ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือการปฏิรูปการศึกษา โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของแผนการเปลี่ยนตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนกลับไปเป็นครูใหญ่ ซึ่งขัดกับขั้นตอนการพัฒนาวิชาชีพที่ผ่านมา และวิพากษ์การปฏิรูปที่ขาดความชัดเจน จนส่งผลให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจ พร้อมเสนอให้ยุบเลิกสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพื่อลดความล่าช้าและภาระงบประมาณ คืนโอกาสทางการศึกษาให้เด็กชนบทอย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้มีนโยบายการศึกษาที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และห่วงใยสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ของครูเพื่อให้สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสลุกขึ้นมายืนอภิปรายเรื่องการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ และวันนี้ก็เห็นท่านประธานฝ่ายต่าง ๆ มานั่งกัน เกือบครบทั้ง ๑๑ ฝ่าย ผมคงจะไม่เป็นประเด็นอื่นละครับ ก็จะคุยในเรื่องของการศึกษา แต่ที่คุยผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับ ไม่ได้คุยให้คณะกรรมการปฏิรูปเชื่อ เพราะความรู้อย่างผม ผมเชื่อแน่ว่าไม่มีโอกาสที่จะคุยให้ท่านเชื่อได้ แต่จะคุยให้กับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการปฏิรูปฟังเผื่อเป็นประโยชน์บ้าง เพราะผมเอาบริบท ข้อเท็จจริงมาที่ท่านจะต้องไปแก้ไขในเรื่องของการศึกษาเท่าที่ท่านคิดว่ามันน่าจะเป็นข้อเท็จ ข้อจริง เพราะผมดูตามแผนแล้ว ผมเป็นครูบ้านนอกมานานแล้วครับ เปลี่ยนแปลง กระบวนการการศึกษามาหลายครั้งต่อหลายครา ตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการมี ๑๔ องค์ชาย มี ๑๔ กรม จนกระทั่งว่าปฏิรูปมาเป็น ๕ แท่ง เด็กแทบไม่ได้อะไรเลยครับ จากซี ๑๐ พอมา เป็น ๕ แท่ง ก็เป็นซี ๑๑ กัน ๕-๖ คน แล้ววันนี้ก็จะกลับไปปฏิรูปอีก ในรายงานนี่ท่านเขียน มาหน้าเดียวในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา แต่ดูเสมือนว่าในหน้าเดียวนี่ครับ ใน ๒ หน้า ขออภัยครับ เหลือเรื่องแรกที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เรื่องนี้ล่ะครับท่านประธานที่ยัง ไม่ประสบผลสำเร็จ เห็นไหมครับ มันก็เป็นปัญหาแล้ว แค่ท่านคิดดำเนินการให้กับ คณะกรรมการอิสระที่แต่งตั้งขึ้นมา คือไม่ทราบว่าคณะกรรมการที่คิดยกร่างกฎหมายมา จะเข้าใจอย่างไร แต่ครูชนบทเขาไม่เข้าใจหรอกครับ เช่น ในเนื้อหาสาระเท่าที่ดูวันนี้ ท่านก็จะไปแก้ตำแหน่งจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้มาเป็นครูใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้ครับ มันหมดยุคแล้วยุคผมบรรจุใหม่ ๆ โน้นครับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ต้น ๆ ยุคนั้น เขาเรียกครูใหญ่มาเป็นอาจารย์ใหญ่ แล้วทุกวันมาเป็นผู้อำนวยการ แล้ววันนี้ก็สอบมาเป็น ตำแหน่งผู้อำนวยการ ท่านก็ไปนำเขียนกฎหมายที่จะนำเข้าสู่สภาในเร็ว ๆ นี้ในข้อที่ ๑ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ท่านจะปฏิรูป แล้วก็ให้เขากลับไปเป็นครูใหญ่ วันสอบบรรจุเขาสอบได้ในตำแหน่งผู้อำนวยการนะครับ เขาประกาศรับ แต่วันเกษียณเขา เกษียณในตำแหน่งครูใหญ่ ผมไม่ทราบว่าเอาอะไรมาคิดเหมือนกันตรงนี้
ไปอีกครับในสาระตรงนี้ จากใบประกอบวิชาชีพก็จะแก้มาเป็นใบรับรอง ผมไม่เข้าใจว่ามันต่างกันตรงไหน ใบประกอบวิชาชีพกับใบรับรอง หรือทำให้มันแล้ว ๆ ไป เห็นไหมครับท่านประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้าราชการครูแต่งชุดดำ นัดรวมพลเพื่อที่จะมายื่นให้ คณะกรรมการ ให้กระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบ ผมก็เลยอยากฝากคณะกรรมการปฏิรูป ทางการศึกษาในวันนี้ ผมอยากให้ท่านแม่นแล้วก็ศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วก็ดูที่มันเป็น ประโยชน์ เพราะในโรงเรียนหรือการศึกษาผมจะคุยเฉพาะการศึกษาระดับพื้นฐานนะครับ ผมไม่กล้าอาจเอื้อมที่จะไปคุยถึงระดับอุดมศึกษา เพราะผมอยู่ในพื้นที่ชนบท เราเป็นผู้แทน ต่างจังหวัด การศึกษาขั้นพื้นฐานถือว่าเป็นการศึกษาขั้นเบื้องต้น เป็นตอม่อที่แข็งแกร่ง ของประเทศ เด็กนักเรียนเปรียบเสมือนต้นกล้าที่ขาวบริสุทธิ์ที่เราจะให้โอกาสเขาไป แต่วันนี้ การปฏิรูปทางการศึกษาของประเทศไทยเริ่มที่จะบีบบังคับทุกกระบวนท่าที่จะบีบบังคับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเตรียมการจะยุบโรงเรียนบ้าง ในเรื่องของการเตรียมการจะควบรวมบ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเปรียบเสมือนไม่ให้โอกาสกับเด็กชนบท ไม่ให้โอกาสกับเด็กบ้านนอก ซึ่งจะเป็นปัญหาในวันข้างหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศที่เขาเจริญแล้ว ประเทศ ที่เขาพัฒนาแล้ว ไม่ต้องมานั่งเถียงปัญหากันมากเพราะประเทศนั้น ๆ เรื่องการศึกษาเป็น เรื่องใหญ่ เขาประสบผลสำเร็จจากการศึกษา นี่ประเทศไทยของเรานะครับ ท่านประธานครับ เราจะสังเกตเห็นว่าเรามีแผนยุทธศาสตร์เยอะ เรามีแผนปฏิรูปการศึกษา เรามี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เรามีคำสั่ง เรามีระเบียบ แต่ก็ไม่ได้พัฒนาไปถึงไหน ไม่ได้ปฏิรูป ไปถึงไหน ก็เลยเป็นอันว่าเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยแผนครับ แต่ขาดแคลนเรื่องผลสัมฤทธิ์ เพราะโจทย์ตั้งไม่ชัดเจน มันก็เลยได้เป้าหมายที่ไม่ชัดเจน วันนี้ในกระทรวงศึกษาธิการจริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากหรอกครับ แต่บังเอิญเรื่องของการเปลี่ยนแปลงจากข้างบนนี่ล่ะครับ ทำให้มีปัญหาอีลุ่ยฉุยแฉกไปหมด ผมยกตัวอย่าง โรงเรียนก็อยู่ดี ๆ ครูก็อยู่ดี ๆ เขามีผู้บังคับบัญชา เขามีผู้อำนวยการ การประถมศึกษา เขตการประถมศึกษา มัธยม เขตประถม อยู่ ๆ คสช. แต่งตั้งให้มีศึกษาภาค ให้มีศึกษาจังหวัด ศึกษาจังหวัดวันนี้ ซี ๙ ศึกษาภาค ซี ๑๐ ผอ. เขต ซี ๘ กว่าจะทำเป็น ซี ๙ ได้ก็ต้องมีปริมาณงาน แต่คนที่เป็น ซี ๘ หรือผู้อำนวยการการประถมศึกษาเขาคุม บุคลากรกันอยู่เต็ม ท่านก็ไปตั้งศึกษาธิการจังหวัดเข้ามา แล้ววันนี้ก็ไปโละการกระจาย อำนาจที่เมื่อก่อนให้ตัวแทนครูเป็นองค์กรของครูมาปกครองครู มาบริหารจัดการกัน เพื่อความก้าวหน้าทั้งบุคลากร เพื่อความก้าวหน้าทั้งเด็กนักเรียน เพื่อความก้าวหน้ากับ ชุมชน ท่านก็ไปให้อำนาจศึกษาธิการจังหวัดไปคุมเขาอีกที ซึ่งวันนี้ศึกษาธิการจังหวัดไปคุม โดยที่ว่าแทบจะไม่มีงานอะไรเลย นี่ผมขอตัดงบประมาณไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๓ แสนกว่า หมื่นล้านบาท เพราะว่าผมเสียดายที่จะไปตั้งสำนักงานศึกษาธิการเขต สร้างขึ้นใหม่ จะไปซื้อ รถตู้ จะไปอะไรอีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งไม่มีความจำเป็นกับตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด แล้ววันนี้ลากครูกลับออกมา ตรงนี้ก็ฝากฝ่ายปฏิรูปทางด้านกฎหมาย ลากคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด โดยเอาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธาน คณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งจริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตัวท่านเองท่านก็มีภารกิจ มีงานอยู่มากมายแล้วครับ ผมก็ไป สอบถามเขาก็บอกว่ามีงานอยู่ไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ในเนื้องานของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่ท่านต้องไปรับผิดชอบ ครูก็เป็นองค์กรอยู่ดี ๆ วันนี้ก็ลากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมา แล้วก็ ไปยกเลิกผู้แทนต่าง ๆ เขา แล้วงานก็ล่าช้า ถามว่าล่าช้าอย่างไรครับ กว่าจะประชุมกันได้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ติดภารกิจของท่านเพราะท่านมีงานเยอะแยะมากมาย ผู้แทนครู ก็ไม่มี มีแต่ผู้แทน ตั้งเขาไปจากส่วนกลาง แล้วก็ไปบอกว่าจะกระจายอำนาจ ตรงนี้มันรวม อำนาจ แล้วการพัฒนาการศึกษามันจะสัมฤทธิ์ผลได้อย่างไร ผมก็เลยอยากจะฝากเรียน คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายให้ไปช่วยดูแลตรงนี้ให้หน่อยครับ ถ้าถามผมวันนี้ ผมบอกให้ยุบสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดไม่มีประโยชน์อะไรกับการจัดการศึกษาเลย ไปเพิ่ม ภาระให้กับครูบาอาจารย์นั่นก็คือมีนายเพิ่มขึ้นมาอีก เอาตำแหน่งพวกนี้ไปกระจายเงินเดือน ให้กับนักการภารโรง ให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการ ที่เดินมาเรียกร้องเมื่อกี้ว่าไม่มีเงินแต่ละเดือน เสียดีกว่า ท่านปฏิรูปตรงนี้เสียดีกว่าครับ ให้โอกาสกับคนที่เขาทำงานเสียดีกว่า เจ้าหน้าที่ ก็เต็มสำนักงานอยู่ ในขณะที่โรงเรียนวันนี้ออกมาตรการว่าโรงเรียนขนาดเล็กเด็กไม่ถึง ๑๒๐ คน จะไม่บรรจุผู้บริหารให้ จะไม่บรรจุครูบาอาจารย์ให้ ตรงนี้เป็นฆาตกรทางการศึกษา โดยชัด ๆ ครับ เป็นการบีบบังคับให้เด็กไม่ได้เรียน เพราะถ้าไปยุบโรงเรียนเขาไม่ส่งผู้บริหารไป ไม่ส่งครูบาอาจารย์ให้เขาพอท้ายที่สุดไปควบรวมกับโรงเรียนไกล ๆ โอกาสน้อยมากครับ ที่เขาจะได้ไปเรียน โอกาสที่จะขับไล่เขาออกจากโรงเรียนมีสูงมาก ฉะนั้นจริง ๆ ผมมี หลายเรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารกลางวัน ผมขอนิดเดียวครับ ท่านประธาน ๑ นาที เพราะผมตั้งใจจะพูดมานานแล้วเรื่องนมกับเรื่องอาหารกลางวัน ไม่เคยได้พูดสักที นี่ฝากคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายด้วย ที่ดูแลเรื่องกฎหมาย วันนี้เรื่องนม เรื่องอาหารกลางวันคืนให้โรงเรียนเขาเสีย ไม่ควรที่จะเก็บไว้ที่ อบต. เพื่อทำเปอร์เซ็นต์ ให้มันได้ ๓๕ ตามกฎหมายกระจายอำนาจ โอนให้โรงเรียนให้โรงเรียนดำเนินการเองเสีย แล้วปัญหามันจะไม่เกิด เพราะวันนี้บาง อบต. พอโรงเรียนเปิดเรียน ไม่มีเงินให้เขาไปซื้อนม แล้วนมท่านประธานทราบไหมครับยังซื้อขายกันอยู่จากส่วนกลางนี้ ละครับก็ไม่ได้กระจายลงไปหรอกครับ ส่งไปให้แล้วก็มีข่าวเรื่องนมบูดบ้าง นมอะไรบ้าง แล้วก็ฝากอีกนิดเดียวเพิ่มเงินค่าอาหารกลางวันให้หน่อยเถอะครับ เพราะการศึกษาของเด็ก ถ้าเขาได้กินอาหารเช้าอาหารเที่ยงเขาจะพัฒนาด้านร่างกาย พัฒนาทางด้านจิตใจ พัฒนา ทางด้านสมอง วันนี้ได้อีก ๒๐ บาท ผมว่าเงินรัฐบาลเยอะแยะครับ ผมจะไปคุยอีกทีหนึ่ง ในเรื่องแปรญัตติหรืองบประมาณว่าให้เขาไปสัก ๕๐ บาท แล้วให้โรงเรียนทำเอง อาหาร ๒ มื้อ มื้อเช้ากับมื้อเที่ยง ส่วนนมให้โรงเรียนเขาซื้อเองเขาจะได้เลือกซื้อนมกล่อง นมผง นมอะไรก็ว่าไป ไม่ใช่จัดซื้อกันที่ส่วนกลางแล้วส่งไปให้กองเป็นโกดังใหญ่ครับ หนูก็มากัด แล้วก็หาว่าให้เด็กกินนมบูด ผมสงสารจริง ๆ ครับ ก็เลยฝากคณะกรรมการปฏิรูปที่ท่านมา คิด ๆ ที่จะนำกฎหมายเข้ามาสู่ในสภาเร็ว ๆ นี้ท่านไปดูให้ครบถ้วน มันเป็นบริบทข้อเท็จจริง ในการจัดการเรียนการสอนค่าหัวก็ให้ไม่เท่ากัน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเด็กโรงเรียน ขยายโอกาสผมยกตัวอย่าง ม. ๑ ถึง ม. ๓ กับเด็กโรงเรียนมัธยมได้ค่าหัวไม่เท่ากันท่านประธาน ยังต่างกันเกือบเป็นพันต่อคน ทั้ง ๆ ที่เรียนมัธยมด้วยกัน นี่คือปัญหาทั้งหมด ผมก็เลยอยากจะ ฝากคณะกรรมการปฏิรูปช่วยไปดูให้หน่อย อยากเห็นความชัดเจนในเรื่องของการจัดการ การศึกษา เพราะการศึกษานั่นคือการสร้างงาน การสร้างคน อยากเห็นนักจัดการศึกษา เกิดขึ้นในเมืองไทย นักการศึกษามีมากแล้วครับ แต่นักจัดการศึกษาแทบยังไม่เห็น ผมก็อยากเห็นความชัดเจนในการยกระดับทางการศึกษา อยากเห็นความชัดเจนในการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เด็กในเมืองคอนกรีตมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย แต่เด็ก บ้านหนองอีเลิงผม เด็กบ้าน ส.ส. คุณากร อำเภอสนมนั่งดีดลูกแก้วอยู่นับเป็นตัวเลข เด็กน้อง ๆ ผมที่อยู่ข้างหลังนี้ดีดลูกหินกันอยู่ อยากให้มีความเหลื่อมล้ำให้มันน้อยที่สุด แล้วก็ อยากเห็นในการแก้ไขปัญหาขีดความสามารถทางการศึกษา
แล้วข้อสุดท้ายอยากเห็นความชัดเจนในเรื่องของนโยบาย เรื่องกองการปฏิรูป อย่าเปลี่ยนบ่อย อย่าแก้บ่อยเถอะครับ เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็แก้ เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็แก้จน คนข้างล่างเขาตามนโยบายไม่ทัน ท่านเอาตัวชี้วัดให้มันชัดเจน ท่านต้องการคำตอบ ได้ชัดเจนแล้วผมว่าการศึกษามันเดินไปได้ แล้วก็ดูแลสวัสดิการเขาให้กับบุคลากร ถ้าบุคลากรสุขภาพจิตดีมีความพร้อม ผมก็เชื่อแน่ว่าการจัดการเรียนการสอนการดูแลเด็ก เพราะเด็กก็เหมือนกับลูกเขา คนที่เป็นครูเป็นอาชีพเดียวครับที่รักเด็กเสมือนลูกแล้วอยู่ ผูกพันกับเด็กมาตลอดเวลา เพราะครูคือผู้เสียสละครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ