้งกระทู้ถามรับรองว่าถูกต้อง แม้ไม่ได้ยืนยัน รับรองไว้ในกระทู้ถามแยกเฉพาะก็ตาม แต่ถ้าจำเป็นจะต้องมีคำสั่งชี้แจงประกอบให้ระบุ แยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากและให้นำความในข้อ ๑๖๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อบังคับข้อที่ ๑๖๓ เกี่ยวกับการถามกระทู้ถามเช่นกัน ท่านสมาชิกไปศึกษาในข้อบังคับเพิ่มเติมได้นะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญท่านชาดาครับ
ขออนุญาตปรึกษาหารือด้วยครับ คือเรียนด้วยความเคารพ เราปฏิบัติหน้าที่มาก็ ๔ เดือน หมดไปสมัยหนึ่งแล้ว สภานิติบัญญัติ คือสภาที่ไว้สำหรับออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้ในประเทศนี้ แต่ ๔ เดือนเรามีรับรอง เรื่องเหรียญไปเรื่องเดียว นี่คือความน่าอดสู ผมเรียนด้วยความเคารพว่าสภาแห่งนี้ต้องปฏิวัติ การทำงานใหม่แล้ว ถ้าจะใช้เวลาแบบนี้ ประชุมแบบนี้ผมเชื่อว่าสภานี้ยุบไปแล้วข้อกฎหมาย ก็จะค้างแบบสภาในอดีตที่มีญัตติต่าง ๆ ซึ่งค้างอยู่ในสภามากมาย ผมเรียนด้วยความเคารพ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ลักษณะกระทู้ถามแยกเฉพาะของที่เขาใช้ปฏิบัติในประเทศอื่น ก็เป็นการแก้ปัญหากระทู้ถามและการหารือ อย่างวันนี้เราเริ่มต้นการหารือกว่าจะได้ประชุม ๕ โมงเย็น วันนี้เราต้องคิดกันใหม่ไหมว่ากรณีกระทู้ถามแยกเฉพาะจริง ๆ แล้วให้เขาไปถาม ในห้องโดยเฉพาะ แต่เขาเอาประชาชนที่สนใจเรื่องนี้มาฟังได้ สมมุติผมเรื่องความเดือดร้อน ของจังหวัดอุทัยธานี ประชาชนจะมาก็มาฟังคำตอบเลยว่ารัฐมนตรีตอบอย่างนี้นะ แล้วจะถ่ายทอดก็จัดถ่ายทอดไป เช่นเดียวกันเราน่าจะคิดเลยไปถึงว่ากระทู้หารือ ในเวลาเดียวกันเอาออกไปอีกห้องและไปถ่ายทอดสดกระทู้ถามสดไปถามให้รู้เรื่องไปเลย สภาแห่งนี้จะได้มีหน้าที่ทำงานในหน้าที่ เฉพาะเรื่องรับทราบกับเรื่องพวกนี้ อย่างเมื่อสักครู่นี้ ถ้าผมพูดแบบคนโง่ ๆ เอามาทำไม มาให้รับทราบทำไม คู่แข่งก็ไม่มีแต่มีการกา แต่ผมก็เชื่อว่า คนที่เขาออกกฎหมายเขาหวังจะให้สภารับรองเพื่อความศักดิ์สิทธิ์เพื่ออะไรหลายอย่าง อันนี้ผมเข้าใจ แต่เรื่องรับทราบที่เรามีมากมายอภิปรายไปปุ๊บ มันกลายเป็นวันนี้เราไม่ได้ ทำงานในหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร เราทำงานหน้าที่ตรงไหน ผมก็ไม่ทราบ มันกลายเป็น ๔ เดือนที่ผ่านมานั้นเห็นชัดเจน สิ่งที่ผมเรียนท่านประธานว่ามันถึงเวลาแล้วครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานชวนอยู่ ผมก็ยังอยากจะฝากท่านประธานถึงท่านประธานชวนด้วยครับ ท่านมีประสบการณ์ ท่านเป็นนักกฎหมาย ผมเห็นเจตนาของท่านที่จะประชุมวันศุกร์ อาทิตย์ท่านก็คงจะเกรงใจ ส.ส. ว่าอาทิตย์เดือนละครั้ง ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ทำไมเราไม่จัดการสังคายนาใหม่ในเรื่องของ การประชุมของเราให้มันเป็นรูปแบบที่มันชัดเจน กระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นการแก้ปัญหา การหารือแล้วก็กระทู้ถามสดที่ถามก่อนจะประชุมมันทำให้เกิดปัญหา ถ้าเราทำ กระทู้ถามแยกเฉพาะให้เป็นเรื่องที่ดี ผมเชื่อว่ามีการถ่ายทอด มีการเอาพี่น้องประชาชน มาถามเฉพาะเจาะจงกันระหว่างตัวต่อตัวเลย ผมว่านั่นจะเกิดประโยชน์กับคำว่า กระทู้ถามแยกเฉพาะ แต่ถ้ายังทำอย่างนี้ผมเชื่อว่าถ้าไปแอบเงียบ ๆ คุยกัน ๒ คนกับรัฐมนตรี กับผู้ถาม ผมเชื่อว่าต่อไปก็คงไม่มีใครถามหรอกกระทู้ถามแยกเฉพาะมันต้องให้ประชาชน ได้รับรู้ด้วย จะด้วยวิธีการถ่ายทอด หรือจะใช้วิธีการให้เอาประชาชนเข้ามาก็เฉพาะเรื่องไป สนใจเรื่องนี้ก็พี่น้องประชาชน ผมจะพูดจังหวัดอุทัย ผมก็ไปเอาพี่น้องประชาชนคนจังหวัดอุทัย มาแล้วก็ผมก็ถามรัฐมนตรี รัฐมนตรีตอบนั่นคือสัญญากับพี่น้องประชาชนด้วย ผมฝากท่านประธานด้วยนะครับว่าเราน่าจะใช้กระทู้ถามแยกเฉพาะให้มันเกิดประโยชน์ ส.ส. ทุกคนก็อยากจะทำงานในหน้าที่ การมาบอกความเดือนร้อนก็คือปัญหาในหน้าที่ ของเขาเหมือนกันนะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าเราสมควรที่จะต้องสังคายนากันใหม่ ในความเห็นผม ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านชาดา ความจริงความเห็นท่านชาดาก็ถูกนะครับ แต่ว่าก็คงจะไม่ถึงขนาดอดสูนะครับท่าน ถ้าถึงขนาดอดสูมันรู้สึกอย่างไรอยู่ พวกเราก็ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่เลย ผมเชื่อว่าสภาชุดนี้ ทำงานหนักมาก แต่ก็ด้วยระเบียบข้อบังคับมันเป็นอย่างนั้นมันก็เลยต้องทำอย่างนั้น ผมถึงต้องเอาเรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะได้มาแนะนำให้ท่านสมาชิกเราได้เลือกใช้ช่องทางนี้ ผมได้หารือกับท่านประธานชวนไปบ้างแล้วว่า ข้อหารือของท่านสมาชิกคนท่านละ ๒ นาที และฝ่ายละ ๔๐ ฝ่ายค้าน ๔๐ ฝ่ายรัฐบาล ๔๐ เป็น ฝ่ายละ ๒๐ นะตอนนี้นะ ฝ่ายละ ๒๐ ก็เป็น ๔๐ ท่าน ๔๐ ท่านคูณ ๒ นาที ก็เป็น ๘๐ นาที เวลาท่านประธานเรียกขาน หรือประธานชี้อะไรต่าง ๆ มันก็กินเข้าไปประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมงแล้ว ฉะนั้นมันก็กินเวลาไป ค่อนข้างเยอะ ผมได้หารือกับท่านประธานชวนแล้ว ท่านประธานชวนก็มีความเห็นว่า สัปดาห์หน้า น่าจะได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ ฝ่าย มีการปรับลดจำนวนสมาชิกที่หารือ ลงมาจากฝ่ายละ ๒๐ เหลือสักฝ่ายละ ๑๕ อะไรประมาณนี้ ลดลงไปเรื่อย ๆ แล้วเราก็ไป เลือกใช้ช่องทางกระทู้ถามแยกเฉพาะให้เกิดประโยชน์ และการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ ก็ไม่ใช่ว่าถามกันคุยกันอยู่ ๒ คน ระหว่างผู้ถามกับรัฐมนตรีนะครับ มีการบันทึกเทปไว้ พอหลังจากประชุมสภาใหญ่แล้วก็จะมีการถ่ายทอดออกไปให้พี่น้องประชาชนได้ชมกัน ทั่วประเทศเหมือนกัน คืนนี้หลังเราปิดประชุม พวกเราก็เปิดชมได้ว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะ เขาถามกันอย่างไร ผลจะเป็นอย่างไร ผมว่าก็มีผลไม่ต่างกันนะครับ ไม่มีผลไม่ต่างกัน กับกระทู้ที่ถามในห้องประชุมใหญ่ เพียงแต่ในห้องประชุมใหญ่มันได้ถ่ายทอดสดทันที กระทู้ถามแยกเฉพาะได้ไปออกหลังจากปิดประชุมสภาใหญ่ ถ้ามีหลายกระทู้นะครับ ก็จะนำออกในหลาย ๆ วันให้กับพี่น้องประชาชนได้ชมกันนะครับ นี่ก็ฝากอยากขอให้ ท่านสมาชิกเรา ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะในพื้นที่ก็อยากให้ถามเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะไป เดี๋ยวผมจะหารือท่านประธานชวนอีกทีว่าผมพิจารณาว่าจะให้เป็นกระทู้ ถามสด กระทู้ถามทั่วไปหรือไม่ หรือกระทู้ถามแยกเฉพาะหรือไม่เป็นดุลยพินิจของประธาน ในการวินิจฉัยได้ไหม ถ้าเป็นดุลยวินิจฉัยได้ ผมก็จะดูเรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องเฉพาะ ก็ไม่จำเป็นต้องมาใช้เวลาของห้องประชุมใหญ่ ก็ ๔ เดือนที่ผ่านมาสภาก็ทำหน้าที่เต็มที่ ก็ฝากท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ขณะนี้ พ.ร.บ. ที่จะเป็นกฎหมายเข้าสู่สภายังมีไม่กี่ฉบับ เท่าที่ทราบตอนนี้ก็เห็นของพรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามาแล้ว ๑๒ ฉบับนะครับ ส่วนของท่านอื่น ๆ ผมก็ยังไม่ทราบเพราะว่ายังไม่เห็นหรือว่าจะมีบ้างแต่ก็ไม่มาก ฉะนั้นหน้าที่ ของพวกเราก็คงจะต้องมาพิจารณากันเรื่องการเสนอออกกฎหมาย แก้กฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อที่จะให้ทันกับสถานการณ์เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเราต่อไป ท่านกรรมการเป็นอย่างไร แผ่นสุดท้ายแล้วใช่ไหมครับ ทำหน้าที่กันอย่างเคร่งเครียดเลยนะครับ ถ้านับเสร็จแล้วรายงานผลด้วยนะครับ ท่านกรรมการเช็ก (Check) บัตรลงคะแนนด้วยว่า ตรงไหน ถ้าไม่ตรงก็ต้องเช็ก (Check) กันให้ตรงเพราะหลังจากนับคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรรมการทั้ง ๖ ท่านเห็นชอบกันแล้วประกาศผลคะแนนแล้ว ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ บัตรเลือกตั้งนี้ ก็จะถูกทำลายนะครับ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ทานอาหาร ก็ออกไปทานได้นะครับ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ในระหว่างการนับคะแนน ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่น้องที่รับชมอยู่ทางบ้านก็อย่าได้แปลกใจเดี๋ยวบางท่านเพิ่งเปิดทีวีมา ให้ได้รับรู้รับทราบขณะนี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ในระหว่างการนับคะแนนก็ใกล้จะเสร็จแล้วครับ เดี๋ยวพี่น้องเปิดทีวีมาก็จะสงสัยว่าสภาทำอะไรถึงเงียบ ท่านธีรชัยเอาให้ละเอียดนะครับ มีท่านธีรชัยอยู่นี่คนผมก็สบายใจ คงไม่มีใครประท้วงขึ้นมาอีก ผมต้องขอบคุณท่านธีรชัยนะครับวันนั้นประท้วงที่ผมพูดไม่ค่อยเหมาะสม แต่ความจริง ผมก็เอาคำพูดของท่านคุณครูมานิตย์มาพูดนะครับ แต่คุณครูมานิตย์พูดไม่ถูกประท้วง ไม่ให้ถอน แต่อย่างว่าประธานต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าคนอื่นนะครับ ก็ต้องขอบคุณ ท่านธีรชัยที่เสนอแนะนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญครับ
ไม่ได้ประท้วงนะครับ ผม ชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในระหว่างที่รออยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อสภาในเรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ แต่ก่อนจะไปพูดถึงตอนนั้นไม่ใช่คุณธีรชัยนะครับ คุณคารมนะครับ ท่านประธานจำผิด นี่ผมท้วงท่านประธาน
ผมผิดอีกแล้ว ใช่ไหมครับ
ผิดอีกแล้วครับ
ต้องขออภัยครับ
นิดหนึ่งเรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ท่านชาดา ขออนุญาตพาดพิงนะครับ แต่พาดพิงในทางที่ดี จริง ๆ แล้วในฐานะที่ร่วมเป็น กรรมาธิการยกร่างข้อบังคับด้วยที่มีการเสนอเรื่องกระทู้ถามแยกเฉพาะขึ้นมาเพราะว่า เราเห็นประสบการณ์จากต่างประเทศและเห็นประโยชน์มันเยอะ จริง ๆ แล้วกระทู้ถามแยกเฉพาะ นี่นะครับมันไม่จำกัดว่าจะต้องมีห้องเดียว หลายห้องก็ได้ แล้วการถ่ายทอด การถ่ายทอดสด การเปิดเผยข้อมูลมันใช้ข้อบังคับข้อ ๑๘ โดยอนุโลมในการประชุมสภาใหญ่ หมายความว่า ในระหว่างที่ท่านมีการตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะและการตอบถามนี่นะครับ ท่านสามารถ ถ่ายทอดสดได้ จริงอยู่ทีวีรัฐสภามันอาจออกได้ช่องเดียว แต่ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ท่านออกได้นะครับ ท่านประธานในที่ประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะอนุญาตก็สามารถทำได้นะครับ ไลฟ์ เฟซบุ๊ก (Live Facebook) หรืออิเล็กทรอนิกส์ช่องทางอื่นได้ หรือมีทีวีสามารถแบ่งช่องเล็กได้ อย่างที่เราเห็นในจอก็ทำได้ แล้วผมเชื่อกันว่านะครับ ขออนุญาตแทนท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ และผมเชื่อกันว่าต่อไปข้างหน้านี้กระทู้ถามแยกเฉพาะ จะเป็นที่นิยมมากกว่ากระทู้ถามในห้องใหญ่เสียอีกนะครับ เพราะว่า ๑. มันใกล้ชิด และ ๒. สามารถสอบถามได้โดยตรง และประชาชนก็สามารถเข้าฟังได้ด้วยนะครับ อันนี้ผมเห็นประโยชน์ตรงกับท่านชาดา ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านชำนาญนะครับ ก็เป็นข้อเสนอแนะที่ดี แต่ว่าเราน่าจะเปิดได้แค่ ๒ ห้อง เพราะว่า มีประธาน ๑ ท่าน รองประธาน ๒ ท่าน ถ้าประธานอยู่บนบัลลังก์ตรงนี้ รองประธานก็จะทำ หน้าที่ได้อีกแค่ ๒ ห้องเท่านั้นนะครับ ส่วนการถ่ายทอดก็คงต้องรอเวลาในการปรับปรุงเรื่องนี้ ผมว่าน่าจะได้รับการปรับปรุง น่าจะได้รับการพัฒนา เป็นความเห็นที่ดีมากเลยครับ ก็ช่วยกันคิด ช่วยกันปรับปรุงสภาเรา เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผมหารือนิดเดียวครับท่านประธาน คือโดยระเบียบข้อบังคับนี่ ถ้าเกิดว่ายังไม่ได้ อ่านคะแนน ผมสามารถลงคะแนนไปเพิ่มเติมได้หรือไม่อย่างไรครับ
เราปิดการลงคะแนน แล้วครับต้องขออภัยด้วย ไม่เป็นไรครับน่าจะครบองค์ประชุมอยู่ครับ
ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอ บัญญัติครับ แต่ถ้านับคะแนนพร้อมแล้วรีบรายงานเลยนะครับ เชิญคุณหมอบัญญัติเชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ ในระหว่างที่รอคณะกรรมการรวมคะแนน ก็ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ได้ปรึกษาหารือนะครับ วันนี้ก็ขอปรึกษาหารือเรื่องกิจการสภานะครับ สืบเนื่องจากพวกเรา มาอยู่สภาใหม่ซึ่งอาจจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี มีข้อสังเกตที่อยากจะให้ท่านประธาน ได้ลองปรึกษาทางท่านเลขาธิการสภาสภาผู้แทนราษฎรว่า
– ๖๗/๑ ทำไมสภาแห่งนี้ไม่มีบันไดครับ ส่วนตัวนี่ผมกลัวไฟดับแล้วผมจะลงไม่ได้ ผมไม่ค่อยจะเห็น มีบันได แล้วก็ปกติเวลาขึ้นลงบันไดชั้นเดียวตามโรงพยาบาลเขาจะบอกว่าให้ประหยัดไฟฟ้า แล้วก็ขึ้นบันไดออกกำลังกายใส่แคลอรี (Calorie) ไปด้วยว่าขึ้นบันได ๑ ขั้นได้เผาผลาญ พลังงานกี่แคลอรี (Calorie) ผมพยายามจะหาบันไดแล้วก็หาไม่เจอ มีลิฟต์ตัวใหญ่ ๆ ๔ ตัว แต่ว่าลิฟต์ช้ามากเลยช้ากว่าลิฟต์โรงพยาบาล ผมว่าถ้าเราหัวใจหยุดเต้นในสภานี่ มันไปไม่ถึง ห้องพยาบาลแน่ ๆ เลยครับ ผมว่าลองให้แผนกลิฟต์ลองตั้งให้มันเร็วหน่อยเพราะว่า ใจของผู้แทนราษฎรมันร้อนกว่าลิฟต์มากครับ ผมว่าลิฟต์ ๔ ตัวนี่กว่าเขาจะบอกว่าลิฟต์กำลังปิด ลิฟต์กำลังเปิดชั้น ๑ ชั้น ๒ ผมว่าเขารอคำพูดมากกว่าผมว่า ก็อยากจะให้ปรับปรุงเรื่องว่า ถ้ามีบันได ผมว่ามีครับ แต่อยู่ตรงไหนยังไม่รู้ เปิดให้พวกเราได้เดิน ติดไฟให้มันมีความสว่าง เรื่องบันไดจะได้ออกกำลังกายด้วยสำหรับคนกลัวที่แคบ มันมีโรคของคนกลัวที่แคบนะครับ ไม่สามารถเข้าลิฟต์ได้ ผมเชื่อว่า ๕๐๐ คนนี่คงมีผู้แทนราษฎรที่เข้าลิฟต์ลำบากมีเหมือนกัน เขาคงจะมีความเครียดมาก ผมก็เหมือนกันนะครับ ให้ท่านได้ขึ้นลงบันไดด้วย เรื่องนี้ครับ
อีกเรื่องหนึ่งสำหรับกิจการสภา ตั้งแต่ปิดสมัยประชุมไป ๒ เดือน พอกลับมา วันนี้วันแรกกลิ่นในห้องประชุมนี้มันแรง ก็อยากที่จะให้สภาได้ติดต่อกรมควบคุมมลพิษ ลองมาวัดดูพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ว่ามันเท่าไร แล้วก็พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถ้าไม่เยอะก็ลองดูสิว่า กลิ่นของสีซึ่งย้อมอยู่ในวัสดุในห้องประชุมมันคายออกมา เพราะว่าช่วง ๔ เดือนที่เราประชุมสมัยแรก พวกเราก็ช่วยกันดูดเข้ามาในปอดของเราดูดซับ เครื่องกรอง ๕๐๐ เครื่องนี่ดูดไปเยอะ พอปิดสมัยประชุม ๒ เดือน คงไม่มีใครมาใช้ จะต้องให้เราทนต่อสภาพ ผมเห็นผู้แทนราษฎร ที่ปิดจมูกมาแล้วก็ไม่สบายนะครับ เกรงว่าจะไม่ได้ลงมติด้วย ก็อยากจะให้ได้มาวัดคุณภาพ อากาศให้พวกเราเพื่อเป็นสวัสดิภาพ สวัสดิการด้วย ขอเล่าประสบการณ์อีกนิดหนึ่งนะครับ ผมไปประชุมประเทศอินเดียมาเพราะว่าเป็นตัวแทนของรัฐสภา เรื่องของโรคไม่ติดต่อ ซึ่งที่นั่นฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขึ้น ๔๐๐ กว่า แล้วเมื่อวานนี้ก็ขึ้น ๙๐๐ กว่า หรือ ๑,๐๐๐ กว่า ก็ยังดีว่าเราตื่นตัวเรื่องนี้มาก มีการสวมหน้ากาก ของเขาดิบ ๆ เลยครับ ไม่มีใช้เลย ผมยังสงสารคนว่าเรื่องปัญหาเรื่องฝุ่นเป็นปัญหาทั่วโลกแล้วครับ เพราะฉะนั้นบ้านเราตื่นตัวเร็วมาก ก็ขอให้พวกเราในฐานะของต้นทางของนิติบัญญัติขอให้ตื่นตัวตั้งแต่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แค่ไม่กี่สิบ ๒๕ ๕๐ นี่ตื่นตัวได้แล้วนะครับ อย่าให้รอจนถึง ๑,๐๐๐ อย่างที่ประเทศอื่น เขาเป็นนะครับ ขอบพระคุณครับ
ด้านหลังครับ โทษทีผมจำชื่อไม่ได้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ นิรามาน สุไลมาน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระหว่างที่กำลังรอการนับคะแนนนะครับ ผมก็คิดว่าจะใช้เวลาตรงนี้ให้เป็นประโยชน์นะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ผมชอบที่ท่านชาดาได้พูดเกี่ยวกับเรื่องการจัดให้มีการตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะซึ่งเป็นเรื่อง ที่มีประโยชน์มาก ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าการหารือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่งเลย โดยเฉพาะการที่ผู้แทนราษฎรเราได้นำเรื่องที่เป็นปัญหาของในแต่ละพื้นที่เข้ามาพูด อธิบายให้กับพี่น้องประชาชนได้รับฟังปรากฏว่าหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง จะขยับทันทีเลย นี่คือปฏิกิริยาที่เป็นผลสะท้อนโดยตรงจากการทำงานของผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมจำได้เมื่อคราวที่ท่านรังสิมา รอดรัศมี ขออนุญาตพาดพิงท่านนะครับ ได้เสนอให้มีการจัดวันอาจจะเป็นวันศุกร์ เป็นวันสำหรับการเสนอเรื่องหารือเป็นการเฉพาะเลย แล้วเวลาที่ใช้ในการหารืออาจจะขยายเป็น ๓ นาที หรือ ๔ นาทีก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพื่อจะให้ได้เนื้อหาสาระเพิ่มขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อมั่นว่าท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจำนวนมาก เห็นด้วยว่ามันมีประโยชน์นะครับ ผมอยากจะเสนอให้ท่านประธานได้รับพิจารณาเรื่องนี้ เป็นการเฉพาะ เรื่องหารือในที่ประชุมจากบรรดา ส.ส. แล้วก็เรื่องการตั้งกระทู้ถาม ถ้าเราจัดเป็นกิจจะลักษณะ แยกออกจากการประชุมปกตินี่ ผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาให้กับ ชาติบ้านเมืองจะเกิดประโยชน์สูงสุด ฝากท่านช่วยพิจารณาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ก็ล้วนแต่ เป็นข้อเสนอที่ดี เดี๋ยวนะครับท่านชาดา ขออนุญาตเรื่องที่คุณหมอบัญญัติได้เสนอ ผมเองในฐานะรองประธานสภาก็ยังไม่รู้จักว่ามีบันไดอยู่ที่ไหนเหมือนกัน เมื่อกี้ก็ถามเจ้าหน้าที่ดู เอาเป็นว่าเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบด้วยว่ามีบันไดขึ้นลง หรือบันไดหนีไฟอะไรอยู่ตรงไหน อย่างไร ให้ทำป้ายติดเอาไว้ ให้สมาชิกได้รับทราบ เผื่อบางคนไม่อยากจะขึ้นลิฟต์ก็สามารถใช้ บันไดได้ ขอบคุณคุณหมอบัญญัตินะครับ
ส่วนเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมก็เคยได้รับทราบว่าทางสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีเครื่องจากกรมควบคุมมลพิษอะไรนี่ได้มาติดตั้งตรวจสอบอยู่ ตลอดเวลา ฉะนั้นก็ไม่อยากให้ทางท่านสมาชิกเราได้วิตกกังวลในเรื่องนี้มากนัก แต่กลิ่น อาจจะมีบ้างเนื่องจากว่าเราหยุดไปเดือนเศษ ๆ นะครับ แต่อีกสักพักก็คงจะดีขึ้นนะครับคุณหมอ คงจะดีขึ้น ๕๐๐ คน เครื่องฟอกที่สำคัญ แต่ว่าไม่อันตราย ผมว่าทางสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรก็มีเครื่องตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ ถ้าหากว่ามีอันตรายก็คงจะแจ้งให้พวกเรา ได้ทราบแล้ว เชิญท่านชาดาครับ รอนับคะแนนน่าจะยังไม่ลงตัว เห็นหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ กรรมการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานว่าเมื่อสักครู่ที่คุณหมอพูดถึงเรื่องบันได บันไดนี่บันไดไม่มีผมตอบให้ คุณหมอเลยนะครับ แต่ท่านนายกชวนยังอุตส่าห์ให้ไปเปิดบันไดหนีไฟ ถ้าท่านจะสังเกตนะครับ ช่องที่บันไดหนีไฟจะเปิดประตูไว้ เพราะจริง ๆ จะเปิดจากข้างในไม่ได้ ผมเคยพูดเรื่องนี้แล้ว ทางสภาก็ได้ไปเปิดบันไดหนีไฟไว้เพื่อเป็นบันไดขึ้น-ลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าไปพูดถึง เรื่องจุดบกพร่องมากมายเหลือเกินนะครับ ข้อสังเกตที่ฝากท่านประธานจริง ๆ เลยครับ วันนี้เครื่องกดก็มีปัญหา ตรงที่ผมยืนอยู่นี่ครับ ปรากฏว่าแสดงตนก็ไม่ได้ ทีนี้ปัญหาคืออย่างนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผมไม่ทราบว่ามันจะเป็นเพราะเครื่องหรืออะไรไม่ทราบ อยู่ที่สภาเก่า ๒ สมัยที่ผมเป็นไม่เคยเกิดปัญหาแบบนี้เลย แต่มาที่นี่ปรากฏว่าเกิดปัญหาบ่อยมาก อย่างวันนั้นผมเองก็กดไปแล้ว กดว่ารับรองว่าเห็นด้วย แต่กลายเป็นขึ้นว่าไม่เห็นด้วย และเรื่องใหญ่เรื่องโต คอจะขาดนะครับ เรียนด้วยความเคารพ แล้วปัญหาคือว่าแล้วทุกคน ไม่รู้หรอกครับ สมาชิกทุกคนไม่ทราบเลยครับว่ากดไปแล้วเราลงความเห็นว่าเห็นด้วย แต่เครื่องจะไปขึ้นว่าอะไรนั้น เราแทบไม่ทราบเลยครับ เราแทบไม่ทราบเลย แต่ถ้าเกิด มันผิดพลาดไปจะทำอย่างไร ด้วยความรู้สึกที่ว่ามันกลายเป็นวันนี้เครื่องเสียบบัตร มันไม่น่าเชื่อถือ อันนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าสาเหตุจากอะไร ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้ไม่เคยมี ในสภาเก่าเลย จะเป็นยี่ห้อเดียวกันหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ ก็ฝากท่านประธานด้วยครับ แล้วผมบอกว่าถ้าวันนี้ต้องเปลี่ยนครับ ระบบการประชุมสภาต้องเปลี่ยนครับ ๓ เดือนกว่า ๔ เดือนเราออกกฎหมายได้แค่ฉบับ ๒ ฉบับ แล้วยังมีกฎหมายอีกมากมายรออยู่ แล้วทุกสมัย สภาก็จะเป็นอย่างนี้ ผมว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเราโดยตรง ผมฝากท่านประธานถึง ท่านประธานชวนด้วยครับว่าเอากระทู้ถามแยกเฉพาะมาเป็นกลไก ผมเห็นใจครับประธาน รองประธานมี ๒ ท่าน ผมยังคิดเลยว่าจะเอาหัวหน้าพรรคไปนั่งไหม ผลัดกันไปทุกพรรค หรือจะเอาท่านเลขาธิการไปนั่งเป็นประธานแทนไหมถ้ามันเยอะ มันก็ต้องทำ หาทางเอาเลขาธิการ ไปนั่งเป็นประธานก็จะได้ ๓ คนแล้ว เพราะประธานรัฐสภานั้นคงต้องอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมเรียนด้วยความเคารพว่าจะทางใดก็ตามก็อยากให้หาวิธีการนะครับ เราจะอยู่กับแบบเดิม ๆ อยู่แบบนี้ ผมเรียนกับท่านประธานเห็นว่ายังนับไม่จบ ไม่ต้องอะไรมาก เราพูดว่าเราเป็นรัฐบาล 4.0 5.0 ผมเห็นวันประชุมงบประมาณวาระแรก ผมเห็นแล้วก็ตลกครับ ทุกกระทรวงในประเทศนี้มาอยู่ที่สภาหมด มากันตั้งแต่ภารโรงยันอธิบดีทุกกรม มาทำไม กันเยอะแยะ โลกปัจจุบันนี้คุณนั่งอยู่ที่กระทรวงสามารถส่งข้อมูลให้รัฐมนตรีได้ในระบบโซเชียล (Social) ระบบการสื่อสาร ซึ่งมีมากมายมาเฉพาะไม่กี่คน หรือเราชอบให้ข้าราชการมา เพื่อจะได้แสดงอะไรออกมา อันนี้คิดชอบกันอย่างนั้นหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ แต่ผมมองว่า มันน่าเสียใจตรงที่ว่ามัน 4.0 แล้ว 5.0 แล้วมันถึงเวลาที่ข้าราชการ คุณก็ทำงานในหน้าที่ของคุณไป ไม่ต้องมาวุ่นวาย เรื่องงบประมาณก็เป็นเรื่องของสภา มีอะไรผมเชื่อว่ามาเฉพาะอธิบดี ก็พอแล้ว มันกลายเป็นแบบอะไรก็ไม่รู้นะครับ ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าวันนั้น มันก็วุ่นวายไปหมด แล้วมันกลายเป็นเหมือนกับว่าเราอยู่กับที่ ความรู้สึกผมตั้งแต่เป็น ผู้แทนราษฎรวันแรกจนถึงวันนี้สมัยที่ ๓ ผมก็มีความรู้สึกว่ามันอยู่กับที่ หน้าที่ของเรา คือออกกฎหมาย ทำไมกฎหมายมันไม่ค่อยจะคลอดออกไปนะครับ ก็เรียนท่านประธาน แต่ฝากท่านประธานครับ เรื่องเครื่องกดบัตรมันเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วย แล้วมาบอกว่าผมไม่เห็นด้วย มันไม่ถูกต้อง ด้วยความเคารพครับ
ก็ขอรับไปดูแล ไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ ก็อย่างที่เราเข้าใจกันนั้นล่ะ สภาเรายังไม่เรียบร้อยวันนี้ทางบริษัท ผู้รับจ้างเขายังไม่ได้มอบงานเลย แต่พวกเรามาขอใช้เขาเฉย ๆ ไม่รู้กว่าเขาจะมอบงาน เราจะต้องได้ซ่อมแซมอะไรให้เขาบ้าง ถ้าเราไปเช่าข้างนอกเดือนหนึ่ง ๑๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้มันคงไม่ไหว ก็คงเป็นความสิ้นเปลืองมาก อย่างไรก็รับไว้พิจารณาแล้วก็คงจะต้องได้ แก้ไขกันต่อไปนะครับ ที่ประชุมครับขอบคุณคณะกรรมการนับคะแนน ลงตัวแล้ว ยิ้มแย้ม แจ่มใสกันทุกท่าน เมื่อกี้เคร่งเครียดกันอยู่ ที่ประชุมครับขณะนี้ผลการนับคะแนน ให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาตามที่พวกเรา ได้ลงคะแนนกันไปแล้ว ให้ความเห็นชอบ ๓๓๗ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๗๔ ท่าน งดออกเสียง ๒๔ ท่าน บัตรเสียอีก ๘ ฉะนั้นจึงถือว่าที่ประชุมแห่งนี้ให้ความเห็นชอบนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ประชุมรับทราบนะครับ
เนื่องจาก การลงคะแนนในครั้งนี้เป็นการลงคะแนนลับนะครับ หลังจากที่เราได้นับคะแนนประกาศ ในที่ประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำบัตรลงคะแนนทำลาย เพื่อที่จะให้ มันเป็นลับจริง ๆ ท่านสมาชิกครับ ลำดับต่อไปพวกเราก็คงจะย้อนกลับไปข้อ ๒.๔ ท่านอรรถกร ผมลืมไป เที่ยวนี้จบนะครับ เชิญครับ
กราบขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบระบบรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รอบนี้จบครับ ก็ขออนุญาตเสนอ นายสิระ เจนจาคะ ออกจาก กรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และขอเสนอนายพยม พรหมเพชร แทนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีอีกไหมครับ
ไม่มีแล้ว กราบขอบพระคุณครับ
ที่ประชุมครับ จากนี้ไปเราก็เริ่มเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๒.๔
๒.๔ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา
๒.๔.๑ รับทราบการพิจารณารายงาน จำนวน ๓ เรื่อง รับทราบการ พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของวุฒิสภา นี่ก็รับทราบอีกแล้วนะครับ แต่มันก็จำเป็นเพราะมันเป็น ระเบียบ เป็นกฎหมาย รับทราบการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของวุฒิสภา จำนวน ๔ เรื่อง
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาแล้วรับทราบเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
๑. ครั้งที่ ๑๖ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันจันทร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแล้ว
๒. ครั้งที่ ๑๘ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันจันทร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน) ๒๕๖๒ แล้ว
๓. ครั้งที่ ๑๙ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๑ ของกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ แล้ว
๒.๔.๒ พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพล และงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๒
ครั้งที่ ๑ สมัยสามัญเป็นพิเศษ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมได้ พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วน ของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้ว
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราได้รับทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๕ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน ๒๕๖๒)
เรียนที่ ประชุมได้ทราบนะครับว่า ด้วยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ได้เสนอรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน) ๒๕๖๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๒ รับทราบ รายงานความคืบหน้าดังกล่าวแล้ว สำหรับรายละเอียดของรายงานดังกล่าวนี้ เจ้าหน้าที่คงได้ จัดเตรียมไว้ตรงที่นั่งของท่านสมาชิกในห้องประชุมแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจ ที่อยากจะซักถามหรือไม่ครับ เกี่ยวกับเรื่องรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินงานตาม แผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็ได้มี ท่านสมาชิกแสดงความจำนงที่จะแสดงความคิดเห็น
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือกันเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ลงมติมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้ชี้แจงรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณา ผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ และ ข้อ ๗๖ ขอเชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งประธานหรือผู้แทนคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ๑๑ ด้าน และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการมากราบเรียนชี้แจงต่อท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ ซึ่งบัญญัติว่าคณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งความคืบหน้าของ การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาทุกวงรอบ ๓ เดือน คณะรัฐมนตรีได้เคยนำเสนอรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศต่อสภาแห่งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งสำหรับวงรอบ ๓ เดือนก่อนโน้น และบัดนี้ ก็มาถึงวงรอบ ๓ เดือน คือเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน ในการนำเสนอครั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการดังกล่าว มายังท่านประธานแล้ว และเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น เพราะเราได้ข้อเสนอแนะ บทเรียน จากสภาแห่งนี้เองที่ให้คำแนะนำไปในการนำเสนอรายงานครั้งก่อน วันนี้คณะรัฐมนตรี จึงขอให้ประธานหรือผู้แทนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน ซึ่งมีอยู่ ๑๑ ด้าน มาร่วมชี้แจงรับฟังความคิดเห็นจากท่านทั้งหลายด้วย ผลจากการที่ได้นำเสนอรายงาน ความคืบหน้าในวงรอบก่อนนั้น ที่ประชุมนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มาก ตั้งแต่รูปแบบวิธีการที่จะมารายงานต่อสภาทุก ๓ เดือน และยังให้คำเสนอแนะเรื่องเกี่ยวกับแผน และกิจกรรมในการปฏิรูปด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประมวลนำเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศทั้ง ๑๑ คณะ แล้วก็ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ให้ความเห็นชอบ ให้ดำเนินการไปตามคำแนะนำของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้หลายข้อด้วยกัน อันนำมา ซึ่งการนำเสนอในรูปแบบที่กราบเรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมในวันนี้ และถ้าหากว่า มีข้อเสนอแนะอื่นใดเพิ่มเติมก็จะนำไปประมวลเข้ากับข้อเสนอแนะจากวุฒิสภา ซึ่งก็ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์มาเช่นกันแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพราะถึงอย่างไรเสีย แผนการปฏิรูปประเทศก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป แต่อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถปรับปรุงแก้ไขอยู่ได้ ตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพ เป็นที่ทราบแล้วว่าการปฏิรูปประเทศนั้นได้แบ่งออกเป็น แผนการต่าง ๆ ๑๑ ด้าน คือด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านพลังงาน และด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวม ๑๑ ด้าน บวกกับด้านพิเศษซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับตามรัฐธรรมนูญอีก ๒ ด้าน รวมเป็น ๑๓ ด้าน เงื่อนไขพิเศษตามรัฐธรรมนูญก็คือจะต้องตั้งกรรมการปฏิรูปการศึกษา และจะต้อง ตั้งกรรมการปฏิรูปตำรวจ ซึ่ง ๒ ชุดพิเศษนั้น ก็ได้ดำเนินการในส่วนของตนไปแล้ว จนกระทั่ง ได้มีการจัดทำแผนการปฏิรูปการศึกษาของชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว และขณะเดียวกันในส่วนของการปฏิรูปตำรวจนั้นก็คืบหน้าไปจนถึงขั้นยกร่างเป็นกฎหมาย ขณะนี้อยู่ที่การตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และการรับฟังความคิดเห็น เพราะฉะนั้นในรายงานความคืบหน้านี้จึงเน้นหนักในเรื่องต่าง ๆ ๑๑ ด้าน บวกกับแผน การปฏิรูปการศึกษาอีกด้านหนึ่ง เป็น ๑๒ ด้าน ส่วนแผนการปฏิรูปตำรวจนั้นคืบหน้าไปถึงขั้น การยกร่างกฎหมาย แต่เนื้อหาว่าจะปฏิรูปอย่างไรนั้นนำเข้ามาซ้อนอยู่ในแผนการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมของประเทศ ซึ่งวันนี้ท่านผู้แทนก็ได้มาพร้อมที่จะชี้แจงต่อท่านประธาน และที่ประชุมแล้ว ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ว่าในการ ดำเนินการสำหรับวงรอบ ๓ เดือน ซึ่งก็จะต้องนำมากราบเรียนอย่างนี้ทุก ๓ เดือน ทุก ๓ เดือนอยู่เรื่อยไป แต่สำหรับ ๓ เดือนในวงรอบเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน ๓ เดือนนั้น ได้มีการดำเนินการในส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ ไปจากจำนวน ประมาณ ๑,๒๐๐ กิจกรรม สำเร็จเสร็จสิ้นไปประมาณ ๑๒๐ กิจกรรม คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๐ และที่ล่าช้ากว่าที่ได้คาดไว้ประมาณร้อยละ ๘ ที่มีอุปสรรค ไม่สามารถดำเนินการได้ประมาณร้อยละ ๓ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำมากราบเรียน แต่ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ที่จะสอดส่องดูแลกำชับติดตาม และเร่งรัดเพื่อขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคและเร่งรัดสิ่งที่ล่าช้า รวมทั้งดูแลสิ่งที่ทำไปแล้วให้สามารถต่อยอดและไม่ล้มลุกคลุกคลานลงเสียกลางทางได้ ข้อเสนออื่นใดทั้งหมดถ้าที่ประชุมนี้มีคำแนะนำ คณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๑ ด้าน บวกด้านที่ ๑๒ คือด้านการศึกษาพร้อมที่จะรับไปปรับปรุงดำเนินการเพื่อจะได้ ย้อนกลับมากราบเรียนท่านประธานในวงรอบ ๓ เดือนต่อไปได้ และทำให้ทุกอย่างสามารถ เดินหน้าไปได้ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ได้มี ท่านสมาชิกเราแสดงความจำนงในการที่จะแสดงความคิดเห็นนะครับ ผมขออนุญาต ท่านสมาชิกนิดหนึ่ง ผมเพิ่งได้รับรายชื่อท่านที่เข้ามาชี้แจง แล้วก็มีท่านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางเบญจวรรณ สร่างนิทร รองประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย พลตำรวจโท อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม นายธงธน เพิ่มบถศรี อนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการปฏิรูป ประเทศด้านสาธารณสุข มีท่านปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคม นายมนูญ ศิริวรรณ รองประธานกรรมการปฏิรูปด้านพลังงาน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ และนายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ต่อไปนี้ขอเรียนเชิญท่านสมาชิก ผมขอแจ้งท่านสมาชิก ๔ ท่านแรก ท่านฐิตินันท์ แสงนาค ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วก็ท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญท่านฐิตินันท์ แสงนาค เชิญครับ ๑๕ นาที
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตัวแทนคนเมือง พรรคอนาคตใหม่ครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาอภิปรายเรื่องแผนปฏิรูป ความคืบหน้ารายงานในการดำเนินการแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ประจำเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๓ เดือน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องเท้าความ นิดหนึ่งว่าการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้เริ่มมาจากปี ๒๕๕๗ เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้น ๒ กลุ่มการเมืองใหญ่ ๆ ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้เกิดรัฐประหารโดยคณะ คสช. ภายหลัง การรัฐประหาร มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เรียกว่าแม่น้ำ ๕ สาย ๑ ใน ๕ สาย ก็คือ สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ซึ่งผมเป็น ๑ ในคณะอนุกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ท่านประธานครับ ทั้ง ๗๗ จังหวัด คณะอนุกรรมาธิการ ทั้ง ๑๕ คนแต่ละจังหวัด จะมีการรวมกลุ่มตั้งกรุ๊ปไลน์ (Group line) ขึ้นมาเพื่อออกเวที รับฟังความคิดเห็นประชาชนของทุกอำเภอใน ๗๗ จังหวัด การออกฟังความคิดเห็นประชาชนนั้นจะได้ข้อมูลดิบมาและคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๗๗ จังหวัด โดยเฉพาะของผมทำอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นสายวิชาการ เป็นผู้สกรีน (Screen) ข้อมูลทั้งหมด ที่ได้ข้อมูลดิบมา แล้วก็รวบรวมส่งให้สภาโดยส่งไปให้ที่ สนช. โดยตรง รายงานเล่มนี้ที่ผมถืออยู่ ส่วนหนึ่งก็คือมาจากรายงานที่ผมทำมา ท่านประธานครับ เริ่มแรกของการปฏิรูป จะมีแบบฟอร์มให้คณะทำงาน ๓ แบบฟอร์ม คือแบบฟอร์มเอ (A) แบบฟอร์มบี (B) และแบบฟอร์มซี (C) หัวข้อที่ให้มาในการฟังความคิดเห็น ๑๘ ประเด็นบวก ๑ พอส่งข้อมูลมาครบปรากฏว่า คณะทำงานเกี่ยวกับการปฏิรูปตัดออกไป ๗ หัวข้อเหลือ ๑๑ บวก ๑ เป็น ๑๒ ผมจะอ่านให้ ท่านประธานดูว่าข้อมูลที่หายไปมีอะไรบ้างและข้อมูลเต็ม ๆ ของการทำงานในครั้งนั้น คือปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ มีอะไรบ้าง ประเด็นที่ ๑ ด้านการเมืองอันนี้ตรงกัน มีครับ ประเด็นที่ ๒ ด้านบริหารราชการแผ่นดินอันนี้ก็มีตรงกัน ประเด็นที่ ๓ กฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรม ก็มีเป็นด้านกฎหมายเข้ามา ประเด็นที่ ๔ คือการปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ไม่มี ตัดออกไป ประเด็นที่ ๕ การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันนี้ก็ไม่มี ประเด็นที่ ๖ ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ในแผนทั้งหมดมีเศรษฐกิจเข้ามาครับ ตามรูปที่ทำให้ดูนะครับท่านประธาน ประเด็นที่ ๗ คือด้านการเกษตร อุตสาหกรรมและพาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ปรากฏว่าไม่มี ประเด็นที่ ๘ ด้านพลังงาน อันนี้มี ประเด็นที่ ๙ ด้านสาธารณสุข อันนี้มี ประเด็นที่ ๑๐ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็มีครับ ประเด็นที่ ๑๑ ด้านการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ อันนี้มีครับ ประเด็นที่ ๑๒ ด้านสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส อันนี้ก็ไม่มี มีแค่ด้านสังคมอย่างเดียว ประเด็นที่ ๑๓ ด้านแรงงาน ผมเสียใจมากครับท่านประธานด้านแรงงาน เมื่อเช้านี้ เพื่อนสมาชิกของผมได้อภิปรายเรื่องนี้ไปโดยการกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปรากฏว่าไม่ได้บรรจุอยู่ในแผนปฏิรูปเลย เกิดอะไรขึ้นครับ แรงงานประเทศไทยไม่มีคุณค่า หรืออย่างไร พวกท่านมองไม่เห็นความสำคัญของแรงงานหรืออย่างไร พวกท่านไม่รู้หรือว่า การสร้างชาติของเราต้องใช้แรงงาน ในนี้ไม่มี ผมจะผ่านไปนะครับ ประเด็นที่ ๑๔ ด้านการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ อันนี้มี ประเด็นที่ ๑๕ ด้านค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ข้อนี้ไม่มี ประเด็นที่ ๑๖ ด้านการศึกษา อันนี้มี ประเด็นที่ ๑๗ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม อันนี้ก็ไม่มี ประเด็นที่ ๑๘ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค อันนี้ก็ไม่มี และประเด็นที่ ๑๙ ด้านอื่น ๆ ด้านอื่น ๆ หมายถึงว่าคิดไม่ออก ไปเจออะไรมา ก็เอามาใส่ไว้ด้านนี้ ผมจะพูดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งไม่มีอยู่ในนี้ คณะทำงาน ท่านรัฐมนตรีที่มารับฟังวันนี้ก็รับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาด้วยนะครับ การคุ้มครองผู้บริโภค ปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ เป็นปัญหาหลักของมวลมนุษยชาติเลยนะครับ ไม่ใช่คุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองตัวท่านเองด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องเอามาใส่ในการปฏิรูป ประเทศว่าเราจะคุ้มครองอย่างไรในแผนปฏิรูปของท่าน ท่านประธานครับ ผมจะไล่ดู ขอภาพด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพที่ท่านรองนายกเอาขึ้นเมื่อกี้นี้ครับ ของผมทำมาให้ดู ประเด็นที่ปฏิรูปนี้มีทั้งหมด ๕ ประเด็นหลัก มีหัวข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมจะพูดถึงประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่ ๕
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นย่อยที่ ๑ในหนังสือที่สรุปมานี่นะครับ การกระจายอำนาจ และการพัฒนานักการเมืองท้องถิ่นอยู่ระหว่างดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบตามแผน ท่านตอบทุกข้อ เปิดหนังสือนี้ดู ทุกประเด็นท่านจะใช้คำนี้หมด ใช้วิธีก๊อปปี (Copy) วางนะครับ ก๊อปปี (Copy) แล้วมาวาง ผมต่อนะครับ ตามแผนคืออะไร มีการรายงานผ่านผล การดำเนินงานตามสื่อต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ประเด็นกระจายอำนาจ ผมเขียนหัวข้อโต้แย้งไว้ว่าการอ้างอิง ท่านอ้างอิงด้วยว่าการกระจายอำนาจการพัฒนา นักการเมืองท้องถิ่นใช้สื่อของรัฐต่าง ๆ เพื่อปลุกเร้า สร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัว และพร้อมที่จะใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างนี้จะได้ผลหรือครับท่านประธาน จะปฏิรูปการเมืองระดับท้องถิ่นโดยการใช้สื่อของรัฐสร้างกระแส ท่านคิดอะไรอยู่ครับ สื่อของรัฐถ้าจะให้ชัดกว่านั้น ท่านจำรายการเย็นวันศุกร์ได้ไหมครับ ท่านใช้มา ๕ ปี ปลุกกระแสได้ไหม สร้างความรำคาญเบื่อหน่ายด้วยซ้ำการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น ให้ประชาชนตื่นตัวไปเลือกตั้งไม่ใช่การสร้างกระแสนะครับมันต้องเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ให้เขารับรู้รับทราบว่าการเมืองท้องถิ่นสำคัญอย่างไรเป็นการเมืองใกล้ตัว ใกล้กว่าพวกเรา ๕๐๐ ท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ด้วยซ้ำ เพราะว่านักการเมืองท้องถิ่นอยู่ในพื้นที่ ใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นท่านต้องมีวิธีการที่เข้มข้นกว่านี้ในการที่จะปลูกฝัง แล้วก็ปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น นี่ผมยังไม่นับหัวข้อการเมืองท้องถิ่นที่ท่านไม่ได้บรรจุไว้เป็นหัวหลัก มาใส่หัวข้อย่อย แต่การเมืองท้องถิ่นก็เป็นนโยบายของทุกพรรคการเมืองที่หาเสียงเข้ามา แม้แต่รัฐบาลเองก็มีนโยบายที่จะทำการเมืองท้องถิ่นให้เข้มแข็ง อันนี้ตรงกัน แต่วิธีการที่ท่าน จะทำให้การเมืองท้องถิ่นให้ประชาชนรับรู้รับทราบความสำคัญ มีจิตสำนึกกระตือรือร้น ในการเลือกตั้งท้องถิ่น วิธีใช้สื่อของรัฐอย่างนี้ไม่ใช่นี่ผมถอดมาจากหนังสือของท่านนะครับ มันต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง เข้าใจบทบาทของการเมืองท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชนว่าเป็นอย่างไร แล้วเอาคนเหล่านั้นมาเป็นวิทยากร บรรยาย อบรม ชี้นำ ปฏิบัติให้ผู้คนได้รับรู้รับทราบถึงจะสามารถปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นได้ผมจะไปหัวข้อต่อไปเลย ผมจะไปประเด็นที่ ๓ เมื่อกี้นี้หัวข้อย่อยที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๓ หัวข้อย่อยที่ ๔ การสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรร ทรัพยากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากร การคุ้มครองดุลยภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การกำหนด หาแนวทางร่วมกันในการจัดทำข้อเสนอในการสร้างความเป็นธรรมในพื้นที่ ท่านประธานครับ ที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ เร็ว ๆ นี้ ผมยกตัวอย่างอีอีซี (EEC) เขตการค้าพิเศษที่ผ่านมา ในสภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่ประชาชนในท้องถิ่น ทรัพยากรท้องถิ่นถูกแย่งโดยนายทุน แล้วท่านเขียนว่าเพื่อกระจายทรัพยากรดุลยภาพ ของท้องถิ่น ตัวอย่างเห็นมาชัด ๆ เลย แม้เราจะตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาก็ยังทำ ไม่สำเร็จ แล้วเราจะคุ้มครองสิทธิพื้นฐานทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างไร ผู้ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ ไม่ใช่ประชาชนในพื้นที่เจ้าของทรัพยากรตัวจริง ท่านประธานครับ เป็นใครผมว่าทุกท่าน คงจะทราบกันดี เพราะฉะนั้นข้อนี้ข้อเดียวก็ไม่ผ่านแล้วในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ผมจะไปข้อต่อไปครับ
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นย่อยที่ ๒ การป้องกันทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ ขายเสียงอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบตามแผน อันนี้เขาก็ก็อบปี้มาวาง อีกแล้วครับ ก็อบปี้จากข้อ ๑ ๒ ๓ มาวางเลยครับ ประเด็นที่ผมจะโต้แย้งก็คือรัฐบาลไม่มี ความจริงใจในการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ระยะเวลา ๕ ปี ณ วันนี้จะเข้า ๒ ปีแล้ว อีก ๓ ปีท่านทำได้แค่ถ้ามีภาพจะให้ขึ้นดู หรือท่านที่มีหนังสือเปิดดูได้นะครับ ยังเป็นศูนย์อยู่ ปฏิรูปการเมืองบรรทัดแรกเลย บรรทัดแรกในหนังสือการเมืองยังเป็นศูนย์อยู่เลยครับ ยังทำอะไรไม่ได้เลย ผมถึงต้องจะใช้คำว่ากล่าวหาก็จะแรงเกินไป ในชาร์ต (Chart) จะตัวเล็กหน่อย ก็ล้อมาจากของท่าน ถ้าจะปฏิรูปการเมืองจริง ๆ มันง่ายนิดเดียว ถ้ารัฐบาลจริงใจ แต่ผมขอพูดไว้ ณ ที่นี้ว่าถ้าปฏิรูปการเมืองจริง ๆ ใครเสียประโยชน์ ใครได้ประโยชน์ ถ้าปฏิรูปการเมืองจริง ๆ เป็นสากลบริสุทธิ์ยุติธรรมประชาชนได้ประโยชน์ แต่นักการเมือง หรือพรรคการเมืองที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมเสียประโยชน์ เพราะฉะนั้นจึงทำให้การปฏิรูปการเมือง ล่าช้ากว่ากำหนด ผมไม่ทราบว่าอีก ๓ ปี ท่านจะทำได้สักกี่ข้อเชียว อย่ากลับมาให้พวกผม ทำอีกนะครับ ให้ไปฟังเวทีประชาชนมาให้ท่านอีก มันเหนื่อย แล้วใช้ความสามารถ ความพยายามสูงในการหาข้อมูลมาให้พวกท่าน เพราะฉะนั้นผมหวังว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้า คงจะได้คำตอบจากทุกท่านดีกว่าที่รายงานฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๒๐ นาทีเชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานความคืบหน้าของแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของการบริหารแผนปฏิรูปประเทศโดยรวมว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง เรื่องที่สำคัญที่สุดที่เป็นพื้นฐานทางความคิดของแผนปฏิรูปก็คือการบูรณาการกิจกรรม ทั้งหมดของการบริหารราชการเพื่อให้ตอบโจทย์ทางยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ เมื่อความตั้งใจ และหลักการที่รัฐบาลได้จัดทำแผนปฏิรูปประเทศในความหมายดังกล่าวนี้ ผมก็พยายาม ที่จะกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในการบริหาร ท่านประธานที่เคารพปัญหาที่ผมพบที่สำคัญมาก ก็คือเรื่องของความโยงเชื่อมระหว่างแผนต่าง ๆ ที่ผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เป็นรูปธรรมให้เห็นภาพ ในเรื่องการเมืองตัวชี้วัดในระดับแผนบอกว่าการแก้ไขความขัดแย้ง ทางการเมืองโดยสันติวิธีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข อันนี้เป็นเรื่องของการสร้างความเข้าใจแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในประเทศ อันนี้เป็นด้านการเมือง ผมมาดูในด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกัน ตัวชี้วัดในระดับแผนก็คือบริการ ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาแล้วตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน ในระบบดิจิทัล (Digital) ทั้งหมด นั้นหมายความว่าระบบบริหารราชการแผ่นดินจะต้องตอบโจทย์ ต่อปัญหาของประเทศ ถ้าตอบโจทย์ได้เงื่อนไขของความขัดแย้งทางการเมืองก็จะเบาลง ตรรกะตรงนั้นก็ชัดเจน เดี๋ยวเรามาดูในภาคปฏิบัตินะครับ ด้านที่ ๓ คือด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวชี้วัดในระดับแผนก็คือ จำนวนรายการที่มีเนื้อหาสาระสร้างสรรค์ มีประโยชน์บนสำนึกของความเป็นไทยร่วมสมัย อีกตัวหนึ่งก็คือมี พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรม วิชาชีพสื่อมวลชน แล้วก็มีการบังคับใช้ แล้วมีคู่มือมาตรฐานกลางด้านจริยธรรมของวิชาชีพสื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ จากตัวอย่าง ๓ ด้านที่พูดถึงนี้ เมื่อผมลงไปดูในรายงานแล้ว มันไม่ได้บูรณการกันเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวชี้วัดนี้ถ้าเราอ่านอย่างพยายามจะเข้าใจถึงยุทธศาสตร์ ของรัฐบาลมันน่าที่จะเกี่ยวข้องแล้วก็เสริมซึ่งกันและกัน แต่ปรากฏว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำนั้น เป็นกิจกรรมที่แยกตามตัวชี้วัดที่ได้กำหนดไว้ ผมขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า อันนี้เป็นปัญหาของระบบราชการไทย ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตอนเป็นเลขาธิการ กปร. ก็ทราบดีว่ามันมีโรคใหม่ในระบบราชการไทย เราเรียกว่า โรค เคพีไอ (KPI) ก็คือ โรค เคพีไอ (KPI) เต็มไปหมดเลยแต่โรค เคพีไอ (KPI) เหล่านั้นไม่ได้สัมพันธ์กัน แล้วก็ไม่ได้ใช้เพื่อการบรรลุเป้าหมายสุดท้ายรวมกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานนี้มันเกิดประเด็นขึ้นชัดเจน ก็คือว่าในการปฏิรูปประเทศนั้น หลักคิดเป็นแนวคิดทางยุทธศาสตร์ ท่านเริ่มต้นด้วยหลักคิดทางยุทธศาสตร์ แต่พอไปถึง เรื่องของการปฏิบัติแผนแล้ว มันเป็นเรื่องของงานประจำไปหมด มันเป็นเรื่องที่ทำตามปกติ แล้วข้าราชการก็ทำด้วยวิธีการปกติเป็นไปไม่ได้ที่การบริหารราชการในลักษณะที่เป็นงานประจำ จะตอบโจทย์ทางยุทธศาสตร์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมนะครับ ในเรื่องที่ ๑ ก็คือในเนื้อหาสาระของแผนเราเห็นชัดเจนว่าการบูรณการในด้านภารกิจ การบูรณการ ในด้านพื้นที่ จนกระทั่งถึงการบริหารราชการนั้นมันไม่ได้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ได้บอกไว้ งานแต่ละชิ้นทำนะครับ สำเร็จ ไม่สำเร็จ ทัน ไม่ทัน ล่าช้า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การให้เกิดผล กระทบในเชิงยุทธศาสตร์ตามเป้าหมายนั้นไม่ได้เกิดขึ้น อันนั้นคือปัญหาพื้นฐาน
ส่วนที่ ๒ เมื่อไม่นานนี้เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ผมก็ได้เป็นคนหนึ่งในการที่ลุกขึ้นอภิปราย เราพบว่างบประมาณที่จะไปรองรับแผนปฏิรูปประเทศนี้ เป็นงบประมาณที่ใช้เคพีไอ (KPI) ของกิจกรรมทั้งหมด แต่ เคพีไอ (KPI) ที่เป็นสัมฤทธิผล ที่เกิดขึ้นกับประชาชนนั้นไม่มี ผมได้อภิปรายชัดเจนว่างบประมาณ เราอยากได้งบประมาณ ฉบับที่เป็นรอยยิ้มของประชาชน ก็คือเมื่อใช้งบประมาณนั้นแล้ว ประชาชนได้รับประโยชน์ มีชีวิตที่เป็นสุข แล้วก็มีรอยยิ้มเมื่อมีการทำงานของรัฐบาลเกิดขึ้น แต่ปรากฏว่างบประมาณ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในกรรมาธิการวิสามัญขณะนี้มันไม่ได้เป็นงบประมาณที่เป็นรอยยิ้ม ของพี่น้องประชาชนนะครับ มันเป็นงบประมาณที่เป็นรอยยิ้มของข้าราชการประจำเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นกิจกรรมเคพีไอ (KPI) เหล่านี้มันก็สะท้อนกลับมาอยู่ในรายงานฉบับนี้ อีกเช่นเดียวกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานได้กราบเรียน ไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าเราไม่ต้องการเคพีไอ (KPI) ที่เป็นกิจกรรม เราต้องการเคพีไอ (KPI) ที่เป็นสัมฤทธิผลที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนของเรา เช่น เราทำเรื่องทางการเมือง เคพีไอ (KPI) ไม่ต้องมากหรอกครับ มีตัวเดียวเท่านั้นคือประชาชนคนไทยในทุกภูมิภาครักกัน เข้าใจกัน ร่วมมือและมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน เท่านั้นละครับ ตัวเดียวเท่านั้นเอง ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ ประเทศของเรา แผ่นดินของเราก็จะสงบสุขนะครับ แต่ถ้าเรามีเคพีไอ (KPI) มากมาย ทำกิจกรรมมากมาย อบรมเรื่องนั้นอบรมเรื่องนี้ แต่สุดท้าย คนไทยไม่ได้เข้าใจกัน คนไทยไม่ได้รักกัน คนไทยไม่ได้มีรอยยิ้มให้แก่กัน ตรงนั้นยุทธศาสตร์ ประเทศไม่สำเร็จหรอกครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่างที่ผมขออนุญาตไม่ต้องพูดมากกว่านี้ ในเรื่องของงบประมาณ
ประเด็นที่ ๓ ที่เป็นตัวอย่าง ที่เราเป็นปัญหาก็คือว่าในการปฏิบัติยุทธศาสตร์นี้ ผมเชื่อว่าข้าราชการซึ่งผมเห็นใจท่านนะครับ ข้าราชการประจำ ท่านยังคงคิดว่าท่านเป็น ข้าราชการประจำที่ปฏิบัติราชการปกติ แต่แผนปฏิรูปประเทศนี้เป็นแผนยุทธศาสตร์ครับ ข้าราชการจำเป็นจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เปลี่ยนทัศนคติใหม่ หรือเรียกโดยรวม ก็ต้องเปลี่ยนมายด์เซ็ต (Mindset) ใหม่ ถ้ามายด์เซ็ต (Mindset) ของข้าราชการประจำ ยังเป็นแบบเดิมนะครับท่านประธาน แผนยุทธศาสตร์นี้ไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จ และผมไม่ได้เห็นมีกิจกรรมไหนเลยของการปฏิบัติแผนปฏิรูปนี้มีกิจกรรมที่จะเปลี่ยน มายด์เซ็ต (Mindset) ของข้าราชการประจำ ที่จะทำให้เห็นว่าต่อไปนี้เราจะไม่ปฏิบัติราชการ ตามกิจกรรมที่เรามีในกระทรวงและในกรมของเรา แต่เราจะปฏิบัติกิจกรรมที่ให้เกิด ประโยชน์กับประชาชน ตรงนั้นต่างหากที่จะเป็นการปฏิรูปประเทศที่แท้จริง เพราะฉะนั้น ข้าราชการประจำจำเป็นที่จะต้องปรับมายด์เซ็ต (Mindset) เรื่องนี้ จากตัวอย่างที่ผม ได้พูดมานี้นะครับท่านประธานจะเห็นว่าแม้กระทั่งในรายงานของท่านเลขานุการ ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติก็เขียนไว้ ชัดเจนว่าการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐตามแผนปฏิรูปนี้ก็ยังไม่เสร็จ การคัดเลือกกิจกรรม ที่จะปฏิบัติขอให้เป็นกิจกรรมเพื่อการปฏิรูปที่แท้จริงมันก็ฟ้องชัดมันเป็นกิจกรรม ข้าราชการประจำนะครับ การที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงขอให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ไม่ใช่เป็นการทำงานตามปกติ ข้อเสนอแนะเหล่านี้ก็สะท้อนของฝ่ายเลขานุการซึ่งท่านก็ได้ พยายามทำหน้าที่ของท่านว่าขอให้ขยับจากการทำราชการปกติไปสู่การปฏิบัติแผนปฏิรูปประเทศ ที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ รูปธรรมที่ชัดเจน กรุณาเรียนไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ก็คือว่าความล่าช้าของกิจกรรมมีถึง ๙๒ กิจกรรม ล่าช้าเพราะอะไรครับ ถ้าตอบ ตรงไปตรงมาที่สุด เพราะลำดับความสำคัญสำหรับผมกิจกรรม ๙๒ นี้มันต่ำครับ และผมถาม กับท่านตรง ๆ ว่าแผนกิจกรรมของแผนปฏิรูปประเทศนี้สำคัญน้อยกว่าการปฏิบัติราชการ ปกติของท่านใช่หรือไม่ ถ้าข้าราชการประจำอธิบดีตอบว่าใช่ ผมว่าเราต้องกลับมาทบทวน แล้วว่าแผนปฏิรูปประเทศนี้มีความสำคัญแค่ไหน ผมคิดว่าตรงนี้เป็นพื้นฐานอย่างยิ่ง ที่ผู้บริหารหน่วยของส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นอธิบดี ปลัดกระทรวง แม้กระทั่งรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบจะต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ และไม่ถือว่าอันนี้เป็นงานฝากทางการเมืองอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อจะแก้ไขปัญหาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมหวังว่าในการรายงาน ๓ เดือนจากนี้ไป จะมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องอภิปรายเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ขอกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุว่าถ้า ๓ เดือนข้างหน้าเรื่องนี้ไม่มี การเปลี่ยนแปลง ผมขออนุญาตท่านประธานล่วงหน้ากับท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุไว้เลย ว่าผมจะต้องพูดให้แรงมากกว่านี้ เพราะมันเป็นปัญหาจริง ๆ ครับ ทั้งหมดนี้ผมพยายาม ที่จะพูดในเชิงสร้างสรรค์ ผมขออนุญาตที่จะเข้าสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในรายละเอียดครับ ประเด็นปัญหาวันนี้ที่เราอภิปรายกันมาตลอดของเรื่องแผนปฏิรูปประเทศ ก็คือการปรับ แผนปฏิรูปประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบท สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา วันนี้ผมขออนุญาตยก ๑ ตัวอย่างเพื่อประกอบในการอภิปรายเรื่องที่ ๒ ของผม นั่นก็คือเรื่อง ของสื่อออนไลน์ (Online) ที่เราเรียกว่าโซเชียล มีเดีย (Social Media) วันนี้โซเชียล มีเดีย (Social Media) เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อประเทศทั้งในทางบวกและในทางลบ และที่สำคัญก็คือโซเชียล มีเดีย (Social Media) นี้เข้ามามีอิทธิพลต่อการสร้างอารมณ์ และความรู้สึกและภาพจำของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก คำถามของเรื่องนี้ก็คือว่า เสรีภาพของการใช้สื่อออนไลน์ (Online) นี้ควรจะอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะเป็นหลักประกันว่า สามารถจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนของเรา ทำอย่างไรจะให้การใช้ สื่อออนไลน์ (Online) นี้ ไม่สร้างความขัดแย้งและสร้างความเกลียดชังของคนในชาติ ทำอย่างไรที่เราจะรักษาเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไว้ ไม่ใช่มีปัญหา แล้วก็บอกไปปิดกั้นเสรีภาพ เราจะรักษาไว้อย่างไร แล้วเราจะส่งเสริมให้ประชาชนของเรา เรียนรู้การใช้สื่อออนไลน์ (Online) แล้วก็รู้จักสื่อออนไลน์ (Online) เพื่อที่จะให้ประชาชน ของเราเติบโตและมีวุฒิภาวะของการเสพสื่อออนไลน์ (Online) อย่างไร สิ่งเหล่านี้ไม่ปรากฏเลย ในกิจกรรมทั้งหลายที่อยู่ในแผนปฏิรูป ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่มาก แล้วก็ข่าวของรัฐบาล ทุกวันนี้ที่ไม่ได้อยู่ในแผนปฏิรูปก็วิ่งไล่กับเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด ผมขออนุญาตเสนอ ความคิดเป็นพื้นฐานนะครับ เผื่อท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุจะกรุณานำไปใช้ประกอบ ในการปรับแผน ในการที่จะทำให้สื่อออนไลน์ (Online) เป็นประโยชน์กับประเทศของเรานั้น มันมีหลักการอยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าสิทธิเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็นจะต้องมาพร้อมกับ ความรับผิดชอบของคนใช้สิทธิเสรีภาพนั้น นี่คือเรื่องที่ ๑ คำถามเราจะทำอย่างไร ให้มันเกิดขึ้นอันนั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ ก็คือการตรวจสอบและควบคุม วันนี้ที่พูดกันทั้งประเทศเลย คือเฟกนิวส์ (Fake news) แต่ปรากฏว่าเฟกนิวส์ (Fake news) ตรงนี้มันกลายเป็นเรื่องว่า จะมาจับผิดใคร จะเป็นอะไรใครซึ่งมันไม่ใช่ประเด็นใหญ่เลยนะครับ ประเด็นของเฟกนิวส์ (Fake news) ตรงนี้มันเป็นประเด็นที่เกิดการเผยแพร่ข่าวสารที่จะเป็นอันตรายต่อสาธารณะ คำถามก็คือว่าอันตรายตรงนี้แปลว่าอะไร กติกาของมันอยู่ตรงไหน หลักเกณฑ์ของมัน อยู่ตรงไหน และกติกาหลักเกณฑ์นี้มีการเปิดเผยและมีความชัดเจนเพียงใด สิ่งเหล่านี้ มันไม่ปรากฏนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า ศูนย์เฟกนิวส์ (Fake news) ที่มีปัญหาวันนี้ในเรื่องของ ความเชื่อถือของประชาชนคือเขาไม่รู้ว่ากติกาและหลักเกณฑ์มันคืออะไร เมื่อเป็นอย่างนี้ ความหวาดระแวงและความไม่เชื่อใจจึงเกิดขึ้น ผมไม่ได้บอกว่าศูนย์เฟกนิวส์ (Fake news) เป็นปัญหานะครับ แต่ผมพูดถึงว่าหลักการของการเอาศูนย์นี้มาใช้มันเป็นปัญหา
เรื่องที่ ๓ ประชาชนผู้รับข่าวสารนั้นจะต้องมีวิจารณญาณ และใช้วิจารญาณ ที่จะคิด ที่จะเลือกและที่จะเชื่อข่าวสารที่ตัวเองได้รับ หลักการ ๓ ข้อนี้เป็นหลักการพื้นฐาน ของการสร้างสังคมอารยะ แต่คำถามก็คือว่าในแผนปฏิรูปนี้มีการสร้าง ๓ เรื่องนี้หรือเปล่า ยุทธศาสตร์นี้ ผมเปิดดูผมไม่เห็นอาจจะมีสอดแทรกอยู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าใจได้ แต่ไม่ได้ ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เป็นเพราะบริบทตอนที่ทำแผนปฏิรูปอาจจะยังไม่มี เรื่องสื่อออนไลน์ (Online) ที่มีอิทธิพลมากมายขนาดนี้ ด้วยหลักการที่ผมได้กล่าว ทั้ง ๓ ประการนี้ไม่ได้หมายความว่าหลักการใดหลักการหนึ่งเพียงหลักการเดียวจะสามารถ ป้องกันและแก้ไขปัญหาและเปิดพื้นที่สื่อที่ปลอดภัยให้กับสาธารณะได้ ไม่ใช่นะครับ เราจะต้องใช้ทั้ง ๓ หลักการนี้ไปพร้อม ๆ กัน หลักการทั้ง ๓ ข้อนี้เกี่ยวข้องกับ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือคนส่งข่าวสาร เรื่องที่ ๒ ก็คือคนรับข่าวสาร และเรื่องที่ ๓ คือกลไกการกำกับ และติดตามตรวจสอบข่าวสารนั้น ๓ เรื่องนี้เราจะทำอย่างไรครับ นั่นหมายความว่าในบริบท ของสังคมไทยวันนี้องค์ประกอบสัดส่วนของ ๓ เรื่องนี้อาจจะมีน้ำหนักไม่เท่ากัน อีก ๑ ปีผ่านไป สัดส่วนนี้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปอีก ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็เท่ากับว่าหลักการ ๓ เรื่องนี้ ปรับให้สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงของสังคม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อประชาชน ของเรามีวิจารณญาณสูงขึ้น กฎเกณฑ์การควบคุมสื่อก็อาจจะเบาลง แต่ถ้าวิจารณญาณ ของประชาชนของเรายังมีน้อย กฎเกณฑ์การควบคุมก็อาจจะต้องมีมาก อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่มีสูตรตายตัวนะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม ในช่วงเวลาใดก็ตาม ตรงนี้เป็นพลวัตรของการบริหารยุทธศาสตร์ประเทศที่สำคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเป็นอย่างนี้ผมก็จะขออนุญาตตั้งคำถามว่าแผนปฏิรูปประเทศทราบหรือไม่ว่า บริบทของสังคมไทยวันนี้ที่เสพสื่อออนไลน์ (Online) วันนี้อยู่ในสถานะอะไร เราควรจะวาง ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ในหลักการ ๓ ข้อนี้ในสัดส่วนอย่างไร ถ้าจะบอกว่าเฉลี่ยหารแบ่ง ๓ เรื่อง เท่ากันหมด ไม่ได้นะครับ ผิดพลาดแน่นอน แต่ละยุคแต่ละสมัยไม่เท่ากัน แต่หลีกไม่พ้น ๓ เรื่องนี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็พูด ๓ เรื่องนี้ ในยุโรปก็พูด ๓ เรื่องนี้ แต่สัดส่วนการใช้ ทั้ง ๓ เรื่องนี้ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นผมหวังว่าใน ๓ เดือนข้างหน้าเราน่าจะได้มีคำตอบ เหล่านี้บ้างจากแผนปฏิรูปว่าเราปรับสัดส่วนเรื่องเหล่านี้กันอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมอยากจะพูดในประเด็นสุดท้าย ที่สำคัญก็คือว่า ในยุคนี้เป็นยุคของสื่อออนไลน์ (Online) จริง ๆ และเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย มากที่เราขาดหลักการ ๓ ข้อนี้และการปฏิบัติหลักการดังกล่าวทำให้สื่อออนไลน์ (Online) วันนี้ ผมขออนุญาตใช้คำแรงนะครับ สื่อออนไลน์ (Online) วันนี้ปล้นและจี้อารมณ์ความรู้สึกของ ประชาชนครับ ประชาชนนั่งอยู่ที่บ้านเฉย ๆ เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมา อารมณ์และความรู้สึก ของเราถูกปล้นและถูกจี้จากคนส่งสื่อนี้ จะเป็นอารมณ์ที่เป็นบวกหรือเป็นลบ เป็นอารมณ์ ที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ อันนั้นผมยังไม่ต้องพูดถึง แต่วันนี้ทุกวันคนไทยถูกปล้น ด้วยสื่อออนไลน์ (Online) เมื่อเป็นเช่นนี้คำถามก็คือว่าในขณะที่สื่อออนไลน์ (Online) ด้านหนึ่ง เรียกร้องให้มีหลักประกันสิทธิเสรีภาพของการใช้สื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากและเป็นเรื่องที่ เราควรจะต้องเคารพ แต่ในเวลาเดียวกันในฐานะที่ผมเป็นประชาชนคนหนึ่ง แล้วก็ประชาชน ที่ผมได้พบในหลายภูมิภาคของประเทศเขาก็ขอเหมือนกันครับท่านประธาน เขาขอว่า ประชาชนขอหลักประกันสิทธิเสรีภาพของอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่ต้องถูกสื่อออนไลน์ (Online) ครอบงำด้วยเช่นกันครับ เพราะวันนี้สิ่งที่เขาคิดมันถูกครอบไปหมดครับ ท่านประธานครับ แล้วถ้าประชาชนถูกครอบด้วยสื่อออนไลน์ (Online) ผมถามว่าดุลพินิจ ของการคิดอย่างบริสุทธิ์ของประชาชนตรงนี้มันจะไม่มีแล้วนะครับ เมื่อมันไม่มี ความบริสุทธิ์ ของประชาชนที่จะเป็นพลังของการนำพาประเทศไปข้างหน้ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ และไม่มีประเทศไหนที่พลังของประชาชนที่ไม่บริสุทธิ์จะนำพาประเทศ ไปได้ตลอดรอดฝั่งนะครับ เราต้องการความบริสุทธิ์ทางอารมณ์และความรู้สึกของประชาชน เราเชื่อว่าจิตสำนึกของประชาชนนั้นเป็นจิตสำนึกที่ดีต่อชาติบ้านเมืองของเขา แต่วันนี้ มันถูกครอบด้วยสังคมออนไลน์ (Online) ที่อันตรายอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตย้ำว่า เราไม่ต้องการให้มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสังคมออนไลน์ (Online) แต่หลักประกัน ในหลักการ ๓ ข้อนี้ส่วนผสมจะอยู่ตรงไหน นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นโจทย์ของการปฏิรูปประเทศ ที่สำคัญอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ขออนุญาตสรุปก็คือว่าทั้งหมดที่ผมกล่าวมา ใน ๒ เรื่องใหญ่นั้น การปรับแผนและกิจกรรมของแผนปฏิรูปประเทศให้ทันกับ สภาวะแวดล้อมของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาตามตัวอย่างที่ผมได้ยกนี้ ท่านจะทำอย่างไรครับ ถ้าท่านไม่ทำแล้วก็เอาเอกสารเดิมของท่านแล้วก็มารายงานว่า อะไรทำเสร็จ ไม่เสร็จแค่ไหน ผมคิดว่าไม่พอแล้วครับ เพราะบริบทของสังคมมันเปลี่ยน ตลอดเวลา ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเสมอว่าแผนปฏิรูปประเทศเปลี่ยนได้ วันนี้ผมได้ขอให้ ท่านเปลี่ยนแล้วครับ แล้วเราจะดูว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้าท่านเป็นอย่างไร และขออนุญาต ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ผมขออนุญาตท่านประธานล่วงหน้าว่าครั้งหน้าถ้าไม่มี การเปลี่ยนแปลงผมคงต้องขออนุญาตพูดตรงและแรงแต่สร้างสรรค์ครับ ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านสงวน พงษ์มณี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนสนใจเรื่องนี้มากตั้งแต่ การมารายงานครั้งแรก แล้วก็เสนอว่า ครม. ต้องมาด้วยท่านหนึ่ง เพราะเป็นผู้ปฏิบัติโดยตรง วันนี้ดีใจที่อาจารย์ผมมา ผมก็ดีใจว่าท่านจะได้มารับฟังของเพื่อนสมาชิกและจะได้นำไป ปรับปรุงแก้ไข ท่านประธานครับ โดยรูปแบบก่อนนะครับ ผมตามตั้งแต่ท่านทำฉบับนี้ แถลงนโยบาย ท่านเขียนเรื่องการปฏิรูปไว้ในหน้า ๒๗ การปฏิรูปของภาครัฐ กระบวนการ ของภาครัฐไว้หน้า ๒๗ ผมตามดูว่ามันสอดรับกับเรื่องที่ท่านเขียนมารายงานคราวก่อน อย่างไรบ้าง ผมก็ไปดูว่าเล่มแรกดูจะอ่านง่าย มันชัดเจนว่ามีกี่อย่าง ตัวนี้นะครับ แต่เล่มนี้ ใหญ่มากครับท่านประธาน แล้วผมดูว่ามันเป็นรายละเอียดเหมือนกับท่านเขียน รายละเอียด เหมือนทำเอกสารงบประมาณเลยนะผมดู ท่านครับเป็นไปได้ไหม ถ้าเรามาคุยว่าตั้งแต่ยึดอำนาจปี ๒๕๕๗ เป็นต้นมา มันมีกระบวนการ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งจริง ๆ เรื่องไหนบ้าง ผมพูดตามเอกสารนะครับ แล้วสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ ต้องถือว่าเป็นความเห็นทางกฎหมายของสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ในเวทีนี้นะครับท่านยังเป็น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสภา หรือเป็นผู้มาชี้แจง เป็นกฤษฎีกา เป็นใครก็ตามนะครับ ในเวทีนี้ศักดิ์ศรีในการแสดงความคิดเห็นต้องถือว่าเราเท่ากันไม่มีถูกผิด ท่านประธานครับ ที่มีการปฏิรูปเพราะมันมีปัญหาใช่ไหมครับ เมื่อท่านปฏิรูปแล้วมันตอบสนองปัญหา แก้ปัญหาอะไร ท่านต้องตอบคำถามได้ด้วย วันนี้เราจะต้องดูหลาย ๆ อันว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเลยเขียนเล่มใหญ่มาก ผมกลับไปพบในมาตรา ๒๗๘ ท่านประธานครับของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ดีมาก แล้วสั่งว่าต้องทำให้เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ในมาตราไหนบ้างครับ ในมาตรา ๕๘ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๓ มาตรา ๕๘ ก็ปัญหาคือเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใช่ไหมครับ มีปัญหา ท่านก็บอกต้องแก้นะภายใน ๒๔๐ วันต้องทำกฎหมายอะไรให้เสร็จ แล้วก็บอกว่า สนช. ต้องพิจารณาภายใน ๖๐ วัน นั่นก็หมายความว่าปี ๑๐ เดือนต้องเสร็จ นี่คือการปฏิรูป ที่เป็นรูปธรรมที่สุด ในการปฏิรูปครั้งนั้นท่านดูนะครับ มาตราที่เขาบอกว่ามาตรา ๕๘ ท่านก็ทำเรื่องสิ่งแวดล้อมการใช้ทรัพยากร ต่อมามาตรา ๖๒ เป็นกระบวนการจัดการ งบประมาณเรื่องการใช้เงินหลวง แล้วก็พอมาถึงมาตรา ๖๓ ก็คือเรื่องทุจริต เห็นไหมครับ นี่คือชุดความคิดเรื่องการปฏิรูปประเทศเพื่อตอบสนองปัญหาที่ผมว่าได้ ๓ อย่าง แล้วในที่ท่านเขียนมาท่านครับ เป็นการตั้งใจเขียนที่ดีและมันมีรายละเอียดเยอะมาก ผมก็เห็นว่าท่านทำได้ ท่านก็ตอบคำถามที่พวกเราสงสัยคราวก่อนว่าไม่มีรายละเอียดใช่ไหมครับ แต่ถ้าหากเราจะอ่านให้เข้าใจว่าท่านทำอะไร ผมเอาอันนี้มาอธิบายเป็นข้อ ๆ เหมือนกับผม มาตอบคำถามกับอาจารย์ที่ว่าผมเอาอันนี้ให้คุณดู แล้วคุณมาสรุปให้ฟังสิไม่ใช่นะครับ ผมไม่ทำอย่างนั้นนะท่านครับ ผมกำลังจะบอกท่านว่า ท่านครับเอามาตราที่ผมว่ามาตรา ๖๒ ของรัฐธรรมนูญ พูดถึงว่าท่านต้องสร้างใน ๒๔๐ วัน กฎหมายวินัยการเงินการคลังให้ออกมา ในปี ๒๕๖๑ เหมือนกัน หลังจากประกาศรัฐธรรมนูญท่านได้ออก พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ๑ ฉบับ ยกเลิก ๗ ฉบับ นี่คือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ปฏิรูประบบงบประมาณเลยนะครับ แล้วก็มีกฎหมายวิธีการงบประมาณออกมาแล้วยังไม่พอ ในมาตรา ๖๒ มันเน้นหนัก ที่วินัยการเงินการคลังท่านครับ พอวินัยการเงินการคลังออกมาปุ๊บ แล้วนี่ท่านจะเห็นว่า กระบวนการงบประมาณที่เกิดขึ้นมันเริ่มเปลี่ยน มันเริ่มเปลี่ยน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับไปเขียน ในมาตรา ๑๔๔ ผมตลกครับท่าน ตลกว่าการจัดทำงบประมาณแผ่นดินกลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ ภารกิจของรัฐสภาเลย สมาชิกจะทำอะไรไม่ได้หมด ผมว่าก็แปลกดี แต่ผมพูดเรื่องนี้ทำไม เพราะจะบอกว่าการปฏิรูปมันต้องปฏิรูประบบกฎหมายและปฏิรูปการทำงานด้วยครับ ผมเองจะพูดต่อเอาสาระในเรื่องเหล่านี้มาพูด ผมคิดว่าเราคงสื่อความหมายต่างกัน ผมจะเอา ปัญหารูปธรรมดีกว่า ท่านดูนะครับ ถ้ากฎหมายวิธีการงบประมาณออกใหม่แบบนั้น แล้วเขียนชัดเจนขนาดนั้น เขียนถึงเรื่องอะไรครับ เรื่องเงินงบประมาณเป็นอย่างไร หลายฉบับ ไม่ใช่เฉพาะฉบับนั้นนะครับ ตั้งแต่กฎหมายพัสดุแล้วเขียนหมดเลยว่าอะไรบ้าง ที่เรียกว่า เงินงบประมาณ เงินแผ่นดิน พูดถึงเงินงบประมาณ พูดถึงเงินนอกงบประมาณ พูดถึงการจ่ายเงินและพูดถึงอะไรครับ พูดถึงการจัดเก็บ ในประเด็นนี้ผมเรียนท่านประธานว่าผม จะคอยดูว่ากฎหมายวิธีการงบประมาณที่ทำอยู่ในมาตรา ๕๓ จะมีเงินก้อนหนึ่งที่เก็บด้วยรัฐอยู่ ในกระทรวงพลังงานมาเข้าในมาตรา ๕๓ ไหม ถ้าไม่เข้าท่านเก็บเงินได้ท่านจ่ายไม่ได้นะครับ เพราะตอนปี ๒๕๕๐ สมัยท่านสมัคร ผมถูกเชิญ เข้าไปในห้องว่าจะออกกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างไร เอาเงินกองทุนน้ำมันมาเป็น ตัวอย่างว่าใช้ไม่ถูกต้อง แต่วันนี้มาตรา ๕๓ ในกฎหมายงบประมาณกลับไม่มีเงินก้อนนี้ ไม่มีชื่อกองทุนนี้เข้าไปอยู่ เพราะไปปรับกฎหมายใหม่แล้วคงลืมเอาเข้าไป ท่านปรับกองทุนนี้ เป็นหน่วยงานของรัฐนะครับ เป็นกองทุนเขาเรียกว่านิติบุคคล เป็นกองทุนที่เป็นทางการ แล้วมีการเปลี่ยนกำกับโดยตรงของ ครม. เลย ผมถามว่าจ่ายเงินอย่างไร บอกว่าจ่ายเงิน ตามกฎหมายที่เขียนให้จ่ายได้ ท่านครับวันนี้สภาก็ต้องรับผิดชอบ เราอนุญาตให้กองทุนต่าง ๆ ตั้งขึ้นมาหมดเลย เป็นเงินเหมือนเงินนอกงบประมาณครับ แล้วก็เขียนกฎหมายให้เขา จ่ายเงินได้ด้วย แต่บังเอิญเมื่อออกกฎหมายวินัยการเงิน การคลัง มาแล้วมันกำกับว่า การจ่ายเงินต้องจ่ายแบบไหน ท่านครับตอนอธิบายตอนนั้นก็บอกว่าถ้าไม่นำเข้ามา ขออนุญาตจ่ายในสภา ต้องถือว่าเก็บได้จ่ายไม่ได้นะครับ ถ้าจ่ายได้ผมว่าองค์กรภาคเอกชน คงฟ้องรัฐมนตรีพลังงานกันเต็มไปหมด เพราะเงินนี้จ่ายทุกวัน เก็บทุกวัน เป็นเงินหลวง เก็บตามกฎหมาย แต่คุณนำไปไว้ในเล่ม เขาเรียกว่าเอกสารประกอบงบประมาณเล่มที่ ๕ แต่คุณไม่ได้อยู่ในกฎหมายวิธีการงบประมาณในมาตรา ๕๓ มันเกิดอะไรขึ้น ผมพูดเรื่องนี้ มันเกี่ยวกับสิ่งที่เราพูดกันไหม มันเกี่ยวครับ นี่คือกระบวนการสร้างกฎหมายเพื่อปฏิรูปประเทศ แล้วการปฏิบัติมันย้อนแย้ง ท่านเองมีหน้าที่โดยตรงในการแนะนำหน่วยงบประมาณ ทำในเรื่องนี้ เพราะในกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจนว่าท่านให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำ ในการจัดทำอะไรต่าง ๆ ด้วย ผมพูดประเด็นนี้เพราะว่าเป็นภารกิจของท่านนะครับ ต้องดูกฎหมายเป็นชุดกฎหมาย แล้วนำมาหาข้อมูลว่าหลักการทั่วไปมันคืออะไร เมื่อจัดทำ งบประมาณตามนี้จะต้องทำอะไรบ้างเป็นภารกิจของหน่วยงานของท่าน เขาเรียกหน่วยงาน ปฏิรูปนี้ครับ ท่านครับมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมสนใจนอกจากเรื่องกฎหมายเหล่านี้แล้ว ผมสนใจ อย่างนี้ ทุกหัวเรื่องที่ท่านเขียนในเล่มก่อนกับเล่มนี้ เล่มก่อนท่านจะชัดเลยว่าเรื่องนี้ทำอะไรมาบ้าง แก้ปัญหาอะไร และขณะนี้ดำเนินการอย่างไร บางช่องท่านก็บอกว่าขณะนี้ผ่าน สนช. แล้ว รอประกาศราชกฤษฎีกากฎหมาย หลายเรื่องท่านเขียนไว้ในเล่มหนึ่ง วันนี้ผมจะตามดูว่า เล่มใหม่ท่านบอกว่าเรื่องนั้นมันไปถึงไหนแล้ว เวลาคิดของผมผมคิดอย่างนี้ครับ
ผมสนใจเรื่องที่ ๒ เรื่องอะไรครับ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้ หมวดงบประมาณก็เพิ่มเรื่องบูรณาการเข้าไป คือการทำงานร่วมกัน ผมคิดว่าเป็นแนวคิด ของท่านรองแน่ ๆ เพราะท่านรองท่านมองอะไรในลักษณะบูรณาการ ท่านครับผมพูด เรื่องคณะกรรมการคณะหนึ่งให้เห็นว่าท่านควรจะปฏิรูปหน่วยนี้ไหม คือคณะกรรมการ กระจายอำนาจครับ ท่านคณะกรรมการ ท่านรองครับ ขออนุญาตผมเสียมารยาทที่พูดกับ ผู้มาชี้แจงมันต้องพูดกับท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะเรียนท่านอย่างนี้ กฎหมายกระจายอำนาจเฉพาะหมวดข้าราชการ ผมขอพูดกฎหมายฉบับนี้ให้จบก่อนนะครับ เฉพาะหมวดว่าด้วยกรรมการมี ๔ วงเล็บ มี ๓๖ คน ในมาตรา ๑๑ ถ้าผมจำไม่ผิดยังบอกว่า เวลาประชุมต้องมีเกินกึ่ง แล้วมันจะทำงานได้อย่างไรครับ เพราะมือหนัก ๆ ทั้งนั้น มาเป็นปลัดกระทรวง เป็นรัฐมนตรีทั้งนั้นเลย ทำอย่างนี้มันประชุมไม่ได้ ประชุมจังหวัด เรื่องการถ่ายโอน แม่น้ำปิงใหญ่มากอยู่ ๒ จังหวัด คุณโอนฝายให้กับทาง อบต. ฝั่งนี้เล็ก ๆ ทำไม่ได้ แล้วทำอย่างไรต่อครับ บอกว่าต้องประชุมที่กรรมการจังหวัด พออนุกรรมการจังหวัด ทำเสร็จเข้ามากรุงเทพก็ประชุมอนุกรรมาธิการอีกก็ไม่จบอีก เรื่องเข้าสู่สภาก็ผ่านวาระที่ ๑ ไปแล้ว ในช่องงบประมาณของใครครับ ของกรมชลประทานครับ ในที่สุดเป็นอย่างไร บอกว่าต้องถอนออก ผมว่าถ้าถอนออกขึ้นมาคงมีการฟ้องศาลปกครองว่าคุณทำอะไรกัน ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าผมสนใจกฎหมายวิธีการงบประมาณและผมสนใจกฎหมาย กระจายอำนาจมาก กฎหมายกระจายอำนาจมันอยู่ในเรื่องที่ท่านเขียนไว้ในเล่มใหม่นี้เลย บอกว่ากฎหมายใดที่มีอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศต้องแก้ คุณโอนผิดแต่คุณบอกแก้ไม่ได้ และใครรับลูกครับ สตง. รับลูก ทุกคนกลัวหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าไม่แก้กฎหมายกระจายอำนาจในกระบวนการเหล่านี้นะครับ โอนผิดก็โอนใหม่ได้ แม่น้ำหลายจังหวัดโอนให้ท้องถิ่นไม่ได้ โอนให้จังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร ไม่ได้อีก โอนให้จังหวัดลำพูนได้ไหม ไม่ได้ เพราะมันต้องสร้าง ๒ ฝั่งแม่น้ำ นี่คือการจัดการ งบประมาณโดยกฎหมายเก่า ต้องปฏิรูปแล้วครับท่าน ผมพูดประเด็นหลังชี้อย่างเดียว ท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านว่าเราพบกันคราวหน้าอีก ๓ เดือน ขออะไรครับ ขอว่า ๑. ชุดความคิดกฎหมายเป็นชุด ๆ เหมือนผมบอกว่ากระบวนการงบประมาณ มันเปลี่ยนอย่างนี้ ชุดความคิดนี้จะทำอะไร และกฎหมายวิธีการงบประมาณออกมาอย่างนี้แล้ว ถ้าเป็นกฎหมายกระจายอำนาจล่ะ กระจายโอนไปแบบสูจิบัตรกีฬา ท่านประธานครับ หมายความว่า ๑๐ โมงประธานมาถึงให้ประธานไปยืนพักตรงนี้เลย แล้วก็มาตัดริบบิ้น แบบนี้ถึงเวลาปั๊บคุณโอนกิจกรรม คุณโอนกิจกรรมแล้วก็โครงการให้กับท้องถิ่น แต่คุณไม่ได้ โอนอำนาจให้เขา ผมเป็นท้องถิ่นถ้าผมทำไม่ได้เพราะเกินศักยภาพ ผมขอคนนั้นทำก็ได้ ขอคนนี้ทำก็ได้ อันนี้หน่วยงานไม่ว่าฟังก์ชัน (Function) ไหนพร้อมทำให้หมด มีเงินหมด แต่ทำไม่ได้เพราะบอกว่าโอนไปแล้ว นั่นก็หมายความว่าที่โอนไปแล้วเต็มประเทศ มันผิดอย่างนี้ เท่ากับไม่ต้องพัฒนาเลยใช่ไหม บ้านผมต้องไม่มีน้ำกินใช่ไหม บ้านคุณต้องไม่มีน้ำใช้ใช่ไหม ที่ผมพูดทั้งหมดเหล่านี้มันต้องปฏิรูปในหนังสือที่เรามี สิ่งนี้ฝากไว้ว่าการกระจายอำนาจ คราวหน้าคุณจะปฏิรูปอย่างไร คณะมันใหญ่ทำไม่ได้หรอกครับ
ขอบคุณครับ ท่านสงวนครับ
ผมจบแล้วครับ ผมเกินเวลามามากแล้ว ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศนั้น มาตรา ๒๗๐ ผมจะพูดเฉพาะเรื่องการเมือง เรื่องการเมืองในการปฏิรูป ประเด็นที่ ๔ การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม มีอยู่ ๕ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูปตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับชาติ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการปฏิรูปบอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ที่จริงทำมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้ว วันนี้ไม่มีคำตอบเลยท่านประธาน ควรจะบอกว่าใช้เงินไปเท่าไร ปฏิรูปได้กี่เปอร์เซ็นต์ ให้การศึกษาพี่น้องประชาชนไปเท่าไรแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้ง ระดับท้องถิ่น แต่ระดับชาติเราทำไปแล้วท่านประธานที่ครับ เราทำไปแล้วมันได้กี่เปอร์เซ็นต์ มันต้องออกมาอย่างนี้ แต่นี่บอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ คราวที่แล้วผมก็อภิปราย ในประเด็นนี้ คราวนี้ก็มาอย่างเดิมครับ ฝากท่านประธานเรียนไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย
ประเด็นที่ ๒ การป้องกันทุจริตในการเลือกตั้งนี่ก็เหมือนกันอยู่ระหว่างดำเนินการ เรารู้ด้วยว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้วมีการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างไรบ้าง มีการจับผู้ทุจริต ในการเลือกตั้งได้กี่ราย คดีเป็นอย่างไรบ้าง มันควรจะออกมาในรูปนี้ ท่านประธานที่เคารพ ควรจะออกมาอย่างนี้
อีกประเด็นหนึ่ง คือประเด็นการตรวจสอบค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง ที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้ง อันนี้ก็อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่เหมือนกัน จริง ๆ แล้วการเลือกตั้งมา ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ อันนี้จะสิ้นปีแล้วท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบด้วยควรจะออกมาแล้วเป็นตัวเลข ถ้าอย่างนั้นจะมารายงานอย่างไร รายงานตัวเลข อย่างนี้ว่ากำลังดำเนินการ คราวหน้าจะมีอีกไหม กำลังดำเนินการอีกไหม ใช่ไหมครับ จนหมดสมัยไหม อันนี้คือประเด็นคำถามที่ฝากไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ว่าอะไรท่าน ท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่คนที่มาจากการเลือกตั้งโดยเฉพาะพรรคประชาธิปไตยใหม่ กว่าจะได้เป็นผู้แทนราษฎรมาได้เกือบตาย ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นการใช้นวัตกรรม นวัตกรรมในการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น เครื่องนับคะแนน เครื่องลงคะแนน อันนี้เป็นปัญหาทั้งสิ้นในการเลือกตั้ง ในการปฏิรูป ควรจะมี อย่างเช่น ประเทศอินเดียเขามีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน เขาใช้เครื่อง ในการลงคะแนน ท่านประธานครับ พอลงคะแนนเสร็จปั๊บ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ออกมาเลยครับ ว่าใครได้เป็น ส.ส. ใครไม่ได้เป็น ส.ส. ของบ้านเรามีประชากรไม่ถึง ๑๐๐ ล้านคน ท่านประธานครับ นับคะแนนกี่วันครับ ๒ เดือน ๓ เดือน ก็ยังไม่ประกาศออกมานี่คือปัญหา ที่แท้จริง ไปร้องเรียนว่าคะแนนผิดพลาดไป มันหดไป กกต. ให้ไปร้องเรียนที่ไหน ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์โน่น คราวที่แล้วพรรคประชาธิปไตยใหม่คะแนนเดี๋ยวก็หดขึ้น แล้วก็ ยืดออก หดขึ้น ยืดออก เทียวไปร้องเรียนไม่รู้กี่รอบ กว่าจะลงตัวได้ผู้แทน ๑ คน ท่านประธานครับ ฝากไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย ผมว่าไปดูงานที่ประเทศอินเดียเสีย ประชากรเขามาก ๆ เขาเลือกตั้งทำไมเขาประกาศได้ไว ต้องยอมรับ อันนี้ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับที่จริงไม่น่าจะควรเขียนอย่างนี้ คนเขียนอย่างนี้แสดงว่าไม่ทำงาน ท่านประธานที่ครับ คราวที่แล้วก็ทักท้วงกันว่าต้องทำมาเป็นเปอร์เซ็นต์ เงินใช้ไปเท่าไร แต่ว่าอันนี้ก็มาเหมือนเดิมกำลังดำเนินการอยู่
อีกประเด็นในการปฏิรูปการเมืองข้อสุดท้าย ข้อที่ ๕ คือประเด็นการปฏิรูป พรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ การปฏิรูปพรรคการเมืองถ้าเปรียบเทียบระหว่าง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ความยากง่ายชาวบ้านเข้าถึงการเมือง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เข้าง่ายกว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองง่ายกว่า การดำเนินการ พรรคการเมืองง่ายกว่า ผมตั้งพรรคกว่าจะมาถึงพรรคประชาธิปไตยใหม่ได้ ๑๐ พรรค ท่านประธานครับ กว่าจะมาถึงพรรคสุดท้ายเพราะอะไร ตั้งแล้วก็ล้ม ตั้งแล้วก็ล้ม แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมตั้งขึ้นในปี ๒๕๕๔ ตอนนั้นง่ายกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต้องยอมรับ ประเด็นที่พรรคการเมืองปัจจุบันเข้าไม่ถึง ๑. การจัดตั้งพรรคการเมืองใช้เงินครับ ต้องมีเงินทุนประเดิมเป็นล้านบาท ปกติตั้งพรรคการเมืองถ้ารวมกันแต่ก่อน ๑๕ คน ไปขอจัดตั้งได้ เที่ยวนี้ต้องมี ๕๐๐ คน ฝากท่านประธานไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าปรับได้ก็จะดี ก็เป็นอานิสงส์แก่พี่น้องประชาชนคนไทย บางกลุ่มบางก้อนเขาอยากตั้ง พรรคตัวเอง ตั้งไม่ได้เพราะว่าขาดที่เงินทุน อันนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองที่มันยากคือสมาชิก สมาชิกทุกวันนี้ ต้องจ่ายสตางค์เสียค่าสมาชิก ที่จริงสมาชิกพรรคการเมืองควรจะเอาอุดมการณ์เป็นหลัก ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ว่าต้องมาจ่ายสตางค์ ต้องยอมรับว่าคราวที่แล้วผมเป็นกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ. นี้ สปช. ก็เป็น สปท. ก็เป็น แต่ว่าเราเป็นเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ เราสู้เสียงข้างที่มาจากสีเขียวไม่ได้ ยกมือทีไร ก็แพ้ทุกที มันถึงออกมาเก็บเงินพี่น้องประชาชนที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอย่างไร ปกติสมาชิกพรรคการเมืองเชิญเขามาทานอาหารก็ยากอยู่แล้ว ท่านประธานครับ อันนี้ให้เขา มาจ่ายสตางค์อีก ผมว่าลำบากมาก ปรับใหม่เถอะครับ ให้สมาชิกไม่ต้องจ่ายสตางค์ อันนี้จะจ่ายสตางค์ปีต่อปีนะครับ ปีละร้อย ปีหน้าสิ้นปีถ้าหากไม่จ่ายสตางค์ สิ้นสภาพ พรรคการเมืองอีก นี่คือปัญหาโดยแท้ในการจะพัฒนาอย่างไร จะปฏิรูปอย่างไรมันยากขึ้น ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งคือการบริหารพรรคการเมืองเน้นไปที่สาขาพรรคการเมือง ทั้ง ๆ ที่สำนักงานก็ไม่มีที่จะซุกหัวนอนอยู่แล้ว ยังไปเน้นที่สาขา ท่านประธานครับ เพราะอะไร เพราะว่าอยากให้ด้านพรรคการเมืองเข้มแข็ง มันจะเข้มแข็งได้อย่างไร ในเมื่อสำนักงานใหญ่ก็ไม่มีที่จะซุกหัวนอนอยู่แล้ว เพราะว่างบประมาณไม่ลงตรงนี้ ไปลงที่สาขาเป็นหลัก ส่วนสำนักงานใหญ่ให้หากินเอง หาเงินบริจาค กรรมการบริหารช่วยกัน ค่าน้ำ ค่าไฟ นี่คือปัญหาทั้งหมด ทำไมไม่อุ้มสำนักงานใหญ่ให้เข้มแข็งก่อนแล้วสาขามันจะเข้มแข็งทีหลัง ท่านประธาน ที่เคารพครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือการตั้งสาขาพรรค การเลือกตั้งจะต้องมีสาขาพรรคทุกเขต คราวที่แล้วมันอนุโลมเพิ่งใช้รัฐธรรมนูญ แต่ต่อไปนี้จะต้องมีสาขาทุกเขต ถ้าอย่างนั้นท่านทำ ไพรมารี โหวต (Primary Vote) ไม่ได้นะครับ บังคับหมด ๓๕๐ เขต พรรคการเมืองต้องทำหมด แล้วพรรคการเมืองที่เงินไม่มีจะไปเอาที่ไหน ถ้าหากเราไปวิ่งหานายทุน คนมาช่วย บอกว่า พรรคการเมืองจะต้องไม่เป็นลูกน้องลูกแหล่งของนายทุน ไม่เป็นได้อย่างไร จะไปเอาสตางค์ ที่ไหนในเมื่อรัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยใช่ไหมครับ ไพรมารี โหวต (Primary Vote) ไปเอามาจาก พวกฝรั่ง ฝรั่งเขาทำเป็นปี อันนี้ทำภายใน ๖๐ วัน มันจะทำทันหรือท่านประธานครับ ผมเพิ่งไปประเทศอเมริกากลับมา เดี๋ยวนี้เขากำลังทำไพรมารี โหวต (Primary Vote) ครึ่งหนึ่งของประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ เขากำลังทำ แต่เมืองไทยพอดีมีการเลือกตั้ง ประกาศไป ๔๕ วันหรือ ๖๐ วัน มันจะไปทำทันหรือครับ ๓๕๐ เขตต้องทำไพรมารี โหวต (Primary Vote) ทั้งหมด นี่คือปัญหาทั้งหมด กราบเรียนท่านประธานฝากไป ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองวิษณุด้วยว่าถ้าปรับได้ควรจะปรับ ผมว่าทำอย่างนี้ ไม่ใช่การปฏิรูป เพราะอะไร เพราะว่าพรรคการเมืองต้องวิ่งเข้าหานายทุนอีก พรรคการเมือง ต้องทิ้งคนส่วนใหญ่ของประเทศ พรรคการเมืองที่เป็นคนจ่ายเงินให้กับสมาชิกตัวเอง เพื่อไม่ให้ถูกปรับ กราบเรียนท่านประธานด้วย อีกอย่างหนึ่งคือปรับทางปกครอง ยกเลิกได้ไหม ปรับทางปกครอง ปกครองอะไรหนักหนามาปรับกัน โดยเฉพาะ กกต. เดือนที่แล้วผมถูกปรับไป ๙๑,๐๐๐ บาท นี่คือกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าการปฏิรูปการเมืองควรจะมีตัวเลขชี้ชัด ควรปรับของจริง ไม่ใช่ปรับหลอก ๆ ปรับกระดาษไปอย่างนั้น ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านหัวหน้าพรรค ต่อไปจะแจ้งท่านสมาชิกให้ทราบล่วงหน้า ๔ ท่าน ท่านแรกท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านพยม พรหมเพชร เชิญท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน ผมจะพูดถึงเรื่องอยู่ ๒ แผนปฏิรูป ปฏิรูปแผนแรกก็คือแผนบริหารราชการแผ่นดิน มีประเด็นเดียวในแผนราชการแผ่นดิน คือไม่ลอกโจทย์ครับ เพราะเวลาน้อย ผมจะถูกปิดตอนอีก ๑๐ นาทีข้างหน้า เพราะรู้เป็นช่วง ๒ ทุ่ม ใครก็ไม่ชอบพูดช่วงนี้ เป็นแทกติก (Tactic) ของ ส.ส. ที่นี่ แต่จะพูดในประเด็นแรกเลยนะครับ เรื่องของเรื่องก็คือคราวที่แล้วได้นำเสนอเรื่องนี้คือเรื่องหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ เนชันนัล ซิงเกิล อีเมอร์เจินซี นัมเบอร์ (National single emergency number) เข้ามาในสภา คราวที่แล้วผมก็ถามเป็นหนังสือ ผมทำกระทู้ถามให้ลงราชกิจจานุเบกษาเรียนถึง ท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้ ผมถามเป็นคำถามเลย ผมไม่ลอกโจทย์ รัฐบาลได้ดำเนินการ ภายใต้กรอบวงเงินข้างต้น มีแผนโครงการกิจกรรมใดบ้าง มีตัวชี้วัดอะไรบ้างที่ส่งผลกระทบ ให้ภาคประชาชน ซึ่งสามารถว่าด้วยความชัดเจน ขอทราบรายละเอียด อันที่ ๒ ก็คือรัฐบาล สามารถเร่งกรอบนี้ได้เร็วกว่า ๕ ปีไหม อันที่ ๓ ก็คือสามารถเปิดเนื้อหาของแผนงาน โครงการนี้ได้ไหม ปรากฏว่าสภาตอบมาเป็นหนังสือ ๒ ฉบับ ฉบับสุดท้ายจากสภาตอบมาว่า นายกรัฐมนตรีจึงไม่สามารถตอบได้ภายในกำหนดเวลา และมิได้กำหนดเวลาว่าจะตอบเมื่อใด ผมฝากท่านประธานไปยังคณะทำงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตอบมาเถอะครับ อย่างไรท่านก็ต้องตอบในสภานี้นะครับ เข้าเรื่องครับ เรื่องอีเมอร์เจนซี (Emergency) เบอร์เดียวแจ้งเหตุฉุกเฉิน ผมกราบขอบคุณที่ตัวคณะยุทธศาสตร์เองได้นำ แผนปฏิรูปอันนี้เข้ามา แต่สิ่งสำคัญก็คือใช้เงิน ๗,๓๗๒ ล้านบาท ก็งง ๆ ตอนแรกผมถามไปว่า ใช้เงินที่ไหน เพิ่งถึงบางอ้อครับ เงินนี้เอามาจากไหนครับ เอามาจากกองทุนวิจัยครับ ท่านครับ ไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณ เป็นเงินลูกสั่งแม่ให้แม่จ่าย พ่อไปบอกแม่บอกให้แม่ ช่วยไปจ่าย พ่อบอกว่าอนุมัติให้แม่ไปเบิกเงินจากงบประมาณแผ่นดินมาจ่ายคืนได้ ท่านไปดู เอกสารเล่มสีนี้ครับของสำนักงานกรรมการกิจการ หน้า ๑๕ ครับ ท่านอ่าน ถ้าใครยังไม่อ่าน ไปอ่านแล้วจะถึงบางอ้อ ผมไม่อธิบายนะครับ กว่าจะถึงบางอ้อว่านี่คือเงินที่อยู่นอกระบบ งบประมาณจริง ๆ แต่ยืมกันไปยืมกันมาแล้วก็ใส่กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา แต่ไม่เป็นไรครับ ประชาชนได้ ผมก็อยากจะบอกเลยว่าเป็นเรื่องดีครับ แต่อยากจะให้ทำเร็ว ๆ หน่อยครับ ๓,๑๔๐ ล้านบาทจ่ายเลยครับ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อรัน (Run) โปรแกรมนี้เร็ว ๆ เพราะเทคโนโลยีมันรอใครไม่ได้ ขอบคุณครับว่าหมายเลขเดียวแห่งชาติ ฉุกเฉิน ล้อตามแบบของ อเมริกันชัด ๆ เลยครับ มาจากพระราชบัญญัติที่เรียกว่าเน็กซ์เจน (Next Gen) ๙๑๑ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเขายกระดับของหมายเลข ๙๑๑ ขึ้นมาเป็นพระราชบัญญัติ แล้วออกว่าคุ้มครองประชาชนทั้งประเทศ เราก็ดีครับ เราก็ออกเหมือนกันครับ ก็แก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง .... พ.ร.บ. กสทช. เลยครับ โดยเฉพาะแก้เมื่อไรครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ครับ แก้ในมาตรา ๓๔/๑ มาตรา ๓๔/๒ เพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรครับ ในมาตรานี้บอกเลยครับว่า กสทช. ต้องจัดการเรื่องนี้แล้วก็เป็นหมายเลขที่จะต้องให้การสนับสนุน รายละเอียดก็ปรากฏ ในพระราชบัญญัติว่า เพราะเพิ่งแก้เร็ว ๆ นี้ แก้เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ประกาศใช้แล้ว แก้เลยครับ เพื่ออะไรครับ เพื่อใช้เงินของ กสทช. ให้ได้ นั่นคือที่มา แต่สาระสำคัญของมัน ก็คือผมก็อยากบอกว่าสำคัญครับ เพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่กำลังก้าวมาในหมวดของ ความหมายหรือนิยามศัพท์ของพระราชบัญญัติมุ่งเน้นอยู่ ๒ คำ คือผู้แจ้งกับผู้รับแจ้ง ถ้าอย่างนั้นผู้แจ้งกับผู้รับแจ้งเป็นสาระสำคัญเลยว่าจะต้องเป็นผู้เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยี ทั้งหมด ถ้าอย่างนั้นระบบเทคโนโลยีทั้งหมดกราบเรียนเลยว่าในการแก้ไขปัญหาพวกนี้ มันจะต้องมีความสมาร์ต (Smart) รวดเร็ว โดยเฉพาะต้องคำนึงถึง สเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ก็คือตัวประชาชน และสำคัญมันเป็นเงินแผ่นดิน อย่าคิดว่ามันไปซุกอยู่ใน กองทุนวิจัย แล้วกองทุนวิจัยอนุมัติโดย กสทช. กสทช. อนุมัติ รัฐบาลให้กระทรวงการคลังยืม แล้วกลับมาใช้ใหม่ แล้วก็อนุมัติใหม่ แล้วก็กลับมาขอนำเสนอใช้งบประมาณแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติในอีก ๕ ปีข้างหน้าก็ไม่เป็นไรครับ ก็ว่ากันไป เพราะว่าเงินมันไปอยู่ที่นั่น แต่ประโยชน์ก็คงได้กับประชาชนแน่นอน ก็ขอให้เอาใจใส่เรื่องเงินนี้เป็นสาระสำคัญ ผมขอพูดไว้นิดหนึ่งก่อนครับแค่นี้ เพราะว่ายังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ในยุทธศาสตร์ แล้วก็คง จะต้องติดตามเรื่องของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาโดยเฉพาะการทำทีโออาร์ (TOR) สาระสำคัญ คือ ทีโออาร์ (TOR) เป็นหัวใจสำคัญจะต้องมีที่ปรึกษาประกอบด้วยการสนทนาธรรม แต่ก็เชื่อมั่นว่า กสทช. มีผู้เชี่ยวชาญเยอะ ก็ฝากทางรัฐบาลด้วยว่าขอทำให้ประณีตหน่อย ผมตามดูแน่นอนครับ ถือว่าเป็นงานชิ้นโบว์แดงที่จะต้องตาม
สิ่งที่ตามมาอีกอันหนึ่งที่ค้างอยู่ ผมได้รับก็คือเรื่องของแผนปฏิรูป ในกระบวนการยุติธรรม ๑๐ ประเด็นครับ ใน ๑๐ ประเด็นนี่มี ๓๖ ประเด็นย่อย แล้วก็ ในเอกสารที่เล่มหนา ๆ มันมีแบงก์ (Bank) ไปแล้ว ๘ ประเด็นย่อยถูกทำแล้ว เหลืออีก ๑๘ ประเด็น อีก ๒๘ บอกว่ากำลังดำเนินการ ทีนี้ผมจะไม่ลอกโจทย์ใน ๑๐ ประเด็น ผมพูดรวมเลยว่าควรจะทำอะไรบ้าง เพราะว่าในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมนี่มันเป็น หัวใจสำคัญก็คืออยู่ที่ประชาชน ประชาชนได้รับความอยุติธรรมมานานพอสมควร และสิ่งสำคัญคือหน่วยงานแรกคือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แล้วจะตกเป็นเหยื่อของสังคม ตลอดเวลา ผมว่าทบทวนได้แล้วครับปฏิรูปนี่ผมขอบคุณท่านประธานฝากไปถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เอาใจใส่ในเรื่องของการปฏิรูป ปฏิรูปตำรวจที่จริงรัฐธรรมนูญบอกให้เสร็จตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งตั้งใหม่ก็ไม่เป็นไรก็ถือว่า ค่อย ๆ ทำไป สำคัญคือสำคัญอย่างไรครับ สิ่งแรกก็คือเจ้าพนักงานส่วนใหญ่จะใช้ดุลพินิจ ฉะนั้นพื้นฐานของเจ้าพนักงานจะใช้ดุลพินิจที่ไม่ได้เป็นมาตรฐาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ คดีที่กำลังรุมเร้ารุนแรง คดีกระทงลิขสิทธิ์เห็นไหมครับ กระทงลิขสิทธิ์เรื่องของประเด็น นิดเดียว แต่มันเป็นเรื่องลามใหญ่ เพราะว่าเป็นเรื่องของผู้มอบอำนาจ เป็นเรื่องของ การแจ้งความ เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เป็นเรื่องของเข้าไปจับกุม แล้วจับกุม ในประเด็นที่ทำมาหากิน แล้วยังมีผู้ยากไร้หรือคนที่ต้องการทำมาหากินในประเด็นนี้อีก เยอะแยะ อันนี้ผมก็ดีใจที่ทางกระทรวงยุติธรรมได้ส่งทีมเข้าไปแก้ไข จริง ๆ แล้วกระทรวง ยุติธรรมก็ต้องมีทีมฟาสต์ (Team Fast) ประเด็นพวกนี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อน โดยเฉพาะ บางคนต้องอดอยากเข้าไปลักของในซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) หรือไปกระทำผิดทาง อาญา หรือจิตที่ต้องการอยู่รอดในสังคม เพราะว่าอดอยากไม่มีสตางค์ ไม่มีเงินจะซื้อของ ก็ต้องแบกหน้าเข้าไปหยิบลักเล็กขโมยน้อยเอามาเพื่อลูกอาจจะไปหยิบกระป๋องนมมา กระป๋องเดียว ๖๐ บาท แต่ก็ต้องติดคุกอย่างนี้ ทีนี้กระทรวงยุติธรรมต้องเปลี่ยนวิธีคิดครับ ต้องปฏิรูป แล้วสำคัญก็คือเรื่องของการติดตามกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะสาระสำคัญ ในอนาคตข้างหน้า ก็ขอเลยว่าเรื่องการใช้แทร็กกิง (Tracking) แน่นอนในเอกสารบอกว่า ต้องแทร็กกิง (Tracking) เทคโนโลยีมาแล้วครับใช้บอต (Bot) ใช้เอไอ (AI) ใช้ บิ๊ก ดาต้า (Big Data) เข้ามาบริหารจัดการ การตอบข้อร้องเรียนใช้บอต (Bot) ตอบก็ได้ การลงทะเบียน ก็ใช้บอต (Bot) ตอบได้ ใช้เอไอ (AI) บริหารจัดการได้หมด เทคโนโลยีเข้ามาเป็นกลไก สมัยใหม่ แล้วที่สำคัญคือเพิ่มศักยภาพให้ในการทำงาน ผมยกตัวอย่างว่าในศาล ท่านเห็นไหมว่าบางคนไปขึ้นศาลจะเห็นท่านผู้พิพากษาท่านพูดและบันทึก แล้วมี เจ้าหน้าที่ไปพิมพ์ ผมว่าเทคโนโลยีไม่ต้องทำขนาดนั้น ผมพิมพ์เปเปอร์ (Paper) ที่วางอยู่บนโต๊ะ ผมใช้โทรศัพท์พิมพ์เป็น วอยซ์ คอมมานด์ (Voice command) พิมพ์ได้เลย แล้วตัวหนังสือ มันจะเรียง ไม่ต้องเสียเวลามานั่งคอยบนหน้าบัลลังก์อย่างนี้มันก็ต้องเปลี่ยน กระบวนการ ยุติธรรมเปลี่ยนลดเวลาไปตั้งครึ่งหนึ่ง หน้าบัลลังก์มีหน้าที่ตรวจอย่างเดียว ตรวจคำผิด รูปแบบฟอร์ม ท่านก็พูดไปเครื่องก็พิมพ์ไป แล้วยิ่งเครื่องอีกหน่อยมันจะจำได้มั่นถ้าเสียง ซ้ำ ๆ มันจะจำได้มั่นว่าเป็นคำเวิร์ดดิง (Wording) อะไรจะถูกด้วย ใช้เทคโนโลยีเข้ามา แก้ไขครับ
แล้วในเรื่องของอำนาจ ฐานะของบุคคลที่อยู่เหนือความยุติธรรมต้องลดลง ในกระบวนการยุติธรรมต้องไม่ยกย่องขุนศึก นายทุน เห็นหัวราษฎรผู้ยากไร้เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะผู้ที่จะมาขอบริการโดยความเท่าเทียมไม่ถึงกัน ผมก็ยกตัวอย่างไปคราวที่แล้ว เรื่องการประกันตัว คนจนควรมีสิทธิที่จะได้รับการประกันตัวยกระดับมากกว่าคนมีสตางค์ ถ้าอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเองจะต้องถูกพัฒนา เซอร์วิส มายด์ (Service mind) ต้องซ้อนขึ้นไปเพื่อดึงเขาให้ได้รับการประกันตัว จริง ๆ แล้ว ในชั้นพนักงานสอบสวนนี่ผมว่าเลิกการคุมตัวผู้ต้องหา ยกเว้นคดีที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์ หรือคดีรุนแรงอุกฉกรรจ์พาไปศาลเลยครับไปขอฝากขังที่ศาลเลย แล้วจะเรียกมาสอบทีหลัง ก็ว่ามาเปลี่ยนกฎหมายเลยครับ นั่นก็จะดีกว่าจากการที่จะให้เอาโอกาสตรงนั้นเป็นข้อต่อรอง ของเจ้าพนักงานกับเหยื่อ เหยื่อหมายถึงอาจจะเป็นผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาในคดีความผิด ที่เป็น พ.ร.บ. หลาย พ.ร.บ. จะถูกยื้อกันระหว่างห้องขัง ไม่อย่างนั้นยัดไปเข้าห้องขังก่อน นั่นคือประเด็นสำคัญ นั่นคือความยุติธรรมบนสถานี ในเรื่องของกระบวนการนี้นะครับ หรือกระบวนทัศน์ในเรื่องการกระทำความผิดซ้ำ แทร็กกิง (Tracking) ใช้ได้แน่นอน ผมอยากให้ยกระดับตำรวจศาล ตำรวจศาลต้องออกไปอย่าอยู่ในออฟฟิศ (Office) อย่าอยู่ แค่ติดตามต้องออกไปดูหรือกำกับผู้ที่ประกันตัว หรือผู้ที่พ้นโทษมาจากเรือนจำจะต้องมี ระบบแทร็กกิง (Tracking) ใส่สายข้อมือ แทร็ก จีพีเอส (Track GPS) ว่าอยู่ในแอเรีย (Area) แล้วสามารถตรวจสอบได้ สามารถรายงานให้ชุมชนทราบ มีชุมชนเป็นชุมชนยุติธรรมอยู่ใน ชุมชนที่ตัวจำเลยที่พ้นโทษ หรือผู้ที่จะประกันตัวขอจากศาลจะไปอยู่ตรงนั้นให้ เช็กลิสต์ (Checklist) แล้วใช้แมป (Map) ดูว่าเขาออกจากแอเรีย (Area) ไหม มันก็จะทำให้ การกระทำผิดซ้ำตรวจสอบได้ง่ายว่าเขาทำหรือไม่ทำ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเยียวยาจะเห็น มีคดีสำคัญคดีหนึ่งที่กำลังดังมาก ๆ คดีแชร์ เลิกครับ เลิกคอนเซ็ปต์ (Concept) ที่ว่าจะต้อง ตามจับผู้ต้องหาก่อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเปลี่ยนวิธีคิดครับ สิ่งแรกผมบอกเลยว่า ต้องตามหาเอาทรัพย์คืนให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของคดีเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์เป็นอันดับแรก เปลี่ยนวิธีครับ กรมบังคับคดีที่อยู่หลังบ้านต้องออกมารุกข้างนอก มายื่นคำร้องต่อศาล โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์อย่างคดีแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นดัง ๆ อยู่ รู้ว่าเสียหายจำนวน เท่าไร สิ่งแรกคือพนักงานสอบสวนต้องตามไปยึดทรัพย์ ยึดทรัพย์แล้วขายทอดตลาดให้ได้ ได้ทรัพย์เท่าไรให้กรมบังคับคดีดำเนินการจัดเก็บทำสารบบเรียบร้อยแล้วก็คืนเงินตรงนี้ให้ไป ถ้ามีการพิพาทกันแพ้ค่อยว่ากันทีหลัง แต่ได้รับการชดใช้ นี่คดีทรัพย์นะครับ ตั้งแต่ คดีลักวิ่ง ชิงปล้น ฉ้อโกง ปล้นทรัพย์ก็ต้องทำแบบนี้ ผู้ต้องหาต้องถูกยึดทรัพย์ก่อน แล้วคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหาย ผู้เสียหายถูกกระชากทรัพย์ ๒๐,๐๐๐ บาท ค้นบ้านผู้ต้องหา ได้ตู้เย็น ได้แอร์ ได้ทีวียึดมา ๒๐,๐๐๐ บาทขายทอดตลาดให้กับผู้เสียหายไป นั่นคือสิ่งที่ ฟันต่อฟัน ตาต่อตาต้องเกิดขึ้น เปลี่ยนวิธีคิดครับ ผมเคยทำตอนเป็นข้าราชการ ผมทำ โครงการโครงการหนึ่งคือเที่ยวไปตามหาทรัพย์ที่ตกอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ จากร้านค้าของเก่า แล้วเอามาเก็บแล้วก็มาตรวจสอบว่าเป็นของใคร โทรไปตามเจ้าของทรัพย์มาเอาคืนครับ ดีใจทุกคน รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หน้าสถานีตำรวจลองไปเช็ก (Check) สิครับใช้ระบบ เทคโนโลยีเช็ก (Check) เลย เรียกบริษัทมาเช็ก (Check) แล้วก็คืนเขาไป ไม่ใช่กองไว้ โดยไม่ใช้ศักยภาพของเจ้าพนักงานตำรวจ หรือเจ้าพนักงานผู้ยึดเพื่อคืนทรัพย์เขา ประเด็นสำคัญคือผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ตำรวจจับผู้ต้องหาหรอกครับ ต้องการ ทรัพย์คืนก่อนเป็นอันดับแรก และประเด็นถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย รัฐเองต้อง เยียวยาด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย ค่าที่เขาไม่ได้ทำงาน ค่าต้องหาที่ซ่อนเร้นให้เขา ถ้าเป็นคดีเกี่ยวกับการข่มขืนการทำลายตัวบุคคล พวกนี้มันจะต้องถูกกลับเปลี่ยนแล้วครับ ต้องออกกฎหมายครับ พูดง่าย ๆ ประชาชนจะได้ชื่นชอบวิธีคิดใหม่ อันนี้เขาเรียกว่าปฏิรูป ไม่ใช่ปรับเปลี่ยนพัฒนา มันปฏิรูปครับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย แล้วชาวบ้านชอบ แน่ ๆ ผมยืนยัน กรมบังคับคดีออกมาทำงานได้แล้วครับ ไม่ใช่อยู่หลังบ้านการปรับเปลี่ยน กระบวนทัศน์ของพนักงานสอบสวน ระยะของพนักงานสอบสวนต้องเปลี่ยนครับ สิ่งสำคัญ ทุกวันนี้พนักงานสอบสวนบนสถานี ผมบอกได้เลยว่าจะมาเข้าเวรออกเวรแล้วก็หมุนกัน ไปเปลี่ยนครับ พนักงานสอบสวนต้องมีให้เพียงพอ มีอุปกรณ์รถรามาให้เขาใช้ตลอดเวลา หมายความว่าล้อหมุนเมื่อไรเขาจะต้องมีเงินมีน้ำมันไปบริหารจัดการ ไปบริหารจัดการในกิจกรรมของเขาอย่างรวดเร็วนะครับ แล้วต้องให้เพียงพอ ให้เขามา ทำงานปกติ ๘ โมงเช้าถึง ๔ โมงเย็น ส่วนเวรก็เวร เพราะว่าเขาจะมีภารกิจหลังจาก สำนวนอีก ท่านเชื่อไหมครับว่าสำนวนคดีไม่รู้ตัวนี่เยอะมาก และเสียเวลากับการที่ พนักงานสอบสวนต้องทำ แก้ครับ สำนวนไม่รู้ตัวนี่เปลี่ยน ป.วิอาญา ๑๔๐ (๑) ให้เป็นดิจิทัล แค่กรอกข้อมูลอยู่ในแพลตฟอร์ม (Platform) แล้วเก็บเรกคอร์ด (Record) เพื่อทำอะไร เก็บ ๑. ผู้เสียหาย ทรัพย์ที่ถูกเสียหาย สถานที่ และคนร้ายที่มีตำหนิรูปพรรณ ถ้าไม่มีเก็บเลยครับ แล้วก็สั่งสำนวนแบบใหม่เลย ไม่ต้องส่งอัยการ เก็บที่โรงพักเลย เพียงแต่ถ้ามีฝ่ายสืบสวน ต้องทำต่อ อีก ๓ เดือน อีก ๖ เดือนก็ว่าไป แล้วมันจะไม่รกบนสถานีพนักงานสอบสวน จะเอาเวลาตรงนี้ไปทำอะไรครับ ไปทำสำนวนที่มีตัว แล้วมีตัวแบบมีคุณภาพ มีพยาน หลักฐานครบถ้วน พยานแวดล้อม พยานบุคคล พยานทางเทคนิค และสุดท้ายจริง ๆ โดยเฉพาะประเด็นของเรื่องดิจิทัล ดิจิทัลมันไม่ใช่นิติวิทยาศาสตร์ มันเป็นนิติวิศวกรรมศาสตร์ นิติบวกกับโครงสร้างทางดิจิทัล เป็นอาร์คิเทกต์ (Architect) การออกแบบบนดิจิทัล นั้น คือ ๐ กับ ๑ เรียงร้อย แล้วรัน (Run) ออกเป็นภาพเป็นเทกซ์ (Text) เป็นวอยซ์ (Voice) นี่ คือโครงสร้างของมัน มันจะมีตัวที่จะต้องเอนโค้ด (Encode) ดีโค้ด (Decode) หรือแม้กระทั่งอะไรครับ ไอดี (ID) ของมัน ยูนิเวอร์ซัล ไอดี (Universal ID) ที่ติดกับแกดเจต (Gadget) พวกนี้เจ้าพนักงานตำรวจหรือเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนจะต้องเรียนรู้ครับ มิใช่มีแค่นิติวิทยาศาสตร์ เพราะโลกสมัยใหม่มันเคลื่อนตัวแล้วนะครับ นั่นคือสาระสำคัญ ที่จะต้องเรียนรู้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาห่วงโซ่แห่งพยานโดยไม่ให้ปนเปื้อนนะครับ ห้ามปนเปื้อนเด็ดขาด โดยเฉพาะการหยิบเอาหลักฐานจากดิจิทัล อย่างเฟกนิวส์ (Fake news) นี่นะครับ ถ้าท่านก็อปปีไฟล์ (Copy file) นั้นออกมา ท่านต้องบอกเลยว่า บริสุทธิ์และเป็นออริจินัล (Original) ถ้าตราบใดถ้ามันไม่บริสุทธิ์จากแหล่งที่มาท่านเก็บ ไม่ถูกต้องมันก็คือการปนเปื้อนพยานหลักฐานนั้นจบนี่คือสาระสำคัญ สุดท้ายเลยครับ ในประเด็นที่จะฝากไว้ก็คือรัฐบาลกำหนดนโยบายแห่งอนาคตต้องเข้าใจประชาชนนะครับ ยึดโยงเป็นศูนย์กลางเพื่อบริการเท่านั้น เปลี่ยนจากการบังคับใช้กฎหมายเปลี่ยนเป็นบริการ มายด์เซ็ต (Mindset) ต้องเกิดขึ้นนะครับ เจ้าพนักงานภาครัฐต้องมีความรู้ข้ามศาสตร์นะครับ แล้วก็ต้องเข้าใจเทคโนโลยีทุกระบบ ใช้เทคโนโลยีเป็น จะต้องรู้สึกที่ดี และสร้างผลลัพธ์ ที่เหมาะสมให้กับประชาชน วิชัน (Vision) ต้องก้าวไกลรักประชาชน ยึดโยงกับประชาชนนะครับ สำคัญที่สุดต้องมีใจเมเนจเมนต์ (Management) ในการบริหารเทคโนโลยีสมัยใหม่ สุดท้าย ครับ เข้าใจความหลากหลายของบุคคล ของชนชั้นของคนในกลุ่มความหลากหลาย เท่านี้ที่ รัฐบาลในอนาคตควรจะต้องทำกราบขอบคุณครับ
เชิญท่าน อาจารย์รงค์ พรรคพลังประชารัฐครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ จากพรรค พลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ๓ เดือนที่แล้วเราได้มีโอกาสแสดง ความเห็นต่อรายงานการปฏิรูปประเทศไทยนะครับ ผมคิดว่าวันนี้ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทย เราเดินไปได้ เพราะเรามียุทธศาสตร์ชาติ เรามีแผนปฏิรูป แล้วในการปฏิรูปนั้นยังยึดโยง อยู่กับสภา ๓ เดือน ผู้ที่เกี่ยวข้องก็นำรายงานว่าแต่ละหน่วยงานในการปฏิรูปได้ดำเนินการ อย่างไร มาเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความคิด ได้แสดงความเห็น ได้ตั้ง ข้อสังเกต แม้ว่าสาระสำคัญที่เราอาจจะแสดงความคิดความเห็นอาจจะไม่อยู่ในห้วงเวลา ที่กำหนด เช่น ณ วันนี้เรากำลังรับรองหรือกำลังดูรายงานความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ๒๕๖๒ ก็ตาม บางครั้งการ แสดงความคิดความเห็นข้อเสนอแนะของเราอาจจะไม่อยู่ในห้วงเวลา แต่ก็ถือว่าเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มารายงานต่อสภานี้นะครับ ผมสนใจเรื่องเดียววันนี้ก็คือการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนั้นถ้ามาดูสาระสำคัญตามหลักการแล้ว เราพบว่ามีหน่วยที่จะต้องปฏิรูปที่จะต้องขับเคลื่อนประเทศอยู่ ๒ การเมือง การเมืองอันแรก ก็คือการเมืองเชิงสถาบัน พบว่าในตัวชี้วัดการเมืองเชิงสถาบัน เช่น กกต. นี้เกี่ยวข้อง เราจะพัฒนาการเมืองอย่างไรผ่าน กกต. ท้องถิ่นซึ่งก็เป็นสถาบันของรัฐบาลจะทำอย่างไร ในการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นการจัดสรรทรัพยากรเป็นอย่างไร การมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรในการบริหารจัดการท้องถิ่น พรรคการเมืองก็เป็นอีกอันหนึ่ง เป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) อีกตัวหนึ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องในการพัฒนาทางการเมือง เขียนสาระสำคัญว่า ได้นำเสนอว่าจะทำอย่างไร นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็มีอยู่ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ นี่คือการเมืองเชิงสถาบันใน ๕ ประเด็นปฏิรูป ใน ๑๘ ประเด็นย่อย ของการปฏิรูปท่านประธานครับ แต่มีใน ๑๘ ประเด็นย่อยปฏิรูปนั้นมีการเมือง อีกประการหนึ่งที่ผมคิดว่าวันนี้ผมจะต้องตั้งข้อสังเกตก็คือการเมืองภาคพลเมือง การเมือง ภาคประชาชน ซึ่งมีประเด็นย่อยอยู่ทั้งหมด ๘ ประเด็นย่อย ได้แก่
ประเด็นย่อยเรื่องการให้การศึกษาเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของพลเมือง อันนี้อันที่ ๑
ประเด็นย่อยที่ ๒ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและเสริมสร้างสำนึกทักษะและ หน้าที่พลเมือง
ประเด็นย่อยที่ ๓ การเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือและกลไก การดูแลเสียงข้างน้อย อันที่ ๓
ประเด็นย่อยที่ ๔ การพัฒนาและเสริมสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม ของประชาชน
ประเด็นย่อยที่ ๕ การส่งเสริมการมีการรวมกลุ่มและยกระดับบทบาทของ ภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง มีทั้งหมด ๘ ประเด็นย่อย แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เพียงเท่านี้ อันนี้ ๘ ประเด็นย่อยถือว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เพื่อที่จะให้ภาคพลเมืองหรือประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือให้ประชาชนเป็นหน่วยสำคัญในการได้รับการพัฒนาเปลี่ยนมายด์เซ็ต (Mindset) จากเชิงลบมาเป็นมายด์เซ็ต (Mindset) แบบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศ ทำอย่างไรที่จะ ให้ประชาชนพลเมืองมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความเป็น ราชอาณาจักรซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ทำอย่างไรที่จะให้ ภาคพลเมือง ภาคประชาชน มีความจงรักภักดีต่อชุมชน ต่อท้องถิ่นที่เขาอยู่ ที่เขาเกิด อันนี้ ผมคิดว่าเป็นหลักการสำคัญของการเมืองภาคพลเมือง ภาคพลเมืองมีหลักการที่จะต้อง ตระหนักต่อคุณค่าของตัวเอง ภาคพลเมืองจะต้องตระหนักต่อหลักการที่เราจะต้องทำเอง ภาคพลเมืองจะต้องตระหนักต่อหลักการแห่งความหลากหลาย ภาคพลเมืองจะต้องตระหนัก ถึงผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ประเทศชาติ ๓-๔ ประการนี้เป็นหลักสำคัญที่วันนี้สังคมไทย พลเมืองของเราตื่นตัวมาก ท่านประธานที่เคารพ แต่เวลาผมมาดูสาระสำคัญในช่วงเวลา ห้วงเวลาที่กำหนดพบว่ากลไกที่จะดำเนินการเพื่อการปฏิรูปประเทศของการเมือง (ภาคพลเมือง) ในความหมายของผมมีน้อยมาก ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตว่ากลไกของรัฐมีหลายกลไก กลไกสร้างอุดมการณ์ กลไกในการวางแผน กลไก ในการรักษาความสงบเรียบร้อย กลไกในการบริการสาธารณะ อันนี้ก็ยกตัวอย่างอีก ซึ่งมีอยู่ หลายกลไก แต่กลไกที่จะพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองก็คือกลไกทางด้านอุดมการณ์ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยทำอะไร มีแผนงาน มีโครงการ มีงบประมาณที่ชัดเจนไหม กระทรวงวัฒนธรรม ท่านประธานที่เคารพ พอตรวจสอบรายละเอียดในเล่มนี้ เราไม่พบว่า กระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองทั้ง ๆ ที่กระทรวง วัฒนธรรมก็มีบทบาทสำคัญ สำนักงานพระพุทธศาสนาหรือหน่วยงานทางศาสนาก็สำคัญ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับพัฒนา ชุมชน เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรชุมชนท้องถิ่น ไม่มี หรือตกบกพร่องอยู่อย่างไร ประเด็นนี้ผมคิดว่าอันนี้คือกลไกที่เป็นกลไกทางด้านอุดมการณ์ ที่จะไปเสริมเติมแต่งให้พลเมืองหรือประชาชนมีทัศนคติเชิงบวกต่อความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และชุมชนท้องถิ่น ท่านประธานครับ วันนี้พอมาตรวจสอบดูรายงานฉบับนี้ เราพบเห็นอยู่นะครับว่ากำลังร่างพระราชบัญญัติการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย เป็นร่างนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ถือโอกาสตรงนี้บอกไปผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในอนาคตว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยจำเป็นจะต้องบัญญัติถึงกลไกเหล่านั้นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ตรงนี้จะเป็นเรื่องหลักที่ขาดไปไม่ได้
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมคิดนะครับว่าเราจะต้องมีงบประมาณ ที่เกี่ยวข้อง วันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ผมตั้งข้อสังเกตว่าวัฒนธรรมในการสร้างความเป็นพลเมืองตกไป เรามีวัฒนธรรม เพื่อขาย ประเทศชาติเราเน้นเรื่องความเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นความเข้มแข็ง แน่นอนละครับ เราขายวัฒนธรรม แต่วัฒนธรรมมีบทบาทอีกอันหนึ่งนะครับ ที่บ้านเราเมืองเราละเลย ก็คือ วัฒนธรรมในการสร้างความเป็นพลเมือง แล้วเราก็ไม่เห็นงบประมาณหรือรายการ งบประมาณเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งแผนงานบูรณาการที่ควรจะใช้แผนงานบูรณาการที่เอา วัฒนธรรมเป็นตัวตั้งในการเสริมสร้างความเป็นพลเมือง เพราะฉะนั้นความเป็นพลเมือง ในบริบทของการปฏิรูปประเทศในทางการเมืองหรือการปฏิรูปประเทศทางด้านการเมือง ที่เน้นความเป็นพลเมืองเราจึงลดคุณค่าหรือให้ความสำคัญต่อภาคพลเมือง จึงไม่แปลกเลยครับ ท่านประธาน วันนี้เราเห็นการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนจำนวนเยอะ แล้วเราก็เห็น พี่น้องประชาชนนักเคลื่อนไหวไม่ว่าจะอยู่ในเมืองอยู่ในชนบท นักการเคลื่อนไหวที่เน้น ประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชายขอบหรือว่าอะไรก็แล้วแต่นะครับจะมีการเคลื่อนไหว ที่ไปท้าทายต่อรัฐ ไปท้าทายต่ออำนาจรัฐ สิ่งเหล่านี้เราควรจะไปเสริมเติมแต่งเพื่อจะปรับ ทัศนคติหรือเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง พวกเหล่านี้มีส่วนร่วม อย่างยิ่งในการที่จะปฏิรูปประเทศทางด้านการเมืองเน้นภาคพลเมือง ท่านประธานครับ บ้านเมืองของเรานะครับเวลาจะพัฒนาการเมือง เวลาจะปฏิรูปการเมืองนะครับ เราเน้นเฉพาะเรื่องการเมืองเชิงสารบัญอย่างเดียวไม่พอ วันนี้การเมืองภาคพลเมือง พ.ร.บ. เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยหรือที่จะเกิดขึ้นต้องเน้น สิ่งเหล่านี้ เน้นทั้งกลไก เน้นทั้งกระบวนการ เน้นทั้งแผนงานที่จะมารองรับนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเมืองภาคพลเมืองมีความจำเป็นมากที่จะสร้างให้ประเทศเรามั่งคั่ง แล้วก็เดินไปได้ใน ๒๐ ปีข้างหน้า กลไกรัฐเพียงอย่างเดียวน่าจะเอาไม่อยู่ รัฐหรือการใช้ อำนาจรัฐอย่างเดียวน่าจะไม่เพียงพอ หากไม่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ประชาธิปไตย แบบปรึกษาหารือก็ดี หรือกลไกอื่น ๆ ก็ดีที่เราหวังไว้ที่จะให้ขับเคลื่อน สิ่งเหล่านี้มันจะต้อง มาจากกลไกของรัฐ มาจากงบประมาณ แล้วก็มาจากกระบวนการเรียนรู้ หน่วยงานต่าง ๆ องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังที่ผมนำเรียนแล้วจะต้องเข้ามาแบกภาระ เข้ามามีบทบาท รวมไปถึงแผนงานในการจัดสรรงบประมาณหรือตั้งงบประมาณที่จะเกิดขึ้นใหม่เพื่อที่จะ นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองโดยใช้ภาคพลเมืองเป็นหนึ่งในกระบวนการขับเคลื่อนครับ ท่านประธานครับ
ต่อไป ท่านครูมานิตย์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสลุกขึ้นมายืนอภิปรายเรื่องการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ และวันนี้ก็เห็นท่านประธานฝ่ายต่าง ๆ มานั่งกัน เกือบครบทั้ง ๑๑ ฝ่าย ผมคงจะไม่เป็นประเด็นอื่นละครับ ก็จะคุยในเรื่องของการศึกษา แต่ที่คุยผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับ ไม่ได้คุยให้คณะกรรมการปฏิรูปเชื่อ เพราะความรู้อย่างผม ผมเชื่อแน่ว่าไม่มีโอกาสที่จะคุยให้ท่านเชื่อได้ แต่จะคุยให้กับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการปฏิรูปฟังเผื่อเป็นประโยชน์บ้าง เพราะผมเอาบริบท ข้อเท็จจริงมาที่ท่านจะต้องไปแก้ไขในเรื่องของการศึกษาเท่าที่ท่านคิดว่ามันน่าจะเป็นข้อเท็จ ข้อจริง เพราะผมดูตามแผนแล้ว ผมเป็นครูบ้านนอกมานานแล้วครับ เปลี่ยนแปลง กระบวนการการศึกษามาหลายครั้งต่อหลายครา ตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการมี ๑๔ องค์ชาย มี ๑๔ กรม จนกระทั่งว่าปฏิรูปมาเป็น ๕ แท่ง เด็กแทบไม่ได้อะไรเลยครับ จากซี ๑๐ พอมา เป็น ๕ แท่ง ก็เป็นซี ๑๑ กัน ๕-๖ คน แล้ววันนี้ก็จะกลับไปปฏิรูปอีก ในรายงานนี่ท่านเขียน มาหน้าเดียวในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา แต่ดูเสมือนว่าในหน้าเดียวนี่ครับ ใน ๒ หน้า ขออภัยครับ เหลือเรื่องแรกที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เรื่องนี้ล่ะครับท่านประธานที่ยัง ไม่ประสบผลสำเร็จ เห็นไหมครับ มันก็เป็นปัญหาแล้ว แค่ท่านคิดดำเนินการให้กับ คณะกรรมการอิสระที่แต่งตั้งขึ้นมา คือไม่ทราบว่าคณะกรรมการที่คิดยกร่างกฎหมายมา จะเข้าใจอย่างไร แต่ครูชนบทเขาไม่เข้าใจหรอกครับ เช่น ในเนื้อหาสาระเท่าที่ดูวันนี้ ท่านก็จะไปแก้ตำแหน่งจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้มาเป็นครูใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้ครับ มันหมดยุคแล้วยุคผมบรรจุใหม่ ๆ โน้นครับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ต้น ๆ ยุคนั้น เขาเรียกครูใหญ่มาเป็นอาจารย์ใหญ่ แล้วทุกวันมาเป็นผู้อำนวยการ แล้ววันนี้ก็สอบมาเป็น ตำแหน่งผู้อำนวยการ ท่านก็ไปนำเขียนกฎหมายที่จะนำเข้าสู่สภาในเร็ว ๆ นี้ในข้อที่ ๑ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ท่านจะปฏิรูป แล้วก็ให้เขากลับไปเป็นครูใหญ่ วันสอบบรรจุเขาสอบได้ในตำแหน่งผู้อำนวยการนะครับ เขาประกาศรับ แต่วันเกษียณเขา เกษียณในตำแหน่งครูใหญ่ ผมไม่ทราบว่าเอาอะไรมาคิดเหมือนกันตรงนี้
ไปอีกครับในสาระตรงนี้ จากใบประกอบวิชาชีพก็จะแก้มาเป็นใบรับรอง ผมไม่เข้าใจว่ามันต่างกันตรงไหน ใบประกอบวิชาชีพกับใบรับรอง หรือทำให้มันแล้ว ๆ ไป เห็นไหมครับท่านประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้าราชการครูแต่งชุดดำ นัดรวมพลเพื่อที่จะมายื่นให้ คณะกรรมการ ให้กระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบ ผมก็เลยอยากฝากคณะกรรมการปฏิรูป ทางการศึกษาในวันนี้ ผมอยากให้ท่านแม่นแล้วก็ศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วก็ดูที่มันเป็น ประโยชน์ เพราะในโรงเรียนหรือการศึกษาผมจะคุยเฉพาะการศึกษาระดับพื้นฐานนะครับ ผมไม่กล้าอาจเอื้อมที่จะไปคุยถึงระดับอุดมศึกษา เพราะผมอยู่ในพื้นที่ชนบท เราเป็นผู้แทน ต่างจังหวัด การศึกษาขั้นพื้นฐานถือว่าเป็นการศึกษาขั้นเบื้องต้น เป็นตอม่อที่แข็งแกร่ง ของประเทศ เด็กนักเรียนเปรียบเสมือนต้นกล้าที่ขาวบริสุทธิ์ที่เราจะให้โอกาสเขาไป แต่วันนี้ การปฏิรูปทางการศึกษาของประเทศไทยเริ่มที่จะบีบบังคับทุกกระบวนท่าที่จะบีบบังคับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเตรียมการจะยุบโรงเรียนบ้าง ในเรื่องของการเตรียมการจะควบรวมบ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเปรียบเสมือนไม่ให้โอกาสกับเด็กชนบท ไม่ให้โอกาสกับเด็กบ้านนอก ซึ่งจะเป็นปัญหาในวันข้างหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่เขาเจริญแล้ว ประเทศ ที่เขาพัฒนาแล้ว ไม่ต้องมานั่งเถียงปัญหากันมากเพราะประเทศนั้น ๆ เรื่องการศึกษาเป็น เรื่องใหญ่ เขาประสบผลสำเร็จจากการศึกษา นี่ประเทศไทยของเรานะครับ ท่านประธานครับ เราจะสังเกตเห็นว่าเรามีแผนยุทธศาสตร์เยอะ เรามีแผนปฏิรูปการศึกษา เรามี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เรามีคำสั่ง เรามีระเบียบ แต่ก็ไม่ได้พัฒนาไปถึงไหน ไม่ได้ปฏิรูป ไปถึงไหน ก็เลยเป็นอันว่าเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยแผนครับ แต่ขาดแคลนเรื่องผลสัมฤทธิ์ เพราะโจทย์ตั้งไม่ชัดเจน มันก็เลยได้เป้าหมายที่ไม่ชัดเจน วันนี้ในกระทรวงศึกษาธิการจริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากหรอกครับ แต่บังเอิญเรื่องของการเปลี่ยนแปลงจากข้างบนนี่ล่ะครับ ทำให้มีปัญหาอีลุ่ยฉุยแฉกไปหมด ผมยกตัวอย่าง โรงเรียนก็อยู่ดี ๆ ครูก็อยู่ดี ๆ เขามีผู้บังคับบัญชา เขามีผู้อำนวยการ การประถมศึกษา เขตการประถมศึกษา มัธยม เขตประถม อยู่ ๆ คสช. แต่งตั้งให้มีศึกษาภาค ให้มีศึกษาจังหวัด ศึกษาจังหวัดวันนี้ ซี ๙ ศึกษาภาค ซี ๑๐ ผอ. เขต ซี ๘ กว่าจะทำเป็น ซี ๙ ได้ก็ต้องมีปริมาณงาน แต่คนที่เป็น ซี ๘ หรือผู้อำนวยการการประถมศึกษาเขาคุม บุคลากรกันอยู่เต็ม ท่านก็ไปตั้งศึกษาธิการจังหวัดเข้ามา แล้ววันนี้ก็ไปโละการกระจาย อำนาจที่เมื่อก่อนให้ตัวแทนครูเป็นองค์กรของครูมาปกครองครู มาบริหารจัดการกัน เพื่อความก้าวหน้าทั้งบุคลากร เพื่อความก้าวหน้าทั้งเด็กนักเรียน เพื่อความก้าวหน้ากับ ชุมชน ท่านก็ไปให้อำนาจศึกษาธิการจังหวัดไปคุมเขาอีกที ซึ่งวันนี้ศึกษาธิการจังหวัดไปคุม โดยที่ว่าแทบจะไม่มีงานอะไรเลย นี่ผมขอตัดงบประมาณไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๓ แสนกว่า หมื่นล้านบาท เพราะว่าผมเสียดายที่จะไปตั้งสำนักงานศึกษาธิการเขต สร้างขึ้นใหม่ จะไปซื้อ รถตู้ จะไปอะไรอีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งไม่มีความจำเป็นกับตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด แล้ววันนี้ลากครูกลับออกมา ตรงนี้ก็ฝากฝ่ายปฏิรูปทางด้านกฎหมาย ลากคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด โดยเอาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน คณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งจริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตัวท่านเองท่านก็มีภารกิจ มีงานอยู่มากมายแล้วครับ ผมก็ไป สอบถามเขาก็บอกว่ามีงานอยู่ไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ในเนื้องานของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่ท่านต้องไปรับผิดชอบ ครูก็เป็นองค์กรอยู่ดี ๆ วันนี้ก็ลากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมา แล้วก็ ไปยกเลิกผู้แทนต่าง ๆ เขา แล้วงานก็ล่าช้า ถามว่าล่าช้าอย่างไรครับ กว่าจะประชุมกันได้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ติดภารกิจของท่านเพราะท่านมีงานเยอะแยะมากมาย ผู้แทนครู ก็ไม่มี มีแต่ผู้แทน ตั้งเขาไปจากส่วนกลาง แล้วก็ไปบอกว่าจะกระจายอำนาจ ตรงนี้มันรวม อำนาจ แล้วการพัฒนาการศึกษามันจะสัมฤทธิ์ผลได้อย่างไร ผมก็เลยอยากจะฝากเรียน คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายให้ไปช่วยดูแลตรงนี้ให้หน่อยครับ ถ้าถามผมวันนี้ ผมบอกให้ยุบสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดไม่มีประโยชน์อะไรกับการจัดการศึกษาเลย ไปเพิ่ม ภาระให้กับครูบาอาจารย์นั่นก็คือมีนายเพิ่มขึ้นมาอีก เอาตำแหน่งพวกนี้ไปกระจายเงินเดือน ให้กับนักการภารโรง ให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการ ที่เดินมาเรียกร้องเมื่อกี้ว่าไม่มีเงินแต่ละเดือน เสียดีกว่า ท่านปฏิรูปตรงนี้เสียดีกว่าครับ ให้โอกาสกับคนที่เขาทำงานเสียดีกว่า เจ้าหน้าที่ ก็เต็มสำนักงานอยู่ ในขณะที่โรงเรียนวันนี้ออกมาตรการว่าโรงเรียนขนาดเล็กเด็กไม่ถึง ๑๒๐ คน จะไม่บรรจุผู้บริหารให้ จะไม่บรรจุครูบาอาจารย์ให้ ตรงนี้เป็นฆาตกรทางการศึกษา โดยชัด ๆ ครับ เป็นการบีบบังคับให้เด็กไม่ได้เรียน เพราะถ้าไปยุบโรงเรียนเขาไม่ส่งผู้บริหารไป ไม่ส่งครูบาอาจารย์ให้เขาพอท้ายที่สุดไปควบรวมกับโรงเรียนไกล ๆ โอกาสน้อยมากครับ ที่เขาจะได้ไปเรียน โอกาสที่จะขับไล่เขาออกจากโรงเรียนมีสูงมาก ฉะนั้นจริง ๆ ผมมี หลายเรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารกลางวัน ผมขอนิดเดียวครับ ท่านประธาน ๑ นาที เพราะผมตั้งใจจะพูดมานานแล้วเรื่องนมกับเรื่องอาหารกลางวัน ไม่เคยได้พูดสักที นี่ฝากคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายด้วย ที่ดูแลเรื่องกฎหมาย วันนี้เรื่องนม เรื่องอาหารกลางวันคืนให้โรงเรียนเขาเสีย ไม่ควรที่จะเก็บไว้ที่ อบต. เพื่อทำเปอร์เซ็นต์ ให้มันได้ ๓๕ ตามกฎหมายกระจายอำนาจ โอนให้โรงเรียนให้โรงเรียนดำเนินการเองเสีย แล้วปัญหามันจะไม่เกิด เพราะวันนี้บาง อบต. พอโรงเรียนเปิดเรียน ไม่มีเงินให้เขาไปซื้อนม แล้วนมท่านประธานทราบไหมครับยังซื้อขายกันอยู่จากส่วนกลางนี้ ละครับก็ไม่ได้กระจายลงไปหรอกครับ ส่งไปให้แล้วก็มีข่าวเรื่องนมบูดบ้าง นมอะไรบ้าง แล้วก็ฝากอีกนิดเดียวเพิ่มเงินค่าอาหารกลางวันให้หน่อยเถอะครับ เพราะการศึกษาของเด็ก ถ้าเขาได้กินอาหารเช้าอาหารเที่ยงเขาจะพัฒนาด้านร่างกาย พัฒนาทางด้านจิตใจ พัฒนา ทางด้านสมอง วันนี้ได้อีก ๒๐ บาท ผมว่าเงินรัฐบาลเยอะแยะครับ ผมจะไปคุยอีกทีหนึ่ง ในเรื่องแปรญัตติหรืองบประมาณว่าให้เขาไปสัก ๕๐ บาท แล้วให้โรงเรียนทำเอง อาหาร ๒ มื้อ มื้อเช้ากับมื้อเที่ยง ส่วนนมให้โรงเรียนเขาซื้อเองเขาจะได้เลือกซื้อนมกล่อง นมผง นมอะไรก็ว่าไป ไม่ใช่จัดซื้อกันที่ส่วนกลางแล้วส่งไปให้กองเป็นโกดังใหญ่ครับ หนูก็มากัด แล้วก็หาว่าให้เด็กกินนมบูด ผมสงสารจริง ๆ ครับ ก็เลยฝากคณะกรรมการปฏิรูปที่ท่านมา คิด ๆ ที่จะนำกฎหมายเข้ามาสู่ในสภาเร็ว ๆ นี้ท่านไปดูให้ครบถ้วน มันเป็นบริบทข้อเท็จจริง ในการจัดการเรียนการสอนค่าหัวก็ให้ไม่เท่ากัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเด็กโรงเรียน ขยายโอกาสผมยกตัวอย่าง ม. ๑ ถึง ม. ๓ กับเด็กโรงเรียนมัธยมได้ค่าหัวไม่เท่ากันท่านประธาน ยังต่างกันเกือบเป็นพันต่อคน ทั้ง ๆ ที่เรียนมัธยมด้วยกัน นี่คือปัญหาทั้งหมด ผมก็เลยอยากจะ ฝากคณะกรรมการปฏิรูปช่วยไปดูให้หน่อย อยากเห็นความชัดเจนในเรื่องของการจัดการ การศึกษา เพราะการศึกษานั่นคือการสร้างงาน การสร้างคน อยากเห็นนักจัดการศึกษา เกิดขึ้นในเมืองไทย นักการศึกษามีมากแล้วครับ แต่นักจัดการศึกษาแทบยังไม่เห็น ผมก็อยากเห็นความชัดเจนในการยกระดับทางการศึกษา อยากเห็นความชัดเจนในการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เด็กในเมืองคอนกรีตมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย แต่เด็ก บ้านหนองอีเลิงผม เด็กบ้าน ส.ส. คุณากร อำเภอสนมนั่งดีดลูกแก้วอยู่นับเป็นตัวเลข เด็กน้อง ๆ ผมที่อยู่ข้างหลังนี้ดีดลูกหินกันอยู่ อยากให้มีความเหลื่อมล้ำให้มันน้อยที่สุด แล้วก็ อยากเห็นในการแก้ไขปัญหาขีดความสามารถทางการศึกษา
แล้วข้อสุดท้ายอยากเห็นความชัดเจนในเรื่องของนโยบาย เรื่องกองการปฏิรูป อย่าเปลี่ยนบ่อย อย่าแก้บ่อยเถอะครับ เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็แก้ เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็แก้จน คนข้างล่างเขาตามนโยบายไม่ทัน ท่านเอาตัวชี้วัดให้มันชัดเจน ท่านต้องการคำตอบ ได้ชัดเจนแล้วผมว่าการศึกษามันเดินไปได้ แล้วก็ดูแลสวัสดิการเขาให้กับบุคลากร ถ้าบุคลากรสุขภาพจิตดีมีความพร้อม ผมก็เชื่อแน่ว่าการจัดการเรียนการสอนการดูแลเด็ก เพราะเด็กก็เหมือนกับลูกเขา คนที่เป็นครูเป็นอาชีพเดียวครับที่รักเด็กเสมือนลูกแล้วอยู่ ผูกพันกับเด็กมาตลอดเวลา เพราะครูคือผู้เสียสละครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
อีก ๕ ท่าน ที่จะอภิปรายต่อไป ท่านพยม พรหมเพชร ท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านไพจิต ศรีวรขาน กับท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร เชิญท่าน พยม พรรคพลังประชารัฐ
ท่านประธานที่เคารพ ตลอดจนถึงหัวหน้า ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสงขลา เขต ๓ วันนี้ขออนุญาตสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นำเรื่องราวต่าง ๆ มาหารือ จากการฟังตั้งแต่ต้น มาจนถึงบัดนี้เรื่องที่เป็นสาระเป็นประโยชน์ เราไม่ได้แยกแยะว่าจะเป็นฝ่ายไหนของสภาแห่งนี้ แต่ต้องยอมรับว่าสภาเปิดโอกาสให้เราได้พูด ได้คุย สิ่งที่เราพูดหรือเสนอเข้าไปอาจจะ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง หรืออาจจะมีประโยชน์น้อยก็ตาม ผมเป็นสมาชิก สภาใหม่ครับ พยายามที่จะศึกษาหาความรู้แล้วก็นำมาเสนอสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ เพื่อนำไปสู่รัฐบาลเพื่อการแก้ไข กระผมมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของ ฯพณฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะนำพาประเทศพ้นวิกฤติ ต่าง ๆ แต่ต้องเป็นตามลำดับขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการปฏิรูปประเทศ การรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ ก่อนที่ผมจะเป็นผู้แทนราษฎร ผมเป็นประชาชนอยู่จังหวัดสงขลาได้ยินยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ผมว่ารัฐบาลเป็นอย่างไร คิดบริหารถึง ๒๐ ปี มันน่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่พอมาเป็น สมาชิกสภาอันทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ ดูรายละเอียดเนื้อหาสาระ ผมมีความชื่นชมครับ รัฐบาลมีโอกาสทำได้ แต่จะให้ถูกใจถูกต้องทั้งหมดก็ต้องเปิดกว้างให้สมาชิกของเราจะได้ เสนอแนวความคิด ผมเองมั่นใจเหลือเกินว่ารัฐบาลของ ฯพณฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนหนึ่งจะนำความสำเร็จหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปฏิรูปประเทศ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเมืองของเรา วันนี้ผมเองไม่มีเรื่องอะไรมาก เรื่องที่ จะพูดคุณครูมานิตย์ก็พูดไปส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่จะพูดย้ำเตือนอีกครั้งหนึ่งว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องที่ ควรจะแก้ไขและปรับปรุง ถูกต้องครับ เราสามารถเสนอแนวความคิดได้ตลอดเวลา การรายงานต่อสภาทุกระยะ ๓ เดือน หรือ ๔ เดือน ทำให้สภาได้รับทราบปัญหาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่ในแผนของเศรษฐกิจในยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจไม่ได้มี เรื่องหนึ่งนะครับที่ไม่ได้มีไว้ในแผนพัฒนา หรือยุทธศาสตร์ของประเทศก็คือเรื่องทางด้าน เศรษฐกิจในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ก็คือเรื่องของเศรษฐกิจครับ กระบวนการทำให้เดือดร้อนถึงกระบวนการยุติธรรมและเศรษฐกิจอันเป็นรากหญ้า ของประเทศ คือแชร์ แชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีปัญหาต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่แชร์ลูกโซ่ของ แม่ชม้อยหลายสิบปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันกี่ร้อยแชร์แล้วที่เป็นปัญหาต่อรากหญ้า ของประเทศ อย่าลืมว่าพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังว่าเข้าแชร์แล้วจะได้ประโยชน์ตามที่ เขามาเชิญชวน เป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนชาวรากหญ้าของเรา ชาวจังหวัดสงขลาของกระผมและชาวจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศ ผมมั่นใจเหลือเกินว่ากระทบ กับสิ่งเหล่านี้ ราษฎรประมาณ ๘ ล้านรายที่เกิดขึ้นในประเทศของเราเวลานี้ กระผมเอง ในช่วงต้น ๆ ที่เป็นผู้แทนราษฎร กระทรวงยุติธรรมโดยผู้ช่วยรัฐมนตรี ท่านสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ได้เชิญชวนไปรับปัญหาต่าง ๆ จากแชร์ลูกโซ่หลายครั้ง และก่อนจากนี้ ทุกพื้นที่ในประเทศครับ ได้รับการแจ้งความจากสถานีตำรวจหรือจากส่วนต่าง ๆ มากมาย มีปัญหาเรื่องแชร์ลูกโซ่ทำให้ผลเสียหายกับพี่น้องประชาชนมากมาย และไม่ค่อยได้จับ ผู้ประกอบการเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่เอกสารสำนักงานไปตรวจสอบทีหลังก็หายไปหมด เราไม่ได้มีการป้องกันหรือ รัฐบาลไม่รับรู้ รับทราบหรืออย่างไร กระผมมั่นใจว่าหาวิธีการ อยู่เหมือนกันแต่ยังไม่ทราบ ไม่รู้ เราในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะตัวแทนประชาชน หลาย ๆ เรื่องที่ถูกร้องเรียนกันมาก็ทยอยชี้แจงทำความเข้าใจในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ มีความเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยสภาแห่งนี้คงจะนำไปสู่การแก้ไขไปสู่รัฐบาล ในกระบวนการเหล่านี้ ก็หวังอย่างยิ่งว่าจะนำไปสู่การแก้ไข และวันนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านสนับสนุนและส่งเสริมให้พรรคพลังประชารัฐได้เสนอ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ (ฉบับที่..) พ.ศ.... ว่าจะเข้าสู่ในกระบวนการเป็นพระราชบัญญัติเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาประเทศ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นหวังใจอย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้ ถึงแม้ว่ารายละเอียดในการพูดคุยอาจจะไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ผมก็เป็นส่วนหนึ่งคิดว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของพรรคพลังประชารัฐ พี่น้องประชาชนที่รอคอยอยู่ในประเทศนี้ และบ้านเมืองของเราคงจะได้รับการแก้ไขพอสมควร ท่านมีรายได้น้อย แต่ท่านมีความหวัง ในเรื่องประโยชน์ของแชร์มากมาย ก็หวังอย่างยิ่งว่านำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อเข้าสู่ ระบบเพื่อแก้ไขต่อไป เพื่อให้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอันมี ลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่การแก้ไข ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ สวัสดีครับ
เชิญท่าน พิจารณ์ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานครับ ผม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้สภาของเรามารับทราบรายงานความคืบหน้าของ แผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ก็ต้องย้ำว่าเป็นการรับทราบรายงานความคืบหน้า ก่อนหน้านี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาที่จะชี้แจงถึงภาพรวมความคืบหน้าของรายงาน ฉบับนี้ ก็ต้องเรียนว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้อภิปรายเมื่อ ๓-๔ เดือนที่แล้ว ถึงรายงาน ความคืบหน้าของฉบับไตรมาสที่ ๑ ปี ๒๕๖๒ ในฉบับนั้นมีโครงการที่ชื่อว่า ควิกวิน (Quick win) คือหลายโครงการเป็นการรายงานความคืบหน้าของควิกวิน (Quick win) ควิกวิน (Quick win) คืออะไรครับ ควิกวิน (Quick win) คือกิจกรรมภายใต้แผนการปฏิรูปที่มีความเร่งด่วน ที่จะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งครั้งนั้นผมก็ได้มีการพูดเอาไว้ว่าควรที่จะรายงาน กิจกรรมอื่น ๆ ไปพร้อมกันด้วย แล้วก็ปรากฏพบเห็นในรายงานครั้งนี้ว่ามีรายงานของ กิจกรรมอย่างอื่นเกือบจะทั้งหมดของแผนปฏิรูป ทีนี้เฉพาะในส่วนของแผนปฏิรูป ด้านเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตที่จะทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่ามีการรายงานว่ามีกิจกรรมทั้งหมด ๑๒๑ กิจกรรม กิจกรรมที่แล้วเสร็จไปแล้วคิดเป็นประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๘ กิจกรรม อีก ๕๙ กิจกรรมนั้น ยังอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผน ๒๘ กิจกรรมนั้น ถือว่าล่าช้าไปกว่าแผน และ ๖ กิจกรรมที่ต้องทบทวนแผน นี่คือสิ่งที่รายงานในภาพรวม แต่เมื่อผมไปดูในเนื้อในก็ต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมานะครับว่าหลายกิจกรรมที่ระบุว่า แล้วเสร็จแท้จริงแล้วยังไม่มีความคืบหน้าเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วเลยนะครับ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ยังไม่เสร็จนั่นเองนะครับท่านประธาน เรามาดูในรายละเอียดของแผนที่ต่อเนื่องมาจาก ไตรมาสที่แล้ว
แผนแรกที่ผมจะกล่าวถึงคือการจัดตั้งสำนักงานบูรณาการการแก้ไขปัญหา ความยากจนและเหลื่อมล้ำ แผนนี้ถูกเขียนไว้ที่ประกาศออกมาเมื่อต้นปี ๒๕๖๑ ว่าจะต้อง เสร็จสิ้นภายใน ๓ เดือน คือไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๑ นั่นเองนะครับ แต่ปรากฏว่าเมื่อรอบ ที่แล้วที่รายงานมาก็คือคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด ของกฎหมาย แต่เมื่อมาดูในไตรมาสนี้ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าใด ๆ ก็ต้องเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าตกลงแล้วสำนักงานนี้ยังจะตั้งกันอยู่หรือไม่ ผมได้ข่าวมาว่าไม่ตั้งแล้วก็ไม่รู้ว่าแท้จริง เท็จจริงเป็นอย่างไรก็เรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ
อีกแผนหนึ่งครับ คือการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัยหรือที่เราเรียกว่า เรกูลาเทอรี กิโยติน (Regulatory guillotine) แผนนี้มีความเกี่ยวข้องอยู่หลายหน่วยงาน หลายส่วน ก็ไม่พบความคืบหน้าในรายงานฉบับนี้ ย้ำนะครับว่าเรามาพิจารณารายงาน ความคืบหน้า เพราะฉะนั้นผมก็เกิดคำถามขึ้นมานะครับ ลอยขึ้นมาในหัวว่า มีไว้ทำไมครับ ถ้ารายงานไม่ได้มีความคืบหน้าใด ๆ
กิจกรรมต่อไปคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสถาบันการเงินชุมชน กิจกรรมนี้น่าสนใจและเป็นการปฏิรูปที่ดี ทำอย่างไรตัวชี้วัดของกิจกรรมนี้เป็นตัวชี้วัดที่ดี คือต้องการที่จะสร้างให้เกิดโครงข่ายของสถาบันการเงินภาคประชาชน ต้องการที่จะเพิ่ม พื้นที่ให้กับชุมชนที่จะได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า แผนนี้ระบุเอาไว้ว่าแล้วเสร็จ แต่แท้จริงแล้วถ้าท่านไปดูตัวชี้วัดต่าง ๆ ถ้าบอกว่าแล้วเสร็จ ควรจะมีการอ้างอิงให้เห็นว่าได้บรรลุถึงเป้าหมายถึงตัวชี้วัดอย่างไร แต่ไม่สามารถพบจาก ในรายงานฉบับนี้ได้
กิจกรรมต่อไปคือกิจกรรมที่ชื่อว่าการพัฒนาธุรกิจชุมชน ในตัวรายงานฉบับนี้ ก็ระบุอยู่ว่าเป็นการดำเนินงานที่ล่าช้าไปกว่าแผน แต่มีประเด็นย่อยอยู่ประเด็นหนึ่งที่ท่าน ระบุไว้ว่าได้บรรลุแล้ว ซึ่งถ้าไปเปรียบเทียบตัวชี้วัดแล้วก็อาจจะไม่ตรงเสียทีเดียว เพราะว่า สิ่งที่ท่านทำคือได้ออกเป็นพระราชบัญญัติวิสาหกิจชุมชน รวมถึงเป็นพระราชบัญญัติ วิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่าเป็นการที่จะรองรับการปรับสถานะของวิสาหกิจ ชุมชนให้เป็นนิติบุคคล แต่เมื่อเราไปเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดที่ระบุไว้ ไม่ได้ระบุว่าตัวชี้วัด คือการออก พ.ร.บ. แต่อย่างใด พ.ร.บ. เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่จะนำไปสู่การพัฒนา เศรษฐกิจของฐานรากเท่านั้น
อีกโครงการหนึ่งคือโครงการที่ชื่อว่าสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Smart farmer) ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเพราะระบุไว้ในเอกสารราชการว่าเป็นการส่งเสริม สมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Smart farmer) และพรีซิชัน ฟาร์มมิง (Precision farming) ด้วยอะไรครับ ด้วยแอปพลิเคชัน (Application) ก็มีการเขียนแอปพลิเคชัน (Application) ที่ชื่อว่า อะกริ แมป (Agri-map) ซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่ให้เกษตรกรรู้ว่าควรจะเพาะปลูกพืชตัวใดในพื้นที่ไหน ซึ่งตามตัวชี้วัดถือว่าแผนนี้ได้ลุล่วงและสำเร็จไปแล้ว เพราะแอปพลิเคชัน (Application) ตัวนี้ ได้ออกมาแล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงเพราะว่าตัวชี้วัดบอกเพียงว่าต้องการให้มีแอปพลิเคชัน (Application) แต่จริง ๆ แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นคือเกษตรกรจะนำแอปพลิเคชัน (Application) นี้มาใช้และมาต่อยอดได้มากแค่ไหน ผมยกตัวอย่างมีแอปพลิเคชัน (Application) ตัวหนึ่ง ต้องขออนุญาตพูดชื่อคือชื่อว่าริกเคานต์ (Rig count) ผมไม่ได้ มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) นี้แต่อย่างใดนะครับ แต่จะเรียน เป็นข้อมูลว่าเป็นเอกชนที่พัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) นี้ขึ้นมา แล้วก็ต้องบอกว่า มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าอะกริ แมป (Agri-map) คือดีอย่างไร เพราะว่ามีการบอกข้อมูลถึง สภาพภูมิอากาศเพิ่มเติมเข้ามาด้วย แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการรายนี้เจอปัญหาครับ คือ การนำไปใช้หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า อิมพลีเมนเทชัน (Implementation) คือก็เป็น ความยาก แม้ว่าผู้ประกอบการเป็นเอกชนรายเล็ก ๆ ที่มีความคล่องตัว แต่ก็ยังเกิดปัญหา ที่จะผลักดันให้เกษตรใช้แอปพลิเคชัน(Application) ตัวนี้ ปรากฏว่าแอปพลิเคชัน (Application) ตัวนี้ถูกนำไปใช้ในสถาบันการเงินเพื่อเป็นการพิจารณาถึงลูกหนี้ในการ มากู้ยืมเงิน กู้ยืมหนี้ว่าจะมีความสามารถในการชำระคืนจากการไปเพาะปลูกพืชแต่ละตัว หรือไม่ ดังนั้นสำหรับโครงการที่ส่งเสริมสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Smart farmer) และพรีซิชัน ฟาร์มมิง (Precision farming) นี้ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะทำงานว่า ท่านต้องไปคิดทบทวนเพิ่มเติมว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการไปใช้งานจริงได้ ที่กล่าวมาทั้งหมด นั่นคือควิกวิน (Quick win) ที่ได้รายงานเอาไว้เมื่อไตรมาส ๑ ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ต้องเรียนว่า ไม่พบความคืบหน้าแต่อย่างใด ทีนี้เรามาดูโครงการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ปรากฏในรอบที่แล้ว เป็นต้น ก็คือกิจกรรมที่ชื่อว่าการจัดตั้งศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิดสิ่งที่เรา เรียกว่า ระบบนิเวศด้านการวิจัยพัฒนา หรือที่ภาษาอังกฤษ เราเรียกว่า อินโนเวชัน อีโค ซิสเต็ม (Innovation Ecosystem) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องที่ดี ผมพูดในหลายครั้งว่า ประเทศไทยหรือประเทศใดก็ตามที่ต้องการที่จะพัฒนา เศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรม จำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้องมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง การวิจัยพัฒนาเป็นสิ่งที่สำคัญ โครงการนี้ถูกระบุเอาไว้ว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน ตัวชี้วัดหลาย ๆ ตัวที่ตั้งไว้ น่าสนใจ ตัวหนึ่งคือตั้งเอาไว้ว่าจะต้องมีเม็ดเงินลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาทั้งประเทศอยู่ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นั่นคือหมายถึงนับรวมการวิจัยพัฒนาของทั้งภาครัฐและของ ภาคเอกชนเข้าด้วยกัน แผนนี้ถูกตั้งเอาไว้เมื่อปี ๒๕๖๑ ก็ลองไปดูว่าถ้าเราดูจีดีพ (GDP) เมื่อปี ๒๕๖๑ การที่ท่านตั้งเอาไว้ ๒ เปอร์เซ็นต์คิดเป็นเงินคร่าว ๆ จะอยู่ที่ประมาณ ๓๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าเราไปเทียบกัน เทียบกับบริษัทชั้นนำของโลกบริษัทหนึ่งคือซังซุม บริษัทซังซุมมีงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาในปีเดียวกัน คือปี ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่างกันถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรากำลังตั้งเป้าหมายที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) ซึ่งเรายังไปไม่ถึง แต่ผมสมมุติว่าถ้าเราไปถึงในปี ๒๕๖๑ เม็ดเงินที่เราจะใช้ คือ ๓๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าซังซุม บริษัท ซังซุมบริษัทเดียวถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ถ้าตามข้อมูลของกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมซึ่งปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ (Web site) ก็มีการพยากรณ์เอาไว้ว่าภายในปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยก็น่าจะมีเงินลงทุน ด้านวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่าแม้แต่กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยียังพยากรณ์เอาไว้ต่ำกว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศด้วยซ้ำ ทีนี้ก็จะ ขอกล่าวเพิ่มเติมไปในส่วนของ พ.ร.บ. งบประมาณ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณที่เพิ่งจะผ่าน วาระ ๑ ในสภาไป ในส่วนของงบประมาณกระทรวงกลาโหมครับท่านประธาน เรามี การกำหนดอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศหนึ่งในอุตสาหกรรมหลัก เป็นอุตสาหกรรม เป้าหมาย แน่นอนครับประเทศหลาย ๆ ประเทศที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีก็จะมี ความสามารถในการผลิตอาวุธด้วยเช่นกัน เรากำหนดเป้าหมายเป็นอุตสาหกรรม แต่เมื่อเรา ไปดูที่งบประมาณของกระทรวงกลาโหมคืออะไรครับ กระทรวงกลาโหมมีงบประมาณอยู่ ปีละ ๒๓๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าแบ่งสันปันส่วนงบประมาณให้กับสถาบันเทคโนโลยี ป้องกันประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะทำการวิจัยพัฒนาการพึ่งพาตนเองในด้านการผลิต อาวุธเพียงแค่ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ หรือคิดเป็นเงินเพียงแค่ ๑,๒๕๐ ล้านบาท ผมกำลังจะชี้ให้เห็นว่าแผนที่ท่านวางกับสิ่งที่ท่านกระทำมันไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันเลย ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คิดว่าเราจะมีแผนปฏิรูปประเทศกันไปทำไมนะครับ
นอกจากนั้นก็ยังจะมีอีกกิจกรรมหนึ่งนะครับ กิจกรรมที่ชื่อว่าระบบเงินโอน เพื่อผู้มีรายได้น้อย ภาษาอังกฤษคือเนกาทีฟ อินคัม แทกซ์ (Negative income tax) ขออนุญาตที่จะชี้แจงเพิ่มเติมก็คือจะเป็นโครงการที่จะเป็นการโอนเงินให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย หรือคนจนนั่นเองโดยตรง ภายใต้รายงานแผนความคืบหน้าฉบับนี้ก็มีระบุว่าจะต้องทบทวน กิจกรรมนี้ เนื่องจากพบว่าอาจจะมีความซ้ำซ้อนกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผมก็เกิด ความสงสัยว่าตอนเขียนแผนไม่ได้คุยกันหรืออย่างไรนะครับ และที่พีก (Peak) ที่สุดครับ ท่านประธานคือโครงการที่เรียกว่าการเพิ่ม โพรดักทิวิตี (Productivity) ของอุตสาหกรรม โครงการนี้ระบุไว้ในแผนความคืบหน้าว่าสำเร็จลุล่วง ในโพรดักทิวิตี (Productivity) อุตสาหกรรมที่วางเป้าหมายไว้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมมากครับ ตั้งแต่อุตสาหกรรม อาหาร อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ อุตสาหกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมสุขภาพ ทั้งหมดนี้ในรายงานแผนความคืบหน้าถือเป็นกิจกรรมที่สำเร็จลุล่วงแล้ว แล้วเขียนไว้ อย่างนี้ครับว่ารัฐบาลได้กำหนดเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศแล้ว รวมทั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดังกล่าวแล้ว อันนี้คือถือว่า สำเร็จลุล่วงแล้วหรืออย่างไร ก็เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะว่ามันอย่างนี้ครับ ท่านประธานตัวชี้วัดที่ระบุไว้ผมหยิบมา ๓ ตัว คือระบุไว้คือมูลค่า การนำเข้าจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) มูลค่าการส่งออก และมูลค่าเพิ่มของ เศรษฐกิจในอุตสาหกรรมดังกล่าว ถ้าท่านระบุว่ามันลุล่วงไปแล้วจำเป็นเหลือเกินที่ท่าน จะต้องอ้างอิงตัวชี้วัดให้กับสภาแห่งนี้ได้เห็น มิเช่นนั้นแล้วก็ต้องเรียนว่าแผนปฏิรูปเหล่านี้ มันจะไม่สามารถเรียกว่าการปฏิรูปได้ การปฏิรูปนี่มันคือการทำงานเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ แต่ถ้าการทำงานยังเป็นการทำงานแบบเดิม ยังเป็นการทำงานแบบเก่าโดยที่เพียงแค่ ตั้งหน่วยงานใหม่แต่มีภารกิจเหมือนเดิมเราก็ไม่รู้ว่าเราจะมีแผนปฏิรูปไปทำไม ดังนั้น ข้อเสนอทิ้งท้ายนะครับท่านประธาน ข้อเสนอที่ผมอยากที่จะเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับก็คือว่า ในไตรมาสหน้าหรือในปลายปี ๒๕๖๒ รูปแบบ การรายงานผลควรจะเป็นดังนี้ครับ
รูปแบบการรายงานผลอย่างแรก แต่ละกิจกรรมควรจะอ้างอิงตัวชี้วัด หรือเป้าหมายที่ท่านได้ตั้งเอาไว้
อย่างที่ ๒ ถ้าเป็นกิจกรรมที่มันล่าช้าไปกว่าแผนแล้วควรจะกำหนด กรอบเวลาใหม่ว่ามันจะต้องเสร็จภายในเมื่อไร รวมถึงการรายงานความคืบหน้า
ประเด็นที่ ๓ ควรจะชี้แจงเรื่องของงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ แล้วก็ที่ใช้ภายใต้ แต่ละกิจกรรม
และสุดท้ายผมก็เฝ้ารออยู่นะครับ ระบบติดตามและประเมินผลนะครับ ชื่อภาษาอังกฤษยาวมาก เรียกสั้น ๆ ว่า อีเม้น (eMENSCR) นะครับ เฝ้ารอมานานทุกครั้ง ที่ขอพาสเวิร์ด (Password) ขอยูสเซอร์เนม (Username) ไป คำตอบที่ได้คือยังต้องรออยู่ มิฉะนั้นแล้วสภาแห่งนี้จะไม่สามารถติดตามการทำงานได้อย่างรวดเร็วแล้วเรียล ไทม์ (Real time) ได้ แล้วก็อีกนิดหนึ่งว่าถ้าเป็นไปได้ผมคิดว่าระบบนี้ท่านควรที่จะเปิดให้เป็น สาธารณะ ไม่จำเป็นจะต้องไปให้ยูสเซอร์เนม (Username) หรือพาสเวิร์ด (Password) เลยครับ เราควรที่จะสร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนที่สนใจสามารถที่จะติดตาม ความคืบหน้าของแผนปฏิรูปได้ ก็ฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านต่อไป ท่านอาจารย์โกวิทย์ครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย วันนี้ผมอยากจะเสนอต่อรายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานการปฏิรูปประเทศ ผ่านไปยังประธานสภาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ได้พิจารณา ผมพยายามดูว่ารายงานที่เสนอมาก็มีความละเอียดแล้วก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจ แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่ามันมีข้อมูลในรายงานซึ่งผมพยายามเปิดดูแต่ละด้านทั้ง ๑๒ ด้าน มีข้อสังเกตว่าการทำรายงานมันจะมีความลักลั่นอยู่ในแต่ละด้าน เพราะว่าผมยกตัวอย่างเช่น ด้านการปฏิรูปการเมือง เวลาท่านออกแบบรายงานท่านก็พูดเรื่องประเด็นที่จะปฏิรูป แล้วก็มีประเด็นย่อย แล้วก็มีกิจกรรมนั้น ๆ พอมาด้านบริหารราชการแผ่นดินของท่าน ก็บอกประเด็นที่จะปฏิรูปแล้วก็พูดเรื่องกลยุทธ์ แล้วก็ไปพูดเรื่องแผนงาน อันนี้ก็จะไปแตกต่างจากด้านสังคม พอด้านสังคมท่านก็พูดว่าประเด็นที่จะปฏิรูปด้านสังคม มีอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ แต่ท่านก็ลงไปสู่กิจกรรมที่ผมยกมาทั้ง ๓ ด้าน ผมไม่แน่ใจว่าผู้ทำรายงาน ได้ดูหรือไม่ว่าแต่ละด้านฟอร์แมต (Format) ในการเขียนมันเหมือนกันหรือเปล่า เพราะมันทำให้ผมงงในการอ่าน แล้วมันก็จะทำให้ทิศทางของการเดินเรื่องไม่เหมือนกันเลย แต่ละด้านนี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่ารายงานไม่ได้มีผู้ตรวจหรืออย่างไรมันต้องทำ แบบฟอร์มให้เหมือนกันหรือไม่ที่อยู่ในเล่มเดียวกัน นี่คือสิ่งที่อยากเรียนท่านประธาน ฝากไปยังผู้ทำรายงานด้วยว่าฟอร์แมต (Format) หรือแบบฟอร์มที่จะให้อ่านให้พิจารณา ความคืบหน้ามันเป็นในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพราะแต่ละด้านไม่เหมือนกันเลย อันนี้คือข้อสังเกตข้อที่ ๑ ผมจึงไม่แปลกใจว่าในรายงานส่วนใหญ่ถ้าเราจะพูดถึงการปฏิรูป ผมเคยอภิปรายไว้ใน ๓ เดือนก่อนโน้นว่าการปฏิรูปต้องปักธงว่าในแต่ละด้านเป้าหมาย มันคืออะไร ซึ่งคราวนี้ก็ได้ทำมา แต่ถ้าดูในรายงานในหน้า ๒ หน้า ๓ จะพูดถึงเป้าหมาย ที่พึงประสงค์ แต่พอเนื้อในในเรื่องของประเด็นปฏิรูปก็ดี ประเด็นย่อยหรือจะเป็นกลยุทธ์ หรือแผนงานก็ดีมันไม่ค่อยไปสอดรับกันเท่าที่ควร มันเป็นการเอาโครงการเอากิจกรรมมาใส่ ใส่ ใส่ แล้วก็ทำให้เราไม่เห็นทิศทางของการเดินเรื่อง ผมเคยพูดว่าถ้าจะปฏิรูปการเมือง เป้าหมายคืออะไรบ้าง ผมดูเพื่อนสมาชิกพูดถ้าไปดูในเป้าหมายที่เขียนไว้มีน้อยมากในหน้า ๒ หน้า ๓ แต่ละด้านแต่รายละเอียดมันมีเยอะต้องบูรณาการ ผมไม่แน่ใจว่าประธาน หรือคณะกรรมการปฏิรูปแต่ละชุดได้มานั่งสังเคราะห์รวมกันหรือไม่ จึงฝากท่านกรรมการปฏิรูป แต่ละด้านไม่ได้ปล่อยให้หน่วยงานสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องไปทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังหน่วยที่รับผิดชอบว่าให้ส่งรายงานกิจกรรมโครงการ โน่นนี่นั่นมา มันจึงกลายเป็นรายงานความคืบหน้าที่เป็นของราชการประจำมากกว่าที่เป็น เรื่องของการปฏิรูป อันนี้คือสิ่งที่ผมสัมผัสได้ว่ามันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า บางเรื่องมันเป็นการให้ความรู้บ้าง บางเรื่องมันเป็นการทำกิจกรรมบ้าง บางเรื่องมันก็จะไป จัดตั้งโน่นนี่นั่น บางเรื่องมันก็จะไปออกกฎหมายบ้าง อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ขอความกรุณาว่า ทั้ง ๑๒ ด้าน ไหน ๆ ก็ได้ตั้งท่านมาแล้วมานั่งสังเคราะห์รวมกันว่าแต่ละด้านเป้าหมายมันเป็น อย่างไร เพราะฉะนั้นผมจะขอยกตัวอย่างเพื่อเป็นตัวอย่าง ในความเห็นของผม ผมเข้าใจว่า เวลาเราพูดถึงการปฏิรูป เพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาประเทศ เพื่อตอบโจทย์พี่น้อง ประชาชนว่าปฏิรูปเป้าหมายไปสู่พี่น้องประชาชนว่าจะได้อะไร นี่คือสิ่งสำคัญเพราะฉะนั้น ขอความกรุณาช่วยพิจารณาดูว่าสมมุติว่าด้านการเมืองเป้าหมายจะทำอะไร เช่น เราต้องการ ให้การเมืองมีความซื่อสัตย์สุจริต เราต้องการให้การเมืองท้องถิ่นมีศักยภาพในการพัฒนา นักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่นไปลงเลือกตั้งทำงานการเมืองอย่างเที่ยงธรรมซื่อตรง ถ้าเป้าหมายอย่างนี้ก็ต้องไปดูช่องต่อไปว่าจะทำอะไร เพราะฉะนั้นเมื่อมีเป้าหมายว่าจะทำ อะไร ถ้าดูในเอกสาร ผมเข้าใจว่าจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปอะไร เช่น ประเด็นปฏิรูป หรือประเด็นย่อยของการปฏิรูป หรือยุทธศาสตร์ สิ่งเหล่านี้มันต้องไปด้วยกันนะครับ ผมจะ ยกตัวอย่างด้านปฏิรูปการเมืองกับการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งผมไปดูแล้ว มันสอดคล้องกันอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น เราจะเห็นว่า การเขียนเรื่องการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น แล้วไปดูการปฏิรูปการเมืองก็มีเรื่องนี้อยู่ คำถามคือว่าจะปฏิรูปการเมืองในเรื่องการกระจายอำนาจเป้าหมายไปอยู่ตรงไหน แล้วใน การบริหารราชการแผ่นดิน ในด้านบริหารราชการแผ่นดินก็เช่นเดียวกัน เพราะมันมีคำว่า การกระจายอำนาจอยู่ด้วย ถ้าประมวลทั้งหมดแล้วผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของถ้าการเมือง ก็คือการทำให้ภาคท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง มีศักยภาพ คำถามผมก็คือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิรูป อยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่ดำเนินการปฏิรูปว่าเราจะทำอะไร กับการกระจายอำนาจในด้านการเมือง ถ้าพูดถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่จะต้องเพิ่มอำนาจเขา จะต้องทำอะไรบ้าง ผมคิดว่าในรายงานต้องบอกให้ชัด
ประเด็นต่อมาในด้านบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าเรามีเป้าหมายว่า ราชการแผ่นดินต้องกะทัดรัดและเล็กลง เป็นต้น จะทำอย่างไร อันนี้คือโจทย์ใหญ่ที่ต้อง บอกว่าภาครัฐจะต้องลดอำนาจภาครัฐหรือทำให้องค์กรราชการเล็กลงได้อย่างไร จะไปทำ อะไรบ้าง เช่น ทำกฎหมาย เช่น ลดภารกิจ หรือถ่ายโอนภารกิจไปให้กับท้องถิ่น เป็นต้น แล้วก็ไปพูดเรื่องศักยภาพท้องถิ่นที่เขียนไว้ในรายงานว่าจะต้องไปเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถเขา เช่น ถ้าจะทำกฎหมายเรื่องสัดส่วนรายได้ภาษี เรื่องการทำกฎหมาย ที่ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น เรื่องกฎหมายกิจการพาณิชย์ กฎหมายร่วมทุน ผมว่าต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมยกตัวอย่างมานี่ ทำให้ผมเห็นว่ารายงานฉบับนี้ดูยาก แล้วก็กลายเป็นว่า เป็นการดูรายงานของหน่วยต่าง ๆ ที่ประมวลเข้ามา แล้วมันไม่ได้เป็นการฟันธงในการปฏิรูปว่า จะไปสู่เป้าหมายอะไร จะทำอะไร อันนี้คือสิ่งที่ผมเห็นว่าในรายงานไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้น จึงอยากเรียนฝากท่านประธานไป ๒–๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ผมไม่อยากให้รายงานฉบับนี้เป็นเรื่องของหน่วยประจำหรือ ข้าราชการประจำ แต่ควรจะเป็นหน้าที่ของกรรมการที่ทำการปฏิรูปสังเคราะห์ แล้วทำให้ชัด ตามที่ผมได้เสนอไป
เรื่องที่ ๒ ในแต่ละเรื่องจะต้องออกแบบทำให้สภานี้เห็นภาพว่าความก้าวหน้า มันอยู่ตรงไหนบ้างนะครับ ซึ่งอันนี้จะทำให้ชัดขึ้น ก็กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอแนะที่ผมได้แนะนำไปในรายงานฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน จักรพันธ์ครับ อยู่ไหมครับ พรรคพลังประชารัฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ในประเด็นที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้นะครับ ผมขออนุญาตมุ่งประเด็น การอภิปรายของผมไปที่แผนการปฏิรูป ๒ ด้าน คือด้านสังคมและด้านการศึกษาที่ผม ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อมาดูความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตามรายงานที่ทางคณะทำงานได้นำเสนอ ต่อสภาในวันนี้ พิจารณาในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ การออมสวัสดิการสังคมและการลงทุนเพื่อสังคม กิจกรรมที่ ๓ ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้เหมาะสมและเป็นธรรม อันนี้ก็ต้องแสดงความดีใจเพราะว่าในรายละเอียดความคืบหน้าจะพูดถึงการปรับปรุงระบบ การให้เงินทดแทนและสวัสดิการ โดยขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างชั่วคราวของ ส่วนราชการและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้าง ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เป็น ระยะ ๆ ในสังคมเรา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของลูกจ้างชั่วคราวหรือลูกจ้างประจำ ในหน่วยราชการที่มีความเกี่ยวพันกับคุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณครู การศึกษา ครูอัตราจ้าง กลุ่มผู้เลี้ยงเด็ก ผู้ดูแลเด็ก เด็กเล็กก็จะมีปัญหาอยู่เนือง ๆ รวมทั้ง กลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่เป็นอัตราจ้างพวกนี้ ดังนั้นหากเรามีประเด็นในการปฏิรูปที่จะเพิ่ม สิทธิประโยชน์สวัสดิการให้กับกลุ่มเหล่านี้ผมก็เชื่อว่าจะเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้ปัญหา ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาในประเทศของเราที่จะต้องมาตามแก้กันเป็นคราว ๆ ไปนี้ ได้มีแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าพิจารณาว่าในกิจกรรมก่อนหน้านี้
กิจกรรมที่ ๒ มีการดำเนินการร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ แห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นระบบบำนาญให้กับพี่น้องประชาชนทั่ว ๆ ไป ที่ไม่ได้อยู่ ในระบบราชการ ผมก็คิดว่าการปรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของกลุ่มที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำในระบบราชการให้สอดคล้องและเป็นธรรม เหมาะสมเหมือนกับที่ พี่น้องประชาชนกำลังจะได้รับจากกองทุน พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งก็จะเป็นการปรับระบบสวัสดิการของประเทศไปทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับผมคิดว่ามีอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นในประเด็นความคืบหน้า และเกรงว่า ถ้าไม่พูดอาจจะตกหล่นไป เพราะว่าพิจารณาจากการทำงานดำเนินงานที่ผ่านมาของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังเห็นความคืบหน้าที่ล่าช้าอยู่นะครับ กลุ่มนั้นก็คือครูโรงเรียนเอกชน จริงอยู่ว่าซึ่งกลุ่มนี้สังกัดใช้ระบบสวัสดิการอยู่ในกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน พูดง่าย ๆ เป็นระบบประกันสังคมของครูเอกชน ปัญหาของกลุ่มนี้ก็คือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เรียกว่า ถ้าสะท้อนใช้คำพูดของกลุ่มที่เป็นสมาคม ผู้แทนของเขาเอง เขาก็พูดว่าเป็นกลุ่มที่ระบบ สิทธิประโยชน์ที่ต่ำที่สุดแล้วในบรรดาสิทธิประโยชน์ทั้งหลายที่ทุกวันนี้คนไทยได้รับอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัตรทอง เรื่องของประกันสังคม เพราะเหตุว่ามีการจำกัดสิทธิประโยชน์ ในการรักษาพยาบาลให้กับครูเอกชนเหล่านี้นะครับ แม้ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาทางรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรี โดยทางรัฐบาล โดยทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับขึ้นสิทธิประโยชน์ จาก ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี เป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อปีแล้วก็ตาม อันนี้ก็ต้องขอบคุณ ทางรัฐบาลด้วยที่เห็นประโยชน์ เห็นความสำคัญของครูเอกชนตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับระบบอื่น ๆ ก็ยังถือว่าล้าหลังกว่ามากและปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเวลาครูเอกชน ป่วยเป็นโรคร้ายแรงถึงขนาดว่าต้องลาออกจากการเป็นครูเพื่อไปใช้สิทธิ ๓๐ บาท สิทธิบัตรทองหรือสิทธิอื่น ๆ ที่เขาจะได้ ดังนั้นอันนี้ก็เป็นปัญหาที่จะทำให้ต่อเนื่องไปถึง ระบบการศึกษาด้วย ก็ฝากทางคณะกรรมการโดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะครับ ขอความกรุณาได้ดูแลกลุ่มเหล่านี้เป็นพิเศษด้วยนะครับ
ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือประเด็นปฏิรูปที่ ๕ การมีส่วนร่วม การเรียนรู้ การรับรู้และการส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม
กิจกรรมที่ ๓ พลังสร้างสรรค์ ข้อ ๓.๓ พูดถึงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กเป็นพื้นที่ ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก อันนี้ก็เหมือนกับที่ผมได้เคยอภิปรายในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ในวาระอื่น ๆ นะครับ ผมคิดว่าในสังคมทุกวันนี้เป็นที่ชัดเจนว่าการลงทุนในเด็กปฐมวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงก่อนวัยเรียนหรือประมาณ ๖ ขวบ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ในรายงานของหน่วยงานราชการอื่น ๆ ก็ระบุชัดเจนว่าผลตอบแทนทางสังคม ถ้าหากว่า เราลงทุนไปในกลุ่มนี้จะได้รับผลตอบแทนสูงที่สุดกว่าวัยอื่น ๆ ดังนั้นก็เป็นที่น่าดีใจที่มีความคืบหน้าโดยในรายงานฉบับนี้ก็รายงานเรื่องของมาตรฐาน เด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ตราไว้เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามครับถ้าดูแค่นี้ ตามที่รายงานผมก็รู้สึกว่าอาจจะยังน้อยไปนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าเรามีปัญหาไม่ใช่เรื่อง กายภาพของการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก หรือการทำมาตรฐานอะไรต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้น แต่ปัญหาอีกอันหนึ่งที่ทุกวันนี้ยังมีความเร่งด่วน แล้วก็ยังไม่เห็นหน่วยงานไหนที่แก้ไข อย่างจริงจังก็คือเรื่องของวิชาชีพครูดูแลเด็ก แล้วก็ผู้ดูแลเด็ก ก็คือครูกับคนที่เป็นพี่เลี้ยงนะครับ ถ้าพูดภาษาง่าย ๆ ผมเข้าใจว่าวันนี้ก็จะมีกลุ่มหนึ่งที่มายื่นหนังสือที่สภาแห่งนี้นะครับ ก็คือ เรื่องความมั่นคงทางวิชาชีพของเขา เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็คล้าย ๆ ครูหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เป็นวิชาชีพต่าง ๆ นะครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีการดูแลความมั่นคงทางวิชาชีพของเขาให้มี ความชัดเจน มีความก้าวหน้า มีสวัสดิการที่มั่นคง ปัญหาก็จะเกิดกับเด็ก ซึ่งเป็นเด็กปฐมวัย ซึ่งอย่างที่ผมกราบเรียนไปตอนต้นว่าการลงทุนกับเด็กกลุ่มนี้ถือว่าเป็นการตอบแทนทางสังคม ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มวัยอื่น ๆ ถ้าหากว่าเราปล่อยให้บุคลากรที่ใกล้ชิดกับเด็กกลุ่มนี้ที่สุด ก็คือครูผู้ดูแลเด็กมีความไม่มั่นคงในชีวิต มีความไม่มั่นคงในวิชาชีพของเขา ผลกระทบในทางลบ ก็จะเกิดขึ้นกับกลุ่มที่เป็นเด็กปฐมวัย ซึ่งก็คงต้องฝากทางท่านคณะกรรมการให้ไปดูว่าเราจะ พัฒนาความมั่นคงทางวิชาชีพของกลุ่มนี้อย่างไรนะครับ ปัญหาศูนย์เด็กเล็กยังมีอีกเช่นกัน อย่างในกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่ผมเป็นผู้แทนนี้นะครับ อย่างบางพื้นที่ยกตัวอย่างอย่างพื้นที่ ที่มีชุมชมแออัดอยู่มาก ๆ ก็จะมีกลุ่มที่เป็นศูนย์เด็กเล็กที่ดำเนินการโดยมูลนิธิเอกชน ซึ่งไม่แสวงหากำไร แต่ว่ากลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถที่จะเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์ตามที่รัฐจัดให้ เนื่องจากว่าจะติดปัญหาเรื่องที่ดิน เช่น ตั้งอยู่ในที่ดินของหน่วยราชการ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ถ้าหน่วยราชการไม่ยินยอมให้มีการใช้ที่ดินนั้นหรือใช้สถานที่นั้นให้หน่วยงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องที่จะอุดหนุนเรื่องของอาหารกลางวันก็ดี เรื่องของนมอะไรก็ดีต่าง ๆ นี่ นะครับ เมื่อไม่มีสิทธิตรงนั้นทำให้เด็กที่อยู่ในกลุ่มนั้นก็ขาดโอกาสไป อันนี้ก็คงต้องฝากทาง คณะกรรมการดูให้ครอบคลุมด้วยนะครับว่าไม่ใช่ศูนย์เด็กเล็กเฉพาะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ท่านระบุมา ๑๘,๐๐๐ กว่าแห่งเท่านั้น แต่ยังมีศูนย์เด็กเล็กในรูปแบบของ สังกัดเอกชน สังกัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่อาจจะตกหล่นไปจากกระบวนการในการพัฒนา ตรงนี้นะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของการศึกษา ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจผิด หรือเปล่า แต่ว่าตั้งแต่ในรายงานครั้งที่แล้วจนถึงครั้งนี้ผมดูเฉพาะส่วนของความคืบหน้ามัน ไม่มีความคืบหน้าทางด้านการศึกษา มันจะมีก็เฉพาะแผนการปฏิรูปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้กรุณานำเรียนที่ประชุมไปเมื่อตอนต้นเรื่องของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ แต่ตัวความคืบหน้า ของแผนทางด้านการศึกษาไม่มีเลยตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ผมก็แปลกใจเพราะว่าการศึกษา เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ แล้วทุกวันนี้เราก็เห็นภาพของปัญหาทางด้านการศึกษาที่กำลังเกิดขึ้นมาเป็นระลอก ๆ ล่าสุดก็เป็นเรื่องของคุณครูที่มีความเห็นแตกต่างในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอีก อย่างนี้นะครับผมคิดว่าคราวหน้าอยากจะเห็นความคืบหน้าที่สำคัญ ในเรื่องการศึกษาเพราะเป็นปัญหาเร่งด่วน แล้วก็เป็นปัญหาที่ทุกคนในสังคมให้ความสำคัญ ผมยกตัวอย่างในกลุ่มของอาชีวศึกษาเอกชน ซึ่งเมื่อปี ๒๕๕๙ มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ๘/๒๕๕๙ ควบรวมอาชีวศึกษาเอกชนให้ไปอยู่ในสังกัดเดียวกับอาชีวศึกษาของรัฐ ผ่านมาแล้ว ๓ ปีทุกวันนี้อาชีวศึกษาเอกชนเรียกร้องอยากจะกลับไปอยู่สังกัดเดิม เหตุเพราะว่าไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเลย คือโอนตัวเขา โรงเรียนเขามาอยู่สังกัดใหม่ แต่ว่าไม่มีมาตรการอื่นรองรับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตั้งแต่ย้ายมานี่อาชีวศึกษาเอกชนเป็นสถานศึกษาเดียว สังกัดเดียวที่เป็นเอกชนที่เงินอุดหนุน ตามรายการอุดหนุนเรียนฟรี ๕ รายการของรัฐบาลทุกวันนี้อย่างเดือนนี้ก็ยังไม่ได้นะครับ ซึ่งกระทบกับเด็กนักเรียน และกระทบกับคุณครูด้วย เพราะว่าส่วนหนึ่งของเงินอุดหนุน ดังกล่าวนี่ไปจ่ายเป็นเงินเดือนครู ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงได้รับตรงเวลาทุกเดือน แต่ว่าของ อาชีวศึกษาเอกชนหลังจากที่ย้ายสังกัดมาประสบปัญหานี้ไม่น้อยกว่า ๒-๓ ครั้งแล้ว ล่าสุด เทอม ๒ เริ่มแล้วในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ประสบปัญหาอย่างนี้อีก คือไม่สามารถที่จะ เบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้เลยนะครับ อันนี้ก็คงต้องฝากทางรัฐบาลไปเป็นพิเศษว่าต้องดูเรื่อง ของแผนความคืบหน้าทางด้านกิจกรรมเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษด้วยนะครับ ต้องกราบ ขอบคุณท่านประธานนะครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เรายังเหลือสมาชิกที่จะอภิปรายอีก ๑๐ กว่าท่าน ทีนี้ผมจะปรึกษา ท่านสมาชิกว่าคงจะต้องใช้เวลาน้อยลงแล้วครับ กระชับนิดหนึ่งเพราะว่าผมต้องการจะให้ เสร็จคืนนี้เลย
ประการแรก เพื่อไม่ให้คณะกรรมการต้องกลับมาเสียเวลาพรุ่งนี้อีก ๑ วัน
ประการที่ ๒ เรามีรับทราบรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ อีก ๕ ฉบับ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้อีกวันหนึ่งไม่ทราบว่า ๕ ฉบับนั้นจะเสร็จหรือเปล่า เรามีเรื่องด่วนที่ต้อง พิจารณาอีกเยอะครับ เรื่องสำคัญ ๆ ดังนั้นผมขอสักท่านละ ๗ นาที ขอตรงประเด็นที่ท่าน จะชี้แนะหรือท่านสงสัยตรงไหนที่จะซักถาม เพราะว่าต้องเผื่อเวลาให้ท่านคณะกรรมการ ชี้แจงด้วยนะครับ
ต่อไปอีก ๕ ท่านครับ ท่านเรวัต วิศรุตเวช ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านนิกร จำนง ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญท่านเรวัตครับ ท่านเรวัต อยู่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ อ่านรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งในมาตรา ๒๗๐ ได้บัญญัติไว้ว่าให้วุฒิสภามีหน้าที่อำนาจติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ท่านประธานครับ ก็หมายความว่ารายงานฉบับนี้ได้รับการตรวจสอบ เสนอแนะ หรือแอปพรูฟ (Approve) โดยวุฒิสภามาเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ เราลองมาดูกันว่ารายงานที่แอปพรูฟ (Approve) โดยวุฒิสภาแล้วมีความสมบูรณ์แบบแค่ไหน หรือว่ามีปัญหามากมายขนาดไหนครับ ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ต้องขออภัยที่สไลด์ (Slide) ไม่สวยงามนะครับ เพราะว่าเพิ่งได้รับรายงานเมื่อบ่ายแล้วก็รีบทำที่หน้าห้องนะครับ ท่านได้ โปรดดูในข้อ ๒.๑.๓ นะครับ ในข้อ ๒.๑.๓ ที่เขียนไว้ว่า วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๑ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศซึ่งมีอยู่ ๔ วงเล็บครับ ท่านประธานครับ ได้โปรดดูใน (๓) ได้ระบุไว้ใช่ไหมครับว่า วงเงินที่ปรากฏเป็นการประมาณการเบื้องต้น เห็นควรให้เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยคำนึงถึง ขีดความสามารถด้านการเงิน การคลังของประเทศ
ขอสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมจะโยง (๓) จากสไลด์ (Slide) เมื่อสักครู่นะครับ ไปดูที่หน้า ๕ ในรายงานฉบับนี้ ในข้อ ๒.๒.๒ ซึ่งเขียนถึงโครงสร้าง ของแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งประกอบด้วยทั้งแผน ขั้นตอนและวิธีการดำเนินปฏิรูป ประเทศ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ท่านได้โปรดดู ใน (๔) ได้ระบุไว้ชัดว่าวงเงินที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินการรวมทั้งประมาณการ ของแหล่งที่มาของเงิน ท่านประธานครับ ตัวเลขอยู่ที่ไหนครับ นี่คือแผ่นเสียงตกร่องที่แท้จริงเลยครับ คือการทำ ผิดซ้ำ แล้วตอกย้ำความผิด เพราะเรื่องนี้ผมได้อภิปรายไปแล้วในการแถลงนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ว่าท่านต้องทำให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๖๒ ที่บัญญัติไว้ว่าคณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งต้อง สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจง แหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายครับ ท่านประธานครับ รายงาน ฉบับนี้เป็นหลักฐานและปรากฏการณ์สำคัญของประเทศไทยว่าประเทศของเราไม่มีหลักนิติธรรม ที่ทุกคนต้องเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ทำไมมีบางคนหรือกลุ่มคนเช่น นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เป็นต้น ไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๖๒ ครับ ในวันที่ผมอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามว่าทำไมไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายขยายความเพื่อให้เพื่อนสมาชิกและประชาชนได้เข้าใจ ยิ่งขึ้นครับ ได้โปรดดูข้อ ๒.๒.๒ ซึ่งอยู่ในหน้าที่ ๕ ในรายงานนะครับ เป็นโครงสร้าง แผนการปฏิรูปประเทศจะปฏิรูปทั้งหมดท่านดูครับในตาราง ๑๒ ด้านครับ มี ๑๗๓ ประเด็น และ ๑,๒๒๙ กิจกรรม ๑,๒๒๙ กิจกรรมครับ มีตรงไหนในรายงานที่กำหนดวงเงินและชี้แจง แหล่งที่มาของเงินครับ ไม่มีเลยครับ ท่านประธานครับ เรามาดูความบกพร่องของรายงาน ฉบับนี้ต่อไปครับ รายงานที่ได้แอปพรูฟ (Approve) มาจากวุฒิสภามาแล้วนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๓ ครับ ขอท่านได้ดูหน้าที่ ๓ ซึ่งเป็นการปฏิรูปด้านที่ ๔ คือกระบวนการยุติธรรมครับ ท่านประธานครับ มี ๔ ตัวชี้วัดครับ ท่านประธานได้โปรดดูตัวชี้วัดที่ ๔ ที่เขียนไว้ว่าอันดับ ความสามารถ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ครับ อันดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทยดีขึ้น อันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจดีขึ้น ทำไมข้อนี้ซึ่งเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ เป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจนี่นะครับ มาอยู่ในหัวข้อซึ่งเป็นการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมครับ ทำไมไม่ไปอยู่ในข้อที่ ๕ ตามสไลด์ (Slide) ครับ ซึ่งเป็นการปฏิรูปด้านที่ ๕ ซึ่งเป็นด้านเศรษฐกิจ และด้านที่ ๕ นี้ก็มีปัญหาอีกครับ เพราะว่าท่านประธานครับ โปรดไปดู ตัวชี้วัดครับ ดูในตัวชี้วัดในข้อที่ ๕ นี่นะครับ ได้เขียนว่าไม่ได้กำหนดตัวชี้วัดไว้ครับ ไม่ได้ กำหนดตัวชี้วัดไว้เลย ทำไมไม่กำหนดตัวชี้วัดครับ
ต่อไปท่านประธานครับ ท่านได้โปรดไปดูขอสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ครับ ท่านได้ โปรดดูหน้าที่ ๔ ครับ ในด้านที่ ๘ คือด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศครับ ในตัวชี้วัดที่ ๑ ขอสไลด์ (Slide) ครับ ที่เขียนว่าหลักสูตรด้านสื่อสารศึกษา ด้านสื่อศึกษา ได้รับการบรรจุในการศึกษาภาคบังคับระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษาภายใน ปี ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ วันนี้วันที่ ๗ พฤศจิกายน ซึ่งจะสิ้นปีอยู่แล้วครับ ผมถึงอยาก ทราบว่าท่านได้นำไปทำหรือยังครับในเรื่องนี้ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขอท่านประธานได้โปรดดูหน้าที่ ๕ ในรายงานอีกครั้งครับว่าในการปฏิรูป เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ครับ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ท่านไปดูตัวชี้วัดที่ ๑ เขียนว่ามีกฎหมายส่งเสริมการต่อต้านทุจริตภาคประชาชน ท่านประธานครับ กรุณาตอบหน่อยสิครับว่ากฎหมายที่ว่านี้อยู่ที่ไหนครับ ช่วยชี้แจงด้วยครับ และถ้ามีซึ่งผมไม่เคยเห็นเลย ถ้ามีผมขอให้ท่านส่งมาให้ผมที่สภาแห่งนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศอยู่ในหมวด ๑๖ ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา ๒๕๗ ถึง มาตรา ๒๖๑ วันนี้ถ้าปฏิบัติไม่ได้จริงแล้วก็ถือว่าการปฏิรูปประเทศนั้นล้มเหลวครับ เพราะฉะนั้นเมื่อล้มเหลวแล้วเราจะมีแผนปฏิรูปไปทำอะไรครับ ผมว่ามันไม่มีประโยชน์เลย ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน พิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย กระผมขอวิพากษ์วิจารณ์รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ประจำเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ คือการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ความจริงแล้วยุทธศาสตร์ชาติ ๖ ข้อ การปฏิรูป ประเทศ ๑๒ ด้าน อันนี้ผมดีใจครับที่ประเทศไทยได้มียุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป ประเทศความจริงเราน่าจะมีตั้งแต่ ๘๐ ปีที่แล้ว ถ้าเรามีเมื่อ ๘๐ ปีที่แล้ววันนี้ประเทศไทย เป็นมหาอำนาจไปแล้ว ท่านประธานครับประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เขามีการพัฒนาแล้วก็ มียุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูปประเทศกันทั้งนั้น เอาใกล้ ๆ บ้านเรา ประเทศมาเลเซีย มาเลเซียจะจบแผนปฏิรูปประเทศ ๒๐๒๐ นี้ เริ่มด้วยมหาเธร์ โมฮัมหมัด วันนี้จะจบด้วย มหาเธร์ โมฮัมหมัด ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศมาเลเซียเป็นอย่างไร ชัด ๆ ครับ ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนต้นยางพาราเป็นต้นปาล์มน้ำมัน ยางพาราใช้แรงงานมากมายมหาศาล ต้องให้คนไทยไปกรีด วันนี้เลิกปลูกยางพาราแต่ซื้อน้ำยางพาราจากประเทศไทยไปทำ อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมใช้หุ่นยนต์ ใช้นวัตกรรม ไม่ต้องใช้แรงงานมาก เพิ่มมูลค่า อุตสาหกรรมนี้ได้เยอะแยะมากมาย ไปเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมัน วันนี้ปาล์มน้ำมันของ ประเทศมาเลเซียมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลายขั้นตอนจากมูลค่าปาล์ม ๕ บาท กลายเป็น เครื่องสำอางราคาเป็นพันเป็นหมื่น ท่านประธานครับวันนี้ประเทศไทยปฏิรูปการเมืองเป็น ข้อที่ ๑ ใน ๑๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ปฏิรูปการเมืองคืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ครับ คืบหน้าศูนย์เปอร์เซ็นต์ มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมมันไม่ไปไหนเลยมันเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ ผมก็งงว่าท่านที่นั่งอยู่ ข้างบนท่านไหนรับผิดชอบปฏิรูปการเมืองยกมือขึ้น ท่านเป็นผู้ทรงเกียรติมากที่เป็นผู้ปฏิรูป ประเทศ ท่านจะส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างไรครับ วันนี้ประชาธิปไตยของประเทศไทย มีแค่ครึ่งใบ ส.ว. ๒๕๐ คน มันแสดงถึงการเป็นประชาธิปไตยหรือครับ ๕ ปีต่อจากนี้ไป ท่านจะต้องปรับปรุงแผน ใส่เข้าไปสิครับแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หรือว่ากลิ่นอายของเผด็จการยังคงอยู่ ท่านประธานครับไม่มีวี่แววของการเลือกตั้งท้องถิ่น ชาวไร่ชาวนาพี่น้องเขายากจนข้นแค้นรอความหวังการเลือกตั้งผู้แทนของเขา ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบได้หรือไม่ครับวันนี้ รอคำตอบมาหลายเดือนแล้ว วันนี้ท่านตอบ ให้ชื่นใจหน่อยว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไร การเมืองมันคือหัวใจของการพัฒนาประเทศ ประชาชนมั่งคั่ง ยั่งยืน ข้อ ๑ ไม่ทำนะครับ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ถึงข้อ ๑๒ มันจะทำได้อย่างไร ท่านต้องตอบผมนะครับคืนนี้ว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อไร นี่คือตัวชี้วัดของการปฏิรูปประเทศ ทางด้านการเมือง ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องของป่าไม้ ท่านไม่พูดถึง ป่าเศรษฐกิจเลย มีอดีตท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านต้องไปดูนะครับว่าเมืองไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ไม้ยืนต้นทั้งหลาย ไม้อุตสาหกรรม มันจำเป็นจะต้องปลูกแล้วก็เพิ่มมูลค่าเพื่อลดโลกร้อน อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ อุตสาหกรรมต่อเนื่อง จากไม้ท่านก็ไม่ได้พูดถึงเลย ท่านรู้หรือไม่ ไม้พะยูงมันแพงที่สุด ณ วันนี้ แพงกว่าไม้สัก ไม้มะค่า วันนี้ขายส่งจีน ที่ประเทศไทยกิโลกรัมละ ๖๐ บาท ต้นหนึ่งเกือบแสนบาท ทำไมไม่ปลูก ทำไมไม่ช่วยเหลือเกษตรกรให้ปลูกไม้ยืนต้น เพื่อลดโลกร้อน ด้านการศึกษา การศึกษาคืบหน้าแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงนะครับ ผมก็งง เหมือนกันว่าทำไมท่านถึงปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ๒ กระทรวงรวมกันใช้งบประมาณมากที่สุดในประเทศนี้ ศึกษาใช้งบ ๓๖๘,๖๖๐ ล้านบาท อุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรม ๑๒๗,๘๙๕ ล้านบาท รวมแล้ว ๔๙๖,๕๕๕ ล้านบาท ๔ แสนกว่าล้านบาท เกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ครูยังมาประท้วงอยู่เลยครับ ท่านประธานครับ ครู ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นหนี้ทุกคน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล้มละลาย ชีวิตครอบครัว แตกสลาย คนสอนขาดความมั่นคงในชีวิต แม่พิมพ์ไม่มีความสุขและเด็กจะมีความสุข ได้อย่างไร ประเทศเกาหลีนักเรียนเรียนวิชาการอยู่ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ มีวิชาชีพ อาชีวศึกษาอยู่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซียซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วคนเรียนวิชาการอยู่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ อาชีวศึกษา ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยละครับ เรียนหนังสือด้านวิชาการ อยู่ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็นอาชีวศึกษา วิชาชีพ ประเทศเราถึงไปไม่ถึงไหน อย่างไรครับ ไปเรียนทางด้านสังคมเสียเยอะแยะ มันง่าย อาชีวศึกษาสร้างรายได้ให้กับ ประเทศ วิชาชีพนี่นะครับ สร้าง จีดีพี (GDP) เพิ่ม จีดีพี (GDP) ให้กับประเทศได้ ดังนั้น ฝ่ายยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศจำเป็นจะต้องเร่งภาควิชาชีพให้มากขึ้น สุดท้าย ท่านปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ท่านจะออกพระราชบัญญัติกองทุน เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อใครครับ เพื่อนักศึกษา เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลนเงิน แล้วก็พัฒนาประสิทธิภาพครู ท่านประธานครับ วันนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจะต้องหนี หัวซุกหัวซุน หลบ จะต้องขึ้นศาล ท่านประธานครับ เอากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานี่ มาปรับปรุงเสีย ไม่ต้องไปตั้งกองทุนใหม่อีก ยกดอกเบี้ยให้เขาสิครับ ปลอดดอกเบี้ยสิครับ หรือว่าถ้ามากกว่านั้นก็คือว่าใครไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิตโดยตัวชี้วัดนี่นะครับ ก็ไม่ต้องจ่าย วันไหนที่เขาประสบผลสำเร็จในชีวิตมีเงินเหลือค่อยจ่ายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แค่นี้ก็พอแล้ว อย่าไปตั้งกองทุนซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก เอาตรงนี้นะครับ เดี๋ยวนี้เยาวชนที่จบ การศึกษามาใหม่ เป็นโรคซึมเศร้าเยอะแยะ เพราะจ่ายหนี้กองทุนการศึกษาไม่ได้ จะต้องขึ้นโรงขึ้นศาลตั้งแต่ เด็ก ๆ วัยรุ่น ฝากคณะปฏิรูปด้วยนะครับว่า การศึกษา ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องมาดูรายละเอียด ไม่ใช่มีแค่ ๒ แผ่น ต้องดูให้ชัดนะครับ วันนี้จะเอาอย่างไร ดอกเตอร์เต็มประเทศเลย ต้องไปสู่วิชาชีพมากขึ้นนะครับ ฝากท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิกรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ที่จริงก็เลยเวลามาเยอะแล้ว แต่เนื่องจากว่าหมวดปฏิรูปเป็นหมวดหนึ่ง ในรัฐธรรมนูญที่ผมให้ความสนใจ แล้วก็ชื่นชมมากว่ามีความหวังอยู่ได้ ดังนั้นก็ต้อง ติดตามกันอย่างนี้ละครับ จะขออภิปราย แล้วก็อยากจะเรียนกับท่านกรรมการทั้งหลายผ่าน ท่านประธานไปว่า ในสภาผู้แทนราษฎรของเราให้ความสำคัญ เราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ อยู่ในคณะกรรมการความมั่นคง เป็นคณะกรรมาธิการที่คอยติดตามเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศด้วยแล้วเหมือนของวุฒิสภา ดังนั้นท่านอาจจะต้องมีการเตรียมการ ที่ดีกว่านี้ แต่วันนี้ผมดีใจที่ว่าคราวที่แล้วมาเฉพาะเลขาธิการก็คือทางสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คราวนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเองก็มา ท่านวิษณุ เครืองาม แล้วก็กรรมการมากันหลายคน ผมจะตั้งคำถามเดิมที่ถามไปในวันนั้นว่า วันนั้นผมให้ความเห็นว่าควรจะมากันหลาย ๆ คน มาฟังเลย ไม่ต้องไปส่งต่อกัน ตอนนี้ คำถามของผมก็คือว่า กรรมการของท่านครบหรือยัง เพราะว่าที่เห็นกันอยู่ตอนนี้ ยังไม่ครบ และผมก็ทราบว่าอย่างการเมืองก็ยังไม่ได้ตั้ง ผมได้ฝากความเห็นไปคราวที่แล้ว เมื่อ ๓ เดือนที่แล้วว่า กรรมการจะมีความสำคัญมากให้ตั้งให้ครบ คำถามแรกที่ต้องตอบ ก็คือว่า ยังมีขาดอะไรอยู่บ้าง มีขาดคณะไหนอยู่บ้าง ถ้าไม่มีแล้วมันไปต่อไม่ได้ ไม่มีหัว จะเดินไปได้อย่างไร นั่นเป็นคำถามที่ ๑
คำถามที่ ๒ ที่ทำมาแผนการปฏิรูปประเทศมีความไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นแล้ว ตั้งแต่เราติดตามกันมาตั้งแต่ต้น เรื่องเชิงงบประมาณ คือในงบประมาณที่ตั้งมาในแผนแรก ไม่มีตัวบ่งชี้และมีความลักลั่น ผมยกตัวอย่าง ว่าอย่างการปฏิรูปการเมืองที่ตั้งมา ๕ ปี มี ๕ แผน แผนละ ๔๓-๔๕ ล้านบาท รวมแล้ว ๕ แผน แค่ ๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้น จะไปพอ อะไร นั่นเป็นแผนแรกที่มีประกาศราชกิจจานุเบกษา แต่ในอันเดียวกันแผนบริหารราชการ แผ่นดิน ผมจะชี้ให้ดูว่าลักลั่นขนาดไหน ๓๓,๔๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๕ ปีเหมือนกัน ซึ่งในนั้นกำหนดว่าต้องใช้งบประมาณเป็นงบประมาณแผ่นดิน ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท กองทุน ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จากภาคเอกชนอีก ๑๐๐ ล้านบาท ผมตั้งคำถามตรงนี้ว่า เอาละ มันมีความลักลั่น คำถามก็คือว่าเรื่องนี้กับงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ที่ทำอยู่ขณะนี้ มีความสัมพันธ์กันแค่ไหน มีการกำหนดลงในงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ แล้วหรือไม่ หรืออย่างไร เพราะคำขอมาแล้ว มันจะสัมพันธ์กันไหมในจุดแรก แล้วก็คำถามอีกอันก็คือว่าทำไม ในรายงานฉบับนี้ ฉบับที่แล้วยังมีความคืบหน้าเรื่องงบประมาณบ้าง ในฉบับนี้ไม่มีเลย ทีนี้การวัดการใช้จ่ายงบประมาณว่าใช้ไปเท่าไรเป็นตัววัด เราก็วัดไม่ได้เลย นี่เป็นคำถาม แล้วก็เป็นคำขอด้วยนะครับว่า ในรายงานครั้งหน้าควรจะมีรายงานเรื่องตัวเลขงบประมาณ เพราะว่าคงได้ผ่านแล้วว่ามีงานไหน กิจกรรมไหน แผนงานไหน ใช้ไปเท่าไรแล้ว เพราะมี ระยะเวลาถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้น แต่คราวนี้หายไปทั้งหมดเลย แบบนี้คงไม่ถูกต้องนะครับ
ประเด็นต่อไปก็คือว่า ผมจะพูดในภาพรวม ในหมวด ๓ ของกฎหมาย เพราะว่าที่เราทำกันอยู่ เราทำตามกฎหมาย ตามกฎหมาย พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนของการ ดำเนินการปฏิรูปประเทศ ในหมวด ๓ การติดตามการตรวจสอบและการประเมินผล ในมาตรา ๒๖ เขียนว่าในกรณีที่มีความปรากฏต่อคณะกรรมการปฏิรูป คือคณะกรรมการ ปฏิรูปของท่านมีอำนาจเยอะมากในการติดตาม ในการทำให้เกิดผล ถ้าเกิดปรากฏว่า คณะใดก็ได้ การดำเนินการใดของหน่วยงานของรัฐไม่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ให้มีการดำเนินการ ถ้าเป็นของรัฐให้ประสานกับรัฐมนตรี ให้ประสานกับคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติมีการแก้ไข ถ้าในหน่วยงานอื่น ในส่วนนี้ผมมีคำถามว่า ได้เคยมีเหตุการณ์ ในการตรวจสอบว่า มีการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกันบ้างหรือไม่ ผมเชื่อว่ามี แต่ว่าได้มีการติดตาม ได้มีการแจ้ง ไปยังคณะรัฐมนตรีและมีการแก้ไขปรับปรุงหรือไม่ อย่างไร ผมเชื่อว่ามีปัญหาแน่ แต่การ ตรวจสอบติดตามตรงนี้ได้กระทำหรือไม่ อย่างไร
สุดท้ายเพื่อไม่ให้เป็นการกินเวลามาก ในส่วนสำคัญก็คือว่าแผนปฏิรูปนี้ อยู่ในหมวดที่ดีคือหมวดปฏิรูปประเทศ แต่การจัดทำคราวนั้นผมเป็นสมาชิก สปท. อยู่ ผมย่อมทราบว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมสักเท่าไรเลย ทีนี้เอาละ ที่มานี่ไม่มีส่วนร่วมอยู่แล้ว เพราะว่ามาปรากฏแล้วมีการประกาศ รีบประกาศ เรามีเวลาแค่ ๖ เดือนตอนนั้นที่ทำ ก็ยกให้ แต่ประเด็นก็คือว่าในหมวด ๒๘ มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้สำนักงาน ก็คือ คงหมายถึงว่าหน่วยที่ดูแล เลขาธิการครับ เผยแพร่งานที่ได้รับจากแผนงานเกี่ยวกับเรื่องการ ปฏิรูปให้ประชาชนทราบเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แล้วก็บอกว่าเพื่อประโยชน์ของ การมีส่วนร่วมของประชาชน ให้สำนักงานจัดและมีวิธีการให้ประชาชนพบเห็นว่าหากไม่มี การดำเนินการปฏิรูปจะแจ้งไปให้ใครทราบ คำถามผมมีอย่างนี้ว่าการดำเนินการเพื่อให้ ประชาชนมีส่วนร่วม คือตอนต้นเราพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น แต่ตอนปลาย กฎหมายบังคับว่าต้องให้ทำ มีการจัดทำหรือไม่ อย่างไร คือประชาชนได้ทราบกว้างขวาง แค่ไหน แล้วก็ประชาชนได้มีการร้องเรียน ในกิจการตรงนี้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมีบ้าง หรือไม่ อย่างไรเป็นคำถาม ๓-๔ คำถาม เพราะคำขอว่าในรายงานครั้งหน้าควรจะมีรายงาน เรื่องงบประมาณโดยละเอียด แล้วก็ลำดับการใช้จ่ายว่าใช้จ่ายไปแค่ไหนเพียงไรด้วย จะได้วัด กันถูก เพราะเรายังเจอกันอีกทุก ๓ เดือน ๓ เดือน ๓ เดือน ผมก็มีแค่นั้นครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านเกียรติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรับทราบรายงานความคืบหน้า ๓ เดือนที่แล้วผมอภิปรายและผมฝากโจทย์ไว้ เยอะแยะ วันนี้พอเริ่มต้นปั๊บเราเหมือนไม่เคยคุยกันเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ผมกังวลมากเลยว่า กระบวนการในการที่จะทำเรื่องที่สำคัญที่สุดอย่างยิ่งของประเทศนี้ แต่เรายังทำเปรียบเสมือน เป็นเรื่องธุรการปกติ ความจริงวันนี้เริ่มรายงานผมดีใจที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเอง แต่ท่านควรจะเริ่มว่าจากการประชุม ๓ เดือนที่แล้วท่านเก็บประเด็นอะไรไปบ้าง และได้ไปรวม ในแผนเหล่านี้อย่างไรบ้าง จัดสรรงบประมาณอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นมันเหมือนกับเรา เริ่มต้นใหม่หรือครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะทำกันแบบนี้อีก ๓ เดือนข้างหน้า เราก็เริ่มใหม่อีกครับ แล้วที่พูดกันในสภาวันนี้มันจะมีประโยชน์อะไร จริง ๆ เป็นหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญเจตนารมณ์ที่ให้มารายงานทุก ๓ เดือนเพื่อตรวจสอบว่าท่านทำหรือไม่ ทำถูกต้องหรือไม่ คืบหน้าหรือไม่ ไม่ใช่กรอบกว้าง ๆ เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ ประชาชนรู้สึกได้ การปฏิรูปถ้าประชาชนรู้สึกไม่ได้ ผมว่าอย่าเสียเวลาดีกว่าครับ ผมก็ต้อง ทวงถามครับ เพราะคราวที่แล้วผมบอกไว้แล้ว ดอกเตอร์ทศพรมาคราวที่แล้ว แล้วผมบอก ผมจะทวงถาม ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ผมบอกว่าขอได้หรือไม่ให้มีแผนย่อย มีเป้าเป็นรูปธรรมและแต่ละเรื่อง บอกได้หรือไม่ว่าประชาชนได้อะไรจากการปฏิรูป ถ้าท่านไม่คิดไปถึงว่าประชาชนได้อะไร จากการปฏิรูปเสียเวลาเปล่าครับ ไม่ใช่หน่วยงานได้อะไร ประชาชนต้องได้อะไรจากการปฏิรูป ตรงนี้ผมก็ยังไม่เห็นมีการปรับปรุงอะไรเลย แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย แต่เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ท่านครับ ท่านเคยดูแผนปฏิรูปของประเทศอื่นหรือไม่ครับ รายละเอียดเยอะกว่าของเราเยอะมากเลยครับ อันนี้ผมไม่กล้าเอาไปโชว์ (Show) ให้ใครดูเลยว่า นี่คือแผนปฏิรูปประเทศไทย มันไม่มีนัยสำคัญที่เรารู้สึกได้ จับต้องได้เลย ควิกวิน (Quick win) คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่องนี้ เราบอกควิกวิน (Quick win) คืออะไร มีหลายเรื่องเลยครับ ผมทวง ๒-๓ เรื่องเท่านั้น ส่วนต่างดอกเบี้ย พูดแล้วพูดอีก เรื่องง่าย ๆ เปลี่ยนวิธีคิดการกำกับดูแล ส่วนต่างดอกเบี้ยท่านทำได้ภายใน ๖ อาทิตย์ ผมให้ ท่านจะทำ หรือไม่ครับ ไม่อยู่ในแผนนะครับ แต่ผมชี้ทางไว้แล้ว ชี้เป้าไว้แล้ว แล้วประชาชนได้ประโยชน์ ทันทีจากวิธีการคิดและปฏิรูปการดูแลเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย จะทำหรือไม่ครับ ขอคำตอบ แค่นั้นนะครับ
เรื่องที่ ๒ ต้นทุนพลังงานก็พูดแล้วพูดอีก กำไรโรงกลั่นผมอภิปรายตอน งบประมาณไปชัดเจนนะครับว่าประเทศไทยเทียบกับราคาพลัส (Plus) ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นอย่างไร ผมไม่พูดซ้ำ แต่เราสูงกว่าเขาเยอะท่านจะทำอะไรกับสิ่งเหล่านี้ ผมดีใจรัฐมนตรี เพิ่งประกาศเมื่ออาทิตย์ที่แล้วบอกว่าจะไปตรวจสอบเรื่องต้นทุนค่าการกลั่นให้เป็นธรรม และเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ท่านครับไม่ได้ของขวัญครับ ของที่เคยโดนขโมยไปเอามาคืน เรียกของขวัญได้อย่างไรครับ เพราะมันสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นอยู่แล้วก่อนหน้านี้ แล้วเรา เป็นคนที่จ่าย เป็นคนแบกภาระอยู่แล้วอย่าเรียก ของขวัญ ราคาก๊าซต้นทุนผมอยากได้ต้นทุน ที่โปร่งใส ตอนนี้ข้อมูลในเว็บไซต์ (Web site) ของ กกพ. เอง กระทรวงพลังงานเอง มีหลายเรื่องตัดทิ้งครับ เมื่อก่อนมีตัวเลขการจัดหาแอลพีจี (LPG) ใครใช้เท่าไรบ้าง ปิโตรเคมี ใช้เท่าไร ครัวเรือนใช้เท่าไร ท่านไปดูสิตอนนี้ไม่มีแล้ว ไม่ประกาศแล้ว เพราะมีการนำข้อมูล เหล่านี้ไปใช้แล้วตั้งคำถามไปพอตอบไม่ได้ก็เลยไม่มีอีกแล้ว ขอความโปร่งใสเรื่องค่าพลังงาน ของประเทศไทยนะครับ ท่านทราบหรือไม่ครับว่านโยบายบอกว่าเราผลิตกระแสไฟฟ้า จากก๊าซธรรมชาติเยอะไปแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ประมูลครั้งสุดท้ายคราวที่แล้วบอกว่า ต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเท่านั้นและต้องไปเจรจากับ ปตท. เท่านั้นด้วย ทำไมอย่างนั้นล่ะครับ อย่างนี้เรียกปฏิรูปหรือเปล่าครับ ผมว่าไม่ใช่ปฏิรูปแล้วครับ แล้วประชาชนเสียประโยชน์ จากการดำเนินการเหล่านี้ไม่มีวิธีการปฏิรูปเลยครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแถลง แล้วก็อยู่ในแผนปฏิรูป ๗ กิจกรรมที่ ๕ บอกว่าจะทำให้ ปตท. ทำแผนไทยเป็นศูนย์กลางการค้า แอลเอ็นจี (LNG) ก๊าซธรรมชาติในภูมิภาค ถามหน่อยครับว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร จากกิจกรรมนี้ ราคาก๊าซก็จะลดลงไหมครับ ถ้าลดลงผมดีใจ แต่พูดให้ชัด ผมถึงบอกว่า เวลาเราทำแผนปฏิรูปต้องนึกถึงประชาชนและท่านต้องตอบให้ได้ว่าแต่ละเรื่องที่ท่านทำ ประชาชนจะได้อะไร แล้วทำไมผมตั้งคำถามนะครับ ทำไมไปสั่ง รัฐมนตรีบอกสั่งให้ ปตท. ทำแผนนี้ ทำไมไม่ใช่กระทรวงพลังงานทำครับ ผมงงมากเลยครับ มันไม่ใช่หน้าที่ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจ แล้วจะให้ผูกขาดเป็นอย่างนั้นหรือเป็นคนอื่นสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ ได้ราคาก๊าซแอลพีจี (LPG) มันผิดปกติเยอะและผมเคยชี้ไปแล้วผมไม่อยากพูดซ้ำ ท่านไปดู ภาคครัวเรือนใช้มากขึ้นมากแล้วก็มีการยอมรับกันแล้วในชั้นในกรรมาธิการว่ามีการลักลอบ ไปต่างประเทศเยอะท่านจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพราะทุกครั้งที่ลักลอบออกไปไปขายได้ราคา กำไรไม่กี่บริษัท แต่ต้องนำเข้าแอลพีจี (LPG) ที่แพงสำเร็จรูปมาและประชาชนทั่วไปเกลี่ย เป็นคนแบกภาระตรงนี้นะครับ จะเอาอย่างไรครับ ปิโตรเคมีได้สัญญาระยะยาวซื้อราคาถูก แต่ประชาชนซื้อราคาแพง ทำไมครับ อย่างนี้วิธีนี้ ปัญหานี้ต้องปฏิรูปไหมครับ ผมคิดว่าต้อง ปฏิรูป ปรับโครงสร้างภาษี อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) ผมตั้งโจทย์ไว้คราวที่แล้วอยากได้ คำตอบครับ ท่านจะทำวิธีไหนครับ ท่านจะออกกฎหมายเพื่อเก็บภาษีเขาได้ไหมครับ ตอนนี้ คลังเก็บภาษีไม่ได้นะครับ อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) พุ่ง ดั้งเดิมตก เก็บภาษีได้น้อยลง อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) เก็บไม่ได้ท่านจะเอาวิธีไหนเรื่องนี้ต้องรีบทำ ต้องรีบปฏิรูป วิธีคิดและการจัดเก็บภาษี แล้วผมก็ขอให้สร้างแพลตฟอร์ม (Platform) สำหรับคนไทยให้เก่ง ให้ใช้ได้ ไม่ใช่ให้ต่างชาติมาใช้ประโยชน์จากผู้บริโภคในประเทศไทย ตรงนี้มีปฏิรูปหรือไม่ครับ ผมไม่เห็นนะครับ
ทีนี้ข้อมูลอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) ครับท่านประธานมีค่าอย่างยิ่งเลยครับ เขาขายกันครับ ท่านเห็นหรือไม่ครับว่าที่เป็นเรื่องราวใหญ่โตในโลกนี้เขาขายกันมันมีมูลค่า เราจะเอาอย่างไรครับข้อมูลส่วนบุคคล ทุกคนในประเทศไทยใครเป็นเจ้าของ ใครเอาไปใช้ได้ กฎหมายมีหรือไม่ครับ ผมยังไม่เห็นนะครับเรื่องนี้ อีกนิดเดียว ๒-๓ เรื่องผมก็จบแล้วครับ ปฏิรูปเศรษฐกิจบอกจะตั้งศูนย์กลางวิจัยพัฒนา แล้วธรรมาภิบาลความก้าวหน้าคือ อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่ได้ดำเนินการ ผมไม่ลงรายละเอียด ไม่มีเวลา ประธาน อยากกลับบ้าน แต่เกณฑ์การจัดสรรงบประมาณบอกไว้ด้วยว่าจะเพิ่มเป็น ๒ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) ท่านประธานครับ เราเพิ่งผ่านวาระหนึ่งของงบประมาณไปครับ และผมเพิ่ง อภิปรายไปบอกชัดเจนเลยครับ รวมทุกกรมที่ผมสามารถมองเห็นได้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท งานวิจัย ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ อีกกี่สิบปีเราจะไปถึง จุดเป้าหมายของการปฏิรูปครับท่านประธาน ไม่ใช่นะครับ ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่านโยบายแผนปฏิรูปและงบประมาณไม่ตรงกันเลยในเรื่องที่ สำคัญ ๆ ของประเทศ ระบบภาษีบอกจะปฏิรูปอันนี้ผมเรียกว่าเป็นความยุติธรรม ทางเศรษฐกิจ ท่านไม่ได้เขียนว่าท่านจะปฏิรูปภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เอาให้ชัด ประกาศให้ ประชาชนรู้เลยว่าปฏิรูปภาษีลดเหลื่อมล้ำ ให้ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจกลับไปสู่ ประชาชน ขอแค่นั้น เอาชัด ๆ แล้วท่านจะทำอย่างไรมันมีโครงการอยู่ชัดเจน สรุปอย่างนี้ ผมไม่อยากให้เราเสียของ การปฏิรูปผมว่าเป็นเรื่องสำคัญเราต้องทำ และต้องทำให้สำเร็จด้วย แต่เราทำวิธีนี้แล้วเริ่มศูนย์ใหม่ทุกครั้ง ทุก ๓ เดือนเริ่มศูนย์ใหม่ ท่านประธานอย่าทำเลยครับ เสียเวลาสภา เสียเวลาคนทำ เสียงบประมาณด้วย ตราบใดที่งบประมาณจัดสรรไปในการ ปฏิรูปไม่ตรงกับเป้าหมายเลย ผมยกตัวอย่างแค่เมื่อกี้เรื่องงานวิจัยไม่ตรงเลยครับ แล้วทำไป ทำไมครับ เราหลอกตัวเองหรือเปล่า เราเพียงทำอย่าให้โดนดูถูกว่าเป็นการทำแก้บนนะครับ ท่านประธาน เราทำต้องให้เกิดเป็นมรรคเป็นผล ขอคำตอบครับ ควิกวิน (Quick win) ท่านจะทำหรือไม่ รับปากผม ๓ เดือนที่แล้ว พลังงานท่านจะทำหรือไม่ ให้ความเป็นธรรม เรื่องราคาพลังงานกับประชาชนทำหรือไม่ครับ ทำวิธีไหน บอกหลักคิดด้วย หากไม่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการทำงานอย่าเสียเวลาปฏิรูป เพราะประชาชนจะไม่ได้อะไรครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรวิทย์ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ติดตามในเรื่องของความก้าวหน้าของแผนปฏิรูปประเทศ เท่าที่ติดตามดูมา ตั้งแต่เริ่มไม่ใช่เฉพาะในเรื่อง ๓ เดือนนี้เท่านั้น จะเห็นได้ว่าการปฏิรูปที่เราพูดกันมานั้น ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ยังไม่เห็นที่เป็นรูปเป็นร่างจากผลของการปฏิรูปเหมือนคล้าย ๆ กับว่าเป็นวาทกรรม เป็นนามธรรม เป็นการพูดเรื่องการปฏิรูปอาจจะหวังผลด้านอื่น ด้านการเมืองมากกว่าที่จะปฏิรูปจริง ๆ ผมกราบเรียนว่าในสิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นการสร้าง วาทกรรมทางการเมืองเรื่องของการปฏิรูปนั้นก็เพราะว่าเริ่มมีการพูดคุยกันเรื่องปฏิรูปจริงจัง ในช่วงของปลายปี ๒๕๕๖ ช่วงที่มีวิกฤติทางการเมืองตอนท้ายของรัฐบาลของ อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พอมีเหตุการณ์ในที่สุดก็มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ปกติแล้วหลังจากยุบสภาก็จะมีการเลือกตั้งภายใน ๖๐ วัน แต่ก็มีกลุ่มคนที่มาคัดค้านไม่ให้มีการเลือกตั้งก็อ้างให้ปฏิรูปก่อนจึงเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ ไม่ชัดเจนว่าจะมีการปฏิรูปอะไร จะใช้เวลานานเท่าใด และในที่สุดก็มีการปฏิวัติรัฐประหาร ในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากนั้นก็มีรัฐบาล คสช. เข้ามาบริหาร หลังจากปฏิวัติได้ ๕-๖ เดือนก็มีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้น ๒๕๐ คน คล้าย ๆ สอดคล้องกับที่พูด มีกลุ่มคน ที่มาพูดก่อนปฏิวัติว่าจะต้องมีการปฏิรูปก่อน หลังจากนั้นอีกเกือบ ๑ ปีพอสิ้นสุดของ สปช. สภาปฏิรูปแห่งชาติก็มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติขึ้นมาแทน มีการทำหน้าที่คล้าย ๆ กัน ไม่ว่า สปช. ไม่ว่าสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปก็ล้วนแต่ได้ใช้เงินไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นอื่น ๆ จำนวนมากทีเดียว จนในที่สุดก็มีคณะกรรมการปฏิรูปเกิดขึ้น ๑๒ ด้าน บางอันก็มีคณะกรรมการแล้ว บางอันก็มี ไม่ครบ แต่ผลที่ออกมาไม่มีครับ ผลการปฏิรูปไม่ได้ปรากฏให้เห็น ที่พูดคุยกันบ้างก็มีการ ปฏิรูปตำรวจ เห็นมีการพูดกันฮือฮาตั้งคนนั้นตั้งคนนี้ขึ้นมาเป็นคณะกรรมการ พูดกันไม่นาน เงียบไป แต่ผมก็อยากกราบเรียนถึงแม้จะปฏิรูปหรือไม่ปฏิรูปก็ตามก็กราบเรียนว่าในเรื่อง ของการปรับโครงสร้างเพื่อจะลดการวิ่งเต้น การเล่นพรรคพวก การเข้าสู่ตำแหน่งนั้นยังมีอยู่ เหมือนเดิมสามารถที่จะทำได้ แก้ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการปฏิรูปไม่ต้องรอปฏิรูปเรื่องเหล่านี้ ให้ดำเนินการแก้ไข เรื่องของตำรวจนั้นผมกราบเรียนแบบนี้ว่าในส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเอาใจใส่ขยันขันแข็งส่วนใหญ่ก็ดี แต่ก็มีบางเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้มา ร้องมากเลยว่าเดือดร้อนลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องของการตั้งด่านตรวจของตำรวจ การตั้งด่านตรวจของตำรวจนั้นก็เข้าใจครับ มีวัตถุประสงค์มีเหตุผล แต่ว่าในทางปฏิบัติจริง กลับจะทำให้ประชาชนคนสุจริตส่วนใหญ่เดือดร้อน เมื่อเทียบกับผลที่ได้จากการตั้งด่าน นักเรียนไปโรงเรียนมีเงินติดตัวไป ๕๐ บาท ๑๐๐ บาทก็พอผ่านด่านเสร็จไม่มีเงินไปกินข้าว ผมเห็นรถกระบะเก่า ๆ มีคนยากคนจนจะค้นมากกว่ารถธรรมดาอีก ผมก็สงสารในฐานะ ที่เป็นคนไทย ฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับเจาะจงจะเอาใจใส่กับค้นรถ พวกที่ลำบากยากจนทั้งหลาย อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไข เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ควรจะมีการปฏิรูป การตั้งด่านต่าง ๆ อยากจะให้มีกฎมีเกณฑ์ให้ชัดเจนครับว่าจะตั้งได้ อย่างไร ที่ไหน มีใครเข้ามาดูแลบ้าง จะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมได้หรือไม่เพื่อที่จะให้การ ดำเนินการต่าง ๆ นั้นเป็นไปโดยราบรื่นแล้วก็เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน
อีกด้านหนึ่งครับด้านพลังงาน ผมกราบเรียนว่าเรื่องพลังงานนั้นประเด็น ปฏิรูปที่ ๑๒ เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานภาคขนส่ง มีการปรับบอกว่าจะปรับข้อมูล ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ผมกราบเรียนว่าในเรื่องของการปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก เออีดีพี (AEDP) มีการปรับแผน คือเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับทางการเกษตรด้วย เดี๋ยวนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เรากำลังหาวิธีแก้ไข วิธีแก้ไขวิธีหนึ่ง คือนำสินค้าเกษตรเอามาทำเป็นพลังงานทดแทนเป็นเอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือพวกน้ำปาล์มต่าง ๆ นี้ ปาล์มดีเซล (Diesel) ต่าง ๆ แต่ปรากฏว่า แผนเออีดีพี (AEDP) ที่ ๒๐๑๘ ก็บอกว่าจะเพิ่มการผลิตเอทานอล (Ethanol) ขึ้นเรื่อย ๆ จนปี ๒๕๗๙ ก็จะมีเป้าหมายการผลิตอยู่ที่ ๑๑,๓๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน แต่พอมาปี ๒๕๘๐ ลดลงจาก ๑๑,๓๐๐,๐๐๐ เป็น ๖,๖๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้ มีการใช้อ้อย ใช้วัตถุทางการเกษตรต่าง ๆ มาผลิตพลังงานลดลงจะมีผลกระทบกับเกษตรกร ซึ่งไม่มีทางเลือก ไม่มีทางไปครับ แต่ว่าในเรื่องดังกล่าวนั้นจะไปกลัวเรื่องรถอีวี (EV) กลัวต่าง ๆ นั้นอย่าเพิ่งกลัวมาก เพราะยังมีเวลา ผมดูแล้วยังมีเวลา
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็ยังมีการตราพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ๒๕๖๒ ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๒ จะมีการลดการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มาอุดหนุนพลังงานชีวภาพ ซึ่งจะมีผลกระทบกับเกษตรกรที่นำสินค้าทางการเกษตรมาผลิต เป็นพลังงานไม่ว่าจะเป็นปาล์ม เป็นมันสำปะหลัง หรือเป็นอ้อย เหล่านี้มีผลกระทบแน่ก็ยังดีที่ยัง มีบทเฉพาะกาลอยู่บ้าง แต่ก็ฝากไว้ในเรื่องของการปฏิรูปให้พยายามบูรณาการ ไม่ใช่ดูเรื่องพลังงานอย่างเดียว ให้ดูเรื่องอื่นประกอบด้วยอะไรที่พลังงานจะช่วยเรื่องการเกษตรได้ก็ควรจะดูนะครับ ควรจะหาวิธี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความรับผิดชอบร่วมกัน ผมเองผมก็เป็นห่วง ท่านก็เป็นห่วงนะครับ เราก็ฝากด้วยความตั้งใจอันบริสุทธิ์ ขอกราบขอบคุณครับ
ที่เหลือนะครับ ท่านประเดิมชัย พรรคเพื่อไทย หมอบัญญัติ ท่านประกอบ พรรคประชาธิปัตย์ และ ท่านรังสิมา คนสุดท้ายแล้วนะครับ เชิญท่านประเดิมชัยครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สิ่งที่ เรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญของการนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ และบ้านเมือง เรามุ่งหวังที่จะให้ประเทศชาติและบ้านเมืองของเรามีความเจริญรุดหน้า ประชาชนอยู่ดีมีสุข ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งสืบเนื่องมาจากรัฐบาล ชุดที่แล้ว เพราะว่านายกรัฐมนตรีคือ คนคนเดียวกันที่ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากผลพวง ของการเขียนรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๒ ที่เขียนให้มีเรื่องของการกำหนดเรื่องของ แผนปฏิรูปประเทศไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงนำมาสู่เรื่องของการรายงานผลการทำงาน ของคณะทำงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้รับทราบ ผมเองสนใจ ในสิ่งที่คนที่เกี่ยวข้องได้ทำงาน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการปฏิรูปด้านการเมือง ก่อนที่ท่านประธานจะขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ ท่านประธานท่านที่แล้วที่ทำหน้าที่ประธานได้อ่าน รายชื่อคณะบุคคลที่มาเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการที่จะมาตอบนะครับ ในด้านที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ผมรู้สึกตกใจครับท่านประธาน ไม่มีตัวแทนจากด้านการเมืองนะครับ ซึ่งถือว่า เป็นหัวใจที่สำคัญของการขับเคลื่อนและการพัฒนาประเทศชาติ ขึ้นมานั่งอยู่บนบัลลังก์ ในการที่จะตอบที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่มีตัวแทน ทางด้านการเมืองโดยตรงนะครับ ที่เป็นคณะกรรมการที่ทำงานด้านการปฏิรูปการเมือง มาในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า การปฏิรูปการเมืองนั้นมี ๒ ระดับ ก็คือ ปฏิรูปการเมืองระดับชาติ และเรื่องของการปฏิรูป การเมืองระดับท้องถิ่น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าในส่วนของการปฏิรูปการเมือง ระดับท้องถิ่นซึ่งถือว่าน่าจะเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดน่าที่จะเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา ที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ในการที่จะนำไปสู่การปฏิรูปหรือว่านำไปสู่การเลือกตั้งการเมืองในระดับท้องถิ่นเลย ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่า ถ้าเราจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นหรือว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติที่อยู่ในส่วนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือว่าในส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด เป็นผู้ที่มาจากการรักษาการที่เป็นการ แต่งตั้งโดยคำสั่ง คสช. ทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง อย่างกรุงเทพมหานคร ของเดิมมีสมาชิกสภา กรุงเทพมหานครจำนวน ๖๐ ท่าน คสช. ตั้งคนเข้ามารับผิดชอบในการดูแลกรุงเทพมหานคร ๓๐ ท่าน ปัจจุบันนะครับ อายุบางท่าน ๘๐ กว่าเดินก็จะไม่ไหวอยู่แล้วก็ยังให้ท่านเหล่านั้น ทำงานอยู่นะครับ ไม่รีบเร่งในการที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง นอกเหนือไปกว่านั้นท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครเคยมีคนที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในการที่จะรับเรื่องปัญหาต่าง ๆ ของเขาไปนำเสนอให้กับคนที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาในการแก้ไขปัญหา อย่างท่านผู้อำนวยการเขต ก็คือในส่วนของสมาชิกสภาเขต ผมไม่ทราบว่าเป็นการปฏิรูปกันแบบไหนนะครับ ถึงได้มีการเขียนกฎหมายกันมาให้มีการยกเลิกและยกเว้นไม่ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต ซ้ำร้ายไปกว่านั้นท่านประธานครับ ยังกำหนดให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครมีจำนวนแค่ ๕๐ คน ถ้าจะเกินกว่า ๕๐ คนได้ จะต้องมีประชากรเกิน ๑๗๕,๐๐๐ คนต่อ ๑ เขต การปกครอง ถึงจะมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเพิ่มได้อีก ๑ เขต อีก ๑ คน ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้หรือที่เรียกว่าการปฏิรูปที่เราฝากความหวังไว้กับคณะทำงานหรือว่าคณะรัฐบาล หรือว่าคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขณะนี้ ถ้าวันนี้เราจัดให้มีการเลือกตั้งในส่วนของการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่เรามี อบจ. ๗๖ แห่ง เรามีเทศบาล ๒,๔๔๕ แห่ง เรามี อบต.ประมาณ ๕,๓๒๙ แห่ง ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่า วันนี้เงินจะสะพัดเท่าไรในการที่จัดให้มีการเลือกตั้ง ผมว่าเขา เหล่านั้นจะต้องใช้งบประมาณตามที่กฎหมายกำหนดแต่ละคนในการที่จะต้องไปรณรงค์ ในการหาเสียงเลือกตั้งภายใต้กรอบกฎหมาย ผมว่าถ้าเราจัดการเลือกตั้งวันนี้ดีกว่ารัฐบาล จัดโครงการชิม ช้อป ใช้ ที่ต้องเอาเงินไปแจกชาวบ้านด้วยซ้ำไป นี่รัฐบาลควักเงินในกระเป๋า เพียงแค่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท จัดให้มีการเลือกตั้ง คนที่เลือกตั้งเขาต้องใช้เงินมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะทำให้เศรษฐกิจวงรอบของการเงินในประเทศมีเงินสะพัดเข้าไปสู่ กลุ่มธุรกิจในอาชีพต่าง ๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานนะครับว่าอยากจะเรียกร้องให้กับคณะทำงานหรือว่าคณะกรรมการปฏิรูป ทางด้านการเมืองได้ลองพิจารณาทบทวนนะครับว่าสิ่งที่ท่านกำลังพิจารณาหรือทำอยู่ใน ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครลง ไม่ว่าจะเป็นการงดเว้น ไม่ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนในส่วนของ อบต. ลง แต่ไม่ได้ มีการเพิ่มในเรื่องของค่าตอบแทนให้กับท่านสมาชิกเหล่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นการ ไม่ถูกต้อง จริง ๆ แล้วงานกับค่าตอบแทนมันจะต้องมีความสัมพันธ์กันถึงจะทำให้คนนั้น มีกำลังใจในการที่จะทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ขออนุญาต นำเรียนท่านประธานไว้ด้วยนะครับว่าอยากจะให้คนที่เกี่ยวข้องได้นำเอาเรื่องเหล่านี้ไปพิจารณา ทบทวน เพราะว่าเมื่อ ๓ เดือนที่แล้วผมก็ลุกมาพูดเรื่องนี้ ครั้งนี้อีก ๓ เดือนผมก็ไม่เห็น ความคืบหน้า ยิ่งมีการรายงานว่าการพัฒนาทางด้านการเมืองเป็นศูนย์ด้วยแล้วผมคิดว่า อย่างนี้ยิ่งต้องรีบทบทวน ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอ บัญญัติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข เพื่อประกอบเป็นข้อสังเกตรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศ มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ เดือนเมษายน ๒๕๖๒ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพ ในส่วนของแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขนั้น ทั้ง ๘ ประเด็น ผมมีความเป็นห่วงในบางประเด็นแล้วก็มีข้อสังเกตในบางประเด็นดังนี้ครับ
ในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ เรื่องของระบบบริหารจัดการด้านสุขภาพ ผมอยากจะ เรียนท่านประธานถึงคณะกรรมการว่าการกระจายอำนาจโดยการตั้งเขตสุขภาพ ทั้งเรื่องของ คณะกรรมการ เรื่องของกองทุนก็ดี อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ แต่ผมเห็นในเอกสารนั้น ก็ส่วนใหญ่ก็ยังจะเขียนว่ารอดำเนินการอยู่ อยู่ในระหว่างดำเนินการอยู่ ผมว่าสิ่งนี้ โดยหลักการแล้วต้องมีการบันทึกไว้ให้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด การกระจายอำนาจจากกระทรวง ออกไปสู่เขตสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขนั้นมี ๑๒ เขตสุขภาพ ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ต่อ ๑ เขตสุขภาพ ต้องเน้นตรงจุดเป็นการกระจายอำนาจทางด้านสุขภาพครับ
ประเด็นสุขภาพที่ ๒ เรื่องของระบบดิจิทัล (Digital) มาใช้กับสุขภาพ ในส่วนนี้ จะช่วยลดระยะเวลารอคอย จะช่วยลดความแออัด ตรงนี้ต้องเขียนให้ชัดว่าจะกระจายแบบไหน อย่างไร แต่ก็อย่าให้ระบบดิจิทัล (Digital) มันใหญ่โตเทอะทะเกินไป เอาทุกสิ่งทุกอย่าง เข้าไปอยู่ในระบบดิจิทัล (Digital) แล้วก็ต้องคำนึงถึงประวัติส่วนตัวของแต่ละบุคคลด้วย
ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ เป็นห่วงกำลังคนด้านสุขภาพ นโยบายรัฐมนตรี หรือรัฐบาลดีขนาดไหนก็ตาม สุดท้ายก็ไปจนมุมที่ ก.พ. ไม่ยอมให้คน ผมก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว ก.พ. เป็นข้ออ้าง หรือ ก.พ. เป็นอุปสรรค หรือ ก.พ. คือทางออกกันแน่ ผมว่าในเมื่อหุ่นยนต์ ไม่สามารถแทนหมอพยาบาลได้ อย่าได้ประหยัดคนให้ระบบสุขภาพเลย เพราะว่าคนนั้น ยังต้องใช้คนในการดูแลสุขภาพอยู่ มองง่าย ๆ อนาคตครูจะมีน้อยลง สังเกตดูหลายโรงเรียน มีการควบรวม แล้วก็ในโรงเรียนก็ไม่ค่อยจะยอมเจียดเวลาให้คุณหมอไปสอนเรื่องสุขภาพ เพราะก็กลัวไปแย่งเวลาเรียนทางด้านอื่น ๆ เพราะฉะนั้นการให้การศึกษาทางสุขภาพ ที่เรียกว่าความรอบรู้ทางสุขภาพ ซึ่งเป็นประเด็นในข้อที่ ๘ นั้น ก็ตกมาอยู่ในมือของหมอ พยาบาลสหวิชาชีพ เพราะฉะนั้นในเมื่อครูลดลงก็มาเพิ่มแพทย์พยาบาล นักวิชาการ สาธารณสุขให้มากขึ้น ผมฝากตรงนี้ด้วย ถ้ามีปัญหาความสมดุลระหว่างข้าราชการ แต่ละกระทรวงก็ขอให้ยกฐานะเป็น กสธ. เสียเลย คณะกรรมการข้าราชการสาธารณสุข เหมือน ก.ค. เหมือนข้าราชการตุลาการ หรือข้าราชการรัฐสภา เป็นต้น อันนี้เป็นห่วงว่า ก.พ. จะเป็นอุปสรรคหรือจะเป็นทางออกของการแก้ปัญหาการปฏิรูปด้านสาธารณสุข
ประเด็นปฏิรูปที่ ๔ ที่อยากจะมุ่งเน้นเป็นพิเศษ คือระบบบริการปฐมภูมิ แต่ไหนแต่ไรมากระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นสุขภาพปฐมภูมิ ตอนหลัง ๆ ชักจะพูดกันน้อยลงไป มีหลายเรื่องให้พูดมากเกินไป ผมก็กลัวคุณหมอซึ่งเชี่ยวชาญทั้งนั้น จะหันไปรักษากันเสียมาก โรงพยาบาลต่าง ๆ เครื่องมือแพง ๆ ทั้งนั้น หันไปดูมะเร็ง หันไปดูผ่าตัดต่าง ๆ ส่องกล้อง เอาอุดตันจากสมอง จากหัวใจไม่พอ จะเอาสิ่งอุดตันในสมองออกมาด้วย ใช้เงินต้นทุนสูงมาก ทั้ง ๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ คือความรอบรู้สุขภาพไม่เพียงพอ ผมยังไม่เห็นนโยบาย ที่ชัดเจนทางด้านนี้ ในตารางที่เขียนไว้ในแผนปฏิรูป มักจะเขียนว่าอยู่ในระหว่างดำเนินการ เขียนมาเถอะครับ ผิด ๆ ถูก ๆ เขียนมาเถอะครับ อย่ากลัวผู้แทนในสภาจะวิจารณ์ เขียนมาเถอะครับ ในเรื่องงบประมาณก็เหมือนกัน ไม่ค่อยมีงบว่าให้ รพ.สต. ละ ๑ ล้านบาท ให้ไปเถอะ ๑๐,๐๐๐ แห่ง ให้ไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เขาพัฒนาแล้วอย่าไปคิดว่า จะให้พัฒนาเหมือนกันทั้งประเทศ ผมว่าประเทศไทยติดกับดักแผน หรือติดกับดักว่าทุกพื้นที่ ต้องเหมือนกัน อะไร ๆ ต้องออกมาจากส่วนกลาง จึงทำให้การกระจายอำนาจไม่กระจายจริง กระจายแล้วต้องมาถามกรมอีก กระจายแล้วต้องมาถามรัฐบาลอีกให้เขาคิดที่มันแตกต่างกัน เดี๋ยวเขาจะศึกษาดูงานกันเอง ใครเอาไปใช้แล้วที่ไหนเจริญให้มันแตกต่างกันเหมือน ระบบการท่องเที่ยวชุมชน แต่ละแห่งให้มีบริบทหรือคอนเทกซ์ (Context) ที่แตกต่างกัน ให้มีคอนเทนต์ (Content) หรือเนื้อหาสาระที่แตกต่างกัน ความแตกต่างกันนั่นละ เขาจะศึกษาดูงานกันเอง เพราะความกังวลว่าจะแตกต่างกันไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียม พยายามเขียนให้ทุกอย่างเข้าอยู่ในฟรีไซส์ (Free size) เหมือนกัน จึงทำให้ ทุกคนไม่สามารถมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้ เพราะฉะนั้นระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ท่านต้องเน้นคำว่า คลินิกหมอครอบครัว ผมจะขอเป็นผู้แทนคนหนึ่งที่จะพูดแทน ระบบสาธารณสุขว่า พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ปี ๒๕๖๒ มีหมอเวชศาสตร์ครอบครัว ผมเองเป็นหมอเวชศาสตร์ครอบครัวคนหนึ่งต้องผลิต ๖,๐๐๐ คน เขียนมาสิครับ แผนการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ๖,๐๐๐ คน ภายใน ๕ ปี หรือ ๖ ปี ปีหนึ่ง ๑,๐๐๐ คน ผมยังไม่เห็นได้ข่าวเลยว่าใครจะสนใจเรียน เพราะเรียนแล้วต้องไปอยู่ชนบท ให้ทุนหมออนามัย หนุ่ม ๆ ความคิดดี ๆ รักชุมชนให้เขามาเรียนหมอ ไม่ต้องต่อ ๖ ปีหรอกครับ ให้เขาต่ออีกสัก ๔ ปี แต่เขากลับไปต้องไปอยู่ชุมชนแล้วก็ต้องอยู่กับชุมชนให้ได้ เขาคือครูของระบบสุขภาพ ๑๐,๐๐๐ คนที่จะมอบหมายให้เขาดูแล รพ.สต. เรียกว่า ๑ กลุ่ม รพ.สต. เรียกว่า ๑ คลินิก หมอครอบครัว ก็คือทีมหมอครอบครัวนี้จะดูแลทั้งการให้ความรู้แทนคุณครูในโรงเรียน ที่ยุบไป ที่ควบรวมไป ดูแลสุขภาพการกินการอยู่ การปรับพฤติกรรมต้องอาศัยเขา ระบบสุขภาพปฐมภูมิถ้าแข็งแรงจริง ๆ รับรองการแออัดหรือการลดค่าใช้จ่ายในการรักษา โรคนั้นต้องลดลงไปอย่างแน่นอนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
อาจารย์ ประกอบเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงยิ่งที่ท่าน กรุณาให้เพื่อนสมาชิกได้พูดทุกคนจบประเด็น ทั้ง ๆ ที่เวลาที่กำหนดล่วงเลยมา ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ คราวที่แล้วผมมีข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ๑๒ ด้านว่า ในการจัดทำรายงานนั้นจะต้องทำฟอร์แมต (Format) ที่สามารถดูได้ง่ายว่าความก้าวหน้าแต่ละ ๓ เดือนนั้น แต่ละด้าน แต่ละกิจกรรม ก้าวหน้าไปอย่างไร เป็นตารางเปรียบเทียบให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็น อย่างชัดเจนง่ายเป็นรูปธรรม ไม่เป็นนามธรรมตามที่รายงานฉบับนี้ คณะกรรมการรับปากว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่แล้วผมมาเห็นฉบับนี้ก็เหมือนเดิมไม่มีการปฏิรูปเลย ถ้าท่านไม่สามารถ ปฏิรูปรายงานได้ ผมถามว่าท่านคิดจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ง่าย ๆ เท่านี้ก็ยังทำไม่ได้ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมให้ความสำคัญ นโยบายปฏิรูปทั้ง ๑๒ ด้าน แต่ด้าน ที่ผมพูดทุกครั้งก็คือเรื่องการศึกษา เพราะผมตระหนัก ท่านประธานตระหนักและทุกคน ในโลกนี้ตระหนักว่าการศึกษานั้นสร้างคนเพื่อให้คนไปสร้างชาติ ถ้าตราบใดการศึกษา ผิดทิศผิดทางไม่ถูกต้องแล้ว อย่าคิดเลยว่าประเทศนั้น ชาตินั้นจะเจริญรุดหน้าไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นชุดที่มีความสำคัญที่สุด ในประเทศไทย เรื่องของการศึกษา ท่านให้ความสำคัญเรื่องโครงสร้างทางด้านการศึกษา ซึ่งเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้กรุณาพูดชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านกำลังก้าวไป สิ่งที่ท่านกำลังกำหนดชะตาประเทศชาติทางด้าน การศึกษานั้นถูกต้องหรือไม่ วันนี้เราต้องการที่จะให้มีการกระจายอำนาจทางการศึกษา เพราะเราทุกคนทั้งคนไทยและคนในโลกนี้ต่างมีความเชื่อมั่นว่า การกระจายอำนาจนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและทันสมัย แต่วันนี้คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษากำลังรวมศูนย์อำนาจ ที่มีศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค ท่านไม่ได้เล็งเห็นถึงการกระจายอำนาจไปสู่ สถานศึกษาตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว เพราะการกระจายอำนาจไปสู่ สถานศึกษานั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด สายบังคับบัญชาต้องสั้นกะทัดรัดรวดเร็ว การที่ท่านให้มีหน่วยงานระดับภูมิภาคขึ้นมานั้นมันทำให้งานช้า ผ่านขั้นตอนการกลั่นกรองมาก ผมคิดว่าถอยหลังครับ ไม่ได้ไปข้างหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ เรื่องโครงสร้าง ทางการศึกษานั้นไม่สำคัญ ไม่สำคัญเท่าไรครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ธนาคารโลก ยูเนสโก (UNESCO) ได้ร่วมกันศึกษาประเทศที่เขามีความสำเร็จทางด้าน การศึกษาในประเทศนี้ ทุกประเทศทั้งยุโรปอเมริกาและเอเชีย พบว่าปัจจัยที่นำไปสู่ ความสำเร็จด้านการศึกษานั้นมี ๓ เรื่องเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่เรื่องโครงสร้าง
ประการที่ ๑ คือการให้ความสำคัญกับครูผู้สอน สำคัญมาก ๆ ครับ ยูเนสโก (UNESCO) บอกว่า ครูต้องพิถีพิถันในการคัดสรรให้เป็นอย่างดี และต้องบริหารจัดการครู ให้มีประสิทธิภาพ เรื่องที่ ๑ ครับ ต้องเลือกคนที่เก่งคนที่ดีที่สุดมาเป็นครู เราทำครับ แต่เรา ทำทิ้ง ๆ ทำครึ่งหนึ่งแล้วก็ถอยหลังคือครูพันธุ์ใหม่ ไม่สำเร็จครับ ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ตรงตาม เจตนารมณ์ ตรงตามข้อศึกษาของเวิลด์แบงก์ (World Bank) ของยูเนสโก (UNESCO)
ประการที่ ๒ ต้องให้ครูสอนตรงตามวิชาเอก พูดกันไม่รู้กี่สมัยครับ แต่ไม่เคย ทำได้ ไม่เคยปฏิรูป ครูภาษาไทยไปสอนภาษาอังกฤษ ครูภาษาอังกฤษไปสอนพละ ครูพละ ไปสอนวิทยาศาสตร์ ไม่เคยทำได้เลย
ประการที่ ๓ เขาบอกว่า ต้องมอบอำนาจหน้าที่ให้ครูชัดเจนและให้ครูปฏิบัติ ตามนั้น
ประการที่ ๔ ต้องอบรมพัฒนาครูให้เป็นระบบ ให้สอดคล้องกับวิชาที่สอน
ประการที่ ๕ ต้องให้ครูนั้นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายสร้าง แรงจูงใจให้ครูทุ่มเทกำลังกายกำลังจิตใจเพื่อผู้เรียน เราก็ทำแล้วครับ ยกวิทยฐานะ ซึ่งกรรมาธิการปฏิรูปชุดนี้กำลังคิดว่าน่าจะไม่มีนะครับ ซึ่งผมคิดว่าคิดสวนทางกับงานวิจัย ของเวิลด์แบงก์ (World Bank) ของยูเนสโก (UNESCO) นี่คือเรื่องครูครับ
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ศึกษานิเทศก์ สมัยก่อนเราให้ความสำคัญ ศึกษานิเทศก์นี่มากครับ คนเก่งคนดีต้องมาเป็นศึกษานิเทศก์ วันนี้เป็นอย่างไรครับ ระบบ ศึกษานิเทศก์นี่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของประเทศไทยในปัจจุบัน ยูเนสโก (UNESCO) บอกว่า ประเทศที่เขาประสบความสำเร็จด้านการศึกษานั้นต้องให้ความสำคัญกับศึกษานิเทศก์ นิเทศครู นิเทศผู้เรียน สุดท้ายครับ ผอ. โรงเรียนสำคัญมาก ๆ เลย เขาบอกว่า ผอ. โรงเรียนนั้น จะต้องเลือกคนเก่งที่สุด ดีที่สุด เหมือนเลือกครูมาเป็น ผอ. โรงเรียน ถ้า ๓ ส่วนนี้ประสบ ความสำเร็จการศึกษาก็จะดี เรามัวลุ่มหลงเรื่องโครงสร้างแต่ลืมเรื่องสำคัญ ปฏิรูปโครงสร้าง อย่างเดียวครับ ทุกสมัยกลับไปกลับมา กลับไปกลับมา แต่ไม่ให้ความสำคัญตามที่เวิลด์แบงก์ (World Bank) ตามที่ยูเนสโก (UNESCO) ได้ศึกษามานะครับ สุดท้ายจริง ๆ ครับ ก็คอมเมนต์ (Comment) ว่าโครงสร้างการศึกษา การบังคับบัญชาที่เข้มงวดไม่ส่งผลต่อ คุณภาพทางการศึกษา ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านรังสิมา ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันนางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ที่จริงดิฉันก็จะไม่อภิปรายนะคะ แต่ก็นั่งฟังไม่มีใครพูดให้พยาบาลเลย ในฐานะพยาบาลนะคะ คราวที่แล้วดิฉันก็อภิปรายไปแล้วเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว แต่เท่าที่ผ่านมา ๓-๔ เดือน ดิฉันไม่เห็นความคืบหน้าการปฏิรูปของท่านเลยนะคะที่เกี่ยวกับพยาบาล ที่พูดอย่างนี้เพราะอะไรไหมคะ ดิฉันเห็นพยาบาลลาออกทุกวัน ๆ แล้วก็มาดูว่าท่านบอกว่าปฏิรูปเกี่ยวกับกำลังคนสุขภาพจะเสร็จในปี ๒๕๖๓ แต่ยังไม่ถึง ปี ๒๕๖๓ พยาบาลมันจะเสร็จก่อนค่ะ เพราะว่าอะไรคะ พยาบาลขึ้นเวรส่งมาให้ดิฉันดู ขึ้นเวรเดือนละ ๔๔ เวร แล้วก็ขึ้นติดต่อกัน ๓๕ เวร ท่านลองคิดดูว่าพยาบาลขึ้นเวร ๓๕ เวร มันจะอยู่ไหวไหมคะ มันจะตายก่อน ไม่ขึ้นก็ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าคนมันลาออก เขาก็ต้องให้ คนที่เป็นโสด คนที่เป็นโสดมันเลยเสียเปรียบอย่างไรคะ ดิฉันไม่ได้พูดถึงดิฉันนะคะ คือคนที่มี ครอบครัวก็เช้าไป แต่คนที่เป็นโสดก็ขึ้นเช้าบ่าย แล้วก็บ่ายดึก แล้วก็บ่าย แล้วก็เช้าดึก บ่ายดึกอะไรอยู่อย่างนี้ รวดเลย ๓๕ เวร ดิฉันไม่ได้พูดเท็จนะคะ เพราะเขาส่งมาให้ดิฉัน ดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านทั้งหลายว่าให้นึกถึงบุคลากรทางด้านสุขภาพให้มาก เพราะกว่า ท่านจะทำเสร็จ แพทย์ พยาบาลบุคลากรด้านการศึกษาเสร็จก่อน เสร็จก่อนคือลาออก กันไปหมด แล้วเราก็ผลิตไม่ทัน แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือผลมันจะไปตกกับประชาชนนะคะ แล้วขณะนี้ผู้สูงอายุก็เยอะ พยาบาลที่จะดูแลก็ไม่มี ก็เดือดร้อนผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนก็มาร้องเรียนว่าจะหาใครมาดูแลพ่อแม่ได้ เพราะว่าพ่อแม่มีลูกคนเดียว แต่อยู่ต่างจังหวัด ถึงเวลาป่วยไข้ก็ไม่มีใครดูแล เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้ท่านนึกถึงคนที่ทำ อาชีพนี้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขให้มากก่อนที่เขาจะหมดไปจากวิชาชีพนะคะ เพราะว่า ถ้าท่านช้า ท่านใจเย็น แล้วก็ตามที่รัฐธรรมนูญบอกว่าทุก ๆ ๓ เดือนให้มารายงานสภา ดิฉันคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญดิฉันจะอภิปรายประเด็นนี้ว่ามันไม่ควรจะ ๓ เดือน มาอภิปรายเลย ท่านยังไม่ได้ทำอะไรคืบหน้าเท่าไร ท่านก็ต้องมาเสียเวลานั่งฟังพวกเรา ทั้งวัน ๆ วันนี้อภิปรายไม่เสร็จพรุ่งนี้ท่านต้องมาอีก ดิฉันก็เกรงใจนะคะ ทีแรกว่าจะ ไม่อภิปรายแต่ว่าเดี๋ยวดิฉันออกไปแล้วพยาบาลก็จะถามว่าอ้าวทำไมไม่พูดให้พยาบาลเลย ทีแรกคุณหมอพูดนึกว่าจะพูดให้มากกว่านี้ แต่คุณหมอแตะไว้นิดเดียวนะคะ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเรียนท่านว่าขอให้นึกถึงพยาบาลเป็นการเร่งด่วนก่อนที่เขาจะออกจากวิชาชีพ แล้วก็ผู้บริหารทั้งหลายถ้าพยาบาลจะลาออกก็ขอให้ยั้ง ๆ ไว้ก่อน อย่าเพิ่งอนุมัติ อันที่ ๒ ถ้าเขาจะย้ายไปอยู่กับครอบครัว เขาจะย้ายไปดูแลพ่อแม่ซึ่งอยู่ต่างจังหวัดก็ขอให้เขาย้าย เถอะคะ เพื่อให้เขาอยู่ในวิชาชีพนะคะ เพื่อประโยชน์ของประชาชน แล้วก็ผู้ที่ประกอบอาชีพ พยาบาลด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ให้มาชี้แจงถึงผลความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศในทุก ๓ เดือน ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาบ่นว่ามันบ่อยเกินไปนั่นละ การปฏิรูปประเทศซึ่งท่าน ทั้งหลายคงทราบดีแล้วครับว่าอยู่ในหมวดของการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่า เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยที่ระบุให้มีการปฏิรูปประเทศไว้ในรัฐธรรมนูญ ท่านทั้งหลายคงทราบแล้วว่าเรามีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศซึ่งมีหน้าที่จัดทำแผนปฏิรูป เมื่อทำเสร็จแล้วคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแจ้งต่อสภาแล้ว ก็มีการประกาศใช้ สิ่งที่ตามมา ก็คือว่าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของราชการก็ดี รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์การในหน่วยงานของท่านเอง และนิติบัญญัติ ตุลาการ ตลอดจนองค์การอิสระ ต้องรับ แผนนี้ไปปฏิบัติทั้งนั้น มีการปรับแผน ปรับภารกิจต่าง ๆ ให้คล้องจองกัน โดยเฉพาะ ที่ท่านสมาชิกบางท่านพูดถึงเรื่องงบประมาณ ก็มีความสำคัญ หน่วยงานจะต้องมีการปรับแผนทั้งหมด ทั้งปวง โดยถือยุทธศาสตร์ก็ดี แผนปฏิรูปก็ดีให้อยู่ ในแผนแต่ละปีนั้น ๆ ด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ คณะรัฐมนตรีท่านก็มีหน้าที่กำกับ สนับสนุนให้แผนปฏิรูปประเทศเป็นไปตามแผน ขณะนี้ก็ปีเศษแล้ว แผนดังกล่าวดำเนินมาได้ ปีเศษแล้วเกือบสองปี เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าแผนแม่บทตามแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิรูป ทั้ง ๓ แผนจะต้องมีความสอดคล้องซึ่งกันและกัน ในส่วนของแผนปฏิรูปกฎหมาย หลังจากที่ หน่วยงานรับไปดำเนินการ คณะรัฐมนตรีท่านมีหน้าที่กำกับสนับสนุนรัฐสภา โดยเฉพาะ วุฒิสภาท่านมีหน้าที่จะต้องติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ส่วนท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ก็จะเป็นผู้ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน อีกชั้นหนึ่ง เพื่อที่จะดูว่าคณะรัฐมนตรีก็ดี รัฐบาลก็ดี หน่วยงานก็ดี พวกกระผมซึ่งอยู่ใน คณะกรรมการปฏิรูปได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนหรือไม่ วันนี้ก็เป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่ พวกกระผมจะต้องมารายงานต่อท่าน ในส่วนการปฏิรูปกฎหมายมันจะมีอยู่ประมาณ ๕ ด้าน ใหญ่ ๆ ประเทศเราจะต้องมีกฎหมายที่ดี จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย กฎหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ กฎหมายที่เป็นอุปสรรคแก่การดำรงชีพต่อการประกอบ วิชาชีพ เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งท่านพูดถึงว่าเคยมีการรายงานถึงควิกวิน (Quick win) ในการปรับปรุงยกเลิกระเบียบการอนุญาต อนุมัติ ซึ่งท่านพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า เรกูลาโทรี กิโยติน (Regulatory guillotine) ท่านทั้งหลายบางท่านก็อาจจะไม่ทราบ ความหมาย ซึ่งกระบวนการในการลดการอนุญาตก็ดี ลดคณะกรรมการทั้งหลายมาทำการ หลังจากที่ประชาชนจะต้องติดต่อส่วนราชการทั้งหลาย มีการไปสำรวจแล้วในประเทศไทย ประมาณสัก ๗,๐๐๐ การอนุญาต อนุมัติ ซึ่งเป็นภาระสำคัญต่อการประกอบวิชาชีพของ ภาคประชาชน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายซึ่งอยู่ในประเด็นที่ ๒ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีพมีคณะทำงานไปทำ ขอกราบ รายงานต่อท่านสมาชิกท่านนั้นว่าขณะนี้ก็ยังทำอยู่มีการประสานงาน มีคณะทำงานที่จะ ดำเนินการจัดหาโปรแกรมดังกล่าว ๗,๐๐๐ การอนุมัติไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ จะต้องมี การศึกษา ท้ายที่สุดก็ต้องมีการตรากฎหมาย ตรากฎกระทรวง เพื่อให้ขั้นตอนต่าง ๆ นี่ลดลง แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชน นี่เรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ กฎหมายที่ดีที่จำเป็นจะต้องมีในบ้านเมืองเราก็จะมีอยู่ ๒ เรื่อง คือ เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ การเสริมสร้างการแข่งขัน เรื่องนี้ในแผนปฏิรูปประเทศไม่ว่า จะเป็นด้านกฎหมายก็ดี ด้านสังคมก็ดี ด้านเศรษฐกิจก็ดี จะเห็นได้ว่าเรามีกฎหมายสำคัญ ๆ ที่ออกไปแล้วโดยผ่านสมาชิกจาก สนช. ท่านเห็นชอบไปคือกฎหมายขายฝาก อันนั้นก็ผ่าน ความเห็นชอบไปแล้ว แล้วก็มีอีกหลายฉบับซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก สนช. คือกฎหมาย ที่ว่าด้วยส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กฎหมายป่าชุมชน กฎหมายวิสาหกิจขนาดย่อม เรื่องเหล่านี้ เป็นผลงานซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายร่วมกับหน่วยงานทั้งหลายตลอดจน คณะรัฐมนตรีได้ผลักดันให้เสร็จไปมากพอสมควรแล้ว ขอเรียนท่านสมาชิกว่ามีกฎหมาย ฉบับหนึ่งซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญมาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ต่อไปท่านจะได้ใช้กฎหมายฉบับนี้ คือกฎหมายที่ว่าด้วยการจัดทำกฎหมายและผลสัมฤทธิ์ ของกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญมากว่ากฎหมายแต่ละฉบับที่จะต้องตราออกมานั้น จะต้องเป็นไปตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ พึงให้มีกฎหมายตามความจำเป็น กฎหมายนั้น จะต้องไม่ลิดรอนสิทธิของภาคประชาชน กฎหมายนั้นต้องไม่ล้าสมัย ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน รับฟังและต้องเปิดเผย ต้องวิเคราะห์ ที่สำคัญก็คือรับฟัง เปิดเผย และวิเคราะห์ ต้องนำผลวิเคราะห์มาปรับแก้กฎหมาย ที่ประชาชนต้องการ เมื่อสักครู่นี้มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่ากระบวนการปฏิรูปประเทศ ทั้งหลายเหล่านี้ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้วิธีไหนบ้าง จะเห็นได้ว่าการจัดทำแผนครั้งแรก ที่พวกผมไปรับฟังทั่วประเทศก็รับฟังจากภาคประชาชน นำความเห็นภาคประชาชนมาเป็นหนึ่ง ในแผนปฏิรูปประเทศในทั้ง ๑๒ ด้าน ขณะนี้มีแนวคิดจากคณะรัฐมนตรีท่านจะให้มีการปรับแผน เนื่องจากว่าแผนปฏิรูปกฎหมายเกิดก่อนยุทธศาสตร์ เกิดก่อนแผนแม่บทตามยุทธศาสตร์ อาจจะไม่สอดคล้องหรือไม่ ไม่กลมกลืนกันเสียทีเดียว คณะรัฐมนตรีก็มอบหมายให้ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ไปสำรวจเสียว่าขณะนี้ล่วงเลยมาปีเศษแล้ว แผนปฏิรูปบางท่านเห็นว่าเลยกำหนดเวลา มาแล้ว บางเรื่องเป็นไปได้โดยแน่แท้ บางเรื่องอาจจะล่าช้า หน่วยงานที่กำหนดตามแผน ปฏิรูปใหม่มีมากเกินกว่าความจำเป็น หน่วยงานซ้ำซ้อน หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศคงต้องมีการปรับแผนตามมติของคณะรัฐมนตรี ก็บังเอิญท่านสมาชิกครับ เราเหลือเวลาทำงานอีก ๓ ปี คณะรัฐมนตรีก็มีเวลาที่จะบริหาร ราชการแผ่นดินอีกประมาณ ๓ ปีเศษ อายุสภาผู้แทนราษฎรก็ ๓ ปี ผมเข้าใจและผมเห็นว่า เป็นโอกาสที่ดีหลังจากมีการปรับแผนปฏิรูปประเทศเหล่านี้แล้ว เราก็จะมุ่งในการปฏิรูป ประเทศตามแผน คณะรัฐมนตรีท่านก็จะมากำกับสนับสนุนท่านทั้งหลายในสภาแห่งนี้ก็จะ เป็นผู้ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ให้แผนการปฏิรูปเป็นไปตามระยะเวลา ๕ ปี ที่รัฐธรรมนูญกำหนด อันนี้ขอกราบเรียนที่ประชุมว่าพวกเรามีความตั้งใจ ไม่ว่าจะอยู่ ในภาคส่วนของคณะกรรมการก็ดี หน่วยงานของรัฐก็ดี คณะรัฐมนตรีก็ดี หากได้รับ ความร่วมมือจากท่านสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศของเราต้องสำเร็จอย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ
เชิญ คณะกรรมการครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายมนูญ ศิริวรรณ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ก่อนอื่นกระผม ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของพลังงาน ว่ามีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจ แล้วก็ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย กระผมขอเรียนว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานก็มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกับท่านสมาชิก และอยากจะเรียนว่าแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการ ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานอยู่ในแผนปฏิรูปอยู่แล้ว แล้วก็ได้ดำเนินการมาเป็นระยะตั้งแต่ ได้มีการประกาศแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นมา ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้ร่วมกับทางกระทรวงพลังงานดำเนินการ ในเรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเช่น เรื่องของการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นก็ได้มี การดำเนินการปรับโครงสร้างไปบ้างแล้ว แต่แน่นอนก็ยังไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็ยังจะต้องมี การดำเนินการต่อเนื่องไปอีกอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้แถลงไป หรือแม้กระทั่งราคาแอลพีจี (LPG) ที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาก็ตามนะครับ เรื่องของ ราคาแอลพีจี (LPG) นั้นก็เป็นประเด็นที่ได้มีการถกเถียงกันมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้ ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ก็ได้นำเสนอโครงสร้างที่คิดว่าน่าจะเหมาะสม ต่อทางกระทรวงพลังงานไปแล้ว ซึ่งก็กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อที่จะศึกษา แล้วก็ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี (LPG) ให้มีความเหมาะสมต่อไป
ส่วนในประเด็นเรื่องของการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาตินั้น ก็เป็นอีก หนึ่งประเด็นปฏิรูปที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานให้ความสนใจ แล้วก็ได้ นำเสนอว่าเราจะต้องให้ความสนใจเรื่องของการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) เพราะว่าต่อไปประเทศไทยจะต้องพึ่งพาการนำเข้า ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ในปริมาณที่สูงมาก จากปัจจุบันนี้เราต้องพึ่งพาการนำเข้า ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) จากต่างประเทศปีหนึ่งประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ต่อไปในอีก ๑๕ ปีข้างหน้า การนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ของประเทศจะสูงถึง ๓๐ ล้านตันขึ้นไป ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนอย่างดีและจากการที่เราต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) สูงขนาดนี้ มันก็จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเป็นฮับ (Hub) หรือเป็น รีเจอนัล เทรดดิง ฮับ (Regional Trading Hub) ทางด้านของแอลเอ็นจี (LNG) ได้
ส่วนคำถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามว่า ถ้าประเทศไทยเราเป็น ศูนย์กลางของทางด้านแอลเอ็นจี เทรดดิง ฮับ (LNG Trading Hub) แล้ว ประชาชนจะได้ อะไร ก็อยากจะเรียนว่าถ้าเราสามารถจะเป็น เทรดดิง ฮับ (Trading Hub) ได้โดยสภาพ ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เราเป็นศูนย์กลางของการขนส่งแล้วก็การซื้อขายทางด้านของอาเซียน (ASEAN) เราสามารถที่จะเป็น เทรดดิง ฮับ (Trading Hub) ในการจัดส่งแล้วก็ซื้อขาย ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ให้กับประเทศในภูมิภาคอินโดจีน หรือประเทศซีแอลเอ็มวีที (CLMVT) ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ในการที่เราจะได้ต้นทุนก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ในราคาที่ถูกลง ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนคนไทยที่ใช้ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) และรวมทั้งประชาชนที่จะได้รับต้นทุนการ ใช้ไฟค่าไฟฟ้าที่ถูกลงด้วย เพราะประเทศไทยนั้นก็จะใช้ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) เป็นต้นทุนเป็น เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า อันนั้นก็จะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟและผู้ใช้พลังงาน โดยทั่วไป
ส่วนเรื่องการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาตินั้นก็แน่นอนว่าเราคงจะไม่ได้หวัง พึ่งพาบริษัท ปตท. แต่เพียงบริษัทเดียว เพราะว่าในแผนปฏิรูปประเทศเราเขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ แล้วก็เปิดให้มีผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติมากกว่า ๑ ราย อาจจะเป็น ๒ รายหรือ ๓ รายทั้งนี้เพื่อให้มีการแข่งขันกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งการแข่งขันกันก็จะ นำมาซึ่งราคาต้นทุนการนำเข้าที่ถูกลง ส่วนในเรื่องของเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นที่มีท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติแสดงความเป็นห่วง ทางด้านของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานก็ได้ เสนอให้เราใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงหลัก ๒ ชนิด ก็คือแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) อี ๒๐ (E20) กับไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๑๐ (B10) ซึ่งถ้าเราใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ๒ ชนิดนี้ เป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศ คือเป็นเชื้อเพลิงบังคับแล้วก็เป็นเชื้อเพลิงหลักก็จะทำให้มีการ ใช้แก๊สเอทานอล (Ethanol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๑๐๐ (B100) เพิ่มขึ้นมาก จนกระทั่งเราจะไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเกษตรกรที่ผลิตเรื่องของไบโอดีเซล (Biodiesel) แล้วก็เอทานอล (Ethanol) อีกต่อไป อันนี้ก็เป็นแผนปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานที่ผมอยากจะเรียนชี้แจงไว้ในขั้นนี้นะครับ เนื่องจากว่าเราก็มีเวลาจำกัดมาก ไม่อยากจะเสียเวลาสภาแห่งนี้มากจนเกินไปครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน กรรมการปฏิรูปด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม ประยงค์ ปรียาจิตต์ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการปฏิรูปด้านป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ กระผมขอเรียนต่อท่านประธานเพื่อตอบข้อคำถาม ของท่านเรวัต วิศรุตเวช ว่ากฎหมายเกี่ยวกับตัวชี้วัดที่ ๑ ที่ว่ามีกฎหมายส่งเสริมการต่อต้าน ทุจริตภาคประชาชนได้มีการยกร่างหรือประกาศใช้หรือไม่ อย่างไรนะครับ กระผมขอเรียน ชี้แจงว่ารายละเอียดเนื้อหาของกฎหมาย การส่งเสริมสนับสนุนภาคประชาชนในการต่อต้าน การทุจริตนั้นได้ถูกบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตหรือกฎหมาย ป.ป.ช. ได้กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๑ นอกจากนั้นยังมีการปรับแก้กฎหมายของ ป.ป.ท. โดยกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. และสำนักงาน ป.ป.ท. เป็นกลไกส่งเสริมสนับสนุน การต่อต้านการทุจริตในภาคประชาชนเช่นกันครับ ขออนุญาตกราบเรียน ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขออนุญาต เรียนตอบคำถามของท่านสมาชิกนะครับ
เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานเหลื่อมล้ำที่ได้มีการระบุไว้ในแผนปฏิรูป ประเทศว่าจะมีการตั้ง ก็ต้องเรียนว่าขณะนี้ตัวระเบียบที่จะใช้ในการจัดตั้งสำนักงานนี้ ได้ดำเนินการแล้ว และก็อยู่ในขั้นตอนการยืนยันกลับไปที่ทางคณะอนุบัญญัติ ซึ่งถ้ายืนยัน กลับไปแล้วก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็จะมีผลทันที แต่ในขณะเดียวกันก็ต้อง เรียนว่าทางสำนักงานก็ได้มีการตั้งสำนักงานเป็นส่วนงานภายในขึ้นมารองรับในเรื่องนี้ ไว้ด้วยแล้วนะครับ
สำหรับเรื่องของตัวงบประมาณ ต้องเรียนว่าตัวงบประมาณในแผนปฏิรูป ประเทศที่มีการระบุไว้ต้องเรียนว่าในแผนปฏิรูปประเทศ ตัวแผนใหญ่ที่ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาได้มีการระบุงบประมาณเอาไว้แล้วนะครับ แต่ว่างบประมาณตรงส่วนนั้น ก็เป็นงบประมาณเบื้องต้นที่มีการประสานกับหน่วยงานในช่วงการจัดทำแผน คาดว่าจะต้อง ใช้งบประมาณประมาณเท่าไร ซึ่งอันนี้ในการจัดสรรก็จะขึ้นอยู่กับกำลังของฐานะการเงินการคลังของประเทศในระยะถัด ๆ ไปด้วยนะครับ
สำหรับเรื่องของระบบที่จะติดตาม ขณะนี้ก็ต้องเรียนว่าทางสำนักงาน ได้จัดทำระบบติดตามร่วมกับเนคเทค (NECTEC) ก็ทำมาระยะหนึ่งและระบบยังไม่ค่อย สมบูรณ์นัก แต่ว่าสามารถที่จะดูความก้าวหน้าได้ระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันระบบนั้นก็จะมีการเปิด ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาด้วย เข้ามาดูความก้าวหน้าด้วย แล้วก็มีการแจ้งมาที่สำนักงาน ได้ด้วยว่าเรื่องไหนที่คิดว่าอาจจะไม่ตรงกับแผนปฏิรูปนี้ เป็นช่องทางให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมได้ ระบบนี้คาดว่าจะเสร็จแล้วก็เปิดทั้งหมดได้ประมาณเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ จากตรงนั้นทางประชาชนก็สามารถที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลแผนปฏิรูปได้ด้วยนะครับ
สำหรับในประเด็นเรื่องของส่วนต่างดอกเบี้ยที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้ให้ไว้ ตั้งแต่คราวที่แล้ว ก็เรียนว่าทางท่านเลขาธิการได้ประสานกับทางส่วนงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แล้วก็พอดีเรื่องนี้ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในแผนปฏิรูป แต่ว่าก็ได้มีการประสานงานเพื่อที่จะ ดำเนินการด้วย ขณะเดียวกันผมขออนุญาตเรียนว่ากระบวนการถัดจากนี้ก็จะเป็นการปรับ แผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็จะนำประเด็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ให้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดทำเรื่องของควิกวิน (Quick win) ที่จะทำในเรื่องแต่ละแผน อาจจะมีประมาณ ๒-๓ เรื่องที่เป็นเรื่องหลัก ๆ ที่จะต้องทำให้สำเร็จได้ก็จะอยู่ในการปรับ แผนปฏิรูป ซึ่งก็คาดว่าจะเริ่มกระบวนการทั้งหมดประมาณเดือนธันวาคมเช่นกัน ในส่วนของ ตัวคณะกรรมการปฏิรูปเองที่รอการแต่งตั้งก็ได้มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคมที่ผ่านมา แล้วก็ขั้นตอนต่อไปก็คือเป็นการนำรายชื่อเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะแต่งตั้งให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้นะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียน เพียงเท่านี้ก่อนครับ
เชิญท่านวิษณุ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตตอบประเด็นที่อาจจะไม่ได้สลักสำคัญนักหลายประเด็น กรรมการปฏิรูป ท่านอาจจะได้ตอบไปแล้ว แต่ขอขยายความสักนิดหนึ่งครับ
ข้อแรก ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องกรรมการปฏิรูป ขออนุญาตกราบเรียน เอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่เร็ว ๆ ว่าตามกฎหมายนั้นจะต้องมีการตั้งกรรมการปฏิรูปประเทศขึ้น ๑๑ คณะ คณะละไม่เกิน ๑๕ คน วันนี้ก็มีตัวแทนอยู่แต่ว่าไม่ครบ ๑๑ คณะ เพราะว่า บางคณะเหมือนที่ท่านตั้งข้อสังเกตว่าคณะการเมืองหายไปไหน ท่านมาแล้วครับ มารออยู่ ตั้งแต่บ่าย แล้วก็เมื่อเวลามันผ่านไปท่านก็ติดภารกิจท่านก็เลยออกไป แต่ว่าฝ่ายเลขานุการ เจ้าหน้าที่นั่งจดอยู่ข้างนอกเป็นทีมใหญ่เลยครับ ขณะเดียวกันสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการก็จะต้องจดทุกประเด็นไป กรรมการปฏิรูปที่มีอยู่ ๑๑ คณะนั้น ไปเป็นผู้ยกร่างแผนปฏิรูปประเทศ ขออนุญาตขีดเส้นใต้คำว่า แผนปฏิรูปประเทศ เพราะว่าสิ่งที่นำมาเสนอต่อสภาในวันนี้ ในรายงานรอบ ๓ เดือนนั้นไม่ใช่แผนปฏิรูปประเทศ แผนปฏิรูปประเทศนั้นประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อปีกว่ามาแล้ว เมื่อมี ๑๑ คณะ ๑๑ ด้านก็ลงราชกิจจานุเบกษา ๑๑ เล่ม ๑๑ เล่มนั้นละครับ คือตัวแผนที่รัฐธรรมนูญ สั่งให้ทำ ถ้าเอา ๑๑ เล่มเอามาวางเรียงกันสูงเกินกว่า ๑ ศอกนะครับ แต่ทีนี้แผนมันก็เหมือน เรียงความบอกว่าจะทำนี่ ทำนั่น ทำโน่น ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าจะทำเมื่อไรจะใช้งบประมาณเท่าใด ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปกำหนดประเด็นที่ภาษาฝรั่งเรียกว่าแอกทิวิตี (Activity) ว่าที่สูง ๑ ศอกนั้น จะทำให้มันเป็นรูปธรรมอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้กรรมการปฏิรูป ๑๑ คณะ ท่านก็ไปทำประเด็น ของท่านขึ้นมา จึงมีมากมายหลายประเด็น แล้วในนั้นก็บอกมาเสร็จว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ของแผนปฏิรูปสูง ๑ ศอกนั่นน่ะ จะต้องออกกฎหมายอะไรบ้าง กี่ฉบับ แล้วท่านก็ระบุว่า ต้องออกเรื่องนั้นเรื่องนี้รวมแล้วเบ็ดเสร็จ ๒๒๑ ฉบับนะครับ ถ้าทำให้เต็มตามแผน งบประมาณเท่าไรท่านก็ระบุของท่านกัน และเพื่อให้ระบุจะต้องตั้ง กระทรวง ทบวง กรม กองอะไรขึ้นมา ซึ่งปรากฏว่าถ้าเอาตาม ขออภัย จินตนาการของ กรรมการปฏิรูปประเทศไทยจะต้องเกิดกรมใหม่ขึ้นอีก ๕๐ กว่ากรม คณะรัฐมนตรีจึงได้ มีมติว่าส่วนเรื่องที่จะต้องตั้งกระทรวง ทบวง กรม ครม. แค่รับทราบไม่ผูกมัดรัฐบาลไหน ก็ไม่มัดตามหรอก เพราะมันต้องดูกันอีกที งบประมาณที่รวมกันแล้วทั้งหมดตั้งไม่รู้กี่แสนล้านนั้น ก็ไม่ผูกมัด เพราะจะต้องดูตามกำลังความสามารถของประเทศเป็นปี ๆ ไป แต่ว่าให้ท่าน กำหนดกรอบคร่าว ๆ เอาไว้ได้เพื่อเป็นแนวทางในการที่สำนักงบประมาณจะไปจัดทำ งบประมาณต่อไป เมื่อประเด็นหรือกิจกรรมก็มีวงเงินคร่าว ๆ ก็มี รายชื่อกฎหมายที่จะต้อง ออกก็มี สิ่งเหล่านี้ละครับคือสิ่งที่รวบรวมกันแล้วเอามาทำเป็นรายงานเสนอต่อสภาทุก ๓ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะดูแผนจริง ๆ ก็ต้องไปดู ๑๑ เล่มอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน แต่ถ้าจะดูกิจกรรมมันก็ต้องมาดูในรายงานรอบ ๓ เดือน ดังที่นำเสนอในวันนี้ ฉะนั้นแน่นอนครับหลายอย่างหายหกตกหล่นอาจจะไม่ละเอียดลออก็คงจะต้องดูประกอบกัน ขออนุญาตกราบเรียนต่อไปว่ากรรมการ ๑๑ คณะที่ว่าคณะละไม่เกิน ๑๕ คนนั้น เดิมทีเขา ตั้งไว้ครบ วัน เวลา ผ่านไปเมื่อท่านทำภารกิจเสร็จกันไปบ้างแล้วก็ล้มหายตายจากไปบ้าง เป็นธรรมดา ล้มหายตายจากนี้ไม่ใช่สำนวน ท่านเสียชีวิตถึงแก่กรรมไปจริง ๆ ก็มี ลาออกไป ก็มี ไปสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สอบได้บ้าง สอบตกบ้างก็มี นั่งอยู่ในที่นี้ก็อาจจะมี และขอลาออกเพราะว่าถึงวัยที่ท่านสมควรจะพักหรืออะไรก็ตามก็มี จึงมีตำแหน่งว่างอยู่ เกือบทุกคณะ บัดนี้ไม่ครบหรอกครับคณะละ ๑๕ คน ซึ่งก็กำลังจะพิจารณาแต่งตั้งเข้าไป ที่ยังไม่ได้ตั้งเสียทันทีที่ว่างก็เพราะหลายท่านบอกว่ากำลังจะออกเมื่อนั้นเมื่อนี้ เราก็รอให้ มันครบแล้วก็จะได้ว่ากันทีเดียวทั้งหมด กรรมการพวกนี้ยังจะต้องอยู่กันต่อครับ เพราะวาระ ท่าน ๕ ปีท่านก็อยู่กันเข้ามาคนละ ๑ ปีเศษ ๒ ปีเหลืออีกประมาณ ๓ ปี ก็กราบเรียนว่าตรงนี้ เป็นที่มา ท่านเหล่านี้ละครับคือพวกที่จะไปนั่งทำแผนปฏิบัติการเสนอสภา รัฐบาล คณะรัฐมนตรี ผมเองไม่ได้เป็นกรรมการปฏิรูป แล้วก็ไม่ได้เป็นฝ่ายในการที่จะทำแผนปฏิบัติการ หรือรายงานนี้ เป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติตามรายงานนี้ อย่างที่คุณสุขุมพงศ์ได้ชี้แจงว่าสิ่งที่เป็น กิจกรรมเป็นกี่ประเด็นก็ตามที่เกี่ยวกับใครคนนั้นจะต้องไปจัดการ เกี่ยวกับรัฐบาลรัฐบาล ก็ต้องจัดการ กฎหมาย ๒๒๑ ฉบับที่ท่านบอกรัฐบาลก็ต้องจัดการเข็นเข้ามาสภาให้ได้ แต่บางฉบับอาจจะไม่ใช่เป็นพระราชบัญญัติก็ไปออกพระราชกฤษฎีกากฎกระทรวง หรือในกรณี ที่ได้กำหนดเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ สำนักงบประมาณก็ต้องพยายามไปปรับให้ใกล้เคียง ให้ได้ แล้วก็ถกเถียงกันกับกรรมการปฏิรูปว่ามันได้หรือไม่ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ใน รายงาน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ นั้นที่จริงไม่งดงามที่ผมจะต้องพูดประโยคนี้ แต่มันเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๒๗๐ ว่าเป็นหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา ในการที่จะตรวจสอบติดตามเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ แต่รัฐบาลจะต้องนำรายงานของ คณะกรรมการปฏิรูปเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบทุก ๓ เดือน คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติว่าแม้เขาแบ่งกันว่าวุฒิสภาเป็นคนติดตามเร่งรัดตรวจสอบ สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีหน้าที่ติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบ แต่รัฐบาลก็ต้องเอารายงานของ กรรมการปฏิรูปมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีจึงมีมติว่าให้ถือว่าคำแนะนำของ สภาผู้แทนราษฎร เป็นการติดตามเร่งรัดที่มีน้ำหนักไม่ได้ต่างจากวุฒิสภา และให้รับมาปรับและปฏิบัติตามเท่าที่ สามารถปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีเต็มใจ กรรมการปฏิรูปเองก็เต็มใจวันนี้ถึงได้ พากันมาเพื่อที่จะมาฟังให้ได้ยินกับหูดูกับตาให้เห็นชัดว่าท่านแนะนำอะไร อย่างไร จะได้ ไม่ให้หายหกตกหล่นกลางทาง แล้วก็ไปปรับวันนี้เราก็พยายามปรับตามที่ท่านแนะ แต่แน่นอนเราก็ต้องอนุโลมตามที่วุฒิสภาแนะด้วย เมื่อขัดแย้งกัน ไม่สอดคล้องกันเราก็ต้องมา พิจารณากัน เราในที่นี้คือทั้งกรรมการปฏิรูปและรัฐบาล ในการดำเนินการปฏิรูปนั้นมันไม่ได้ กำหนดว่าทุกอย่างมันจะต้องเสร็จภายใน ๓ เดือน แต่ทำอะไรไปแล้วในรอบ ๓ เดือนต้องมา กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนต่อท่านสมาชิกสภาเพื่อจะได้รับฟังความเห็นและ คำแนะนำอันมีประโยชน์ แล้วพิสูจน์แล้วว่ามีจริง ๆ ครับ รัฐบาลดีใจ ดีใจตั้งแต่เมื่อท่าน แนะนำเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว แล้วก็ดีใจด้วยผมนั่งอยู่วันนี้ผมก็ดีใจที่ได้ฟังอะไรหลายอย่าง มันถูกใจแล้วตรงกับที่รัฐบาลคิดอยู่เหมือนกัน แล้วก็ดีใจว่าวันนี้กรรมการปฏิรูปก็มานั่งฟัง ท่านก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่รัฐบาลได้บอกกับท่านนั้นไม่ใช่รัฐบาลแต่งขึ้นเอง แต่รัฐบาลฟังมาจากสภา แล้วมันก็เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมด้วยกันทั้งหมดท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าอะไรที่ทำได้เราก็ลงมือทำไป อะไรที่ยังทำไม่ได้ก็ต้องรอ อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา หลายส่วนที่ได้ทำไปแล้วก็สำเร็จไปแล้ว หลายอย่างมันก็ยังไม่เกิด ดอกออกผล ท่านกรรมการปฏิรูปคุณสุขุมพงศ์ได้ยกตัวอย่างกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่ง สำคัญเอามาก ๆ เสียดายว่ายังไม่มีผลใช้บังคับ นั่นคือพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์วิธีการจัดทำ กฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ ชื่อยาว ๆ ฟังไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไรประกาศลง ราชกิจจานุเบกษาไปนานแล้วครับ แต่ก็ทิ้งเวลาไว้หลายเดือนจะเกิดดอกออกผลปลายเดือนนี้ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน เพราะกฎหมายนี้จะเป็นกรอบให้แก่ทุกฝ่ายในประเทศต้องปฏิบัติ ตามว่าเวลาจะออกกฎหมายนั้นต้องดูอะไร อย่างไร มิฉะนั้นจะเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลอบรม สัมมนากับข้าราชการไปเป็นอันมากแล้วก็รู้กันอยู่ว่ายังไม่ค่อยเข้าใจวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน จะมีผลแล้วก็จะได้เห็นอิทธิฤทธิ์ ยกตัวอย่าง ๑ มาตราเท่านั้นใน พ.ร.บ. นี้ เขาบอกว่า กฎหมายที่สภาออกไปด้วยความจำเป็นก็มักจะไปเขียนว่าเรื่องนั้นต้องไปออกรายละเอียด ในกฎกระทรวง เรื่องนั้นไปออกรายละเอียดเป็นพระราชกฤษฎีกา คือกฎหมายลูก แล้วเรา ก็เห็นท่านเห็น เพราะท่านบ่นกันมามากแล้วว่ารอไปกี่ปี ๆ กฎหมายลูกก็ไม่ออกสักทีหนึ่ง แล้วไม่รู้จะต้องทำอย่างไร พระราชบัญญัติที่ผมบอกว่าวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนจะออกฤทธิ์นั้น เขาบอกเลยว่าเมื่อใดที่มีพระราชบัญญัติใดบอกว่าจะต้องออกกฎหมายลูก การจะจดทะเบียน ต้องทำตามหลักเกณฑ์วิธีการในกฎหมายลูก ถ้ายังไม่ออกกฎหมายลูกใน ๒ ปีให้มาตรานั้น สิ้นผลลง คือฆ่าแม่เสียเลย เพราะแม่กำหนดให้ไปออกลูก แล้วไม่ยอมออกลูกสักที แล้วชาวบ้านก็นั่งรออยู่ไม่รู้เมื่อไรถึงจะไปจดทะเบียนได้ เขาบอกว่ายังจดไม่ได้ เพราะลูก มันยังไม่ออกไม่รู้จะจดอย่างไรก็รอกันไป ๓ ปี ๕ ปีบัดนี้พระราชบัญญัตินั้นบอกว่าถ้า ๒ ปี ลูกยังไม่ออกแม่ไม่มี เมื่อแม่ไม่มีก็ไม่ต้องนั่งรอลูกก็จดทะเบียนกันรุ่งขึ้นได้เลย นี่เป็นหนึ่ง ในหลายมาตรา ซึ่งรัฐบาลก็ได้พยายามเตือนแก่ข้าราชการตลอดมา นี่เป็นผลผลิตอันหนึ่ง ของการปฏิรูป อย่างอื่นนั้นก็คงจะไม่จำเป็นต้องกราบเรียนในรายละเอียดให้มันยืดยาว ออกไป ขออนุญาตกราบเรียนท่านต่อไปนะครับว่าหลายเรื่องโดยเฉพาะสิ่งที่ท่านสมาชิก ได้ฝากและตั้งข้อสังเกตในวันนี้ ผมนั่งจดไปทั้งหมดกระซิบกระซาบกับท่านรองเลขาธิการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าเรื่องพวกนี้ที่เขาแนะมันถูกนะ แต่มันไม่ต้องไปเดือดร้อนรอเรื่องการปฏิรูป เพราะมันเป็นภารกิจรัฐบาล รัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่ได้มีหน้าที่นั่งปฏิรูปอย่างเดียว บริหารราชการมันก็หน้าที่ หลายเรื่องท่านพูดถึงเรื่องหมอ พูดถึงพยาบาล พูดถึงครู พูดถึงการศึกษา หลายเรื่องไม่ต้องไปยุ่งกับเรื่องการปฏิรูปเลยครับ รัฐบาลต้องทำมิฉะนั้นจะเป็นรัฐบาลไปทำไม มันคือการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นผมจดไปแล้วก็จะไปแจ้งต่อคณะรัฐมนตรี แจ้งต่อท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ให้ทราบว่ามีข้อสังเกตเหล่านี้ท่านลองไปดูสิท่านพูดถึงหมอ พูดถึงพยาบาล ผมเป็นประธาน ก.พ. ผมเต็มใจรับทั้งหมดนี่ไปคุยกับ ก.พ. ว่าคุณรังสิมาฝากมา คุณหมอบัญญัติฝากมา คุณสุรวิทย์ ฝากเยอะแยะเลยครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าเราก็จะเดินกันไปอย่างนี้ เพราะในที่สุด มันก็ต้องอยู่กันไปอย่างนี้กับการปฏิรูปจะถูกใจ ไม่ถูกใจ จะผิดจะถูก จะชอบไม่ชอบก็ต้องทำ รัฐบาลนี้พ้นไปรัฐบาลใหม่มาก็ต้องทำ แล้วก็แก้ได้แผนการปฏิรูปนั้น คุณสุขุมพงศ์ พูดประโยคสำคัญไปประโยคหนึ่งนะครับ แผนปฏิรูปนั้น กฎหมายบอกว่าต้องสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ แต่มันทำอีท่าไหนก็ไม่รู้แผนปฏิรูปสูง ๑ ศอกออกมาอีกหลายเดือน ยุทธศาสตร์ชาติมันถึงออกมา บัดนี้ถึงเวลาต้องกลับไปพลิกฟื้นแผนปฏิรูปให้เข้ากับ ยุทธศาสตร์ชาติ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่มารายงาน รายงานบางเรื่องมันก็ยังไม่ไปกับยุทธศาสตร์ชาติ ยังจะต้องไปปรับกันอยู่อีก เพราะฉะนั้นขลุกขลักกันหน่อยครับเหมือนที่ใครก็ไม่รู้บอกว่า เราไม่เคยปฏิรูปกันมานาน เท่าที่ผมทรงจำได้ปฏิรูปครั้งสุดท้ายสมัยพระพุทธเจ้าหลวง บัดนี้ เมื่อจะทำกันมันก็ต้องขยับอะไรกันใหญ่โต เขย่าอะไรกันใหญ่โตเป็นธรรมดา ท่านประธานครับ ขอกราบเรียนจริง ๆ ว่าสิ่งที่ท่านได้ให้คำแนะนำมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงนั้น ผมถือว่าคุ้ม ที่รัฐบาลได้ยินสิ่งเหล่านี้ ขอบพระคุณจริง ๆ ที่ท่านประธานได้ให้โอกาสสมาชิกทุกท่าน ที่แสดงความประสงค์จะพูดและแนะนำ สมกับที่คณะรัฐมนตรีได้บอกไว้และมีมติจริง ๆ ว่า ให้ถือเอาคำแนะนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีน้ำหนักและมีภาระที่เราจะต้องรับมา ปรับแล้วก็ดำเนินการและหลายเรื่องทำได้ทำเลย ไม่ต้องไปยุ่ง ไม่ต้องไปรอกับการปฏิรูป ฉะนั้นก็ขอกราบขอบพระคุณ แล้วเราจะประมวลทุกสิ่งที่ท่านได้เสนอในวันนี้ ผมเองนั่งอยู่ คนเดียวจดอยู่คนเดียว ๑๒ หน้า ที่นั่งอยู่ข้างนอกอีกทีมหนึ่ง เหมือนที่คุณชาดา ได้อภิปรายตอนต้น ตอนไม่อยู่ในวาระว่าเวลาพิจารณางบประมาณทำไมต้องขนข้าราชการ กันมามากมายต้องมาจดสิ่งเหล่านี้ละครับ ต้องมารับข้อสังเกตเหล่านี้วันนี้ไม่ใช่งบประมาณ แต่ทีมที่มาก็ใหญ่โตพอที่จะต้องจดข้อสังเกตนี้ เพราะบางเรื่องกระทรวงรับเอาไปทำได้เลย โดยไม่ต้องมายุ่งกับคณะรัฐมนตรี แต่บางเรื่องกระทรวงทำไม่ได้หรอกต้องให้ ครม. สั่งเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ ครม. ก็มาจดอยู่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติก็มา สำนักงบประมาณก็มา แล้วคงจะต้องมากันอย่างนี้ทุก ๓ เดือน ขอบพระคุณที่คุณรังสิมาเห็นใจ มันไม่ใช่แค่ ๓ เดือนกับท่านนะครับ เพราะว่ามันมาวุฒิสภาด้วย สภาผู้แทนราษฎรด้วยทุก ๓ เดือน แต่ไม่ขัดข้องครับ เพราะเรื่อง ๓ เดือนนั้นรัฐธรรมนูญเขียน เพราะฉะนั้นก็ยินดีจะมา แล้วยังจะปวารณาตัวใครก็ไม่ทราบพูดเมื่อสักครู่ว่าสภา ตั้งกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีอนุกรรมาธิการที่จะดูแลเรื่องการปฏิรูป ไม่ขัดข้องถ้าหากว่าอนุกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องปฏิรูปจะเรียก จะเชิญกรรมการปฏิรูป ผมเองผู้แทนรัฐบาลไปชี้แจงในกรรมาธิการก่อนที่จะมาที่สภาใหญ่ ทำเหมือนกับเวลา พิจารณางบประมาณก็ไม่มีข้อขัดข้องแม้มันจะถี่กว่า ๓ เดือนก็ไม่ขัดข้องแล้วยินดีครับ เพราะว่าเรื่องปฏิรูปนั้นคิดคนเดียวจินตนาการคนเดียวไม่ได้ เพราะว่ามันต้องกลับไปสู่ ประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าใครก็ตามสามารถช่วยกันบอกได้ เราก็จะได้มั่นใจว่าตรงนี้ ตอบโจทย์ของประชาชนจริง ๆ กราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกสภาครับ
ต้องขอ ขอบพระคุณท่านคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและท่านรองวิษณุแล้วก็รัฐบาลที่ท่าน ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอแนะของท่านสมาชิก ซึ่งวันนี้เราพูดกันมาหลายชั่วโมง ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านเลขาธิการประยงค์ท่านลองติดต่อทางเลขาธิการสภาเพื่อจะขอรายงานการประชุมครั้งนี้ครับ เพราะบางประเด็นท่านอาจจะจดไม่หมดก็ได้ ท่านอาจจะไปอ่านรายงานการประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะครอบคลุมทุกประเด็นอีก ๓ เดือนข้างหน้าเราจะได้ไม่ต้องมาถาม เรื่องเก่า ๆ ที่เราท้วงติงกันมาอีก จะได้ประหยัดเวลามากขึ้น ต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาล ผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ และทางคณะกรรมการปฏิรูปที่เคารพอย่างสูงอีกครั้ง แทนท่านสมาชิกทุกท่านครับ เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายงานความคืบหน้าตามระเบียบ วาระที่ ๒.๕ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณครับท่านครับ
วันนี้พอแล้ว นะครับ ขอปิดประชุมแล้วนะครับ ขอบคุณมากครับ