จักรพันธ์ พรนิมิตร อภิปรายประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านสังคมและการศึกษา โดยเน้นการปรับปรุงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการให้กับบุคลากรในภาครัฐที่ยังไม่เป็นธรรม ทั้งลูกจ้างชั่วคราว ครูอัตราจ้าง บุคลากรทางการแพทย์ และครูในโรงเรียนเอกชน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความมั่นคงในวิชาชีพ นอกจากนี้ยังผลักดันการพัฒนาเด็กปฐมวัย การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม และท้วงติงความล่าช้าในการดำเนินนโยบายด้านการศึกษา โดยเฉพาะการอุดหนุนการศึกษาอาชีวะเอกชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ในประเด็นที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้นะครับ ผมขออนุญาตมุ่งประเด็น การอภิปรายของผมไปที่แผนการปฏิรูป ๒ ด้าน คือด้านสังคมและด้านการศึกษาที่ผม ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อมาดูความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตามรายงานที่ทางคณะทำงานได้นำเสนอ ต่อสภาในวันนี้ พิจารณาในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ การออมสวัสดิการสังคมและการลงทุนเพื่อสังคม กิจกรรมที่ ๓ ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้เหมาะสมและเป็นธรรม อันนี้ก็ต้องแสดงความดีใจเพราะว่าในรายละเอียดความคืบหน้าจะพูดถึงการปรับปรุงระบบ การให้เงินทดแทนและสวัสดิการ โดยขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างชั่วคราวของ ส่วนราชการและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกจ้าง ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เป็น ระยะ ๆ ในสังคมเรา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของลูกจ้างชั่วคราวหรือลูกจ้างประจำ ในหน่วยราชการที่มีความเกี่ยวพันกับคุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณครู การศึกษา ครูอัตราจ้าง กลุ่มผู้เลี้ยงเด็ก ผู้ดูแลเด็ก เด็กเล็กก็จะมีปัญหาอยู่เนือง ๆ รวมทั้ง กลุ่มพยาบาลวิชาชีพที่เป็นอัตราจ้างพวกนี้ ดังนั้นหากเรามีประเด็นในการปฏิรูปที่จะเพิ่ม สิทธิประโยชน์สวัสดิการให้กับกลุ่มเหล่านี้ผมก็เชื่อว่าจะเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้ปัญหา ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาในประเทศของเราที่จะต้องมาตามแก้กันเป็นคราว ๆ ไปนี้ ได้มีแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าพิจารณาว่าในกิจกรรมก่อนหน้านี้
กิจกรรมที่ ๒ มีการดำเนินการร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ แห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นระบบบำนาญให้กับพี่น้องประชาชนทั่ว ๆ ไป ที่ไม่ได้อยู่ ในระบบราชการ ผมก็คิดว่าการปรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของกลุ่มที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำในระบบราชการให้สอดคล้องและเป็นธรรม เหมาะสมเหมือนกับที่ พี่น้องประชาชนกำลังจะได้รับจากกองทุน พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งก็จะเป็นการปรับระบบสวัสดิการของประเทศไปทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับผมคิดว่ามีอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมยังไม่เห็นในประเด็นความคืบหน้า และเกรงว่า ถ้าไม่พูดอาจจะตกหล่นไป เพราะว่าพิจารณาจากการทำงานดำเนินงานที่ผ่านมาของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังเห็นความคืบหน้าที่ล่าช้าอยู่นะครับ กลุ่มนั้นก็คือครูโรงเรียนเอกชน จริงอยู่ว่าซึ่งกลุ่มนี้สังกัดใช้ระบบสวัสดิการอยู่ในกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน พูดง่าย ๆ เป็นระบบประกันสังคมของครูเอกชน ปัญหาของกลุ่มนี้ก็คือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เรียกว่า ถ้าสะท้อนใช้คำพูดของกลุ่มที่เป็นสมาคม ผู้แทนของเขาเอง เขาก็พูดว่าเป็นกลุ่มที่ระบบ สิทธิประโยชน์ที่ต่ำที่สุดแล้วในบรรดาสิทธิประโยชน์ทั้งหลายที่ทุกวันนี้คนไทยได้รับอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัตรทอง เรื่องของประกันสังคม เพราะเหตุว่ามีการจำกัดสิทธิประโยชน์ ในการรักษาพยาบาลให้กับครูเอกชนเหล่านี้นะครับ แม้ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาทางรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรี โดยทางรัฐบาล โดยทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการปรับขึ้นสิทธิประโยชน์ จาก ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี เป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อปีแล้วก็ตาม อันนี้ก็ต้องขอบคุณ ทางรัฐบาลด้วยที่เห็นประโยชน์ เห็นความสำคัญของครูเอกชนตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับระบบอื่น ๆ ก็ยังถือว่าล้าหลังกว่ามากและปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเวลาครูเอกชน ป่วยเป็นโรคร้ายแรงถึงขนาดว่าต้องลาออกจากการเป็นครูเพื่อไปใช้สิทธิ ๓๐ บาท สิทธิบัตรทองหรือสิทธิอื่น ๆ ที่เขาจะได้ ดังนั้นอันนี้ก็เป็นปัญหาที่จะทำให้ต่อเนื่องไปถึง ระบบการศึกษาด้วย ก็ฝากทางคณะกรรมการโดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะครับ ขอความกรุณาได้ดูแลกลุ่มเหล่านี้เป็นพิเศษด้วยนะครับ
ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือประเด็นปฏิรูปที่ ๕ การมีส่วนร่วม การเรียนรู้ การรับรู้และการส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม
กิจกรรมที่ ๓ พลังสร้างสรรค์ ข้อ ๓.๓ พูดถึงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กเป็นพื้นที่ ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก อันนี้ก็เหมือนกับที่ผมได้เคยอภิปรายในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ในวาระอื่น ๆ นะครับ ผมคิดว่าในสังคมทุกวันนี้เป็นที่ชัดเจนว่าการลงทุนในเด็กปฐมวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงก่อนวัยเรียนหรือประมาณ ๖ ขวบ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ในรายงานของหน่วยงานราชการอื่น ๆ ก็ระบุชัดเจนว่าผลตอบแทนทางสังคม ถ้าหากว่า เราลงทุนไปในกลุ่มนี้จะได้รับผลตอบแทนสูงที่สุดกว่าวัยอื่น ๆ ดังนั้นก็เป็นที่น่าดีใจที่มีความคืบหน้าโดยในรายงานฉบับนี้ก็รายงานเรื่องของมาตรฐาน เด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ตราไว้เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามครับถ้าดูแค่นี้ ตามที่รายงานผมก็รู้สึกว่าอาจจะยังน้อยไปนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่าเรามีปัญหาไม่ใช่เรื่อง กายภาพของการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก หรือการทำมาตรฐานอะไรต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้น แต่ปัญหาอีกอันหนึ่งที่ทุกวันนี้ยังมีความเร่งด่วน แล้วก็ยังไม่เห็นหน่วยงานไหนที่แก้ไข อย่างจริงจังก็คือเรื่องของวิชาชีพครูดูแลเด็ก แล้วก็ผู้ดูแลเด็ก ก็คือครูกับคนที่เป็นพี่เลี้ยงนะครับ ถ้าพูดภาษาง่าย ๆ ผมเข้าใจว่าวันนี้ก็จะมีกลุ่มหนึ่งที่มายื่นหนังสือที่สภาแห่งนี้นะครับ ก็คือ เรื่องความมั่นคงทางวิชาชีพของเขา เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็คล้าย ๆ ครูหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เป็นวิชาชีพต่าง ๆ นะครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีการดูแลความมั่นคงทางวิชาชีพของเขาให้มี ความชัดเจน มีความก้าวหน้า มีสวัสดิการที่มั่นคง ปัญหาก็จะเกิดกับเด็ก ซึ่งเป็นเด็กปฐมวัย ซึ่งอย่างที่ผมกราบเรียนไปตอนต้นว่าการลงทุนกับเด็กกลุ่มนี้ถือว่าเป็นการตอบแทนทางสังคม ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มวัยอื่น ๆ ถ้าหากว่าเราปล่อยให้บุคลากรที่ใกล้ชิดกับเด็กกลุ่มนี้ที่สุด ก็คือครูผู้ดูแลเด็กมีความไม่มั่นคงในชีวิต มีความไม่มั่นคงในวิชาชีพของเขา ผลกระทบในทางลบ ก็จะเกิดขึ้นกับกลุ่มที่เป็นเด็กปฐมวัย ซึ่งก็คงต้องฝากทางท่านคณะกรรมการให้ไปดูว่าเราจะ พัฒนาความมั่นคงทางวิชาชีพของกลุ่มนี้อย่างไรนะครับ ปัญหาศูนย์เด็กเล็กยังมีอีกเช่นกัน อย่างในกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่ผมเป็นผู้แทนนี้นะครับ อย่างบางพื้นที่ยกตัวอย่างอย่างพื้นที่ ที่มีชุมชมแออัดอยู่มาก ๆ ก็จะมีกลุ่มที่เป็นศูนย์เด็กเล็กที่ดำเนินการโดยมูลนิธิเอกชน ซึ่งไม่แสวงหากำไร แต่ว่ากลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถที่จะเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์ตามที่รัฐจัดให้ เนื่องจากว่าจะติดปัญหาเรื่องที่ดิน เช่น ตั้งอยู่ในที่ดินของหน่วยราชการ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ถ้าหน่วยราชการไม่ยินยอมให้มีการใช้ที่ดินนั้นหรือใช้สถานที่นั้นให้หน่วยงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องที่จะอุดหนุนเรื่องของอาหารกลางวันก็ดี เรื่องของนมอะไรก็ดีต่าง ๆ นี่ นะครับ เมื่อไม่มีสิทธิตรงนั้นทำให้เด็กที่อยู่ในกลุ่มนั้นก็ขาดโอกาสไป อันนี้ก็คงต้องฝากทาง คณะกรรมการดูให้ครอบคลุมด้วยนะครับว่าไม่ใช่ศูนย์เด็กเล็กเฉพาะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ท่านระบุมา ๑๘,๐๐๐ กว่าแห่งเท่านั้น แต่ยังมีศูนย์เด็กเล็กในรูปแบบของ สังกัดเอกชน สังกัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่อาจจะตกหล่นไปจากกระบวนการในการพัฒนา ตรงนี้นะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของการศึกษา ผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจผิด หรือเปล่า แต่ว่าตั้งแต่ในรายงานครั้งที่แล้วจนถึงครั้งนี้ผมดูเฉพาะส่วนของความคืบหน้ามัน ไม่มีความคืบหน้าทางด้านการศึกษา มันจะมีก็เฉพาะแผนการปฏิรูปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้กรุณานำเรียนที่ประชุมไปเมื่อตอนต้นเรื่องของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ แต่ตัวความคืบหน้า ของแผนทางด้านการศึกษาไม่มีเลยตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ผมก็แปลกใจเพราะว่าการศึกษา เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ แล้วทุกวันนี้เราก็เห็นภาพของปัญหาทางด้านการศึกษาที่กำลังเกิดขึ้นมาเป็นระลอก ๆ ล่าสุดก็เป็นเรื่องของคุณครูที่มีความเห็นแตกต่างในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอีก อย่างนี้นะครับผมคิดว่าคราวหน้าอยากจะเห็นความคืบหน้าที่สำคัญ ในเรื่องการศึกษาเพราะเป็นปัญหาเร่งด่วน แล้วก็เป็นปัญหาที่ทุกคนในสังคมให้ความสำคัญ ผมยกตัวอย่างในกลุ่มของอาชีวศึกษาเอกชน ซึ่งเมื่อปี ๒๕๕๙ มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ๘/๒๕๕๙ ควบรวมอาชีวศึกษาเอกชนให้ไปอยู่ในสังกัดเดียวกับอาชีวศึกษาของรัฐ ผ่านมาแล้ว ๓ ปีทุกวันนี้อาชีวศึกษาเอกชนเรียกร้องอยากจะกลับไปอยู่สังกัดเดิม เหตุเพราะว่าไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเลย คือโอนตัวเขา โรงเรียนเขามาอยู่สังกัดใหม่ แต่ว่าไม่มีมาตรการอื่นรองรับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตั้งแต่ย้ายมานี่อาชีวศึกษาเอกชนเป็นสถานศึกษาเดียว สังกัดเดียวที่เป็นเอกชนที่เงินอุดหนุน ตามรายการอุดหนุนเรียนฟรี ๕ รายการของรัฐบาลทุกวันนี้อย่างเดือนนี้ก็ยังไม่ได้นะครับ ซึ่งกระทบกับเด็กนักเรียน และกระทบกับคุณครูด้วย เพราะว่าส่วนหนึ่งของเงินอุดหนุน ดังกล่าวนี่ไปจ่ายเป็นเงินเดือนครู ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงได้รับตรงเวลาทุกเดือน แต่ว่าของ อาชีวศึกษาเอกชนหลังจากที่ย้ายสังกัดมาประสบปัญหานี้ไม่น้อยกว่า ๒-๓ ครั้งแล้ว ล่าสุด เทอม ๒ เริ่มแล้วในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ประสบปัญหาอย่างนี้อีก คือไม่สามารถที่จะ เบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้เลยนะครับ อันนี้ก็คงต้องฝากทางรัฐบาลไปเป็นพิเศษว่าต้องดูเรื่อง ของแผนความคืบหน้าทางด้านกิจกรรมเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษด้วยนะครับ ต้องกราบ ขอบคุณท่านประธานนะครับ